Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มรดกพุทธศิลปะสถาปัตยกรรมวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช

มรดกพุทธศิลปะสถาปัตยกรรมวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช

Published by archsu.fac, 2021-02-16 09:03:55

Description: บรรณาธิการ: อาจารย์ ดร. เกรียงไกร เกิดศิริ
ผู้เขียน: อิสรชัย บูรณะอรรจน์, ดร.นันทวรรณ ม่วงใหญ่
เผยแพร่: 2558
จัดพิมพ์โดย: สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช
จัดจำหน่าย | เผยแพร่: สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช
วัตถุประสงค์: เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้มรดกสถาปัตยกรรมให้แก่สาธารณะชน

Search

Read the Text Version

เรยี นรูม้ รดกสถาปัตยกรรม Learning Architectural Heritage มรดกพุทธศิลปสถาปตั ยกรรม วัดพระมหาธาตวุ รมหาวหิ าร นครศรีธรรมราช The Buddhism Architectural Heritage of Wat Phra Mahathat Woramahawihan, Nakhon Si Thammarat ท่ปี รึกษา ผศ.ฉตั รชัย ศุกระกาญจน์ เรยี บเรียง อิสรชัย บูรณะอรรจน์ ดร. นันทวรรณ ม่วงใหญ่ บรรณาธิการ ดร. เกรียงไกร เกดิ ศริ ิ

มรดกพุทธศิลปสถาปัตยกรรม วดั พระมหาธาตวุ รมหาวิหาร นครศรีธรรมราช The Buddhism Architectural Heritage of Wat Phra Mahathat Woramahawihan, Nakhon Si Thammarat การจัดพิมพ์หนังสือชุด “เรียนรู้มรดกสถาปัตยกรรม” มีความมุ่งหวังเพ่ือการบูรณาการการวิจัยสู่การบริการ วชิ าการสู่สาธารณะด้วยการเรยี บเรยี งเน้อื หาทเี่ กี่ยวเนอ่ื ง กับศิลปะสถาปัตยกรรมของแหล่งมรดกวัฒนธรรมทรง คุณค่าท่ีกล่าวถึงในรายงานวิจัยซ่ึงมีความจ�ำกัดในการ เผยแพร่ โดยนำ� มาเรยี บเรียงเปน็ คมู่ อื การเที่ยวชมแหล่ง มรดกทางสถาปตั ยกรรม เพ่อื ใหช้ มุ ชน หรอื เจา้ ของแหลง่ มรดกทางวฒั นธรรมนำ� ไปจดั พมิ พเ์ ผยแพร่เพ่ือเป็นการน�ำ องค์ความรู้ทางวิชาการจากการวิจัยบริการสู่สาธารณชน ด้วยมงุ่ หวังใหเ้ กิดการเรียนรู้ และความเข้าใจ อันเป็นฐาน ส�ำหรับการอนุรักษ์อย่างย่ังยืนตอ่ ไป ส�ำหรับคมู่ อื การน�ำชม “มรดกพทุ ธศิลปสถาปัตยกรรม วดั พระมหาธาตวุ รมหาวิหาร นครศรีธรรมราช” เป็นสว่ น หน่งึ ของการวจิ ัย “การศกึ ษาวิเคราะหค์ ณุ ค่า ศักยภาพ และแนวทางการเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อ ขอรับการพิจารณาเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพิ่มเตมิ (The study and analysis of value, potential, and guidlines for nominating the cultural heritage sites toinscribed as World Cultural Heritage)” ในแผนการวิจยั ชุด “แผนยุทธ- ศาสตร์ขับเคล่ือนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการ ท่องเท่ียวของภูมิภาคด้วยการจัดการท่องเท่ียวแหล่ง มรดกโลกในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตภ้ าคพน้ื ทวปี (Driven Strategic Plan for Thailand as a Hub of Tourism by Managing the World Heritage in the Main Land of Southeast Asia)” สนับสนุนทนุ วจิ ัยโดย “สถาบนั วิจยั และพัฒนา มหาวทิ ยาลัยศิลปากร” และ “สำ� นกั งานคณะกรรมการวจิ ยั แหง่ ชาต”ิ และจดั พมิ พ์ เผยแพร่โดย “สภาวฒั นธรรมจังหวดั นครศรธี รรมราช”

ค�ำน�ำ ประธานสภาวฒั นธรรม จังหวดั นครศรีธรรมราช คมู่ อื นำ� ชม“มรดกพทุ ธศลิ ปสถาปตั ยกรรมวดั พระมหาธาตวุ รมหาวหิ าร นครศรีธรรมราช” เปน็ สว่ นหนึง่ ของโครงการเผยแพรอ่ งค์ความรู้เก่ยี วกบั มรดก พุทธศิลปกรรมในวัดพระมหาธาตวุ รมหาวหิ ารนครศรีธรรมราช ซง่ึ เป็นศนู ย์รวม จติ วิญญาณ และความศรัทธาของผู้คนในเมืองต่างๆ ในคาบสมุทรไทย และมลายู นับตัง้ แตอ่ ดตี กาลตราบจนกระทั่งปจั จบุ ัน อีกทั้งยังเป็นตวั แทนที่สะท้อนให้เหน็ ถงึ ความสมั พันธ์ทางพระพทุ ธศาสนากบั ลังกาอยา่ งใกลช้ ิด และเมอ่ื พระพุทธศาสนา มาประดษิ ฐานอยา่ งม่นั คงในเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ยังได้สง่ ผ่านตอ่ ไปยังรัฐ จารตี และเมอื งอนื่ ๆ อีกมากมาย อาทิ ล้านนา สุโขทยั อยธุ ยา และรตั นโกสนิ ทร์ จากมหาธารแห่งความศรัทธาของผู้คนท�ำให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราชกลายเป็นแหล่งรวมมรดกพุทธศิลปสถาปัตยกรรมมากมาย นบั แตอ่ ดีตตราบจนกระทั่งปัจจุบนั จากคุณค่าหลากมิติของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช ท้งั “มรดกธรรม” ที่เป็นตน้ ธารการสรา้ งสรรค์ “มรดกศลิ ปสถาปตั ยกรรม” จึง ท�ำให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราชควรค่าแก่การได้รับการ ยกยอ่ งข้นึ เปน็ แหลง่ “มรดกโลกทางวัฒนธรรม (World Culturlal Heritage)” ซง่ึ ต้องผา่ นการทำ� งานหลากหลายข้นั ตอน ทัง้ ระดับท้องถนิ่ ระดับชาติ และระดบั นานาชาติ ในการนี้ คณะทำ� งานฯ จงึ ได้จัดพิมพ์ค่มู ือน�ำชมนข้ี ึน้ ด้วยมีจดุ มงุ่ หมาย เพอื่ สรา้ งองค์ความรู้เบอ้ื งต้นแกผ่ ู้มาเยอื น และผู้ท่ีสนใจ อันเป็นสว่ นหน่ึงของการ ผลักดันให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราชได้รับการยกย่องเป็น แหลง่ มรดกโลกทางวัฒนธรรม ทง้ั นี้ ขอขอบคุณ อาจารย์ ดร. เกรียงไกร เกดิ ศริ ิ อาจารย์ ดร.นนั ทวรรณ ม่วงใหญ่ และอาจารย์อิสรชยั บูรณะอรรจน์ และโครงการ วจิ ยั “แผนยทุ ธศาสตรข์ บั เคลอ่ื นประเทศไทยเปน็ ศนู ยก์ ลางการทอ่ งเทยี่ วของภมู ภิ าค ด้วยการจัดการท่องเที่ยวแหล่งมรดกโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพ้ืน ทวีป” มหาวิทยาลยั ศิลปากร ที่กรณุ าสรปุ เรียบเรยี งขอ้ มลู และจัดท�ำคู่มอื เล่มนี้ เพือ่ เผยแพร่สู่สาธารณชนในโอกาสนี้ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ฉัตรชัย ศกุ ระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรม จงั หวัดนครศรธี รรมราช

ทะเลอ่าวไทย Gulf of Thailand กระบี่ เทือกเขานครศรีธรรมราช เมืองนครศรีธรรมราช NakmhoonunStiaTinharamnmgearat Krabi ช่องเขาลานสกา Nakhon Si Thammarat Lansaka Defile อ่าวนครศรีธรรมราช คลองท่อม เทือกเขาบรรทัด Nakhon Si Thammarat Bay Klongtom Bantad mountain range ปากพนัง Pakphanang เมืองพัทลุง Phatthalung ทะเลสาบสงขลา Songkhla Lagoon เมืองสงขลา Songkhla ทะเลอันดามัน Andaman Sea

ท�ำเลท่ตี ง้ั ของเมอื งนครศรีธรรมราช Relative Location of Nakhon Si Thammarat “เมอื งนครศรธี รรมราช” ตั้งอยู่บรเิ วณคาบสมทุ รฝง่ั ตะวันออกไมไ่ กลจากชายฝงั่ อา่ วไทยซ่งึ เปน็ ชายฝัง่ ยกตวั ท�ำให้เกิดเป็นแนวสันทรายตลอดแนว ตง้ั แต่จงั หวดั สุราษฎร์ธานลี งไปจนถึงอำ� เภอสทิงพระ ในจังหวัดสงขลา ไ ปยงั ล่มุ น้ำ�ททาะงตเละสวานั บอสองกขขลอางเมจอืงึ ทงเ�ำปหน็ นอา้ า่ ทว่ีเปมน็ีลเำ� สน้น้ำ� ทปาางกเชพ่ือนมังตไหอ่ ลรมะหาบวร่างรเจมบืองซตงึ่ า่มงเี ๆครือนขอา่ กยจลา�ำกนน�ำ้ ี้ยงัแเถชบื่อมเมโือยงง นครศรีธรรมราชยังมพี ้นื ทีร่ าบกว้างขวางและอดุ มสมบรู ณ์ เหมาะแกก่ ารทำ� นา จงึ มีชุมชนเกา่ แก่ตง้ั ถ่นิ ฐาน อยู่มาก อีกท้งั ทำ� เลที่ต้งั ของเมืองยังมีความสัมพนั ธก์ บั ช่องเขา ซึง่ เป็นเสน้ ทางส�ำคัญที่เชอ่ื มต่อระหว่าง พ้ืนท่ีท้ังสองฝั่งคาบสมุทรเข้าหากัน ด้วยสภาพภูมิประเทศดังกล่าวท�ำให้นครศรีธรรมราชมีความเจริญ ร่งุ เรือง จนสามารถพฒั นาขึ้นสู่เมอื งระดบั รฐั ได้ในทสี่ ุด Nakhon Si Thammarat is on the east peninsular, not too far from the Thai Gulf, where sand b erms withThceoaesatsatl otefrtrahceetohwavneibsetehne fgourlmf wedhaiclohntghethPeackoPaastnafrnogmRSivuerratruTnhsatnoi.toThSeatbinragnPchhrao,fStohnegkrhivlear. also relates to Songkhla Lake Basin, hence itseems like the route to connect other towns. The large plateaus are also found in Nakhon Si Thammarat, so they are ideal for rice fields and communities. The locations of Nakhon Si Thammarat still relates to the pass in the mountain which connects both sides of the penin-sular. These are also the reasons why Nakhon Si Thammarat has been prosperous and became one state. ผังเมืองนครศรีธรรมราชโบราณ MuaเมnือgงPพhรrะaเวWียงhiang MuanเมgือNงนaคkhรดoอnนDพoรnะ Phra Ancient City Plan of Nakhon Si Thammarat Wat PวhัดraพtรhะaธtาNตaุนkคhรoศnรีธSรi รTมhรaาmชmarat การต้ังถ่ินฐเมานืองมนาคตรง้ั แศตรีธพ่ รุทรธมศรตาชวรในรษปทัจจี่ บุ ๕ัน ดมังี The settlement in Nakhon Si Thammarat has หลกั ฐานที่ “แหล่งโบราณคดที ่าเรือ” ซ่ึงเป็น bRueaen ArcehvaideeonlocegidcalsinSciete”theis 5tthheBuedvdidheisntceErao. f“Tohlda ชุมชนท่าการค้าขนาดเล็ก ต่อมาขยายตวั มา community which then expanded to the north side ตั้งเมืองอยู่บนสันทรายท่ีอยู่ด้านเหนือเป็น where there were moats. It was then called “Muang หเมรอื อื งท“มี เีคมูนือำ้�งคกันระดหินมอ่ เมรโียคกก”“เซม่งึือมงีอพารยะเุ เกวา่ยี แงก”่ Phra Wiang” or “Muang Kra Mom Khoke”. An- ตงั้ แต่สมยั ศรวี ิชัย ต่อมาเมอื่ มกี ารขยายตัว oSithTehramtomwanrata”t othr e“Mnuoartnhg sNidaekhoisn “DMounanPghraN”akwhoithn ของชุมชนเมิืองถัดขึ้นมาทางด้านทิศเหนืออีก “Phra Borom That Nakhon Si Thammarat” as the centre ซงึ่ กค็ ือ “เมอื งนครศรีธรรมราช” หรือเรียกว่า of the town and people until the present days. “เมืองนครดอนพระ” ซงึ่ มี “พระบรมธาตุ แนลคะรจศติรีธวรญิ รญมราาณชข”อเงปเน็มศือนูงแยล์กะลมางกี ทาราตงกัง้ าถยิน่ ภฐาาพน อย่างต่อเนื่องมาจนกระทัง่ ปัจจบุ ัน

พัฒนาการของผังบรเิ วณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรธี รรมราช Development of Layout Plan of Wat Phra Mahathat Woramahawihan, Nakhon Si Thammarat ผงั บริเวณระยะที่ ๑ ผังบรเิ วณระยะที่ ๒ Step 1 Step 2 พ.ศ. ๑๗๑๙ : สถาปนาพระบรมธาตเุ จดีย์ และ หลงั พ.ศ. ๑๗๑๙ ถงึ กอ่ น พ.ศ. ๑๙๑๙ : มกี าร สนั นษิ ฐานว่ามีกอ่ สรา้ งเจดยี ร์ าย และวหิ าร สรา้ งโพธมิ ณเฑยี ร,วหิ ารธรรมศาลาในลักษณะ หน้าเจดีย์ทางทิศเหนือเพื่อเป็นพื้นท่ีส�ำหรับ วิหารโถง และทบั เกษตร การประกอบพธิ กี รรมดว้ ย During 1719-1376, Bodhi Shrine, preaching In 1176, the Principle Chetiya, surrounded hall as an open-air pavilion and roof of sur- Chetiya and north Vihara as an open-air pa- rounded principle Chetiya were constructed. vilion were constructed. ผงั บรเิ วณระยะที่ ๓ ผังบริเวณระยะท่ี ๔ Step 3 Step 4 พ.ศ. ๑๙๑๙ สนั นษิ ฐานวา่ มกี ารก่อสร้างวหิ าร พ.ศ. ๒๐๓๖ สนั นษิ ฐานวา่ มกี ารบรู ณปฏสิ งั ขรณ์ มีผนังแทนวิหารเดิมท่ีอยู่ทางทิศเหนือของ วิหารธรรมศาลาใหเ้ ป็นวหิ ารมีผนัง และสร้าง พระบรมธาตุเจดยี ์ ให้ชอื่ ว่า “วหิ ารเขียน” ระเบยี งคดล้อมรอบผังบรเิ วณ ท�ำให้ขอบเขต ของพ้นื ทพ่ี ุทธาวาสชดั เจนมากข้นึ In 1376, the Northern Vihara with surrounded walls were constructed and named “Painted In 1493, the renovation of the preaching hall Vihara”. with the surrounded walls and the surround- ed gallery were initiated.

ผงั บรเิ วณระยะที่ ๕ ผังบรเิ วณระยะที่ ๖ Step 5 Step 6 หลงั พ.ศ. ๒๐๓๖ ถึงกอ่ น พ.ศ. ๒๑๗๑ : มี พ.ศ. ๒๑๗๑ : มีการกอ่ สรา้ งวิหารหลวงทรงมณฑป การกอ่ สรา้ งวหิ ารมหาภเิ นษกรมณ์ หรอื วหิ าร พระทรงมา้ เช่อื มทีท่ ้ายจรณมั วิหารเขียน In 1628, the principle Vihara was constructed as a square with a pyramid roof. During 2036-2171, there was the construc- tion of Vihara at the end of Painted Vihara, named “Mahapinetsakrom Vihara” or “Phra Song Ma Vihara”, which means Bodhisattava and his journey to find the truth. ผังบริเวณระยะที่ ๗ ผงั บริเวณระยะท่ี ๘ Step 7 Step 8 พ.ศ. ๒๓๕๔ ถงึ พ.ศ. ๒๓๘๒ มีการสร้างวหิ าร พ.ศ. ๒๔๕๒ ถงึ ปัจจุบัน : มีการกอ่ สร้างซมุ้ ประตู หลงั ใหมแ่ ทนที่วหิ ารทรงมณฑปเดิม เปน็ พระ เยาวราช, ระเบยี งคดทางดา้ นทศิ เหนอื , วหิ ารพระ วหิ ารหลวงดังท่ีปรากฏในปจั จบุ นั ศรีธรรมโศกราช, วหิ ารพระกัจจายนะและเจดีย์ รายอืน่ ๆ During 1818-1839, the new main Vihara was constructed to replace the old one with the During 1909-present, Yaowarat Gate, Northern present form. gallery, Sridhamasokaraja Vihara, Kajjaiyana Vihara and small Chetiyas were constructed.

ผงั บรเิ วณวดั พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช Layout Plan of Wat Phra Mahathat Woramahawihan, Nakhon Si Thammarat 8 1 45 6 2 39 0 5 10 20 10 11 7

1 พระบรมธาตเุ จดยี ์ 5 โพธิมณเฑียร หรอื วหิ ารโพธิ์ลังกา 8 วหิ ารเขียน Phra Borommathat (Principle Chetiya) Bodhi Monthein or Vihara Bodhi Langka (Bodhi Vihara Khian (Painted Vihara) Vihara) 2 พระระเบยี งทับเกษตร 9 วหิ ารศรธี รรมโศกราช 6 วหิ ารธรรมศาลา Phra Ra Biang Tub Kaset Sri Dhamasokka Raja Vihara Vihara Dhamasala (Preaching Hall) 3 เจดยี ์ราย 10 วหิ ารพระกัจจายนะ 7 วหิ ารหลวง Surrounded Chetiyas Vihara Phra Kajjaiyana Vihara Luang (Principle Vihara) 4 วิหารมหาภิเนษกรมณ์ หรอื วิหารพระมา้ 11 ระเบยี งคต Ra Biang Kot (Surrounded Gallery) Vihara Mahapinetsakrom or Vihara Phra Ma (the Bodhisattava and his jouney Vihara) 8 1 24 5 73 96 11 10

เจดีย์มุม (Corner Chetiya) พระระเบียงทับเกษตร (Phra Ra Biang Tub Kaset) เจดีย์ราย (Surrounded Chetiya เจดีย์ประธาน (Principle Chetiya) Pลhา aนtปhรaะkทsiั กnษa ิ ณBasement Noทrิศtเhหนือ

พระบรมธาตเุ จดีย์ Phra Borommathat Chedi (Principle Chetiya) “พระบรมธาตุเจดีย์”เป็นสถูปขนาดใหญ่ท่ีแสดงความใกล้ชิดกับพุทธศิลปกรรมลังกา หากแต่ประดิษฐานบนฐานทักษิณท่ียกสูง และมีบันไดทางขึ้นจากทางด้านทิศเหนือของพระบรม ธาตุเจดยี ์เปน็ สถูป ๕ องค์ โดยมสี ถปู ประธานอยู่ตรงกลาง และมีสถูปมุม ๔ องค์ สำ� หรบั ชดุ ฐาน มีลักษณะเป็นเสายกเก็จ ซ่ึีงเป็นรูปแบบส�ำคัญของสถูปแบบศรีวิชัย และมีการเจาะเป็นซุ้มที่มี ประติมากรรมรูปช้างบนเสาอิงตกแต่งเป็นซุ้มเรือนแก้ว และประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืน พื้นที่ส่วนนม้ี ีหลงั คาคลมุ เรียกวา่ “พระระเบียงทับเกษตร” “Phra Borommathat” or the principle Chetiya reflects the close relationship with Lanka in terms of Buddhism art. The Chetiya was located on the base with stairs on the north side. There are five stupas in the plan comprising the main Chetiya at the centre with the other four Chetiyas at the four corners. The base with decoration at the columns is the main aspect of Srivijaya stupa, with compartment decorated with pieces of elephant simcualgpet.uTreh.e Trohoef ceonvdersofthtishearecaoalunmdnitsiiss cdaellceodra“tPehdrawRitahBicaonmg TpuabrtmKaesnett”f.or standing Buddha เสาหาน Supporting Columns “เสาหาน” ท�ำหน้าท่ีช่วยรับน�้ำหนัก “ปล้องไฉน” ขององค์พระเจดีย์ สันนิษฐานว่า เป็นองค์ประกอบที่สร้างข้ึนใหม่เม่ือคราวปฏิสังขรณ์ใหญ่ในสมัยอยุธยา บนเสาหานตกแต่งด้วย ประติมากรรมปนู ปน้ั รูปพระสาวกหนั หน้าเวียนประทักษณิ โดยรอบ สว่ นใต้ของปล้องไฉนตกแตง่ ดว้ ยลายลูกไมห้ ลอ่ โลหะรูปหงส์เดินเปน็ แถว The columns are to bear the weight of the upper part of spherical pagoda. These were reconstructed during the renovation in Ayudhya period. The column was decorated and surrounded by Buddha images. The lower part of spherical pagoda was decorated by metal swans. ปล้องไฉน เหล็กหล่อรูปหงส์ กเส้าานหฉาัตนร

พระระเบยี งทบั เกษตร Phra Ra Biang Tub Kaset “พระระเบยี งทับเกษตร” เรียกในภาษาถิน่ ใตว้ า่ “พระระเบียง ตีนธาตุ” เปน็ พน้ื ทล่ี ้อมรอบฐานพระบรมธาตเุ จดีย์ ซึ่งมีการสร้างหลังคา ลาดคลุมลงมา เพ่ือเพิ่มพื้นท่ีใช้สอยส�ำหรับสักการะบูชาพระพุทธรูป ประทับยืนที่ประดิษฐานในซุ้มเรือนแก้วท่ีตกแต่งอยู่บนเสาอิง ของฐานพระบรมธาตเุ จดีย์ “Phra Ra Biang Tub Kaset” surrounds the principle Chetiya. The locals call this as “Phra Ra Biang Teen That” which means the gallery at the base.This area is covered by roof top and is prepared for people to pay respect to the standing Buddha image at the com- partment which decorates the columnat the base of the Chetiya. พระพุทธรูปประทบั ยนื ( Standing Buddha Image ) ปElรeะpตhิ มaาnกt รSรcมuรlpู ปtชu้ าreง

วิหารเขยี น Khian Vihara (Painted Vihara) “วหิ ารเขยี น” เปน็ วิหารขนาด ๕ หอ้ งเสา มรี ูปทรงหลังคาแบบทอดเดียว ไม่มีมขุ ลด ทำ� หน้าที่เป็นวิหารหนา้ องค์พระบรมธาตเุ จดีย์ทางด้านทศิ เหนอื ซง่ึ แต่เดิมนา่ จะถกู สรา้ งข้ึนพร้อมกบั องค์พระบรมธาตเุ พือ่ ใชเ้ ปน็ พนื้ ทป่ี ระกอบพิธีกรรมทางศาสนา และอาจเคยเปน็ อาคารโถงไม่มีผนงั มาก่อน ตอ่ มาภายหลงั มกี ารบูรณปฏิสงั ขรณ์ใหม่ และคงได้สรา้ งเป็นวิหารทม่ี ีฝาผนังล้อมรอบ และ สามารถเขยี นภาพจิตรกรรมได้ จงึ ไดช้ อ่ื ว่า “วหิ ารเขยี น” แตภ่ าพจิตรกรรมดังกลา่ วไดเ้ ส่อื มสภาพลง เมอื่ มกี ารบ“รูVณiraปhฏa ิสKังhขiaรnณ”์อisาคaารcoตnอ่ sมtrาuใcนtiชoั้นnหwลitงั hจงึ fiทveาสbีขaาyวsแaทnนd roof. This is the Vihara infront of the Chetiya on the north side, and was originally constructed at the same time as the principle Chetiya. The purpose of this was for ritual and was believedto be the hall without walls. The walls were built later then came the mural painting. That is why it was called “Vihara Khian” (which means draw or paint). However, the mural painting has become deteriorated then the walls were painted in white during the renovation. พระประธานในวิหารเขียน เปน็ พระพุทธรปู ปางมารวิชัย มีการตกแตง่ แบบโบราณ คอื มีการลงรักปดิ ทองเฉพาะพระวรกาย และทาชาดสีแดงในสว่ นของจวี ร นอกจากนพี้ ระเกศมาลาทีอ่ ยูบ่ น อุษณีษะเหนือเศียรขึ้นไปยังสะท้อนถึงอิทธิพลของพระพุทธศิลป์ ของพระพุทธรปู แบบลังกา The Subduing Mara Buddha image was the principle Buddha image in ancient style, covered with gold leaves and irnefdlureonbcee coafuBsuedddbhyismcinanratbfraorm. TLhaentkoap. of the head reflects the (วPิหhาrรaพsรoะทngรงmม้าa Vuhara) วิหารเขียน (Khian Vihara) Noทrิศtเhหนือ

วหิ ารพระทรงมา้ Vihara Phra Song Ma or Vihara Maha Pinetsakrama (the Bodhisattava and his jouney Vihara) “วิหารพระทรงมา้ ” หรอื “วิหารมหาภเิ นษกรมณ”์ เปน็ ส่วนท่ีอยตู่ ่อท้ายจากวิหารเขยี น เพ่ือเชอื่ มเข้ากบั บนั ไดทางขึ้นลานประทักษิณให้มหี ลงั คาคลมุ เพอ่ื กันแดดกันฝน เนือ่ งจากวิหารสว่ นน้ี ไม่ได้ถูกสรา้ งขึ้นพรอ้ มกับวหิ ารเขียน จงึ ปรากฏร่องรอยของฐานยกเก็จขององค์พระธาตเุ จดีย์ทีก่ ลาย เป็นผนังด้านหลังวิหารพระทรงม้า นอกจากน้ี มีการก่อผนังสูงขนาบกับบันไดเพื่อรองรับโครงสร้าง หลังคา และมีการตกแต่งปั้นปูนแสดงเหตุการณ์ในพุทธประวัติตอนท่ีพระบรมโพธิสัตว์ หรือเจ้าชาย สิทธิธัตถะเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ จึงเรียกวิหารท่ีต่อเชื่อมมาจากท้ายจรณัมของวิหารเขียนส่วนนี้ ว่า “วิหารพระทรงมา้ ” หรือ “วหิ ารมหาภเิ นษกรมณ์” “Vihara Phra Song Ma” or “Vihara Maha Pinetsakrama” is next to “Vihara Khian” and connects the upper base with stairs, as well as roof top to prevent the rain. This Vihara was not built at the same time as “Vihara Khian”, so the evidence of the base of the Chetiya still exists. The walls are tobear the weight of the roof structure. The stucco as decoration is aboutthe Lord Buddha when ridingthe horse to leave his thrown for ordination. Hence this Vihara was called “Vihara Phra Song Ma” which means riding horse. Maha Pinetsakrพamระaม(tหheาภBoเิ dนhษisกatรtaมvณa a์nd his jouney)

พระพรหม-พระนารายณ์ Kทh้าaวtขtัตuตkaคุ mามand Rทam้าวmราaมtเhทeพp ปนู ปน้ั รูปสัตวห์ ิมพานต์ในฐานะทวารบาล Bhama and Wissanu God Mystical animals as the guards of the Chetiya พระพทุ ธรปู ยืน และพระสาวก Standing Buddha image and a couple of disciples ท้าววริ ฬุ ปักษ-์ ทา้ ววิรุฬหก พระพุทธรปู ในซุ้มจรณมั Tทhา้ aวoเวฬVeุราruช-Rทaา้ jวaเวaชnสdุวTรhรaณo นาค ๕ เศยี ร (ท้าวทตรฐมหาราช) the guardians Buddha Image Veja Suwarn Five-Head Naga which used to be balustrade to the Chetiya

โพธมิ ณเฑยี ร หรือ วิหารโพธิลังกา “Bodhi Monthien” or “Vihara Bodhi Langka” (Bodhi Shrine) “โพธิมณเฑียร” หมายถึง “วิหารต้นโพธิ์” เป็นพุทธสถาปัตยกรรมรูปแบบหนึ่งที่มีความ นิยมในลังกา โดยมีการปลูกต้นพระศรีมหาโพธ์ิไว้ตรงกลางอาคารเพ่ือเป็นสัญลักษณ์แทนการตรัสรู้ ของพระพุทธเจา้ อันเป็นคตคิ วามเช่อื ท่ลี งั การบั สบื ทอดมาจากอนิ เดีย พรอ้ มกบั นำ� หน่อของตน้ พระศรี มหาโพธ์ิท่ีพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ที่พุทธคยามาปลูกไว้ท่ีลังกาด้วย คร้ันเมื่อต้นโพธ์ิท่ีพุทธคยามีเหตุที่ ตอ้ งสิ้นอายุขัยลง จึงถอื กนั วา่ ต้นโพธิ์ทลี่ งั กาไดส้ ืบทอดมานน้ั เป็นหน่อตน้ โพธท์ิ ีพ่ ระพุทธองคไ์ ดต้ รัสรู้ จากการศึกษาทางประวตั ิศาสตรส์ ถาปัตยกรรม และเอกสารโบราณ สันนิษฐานว่าสรา้ งขึน้ หลงั พ.ศ.๑๗๑๙ แตก่ อ่ น พ.ศ.๑๙๑๙ พรอ้ มๆกบั วหิ ารธรรมศาลา และทบั เกษตรสำ� หรบั ลกั ษณะทาง สถาปตั ยกรรมในปจั จุบนั เปน็ อาคารล้อมรอบลานโล่งซึ่งยกพนื้ สูงข้นึ สำ� หรบั ปลกู ตน้ โพธิ์ ระเบียงทาง ด้านตะวนั ตกประดษิ ฐานพระพทุ ธรูปปางไสยาสน์ ในปจั จบุ นั ใชเ้ ปน็ ส่วนจดั แสดงศิลปวตั ถมุ ีคา่ ของวัด “Bodhi Monthien” or “Vihara Bodhi Langka” is Buddhism architecture which is generally found in Lanka. Bodhi tree is planted at the centre of the building as the symbol forfomtheBoLdohrdGaByuaddwhaas’staeknelnightaenndmepnlat.ntTehdisinbeLlaienfkaw. aIst afrlosompIlnadyiead. Tvheery sipmropuotrtaonft Brooldehiwthreene Bodhi tree in Bodh Gaya died. From the study about architectural history and ancient documents, it was found that this was constructed during 1176-1376 along with “Vihara Dhamma Sala” and “Tub Kaset”. At present, it surrounds the open space which is prepared for Bodhi tree. At the west side located the reclining Buddha image. This building is the temple’s museum at the moment. Noทrิศtเhหนือ โพธิมณเฑียรมุมด้านตะวันตกเฉียงเหนือ Vihara Bodhi Lagka from North-West

พระพุทธรูปปางมารวิชัย Subduing Mara Buddha images Bodhi ViลhาaนraโพCธo์ิ urtyard Gรaะเlบleียrงy Vพiื้นhทa่ีตraรงBกoลdาhงiโพLธaิมnณgkเaฑียCรourtyard พระพทุ ธรปู ปางไสยาสน์ Reclining Buddha image พระพุทธรปู ปางไสยาสน์ประดษิ ฐานบริเวณระเบียงทางทศิ ตะวันตก มคี วามยาวประมาณ ๑๒ เมตร The 12-metre reclining Buddha image is located at the west side of the gallery

วหิ ารธรรมศาลา และระเบียงคต Vihara Dhamma Sala and Ra Biang Kot (Surrounding Gallery) “วหิ ารธรรมศาลา” จากการศึกษาทางประวัตศิ าสตร์สถาปัตยกรรม และเอกสารโบราณ สนั นิษฐานวา่ สรา้ งข้ึนครัง้ แรกในราว พ.ศ. ๑๙๑๙ เป็นลักษณะของวหิ ารโถงเพอื่ ท�ำหนา้ ทเ่ี ปน็ วหิ าร ทิศตะวันออกของผงั บริเวณ และทำ� หนา้ ท่ีเปน็ ศาลาอเนกประสงค์ และการเทศนาธรรม ตอ่ มาคงมี การสรา้ งผนังลอ้ มรอบในภายหลงั ซ่งึ สนั นษิ ฐานวา่ คงท�ำขึ้นในราวปพี .ศ. ๒๐๓๖ เปน็ อย่างชา้ พรอ้ ม กับการสร้างระเบียงคต บริเวณด้านหน้าของอาคารเป็นมุขโถงประดิษฐาน “พระพุทธรูปฉลอง พระองคเ์ จา้ ชายทนทกมุ าร”เปน็ พระพทุ ธรปู ทรงเครอื่ งประทบั ยนื และหอ้ งทา้ ยของอาคารซงึ่ ปจั จบุ นั ถกู กอ่ กน้ั เป็นหอ้ งปิด ประดิษฐานพระพทุ ธรูปทรงเครอื่ งประทับยืนขนาดย่อมกว่าเลก็ นอ้ ยคอื “พระ พทุ ธรูปฉลองพระองคเ์ จา้ หญิงเหมชลา” ตามต�ำนานการประดิษฐานพระบรมธาตนครศรธี รรมราช From the study about architectural history and ancient documents, it was found that “Vihara Dhamma Sala” was constructed in 1376. It is the hallon the east side of the plan, aimed for miscellaneous purposes and preaching. The wall might have been constructed in 1493 along with the gallery. The front of the construction was the hall for standing Buddha image of Prince Donda Kumara. The room at the end was for the smaller Buddhaimage of Princess Hema Chala. These Buddha images were based on the legendabout locating Phra Borom That Nakhon Si Thammarat. “ระเบยี งคต”จากการศกึ ษาประวตั ศิ าสตรส์ ถาปตั ยกรรม และเอกสารโบราณ สันนิษฐานวา่ สร้างขน้ึ ในราว พ.ศ. ๒๐๓๖ เป็นอาคารท่ีอยู่ล้อมรอบผังท�ำให้เกิดการก�ำหนดพ้ืนที่ออกเป็น สดั ส่วน เกดิ เปน็ พ้ืนทีป่ ดิ ล้อมอนั ศักดิ์สิทธ์ใิ นเชิงสญั ลักษณแ์ ละ เพื่อความปลอดภยั ซ่ึงรูปแบบการวางผังดงั กล่าว เป็นแบบแผน ทีน่ ิยมสรา้ งในสมยั อยธุ ยา โดยมกี �ำแพงทึบทางด้านนอก และเปิด เปน็ โถงดา้ นในสู่พ้ืนท่ภี ายใน และประดิษฐานพระพุทธรปู ปนู ป้นั ประจำ� ทกุ ห้องเสา นอกจากนี้ ระเบียงคตทางทิศตะวนั ออกตรง ต�ำแหน่งท่ีบรรจบกับห้องสุดท้ายของวิหารธรรมศาลาซ่ึงเป็น ลกั ษณะส�ำคัญในการออกแบบระเบยี งคตในสมยั อยธุ ยา From the study about architectural history and an- ceidenitn d1o4c9u3m. eTnhtes,sittruwcatusrefoubnrodugthhattatbhoeutgatlhleeryarweaaswchoincshtruwcats- separated into parts for security purpose. Moreover, such area has been considered sacred. This kind of plan was popular in Ayudhya period. The blank walls lead to the hall inside., with Buddha image at every bay. In addition, the east side of the tghailsleirsythleeadimsptoorttahnet clahsatraroctoemristoicf o“fVighaalrlaeryDhinamAymuadhSyaalap”e, raiondd.

3 2 ภาพSeตctัดioขnวNาoง. 1ที่ 11 1 ภาพSeตctัดioขnวNาoง. 2ที่ 22 “พระพุทธรูปเจ้าชายพระทนทกุมาร” ภาพSeตctัดioขnวNาoง. 3ท่ี 33 Prince DonDa Kumara’s Buddha Image

พระวิหารหลวง “Phra Vihara Luang” (Principle Vihara) “พระวหิ ารหลวง” ตั้งอย่ทู างทิศใตข้ ององค์พระบรมธาตุเจดีย์ แต่วา่ อยนู่ อกวงล้อมของ ระเบียงคด จากการศกึ ษาทางประวัตศิ าสตร์สถาปัตยกรรม และเอกสารโบราณ พบว่าสร้างในราว พ.ศ. ๒๑๗๑ ซ่งึ ตรงกับรัชกาลของสมเด็จพระเจา้ ทรงธรรม พระมหากษัตริย์อยุธยา โดยมกี ารกอ่ สรา้ ง วหิ ารหลวงทรงมณฑปและมีพระเจดยี ส์ งู ๗ วา และมีการประดิษฐานพระพุทธรปู อยู่รายรอบรวม ๓๖ องค์ ตอ่ มาวิหารยอดมณฑปน้คี งไดท้ รุดโทรมลง จนกระทง่ั ราว พ.ศ. ๒๓๕๔ ถึง พ.ศ. ๒๓๘๒ ในสมัยเจ้าพระยานครศรธี รรมราช (น้อย) ได้ปฏสิ งั ขรณใ์ หมด่ งั มรี ปู ทรงทเ่ี ห็นในปจั จุบัน ซึง่ มีลกั ษณะ สำ� คญั คือ หน้าบนั ด้านหน้าและดา้ นหลังเปน็ หนา้ จว่ั แบบท่เี รียกวา่ “มขุ ประเจิด” ซึ่งเป็นแบบแผน ทางสถาปตั ยกรรมทนี่ ิยมสร้างกนั อยา่ งแพร่หลายในสมยั อยธุ ยา อาคารหลงั นจี้ งึ มคี ณุ คา่ ในแงข่ องการ สบื ทอดรปู แบบทางสถาปตั ยกรรมอนั เป็นเอกลกั ษณจ์ ากสมัยอยุธยามากอ่ สรา้ ง แมว้ า่ ราชธานีอยธุ ยา จะสน้ิ สดุ บทบาทไปแล้วกต็ าม “Phra Vihara Luang” is at the south of the Chetiya, but outside the gallery. From the study about architectural history and ancient documents, it was found that this was constructed iMna1n6d2a8p,athsetylreeigonnoftoKpin, galSoonnggdwhiatmh 1o4f-mAyeutdrehyCahpeetiryioa,d.wTithhe smuarrionuVnidhianrga 3w6asBduedcdohraateiadmwgeitsh. The governor of Nakhon Si Thammarat renovated it in 1811-1839 with the form which has been existing until the present days. The spectacular aspect of this construction is the protruding gable at the front and the back. This characteristic was found a lot in Ayudhya period. This reflects relationship with Ayudhya in terms of architecture. พระศรศี ากยมุนศี รีธรรมราช (Phra Sri Sakaya Munee Sri Thammarat)

พระเจดีย์สูง ๗ วา 14-metre Chetiya พระพุทธรูป ๓๖ องค์ 36 Buddha images พระวหิ ารหลวงทรงมณฑป Phra Vihara Luang in Mandapa Style มุขประเจิด Protruding gable พระวิหารหลวงปจั จุบัน Phra Vihara Luang at present

หน้าบันด้านหน้า รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ Indra God and Erawan elephant at the front pediment รูปตัดยาว Side Section

มรดกพุทธศิลปะสถาปัตยกรรม วัดพระมหาธาตวุ รมหาวิหาร นครศรีธรรมราช The Buddhism Architectural Heritage of Wat Phra Mahathat Woramahawihan, Nakhon Si Thammarat ท่ีปรึกษา: ผศ. ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ เรียบเรียง: อิสรชัย บรู ณะอรรจน,์ ดร. นนั ทวรรณ มว่ งใหญ่ บรรณาธิการ: ดร. เกรียงไกร เกิดศิริ จดั พมิ พเ์ ผยแพร:่ สภาวัฒนธรรมจังหวดั นครศรีธรรมราช สำ� รวจรงั วดั : ดร. เกรียงไกร เกดิ ศริ ,ิ อสิ รชยั บรู ณะอรรจน์, วิสา เสกธรี ะ, ยศพร ปณุ วัฒนา, ปทั ม์ วงศ์ประดษิ ฐ,์ พชิ ภทั ร เสือหัน, กลุ พชั ร์ เสนวี งศ์ ณ อยธุ ยา, วษิ ณุ หอมนาน, เลอศกั ด์ิ ยอดระบ�ำ, นราธิป คงเอียด, ภมู ิรพี ทองสวสั ด,์ิ ศิรชิ ยั โภชนกจิ , ณฐั พล แซฮ่ วง แบบสถาปตั ยกรรม ดร. เกรยี งไกร เกดิ ศริ ,ิ อสิ รชัย บูรณะอรรจน์, และคอมพิวเตอร์ จกั รภพ เสาเวียง, จันเพง็ ถอ้ , อนรุ กั ษ์ ชำ� นาญชา่ ง, สามมิต:ิ ธรี ยทุ ธ์ สวุ ลักษณ,์ สมชาย เชอ้ื ช่วยชู, อรวรรณ ณวชั ร เจรญิ , ณัชชา สกุลงาม, ธนกฤต ธญั ญากรณ,์ สรุ พงษ์ แจ่มนิยม ออกแบบรูปเลม่ : อสิ รชัย บูรณะอรรจน์ จ�ำนวนพิมพ:์ ๒,๐๐๐ เล่ม ส�ำนักพิมพ:์ อุษาคเนย์ โครงการวิจัยแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ของภูมิภาคด้วยการจัดการท่องเท่ียวแหล่งมรดกโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาคพนื้ ทวปี (Driven Strategic Plan for Thailand as a Hub of Tourism by Managing the World Heritage in the Main Land of Southeast Asia) สนับสนุนทุนวจิ ยั โดย สถาบันวจิ ัยและพฒั นา มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร และส�ำนักงาน คณะกรรมการวิจัยแหง่ ชาติ

ในความร่วมมือ ชุดโครงการวิจัย: “แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคด้วยการจัดการท่องเที่ยวแหล่งมรดกโลก ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพ้ืนทวีป” สนับสนุนโดย สถาบันวิจัยและพัฒนา, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ ส�ำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และ สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช