วสั ดอุ ุปกรณใ์ นชวี ติ ประจาํ วนั จดั ทําโดย ด.ญ ธดิ าพร ไชยพนั โท เลข ที28 เสนอ ครู ภัทราวรรณ อุทธสงิ ห์
คํานาํ รายงานเล่มนเี ปนสว่ นหนงึ ของ รายวชิ า ออกแบและเทคโนโลยไี ด้ จดั ขนึ เพอื ศึกษาวสั ดอุ ุปกรณใ์ นชวี ติ ประจาํ วนั และไดห้ วงั เปนอยา่ งยงิ วา่ จะเปนประโยชนต์ ่อคนรนุ่ หลังสบื ต่อ ไป
สารบญั ไมธ้ รรมชาติ. 2 ไมป้ ระกอบ. 3 โลหะกล่มุ เหล็ก. 4 โลหะนอกกล่มุ เหล็ก. 5 เทอรโ์ มพลาสติก. 6 เทอรโ์ มเชตติงพลาสติก. ยางธรรมชาติ. 7 ยางสงั เคราะห.์ 8 อ้างอิง. 9 10
ไมธ้ รรมชาติ ไมเ้ ปนวสั ดจุ ากธรรมชาติทีมนษุ ยร์ จู้ กั นาํ มาใชน้ านแล้ว ในสมยั โบราณเมอื ยงั ไมย้ งั มปี รมิ าณมากและมรี าคาถกู มนษุ ยจ์ ะนาํ ไม้ จากธรรมชาติมาสรา้ งทีอยูอ่ าศัยและเครอื งมอื เครอื งใชต้ ่างๆ ต่อมาเมอื ประชากรมจี าํ นวนเพมิ มากขนึ ก็ยงิ มกี ารนาํ ไมจ้ าก ธรรมชาติมาใชป้ ระโยชนม์ ากขนึ สง่ ผลใหป้ าไมถ้ กู ทําลายและ ปรมิ าณของไมจ้ ากธรรมชาติลดลงอยา่ งรวดเรว็ ทําใหไ้ มจ้ าก ธรรมชาติเปนวสั ดทุ ีหายากและมรี าคาแพง มนษุ ยจ์ งึ พยายามหา วสั ดอุ ืนๆ มาใชแ้ ทนไมผ้ า่ นทางกรรมวธิ ที างวศิ วกรร
ไมป้ ระกอบ หมายถึง ผลิตภัณฑ์จากไมท้ ียอ่ ยเปนชนิ ไสเปนฝอย หรอื แยก เปนเสน้ ใย แล้วนาํ มาอัดรวมกันเขา้ เปนชนิ เปนแผน่ ทังนี โดย จะมวี ตั ถเุ ชอื มประสานดว้ ยหรอื ไมก่ ็ได้ จดั เปนอุตสาหกรรมทีใช้ ไมข้ นาดเล็ก ตลอดจนเศษไมป้ ลายไมใ้ หเ้ ปนประโยชนอ์ ยา่ ง สาํ คัญ ไมป้ ระกอบอาจแบง่ ออกไดเ้ ปน ๓ พวก คือ แผน่ ชนิ ไมอ้ ัด แผน่ ใบไมอ้ ัด และแผน่ ฝอยไมอ้ ัด
โลหะเหล็ก ( Ferrous Metal ) เปนวสั ดทุ ีมกี ําลังรบั การรบั แรงสงู มคี วามคงทนตลอด อายุการใชง้ านหากมกี ารบาํ รงุ รกั ษาทีดี และมรี ปู ทรง มาตราฐานทีเมน่ ยาํ ไมเ่ ปลียนแปลงง่าย จงึ ถกู นาํ มาใช้ งานในดา้ นต่าง ๆ เชน่ ทําเปนเครอื งมอื กสกิ รรม เครอื ง มอื ชา่ ง ใชใ้ นงานก่อสรา้ ง หรอื ใชใ้ นงานอุตสาหกรรม เปนต้น
โลหะนอกกล่มุ เหล็ก หมายถึง โลหะทีไมม่ เี หล็กเปนองค์ ประกอบสว่ นใหญ่ เชน่ ทองแดง, อะลมู เิ นยี ม, แมกนเี ซยี ม, สงั กะสี ฯลฯ ในทางวศิ วกรรมและอุตสาหกรรมจะใชโ้ ลหะนอก กล่มุ เหล็กในปรมิ าณทีนอ้ ยกวา่ โลหะในกล่มุ เหล็ก ทังนเี นอื ง เพราะราคาทีสงู กวา่ ของโลหะนอกกล่มุ เหล็กนนั เอง ดงั นนั จงึ มกั ใชง้ านโลหะนอกกล่มุ เหล็กในกรณที ีจาํ เปน
เทอรโ์ มพลาสติก เปนพลาสติกทีมจี ุดหลอมเหลว และมจี ุดอ่อนตัว (ต่างจากเทอรโ์ มเซท็ พลาสติก) มโี ครงสรา้ งแบบสายยาวหรอื แบบ สาขาสามารถนาํ กลับมาใชใ้ หมไ่ ดอ้ ีก เทอรโ์ มพลาสติกจะเกิดการ อ่อนตัวและหลอมเหลวเมอื ไดร้ บั ความรอ้ น และจะเกิดแขง็ ตัวเมอื ทําใหเ้ ยน็ ลง พลาสติกทีแขง็ ตัวแล้วสามารถนาํ มาหลอมซาํ ได้ ดว้ ย ความรอ้ นเทอรโ์ มพลาสติก
เทอรโ์ มเซตติงพลาสติก (Thermosetting plastic) เปนพลาสติก ทีมสี มบตั ิพเิ ศษ คือทนทานต่อการเปลียนแปลงอุณหภมู แิ ละทน ปฏิกิรยิ าเคมไี ดด้ ี เกิดคราบและรอยเปอนไดย้ าก คงรปู หลังการ ผา่ นความรอ้ นหรอื แรงดนั เพยี งครงั เดยี ว เมอื เยน็ ลงจะแขง็ มาก ทนความรอ้ นและความดนั ไมอ่ ่อนตัวและเปลียนรปู รา่ งไมไ่ ด้ แต่ ถ้าอุณหภมู สิ งู ก็จะแตกและไหมเ้ ปนขเี ถ้าสดี าํ พลาสติกประเภทนี โมเลกลุ จะเชอื มโยงกันเปนรา่ งแหจบั กันแนน่ แรงยดึ เหนยี วระหวา่ ง โมเลกลุ แขง็ แรงมาก จงึ ไมส่ ามารถนาํ มาหลอมเหลวได ้
ยาง คือวสั ดพุ อลิเมอรท์ ีประกอบดว้ ยไฮโดรเจนและ คารบ์ อน ยางเปนวสั ดทุ ีมคี วามยดื หยุน่ สงู ยางทีมตี ้นกําเนดิ จากธรรมชาติจะมาจากของเหลวของพชื บางชนดิ ซงึ มลี ักษณะเปนของเหลวสขี าว คล้ายนาํ นม มสี มบตั ิเปน คอลลอยด ์ อนภุ าคเล็ก มตี ัวกลางเปนนาํ ยางในสภาพ ของเหลวเรยี กวา่ นาํ ยาง ยางทีเกิดจากพชื นเี รยี กวา่ ยาง ธรรมชาติ ในขณะเดยี วกันมนษุ ยส์ ามารถสรา้ งยางสงั เคราะห์ ไดจ้ ากปโตรเลียม
ยางสงั เคราะห์ (Synthetic rubber) เปนผลิตภัณฑ์ที สงั เคราะหข์ นึ เพอื เลียนแบบยางธรรมชาติ ซงึ จดั วา่ เปนอิลาส โทเมอร์ หรอื วสั ดยุ ดื หยุน่ สงั เคราะห์ (artificial elastomer) ชนดิ หนงึ ทีมสี มบตั ิพเิ ศษคือ สามารถเปลียนรปู ภายใต้ ความเค้นไดม้ ากกวา่ วสั ดชุ นดิ อืนและสามารถกลับคืนรปู ได้ เหมอื นเดมิ โดยไมเ่ กิดการเสยี รปู อยา่ งถาวร
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: