ฅน รกั ษแ์ มธ่ รณี เล้ียงดนิ ...ใหด้ ิน...เลย้ี งพืช
แฅมน่ธรรักณษ์ี
“...การปรบั ปรุงทีด่ ินนนั้ ตอ้ งอนรุ กั ษ์ผิวดินซง่ึ มีความสมบรู ณ์ไว้ ไม่ให้ไถหรอื ลอกหน้าดนิ ทิง้ ไปสงวนไม้ยืนตน้ ที่ยังเหลอื อยู่ เพื่อท่ีจะรกั ษาความชมุ่ ชน้ื ของผนื ดิน...” พระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั ฯ เกย่ี วกบั การอนุรักษ์ดนิ
เลี้ยงดิน ให้ดิน เลี้ยงพืช feed the soil and let the soil feed the plant ในชว่ ยระยะเวลาเกอื บ ๓๐ ปีท่ีผ่านมา การเพิม่ ผลผลิตและรายได้ของ ประเทศมาจากการขยายพ้นื ทก่ี ารเพาะปลูกมากกวา่ การเพ่มิ ผลผลิตตอ่ หน่วยพื้นท่ีจนถึงขณะน้ีประมาณได้ว่าพ้ืนที่ท่ีเหมาะสมต่อการเกษตร- กรรมไดใ้ ชไ้ ปจนเกือบหมด และพยายามหาพ้ืนที่ชดเชยดว้ ยการอพยพ โยกยา้ ยเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พน้ื ทปี่ ่าไมถ้ กู ทำลายเพิม่ มากขน้ึ เพราะการใช้ที่ดินกันอย่างขาดความระมัดระวังและไม่มีการบำรุงรักษา ซึ่งทำให้เกดิ ความเสอื่ มโทรม
ากปัญหาดังกล่าวพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หวั ฯ ทรงพระราชทาน พระราชดำริให้จัดตั้ง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอัน เน่ืองมาจากพระราชดำริขึ้นเพื่อทำการ ศึกษา ค้นควา้ เก่ียวกับการสรา้ งระบบ อนรุ ักษด์ ินและนำ้ เปน็ ตวั อย่างในการ ป้องกันการชะลา้ งพงั ทลายของดิน การ ขยายพันธ์ุพืชเพ่ืออนุรักษ์ดินและบำรุง ดนิ รวมถึงศูนย์ศึกษาการพฒั นาพิกลุ ทองอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มี วตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ในการศกึ ษาและพฒั นา พนื้ ทีพ่ รุ ซง่ึ เปน็ ดินเปร้ียวใหเ้ ปน็ ดินทม่ี ี นำ้ เพื่อการอปุ โภคบริโภค เปน็ แหลง่ คณุ ภาพ สามารถทำการเพาะปลกู ได้ สำหรับการพักผอ่ นหยอ่ นใจ และเป็น ตลอดจนการทำแปลงสาธิตการพัฒนา ท่ตี าย กล่าวได้วา่ ดนิ เปน็ ทรพั ยากรข้ัน ทด่ี นิ แกเ่ กษตรกร ในบางพน้ื ทท่ี ม่ี ปี ญั หา มูลฐานเป็นตัวการให้มนุษย์เก็บเกี่ยวผล ในการพฒั นาปรบั ปรงุ ดนิ เสอ่ื มโทรมดว้ ย ประโยชน์จากทรัพยากรอื่นๆ ได้เพม่ิ สาเหตุต่างๆ เช่น ดนิ เปร้ียว ดนิ ทราย มากขึน้ อยา่ งมหาศาล ดังจะเหน็ ได้จาก ดนิ เค็ม ดนิ ดาน ฯลฯ ทั้งน้ี เพ่ือใหพ้ ื้นท่ี การท่ีทรัพยากรดินเป็นตัวกลางในการ ท่ีมปี ญั หาเร่ืองดินทั้งหลาย สามารถใช้ กอ่ ปฏกิ ริ ยิ ารว่ มระหวา่ งอากาศ แสงแดด ประโยชน์ทางการเกษตรได้ และนำ้ สง่ ผลดตี ่อการเจรญิ เตบิ โตของ 5 ฅนรักษแ์ มธ่ รณี ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติท่ีมี พชื พรรณตา่ งๆ และมนษุ ยไ์ ดร้ บั ผลประ- ความสำคัญอย่างย่ิงต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก โยชนจ์ ากทรพั ยากรเหลา่ น้ี โดยผา่ นสตั ว์ โดยเฉพาะมนุษย์ได้ใช้ทรัพยากรดินเป็น ทก่ี นิ พชื หรอื อาจไดร้ บั โดยการกนิ พชื นน้ั ทอ่ี ยอู่ าศยั เปน็ แหลง่ ผลติ อาหาร เครอ่ื ง โดยตรง น่งุ หม่ และยารักษาโรค เปน็ แหลง่ เก็บ
มนุษย์เราจะใช้ท่ีดินเพื่อสนอง เป็นพิษกับสิง่ แวดลอ้ ม จงึ เปน็ วธิ กี ารท่ี ความตอ้ งการของตนตลอดเวลา และนบั ผิดธรรมชาติและทำลายธรรมชาติซึ่งจะ วนั จะถกู ใชห้ นกั ข้ึนเรอื่ ยๆ จนทกุ วนั นี้ ก่อให้เกดิ ปัญหาในอนาคต สภาพความสมดุลของดินในหลายพื้นที่ การเกษตรที่ไม่ทำลายธรรมชาติ ของโลกได้เปล่ยี นแปลงไป การใชท้ ่ีดิน ไม่ปอกเปลือกเปลอื ยดนิ ไม่เผา ไมใ่ ช้ ผดิ ประเภท การทำลายผวิ ดนิ ในรปู แบบ สารเคมีท่เี ปน็ อนั ตรายต่อสิ่งมชี ีวติ เปน็ ตา่ งๆ เชน่ การทำไรเ่ ลอ่ื นลอย การตดั ไม้ พิษกับส่ิงแวดล้อม อันเป็นแนวทางของ ทำลายปา่ การใชป้ ยุ๋ เคมี ลว้ นสง่ ผลกระ- หลกั กสกิ รรมธรรมชาติ ทใ่ี หค้ วามสำคญั ทบต่อสภาวะแวดล้อมอ่นื ๆ ในระบบ กับการปรับปรุงบำรุงดินเป็นอันดับแรก นิเวศดว้ ย และถอื เปน็ หวั ใจสำคัญ เพราะถอื วา่ ดิน การทำการเกษตรของเกษตรกร เป็นต้นกำเนิดของชีวิตสังคมไทยในอดีต ไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็เช่นเดียวกัน ให้ความสำคัญของดินด้วยความเคารพ มกี าร “ปอกเปลอื กเปลอื ยดนิ ” การเผา บูชาดนิ เสมือน “แม”่ เรยี ก “พระแม่ การใชส้ ารเคมที เ่ี ปน็ อนั ตรายตอ่ สง่ิ มชี วี ติ ธรณี” การให้ความรักและเอาใจใส่พระ
แมธ่ รณี โดยการหม่ ดนิ หรอื การคลมุ ดิน “เลี้ยงดินไม่เปลือยดิน โดยใช้ฟาง เศษหญ้า หรือ เศษพชื ผลทางการเกษตรท่สี ามารถย่อย ให้ดินสลายได้เองตามธรรมชาติ และการปรงุ อาหารเลย้ี งดนิ โดยการใสป่ ยุ๋ อนิ ทรยี ช์ วี - เลี้ยงพืช”ภาพลงไปเพอ่ื ใหเ้ ปน็ อาหารของดนิ แลว้ ดินจะปลดปลอ่ ยธาตอุ าหารใหพ้ ืช โดย กระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ เรียกหลกั การน้วี า่ “เลย้ี งดิน ให้ดนิ สขุ ภาพจิตทีด่ ี จงึ มีการใหน้ ยิ ามของการ เลย้ี งพชื (feed the soil and let ปฏิบัติเชน่ นีว้ ่า “คนื ชีวิตให้แผ่นดิน” the soil feed the plant)” การ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญู ปฏิบัติเช่นนี้จะทำให้ดินกลับมามีชีวิต กตเวที ของ “ลูก” (มนุษย)์ ทีม่ ตี ่อ “แม”่ พืชที่ปลูกก็จะเจริญเติบโตแข็งแรงให้ (ธ่ รณี) ผลผลติ ดี ตน้ ทนุ ในการผลติ ลดลง รวมถงึ การทีผ่ ูผ้ ลติ และผบู้ ริโภค มสี ขุ ภาพกาย
ปยุ๋ อนิ ทรียช์ ีวภาพ หมายถึง สารธรรมชาตทิ ไ่ี ดจ้ าก สร้างอาหารกวา่ ๙๓ ชนิดแก่พชื กระบวนการหมักบ่มวัตถุดิบจากธรรม ๓. ชว่ ยปรบั ปรงุ คณุ สมบตั ิ และโครงสรา้ ง ชาติตา่ งๆ ทั้งพืช และสตั ว์จนสลายตวั ดินให้ดีขึ้น สมบรู ณเ์ ปน็ ฮวิ มสั วติ ามนิ ฮอรโ์ มน และ ๔. ช่วยดูดซบั หรือดูดยึดธาตุอาหารไว้ สารธรรมชาตติ า่ งๆ ซง่ึ เปน็ ทง้ั อาหารของ ใหแ้ ก่พืช ดิน ตัวเร่งการทำงานของส่งิ มชี วี ติ เลก็ ๆ ๕. ชว่ ยปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ทอ่ี าศยั อยใู่ นดนิ และอาศยั อยปู่ ลายราก ของดินให้อยู่ในระดับที่เหมาะแก่การ ของพืชท่ีสามารถสร้างธาตุอาหารกว่า เจริญเตบิ โตของพืช 8 ๙๓ ชนดิ ใหแ้ ก่พชื ๖. ชว่ ยกำจัด และต่อตา้ นเชอื้ จุลินทรีย์ ฅนรกั ษ์แมธ่ รณี ที่กอ่ โรคต่างๆ ประโยชนข์ องปุ๋ยอนิ ทรยี ์ชวี ภาพ ๗. ทำใหพ้ ชื สามารถสรา้ งพษิ ไดเ้ อง ชว่ ย ๑. เป็นอาหารของสงิ่ มีชีวิตในดิน เช่น ใหต้ ้านทานโรคและแมลงได้ดี แบคทีเรีย เชื้อรา และแอคติโนมยั ซีส มลู นธิ กิ สกิ รรมธรรมชาติ ไดร้ วบ- ๒. ใหธ้ าตอุ าหาร และกระตนุ้ ใหจ้ ลุ นิ ทรยี ์ รวมข้อมูลประสบการณ์จากการปฏิบัติ
ของเกษตรกร ผลสรปุ ของนกั วิชาการ จากพระราชดำริ จ.นครราชสมี า เปน็ ตน้ และจากการปฏิบัติอย่างจริงจังภายใน และไดข้ อ้ มูลทน่ี ่าสนใจดงั น้ี ศนู ยก์ สกิ รรมธรรมชาตมิ าบเออ้ื ง จ.ชลบรุ ี และเครอื ขา่ ยจากภมู ภิ าคตา่ งๆ เชน่ ศนู ย์ สูตรปุ๋ยอนิ ทรีย์ชีวภาพและปุ๋ยนำ้ หมกั เรียนรูช้ มุ ชนกลุ่มป๋ยุ ชีวภาพ อ.ทา่ ใหม่ อนิ ทรยี ช์ วี ภาพ จ.จนั ทบรุ ,ี งานวชิ าการเกษตร ศนู ยศ์ กึ ษา การพฒั นาอา่ วคงุ้ กระเบนอนั เนอ่ื งมาจาก สตู รหญ้าผสมขี้ไก่ พระราชดำริ จ.จันทบรุ ,ี ศูนยก์ สิกรรม สว่ นประกอบ สมุนไพรไทวังจนั ทร์ จ.ระยอง, ศูนยก์ สิ- - หญ้าสด ๕๐ กก. 9 ฅนรกั ษแ์ มธ่ รณี กรรมธรรมชาตมิ ลู นิธใิ ต้รม่ เยน็ จ.สตลู , - ข้ไี ก่ ๕ กก. สวนผักปลอดสารพิษมาแซนเทพา ไม่ควรเลือกไก่ที่กินยาปฏิชีวนะ จ.สงขลา, ชมรมกสกิ รรมธรรมชาตชิ มุ พร เพราะจะทำให้มีกลิ่นเหม็นเน่าและเป็น คาบานา่ จ.ชุมพร และโครงการส่งเสริม อันตรายต่อจุลินทรยี ์ในดิน และท่ีปลาย กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวอันเน่อื งมา รากพชื
วธิ ีทำ - นำ้ ตาลแดงหรือกากน้ำตาล ๑ กก. นำหญ้าสด ๑๐ กก. ใส่ลงใน - นำ้ สะอาด ๑ –๑๐ ลติ ร (แลว้ แต่ ถงั หมกั พลาสตกิ ขนาด ๒๐๐ ลิตร ย่ำให้ เศษอาหารมีนำ้ มากหรือไม)่ แน่น (จะสงู ประมาณ ๒๐ ซม.) โรยข้ีไก่ - หัวเช้ือจลุ นิ ทรียเ์ ขม้ ขน้ ๑ ลติ ร หมาดๆ ๑ กก. ทบั ลงบนหญา้ ทำซำ้ เช่นเดมิ อีก ๔ ช้นั ปดิ ฝาเก็บไว้ในที่รม่ วธิ ีทำ จากน้ันบม่ ไวป้ ระมาณ ๔๕ วนั ขนึ้ ไปจะ นำเศษอาหาร ๓ กก. ใสล่ งในถงั ไดป้ ยุ๋ นำ้ เข้มขน้ คุณภาพดี พลาสติก แยกผสมนำ้ กับนำ้ ตาลให้เข้า กนั เป็นเนอ้ื เดียว เตมิ หัวเชอ้ื จลุ นิ ทรีย์ 10 วธิ ใี ช้ ผสมนำ้ ๑:๒๐๐-๕๐๐รดดนิ หรอื เขม้ ข้นลงไป จากน้ันนำไปเททบั ลงในถงั ทใ่ี สเ่ ศษอาหารใหท้ ว่ั ปดิ ฝาใหส้ นทิ ไมใ่ ห้ ฅนรักษ์แมธ่ รณี ผสมนำ้ ๑:๓๐๐-๑๐๐๐ ฉดี ลำตน้ และใบ แสงและอากาศเขา้ ได้ บม่ ทง้ิ ไวป้ ระมาณ ๙๐ วนั จะได้ปุ๋ยน้ำคณุ ภาพดี กลน่ิ หอม สตู รเศษอาหาร (ป๋ยุ คน) รสเปรีย้ ว (pH ประมาณ ๓) ส่วนประกอบ หมายเหตุ ปริมาณสว่ นผสมต่างๆ ปรับ - เศษอาหารในครัวเรอื น ๓ กก. ไดต้ ามส่วน
วิธีใช้ บนเศษผกั ผลไม้ในถงั ใหท้ ั่ว ใช้ไม้ไผ่ขัด ผสมนำ้ ๑:๑๐๐-๔๐๐ รดโคนหรอื กดให้เศษผกั จมน้ำ ปิดฝาใหส้ นิท ไมใ่ ห้ ผสมนำ้ ๑:๒๐๐-๑๐๐๐ ฉดี ลำตน้ และใบ แสงและอากาศเขา้ บ่มทิ้งไว้ในที่รม่ ๙๐ วนั เปน็ อยา่ งนอ้ ย กจ็ ะไดป้ ยุ๋ นำ้ คณุ ภาพ สูตรพชื ผกั ดกี ล่นิ หอม และรสเปรี้ยว (pH ๓.๓) สว่ นประกอบ เหมาะสำหรับรดพชื ผักทกุ ชนิด - เศษพชื ผกั ผลไมท้ กุ ชนดิ ๓ กก. หมายเหตุ ถา้ ตอ้ งการรดผักชนิดไหนให้ - นำ้ ตาลแดงหรือกากน้ำตาล ๑ กก. ใชผ้ กั ชนิดนัน้ หมักเป็นหลกั รว่ มกบั พชื - น้ำสะอาด ๑๐ ลิตร ผกั ท่ชี อบขึ้นรว่ มกบั ผักชนดิ นน้ั “...ที่จริงดินลูกรังก็มีธาตุอาหาร แต่ที่ต้นไม้ไม่โตเพราะไม่มีจุลินทรีย์...” พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ - หวั เชอ้ื จลุ ินทรยี ์เข้มขน้ ๑ ลติ ร วิธีใช้ ผสมน้ำ ๑:๑๐๐ รดดนิ หรือผสม 11 ฅนรักษ์แมธ่ รณี วิธีทำ น้ำ ๑ : ๒๐๐-๔๐๐ ฉีดพ่นใบและลำตน้ นำเศษผกั ผลไมส้ บั ใหเ้ ปน็ ชน้ิ เลก็ ๆ ใสใ่ นถงั พลาสตกิ แยกผสมนำ้ กบั นำ้ ตาล สูตรหอยเชอร่ีหรอื สตู รปลา ให้เขา้ กนั เปน็ เนื้อเดยี ว เตมิ หวั เช้อื จุลนิ - สว่ นประกอบ ทรยี ์เขม้ ขน้ ลงไป จากน้ันนำไปเททบั ลง - หอยเชอร่หี รอื ปลาสด ๓ กก.
- น้ำตาลทรายแดงหรือกากนำ้ ตาล รม่ ประมาณ ๙๐ วัน เป็นอยา่ งน้อย ๑ กก. หมายเหตุ ไม่ควรใช้สูตรหอยเชอร่หี รอื - นำ้ สะอาด ๑๐ ลิตร สูตรปลาเพียงอยา่ งเดียว ควรใชร้ ว่ มกับ - หวั เช้อื จุลินทรีย์เขม้ ข้น ๑ ลติ ร สูตรพชื ผัก หรือสตู รสมุนไพรดว้ ย วิธีทำ ป๋ยุ นำ้ หมกั แหง้ อนิ ทรีย์ชีวภาพ นำหอยเชอรี่หรอื ปลามาสบั ทบุ (ชนดิ ผง) หรือบดใหพ้ อแหลก แยกผสมนำ้ นำ้ ตาล และหวั เชอ้ื จลุ นิ ทรยี เ์ ขม้ ขน้ ใหเ้ ขา้ เปน็ เนอ้ื สูตรมลู สตั ว์ เดยี วกนั แล้วเททบั ลงบนหอยเชอรี่หรอื ส่วนประกอบ ปลาในถงั ใชไ้ มไ้ ผข่ ดั กดใหห้ อยเชอรห่ี รอื - มูลสตั ว ์ ๑ กระสอบ ปลาจมลงในน้ำ จากน้ันปดิ ฝาให้สนทิ - แกลบ เศษใบไม้ หรอื ซงั ข้าวโพด ไมใ่ ห้แสง และอากาศเข้า บม่ ท้ิงไว้ในท่ี ๑ กระสอบ
- ขี้เถา้ แกลบ ๑ กระสอบ ทดลองกำดจู ะเกาะกันเป็นก้อนได้แต่ไม่ - รำออ่ น ๑ กระสอบ เหนยี ว และเมอ่ื ปลอ่ ยทง้ิ ลงพน้ื จากความ - น้ำสะอาด ๑๐ ลติ ร (ถา้ วัตถดุ ิบ สงู ประมาณ ๑ เมตร กอ้ นปยุ๋ จะแตกแต่ แหง้ มากกส็ ามารถเพิม่ ปริมาณข้ึน) ยังมรี อยนิว้ มือเหลอื อยู่ - หัวเชอ้ื จลุ ินทรียเ์ ขม้ ข้น ๑ ลิตร ๓) คลกุ เคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั ดี ตกั ปยุ๋ ใสก่ ระสอบ และมดั ปากถงุ ใหแ้ นน่ วิธที ำ ๔) กองกระสอบปยุ๋ ซอ้ นกนั เปน็ ชน้ั ๆ และ ๑) นำมูลสตั ว์ แกลบ ข้ีเถา้ แกลบ และ ควรวางกระสอบแตล่ ะตง้ั ใหห้ า่ งกนั เพอ่ื 13 ฅนรกั ษแ์ มธ่ รณี รำอ่อนมาผสมคลุกเคล้าให้เข้าเป็นเน้ือ ให้ความร้อนสามารถระบายออกได้ทั้ง เดียวกัน ๔ ด้าน เพอ่ื ไมต่ อ้ งกลับกระสอบทุกวนั ๒) ผสมน้ำ กบั หวั เช้อื จุลินทรีย์เข้มขน้ ให้ ๕) ทิ้งไวป้ ระมาณ ๕-๗ วนั ตรวจดูวา่ มี เข้ากนั รดลงบนกองวัสดุ และผสมให้ กล่ินหอมและไมม่ ีไอร้อน กส็ ามารถนำ เขา้ กนั จนมคี วามชน้ื ประมาณ ๓๕% โดย ไปใชง้ านและเกบ็ รักษาไว้ได้นาน
วิธีใช้ ข้อแนะนำ ควรใช้ต้ังแต่ในขั้นตอนของการ ในการใช้ปุ๋ยหมักแห้งอินทรีย์ เตรียมดินโดยผสมคลุกเคล้ากับดินใน ชวี ภาพใหไ้ ดผ้ ลดนี น้ั หลงั จากหวา่ นหรอื แปลง เสรจ็ แลว้ คลมุ ดินด้วยฟาง ใบไม้ คลกุ ผสมปยุ๋ หมกั แหง้ กบั ดนิ แลว้ ควรคลมุ หรือกง่ิ ไม้ และควรหมกั ดินท้งิ ไว้ ๗ วัน ดินดว้ ยฟาง เศษหญา้ หรือเศษใบไม้ จึงจะเรม่ิ ลงมือปลูกพชื (ในกรณีทีเ่ ป็น จากนั้นใช้ปุ๋ยน้ำหมักอินทรีย์ชีวภาพรด 14 นาขา้ ว พชื ไร่ และพืชผัก) ลงไป ในอตั ราส่วน ๑ : ๒๐๐ จะชว่ ยให้ ดนิ รว่ นซยุ และฟขู น้ึ ทำใหร้ ากพชื เตบิ โต ฅนรักษ์แมธ่ รณี อตั ราการใช้ ได้ดี - นาข้าว ๒๐๐ กก. ตอ่ ๑ ไร่ - พชื ไร/่ ผกั ๒ กำมอื ตอ่ ๑ ตารางเมตร - ไม้ยนื ตน้ พืชสวน ๑ กก. ต่อ ๑ ตารางเมตร
แฅมน่ธรรักณษ์ี เจ้าของ มูลนธิ กิ สิกรรมธรรมชาติ ทปี่ รกึ ษา ดร. วิวฒั น์ ศัลยกำธร, ธรี ะ วงษ์เจรญิ , ปญั ญา ปุลิเวคนิ ทร์, พงศา ชูแนม, บัวพันธ์ บญุ อาจ, ประยงค์ อัฒจักร, ไตรภพ โคตรวงษา และทนิ กร ปาโท เรียบเรียง ดร. สาคร สร้อยสังวาลย์, เรงิ ฤทธิ์ คงเมอื ง ภาพประกอบ เริงฤทธิ์ คงเมอื ง รูปเล่ม ศิริพร พรศริ ิธเิ วช จดั พิมพแ์ ละเผยแพร่ กรมส่งเสรมิ การเกษตร ๒๑๔๓/๑ ถนน พหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ๑๐๙๐๐ พมิ พ์ท่ี โรงพมิ พต์ ะวันออก
มูลนธิ กิ สกิ รรมธรรมชาติ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมบู่ า้ นสมั มากร แขวงสะพานสงู เขตสะพานสูง กรงุ เทพฯ ๑๐๒๔๐ โทรศัพท์/โทรสาร ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ อเี มล์ [email protected] เวปไซด์ http://www.agrinature.or.th
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: