Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พัฒนาการด้านต่างๆของทวีปยุโรป

พัฒนาการด้านต่างๆของทวีปยุโรป

Published by student9059, 2020-06-27 11:58:59

Description: พัฒนาการด้านต่างๆของทวีปยุโรป

Search

Read the Text Version

พฒั นาการทาง อาณาเขต ประวตั ิศาสตร์ ของทวีปยโุ รป N มหาสมุทรอาร์ตกิ W มหาสมุทรแอตแลนตกิ E ทวปี เอเชีย S ทะเลเมดเิ ตอร์เรเนยี น

ความเป็ นมาทางประวตั ิศาสตร์ ทวีปยโุ รปเป็ นดนิ แดนทม่ี มี นษุ ยเ์ ขา้ ไปตงั้ ถ่ินฐานเมอื่ ประมาณ 10,000 ปี มาแลว้ ซ่ึงมชี วี ิตความเป็ นอยทู่ ีล่ า้ หลงั มาก ตอ่ มาจึงไดพ้ ฒั นาขนึ้ จนกระทงั่ สมยั กรีกและ โรมนั ไดส้ รรคส์ รา้ งวัฒนธรรมทางดา้ นปรชั ญา วรรณกรรม ศิลปกรรม และการปกครองเป็ นของ ตนเอง

1. พฒั นาการดา้ น การเมอื งการปกครอง 2. พฒั นาการดา้ เศรษฐกจิ 3. พฒั นาการดา้ นสงั คม และวฒั นธรรม

พฒั นาการดา้ นการเมอื งการปกครองของยโุ รป แบง่ ตามยคุ สมยั ประวตั ศิ าสตรเ์ ป็ น 4 สมยั คือ 1. สมยั โบราณ 2. สมยั กลาง 3. สมยั ใหม่ 4. สมยั ปัจจบุ ัน

ในอดตี ดนิ แดนสว่ นใหญ่ในทวีป ยโุ รปมกี ษตั ริยเ์ ป็ นประมขุ สงู สดุ ตงั้ แตส่ มยั กรีก 500 ปี กอ่ น คริสตศ์ กั ราช ในสมยั จกั รวรรดโิ รมนั ประมขุ สงู สดุ เรียกวา่ ซีซาร์ หรือ จกั รพรรดิ จนเมอื่ จกั รวรรดิ โรมนั ลม่ สลายในค.ศ.476 ยโุ รปไดเ้ ขา้ สสู่ มยั กลาง



รศะกั บดอนิ บาสกวาารมปภิ กกั คดริ์)อ,ง(fแeบudบalฟisิ วmด) ลั (ระบบ เป็ นการปกครองแบบกระจายอานาจ อานาจการปกครองตกอย่ใู นมอื ของขนุ นาง เจา้ ของท่ีดนิ กษตั ริยไ์ มม่ อี านาจ คนที่มอี านาจมากท่สี ดุ คือ ขนุ นาง เป็ นการ ปกครองในยโุ รปสมยั กลาง ทก่ี ระจาย อานาจสทู่ อ้ งถ่ินและมอี ิทธิพลตอ่ ความสมั พันธล์ ะการดารงชวี ติ ของคนใน สงั คม โดยเฉพาะยโุ รปตะวนั ตก ทง้ั ทาง การเมอื ง เศรษฐกิจ และสงั คม ในปลายสมยั กลาง การปกครองเป็ นแบบ รวมศนู ยอ์ านาจและสรา้ งรฐั ชาติ รวม ดินแดนตา่ ง ๆเป็ นชาติเดียวกนั

กษตั ริยต์ า่ งสามารถสถาปนาอานาจ สปรกา้คงรรอัฐงชแาบตบิ (รnวatมioศnนู sยtaอ์ teา)นทาี่รจวแมละ ดนิ แดนตา่ งๆ เขา้ เป็ นชาตเิ ดยี วกนั ได้ ซึง่ พระราชอานาจในการปกครองของ กษตั ริยใ์ นดนิ แดนตา่ งๆ มพี ฒั นาการ ทีแ่ ตกตา่ งกนั ดงั นี้ - ระบอบกษตั ริยภ์ ายใตร้ ฐั ธรรมนญู เชน่ ในประเทศอังกฤษ - ระบอบกษตั ริยแ์ บบ สมบรู ณาญาสทิ ธิราชย์ เชน่ ใน ประเทศฝรงั่ เศส, ปรัสเซยี , ออสเตรีย, รัสเซีย

เป็ นกฎท่ีพระเจา้ จอหน์ ทรงยอมรบั เนอ้ื หาหลกั ในมหากฎบตั รกลา่ วถึง สิทธิ ในการไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามกฎหมาย ของเสรีชน ไมว่ า่ บคุ คลนนั้ จะอยใู่ นชนชน้ั ใดก็ตาม และพระเจา้ แผน่ ดินจะตอ้ งมอบ สิทธินใี้ หก้ บั ขนุ นางหรือผคู้ รอบครอง ท่ดี ิน และขนุ นางนนั้ จะตอ้ งมอบสิทธิใหก้ บั พลเมอื งหรือไพร่ในสงั กดั โดยพลเมอื งทกุ คนจะไมถ่ กู กดข่ี พอ่ คา้ และชาวนาไม่ จาเป็ นตอ้ งมอบสินคา้ บางสว่ นหรือ ผลผลิตทางการเกษตรใหก้ บั ขนุ นางหือ พระเจา้ แผน่ ดิน เป็ นค่าคมุ้ ครอง

ไดร้ บั การพฒั นาขนึ้ ในปรสั เซียและประสบ ความสาเร็จในสมยั ของพระเจา้ เฟรเดริก มหาราช ออสเตรีย ในสมยั ของจกั รพรรดินมี าเรีย เทเรซา รสั เซีย ในสมยั ของซารป์ ี เตอรม์ หาราช และซารีนาแคเทอรีนมหาราช ซ่ึงไดม้ กี ารเรียกยคุ นว้ี ่า ยคุ แห่ง สมบรู ณาญาสิทธิราชย์



อยา่ งไรก็ดี ในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 19 อานาจของกษตั ริยเ์ ร่ิมถกู ตอ่ ตา้ น มกี ารเรียกรอ้ งสทิ ธิ เสรีภาพ จากการแพร่ขยายของ ลทั ธเิ สรีนยิ มและชาตนิ ยิ ม ทาให้ รปู แบบการปกครองประเทศ ตา่ งๆ มกี ารเปลี่ยนแปลงเกดิ การ ปฏวิ ัตใิ นดินแดนตา่ งๆ ทวั่ ยโุ รป

เมือ่ สงครามโลกครง้ั ที่ 1 ส้ินสดุ ลง ระบอบการปกครองแบบกษตั ริยใ์ นรสั เซีย เยอรมนี และออสเตรียก็สนิ้ สดุ ลง พรอ้ มกบั เกิดระบอบการปกครองแบบสงั คมนิยมขนึ้ ในรัสเซีย ฝรัง่ เศสไดเ้ ปล่ียนระบอบการปกครองเป็ นสาธารณรัฐ สว่ นเยอรมนแี ละออสเตรียก็มีการสถาปนาระบอบการ ปกครองแบบสาธารณรัฐ อิตาลีซึ่งมีเบนโี ต มสุ โสลนี ี (Benito Mussolini) และเยอรมนมี ีอดอลฟ์ ฮติ เลอร์ (Adolf Hitler) เป็ นผนู้ า ไดป้ ระกาศปกครองประเทศดว้ ย ระบอบเผด็จการ ฟาสซสิ ต์ (Fascism) หรอื ระบอบเผด็จการทหาร

ระบอบเผด็จการทหาร ผนู้ ามอี านาจควบคมุ ทหาร ตารวจ และเป็ นพรรค การเมอื งเดยี ว โดยประชาชน ตอ้ งจงรกั ภกั ดี มคี วาม ศรัทธา และความเชอ่ื มนั่ ใน ผนู้ า ลทั ธิฟาสซิสตจ์ ึงมสี ว่ น ทาใหเ้ ยอรมนั นฮี กึ เหิม และกอ่ สงครามโลกครง้ั ที่ 2

หลงั สงครามโลกครง้ั ที่ ๒ ระบอบการ ปกครองของยโุ รปแยกออกเป็ น 2 ระบอบ อยา่ งเดน่ ชดั ดงั นี้ 1. ระบอบประชาธปิ ไตย เป็ นระบอบท่ีเนน้ ความเป็ นปัจเจกบคุ คลนยิ ม (individualism) เหตผุ ลนยิ ม (rationalism) และเสรีภาพ (freedom) หลกั การสาคญั ของแนวความคิดประชาธิปไตย คอื สทิ ธิ เสรีภาพของประชาชน ประชาชนเป็ นท่ีมา ของอานาจอธปิ ไตย ทกุ คนมสี ิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคภายใตก้ ฎหมาย

2. ระบอบเผด็จการคอมมวิ นสิ ต์ เป็ นระบอบ การปกครองทอี่ า้ งอดุ มการณข์ องลทั ธิมากซ์ ในการสรา้ งสงั คมท่ีปราศจากชนชนั้ และมี ความเสมอภาคกนั ในดา้ นตา่ งๆ โดยชนชน้ั แรงงานเป็ นผปู้ กครองประเทศระอบเผด็จการ คอมมวิ นสิ ตม์ พี รรคการเมอื งเพียงพรรค เดียว ผนู้ าพรรคคอมมวิ นสิ ตแ์ ละผนู้ ารัฐเป็ น คนเดยี วกนั สหภาพโซเวียตเป็ นประเทศแรกที่ มกี ารปกครองในระบอบเผด็จการ คอมมวิ นสิ ตภ์ ายหลงั การปฏวิ ตั ิรสั เซียใน เดอื นตลุ าคม ค.ศ. 1917 หลงั สงครามโลก คร้ังท่ี 2 ก็มปี ระเทศอ่นื ปกครองในระบอบ เผด็จการคอมมวิ นสิ ตอ์ ีก 16 ประเทศ แตเ่ มอ่ื สหภาพโซเวียตลม่ สลายลงใน ค.ศ. 1991 ก็ เหลอื เพียงไมก่ ่ีประเทศ เชน่ จีน คิวบา เกาหลี เหนอื เป็ นตน้

สมยั โบราณ เศรษฐกิจของยโุ รปขนึ้ อย่กู บั การเกษตรตามบริเวณลมุ่ แมน่ า้ และการ คา้ ขายผลผลติ เกษตรและงานหตั ถกรรม มีการสรา้ งเมอื งท่าการคา้ เพ่ือใชข้ นสง่ สนิ คา้ สมยั กลาง เศรษฐกจิ ในชว่ ง คริสตศ์ ตวรรษท่ี 5–11 เป็ นระบบ เศรษฐกิจแบบแมนเนอร์ (Nanorial System) ซึ่งเป็ นเศรษฐกิจเกษตรกรรมแบบพึ่ง ตวั เอง สมยั ใหม่ ระบบเศรษฐกิจเป็ นแบบทนุ นยิ ม

ชาวนาสว่ นใหญ่ตา่ งสญู เสียอิสรภาพและ กลายเป็ นทาสตดิ ท่ีดิน (serf) ตอ้ งอย่ใู น สงั กดั ของขนุ นางเจา้ ของท่ีดนิ และดารงชีวิต อย่ใู นเขตแมเนอร์ (manor) ซึ่งเป็ นเขตที่ดินใน ปกครองของขนุ นาง และเป็ นท่ีเพาะปลกู และ อยอู่ าศัย โดยมเี ขตที่เป็ นท่ีตงั้ ปราสาทของ ขนุ นางเจา้ ของที่ดนิ และเขตหมบู่ า้ นซ่ึงเป็ น เขตที่อยอู่ าศัยของพวกทาสตดิ ที่ดินและ ชาวนาบางคนท่ีเป็ นเสรีชน เศรษฐกจิ ในเขตแมเนอรเ์ ป็ นเศรษฐกิจพอ เล้ยี งตนเอง (self-sufficient economy) ที่ ชาวไร่ชาวนาตา่ งประกอบอาชพี พอกินพอใช้ และผลติ สนิ คา้ เพ่ือใชเ้ องหรือแลกเปลี่ยนกนั



ในชาวยโุ รปไดส้ รา้ งนวัตกรรมการคดิ คน้ ส่ิงประดษิ ฐ์ และเทคโนโลยที ีส่ าคญั คอื การประดษิ ฐป์ ื นใหญ่ท่ี เปลีย่ นแปลงวิธีการรบ และเคร่ืองพิมพท์ ี่ผลติ หนงั สือไดม้ ากและมีราคาถกู ซึ่งสามารถกระจาย ความรไู้ ดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง ทาใหช้ าวยโุ รปหันมาสนใจ ในเรื่องตา่ งๆ รวมทง้ั ความรทู้ างวิทยาศาสตร์ กอ่ ใหเ้ กิดสมยั แหง่ การคน้ พบและการสารวจโดยคริส โตเฟอร์ โคลมั บัส (Christopher Columbus) คน้ พบทวี อเมริกาใน ค.ศ. 1492 และ วาสโก ดา กามา (Vasco da Gama) แลน่ เรือออ้ มแหลมกดู๊ โฮป (Good Hope) ใน ทวีปแอฟริกาสอู่ นิ เดียใน ค.ศ. 1498 ซึ่งนบั ว่ายโุ รป ไดเ้ ขา้ สปู่ ระวตั ศิ าสตรส์ มยั ใหม่ ทาใหว้ ฒั นธรรม ตะวนั ตกแพรก่ ระจาย มีการเผยแพร่คริสตศ์ าสนาทงั้ นกิ ายโรมนั คาทอลิกและนิกายโปรเตสแตนตอ์ ย่าง ก(Cวoา้ mงmขวerาcงiaทl Rาใeหvเo้ กluิดtiกoาnร) ปทฏ่พี ิวอ่ ัตคทิา้ เารงง่ กผาลริตคสา้ นิ คา้ จานวนมาก กอ่ ใหเ้ กิดการพฒั นาในดา้ นเศรษฐกิจท่ีมี รปู แบบตา่ งๆ มาจนถึงปัจจบุ นั ดงั น้ี

เศรษฐกิจแบบพาณิชยนยิ ม (mercantilism) เป็ น ระบบเศรษฐกิจท่เี กดิ ขนึ้ และพฒั นาพรอ้ มๆ กบั การกอ่ ตวั ของรฐั ชาติ เป็ นรปู แบบของเศรษฐกิจ คริสตศ์ ตวรรษท่ี 16-18 โดยรฐั เขา้ ควบคมุ อตุ สาหกรรมและการคา้ ภายในประเทศ สง่ เสริม การดาเนนิ ธรุ กจิ ของพอ่ คา้ การสง่ สนิ คา้ ออก และ กดี กนั การนาเขา้ สนิ คา้ จากตา่ งประเทศ ลทั ธิพาณิชยนยิ มเป็ นผลจากความเชอื่ วา่ การ ควบคมุ และการดาเนนิ ธรุ กจิ ตา่ งๆ จะทาใหร้ ฐั มนั่ คง เขม้ แข็ง ดงั นนั้ จงึ ถอื เป็ นหนา้ ท่ีและความ จาเป็ นของรัฐที่จะตอ้ งดาเนนิ การทกุ วถิ ีทางเพอื่ เป็ นเจา้ ของทรัพยากรและโภคทรพั ยต์ า่ งๆ และเขา้ ครอบครองดนิ แดนตา่ งๆ แลว้ จดั ตง้ั เป็ นอาณา นคิ ม เผยแผศ่ าสนา ทา้ ยทส่ี ดุ ก็ก่อใหเ้ กิดความ ขดั แยง้ กนั เองและเขา้ สสู่ งคราม กลายเป็ น สเชงน่ คสรางมคทรา่ีลมกุ เลจา็ดมปใี น(Sภeมู vภิenาคYอeaืน่ rๆ’ Wขaอr)งโรละกหว่าง ฝรงั่ เศสและออสเตรีย กบั องั กฤษและปรสั เซีย กอ่ ใหเ้ กดิ การรบกนั ทง้ั ในทวีปยโุ รป อเมริกา และ เอเชยี



▪ ปลายคริสตศ์ ตวรรษท่ี 18 ไดเ้ กิดแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ และการเมืองที่สาคญั คือ แนวคิด ไลสเ์ ซ-แฟร์ (laissez-faire หมายถึง ปลอ่ ยใหเ้ ป็ นเอง) และแนวคิดการคา้ เสรี (free trade) ของแอดมั สมทิ (Adam Smith) ชาวสกอต เจา้ ของ ผลงานเรื่อง The Wealth of Nations (ค.ศ. 1776) ที่ กาหนดใหอ้ ปุ สงค์ (demand) และอปุ ทาน (supply) เป็ น ตวั กาหนดกลไกของตลาด ▪ ดา้ นเศรษฐกิจนน้ั ไลสเ์ ซ-แฟร์ หมายถึง การดาเนนิ นโยบาย ภายในท่ีรฐั บาลไมค่ วรเขา้ ไปกา้ วกา่ ยกับการคา้ เป็ นธรุ กิจ ของภาคเอกชนทัง้ ในดา้ นอตุ สาหกรรมและการเงิน ระบบ เศรษฐกิจแบบเสรีนยิ มส่งเสริมใหน้ ายทนุ แขง่ ขนั กนั อยา่ ง เสรี ผบู้ ริโภคจะทาใหก้ ลไกของตลาดเคลอื่ นไหวและนาความ ม(fงัr่ eคeงั่ mมaาrสke่รู tฐั cไaดpi้ tเaกlิดismระ)บไปบทตวั่ลโาลดกกโาดรยครา้ ัฐเสใหรกีแ้ บารบสทนนุ บั นสยิ นมนุ และ ออกกฎหมายตา่ งๆ เพื่อคมุ้ ครองสทิ ธิเสรีภาพในการทา ธรุ กิจและการคา้ การครอบครองทรัพยส์ ิน และการทา สญั ญาตา่ งๆ ▪ ในโลกปัจจบุ ันระบบทนุ นยิ มและการคา้ เสรีก็ยังคงเป็ น นโยบายเศรษฐกิจท่ีสาคัญของประเทศประชาธิปไตย โดยรัฐ เขา้ มามีบทบาทในดา้ นการวางนโยบาย การควบคมุ คณุ ภาพและวิธีการผลิต ตลอดจนการดแู ลในเร่ือง สวัสดิการของผใู้ ชแ้ รงงานดว้ ย

เศรษฐกิจแบบสงั คมนิยม (socialism) เป็ นระบบเศรษฐกิจท่ีพฒั นามาจาก แนวความคดิ ทางการเมืองของคารล์ มากซ์ (Karl Marx) นกั สงั คมนยิ มท่ีมชี ่ือเสียงของ ยโุ รป เกิดขน้ึ กลางคริสตศ์ ตวรรษที่ 19 เพ่ือตอบโตก้ ารขยายตวั ของลทั ธทิ นุ นิยม และการเอารดั เอาเปรียบชนชน้ั แรงงาน เขา ตอ้ งการสรา้ งระบบเศรษฐกิจท่ีเสมอภาค คือ การยกเลิกกรรมสทิ ธ์ิทรพั ยส์ ินสว่ น บคุ คล และใหม้ ีการจดั การทางการผลติ โดย ชนชนั้ แรงงาน ซ่ึงชนชน้ั แรงงานจะใชอ้ านาจ เผด็จการในการปกครองเพ่ือผลกั ดนั นโยบายสงั คมนยิ มใหบ้ รรลผุ ลสาเร็จ

ลทั ธิมากซ์ คือ ทฤษฎี สงั คมและการเมอื งลทั ธิ มากซม์ อี ิทธพิ ลอยา่ งสงู ตอ่ ลทั ธคิ อมมวิ นสิ ต์ และยงั มอี ิทธพิ ลตอ่ วง วิชาการดา้ น เศรษฐศาสตรก์ ารเมือง

ลทั ธิมากซ์





สมยั โบราณ กรีกและโรมนั เป็ นสงั คมชนชนั้ โดยแบ่ง พลเมอื งเป็ นชนชน้ั ปกครอง ไดแ้ ก่ ผนู้ าทางการเมอื ง เชน่ กษตั ริย์ กงสลุ จกั รพรรดิ รวมถึงทหารและขนุ นาง และชนชนั้ ท่ีถกู ปกครอง ไดแ้ ก่ เสรีชนท่ีประกอบ อาชพี ตา่ ง ๆ เชน่ พอ่ คา้ เกษตรกร ชา่ งฝี มอื รวมถึง ทาส สมยั กลาง เป็ นสงั คมแมนเนอรท์ ่ีมปี ราสาทของขนุ นางเป็ นศนู ยก์ ลางชมุ ชน แบ่งออกเป็ น 2 ชนั้ คือ ชน ชน้ั ปกครองประกอบดว้ ยกษตั ริย์ ขนุ นาง และ บาทหลวง และชนชน้ั สามญั ชน สมยั ใหม่ ลกั ษณะทางสงั คมและวัฒนธรรม เจริญกา้ วหนา้ โดยเฉพาะทางความรดู้ า้ นตา่ ง ๆ มีการ ร้ือฟ้ื นวิทยาการสาขาตา่ ง ๆ ของกรีกและโรมนั ทาให้ เกดิ การปฏิวัตวิ ิทยาศาสตร์ การประดิษฐแ์ ท่นพมิ พข์ น้ึ ใชไ้ ดผ้ ลเป็ นครั้งแรกในยโุ รป เมอื่ ค.ศ. 1454 ทาใหม้ ี การอา่ นหนงั สอื กนั อยา่ งกวา้ งขวาง

ลกั ษณะทางวฒั นธรรม เป็ นวัฒนธรรมของชาวคริสต์ แบบ ประชาธปิ ไตย เพราะประชากรสว่ นใหญ่ นบั ถือศาสนาคริสต์ รกั อิสระเสรี รักการ ปกครองระบอบประชาธปิ ไตย

-ดา้ นภาษา อนิ โด-ยโุ รเปี ยน ซ่ึงแบง่ เป็ น 3 กล่มุ คอื 1. กล่มุ ภาษาเยอรม์ านกิ (ตวิ โตนกิ ) ใชก้ นั ในกล่มุ สแกนดเิ นเวีย เนเธอรแ์ ลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย ไอรแ์ ลนด์ สหราชอาณาจกั ร และบางสว่ นของ สวิตเซอรแ์ ลนด์ เบลเย่ียม 2. กลมุ่ ภาษาโรแมนซ์ หรือกลมุ่ ภาษาละตนิ ใชก้ นั ใน อติ าลี สเปน ฝรงั่ เศส โปรตเุ กส และโรมาเนยี 3. กลมุ่ ภาษาสลาวิก (สลาฟ) ใชก้ นั ในภาคกลางและ ภาคตะวันออกของยโุ รป ในคาบสมทุ รบอลขา่ น และ สหพนั ธรัฐรสั เซีย ศาสนา

-ดา้ นศาสนา ชาวยโุ รปสว่ นใหญ่นบั ถอื ศาสนาคริสต์ ซึ่ง แบ่งออกเป็ น 3 นกิ าย คือ 1. โรมนั คาทอลกิ เป็ นศาสนาของผใู้ ชภ้ าษา ละตนิ เชน่ ในเบลเย่ียม ฝรงั่ เศส โปรตเุ กส อิตาลี ออสเตรีย สโลวกั เช็ก และโปแลนด์ 2. กรีกออรโ์ ธดอกซ์ นบั ถอื ศาสนาในกรีซ และยโู กสลาเวีย 3. โปรเตสแตนด์ นบั ถอื กนั ใน สแกนดเิ นเวีย เอสโทเนยี แลตเวยี เนเธอรแ์ ลนดส์ หราช อาณาจกั ร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook