ตัวชีว้ ัดที่ 7 นกั เรียนทีม่ ัีปญหาสุขภาพจติ ัไดรับการดแู ลัชวยเหลือ จุดัเดน นกั เรียน็เปน็ผมู สี ขุ ภาพจติ ดี โรงเรยี น็มงุ ็เนนและ็ใหความสาคัญในการจัดกิจกรรม็สงเสริมสขุ ภา พจิต อ็ยางสม่าเสมอ ็เชน จดั กจิ กรรมทางศาสนาเพ่อื ยึดเหนีย่ วจิตใจจดั กจิ กรรมนักเรียนดีมีคุณธรรม จรยิ ธรรม จัดกิจกรรมวัน็พอ วันแ็มเพื่อ็ให็พอแ็ม แสดงความรักลูกและ็ใหลูก็ไดแสดงควา มกตัญ็็ูตอ็ผู็ใหกาเนดิ จดั กิจกรรมทศั นศกึ ษาเพ่อื เสริมควา็มรแู ละ็สรางความ็ผอนคลาย จัดกิจกรรมสวดมน็ต ทาวัตรเย็นทุกวนั พระ ม็ีหองธรรมมานุบาลสาหรับ็ฝกสมาธแิ ละกิจกรรม็สรางสมาธ็ใิ หกบั เดก็ จุดที่ควรพฒั นา จากการประเมิน SDQ ของนักเรียนทั้ง 4็ดาน ในโรงเรียนเม่ือเดือนมิถุนายน 2562 พบ็วา นักเรียนชั้นประถมศึกษา็ปท่ี 1 ็ไมมีพฤติกรรมจุด็ออน นักเรียนชนั้ ประถมศึกษา็ปที่ 2 อ็ยูในก็ลุมเสยี่ ง จานวน 1 คน นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษา็ปที่ 3 อ็ยใู นก็ลมุ ม็ีปญหา จานวน 1 คน นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษา ็ปที่ 4 อ็ยูในก็ลุมม็ีปญหา จานวน 1 คน นักเรียนช้ันประถมศึกษา็ปท่ี 5 อ็ยูในก็ลุมเส่ียง จานวน 2 คน และก็ลุมม็ีปญหา จานวน 2 คน นักเรียนช้ันประถมศึกษา็ปท่ี 6 อ็ยูในก็ลุมม็ีปญ หา จานวน 2 คน นักเรียน ช้ัน มัธยมศึกษา็ปที่ 1 อ็ยูใน ก็ลุมเส่ียง จ า น วน 1 คน และก็ลุมม็ีปญหา จ า น วน 2 คน นักเรียน ช้ัน มัธยมศึกษา็ปที่ 2 อ็ยูใน ก็ลุมเส่ียง จ า น วน 2 คน และก็ลุมม็ีปญหา จ า น วน 1 คน นกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษา็ปที่ 3 อ็ยใู นก็ลมุ ม็ปี ญหา จานวน 2 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา็ปที่ 4 อ็ยใู นก็ลมุ เสี่ยง จานวน 1 คน นกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษา็ปที่ 5 อ็ยใู นก็ลมุ ม็ีปญหา จานวน 1 คน และนกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษา ็ปที่ 6 ็ไมมีพฤติกรรมจุด็ออน สรุปนักเรียนโรงเรียนฉะเชิงเทรา็ปญญานุกูล มีภาวะสุขภา พจิตดี คดิ ็เปน็รอยละ 97.12 การดาเนนิ งาน 1. โรงเรียนประเมิน SDQ โดย็ใชแบบประเมินจุดแข็งจุด็ออน พ.ศ.2546 ของกรมสุขภาพจิต โดยครปู ระจาชัน้ ็เปน็ผปู ระเมิน โดยประเมินท้ัง 4็ดาน (A / B / C / D ) และสรปุ ผลการประเมิน ในเด็กแ็ตละคน เมื่อวันท่ี 17 มิถุนายน 2562 2. ครูประจาช้นั ประชุมและทาความ็เขาใจกบั็ผปู กครองนกั เรยี นก็ลมุ ท่มี็ปี ญหาและก็ลุมเสีย่ ง 3. ครูประจาชัน้ ครูแนะแนวและครปู ระจาเรอื นนอน็รวมกัน็ใหคาปรึกษาและวางแผนการแ็กไขและ ปรับปรงุ กับนกั เรยี นก็ลมุ ทม่ี็ีปญหาและก็ลมุ เสย่ี ง 4. ครูประจาช้ันติดตามประเมินผล SDQ ซ้าคร้ังในวันท่ี 20 มกราคม พ.ศ. 2563 (ระยะเวลา 5 เดือน)
วธิ กี ารัปองกันและแักไขเดก็ ท่ีมพี ฤติกรรมเสีย่ งและกัลมุ มัีปญหา 1. คาแนะนาสาหรบั ครูในการปฏิบตั ัิตอพฤตกิ รรมอัยัไู มน่ิง สมาธิสัน้ ทโ่ี รงเรียน เด็กสมาธิสั้น็สวนให็ญมักจะม็ปี ญหาการเรยี นหรือเรียน็ได็ไมเต็มศกั ยภาพ็รวม็ดวย ดงั น้ันครูจงึ มี บทบาทสาคญั ็เปนอ็ยางย่ิงทจี่ ็ะชวยเหลือเด็กสมาธสิ นั้ ็ใหเรียน็ไดดี แนวทางการ็ใหความ็ชวยเหลอื เด็กสมาธิสั้น ขณะอ็ยใู น็หองเรยี นมดี ็งั ตอไปน้ี 1.1 จดั เด็ก็ใหนัง่ ห็นาชั้น หรอื ใก็ลคร็ใู หมากทสี่ ุด เพ่ือครจู ะ็ไดเตอื นเด็ก็ใหกลับมาตง้ั ใจเรียน เมอ่ื สงั เกต็วาเด็กเร่ิมขาดสมาธิ นอกจากนี้ควร็ใหเดก็ นง่ั อ็ยูในตาแห็นงท่ีถกู แวด็ลอม็ดวยเด็กเรียบ็รอยที่็ไมคุย ในระห็วางเรยี น 1.2 ในกรณที ่ีเดก็ สมาธสิ ้นั มาก สามารถ็ใชวธิ ีลดระยะเวลาการทางาน็ใหส้ันลงแ็ตทา็บอยก็วา คนอ่นื โดย็เนนในเรอ่ื งความรบั ผดิ ชอบและความสามารถในการทางาน็ใหสาเรจ็ แ็ม็วาจ็ะตอง็ใชเวลาหลายคร้งั 1.3 การสอ่ื สารกบั เดก็ ควรสงั เกต็วาเดก็ อ็ยใู นภาวะท่ีพ็รอมหรอื มสี มาธทิ จ่ี ะ็ใหความสนใจสิ่งท่ี คุณครูกาลงั จะพดู อ็ยหู รือ็ไม หากสนใจอ็ยกู ็สามารถพดู กับเด็กโดย็ใชคาพูดท่ีกระชับ็ไดใจความชัดเจน็ไดทันที หากเด็กกาลงั อ็ยูใน็ชวงเห็มอ วอกแวก หรือ็ไม็ไดสนใจควรเรียกหรือแตะตัวอ็ยาง็นมุ นวล็ใหเดก็็รูสึกตัวและ หันมาสนใจเสีย็กอนจึงสอื่ กับเด็ก ในเด็กที่มสี มาธิสน้ั บางคร้งั เพยี ง็ใชการบอก เรยี ก หรอื อธิบายอ็ยางเดยี วเด็ก อาจ็ไม็ฟงหรือ็ไมทาตาม คุณครูจ็ะตอง็เขาไปหาเด็กและ็ใชการกระท็ารวม็ดวยเพอ่ื ็ใหเด็กมีพฤตกิ รรมตา มท่ี คุณค็รูตองการ ็เชน เมื่อ็ตองการ็ใหเด็ก็เขามาใน็หองเรียน หาก็ใชวิธีเรยี กประกอบกับการโอบหรือจูงตัวเด็ก ็ให็เขา็หอ็งดวยจะ็ไดผลดี็กวาเรียกเดก็ อ็ยางเดียว ซ่ึงวิธีนีจ้ ะ็เปนการ็ฝก็ใหเดก็ รับ็ฟงและปฏิบัติตาม็ผูให็ญ ็ไดดีข้ึนในเวล็าตอมา 1.4 จดั ็ใหเดก็ น่งั อ็ยกู ลาง็หอง หรอื ็ใหไกลจากประตูห็นา็ตาง เพ่อื ลดโอกาสทีเ่ ด็กจะถูกทา ็ให วอกแวกโดยส็ิ่งตาง ๆ ท่อี็ยนู อก็หองเรยี น 1.5 เมื่อเด็กหมดสมาธจิ ริง ๆ ควรจดั กจิ กรรมทเี่ ปล่ยี นอริ ิยาบถ และ็เปนกิจกรรม็สรางสรร็ค ็ใหเด็กทา ็เชน มอบหมายห็นาท็่ีให็ชวยครูเดินแจกสมุด็ใหเพ่ือน ๆ ใน็หอง ลบกระดานดา เตมิ น้า็ใสแกจัน ็เปน็ตน กจ็ ็ะชวยลดความเบอื่ ของเดก็ ลงและทา็ใหเรยี น็ไดนานขึ้น 1.6 ็ใหคาชมเชยหรอื รางวัลเลก็ ๆ็นอย ๆ เม่อื เดก็ ปฏบิ ัตติ ัวดี หรอื ทาส่ิงท็ีเ่ ปนประโยช็น 1.7 คดิ รูปแบบวิธีเตือน หรือเรียก็ใหเดก็ กลบั มาสนใจบทเรียนโดย็ไมทา็ใหเดก็ เสยี ห็นา 1.8 เขียนการ็บาน หรืองานทเ่ี ดก็็ตองทาในชนั้ เรียน็ใหชัดเจนบนกระดานดา พยายามส่ังงาน ็ดวยวาจา็ให็นอยที่สดุ 1.9 หากจา็เปน็ตองส่ังงาน็ดวยวาจา ควรหลีกเลี่ยงสั่งพ็รอมกันที่เดียวหลาย ๆ คาส่ัง ควร็ใหเวลาเดก็ ทาเสร็จทีละอ็ยา็งกอน็ใหคาส็ั่งตอไป หลงั จาก็ใหคาสง่ั แ็กเด็ก ควรถามเด็ก็ดว็ยวา ค็รตู องการ ็ใหเด็กทาอะไร เพือ่ ็เปนการตรวจสอบ็วาเด็กรับทราบและ็เขาใจคาสง่ั อ็ยางถกู็ตอง
1.10 ตรวจสมุดงานของเด็กเพ่อื ็ใหแ็นใ็จวาเด็กจดงาน็ไดครบ็ถวน 1.11 ในกรณีทเี่ ด็กมีสมาธิสั้นมาก ควรลดระยะเวลาการทางาน็ใหส้ันลง โดย็ใหเดก็ พยายา ม ทางาน็ใหเสร็จทีละอ็ยาง และแ็ตละอ็ยาง็ใชเวลา็ไมนานมากนัก พยายาม็เนนในเรื่องความรับผิดชอบ ทางาน็ใหเสรจ็ 1.12 หลีกเลยี่ งการ็ใชวาจาตาหนิ ประจานประณาม ทที่ า็ใหเดก็ อบั อายขายห็นา และ็ไมลงโทษ เดก็็ดวยความรนุ แรง ็เชน การตี หาก็เปนพฤติกรรมจากโรคสมาธิสนั้ ็เชน็ซมุ็ซาม ทาของเสียหาย หนุ หันพลนั แ็ลนเพราะเด็กมีความลาบากในการคุมตัวเอง แ็ตควรจะเตือน และสอนอ็ยางสม่าเสมอ็วาพฤติกรรมใด ็ไมเหมาะสม และพฤตกิ รรมท่เี หมาะสมคืออะไร ็เปดโอกาส็ใหเดก็ ็ไดแ็กไข็ดวยตนเอง ็เชน เก็บของ็เขาท่ีให็ม ชด็ใชของทเ่ี สียหาย 1.13 ็ใชการตัดคะแนน งดเวลาพัก ทาเวร หรืออ็ย็ูตอหลังเลิกเรียน (เพ่ือทางานท็ี่คางอ็ยู ็ใหเสร็จ) เม่อื เดก็ ทาความผดิ 1.14 พยายามมีทศั นคติเชิงบวก็ตอเด็ก มองหาจดุ ดขี องเดก็ และสนับสนุน็ใหเดก็ ็ไดแสดงออก ถ็ึงขอดีหรอื ความสามารถของตัวเอง 1.15 พยายามส็รางบรรยากาศท็่ีเขาใจ ็เปนกาลงั ใจ็ใหเด็กพยายามปรบั ปรงุ ตัวเอง็ใหดีขึน้ 1.16 ็ใหความ็ชวยเหลอื็ดานการเรยี น็เปนพเิ ศษ เน่ืองจากเดก็ ท็ี่เปนสมาธสิ ้ันจะมคี วามบกพ็รอง ทา็งดานการเรยี น (learning disorder)็รวม็ดวยประมาณ็รอยละ 30 – 40็เชน็ดานกา็รอาน การสะกดคา การคานวณ ็เปน็ตน ซ่ึ็งตองการความ็เขาใจและความ็ชวยเหลือจากคุณครูเพิ่มเติม แนวการสอน ควรมลี กั ษณะดังน้ี 1.16.1 มีการแ็บงขั้นตอนเริ่มจา็กงายและจานวน็นอย็กอน แ็ลวจึงเพม่ิ ความยา กและ จานวนขัน้ ตอนข้ึนในเวล็าตอมาเมอื่ เดก็ เรียน็รขู น้ั ตอน็ไดดีแ็ลว 1.16.2 ็ใชคาอธบิ า็ยงาย ๆ สั้น ๆ พอทเ่ี ด็กจะ็เขาใจ และ็ใหความสนใจ็ฟง็ไดเต็มที่ ซึ่งหากมีการสาธิตอ็ยาง็เปนรูปธรรมจ็ะชวย็ใหเด็ก็เขาใจ็ไ็ดงายก็วาคาพดู อธบิ ายอ็ยางเดียว 1.17 ควรสอนทลี ะเรื่อง หรอื เปรยี บเทยี บ็เปน็คู แ็ต็ไมควรเชอ่ื มโยงหลายเร่ืองพ็รอม ๆ กนั 1.18 เด็กท็ี่เปนสมาธิสั้น ควร็ไดรับการสอนแบบ “ตัว็ตอตัว” เน่ืองจากครูสามารถคุม็ให เดก็ สมาธสิ ั้น และสามารถยดื ห็ยนุ การเรยี นการสอน็ให็เขากับความพ็รอมของเด็ก็ไดด็ีกวา 1.19 ครคู วร็ใหเวลาท็่ใี ชในการสอบสาหรบั เดก็ ท็่เี ปนสมาธิส้ันนาน็กวาเด็กปกติ 1.20 เดก็ อาจม็ปี ญหาการปรับตัว็เขากับเพ่ือน เพราะเดก็ มักจะใ็จรอน หนุ หัน ็เลนแรง ใน็ชวง แรกอาจ็ตองอา ศัยคุณคร็ูชวยใ็หคา ตักเตือนและแน ะน า็ดวย็ทา ทีท็ี่เขา ใจ เพ่ือ็ใหเด็กปรับ ตั วไ็ด และ็เขาใจกฎเกณ็ฑการอ็็ยรู วมกบั็ผอู ่นื
1.21 เด็กท่ีมีสมาธิส้ันบางคร้ังเพียง็ใชการบอก เรียก หรืออธิบายอ็ยางเดียว เด็กอาจ็ไม็ฟง หรือ็ไมทาตาม คุณครูควร็เขาใจไปหาเด็กและ็ใชการกระท็ารวม็ดวย เพ่ือ็ใหเด็กมีพฤติกรรมตามทค่ี ุณครู ็ตองการ ็เชน เมื่อ็ตองการ็ใหเด็ก็เขามาใน็หองเรียน หาก็ใชวิธีเรียกประกอบกับการโอบหรือจูงตัวเด็ก ็ให็เขา็หอ็งดวย จะ็ไดผลด็ีกวาเรียกเด็กอ็ยางเดยี ว 2. คาแนะนาสาหรบั ครใู นการปฏิบัตัติ อพฤติกรรมัดานอารมัณและพฤติกรรมเกเร การัชวยเรอ่ื ง ัปญหาพฤติกรรม 2.1 บรรยากาศท็ี่เขาใจและ็เปนกาลังใจ จะ็ชวยเหลือ็ใหเด็กพยายามปรับปรุงตัวเอ ง มากขนึ้ ควร็ใหความสนใจและชื่นชมเมื่อเด็กมีพฤติกรรมท่ีดี ็เชน สนใจเรียน็ไดนาน ็ไมรบกวนเพอื่ น็ชวยงาน ครู พยา ยา มทา งาน และเม่ือเด็กทา ผิดพลาดโดย็ไมต้ังใจ ควร ็ใชคา พูดปลอบใจ ม็ีทา ทีเห็นใจ แนะนาวธิ แี็กไข 2.2 ็ไมประจาน ประณาม หรอื ตราห็น็าวา็เปนเดก็ ็ไมดี และ็ไมลงโทษเด็ก็ดวยความรุนแร ง หากพฤติกรรมจากโรค ADHD เพราะเด็กคุมตัวเอง็ได็ไมดี ็เชน็ซุม็ซาม ทาของเสยี หาย หุนหันพลนั แ็ลน แ็ตควรจะปราม เตือน และสอนอ็ยางสม่าเสมอ็วาพฤติกรรมใด็ไมเหมาะสมและพฤติกรรมที่เหมาะสม คอื อะไร ็เปดโอกาส็ใหแ็กเด็ก็ไดแ็กไขตัวอง ็เชน เก็บของ็เขาทใี่ ห็ม ชด็ใชของทเ่ี สียหาย หรือลงโทษเม่อื ทา็ให ็ผอู นื่ เดอื ็ดรอน 2.3 เดก็ อาจม็ีปญหาการปรบั ตัว็เขากับเพื่อนเพราะเด็กมักจะใ็จรอน หนุ หนั ็เลนแรง ใน็ชวง แรกอาจ็ตองอาศัยคุณคร็ูชวย็ใหคาตักเตือนหรือแนะน็าดวย็ทาทที ็่ีเขาใจ เพื่อ็ใหเด็กปรับตัว็ไดและ็เขาใจ กฎเกณ็ฑการอ็็ยรู วมกบั็ผอู ืน่ พฤติกรรม็กา็วราวในเด็กออทสิ ติกน้ัน พบ็วาเกิดขน้ึ ็ได็บอยเนื่องจากเด็กม็ปี ญห็าดานการปรบั ตัวใน สงั คม และมีความจากัด็ดานการพูดและการสอ่ื ความหมาย ซ่ึงทา็ใหเด็กเกดิ ความคับ็ของใจ็ไ็ดงาย พฤติกรรม ็กา็วราวนัน้ อาจส็รา็งปญหา็ใหกับ็ผปู กครองเพราะอาจ็กอ็ใหเกิดอนั ตรายกบั ตัวเด็กเอง ็ผคู นรอบ็ขาง รวมไปถึง ทรัพ็ยสนิ็ตาง ๆ ดงั นัน้ จึงมคี วามจา็เปนในการจัดการดแู ลเมื่อเด็กเกิดพฤตกิ รรม็กา็วราว และ็ปองกันเพือ่ ็ไม็ให เด็กมพี ฤติกรรม็กา็วราว็ตอไป การแสดงออกถึงพฤติกรรม็กา็วราวของเดก็ ออทิสตกิ นนั้ มีลกั ษณะและความรุนแรงแตก็ตางกัน ไป โดยแ็บง็ได็เปน 3 ประเภททพ่ี บเหน็ ็ได็บอย คอื 1. ท็ารายตนเอง็เชน ตีศรี ษะ โขกศีรษะกบั พื้น กัดมอื ตนเอง กระแทกตวั กบั ็เกาอี้ 2. ท็าราย็ผอู ื่น ็เชน ตบห็นา กัด ็ใชนวิ้ จ้มิ ตา เตะถีบ ดงึ ผม ลอ็ คคอ กระชากคอเสือ้ 3. ทาลายสิ่งของ็เชน็ลม็ตู ควา่ ถาดอาหาร็ทมุ ็เกาอี้ ข็วางป็าขาวของ
เทคนคิ และวิธกี ารจัดการดแู ลเดก็ พิเศษและเด็กออทิสตกิ เม่อื เกิดพฤติกรรมักาวัราว 1. ยอมรบั อารม็ณควา็มรสู กึ ของเดก็ ในขณะนั้น แ็ต็ตอง็ไมยอมรบั พฤตกิ รรมนัน้ 2. หยดุ พฤตกิ รรมนัน้ ทันทีเมือ่ เหน็็วา็เปนอันตราย็ตอเด็ก็ผอู ่ืน และทรัพ็ยสนิ 3. แยกเดก็ ออกจากก็ลมุ หรือส่งิ แวด็ลอมท็่ีเปนอันตราย 4. พูดคุยปลอบโยน ็เขาหาเดก็็ดวย็ทาทีสงบมัน่ คง พูด็ดวยน้าเสยี ็งนมุ นวล และ็ไมแสดง็ทาทีคุกคาม เดก็ หรือตะโกนด็ดุ า 5. ็คนหาสาเหตุและ็ปจจัยกระ็ตุน็ใหเกิดควา ม็กา็วราว จากนั้นแยกเด็กออกจากสิ่ง็เรา นั้น และตอบสนองความ็ตองการตามความเหมาะสม 6. การแสดงความ็กา็วราว บางคร้ังอาจเกดิ จากการเรยี ก็รองความสนใจ หาก็ผปู กครองพิจาร ณา แ็ล็ววา็ไมเกิดอันตราย ็ใหน่งิ เฉย ็ไม็ตองสนใจ ็ไมนานเด็กจะหยดุ พฤตกิ รรมเอง 7. การผูกมัด ็ใชในกรณีท่ีเกิดความ็กา็วราวรนุ แรงท็ีเ่ ปนอันตราย็ตอตนเอง ็ผอู ื่น รวมท้งั ทรัพ็ยสิน แ็ตอ็ยามัดแ็นนจนเกินไป และหมั่นตรวจดบู ริเวณท่มี ัด็ไม็ใหเกิดรอยเขยี วช้าหรือบาดแผล 8. เมื่อเด็กสงบลง ช้ีแจงเหตุผลท็ี่ไมควรแสดงพฤติกรรมดังก็ลาว และเหตุผลของการผูกมัด และตกลงเงื่อนไขกับเด็ก ็เชน็ถาน่ังเฉย ๆ ็ไมอาละวาดอีก จะแ็กมัด็ใหเม่ือครบ 10 นาที แล็ะตองทาตาม็ขอตกลงอ็ยางเ็ครงครดั 9. ็ใหเด็็กรจู กั รับผดิ ชอบ็ตอเหตุการ็ณที่เกดิ ข้ึน ็เชน็ถาเดก็ อาละวาด ็ขวางปาส่งิ ของ ็ใหเด็กจดั เก็บ ของ็ให็เขาท่เี หมือนเดมิ 10. จัด็ใหเด็กมีพฤติกรร มท็่ีฝกการ ควบคุมตน เอง และ็ไดระบายอาร ม็ณอ็ยางเหมา ะ สม ็เชน ็เลนกฬี า ็ใหรบั ผดิ ชอบงา็นงาย ๆ็เชน เช็ด็โตะ 11. ก็ลาวคาชมเชย เมื่อเดก็ สามารถควบคมุ อารม็ณและการแสดงออก็ไดอ็ยางเหมาะสม 12. ทา็ใหเดก็ ด็เู ปนตัวอ็ยางในการ็ไม็ใชอารม็ณรุนแรงในการแ็ก็ปญหา 13. คอยสังเกตและ็ปองกนั เหตุการ็ณท่คี า็ดวาจะแสดงพฤตกิ รรม็กา็วราว 14. ในบางรายทมี่ พี ฤติกรรม็กา็วราวมากอาจปรึกษาแพท็ย เพ่อื พิจารณา็ใหยาเพ่ือลดและควบคุม พฤติกรรม ค็าวา “็ไม็ออนดั็ดงาย ็ไมแ็กดัดยาก” นั้น ็ใช็ไดกับทุกคน็ไม็เวนแ็ตเด็กออทิสติก ดงั นนั้ พฤติกรรม็ตาง ๆ ท็่ีไมเหมาะสมของเด็ก ็พอแ็ม็ผปู กครอง ควรตระหนกั ถึงความสา คัญ แล็ะชวยกันแ็กไข วิธีการบา็งขอ อาจ็ใช็ไดผลกับเด็กเพยี งบางก็ลมุ ดังน้ัน็ตองปรบั ็ใชผสมผสาน กนั ไป ็ใหเหมาะสมกับตวั เด็กและครอบครวั ซ่ึงอาจ็ไดผล็บาง็ไมมากก็น็ อย เพื่อ็เปนกา็รชวยเหลือ ็ใหเขา็เปนเดก็ พเิ ศษและเด็กออทิสติกท็่เี ปนทรี่ ักของคนในสงั คม็ตอไป
พฤติกรรมการทัารายตนเองในเดก็ พิเศษและเด็กออทิสติก ็เชน โขกศีรษะ ตีตนเอง ดึงผมตนเอง ฯลฯ มกั เกิดจากการที่เด็ก็ รูสึก็ไมสบายใจ อึดอัดใจ สบั สน ตกใจกลัว หรือวติ กกังวล เนื่องจาก็ไมสามารถ็เขาใจ ส็ง่ิ ตาง ๆ ็ไ็มรจู ะจัดการแ็กไข็ปญหาอ็ยางไร อีกทั้งยัง็ไมสามารถสอ่ื สารเพอื่ ขอความ็ชวยเหลือ็ได ควา็มรสู ึก ดงั ก็ลาว จึงแสดงออก็ดวยพฤติกรรมท็ารายตนเอง วธิ กี า็รชวยเหลือปรับพฤติกรรมเด็กท่ีการท็ารายตนเอง มหี ลักสาคัญดังนี้ 1. หยดุ พฤตกิ รรมการท็ารายตนเองของเดก็ เมื่อเดก็ สงบแ็ลวทาความ็เขาใจสาเหต็ุวา อะไรทา็ใหเกิด การท็ารายตนเอง แ็ลววเิ คราะ็ห็วาพฤติกรรมนั้นมีความ็เปนมาอ็ยางไร เกิดข้ึนเพอ่ื วัตถปุ ร ะส็งค อะไร 2. เมื่อ็คนหาสาเหต็ุวาอะไรท่ีทา็ใหเกิดการท็ารายตนเอง็ไดแ็ลว ก็มาทาการแ็กไข็ปญหาน้ัน ซึ่ง็ปญหาอาจจะมาจากหลายสาเหตุ แ็ตละคนก็จะม็ีปญหาและสาเหตุ ท่ีแตก็ตาง กัน ไป แ็ตมวี ธิ แี็กไขท็ไี่ มแตก็ตางกนั นักคือ - หยุดหรือพยายามหลีกเลี่ยง็ปจจัยท่ีกระ็ตุน็ใหเด็กเกิดความคับ็ของใจ็ไมสบา ยใจ อึดอัด สบั สน จนเกดิ พฤตกิ รรมท็ารายตนอง - เบ่ียงเบน ควา มสน ใจ เม่ื อเด็กเริ่มมีพฤติกร ร มทา็ร า ยตน เอง โดยกา ร พูดคุย ปลอบโยนเบา ๆ หรือหากิจกรรมอ่นื ็ใหทา ควร็เปนกิจกรรมท็่ผี อนคลายหรือทีเ่ ดก็ ชอบ - เด็กออทิสติกบางรายอาจเกิดพฤติกรรมการท็ารายตนเองโดย็ไมมีสาเหตุ โดยเฉพาะ ็ผทู ่ีมีสมองผดิ ปกตชิ ัดเจน หรอื็ปญญ็าออนอ็ยางมา็กรวม็ดวย ในกรณีนี้การท็ารายตนเอง อาจจะรุนแรงมาก การปรับพฤติกรรมอ็ยางเดียวอาจ็ไม็ไดผล จึงจา็เปน็ตอง็ใชยา ในการรักษา หลักสาคัญใน การ ปรับพฤติ กรร มการ ทา็รายตน เองที่ขา ดไ็ม ไ็ด คอื ็ตองจริงจังในการปรับแ็กไข มีความอดทน สมา่ เสมอ และอ็ยา็ทอแ็ทหมดหวัง
ผลการดาเนนิ งาน จากการประเมินจุดแข็งจุด็ออน (SDQ) ของนักเรียนโรงเรียนฉะเชิงเทรา็ปญญานุกูลท้ังหมด จานวน 417 คน ภาคเรียนที่ 1็ปการศึกษา 2562 วันท่ี 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562 (คร้ังท่ี 1) โดย็ใช แบบประเมนิ จุดแข็งจุด็ออน พ.ศ.2546 ของกรมสขุ ภาพจติ โดยมีครูประจาชนั้ ็เปน็ผปู ระเมนิ พบ็วา นักเรียนมี ภาวะสุขภาพจติ ดี จานวน 405 คน คดิ ็เปน็รอยละ 97.12 นักเรยี นม็ปี ญหาสุขภาพจิต จานวน 12 คน คดิ ็เปน ็รอยละ 2.88 และอ็ยใู นก็ลมุ เสี่ยงจานวน 7 คน หลงั จากท่พี บ็วานักเรียนม็ีปญหาสุขภาพจิต โรงเรยี น็ไดดาเนินการแ็กไขและ็ชวยเหลือนกั เรียน ท่ีมี ็ปญหาสุขภาพจติ ทง้ั ที่อ็ยใู นก็ลมุ เส่ยี งและก็ลุมม็ีปญหา โดย็ใชโปรแกรมการแ็กไขและ็ชวยเหลอื นักเรียน ท่ีมี ็ปญหาสขุ ภาพจิต ็เชน กจิ กรรมปรบั พฤติกรรม ลดพลังงาน กจิ กรรมกร็ะตนุ ประสาทสัมผัส (เทคนคิ สโนซีเล็น) ดนตรีบาบัด ศิลปะบาบัด กิจกรรมบาบัด กิจกรรมธรรมวิถี การออกกาลังกาย กิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม เทคนิคฟลอ็รไท็ม (Floortime) เทคนิคการเสริมแรง เทคนิคการ็ใช Visual Strategy เทคนิค TEACCH (Treatment and Education of Autistic and Communication related handicapped Children) เมอื่ ดาเนินการตามโปรแกรมการแ็กไขและ็ชวยเหลอื นักเรียนทมี่็ปี ญหาสขุ ภาพจิตแ็ลว โรงเรียน็ไดทา การประเมินจุดแข็งจุด็ออน (SDQ) ของนักเรียนโรงเรียนฉะเชิงเทรา็ปญญานุกูลซ้า ในภาคเรียนท่ี 2 ็ปการศึกษา 2562 วันท่ี 20 มกราคม พ.ศ. 2563 พบ็วา นักเรยี นทีม่็ีปญหาสุขภาพจิต ท่ีอ็ยใู นก็ลมุ ม็ีปญหา และก็ลมุ เส่ียง มีพฤติกรรมดีข้นึ กลบั มาอ็ยใู นก็ลุมปกตแิ ละก็ลุมเส่ียง โดย็ไมมนี ักเรียนที่ม็ีปญหาสขุ ภา พจิต เหลอื อ็ยเู ลย คิด็เปน็รอยละ 100
ตารางแสดงการเปรยี บเทยี บผลการประเมินจุดแขง็ จดุัออน (SDQ) ภาคเรยี นท่ี 1 และภาคเรียนท่ี 2 ัปการศึกษา 2562 ของนักเรยี นโรงเรียนฉะเชงิ เทราัปญญานกุ ลู ภาคเรียนที่ 1 (17 มิ.ย. 62) ภาคเรียนที่ 2 (20 ม.ค. 63) ระดบั ช้นั ปกติ เส่ียง มัีปญหา รวม (นร. ปกติ เส่ยี ง มัีปญหา รวม (นร. ทมี่ ัปี ญหา) ท่มี ัปี ญหา) ป.1 25 - - 0 25 - - 0 ป.2 27 1 - 0 28 - - 0 ป.3 35 - 1 1 35 1 - 0 ป.4 43 - 1 1 43 1 - 0 ป.5 32 2 2 2 35 2 - 0 ป.6 42 - 2 2 41 2 - 0 ม.1 42 1 2 2 41 2 - 0 ม.2 40 2 1 1 41 1 - 0 ม.3 32 - 2 2 32 2 - 0 ม.4 33 1 - 0 34 - - 0 ม.5 33 - 1 1 33 1 - 0 ม.6 14 - - 0 14 - - 0 รวม 398 7 12 12 402 12 0 0
แบบรายงานการประเมนิ จดุ แข็งจดุัออน : SDQ โรงเรยี นฉะเชงิ เทราัปญญานกุ ูล ภาคเรยี นที่ 1 ัปการศกึ ช้นั เรียน จานวนนกั เรยี น พฤตกิ รรมจุดัออน (Difficu (คน) ผลการประเมินรวมทั้ง ประถมศึกษา็ปที่ 1 ประถมศึกษา็ปท่ี 2 25 ปกติ (คน) เส่ยี ง (คน) ประถมศึกษา็ปที่ 3 28 25 - ประถมศกึ ษา็ปท่ี 4 36 27 1 ประถมศกึ ษา็ปที่ 5 44 35 - ประถมศกึ ษา็ปท่ี 6 36 43 - มัธยมศึกษา็ปที่ 1 44 32 2 มธั ยมศึกษา็ปที่ 2 45 42 มธั ยมศึกษา็ปท่ี 3 43 42 1 มธั ยมศกึ ษา็ปท่ี 4 34 40 2 มัธยมศกึ ษา็ปที่ 5 34 32 - มัธยมศกึ ษา็ปท่ี 6 34 33 1 14 33 - รวม 417 14 - 398 7
Q (รายชัน้ และภาพรวมของโรงเรียน) ประเมนิ โดยครู กษา 2562 วนั /เดือนั/ปท่ีประเมนิ 17 มิถนุ ายน พ.ศ. 2562 ulty Scores) พฤตกิ รรมจดุ แขง็ (Strength Scores) นกั เรยี นที่มัปี ญหา 4ัดาน ัไดรบั การดูแลัชวยเหลอื ม็ีปญหา (คน) ัดานความสามารถทางสงั คม - (คน) - มจี ุดแข็ง ็ไมมีจดุ แข็ง - 1 - 1 25 - 1 2 1 2 28 - 2 2 2 1 36 - 2 2 1 - 44 - 2 1 - - 36 - 1 12 - 44 - 12 44 1 43 - 33 1 34 - 34 - 14 - 415 2
แบบรายงานการประเมนิ จดุ แขง็ จุดัออน โรงเรยี นฉะเชงิ เทราัปญญานุกูล ภาคเรยี นท่ี 1 ัปการศกึ ษ จานวน พฤตกิ รรม นักเรยี น ช้นั (คน) ัดานอารมัณ ัดานพฤติกรรมเกเร ประถมศกึ ษ็าปที่ 1 25 ปกติ เสีย่ ง ม็ปี ญหา ปกติ เส่ยี ง ม็ีปญหา ป ประถมศึกษา็ปที่ 2 28 ประถมศึกษ็าปท่ี 3 36 25 - - 25 - -2 ประถมศกึ ษ็าปที่ 4 44 ประถมศึกษ็าปท่ี 5 36 28 - - 28 - -2 ประถมศกึ ษา็ปที่ 6 44 มัธยมศึกษา็ปท่ี 1 45 36 - - 35 - 13 มัธยมศกึ ษ็าปที่ 2 43 มัธยมศึกษา็ปท่ี 3 34 44 - - 43 - 14 มัธยมศกึ ษ็าปที่ 4 34 มธั ยมศึกษ็าปท่ี 5 34 33 1 2 36 - -3 มัธยมศึกษา็ปที่ 6 14 417 42 - 2 43 - 14 รวม 42 - 3 45 - -4 41 - 2 43 - -4 32 - 2 33 - 13 33 - 1 34 - -3 33 - 1 33 - 13 14 - - 14 - -1 403 1 13 412 0 5 4
น (SDQ) รายช้ันและภาพรวมของโรงเรียน ษา 2562 วัน/เดอื นั/ปที่ประเมนิ 17 มิถนุ ายน พ.ศ. 2562 มจดุ ัออน ( Difficulty Scores ) พฤติกรรมจุดแข็ง (Strength Scores) ัดานพฤติกรรม ัดานความสัมพันัธกับ ผลการประเมิน ัดานความสามารถทาง อัยัไู มนิง่ /สมาธสิ ัน้ เพอื่ น ทงั้ 4ัดาน สงั คม ปกติ เสีย่ ง ม็ปี ญหา ปกติ เสีย่ ง ม็ีปญหา ปกติ เสีย่ ง ม็ปี ญหา มีจุดแขง็ ็ไมมจี ดุ แขง็ 25 - - 25 - - 25 - - 25 - 27 - 1 28 - - 27 1 - 28 - 36 - - 35 - 1 35 - 1 36 - 44 - - 43 1 - 43 - 1 44 - 33 1 2 36 - - 32 2 2 36 - 44 - - 44 - - 42 - 2 44 - 42 1 2 43 2 - 42 1 2 44 1 42 - 3 43 - - 40 2 1 43 - 33 - 1 34 - - 32 - 2 33 1 34 - - 34 - - 33 1 - 34 - 34 - - 33 1 - 33 - 1 34 - 14 - - 14 - - 14 - - 14 - 406 2 9 412 4 1 398 7 12 415 2 นกั เรียนมีภาวะสขุ ภาพจติ ดี และ็ไมม็ีปญหา 405 - คดิ ็เปน็รอยละ 97.12 -
รายช่อื นกั เรยี นท่ีมีผลการประเมินรวมท้งั 4ัดาน อัยใู นกัลมุ เสย่ี งและกัลมุ มัปี ญหา ภาคเรียนที่ 1ัปการศึกษา 2562 ท่ี ชือ่ -นามสกลุ ระดับชน้ั หมายเหตุ 1 เด็กชายภรณั ยู วทิ ยานภุ าพ ชน้ั ประถมศกึ ษา็ปท่ี 2 2 เดก็ ชายพลภัทร เพง็ สกุล ชน้ั ประถมศึกษา็ปที่ 3 3 เด็กชายภูเบศ ห็งสจินดา ช้ันประถมศกึ ษา็ปที่ 4 4 เดก็ ชายจิราวฒั ็น ส็รอยเสพ ชน้ั ประถมศึกษา็ปท่ี 5 5 เดก็ หญิงประภาภัทร เขื่อนเพช็ ร ชั้นประถมศึกษา็ปที่ 5 6 เดก็ ชายภรู ิวจั็น ศรสี ิริศกั ดิ์ ชนั้ ประถมศกึ ษา็ปที่ 5 7 เด็กชายชนกชน็ท จอมเทพมาลา ชั้นประถมศกึ ษา็ปท่ี 5 8 เด็กชายสทิ ธนิ นั ็ท ชานาญกุล ชัน้ ประถมศึกษา็ปท่ี 6 9 เด็กชายพิชิตพล นนั ทมาต็ร ชน้ั ประถมศึกษา็ปที่ 6 10 นายวิศวชติ จารัส ชนั้ มธั ยมศึกษา็ปที่ 1 11 นายอภิชา ็ดานวิทยากุล ชั้นมธั ยมศึกษา็ปที่ 1 12 เดก็ ชายอธโิ รจ็น ฐิตดิ ิลกภริ ม็ณ ชั้นมัธยมศึกษา็ปท่ี 1 13 เด็กชายฉตั ธกร สุวรรณศร ช้นั มธั ยมศกึ ษา็ปที่ 2 14 เด็กชายจักรพง็ษ มากม่ิง ชน้ั มธั ยมศึกษา็ปท่ี 2 15 นายพงศกร โพธ์ศิ รี ชน้ั มธั ยมศึกษา็ปที่ 2 16 นายธีรภัทร แสงทอง ชน้ั มธั ยมศกึ ษา็ปท่ี 3 17 นายสทิ ธิพล คงสมปราช็ญ ชน้ั มธั ยมศกึ ษา็ปที่ 3 18 นายคชินท็ร สายสี ชั้นมธั ยมศกึ ษา็ปที่ 4 19 นายณฐั วฒุ ิ บุญเฉย ชัน้ มัธยมศกึ ษา็ปที่ 5 ตารางแสดงัขอมูลการัใหการัชวยเหลือนักเรยี นทม่ี ีผลการประเมินรวมท้งั 4ัดาน อัยใู นกัลมุ เสย่ี ง และกัลมุ มัปี ญหา จานวน 19 คน ภาคเรียนที่ 1ัปการศึกษา 2562 โรงเรยี นฉะเชงิ เทราัปญญานุกูล จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา
รายชือ่ นกั เรียนที่มผี ลการประเมินรวมทั้ง 4ัดาน อัยูใน ที่ ช่อื -นามสกุล ระดบั ัดานอารมัณ ัด ชัน้ 1 เดก็ ชายภรณั ยู วทิ ยานภุ าพ ป.2 ป.3 2 เด็กชายพลภัทร เพง็ สกุล ป.4 ป.5 3 เดก็ ชายภเู บศ ห็งสจนิ ดา ป.5 ป.5 4 เดก็ ชายจิราวฒั ็น ส็รอยเสพ ป.5 ป.6 5 เด็กหญิงประภาภัทร เข่อื นเพ็ชร ป.6 ✓ ม.1 ✓ 6 เดก็ ชายภรู ิวจั็น ศรสี ริ ิศกั ด์ิ ✓ ม.1 ✓ 7 เดก็ ชายชนกชน็ท จอมเทพมาลา ม.1 ✓ ม.2 ✓ 8 เดก็ ชายสิทธินัน็ท ชานาญกุล ม.2 ✓ ม.2 ✓ 9 เด็กชายพิชิตพล นันทมา็ตร ม.3 ✓ ✓ 10 นายวิศวชติ จารัส ✓ 11 นายอภิชา ็ดานวิทยากลุ 12 เด็กชายอธโิ รจ็น ฐติ ิดิลกภิรม็ณ 13 เด็กชายฉัตธกร สวุ รรณศร 14 เดก็ ชายจักรพ็งษ มากมง่ิ 15 นายพงศกร โพธิ์ศรี 16 นายธีรภทั ร แสงทอง
นกัลุมเสย่ี งและมัีปญหา ภาคเรียนท่ี 1ัปการศึกษา 2562 ัดานพฤติกรรม ัดานพฤติกรรม ัดานความสัมพนั ัธ แนวทาง หมายเหตุ เกเร อัยัไู มน่งิ / กับเพื่อน การแักไข สมาธสิ น้ั ✓ ✓✓ ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
ที่ ชือ่ -นามสกลุ ระดบั ัดานอารมัณ ัด ช้ัน 17 นายสิทธพิ ล คงสมปราช็ญ ม.3 ✓ 18 นายคชินท็ร สายสี ม.4 ✓ 19 นายณฐั วฒุ ิ บุญเฉย ม.5 ✓
ัดานพฤติกรรม ัดานพฤตกิ รรม ัดานความสัมพนั ัธ แนวทาง หมายเหตุ เกเร อัยัไู มน่ิง/ กับเพือ่ น การแักไข สมาธสิ ั้น ✓ ✓✓
ตารางแนวทางการแักไข/ัชวยเหลอื ัปญหาพฤตกิ รรมของนกั เรยี น ท่ี ชอื่ - สกลุ ช้นั ัปญหา การแักไขั/ชวยเหลือ ผลการแักไข 1 เด็กชายภรณั ยู ป.2 ็ดานพฤตกิ รรม 1. กิจกรรมปรบั - มสี มาธใิ นการเรียนหรอื วทิ ยานภุ าพ อ็ย็ไู มนิง่ /สมาธิส้นั พฤติกรรม ลดพลังงาน การทากิจกรรมเพ่ิม วอกแว็กงาย 2. กิจกรรมกร็ะตนุ มากขึน้ 2 เดก็ ชายพลภัทร ป.3 ็ดานพฤติกรรม ประสาทสัมผสั -็รจู กั กา็รชวยเหลือ็ผอู นื่ เพ็งสกุล เกเ็รดาน (เทคนิคสโนซเี ลน็ ) และแ็บง็ปนเพม่ิ มากขึ้น ความสมั พัน็ธกับ 3. ดนตรบี าบัด เพอ่ื น 4. ศิลปะบาบดั 3 เดก็ ชายภเู บศ ป.4 ็ดานพฤติกรรม 5. กจิ กรรมบาบัด -็รจู กั กา็รชวยเหลือ็ผอู ืน่ ห็งสจนิ ดา เกเร 6. กจิ กรรมธรรมวถิ ี และแ็บง็ปนเพิ่มมากขึ้น ็ดานความสัมพัน็ธ 7. การออกกาลังกาย กับเพ่อื น 8. กิจกรรมอบรม 4 เดก็ ชายจิราวัฒ็น ป.5 ็ดานพฤตกิ รรม คุณธรรม จรยิ ธรรม - มีสมาธใิ นการเรยี นหรือ ็สรอยเสพ อ็ย็ไู มน่ิง/สมาธสิ ั้น การทากิจกรรมเพ่มิ วอกแว็กงาย มากขนึ้ 5 เด็กหญงิ ประภาภทั ร ป.5 ็ดานพฤตกิ รรม - มสี มาธใิ นการเรยี น เขือ่ นเพช็ ร อ็ย็ไู มนงิ่ /สมาธิสนั้ หรือการทากิจกรรม วอกแว็กงาย เพม่ิ มากข้นึ ็ดานอารม็ณ - สามารถควบคมุ อารม็ณ ็ไมสามารถควบคุม ็ไดดีขน้ึ ตามลาดบั อารม็ณ็ไดใน บางคร้งั 6 เดก็ ชายภูรวิ ัจ็น ป.5 ็ดานอารม็ณ - สามารถควบคมุ อารม็ณ ศรีสิริศกั ด์ิ ็ไมสามารถควบคุม ็ไดดขี นึ้ ตามลาดบั อารม็ณ็ไดใน บางครัง้
ท่ี ชอื่ - สกลุ ช้นั ัปญหา การแักไขั/ชวยเหลือ ผลการแักไข 7 เดก็ ชายชนกชน็ท ป.5 ็ดานอารม็ณ 1. กจิ กรรมปรบั - สามารถควบคมุ อารม็ณ พฤตกิ รรม ลดพลังงาน ็ไดดีขึ้นตามลาดับ จอมเทพมาลา ็ไมสามารถควบคุม 2. กิจกรรมกร็ะตนุ - มีสมาธิในการเรียน อารม็ณ็ไดใน ประสาทสัมผสั หรือการทากิจกรรมเพ่มิ 8 เดก็ ชายสิทธนิ นั ็ท บางครง้ั (เทคนคิ สโนซเี ล็น) มากขึ้น ชานาญกุล ็ดานพฤตกิ รรม 3. ดนตรีบาบัด อ็ย็ไู มน่ิง/สมาธสิ นั้ 4. ศลิ ปะบาบดั -็รจู กั กา็รชวยเหลือ็ผอู ื่น 9 เดก็ ชายพชิ ติ พล วอกแว็กงาย 5. กจิ กรรมบาบดั และแ็บง็ปนเพ่มิ มากข้นึ นันทมา็ตร ป.6 ็ดานพฤตกิ รรม 6. กิจกรรมธรรมวิถี - สามารถควบคุมอารม็ณ เกเร็ดานอารม็ณ 7. การออกกาลงั กาย ็ไดดีขึ้นตามลาดบั 10 นายวศิ วชติ จารัส ็ไมสามารถควบคมุ 8. กิจกรรมอบรม อารม็ณ็ไดใน คณุ ธรรม จรยิ ธรรม - สามารถควบคมุ อารม็ณ บางครงั้ ็ไดดีขึ้นตามลาดบั ป.6 ็ดานอารม็ณ - สามารถควบคุมอารม็ณ ็ไมสามารถควบคมุ ็ไดดีขึ้นตามลาดบั อารม็ณ็ไดใน - มีสมาธิในการเรียน บางครงั้ หรอื การทากิจกรรมเพิ่ม มากข้ึน ม.1 ็ดานอารม็ณ ็ไมสามารถควบคมุ อารม็ณ็ไดใน บางครง้ั ็ดานพฤติกรรมอ็ยู ็ไมนิง่ /สมาธิสั้น วอกแว็กงาย
ท่ี ชือ่ - สกลุ ช้ัน ัปญหา การแักไขั/ชวยเหลือ ผลการแักไข 11 นายอภิชา ม.1 ็ดานพฤตกิ รรมอ็ยู 1. กิจกรรมปรบั - สามารถควบคุมอารม็ณ ็ดานวทิ ยากลุ ็ไมนิง่ /สมาธสิ ัน้ วอกแว็กงาย พฤตกิ รรม ลดพลังงาน ็ไดดีข้นึ ตามลาดบั 12 เด็กชายอธโิ รจ็น ็ดานอารม็ณ ฐิติดิลกภริ ม็ณ ็ไมสามารถควบคุม 2. กิจกรรมกร็ะตนุ - มีสมาธิในการเรียน อารม็ณ็ไดใน 13 เด็กชายฉตั ธกร บางครั้ง ประสาทสัมผัส หรือการทากิจกรรมเพิม่ สวุ รรณศร ็ดานความสัมพนั็ธ กับเพื่อน (เทคนิคสโนซเี ล็น) มากขนึ้ ม.1 ็ดานพฤติกรรมอ็ยู ็ไมนงิ่ /สมาธิส้นั 3. ดนตรีบาบดั วอกแว็กงาย ็ดานอารม็ณ 4. ศลิ ปะบาบดั ็ไมสามารถควบคมุ อารม็ณ็ไดใน 5. กิจกรรมบาบดั บางครง้ั ็ดานความสมั พัน็ธ 6. กิจกรรมธรรมวิถี กับเพอื่ น ม.2 ็ดานพฤตกิ รรมอ็ยู 7. การออกกาลังกาย - สามารถควบคมุ อารม็ณ ็ไมนง่ิ /สมาธสิ ั้น วอกแว็กงาย 8. กิจกรรมอบรม ็ไดดีขนึ้ ตามลาดับ ็ดานอารม็ณ ็ไมสามารถควบคุม คณุ ธรรม จริยธรรม - มีสมาธิในการเรียน อารม็ณ็ไดใน บางครั้ง หรอื การทากจิ กรรมเพ่ิม มากขึ้น -็รจู ักกา็รชวยเหลือ็ผอู ่ืน และแ็บง็ปนเพ่ิมมากข้นึ - มสี มาธใิ นการเรียน หรอื การทากจิ กรรมเพ่มิ มากขน้ึ - สามารถควบคมุ อารม็ณ ็ไดดีข้ึนตามลาดับ
ท่ี ช่อื - สกลุ ช้ัน ัปญหา การแักไขั/ชวยเหลือ ผลการแักไข 14 เดก็ ชายจกั รพง็ษ ม.2 ็ดานพฤติกรรม 1. กิจกรรมปรบั - มีสมาธใิ นการเรียน มากมิง่ อ็ย็ไู มนงิ่ /สมาธิส้นั วอกแว็กงาย พฤติกรรม ลดพลงั งาน หรือการทากิจกรรม 15 นายพงศกร โพธศิ์ รี ็ดานอารม็ณ 16 นายธีรภทั ร ็ไมสามารถควบคมุ 2. กิจกรรมกร็ะตนุ เพ่ิมมากขนึ้ อารม็ณ็ไดใน แสงทอง บางครงั้ ประสาทสมั ผัส - สามารถควบคุมอารม็ณ ม.2 ็ดานพฤติกรรม 17 นายสิทธิพล อ็ย็ไู มนง่ิ /สมาธิสน้ั (เทคนิคสโนซเี ล็น) ็ไดดขี ึน้ ตามลาดบั คงสมปราช็ญ วอกแว็กงาย ม.3 ็ดานอารม็ณ 3. ดนตรบี าบัด 18 นายคชินท็ร สายสี ็ไมสามารถควบคมุ อารม็ณ็ไดใน 4. ศลิ ปะบาบัด บางครงั้ ็ดานพฤติกรรมเกเร 5. กจิ กรรมบาบัด - มีสมาธิในการเรยี น ็ดานความสัมพนั็ธ กับเพือ่ น 6. กจิ กรรมธรรมวถิ ี หรือการทากจิ กรรม ม.3 ็ดานพฤตกิ รรม อ็ย็ไู มนง่ิ /สมาธสิ น้ั 7. การออกกาลังกาย เพ่มิ มากขึน้ วอกแว็กงาย ็ดานอารม็ณ 8. กิจกรรมอบรม - สามารถควบคุมอารม็ณ ็ไมสามารถควบคมุ อารม็ณ็ไดใน คุณธรรม จริยธรรม ็ไดดขี น้ึ ตามลาดับ บางครง้ั ม.4 ็ดานอารม็ณ -็รจู กั กา็รชวยเหลือ็ผอู ืน่ ็ไมสามารถควบคมุ อารม็ณ็ไดใน และแ็บง็ปนเพม่ิ มากขนึ้ บางคร้ัง - มสี มาธใิ นการเรียน หรอื การทากิจกรรม เพ่ิมมากขึ้น - สามารถควบคุมอารม็ณ ็ไดดีขน้ึ ตามลาดับ - สามารถควบคุมอารม็ณ ็ไดดขี ึน้ ตามลาดบั
ที่ ชือ่ - สกุล ช้นั ัปญหา การแักไขั/ชวยเหลอื ผลการแักไข 19 นายณฐั วุฒิ ม.5 ็ดานพฤติกรรมเกเร 1. กจิ กรรมปรับ - สามารถควบคมุ อารม็ณ บุญเฉย ็ดานความสัมพัน็ธ กบั เพื่อน พฤตกิ รรม ลดพลังงาน ็ไดดขี ึ้นตามลาดบั ็ดานอารม็ณ ็ไมสามารถควบคุม 2. กจิ กรรมกร็ะตนุ -็รจู กั กา็รชวยเหลือ็ผอู ื่น อารม็ณ็ไดใน บางครง้ั ประสาทสัมผัส และแ็บง็ปนเพม่ิ มากข้นึ (เทคนิคสโนซีเล็น) 3. ดนตรีบาบดั 4. ศลิ ปะบาบัด 5. กิจกรรมบาบัด 6. กิจกรรมธรรมวถิ ี 7. การออกกาลงั กาย 8. กิจกรรมอบรม คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ภาพการปรบั พฤตกิ รรมนกั เรียนท่อีัยใู น กัลมุ เสี่ยงหรือมัีปญหา การ็ใชกิจกรรมปรับพฤติกรรม เพื่อเบ่ยี งเบนความสนใจเม่ือเกดิ ลดอารม็ณเชงิ ลบ
ภาพการปรบั พฤตกิ รรมนกั เรียนท่อีัยใู น กัลมุ เสี่ยงหรอื มัปี ญหา กิจกรรมลดพลังงาน
ภาพการปรับพฤติกรรมนกั เรยี นทอ่ีัยใู น กัลุมเส่ียงหรอื มัปี ญหา กิจกรรมกร็ะตนุ ประสาทสัมผัส (เทคนิคสโนซีเลน็ )
ภาพการปรบั พฤติกรรมนกั เรียนที่อัยใู น กัลมุ เสย่ี งหรือมัปี ญหา กิจกรรมกร็ะตนุ ประสาทสมั ผสั (เทคนคิ สโนซีเล็น)
ภาพการปรบั พฤตกิ รรมนกั เรยี นท่อีัยใู น กัลุมเส่ียงหรือมัปี ญหา กิจกรรมศลิ ปะบาบดั
ภาพการปรบั พฤตกิ รรมนกั เรยี นท่อีัยใู น กัลมุ เส่ียงหรือมัปี ญหา กิจกรรมศลิ ปะบาบดั
ภาพการปรับพฤตกิ รรมนักเรียนทอ่ีัยใู น กัลุมเส่ยี งหรือมัีปญหา กจิ กรรม็ฝกสมาธิ และการทากิจกรร็มรวมกบั็ผอู ่นื เพอ่ื เพมิ่ ทักษะทางสงั คม
ภาพการดาเนนิ งานัสงเสริมสขุ ภาพจติ นกั เรยี นในโรงเรยี น นักเรียน็รวมตักบาต็รขาวสารอาหารแ็หงเน่อื งในงานกจิ กรรมวนั เดก็ นักเรียนกราบแ็มสวมกอดแ็ม็ดวยความรักเนื่องในงานกิจกรรมวันแ็มแ็หงชาติ
ภาพการดาเนนิ งานัสงเสรมิ สขุ ภาพจิตนักเรยี นในโรงเรยี น นักเรียน็รวมห็ลอเทียนเนอ่ื งในงานกจิ กรรมวัน็เขาพรรษา นักเรียน็รวมแ็หเทียนไปวัดและราห็นากลองยาวเนอื่ งในงานกิจกรรมวัน็เขาพรรษา
ภาพการดาเนินงานัสงเสรมิ สุขภาพจิตนักเรยี นในโรงเรยี น นกั เรยี น็ได็เข็ารวมกิจกรรมวนั สาคัญทางพระพุทธศาสน็ารวมกับชุมชน โดยการทาบญุ ตักบาตร เวียนเทยี น ทากิจกรรมจติ อาสา ็เปน็ตน การดาเนนิ กิจกรรมเดก็ ดี ศรี ฉช.ป.
ภาพการดาเนินงานัสงเสรมิ สขุ ภาพจติ นักเรียนในโรงเรียน นักเรียนทาวัตรเย็นในวันพระและ็ฟงธรรมเทศนาจากพระวทิ ยากร นกั เรยี น็ไดม็สี วน็รวมในกจิ กรรมกีฬาสภี ายใน็ตานภัยยาเสพติด
ภาพการดาเนนิ งานัสงเสริมสขุ ภาพจิตนักเรยี นในโรงเรยี น คณะครเู ยีย่ ม็บานนกั เรยี น คณะครูพบป็ะผปู กครองเพื่อวางแผนการจดั การศึกษา และชแี้ จงความ็เขาใจกฎระเบียบ็กอน็สงนักเรยี น็เขาเรอื นนอน
ภาพการดาเนินงานัสงเสริมสุขภาพจติ นักเรยี นในโรงเรยี น นกั เรียนแสดงความกตญั ็เู น่ืองในวนั ็พอวนั แ็หงชาติ นักเรยี น็ได็เข็ารวมกจิ กรรมวนั เดก็ แ็หงชาติ
ภาพการดาเนนิ งานัสงเสรมิ สขุ ภาพจติ นักเรยี นในโรงเรียน นกั เรียน็ได็เข็ารวมกจิ กรรมวันสาคัญ็ตางๆ ็เชน กจิ กรรมวันสุนทร็ภู กจิ กรรมวันภาษาไทยแ็หงชาติ กิจกรรมวันคริสมาส็ต ็เปน็ตน
ภาพการดาเนนิ งานัสงเสริมสุขภาพจติ นกั เรียนในโรงเรยี น นกั เรยี น็ไดมโี อกาสศึกษาแห็ลงเรียน็รภู ายนอกสถานท็่ตี างๆ คณะคร็ูได็รวมกนั ประชุมวางแผนเพือ่ ประเมนิ SDQ แ็กนักเรยี น
ภาพการดาเนนิ งานัสงเสรมิ สุขภาพจติ นกั เรียนในโรงเรยี น ็เจาห็นาทีจ่ ากสานกั งานเขตสุขภาพที่ 6 (จังหวัดชลบรุ ี) กระทรวงสาธารณสขุ ็รวมกบั โรงเรยี นฉะเชงิ เทรา็ปญญานุกลู จัดโครงการพัฒนาระบบการดูแล ็ผ็ปู วยจิตเวชเด็กและว็ัยรนุ ในโรงเรยี นการศกึ ษาพเิ ศษ
ภาพการดาเนินงานัสงเสริมสุขภาพจติ นกั เรียนในโรงเรียน โครงการทดสอบวัดระดับสต็ิปญญา (IQ) ของนกั เรยี นประจา็ปการศึกษา 2562
แบบรายงานการประเมินจดุ แข็งจดุัออน : SDQ โรงเรยี นฉะเชงิ เทราัปญญานุกลู ภาคเรียนท่ี 2 ัปการศ ชัน้ เรียน จานวนนกั เรียน พฤตกิ รรมจุดัออน (Difficu (คน) ผลการประเมนิ รวมทั้ง ประถมศึกษา็ปท่ี 1 ประถมศกึ ษา็ปท่ี 2 25 ปกติ (คน) เสี่ยง (คน) ประถมศึกษา็ปที่ 3 28 25 - ประถมศกึ ษา็ปที่ 4 36 28 - ประถมศึกษา็ปท่ี 5 44 35 1 ประถมศึกษา็ปท่ี 6 37 43 1 มธั ยมศึกษา็ปที่ 1 43 35 2 มธั ยมศึกษา็ปท่ี 2 43 41 2 มัธยมศกึ ษา็ปที่ 3 42 41 2 มัธยมศกึ ษา็ปที่ 4 34 41 1 มัธยมศกึ ษา็ปท่ี 5 34 32 2 มธั ยมศกึ ษา็ปที่ 6 34 34 - 14 33 1 รวม 414 14 - 402 12
Q (รายชน้ั และภาพรวมของโรงเรยี น) ประเมินโดยครู ศกึ ษา 2562 วัน/เดือนั/ปท่ีประเมิน 20 มกราคม พ.ศ. 2563 ulty Scores) พฤติกรรมจดุ แขง็ (Strength Scores) นักเรียนท่ีมัปี ญหา 4ัดาน ัไดรับการดูแลัชวยเหลอื ม็ปี ญหา (คน) ัดานความสามารถทางสังคม - (คน) - มีจดุ แข็ง ็ไมมจี ุดแขง็ - - - - 25 - - - - - 28 - - - - - 36 - - - - - 44 - - - - - 37 - - - - 43 - - 42 1 42 - 33 1 34 - 34 - 14 - 412 2
แบบรายงานการประเมินจุดแข็งจดุ ัออน โรงเรียนฉะเชิงเทราัปญญานุกูล ภาคเรียนที่ 2 ัปการศึก พฤตกิ รร จานวน ช้ัน นกั เรียน ัดานอารมัณ ัดานพฤตกิ รรมเกเร (คน) ปกติ เสยี่ ง ม็ปี ญหา ปกติ เสย่ี ง ม็ปี ญหา ป ประถมศึกษา็ปที่ 1 25 25 - - 25 - - - 28 - - ประถมศกึ ษา็ปที่ 2 28 30 - - 35 - 1 ประถมศกึ ษา็ปที่ 3 36 36 - - 43 - 1 ประถมศึกษ็าปที่ 4 44 44 - 1 37 - - 2 42 1 - ประถมศกึ ษ็าปท่ี 5 37 35 1 1 43 - - ประถมศกึ ษ็าปท่ี 6 43 41 - 2 42 - - 1 33 - 1 มธั ยมศึกษา็ปที่ 1 43 41 1 - 34 - - 1 33 - 1 มัธยมศึกษ็าปที่ 2 42 40 - - 14 - - 8 409 1 4 มัธยมศึกษา็ปที่ 3 34 32 1 มัธยมศกึ ษ็าปท่ี 4 34 33 1 มัธยมศึกษา็ปที่ 5 34 33 - มัธยมศึกษ็าปที่ 6 14 14 - 414 402 4 รวม
น (SDQ) รายชัน้ และภาพรวมของโรงเรียน กษา 2562 วนั /เดือนั/ปทป่ี ระเมิน 20 มกราคม พ.ศ. 2563 รมจุดัออน ( Difficulty Scores ) พฤติกรรมจดุ แข็ง (Strength Scores) ัดานพฤติกรรม ัดานความสมั พันัธกับ ผลการประเมิน ัดานความสามารถ อัยัไู มนง่ิ /สมาธสิ ัน้ เพอ่ื น ทั้ง 4ัดาน ทางสงั คม ปกติ เส่ียง ม็ีปญหา ปกติ เส่ยี ง ม็ีปญหา ปกติ เส่ียง ม็ปี ญหา มจี ุดแข็ง ็ไมมี จดุ แข็ง 25 - - 25 - - 25 - - 25 - 28 - - 28 - - 28 - - 28 - 35 1 - 36 - - 35 1 - 36 - 43 1 - 44 - - 44 - - 35 2 - 44 - 41 2 - 37 - 35 - 2 37 - - 43 - 41 2 - 43 - - 43 - - 41 1 - 32 2 - 41 1 1 43 - - 34 - - 42 1 33 1 - 40 1 1 42 - - 14 - - 42 - 402 12 - 33 1 33 1 - 34 - - - 34 - 34 - - 34 - - 414 - 34 - 100 14 - 34 - - 34 - - 412 2 14 - - 14 - - 407 3 4 413 1 - นักเรยี นมภี าวะสุขภาพจติ ดี และ็ไมม็ีปญหา คดิ ็เปน็รอยละ
รายชอื่ นักเรียนท่มี ีผลการประเมินรวมทง้ั 4ัดาน ทอ่ีัยใู นกัลมุ เสย่ี งและกัลมุ มัีปญหา หลงั การปรับพฤตกิ รรมและแักไข/ัชวยเหลือ ภาคเรียนท่ี 2ัปการศึกษา 2562 ท่ี ชือ่ -นามสกลุ ระดบั ชั้น หมายเหตุ 1 เดก็ ชายพลภทั ร เพ็งสกลุ ชั้นประถมศกึ ษา็ปท่ี 3 2 เดก็ ชายภเู บศ ห็งสจินดา ช้นั ประถมศกึ ษา็ปท่ี 4 3 เด็กหญงิ ประภาภทั ร เขือ่ นเพช็ ร ชั้นประถมศกึ ษา็ปที่ 5 4 เด็กชายชนกชน็ท จอมเทพมาลา ชั้นประถมศึกษา็ปที่ 5 5 เดก็ ชายสิทธนิ ัน็ท ชานาญกลุ ชั้นประถมศึกษา็ปท่ี 6 6 เดก็ ชายพิชติ พล นนั ทมา็ตร ชน้ั ประถมศึกษา็ปที่ 6 7 นายอภิชา ็ดานวิทยากุล ชน้ั มัธยมศกึ ษา็ปท่ี 1 8 เด็กชายอธโิ รจ็น ฐิตดิ ิลกภริ ม็ณ ชัน้ มธั ยมศกึ ษา็ปท่ี 1 9 เด็กชายจกั รพ็งษ มากม่งิ ชน้ั มัธยมศกึ ษา็ปที่ 2 10 นายธรี ภัทร แสงทอง ชนั้ มัธยมศึกษา็ปท่ี 3 11 นายสิทธพิ ล คงสมปราช็ญ ชน้ั มธั ยมศกึ ษา็ปที่ 3 12 นายณัฐวฒุ ิ บญุ เฉย ชน้ั มัธยมศึกษา็ปที่ 5 ตารางแสดงัขอมลู นกั เรียนผลการประเมนิ รวมทง้ั 4ัดาน ท่ีอัยใู นกัลมุ เสย่ี งและกัลมุ มัปี ญหา หลงั การปรบั พฤติกรรมและแักไขั/ชวยเหลือ ภาคเรียนท่ี 2ัปการศึกษา 2562 โรงเรยี นฉะเชิงเทราัปญญานกุ ูล จงั หวัดฉะเชิงเทรา
รายชื่อนักเรียนที่มผี ลการประเมินรวมท้ัง 4ัดาน อัยูใน ท่ี ชอ่ื -นามสกลุ ระดบั ัดานอารมัณ ัด ชั้น 1 เด็กชายพลภทั ร เพ็งสกลุ ป.3 ป.4 2 เดก็ ชายภเู บศ ห็งสจินดา ป.5 ป.5 3 เด็กหญิงประภาภทั ร เขือ่ นเพ็ชร ป.6 ✓ ป.6 ✓ 4 เด็กชายชนกชน็ท จอมเทพมาลา ม.1 ✓ ม.1 ✓ 5 เด็กชายสทิ ธนิ นั ็ท ชานาญกลุ ม.2 ✓ ม.3 ✓ 6 เด็กชายพชิ ิตพล นนั ทมาต็ร ✓ ม.3 ✓ 7 นายอภิชา ็ดานวิทยากลุ ม.5 ✓ ✓ 8 เดก็ ชายอธิโรจ็น ฐติ ิดลิ กภริ ม็ณ 9 เดก็ ชายจกั รพ็งษ มากม่งิ 10 นายธรี ภัทร แสงทอง 11 นายสทิ ธพิ ล คงสมปราช็ญ 12 นายณัฐวุฒิ บญุ เฉย
นกัลุมเสยี่ งและมัีปญหา ภาคเรยี นท่ี 2ัปการศกึ ษา 2562 ัดานพฤตกิ รรม ัดานพฤตกิ รรม ัดานความสมั พันัธ แนวทาง หมายเหตุ เกเร อัยัไู มน่ิง/ กบั เพอ่ื น การแักไข สมาธสิ ้ัน ✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
Search