โรงเรยี นรำชประชำนเุ ครำะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหม่ 1.ขอ้ มูลทว่ั ไป 1.1 ชือ่ สถานศึกษา โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชยี งใหม่ ตงั้ อยูเ่ ลขท่ี 99 หมู่ 10 ตาบลชา่ งเค่ิง อาเภอแมแ่ จ่ม จังหวัดเชยี งใหม่ 50270 โทรศพั ท์ 053 – 106933 โทรสาร 053 – 106933 E-mail :[email protected] Website:http:www.rpk31school.ac.th สังกดั สานักบรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 1.2 เปิดสอน ตง้ั แต่ระดับ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 1.3 มีเขตพนื้ ท่บี ริการ 6 อาเภอ ของจังหวัดเชียงใหม่ ไดแ้ ก่ เขตพืน้ ท่บี รกิ ารการรบั นักเรียน ลำดบั เขตพ้ืนที่บรกิ ำร เขตพนื้ ท่ีกำรศกึ ษำ จังหวัด อำเภอ สพม. สพป. 1 เชยี งใหม่ อาเภอแมแ่ จม่ สพม.34 สพป.เชียงใหม่ 4 อาเภอจอมทอง สพป.เชียงใหม่ 5 สพป.เชยี งใหม่ 6 อาเภอฮอด อาเภออมกอ๋ ย อาเภอดอยเตา่ อาเภอดอยหล่อ 1.4 ประวัตขิ องโรงเรยี น โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโรงเรียนในสังกัดสานักบริหารงาน การศึกษาพิเศษ ตง้ั อยเู่ ลขท่ี 99 หมู่ 10 ตาบลช่างเคงิ่ อาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ดาเนนิ การภายใต้ การประสานงานระหว่างมูลนธิ ริ าชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถมั ภก์ ับสานกั บริหารงานการศึกษา พิเศษ กระทรวงศกึ ษาธิการ สภำพทำงภูมิศำสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่ ต้ังอยู่บนเทือกเขา อินทนนท์บนพื้นท่ี 226 ไร่สภาพท่ีต้ังเป็นที่สูงแยกจากถนนซ่ึงเคยเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในอดีต ปัจจุบันเป็นเส้นทางสัญจรระหว่างอาเภอแม่แจ่มไปยังท้องที่ใกล้เคียงสามารถเดินทางได้ทุกฤดูกาล มีอากาศเย็นสบายตลอดปี สภาพอากาศในแต่ละฤดไู มม่ ีความแตกตา่ งกันเทา่ ใดนัก ในฤดรู อ้ นกไ็ ม่รอ้ นอบ อ้าวจนเกินไป เพราะมีต้นไม้ข้ึนอยู่หนาแนน่ และอยู่ติดกับแนวป่าซ่ึงเช่ือมต่อกับดอยอินทนนท์ซ่งึ มีความ อุดมสมบูรณ์ และมีความช่ืนสูงสามารถทากิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ เส้นทางท่ีจะเข้าสู่โรงเรียนมี 2 สาย คือสายอนิ ทนนทแ์ ละสายอาเภอฮอด โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหม่ ห่างจาก
ตัวอาเภอแม่แจ่ม 7 กโิ ลเมตร มีแหล่งนา้ ธรรมชาติ จากลาห้วยเหนือหมู่บ้านซ่ึงไหลมาจากเทือกเขาถนน ธงชัย สามารถนามาอปุ โภคและบรโิ ภคได้ หมู่บ้ำนที่ใกล้เคียง จะมีหมู่บ้านแม่ปาน หมู่บ้านสันเก๋ียง หมู่บ้านห้วยริน ประชากรส่วนใหญ่จะ ประกอบอาชีพทานา ทาสวน ทาไร่ข้าวโพด ปลูกถ่ัวเหลือง ประกอบการค้าขนาดเล็ก บริการสินค้าใน หมู่บ้านในการยังชีพ การดาเนินงานในระยะเร่ิมแรกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ มอบหมายใหก้ รมสามัญศึกษาโดยสานกั งานสามัญศกึ ษาจงั หวดั เชียงใหม่ ดาเนินการขอใช้พื้นท่ีป่า เส่ือมโทรมกับกรมป่าไม้และได้รับอนุญาตให้ใช้พ้ืนที่ป่าจานวน 226 ไร่ สาหรับก่อสร้างโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งโรงเรยี นราชประชานุ-เคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 เดอื นกันยายน พ.ศ. 2541 เป็นโรงเรยี นประเภทศกึ ษาสงเคราะห์ เป็นโรงเรียนแบบประจา รับนกั เรยี น ต้ังแต่ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 รับเด็กนักเรียนที่ยากไร้ทางเศรษฐกิจด้อย โอกาสทางการศกึ ษาทางสังคม และทางภมู ิศาสตร์ แผนทโ่ี รงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่ ล
1.5 ขอ้ มูลนักเรยี น (จานวนนกั เรียนจาแนกตามระดบั ชั้นทเี่ ปิดสอน) ระดบั ชั้น หอ้ งเรียน เพศ รวม ชำย หญิง ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 1 34 7 ประถมศึกษาปีท่ี 2 1 88 16 ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 1 55 10 ประถมศึกษาปีท่ี 4 1 66 12 ประถมศึกษาปที ่ี 5 1 6 13 19 ประถมศกึ ษาปีที่ 6 1 5 10 15 รวมจำนวนนักเรียนชั้นประถมศึกษำ 6 33 46 79 มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 5 67 86 153 มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 5 39 91 130 มัธยมศึกษาปที ี่ 3 5 31 94 125 รวมจำนวนนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษำตอนต้น 15 137 271 408 มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 5 34 117 151 มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 5 16 105 121 มธั ยมศึกษาปีที่ 6 5 16 83 99 รวมจำนวนนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษำตอนปลำย 15 66 217 371 รวมจำนวนนกั เรียนทง้ั ส้นิ 36 236 534 858 1.6 ขอ้ มลู บคุ ลากร (จานวนบุคลากรจาแนกตามประเภท/ตาแหนง่ และวฒุ กิ ารศกึ ษา) ประเภท/ตำแหนง่ ต่ำกวำ่ จำนวนบคุ ลำกร (คน) ปริญญำเอก รวม ปรญิ ญำตรี ปริญญำตรี ปรญิ ญำโท 1 1. ผ้บู รหิ ำรสถำนศกึ ษำ 1 2 - ผ้อู านวยการ - -1- 32 - รองผูอ้ านวยการ - -1- 39 รวม - - 2 - - 2. สำยงำนกำรสอน 18 89 - ข้าราชการครู - 25 7 - - พนกั งานราชการ - 39 - - - พนกั งานจ้าง ---- - อ่ืน ๆ (ลกู จา้ งช่วั คราว) 16 2 - - รวม 16 66 7 -
2.นวัตกรรม 2.1 ชื่อนวตั กรรม นวตั กรรมการพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนนกั เรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1- 6 โดยใชโ้ มเดลการจัดการเรยี นร้ใู นรปู แบบโรงเรียนเลก็ ในโรงเรยี นใหญ่ 3R2A เพือ่ แกไ้ ขปญั หาการอา่ น ออกเขยี นได้ คดิ เลขเปน็ คดิ วเิ คราะหไ์ ด้และกลา้ แสดงออก ซึ่งถือว่าเป็นนวตั กรรมทท่ี าให้การจัดการเรยี นการ สอน 2.2 ประเภทนวัตกรรม กลุ่มที่ 3 นวัตกรรมการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนา ทักษะการคิด วิเคราะห์ และการส่ือสาร คานิยาม:แนวคิด วิธีการ กระบวนการ ส่ือการเรียนการสอน หรือการบริหารจัดการรปู แบบใหม่ มุ่งเน้นการ คดิ วเิ คราะห์ การอา่ น การเขยี น การสือ่ สาร และนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั 2.3 กลุม่ เปำ้ หมำย ดาเนินการนวัตกรรมการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1- 6 โดยใช้โมเดลการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบโรงเรียนเล็กในโรงเรียนใหญ่ 3R2A เพ่ือแก้ไขปัญหาการอ่าน ออกเขียนได้ คิดเลขเป็นคิดวิเคราะห์ได้และกล้าแสดงออกโดยมีกลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในกระบวนการวิจัยและ พัฒนาเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี1-6 ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 อาเภอแม่แจ่ม จังหวัด เชียงใหม่ สานกั บริหารงานการศกึ ษาพิเศษ จานวน 87คน 2.4 สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ข้อที่ 1 คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา ของผู้เรยี นรวมทั้งเพื่อดาเนินการใหม้ กี ารขยายผลไปใชใ้ นการศกึ ษาข้ันพื้นฐานอน่ื 2.5 ควำมจำเปน็ ในกำรพัฒนำนวัตกรรม สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานได้ตระหนักถงึ ภารกิจท่ีสาคัญในการพฒั นาประชากร ของชาติให้ เปน็ “คนไทยในอนาคตจะต้องมีความพร้อมท้ังกาย ใจ สติปัญญา มพี ัฒนาการทดี่ รี อบด้านและ มสี ขุ ภาวะที่ดี ในทกุ ชว่ งวยั มีจิตสาธารณะ รับผดิ ชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยสั ถ์ อดออม โอบออ้ มอารี มวี นิ ัย รักษา ศีลธรรม และเปน็ พลเมืองดีของชาติ มหี ลกั คิดท่ีถกู ตอ้ ง มที กั ษะทจี่ าเปน็ ในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสือ่ สาร ภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถ่ิน มนี สิ ยั รักการเรียนรแู้ ละการพัฒนาตนเองอยา่ งตอ่ เนื่อง ตลอดชวี ิต สู่ การเป็นคนไทย ที่มที กั ษะสงู เป็นนวัตกร นกั คิด ผปู้ ระกอบการ เกษตรกรยคุ ใหมแ่ ละอืน่ ๆ โดยมีสัมมาชีพตาม ความถนดั ของตนเอง” นโยบายสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 โดย ทาการศึกษา วิเคราะห์ นโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของรัฐบาลจากยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561- 2580) ซ่ึงจะต้องนาไปสู่การปฏิบัติเพ่ือให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มีความม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง” แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2565) ได้กาหนดทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ในระยะ 5 ปี ด้านการศึกษาไว้ ดังน้ี 1) ให้มีการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มี คณุ ภาพ เท่าเทยี ม และทว่ั ถงึ 2) การพัฒนาศักยภาพคนในทุกช่วงวัยใหส้ นับสนนุ การเจรญิ เติบโตของประเทศ และ 3) การพัฒนาผลิต ภาพแรงงาน เป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพฒั นา กาลังคนและแรงงาน แผนการ ศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ซ่ึงแนวคิดการจัดการศึกษา โดยยึดหลัก สาคัญในการจัดการศึกษา ประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) หลักการ จัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและท่ัวถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วนของสังคม (All for Education) อีกท้ังยึด ตามเป้าหมายโลกเพ่ือการพัฒนาที่ย่ังยืน (Sustainable Development Goals: SDGs, 2030) ประเด็น
ภายในประเทศ (Local Issues) เช่น คุณภาพของคนทุกช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของ ประเทศ ความเหลือ่ มล้าของการกระจายรายได้ และวกิ ฤตดิ า้ นส่ิงแวดลอ้ ม โดยนายุทธศาสตรช์ าติ (National Strategy) และมุ่งพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ให้มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มีความเป็นเลิศ ด้าน วิชาการ ดังน้ี 1) ร้อยละของผู้เรียนระดับปฐมวัย ได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา และมีความพร้อมท่ีจะเข้ารับการศึกษาในระดับที่สูงข้ึน 2) ร้อยละของผู้เรียนระดับการศึกษาข้ัน พ้ืนฐานได้รับการพฒั นารา่ งกายจิตใจ วินยั อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา มีพัฒนาการท่ดี ีรอบด้าน 3) รอ้ ยละ ของผเู้ รียนทีอ่ า่ นออกเขยี นได้ คิดเลขเป็น และมีนสิ ัยรักการอ่าน 4) ร้อยละของผู้เรียนท่ีมีทักษะการคิด วิเคราะห์ 5) ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านการประเมินสมรรถนะท่ีจาเป็น ด้านการรู้เร่ืองการอา่ น (Reading Literacy) 6) ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านการประเมินสมรรถนะท่ีจาเป็นดา้ น การรเู้ รือ่ งคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) 7) ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านการประเมินสมรรถนะท่ีจาเป็นด้านการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์(Scientific Literacy) 8) ร้อยละของผ้เู รยี นท่มี ที กั ษะสอ่ื สารอังกฤษ และสือ่ สารภาษาที่ 3 ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ 9) ร้อยละของผู้เรียนท่ีมีทักษะด้าน Digital Literacy ในการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 10) ร้อยละของ ผู้เรยี นที่มีความรแู้ ละทักษะในการปอ้ งกนั ตนเองจากภยั คุกคามรูปแบบใหม่11) ร้อยละของผเู้ รยี นที่มีคะแนน ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มากกว่าร้อยละ 50 ในแต่ละวิชาเพ่ิมขึ้นจากปี การศึกษาทผ่ี ่านมา 12) รอ้ ยละ 60 ของผูเ้ รยี นระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีสมรรถนะการเรียนรู้เร่ืองการอ่าน ต้ังแต่ระดับข้ันพ้ืนฐานขึ้นไป (ระดับ 2) ตามแนวทางการประเมิน PISA13) ร้อยละ 80 ของผู้เรียนท้ังหมด ได้รับการประเมนิ ทกั ษะการคดิ แก้ปญั หาตามแนวทางการประเมนิ PISA จากท่ีกล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันต้องอาศัยทักษะการเรียนร้ใู น ศตวรรษที่ 21 ท่มี คี วามเปน็ เลศิ ตอ้ งมุ่งพัฒนาให้ผเู้ รยี นอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเปน็ คดิ วิเคราะห์ไดแ้ ละกล้า แสดงออก ดังนั้นภารกิจของครูก็คือการจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสาคัญสอนให้นกั เรียนคิดเปน็ ทาเป็น แก้ปัญหาเป็น และมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาท่ีเรยี น คือ ครูต้องเตรียมการสอนทั้งเน้ือหาและวิธีการ ต้องจัด สิง่ แวดล้อมและบรรยากาศท่ปี ลกุ เร้าจูงใจ และเสริมแรงใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การเรยี นรู้ เอาใจใส่ผ้เู รยี นเป็นรายบุคคล และแสดงความเมตตาตอ่ ผเู้ รยี นอย่างทว่ั ถงึ จดั กิจกรรมและสถานการณ์เพ่อื ส่งเสริมให้ผ้เู รยี นได้แสดงออกและ คดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ สง่ เสริมให้ผู้เรียนฝึกคิด ฝกึ ทา และฝึกปรับปรงุ ตนเอง สง่ เสริมกิจกรรมแลกเปล่ียนเรียนรู้ จากกลุ่ม พร้อมท้ังสังเกตส่วนดีและปรับปรุงส่วนด้อยของผู้เรียน ใช้สื่อการสอนเพื่อฝึกการคิด การแก้ปัญหา และการค้นพบความรู้ ใชแ้ หล่งเรยี นรูท้ ่ีหลากหลาย เชื่อมประสบการณ์กบั ชวี ิตจรงิ ฝึกฝนกริ ิยามารยาทและ วินัยตามวิถีวัฒนธรรมไทย สังเกตและประเมินพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง (สานักงานคณะกรรมการ การศึกษาแห่งชาติ, 2543 : 29 -31) ดงั นน้ั จะเห็นไดว้ า่ ทักษะการเรยี นรู้ในเรื่องการอ่านออกเขียนได้ คดิ เลขเปน็ คิดวิเคราะห์ได้และกล้า แสดงน้ันมีความสาคัญและถือว่าเปน็ ปัญหาหลักที่เกิดขึ้นกับนักเรยี นระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1-6 โรงเรยี น ราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหม่ เป็นเวลา 10 ปี เนอื่ งจากนักเรยี นสว่ นใหญ่เปน็ ชนชาติพนั ธุ์ชนเผ่า ประกอบกบั นกั เรียนทเ่ี ขา้ มาเรียนในระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 1 ไม่ได้ผา่ นการเรยี นในระดบั ปฐมวยั ซงึ่ เปน็ ระดับ เตรียมการเรียนรู้ที่สาคัญ ทาให้การเรียนรู้ค่อนข้างช้าในระยะเริ่มแรก และหากอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ การ
ดาเนินการในเร่ืองของการคิดเลขเป็นและคิดวิเคราะห์ก็ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลต่อทักษะใน เรอื่ งความกลา้ แสดงออกและความเช่ือมั่นในตนเองของผเู้ รียนดว้ ย จากปัญหาทเ่ี กิดขน้ึ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหม่ได้ดาเนนิ การสรา้ งนวัตกรรม การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนนักเรยี นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6 โดยใชโ้ มเดลการจดั การเรียนรู้ใน รปู แบบโรงเรยี นเล็กในโรงเรียนใหญ่ 3R2A เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาการอ่านออกเขยี นได้ คดิ เลขเป็นคิดวิเคราะห์ได้ และกล้าแสดงออก ซึ่งถือว่าเป็นนวตั กรรมท่ีทาให้การจัดการเรียนการสอนในการแก้ปัญหาข้างต้นพัฒนากา้ ว กระโดดในปีการศึกษา 2562 ทผี่ ่านมา 3. กำรดำเนินงำนนวัตกรรม การดาเนินงานและการพัฒนานวัตกรรม (Research and Development) เป็นการกาหนดลาดับ ข้ันการปฏิบตั กิ ารวจิ ยั ซึง่ มกี ารกาหนดลาดับขนั้ ตอนการวจิ ยั และการพัฒนานวัตกรรม ดังน้ี ข้ันท่ี 1 การศึกษาค้นคว้าและการสังเคราะห์ ขอ้ มลู ทเ่ี กีย่ วข้อง ขั้นที่ 2 การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน นักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1- 6 โรงเรียนราช ประชานุเคราะห์ 31จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้โมเดลการ จัดการเรียนการสอนโรงเรียนเล็กในโรงเรียนใหญ่ 3R2A เพื่อแก้ไขปัญหาการอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็นคิด วเิ คราะหไ์ ด้และกล้าแสดงออกดังน้ี 3R คอื Reading-อ่านออก, (W)Riting-เขยี นได้, (A)Rithenmatics-คดิ เลขเป็น 2A คอื Analytical-คดิ วเิ คราะห์ Assertive-กล้าแสดงออก Reading-อำ่ นออก (W)Riting-เขยี นได้ ประกอบด้วยกิจกรรม 1.1 ครดู มี ีสระ เป็นกิจกรรมที่คณะครูกลุ่มบริหารงานประถมทุกคนจานวน 12 คนจะ ดาเนินการเป็นครูสระภาษาไทยในการได้รับมอบหมายในการนาสระไปประสมกบั พยัญชนะ วรรณยุกต์ต่างๆในการฝึกนักเรียนท่ีมีปัญหาอ่านออกเขียนได้ โดยใน 3 เดือนแรกจะมีการประเมินนกั เรียน 1 ครั้งอันจะทาให้คณะครูและนักเรียนต้ังใจใน การดาเนนิ การเรยี นรรู้ ่วมกนั ทกุ สัปดาห์จะมีการทา PLC ร่วมกันของคณะครเู พื่อหา ขอแก้ไข ปรับปรงุ อกี ครง้ั
1.2 กิจกรรมภำษำไทยวนั ละคำ เปน็ กิจกรรมทอี่ าศยั ทักษะการฟัง การพดู การอา่ น การเขยี น มคี วามสาคญั อย่างย่ิงในการเรียนรู้ ซ่ึงหากนักเรียนไม่มีทักษะในการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน ไม่เป็นและไม่ถูกต้อง นักเรียนจะไม่ประสบ ผลสาเร็จในการเรียน ซ่ึงจะส่งผลไปถึงการประกอบอาชีพในอนาคตจึง ได้ดาเนินการจัดกิจกรรม “ ภาษาไทยวันละคา ” ขึ้นมาให้กับนกั เรียน ทกุ คนทุกชนั้ เรียนไดเ้ กิดการเรียนร้อู ย่างมีประสิทธิภาพ วตั ถปุ ระสงค์ ๑.เพ่ือใหน้ ักเรยี นมีทักษะในการฟงั พูด อ่าน เขียน ภาษาไทย ๒. เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นมคี วามมนั่ ใจในการใชภ้ าษาไทย ๓. เพอื่ ให้นักเรยี นร้จู ักความหมายของคาศพั ทภ์ าษาไทยมากขึน้ และนาความร้ทู ไ่ี ดร้ ับไปประยกุ ต์ใช้ ในชวี ิตประจาวันได้อยา่ งถกู ต้อง เปำ้ หมำย นกั เรยี นระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1- 6 โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 วิธดี ำเนินกำร ๑. ดาเนินการจัดกิจกรรมภาษาไทยวันละคา ดังนี้ ๑.๑ ครูและนักเรยี นท่ีเปน็ ผู้นาด้านการอา่ นจดั เตรียมคาศัพทท์ ่จี ะ นาเสนอ ๑.๒ นักเรียนทเ่ี ปน็ ผนู้ าด้านการอ่านนาเสนอคาศัพทห์ ลังกจิ กรรมหน้า เสาธงของทกุ วนั ๑.๓ ครูทรี่ ับผิดชอบกิจกรรมอธบิ ายความร้เู พ่ิมเตมิ ๒. นักเรยี นเขยี นคาศพั ทท์ ี่นาเสนอลงในสมดุ ๓. ครูประจาช้ันตรวจสอบความถกู ต้อง ตวั ชวี้ ัดควำมสำเร็จ ๑. นักเรียนร้อยละ ๗๐ มีทักษะในการฟงั พดู อ่าน เขียน ภาษาไทย ๒. นกั เรียนร้อยละ ๗๐ มคี วามมัน่ ใจในการใช้ภาษาไทย ๓. นกั เรยี นรอ้ ยละ ๗๐ รูค้ วามหมายของคาศัพท์ภาษาไทยและความรูท้ ี่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน ชวี ติ ประจาวนั ไดถ้ กู ตอ้ ง
1.3 อำขยำนพำเพลนิ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมท่ีต้องดาเนนิ การตามบทท่องจาการเล่า กาสวด เร่ือง นิทาน ซ่ึง-เป็นการ ท่องจาข้อความหรอื คาประพันธ์ทช่ี อบ บทร้องกรองทีไ่ พเราะ โดยอาจตดั ตอนมาจากหนังสือวรรณคดเี พ่ือให้ ผู้ท่องจาได้ และเห็นความงามของบทร้อยกรอง ท้ังในด้านวรรณศิลป์ การใช้ภาษา เนื้อหา และวิธีการ ประพันธ์ สามารถนาไปใช้เปน็ แบบอย่างในการแต่งบทร้อยกรอง หรอื นาไปใช้เปน็ ข้อมลู ในการอา้ งอิงในการ พดู และการเขียนไดเ้ ปน็ อย่างดี หลักกำรทอ่ งบทอำขยำน การท่องบทอาขยานส่วนใหญเ่ ปน็ การท่องออกเสยี ง คือ นักเรียนตอ้ งทอ่ งเปลง่ เสียงออกมาดังๆ ในขณะท่ใี ชส้ ายตากวาด ไปตามตัวอักษร ยดึ หลกั การออกเสียงเหมอื นหลักการอ่านท่ัวไป เพ่ือใหก้ ารออกเสยี งมปี ระสทิ ธิภาพ นกั เรียนตอ้ งฝกึ ฝนดังน้ี ๑. ฝึกเปลง่ เสียงให้ดงั พอประมาณ ไมต่ ะโกน ควร บังคบั เสยี ง เน้นเสียง ปรบั ระดบั เสยี งสงู - ต่า ให้สอดคลอ้ งกับ จังหวะลลี า ท่วงทานอง และความหมายของเนอ้ื หาท่ีอา่ น ๒. ท่อง ดว้ ยเสียงที่ชัดเจน แจ่มใส ไพเราะ มกี ระแส เสียงเดียว ไมแ่ ตกพรา่ เปล่งเสียงจากลาคอโดยตรงด้วยความมน่ั ใจ ๓. ทอ่ ง ออกเสียงให้ถกู อกั ขรวิธหี รอื ความนยิ ม และตอ้ งเข้าใจเนือ้ หาของบทอาขยานนี้กอ่ น ๔. ออกเสียง ร ล คาควบกลา้ ให้ถกู ตอ้ งชดั เจน ๕. ทอ่ ง ให้ถูกจงั หวะและวรรคตอน ๖. ท่องให้ไดอ้ ารมณ์และความรู้สึกตามเนือ้ หา กำรท่องบทอำขยำนเป็นทำนองเสนำะ การท่องบทอาขยานเป็นทานองเสนาะช่วยให้บทอาขยานนั้นมี ความไพเราะ ผู้ท่อง เกิดความสนใจจดจาบทอาขยานได้ดี และสนุกสนาน ย่ิงขนึ้ การฝกึ อ่านทานองเสนาะมีข้ันตอน ดังนี้ ๑. ทอ่ ง เปน็ ร้อยแก้วธรรมดาให้ถูกต้องชัดเจน ตามอกั ขรวิธกี อ่ น ทั้ง ร , ล ตวั ควบกลา้ อา่ นออกเสียงใหต้ รงตามเสียงวรรณยกุ ต์ ๒. ทอ่ งให้ถกู จงั หวะวรรคตอน การอา่ นผิดวรรคตอนทาใหเ้ สยี ความ ๓. ท่องให้สัมผสั คล้องจองกันเพ่อื ความไพเราะ ๔. ท่องใหถ้ ูกทานองและลีลาของคาประพันธ์แตล่ ะชนดิ คาประพนั ธ์แตล่ ะชนดิ จะมีบงั คับจานวนคา สมั ผสั หรือคาเอก คาโท แตกตา่ งกนั การอ่านทานองเสนาะจึงต้องอา่ นให้ถกู ท่วงทานองและลีลาของคา ประพันธแ์ ต่ละชนิด ๕. ทอ่ งโดยใช้นา้ เสียงใหเ้ หมาะสมกับเนื้อหาและอ่านพยางค์สดุ ท้ายของวรรคดว้ ยการทอดเสียง แล้ว ปล่อยให้หางเสยี งผวนขน้ึ จมกู
ประโยชนแ์ ละคณุ คำ่ ของกำรทอ่ งบทอำขยำน ๑. ฝึกความจา ซึ่งเปน็ สง่ิ สาคัญย่ิง เพราะมนษุ ย์ตอ้ งอาศยั ความจา เพ่อื เป็นเคร่อื งมอื ในการคดิ วิเคราะห์คดิ สังเคราะห์ ๒. เปน็ การฝกึ วินยั เพราะการจะท่องใหจ้ าไดต้ ้องมีวนิ ัย หมั่นฝึก หมั่นท่องอยูเ่ สมอ ๓. เป็นการใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ ๔. อนุรกั ษ์วฒั นธรรมไทย ทางด้านภาษาใหค้ งอยู่ตลอดไป ๕. ไดร้ บั คติสอนใจจาก บทคาประพันธ์ตา่ งๆ ท่ีทอ่ ง ๖. ทาใหเ้ ป็นคนอารมณ์ดี จากความงามของบทประพนั ธท์ ่ที อ่ ง ๗. เพอื่ ตระหนักในคณุ คา่ ของภาษาไทย และซาบซง้ึ ในความไพเราะของบทรอ้ ยกรอง ๘. เพื่อใหเ้ กิดความภาคภมู ิใจในความสามารถของกวีไทย ๙. เพอ่ื เป็นพนื้ ฐานในการแต่งคาประพันธ์ ๑๐. เพอ่ื ใชเ้ ปน็ สอื่ ถา่ ยทอดคุณธรรมจริยธรรม และนาขอ้ คดิ ที่เป็นประโยชนไ์ ปใช้ใน 1.4 เร่ืองเลำ่ เช้ำนี้ กิจกรรม เรื่องเล่าเช้าน้ี นักเรียนระดับชั้น ป. 1 – ป.6ดาเนินการหมุนเวยี นในการเล่าเร่ืองราวทุก วนั พฤหสั บดี ปีการศกึ ษา 2562 โดยมวี ัตถุประสงค์ ดงั นี้ ๑. ฝึกทกั ษะการอ่านออกเสยี ง ๒. นักเรียนสามารถเล่าเรื่องราวและเหตุการณ์ใน ชีวิตประจาวัน ท้ังท่ีเป็นความรู้ และความบันเทิง ที่เกิดข้ึนในท้องถิ่น ประเทศ อาเซยี น และสากลได้ ๓. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ วิจารณ์เรื่องราวที่ฟังและดไู ด้ อย่างมีเหตุผล เพ่ือนาข้อคิดมาประยุกต์ใช้ใน การดาเนินชีวิต กลุ่มเป้าหมาย นักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1-6 วธิ ดี ำเนนิ กจิ กรรม ๑. ประชุมคณะครู ภายในโรงเรียน ช้ีแจงรายละเอียดเกี่ยวกับ แผนงาน /โครงการและกาหนดครู ท่รี ับผิดชอบกิจกรรม ๒. นักข่าวรุ่นเยาว์แต่ละช้ันดาเนินการเล่าเหตุการณ์วันละ 2 คน กอ่ นเข้าเรยี นชว่ั โมงเรยี นแรก โดยเร่อื งราวตอ้ งระบวุ ่า ใคร+ทาอะไร+ ที่ไหน+เมื่อไร+อยา่ งไร+ ๓. นักเรียนและคณะครูรว่ มกนั วิพากษ์ในเร่อื งราวน้นั ๆ
1.5 เขยี นตำมคำบอก กิจกรรม การเขียนตามคาบอกช่วยทาให้ ความจาในระยะเวลาส้ัน ๆ ได้ดีขึ้น ช่วยในการเพิ่ม ทักษะการฟัง ซึ่ง แบบฝึกหัดการเขียนตามคาบอก ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะก่อนการเรียนเขียนตามคา บอกได้ และ การแก้ไขคาผิดจากแบบฝึกหัดท่ีเขียน ตามคาบอกเป็นการตรวจความเข้าใจในเนื้อเรื่องที่ เขียนได้ดีขน้ึ โดยการตรวจสอบการเขียนด้วยตนเอง โดยมคี ณะครเู ปน็ ผตู้ รวจสอบร่วมดว้ ย 1.6 มมุ กล้องเลำ่ เร่ือง เป็นกิจกรรมการนาคามาแต่งเป็นประโยคสื่อสารรูปหรือเหตุการณ์จริง เช่น ใคร+ทาอะไร+ท่ไี หน+เมอ่ื ไร+อยา่ งไร+ผลเปน็ อย่างไร โดยการถ่ายภาพตามจุด ต่างๆในโรงเรียนและชุมชนแล้วนามาเขียนเป็นเรื่องราวร่วมกันฝึกให้นักเรียน สามารถเรียบเรียงและเขียนเรียงความ เรื่องราวต่างๆได้อย่างสมเหตุ สม ผล 2.(A)Rithenmatics-คดิ เลขเปน็ ประกอบด้วย 2.1 กจิ กรรมปงิ โกสตู รคูณ เป็นกิจกรรมท่ีสรา้ งแรงบนั ดาลใจในการ เรียนวิชาคณิตศาสตร์ท่ีสนุกสนาน โดยนักเรียนมี ความสุขในการท่องสูตรคูณทุกวันหลังเลิกเรียน ในรูปแบบที่หลากหลายอาทิเช่นทองรายบุคคล จับคู่บัดดี้ใช้ตารางสูตรคูณหรรษาในการท่องสูตร คูณ
2.2 ตลำดนดั จัดเลข เมอ่ื นกั เรียนเกิดแรงบนั ดาลใจในการเรียนวชิ าคณิตศาสตรแ์ ลว้ ไดต้ ง้ั ฐานสถานการณ์จาลองให้ผู้เรียน ฝึกแต่งโจทย์ปัญหาและวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหาในรปู แบบตลาดนัดโดยมีการใช้ส่ือธนาบัตรและเหรียญกษาปณ์ ในการดาเนินการซ้ือขายแลกเปลี่ยนจริงซึ่งกิจกรรมน้ีทาให้นัก เรียนสามารถกาหนดโจทย์และวางแผนหา คาตอบได้ดว้ ยตนเอง ครูผสู้ อนเป็นเพียงผูอ้ านวยการกจิ กรรมและรว่ มสรุปผลในวิธกี ารเขยี นตอบในรูปประโยค สัญลกั ษณ์ใด คาตอบทไ่ี ด้คอื อะไร พรอ้ มกบั รปู แบบและวธิ กี ารใน การตรวจคาตอบและมีการให้นักเรียนจับคู่การต้ังโจทย์ปัญหา และค้นหาคาตอบจากโปรชวั ร์การขายสินค้า ตา่ งๆด้วย 2.3 เกมคณติ คดิ เร็ว ครูผู้สอนเตรียมแบบฝึกทักษะคิดเลขเร็วเก่ียวกับการบวก การลบการคูณและการหารตามระดับชั้นตามความสามารถของกลุ่ม ผู้เรียน ให้ผู้เรียนฝึกทาโจทย์วันละอย่างน้อย 10 ข้อโดยมีการจับ เวลา ครูผ้สู อนต้องตรวจสอบความถกู ต้องตามเวลาที่กาหนด ซึง่ วธิ นี ี้ ทาใหน้ ักเรียนมกี ารฝึกความแมน่ ยาในการคานวณและชืน่ ชอบในการ เรยี นวิชาคณิตศาสตร์ 3. 2A คือ Analytical-คิดวเิ ครำะห์ Assertive-กลำ้ แสดงออก 3.1 กจิ กรรม จำลอง ประลองคดิ เป็นกิจกรรมท่ีนามาเป็นวิธีการแก้ปัญหาในเร่ืองการคิดวิเคราะห์และใช้เป็นกิจกรรมการจัดการ เรียนการสอนหลักในระดับชั้นประถมศึกษาโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ให้ ความสาคัญกบั การให้นักเรยี นคิดวิเคราะห์และแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหนา้ โดยมีเทคนคิ วิธกี ารดงั นี้ 1. ระบุปัญหาหรือข้อมูลท่ีต้องการวเิ คราะห์ให้ชัดเจน ระบุปัญหา ต่างๆ ร่วมกันโดยให้นักเรียน ฝึกสังเกตในเหตุการณ์ ตา่ งๆร่วมกนั ใหร้ ะบปุ ญั หาที่เกดิ ขึน้ โดยใช้ระบบของทีม เพ่อื ใหเ้ กดิ การยอมรับ แลกเปล่ยี นเรียนร้รู ว่ มกนั 2. รวบรวมและประมวลผลขอ้ มูล เม่ือทาการระบุปัญหาเรียบร้อยแล้วจะเข้าสู่การรวบรวมและการ ประมวลผลในการคิดวเิ คราะห์เรียงลาดับปญั หาทสี่ าคัญอันจะเกิดผลกระทบ ทแี่ ตกต่างกนั ไป
3.พัฒนาแนวทางการแก้ปญั หาทีเ่ ปน็ ไปได้ เมื่อรวบรวมและประมวลผลเรียบร้อยแล้วเข้าสู่การหา รูปแบบและวิธีการแก้ไขปัญหาร่วมกันในทิศทางที่จะเป็นไปได้ โดยให้ นักเรียนทกุ คน มีบทบาทมีส่วนร่วม เท่าเทยี มกัน 4. นาแนวทางการแก้ปญั หาไปทดสอบ นาแนวทางท่ีได้ไปทดสอบในการแก้ไขปัญหาแก้ไข โจทยป์ ญั หาต่างๆ รวมกนั 5. เลือกแนวทางท่ีดที ส่ี ุดไปดาเนินการใช้ ใช้ระบบทีม ในการ คิดวิเคราะห์ ในการเลือกวธิ ีการ แก้ไขปญั หาทด่ี ที ีส่ ุด ทเ่ี กิดประสทิ ธภิ าพในการทางานมากที่สุด 3.2 กิจกรรม Class Project คือกระบวนการเรียนการสอนในรูปของโครงงานไม่วา่ จะ เป็นโครงงานคุณธรรม โครงงานห้องเรียนสีขาว โครงงาน วิทยาศาสตร์ โครงงานอาชีพ โดยให้นักเรียนได้เกิดการวางแผน PDCA จนสามารถค้นพบ วิธีการดาเนินงานที่ดีท่ีสุด ด้วยตนเอง มีการทดลอง ผิดถูก มีการปรึกษาหารือ การเป็นผู้นาและผู้ตามที่ดี จนสามารถเข้าใจทีไ่ ปทม่ี าของปัญหาและแกไ้ ขในปัญหาน้ันๆได้ 4.Assertive-กลำ้ แสดงออก 4.1 กิจกรรม คุยผ่ำนเลนส์ เป็นกิจกรรมในการฝึกให้นักเรียนกล้าคิดกล้าทาในรูปแบบพิธีกร และการนาเสนอเร่ืองราวตา่ งๆผา่ นทางรูปแบบวีทีอาร์และคลิปสั้นๆ เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกความกล้าแสดงออกและการตัดสินใจเฉพาะ หน้าในการนาเสนอเรื่องราวต่างๆ โดยนักเรียนทุกคนได้ได้นาเสนอ เรื่องราวและประชาสัมพันธ์เรื่องราวของตนผ่านเพจโรงเรียน ประถมศึกษา
4.2 กิจกรรรมทีมAcademy เป็นกิจกรรมทีส่ รา้ งความท้าทายปลกู พลังในตวั นักเรียน โดยที่ใหค้ ณะครูคือ ครูฝึกในเร่ืองกิจกรรมกล้าแสดงออกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง การเต้น ดนตรี กีฬา ดรัมเมเยอเป็นต้นซ่ึงนักเรียนจะเป็นผู้เลือกครูฝึกในการดาเนินกิจกรรมค่าย พัฒนาความกล้าแสดงออก ซึ่งครูฝึกเป็นผู้ประเมินว่านักเรียนคือทีม Academy ของ ครูฝึกโดยการโหวตให้กลับสู่ในทีมของตน หรือครูฝึกท่านอื่นสนใจสามารถโหวตเข้า ทีมของตนได้ ซึ่งวิธีน้ีนักเรียนจะสามารถ พลกิ แรงกดดนั เป็นความพยายามในการต้งั ใจเพื่อให้ได้กลับเข้าทีม อกี ครั้ง 5. ผลท่เี กิดจำกกำรพฒั นำนวัตกรรม จากการดาเนินการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการ จัดการเรียนการสอนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31จังหวัด เชยี งใหม่ โดยใชโ้ มเดลการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนเลก็ ในโรงเรยี นใหญ่ 3R2A เพื่อแกไ้ ขปญั หาการอ่าน ออกเขียนได้ คดิ เลขเปน็ คดิ วเิ คราะหไ์ ด้และกล้าแสดงออกปรากฎผลดงั นี้ ตอนท่ี 1 ผลการเปรียบเทียบร้อยละผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับดีขึ้นไประดับช้ัน ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-6ระหวา่ ง ปกี ารศกึ ษา 2561กบั ปีการศึกษา 2562 เปรียบเทียบรอ้ ยละผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนแตล่ ะรายวิชาในระดับดี (3) ข้นึ ไป ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1 – ประถมศึกษาปที ่ี 6 ระหว่างปีการศึกษา 2561 และปีการศกึ ษา 2562 100 90 80 70 60 50 40 30 20 10 0 สุขศกึ ษาและ การงานอาชพี ภาษาตา่ งประเ พลศึกษา ฯ ทศ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สังคมศึกษาฯ ศลิ ปะ 2561 57.26 40.17 58.12 52.99 51.28 75.21 64.96 47.01 2562 64.37 58.62 87.36 91.95 91.95 88.51 86.21 81.61 รายงานผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวิชา ในระดับดีข้ึนไประดับชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 1-6 ศึกษาปีที่ 6 เปรียบเทียบระหว่างปีการศึกษา 2561 กับปีการศึกษา 2562 ดังนี้ ปี
การศกึ ษา 2561 สาระภาษาไทยร้อยละ 57.26 สาระคณติ ศาสตร์ รอ้ ยละ 40.1 7 สาระวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ร้อยละ 58.12 สาระสังคมศึกษา ร้อยละ 52.99 สุขศึกษาพลศึกษาร้อยละ 51.28 สาระศิลปะ ร้อยละ 75.21 สาระการงานอาชีพร้อยละ64.96 สาระภาษาต่างประเทศร้อยละ 47.01 ปีการศึกษา 2562 สาระภาษาไทย 64.37 สาระคณิตศาสตร์ 58.62 สาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 87.36 สาระ สังคมศกึ ษา 91.95 สาระสขุ ศกึ ษาพลศึกษา 91.95 สาระศลิ ปะ 88.51 สาระการงานอาชพี 86.21 สาระ ภาษาตา่ งประเทศ 81.6รอ้ ยละผลต่าง ความก้าวหน้า ของผลสัมฤทธิ์ หลงั จากใชน้ วัตกรรมปรากฏดังนี้ สาระ ภาษาไทยรอ้ ยละ 7.11 สาระคณติ ศาสตร์ ร้อยละ 18.45 สาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร้อยละ 29.24 สาระสังคมศึกษา ร้อยละ 35.96 สุขศึกษาและพลศึกษาร้อยละ 40.67 สาระศิลปะร้อยละ 13.30 สาระ การงานอาชีพร้อยละ 21.25 สาระภาษาตา่ งประเทศรอ้ ยละ 34.60 ตอนที่ 2 ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียนระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1-6 ปีการศกึ ษา 2561 เทยี บกบั ปีการศึกษา 2562 กราฟเปรียบเทยี บผลการประเมนิ รอ้ ยละของการ อา่ นคิดวเิ คราะห์และเขียนระดบั ดีข้นึ ไป ปี การศึกษา 2561- 2562 90.20 85.96 86.59 87.48 86.7 82.26 การเขยี น การอ่าน การคดิ วิเคราะห์ 2561 2562 รายงานผลการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงระดับช้ัน ประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2561 เปรียบเทียบกับปีการศึกษา 2562 ดังนี้ ปีการศึกษา 2561 ความสามารถทางการอา่ นร้อยละ 86.70 ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ ร้อยละ 82.26 ความสามารถ ทางการเขยี นร้อยละ 86.59 ปีการศึกษา 2562 ความสามารถทางการอ่านรอ้ ยละ 90.20 ความสามารถใน การวิเคราะห์ 85.96 ความสามารถทางการเขียน 87.48 ร้อยละผลต่างความก้าวหน้าของความสามารถ ทางการอ่านคดิ วิเคราะหแ์ ละเขียนหลังจากใชน้ วัตกรรม ปรากฏดงั นค้ี วามสามารถทางการอ่านเพมิ่ ขนึ้ ร้อยละ 3.50 ความสามารถการคดิ วเิ คราะหเ์ พ่ิมข้ึนรอ้ ยละ 3.70 ความเขียนเพมิ่ ขน้ึ รอ้ ยละ 0.89
ตอนท่ี 3 ผลการทดสอบมาตรฐานระดบั ชาตคิ วามสามารถการอา่ น ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศกึ ษา 2561 เทยี บกบั ปีการศกึ ษา 2562 ก ร า ฟ เ ป รี ย บ เ ที ย บ ม า ต ร ฐ า น ร ะ ดั บ ช า ติ ความสามารถการอ่าน ระดับช้ัน ประถมศึกษาปีท่ี1ปี 2561-2562 การอา่ นออกเสยี ง การอ่านรเู้ ร่ือง รวม 2 สมรรถนะ 47.75 47.33 47.54 75.78 67.62 71.7 70 70.66 2561 2562 สังกัด ประเทศ รายงานผลการทดสอบระดับชาติความสามารถการอ่านระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปี การศึกษา 2561 เทียบกับปีการศึกษา 2562 ปีการศึกษา 2561 การอ่านออกเสียง ร้อยละ 47. 75 การ อ่านรู้เรอื่ ง รอ้ ยละ 47.33 รวม 2 สมรรถนะ รอ้ ยละ 47.54 ปกี ารศกึ ษา 2562 การอ่านออกเสียงร้อยละ 75.78 การอ่านรู้เร่ืองร้อยละ 67.62 รวม 2 สมรรถนะร้อยละ 71.70 ร้อยละผลต่าง ความก้าวหน้าของ ความสามารถทางการอ่าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หลังจากใช้นวัตกรรม ปรากฏดังน้ี ความสามารถทางการอ่านออกเสียงเพ่ิมขึ้นร้อยละ 28.03 ความสามารถทางการอ่านรู้เรื่องเพ่ิมขึ้นร้อยละ 20.29 รวม2 สมรรถนะสงู กวา่ ระดบั สังกดั รอ้ ยละ 1.70 สงู กวา่ ระดับประเทศร้อยละ 1.04 ตอนที่ 4 ผลการทดสอบมาตรฐานระดับชาตคิ วามสามารถดา้ นคณิตศาสตร์และความสามารถด้าน ภาษาไทยระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ปีการศกึ ษา 2561 เทยี บกับปีการศึกษา 2562 ความสามารถด้าน 2561 2562 สงั กัด ประเทศ ดา้ นภาษา 37.9 47.16 ดา้ นคานวณ 24.28 53.66 ด้านเหตผุ ล 33.33 - รวม 31.83 50.41 45.82 45.70 รายงานผลความสามารถการทดสอบระดับชาตคิ วามสามารถทางคณิตศาสตรแ์ ละความสามารถทาง ภาษาไทย ของนกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เปรยี บเทียบปกี ารศกึ ษา 2561 และปกี ารศกึ ษา 2562 ดังนป้ี ี การศึกษา 2561 ความสามารถด้านภาษาร้อยละ 37.90 ความสามารถด้านคานวณร้อยละ 24.28 ความสามารถด้านเหตุผลร้อยละ 33.33 ปีการศึกษา 2562 ความสามารถด้านคณิตศาสตรร์ ้อยละ 47.16 ความสามารถดา้ นภาษาไทยร้อยละ 53.66 ร้อยละผลต่างความก้าวหน้า ของความสามารถด้านคณิตศาสตร์
ร้อยละ 29.38 และความสามารถด้านภาษาไทยร้อยละ 9.26 ร้อยละความก้าวหน้าทง้ั 2 ดา้ น สงู กวา่ ระดบั สงั กดั ร้อยละ 4.59 สงู กวา่ ระดบั ประเทศร้อยละ 4.71 ต อ น ที่ 5 ผลก าร ทดสอบ มา ตร ฐ าน ร ะ ดั บ ชา ติ O-net ร ะ ดับช้ัน ปร ะ ถมศึก ษ าปี ท่ี 6 ปีการศึกษา 2561 เทียบกับปกี ารศกึ ษา 2562 เปรยี บเทยี บผลการทดสอบระดับชาติขนั้ พืน้ ฐาน (O-NET) ชน้ั ป.6 50 46.6 44.0339.29 ระหวา่ งปกี ารศึกษา 2561 – 2562 40 23.3327.8924.24 33.4532.5128.43 30.6 25.9225.88 30 20 10 0 คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ภาษาองั กฤษ ภาษาไทย 2561 2562 ผลระดับสงั กัด ปี62 รายงานผลการทดสอบมาตรฐานระดบั ชาติO-net ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2561 เทียบกับปีการศึกษา 2562 ดังนี้ วิชาคณิตศาสตร์ปีการศึกษา 2561 สูงกว่าปีการศึกษา 2562 ร้อยละ 4.56 ปีการศกึ ษา 2562 สูงกว่าระดับสงั กัด ดังน้ี รายวชิ าภาษาไทยสูงกวา่ รอ้ ยละ 0.74รายวชิ าคณิตศาสตร์ สงู กว่ารอ้ ยละ 3.65 รายวิชาวทิ ยาศาสตร์สูงกว่าร้อยละ 4.08 รายวิชา ภาษาองั กฤษสงู กว่ารอ้ ยละ 0.04 5. ปัญหำและอุปสรรค - 6. ควำมตอ้ งกำรและข้อเสนอแนะ 6.1 ควรมีการดาเนินการพัฒนานวัตกรรมอยา่ งตอ่ เนื่อง 6.2 มีการประเมินผลทกุ กจิ กรรมและปรับเปลย่ี นรูปแบบการพฒั นานวตั กรรมตามบรบิ ทและศักยภาพ ของผเู้ รียน
ภำคผนวก
ตำรำงสรปุ ผลกำรเขำ้ ร่วมแขง่ ขนั ทกั ษะวชิ ำกำร ระดบั ชำติ ครง้ั ที่ 69 ปีกำรศกึ ษำ 2562 ลาดบั รายการ รายชอื่ นักเรยี น ครูผคู้ วบคุม รางวัลทไี่ ด้รบั หมายเหตุ 1 กิจกรรม การประกวด 1. เด็กหญงิ ชวศิ า แสนวงั ทอง 1. นางอมลสริ ิ คาฟู ได้รบั รางวลั โครงงานอาชพี (โรงเรยี น 2. เด็กหญงิ วลิ าศินี ชื่นบวั ตูม 2. นางลกั ษณา ไชยบตุ ร เหรยี ญทอง การศึกษาสงเคราะห์) 3. เดก็ หญงิ วิลาสนิ ี สริ ิวจีงาม ชนะเลิศ ระดับชน้ั ป.4-ป.6 2 กิจกรรม การแขง่ ขนั 1. เดก็ ชายธนั เทพ ทะริยะ 1. นางอมลสริ ิ คาฟู ได้รับรางวลั การจดั สวนถาดแบบชื้น 2. เด็กชายบรู พล พงษบ์ ริสทุ ธิ์ 2. นางสมพร อิน่ ใจ เหรยี ญทองแดง ประเภทนักเรียนท่ีมี 3. เด็กชายปิติภทั ร เสรี ความบกพร่องทางการ ประชาคม เรยี นรู้ ระดบั ป.1-6 1.กจิ กรรม กำรประกวดโครงงำนอำชีพ (โรงเรยี นกำรศกึ ษำสงเครำะห์) ระดบั ชน้ั ป.4-ป.6
2.กจิ กรรม กำรแขง่ ขันกำรจดั สวนถำดแบบช้นื ประเภทนักเรยี นท่มี คี วำมบกพรอ่ งทำงกำรเรยี นรู้ ระดบั ป.1-6
สรุปผลกำรเขำ้ รว่ มแข่งระดบั กรม รำงวลั ผลงำนเชิงนวตั กรรมโครงงำนสุขภำพนกั เรียน ด้ำนอนำมัยสง่ิ แวดลอ้ ม ปกี ำรศกึ ษำ 2563 จำก กรมอนำมัย สำนกั สง่ เสรมิ สขุ ภำพ
Search
Read the Text Version
- 1 - 27
Pages: