ข้ันตอนการพฒั นา โปรแกรมประกอบด้วย
จดั ทำโดย นำงสำว นรุ ไลลำ อำแซ เลขที่ 10 ชน้ั ปวส.2/1 คอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ
การวิเคราะห์ปญั หา การวิเคราะห์ปญั หา ประกอบด้วยข้นั ตอนต่างๆ ดังน้ี ◦กำหนดวัตถปุ ระสงค์ของงำน เพื่อพจิ ำรณำวำ่ โปรแกรมตอ้ งทำกำร ประมวลผลอะไรบ้ำง ◦พิจำรณำข้อมลู นำเขำ้ เพือ่ ใหท้ รำบว่ำจะต้องนำขอ้ มลู อะไรเขำ้ คอมพิวเตอร์ ข้อมูลมีคุณสมบัตเิ ป็นอย่ำงไร ตลอดจนถงึ ลักษณะและ รูปแบบของขอ้ มลู ที่จะนำเข้ำ ◦พิจำรณำกำรประมวลผล เพอื่ ใหท้ รำบวำ่ โปรแกรมมีข้ันตอนกำร ประมวลผลอยำ่ งไรและมเี งอ่ื นไปกำรประมวลผลอะไรบำ้ ง ◦พิจำรณำข้อสนเทศนำออก เพอ่ื ใหท้ รำบว่ำมขี อ้ สนเทศอะไรทจี่ ะแสดง ตลอดจนรูปแบบและสื่อทจ่ี ะใช้ในกำรแสดงผล
การออกแบบโปรแกรม กำรออกแบบข้ันตอนกำรทำงำนของโปรแกรมเป็นขนั้ ตอนท่ี ใช้ เป็นแนวทำงในกำรลงรหสั โปรแกรม ผ้อู อกแบบขน้ั ตอนกำร ทำงำนของโปรแกรมอำจใชเ้ ครอ่ื งมอื ตำ่ งๆ ชว่ ยในกำรออกแบบ อำทิ เชน่ คำส่งั ลำลอง (Pseudocode) หรือ ผงั งำน (Flow chart) กำรออกแบบโปรแกรมน้นั ไมต่ ้องพะวงกับรูปแบบคำสัง่ ภำษำคอมพิวเตอร์ แต่ให้มุง่ ควำมสนใจไปทลี่ ำดบั ขั้นตอนในกำร ประมวลผลของโปรแกรมเท่ำนั้น
การเขียนโปรแกรมดว้ ยภาษาคอมพวิ เตอร์ กำรเขียนโปรแกรมเปน็ กำรนำเอำผลลัพธข์ องกำรออกแบบ โปรแกรม มำเปลีย่ นเป็นโปรแกรมภำษำคอมพวิ เตอร์ภำษำใดภำษำหนง่ึ ผเู้ ขียนโปรแกรมจะตอ้ งให้ควำมสนใจตอ่ รูปแบบคำสัง่ และกฎเกณฑ์ของ ภำษำที่ใช้ เพือ่ ให้กำรประมวลผลเปน็ ไปตำมผลลพั ธท์ ไี่ ดอ้ อกแบบไว้ นอกจำกนัน้ ผูเ้ ขียนโปรแกรมควรแทรกคำอธิบำยกำรทำงำนต่ำงๆ ลงใน โปรแกรมเพ่ือให้โปรแกรมนัน้ มีควำมกระจำ่ งชดั และง่ำยต่อกำรตรวจสอบ และ โปรแกรมนยี้ งั ใชเ้ ปน็ ส่วนหนึง่ ของเอกสำรประกอบ
การทดสอบและแก้ไขโปรแกรม กำรทดสอบโปรแกรมเป็นกำรนำโปรแกรมท่ีลงรหสั แล้วเข้ำ คอมพิวเตอร์ เพ่อื ตรวจสอบรปู แบบกฎเกณฑข์ องภำษำ และผลกำรทำงำนของ โปรแกรมน้นั ถำ้ พบวำ่ ยังไมถ่ ูกก็แกไ้ ขใหถ้ กู ต้องต่อไป ขั้นตอนกำรทดสอบและ แกไ้ ขโปรแกรม อำจแบง่ ไดเ้ ปน็ 3 ขนั้ ◦ สร้ำงแฟม้ เกบ็ โปรแกรมซงึ่ สว่ นใหญน่ ิยมนำโปรแกรมเขำ้ ผำ่ นทำงแปน้ พมิ พ์โดย ใช้โปรแกรมประมวลคำ ◦ ใช้ตวั แปลภำษำคอมพวิ เตอรแ์ ปลโปรแกรมทีส่ ร้ำงขึน้ เป็นภำษำเครื่อง โดย ระหวำ่ งกำรแปลจะมีกำรตรวจสอบควำมถูกตอ้ งของรูปแบบและกฎเกณฑใ์ นกำร ใชภ้ ำษำ ถำ้ คำส่ังใดมีรูปแบบไมถ่ กู ตอ้ งก็จะแสดงข้อผิดพลำดออกมำเพ่อื ให้ ผูเ้ ขยี นนำไป แก้ไขต่อไป ถำ้ ไมม่ ีข้อผิดพลำด เรำจะไดโ้ ปรแกรมภำษำเครือ่ งท่ี สำมำรถใหค้ อมพวิ เตอร์ประมวลผลได้ ◦ ตรวจสอบควำมถูกตอ้ งของกำรประมวลผลของโปรแกรม โปรแกรมทถ่ี ูกต้องตำม รปู แบบและกฎเกณฑ์ของภำษำ แตอ่ ำจใหผ้ ลลพั ธ์ของกำรประมวลผลไม่ถกู ตอ้ ง กไ็ ด้ ดงั นน้ั ผู้เขียนโปรแกรมจำเป็นตอ้ งตรวจสอบว่ำโปรแกรมประมวลผลถูกต้อง ตำมตอ้ ง กำรหรือไม่ วิธีกำรหนงึ่ ก็คือ สมมตขิ อ้ มลู ตวั แทนจำกข้อมลู จรงิ นำไป ใหโ้ ปรแกรมประมวลผลแลว้ ตรวจสอบผลลพั ธ์ ว่ำถกู ตอ้ งหรอื ไม่ ถำ้ พบว่ำไม่ ถูกตอ้ งก็ตอ้ งดำเนนิ กำรแก้ไขโปรแกรมต่อไป กำรสมมตขิ ้อมลู ตวั แทนเพื่อกำร ทดสอบเปน็ สง่ิ ท่ีมีควำมสำคญั เปน็ อยำ่ งมำก ลกั ษณะของขอ้ มลู ตัวแทนทด่ี ีควรจะ สมมติทงั้ ข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลท่ีผดิ พลำด เพือ่ ทดสอบว่ำโปรแกรมท่ี พัฒนำขนึ้ สำมำรถครอบคลุมกำรปฏบิ ัติงำนในเง่อื นไข ตำ่ งๆ ได้ครบถว้ น นอกจำกนอ้ี ำจตรวจสอบกำรทำงำนของโปรแกรมด้วยกำรสมมตติ วั เองเปน็ คอมพิวเตอร์ที จะประมวลผล แลว้ ทำตำมคำส่งั ทีละคำสัง่ ของโปรแกรมนัน้ ๆ วิธกี ำรน้อี ำจทำได้ยำกถ้ำโปรแกรมมีขนำดใหญ่ หรือมีกำรประมวลผลที่ซบั ซอ้ น
การทาเอกสารประกอบโปรแกรม กำรทำเอกสำรประกอบโปรแกรมเป็นงำนทีส่ ำคัญของกำรพฒั นำ โปรแกรม เอกสำรประกอบโปรแกรมช่วยใหผ้ ใู้ ชโ้ ปรแกรมเข้ำใจวัตถุประสงค์ ข้อมลู ทจ่ี ะต้องใชก้ บั โปรแกรม ตลอดจนผลลพั ธ์ที่จะไดจ้ ำกโปรแกรม กำรทำ โปรแกรมทกุ โปรแกรมจึงควรต้องทำเอกสำรกำกบั เพ่ือใชส้ ำหรบั กำรอ้ำงองิ เมอ่ื จะใชง้ ำนโปรแกรมและเมอื่ ตอ้ งกำรแกไ้ ขปรับปรุง โปรแกรม เอกสำรประกอบ โปรแกรมท่จี ัดทำ ควรประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้ ◦ วัตถุประสงค์ ◦ ประเภทและชนิดของคอมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณ์ท่ใี ช้ในโปรแกรม ◦ วธิ กี ำรใชโ้ ปรแกรม ◦ แนวคิดเกย่ี วกบั กำรออกแบบโปรแกรม ◦ รำยละเอียดโปรแกรม ◦ ขอ้ มลู ตัวแทนทใี่ ช้ทดสอบ ◦ ผลลัพธ์ของกำรทดสอบ
การบารุงรักษาโปรแกรม เม่ีอโปรแกรมผ่ำนกำรตรวจสอบตำมขน้ั ตอนเรียบรอ้ ยแล้ว และ ถกู นำมำใหผ้ ใู้ ชไ้ ดใ้ ชง้ ำน ในชว่ งแรกผ้ใู ช้อำจจะยงั ไม่ค้นุ เคยกอ็ ำจทำใหเ้ กิด ปญั หำข้นึ มำบ้ำง ดงั น้ันจงึ ต้องมผี ้คู อยควบคุมดูแลและคอยตรวจสอบกำร ทำงำน กำรบำรุงรกั ษำโปรแกรมจงึ เป็นข้ันตอนท่ีผเู้ ขียนโปรแกรมต้องคอย เฝ้ำดแู ละหำ ข้อผดิ พลำดของโปรแกรมในระหว่ำงทผี่ ้ใู ชใ้ ช้งำนโปรแกรม และปรบั ปรุงโปรแกรมเม่อื เกิดขอ้ ผดิ พลำดขึ้น หรอื ในกำรใช้งำนโปรแกรม ไปนำนๆ ผูใ้ ชอ้ ำจต้องกำรเปล่ียนแปลงกำรทำงำนของระบบงำนเดิม เพื่อใหเ้ หมำะกับ เหตุกำรณ์ นักเขียนโปรแกรมก็จะตอ้ งคอยปรับปรุงแก้ไข โปรแกรมตำมควำมต้องกำรของผูใ้ ชท้ ่ี เปลี่ยนแปลงไปน่นั เอง
อำ้ งองิ ◦https://www.rw.ac.th/jetavat/?web=les01.3
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: