โครงงานวุ้นสมุนไพร ผู้จดั ทำโครงงาน ผูจ้ ัดทำโครงงาน 1.นาย ธีรภัทร ยะปัญญา เลขท่ี 2 2.นาย พชรพล รอ่ นทอง เลขที่ 3 3.นาย วรปรัชญ์ อนจุ ร เลขที่ 5 4.นาย พงศภัค ประทุมทอง เลขท่ี 14 5.นาย ปุญญดนย์ บรคิ ุต เลขที่ 22 เสนอ คุณครู ดำรงค์ คันธะเรศย์ โครงงานฉบบั นเี้ ปน็ ส่วนหน่ึงของวชิ า การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรียนปัว อำเภอปวั จังหวัดน่าน
ชอื่ โครงงาน : ว้นุ สมนุ ไพร ผจู้ ัดทำ : ผูจ้ ดั ทำโครงงาน 1.นาย ธีรภทั ร ยะปัญญา เลขท่ี 2 2.นาย พชรพล รอ่ นทอง เลขท่ี 3 3.นาย วรปรัชญ์ อนจุ ร เลขท่ี 5 4.นาย พงศภัค ประทุมทอง เลขท่ี 14 5.นาย ปุญญดนย์ บรคิ ตุ เลขที่ 22 สถานศึกษา : โรงเรยี นปวั อำเภอปวั จังหวัดน่าน บทคดั ย่อ ทางผจู้ ดั ทาก็ประกอบกิจการร้านขนม ของครอบครัว จึงไดค้ ิดไอเดียตอ้ งการท่ีจะมีขนม สาหรับกินเล่นง่ายๆ สวยๆ และท่ีสาคญั ถา้ เป็นขนมท่ีเราสามารถทานไดเ้ อง ราคาถกู เพราะ กลมุ่ เป้าหมายเป็นกลุ่มเพอื่ น ซ่ึงเป็นนกั เรียนท่ีมีรายไดน้ อ้ ย ทางผจู้ ดั ท าไดเ้ ลือกการทา ขนมหวาน ชนิดหน่ึง คือ เจลาติน ซ่ึงมีความสวยงาม จากการศึกษาพบวา่ เจลาตินและวนุ้ สามารถสร้างสรรค์ เป็นขนมที่ดูดี สวยงาม น่ารับประทานไดอ้ ยา่ งหลากหลายทางผจู้ ดั ทาจึงไดป้ ระยกุ ตใ์ ชเ้ จลาตินและ วนุ้ ในการพฒั นาเป็นขนม ตา่ งๆ ที่สามารถสร้างรายไดม้ ากข้ึน โดยมี วตั ถุประสงคค์ ือ 1. เพ่อื ศึกษาเปรียบเทียบขอ้ ดี-ขอ้ เสียของ เจลาตินกบั วนุ้ เพื่อน ามาพฒั นาเป็นขนมตา่ งๆ 2. เพ่ือสร้างสรรคข์ นมหวานที่ทาจากเจลาตินและวนุ้ 3. เพือ่ สร้างรายไดพ้ ิเศษสาหรับนกั เรียนในเวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ 4. เพ่ือให้นกั เรียนไดน้ าความรู้ไปประกอบอาชีพ ในอนาคต
จากการศึกษาพบวา่ 1. เจลาตินและวนุ้ มีคณุ สมบตั ิในการทาเป็นขนมท่ีแตกตา่ งกนั 2. วนุ้ และเจลาตินสามารถสร้างสรรคข์ นมหวานท่ีมีความหลากหลายและน่ารักสวยงาม 3. ขนมที่สร้างข้ึนสามารถสร้างรายไดใ้ หก้ บั ตนเองและครอครัวอีกท้งั ยงั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิด ประโยชน์ได้
กติ ติกรรมประกาศ โครงงานเร่ือง“วุน้ สมนุ ไพร” ทางผจู้ ดั ทาไดศ้ ึกษาหาความรู้ และไดใ้ ชค้ วามรู้ ทกั ษะและ ความสามารถเพ่ือทดสอบสมมติฐานท่ีสงสยั และสร้างสรรคข์ นมหวานจากวุน้ และเจลาตินตามท่ีได้ ศึกษา และหวงั เป็นอยา่ งยงิ่ วา่ โครงงานน้ีและน ามาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์สูงสุด คณะผจู้ ดั ทาจึง ขอขอบพระคุณ คุณครูท่ีปรึกษาโครงงานท่ีคอยใหค้ าปรึกษาและใหค้ วามรู้ความเขา้ ใจในการจดั ทา โครงงาน ขอขอบคณุ ครูดำรงค์ คนั ธะเรศย์ ผฝู้ ึกสอนและฝึกซอ้ มในการทา จนไดเ้ ป็นขนมหวาน ชนิดตา่ งๆ ในคร้ังน้ี เป็นอยา่ งสูง คณะผจู้ ดั ทาขอขอบพระคณุ มา ณ ที่น้ีดว้ ย คณะผจู้ ดั ทา นาย ธรี ภัทร ยะปญั ญา เลขที่ 2 นาย พชรพล ร่อนทอง เลขท่ี 3 นาย วรปรชั ญ์ อนจุ ร เลขที่ 5 นาย พงศภคั ประทมุ ทอง เลขที่ 14 นาย ปญุ ญดนย์ บริคุต เลขท่ี 22
สารบัญ หน้า บทคัดย่อ............................................................................................................................. .... ก บทคดั ย่อ(ต่อ)........................................................................................................................... ก(ตอ่ ) กติ ตกิ รรมประกาศ.................................................................................................................. ข สารบญั .................................................................................................................. ค บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของโครงงาน......................................................................... 1 วัตถุประสงค์ของการศึกษา................................................................................................. 2 สมมตุ ิฐานการศึกษา........................................................................................................... 2 ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะไดร้ ับ................................................................................................. 2 บทท่ี 2 การศึกษาเอกสารทเ่ี กยี่ วข้อง เอกสาร หลักการ ทฤษฎี.................................................................................................... 3 บทท่ี 3 วิธดี ำเนนิ โครงงาน เคร่อื งมือและวัสดทุ ่ีใชใ้ นการศกึ ษา.................................................................................... 4 ขนั้ ตอนการดำเนินโครงงาน................................................................................................ 4 บทที่ 4 ผลการดำเนนิ งาน ผลการดำเนนิ การโครงงาน................................................................................................. 5 การนำไปใช้........................................................................................................................ 5 บทท่ี 5 สรปุ ผล อภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ สรุปผลการดำเนินงานโครงงาน........................................................................................... 6 ประโยชน์ท่ีไดร้ บั จากโครงงาน.............................................................................................. 6 ปญั หา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ........................................................................................ 6 บรรณานุกรม........................................................................................................................... 6
บทที่ 1 บทนำ แนวคดิ ทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน วนุ้ (agar–agar) เป็นสารประกอบของน้าตาลหลายโมเลกลุ (polysaccharide) 2 กลุ่มคือ เอกาโรส (agarose) และเอกาโรเพกติน (agaropectin) ซ่ึงสกดั ไดจ้ ากสาหร่ายทะเลใหว้ นุ้ (agarophytes) เป็นสาหร่ายสีแดงในดิวชิ นั่ โรโดไฟตา้ (Division Rhodophyta) สาหร่าย สกุลที่นิยมใชเ้ ป็นหลกั ในการสกดั วนุ้ ในเชิงอุตสาหกรรม ไดแ้ ก่ Gelidium. Gracilaria และ Pterocladia โดยใชส้ กลุ Ceramium, Campylae-phora และ Ahnfeltia เป็นตวั เสริม นอกจากสาหร่ายในสกุลดงั กลา่ วแลว้ ยงั มีอีกหลายสกลุ ที่มีความสาคญั ในเชิง อุตสาหกรรม เนื่องจากมีการกระจายอยตู่ ามชายฝั่งทะเลของประเทศต่างๆ ในเขตศูนย์ สูตร และเขตอบอุ่น ซ่ึงไดแ้ ก่ สาหร่ายในสกุล Gelidiella, Acanthopeltis, Chondrus, Hypnea, Gracilariopsis, Gigartina, Suluria,Phyllophora, Furcellaria และ Eucheuma ประโยชน์ของวนุ้ นอกจากจะใชเ้ ป็นอาหารแลว้ การท่ีวนุ้ มีคุณสมบตั ิพิเศษคือสามารถ แขง็ ตวั ได้ เม่ือใชใ้ นระดบั ความเขม้ ขน้ เพียง ร้อยละ 0.5 ทาใหม้ ีการนาวนุ้ ไปใช้ ประโยชน์ดา้ นอตุ สาหกรรมอาหาร โดยเป็นส่วนผสมในผลิตภณั ฑน์ ม ขนมปัง และ อาหารกระป๋ อง เพื่อใหอ้ าหารมีความเหนียวขน้ น่ารับประทานและในอตุ สาหกรรมอ่ืนๆ เช่น เครื่องสาอาง เครื่องหนงั และสิ่งทอ นอกจากน้ียงั ใชป้ ระโยชน์ในทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์โดยใชใ้ นการเพาะเล้ียงเช้ือจุลินทรียใ์ ชเ้ ป็นส่วนประกอบของยาระบาย ใชเ้ ป็นทนั ตวสั ดุ และใชใ้ นการเพาะเล้ียงเน้ือเยอื่ พชื
วตั ถปุ ระสงคข์ องการศึกษา 1.เพอ่ื ศึกษาวิธีการทาวนุ้ สมุนไพร 2.เพื่อสร้างคุณค่าของขนมไทยและใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ 3.เพื่อสร้างสรรคข์ นมหวานที่ทาจากวนุ้ 4.เพื่อสร้างรายไดพ้ เิ ศษสาหรับนกั เรียนในเวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ 5.เพอ่ื ใหน้ กั เรียนไดน้ าความรู้ไปประกอบอาชีพในอนาคต 6.เพอ่ื ศึกษาเปรียบเทียบขอ้ ดี-ขอ้ เสียของเจลาตินกบั วนุ้ เพ่ือนามาพฒั นาเป็นขนมต่างๆ สมมตุ ฐิ านการศึกษา 1.เพ่ือศึกษาวิธีการทาวนุ้ สมนุ ไพร 2.เพ่อื สร้างคุณคา่ ของขนมไทยและใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ 3.เพอื่ สร้างสรรคข์ นมหวานท่ีทาจากวนุ้ 4.เพือ่ สร้างรายไดพ้ เิ ศษสาหรับนกั เรียนในเวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ 5.เพือ่ ใหน้ กั เรียนไดน้ าความรู้ไปประกอบอาชีพในอนาคต 6.เพื่อศึกษาเปรียบเทียบขอ้ ดี-ขอ้ เสียของเจลาตินกบั วนุ้ เพ่อื นามาพฒั นาเป็นขนมต่างๆ ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะได้รบั 1. รู้และนาไปปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งถกู วิธีการทาวนุ้ สมุนไพร 2. ไดศ้ ึกษาขอ้ มลู เพิม่ เติมจากแหล่งตา่ งๆและนามาจดั ทาเป็นรูปเล่มโครงงานเพื่อการศึกษาต่อไป 3. นาไปประกอบการเรียนรู้ในวชิ าที่เก่ียวขอ้ ง
บทท่ี 2 การศึกษาเอกสารท่เี ก่ยี วขอ้ ง วุน้ (agar–agar) เป็นสารประกอบของน้ำตาลหลายโมเลกลุ (polysaccharide) 2 กลุ่มคือ เอกาโรส (agarose) และเอกาโรเพกติน (agaropectin) ซึ่งสกดั ได้จากสาหร่ายทะเลให้วนุ้ (agarophytes) เป็นสาหร่ายสีแดงในดิวชิ น่ั โรโดไฟตา้ (Division Rhodophyta) สาหร่าย สกุลทีน่ ิยมใช้เป็นหลกั ในการสกัดวุน้ ในเชิงอตุ สาหกรรม ไดแ้ ก่ Gelidium Gracilaria และ Pterocladia โดยใชส้ กุล Ceramium, Campylae-phora และ Ahnfeltia เปน็ ตัวเสริม นอกจากสาหร่ายในสกลุ ดังกล่าวแล้ว ยังมีอกี หลายสกลุ ที่มีความสำคญั ในเชิงอุตสาหกรรม เน่ืองจากมกี ารกระจายอยู่ตามชายฝัง่ ทะเลของประเทศตา่ งๆ ในเขตศูนยส์ ูตร และเขต อบอุน่ ซ่ึงได้แก่ สาหร่ายในสกลุ Gelidiella, Acanthopeltis, Chondrus, Hypnea, Gracilariopsis, Gigartina, Suluria,Phyllophora, Furcellaria และ Eucheuma สาหรา่ ยใหว้ ุ้นเหล่าน้ีแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามความสามารถในการแขง็ ตัวของวุ้น (setting power) คือ 1. เจลิเดยี ม (Gelidium type) เปน็ สาหร่ายชนดิ ทีใ่ หว้ นุ้ ซึง่ สามารถแข็งตวั ได้ดี แมจ้ ะใช้ว้นุ ในปริมาณต่ำ 2. กราซิลลาเรีย ฮิบเนีย (Glacilaria Hypnea type) เป็นสาหร่ายท่ีให้วุ้น ซึ่งจะแขง็ ตวั ไดเ้ มอื่ ใชใ้ นปรมิ าณคอ่ นขา้ งสูงหรอื ตอ้ ง เตมิ สาร อิเลก็ ทรอไลต์ 3. คอนดรัส (Chondrus type) เป็นสาหร่ายท่ใี ห้วนุ้ ซ่งึ จะแข็งตวั ได้ เมื่อใช้ในปรมิ าณความเข้มข้นสงู เท่านนั้ สาหรา่ ยใหว้ นุ้ ท่มี าจากแหล่งต่างกนั จะใหว้ ุน้ ในปริมาณและคณุ ภาพที่ตา่ งกันไป สำหรับ มาตรฐานของสาหรา่ ยใหว้ ุ้น จะกำหนด จากองคป์ ระกอบต่างๆ ของสาหร่าย ได้แก่สี ความแหง้ ความแข็งของวุ้น
บทที่ 3 วิธีดำเนินโครงงาน วัสดอุ ุปกรณท์ ่ีใช้ในการศกึ ษา 1.กระทะไฟฟ้า 2.แกว้ น้า 3.ถ้วยจาน 4.ทพั พี 5.น้ำสมุนไพรตา่ งๆ 6.ผงวุ้น 7.นำ้ ตาล 8.ถว้ ยเล็กๆ ข้นั ตอนการดำเนนิ โครงงาน วิธีทา ตม้ ดอกอญั ชนั เพ่ือเอาน้าตอกอญั ชนั ตม้ ใบเตย เพ่ือเอาน้าใบเตย ตม้ วา่ นกาบหอย เพอื่ เอาน้าวา่ น นาน้าวา่ นกาบหอย ใส่ผงวนุ้ และกวนผงวนุ้ ใหล้ ะลาย แลว้ นาไปต้งั ไฟ พอเดือดใหใ้ ส่ น้าตาล นาน้าใบเตย ใส่ผงวนุ้ และกวนผงวนุ้ ใหล้ ะลาย แลว้ นาไปต้งั ไฟ พอเดือดใหใ้ ส่น้าตาล นาน้าอญั ชนั ใส่ผงวนุ้ และกวนผงวนุ้ ใหล้ ะลาย แลว้ นาไปต้งั ไฟ พอเดือดใหใ้ ส่น้าตาล ตวงน้ากะทิ 6 ถว้ ย ผสมวนุ้ 2 ชอ้ นโต๊ะ คนใหว้ นุ้ ละลาย แลว้ นาหมอ้ กะทิไปต้งั ไฟ พอ เดือดใหใ้ ส่น้าตาลจากน้นั เทน้าต่างๆท่ีไดใ้ ส่พิมพ์
บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน ผลการดำเนนิ การ ได้ความรู้ในเรือ่ งของสมนุ ไพรไทย สามารถนำไปทำอะไรไดบ้ า้ ง รวมถึงการสรา้ งอาชีพในอนาคต และการใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์ และนอกจากนยี้ ังเป็ นการศึกษาวธิ กี ารทา และลงมือปฏิบัติได้ ด้วยตนเอง การนำไปใช้ 1.เพ่ือศึกษาวธิ ีการทาวนุ้ สมนุ ไพร 2.เพือ่ สร้างคุณค่าของขนมไทยและใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ 3.เพือ่ สร้างสรรคข์ นมหวานที่ทาจากวนุ้ 4.เพ่อื สร้างรายไดพ้ ิเศษสาหรับนกั เรียนในเวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ 5.เพอ่ื ใหน้ กั เรียนไดน้ าความรู้ไปประกอบอาชีพในอนาคต 6.เพอ่ื ศึกษาเปรียบเทียบขอ้ ดี-ขอ้ เสียของเจลาตินกบั วนุ้ เพ่อื นามาพฒั นาเป็นขนมตา่ งๆ
บทท่ี 5 สรุปผล อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ สรุปผลการดำเนนิ งานโครงงาน จากการจัดทาโครงงานพบว่า การทาโครงงานวุ้นสมนุ ไพรคร้ังนีท้ าให้สมาชิกในกล่มุ ช่วยกนั สืบ ค้นหาข้อมูลและปฏบิ ัติเป็ นรูปเล่มโครงงานและทาเป็ นของหวานเพ่ือให้สาเร็จตามวตั ถุประสงค์ท่ี ต้องการ และนอกจากนีย้ งั เป็ นการศึกษาวิธีการทา และลงมือปฏิบัตไิ ด้ด้วยตนเอง ประโยชน์ท่ีไดร้ บั จากโครงงาน 1. รู้และนาไปปฏิบตั ไิ ด้อย่างถูกวธิ ีการทาวุ้นสมุนไพร 2. ได้ศึกษาข้อมูลเพม่ิ เติมจากแหล่งต่างๆและนามาจดั ทาเป็ นรูปเล่มโครงงานเพ่ือการศึกษาต่อไป 3. นาไปประกอบการเรียนรู้ในวิชาที่เกยี่ วข้อง 4. ได้เรียนรู้และฝึ กทกั ษะการทาวุ้นสมุนไพร ปญั หาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ การทารายงานค้นคว้าฉบบั นีม้ ีข้อมูลครบถ้วน แต่อาจจะไม่สมบูรณ์เพยี งพอ ผ้สู นใจจึงควรศึกษา เพม่ิ เตมิ ในเร่ือง วุ้นสมุนไพรได้ที่แหล่งข้อมูลเพ่ือการศึกษาข้อมูลทคี่ รบถ้วน บรรณานุกรม https://sites.google.com/a/nsw.ac.th/kar-tha-wun-smunphir123/home
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: