Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรวิทยาศาสตร์ ม-1

หลักสูตรวิทยาศาสตร์ ม-1

Published by julasak.mind, 2022-05-23 08:25:25

Description: หลักสูตรวิทยาศาสตร์ ม-1

Search

Read the Text Version

โครงสรา้ งหลักสูตรโรงเรยี นวังจนั ทร์วทิ ยา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1 (ภาคเรียนที่ 1) รหสั วิชา รายวิชา วิชา วิชา จำนวน จำนวน สาระและ ตัวชวี้ ดั พฐ. พต. นก. ชม. มาตรฐานการเรียนรู้ การเรียนรู้ ว 21101 วทิ ยาศาสตร์ 1 ✓ - 1.5 60 สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ ขอ้ 1 - 18 ชีวภาพ ว 1.2 เขา้ ใจสมบัตขิ อง สงิ่ มีชีวิต หน่วยพน้ื ฐาน ของสิง่ มชี ีวิต การลำ เลียง สารเขา้ และออก จากเซลล์ความสัมพนั ธ์ ของโครงสรา้ ง และ หนา้ ที่ของอวัยวะต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ี ทำงานสัมพันธก์ นั ความสมั พนั ธข์ อง โครงสร้างและหนา้ ที่ ของอวยั วะตา่ งๆของพืช ทีท่ ำงานสัมพันธก์ นั รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตร์ กายภาพ ว 2.1 เขา้ ใจสมบัติของ สาร องคป์ ระกอบของ ขอ้ 1 - 8

รหสั วิชา รายวชิ า วชิ า วชิ า จำนวน จำนวน สาระและ ตวั ช้วี ดั พฐ. พต. นก. ชม. มาตรฐานการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ สสาร ความสัมพันธ์ ระหวา่ งสมบัติของสสาร กับโครงสรา้ งและแรงยดึ เหนยี่ วระหวา่ งอนุภาค หลักและธรรมชาติของ การเปลยี่ นแปลงสถานะ ของสสารการเกดิ การ ละลาย และการ เกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี

คำอธบิ ายรายวชิ า กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวังจันทรว์ ทิ ยา รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 1 รหัสวิชา ว 21101 ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 จำนวน 1.5 หน่วยกติ เวลา 60 ชั่วโมง ภาคเรียนท่ี 1 *************************************************************************** ศกึ ษา วเิ คราะห์ ความสำคัญและความหมายของวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการ ทำงานของนักวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สมบตั ิของสารบริสุทธิ์ จุดเดอื ด และจุดหลอมเหลว ความหนาแน่น การจำแนกและองคป์ ระกอบของสารบริสุทธิ์ การจำแนก สารบริสทุ ธิ์ โครงสรา้ งอะตอม การจำแนกธาตุและการใชป้ ระโยชน์ เซลล์ การศกึ ษาดว้ ย กล้องจุลทรรศน์ โครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องเซลล์ การลำเลียงสารเข้าออกเซลล์ การแพร่ ออสโมซสิ การสบื พนั ธแ์ุ ละการขยายพันธพุ์ ชื ดอก การสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยของเพศของพชื ดอก การขยายพันธุ์พชื ดอก การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ปจั จยั และผลผลิตของการสังเคราะห์แสง การลำเลยี ง น้ำ ธาตอุ าหาร และอาหารของพชื ธาตอุ าหารของพืช การลำเลียงในพืช โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคน้ ขอ้ มูล การอภปิ รายและทดลอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถ ในการตัดสินใจ น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม การวัดผลและประเมินผลตาม สภาพจริง ด้วยวธิ ีการที่หลากหลาย มาตรฐาน /ตวั ชี้วัด ว 1.2 ม.1/1-18 ว 2.1 ม.1/1-8 รวมทงั้ หมด 26 ตวั ชว้ี ัด

โครงสรา้ งรายวิชา กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวงั จนั ทรว์ ทิ ยา รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 1 รหัสวิชา ว 21101 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต เวลา 60 ชว่ั โมง ภาคเรียนที่ 1 ************************************************************************** ลำดบั ช่อื หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั (ชัว่ โมง) คะแนน ที่ การเรยี นรู้ ตวั ชี้วดั 1 เรยี นรู้ สาระ - สมรรถนะ 1. วิทยาศาสตร์เป็นความรู้ 2 1 2 2 วิทยาศาสตร์ ข้อ 2, 4 เกย่ี วกบั ธรรมชาติซง่ึ อย่างไร คุณลักษณะ สามารถอธิบายได้ด้วย 1. ความสำคญั ขอ้ 3,4,6 หลกั ฐานและความเปน็ เหตุ เป็นผลทางวทิ ยาศาสตร์ และความ เป็นพ้ืนฐานของเทคโนโลยที ี่ หมายของ ตอบสนองความต้องการของ วทิ ยาศาสตร์ มนุษยใ์ นด้านต่างๆ 2. มนุษย์ทุกคนเกย่ี วข้องกับ วทิ ยาศาสตร์จงึ จำเป็นต้อง เรยี นรูเ้ กี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เพอื่ ให้ดำรงชีวติ ได้อยา่ งมี คณุ ภาพในสังคม 2. กระบวนการ สาระ - สมรรถนะ - การสร้างความรทู้ าง ทำงานของ ขอ้ 1, 2, 4 วิทยาศาสตร์ทำได้โดยผ่าน นักวิทยาศาสตร์ คุณลักษณะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ กระบวนการ ข้อ 3, 4, 6 ทางวทิ ยาศาสตร์ได้แก่ การ สังเกตและระบุปญั หา การ ต้งั สมมติฐาน การวางแผน การสำรวจ หรือการทดลอง รวมทั้งการ

ลำดบั ช่ือหน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก (ชว่ั โมง) คะแนน ที่ การเรียนรู้ ตัวชีว้ ัด 3. ทกั ษะ สาระ – สมรรถนะ เก็บข้อมลู การวิเคราะห์ 2 2 กระบวนการ ข้อ 1, 2, 3, 4 ขอ้ มลู และสรา้ งคำอธบิ าย ทาง คุณลักษณะ และการสรปุ ผลและการ วทิ ยาศาสตร์ ข้อ 3,4,6 ส่อื สาร กระบวนการทาง วิทยาศาสตรส์ ามารถ เพมิ่ เติม ลดทอน สลับลำดับ ได้ ตามความเหมาะสม - ในการทำงานเพื่อใหไ้ ด้มา ซ่งึ องค์ความรู้ทาง วทิ ยาศาสตรเ์ พ่ือให้ได้ข้อมลู ทถ่ี กู ต้อง แมน่ ยำ และ ครอบคลุมต้องอาศยั ทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ ไดแ้ ก่ การสงั เกต การวดั การจำแนกประเภท การหาความสมั พันธร์ ะหว่าง มิติกับมิติ และมติ ิกับเวลา การคำนวณ การจัดกระทำ และส่ือความหมายข้อมูล การลงความเหน็ จากข้อมูล การพยากรณ์ การต้งั สมมตฐิ าน การกำหนดนยิ ามเชิง ปฏิบัติการ การกำหนดและ ควบคมุ ตวั แปร การทดลอง

ลำดับ ชือ่ หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั (ชวั่ โมง) คะแนน ที่ การเรียนรู้ ตวั ชีว้ ัด 2 สารบริสุทธ์ิ สาระที่ 2 การตคี วามหมายของข้อมลู 4 5 และลงข้อสรุปและการสร้าง 4 10 บทที่ 1 วิทยาศาสตร์ แบบจำลอง 7 10 - สารบรสิ ุทธ์ปิ ระกอบดว้ ย สมบัติของสาร กายภาพ สารเพียงชนิดเดยี ว สว่ นสาร ผสมประกอบด้วยสารต้ังแต่ บรสิ ทุ ธิ์ ว 2.1 ม.1/4 2 ชนิดขึ้นไป สารบริสุทธแ์ิ ต่ ละชนิดมสี มบัติบางประการ สมรรถนะ ที่เปน็ ค่าเฉพาะตัว เช่น จุด เดือดและจุดหลอมเหลวคงที่ เรอ่ื งท่ี 1 ขอ้ 1, 2, 3, 5 แตส่ ารผสมมจี ดุ เดอื ดและ จุดหลอมเหลว จุดเดอื ดและ คุณลกั ษณะ ไม่คงที่ ขึ้นอยูก่ ับชนดิ และ จุด หลอมเหลว ขอ้ 2, 3, 4, 6 สดั ส่วนของสารทผ่ี สมอยู่ ดว้ ยกนั เรอ่ื งท่ี 2 สาระท่ี 2 - สารบรสิ ุทธแ์ิ ตล่ ะชนดิ มี ความหนาแน่น หรือมวลต่อ ความหนาแน่น วทิ ยาศาสตร์ หนึ่งหนว่ ยปรมิ าตรคงท่ี เป็นค่าเฉพาะของสารนั้น กายภาพ ณ สถานะและอุณหภูมิหนึ่ง แตล่ ะสารผสมมีความ ว 2.1 ม.1/5-6 หนาแนน่ ไม่คงท่ีข้นึ อยู่กบั ชนดิ และสดั สว่ นของสารอยู่ สมรรถนะ ดว้ ยกัน ข้อ 1, 2, 3, 5 - สารบรสิ ทุ ธ์ิแบ่งออกเป็น ธาตแุ ละสารประกอบธาตุ คุณลกั ษณะ ประกอบด้วยอนภุ าคที่เล็ก ท่ีสดุ ท่ยี ังแสดง สมบตั ิของ ข้อ 1, 3, 4, 6 บทที่ 2 สาระท่ี 2 การจำแนกและ วิทยาศาสตร์ องคป์ ระกอบ กายภาพ ของสารบรสิ ทุ ธิ์

ลำดบั ช่อื หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก (ชั่วโมง) คะแนน ที่ การเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด เรื่องท่ี 1 ว 2.1 ม.1/7 ธาตุนั้นเรยี กว่าอะตอม ธาตุ การจำแนกสาร สมรรถนะ แตล่ ะชนิด ประกอบดว้ ย บริสุทธิ์ ขอ้ 1, 2, 3, 4 อะตอมเพยี งชนิดเดียวและ ไม่ สามารถแยกสลายเป็น คณุ ลักษณะ สารอ่นื ไดด้ ว้ ยวธิ ที างเคมี ข้อ 3, 4, 6 ธาตเุ ขียนแทนด้วย สัญลักษณธ์ าตุ สารประกอบ เรื่องที่ 2 สาระท่ี 2 เกิดจากอะตอมของธาตุ 2 5 โครงสรา้ ง วทิ ยาศาสตร์ ตงั้ แต่ อะตอม กายภาพ 2 ชนดิ ขน้ึ ไป รวมตัวกันทาง ว 2.1 ม.1/1, 7 เคมใี นอตั ราส่วนคงที่มี สมรรถนะ สมบัตแิ ตกตา่ งจากธาตุที่ ขอ้ 1, 2, 3 เป็นองคป์ ระกอบสามารถ คณุ ลักษณะ แยก ข้อ 3, 4, 6 เปน็ ธาตไุ ดด้ ้วยวธิ ีทางเคมี ธาตุและสารประกอบ สามารถเขยี นแทนได้ด้วย สูตรเคมี - อะตอมประกอบดว้ ย โปรตอนนิวตรอนและ อเิ ล็กตรอนโปรตอนมปี ระจุ ไฟฟ้าบวกธาตชุ นิดเดยี วกนั มจี ำนวนโปรตอนเท่ากนั และเป็นค่าเฉพาะของธาตุ นั้นนวิ ตรอนเป็นกลางทาง ไฟฟ้าสว่ นอิเล็กตรอนมี ประจุไฟฟา้ ลบเมอื่ อะตอมมี

ลำดบั ชอ่ื หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั ที่ การเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน จำนวนโปรตอนเท่ากบั จำนวนอเิ ลก็ ตรอนจะเป็น กลางทางไฟฟา้ โปรตอนและ นิวตรอนรวมกนั ตรงกลาง อะตอมเรยี กว่านวิ เคลียส ส่วนอเิ ลก็ ตรอนเคล่อื นท่ีอยู่ ในท่ีวา่ งรอบนิวเคลยี ส - ธาตุแต่ละชนิดมสี มบัติ เฉพาะตัวและมสี มบัตทิ าง กายภาพบางประการ เหมอื นกันและบางประการ ตา่ งกัน ซึ่งสามารถนำมาจดั กลมุ่ ธาตุ เป็นโลหะอโลหะ และกึง่ โลหะ ธาตโุ ลหะ มจี ดุ เดือด จดุ หลอมเหลวสูง มผี วิ มนั วาวนำความร้อนนำ ไฟฟ้า ดึงเปน็ เสน้ หรือตเี ป็น แผ่นบาง ๆ ไดแ้ ละมคี วาม หนาแนน่ ทงั้ สูงและตำ่ ธาตุอโลหะมจี ดุ เดือดจุด หลอมเหลวตำ่ มีผวิ ไม่มัน วาวไมน่ ำความร้อน ไมน่ ำ ไฟฟ้า เปราะแตกหักง่าย และมีความหนาแน่นตำ่

ลำดับ ชื่อหน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั (ช่วั โมง) คะแนน ที่ การเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด ธาตกุ ึ่งโลหะมีสมบตั บิ าง ประการเหมือนโลหะและ สมบตั บิ างประการ เหมือน อโลหะ เรื่องท่ี 3 สาระท่ี 2 1. ธาตุโลหะ อโลหะ และก่ึง 2 5 การจำแนกธาตุ วิทยาศาสตร์ โลหะที่สามารถแผ่รังสีได้ และการใช้ กายภาพ จดั เป็นธาตกุ มั มนั ตรงั สี ประโยชน์ ว 2.1 ม.1/2, 3 2. ธาตมุ ีทัง้ ประโยชน์และ โทษการใช้ธาตโุ ลหะอโลหะ สมรรถนะ ก่ึงโลหะธาตกุ ัมมันตรงั สคี วร ข้อ 1, 2, 3, 4 คำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ คุณลักษณะ สงิ่ มีชีวติ สงิ่ แวดลอ้ ม ขอ้ 1, 3, 4, 6, 8 เศรษฐกจิ และสงั คม 3 หน่วยพืน้ ฐาน สาระที่ 1 1. เซลลเ์ ปน็ หน่วยพื้นฐาน 2 5 ของส่ิงมีชีวติ สงิ่ มีชีวติ ของสง่ิ มชี วี ติ วิทยาศาสตร์ บางชนดิ มีเซลล์เพียงเซลล์ เดยี ว เช่น อะมบี า บทท่ี 1 เซลล์ ชีวภาพ พารามเี ซยี ม ยีสต์ บางชนิดมีหลายเซลล์ ว 1.2 ม.1/1 เชน่ พชื สัตว์ 2. โครงสรา้ งพืน้ ฐานทพ่ี บ เรื่องท่ี 1 สมรรถนะ ทั้งในเซลลพ์ ชื และเซลล์สัตว์ และสามารถสงั เกตได้ดว้ ย การศกึ ษาเซลล์ ข้อ 1, 2, 3, 4 ด้วยกลอ้ ง คุณลักษณะ จลุ ทรรศน์ ขอ้ 3, 4, 6, 7

ลำดบั ชอ่ื หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั (ชว่ั โมง) คะแนน ที่ การเรยี นรู้ ตวั ชี้วดั เรือ่ งท่ี 2 สาระที่ 1 กลอ้ งจลุ ทรรศน์ใชแ้ สง 3 5 ได้แก่ เยื่อหุ้มเซลล์ โครงสรา้ งและ วทิ ยาศาสตร์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส โครงสรา้ งท่ีพบในเซลล์พืช หนา้ ที่ของเซลล์ ชวี ภาพ แตไ่ ม่พบในเซลล์สัตว์ ว 1.2 ม.1/2 ไดแ้ ก่ ผนงั เซลล์และ คลอโรพลาสต์ สมรรถนะ 1. โครงสร้างตา่ ง ๆ ของเซลล์ มหี นา้ ท่ี ข้อ 1, 2, 3, 4, 5 แตกตา่ งกัน - ผนงั เซลล์ทาํ หน้าท่ีให้ คณุ ลักษณะ ความแขง็ แรงแกเ่ ซลล์ - เย่อื หมุ้ เซลลท์ ําหนา้ ที่ ขอ้ 2, 3, 4, 6 ห่อหมุ้ เซลลแ์ ละควบคมุ การลาํ เลยี งสารเข้าและ ออกจากเซลล์ - นิวเคลยี ส ทาํ หน้าที่ ควบคุมการทาํ งานของเซลล์ - ไซโทพลาซึม มีออรแ์ กเนลลท์ ่ีทาํ หน้าท่ี แตกตา่ งกัน - แวควิ โอล ทําหน้าทเ่ี ก็บนำ้ และสารต่าง ๆ

ลำดบั ชอ่ื หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก (ช่ัวโมง) คะแนน ที่ การเรยี นรู้ ตวั ช้ีวัด บทที่ 2 สาระที่ 1 - ไมโทคอนเดรีย ทําหน้าท่ี 8 12 เกยี่ วกับการสลายสาร การลำเลียงสาร วทิ ยาศาสตร์ อาหารเพ่ือให้ได้พลังงาน เขา้ ออกเซลล์ ชวี ภาพ แก่เซลล์ - คลอโรพลาสต์เปน็ แหล่งท่ี ว 1.2 ม.1/3-5 เกดิ การสังเคราะหด์ ้วยแสง 2. เซลลข์ องส่งิ มีชวี ิตมี รูปร่าง ลกั ษณะ ท่หี ลากหลาย และมีความ เหมาะสมกบั หนา้ ที่ของเซลล์ นัน้ เช่น เซลลป์ ระสาท ส่วนใหญ่ มีเส้นใยประสาท เป็นแขนงยาว นาํ กระแส ประสาทไปยังเซลล์อน่ื ๆ ทีอ่ ยไู่ กลออกไป เซลล์ขนราก เป็นเซลล์ผิว ของรากทม่ี ีผนังเซลล์และ เยือ่ หมุ้ เซลลย์ น่ื ยาวออกมา ลักษณะคลา้ ยขนเสน้ เล็ก ๆ เพอ่ื เพ่ิมพื้นท่ีผิวใน การดูดน้ำและธาตอุ าหาร 1. พชื และสัตวเ์ ป็นสิ่งมีชีวติ หลายเซลลม์ กี ารจดั ระบบ โดยเรม่ิ จากเซลล์ไปเป็น

ลำดบั ช่ือหน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก (ชว่ั โมง) คะแนน ที่ การเรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั เรอื่ งที่ 1 สมรรถนะ เน้ือเย่ือ อวยั วะระบบอวัยวะ การแพร่ ข้อ 1, 2, 3 และส่งิ มชี วี ิตตามลําดบั เร่ืองท่ี 2 คณุ ลกั ษณะ - เซลล์หลายเซลล์มารวมกนั ออสโมซสิ ขอ้ 3, 4, 6 เป็นเน้อื เยือ่ เน้ือเยื่อหลาย ชนิดมารวมกันและทํางาน รว่ มกันเป็นอวัยวะอวยั วะ ตา่ ง ๆ ทํางาน ร่วมกนั เป็น ระบบอวยั วะ ระบบอวัยวะ ทุกระบบทํางานรว่ มกันเปน็ ส่งิ มีชีวิตเซลล์ 2. การนาํ สารเข้าสเู่ ซลลเ์ พ่ือ ใช้ในกระบวนการตา่ ง ๆ ของเซลลแ์ ละมีการขจัดสาร บางอยา่ งทเ่ี ซลล์ไม่ตอ้ งการ ออกนอกเซลล์การนําสาร เขา้ และออกจากเซลล์ มีหลายวิธเี ชน่ - การแพร่เป็นการเคลื่อนท่ี ของสารจากบรเิ วณที่มีความ เข้มข้นของสารสูงไปสู่ บรเิ วณที่มีความเข้มข้นของ สารตำ่ - ออสโมซิส เปน็ การแพร่ ของนำ้ ผา่ นเย่ือหุ้มเซลล์จาก ดา้ นทมี่ ีความเขม้ ขน้ ของ สารละลายต่ำไปยังด้านทมี่ ี ความเข้มขน้ ของสารละลาย สูงกว่า

ลำดับ ชอ่ื หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั (ช่ัวโมง) คะแนน ที่ การเรียนรู้ ตวั ช้วี ดั 4 การดำรงชีวติ สาระที่ 1 พืชดอกทุกชนดิ สามารถ 5 10 สืบพนั ธแุ์ บบอาศัยเพศได้ ของพชื วิทยาศาสตร์ และบางชนิดสามารถ บทท่ี 1 ชวี ภาพ สืบพนั ธแ์ุ บบไม่อาศยั เพศได้ การสืบพนั ธุ์ ว 1.2 ม.1/3-5 - การสืบพนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศ และการ สมรรถนะ เปน็ การสืบพนั ธทุ์ ่ีมี ขยายพนั ธ์ุพชื ขอ้ 1, 2, 3 การผสมกันของสเปริ ม์ กับ ดอก คุณลกั ษณะ เซลล์ไข่การสบื พนั ธุแ์ บบ ข้อ 3, 4, 6 อาศัยเพศของพืชดอก เกดิ ขน้ึ ท่ีดอกโดยภายใน เร่ืองที่ 1 อบั เรณูของสว่ นเกสรเพศผู้มี เรณูซึง่ ทาํ หน้าที่สร้างสเปิร์ม การสืบพนั ธ์ุ ภายในออวลุ ของสว่ นเกสร เพศเมยี มีถงุ เอ็มบรโิ อ แบบอาศัยเพศ ทาํ หน้าทสี่ รา้ งเซลล์ไข่ - การสบื พันธุ์แบบไมอ่ าศยั และไม่อาศัย เพศเปน็ การสบื พนั ธุท์ ี่พืชต้น ใหม่ ไม่ไดเ้ กิดจากการ เพศของพืช ปฏิสนธิระหว่าง สเปิรม์ กับ เซลลไ์ ข่ แต่เกิดจากสว่ น ดอก ตา่ ง ๆ ของพืช เชน่ ราก ลําต้น ใบ มกี ารเจริญเตบิ โต และพัฒนาขน้ึ มา เปน็ ตน้ ใหม่ได้

ลำดบั ชือ่ หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั (ชั่วโมง) คะแนน ที่ การเรยี นรู้ ตวั ชี้วดั เร่อื งท่ี 2 สาระที่ 1 - การถ่ายเรณู คือ 8 10 การขยายพันธุ์ วทิ ยาศาสตร์ พชื ดอก ชีวภาพ การเคลอ่ื น ย้ายของเรณู ว 1.2 ม.1/3-5 สมรรถนะ จากอบั เรณู ไปยังยอดเกสร ขอ้ 1 ,2, 3 คณุ ลกั ษณะ เพศเมีย ซึ่งเก่ียวข้องกบั ขอ้ 3, 4, 6 ลกั ษณะ และโครงสรา้ งของ ดอก เชน่ สขี องกลบี ดอก ตําแหนง่ ของเกสรเพศผ้แู ละ เกสรเพศเมีย โดยมีสิง่ ท่ชี ว่ ย ในการถ่ายเรณู เช่น แมลง ลม 1. การถ่ายเรณจู ะนําไปสู่ การปฏสิ นธิซ่งึ จะเกดิ ขน้ึ ที่ถุง เอม็ บริโอภายในออวุล หลังการปฏสิ นธิจะได้ไซโกต และเอนโดสเปริ ม์ ไซโกตจะ พัฒนาตอ่ ไปเปน็ เอ็มบริโอ ออวลุ พัฒนาไปเป็นเมลด็ และรงั ไข่พัฒนาไปเปน็ ผล 2. ผลและเมลด็ มี การกระจายออกจากต้นเดิม โดยวิธกี ารตา่ ง ๆ เมื่อเมล็ด ไปตกในสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมจะเกิดการงอก ของเมล็ด โดยเอม็ บริโอ ภายในเมลด็ จะเจริญออกมา โดยระยะแรก

ลำดับ ชอ่ื หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั ที่ การเรียนรู้ ตวั ช้วี ดั (ชวั่ โมง) คะแนน จะอาศยั อาหารที่สะสม ภายในเมล็ด จนกระท่ังใบ แท้พัฒนาจนสามารถ สงั เคราะหด์ ้วยแสงไดเ้ ตม็ ที่ และสร้างอาหารไดเ้ อง ตามปกติ 3. มนุษย์สามารถนําความรู้ เรื่องการสืบพนั ธ์แุ บบ อาศยั เพศ และไมอ่ าศัยเพศ มาใช้ในการขยายพนั ธ์ุ เพอ่ื เพิ่มจํานวนพชื เช่น การใชเ้ มล็ด ทีไ่ ดจ้ ากการ สืบพนั ธแุ์ บบอาศัยเพศ มาเพาะเลย้ี งวิธกี ารนี้ จะไดพ้ ืชในปรมิ าณมาก แต่อาจมีลักษณะที่แตกต่าง ไปจากพอ่ แม่ ส่วนการตอนกิ่ง การปักชํา การตอ่ ก่ิง การติดตา การทาบก่งิ การเพาะเล้ยี ง เนอ้ื เยือ่ เปน็ การนําความรู้ เรอื่ งการสบื พนั ธุแ์ บบไม่ อาศัยเพศของพชื มาใช้ใน การขยายพนั ธุเ์ พ่ือใหไ้ ดพ้ ืช ท่มี ลี กั ษณะเหมือนตน้ เดิม ซ่งึ การขยายพันธ์ุ แตล่ ะวธิ มี ี ขั้นตอนแตกต่างกัน จงึ ควร เลอื กให้เหมาะสมกบั ความ

ลำดบั ช่ือหน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก (ช่ัวโมง) คะแนน ที่ การเรียนรู้ ตัวชีว้ ดั บทที่ 2 สาระท่ี 1 ต้องการของมนุษยโ์ ดยต้อง 4 6 คํานงึ ถึงชนดิ ของพชื และ การสังเคราะห์ วิทยาศาสตร์ ลกั ษณะการสืบพนั ธุ์ของพชื 4. เทคโนโลยกี ารเพาะเลีย้ ง ด้วยแสง ชีวภาพ เน้ือเย่อื พชื เปน็ การนํา ความรูเ้ ก่ยี วกบั ปัจจยั ท่ี เรอ่ื งท่ี 1 ว 1.2 ม.1/3-5 จาํ เปน็ ต่อการเจรญิ เตบิ โต สมรรถนะ ของพชื มาใช้ในการเพ่ิม ปจั จัยและ ขอ้ 1, 2, 3 จาํ นวนพืช และทําให้พืช ผลผลิตของการ คณุ ลักษณะ สามารถเจรญิ เติบโตไดใ้ น หลอดทดลอง ซ่ึงจะได้พชื ขอ้ 3, 4, 6 จํานวนมาก ในระยะเวลาสัน้ และสามารถนําเทคโนโลยี การเพาะเลยี้ งเน้ือเยื่อมา ประยุกต์เพือ่ การอนรุ ักษ์ พนั ธกุ รรมพชื ปรบั ปรงุ พันธ์ุ พชื ที่มความสําคญั ทางเศรษฐกจิ การผลิตยา และสารสําคญั ในพืช และอืน่ ๆ 1. กระบวนการสงั เคราะห์ ด้วยแสงของพชื ทเ่ี กิดขนึ้ ในคลอโรพลาสต์ จําเป็นต้องใชแ้ สง แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ คลอโรฟิลลแ์ ละนำ้ ผลผลิต ที่ได้จากการสังเคราะห์ดว้ ย

ลำดบั ช่อื หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก (ช่ัวโมง) คะแนน ที่ การเรียนรู้ ตัวชี้วัด สังเคราะห์ดว้ ย แสง ได้แก่ น้ำตาลและแกส๊ แสง ออกซิเจน 2. การสังเคราะหด์ ้วยแสง บทท่ี 3 สาระท่ี 1 เป็นกระบวนการทส่ี ําคัญต่อ 5 12 ส่ิงมชี วี ติ เพราะเป็น การลำเลียงนำ้ วิทยาศาสตร์ กระบวนการเดยี วท่สี ามารถ นําพลังงานแสงมา ธาตอุ าหาร ชีวภาพ เปลีย่ นเปน็ พลังงานในรปู สารประกอบอนิ ทรยี แ์ ละ และอาหารของ ว 1.2 ม.1/3-5 เกบ็ สะสมในรปู แบบต่าง ๆ ในโครงสร้างของพืช พืชจงึ พืช สมรรถนะ เป็นแหลง่ อาหารและ พลังงานทส่ี าํ คัญของ เร่ืองที่ 1 ข้อ 1, 2, 3, 4, 5 สง่ิ มชี วี ิตอน่ื ธาตอุ าหารของ คุณลักษณะ - พืชมีไซเลม็ และโฟลเอม็ พชื ขอ้ 2, 3, 4, 6, 8 ซงึ่ เป็นเนอ้ื เย่ือมลี ักษณะ คล้ายท่อเรียงตวั กนั เรอ่ื งท่ี 2 เป็นกลมุ่ เฉพาะท่ีโดยไซเล็ม การลำเลยี งใน ทําหน้าทลี่ าํ เลยี งน้ำและ พืช ธาตอุ าหารมที ิศทางลําเลยี ง จากรากไปสลู่ าํ ตน้ ใบ และ ส่วนต่าง ๆ ของพชื เพ่ือใชใ้ น การสังเคราะหด์ ้วยแสง

ลำดับ ชอ่ื หน่วย สาระ/มาตรฐาน/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก ที่ การเรียนรู้ ตวั ชว้ี ดั (ชั่วโมง) คะแนน รวมถึงกระบวนการอืน่ ๆ ส่วนโฟลเอม็ ทําหนา้ ท่ี ลาํ เลียงอาหารท่ีไดจ้ ากการ สังเคราะหด์ ว้ ยแสงมีทิศทาง ลาํ เลียงจากบรเิ วณท่ีมีการ สังเคราะหด์ ว้ ยแสงไปสู่สว่ น ต่าง ๆ ของพชื - พืชตอ้ งการธาตุอาหารที่ จาํ เปน็ หลายชนิดในการ เจรญิ เตบิ โตและการ ดํารงชีวิต - พืชตอ้ งการธาตุอาหาร บางชนดิ ในปรมิ าณมาก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซยี ม แคลเซียม แมกนเี ซยี มและกาํ มะถนั ซงึ่ ในดินอาจมไี ม่เพยี งพอ สาํ หรับการเจริญเตบิ โตของ พืช จงึ ตอ้ งมีการให้ธาตุ อาหารในรูปของปยุ๋ กับพืช อยา่ งเหมาะสม รวม 60 100

โครงสร้างหลกั สตู รโรงเรยี นวงั จนั ทรว์ ทิ ยา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 (ภาคเรยี นที่ 2) รหสั รายวชิ า วิชา วชิ า จำนวน จำนวน สาระและ ตวั ช้ีวัด วิชา พฐ. พต. นก. ชม. มาตรฐานการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ ว21102 วทิ ยาศาสตร์2 ✓ - 1.5 60 สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตร์ ข้อ 9 - 10 กายภาพ ว 2.1 เข้าใจสมบตั ิของ สาร องคป์ ระกอบของ สสาร ความสัมพนั ธ์ ระหว่างสมบตั ขิ องสสาร กบั โครงสร้างและแรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของ การเปล่ียนแปลงสถานะ ของสสารการเกดิ การ ละลาย และการ เกิดปฏกิ ิริยาเคมี ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติ ขอ้ 1 ของแรงในชีวติ ประจำ วัน ผลของแรงท่ีกระทำ ต่อวัตถุ ลกั ษณะการ เคลอ่ื นที่แบบตา่ งๆของ วัตถุ รวมท้งั นำความรู้ไป ใช้ประโยชน์

รหัส รายวชิ า วชิ า วชิ า จำนวน จำนวน สาระและ ตัวชวี้ ดั วิชา พฐ. พต. นก. ชม. มาตรฐานการเรยี นรู้ การเรียนรู้ ว 2.3 เขา้ ใจความหมาย ขอ้ 1 - 8 ของพลงั งาน การเปล่ียน แปลงและการถ่ายโอน พลังงาน ปฏสิ มั พนั ธ์ ระหวา่ งสสารและพลงั - งาน พลงั งานในชีวิตประ จำวนั ธรรมชาติ ของ คล่ืน ปรากฏการณ์ท่ี เกี่ยวขอ้ งกบั เสยี ง แสง และคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์ ขอ้ 1 - 7 โลกและอวกาศ ว 3.2 เข้าใจองค์ ประ กอบและความสัมพนั ธ์ ของระบบโลก กระบวน การเปล่ียนแปลงภายใน โลกและบนผวิ โลก ธรณี พบิ ตั ิภัย กระบวนการ เปล่ียนแปลงลมฟ้าอา กาศและภูมอิ ากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมชี ีวิต และสงิ่ แวดล้อม

คำอธิบายรายวิชา กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นวังจันทรว์ ทิ ยา รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 รหัสวิชา ว 21102 ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ เวลา 60 ช่ัวโมง ภาคเรียนท่ี 2 *************************************************************************** ศกึ ษา วิเคราะห์ ความร้อนกับการเปลยี่ นแปลงของสสาร การถา่ ยโอนความร้อน ลมฟา้ อากาศรอบตวั มนุษยแ์ ละการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้น ข้อมลู การอภปิ รายและทดลอง เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถสอื่ สารส่งิ ท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการ ตัดสินใจ น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม การวดั ผลและประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ ดว้ ยวิธีการท่ี หลากหลาย มาตรฐาน /ตวั ช้ีวัด ว 2.1 ม.1/9-10 ว 2.2 ม.1/1 ว 2.3 ม.1/1-7 ว 3.2 ม.1/1-7 รวมท้ังหมด 17 ตัวชวี้ ัด

โครงสรา้ งรายวชิ า กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นวงั จันทร์วิทยา รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 รหัสวิชา ว 21102 ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกติ เวลา 60 ช่ัวโมง ภาคเรยี นที่ 2 ************************************************************************** ลำดับ ชอื่ หน่วย สาระ/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั ท่ี การเรียนรู้ มาตรฐาน/ (ช่วั โมง) คะแนน ตวั ช้วี ดั 1 พลงั งานความ สาระท่ี 2 - สสารทกุ ชนิดประกอบดว้ ย 26 30 อนุภาค โดยสารชนิดเดียวกนั ที่ รอ้ น วิทยาศาสตร์ มีสถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมีการจัดเรยี งอนุภาค บทท่ี 1 กายภาพ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค ความร้อนกับ ว 2.1 ม.1/9-10 การเคล่อื นทีข่ องอนภุ าค กาเปลย่ี นแปลง ว 2.3 ม.1/1-4 แตกตา่ งกนั ซง่ึ มผี ลต่อรูปร่าง ของสสาร และปรมิ าตรของสสาร - อนุภาคของของแขง็ เรียงชิด สมรรถนะ กัน มีแรงยึดเหนี่ยวระหวา่ ง ขอ้ 1, 2, 4 อนภุ าคมากท่ีสุด อนุภาคสัน่ คุณลักษณะ อยู่กับที่ ทำใหม้ รี ูปรา่ งและ ขอ้ 3, 4, 6 ปริมาตรคงที่ - อนภุ าคของของเหลวอยใู่ กล้ กัน มีแรงยดึ เหนี่ยวระหวา่ ง อนภุ าคนอ้ ยกวา่ ของแขง็ แต่ มากกว่าแกส๊ อนภุ าคเคล่ือนท่ี ได้แต่ไม่เปน็ อิสระเท่าแกส๊ ทำให้มีรูปรา่ งไม่คงที่ แต่ ปรมิ าตรคงท่ี - อนุภาคของแก๊สอยู่ห่างกนั มาก มีแรงยึดเหนยี่ วระหวา่ ง

ลำดบั ชอ่ื หน่วย สาระ/ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั ที่ การเรยี นรู้ มาตรฐาน/ (ชัว่ โมง) คะแนน ตวั ชวี้ ัด บทท่ี 2 อนุภาคนอ้ ยท่สี ดุ อนุภาค 16 30 การถ่ายโอน สาระท่ี 2 เคล่ือนท่ีไดอ้ ย่างอสิ ระทุก ความร้อน วิทยาศาสตร์ ทศิ ทาง ทำให้มรี ูปรา่ งและ กายภาพ ปริมาตรไม่คงท่ี ว 2.3 ม.1/5-7 - ความร้อนมผี ลตอ่ การเปลย่ี น สถานะของสสาร เมื่อใหค้ วาม รอ้ นแก่ของแข็ง อนภุ าคของ ของแขง็ จะมีพลงั งานและ อุณหภมู ิเพมิ่ ข้ึนจนถงึ ระดบั หน่งึ ซึ่งของแข็งจะใช้ความ ร้อนในการเปล่ยี นสถานะเปน็ ของเหลว เรียกความรอ้ นที่ ใช้ในการเปลย่ี นสถานะจาก ของแข็งเปน็ ของเหลวว่า ความ ร้อนแฝงของการหลอมเหลว และอุณหภมู ขิ ณะเปลย่ี น สถานะจะคงที่ เรยี กอุณหภมู ินี้ ว่า จดุ หลอมเหลว - ความรอ้ นถา่ ยโอนจากสสาร ทีม่ ีอุณหภูมสิ ูงกวา่ ไปยังสสาร ที่มอี ุณหภูมติ ่ำกวา่ จนกระท่ัง อุณหภมู ขิ องสสารทัง้ สองเท่า กัน สภาพที่สสารท้ังสองมี อณุ หภูมเิ ท่ากนั เรียกวา่ สมดุล ความร้อน

ลำดับ ชอ่ื หน่วย สาระ/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก ที่ การเรียนรู้ มาตรฐาน/ (ช่วั โมง) คะแนน ตวั ชว้ี ัด สมรรถนะ - เม่อื มกี ารถา่ ยโอนความร้อน ข้อ 1, 2, 4, 4, 5 จากสสารที่มอี ุณหภูมติ ่างกัน คุณลกั ษณะ จนเกดิ สมดลุ ความร้อนความ ขอ้ 2, 3, 4, 6, 8 ร้อนท่เี พิ่มขน้ึ ของสสารหนึ่งจะ เท่ากบั ความร้อนทีล่ ดลงของ อกี สสารหนึ่ง ซง่ึ เปน็ ไปตามกฎ การอนรุ ักษ์พลงั งาน - การถ่ายโอนความร้อนมี 3 แบบ คือการนำความร้อน การ พาความร้อน และการแผ่รังสี ความร้อน การนำความร้อน เปน็ การถ่ายโอนความร้อนท่ี อาศัยตวั กลาง โดยท่ตี วั กลาง ไม่เคล่ือนท่ี การพาความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนที่ อาศยั ตวั กลาง โดยทต่ี ัวกลาง เคลอื่ นท่ีไปด้วย สว่ นการแผ่ รังสคี วามร้อนเป็นการถ่ายโอน ความร้อนที่ไม่ต้องอาศัย ตัวกลาง - ความรเู้ กี่ยวกับการถ่ายโอน ความร้อนสามารถนำไปใช้ ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั ได้ เช่น การเลอื กใชว้ ัสดเุ พื่อนำมา ทำภาชนะบรรจอุ าหาร เพ่ือ เกบ็ ความร้อน หรือการ ออกแบบระบบระบายความ รอ้ นในอาคาร

ลำดับ ช่อื หน่วย สาระ/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก ที่ การเรยี นรู้ มาตรฐาน/ (ชว่ั โมง) คะแนน ตัวชวี้ ดั - โลกมบี รรยากาศห่อหุ้มนัก 2 กระบวนการ สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรใ์ ชส้ มบตั แิ ละ 15 36 เปลยี่ นแปลง ว 2.2 ม.1/1 องคป์ ระกอบของบรรยากาศ ลมฟ้าอากาศ สาระท่ี 3 ในการแบง่ บรรยากาศของโลก บทที่ 1 วิทยาศาสตร์โลก ออกเป็นช้ัน ซึ่งแบง่ ได้หลาย ลมฟา้ อากาศ และอวกาศ รปู แบบตามเกณฑ์ท่แี ตกตา่ ง รอบตัว ว 3.2 ม.1/1, 2, กัน โดยท่ัวไปนกั วิทยาศาสตร์ 4 และ 5 ใช้เกณฑ์การเปล่ียนแปลง อุณหภมู ติ ามความสงู แบ่ง สมรรถนะ บรรยากาศไดเ้ ป็น 5 ชน้ั ได้แก่ ข้อ 1, 2, 3, 4, 5 ชนั้ โทรโพสเฟยี ร์ ชน้ั สตราโตส คุณลกั ษณะ เฟยี ร์ ช้ันมโี ซสเฟียร์ ชนั้ เทอร์ ข้อ 2, 3, 4, 6, 7 โมสเฟียร์ และชัน้ เอกโซสเฟยี ร์ - บรรยากาศแตล่ ะชนั้ มี ประโยชน์ต่อสงิ่ มีชีวิตแตกต่าง กนั โดยช้นั โทรโพสเฟียรม์ ี ปรากฏการณ์ ลมฟา้ อากาศท่ี สำคญั ตอ่ การดำรงชวี ิตของ สิ่งมชี ีวิต ชนั้ สตราโตสเฟียร์ ชว่ ยดูดกลืนรงั สีอัลตรา ไวโอ เลต จากดวงอาทิตย์ไม่ให้ มายังโลกมากเกนิ ไป ชนั้ มีโซส เฟยี รช์ ่วยชะลอวตั ถนุ อกโลกท่ี ผ่านเข้ามา ใหเ้ กิดการเผาไหม้ กลายเป็นวัตถุขนาดเล็กลดโอ- กาสทีจ่ ะทำความเสียหายแก่ สิง่ มชี ีวิตบนโลก ชั้นเทอร์โมส เฟยี ร์สามารถสะท้อนคล่ืนวิทยุ

ลำดบั ชอ่ื หน่วย สาระ/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั ที่ การเรยี นรู้ มาตรฐาน/ (ชวั่ โมง) คะแนน ตวั ชี้วัด และชน้ั เอกโซสเฟยี รเ์ หมาะ สำหรบั การโคจรของดาวเทยี ม รอบโลกในระดับตำ่ - ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของ อากาศในเวลาหน่ึงของพนื้ ที่ หนึ่งที่มกี ารเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา ขึน้ อยู่กับองคป์ ระ กอบลมฟา้ อากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความกด อากาศ ลม ความชน้ื เมฆ และ หยาดน้ำฟา้ โดยหยาดนำ้ ฟ้าที่ พบบอ่ ยในประเทศไทยไดแ้ ก่ ฝน องคป์ ระกอบ ลมฟ้าอา กาศ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขน้ึ อย่กู ับปจั จยั ต่าง ๆ เชน่ ปริมาณรงั สีจากดวงอาทิตย์ และลักษณะพ้ืนผวิ โลกสง่ ผล ต่ออุณหภมู อิ ากาศ อุณหภูมิ อากาศและปริมาณไอน้ำสง่ ผล ต่อความชน้ื ความกดอากาศ ส่งผลตอ่ ลม ความช้ืนและลม ส่งผลตอ่ เมฆ - การพยากรณอ์ ากาศเป็นการ คาดการณล์ มฟ้าอากาศ ท่ีจะ เกดิ ขึ้นในอนาคต โดยมกี าร ตรวจวัดองคป์ ระกอบลมฟ้า อากาศ การส่ือสารแลกเปลยี่ น ขอ้ มลู องค์ประกอบลมฟา้

ลำดบั ช่อื หน่วย สาระ/ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก ที่ การเรยี นรู้ มาตรฐาน/ (ชั่วโมง) คะแนน ตวั ชวี้ ดั อากาศระหวา่ งพื้นท่ี การ บทที่ 2 วิเคราะหข์ ้อมลู และสรา้ งคำ 34 มนุษย์และการ สาระท่ี 3 พยากรณ์อากาศ เปลี่ยนแปลง วทิ ยาศาสตร์โลก - การพยากรณอ์ ากาศสามารถ ลมฟ้าอากาศ และอวกาศ นำมาใชป้ ระโยชนด์ า้ นต่าง ๆ ว 3.2 ม.1/3, 6 เชน่ การใช้ชีวิตประจำวนั การ และ 7 คมนาคม การเกษตร การ ปอ้ งกนั และเฝ้าระวงั ภยั พบิ ัติ สมรรถนะ ทางธรรมชาติ ขอ้ 1, 2, 4 - พายุฝนฟ้าคะนอง เกิดจาก คณุ ลกั ษณะ การท่อี ากาศทมี่ ีอณุ หภูมิและ ข้อ 1, 3, 4, 6 ความช้ืนสูงเคล่ือนท่ีขน้ึ สรู่ ะดับ ความสูง ท่มี ีอณุ หภมู ติ ่ำลง จนกระท่งั ไอน้ำในอากาศเกิด การควบแนน่ เป็นละอองน้ำ และเกดิ ต่อเน่ืองเป็นเมฆขนาด ใหญ่ พายฝุ นฟา้ คะนองทำให้ เกดิ ฝนตกหนกั ลมกรรโชกแรง ฟา้ แลบฟ้าผา่ ซง่ึ อาจก่อใหเ้ กิด อันตรายต่อชีวติ และทรัพยส์ ิน - พายหุ มุนเขตร้อนเกิดเหนือ มหาสมทุ รหรือทะเล ที่นำ้ มี อุณหภมู สิ ูงต้ังแต่ 26-27 องศา เซลเซียส ขึ้นไป ทำใหอ้ ากาศท่ี มีอุณหภมู ิและความชื้นสงู

ลำดบั ชอ่ื หน่วย สาระ/ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั ที่ การเรยี นรู้ มาตรฐาน/ (ช่ัวโมง) คะแนน ตวั ชี้วัด บรเิ วณน้ันเคลื่อนทส่ี งู ขึน้ อย่าง รวดเรว็ เป็นบรเิ วณกวา้ ง อากาศจากบริเวณอ่นื เคลือ่ น เขา้ มาแทนทแี่ ละพัดเวียนเข้า หาศนู ยก์ ลางของพายุ ย่ิงใกล้ ศนู ยก์ ลาง อากาศจะเคลอ่ื นท่ี พดั เวยี นเกือบเป็นวงกลมและ มีอัตราเร็ว สงู ทส่ี ดุ พายุหมุน เขตร้อนทำใหเ้ กดิ คลื่นพายุซัด ฝงั่ ฝนตกหนัก ซึง่ อาจก่อให้ เกิด อนั ตรายต่อชวี ิตและ ทรัพย์สนิ จึงควรปฏิบัตติ นให้ ปลอดภัยโดยติดตามขา่ วสาร การพยากรณ์อากาศ และไม่ เข้าไปอย่ใู นพน้ื ทที่ ี่เสย่ี งภัย - ภมู ิอากาศโลกเกดิ การเปลี่ยน แปลงอย่างต่อเน่ืองโดยปจั จยั ทางธรรมชาติ แต่ปัจจบุ ันการ เปล่ียนแปลงภูมิอากาศเกิดข้ึน อยา่ งรวดเรว็ เน่ืองจากกิจกรรม ของมนุษย์ในการปลดปล่อย แกส๊ เรอื นกระจกสู่บรรยากาศ แกส๊ เรอื นกระจกท่ถี ูกปลด ปล่อยมากทสี่ ดุ ไดแ้ ก่ แกส๊

ลำดบั ช่ือหน่วย สาระ/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก ที่ การเรียนรู้ มาตรฐาน/ (ชว่ั โมง) คะแนน ตัวชวี้ ดั คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งหมนุ รวม เวยี นอยู่ในวัฏจักรคารบ์ อน - การเปลีย่ นแปลงภมู ิอากาศ โลกกอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อ สิง่ มชี ีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม เช่น การหลอมเหลวของนำ้ แขง็ ขั้วโลก การเพิม่ ขึ้นของระดบั ทะเล การเปลี่ยนแปลงวฏั จกั ร น้ำการเกดิ โรคอบุ ัติใหมแ่ ละ อบุ ัตซิ ำ้ และการเกิดภยั พิบัติ ทางธรรมชาติทรี่ ุนแรงขน้ึ มนุษยจ์ งึ ควรเรยี นรู้แนว ทางการปฏบิ ตั ติ นภายใต้ สถานการณ์ดังกลา่ ว ทั้ง แนวทางการปฏิบัติตนให้ เหมาะสมและแนวทางการลด กจิ กรรมที่สง่ ผลต่อการ เปล่ยี นแปลงภูมิอากาศโลก 60 100


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook