Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารโรงเรียน ท.4 ปีที่ 4 ฉบับที่ 8 เทอม 2 ปีการศึกษา 2562

วารสารโรงเรียน ท.4 ปีที่ 4 ฉบับที่ 8 เทอม 2 ปีการศึกษา 2562

Published by sureerat09.09, 2020-03-31 04:19:32

Description: วารสารโรงเรียน ท.4 ปีที่ 4 ฉบับที่ 8 เทอม 2 ปีการศึกษา 2562

Search

Read the Text Version

1

ฉบบั ที่ 8 ปท่ี 4 พฤศจิกายน 2562 – มีนาคม 2563 สวัสดคี ะ ทานผูอานทร่ี ักทุกทาน วารสารฉบับน้ีเปนฉบับที่ 8 ประจําภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2562 ของโรงเรียนเทศบาลวัดวรนาถ บรรพต สาํ นกั การศึกษา เทศบาลนครนครสวรรค วารสารฉบบั นจี้ งึ มเี รอ่ื งราวนา สนใจเหมอื นเคย ลว นเปน เรอื่ งราวและภาพแหง ความสาํ เรจ็ ของบตุ รหลาน และสถานศึกษา ซ่ึงเกิดจากความรวมแรงรวมใจของทุกๆ ทาน วารสารของโรงเรียนขอเปนส่ือกลางในการ เผยแพรความดีและความสาํ เรจ็ ออกสูสาธารณชน ขอขอบพระคุณฝา ยบรหิ าร คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพนื้ ฐาน ผปู กครอง และผเู กี่ยวขอ ง ทกุ ฝายที่ใหการสนับสนนุ ขอมลู และใหความรวมมอื ในการพฒั นาการศกึ ษาของโรงเรยี นเสมอมา แลวพบกัน ใหมฉบับหนา สวัสดีคะ สุรียรัตน กองมณี 2

นิทรรศการวชิ าการประจาํ ปกี ารศึกษา 2562 โรงเรียนเทศบาลวัดวรนาถบรรพตจัดโครงการนิทรรศการ - สายช้ันประถมศกึ ษาปที่ 6 การจดั การเรียนรู 3Rs 8Cs วชิ าการ “สรา งนวัตกรรม นําปญ ญา พัฒนาการเรียนรู สูศ ตวรรษ - สายชน้ั มธั ยมศกึ ษา การจดั การเรยี นรแู บบโครงงานเปน ฐาน (Project Based ท่ี 21” ปการศกึ ษา 2562 เมื่อวันศุกรท ี่ 21 กุมภาพันธ 2563 โดย Learning ) ไดรบั เกียรติจาก นายจิตตเกษมณ นิโรจนธ นรฐั นายกเทศมนตรี นอกจากนภ้ี ายในงานยงั มกี จิ กรรม ตลาดนดั ความรู คคู วามคดิ เพอื่ สง เสรมิ ใหน กั เรยี น นครนครสวรรค เปน ประธานเปดงาน พรอมแขกผูมีเกยี รติ ผูบริหาร ไดรวมกันจัดหา จัดทํา อาหารและสินคามาจําหนายใหผูรวมงาน รวมทั้งจัดลานกิจกรรม ระดบั เทศบาล คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน คณะผูบรหิ าร สรา งสรรค เวทีการแสดงเพ่ือใหน กั เรียนไดแ สดงความรคู วามสามารถและรว มกจิ กรรมตาม และคณะครูจากโรงเรยี นในสงั กดั เทศบาลนครนครสวรรค รวมในพิธี เปด งานนิทรรศการวชิ าการครัง้ น้ีจัดขึ้นโดยมวี ัตถปุ ระสงคด ังน้ี ความสนใจ จากการประเมินผลการทํากิจกรรมพบวา 1. เพ่ือสรุปผลการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนและ ครูผูส อน ในปการศกึ ษา 2562 นกั เรยี นทเี่ ขา รว มกจิ กรรม มคี วามภาคภมู ใิ จทไี่ ดแ สดง ผลงาน และไดแ สดงความสามารถของตนเอง ตรงตาม 2. เพื่อเปดโอกาสใหนักเรียนไดแสดงความรูความสามารถ วัตถุประสงคของโครงการ ซงึ่ กจิ กรรมเหลา นีจ้ ะชวย ดา นตางๆ หลอหลอมใหนักเรียนมีความรูและทักษะท่ีจําเปน ในศตวรรษที่ 21 3. เพื่อใหเกิดเวทีแลกเปล่ียนเรียนรูทางวิชาการในองคกร และหนวยงานตางๆ นนทิยา แยม ยงวรยุทธ โดยภายในงานมีกิจกรรมตางๆ ประกอบดวยนิทรรศการ แสดงผลงานวิชาการของนักเรียนและครูผูสอน จัดแสดงแยกเปน ระดบั ชนั้ ดว ยกิจกรรมที่หลากหลายและนา สนใจดังน้ี - สายชัน้ อนุบาล ศลิ ปะสรางสรรค มหศั จรรยหนนู อ ย - สายชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 1 The coconut ของดเี มอื ง สยาม - สายชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 2 กจิ กรรม Active Learning เรื่องกลวย กลวย - สายชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 3 กจิ กรรม Active Learning เรอ่ื งขยะในโรงเรยี น - สายชั้นประถมศึกษาปท่ี 4 การจัดการเรียนรู สะเต็ม ศึกษา STEM - สายชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 5 กจิ กรรม Active learning เรอ่ื งวัฒนธรรมในทองถ่ิน 3

¼ÍÙŒ ÓʹÒÇèÂÒ¡¡...Òà วารสาร ฉบับน้ี เปนการรายงานผลการจัดกิจกรรมตางๆ ท่ีเกิดข้ึน ในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2562 ซ่ึงโรงเรียนเทศบาลวัดวรนาถบรรพต จัดการเรียนการสอน ที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู แบบ STEM , Active Learning, 3Rs8Cs, โครงงาน เปน ตน พรอ มทง้ั สอดแทรก การบูรณาการตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือพัฒนาผูเรียน ใหด าํ รงตนหลงั จากการเรียนรไู ดอยางยง่ั ยนื พรอ มทัง้ มีการวัดผลประเมินผล ตามระเบยี บของภาครฐั เชน การทดสอบการอา นในระดับสายชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ 1 การสอบ NT ในระดบั สายช้ันประถมศึกษาปที่ 3 การสอบ o-net ระดับชั้นประถมศึกษาปท ่ี 6 ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 และระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 6 และการวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการศกึ ษาในทุกระดับชั้น ทางดานบคุ ลากรทางการศึกษา ในปก ารศึกษาน้ี ทางโรงเรยี นของเราไดร ับพนักงานครเู ทศบาลที่ไดร บั การบรรจแุ ตง ตั้งจากกรมสง เสริมการปกครองทอ งถิ่น จาํ นวน 3 ทา น ในสาขาวชิ าคณติ ศาสตร ภาษาไทย และ ภาษาจนี และทางสถานศกึ ษา สง เสริมใหพ นกั งานครูมีการพัฒนาตนอยา งตอ เนอ่ื งท้งั การอบรมเพ่ือพฒั นาการ เขา รวมกจิ กรรม Coaching Team เพอ่ื พัฒนากจิ กรรมการเรียนการสอน ซ่ึงไดร ับความอนเุ คราะหผ เู ชี่ยวชาญ จากศกึ ษานเิ ทศกข องสาํ นกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั และศกึ ษานเิ ทศกจ ากสาํ นกั การศกึ ษา เทศบาลนครนครสวรรค อกี ทงั้ คณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานของโรงเรยี นเทศบาลวดั วรนาถบรรตทใ่ี หก ารสนบั สนนุ ดา น ตา งๆกบั ผเู รยี น และทางโรงเรยี น จงึ ทาํ ใหก ารจดั การศกึ ษาของโรงเรยี นเทศบาลวดั วรนาถบรรพตเปน ทย่ี อมรบั จากผปู กครอง ชมุ ชน ดว ยดีมาตลอด นายจิรวฒั น วัฒนาอุดม ผูอํานวยการสถานศึกษา โรงเรยี นเทศบาลวัดวรนาถบรรพต 4

ÊÒÃÃͧ¼ÙÍŒ ӹǡÒà การขับเคลือ่ นกระบวนการ PCL สสู ถานศึกษา นายวิวฒั น โพธศ์ิ รี รองผูอ าํ นวยการสถานศกึ ษา : ฝายวิชาการ การขับเคลอื่ นกระบวนการ PLC (Professional Learning Community) “ชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชีพ” สสู ถานศึกษา PLC คอื การรว มแรง รวมใจ และรวมมอื หมายถึง 1.1 หลกั การอะไรทจี่ ะสรางแรงจูงใจในการปฏิบัติ ตอ งเปด ใจ รบั ฟง เสนอวธิ กี าร นาํ สกู ารปฏบิ ตั แิ ละประเมนิ 1.2 เราจะเริ่มตน ความรใู หมอยางไร รวมกนั Open เปดใจรบั และให care และ Share เนน 1.3 การออกแบบอะไรที่พวกเราควรใชในการตรวจสอบหลักฐานของการเรียนรทู ่ีสาํ คัญ กลั ยาณมิตร โดยมีตัวชี้วัดในการดาํ เนนิ งาน PLC คือ มงุ เนนทกี่ ารเรียนรู มกี ารรวมกลมุ และเรียนรใู นเรอื่ ง 2. การวางแผนดวยความรวมมือ (Plan Cooperatively) สมาชิกของกลุมกําหนดสารสนเทศ เดยี วกนั ตามปญ หา หรอื เปา หมายของกลมุ ชว ยกนั คดิ ชว ยกนั ทาํ และชว ยกนั ปรบั ปรงุ พฒั นาอยา งตอ เนอ่ื ง ทต่ี อ งใชในการดาํ เนินการ รายงานการวิจัยเก่ียวกับโรงเรียนที่มีการจัดตั้ง PLC โดยใชคําถามวา โรงเรียนดังกลาวมีผลลัพธอะไรบาง 3. การกําหนดความคาดหวังในระดับสูง (Set high expectations) และวิเคราะหการสอน ที่แตกตางไปจากโรงเรียนท่ัวไปท่ีไมมีชุมชนแหงวิชาชีพ และถาแตกตางแลวจะมีผลดีตอครูผูสอนและ สืบเสาะหาวธิ ีการทจี่ ะทาํ ใหประสบผลสําเรจ็ สูงสดุ ตอนกั เรียนอยางไรบางซงึ่ มผี ลสรุป 2 ประเดน็ ดังน้ี 3.1 ทดสอบขอ ตกลงทเ่ี กย่ี วขอ งกบั การสอนหลงั จากไดม กี ารจดั เตรยี มตน แบบทเ่ี ปน การวางแผน ประเด็นที่ 1 ผลดตี อ ครผู สู อนพบวา PLC สงผลตอ ครผู ูสอนกลา วคือลดความรูส ึกโดดเดี่ยวงานสอน ระยะยาว (Long-term) ของครู เพ่ิมความรูสึกผูกพันตอพันธกิจและเปาหมายของโรงเรียนมากข้ึน โดยเพ่ิมความกระตือรือรนที่จะ 3.2 จดั ใหม ีชวงเวลาของการช้แี นะ โดยเนน การนาํ ไปใชในชนั้ เรียน ปฏิบัตใิ หบรรลุพนั ธกจิ อยางแขง็ ขัน จนเกิดความรสู ึกวา ตอ งการรวมกนั เรยี นรแู ละรับผิดชอบตอพฒั นาการ 3.3 ใหเวลาสําหรับครูที่มีความยุงยากในการสังเกตการณปฏิบัติในช้ันเรียนของครูที่สราง โดยรวมของนักเรียนถือเปน พลงั การเรียนรซู ่งึ สงผลใหการปฏิบตั ิการสอนในช้นั เรยี นใหมีผลดีย่ิงข้นึ กลา วคือ บรรยากาศในการเรยี นรูอยา งประสบผลสาํ เรจ็ มกี ารคน พบความรู และความเชื่อท่ีเก่ยี วกบั วิธกี ารสอนและตัวผเู รียนซึ่งทเ่ี กดิ จากการคอยสังเกตอยางสนใจ 4. เร่มิ ตนจากจดุ เล็กๆ (Start small) เร่ิมตนจากการใชก ลุมเล็กๆ กอ น แลว คอ ยปรับขยาย รวมถึงเขาใจในดานเนื้อหาสาระ ที่ตองจัดการเรียนรูไดแตกฉานยิ่งขึ้นจนตระหนักถึงบทบาทและพฤติกรรม 5. ศึกษาและใชขอ มลู (Study and use the data) ตรวจสอบผลการนําไปใชแ ละการสะทอน การสอนทจ่ี ะชว ยใหนกั เรียนเกิดการเรียนรไู ดด ที ่สี ดุ อีกทงั้ การรับทราบขอมูลสาระสนเทศตางๆ ท่จี ําเปนตอ ผลเพอ่ื นํามากาํ หนดวา แผนไหน ควรใชตอไป/แผนไหนควรปรบั ปรุงหรอื ยกเลกิ วิชาชีพไดอยา งกวา งขวาง และรวดเรว็ ขึ้น สงผลดตี อการปรับปรงุ พัฒนางานวิชาชพี ไดตลอดเวลา 6. วางแผนเพื่อความสําเร็จ (Plan for success) เรียนรูจากอดีต ปรับปรุงหรือปฏิเสธในสิ่งที่ ประเด็นท่ี 2 ผลดีตอ ผเู รียนพบวา PLC สง ผลตอ ผเู รยี นกลาวคอื สามารถลดอัตราการตกซา้ํ ช้ัน และ ไมสาํ เร็จ และทาํ ตอไป ความสาํ เร็จในอนาคต หรือความลมเหลวขน้ึ อยูก บั เจตคติและพฤตกิ รรมของครู จาํ นวนชน้ั เรยี นทต่ี อ งเลอื่ นหรอื ชะลอการจดั การเรยี นรใู หน อ ยลง อตั ราการขาดเรยี นลดลงมผี ลสมั ฤทธทิ์ างการ 7. นําสูสาธารณะ (Go public) แผนไหนที่สําเร็จก็จะมีการเชิญชวนใหคนอ่ืนเขามามีสวนรวม เรียนในวิชาวิทยาศาสตรประวัติศาสตรและวิชาการอานที่สูงขึ้นอยางเดนชัด เม่ือเทียบกับโรงเรียนแบบเกา ยกยอ งและ แลกเปลยี่ นความสาํ เร็จ สุดทา ยคอื มี ความแตกตางดานผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นระหวางกลมุ นกั เรยี นทม่ี ภี ูมิหลงั ไมเ หมอื นกนั และลด 8. ฝก ฝนรา งกายและหลอ เลยี้ งสมอง (Exercise the body & nourish the brain) จดั กจิ กรรม ลงชัดเจน ที่ไดมกี ารเคลื่อนไหวและ เตรยี มครทู ่ีทํางานสําเรจ็ ของแตละกลมุ โดยมกี ารจัดอาหาร เคร่ืองดืม่ ทม่ี ปี ระโยชน กลยุทธในการจดั การและใชช ุมชนแหงการเรยี นทางรวู ชิ าชพี (PLC) อยา งย่งั ยนื เปนอยางไร? กลา วโดยสรปุ คอื PLC มพี ัฒนาการมาจากกลยทุ ธร ะดับองคก รทม่ี งุ เนนใหอ งคก รมีการปรับตวั ตอ 1. เรม่ิ ตน ดว ยขนั้ ตอนงา ยๆ (Take a baby steps) โดยเรมิ่ ตน จากการกาํ หนดเปา หมาย อภปิ ราย กระแสการเปลยี่ นแปลงของสงั คมทเี่ กดิ ขนึ้ อยา งรวดเรว็ โดยเรม่ิ พฒั นาจากแนวคดิ องคก รแหง การเรยี นรแู ละ สะทอ นผล แลกเปลย่ี นกบั คนอนื่ ๆ เพอ่ื กาํ หนดวา จะดาํ เนนิ การอยา งไร โดยพจิ ารณาและสะทอ นผลในประเดน็ ปรบั ประยกุ ตใหมคี วามสอดคลองกบั บริบทของโรงเรียนและการเรยี นรูรวมกันในทางวชิ าชพี ตอไปน้ี ท่มี า : https://candmbsri.wordpress.com/ ธนาคารขยะ นางสาวนลินี มีผวิ รองผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา : ฝา ยบริหารท่ัวไป (1 ม.ค.2563) เปนวันแรกท่ีคนไทยตองปรับตัวครั้งใหญก็วาได หลังหา งสรรพสินคา รา นสะดวกซื้อ งดแจกถงุ พลาสติกตามนโยบายของ ภาครฐั ทตี่ อ งการเลกิ ใชถ งุ พลาสตกิ ทางโรงเรยี นเทศบาลวดั วรนาถบรรพต มีการปลูกฝงการลดการกอเกิดขยะภายในโรงเรียน และการดําเนินการ โครงการธนาคารขยะทกุ ปก ารศกึ ษาอยา งตอ เนอ่ื ง การจดั การขยะภายใน สถานศึกษาใหกับนกั เรยี นจัดขึน้ โดยมวี ัตถปุ ระสงค คอื 1. เพอ่ื สรา งจิตสํานึกการอนรุ กั ษส งิ่ แวดลอ มใหเ กดิ แกน ักเรยี น 2. เพ่ือใหผเู รียนรวู ธิ แี ละสามารถดําเนินการกําจดั ขยะอยางถูกตอง 3. เพ่ือลดมลพิษจากขยะทจ่ี ะมีผลตอสภาพแวดลอ มในโรงเรยี นและชุมชน 4. เพื่อนําขยะมาสรางผลิตภัณฑใ หมฝ กการวเิ คราะหและสังเคราะห โดยตลอดระยะเวลาท่ีดําเนินการในรูปของคณะกรรมการอันประกอบดวย ผูบริหาร คณะครู และนักเรียน การจัดการขยะของธนาคารขยะสามารถสรางจิตสํานึกใหผูเรียนรักษสิ่งแวดลอม จัดการ ขยะไดอยางถูกตองและสามารถนํามาบูรณาการตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไดเหมาะสม และสรางความมีระเบียบวินัยของผูเรียนในการที่จะเปนเยาวชนท่ีดีของ ประเทศชาตติ อไป 5

สํานวนสุภาษิตพาสนกุ “ความรตู อ งคูคณุ ธรรม” ความหมาย สาํ นวนสภุ าษติ นห้ี มายถงึ ผทู มี่ กี ารศกึ ษาดคี วร จะตอ งมีคณุ ธรรมควบคกู ันไปจึงจะเปน ผลดี สาํ นวนสภุ าษิตท่ีคลา ยคลงึ กนั : ไกส งวนขน คนสงวนช่อื ตวั อยาง สมชายหัวหนางานนึกชื่นชมพนักงานใหมท่ีรับเขามาในใจวานอกจากจะมีการศึกษาดี ใหทํางานอะไรก็สามารถ ทาํ ไดสาํ เรจ็ ลุลว งแลว ยงั เปนคนที่มีจิตใจเออ้ื เฟอ เผอื่ แผสอนงานใหพนักงานคนอ่นื ๆ ดว ยความเมตตาไมดา ทอ แบบน้ี หละที่เรยี กวา “ความรตู อ งคูค ุณธรรม” ทมี่ า : แหลง รวมสาํ นวน สุภาษิต คาํ พังเพย 2020. All rights reserved. ขับเคลือ่ นโดย WordPress | ออกแบบโดย simplyWP ทําไมตอ ง “คณู หาร” กอน “บวกลบ” ระเวบลทบก เงินตราในอาเซยี น 6

รจู กั รเู ทาทัน ปองกนั โควดิ สําหรับประเทศไทยในชวงเวลาน้ีคงจะไมมีประเด็นใดถูกพูดมากที่สุดเทากับ และในขณะนี้ไดมีการแพรระบาดไปในทวีปยุโรป (ประเทศอิตาลี ฝร่ังเศส สวีเดน) และ การแพรร ะบาดของเชอื้ ไวรสั โควิด 19 (COVID – 19) หรือมีชื่อเรยี กอกี ชือ่ หนง่ึ วา ไวรสั ปจจุบันไดขยายไปถงึ ประเทศในแถบตะวันออกกลาง (อหิ ราน) และยงั ไมม ีแนวโนมที่จะ โคโรนา และไวรัสอูฮ่ัน เน่ืองจากจุดเริ่มตนของการแพรระบาดน้ันเริ่มมาจากเมืองอูฮ่ัน ควบคมุ การแพรร ะบาดของโรคได (Wuhan) เมอื งเอกของมณฑลหเู ปย  สาธารณรฐั ประชาชนจนี ตง้ั แตเ ดอื นธนั วาคม พ.ศ.2562 ไวรัสอูฮ่ันเปนไวรัสไขหวัดสายพันธุใหมท่ีมีผลตอการทํางานระบบทางเดินหายใจสวนตน สาํ หรับสถานการณในประเทศไทย ไดพบวา มีผูต ดิ เชื้อแลว 40 คน โดยยังไมม ี ท่ียังไมทราบแนชัดวาเกิดการติดตอมาจากแหลงพาหะใด และยังไมมียารักษา โดยมี ผเู สียชีวิต และมีผทู ี่รักษาหายแลว จํานวน 19 คน และยังพบวามีผูติดเชอื้ เพมิ่ ขนึ้ แตย งั คง ลักษณะอาการของโรคในระยะเร่ิมแรกคลายกบั ไขขวัดใหญ คอื มีไขส งู มอี าการไอ จาม อยใู นอตั ราทไี่ มส งู มาก ทงั้ นส้ี าํ หรบั ประชาชนในประเทศยงั คงตอ งมกี ารเฝา ระวงั อยา งตอ เนอ่ื ง ปวดเมอ่ื ยตวั ไมอยากอาหาร บางรายมอี าการทองเสยี เพิม่ เตมิ ทัง้ นค้ี วามรุนแรงของโรค เนื่องจากมีคนเดินทางเขาออกจากตางประเทศตลอดเวลา เราจําเปนท่ีจะตองควบคุม จะทาํ ใหผ ปู ว ยเกดิ ภาวะปอดอกั เสบ ไตวาย และเสยี ชวี ติ ในทสี่ ดุ สาํ หรบั อตั ราการเสยี ชวี ติ การแพรระบาดของโรคใหไดมากที่สุด โดยเริ่มจากตัวเราปองกันการติดเช้ือโดยการใส สาํ หรบั ผูตดิ เช้อื นัน้ อยทู ี่ประมาณรอยละ 2 ถงึ รอ ยละ 4 ของผตู ิดเช้ือ โดยขณะนี้ (เดอื น หนากากอนามัย หลีกเล่ียงการไปประเทศเส่ียง หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมนุมคนเยอะ กุมภาพันธ 2563) เปนเวลาประมาณ 3 เดือน นับต้ังแตเร่ิมมีการระบาดในชวงเดือน การเขา ใกลช ดิ ผทู อี่ าจเปน พาหะหรอื ผทู ต่ี ดิ เชอ้ื ลา งมอื บอ ยๆ กนิ อาหารปรงุ สกุ ใชช อ นกลาง ธันวาคม 2562 พบวามีผูติดเช้ือแลวประมาณ 78,000 คน มีผูเสียชีวิตจากโรคนี้แลว และออกกําลังกายเพ่ือเพิ่มภูมิคุมกันและรักษาสุขภาพรางกายใหแข็งแรงใหพรอมรับมือ มากกวา 2,000 กวา คน และมผี ทู ไี่ ดร บั การรกั ษาใหห ายแลว ประมาณ 32,000 คน สาํ หรบั กบั การตอ สกู บั เชอื้ โรค นอกจากนี้ หากมกี ารเดนิ ทางไปตา งประเทศทอ่ี ยใู นกลมุ เสยี่ ง หรอื ผูที่หายจากโรคน้ัน เปนการรักษาตามอาการ ประกอบกับการใหยาฆาเชื้อไวรัสตัวอ่ืน ใกลช ดิ กบั ผตู ดิ เชอื้ ควรกกั ตวั เองไวอ ยา งตาํ่ 14 วนั เพอื่ รอดอู าการและไมค วรปกปด ขอ มลู ประกอบจนกวารางกายของผูติดเช้ือจะแข็งแรงจนสามารถตานทานกับโรคได ทั้งนี้การ เพอ่ื ปอ งกนั การระบาดสบู คุ คลอน่ื ทง้ั นี้ ความรว มมอื ระหวา งประชาชนดว ยกนั ที่ “รเู ทา ทนั แพรกระจายของโรคเปนการแพรผานการสัมผัสเชื้อผานทางอากาศ สารคัดหล่ัง (นํ้ามูก เฝาระวัง และไมตื่นตระหนก” จะเปนเกราะปองกันการแพรระบาดของเชื้อโรคไดดีที่สุด นา้ํ ลาย) การสมั ผสั โรคจากการใกลช ดิ ผตู ดิ เชอื้ และเชอ้ื นส้ี ามารถแพรก ระจายไดก อ นการ และจะพาเราขามผานภาวะวิกฤตโรคระบาดโควดิ นไ้ี ปได แสดงอาการของโรค ไวรสั อยใู นอากาศเยน็ และชน้ื ไดน านกวา ในอากาศรอ น โดยการแพร กระจายของโรคน้ันมียังคงเพ่ิมข้ึนอยางตอเนื่องโดยจาก การแพรระบาดในจีน (รวมถึง มาเกา ฮอ งกง ไตห วนั ) ขยายไปสปู ระเทศเกาหลแี ละญป่ี นุ และทว่ั เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต ที่มา : กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข. โรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) Coding ÇÔªÒáË‹§âš͹Ҥμ โรงเรยี นเทศบาลวดั วรนาถบรรพต จงึ ไดจ ดั การเรยี นการสอน Coding เปน สว น หนง่ึ ในวชิ าวทิ ยาการคาํ นวณ โดยในระดบั ชน้ั มธั ยมปลาย ไดจ ดั กระบวนการจดั การเรยี น “Coding คอื อะไร  Coding (โคด ดง้ิ ) คอื การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร หรอื การ รแู บบโครงงานเปน ฐาน (Project Based Learning) เรอ่ื ง Coding => Smart Land ดนิ เขยี นชดุ คาํ สง่ั ของโปรแกรมคอมพวิ เตอร ดว ย “โคด (Code)” เพอ่ื ใหโ ปรแกรมทาํ ตามคาํ สงั่ ” แดนอจั ฉรยิ ะ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคข องการเรยี น ดงั น้ี เนอ่ื งดว ยวชิ าวทิ ยาการคาํ นวณ เปน รายวชิ าใหมท บ่ี รรจอุ ยใู นกลมุ สาระวทิ ยาศาสตร เปน 1. เพอื่ พฒั นาผเู รยี นใหเ กดิ การคดิ วเิ คราะหอ ยา งเปน ระบบ มคี วามคดิ สรา งสรรค วชิ าบงั คบั ในหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) จากเดมิ รเู ทา ทนั เทคโนโลยี ผา นการเรยี น Coding ทเี่ ดก็ ไทยไดเ รยี นวชิ าคอมพวิ เตอรใ นฐานะผใู ช ในหลกั สตู รนจี้ ะสอนใหเ ปน ผเู ขยี น ผพู ฒั นา และได ฝก หดั คดิ อยา งเปน ระบบคอมพวิ เตอรม ากขน้ึ 2. เพอื่ พฒั นาใหผ เู รยี นสามารถนาํ ความรดู า นการ Coding มาพฒั นานวตั กรรม IoT (Internet of Things) ได 3. เพอ่ื ใหผ เู รยี นเกดิ ความภาคภมู ใิ จ เกดิ แรงบนั ดาลใจ และนาํ แนวทาง ไปพฒั นา ตอ ยอด IoT(Internet of Things) ในชวี ติ ประจาํ วนั ไดอ ยา งเหมาะสม โดยในกระบวนการจดั การเรยี นรแู บบโครงงานเปน ฐาน (Project Based Learn- ing) เรอื่ ง Coding => Smart Land ดนิ แดนอจั ฉรยิ ะ มเี นอื้ หาทนี่ กั เรยี นนาํ การ Coding มาเขยี นโปรแกรมดว ยบอรด KidBright 3 เรอ่ื งคอื 1. การสง่ั เปด – ปด หลอดไฟ USB ผา น Application บนมอื ถอื (Smart Home) 2. การสง่ั เปด – ปด พดั ลม USB ผา น Application บนมอื ถอื (Smart Home) 3. การสง่ั เปด – ปด หลอดไฟ USB อตั โนมตั ิ ดว ยการวดั คา ความเขม แสง (Smart Farm) ทมี่ า : https://www.parentsone.com/what-is-coding/ 7

àμ×͹ÀÑ VIRUS COVID-19 ´¹μÃ-Õ ¤ÇÒÁÊØ¢àÅç¡æ ··èÕ Ã§¾Åѧ¡ÇÒ‹ ·Õ¤è ´Ô ดนตรี คือหนง่ึ การเติมเต็มความสุขใหก ับชีวิต เพราะเปน ศิลปะ ดนตรีกระตุนพลังทาํ งานและความคิดสรา งสรรค ทที่ กุ คนตา งเหน็ พอ งตอ งกนั วา การฟง เพลงทชี่ อบ หรอื แนวทใี่ ช ชว ยใหม ี หลายๆ งานวิจยั ยนื ยันวาเม่อื เรามีความสุข สมองจะทํางานไดด ขี ึ้น ผลงาน ความสขุ และอารมณด ขี น้ึ ไมว า คณุ จะรกั โมสารท เมทลั ลกิ า หรอื บรโู น มารส เราจะดีข้ึนตาม โดยภาวะท่ีเพอรเฟคทท่ีสุดในการทํางานของสมอง คือ ตรงกลาง เพลงโปรดตางกระตุนผลลัพธแบบบวกๆ ใหกับเรา และทราบไหมวา ระหวางความรูสึกผอนคลายและความรูสึกตื่นเตน ภาวะนี้เองเปนภาวะที่สมอง ดนตรี ยงั มผี ลกระทบทางบวกตอ สมองคนเราอกี หลายๆ อยา งเลยทเี ดยี ว ทาํ งานไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพทส่ี ดุ และดนตรเี ปน หนง่ึ ในเครอื่ งมอื ทชี่ ว ยสรา งภาวะ ทงั้ ดา นรา งกายและจติ ใจ วนั นจี้ งึ นาํ ขอ มลู นา สนใจเกย่ี วกบั ดนตรมี าฝากกนั เชน น้ี นอกจากนี้ ยังพบวาการฟงเพลงยังอาจชวยใหเกิดการระลึกความจําตาม ดนตรีเคร่อื งมือจดั การอารมณ ลําดับ (Serial Recall) ซึง่ สําคญั ตอการเรยี นรู รวมถึงการเขา ถึงขอ มลู ความทรงจาํ เกาๆ เห็นไดแ มใ นกลุมผปู ว ยเกย่ี วกบั สมองเชน ผูปวยอัลไซเมอร ที่เสยี การรบั รจู าก เคล็ดไมลับในการผอนคลายอารมณจากงานแบบทวีคูณ ดวย สงิ่ ทเ่ี กดิ ขนึ้ โดยมขี อ พสิ จู นผ า นผลในการแสกนสมองระหวา งเปด เพลงในชว งทผ่ี ปู ว ย เครอื่ งอาบน้ําอโรมาและบทเพลงดีๆ ที่คณุ ชืน่ ชอบ มนี กั วิจยั มากมายได อยูในวัยยส่ี ิบกลางๆ พยายามยนื ยนั ผลลพั ธท เี่ หลา คนรกั ดนตรตี า งทราบกนั ดอี ยแู ลว เกยี่ วกบั แมก ารเปด เพลงคลอระหวางทาํ งานจะชว ยใหความคดิ ไหลลนื่ แตหากคณุ ความสุขเม่อื ไดฟงเพลง และไดหลักฐานตรงกนั วา ดนตรี ชวยกระตนุ ให อยูระหวางการทํางานท่ีตองการความแมนยํา หรืองานที่ตองจดจอกับเครื่องมือซับ เกดิ การหลงั่ เซโรโทนนิ ซงึ่ เปน สารเคมใี นสมองหรอื ฮอรโ มนแหง ความสขุ ซอน การฟง เพลงไปดวยอาจทําใหเ สยี สมาธิได ชวยทําใหรูสึกจิตใจสงบ ลดความเครียด ไมใชแคความสุข แตดนตรียัง ปรับอารมณบ ดู ๆ ใหด ขี น้ึ ดว ย สรางความหวงั และความมน่ั ใจแมในวนั ที่ ทม่ี า : https://www.nirvanadaii.com/en/blog/ดนตรี-ความสุขเลก็ ๆ-ท่ีทรงพลงั กวา ทค่ี ิด เกิดเร่ืองแยๆ โดยมีการทดลองหนึ่งไดใหคอมเมนตงานกลุมผูที่เขารวม โครงการวิจัยวาผลงานที่ทําออกไมดี โดยกลุมท่ีไดฟงเพลงหลังจากได รบั คาํ วจิ ารณด า นลบนนั้ ไดแ สดงออกถงึ การมคี วามมนั่ ใจกลบั คนื มา และ มคี วามหวงั ในอนาคตสงู กวากลุมท่ถี กู ปลอยใหอยเู งยี บๆ 8

วธิ ที าํ หนา กากอนามยั ดวยตนเองงา ย ๆ ทม่ี า : https://news.mthai.com/general-news/792521.html คําศพั ทภ าษาจนี เก่ยี วกับโควดิ 19 䪸ሩᯠරߐ⣦⯵∂Ⲵสᵜ䱢ᣔ᧚ᯭ 㓿ᑨ⍇᡻DŽ 䚯‫ݽ‬ਲ਼ᵚ⟏伏⢙DŽ ¨µo Ф°º °n ¥Ç ®¨„¸ Á¨¸É¥Š°µ®µ¦­»„Ç—·Ç ૣభ઼䗮௧ಿᰦˈ䚯‫ݽ‬䀖᪨࡛ӪⲴ⵬ˈ啫ˈਓDŽ ྲ᷌ਁ✝ˈૣభ઼䰝≄ˈ䎦ᘛ৫ⴻ५⭏ ®¨¸„Á¨¸É¥Š„µ¦­´¤Ÿ´­—ªŠ˜µ ‹¤¼„¨³žµ„…°ŠŸo°¼ ºœÉ Á¤ºÉ°¤°¸ µ„µ¦Å°Â¨³‹µ¤ ®µ„¤¸°µ„µ¦Å° ‹µ¤ ¤Å¸ …o ‡ª¦¦¸ Ş®µ®¤°š´œš¸ 9

คายพกั แรม เปน กจิ กรรมทอ่ี ยคู กู บั โลกใบนมี้ าเปน เวลานานตง้ั แตส มยั โบราณ โดยมจี ดุ เรม่ิ ตน 2. คา ยพกั แรมประเภทกิจกรรมนันทนาการ จากการต้ังคายพักแรมเพื่อการลาสัตว การหาอาหาร หรือต้ังคายพักแรมอยางมีระบบ การจัดคายพักแรมและกิจกรรมนันทนาการเปนของคูกัน การที่คนจํานวนมากไปอยู แบบแผน (Organized Camps) โดย”เฟรเดอรคิ วิลเลียม กนั น (Feaderick William Gunn)” ในปจ จบุ นั คา ยพกั แรมเปน กจิ กรรมทไ่ี ดร บั ความนยิ มเปน อยา งมากทงั้ ในสถาบนั รวมกันเปนเวลาหลายวันหลายคืน และมีกิจกรรมหลักท่ีจะตองทําใหเสร็จในเวลาท่ีจํากัด กิจกรรม การศกึ ษา หนว ยงานภาครฐั และเอกชน องคก รทางศาสนาโดยหนว ยงานเหลา นนี้ าํ คาย ท่ีชวยไดดีท่ีสุด ก็คือ กิจกรรมนันทนาการนอกจากจะชวยผอนคลายความตึงเครียดแลว กิจกรรม พักแรมมาใชเพ่ือการพัฒนาบุคคลากรของตนใหมีประสิทธิภาพ สําหรับในประเทศไทย นันทนาการ ยังชวยสรางเจตคติที่ดีตอการอยูคาย ชวยฝกใหมีวินัย ความมีน้ําใจ ความเสียสละ ผใู หกาํ เนดิ การจดั คา ยพกั แรม คอื พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลาเจาอยูหวั รชั กาลที่ 6 ความอดทน ความสนกุ สนาน สงเสริมการแสดงออก ความสามคั คแี ละความเปน ผูนํา ผเู ขาคา ยจะมี ไดจัดใหมีคายพักแรมสําหรับกองลูกเสือปาในป พ.ศ.2454 ซ่ึงถือวาเปนรูปแบบในการ ความรูสึกประทับใจมากนอยเพียงใดในการอยูคาย ขึ้นอยูกับการจัดกิจกรรมนันทนาการ หากไดมี จัดคายพกั แรมในประเทศไทยนับแตนน้ั มา การจดั กจิ กรรมทเี่ หมาะสมแลว ผเู ขา คา ยจะเกดิ ความประทบั ใจตอ การอยคู า ย กจิ กรรมนนั ทนาการ ในคายปฏิบัติการงายๆคลายโลกรอน กําหนดไว 6 ประเภทไดแก 1) กิจกรรมละลายพฤติกรรม ประเภทของการจดั คายพักแรม 2) กิจกรรมเสริมประสบการณการเรียนรู 3)กิจกรรมกลุมสัมพันธ 4) กิจกรรมประกอบเพลง การจัดคา ยพกั แรมสามารถแบง ออกเปน 2 ประเภทใหญๆ ดงั น้ี 5) กิจกรรมวอรค แรลลี่ (Walk rally) และ 6) กจิ กรรมรอบกองไฟ 1. คายพกั แรมประเภทกจิ กรรมวิชาการ คายพักแรมประเภทกิจกรรมวิชาการ ควรเปนกิจกรรมที่แตกตางจาก การเรียนในหลกั สตู รปกติ กลาวคอื กจิ กรรมมคี วามนาสนใจ สนกุ ทาทาย มคี วามอิสระ ทางความคดิ เปด โอกาสใหป ฏบิ ตั มิ ากทสี่ ดุ และผเู ขา คา ยทกุ คนไดแ สดงออกถงึ ศกั ยภาพ ของตนองอยา งเต็มท่ี ทมี่ า : https://prezi.com/p/5rcoaabuth4n/presentation/https://sites.google.com/site/khayphakraemcamp/u-khun-prayochn-khxng-khay-phak-raem 10

á¹Ð¹íÒ¤ÃÙãËÁ‹ นางสาวปรญิ ญารัตน โตมี ครูผูชวย ประวตั กิ ารศึกษา ปริญญาตรี วิชาเอก ภาษาไทย วชิ าโท ภาษาจนี มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ ทนุ การศกึ ษา วชิ าภาษาจนี Guangdong University of Foreign Studies ประกาศนียบตั รบัณฑติ วิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภฏั นครสวรรค ประวัตกิ ารทํางาน ป 2562 – ปจ จบุ นั โรงเรียนเทศบาลวดั วรนาถบรรพต นางสาวสวชิ ญา ทองทพิ ย ครผู ูชว ย ประวัติการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวชิ าคณติ ศาสตร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประวัตกิ ารทาํ งาน ป 2562 – ปจจุบนั โรงเรียนเทศบาลวดั วรนาถบรรพต นายโมไนย แสงอรณุ ครูผชู วย ประวตั ิการศกึ ษา ปรญิ ญาตรี ศึกษาศาสตรบ ณั ฑติ การสอนภาษาจนี มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง จงั หวัดเชยี งราย ประวัติการทาํ งาน ป 2562 – ปจจุบัน โรงเรียนเทศบาลวัดวรนาถบรรพต สรุปผลการสอบเขาศกึ ษาตอระดับมหาวทิ ยาลัยและวทิ ยาลยั ตา งๆ ของนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 6 ปก ารศึกษา 2562 จํานวน 19 คน ÿëćïîĆ ìęýĊ ċÖþćêŠĂ ÝĞćîüî (Ùî) öĀćüĉì÷ćú÷Ć îđøýüø 1 öĀćüĉì÷ćúĆ÷óąđ÷ć 1 öĀćüìĉ ÷ćúĆ÷ÖćøÖāĊ ćĒĀŠÜßćêĉ üìĉ ÷ćđ×êđßĊ÷ÜĔĀöŠ 1 öĀćüìĉ ÷ćúĆ÷øćßõĆäîÙøÿüøøÙŤ 10 มöหĀาćวúทิĆ÷đยÝาšćลóยั øเąจ÷า ćพระยา 1 üìĉ ÷ćúĆ÷ó÷ćïćúïøöøćßßîîĊ îÙøÿüøøÙŤ 1 วüิทĉìย÷าćúล÷Ćยั đเìทÙคîนÙĉิคนครสวรรค 2 üĉì÷ćú÷Ć ÖćøĂćßĊóîÙøÿüøøÙŤ 1 ēøÜđøĊ÷îđÿøøĊ ÖĆ þÖŤ ćøïøïĉ ćú 1 øüö 19 11

Coaching Team โดย....นายวิวฒั น โพธศิ์ รี การโคช (Coaching) เปน อกี เครอื่ งมอื หนง่ึ ของผบู รหิ ารสถานศกึ ษา และหวั หนา งานของโรงเรยี น ทส่ี ามารถ ใชด งึ ศกั ยภาพและประสทิ ธภิ าพจากผรู ว มงานไดเ ปน อยา งดี รวมทงั้ สามารถพฒั นาความสามารถของทมี ในการปฏบิ ตั งิ าน ใหไดต ามเปา หมายของโรงเรียน ซงึ่ เปนบทบาททีส่ ําคญั มากอยา งหนึง่ ของผูน ําทีมและหัวหนา งานในการบริหารผลการ ปฏบิ ตั งิ าน (Performance Management) “การโคช (Coaching)” คอื กระบวนการทาํ งานรว มกนั ระหวา งโคช ซง่ึ เปน เพ่อื นชวนคิด หรอื ปลดลอคบางอยา งในตวั ผูร บั การโคช (Coachee อา นวา โคชช)ี่ มศี กั ยภาพสงู ข้นึ หรือมีความสขุ อยาง ทเี่ ขาตอ งการ ผา นวธิ กี ารและเครอ่ื งมอื ตา งๆ เพอ่ื ใหผ รู บั การโคช ไดเ รยี นรู ตระหนกั ในตวั เองและเปลย่ี นแปลง และลงมอื ทําดวยความคดิ ความถนัด ความสามารถของโคช ชีเ่ อง ทักษะการโคช (Coaching Skill) ท่สี าํ คญั ทีผ่ ูจ ดั การและผนู ํา ทีมใชดงึ ศักยภาพและประสิทธภิ าพจากผใู ตบังคับบญั ชาไดเปนอยางดี ทสี่ าํ คญั ไดแก 1. ทักษะการสรางความสัมพันธเพ่ือสรางความไววางใจและความศัทธา (Rapport Building for Coaching) การสรางความสัมพันธเปนกระบวนทส่ี าํ คัญอยา งหนึง่ เพราะเปนกระบวนการแรกทจี่ ะทําให คนสอง คนไวว างใจกนั แลว มกี ารสือ่ สารอยางมีประสิทธภิ าพระหวา งคน 2 คน 2. ทักษะการฟงอยา งลึกซงึ้ (Deep Listening skill for Coach) การฟง เปน ทกั ษะการสอื่ สาร (Communication skill) ทส่ี าํ คญั อกี อยา งหนง่ึ ของการทาํ งานในปจ จบุ นั เพราะปญหาท่ีเกิดขึ้นในองคกรในปจจุบันอยางหนึ่ง คือ หัวหนาไมฟงลูกนอง หรือฟงแลวนําไปตีความหรือส่ือสารกัน ผดิ ๆ เปนตน การฟงอยางลกึ ซึ้ง เปน ทักษะท่สี าํ คัญมาก เพราะในกระบวนการโคช น้นั โคช จะใชเ วลาในการฟง ถึง 80% (อีก 20 % สําหรับการถาม,feedback ฯ) การฟงแบบโคชจะแตกตางจากการฟงแบบทว่ั ไป การฟงแบบทัว่ ไปจะไดย นิ สงิ่ ทแ่ี สดงออกมา ส่งิ ทเ่ี ขาตอ งการใหร ใู นเนื้อหา (Content) แตก ารฟงแบบโคช ตองฟงใหถ งึ ความรูสึก ความเชอ่ื ความคิด สามารถจับประเด็นและไดยินในส่ิงที่ผูรับการโคชไมไดพูดและทวนออกมาได (Context) เหมือนกับเปนกระจกสะทอน ผูร ับการโคชได 3. ทกั ษะการถาม (Questioning skill for coach) การถามทําใหเกิดกระบวนการคิด ตรึกตรอง และคน หาคาํ ตอบ การถามจงึ เปน การกระตุนความคิด เมอ่ื เกดิ การฝก ฝนคดิ บอ ยๆเขา ผทู ถ่ี กู ถามจะสามารถคดิ และแกป ญ หาไดด ว ยตวั เอง คาํ ถามทด่ี คี วรเปน คาํ ถามปลายเปด (Open Question) เพอ่ื ใหผ ูถ กู ถามไดแ สดงความคิดเหน็ เชน ถามวา ในเร่อื งนี้คุณคดิ วา ควรแกไ ขอยา งไรบา ง? คําถาม นีส้ ามารถดงึ ความคดิ เห็นออกมาได แตถา เปน คาํ ถามปลายปด (Close question) จะทําใหจาํ กดั ความคิด ของโคช ชี่ได 4. ทักษะการใหขอ มูลยอนกลับ (Feedback) การใหข อ มลู ยอนกลับหรอื feedback น้ัน ไมใ ชการดา หรอื บนแตอยา งใด แตเปน การใหขอ มลู กบั ผู ปฏิบัติงานหรอื ลูกนอ งใหม ีการปรับปรงุ แกไ ขเพือ่ ใหเ กดิ ผลลัพธท ี่ดีข้นึ หลกั การใหข อ มลู ยอ นกลบั นน้ั จะมีสวนประกอบ ที่สําคัญ 3 สว นคือ สวนของพฤตกิ รรม, สว นของผลลัพธท เ่ี กดิ ข้นึ และสว นทีต่ อ งการใหเกิดการแกไขปรบั ปรุงหรือชื่นชม 5. ทักษะอืน่ ๆ เชน การเลา เรอื่ ง (Story telling) การจูงใจ (Motivation) และการสือ่ สาร (Communi- cation) เปนตน ทกั ษะการโคช สามารถนาํ ไปประยกุ ตใ ชก บั บทบาทหนา ทขี่ องผบู รหิ ารสถานศกึ ษา ครู และบคุ ลากร ใน โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนเทศบาลวัดวรนาถบรรพต โดยกลุมบริหารงานวิชาการไดนํากระบวนการ Coaching ไปใชในการ พัฒนากจิ กรรมการเรยี นการสอนของครขู องภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2562 (เดอื นพฤศจกิ ายน 2562 – มกราคม 2563) และไดร บั ความอนเุ คราะหผ เู ชย่ี วชาญจากศกึ ษานเิ ทศกข องสาํ นกั งานศกึ ษาการจงั หวดั นครสวรรค และศกึ ษานเิ ทศก สาํ นกั การศกึ ษา เทศบาลนครนครสวรรค มารว มกนั ดาํ เนนิ งาน Coaching Teams ในครั้งน้ีดวย ถือเปนรูปแบบการบริหารจัดการของผูบริหาร สถานศึกษาโดยการนําทมี ของผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา นายจริ วัฒน วฒั นาอดุ ม และ รองผอู ํานวยการสถานศึกษา หัวหนากลมุ บริหารงานวิชาการ หวั หนาระดับชน้ั หวั หนา กลุมสาระการเรยี นรู ตลอดจนครูรว มพฒั นา (Buddy teacher) จนไดรปู แบบการดําเนินงานพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนของครู เปนตนแบบ ของครรู ว มพฒั นาในภาคเรยี นถดั ไป สกู ารพฒั นาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นให กบั ผเู รยี นอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ท่มี า : https://www.sasimasuk.com/ 12

รางวลั ครดู เี ดน โครงการคัดเลือกครผู ูสอนดีเดน ประจาํ ปการศกึ ษา 2562 โรงเรยี นในสังกดั เทศบาลนครนครสวรรค ระดับเทศบาล นางเพยี งใจ ภูโทสนธ์ิ ไดรบั รางวัลครผู สู อนดีเดน กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร ผลการแขง ขนั ระดบั ประเทศ งานศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี น ครง้ั ท่ี 69 ระดบั ชาติ ภาคเหนอื ปก ารศกึ ษา 2562 สงั กดั สาํ นกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศึกษา ณ จงั หวดั สโุ ขทัย ระหวา งวนั ที่ 21 – 23 ธนั วาคม พ.ศ. 2562 เดก็ หญิงนลนิ า พาเอือ้ , เด็กหญิงอนญั ญา จุยอยู นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 5 เด็กหญงิ อารดา ศรีมันตะ ไดร บั รางวัลเหรียญทอง ไดรบั รางวัลเหรยี ญทอง การประกวดโครงงานการงานอาชพี และ การประกวดขับขานประสานเสยี ง เทคโนโลยี ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 4-6 เรือ่ งโมเดลสิงโต ป.1 – ป.6 นางฐานติ ารัชต เสาวภา ครู คศ. 2 ผูฝก ซอ ม นางสาววจิ ิตราภรณ ลือภักตรา ผฝู ก ซอ ม คณะครูสายชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 5 ผูฝกซอม สรปุ กิจกรรมวิชาการ สรปุ ผลการแขง ขันศิลปะหตั กรรมนกั เรียน สพป. ระดบั เขตพนื้ ที่ คร้งั ท่ี 69 ปก ารศกึ ษา 2562 ระหวา งวันท่ี 28 – 30 กนั ยายน พ.ศ. 2562 ไดรับรางวลั เหรยี ญทอง ชนะเลิศอันดับ 1 ไดรบั รางวัลเหรยี ญทอง รองชนะเลศิ การประกวดโครงงานอาชพี ป.4 – ป.6 การประกวดขับขานประสานเสียง ป.1 – ป.6 ครฐู านิตารัชต เสาวภา ครู คศ.2 ผูฝกซอ ม ครวู จิ ิตราภรณ ลือภกั ตรา ครู คศ.2 ผูฝ กซอม คณะครสู ายช้นั ประถมศึกษาปท่ี 5 ผูฝก ซอ ม เดก็ ชายพชิ ิตชัย อุบลไพร เดก็ ชายศุภโชค ภูเจรญิ เดก็ ชายอาณัฐนันท พรหมมา เด็กหญิงปนัดดา เวียงจันทร เดก็ หญงิ พมิ พชนก ไกรฤกษ เดก็ หญงิ สรุ พี ร เกิดผา ไดรบั รางวัลเหรยี ญทอง รองชนะเลิศอันดบั ท่ี 1 ไดรับรางวัลเหรยี ญทอง การแขง ขนั ประดิษฐของใชจากวสั ดธุ รรมชาตใิ นทอ งถิน่ ป.4 – ป.6 การแขงขันจดั สวนถาดแบบแหง ป.4 – ป.6 ครสู กุ ี เพชรพงษ ครู คศ.3 ผูฝก ซอม ครสู ุกี เพชรพงษ ครู คศ.3 ผฝู กซอ ม เด็กหญงิ กิ่งกมล คันธชติ เด็กชายชยั โย เด็กหญิงกุลวดี มีมาก เด็กชายนพธร ภูมิรนิ ทร ไดร บั รางวลั เหรยี ญทอง การประกวดขับขานประสานเสยี ง ป.4 – ป.6 ไดรบั รางวัลเหรยี ญทอง การประกวดขับขานประสานเสียง ป.4 – ป.6 ครเู พญ็ รงุ ปอ งกนั ภยั ครู คศ.1 ผูฝ กซอ ม ครูเพ็ญรงุ ปองกนั ภยั ครู คศ.1 ผูฝ ก ซอ ม 13

สรปุ กิจกรรมวิชาการ สรุปผลการแขง ขนั ศลิ ปะหตั กรรมนกั เรียน สพม. ระดับเขตพื้นท่กี ารศึกษา ครง้ั ที่ 69 ปการศึกษา 2562 ระหวางวนั ท่ี 31 ตุลาคม – 2 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2562 นายภัทรพล แซอ ั๊ง นายจารกุ ติ ติ์ สุชัจจพฒั นกุล เดก็ ชายบรรชา ทองพันธ นายภคพล นาคสขุ ไดรบั รางวลั เหรยี ญทอง ไดรบั รางวัลเหรียญทอง รองชนะเลิศอันดบั ท่ี 1 รองชนะเลศิ อนั ดับท่ี 1 การแขงขันการออกแบบส่งิ ของเครอื่ งใช ดวยโปรแกรมคอมพวิ เตอร การแขงขนั การออกแบบส่งิ ของเครอ่ื งใช ดว ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร ระดบั ช้นั ม. 1 – ม.3 ระดับช้นั ม. 4 – ม.6 ครูสุรยี รัตน กองมณี ครู คศ.4 ครูสรุ ยี ร ตั น กองมณี ครู คศ.4 ผฝู ก ซอ ม ผูฝกซอ ม ไดรับรางวลั เหรยี ญทอง ไดร ับรางวลั เหรียญทอง รองชนะเลิศอันดบั ที่ 1 รองชนะเลศิ อันดบั ที่ 1 การประกวดดนตรปี ระเภทวงเครือ่ งลม การประกวดดนตรปี ระเภทวงเคร่ืองลม (Wind Ensemble) (Wind Ensemble) ระดบั ชั้น ม. 1 – ม.3 ระดับช้ัน ม.4 – ม.6 ครวู ิรฬุ ห โสภาเจริญ ครู คศ.2 ครวู ริ ุฬห โสภาเจรญิ ครู คศ.2 ผูฝ กซอม ผฝู ก ซอ ม เดก็ ชายปญ จพล พกิ ุลทอง เดก็ ชายธานุภาพ อยูสถติ ไดรบั รางวัลเหรยี ญทอง เด็กหญิงฟา หยก สขุ ขมุ รองชนะเลศิ อนั ดับที่ 1 เดก็ หญงิ สดุ ารัตน สนทิ แสง การขับรองเพลงไทยลกู ทุง ไดร บั รางวลั เหรยี ญทอง ประเภทชาย รองชนะเลศิ อันดับท่ี 2 ระดบั ชัน้ ม.1 –ม 3 การแขงขนั ประดษิ ฐของใชจ ากวสั ดุ ธรรมชาตใิ นทองถ่นิ ระดบั ช้ัน ม.1 –ม 3 ครูวริ ฬุ ห โสภาเจรญิ ครู คศ.3 ครสู รุ ีย เรอื งศรี ครูผฝู กซอม ผฝู กซอ ม ครพู ทั ธนันท ขุนทวี ครูผฝู ก ซอม นางสาวกมลวรรณ แกวจาํ รสั สขุ สนั ติ เดก็ ชายธนโชติ ขําดิษฐ นางสาวกญั ญารัตน ภศู ิลป เดก็ ชายพงษศ กั ดิ์ จันทรด ี นางสาวชุตมิ า นลิ สุวรรณ ไดรบั รางวัลเหรียญทอง ไดร ับรางวัลเหรียญทอง การแขง ขนั การสราง Webpage รองชนะเลศิ อนั ดบั ที่ 2 ประเภท Web Editor การประกวดโครงงานคณติ ศาสตร ระดบั ชั้น ม. 1 – ม.3 ประเภทสรางทฤษฎหี รอื คําอธบิ าย ครูสรุ ยี ร ัตน กองมณี ครู คศ.4 ทางคณติ ศาสตร ระดบั ช้นั ม.4 –ม 6 ครูเจรญิ ศรี ภูจ ํารูญ ครู คศ.3 ผฝู กซอ ม ผฝู กซอ ม เดก็ หญิงวรารัตน สตั ตะเลิศ เดก็ หญงิ ทพิ วรรณ ทนวนรมั ย เดก็ หญงิ ปท มาวรรณ ฉัตรยทุ ธนา เดก็ ชายอาทิตยา เอี่ยมละออ ไดร ับรางวัลเหรียญทอง ไดรับรางวลั เหรียญทอง ไดรับรางวัลเหรียญทอง การแขง ขันเรยี งรอยถอ ยความ(การเขยี นเรียงความ) ระดับชัน้ ม.1 - ม.3 การแขงขันวาดภาพระบายสี ม.1 - ม.3 การประกวดมารยาทไทย ระดับชนั้ ม.1 - ม.3 ครจู ริ านนท นลิ เนตร ครู คศ.3 ผฝู ก ซอ ม ครวู ริ ุฬห โสภาเจรญิ ครู คศ.2 ผูฝ ก ซอ ม ครูกลุ ยา กอศรีพร ครู คศ.2 ผฝู กซอ ม 14

ประมวลภาพกจิ กรรม โครงการเสริมสรางเด็กดีมวี นิ ยั (ปฐมวยั ) โครงการเยาวว ยั ใกลธรรมะ (ปฐมวัย) โครงการหนูนอ ยจติ สาธารณะ (ปฐมวัย) โครงการกจิ กรรมพฒั นาผูเรยี นสูความเปนเลศิ ทางดา นศิลปะ โครงการกจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี นสูค วามเปนเลิศดานกฬี า (ฟุตซอล) โครงการกิจกรรมพัฒนาผเู รียนสูความเปนเลิศทางดา นภาษาองั กฤษ ประถม โครงการกจิ กรรมพัฒนาผเู รียนสูค วามเปนเลศิ ดานดนตรี (เมโลเดย้ี น) โครงการกจิ กรรมพฒั นาผูเรยี นสคู วามเปนเลิศทางดา นฟตุ บอล มัธยมตน โครงการพัฒนาศกั ยภาพผูเรียนสูความเปนเลศิ ดานกตี าร มธั ยม โครงการพัฒนาศกั ยภาพสูค วามเปน เลศิ ดา นงานประดิษฐ มธั ยมตน โครงการพัฒนาศกั ยภาพสูความเปน เลิศดานอาหารไทย มัธยมตน โครงการกิจกรรมพฒั นาผูเรยี นสคู วามเปน เลศิ ทางดานภาษาองั กฤษ มัธยมตน โครงการกจิ กรรมพฒั นาผูเรยี นสูค วามเปนเลิศทางดา นภาษาองั กฤษ โครงการกิจกรรมพฒั นาผเู รียนสคู วามเปน เลศิ ทางดานวอลเลย บอล มธั ยมปลาย มัธยมปลาย 15

ประมวลภาพกจิ กรรม โครงการวถิ ีไทยวนั ลอยกระทง โครงการเทดิ ไทองคร าชนั นกั เรยี นรบั ทนุ มลู นธิ ิ SET โครงการเสรมิ สรางเด็กไทย กาวไกลสูอนาคต โครงการรณรงคต อ ตา นโรคเอดส โครงการเดินทางไกล-พกั แรม ลกู เสือ – ยุวกาชาด กจิ กรรม Smart Kids Code โครงการสารรักผูกพัน เจาของ โรงเรียนเทศบาลวดั วรนาถบรรพต 175 ถนนธรรมวถิ ี ตําบลปากน้ําโพ อําเภอเมืองนครสวรรค จังหวัดนครสวรรค 60000 โทร. 0-5621-3791 ทีป่ รึกษา นายจิรวัฒน วฒั นาอดุ ม, นายววิ ัฒน โพธ์ิศร,ี นางสาวนลนิ ี มีผิว บรรณาธิการ นางสุรียรตั น กองมณี กองบรรณาธิการ นางสาวจิรานนท นลิ เนตร, นางนนทยิ า แยม ยงวรยทุ ธ, นางขนษิ ฐา ทาทิพย, นางกุลยา กอศรีพร, นายธนานวุ ฒั น มธรุ ส, นายวริ ฬุ ห โสภาเจรญิ , นางเกษร อนิ ทรไ ทยวงศ, นางนชุ จรี เยน็ สขุ , นายบณั ฑติ ตง้ั กมลศรี พิสจู นอ ักษร นางนนทิยา แยมยงวรยทุ ธ พิมพท่ี หจก.รมิ ปงการพิมพ 11/13 ถนนนครสวรรค- พษิ ณุโลก ตําบลวัดไทร อําเภอเมืองนครสวรรค จังหวัดนครสวรรค 60000 โทรศัพท/ โทรสาร 0-5622-4736 16 E-mail : [email protected]


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook