Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 5บท งบเศรษฐกิจพอเพีบง21 มิย

Description: 5บท งบเศรษฐกิจพอเพีบง21 มิย

Search

Read the Text Version

ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอเกาะจันทร์ จงั หวัดชลบรุ ี

คำนำ รายงานสรุปผลการดาเนินการจัดกิจกรรมการศึกษากิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ปลูกผักสวนครัว 90 วัน ประจาปี งบประมาณ 2563 เพื่อนาผลท่ีได้จากการรายงานไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนา การดาเนินงานต่อไป ให้มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอเกาะจันทร์ ในโอกาสน้ี คณะผู้จัดทาโครงการ ขอขอบคุณบุคลากรที่เก่ียวข้องกับการดาเนินโครงการทุกด้าน ท่ีให้ความร่วมมือในการดาเนินงานตามโครงการ และรายงานผลการดาเนินโครงการ ทาให้การดาเนินงานบรรลุผล ตามเปา้ หมายทก่ี าหนดเปน็ อย่างดี กศน.ตาบลท่าบุญมี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเกาะจันทร์หวัง เป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารเล่มน้ี คงจะเป็นประโยชน์สาหรับผู้ท่ีต้องการศึกษาหาข้อมูล เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการจัด โครงการ และหากมสี ง่ิ หน่งึ สง่ิ ใดผดิ พลาด คณะผู้จัดทาตอ้ งขออภัยมา ณ โอกาสนด้ี ว้ ย กศน.ตาบลท่าบญุ มี ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอเกาะจนั ทร์ มิถุนายน 2563 ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอเกาะจนั ทร์ จงั หวดั ชลบรุ ี

สำรบัญ หน้ำ คำนำ 1 สำรบัญ 1 บทท่ี 1 บทนา 1 1 - หลกั การและเหตุผล - วัตถปุ ระสงค์ 1 - เป้าหมาย 2 2 - เชงิ ปริมาณ 2 - เชงิ คุณภาพ - วธิ ดี าเนินการ 2 - ระยะเวลาดาเนนิ การ - งบประมาณ 2 - ผู้รับผิดชอบโครงการ 2 - ผลผลติ /ผลลัพธ์ 3 - ผลผลติ 16 - ผลลพั ธ์ 16 - ตวั ชวี้ ัด 16 - ตัวชวี้ ัดผลผลติ 16 - ตัวชี้วดั ผลลพั ธ์ 16 - ผลประเมิน 16 - ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะไดร้ บั 16 บทท่ี 2 เอกสารการศกึ ษาและรายงานทเ่ี กย่ี วข้อง 16 บทที่ 3 วิธีดาเนนิ งาน - สารวจความตอ้ งการของกลุม่ เปา้ หมาย - กาหนดแผนและปฏทิ ินการดาเนนิ งาน - เสนอโครงการ - ประสานผูเ้ ก่ียวข้อง - ดาเนนิ การจดั กิจกรรม - เคร่ืองมือในการเก็บขอ้ มลู - วเิ คราะห์ข้อมูล/สถิติทีใ่ ช้ในการวเิ คราะห์ ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอเกาะจันทร์ จงั หวดั ชลบรุ ี

สำรบญั (ต่อ) หนำ้ บทที่ 4 ผลการดาเนนิ งานและการวิเคราะห์ขอ้ มูล 18 - ตอนที่ 1 ขอ้ มูลสว่ นตัวผู้ตอบแบบถาม 18 - ตอนที่ 2 ขอ้ มูลเกย่ี วกับความคดิ เห็นของผ้เู ข้ารว่ ม 20 - อภิปรายผล 22 - ข้อเสนอแนะจากแบบประเมนิ โครงการ 23 24 บทท่ี 5 สรุป อภปิ รายผล ขอ้ เสนอแนะ 24 - สรุปผลการดาเนินงาน 24 - อภิปรายผล 24 - ขอ้ เสนอแนะ 26 บรรณำนุกรม ภำคผนวก คณะผจู้ ดั ทำ ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอเกาะจนั ทร์ จงั หวัดชลบรุ ี

โครงการการศกึ ษาต่อเน่ือง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 1 บทที่ 1 บทนำ โครงกำรกำรศึกษำต่อเน่ือง กิจกรรมกำรเรียนรู้ตำมหลกั ปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง โครงกำรอบรมเชิงปฏิบัติกำรหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง : ปลกู ผกั สวนครวั 90 วนั ประจำปงี บประมำณ 2563 หลักกำรและเหตุผล การศกึ ษาต่อเน่ือง เปน็ การจัดกจิ กรรมการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการ ความจาเปน็ ใน ชีวิตประจาวนั ของผู้เรยี น สถานศกึ ษาตอ้ งจัดให้มีกระบวนการวิเคราะห์ตนเองของผู้เรยี น โดยยึดหลักปรชั ญาคิด เป็น ซึ่งสถานการณเ์ ชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19) กลายเป็นโรคระบาดคร้ังใหญข่ องโลก มผี ปู้ ่วยกว่าล้าน ชีวติ และเสียชวี ติ กวา่ แสนคน ผลกระทบของโควคิ -19 สง่ ผลให้เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ รวมทั้ง ประเทศไทยต้องชะงัก การท่องเทยี่ วที่เป็นเส้นเลือดสาคญั ถกู กระทบ ธรุ กจิ โรงแรม และการท่องเทีย่ ว ต้องปดิ ตวั ไป สนิ ค้าอปุ โภคบรโิ ภคกระทบหนกั หลายบรษิ ัทต้องปดิ ตัวลงประกอบดว้ ยความตระหนก ของผู้คนทีเ่ กรงว่าสนิ คา้ อุปโภคบรโิ ภคจะขาดแคลน ดังปรากฏการณ์ประชาชนแยง่ ซ้ือของใน ห้างสรรพสนิ คา้ เพ่อื กกั ตุน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานแนวทางแนวทางการสร้าง พ้ืนฐานความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชน เพื่อให้พ่ึงตนเอง ซ่ึงจะเป็นทางออกสาหรับวิกฤตโรค ระบาดและปัญหาภัยแล้งที่ประเทศไทยกาลังเผชิญอยู่ โดยเน้นการพึ่งพาตนเอง และความสามัคคีของ คนในชุมชน เพ่อื ให้รอดพ้นจากวกิ ฤตในครัง้ น้ี วตั ถุประสงค์ 1) เพ่ือให้มีความรเู้ ข้าใจในหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) เพื่อให้นาความรู้ทีไ่ ด้รบั ไปพัฒนาคณุ ภาพชีวิตตนเอง และนาไปใชใ้ นการดาเนินชีวิตประจาวนั ได้ เป้ำหมำย 1) เชงิ ปริมาณ : ประชาชนอาเภอเกาะจนั ทร์ จานวน 15 คน 2) เชงิ คุณภาพ : รอ้ ยละ 80 ของประชาชนมคี วามรู้เข้าใจในหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถ นาไปปฏิบตั ิในชวี ิตวนั ข้ันตอนกำรดำเนินกำร วธิ ีกำรดำเนินงำน กำรดำเนินงำน ระยะเวลำ งบประมำณ ผูร้ บั ผิดชอบ 1. สำรวจควำมตอ้ งกำรของกลมุ่ เปำ้ หมำย 11-20 มถิ ุนายน 2563 - - นางสาวศรณั ยา 2. กำหนดแผนและปฏทิ ินกำรดำเนนิ งำน 11-20 มิถนุ ายน 2563 - ชยั กิจ - - นางสาวจนั ทร์ทพิ ย์ 3. ดำเนินงำนและตดิ ต่อประสำนงำน 11-20 มถิ นุ ายน 2563 21 มิถุนายน 2563 2,000.-บาท บรรดาศักดิ์ 4. ดำเนินกำรจดั กจิ กรรม 5. รำยงำนผลกำรจัดกิจกรรม 21-30 มิถนุ ายน 2563 - ระยะเวลำกำรดำเนนิ กำร วันท่ี 21 มถิ ุนายน 2563 ณ กศน.ตาบลท่าบญุ มี อาเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี

2 โครงการการศึกษาตอ่ เนอ่ื ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 งบประมำณ เงนิ งบประมาณงบประมาณประจาปี 2563 งบการศกึ ษาต่อเน่อื ง กิจกรรมการเรยี นรู้ตามหลกั ปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพียง จานวน 2,000.-บาท (-สองพันบาทถว้ น-) ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงกำร 1) นางสาวศรณั ยา ชยั กิจ 2) นางสาวจันทรท์ พิ ย์ บรรดาศกั ดิ์ ผลผลิต/ผลลพั ธ์ 1) ผลผลิต ประชาชนตาบลทา่ บุญมี จานวน 17 คน 2) ผลลัพธ์ ร้อยละ 80 รอ้ ยละ 80 ของประชาชนมีความรู้เข้าใจในหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนาไปปฏิบัติในชีวิตวัน ตวั ชีว้ ดั 1) ตวั ชีว้ ัดผลผลิต ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ จานวน 17 คน 2) ตวั ชีว้ ัดผลลพั ธ์ ผู้เข้ารว่ มโครงการมีความพึงพอใจ ในกิจกรรมอย่างน้อยรอ้ ยละ 80 ผลประเมิน 1) จากแบบสอบถาม 2) จากการสังเกต ประโยชนท์ คี่ ำดว่ำจะไดร้ ับ 1) เพื่อให้มีความร้เู ขา้ ใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) เพ่ือให้นาความรูท้ ่ีไดร้ บั ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตตนเอง และนาไปใช้ในการดาเนนิ ชีวติ ประจาวันได้

3 โครงการการศึกษาต่อเนื่อง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 บทท่ี 2 เอกสำรและรำยงำนทเ่ี กีย่ วข้อง ในการจัดกิจกรรมโครงการการศึกษาต่อเนื่อง กจิ กรรมพัฒนาชมุ ชนสงั คม คณะผจู้ ดั ทาไดศ้ ึกษาข้อมูล เอกสารและงานวจิ ัยที่เกยี่ วข้องกับการเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดงั น้ี จดุ เร่มิ ต้นแนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง ผลจากการใช้แนวทางการพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัย ได้ก่อใหเ้ กิดการเปลีย่ นแปลงแกส่ ังคมไทยอยา่ ง มากในทกุ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกจิ การเมอื ง วฒั นธรรม สงั คมและสิง่ แวดลอ้ ม อีกท้งั กระบวนการของความ เปลี่ยนแปลงมีความสลับซับซ้อนจนยากท่จี ะอธบิ ายใน เชงิ สาเหตุและผลลพั ธ์ได้ เพราะการเปล่ยี นแปลงทง้ั หมดต่าง เปน็ ปัจจัยเชอ่ื มโยงซ่ึงกันและกัน สาหรบั ผลของการพฒั นาในด้านบวกนัน้ ได้แก่ การเพิม่ ข้นึ ของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเจรญิ ทาง วตั ถุ และสาธารณูปโภคต่างๆ ระบบสอ่ื สารทท่ี ันสมยั หรอื การขยายปริมาณและกระจายการศึกษาอยา่ งท่ัวถึงมาก ข้ึน แตผ่ ลด้านบวกเหลา่ นส้ี ่วนใหญก่ ระจายไปถงึ คนในชนบท หรอื ผู้ดอ้ ยโอกาสในสังคมน้อย แตว่ า่ กระบวนการ เปลย่ี นแปลงของสงั คมไดเ้ กิดผลลบตดิ ตามมาด้วย เช่น การขยายตวั ของรัฐเขา้ ไปในชนบท ได้สง่ ผลให้ชนบทเกิด ความอ่อนแอในหลายดา้ น ทงั้ การต้องพึ่งพิงตลาดและพ่อค้าคนกลางในการสง่ั สินคา้ ทนุ ความเสอื่ มโทรมของ ทรพั ยากรธรรมชาติ ระบบความสัมพนั ธ์แบบเครอื ญาติ และการรวมกลุ่มกันตามประเพณีเพ่ือการจัดการทรัพยากร ท่เี คยมีอยแู่ ต่เดิมแตก สลายลง ภูมิความรูท้ ่ีเคยใชแ้ ก้ปญั หาและสั่งสมปรับเปล่ยี นกนั มาถูกลืมเลอื นและเริม่ สญู หายไป ส่งิ สาคัญ ก็คือ ความพอเพียงในการดารงชวี ติ ซ่งึ เป็นเงื่อนไขพนื้ ฐานท่ีทาให้คนไทยสามารถพง่ึ ตนเอง และ ดาเนินชวี ติ ไปได้อยา่ งมีศกั ดิ์ศรีภายใต้อานาจและความมีอิสระในการกาหนด ชะตาชีวติ ของตนเอง ความสามารถใน การควบคุมและจดั การเพื่อให้ตนเองได้รบั การสนองตอบตอ่ ความต้อง การต่างๆ รวมทงั้ ความสามารถในการจัดการ ปญั หาต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งทั้งหมดนีถ้ ือวา่ เป็นศักยภาพพื้นฐานท่คี นไทยและสงั คมไทยเคยมอี ยู่แต่ เดิม ต้องถูก กระทบกระเทอื น ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจจากปญั หาฟองสบู่และปญั หาความอ่อนแอของชนบท รวมทั้งปัญหาอื่นๆ ที่ เกิดขน้ึ ล้วนแต่เป็นข้อพสิ จู น์และยนื ยันปรากฏการณ์นีไ้ ด้เปน็ อยา่ งดี พระรำชดำรวิ ำ่ ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง “...การพฒั นาประเทศจาเป็นตอ้ งทาตามลาดบั ขัน้ ต้องสรา้ งพ้นื ฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใชข้ องประชาชนส่วน ใหญ่เบือ้ งต้นก่อน โดยใชว้ ธิ กี ารและอปุ กรณ์ที่ประหยดั แต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พ้ืนฐานความมน่ั คงพร้อม พอสมควร และปฏบิ ัตไิ ด้แล้ว จงึ คอ่ ยสร้างคอ่ ยเสริมความเจรญิ และฐานะทางเศรษฐกิจขั้นที่สงู ขนึ้ โดยลาดับตอ่ ไป ...” (๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗) “เศรษฐกจิ พอเพียง” เป็นแนวพระราชดาริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว ทพ่ี ระราชทานมานานกวา่ ๓๐ ปี เป็น แนวคิดที่ต้งั อยู่บนรำกฐำนของวัฒนธรรมไทย เป็นแนวทางการพัฒนาทตี่ ั้งบนพ้ืนฐานของทางสายกลาง และความ

4 โครงการการศกึ ษาตอ่ เนื่อง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ไม่ประมาท คานึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภมู คิ ุ้มกันในตัวเอง ตลอดจนใชค้ วามรู้และคณุ ธรรม เปน็ พนื้ ฐานในการดารงชวี ติ ทส่ี าคญั จะต้องมี “สติ ปญั ญำ และควำมเพียร” ซ่งึ จะนาไปสู่ “ควำมสขุ ” ในการ ดาเนนิ ชีวิตอย่างแทจ้ รงิ “...คนอืน่ จะว่าอยา่ งไรก็ชา่ งเขา จะวา่ เมืองไทยลา้ สมัย ว่าเมืองไทยเชย วา่ เมืองไทยไม่มีสง่ิ ทสี่ มยั ใหม่ แต่เรำอยู่ พอมีพอกนิ และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะใหเ้ มืองไทย พออยู่พอกนิ มีความสงบ และทางานตั้งจติ อธิษฐาน ตง้ั ปณิธาน ในทางนี้ท่ีจะให้เมืองไทยอยู่แบบพออย่พู อกนิ ไมใ่ ชว่ ่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่วา่ มคี วามพออยูพ่ อกนิ มี ความสงบ เปรียบเทยี บกบั ประเทศอน่ื ๆ ถ้าเรารกั ษาความพออยู่พอกนิ นี้ได้ เรากจ็ ะยอดย่งิ ยวดได.้ ..” (๔ ธันวาคม ๒๕๑๗) พระบรมราโชวาทน้ี ทรงเห็นวา่ แนวทางการพัฒนาทีเ่ นน้ การขยายตวั ทางเศรษฐกิจของประเทศเปน็ หลักแต่ เพยี ง อยา่ งเดียวอาจจะเกิดปญั หาได้ จงึ ทรงเน้นกำรมีพอกินพอใชข้ องประชำชนสว่ นใหญใ่ นเบ้ืองตน้ ก่อน เมอ่ื มีพน้ื ฐาน ความมั่นคงพร้อมพอสมควรแล้ว จึงสรา้ งความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจใหส้ งู ขน้ึ ซ่ึงหมายถึง แทนท่จี ะเน้นการขยายตวั ของภาคอุตสาหกรรมนาการพัฒนาประเทศ ควรทจี่ ะสร้างความมนั่ คงทาง เศรษฐกจิ พ้ืนฐานก่อน นนั่ คือ ทำใหป้ ระชำชนในชนบทสว่ นใหญ่พอมีพอกินก่อน เป็นแนวทางการพัฒนาท่ีเนน้ การกระจายรายได้ เพ่ือสร้างพ้ืนฐานและความมั่นงคงทางเศรษฐกจิ โดยรวมของประเทศ ก่อนเน้นการพัฒนาใน ระดบั สงู ขึ้นไป ทรงเตือนเร่อื งพออยพู่ อกิน ตงั้ แต่ปี ๒๕๑๗ คอื เมื่อ ๓๐ กวำ่ ปที ี่แล้ว แตท่ ิศทำงกำรพัฒนำมไิ ด้เปล่ยี นแปลง “...เมื่อปี ๒๕๑๗ วนั น้ันไดพ้ ูดถงึ วา่ เราควรปฏบิ ัติใหพ้ อมีพอกนิ พอมีพอกนิ นี้กแ็ ปลว่า เศรษฐกจิ พอเพียงนน่ั เอง ถ้า แต่ละคนมีพอมีพอกนิ กใ็ ช้ได้ ย่ิงถา้ ทั้งประเทศพอมีพอกนิ ก็ยิง่ ดี และประเทศไทยเวลาน้ันกเ็ รมิ่ จะเปน็ ไม่พอมีพอกนิ บางคนก็มมี าก บางคนก็ไมม่ เี ลย...” (๔ ธนั วาคม ๒๕๔๑) เศรษฐกิจพอเพียง “เศรษฐกิจพอเพยี ง” เปน็ ปรัชญาทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวพระราชทานพระราชดาริชแี้ นะแนวทาง การ ดาเนินชวี ติ แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตัง้ แต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกจิ และเม่ือ ภายหลังได้ทรงเน้นยา้ แนวทางการแก้ไขเพื่อใหร้ อดพ้น และสามารถดารงอยู่ได้อยา่ งมน่ั คงและย่ังยืนภายใต้กระแส โลกาภิวตั นแ์ ละความ เปล่ยี นแปลงตา่ งๆ ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง เศรษฐกจิ พอเพียง เป็นปรัชญาช้ีถึงแนวการดารงอยแู่ ละปฏบิ ตั ติ นของประชาชนในทุกระดับ ต้ังแต่ระดับครอบครวั ระดบั ชมุ ชน จนถึงระดับรฐั ท้ังในการพัฒนาและบริหารประเทศใหด้ าเนนิ ไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนา เศรษฐกิจ เพ่ือให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภวิ ัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึง ความจาเปน็ ทจี่ ะต้องมีระบบภูมิค้มุ กนั ในตวั ท่ีดีพอสมควร ตอ่ การกระทบใดๆ อันเกดิ จากการเปลย่ี นแปลงทง้ั ภายใน ภายนอก ท้ังนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างย่ิงในการนาวชิ าการต่างๆ มาใช้ ในการวางแผนและการดาเนินการ ทุกขั้นตอน และขณะเดียวกนั จะต้องเสริมสรา้ งพืน้ ฐานจติ ใจของคนในชาติ

5 โครงการการศกึ ษาต่อเนอื่ ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 โดยเฉพาะเจ้าหนา้ ที่ของรฐั นักทฤษฎี และนกั ธรุ กิจในทุกระดับ ใหม้ ีสานึกในคุณธรรม ความซื่อสตั ย์สจุ รติ และให้มี ความรอบรทู้ ่เี หมาะสม ดาเนินชีวติ ด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพ่ือให้สมดุลและ พรอ้ มต่อการรองรับการเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเร็วและกว้างขวาง ท้งั ดา้ นวตั ถุ สงั คม ส่ิงแวดล้อม และวฒั นธรรมจาก โลกภายนอกได้เป็นอยา่ งดี ควำมหมำยของเศรษฐกจิ พอเพียง จงึ ประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังน้ี ๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดที ี่ไมน่ ้อยเกินไปและไม่มากเกนิ ไป โดยไม่เบียดเบยี นตนเองและผูอ้ ืน่ เช่น การผลิตและการบรโิ ภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ ๒. ความมเี หตผุ ล หมายถึง การตดั สนิ ใจเกยี่ วกบั ระดบั ความพอเพยี งนั้น จะต้องเปน็ ไปอย่างมเี หตผุ ล โดยพิจารณา จากเหตปุ ัจจัยที่เก่ียวข้อง ตลอดจนคานึงถึงผลทีค่ าดวา่ จะเกิดข้นึ จากการกระทานัน้ ๆ อยา่ งรอบคอบ ๓. ภมู คิ ุ้มกนั หมายถงึ การเตรยี มตัวใหพ้ ร้อมรบั ผลกระทบและการเปลย่ี นแปลงดา้ นต่างๆ ทีจ่ ะเกิดข้นึ โดยคานงึ ถึง ความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดวา่ จะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต โดยมี เงอื่ นไข ของการตัดสินใจและดาเนนิ กจิ กรรมต่างๆ ใหอ้ ยู่ในระดับพอเพยี ง ๒ ประการ ดงั น้ี ๑. เง่ือนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกยี่ วกบั วชิ าการต่างๆ ทเี่ กย่ี วข้องรอบดา้ น ความรอบคอบท่จี ะนา ความรู้เหลา่ นั้นมาพจิ ารณาให้เช่ือมโยงกนั เพ่ือประกอบการวางแผนและความระมดั ระวงั ในการปฏิบัติ ๒. เง่อื นไขคุณธรรม ทีจ่ ะต้องเสริมสรา้ ง ประกอบด้วย มคี วามตระหนักใน คุณธรรม มีความซ่ือสตั ย์สจุ ริตและมี ความอดทน มคี วามเพียร ใช้สติปญั ญาในการดาเนนิ ชีวิต พระรำชดำรสั ท่เี ก่ยี วกบั เศรษฐกิจพอเพียง “...เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาของเศรษฐกจิ การที่ตอ้ งใช้รถไถต้องไปซือ้ เราต้องใช้ต้องหาเงินมาสาหรับซ้ือน้ามนั สาหรับ รถไถ เวลารถไถเก่าเราต้องยง่ิ ซ่อมแซม แตเ่ วลาใชน้ ั้นเราก็ต้องปอ้ นน้ามนั ให้เปน็ อาหาร เสรจ็ แลว้ มนั คายควัน ควนั เราสดู เขา้ ไปแล้วก็ปวดหวั ส่วนควายเวลาเราใช้เราก็ตอ้ งป้อนอาหาร ต้องให้หญ้าให้อาหารมันกิน แตว่ ่ามันคาย ออกมา ท่ีมนั คายออกมากเ็ ป็นปยุ๋ แล้วก็ใช้ได้สาหรับให้ท่ดี ินของเราไม่เสีย...” พระราชดารัส เนือ่ งในพระราชพิธพี ืชมงคลจรดพระนังคลั แรกนาขวญั ณ ศาลาดสุ ดิ าลยั วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๙ “...เราไม่เปน็ ประเทศร่ารวย เรามพี อสมควร พออยู่ได้ แต่ไมเ่ ปน็ ประเทศท่ีกา้ วหนา้ อย่างมาก เราไมอ่ ยากจะเป็น ประเทศกา้ วหนา้ อย่างมาก เพราะถา้ เราเปน็ ประเทศก้าวหนา้ อย่างมากก็จะมีแตถ่ อยกลบั ประเทศเหลา่ นั้นท่ีเปน็ ประเทศอุตสาหกรรมกา้ วหนา้ จะมแี ต่ถอยหลังและถอยหลงั อยา่ งนา่ กลัว แตถ่ า้ เรามีการบริหารแบบเรยี กว่าแบบคน จน แบบท่ีไมต่ ิดกบั ตารามากเกินไป ทาอย่างมสี ามคั คีนแ่ี หละคอื เมตตากนั จะอยไู่ ด้ตลอดไป...” พระราชดารสั เนอ่ื งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ดิ าลัย วันท่ี ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔ “...ตามปกติคนเราชอบดสู ถานการณ์ในทางดี ทเี่ ขาเรียกว่าเล็งผลเลิศ ก็เห็นวา่ ประเทศไทย เราน่กี ้าวหน้าดี การเงนิ การอุตสาหกรรมการคา้ ดี มีกาไร อีกทางหนึง่ กต็ ้องบอกว่าเรากาลังเสอื่ มลงไปสว่ นใหญ่ ทฤษฎวี า่ ถ้ามีเงนิ เทา่ น้ันๆ มกี ารกูเ้ ท่าน้นั ๆ หมายความว่าเศรษฐกิจกา้ วหนา้ แล้วก็ประเทศก็เจริญมีหวงั ว่าจะเป็นมหาอานาจ ขอโทษเลยต้อง

โครงการการศกึ ษาต่อเนื่อง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 6 เตอื นเขาว่า จริงตวั เลขดี แต่ว่าถา้ เราไมร่ ะมัดระวงั ในความต้องการพื้นฐานของประชาชนนัน้ ไมม่ ีทาง...” พระราชดารสั เนือ่ งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลัย วนั ท่ี ๔ ธนั วาคม ๒๕๓๖ “...เดีย๋ วนปี้ ระเทศไทยกย็ งั อยู่ดีพอสมควร ใช้คาวา่ พอสมควร เพราะเดี๋ยวมคี นเห็นว่ามีคนจน คนเดอื ดร้อน จานวน มากพอสมควร แตใ่ ชค้ าวา่ พอสมควรนี้ หมายความวา่ ตามอตั ตภาพ...” พระราชดารสั เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันท่ี ๔ ธนั วาคม ๒๕๓๙ “...ทีเ่ ป็นห่วงนั้น เพราะแม้ในเวลา ๒ ปี ท่เี ป็นปกี าญจนาภิเษกก็ได้เห็นส่ิงท่ีทาใหเ้ ห็นไดว้ ่า ประชาชนยงั มคี วาม เดือดร้อนมาก และมีสง่ิ ท่คี วรจะแก้ไขและดาเนินการต่อไปทุกดา้ น มภี ัยจากธรรมชาติกระหนา่ ภัยธรรมชาตนิ ี้เราคง สามารถทจี่ ะบรรเทาได้หรอื แกไ้ ขได้ เพยี งแต่วา่ ต้องใชเ้ วลาพอใช้ มีภัยท่ีมาจากจติ ใจของคน ซึ่งกแ็ ก้ไขได้เหมือนกนั แต่ว่ายากกว่าภัยธรรมชาติ ธรรมชาตนิ ัน้ เป็นสงิ่ นอกกายเรา แต่นสิ ยั ใจคอของคนเป็นสงิ่ ที่อยขู่ ้างใน อนั นี้ก็เป็นข้อ หน่งึ ที่อยากให้จดั การให้มคี วามเรยี บร้อย แต่ก็ไมห่ มดหวัง...” พระราชดารัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลยั วันท่ี ๔ ธนั วาคม ๒๕๓๙ “...การจะเป็นเสือนัน้ ไมส่ าคัญ สาคัญอยทู่ ี่เรามเี ศรษฐกิจแบบพอมีพอกนิ แบบพอมีพอกินนน้ั หมายความวา่ อุม้ ชู ตัวเองได้ ให้มพี อเพยี งกับตนเอง ความพอเพยี งนี้ไม่ไดห้ มายความว่าทกุ ครอบครัวจะตอ้ งผลติ อาหารของตวั เอง จะต้องทอผ้าใส่เอง อยา่ งน้นั มันเกินไป แตว่ ่าในหมู่บ้านหรอื ในอาเภอ จะต้องมคี วามพอเพียงพอสมควร บางสง่ิ บางอย่างผลิตไดม้ ากกวา่ ความตอ้ งการก็ขายได้ แตข่ ายในทไ่ี ม่หา่ งไกลเท่าไร ไมต่ ้องเสียค่าขนสง่ มากนกั ...” พระราชดารัส เนอ่ื งในโอกาสวันเฉลมิ พระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลยั วนั ที่ ๔ ธนั วาคม ๒๕๓๙. “...เมอ่ื ปี ๒๕๑๗ วนั นน้ั ได้พูดถงึ ว่า เราควรปฏิบตั ิใหพ้ อมีพอกนิ พอมีพอกินนี้กแ็ ปลวา่ เศรษฐกจิ พอเพียงนั่นเอง ถ้า แต่ละคนมพี อมีพอกิน ก็ใช้ได้ ยง่ิ ถ้าท้ังประเทศพอมีพอกนิ ก็ย่งิ ดี และประเทศไทยเวลานัน้ กเ็ ร่มิ จะเป็นไม่พอมีพอกนิ บางคนก็มีมาก บางคนก็ไมม่ เี ลย...” พระราชดารสั เนือ่ งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลยั วนั ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑ “...พอเพียง มีความหมายกว้างขวางยง่ิ กว่าน้ีอกี คือคาวา่ พอ กพ็ อเพียงนกี้ ็พอแค่น้นั เอง คนเราถา้ พอในความ ตอ้ งการกม็ ีความโลภน้อย เม่ือมีความโลภน้อยกเ็ บยี ดเบยี นคนอ่นื น้อย ถ้าประเทศใดมีความคดิ อนั น้ี มคี วามคดิ วา่ ทา อะไรต้องพอเพยี ง หมายความว่าพอประมาณ ซือ่ ตรง ไมโ่ ลภอยา่ งมาก คนเราก็อยูเ่ ป็นสุข พอเพยี งนี้อาจจะมี มีมาก อาจจะมีของหรหู ราก็ได้ แตว่ ่าตอ้ งไม่ไปเบียดเบยี นคนอนื่ ...” พระราชดารสั เนือ่ งในโอกาสวันเฉลมิ พระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลัย วันที่ ๔ ธนั วาคม ๒๕๔๑

7 โครงการการศึกษาตอ่ เนื่อง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 “...ไฟดับถ้ามีความจาเปน็ หากมีเศรษฐกจิ พอเพยี งแบบไม่เตม็ ที่ เรามเี คร่อื งปน่ั ไฟกใ็ ช้ปนั่ ไฟ หรือถา้ ขั้นโบราณกวา่ มืดก็จดุ เทยี น คือมีทางท่จี ะแก้ปญั หาเสมอ ฉะนนั้ เศรษฐกิจพอเพยี งก็มเี ปน็ ขั้นๆ แต่จะบอกว่าเศรษฐกิจพอเพยี งนี้ ให้พอเพยี งเฉพาะตวั เองร้อยเปอรเ์ ซน็ ต์น่เี ป็นสิ่งทาไม่ได้ จะตอ้ งมีการแลกเปลี่ยน ต้องมีการช่วยกนั ถ้ามีการชว่ ยกนั แลกเปลี่ยนกัน ก็ไมใ่ ช่พอเพียงแล้ว แต่ว่าพอเพยี งในทฤษฎีในหลวงนี้ คือใหส้ ามารถท่ีจะดาเนินงานได.้ ..” พระราชดารัส เนือ่ งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลยั วันที่ ๒๓ ธนั วาคม ๒๕๔๒ “...โครงการต่างๆ หรือเศรษฐกจิ ท่ีใหญ่ ต้องมีความสอดคล้องกนั ดีท่ไี มใ่ ช่เหมือนทฤษฎใี หม่ ทใ่ี ช้ท่ดี ินเพียง ๑๕ ไร่ และสามารถที่จะปลูกขา้ วพอกิน กจิ การนใี้ หญก่ ว่า แต่ก็เป็นเศรษฐกจิ พอเพยี งเหมือนกนั คนไมเ่ ขา้ ใจว่ากิจการ ใหญๆ่ เหมอื นสร้างเขื่อนปา่ สักก็เปน็ เศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน เขานึกวา่ เปน็ เศรษฐกิจสมยั ใหม่ เป็นเศรษฐกิจที่ ห่างไกลจากเศรษฐกจิ พอเพยี ง แต่ท่ีจรงิ แลว้ เปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งเหมือนกัน...” พระราชดารัส เน่ืองในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลัย วนั ที่ ๒๓ ธนั วาคม ๒๕๔๒ “...ฉนั พดู เศรษฐกิจพอเพียงความหมายคือ ทาอะไรให้เหมาะสมกบั ฐานะของตวั เอง คือทาจากรายได้ ๒๐๐-๓๐๐ บาท ขน้ึ ไปเปน็ สองหม่นื สามหมืน่ บาท คนชอบเอาคาพูดของฉัน เศรษฐกจิ พอเพยี งไปพูดกนั เลอะเทอะ เศรษฐกจิ พอเพียง คือทาเป็น Self-Sufficiency มันไมใ่ ช่ความหมายไมใ่ ชแ่ บบทีฉ่ นั คดิ ทีฉ่ ันคดิ คือเปน็ Self-Sufficiency of Economy เชน่ ถา้ เขาต้องการดูทวี ี กค็ วรใหเ้ ขามดี ู ไม่ใชไ่ ปจากดั เขาไมใ่ ห้ซ้อื ทวี ีดู เขาต้องการดเู พอ่ื ความ สนกุ สนาน ในหม่บู า้ นไกลๆ ที่ฉนั ไป เขามที ีวดี แู ตใ่ ชแ้ บตเตอร่ี เขาไม่มีไฟฟ้า แต่ถ้า Sufficiency นนั้ มที วี เี ขา ฟมุ่ เฟือย เปรยี บเสมือนคนไม่มีสตางค์ไปตัดสูทใส่ และยงั ใสเ่ นคไทเวอร์ซาเช่ อนั น้กี ็เกนิ ไป...” พระตาหนักเป่ียมสุข วงั ไกลกังวล ๑๗ มกราคม ๒๕๔๔ ประเทศไทยกับเศรษฐกจิ พอเพียง เศรษฐกจิ พอเพียง ม่งุ เน้นให้ผู้ผลิต หรอื ผู้บรโิ ภค พยายามเร่ิมต้นผลิต หรอื บริโภคภายใตข้ อบเขต ข้อจากดั ของ รายได้ หรอื ทรัพยากรที่มีอยู่ไปกอ่ น ซ่งึ กค็ ือ หลกั ในการลดการพ่งึ พา เพ่มิ ขดี ความสามารถในการควบคมุ การผลิตได้ ดว้ ยตนเอง และลดภาวะการเส่ยี งจากการไมส่ ามารถควบคุมระบบตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เศรษฐกจิ พอเพยี งมิใช่หมายความถงึ การกระเบียดกระเสียนจนเกินสมควร หากแต่อาจฟุ่มเฟอื ยได้เป็นครั้งคราว ตามอตั ภาพ แต่คนสว่ นใหญ่ของประเทศ มักใชจ้ า่ ยเกนิ ตวั เกินฐานะทีห่ ามาได้ เศรษฐกจิ พอเพียง สามารถนาไปสู่เปา้ หมายของการสร้างความมน่ั คงในทางเศรษฐกิจได้ เชน่ โดยพืน้ ฐานแลว้ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เศรษฐกิจของประเทศจึงควรเนน้ ท่ีเศรษฐกิจการเกษตร เนน้ ความม่ันคงทาง อาหาร เป็นการสร้างความม่นั คงให้เปน็ ระบบเศรษฐกิจในระดับหนง่ึ จงึ เป็นระบบเศรษฐกจิ ท่ชี ว่ ยลดความเสยี่ ง หรือ ความไม่มนั่ คงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้ เศรษฐกิจพอเพียง สามารถประยกุ ต์ใช้ได้ในทุกระดบั ทุกสาขา ทกุ ภาคของเศรษฐกจิ ไม่จาเป็นจะตอ้ งจากัดเฉพาะ แต่ภาคการเกษตร หรือภาคชนบท แม้แต่ภาคการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ และการคา้ การลงทนุ ระหว่างประเทศ โดยมหี ลกั การที่คลา้ ยคลงึ กันคือ เนน้ การเลือกปฏบิ ตั ิอย่างพอประมาณ มเี หตมุ ีผล และสร้างภมู ิค้มุ กนั ใหแ้ ก่ตนเอง

8 โครงการการศึกษาตอ่ เน่อื ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 และสงั คม กำรดำเนนิ ชวี ิตตำมแนวพระรำชดำรพิ อเพยี ง พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว ทรงเขา้ ใจถึงสภาพสังคมไทย ดังนน้ั เม่อื ได้พระราชทานแนวพระราชดาริ หรือพระ บรมราโชวาทในด้านตา่ งๆ จะทรงคานึงถึงวิถีชวี ติ สภาพสังคมของประชาชนด้วย เพอ่ื ไม่ให้เกิดความขดั แยง้ ทาง ความคิด ที่อาจนาไปสู่ความขัดแยง้ ในทางปฏิบัตไิ ด้ แนวพระราชดารใิ นการดาเนินชีวิตแบบพอเพียง ๑. ยดึ ความประหยดั ตดั ทอนค่าใช้จา่ ยในทุกด้าน ลดละความฟมุ่ เฟือยในการใช้ชีวิต ๒. ยดึ ถอื การประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง ซื่อสตั ย์สจุ ริต ๓. ละเลกิ การแกง่ แย่งผลประโยชนแ์ ละแข่งขนั กนั ในทางการคา้ แบบต่อสกู้ ันอยา่ งรนุ แรง ๔. ไมห่ ยดุ น่ิงที่จะหาทางให้ชีวติ หลดุ พน้ จากความทกุ ขย์ าก ด้วยการขวนขวายใฝ่หาความรใู้ ห้มีรายได้เพิ่มพูนขน้ึ จนถงึ ขั้นพอเพียงเป็นเปา้ หมายสาคัญ ๕. ปฏบิ ัตติ นในแนวทางท่ดี ี ลดละสง่ิ ช่ัว ประพฤติตนตามหลักศาสนา ตัวอย่ำงเศรษฐกจิ พอเพียง ทฤษฎใี หม่ ทฤษฎีใหม่ คอื ตวั อย่ำงที่เป็นรูปธรรมของ การประยุกต์ใช้เศรษฐกจิ พอเพยี งทเี่ ด่นชัดท่ีสุด ซง่ึ พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หวั ได้พระราชทานพระราชดารนิ ี้ เพ่ือเป็นการชว่ ยเหลือเกษตรกรท่ีมักประสบปญั หาท้งั ภัยธรรมชาติและ ปจั จัยภาย นอกท่มี ผี ลกระทบต่อการทาการเกษตร ใหส้ ามารถผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนนา้ ได้ โดยไม่เดือดรอ้ นและยากลาบากนกั ความเส่ียงทเ่ี กษตรกร มกั พบเปน็ ประจา ประกอบด้วย ๑. ความเสยี่ งดา้ นราคาสนิ คา้ เกษตร ๒. ความเส่ียงในราคาและการพึ่งพาปจั จยั การผลิตสมัยใหม่จากตา่ งประเทศ ๓. ความเสีย่ งด้านน้า ฝนทงิ้ ชว่ ง ฝนแล้ง ๔. ภัยธรรมชาติอืน่ ๆ และโรคระบาด ๕. ความเสย่ี งดา้ นแบบแผนการผลิต - ความเสีย่ งด้านโรคและศัตรูพชื - ความเสี่ยงดา้ นการขาดแคลนแรงงาน - ความเสย่ี งดา้ นหนีส้ ินและการสูญเสยี ที่ดิน ทฤษฎีใหม่ จงึ เปน็ แนวทางหรือหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้า เพ่ือการเกษตรในท่ีดนิ ขนาดเลก็ ให้ เกิดประโยชน์สูงสุ ทฤษฎใี หม่ ควำมสำคญั ของทฤษฎใี หม่ ๑. มกี ารบริหารและจัดแบง่ ท่ีดนิ แปลงเลก็ ออกเป็นสัดส่วนทช่ี ัดเจน เพอื่ ประโยชนส์ ูงสดุ ของเกษตรกร ซงึ่ ไม่เคยมี

9 โครงการการศกึ ษาตอ่ เนอ่ื ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 ใครคดิ มาก่อน ๒. มีการคานวณโดยใชห้ ลกั วชิ าการเก่ยี วกับปรมิ าณนา้ ท่ีจะกักเก็บให้พอเพยี งต่อการเพาะปลูกไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ตลอดปี ๓. มีการวางแผนที่สมบูรณแ์ บบสาหรับเกษตรกรรายยอ่ ย โดยมีถงึ ๓ ขั้นตอน ทฤษฎีใหมข่ ั้นต้น ให้แบ่งพื้นท่ีออกเปน็ ๔ ส่วน ตามอัตราส่วน ๓๐:๓๐:๓๐:๑๐ ซึง่ หมายถงึ พื้นทส่ี ว่ นทห่ี นง่ึ ประมาณ ๓๐% ให้ขดุ สระเก็บกกั นา้ เพื่อใชเ้ กบ็ กักนา้ ฝนในฤดูฝน และใช้เสริมการปลูกพชื ในฤดแู ล้ง ตลอดจนการเลยี้ งสตั วแ์ ละพืชน้าตา่ งๆ พน้ื ที่ส่วนที่สอง ประมาณ ๓๐% ให้ปลูกข้าวในฤดฝู นเพือ่ ใชเ้ ปน็ อาหารประจาวันสาหรับครอบครวั ใหเ้ พยี งพอตลอด ปี เพื่อตดั ค่าใชจ้ า่ ยและสามารถพ่ึงตนเองได้ พื้นทสี่ ่วนทส่ี าม ประมาณ ๓๐% ให้ปลกู ไม้ผล ไม้ยนื ตน้ พชื ผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ เพื่อใช้เป็นอาหารประจาวัน หากเหลอื บริโภคกน็ าไปจาหน่าย พืน้ ที่สว่ นทส่ี ี่ ประมาณ ๑๐% เป็นท่อี ย่อู าศยั เล้ยี งสตั ว์ ถนนหนทาง และโรงเรอื นอ่ืนๆ ทฤษฎใี หมข่ น้ั ที่สอง เม่อื เกษตรกรเข้าใจในหลกั การและไดป้ ฏิบตั ใิ นท่ดี ินของตนจนได้ผลแล้ว กต็ ้องเริ่มข้ันที่สอง คือให้เกษตรกรรวมพลัง กนั ในรปู กลมุ่ หรือ สหกรณ์ รว่ มแรงรว่ มใจกันดาเนนิ การในดา้ น (๑) การผลิต (พันธ์ุพชื เตรียมดิน ชลประทาน ฯลฯ) - เกษตรกรจะตอ้ งรว่ มมือในการผลิต โดยเรม่ิ ตัง้ แต่ขั้นเตรียมดิน การหาพันธ์ุพืช ปยุ๋ การจัดหาน้า และอื่นๆ เพ่ือ การเพาะปลกู (๒) การตลาด (ลานตากขา้ ว ยงุ้ เครอ่ื งสขี ้าว การจาหน่ายผลผลิต) - เมอื่ มีผลผลิตแล้ว จะตอ้ งเตรียมการตา่ งๆ เพ่ือการขายผลผลติ ใหไ้ ด้ประโยชนส์ ูงสดุ เช่น การเตรียมลานตากข้าว รว่ มกัน การจดั หายุง้ รวบรวมข้าว เตรยี มหาเครื่องสีข้าว ตลอดจนการรวมกันขายผลผลติ ให้ได้ราคาดีและลด ค่าใช้จา่ ยลงดว้ ย (๓) การเป็นอยู่ (กะปิ นา้ ปลา อาหาร เครอ่ื งน่งุ ห่ม ฯลฯ) - ในขณะเดยี วกนั เกษตรกรต้องมีความเป็นอยู่ทด่ี ีพอสมควร โดยมปี จั จัยพื้นฐานในการดารงชีวิต เชน่ อาหารการกิน ตา่ งๆ กะปิ นา้ ปลา เสื้อผ้า ที่พอเพียง (๔) สวสั ดิการ (สาธารณสุข เงินก)ู้ - แต่ละชมุ ชนควรมสี วสั ดิภาพและบริการที่จาเป็น เช่น มีสถานีอนามยั เม่ือยามป่วยไข้ หรือมกี องทนุ ไว้ก้ยู ืมเพื่อ ประโยชนใ์ นกจิ กรรมต่างๆ ของชมุ ชน (๕) การศึกษา (โรงเรียน ทนุ การศึกษา) - ชมุ ชนควรมบี ทบาทในการส่งเสริมการศึกษา เช่น มีกองทุนเพื่อการศึกษาเลา่ เรียนให้แก่เยาวชนของชมชนเอง (๖) สงั คมและศาสนา - ชมุ ชนควรเป็นที่รวมในการพฒั นาสังคมและจติ ใจ โดยมีศาสนาเป็นท่ยี ดึ เหน่ยี ว โดยกิจกรรมท้ังหมดดงั กลา่ วข้างต้น จะต้องได้รบั ความรว่ มมือจากทกุ ฝ่ายที่เก่ยี วข้อง ไม่ว่าส่วนราชการ องค์กร

โครงการการศึกษาต่อเนอ่ื ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 10 เอกชน ตลอดจนสมาชิกในชุมชนนั้นเป็นสาคัญ ทฤษฎใี หมข่ ั้นทส่ี ำม เมอื่ ดาเนนิ การผ่านพน้ ข้นั ทีส่ องแลว้ เกษตรกร หรอื กลุม่ เกษตรกรก็ควรพัฒนากา้ วหนา้ ไปสู่ขน้ั ท่ีสามต่อไป คือตดิ ต่อ ประสานงาน เพื่อจัดหาทุน หรอื แหล่งเงิน เชน่ ธนาคาร หรือบริษทั หา้ งรา้ นเอกชน มาช่วยในการลงทุนและพฒั นา คุณภาพชีวิต ทง้ั นี้ ท้งั ฝ่ายเกษตรกรและฝา่ ยธนาคาร หรอื บรษิ ัทเอกชนจะได้รบั ประโยชน์ร่วมกนั กลา่ วคือ - เกษตรกรขายข้าวได้ราคาสงู (ไม่ถูกกดราคา) - ธนาคารหรอื บริษทั เอกชนสามารถซ้ือข้าวบรโิ ภคในราคาต่า (ซอ้ื ข้าวเปลอื กตรงจากเกษตรกรและมาสีเอง) - เกษตรกรซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคได้ในราคาตา่ เพราะรวมกนั ซอื้ เป็นจานวนมาก (เป็นร้านสหกรณร์ าคาขายสง่ ) - ธนาคารหรอื บริษัทเอกชน จะสามารถกระจายบคุ ลากร เพ่ือไปดาเนินการในกจิ กรรมต่างๆ ให้เกดิ ผลดียง่ิ ขนึ้ หลักกำรและแนวทำงสำคญั ๑. เปน็ ระบบการผลติ แบบเศรษฐกจิ พอเพยี งทเี่ กษตรกรสามารถเลีย้ งตวั เองได้ในระดบั ท่ปี ระหยดั ก่อน ทัง้ น้ี ชมุ ชน ต้องมีความสามัคคี ร่วมมือรว่ มใจในการชว่ ยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั ทานองเดยี วกับการ “ลงแขก” แบบดงั้ เดิมเพื่อลด คา่ ใชจ้ ่ายในการจา้ งแรงงานด้วย ๒. เน่อื งจากข้าวเปน็ ปัจจยั หลักที่ทุกครวั เรือนจะต้องบรโิ ภค ดังน้ัน จงึ ประมาณว่าครอบครวั หนง่ึ ทานาประมาณ ๕ ไร่ จะทาให้มีข้าวพอกินตลอดปี โดยไมต่ ้องซ้อื หาในราคาแพง เพื่อยึดหลกั พงึ่ ตนเองไดอ้ ย่างมอี ิสรภาพ ๓. ตอ้ งมนี ้าเพื่อการเพาะปลูกสารองไวใ้ ช้ในฤดูแลง้ หรือระยะฝนทงิ้ ช่วงได้อยา่ งพอเพียง ดังนน้ั จึงจาเปน็ ตอ้ งกนั ท่ดี ินสว่ นหนึง่ ไว้ขดุ สระน้า โดยมีหลกั วา่ ตอ้ งมนี า้ เพียงพอที่จะเพาะปลูกไดต้ ลอดปี ทงั้ น้ี ได้พระราชทานพระราชดาริ เปน็ แนวทางวา่ ต้องมีนา้ ๑,๐๐๐ ลกู บาศกเ์ มตร ต่อการเพาะปลูก ๑ ไร่ โดยประมาณ ฉะนน้ั เม่อื ทานา ๕ ไร่ ทาพืช ไร่ หรอื ไมผ้ ลอกี ๕ ไร่ (รวมเป็น ๑๐ ไร)่ จะตอ้ งมนี ้า ๑๐,๐๐๐ ลกู บาศก์เมตรต่อปี ดังน้ัน หากตั้งสมมติฐานวา่ มีพืน้ ที่ ๕ ไร่ ก็จะสามารถกาหนดสูตรคร่าวๆ วา่ แตล่ ะแปลง ประกอบดว้ ย - นาข้าว ๕ ไร่ - พชื ไร่ พชื สวน ๕ ไร่ - สระน้า ๓ ไร่ ขดุ ลึก ๔ เมตร จุนา้ ไดป้ ระมาณ ๑๙,๐๐๐ ลกู บาศก์เมตร ซึง่ เป็นปริมาณน้าทเี่ พยี งพอที่จะสารองไว้ ใช้ยามฤดแู ล้ง - ทอ่ี ยูอ่ าศัยและอื่นๆ ๒ ไร่ รวมทงั้ หมด ๑๕ ไร่ แตท่ ้งั น้ี ขนาดของสระเก็บน้าขนึ้ อยู่กับสภาพภมู ิประเทศและสภาพแวดลอ้ ม ดงั นี้ - ถา้ เป็นพ้ืนที่ทาการเกษตรอาศัยน้าฝน สระน้าควรมีลกั ษณะลึก เพอ่ื ป้องกนั ไม่ให้นา้ ระเหยได้มากเกินไป ซ่งึ จะทา ใหม้ ีน้าใชต้ ลอดทั้งปี - ถ้าเป็นพ้นื ท่ีทาการเกษตรในเขตชลประทาน สระน้าอาจมีลกั ษณะลกึ หรือตื้น และแคบ หรือกวา้ งก็ได้ โดย พิจารณาตามความเหมาะสม เพราะสามารถมนี ้ามาเติมอยเู่ รอ่ื ยๆ การมีสระเกบ็ นา้ ก็เพ่ือใหเ้ กษตรกรมีนา้ ใช้อย่างสม่าเสมอทั้งปี (ทรงเรยี กวา่ Regulator หมายถึงการควบคมุ ให้ดี มี ระบบน้าหมนุ เวียนใชเ้ พ่ือการเกษตรได้โดยตลอดเวลาอย่างตอ่ เนอ่ื ง) โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในหน้าแล้งและระยะฝนท้ิง ชว่ ง แตม่ ิได้หมายความวา่ เกษตรกรจะสามารถปลูกขา้ วนาปรงั ได้ เพราะหากน้าในสระเก็บนา้ ไมพ่ อ ในกรณีมีเขื่อน

11 โครงการการศกึ ษาตอ่ เน่ือง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 อยูบ่ ริเวณใกลเ้ คยี งก็อาจจะต้องสบู นา้ มาจากเขื่อน ซึ่งจะทาให้นา้ ในเข่ือนหมดได้ แตเ่ กษตรกรควรทานาในหน้าฝน และเม่ือถึงฤดูแลง้ หรอื ฝนท้ิงชว่ งใหเ้ กษตรกรใช้น้าท่เี ก็บตุนนั้น ให้เกิดประโยชนท์ างการเกษตรอย่างสงู สุด โดย พิจารณาปลูกพชื ให้เหมาะสมกับฤดูกาล เพ่ือจะไดม้ ีผลผลติ อ่ืนๆ ไว้บริโภคและสามารถนาไปขายได้ตลอดทั้งปี ๔. การจดั แบ่งแปลงที่ดินเพ่ือให้เกดิ ประโยชน์สูงสดุ นี้ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัวทรงคานวณและคานึงจากอตั รา การถือครองที่ดนิ ถัว เฉลีย่ ครัวเรอื นละ ๑๕ ไร่ อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรมีพ้นื ที่ถือครองน้อยกว่าน้ี หรือมากกว่านี้ กส็ ามารถใช้อตั ราส่วน ๓๐:๓๐:๓๐:๑๐ เป็นเกณฑป์ รับใชไ้ ด้ กล่าวคอื ร้อยละ ๓๐ ส่วนแรก ขดุ สระน้า (สามารถเล้ียงปลา ปลกู พืชนา้ เช่น ผักบุ้ง ผักกะเฉด ฯลฯ ไดด้ ้วย) บนสระอาจ สร้างเล้าไก่และบนขอบสระน้าอาจปลูกไมย้ ืนตน้ ทไ่ี ม่ใชน้ ้ามากโดยรอบ ได้ ร้อยละ ๓๐ สว่ นท่สี อง ทานา รอ้ ยละ ๓๐ ส่วนท่ีสาม ปลกู พืชไร่ พชื สวน (ไมผ้ ล ไม้ยนื ต้น ไม้ใชส้ อย ไมเ้ พอ่ื เป็นเช้ือฟนื ไม้สรา้ งบ้าน พชื ไร่ พชื ผัก สมุนไพร เป็นต้น) ร้อยละ ๑๐ สุดท้าย เปน็ ที่อยู่อาศัยและอนื่ ๆ (ทางเดนิ คนั ดิน กองฟาง ลานตาก กองปุย๋ หมกั โรงเรอื น โรงเพาะเห็ด คอกสตั ว์ ไมด้ อกไมป้ ระดบั พืชสวนครัวหลงั บ้าน เปน็ ต้น) อย่างไรกต็ าม อตั ราสว่ นดังกล่าวเป็นสูตร หรือหลกั การโดยประมาณเท่านัน้ สามารถปรบั ปรุงเปล่ียนแปลงไดต้ าม ความเหมาะสม โดยขน้ึ อยู่กับสภาพของพนื้ ที่ดิน ปริมาณน้าฝน และสภาพแวดล้อม เชน่ ในกรณภี าคใต้ท่มี ฝี นตกชกุ หรือพนื้ ท่ีที่มีแหล่งน้ามาเติมสระได้ต่อเน่ือง ก็อาจลดขนาดของบ่อ หรอื สระเก็บน้าให้เล็กลง เพื่อเกบ็ พ้นื ที่ไว้ใช้ ประโยชน์อน่ื ต่อไปได้ ๕. การดาเนนิ การตามทฤษฎใี หม่ มปี จั จัยประกอบหลายประการ ขน้ึ อยูก่ ับสภาพภมู ปิ ระเทศ สภาพแวดลอ้ มของแต่ ละท้องถ่นิ ดังน้ัน เกษตรกรควรขอรับคาแนะนาจากเจา้ หน้าทีด่ ้วย และทส่ี าคัญ คอื ราคาการลงทนุ ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขดุ สระน้า เกษตรกรจะต้องไดร้ บั ความช่วยเหลือจากส่วนราชการ มูลนิธิ และเอกชน ๖. ในระหวา่ งการขุดสระน้า จะมีดนิ ท่ีถกู ขุดขึ้นมาจานวนมาก หน้าดนิ ซ่งึ เป็นดนิ ดี ควรนาไปกองไวต้ ่างหากเพื่อ นามาใช้ประโยชนใ์ นการปลูกพืชต่างๆ ในภายหลัง โดยนามาเกลย่ี คลมุ ดนิ ช้นั ลา่ งทเ่ี ปน็ ดินไมด่ ี หรืออาจนามาถมทา ขอบสระน้า หรือยกร่องสาหรับปลูกไมผ้ ลกจ็ ะไดป้ ระโยชนอ์ ีกทางหนึ่ง ตวั อยำ่ งพชื ทีค่ วรปลูกและสัตวท์ ่ีควรเล้ยี ง ไมผ้ ลและผกั ยืนตน้ : มะม่วง มะพรา้ ว มะขาม ขนนุ ละมดุ ส้ม กลว้ ย น้อยหน่า มะละกอ กะท้อน แคบา้ น มะรุม สะเดา ข้ีเหล็ก กระถิน ฯลฯ ผักลม้ ลุกและดอกไม้ : มันเทศ เผือก ถว่ั ฝักยาว มะเขือ มะลิ ดาวเรือง บานไมร่ ูโ้ รย กหุ ลาบ รกั และซ่อนกลน่ิ เปน็ ตน้ เหด็ : เห็ดนางฟา้ เห็ดฟาง เห็ดเปา๋ ฮ้ือ เปน็ ตน้ สมนุ ไพรและเคร่ืองเทศ : หมาก พลู พริกไท บุก บวั บก มะเกลือ ชุมเหด็ หญา้ แฝก และพืชผกั บางชนดิ เชน่ กะเพรา โหระพา สะระแหน่ แมงลัก และตะไคร้ เป็นตน้ ไม้ใชส้ อยและเชือ้ เพลงิ : ไผ่ มะพรา้ ว ตาล กระถนิ ณรงค์ มะขามเทศ สะแก ทองหลาง จามจุรี กระถนิ สะเดา ขี้เหล็ก ประดู่ ชงิ ชนั และยางนา เปน็ ต้น พืชไร่ : ข้าวโพด ถัว่ เหลือง ถั่วลิสง ถั่วพ่มุ ถัว่ มะแฮะ อ้อย มันสาปะหลัง ละหุ่ง นนุ่ เปน็ ต้น พชื ไร่หลายชนดิ อาจเก็บ เกี่ยวเมื่อผลผลติ ยงั สดอยู่ และจาหนา่ ยเปน็ พืชประเภทผักได้ และมรี าคาดีกว่าเกบ็ เม่ือแก่ ไดแ้ ก่ ข้าวโพด ถัวเหลอื ง ถ่วั ลสิ ง ถ่ัวพุ่ม ถั่วมะแฮะ อ้อย และมันสาปะหลงั

12 โครงการการศึกษาต่อเน่ือง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 พืชบารุงดนิ และพืชคลุมดนิ : ถ่วั มะแฮะ ถ่ัวฮามาต้า โสนแอฟรกิ ัน โสนพ้ืนเมือง ปอเทือง ถัว่ พรา้ ขี้เหลก็ กระถิน รวมทั้งถั่วเขยี วและถ่ัวพุ่ม เป็นตน้ และเมื่อเกบ็ เก่ียวแล้วไถกลบลงไปเพื่อบารุงดนิ ได้ หมายเหตุ : พชื หลายชนิดใช้ทาประโยชนไ์ ด้มากกวา่ หนงึ่ ชนดิ และการเลือกปลกู พืชควรเน้นพชื ยืนตน้ ด้วย เพราะ การดแู ลรกั ษาในระยะหลงั จะลดน้อยลง มผี ลผลิตทยอยออกตลอดปี ควรเลือกพชื ยืนต้นชนิดต่างๆ กัน ใหค้ วาม ร่มเย็นและชุม่ ชน้ื กับท่ีอยู่อาศัยและส่งิ แวดล้อม และควรเลือกต้นไมใ้ หส้ อดคล้องกบั สภาพของพื้นที่ เช่น ไมค่ วรปลกู ยูคาลปิ ตสั บรเิ วณขอบสระ ควรเป็นไมผ้ ลแทน เปน็ ตน้ สัตวเ์ ลย้ี งอ่ืนๆ ไดแ้ ก่ สัตวน์ ้า : ปลาไน ปลานิล ปลาตะเพียนขาว ปลาดุก เพ่ือเป็นอาหารเสรมิ ประเภทโปรตนี และยังสามารถนาไป จาหน่ายเปน็ รายไดเ้ สริมไดอ้ ีกด้วย ในบางพืน้ ท่สี ามารถเล้ียงกบได้ สกุ ร หรอื ไก่ เลย้ี งบนขอบสระน้า ท้ังนี้ มูลสุกรและไก่สามารถนามาเป็นอาหารปลา บางแหง่ อาจเลีย้ งเป็ดได้ ประโยชน์ของทฤษฎีใหม่ ๑. ให้ประชาชนพออยู่พอกนิ สมควรแก่อัตภาพในระดับที่ประหยัด ไม่อดอยาก และเลย้ี งตนเองไดต้ ามหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ๒. ในหนา้ แล้งมนี ้านอ้ ย ก็สามารถเอาน้าท่ีเกบ็ ไวใ้ นสระมาปลกู พืชผักตา่ งๆ ที่ใชน้ า้ น้อยได้ โดยไม่ตอ้ งเบยี ดเบยี น ชลประทาน ๓. ในปีท่ีฝนตกตามฤดกู าลโดยมีนา้ ดตี ลอดปี ทฤษฎใี หม่นสี้ ามารถสรา้ งรายไดใ้ ห้แกเ่ กษตรกรได้โดยไม่เดอื ดรอ้ นใน เรอ่ื งคา่ ใชจ้ ่ายตา่ งๆ ๔. ในกรณที ีเ่ กิดอทุ กภัย เกษตรกรสามารถท่ีจะฟืน้ ตัวและชว่ ยตวั เองไดใ้ นระดับหนึ่ง โดยทางราชการไมต่ ้อง ช่วยเหลือมากนกั ซึ่งเปน็ การประหยัดงบประมาณด้วย ทฤษฎใี หม่ท่ีสมบรู ณ์ ทฤษฎีใหม่ที่ดาเนินการโดยอาศัยแหล่งนา้ ธรรมชาติ น้าฝน จะอยใู่ นลักษณะ “หมิ่นเหม่” เพราะหากปใี ดฝนน้อย น้าอาจจะไม่เพยี งพอ ฉะนัน้ การทจ่ี ะทาให้ทฤษฎใี หมส่ มบูรณไ์ ดน้ ัน้ จาเปน็ ต้องมสี ระเก็บกกั น้าท่ีมปี ระสิทธภิ าพและ เต็มความสามารถ โดยการมีแหลง่ นา้ ขนาดใหญ่ที่สามารถเพมิ่ เติมน้าในสระเก็บกักน้าให้เต็มอยู่ เสมอ ดงั เชน่ กรณี ของการทดลองที่โครงการพัฒนาพนื้ ท่ีบรเิ วณวัดมงคลชัยพัฒนาอันเนอ่ื งมาจาก พระราชดาริ จงั หวัดสระบุรี ระบบทฤษฎใี หมท่ ส่ี มบูรณ์ อ่างใหญ่ เติมอา่ งเลก็ อ่างเลก็ เตมิ สระน้า

13 โครงการการศกึ ษาต่อเนอื่ ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จากภาพ วงกลมเล็ก คอื สระน้าทีเ่ กษตรกรขุดขน้ึ ตามทฤษฎีใหม่ เมอ่ื เกิดชว่ งขาดแคลนนา้ ในฤดูแล้ง เกษตรกร สามารถสูบนา้ มาใช้ประโยชน์ได้ และหากน้าในสระน้าไม่เพียงพอกข็ อรับน้าจากอา่ งหว้ ยหินขาว (อา่ งเล็ก) ซึ่งได้ทา ระบบสง่ น้าเชือ่ มต่อทางท่อลงมายงั สระน้าท่ีได้ขดุ ไวใ้ นแตล่ ะแปลง ซ่งึ จะช่วยใหส้ ามารถมีนา้ ใช้ตลอดปี กรณที เ่ี กษตรกรใชน้ า้ กนั มาก อา่ งห้วยหนิ ขาว (อ่างเลก็ ) ก็อาจมีปริมาณน้าไมเ่ พียงพอ กส็ ามารถใชว้ ิธีการผนั นา้ จาก เข่อื นป่าสักชลสิทธ์ิ (อา่ งใหญ่) ต่อลงมายังอา่ งเกบ็ น้าหว้ ยหนิ ขาว (อา่ งเล็ก) ก็จะชว่ ยให้มีปรมิ าณน้ามาเติมในสระ ของเกษตรกรพอตลอดท้งั ปีโดยไมต่ ้องเสีย่ ง ระบบการจดั การทรัพยากรน้าตามแนวพระราชดาริพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว สามารถทาให้การใช้น้ามี ประสิทธิภาพอย่างสงู สุด จากระบบส่งท่อเปิดผา่ นไปตามแปลงไร่นาต่างๆ ถงึ ๓-๕ เทา่ เพราะยามหน้าฝน นอกจาก จะมนี ้าในอา่ งเกบ็ นา้ แล้ว ยงั มีนา้ ในสระของราษฎรเก็บไวพ้ ร้อมกนั ดว้ ย ทาใหม้ ีปริมาณน้าเพ่ิมอย่างมหาศาล น้าใน อา่ งทต่ี ่อมาสูส่ ระจะทาหนา้ ทเี่ ป็นแหลง่ น้าสารอง คอยเติมเทา่ น้ันเอง ข้นั ตอนกำรปลูก (ผกั สวนครวั ) 1. การเลือกพืน้ ที่ พ้นื ท่ที ่สี ามารถปลูกผักได้ดีควรเป็นพนื้ ทีท่ ี่อย่ใู กลแ้ หล่งน้า เช่น บอ่ น้าขุด บอ่ น้าธรรมชาติ แม่นา้ คลอง อา่ ง เกบ็ นา้ คลองชลประทานหรือแนวส่งนา้ ชลประทาน เน่อื งจากพชื ผักส่วนใหญ่มีความต้องการนา้ สูง โดยเฉพาะ หนา้ แลง้ ที่อากาศ แห้ง และอัตราการระเหยน้าสงู กว่าฤดูอ่ืนๆ จึงจาเป็นต้องมีนา้ เพยี งพอเพื่อใหผ้ ักสามารถเติบโต จนถงึ ฤดูการเก็บเกีย่ วได้ 2. การเตรียมแปลง - แปลงปลกู ผักมักเตรยี มดว้ ยการยกแปลงสงู ประมาณ 20-30 เซนติเมตร หรือขุดรกร่องลึก เนื่องจากพืชผกั ส่วนมากมรี ะบบรากทตี่ ้องการซอนไซในดินท่รี ่วนซยุ หนา้ ดินลึก - ทาการไถพรวนแปลงท้งิ ไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ เพ่ือตากแดด และฆา่ เช้ือโรค - หวา่ นปยุ๋ หมกั หรอื ปุ๋ยคอก ร่วมดว้ ยปยุ๋ เคมี พร้อมไถกลบแปลง

14 โครงการการศึกษาตอ่ เนือ่ ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 - อัตราการใส่ปุย๋ ในแปลงควรให้มปี ุ๋ยหมกั หรือปุ๋ยคอกมากกวา่ ปุ๋ยเคมี เชน่ 10:1 เนื่องจากการใส่ปุย๋ เคมีมาก จะทาใหด้ ินเป็นกรด หน้าดินแน่น 3. การเตรียมเมลด็ พนั ธ์ุ - เมล็ดพนั ธุผ์ กั ทใี่ ช้ควรมีลกั ษณะเป็นเมล็ดพนั ธใ์ุ หม่ อายุเมล็ดพันธ์ุไม่ถงึ 1 ปี - เมล็ดพนั ธุ์ทีใ่ ช้ต้องเป็นเมล็ดพันธ์ุทีต่ รงตามชนดิ พืชทปี่ ลูก และไม่มเี มล็ดพันธอุ์ ่นื ปลอมปน - ทาความสะอาดเมล็ดพนั ธุ์ รวมถงึ คดั แยกเมลด็ พันธท์ุ ่ีไมส่ มบูรณ์ออกดว้ ยวิธนี าไปแชน่ ้า และนาเมล็ดทีล่ อย น้าออก - เมล็ดพันธส์ุ ว่ นมาก ก่อนปลูกจะทาการแชน่ ้าเสยี ก่อน ซงึ่ ระยะเวลาในการแช่จะแตกต่างกนั ในแตล่ ะชนิดผกั หากเมล็ดพนั ธ์ทุ ี่มีเปลอื กหนา แขง็ อาจใชเ้ ลาแช่นาน 2-3 วัน เมลด็ พนั ธผ์ุ ักสว่ นมากเป็นเมลด็ ที่มีเปลือก ค่อนข้างบาง ไมห่ นา แข็ง ส่วนใหญใ่ ช้เวลาแช่ประมาณ 12 ช่วั โมง – 1 วนั เท่าน้ัน 4. การปลกู - สามารถปลูกไดห้ ลายวิธีตามความเหมาะสมของแตล่ ะชนดิ พชื ไดแ้ ก่ - การหวา่ นเมล็ด เปน็ วิธที งี่ ่าย สะดวก รวดเรว็ และนยิ มท่ีสุด ซึ่งจะหว่านเมลด็ หลังการแชน่ ้าแล้วหรือหวา่ น เมลด็ แห้งได้ทนั ที ผักทีนยิ มการหว่านเมลด็ มักเป็นพืชทมี่ ีลาตน้ ขนาดเล็ก ขนาดทรงพุ่มน้อย ได้แก่ ผักชี ผักบ้งุ เปน็ ต้น ทัง้ น้ี การหว่านเมลด็ อาจเป็นวิธีการเตรียมกล้าผกั ก่อนย้ายปลกู ในแปลงที่เตรยี มไว้ การปลกู ดว้ ยต้นกล้า เป็นวิธีการปลูกด้วยต้นกล้าผักท่ีเตรียมได้จากแปลงเพาะกล้าด้วยวิธีการหว่าน วิธีนี้เป็นวิธีท่ีใช้มากที่สุด สาหรับการปลูกผัก โดยมักใช้กับพืชที่มีลาต้นใหญ่ ทรงพุ่มกว้าง เนื่องจากใช้วิธีการหว่านเมล็ดอาจไม่เหมาะสม เพราะไม่สามารถเว้นช่วงห่างของต้นให้เหมาะสมกับการเติบโตได้ การหว่านอาจทาให้ต้นเจริญเติบโตไม่ดี หรืออาจ ต้องถอนต้นทิ้งบางส่วนซึ่งทาให้ส้ินเปลืองเมล็ดพันธุ์เสียเปล่า ผักที่นิยมปลูกด้วยวิธีน้ี ได้แก่ กะหล่าปลี ผักกาดขาว คะน้า มะเขือ พรกิ เปน็ ตน้ การหยอดเมล็ด เปน็ วิธปี ลกู ทใี่ ช้สาหรบั พชื ผกั ทต่ี อ้ งการระยะหา่ งระหวา่ งต้นมาก มักเป็นพชื ทเี่ ป็นเถาวห์ รือเครือ ต้นกลา้ ออกไมม่ คี วามแขง็ แรง เห่ยี ว และตายงา่ ยหากแยกตน้ กลา้ ปลูก เช่น ถั่วฟักยาว แตงกวา ฟักทอง ฟัก มะระ เปน็ ต้น ฝงั ในแปลงปลูก เปน็ วธิ ีปลกู ท่ีใช้กบั พชื ผกั บางชนดิ ท่มี กี ารแยกหนอ่ แยกเหงา้ ออกปลูกเพื่อขยายจานวนต้นหรือกอ โดยฝงั ลงหลุมหรอื แปลงปลกู ได้ทันที เชน่ ผกั หอม กระเทียม ตะไคร้ ขงิ ขา่ กระชาย เปน็ ต้น 5. การดแู ลรักษา - ในระยะแรกของการปลูกช่วง 1 อาทิตย์แรก ท้ังการปลูกด้วยการใช้เมล็ด การปลูกด้วยต้นกล้า และปลูก ดว้ ยการแยกหัวหรือหนอ่ จาเปน็ ต้องมีการให้นา้ อย่างสมา่ เสมอ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น จนต้นกลา้ ตง้ั ตวั ได้ - การให้น้าจะยังให้วันละ 2 คร้ัง ตลอดจนถึงระยะเก็บเก่ียว แต่อาจให้น้าในปริมาณท่ีน้อยลง หรือผักบาง ชนดิ ทีอ่ าจเวน้ ช่วงหา่ งการใหน้ ้าเมอ่ื ถึงระยะกอ่ นเก็บเกยี่ ว - การใส่ปุ๋ยควรใส่ในระยะหลังปลูก 1-2 อาทิตย์ หรือระยะที่ต้นกล้าตั้งต้นได้แล้วจนถึงระยะก่อนการเก็บ เก่ียวประมาณ 1 เดอื น รวมถงึ พืชบางชนดิ ท่ีส้นิ สดุ การใหป้ ๋ยุ ทร่ี ะยะก่อนการติดดอก และผล

15 โครงการการศึกษาตอ่ เนอื่ ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 6. การเก็บผลผลิต พชื ผักมักมีระยะการเก็บเกยี่ วไม่เกนิ 120 วนั สว่ นมากจะใชเ้ วลาประมาณ 40-60 วัน ขึน้ กบั ชนดิ ของผกั โดยผกั กินใบจะมีระยะเวลาการเก็บเกย่ี วสนั้ กว่าผกั กินดอก และผล

โครงการการศกึ ษาตอ่ เน่ือง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 16 บทท่ี 3 วิธีดำเนนิ กำร กศน.ตาบลท่าบุญมี จดั กจิ กรรมการเรยี นร้ตู ามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง โครงการอบรมเชิงปฏบิ ัติการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง : ปลูกผักสวนครวั 90 วนั วนั ที่ 21 มิถนุ ายน พ.ศ.2563 ณ กศน.ตาบลทา่ บุญมี อาเภอเกาะจนั ทร์ จงั หวัดชลบุรี มขี ั้นตอนในการดาเนนิ การ ในการจัดทารายงานครง้ั นี้ วิธีดาเนินการ มีข้ันตอนดงั นี้ 1. สารวจความตอ้ งการของกลมุ่ เป้าหมาย 2. กาหนดวางแผน และประสานงานสว่ นท่ีเก่ียวขอ้ ง 3. เสนอโครงการ 4. ประสานผ้เู ก่ยี วข้อง 5. ดาเนินการจัดกจิ กรรม 6. เคร่ืองมือในการเก็บข้อมูล ประเมินผลการจัดกิจกรรม และประเมินผลด้านผู้เรียน 7. วิเคราะห์ข้อมูล/สถิตทิ ใี่ ช้ในการวเิ คราะห์ 1. สำรวจควำมตอ้ งกำรกล่มุ เป้ำหมำย กศน.ตาบลท่าบุญมี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเกาะจันทร์ โดยคณะครู สารวจความต้องการของผู้เรียน โดยเลือกกลุ่มเป้าหมายและประชาสัมพันธ์ คือ ประชาชนตาบลท่าบุญมีท่ีมีความ สนใจเกี่ยวกับ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือสอบถามความต้องการเกี่ยวกับหัวข้อท่ีสนใจและสามารถ นามาปรบั ใชไ้ ดจ้ รงิ 2. กำหนดแผนและปฏทิ ินกำรดำเนนิ งำน ครู กศน.ตาบล และครู ศรช. ดาเนนิ การวางแผนการจัดกจิ กรรมการศึกษาต่อเน่ือง โครงการอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ ารหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง : ปลกู ผกั สวนครัว 90 วัน ประจาปีงบประมาณ 2563 3. เสนอโครงกำร โดยดาเนินการขออนมุ ตั ิการจัดการศกึ ษาโครงการ 4. ประสำนงำนผู้เกย่ี วข้อง ดาเนินงานแจ้งสานักงาน กศน.จังหวัดชลบุรี ภาคีเครือข่าย วิทยากร และผู้เรียนให้ทราบถึงวัน เวลา และ สถานที่ ดาเนนิ การจดั กิจกรรม 5. ดำเนนิ กำรจดั กจิ กรรม โครงการการศึกษาต่อเนื่อง โครงการอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ปลูกผักสวน ครัว 90 วัน ประจาปีงบประมาณ 2563 ดาเนินการในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2563 ณ กศน.ตาบลท่าบุญมี อาเภอ เกาะจันทร์ จังหวดั ชลบุรี 6. เครื่องมอื ในกำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู จากการสงั เกตและแบบประเมนิ ความพึงพอใจในการจดั กิจกรรมโดยวิธกี ารเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง จานวน 17 คน เพ่ือตอบแบบสอบถามความพงึ พอใจโครงการ 7. กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู /สถิตทิ ี่ใชใ้ นกำรวเิ ครำะห์ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าสถิติร้อยละ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนตวั และตวั ช้ีวัดความสาเร็จของโครงการ ตามแบบสอบถามความคิดเห็นรายขอ้ แลว้ นาไปแปรความหมายตามคา่ ระดับเกณฑ์

17 โครงการการศึกษาต่อเน่อื ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 เกณฑก์ ารประเมนิ - ค่าสถติ ิน้อยกว่ารอ้ ยละ 50 ปรบั ปรุง - ค่าสถิติร้อยละ 50-74 พอใช้ - ค่าสถิตริ อ้ ยละ 75-84 ดี - ค่าสถติ ริ อ้ ยละ 85 ขึน้ ไป ดมี าก การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าสถิติร้อยละ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนตัวและตัวช้วี ัดความสาเร็จของโครงการ ตามแบบสอบถามความคิดเห็นรายข้อ แล้วนาไปแปรความหมายตามค่าระดับเกณฑ์กาหนดค่าลาดับความสาคัญ ของการประเมนิ ผลออกเป็น 5 ระดบั ดงั น้ี - มากท่ีสุด ใหค้ ะแนน 5 - มาก ให้คะแนน 4 - ปานกลาง ให้คะแนน 3 - น้อย ใหค้ ะแนน 2 - นอ้ ยท่ีสุด ใหค้ ะแนน 1 ในการแปลผล ผู้จัดทาได้ใช้เกณฑ์การพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยตามแนวคิดของ บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิลแกว้ (2835, หนา้ 22-28) - 4.51-5.00 หมายความว่า ดีมาก - 3.51-4.50 หมายความว่า ดี - 2.51-3.50 หมายความวา่ ปานกลาง - 1.51-2.50 หมายความวา่ นอ้ ย - 1.00-1.50 หมายความว่า ต้องปรับปรงุ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพ่ือนาไปใช้ในการประเมินผลของการจัดกิจกรรม ดงั กล่าว และจะได้นาไปเป็นขอ้ มูล ปรบั ปรงุ และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดทาแผนการดาเนนิ การในปีต่อไป

โครงการการศกึ ษาตอ่ เนื่อง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 18 บทท่ี 4 ผลกำรดำเนินงำนและกำรวเิ ครำะหข์ ้อมูล ในการจัดโครงการการศึกษาต่อเนื่อง โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง : ปลูกผักสวนครวั 90 วนั ประจาปงี บประมาณ 2563 ดาเนนิ การในวนั ที่ 21 มถิ นุ ายน พ.ศ.2563 ณ กศน. ตาบลท่าบุญมี อาเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี กาหนดการดาเนินงาน ได้มีการสรุปผลการดาเนินโครงการจาก แบบสอบถามและนาเสนอการวิเคราะห์ขอ้ มูลจากผใู้ หข้ ้อมลู จานวน 17 ชดุ ดงั น้ี ผลกำรดำเนนิ งำน ดงั นี้ 1) ผ้เู ข้ารว่ มโครงการ จานวน 17 คน คดิ เป็นร้อยละ 100 2) ระยะเวลาทใ่ี ช้ในการจดั กจิ กรรม วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2563 ณ กศน.ตาบลท่าบุญมี อาเภอเกาะจันทร์ จงั หวัดชลบรุ ี 3) งบประมาณ จากเงนิ งบประมาณ ปี 2563 งบการศึกษาต่อเนอ่ื ง จานวน 2,000.-บาท (-สองพันบาทถ้วน-) 4) ผลทไ่ี ดร้ ับจากการจัดกิจกรรม 1) เพ่ือให้มีความรเู้ ขา้ ใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 2) เพื่อให้นาความรทู้ ี่ได้รบั ไปพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตตนเอง และนาไปใชใ้ นการดาเนินชีวิตประจาวนั ได้ สรุปรำยงำนจำกแบบสอบถำมควำมคิดเหน็ ข้อมูลทไี่ ด้สำมำรถวเิ ครำะห์และแสดงคำ่ สถิติ ดังน้ี ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ส่วนตัวผู้ตอบแบบถำมของผูเ้ ขำ้ ร่วม โครงการการศึกษาต่อเน่ือง โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ปลูกผักสวน ครัว 90 วัน ประจาปีงบประมาณ 2563 ดาเนินการในวันท่ี 21 มิถุนายน พ.ศ.2563 ณ กศน.ตาบลท่าบุญมี อาเภอ เกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี มีผู้ท่ีตอบแบบถามจานวน 17 คน ที่ตอบแบบสอบถามได้นามาจาแนกตามเพศ อายุ การศึกษา และอาชีพ ผจู้ ัดทาไดน้ าเสนอจาแนกตามขอ้ มูลดังกล่าว ดงั ปรากฏตามตารางท่ี 1 ดังตอ่ ไปน้ี ตำรำงที่ 1 แสดงคำ่ ร้อยละของผ้ตู อบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมเพศ เพศ ชาย หญงิ ความคิดเหน็ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ ผเู้ ข้ำรว่ มโครงกำรกิจกรรม 7 41.18 10 58.82 จากตารางท่ี 1 แสดงว่า ผตู้ อบแบบสอบถามของผเู้ ข้าร่วมโครงการ มผี ้ทู ี่ตอบแบบถาม จานวน 17 คน เป็น เพศชาย จานวน 7 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 41.18 เพศหญิง จานวน 10 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 58.82

19 โครงการการศึกษาตอ่ เนือ่ ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำรอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมอำยุ อายุ 15-29 ปี 30-39 ปี 40-49 ปี 50-59 ปี 60 ปี ขน้ึ ไป ความ คิดเหน็ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ ผู้เขำ้ รว่ ม 17 100 โครงกำร จากตารางท่ี 2 แสดงว่า ผูต้ อบแบบสอบถามของผ้เู ข้าร่วมโครงการ เม่ือจาแนกตามอายุปรากฏว่า ชว่ งอายุ 15-29 ปี จานวน 17 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100 ตำรำงท่ี 3 แสดงคำ่ รอ้ ยละของผูต้ อบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมกำรศึกษำ การศกึ ษา ประถมศึกษา ม.ตน้ ม.ปลาย ปริญญาตรี ความคิดเห็น จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผ้เู ข้ำรว่ มโครงกำร 2 11.76 7 41.17 8 47.50 จากตารางท่ี 3 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการ เม่ือจาแนกตามการศึกษาปรากฏว่า ระดับประถมศึกษา จานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 11.76 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จานวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 41.17 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย จานวน 8 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 47.50 ตามลาดับ ตำรำงท่ี 4 แสดงค่ำร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมอำชีพ อำชพี รับจ้ำง คำ้ ขำย เกษตร ไมไ่ ดป้ ระกอบ อน่ื ๆ อำชพี ควำมคิดเหน็ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ ผู้เข้ำร่วมโครงกำร 11 64.71 6 35.29 จากตารางท่ี 4 แสดงว่า ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการ เมื่อจาแนกตามอาชีพปรากฏว่า ผู้เข้าร่วมโครงการมีอาชีพรับจ้างจานวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 64.71 อาชีพอ่ืนๆ จานวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 35.29

20 โครงการการศึกษาต่อเน่ือง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตอนที่ 2 ขอ้ มลู เกีย่ วกบั ควำมคิดเห็นของผู้เขำ้ ร่วม ความคิดเห็นของผู้ท่ีตอบแบบถามจานวน 17 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดท่ีมีต่อกิจกรรม ดังปรากฏใน ตารางที่ 5 ตำรำงท่ี 5 ผลกำรประเมนิ กิจกรรม N = 17 เนอ้ื หำ x S.D. อันดบั ท่ี ระดบั กำร ประเมนิ ตอนที่ 1 ควำมพึงพอใจดำ้ นเนอื้ หำ 1.เนือ้ หาตรงตามความต้องการ 4.07 0.27 15 ดี 2.เนอื้ หาเพียงพอต่อความต้องการ 4.14 0.36 14 ดี 3.เน้ือหาเป็นปัจจบุ ันและทนั สมัย 4.21 0.43 13 ดี 4.เนอื้ หามปี ระโยชนต์ อ่ การนาไปใชใ้ นการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ 4.71 0.47 2 ดีมาก ตอนท่ี 2 ควำมพึงพอใจดำ้ นกระบวนกำรจดั กิจกรรม 5.การเตรียมความพร้อมก่อนจดั กจิ กรรม 4.79 0.43 1 ดีมาก 6.การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค์ 4.64 0.50 3 ดมี าก 7.การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับเวลา 4.50 0.52 5 ดี 8.การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกับกลมุ่ เป้าหมาย 4.57 0.51 4 ดี 9.วิธกี ารวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวตั ถปุ ระสงค์ 4.43 0.51 9 ดี ตอนที่ 3 ควำมพึงพอใจต่อวิทยำกร 10.วทิ ยากรมีความรู้ความสามารถในเร่ืองที่ถา่ ยทอด 4.36 0.50 11 ดี 11.วิทยากรมเี ทคนคิ การถ่ายทอดใชส้ ื่อเหมาะสม 4.43 0.51 10 ดี 12.วิทยากรเปิดโอกาสให้มีสว่ นรว่ มและซักถาม 4.50 0.52 6 ดี ตอนที่ 4 ควำมพึงพอใจด้ำนกำรอำนวยควำมสะดวก 13.สถานที่ วสั ดุ อปุ กรณแ์ ละส่ิงอานวยความสะดวก 4.36 0.50 12 ดี 14.การส่อื สาร การสรา้ งบรรยากาศเพื่อใหเ้ กิดการเรยี นรู้ 4.44 0.46 8 ดี 15.การบรกิ าร การช่วยเหลอื และการแก้ปญั หา 4.47 0.48 7 ดี จากตาราง 5 พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการ อยู่ในระดับ ดีมาก เม่ือวิเคราะห์เป็นรายข้อ พบว่า การเตรียมความพร้อมก่อนจัดกิจกรรม (������̄= 4.79) เป็นอันดับที่ 1, เน้ือหามีประโยชน์ต่อการนาไปใช้ในการ พัฒนาคุณภาพชีวิต (������̄= 4.71) เป็นอันดับที่ 2, การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ (������̄= 4.64) เป็น อันดับท่ี 3, การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย (������̄= 4.57) เป็นอันดับที่ 4, การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับ เวลา (������̄= 4.50) เป็นอันดบั ท่ี 5

21 โครงการการศกึ ษาต่อเน่อื ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 ตำรำงท่ี 6 แสดงค่าร้อยละของระดับความพึงพอใจที่ได้รบั ต่อการรว่ มกจิ กรรม ประเดน็ ทป่ี ระเมิน ระดบั กำรประเมิน พอใช้ ข้อ ดมี ำก ดี ควรปรับปรุง ตอ้ งปรับปรุง จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ 0 0.00 3 10.00 0 0.00 0 0.00 0 0.00 1 เน้ือหาตรงตามความตอ้ งการ 27 90.00 3 10.00 0 0.00 0 0.00 0 0.00 4 13.33 0 0.00 0 0.00 0 0.00 2 เน้ือหาเพยี งพอตอ่ ความตอ้ งการ 27 90.00 3 10.00 0 0.00 0 0.00 0 0.00 4 13.33 0 0.00 0 0.00 0 0.00 3 เน้ือหาเป็นปัจจุบันและทันสมยั 26 86.67 3 10.00 0 0.00 0 0.00 0 0.00 4 13.33 0 0.00 0 0.00 0 0.00 4 เนือ้ หามปี ระโยชน์ตอ่ การนาไปใชใ้ นการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต 27 90.00 3 10.00 0 0.00 0 0.00 0 0.00 3 10.00 0 0.00 0 0.00 0 0.00 5 การเตรียมความพร้อมกอ่ นจัดกิจกรรม 26 86.67 4 13.33 0 0.00 0 0.00 0 0.00 3 10.00 0 0.00 0 0.00 0 0.00 6 การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 27 90.00 3 10.00 0 0.00 0 0.00 0 0.00 3 10.00 0 0.00 0 0.00 0 0.00 7 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกบั เวลา 26 86.67 5 16.67 0 0.00 0 0.00 0 0.00 3 10.00 0 0 0.00 0 0.00 8 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลมุ่ เป้าหมาย 27 90.00 51 0 0 0 204 2199.00 0 0 9 วธิ กี ารวัดผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกับวตั ถุประสงค์ 27 90.00 73.30 10 วทิ ยากรมคี วามรู้ความสามารถในเรื่องทถ่ี ่ายทอด 26 86.67 97.73 11 วทิ ยากรมเี ทคนิคการถ่ายทอดใชส้ ือ่ เหมาะสม 27 90.00 บรรลุ 12 วทิ ยากรเปิดโอกาสให้มสี ่วนร่วมและซกั ถาม 27 90.00 13 สถานที่ วสั ดุ อุปกรณแ์ ละสง่ิ อานวยความสะดวก 27 90.00 14 การสอื่ สาร การสร้างบรรยากาศเพอื่ ให้เกิดการเรียนรู้ 25 83.33 15 การบริการ การช่วยเหลือและการแกป้ ัญหา 27 90.00 (1) รวม 399 (2) = (1) Xคะแนนเตม็ ของแตล่ ะชอ่ ง 1995 (3) = ผลรวมของความพงึ พอใจ (4) = (3) ¸ จานวนคน (5) = (4) X 18 ¸ จานวนข้อXคะแนนเตม็ สูงสดุ สรุป จำกตำรำงท่ี 6 แสดงว่าผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีระดับความพึงพอใจกับประเด็นท่ีประเมิน ดงั ตอ่ ไปนี้ ประเด็นท่ี 1 “เน้ือหาตรงตามความต้องการ” ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 90.00 มีระดับของความพึง พอใจในระดับ “ดมี าก” ร้อยละ 10.00 มีระดับความพงึ พอใจในระดับ “ดี” ประเด็นที่ 2 “เนื้อหาเพยี งพอต่อความต้องการ” ผู้ตอบรอ้ ยละ ร้อยละ 90.00 มีระดบั ของความพึงพอใจใน ระดบั “ดีมาก” ร้อยละ 10.00 มีระดับความพึงพอใจในระดับ “ด”ี ประเด็นท่ี 3 “เน้ือหาเป็นปัจจุบันและทันสมัย” ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 86.67 มีระดับของความพึง พอใจในระดบั “ดีมาก” รอ้ ยละ 13.33 มรี ะดับความพงึ พอใจในระดบั “ดี” ประเด็นท่ี 4 “ส่ือ/อุปกรณ์ฝึก สามารถนามาใช้ประกอบการเรียนเพียงใด” ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 90.00 มรี ะดับของความพึงพอใจในระดบั “ดมี าก” รอ้ ยละ 10.00 มรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดบั “ด”ี

22 โครงการการศึกษาตอ่ เน่ือง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 ประเด็นท่ี 5 “การเตรียมความพร้อมก่อนจัดกิจกรรม” ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อย86.67 มีระดับของความ พงึ พอใจในระดับ “ดีมาก” รอ้ ยละ 13.33 มีระดับความพึงพอใจในระดบั “ดี” ประเด็นที่ 6 “การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์” ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 90.00 มีระดับของความพึงพอใจในระดับ “ดีมาก” รอ้ ยละ 10.00 มีระดบั ความพึงพอใจในระดบั “ด”ี ประเด็นที่ 7 “การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา” ผ้ตู อบแบบสอบถาม รอ้ ยละ 86.67 มรี ะดบั ของความพึง พอใจในระดบั “ดมี าก” ร้อยละ 13.33 มีระดบั ความพึงพอใจในระดบั “ดี” ประเด็นที่ 8 “การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย” ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 90.00 มีระดับ ของความพึงพอใจในระดบั “ดีมาก” รอ้ ยละ 10.00 มรี ะดับความพงึ พอใจในระดบั “ด”ี ประเด็นท่ี 9 “วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์” ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 90.00 มี ระดับของความพงึ พอใจในระดบั “ดีมาก” รอ้ ยละ 10.00 มรี ะดับความพึงพอใจในระดับ “ด”ี ประเด็นที่ 10 “วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเร่ืองท่ีถ่ายทอด” ผู้ตอบแบบสอบถาม แบบสอบถาม รอ้ ยละ 86.67 มีระดับของความพึงพอใจในระดบั “ดมี าก” รอ้ ยละ 13.33 มีระดับความพงึ พอใจในระดับ “ด”ี ประเดน็ ที่ 11 “วทิ ยากรมเี ทคนคิ การถ่ายทอดใช้ส่อื เหมาะสม” ผู้ตอบแบบสอบถาม แบบสอบถาม รอ้ ยละ 90.00 มีระดับของความพึงพอใจในระดบั “ดมี าก” รอ้ ยละ 10.00 มีระดับความพึงพอใจในระดบั “ด”ี ประเด็นท่ี 12 “วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม” ผู้ตอบแบบสอบถาม แบบสอบถาม ร้อยละ 90.00 มรี ะดับของความพึงพอใจในระดับ “ดมี าก” รอ้ ยละ 10.00 มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดบั “ด”ี ประเด็นท่ี 13 “สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอานวยความสะดวก” ผู้ตอบแบบสอบถาม แบบสอบถาม ร้อยละ 90.00 มรี ะดับของความพงึ พอใจในระดับ “ดีมาก” รอ้ ยละ 10.00 มีระดบั ความพึงพอใจในระดับ “ด”ี ประเด็นท่ี 14 “การสือ่ สาร การสรา้ งบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้” ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 83.33 มรี ะดบั ของความพงึ พอใจในระดับ “ดมี าก” รอ้ ยละ 16.67 มรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดบั “ด”ี ประเด็นท่ี 15 “การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา” ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 90.00 มีระดับ ของความพงึ พอใจในระดบั “ดมี าก” รอ้ ยละ 10.00 มรี ะดับความพึงพอใจในระดบั “ด”ี อภิปรำยผล จากการจดั กจิ กรรม 1. ผู้ตอบแบบสอบถามของผเู้ ข้าร่วมโครงการจานวน 17 คน เพศชาย จานวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 41.18 เพศหญงิ จานวน 10 คน คดิ เป็นร้อยละ 58.82 2. ผตู้ อบแบบสอบถามของผเู้ ข้ารว่ มผู้เข้าร่วมโครงการ เมื่อจาแนกตามอายุปรากฏจานวน ผูต้ อบ แบบสอบถามของผู้เขา้ รว่ มโครงการ เมือ่ จาแนกตามอายปุ รากฏวา่ ชว่ งอายุ 15-29 ปี จานวน 17 คน คดิ เป็น ร้อยละ 100 3. ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการ เม่ือจาแนกตามการศึกษาปรากฏว่า ศึกษาระดับประถม ศึกษา จานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 11.76 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จานวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 41.17 ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย จานวน 8 คน คิดเปน็ ร้อยละ 47.50 ตามลาดับ

23 โครงการการศกึ ษาตอ่ เนือ่ ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 4. ผตู้ อบแบบสอบถามของผูเ้ ขา้ ร่วมผเู้ ข้าร่วมโครงการ เมอ่ื จาแนกตามอาชีพปรากฏว่า ผู้เขา้ รว่ มโครงการมี อาชีพรับจา้ งจานวน 11 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 64.71 อาชพี อืน่ ๆ จานวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 35.29 5. โดยเฉลยี่ แล้วผู้เข้ารว่ มกิจกรรมโครงการ อยใู่ นระดับ ดีมำก เมอื่ วิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า การ เตรยี มความพรอ้ มก่อนจดั กิจกรรม (������̄= 4.79) เป็นอนั ดับท่ี 1, เน้ือหามปี ระโยชน์ต่อการนาไปใช้ในการพฒั นา คุณภาพชีวติ (������̄= 4.71) เป็นอันดับที่ 2, การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วัตถปุ ระสงค์ (������̄= 4.64) เปน็ อนั ดบั ที่ 3, การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับกลมุ่ เป้าหมาย (������̄= 4.57) เปน็ อนั ดับที่ 4, การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกบั เวลา (������̄= 4.50) เปน็ อนั ดับที่ 5  สรปุ ค่าเปอรเ์ ซน็ ต์ ทง้ั 15 ข้อมคี วามพงึ พอใจอยู่ท่ีรอ้ ยละ 97.73  ความพึงพอใจโดยรวมของผูเ้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมอยใู่ น ระดับดมี าก ข้อเสนอแนะจำกแบบประเมนิ โครงกำร - ผู้เขา้ ร่วมโครงการมีความพงึ พอใจในกระบวนการจัดกิจกรรมซ่งึ สอดคลอ้ งกับการดาเนินชีวติ ประจาวนั - จดั กจิ กรรมการศึกษาจากแหลง่ เรียนรู้นอกสถานที่ เพ่ือเป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง

โครงการการศกึ ษาตอ่ เนื่อง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 24 บทท่ี 5 สรปุ อภปิ รำยผล ข้อเสนอแนะ โครงการการศึกษาต่อเนื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการอบรมเชิง ปฏบิ ตั กิ ารหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ปลกู ผักสวนครวั 90 วนั ประจาปงี บประมาณ 2563 คณะผู้จัดทาได้ สรปุ อภิปรายผล และขอ้ เสนอเเนะ ดังตอ่ ไปน้ี วตั ถุประสงค์ 1) เพ่ือให้มีความรเู้ ขา้ ใจในหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) เพื่อให้นาความรูท้ ่ไี ด้รบั ไปพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ตนเอง และนาไปใช้ในการดาเนนิ ชวี ิตประจาวันได้ วิธกี ำรดำเนินกำร กลุ่มงานการศึกษาต่อเนื่อง มอบให้ครู กศน.ตาบล สารวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ประสานงานกับภาคีเครือข่าย และประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงกาหนดการจัดการศึกษาต่อเนื่อง โครงการอบรมเชิง ปฏิบัติการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ปลูกผักสวนครัว 90 วัน ประจาปีงบประมาณ 2563 วันท่ี 21 มถิ ุนายน พ.ศ.2563 ณ กศน.ตาบลท่าบุญมี อาเภอเกาะจนั ทร์ จังหวดั ชลบุรี งบประมาณดาเนินการโดย กศน.อาเภอ เกาะจันทร์ จานวน 2,000.-บาท (-สองพันบาทถ้วน-) มีผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ จานวน 17 คน สรปุ ผลกำรดำเนนิ งำน สรุปได้ว่า ประชาชนท่ีสนใจในพ้ืนท่ีตาบลท่าบุญมี อาเภอเกาะจันทร์ เข้าร่วมการจัดกิจกรรม โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ปลูกผักสวนครัว 90 วัน ประจาปีงบประ มาณ 2563 วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2563 ณ กศน.ตาบลท่าบุญมี อาเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี โดยเป็นการจัดอบรมให้ ความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ปลูกผักสวนครัว 90 วัน และสามารถนาไปปฏิบัติในชีวิตวันได้ รปู แบบการเรยี นการสอนบรรยาย และการปฏบิ ัตติ ิจริง งบประมาณดาเนนิ การโดย กศน.ตาบลท่าบุญมี สงั กัด กศน. อาเภอเกาะจันทร์ มผี ้เู ขา้ ร่วมโครงการ จานวน 17 คน (ร้อยละ 100 ของเป้าหมายโครงการ) ผ้เู ขา้ ร่วมมีระดับความ คิดเห็น/ ความพึงพอใจต่อโครงการ อยู่ในระดับ “ดีมำก” และบรรลุความสาเร็จตามเป้าหมายตัวช้ีวัดผลลัพธ์ท่ีต้ัง ไว้ คา่ เฉล่ยี รอ้ ยละภาพรวมของกิจกรรม 97.73 อภิปรำยผล จากการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเน่ือง โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง : ปลูกผักสวนครัว 90 วัน ประจาปีงบประมาณ 2563 สรุปได้ว่าโครงการนี้บรรลุความสาเร็จตาม วัตถุประสงค์ ประชาชนตาบลท่าบุญมีได้รับความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ปลูกผักสวนครัว 90 วัน และสามารถนาไปปฏิบัติในชีวิตวันได้ อยู่ในระดับดีมาก มีความพึงพอใจต่อโครงการนี้สอดคล้องกับความ ตอ้ งการของกลมุ่ เป้าหมาย ข้อเสนอแนะ 1. ผูเ้ ขา้ ร่วมกจิ กรรมมีความพงึ พอใจในกระบวนการจัดกิจกรรมซ่ึงสอดคลอ้ งกับการดาเนินในชีวิตประจาวนั 2. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความต้องการสามารถศึกษาเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้อื่นๆ เพ่ือนามาเป็นแนวทางใน การพฒั นาตนเองได้

โครงการการศกึ ษาตอ่ เน่อื ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 25 ภำพกิจกรรม

26 โครงการการศกึ ษาต่อเนื่อง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 แหล่งที่มำของข้อมูล https://sites.google.com/site/site57008/khunthrrm-criythrrm-khxng-kar-ptibati-tn-pen- phlmeuxng-di https://sites.google.com/a/nbp.ac.th/arnut/khan-txn-kar-pluk-phak-swn-khraw

27 โครงการการศกึ ษาต่อเนือ่ ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 ภำคผนวก

28 โครงการการศกึ ษาต่อเน่อื ง กศน.ตาบลท่าบญุ มี ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563