การเขียนสะกดคา การสะกดคาท่ถี กู ตอ้ ง คอื การเขยี นคาได้ถูกตอ้ งตามหลกั เกณฑท์ างภาษา ทไี่ ด้รับการบัญญตั จิ ากตาราท่เี ชื่อถือได้
สาเหตกุ ารเขยี นสะกดคาผิด 1. การออกเสยี งคาผิดหรอื ไมช่ ดั เจน 2. การใชต้ วั การันต์ 3. ความสบั สนในหลกั ภาษา 4. การไม่ทราบความหมายของคา
การเขยี นพยัญชนะต้น อกั ษรควบ คือ พยญั ชนะ ๒ ตัวเรียงกัน ออกเรียงกลาเปน็ พยางคเ์ ดยี ว แบ่งออกเปน็ ๒ ประเภท คอื ๑. อักษรควบแท้ คอื พยัญชนะ ๒ ตัวท่มี ี ร ล ว ประสมอยดู่ ว้ ย ประสมสระเดยี วกัน อ่านออกเสียงพร้อมกนั สองตวั เชน่ กราบ ครองแครง ปลิง ๒. อกั ษรควบไมแ่ ท้ คอื พยญั ชนะที่มตี วั ร ควบอยู่ดว้ ย แต่ไมอ่ อกเสยี งตวั ร หรอื มิฉะนันก็ ออกเสียงเปน็ เสียงอืน่ ไป เช่น
การเขียนพยัญชนะตน้ อักษระนา เป็นคาท่มี พี ยัญชนะต้น ๒ ตัว เหมือนคาควบกลา แต่อา่ นแตกต่างกนั อักษระนามี แนวทางการอา่ น ๒ แบบ ดงั นี 1. อักษรนาท่ีออกเสียงสองพยางค์ เกดิ ในกรณีอักษรสงู หรืออักษรกลางนาอักษรตา่ เดย่ี ว ซง่ึ ไดแ้ ก่ ง ญ น ณ ย ญ ร ล ฬ ม เช่น จมกู ตลาด สยาม ชนัก 2. อกั ษรท่อี อกเสยี งพยางค์เดยี ว เกิดในกรณี ห นา และ อ นา โดย ห จะนาอกั ษรต่าเดย่ี ว เช่น หยด หยอก หรีด หลง หลอ่ หงอก หญ้า หนู หย่า และ อ จะนาไดเ้ ฉพาะตัว ย และมอี ย่เู พียง 4 คา ไดแ้ ก่ อย่า อยู่ อยา่ ง อยาก
การเขยี นสระ คาในภาษาไทยท่อี ่านออกเสียง / อัย / มีรปู แบบอยถู่ งึ ๔ รูปแบบด้วยกันคอื ใอ , ไอ,ไอย และ อัย การมรี ปู เขยี นถงึ ๔ แบบเชน่ นี เปน็ เครือ่ งช่วยในการแยกความหมายของคา ทาให้คาที่มีรปู ตา่ ง ๆ ใชใ้ นความหมายต่างกันไดม้ าก ขนึ และแสดงถึงที่มาของคานนั ๆ ได้อีกดว้ ย
หลักการใช้ ใอ ( ไมม้ ้วน) คาที่เขยี นด้วย สระใอ เป็นคาไทยแท้ ในภาษาไทยเรามีอยู่ ๒๐ คา ซ่งึ อาจใช้วิธีผกู เปน็ บทรอ้ ย กรองแบบตา่ ง ๆ เพอ่ื ช่วยความจา เชน่ ผใู้ หญห่ าผ้าใหม่ ใหส้ ะใภใ้ ช้คล้องคอ ใฝ่ใจเอาใสห่ ่อ มิหลงใหลใครขอดู จะใครล่ งเรือใบ ดนู าใสและปลาปู สิง่ ใดอยู่ในตู้ มิใชอ่ ยใู่ ตต้ ่งั เตยี ง บา้ ใบถ้ ือใยบวั หตู ามัวมาใกล้เคยี ง เล่าท่องอย่าละเลี่ยง ยี่สิบมว้ นจาจงดี
หลกั การใช้ ไอ ( ไม้มลาย ) การเขยี นคาทใี่ ชส้ ระไอ ( ไม้มลาย ) ในการเขยี นคาภาษาไทยในปจั จุบนั มีหลักสาคญั ๓ ประการ ดงั ตอ่ ไปนี ๒.๑ คาไทยทกุ คาท่อี อกเสียง / อัย / นอกเหนอื จากคาทใ่ี ช้ไม้ม้วน ให้เขียนด้วย ไอ (ไม้ มลาย) เชน่ ไก,่ ตะไคร้ , คล่นื ไส้ , ไอแดด ,ไฟ ฯลฯ ๒.๒ คาทีม่ าจากภาษาบาลแี ละสนั สกฤต ซงึ่ รูปคาเดิมใชส้ ระไอ ( ไมม้ ลาย ) ให้เขียนโดย ใช้ ไอ ตามรปู แบบคาเดมิ เชน่ ไอศฺวรยฺ ไอศวรรย์ ไพรสณฺฑ ไพรสณฑ์ ไวชยฺนต ไพชยนต์ ไวฑูรฺย ไพฑูรย์
หลักการใช้ ไอ ( ไมม้ ลาย ) ๒.๓ คาทมี่ าจากภาษาตา่ งประเทศทุกคาไม่ว่าจะเป็นภาษาจนี เขมร มอญ พม่า หรอื ชาติ ตะวนั ตก เมือ่ เขียนเปน็ คาไทย ให้ใชส้ ระไอ (ไมม้ ลาย) เชน่ ไถง สไบ ไศล อะไหล่ ไวน์ ไมโครเวฟ ไฮโดรเจน ไนลอน
หลกั การใช้ ไอย ( ไมม้ ลาย มี ย ตาม ) มหี ลกั การเขยี นดังนี ๓.๑ คาไทยทยี่ ืมมาจากภาษาบาลแี ละสันสกฤต ซึ่งมีรปู เดิม เอยย ( เอย - ยะ) เม่อื เป็นคา ภาษาไทย แผลง เอ เป็น ไอ แล้วตัด ย ออก หน่ึงตัว เชน่ เวเนยฺยสตฺว เป็น ไวไนยสัตว์ อธิปเตยฺย เปน็ อธปิ ไตย อสงฺเขยยฺ เปน็ อสงไขย อาชาเนยยฺ เป็น อาชาไนย ภูวเนยฺย เปน็ ภวู ไนย เวยฺยากรณ เปน็ ไวยากรณ์
หลกั การใช้ ไอย ( ไม้มลาย มี ย ตาม ) มีหลกั การเขียนดังนี ๓.๒ คาสนั สกฤตบางคา รูปเดมิ เขียนเปน็ เอย ( เอ-ยะ ) เมือ่ นามาใช้ในภาษาไทย เราแผลง เสียง เอ เปน็ ไอ เขยี นรปู คาเปน็ ไอย เช่น อปุ เมย เป็น อปุ ไมย ภาคิเนย เป็น ภาคไิ นย เสยฺยาสน เป็น ไสยาสน์
หลักการใช้ อยั ( เสียง อะ มี ย สะกด ) การเขยี นรูป อัย นี เป็นการเขียนรปู คาทม่ี าจากภาษาบาลี และสันสกฤต ซึง่ รูปคาเดิมเปน็ คา ที่ออกเสียง / อะ / แล้วมี ย ตามหลงั หรอื มาจากเสยี ง / อะ-ยะ / เมื่อนามาใชใ้ น ภาษาไทย เปลี่ยน “ อะ” เปน็ ไมห้ นั อากาศ และใช้ “ย”เป็นตวั สะกด เชน่ ชย เปน็ ชยั วนิ ย เป็น วินยั ภย เป็น ภยั ปฺรศรฺ ย เป็น ปราศรยั วินิจฺฉย เปน็ วินจิ ฉยั เมรย เป็น เมรัย
หลกั การใช้ อา อัม อาม รรม หลักการใช้ อา ๑.๑ ใช้เขียนคาไทยแท้ ๆ ท่วั ไป เช่น คา ขา กา จดจา ลานา ทา ยา ลา ๑.๒ ใช้เขียนคาแผลงท่วั ไปทแ่ี ผลงมาเป็น เสยี ง / อัม / ไม่ว่าจะเป็นคาแผลงซงึ่ มาจากคาไทยแท้ หรอื คาภาษาอ่นื ๆ เชน่ ขจร เปน็ กาจร ตรสั เป็น ดารัส เสยี ง เปน็ สาเนียง ขจาย เป็น กาจาย ตรวจ เป็น ตารวจ ๑.๓ ใช้เขียนคาทีม่ าจากภาษาอื่นซ่งึ ออกเสียง / อัม / และนามาเขยี นตามอักขรวธิ ีของภาษาไทย ใช้สระอา เช่น กาปัน่ กายาน กามะถนั รามะนา กาสรวล ธามรงค์
หลักการใช้ อา อัม อาม รรม ๒.๒ สาหรับคาบาลีสนั สกฤต ท่ีนฤคหติ สนธกิ บั พยญั ชนะวรรค ป ( ป ผ พ ภ ม ) เกิดเป็นเสยี ง / อมั / ใหเ้ ขยี น / อัม / ตามหลักเกณฑ์นีด้วย เชน่ สัมพตั สร มาจาก ส + วจฺฉร สมั พาหะ มาจาก ส + วาหน สมั ภาระ มาจาก ส + ภาร สมั ผสั มาจาก ส + ผสฺส
หลกั การใช้ อา อมั อาม รรม หลักการใช้ อาม ใช้เขยี นคาทีย่ มื มาจากภาษาบาลี และสันสกฤต ที่มเี สียงเดมิ เป็น / อะ / แลว้ มีตวั ม ตาม เม่ือนามาใชใ้ นภาษาไทย แผลง อะ เป็น อา จึงกลายเปน็ รปู - อาม ในภาษาไทย เชน่ กมลาศน์ เป็น กามลาศน์ อมฤต เป็น อามฤต อมหิต เปน็ อามหิต
หลกั การใช้ อา อัม อาม รรม หลกั การใช้ –รรม คาเสียง / อัม / ทแ่ี ผลงมาจาก รฺ ( ร เรผะ ) ในภาษาสนั สกฤต เขยี น ใช้ รร มี ม สะกด เชน่ กรมฺ เขยี นเป็น กรรม เชน่ กรรมการ กรรมพนั ธุ์ กรรมวาจา ธรฺม เขียนเปน็ ธรรม เชน่ ธรรมาสน์ ธรรมสาร ธรรมวัตร วรณฺ เขียนปน็ วรรณ เชน่ วรรณกรรม วรรณคดี วรรณวจิ ักษณ์
การใช้ รร เราจะใช้ รร (ร หนั ) เวลาใด ก่อนอื่นเลยนะครบั ตอ้ งเขา้ ใจกอ่ นครบั รร (ร เรือสองตวั ) จะเปลี่ยนจาก พยัญชนะ กลายเป็น สระ ทันทีครบั โดยเราจะใช้ รร ท่ีเขียนไวห้ ลังพยญั ชนะต้นที่ไม่มรี ูปสระ โดย ร ตวั แรกจะทาหน้าทเี่ ปน็ ไมห้ ันอากาศ สว่ น ร ตตวั หลงั จะทาหนา้ ทเ่ี ปน็ ตัวสะกด แม่กน ซ่งึ จะทาให้เราอ่านออกเสียงแบบเดียวกับ -ัน เลยครับ แต่ถา้ มพี ยัญชนะตัวอ่ืนมาอยู่หลัง รร (ร หนั ) เวลาอา่ นเราจะอ่านเสยี งพยญั ชนะที่เป็นตัวสะกดตามนันทันที แตถ่ ้า ตวั สะกดทีอ่ ยู่ “รร” มีเครอ่ื งหมายทัณฑฆาตกากับอยู่ ก็จะอา่ นเหมอื นเสยี งท่ีมแี ต่ รร ดังเดมิ
การเขียนตัวสะกด คาทส่ี ะกดตรงตามมาตรา แม่ ก กา คาในแม่ ก กา เปน็ คาทีไ่ มม่ ีพยญั ชนะเปน็ ตัวสะกด ท้ายคา หรอื ท้ายพยางค์ อ่าน ออกเสียงสระโดยไม่มเี สียงพยญั ชนะ ตวั อยา่ งคาทม่ี ีตวั สะกดในมาตราตัวสะกดแม่ ก กา กติกา โกลี คร่าครา่ เคอะ เงอะงะ เฉโกโว้เว้ ซาฟยี ะห์ นาบูดู ปรานี ไม่เข้ายา โยทะกา เรือ กอและ เล้า โสภา หญา้ คา อาชา
คาที่สะกดตรงตามมาตรา แม่ กง พยญั ชนะที่เปน็ ตัวสะกดในมาตราตวั สะกดแม่ กง คือ อา่ นอย่างเสยี ง ง ตัวอยา่ งคาทมี่ ีตวั สะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กง กองกลาง โขมง คล้องจอง คปู อง จอ้ งหนอ่ ง ฉิ่ง ตะราง ต้งุ ตงิ ประลอง พิธรี ตี อง มะเส็ง แมงดา ราพงึ สรงนา สาเนียง แสลง
คาทส่ี ะกดตรงตามมาตรา แม่ กม พยัญชนะทเ่ี ป็นตวั สะกดในมาตราตวั สะกดแม่ กม คอื อ่านออกเสียง ม ตวั อยา่ งคาที่มตี วั สะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กม กระหมอ่ ม คาราม จรยิ ธรรม ชมรม ถลม่ ทะนุถนอม ทิม ทุม่ บรรทม บังคม เปรมปรดี ์ิ พฤตกิ รรม ภริ มย์ แยม หยาม อาศรม
คาที่สะกดตรงตามมาตรา แม่ เกย พยญั ชนะท่เี ปน็ ตวั สะกดในมาตราตัวสะกดแมเ่ กย คือ อ่านออกเสียง ย ตวั อยา่ งคาทมี่ ีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ เกย กระจ้อยรอ่ ย ข่าย ชีวาลัย ทยอย นโยบาย เนย เนือทราย เปรียบเปรย พระทัย โพยภยั ภวู ไนย เสวย มโนมยั วนิ ยั สาหรา่ ย อาชาไนย
คาทส่ี ะกดตรงตามมาตรา แม่ เกอว พยญั ชนะทเ่ี ป็นตวั สะกดในมาตราตวั สะกดแม่เกอว คือ อา่ นออกเสยี ง ว ตัวอยา่ งคาท่ีมีตวั สะกดในมาตราตวั สะกดแม่ เกอว กริว กว๋ ยเต๋ียว ข้าวยา ข่าวลือ จ๋วิ เจือยแจ้ว ดาวฤกษ์ ต้นงิว ท้าวไท ทาวน์ เฮ้าส์ ประเดย๋ี ว ยวั่ เลิกควิ หิวขา้ ว เหว อา่ ว
คาทีส่ ะกดตรงตามมาตรา แม่ กก พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตวั สะกดแม่กก คือ อ่านออกเสียง ก ตัวอย่างคาทีม่ ตี วั สะกดในมาตราตวั สะกดแม่ กก โขยกเยก จอ้ กแจ้ก จักตอก ชาดก ดอกบกุ ทาก นกเงอื ก ปักษา แฝก พักตร์ มรดก ไม้กระบอก วติ ก สามาชิก หญ้าแพรก เอกลกั ษณ์
คาที่สะกดตรงตามมาตรา แม่ กด พยญั ชนะทเี่ ป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่กด คือ อา่ นออกเสียง ด ตัวอยา่ งคาทีม่ ตี วั สะกดในมาตราตวั สะกดแม่ กด กระจาด กะทัดรดั ขนาดย่อม ดอกพุด นดั ดา แน่นขนัด เพนียด แรด ลาน วัด สลัด สะพัด หวุดหวิด หูฝาด อดออม อดสู เอร็ดอร่อย
คาทส่ี ะกดตรงตามมาตรา แม่ กน พยัญชนะทเ่ี ป็นตัวสะกดในมาตราตวั สะกดแม่กน คอื อา่ นออกเสียง น ตวั อยา่ งคาทมี่ ีตวั สะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กน กระตือรือรน้ กนั แสง ขมีขมัน ขึนแทน่ คาประพันธ์ จนิ ดา ชันษา ชุลมุน ดหู ม่นิ ตน้ หว้า โต๊ะจีน พระชนนี
คาทสี่ ะกดตรงตามมาตรา แม่ กบ พยัญชนะที่เป็นตวั สะกดในมาตราตัวสะกดแม่กบ คือ อ่านออกเสยี ง บ ตัวอยา่ งคาทมี่ ีตัวสะกดในมาตราตวั สะกดแม่ กบ คาคบ ตะขบ ทะเลสาบ นามันดิบ ประทับ ผลกระทบ พลบั พลา รสแซบ ระเบียบ รบิ หรี่ ลบหลู่ วตั ถดุ บิ เวบ็ ไซต์ สายลับ สูย้ บิ ตา หับ
การเขยี นวรรณยกุ ต์
Search
Read the Text Version
- 1 - 26
Pages: