1 คมู อื ครู บทเรยี นสําเรจ็ รปู หมวดวิชาคณิตศาสตร เรือ่ ง เซต ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดย นางอรวรรณ ฟง เพราะ ศนู ยบ รกิ ารการศึกษานอกโรงเรียนอาํ เภอแจหม อําเภอแจหม จงั หวัดลําปาง สาํ นักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สาํ นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
2 คมู ือครู การเรยี นโดยใชบทเรียนสาํ เร็จรูป หมวดวชิ าคณิตศาสตร เร่ือง เซต ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เปนการเรียนทผ่ี เู รยี นสามารถศกึ ษาบทเรียนไดด วยตนเองตามความสามารถของผูเรียนแตล ะคน โดยมีครูเปนผจู ดั กระบวนการเรียนรูแ ละอํานวยความสะดวกตา ง ๆ ตลอดจนใหค าํ แนะนาํ ปรกึ ษา เม่ือผเู รียนเกดิ ปญ หาเนอื่ งมาจากการใชบ ทเรยี นสําเรจ็ รปู ดงั นัน้ เพอ่ื ใหผ เู รียนสามารถศึกษาและ ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามทีก่ าํ หนดไวใ นบทเรยี นสาํ เรจ็ รูปเปน ไปดว ยความเรียบรอ ย ครผู สู อนควร ปฏิบัติตามคําแนะนําตอไปนี้ คําแนะนําการใชบทเรียนสําเรจ็ รูป 1. บทเรียนสําเรจ็ รปู หมวดวชิ าคณิตศาสตรเ รอ่ื ง เซต ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เปน บทเรยี นแบบสาขา (Branching Programme) ซงึ่ จัดเนื้อหาสาระการเรียนรูเ ปนกรอบหลัก และมี กรอบสาขาเพิ่มเติมแกผเู รยี นที่ยังขาดความพรอ ม ยงั ไมเขา ใจเนือ้ หาสาระดีพอท่ีจะเรียนรใู นกรอบ ตอไป ในแตล ะกรอบสาระการเรียนรหู ลกั จะมกี รอบสาขาการเรียนรู 1 หรอื 2 กรอบเสมอ ท้งั น้ี เพื่อใหผูเรยี นทีต่ อบคาํ ถามผิดพลาดไดมโี อกาสศกึ ษาเรียนรูเพม่ิ เติมในกรอบสาระการเรยี นรูสาขา 2. ครผู ูสอนตอ งทําความเขา ใจ และศึกษาคาํ แนะนําอยา งละเอยี ดรอบคอบ โดยอา นเนอ้ื หา และศึกษาขั้นตอนของจัดกจิ กรรมการเรยี นรูตา ง ๆ ท่คี รูผสู อนตอ งปฏิบัติ พรอมทง้ั ทําความเขาใจ ในกระบวนการเรียนของผูเ รยี นทกุ ขนั้ ตอน 3. กอนดําเนนิ การสอน ครผู ูสอนตอ งอธบิ ายวธิ ีการเรยี น และข้นั ตอนในการเรยี นโดยใช บทเรยี นสําเรจ็ รูปใหผ ูเรียนทราบโดยละเอียด พรอ มท้ังเนน ใหผ ูเรยี นมีความรับผดิ ชอบ มวี นิ ยั ใน ตนเอง มีความซอ่ื สัตย และจะตอ งปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามทก่ี ําหนดไวในบทเรยี นสําเร็จรูปอยางเครง ครัด 4. ใหผูเรยี นทําแบบทดสอบกอ นเรียน โดยในการทําแบบทดสอบกอ นเรียนนน้ั ครูควรยาํ้ ใหผเู รยี นทาํ เฉพาะขอ ที่ตนเองมคี วามรู ความเขาใจ และมน่ั ใจจริง ๆ เทา นั้น หา มเดาเปน อันขาด ถา หากขอ สอบขอ ไหนทีผ่ ูเ รยี นไมแ นใจกไ็ มต อ งทาํ ใหข ามไปเลย 5. หลงั จากทผ่ี ูเรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรียนเสร็จแลว ใหผ เู รยี นสงกระดาษคาํ ตอบพรอ ม แบบทดสอบคืนครูผสู อน 6. ครูผสู อนแจง ผลการทดสอบกอนเรียนใหผ เู รยี นทราบ จากนั้นใหผ ูเ รยี นศึกษาบทเรยี น สาํ เร็จรูปตามกระบวนการทก่ี ําหนดไวใ นคูมอื การใชบ ทเรยี นสาํ เรจ็ รปู (สาํ หรบั ผเู รียน)
3 7. เมอ่ื ผูเรียนศึกษาและและปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามท่กี าํ หนดไวใ นบทเรยี นสาํ เร็จรปู ครบถวน แลว ใหผูเ รียนทาํ แบบฝกหดั ประจําหนวย แลวใหผเู รยี นตรวจกระดาษคาํ ตอบจากเฉลยทา ยบทเรียน ถาผเู รียนทําคะแนนไดร อ ยละ 80 ขน้ึ ไป ก็ถอื ไดวาผูเรยี นสามารถเรยี นผานบทเรยี นสาํ เร็จรูปใน หนวยนนั้ ๆ ได 8. สาํ หรบั ผเู รยี นทีท่ าํ แบบฝกหดั ไดคะแนนไมถึงรอยละ 80 ครูผูสอนควรแนะนาํ ให ผูเรียนยอนกลบั ไปศกึ ษาเนื้อหาน้นั ใหมอีกครง้ั ถาผสู อนพิจารณาเห็นวา การทีผ่ เู รยี นทาํ แบบฝกหดั แลว ไมผานเกณฑทก่ี าํ หนดไวน น้ั เปนเพราะผเู รยี นมีความรีบรอ นในการอา นขอ ความจนเกนิ ไป 9. หลังจากผเู รยี นศกึ ษาและและปฏิบตั ิกิจกรรมตามทกี่ าํ หนดไวในบทเรียนสาํ เร็จรูปครบ ทุกหนว ยการเรยี นแลว ใหค รผู ูสอนแจกแบบทดสอบหลังเรยี นใหแ กผ เู รียน เมอ่ื ผูเ รียนขอรบั แบบทดสอบหลังเรียน 10.ผเู รียนท่ีทําแบบทดสอบหลงั เรียนไดคะแนนต้งั แตร อ ยละ 80 ข้ึนไป ถือวาผเู รียน สามารถเรยี นผา นและประสบผลสําเร็จในการเรียนบทเรยี นสาํ เรจ็ รปู หมวดวชิ าคณิตศาสตร เรื่อง เซต ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 11.ในกรณที ีผ่ ูเรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี นแลวไดค ะแนนไมถงึ รอยละ 80 ครูผสู อน จะตองทาํ การสอนซอ มเสริมใหแกผ ูเรยี นเฉพาะจดุ ประสงคทีไ่ มผา น โดยทาํ การสอนซอ มเสรมิ เปน รายบุคคล และเมือ่ ผเู รยี นกลับมาสอบใหม ผเู รยี นจะตอ งทาํ คะแนนรอยละ 80 ขน้ึ ไป จงึ จะถือ วาผา นบทเรยี นสําเรจ็ รปู ชดุ นี้
4 คูม อื การใชบ ทเรยี นสําเร็จรูป หมวดวชิ าคณติ ศาสตร เรอื่ ง เซต คําแนะนาํ สาํ หรบั ครู บทเรียนสาํ เรจ็ รปู หมวดวชิ าคณติ ศาสตร เร่ือง เซต เปนบทเรียนทผี่ ลติ ขึ้นเพอ่ื ใหผ ูเรยี นได ใชเ ปน สอ่ื ในการเรยี นหมวดวิชาคณิตศาสตร ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย โดยแบง เน้ือหาออกเปน 3 หนว ย ไดแก หนว ยท่ี 1 เร่ือง วธิ เี ขยี นเซตและชนดิ ของเซต หนว ยท่ี 2 เรื่อง ความสมั พนั ธของ เซต และหนว ยที่ 3 เร่อื ง การดาํ เนินการของเซต ผูเ รยี นจะสามารถศกึ ษาบทเรยี นไดด วยตนเองตาม ความสามารถของผเู รยี นแตล ะคน ซ่งึ ภายในบทเรยี นสาํ เร็จรูปนีป้ ระกอบดว ย จดุ ประสงคก ารเรยี นรู เนือ้ หา ส่อื การเรียน แบบฝก หดั แบบทดสอบกอนเรยี น และแบบทดสอบหลังเรียน ความรพู น้ื ฐาน ในการเรยี นดว ยบทเรียนสาํ เรจ็ รูปหมวดวิชาคณติ ศาสตร เรือ่ ง เซต ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ใหไ ดผ ลดนี ้นั ผเู รยี นจาํ เปน ตองมีความรูพ น้ื ฐานในเรือ่ งจาํ นวนและการดาํ เนนิ การมากอ น จดุ ประสงคข องบทเรียนสาํ เร็จรูป ภายหลังจากทผ่ี ูเ รียนไดศกึ ษาบทเรียนสําเรจ็ รูปน้ีแลว ผเู รยี นควรจะมคี วามรคู วามเขา ใจ ในเรอ่ื งตอไปน้ี 1. เมอ่ื ผูเ รียนศกึ ษาเนื้อหาเร่อื ง วธิ ีเขยี นเซตและชนดิ ของเซต จบแลว ผูเรยี นสามารถ 1.1 เขียนเซตดว ยวธิ แี จกแจงสมาชกิ ได 1.2 เขยี นเซตดว ยวธิ ีบอกเง่อื นไขได 1.3 บอกชนิดของเซตได 2. เมื่อผูเรยี นศกึ ษาเนอ้ื หาเร่ือง ความสมั พนั ธของเซต จบแลว ผเู รียนสามารถ 2.1 หาสบั เซตของเซตที่กาํ หนดใหได 2.2 หาจํานวนสับเซตทง้ั หมดของเซตท่ีกําหนดใหไ ด 2.3 เขียนเพาเวอรเ ซตของเซตท่กี าํ หนดใหได 2.4 บอกเอกภพสมั พทั ธข องเซตทก่ี ําหนดใหไ ด 2.5 เขียนแผนภาพเวนน- ออยเลอรแสดงความสมั พนั ธของเซตท่กี ําหนดใหไ ด
5 3. เมอ่ื ผเู รยี นศึกษาเนื้อหาเร่อื ง การดาํ เนินการของเซต จบแลว ผูเรยี น 3.1 มคี วามรแู ละเขา ใจเร่ืองเซต และการดาํ เนนิ การของเซต 3.2 สามารถสรางเซตขนึ้ มาใหมจ ากการนําเซตทกี่ าํ หนดใหมาดาํ เนินการตามท่ี ตองการได (ยูเนยี น อนิ เตอรเ ซกชนั คอมพลเี มนต และผลตางของเซต) 3.3 สามารถเขยี นแผนภาพเวนน- ออยเลอรแทนเซต และนําไปใชแกปญหาทเี่ กีย่ วกับ การหาสมาชิกและจํานวนสมาชิกของเซตได กจิ กรรมในการเรียน การจัดกจิ กรรมการเรยี นรใู หผเู รียน ครผู สู อนจะตอ งทาํ ตามขน้ั ตอนดงั นี้ 1. ครผู สู อนใหผ เู รยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี น และครผู สู อนตอ งเนนย้ําใหผูเรียนไมให เดาคาํ ตอบ ใหทาํ เฉพาะขอ ท่ผี ูเรียนม่ันใจ ถา ขอ ใดไมแ นใจใหขามไปเลย เม่อื ผูเรยี นทําเสร็จแลว ใหค รผู ูสอนตรวจใหคะแนน และแจงใหผ ูเรยี นทราบ 2. ครผู สู อนแจกบทเรยี นสําเรจ็ รปู ใหผเู รียนศกึ ษาดว ยตนเองตามกระบวนการทก่ี ําหนด ไวในคูม ือการใชบ ทเรยี นสําเร็จรูป (สําหรับผเู รยี น) 3. เมอ่ื ผเู รียนศึกษาและและปฏิบัติกจิ กรรมตามท่กี ําหนดไวในบทเรยี นสําเรจ็ รปู ครบถว นแลว ใหผเู รียนทําแบบฝกหัดประจําหนว ย แลว ใหผูเรียนตรวจกระดาษคําตอบจากเฉลย ทา ยบทเรียน จากน้นั ใหผูเ รยี นนําบทเรยี นสาํ เร็จรูปสง ครูผูสอน 4. ครูผสู อนตรวจสอบคะแนนการทําแบบฝกหัดประจําหนว ยของผเู รียน ถา ผเู รยี นทํา คะแนนไดรอ ยละ 80 ข้นึ ไป กถ็ อื ไดวา ผเู รยี นสามารถเรยี นผา นบทเรียนสาํ เรจ็ รูปในหนว ยนั้น ๆ ได สําหรับผูเรียนทที่ ําแบบฝกหดั ไดค ะแนนไมถ งึ รอยละ 80 ครูผูสอนควรใหผูเรยี นยอนกลับไปศึกษา เนื้อหานนั้ ใหมอีกครงั้ การประเมินผลหลงั เรียน หลงั จากผูเรยี นศกึ ษาและและปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามทก่ี ําหนดไวในบทเรียนสาํ เร็จรปู ครบทกุ หนวยการเรยี นแลว ใหครูผูสอนแจกแบบทดสอบหลงั เรียนใหแกผูเรยี น เม่ือผูเรยี นขอรับ แบบทดสอบหลังเรียน โดยในการทาํ แบบทดสอบหลงั เรียนนี้ผเู รยี นจะตองทําคะแนนไดรอ ยละ 80 ขน้ึ ไป จึงจะถือวาผูเรยี นผานเกณฑ และถอื วาผูเรียนบรรลปุ ระสบผลสําเร็จในการเรียนบทเรยี น สาํ เรจ็ รูปหมวดวิชาคณติ ศาสตร เรอ่ื ง เซต ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
6 แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 1 หมวดวชิ าคณติ ศาสตร รหัสวิชา คณ 30 เร่ือง เซต ปก ารศกึ ษา 2549 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ภาคเรียนท่ี 2 จาํ นวน 3 ชั่วโมง หนวยที่ 1 วิธีเขยี นเซตและชนดิ ของเซต 1. มาตรฐานการเรียนรู สาระท่ี 4 พชี คณติ มาตรฐาน ค 4.1 อธบิ ายและวิเคราะหแ บบรปู (pattern) ความสัมพนั ธและฟง กชนั ตา ง ๆ ได 2. ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวงั 2.1 สามารถเขียนเซตโดยใชแบบรปู ตามทีก่ ําหนดให 2.2 บอกคณุ สมบตั สิ ําคญั ของเซตวาง การเทา กันของเซต เซตจํากดั เซตอนนั ต และสบั เซต 3. สาระการเรียนรู 3.1 วธิ ีเขียนเซต 3.2 ชนิดของเซต 4. จุดประสงคก ารเรยี นรู เมอ่ื เรยี นจบหนว ยการเรียนนี้แลว ผูเรยี นสามารถ 4.1 เขยี นเซตดว ยวธิ แี จกแจงสมาชิกได 4.2 เขียนเซตดว ยวธิ ีบอกเงือ่ นไขได 4.3 บอกชนดิ ของเซตได 5. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู 5.1 ข้นั นํา 5.1.1 ครูแจงจุดประสงคการเรียนรู และชี้แจงคําแนะนําการใชบทเรียนสาํ เร็จรปู 5.1.2 ผูเรียนขอรับทาํ แบบทดสอบกอ นเรียนจากครมู าทําการทดสอบ เพ่ือวดั พื้นฐาน การเรียนรู 5.1.3 หลงั ทดแบบทดสอบกอนเรยี นเสรจ็ แลว ผูเรียนสงกระดาษคําตอบพรอ ม แบบทดสอบคืนครู 5.1.4 ครแู จง ผลการทดสอบกอ นเรียนใหผ ูเรียนทราบ
7 5.2 ข้นั จัดกิจกรรมการเรียนรู 5.2.1 ครใู หผ เู รยี นศกึ ษาบทเรยี นสาํ เร็จรปู เร่อื ง เซต หนว ยท่ี 1 วิธีเขยี นเซตและชนดิ ของเซต 5.2.2 เมื่อผเู รยี นศึกษาบทเรียนสาํ เร็จรูป เร่อื ง เซต หนว ยที่ 1 วิธเี ขียนเซตและชนดิ ของ เซต จบแลว ใหผูเ รยี นทําแบบฝกหัดประจาํ หนวยท่ี 1 พรอมท้ังตรวจกระดาษคาํ ตอบดว ยตนเอง จากเฉลยทา ยบทเรียน จากน้นั ใหผ เู รยี นสง บทเรียนสําเรจ็ รปู พรอ มกระดาษคําตอบคนื ครผู สู อน 5.2.3 ในกรณีท่ีผูเรียนทําแบบฝกหดั ไดค ะแนนไมถึงรอ ยละ 80 ครใู หผ เู รียนยอนกลับไป ศกึ ษาใหม แลว ทาํ แบบฝก หดั ประจาํ หนว ยที่ 1 อกี ครงั้ แตถ าหากในการเรยี นและการทาํ แบบฝก หัด ครั้งใหมน ย้ี ังทาํ คะแนนจากแบบฝก หดั ประจาํ หนว ยท่ี 1 ไมผ า นเกณฑท กี่ าํ หนด ใหผ เู รียนแจง ครผู ูสอนทนั ที 5.3 ขั้นสรุป 5.3.1 ครใู หผ ูเรียนรว มกันสรปุ บทเรียนในหวั ขอตอ ไปนี้ -การเขยี นเซตโดยวธิ แี จกแจงสมาชิก -การเขยี นเซตโดยวิธีบอกเงอื่ นไขของสมาชิก -ชนดิ ของเซต (เซตวาง เซตจาํ กดั เซตอนนั ต เซตท่เี ทา กัน เซตทเ่ี ทียบเทา กัน) 5.3.2 ครนู ัดหมายผเู รยี นในการจดั การเรยี นรูครงั้ ตอไป 6. ส่ือการเรียนรู บทเรียนสาํ เรจ็ รูป เร่อื ง เซต หนว ยที่ 1 วธิ ีเขยี นเซตและชนิดของเซต 7. การวดั ผลประเมนิ ผล 7.1 วิธกี ารวัด 7.1.1 วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นกอ นเรยี น 7.1.2 วัดผลการเรียนรจู ากการทาํ แบบฝก หัดประจําหนว ยท่ี 1 7.2 เครื่องมือการวดั ผลประเมินผล 7.2.1 แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นกอนเรียน 7.2.2 แบบฝกหดั ประจําหนวยท่ี 1 7.3 เกณฑก ารผา น ทําแบบฝกหดั ประจําหนว ยที่ 1 ผา นเกณฑรอ ยละ 80
8 แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 2 หมวดวชิ าคณติ ศาสตร รหัสวิชา คณ 30 เรือ่ ง เซต ปการศึกษา 2549 ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 2 จาํ นวน 3 ช่วั โมง หนว ยท่ี 2 ความสมั พนั ธข องเซต 1. มาตรฐานการเรียนรู สาระที่ 4 พีชคณิต มาตรฐาน ค 4.1 อธบิ ายและวเิ คราะหแบบรูป (pattern) ความสัมพันธและฟง กช นั ตา ง ๆ ได 2. ผลการเรียนรทู ค่ี าดหวัง 2.1 อธิบายและวเิ คราะหแ บบรปู ความสัมพันธเก่ียวกบั เซต 2.2 สามารถใชแ ผนภาพเวนน- ออยเลอรแสดงความสมั พันธข องเซต 3. สาระการเรียนรู 3.1 สบั เซต 3.2 เพาเวอรเซต 3.3 เอกภพสัมพัทธ 3.4 แผนภาพเวนน- ออยเลอร 4. จดุ ประสงคการเรยี นรู เม่อื เรยี นจบหนว ยการเรยี นนแ้ี ลว ผเู รียนสามารถ 4.1 หาสบั เซตของเซตทก่ี าํ หนดใหไ ด 4.2 หาจาํ นวนสับเซตทัง้ หมดของเซตทีก่ าํ หนดใหไ ด 4.3 เขียนเพาเวอรเซตของเซตทกี่ าํ หนดใหได 4.4 บอกเอกภพสัมพทั ธของเซตท่ีกาํ หนดใหไ ด 4.5 เขยี นแผนภาพเวนน- ออยเลอรแ สดงความสมั พันธของเซตทก่ี าํ หนดใหไ ด 5. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู 5.1 ขน้ั นาํ 5.1.1 ครูแจง รายช่อื และคะแนนของผูเรียนท่ผี านเกณฑก ารประเมนิ ผลการเรียนรูจาก การทําแบบฝก หัดประจาํ หนว ยท่ี 1 ในการเรียนรคู รัง้ กอน 5.1.2 ครแู จง จดุ ประสงคการเรียนรู
9 5.2 ขนั้ จดั กิจกรรมการเรยี นรู 5.2.1 ครูใหผ ูเ รียนศกึ ษาบทเรยี นสาํ เร็จรปู เร่อื ง เซต หนว ยท่ี 2 ความสัมพันธข องเซต 5.2.2 เมอื่ ผูเ รยี นศึกษาบทเรียนสําเร็จรปู เรอื่ ง เซต หนว ยท่ี 2 ความสัมพันธข องเซต จบแลว ใหผูเรยี นทาํ แบบฝก หดั ประจําหนวยที่ 2 พรอมทั้งตรวจกระดาษคําตอบดว ยตนเองจาก เฉลยทา ยบทเรยี น จากนน้ั ใหผ ูเรียนสง บทเรียนสําเร็จรูปพรอ มกระดาษคําตอบคืนครผู สู อน 5.2.3 ในกรณีท่ผี เู รยี นทาํ แบบฝกหดั ไดคะแนนไมถ ึงรอ ยละ 80 ครูใหผ เู รียนยอนกลับไป ศึกษาใหม แลว ทําแบบฝกหดั ประจําหนว ยที่ 2 อกี ครั้ง แตถาหากในการเรียนและการทําแบบฝก หัด คร้ังใหมน ย้ี ังทาํ คะนนจากแบบฝกหัดประจาํ หนว ยที่ 2 ไมผานเกณฑทกี่ าํ หนด ใหผเู รยี นแจง ครผู สู อนทันที 5.3 ขัน้ สรุป 5.3.1 ครใู หผ ูเ รยี นรว มกนั สรปุ บทเรียนในหวั ขอตอไปนี้ -สบั เซต -เพาเวอรเ ซต -เอกภพสมั พทั ธ -แผนภาพเวนน- ออยเลอร 5.3.2 ครนู ดั หมายผูเรยี นในการจดั การเรียนรคู ร้งั ตอ ไป 6. ส่ือการเรียนรู บทเรยี นสาํ เรจ็ รปู เรอ่ื ง เซต หนว ยที่ 2 ความสัมพันธของเซต 7. การวดั ผลประเมนิ ผล 7.1 วิธีการวัด วัดผลการเรียนรูจ ากการทาํ แบบฝกหดั ประจําหนวยที่ 2 7.2 เครือ่ งมอื การวดั ผลประเมินผล แบบฝกหัดประจาํ หนวยท่ี 2 7.3 เกณฑการผาน ทําแบบฝกหัดประจําหนว ยที่ 2 ผานเกณฑร อยละ 80
10 แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี 3 หมวดวชิ าคณติ ศาสตร รหัสวิชา คณ 30 เรอื่ ง เซต ปการศึกษา 2549 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ภาคเรยี นท่ี 2 จาํ นวน 3 ช่วั โมง หนว ยที่ 3 การดาํ เนินการของเซต 1. มาตรฐานการเรยี นรู สาระท่ี 4 พชี คณติ มาตรฐาน ค 4.1 อธิบายและวิเคราะหแบบรูป (pattern) ความสัมพันธแ ละฟงกชนั ตา ง ๆ ได มาตรฐาน ค 4.2 ใชนพิ จน สมการ อสมการ กราฟ และแบบจาํ ลองทางคณติ ศาสตรอ ื่น ๆ แทน สถานการณตาง ๆ ตลอดจนแปลความหมาย และนาํ ไปใชแ กปญหาได 2. ผลการเรยี นรทู ีค่ าดหวัง 2.1 มีความคดิ รวบยอดในเรื่องเซตและการดําเนินการของเซต 2.2 สามารถหายเู นยี น อนิ เตอรเซกชนั คอมพลีเมนต และผลตา งของเซต 2.3 สามารถนําแผนภาพเวนน- ออยเลอร (Venn-Euler Diagram) มาใชแ กป ญ หาเกีย่ วกับการหา สมาชกิ และจํานวนสมาชกิ 3. สาระการเรียนรู 3.1 ยเู นยี น 3.2 อินเตอรเ ซกชนั 3.3 คอมพลีเมนต 3.4 ผลตา งของเซต 4. จุดประสงคการเรยี นรู เม่ือเรียนจบหนว ยการเรยี นนีแ้ ลว ผเู รียน 4.1 มคี วามรูแ ละความเขาใจเรอ่ื งเซต และการดาํ เนินการของเซต 4.2 สามารถสรางเซตขึ้นมากใหมจ ากการนําเซตทีก่ ําหนดใหม าดาํ เนนิ การตามท่ีตองการได (ยเู นยี น อนิ เตอรเ ซกชนั คอมพลีเมนต และผลตา งของเซต) 4.3 สามารถเขยี นแผนภาพเวนน- ออยเลอรแ ทนเซต และนําไปใชในการแกปญหาทเี่ กยี่ วกบั การหาสมาชกิ และจาํ นวนสมาชกิ ของเซตได
11 5. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู 5.1 ขน้ั นํา 5.1.1 ครูแจง รายชอื่ และคะแนนของผเู รยี นทผี่ า นเกณฑก ารประเมินผลการเรียนรูจ าก การทําแบบฝกหัดประจําหนว ยที่ 2 ในการเรียนรคู รั้งกอน 5.1.2 ครูแจงจดุ ประสงคการเรียนรู 5.2 ข้ันจัดกิจกรรมการเรยี นรู 5.2.1 ครูใหผ ูเรยี นศกึ ษาบทเรียนสําเรจ็ รูป เร่ือง เซต หนว ยท่ี 3 การดําเนนิ การของเซต 5.2.2 เมื่อผเู รียนศึกษาบทเรียนสําเร็จรูป เรื่อง เซต หนว ยที่ 3 การดาํ เนินการของเซต จบแลว ใหผ ูเรียนทําแบบฝก หดั ประจําหนว ยท่ี 3 พรอ มทง้ั ตรวจกระดาษคาํ ตอบดว ยตนเองจาก เฉลยทายบทเรยี น จากนัน้ ใหผูเ รียนสงบทเรียนสําเร็จรูปพรอ มกระดาษคาํ ตอบคืนครผู สู อน 5.2.3 ในกรณที ี่ผูเ รียนทาํ แบบฝก หดั ไดค ะแนนไมถึงรอ ยละ 80 ครูใหผูเรยี นยอ นกลบั ไป ศกึ ษาใหม แลว ทําแบบฝกหดั ประจาํ หนวยท่ี 3 อีกครั้ง แตถา หากในการเรียนและการทําแบบฝกหัด ครง้ั ใหมน ้ยี งั ทาํ คะนนจากแบบฝกหัดประจาํ หนว ยท่ี 3 ไมผานเกณฑทกี่ าํ หนด ใหผูเรยี นแจง ครูผูส อนทันที 5.2.4 หลงั จากผเู รียนศึกษาบทเรยี นสาํ เรจ็ รปู จบท้งั 3 หนวยแลว ใหผูเ รยี นขอรบั แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นหลังเรียนจากครผู ูส อนมาทาํ การทดสอบ 5.2.5 เมอ่ื ผเู รียนทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นหลงั เรยี นเสรจ็ แลว ใหน ํา แบบทดสอบพรอมกระดาษคําตอบไปสงครผู ูสอน และรอรบั ฟงผลการทดสอบหลงั เรยี นจาก ครูผสู อน ตามแตค รูผูส อนจะนดั แจงผลการทดสอบ 5.3 ข้ันสรุป 5.3.1 ครูใหผ เู รียนรว มกนั สรปุ บทเรียนในหวั ขอ ตอไปนี้ -ยูเนยี น -อินเตอรเ ซกชนั -คอมพลีเมนต -ผลตา งของเซต 5.3.2 ครูนัดหมายวนั เวลากับผูเรยี นในการแจง ผลการทดสอบหลงั เรยี น 5.3.3 ครชู ี้แจงใหผ เู รยี นเขา ใจเกย่ี วกบั ผลการทดสอบหลังเรียน ถา ปรากฏวา ผูเรยี นไมผ าน เกณฑท ก่ี ําหนด (คะแนนรอยละ 80) ใหผ ูเรยี นตดิ ตอ ครผู ูสอนทนั ที แตถ า ทาํ คะแนนไดรอยละ 80 ขึ้นไป แสดงวา ผูเ รียนผานการทดสอบหลงั เรียน และจบการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร เรอื่ ง เซต
12 6. ส่อื การเรยี นรู บทเรียนสําเร็จรปู เร่ือง เซต หนวยท่ี 3 การดําเนนิ การของเซต 7. การวดั ผลประเมนิ ผล 7.1 วธิ ีการวดั 7.1.1 วดั ผลการเรยี นรจู ากการทําแบบฝกหดั ประจําหนว ยท่ี 3 7.1.2 วดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน 7.2 เครือ่ งมือการวัดผลประเมนิ ผล 7.2.1 แบบฝกหัดประจาํ หนวยท่ี 2 7.2.2 แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นหลังเรียน 7.3 เกณฑก ารผาน 7.3.1 ทําแบบฝกหัดประจาํ หนว ยท่ี 3 ผา นเกณฑร อ ยละ 80 7.3.2 ผา นเกณฑก ารประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นหลังเรยี นรอยละ 80
13 คมู อื การใชบ ทเรยี นสําเรจ็ รปู (สาํ หรบั ผูเรยี น) หมวดวิชาคณติ ศาสตร เร่ือง เซต ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย โดย นางอรวรรณ ฟง เพราะ ศนู ยบริการการศึกษานอกโรงเรยี นอาํ เภอแจห ม อําเภอแจห ม จงั หวดั ลาํ ปาง สํานกั บริหารงานการศึกษานอกโรงเรยี น สาํ นกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
14 คมู ือการใชบทเรียนสาํ เร็จรูป (สําหรับผูเรียน) คําแนะนําสาํ หรับผูเรียน บทเรยี นสําเร็จรปู หมวดวิชาคณติ ศาสตร เรื่อง เซต เปน บทเรยี นทีผ่ ลิตขน้ึ เพ่อื ใหผ เู รียนได ใชเปนส่อื ในการเรียนหมวดวิชาคณิตศาสตร ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย โดยแบงเน้อื หาออกเปน 3 หนวย ไดแ ก หนว ยท่ี 1 เรื่อง วธิ ีเขยี นเซตและชนิดของเซต หนว ยที่ 2 เรอ่ื ง ความสมั พันธข องเซต และหนว ยที่ 3 เร่อื ง การดําเนนิ การของเซต ผเู รียนจะสามารถศึกษาบทเรียนไดด ว ยตนเองตาม ความสามารถของผูเรียนแตล ะคน ซ่ึงภายในบทเรียนสําเร็จรปู นป้ี ระกอบดวย จุดประสงคการเรยี นรู เนอ้ื หา ส่ือการเรียน แบบฝก หัด แบบทดสอบกอ นเรยี น และแบบทดสอบหลังเรียน ทั้งนีเ้ พอื่ จะชวย ใหผ เู รียนเกดิ ความรู ความเขาใจ และเพ่อื ทจ่ี ะใหก ารเรยี นเน้อื หาในบทเรยี นดังกลา วดาํ เนนิ การไป อยางไดผ ลดี มีประสิทธิภาพ ผูเรียนสามารถประสบความสําเรจ็ ตามจดุ มุงหมายของบทเรยี นตามที่ ไดร ะบุไว ผเู รยี นจาํ เปน ตองมคี วามรูพนื้ ฐานในเร่ืองจาํ นวนและการดาํ เนินการมากอ น อีกท้งั ผูเรียน จะตองปฏิบัตติ นตามคําแนะนําดงั ตอ ไปนี้ 1. ศึกษาและทําความเขาใจเกย่ี วกับขั้นตอนในการเรียนอยางละเอยี ด โดยอา นบทเรียน สําเรจ็ รูปใหเ ขา ใจ 2. ศึกษาหลักการและเหตผุ ล ตลอดจนวัตถุประสงคในการเรยี น 3. ขอรับแบบทดสอบกอ นเรียนจากครูผูสอนมาทาํ การทดสอบ 4. ในการทาํ แบบทดสอบกอนเรยี นนนั้ ใหผเู รยี นทาํ เฉพาะขอ ทต่ี นเองมีความรคู วามเขา ใจ จรงิ ๆ เทานนั้ เพอ่ื ประโยชนของผูเรียนเอง หามเดาเปนอันขาด ถาหากแบบทดสอบขอใดทีท่ าํ ไมไ ด หรอื ไมแ นใ จ กไ็ มต องทําใหข ามไป 5. หลังจากทําแบบทดสอบกอ นเรียนเสรจ็ แลว ใหผ เู รยี นสงกระดาษคาํ ตอบพรอม แบบทดสอบ คนื แกค รผู ูสอน 6. ครผู สู อนแจงผลการทดสอบกอนเรียนใหผ ูเรยี นทราบ หลงั จากนัน้ ใหผูเ รยี นศึกษา บทเรยี นสําเรจ็ รูปแตล ะหนว ยใหเ ขาใจ 7. ในการศึกษาบทเรยี นสาํ เรจ็ รูปแตล ะหนวยขอใหผ เู รยี นตั้งใจศึกษาใหละเอยี ด ใหเขา ใจ ไมตอ งรบี รอนเพราะไมมกี ารจาํ กัดเวลาเรียน
15 8. หลังจากศกึ ษาบทเรยี นสําเร็จรปู แตล ะหนวยจบแลว ใหท าํ แบบฝกหดั ประจาํ หนวย พรอ มทง้ั ตรวจคําตอบดว ยตนเองจากเฉลยทายบทเรียน 9. ในกรณีทผี่ เู รียนทําแบบฝก หดั ไดค ะแนนเฉลย่ี ไมถ ึงรอยละ 80 ใหยอ นกลบั ไปศึกษา ใหม แลว ทาํ แบบฝกหดั นน้ั ใหมอ ีกครั้งหนง่ึ แตถา หากในการเรยี นและการทําแบบฝก หดั ครัง้ ใหมน ้ี กย็ งั ทําคะแนนจากแบบฝก หัดไมผ านเกณฑที่กําหนด (คะแนนรอยละ 80) ใหตดิ ตอ กับครผู ูสอน ทนั ที 10. หากผเู รยี นทาํ คะแนนแบบฝก หัดผานเกณฑท ่ีกําหนดไว คือ คะแนนรอ ยละ 80 ข้ึนไป ใหผ ูเรียนศกึ ษาบทเรียนหนว ยถัดไป 11. หลังจากศกึ ษาบทเรยี นสาํ เรจ็ รปู จบทุกหนว ยแลว ใหผูเรียนขอรบั แบบทดสอบหลัง เรียนจากครูผสู อนมาทาํ การทดสอบ 12. เมอื่ ผูเ รียนทําแบบทดสอบหลงั เรยี นเสรจ็ แลว ใหน ําแบบทดสอบไปสง ครูผสู อน และ รอรับฟง ผลการทดสอบหลังเรียนจากครูผสู อน ตามแตครผู สู อนจะนัดแจง ผลการทดสอบ 13. จากผลการทดสอบหลังเรยี น ถาปรากฏวา ผูเรียนไมผา นเกณฑท ก่ี ําหนด (คะแนนรอยละ 80) ใหต ดิ ตอครผู สู อนทันที แตถาทําคะแนนไดรอยละ80 ข้ึนไป แสดงวา ผา นการทดสอบหลังเรียน และจบการเรยี นหมวดวิชาคณิตศาสตร เรื่อง เซต หมายเหตุ ในการศึกษาบทเรียนสําเรจ็ รปู แตล ะหนว ยนนั้ เพ่อื ประโยชนข องผเู รียนทุกคนจะตองมี ระเบียบวินยั ในตนเอง กลาวคือ จะตอ งมคี วามรับผดิ ชอบ ซอ่ื สตั ย และมีความตั้งใจท่ีจะศึกษา มิฉะนั้นก็จะทาํ ใหก ารศกึ ษาจากบทเรยี นสาํ เร็จรปู ไมเ กิดผลดเี ทา ทคี่ วร
16 บทเรียนสําเร็จรูป ตามหลกั เกณฑและวิธกี ารจัดการศึกษานอกโรงเรียน หลักสตู รการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2544 หมวดวิชาคณติ ศาสตร ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย เรอื่ ง เซต หนวยที่ 1 วิธเี ขยี นเซตและชนดิ ของเซต
17 หนว ยท่ี 1 เรอ่ื ง วธิ เี ขยี นเซตและชนดิ ของเซต จุดประสงคการเรียนรู เมื่อผเู รียนเรียนจบเนอื้ หาเรอ่ื ง วธิ เี ขียนเซตและชนิดของเซตแลว ผเู รียนสามารถ 1. เขียนเซตดวยวธิ แี จกแจงสมาชิกได 2. เขยี นเซตดวยวธิ ีบอกเงอื่ นไขได 3. บอกชนดิ ของเซตได ส่อื การเรยี น บทเรียนสําเรจ็ รปู เรือ่ ง วิธีเขยี นเซตและชนิดของเซต คําแนะนาํ ในการเรียน ในการเรียนเน้ือหาจากบทเรียนสาํ เรจ็ รูปน้ี ผูเรยี นจะตองปฏบิ ัติดงั น้ี 1. ไมใหข ีดเขยี น หรอื ทาํ เคร่ืองหมายใด ๆ ทั้งสน้ิ ลงในบทเรยี นสาํ เรจ็ รูป 2. ในการเรียนบทเรยี นสาํ เร็จรปู นี้ ใหผ เู รียนอา นและศกึ ษาในหนา แรก 3. ตอบคาํ ถามทายเนอื้ หา โดยเลือกคําตอบท่ใี หม า 4. เม่ือเลือกคําตอบแลว ใหผูเรยี นดูเลขหนา ที่ระบุไวทายคําตอบแลว เปด ไปดูหนา นั้น 5. ใหผูเรียนอานขอ ความในหนานั้น จะทําใหท ราบวาคําตอบทเ่ี ลือกถกู หรือผดิ ถาผิด ใหทบทวนเน้ือหาในหนานน้ั อีกคร้ัง จากนน้ั เปดตอ ไปยังหนาท่บี อกตอ ๆ ไป ทาํ เชน น้ีไป เรื่อย ๆ จนจบหนว ย 6. เนอื้ หา และกิจกรรมตา ง ๆ ที่ผูเ รยี นศกึ ษานเ้ี ปน บทเรียนไมใ ชข อ สอบ 7. ผเู รยี นตองมีความซอื่ สัตยต อ ตนเอง โดยไมควรเปด ดูเฉลยกอ นท่ีจะตอบคําถาม เพราะจะทําใหผ เู รยี นไมเ ขา ใจเนื้อหาเทา ที่ควร 8. หลังจากเรียนจบหนว ยแลว ใหผูเ รียนทาํ แบบฝก หัดประจาํ หนวย พรอมท้ังตรวจ คาํ ตอบดวยตนเองจากเฉลยทายบทเรียน เมอื่ พรอมแลว เริม่ เรียนไดเ ลยคะ ...
18 โดยท่วั ไปนิยมใชอ กั ษรภาษาองั กฤษตัวพมิ พใหญแ ทนเซต A, B, C, … และใชอกั ษรตวั พมิ พเ ลก็ แทนสมาชิกของเซต a , b , c , … ใชสัญลกั ษณ “∈” แทนคําวา เปนสมาชกิ ของ หรอื อยใู น ใชส ัญลักษณ “∉” แทนคําวา ไมสมาชกิ ของ หรอื ไมอยใู น ใชตวั อกั ษร “ I ” แทน เซตของจํานวนเตม็ ใชตัวอักษร “ I+” แทน เซตของจาํ นวนเตม็ บวก ใชตัวอักษร “ I - ” แทน เซตของจํานวนเตม็ ลบ ใชตวั อักษร “ R ” แทน เซตของจาํ นวนจรงิ ลองคิด ลองทาํ ถา ให a เปนสมาชกิ ของเซต A เขียนแทนดวย เปดไปหนา 9 ก. a ∉A เปด ไปหนา 7 ข. a ∈A ตอบ ขอ ก. ตอบ ขอ ข. 1
19 การเขยี นเซตโดยวิธีบอกเง่อื นไขของสมาชกิ ใหเขยี นตวั แปรแทนสมาชกิ ทกุ ตวั ใชเ ครื่องหมาย “⏐” แทนคาํ วา “โดยท”่ี คัน่ ระหวางตวั แปรกบั เงอื่ นไข เชน • ถา x เปน สมาชกิ ของเซต C โดยท่ี x เปน จํานวนนับ สามารถ เขียนโดยวิธบี อกเงื่อนไขดงั น้ี ¡ ใหเขียนตวั แปรแทนสมาชกิ ทกุ ตวั ตัวแปร คอื x ¡ ใชเคร่ืองหมาย “⏐” แทนคําวา “โดยท”่ี คนั่ ระหวา ง ตวั แปรกบั เงอ่ื นไข เง่อื นไข คือ x เปนจาํ นวนนบั ดงั น้นั C = { x ⏐ x เปนจาํ นวนนับ} C = { x ⏐ x เปน จาํ นวนนับ} โดยที่ เงื่อนไข ตวั แปร เม่ือศึกษาเขาใจแลว ใหกลับไปลองคดิ ลองทาํ อกี ครัง้ ในหนา 12 2
20 เกงมากคะท่ตี อบขอ ก น่นั คือ A เปนเซตของจํานวนค่ีทีม่ ีคา ไมเ กิน 50 ซ่ึงมีจํานวนมากแตมจี ํานวน จํากัด ดงั นัน้ เขียนเซตโดยวธิ แี จกแจงสมาชกิ คือ A = {1, 3, 5, …, 49} เม่ือเขา ใจแลว ศกึ ษาเน้ือหาใหมจากกรอบขางลา งไดเ ลยคะ... B ก. B = {-1, -2, -3, …,-50, …} ข. B = {-1, -2, -3, …} . 15 . 12 3
21 ก เมอ่ื เขา ใจแลว ศกึ ษาเนอ้ื หาใหมจ ากกรอบขางลางไดเ ลยคะ ... เซตจาํ กดั หมายถงึ เซตท่ีมสี มาชิกจาํ นวนจาํ กัด ซงึ่ สามารถนบั จาํ นวนสมาชิกได (หรอื มจี ํานวนสมาชิกเทา กับจํานวนเตม็ บวกหรอื ศนู ย) เชน B = {x ⏐x เปน จํานวนนบั และ 5 < x < 10 } คา ของ x ที่อยรู ะหวา ง 5 กับ 10 คอื 6, 7, 8, 9 ดงั นนั้ เซต B มจี ํานวนสมาชกิ 4 ตัว สรุป เซต B เปนเซตจํากัด เน่ืองจากสามารถนับจํานวนสมาชกิ ได (มีจํานวนสมาชกิ เปน จํานวนเต็มบวก) หมายเหตุ จาํ นวนสมาชกิ ของเซต A เขียนแทนดัวย n(A) ขอ สังเกต • เซตวา งเปน เซตจาํ กัด (เซตวางมีจาํ นวนสมาชกิ เทากบั ศนู ย) ลองคดิ ลองทาํ เปด ไปหนา 13 4 เปด ไปหนา 17 ขอใดเปนเซตจํากดั ก. B = {x ⏐x เปน จาํ นวนนบั และ x < 1 } ข. B = {x ⏐x เปน จํานวนเตม็ และ x < 3 } ตอบ ขอ ก. ตอบ ขอ ข.
22 เกงมากคะ ทต่ี อบขอ ข น่ันคอื B = {x ⏐x เปนจาํ นวนเตม็ และ x < 0 } ซ่ึงเซต B มีจํานวนสมาชกิ ไมจาํ กดั ดังน้นั B เปน เซตอนันต เมอ่ื เขาใจแลว ศึกษาเนื้อหาใหมจากกรอบขางลา งไดเ ลยคะ ... เซตที่เทากัน เซตสองเซตจะเทากนั กต็ อเมื่อทั้งสองเซตมีสมาชิกอยา งเดียวกัน และจํานวน เทากนั เม่อื เซต A เปนเซตที่เทา กับ เซต B เขยี นแทนดว ย A = B หมายความวา สมาชิกทุกตัวของเซต A เปนสมาชกิ ของเซต B และสมาชิก ทกุ ตัวของเซต B เปนสมาชกิ ของเซต A ถาสมาชกิ ตวั ใดตัวหนงึ่ ของเซต A ไมเ ปน สมาชกิ ของเซต B หรือสมาชกิ บางตวั ของเซต B ไมเ ปนสมาชิกของเซต A ดังนน้ั เซต A ไมเทา กบั เซต B เขียนแทนดว ย A ≠ B เชน A = {1, 2, 4} B = {4, 1, 2 } ดงั น้ัน A = B ลองคิด ลองทาํ 5 ขอใดเปนเซตท่เี ทา กัน ก. A = {1, 3, 5, 7} และ B = {x ⏐x เปนจํานวนคี่ และ 0 < x < 7} ดังนนั้ A = B ข. A = {1, 3, 5, 7} และ B = {x ⏐x เปนจํานวนคี่ และ 0 < x < 8} ดังนน้ั A = B ตอบ ขอ ก. เปดไปหนา 8 ตอบ ขอ ข. เปดไปหนา 14
23 เซตท่ีเทียบเทากัน หมายถึง เซตทีม่ จี ํานวนสมาชกิ เทา กัน และสมาชิกตวั ใด ตวั หนง่ึ ของเซตใด ๆ ไมเ ปน สมาชกิ ของเซตอกี เซตหนงึ่ เชน • ถา A = {1, 2, 3, 4, 5, 6, 7} B = {x ⏐x เปนวนั ในหนง่ึ สปั ดาห} จะได B = {วนั จนั ทร, วันองั คาร, วันพธุ , วันพฤหสั บด,ี วนั ศกุ ร, วนั เสาร, วนั อาทิตย} ดงั นั้น A ∼ B หรือ A ↔ B เนือ่ งจาก เซต A มีจาํ นวนสมาชกิ 7 ตวั และ เซต B มจี าํ นวนสมาชกิ 7 ตวั ดังนน้ั เซต A และเซต B จึงมจี าํ นวนสมาชกิ เทา กนั และสมาชกิ ของเซต A ไมเ ปนสมาชิกของเซต B และสมาชกิ ของเซต B ไมเปน สมาชิกของเซต A • ถา A = {1, 2, 3, 4, 5} B = {x ⏐x เปน จาํ นวนคี่ และ 1≤x ≤9} จะได B = {1, 3, 5, 7, 9} ดงั นัน้ A ∼ B หรือ A ↔ B เนือ่ งจาก เซต A มีจํานวนสมาชกิ 5 ตัว และ เซต B มจี าํ นวนสมาชกิ 5 ตวั ดังน้นั เซต A และเซต B จึงมจี ํานวนสมาชิกเทากนั และสมาชกิ บางตัวของเซต A ไมเ ปน สมาชิกของเซต B และสมาชกิ บางตวั ของ เซต B ไมเ ปน สมาชิกของเซต A เม่ือศกึ ษาเขาใจแลว ใหก ลบั ไปลองคดิ ลองทาํ อกี ครัง้ ในหนา 14 6
24 เกงมากคะ ท่ตี อบขอ ข นนั่ คอื ถา a เปนสมาชกิ ของ เซต A เขยี นแทนดวย a ∈A เม่อื เขา ใจแลว ศึกษาเนือ้ หาใหมจากกรอบขา งลางไดเ ลยคะ ... วิธีเขียนเซตทีน่ ยิ มมี 2 วธิ ี คอื วิธแี จกแจงสมาชกิ และวิธีบอกเง่ือนไข การเขยี นเซตโดยวธิ ีแจกแจงสมาชกิ เปนวธิ ีท่เี ขียนสมาชกิ ท้ังหมดของเซต ลงในเครอ่ื งหมายวงเล็บปกกา ({}) และใชเครอื่ งหมายจุลภาค ( , ) คั่นระหวา ง สมาชิก แตละตวั สามารถเขยี นได 3 วิธี คือ 1) กรณสี มาชกิ มีจาํ นวนนอ ย 2) กรณี สมาชกิ มจี าํ นวนมากแตจ ํานวนจํากัด และ 3) กรณีสมาชกิ มจี ํานวนมากไมส้นิ สุด กรณสี มาชกิ มจี ํานวนนอย ใหเ ขยี นสมาชกิ ทกุ ตวั ลงไป เชน A เปน เซตของวนั ในหน่ึงสปั ดาห สามารถเขยี นไดด ังน้ี A = {จนั ทร, องั คาร, พธุ , พฤหัสบดี, ศุกร, เสาร, อาทิตย} ลองคดิ ลองทาํ ถา ให C เปนเซตของจํานวนนับทม่ี คี า ไมเกิน 10 ใหเ ขยี นเซตโดยวิธแี จกแจง สมาชกิ ก. C = {1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10} ข. C = {0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10} ตอบ ขอ ก. เปดไปหนา 10 ตอบ ขอ ข. เปด ไปหนา 20 7
25 เซตทเ่ี ทา กนั หมายถึง เซตทมี่ ีสมาชกิ เหมือนกนั ทกุ ตวั และมีจาํ นวน สมาชกิ เทากนั เชน • ถา A = {6, 8, 10, 12} B = {x ⏐x เปนจํานวนคู และ 4 < x < 12} จะได B = {6, 8, 10} ดังนั้น A ≠ B เนอื่ งจาก สมาชิกบางตัวของเซต A ไมเปนสมาชกิ ของ เซต B นน่ั กค็ อื 12 และจาํ นวนสมาชิกของเซต A ไมเ ทากับเซต B • ถา A = {6, 8, 10, 12} B = {x ⏐x เปนจาํ นวนคู และ 4 < x < 13} จะได B = {6, 8, 10, 12} ดังนั้น A = B เน่ืองจาก สมาชกิ ทกุ ตวั ของเซต A เปนสมาชิกของเซต B และสมาชกิ ทกุ ตัวของเซต B เปน สมาชิกของเซต A นอกจากนจ้ี ํานวนสมาชกิ ของ เซต A ยงั เทากบั เซต Bอีกดวย เม่อื ศกึ ษาเขา ใจแลว ใหกลับไปลองคดิ ลองทําอกี ครัง้ ในหนา 5 8
26 เซตเปน คาํ ทไ่ี มม ีนิยาม แตใ ชค ําวา “เซต” เมือ่ กลา วถึงการรวม หรือกลมุ ของสงิ่ ตาง ๆ แลว ตอ งทราบแนชัดวา สงิ่ ใดอยูในกลมุ และสิง่ ใดไมอยใู นกลมุ ซงึ่ เรา เรยี กสงิ่ ทอ่ี ยใู นเซตวา “สมาชกิ ” เชน คําวา เปนสมาชิก หรือ อยูใน เขยี นแทนดว ยสญั ลกั ษณ ∈ เมือ่ ศกึ ษาเขา ใจแลว ใหก ลับไปลองคดิ ลองทําอีกครง้ั ในหนา 1 9
27 เกงมากคะ ที่ตอบขอ ก น่นั คือ สมาชกิ ของเซต C เปน จาํ นวนนบั มีคาไมเ กิน 10 ซ่งึ มจี ํานวนนอ ย ดงั นน้ั เขียนเซตโดยวธิ แี จกแจงสมาชกิ คือ C = {1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9} เมอ่ื เขาใจแลว ศกึ ษาเน้อื หาใหมจากกรอบขางลางไดเ ลยคะ ... การเขยี นเซตโดยวธิ แี จกแจงสมาชิก 10
28 เซตวา งเปนเซตทีไ่ มมสี มาชกิ นั่นกห็ มายความวา เซตวา งมจี าํ นวนสมาชิก เทา กับ 0 เราใชส ญั ลกั ษณ ∅ หรอื {} แทนเซตวาง เชน • ถา x เปนสมาชิกของเซต C โดยท่ี x เปนจํานวนค่ี และ 5 < x < 7 สามารถเขียนโดยวธิ บี อกเงอื่ นไขดังนี้ C = { x ⏐ x เปนจํานวนคี่ และ 5 < x < 7 } จะเหน็ ไดว า จาํ นวนค่ี จะประกอบไปดว ยสมาชกิ ตั้งแต 1, 3, 5, 7, 9,… ดังน้ันจงึ ไมมจี ํานวนคี่ใดที่อยูร ะหวา งเลข 5 กบั 7 สรุปก็คือ เซต C ไมม ีสมาชิก หรอื มีจาํ นวนสมาชกิ เปน 0 ดงั นนั้ ¡ เซต C เปน เซตวา ง ¡ 16 11
29 เกง มากคะทตี่ อบขอ ข นัน่ คอื สมาชิกของเซต B เปนจาํ นวนเตม็ ลบ ซึง่ มจี าํ นวนมากไมส ้ินสดุ ดังน้นั เขียนเซตโดยวิธแี จกแจงสมาชิก คอื B = {-1, -2, -3, …} ... B = {x ⏐x เปนจํานวนเตม็ } ลองคดิ ลองทาํ ถาให A เปนเซตของจาํ นวนเต็มลบ ใหเ ขียนเซตโดยวธิ ีบอกเงอื่ นไข ก. A = {x ⏐x ∈ I} ข. A = {x ⏐x ∈ I -} ตอบ ขอ ก. เปดไปหนา 2 . 16 12
30 เกง มากคะที่ตอบขอ ก นั่นคอื B = {x ⏐x เปนจาํ นวนนบั และ x < 1 } ซ่ึงเซต B ไมม ีสมาชกิ เพราะ ไมมีจํานวนนบั ใดมีคา นอ ยกวา 1 B จงึ เปน เซตวาง ดงั นั้น B เปนเซตจํากัด เน่อื งจากเซตวางเปนเซตจํากดั เมือ่ เขาใจแลว ศกึ ษาเนื้อหาใหมจ ากกรอบขางลางไดเ ลยคะ ... เซตอนันต หมายถึง เซตที่ไมใ ชเ ซตจํากดั หรือเซตท่ีมจี าํ นวนสมาชิกไมจ ํากัด นน่ั คือ เซตทีไ่ มสามารถนบั จํานวนสมาชกิ ไดแ นน อนหรือไมสามารถบอกจํานวนสมาชิกได เชน A = {x ⏐x เปน จํานวนเต็มลบ และ x < 1} B = {x ⏐x เปน จํานวนนบั และ x ≥ 10 } C = {x ⏐x เปนจาํ นวนคี่ และ x > 3 } ลองคิด ลองทาํ ขอใดเปนเซตอนนั ต ก. B = {x ⏐x เปนจํานวนเตม็ และ -5 < x < 0 } ข. B = {x ⏐x เปน จาํ นวนเตม็ และ x < 0 } ตอบ ขอ ก. เปด ไปหนา 19 ตอบ ขอ ข. เปดไปหนา 5 13
31 ข ... เซตท่เี ทียบเทากัน เม่อื เซต A เทียบเทา กบั เซต B เขยี นแทนดวย A ∼ B หรือ A ↔ B จะเหน็ ไดวา จาํ นวนสมาชิกของเซต A เทากบั จาํ นวนสมาชิกของเซต B ดงั นัน้ A ∼ B หรอื A ↔ B ลองคดิ ลองทาํ ขอ ใดเปนเซตท่ีเทยี บเทากัน 14 ก. A = {6, 7, 8} และ B = {x ⏐x เปนจํานวนค่ี และ 5 < x < 13} ดังนนั้ A ↔ B ข. A = {2, 4, 6, 8} และ B = {x ⏐x เปนจาํ นวนคู และ 0 < x < 8} ดังนน้ั A ↔ B . 21 .6
32 การเขียนเซตโดยวธิ แี จกแจงสมาชกิ กรณสี มาชกิ มจี ํานวนมากไมส น้ิ สดุ ใหเขยี นสมาชกิ สามตัวแรกแลวเตมิ จดุ สามจุด (...) ลงไปในเครอ่ื งหมายวงเลบ็ ปกกา และใชเ ครอ่ื งหมายจุลภาค ( , ) ค่ันระหวางสมาชกิ แตล ะตัว เชน • ให C เปน เซตของจาํ นวนคู เขยี นแทนดว ย C = {2, 4, 6, …} C = { 2, 4, 6 , … } จดุ สามจุด สมาชิกสามตัวแรก เมอ่ื ศึกษาเขาใจแลว ใหกลบั ไปลองคิดลองทาํ อีกคร้ังในหนา 3 15
33 เกงมากคะ ทีต่ อบขอ ข A A= ... • • ข. B = {x ⏐x เปน จาํ นวนนับ และ 1 < x < 3 } 16 .4 ตอบ ขอ ข. เปดไปหนา 11
34 จ เซตจาํ กัดเปน เซตทสี่ ามารถนับจํานวนสมาชิกได หรอื มีจาํ นวนสมาชิก เทากบั ศนู ย ดงั นน้ั เซตวางเปน เซตจํากัด เน่อื งจากเซตวางมจี ํานวนสมาชิกเทา กบั 0 เชน B = {x ⏐x เปนจํานวนคู และ 10 < x < 12 } เซต B มจี ํานวนสมาชิก 0 ตัว ดังนน้ั เซต B เปน เซตวาง ซ่ึงเซตวางเปน เซตจํากัด เนอื่ งจากสามารถนบั จํานวนสมาชิกได หรอื มจี ํานวนสมาชกิ เทา กบั ศูนย ดงั นั้นเซต B เปนเซตจํากดั เพราะมจี าํ นวนสมาชกิ เปน ศูนย เมอ่ื ศึกษาเขา ใจแลว ใหกลบั ไปลองคิดลองทําอกี คร้ังในหนา 4 17
35 การเขียนเซตโดยวธิ แี จกแจงสมาชกิ กรณสี มาชกิ มจี าํ นวนมากแตมีจํานวน จาํ กัด ใหเ ขียนสมาชิกสามตวั แรกตอ ดว ยจดุ สามจุดแลว เขยี นตามดว ยสมาชกิ ตัว สุดทายลงไปในเคร่อื งหมายวงเลบ็ ปกกา ({}) และใชเ ครอ่ื งหมายจุลภาค ( , ) คนั่ ระหวางสมาชกิ แตละตวั เชน • ให A เปน เซตของจาํ นวนนับ ทม่ี คี า ไมเ กิน 200 เขียนแทนดว ย A = {1, 2, 3, …, 200} สมาชิกสามตวั แรก สมาชิกตัวสดุ ทาย เมอ่ื ศึกษาเขาใจแลว ใหกลบั ไปลองคิดลองทําอกี คร้งั ในหนา 10 18
36 ลองทบทวนใหมจากกรอบขางลางนอ้ี ีกคร้ังนะคะ • • • ดงั น้นั เซต C เปน เซตอนนั ต เนือ่ งจากไมส ามารถนับจํานวนสมาชิกได เมอ่ื ศึกษาเขา ใจแลว ใหกลบั ไปลองคิดลองทําอีกครัง้ ในหนา 13 19
37 20
38 ก • - กรณสี มาชกิ มจี าํ นวนมากไมส ิน้ สุด ใหเ ขยี นสมาชกิ สามตวั แรก แลว เตมิ จดุ สามจุด • การเขยี นเซตโดยวิธบี อกเงอ่ื นไข เปนวิธเี ขยี นทม่ี ีตวั แปรแทนสมาชิก ทุกตัว และใชเ ครอื่ งหมาย “⏐” แทนคาํ วา “โดยท”่ี คน่ั ระหวา งตัวแปรกับเง่ือนไข • • • เซตอนันตเปนเซตที่ไมส ามารถนับจาํ นวนสมาชกิ ไดแ นน อน • • เมื่อศกึ ษาเขา ใจแลว ใหเปด ไปหนา ถดั ไป 21
39 1 ถามั่นใจแลวเชญิ ทําแบบฝกหัดประจําหนว ยท่ี 1 ไดเ ลยคะ 22
40 แบบฝก หดั ประจําหนวยท่ี 1 วธิ ีเขยี นเซตและชนิดของเซต คําชแ้ี จง จงเลอื กคําตอบถกู ตองเพยี งคําตอบเดยี ว แลว ทําเคร่ืองหมาย 8 ลงในกระดาษคําตอบ 1. A = {x |x เปน จาํ นวนนบั และ 4< x ≤ 10} 5. ขอ ใดเปน เซตอนันต ขอใดเขยี นเซต A โดยวิธีแจกแจงสมาชกิ ก. {x |x เปน จาํ นวนเต็มบวกทนี่ อ ยกวา 3} ไดถูกตอ ง ข. {x |x เปนจาํ นวนเตม็ และ x+5 = 5} ก. A = {5, 6, 7, 8, 9} ค. {x |x เปนจาํ นวนเตม็ และ x +1= 5} ข. A = {4, 5, 6, 7, 8, 9} ง. {x |x เปนจาํ นวนตรรกยะ} ค. A = {5, 6, 7, 8, 9, 10} ง. A = {4, 5, 6, 7, 8, 9, 10} 6. ขอ ใดเปน เซตท่ีเทากนั ก. {5, 6, 7, 8, 9}และ{2, 4, 6, 8, 10} 2. B = {1, 2, 3, 4} ขอใดเขยี นเซต B โดยวธิ ี ข. {5, 6, 7, 8, 9}และ{7, 8, 6, 5, 10} บอกเง่ือนไขของสมาชิกไดถูกตอง ค. {5 }และ{x |x เปนจาํ นวนเตม็ บวก ก. {x |x เปน จาํ นวนเตม็ บวก และ x ≤ 5} และ x+5 = 10} ข. {x |x เปนจาํ นวนเตม็ บวก และ x ≤ 4} ง. {2, 4, 6, 8}และ{x |x เปน จาํ นวนค}ู ค. {x |x เปน จาํ นวนเตม็ บวก และ x > 2} ง. {x |x เปน จาํ นวนเตม็ บวก และ x ≥ 1} 7. กาํ หนดให A = {2, 4, 6 } ขอใดเปน เซตท่ี เทยี บเทา กับเซต A 3. ขอ ใดเปนเซตวาง ก. {{2, 4}, 6 } ก. {x |x เปนจาํ นวนเตม็ บวกทนี่ อ ยกวา 1} ข. {x |x เปน จาํ นวนคู} ข. {x |x เปนจาํ นวนเตม็ และ x+5 = 5} ค. {{2, 6}, {4, 6}} ค. {x |x เปน จาํ นวนเตม็ และ x < 1} ง. {{3}, {5}, {7 }} ง. {x |x เปน จาํ นวนเตม็ บวก} 8. กําหนดให C = {x |x เปน จํานวนค่ี และ 4. ขอใดเปน เซตจํากดั 3< x ≤ 17} ขอใดเปน สมาชิกของเซต C ก. {x |x เปนจาํ นวนเตม็ ที่นอ ยกวา 1} ก. 5, 7, 9 ข. {x |x เปน จาํ นวนเตม็ และ x+5 = 5} ข. 7, 9, 11, 13 ค. {x |x เปนจาํ นวนเตม็ และ x +1< 5} ค. 3, 5, 7, 9, 11, 13 ง. {x |x เปนจาํ นวนตรรกยะ} ง. 5, 7, 9, 11, 13, 15, 17
9. A = {a , b, c , {a , b} , {a , c}} 41 B = {a , b} C = {a} 10. ขอ ใดถูก D = {b , c} ก. 7 ∈ { x | x เปน จาํ นวนคี่ และ จงพจิ ารณาวา ขอ ใดถกู ตอ ง 1< x < 7} ก. D ∈A ข. 3 ∈ {x |x เปนจํานวนเตม็ และ ข. B ∈A 1< x < 3} ค. C ∈B ค. 4 ∈{x | x เปนจํานวนนบั และ ง. C ∈A 4 ≤ x ≤ 8} ง. 5 ∈ {x |x = 2n เมือ่ n ∈ I}
42 เฉลยแบบฝก หดั ประจําหนว ยที่ 1 วธิ เี ขยี นเซตและชนดิ ของเซต 1. ค 2. ข 3. ก 4. ข 5. ง 6. ค 7. ง 8. ง 9. ข 10. ค
Search
Read the Text Version
- 1 - 42
Pages: