Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Cycle Diagram and Simple Saturated Cycle

Cycle Diagram and Simple Saturated Cycle

Published by somwang mikaval, 2019-09-01 06:36:34

Description: Cycle Diagram and Simple Saturated Cycle

Search

Read the Text Version

1 Cycle Diagram and Simple Saturated Refrigerating Cycle 1.1 Cycle Diagram (แผนภาพแสดงวฎั จกั รของระบบทาความเยน็ ) เป็นแผนภาพทใ่ี ชศ้ กึ ษาการ ทางานของวฎั จกั รทาความเยน็ อกี วธิ หี น่ึง งา่ ยต่อการทาความเขา้ ใจ และเหน็ ภาพไดช้ ดั เจน ตลอดจนทา ใหเ้ ขา้ ใจถงึ การเปลย่ี นแปลงและความสมั พนั ธข์ องแตล่ ะกรรมวธิ ใี นวฏั จกั ร แผนภาพทจ่ี ะนามาใชศ้ กึ ษาคอื แผนภาพ Pressure – Enthalpy หรอื Ph Diagram ใชว้ เิ คราะหเ์ พ่อื คานวนและหาคา่ ตวั เลขต่างๆ ทต่ี อ้ งการ บางครงั้ จะเรยี กแผนภาพโมลเลยี ( Mollier Diagram) เน้ือหาใน เรอ่ื งน้ีจะเรยี กชน้ิ ส่วนหรอื ช่อื อน่ื ใดดว้ ยวธิ ที บั ศพั ทเ์ พ่อื ใหง้ า่ ยต่อความเขา้ ใจและไมส่ บั สน 1.2 The Pressure –Enthalpy Diagram (แผนภาพความดนั -เอน็ ทอลฟ้ี) หรอื Mollier Diagram นยิ ม เรยี กสนั้ ๆวา่ Ph chart ณ จดุ ใดจุดหน่งึ ในวฎั จกั รทาความเยน็ แสดงแทนไดด้ ว้ ยจุด ณ ตาแหน่งหน่ึงบน Ph chart และถ้าเราทราบคณุ สมบตั ิ (Property) ของสารความเยน็ สกั สองอยา่ ง เรากอ็ าจกาหนดตาแหน่งของ จุดซง่ึ แสดงแทนสภาวะของสารความเยน็ น้ไี ด้ และทาใหท้ ราบคณุ สมบตั อิ ่นื ๆ เพอ่ื นามาใชค้ านวณหา ผลตา่ งๆ ทต่ี อ้ งการไดเ้ ชน่ กนั ทงั้ น้โี ดยอา่ นค่าคณุ สมบตั ติ า่ งๆ ท่ตี าแหน่งนโ้ี ดยตรงจาก Ph chart โครงสรา้ งของ Ph chart จะแบ่งพน้ื ทอ่ี อกเป็น 3 สว่ น ซง่ึ แยกออกจากกนั ดว้ ยเสน้ โคง้ 2เสน้ คอื เสน้ โคง้ แสดงสภาวะของของเหลวอมิ่ ตวั (Saturated liquid cureve) และเสน้ โคง้ แสดงสภาวะของไออมิ่ ตวั (Saturated vapor cureve) พน้ื ทท่ี างดา้ นซา้ ยของ Saturated liquid cureve ใน Ph chart เราเรยี กวา่ แถบ หรอื ดา้ นทแ่ี สดงสภาวะเยน็ กวา่ ปกติ (Subcooled region) ซง่ึ ทุกๆจดุ บนพน้ื ท่ี Subcooled น้ี สารความ เยน็ จะมสี ถานะเป็นของเหลว ส่วนพน้ื (Superheated region) ซง่ึ ทุกๆ จุดบนพน้ื ทท่ี างดา้ นน้ี สารความ เยน็ จะมสี ถานะเป็นไอทร่ี อ้ นจดั เหนือปรกติ (Superheat vapor) สว่ นพน้ื ทแ่ี ถบกลาง ระหวา่ งเสน้ Saturated liquid cureve กบั เสน้ Saturated vapor cureve ทกุ ๆ จดุ บนพน้ื ทใ่ี นระหวา่ งเสน้ โคง้ สองเสน้ น้ี สารความเยน็ จะอยใู่ นสภาวะของเหลวกบั ไอผสมกนั (Liquid vapor mixture)

2 เสน้ ตา่ งๆ ใน Ph chart 1. เสน้ constant pressure (p)หรอื เสน้ ความดนั คงท่ี เป็นเสน้ ตรงขนานแกนนอน 2. เสน้ constant enthalpy (h) เป็นเสน้ ตงั้ ฉากแนวนอน อา่ นค่าไดจ้ ากตวั เลขดา้ นลา่ ง 3. เสน้ constant temperature (t) 4. เสน้ constant entropy (s) 5. เสน้ constant volume (v) 6. เสน้ saturated liquid cureve 7. เสน้ saturated vapor cureve 8. เสน้ constant quality (x) คา่ คุณสมบตั ติ ่างๆ ของสารความเยน็ ทส่ี าคญั ๆ ในวฎั จกั รทาความเยน็ เราอาจหาไดโ้ ดยตรงจาก Ph chart ตวั อยา่ ง The Simple Saturated Refrigerating Cycle กาหนดสภาวะการทางานท่ี - ความดนั ในการกลายเป็นไอ (vaporizing pressure) ในอีวาปอเรเตอร์ 35.75 psig - ความดนั ในการควบแน่น (condensing pressure) ในคอนเดนเซอร์ 131.6 psig B C E D A แผนภาพ Ph chart แผนภาพแสดงการไหลของสารความเย็น

3 ทจ่ี ดุ A สารความเยน็ จะมสี ถานะเป็นของเหลวอม่ิ ตวั ตามความดนั และอณุ หภมู ใิ นการควบแน่น และคณุ สมบตั ติ า่ งๆ ของสารความเยน็ ทจ่ี ดุ น้ี ตามตารางเป็นดงั น้ีคอื P = 131.6 psig t = 100 F h = 31.16 Btu/lb s = 0.06316 Btu/lb/F v = 0.0127 cu.ft/lb x= 0 ทจ่ี ุด A น้ี คา่ p t และ h เราสามารถอา่ นไดจ้ าก Ph chart โดยตรง เน่ืองจากวา่ ทจ่ี ุด A สารความ เยน็ จะมสี ถานะเป็นของเหลวอยเู่ สมอจงึ สามารถอา่ นจาก Ph chart โดยตรงได้ และในทางปฏบิ ตั จิ รงิ ๆ คา่ p และค่า t เราสามารถวดั เอาได้ Expansion Process (กรรมวิธีการขยายตวั ของ refrigerant) ในวฏั จกั รการทาความเยน็ แบบ simple saturated cycle ไดส้ มมตุ เิ อาวา่ refrigerant ทไ่ี หลออกจาก จุด A ผา่ น Liquid line ไปยงั ตวั ควบคุมน้ายา จะไม่มกี ารเปลย่ี นแปลงคุณสมบตั ิ ซง่ึ ณ ทน่ี ้ีของเหลวจะ ถูกทาใหค้ วามดนั ลดลงจากความดนั ในการควบแน่น ลดลงมาเป็นแรงดนั ในการกลายเป็นไอ และสมมุติ เอาวา่ ระหวา่ งกรรมวธิ ี enthalpy ไม่มกี ารเปลย่ี นแปลง ในระหวา่ งกระบวนการ จะมขี องเหลวส่วน หน่ึงเดอื ดกลายเป็นไอ เน่ืองจากในระหวา่ งกรรมวธิ ี A-B enthalpy ของ refrigerant ไมเ่ ปลย่ี นแปลงจงึ สามารถหาจุด B บน Ph chart ได้ ถ้าเพยี งแต่ทราบความดนั หรอื อณุ หภมู ใิ น evaporator โดยลากเสน้ จากจดุ A มา ตามเสน้ constant enthalpy มาตดั กบั เสน้ constant pressure ใน evaporator คณุ สมบตั ติ ่างๆ ของสาร ความเยน็ ทจ่ี ุด B เป็นดงั น้ี

4 P = 35.75 psig t = 20 F (อุณหภมู กิ ารกลายเป็นไอในอวี าปอเรเตอร)์ h = 31.16 Btu/lb s = 0.06316 Btu/lb/F v = 0.1520 cu.ft/lb x = 27 % The Vaporizing Process (กรรมวิธีการกลายเป็นไอ) จากแผนภาพการไหลของสารความเยน็ (Flow Diagram) คอื จุด B-C เป็นการเดอื ดการเป็นไอของ สารความเยน็ ในอวี าปอเรเตอร์ และมคี วามดนั อุณภมู คิ งท่ี จงึ สามารถหาจุด C ไดโ้ ดยการลากเสน้ จากจุด B ไปตามเสน้ constance pressure หรอื constance temperature (เป็นเสน้ ทบั กนั ในแถบน)้ี ไปตดั กบั เสน้ saturated vapor curve จดุ ตดั ทไ่ี ดค้ อื ตาแหน่งของจดุ C คณุ สมบตั ติ า่ งๆ ของสารความเยน็ ทจ่ี ดุ C จาก ตารางหรอื จาก Ph chart เป็นดงั น้ี P = 35.75 psig (เทา่ กบั จุด B) t = 20 F (เทา่ กบั จดุ B) h = 80.49 Btu/lb s = 0.16949 Btu/lb/F v = 1.121 cu.ft/lb x = 100 % กรรมวธิ ี B – C น้ี enthalpy ของสารความเยน็ เพมิ่ ขน้ึ ทงั้ น้ีเพราะขณะทส่ี ารความเยน็ ไหลผา่ น evaporator จะเกดิ กลายเป็นไอและดดู รบั เอาความรอ้ นไวจ้ านวนหน่ึง ปรมิ าณของความรอ้ นทส่ี ารความ เยน็ รบั เอาไวใ้ น evaporator กค็ อื ผลตา่ งระหวา่ ง enthalpy ทจ่ี ุด B และจดุ C ถา้ เราให้ ha , hb , hc , hd ,

5 he และ hx เป็นค่า enthalpy ทจ่ี ดุ A , B , C , D , E และ X ตามลาดบั ดงั นนั้ เราสามารถหาผลตา่ งของ enthalpy หรอื ผลของความเยน็ ในกรรมวธิ ี B – C ได้ โดยใชส้ มการตอ่ ไปน้ี q1 = hc - hb …………………………… 1 ในเม่อื q1 หรอื qevap = ผลความเยน็ ทไ่ี ด้ ในหน่วยเป็น Btu/lb จากตวั อยา่ ง ผลความเยน็ ทไ่ี ด้ q1 = hc - hb แทนค่าจะได้ q1 = 80.4 – 31.16 Btu/lb = 49.36 Btu/lb บน ph chart ชว่ งระยะระหวา่ งจดุ X ถงึ จุด C แสดงผลรวมความรอ้ นแฝงของการกลายเป็นไอ (total latent heat of vaporization) ของ R-12 1 ปอนด์ ทม่ี คี วามดนั ในการกลายเป็นไอ (condensing pressure) = 35.75 psia และเน่อื งจากวา่ ชว่ งระยะระหวา่ งจุด B ถงึ จดุ C เป็นผลความเยน็ ทน่ี ามาใชป้ ระโยชน์ และ จุด X ถงึ จุด B เป็นผลความเยน็ ทส่ี ญู เสยี ไป (loss of refrigerating effect) Compression Process (กรรมวิธีของการอดั ) กรรมวธิ ี C – D เป็นกรรมวธิ ที เ่ี กดิ ในคอมเพรสเซอร์ เพ่อื อดั ไอใหม้ คี วามดนั สงู ขน้ึ จากความดนั ของการกลายเป็นไอไปเป็นความดนั ในการควบแน่น กรรมวธิ นี ้ีจะถอื เอาวา่ entropy ของสารความเยน็ จะ ไมเ่ ปลย่ี นจงึ สามารถหาจุด D ไดโ้ ดยลากเสน้ จากจดุ C ไปตามเสน้ constant entropy ไปตดั กบั เสน้ constant pressure ตามส่วนความดนั ของการควบแน่นทก่ี าหนดให้ จุดท่เี สน้ ทงั้ สองตดั กนั คอื จดุ D ทจ่ี ดุ D refrigerant จะมลี กั ษณะเป็น superheated vapor และมคี ณุ สมบตั ดิ งั น้ี P = 131.6 psia t = 112 F (ประมาณ) h = 90.6 Btu/lb s = 0.16949 Btu/lb/F

6 v = 0.33 cu.ft/lb x = 100 % งานทเ่ี กดิ ระหวา่ งกรรมวธิ กี ารอดั C – D และ enthalpy ของ refrigerant เพมิ่ ขน้ึ เป็นจานวนเท่ากบั พลงั งานความรอ้ นเทยี บเทา่ กบั พลงั งานกลทก่ี ระทาบนไอ พลงั งานความรอ้ นเทยี บเทา่ กบั งานในระหวา่ ง การอดั น้ี เรยี กวา่ ผลของความรอ้ นจากการอดั (heat of compression) ซง่ึ กค็ อื ผลตา่ งระหวา่ ง enthalpy ของสารความเยน็ ทจ่ี ดุ C และ จุด D นนั ่ เอง ดงั นนั้ ถา้ เรากาหนดให้ q2 เป็นจานวนผลของความรอ้ นจาก การอดั ต่อปอนดข์ องสารความเยน็ ทไ่ี หลเวยี นในวงจร เขยี นเป็นสมการไดค้ อื .... q2 = hd - hc …………………………… 2 q2 = qcomp. คอื ผลความรอ้ นจากการอดั ต่อปอนดข์ องสารความเยน็ เมอ่ื เราแทนค่าสมการตามตวั อยา่ ง จะได้ q2 = 90.60 - 80.49 = 10.11 Btu/lb งานเชงิ กลทเ่ี กดิ ขน้ึ (mechanical work done) บนไอโดยการอดั ของคอมเพรสเซอร์ สามารถ คานวณไดจ้ ากผลความรอ้ นจากการอดั กาหนดให้ w เป็นปรมิ าณของงานทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการอดั มหี น่วยเป็น ฟุต-ปอนด์ ตอ่ ปอนดข์ อง สารความเยน็ ทไ่ี หลเวยี นในวงจร และ j เป็นพลงั งานกลเทยี บเท่ากบั จานวนความรอ้ น ((mechanical energy equivalent of heat) 1 lb เท่ากบั 778 ft.lb/lb) ..จะได้ w = q2 X J …………………………..…….. 3 หรอื w = J ( hd - hc ) ….…..……………..…….. 4 แทนค่าในสมการท่ี 3 เราจะได้ w = 10.11 X 778 = 7,865.58 ft-lb/lb

7 เน่ืองจากไอทถ่ี กู อดั ออกมาจาก compressor จะอยใู่ นสภาวะรอ้ นจดั หรอื รอ้ นเหนอื ปกติ (superheat) โดยผลจากการทม่ี นั ดดู เอาความรอ้ นพเิ ศษเอาไวร้ ะหวา่ งการอดั อณุ หภมู ขิ องมนั จงึ สงู กวา่ อณุ หภมู อิ ม่ิ ตวั ตามสว่ นความดนั ทเ่ี ป็นอยใู่ นขณะนนั้ ดงั นนั้ กอ่ นทจ่ี ะทาใหไ้ อเกดิ การควบแน่นหรอื กลนั ่ ตวั เป็นของเหลว จะตอ้ งเอาความรอ้ นพเิ ศษน้ีออกเสยี กอ่ น เพอ่ื ทาใหอ้ ณุ หภมู ขิ องมนั ลดลงจากอุณหภมู ทิ ถ่ี ูกปลอ่ ยหรอื อดั ออกมา (discharge temperature) ลงเป็นอณุ หภมู อิ ม่ิ ตวั ตามส่วนความดนั ปกตขิ องมนั ในขณะนนั้ The Condensing Process (กรรมวิธีของการควบแน่น) โดยปกตแิ ลว้ ทงั้ กรรมวธิ ี D – E และ E – A เกดิ ขน้ึ ในท่อ discharge และคอนเดนเซอร์ จนอุณหภมู ิ ลดลงเท่ากบั อุณหภมู ใิ นการควบแน่น (condensing temperature) แลว้ จงึ ควบแน่นเป็นของเหลว เรา สามารถกาหนดตาแหน่งของจุด E บน Ph chart ได้ โดยลากเสน้ จากจดุ D ไปตามเสน้ constant pressure ทก่ี าหนด ไปตดั กบั vapor line ตาแหน่งจดุ ตดั ทไ่ี ดค้ อื จดุ E ทจ่ี ดุ E ค่าคณุ สมบตั ติ า่ งๆ จาก Ph chart เป็นดงั น้ี P = 131.6 psia (เท่ากบั จดุ D) t = 112 F (เท่ากบั จุด A) h = 88.62 Btu/lb s = 0.16584 Btu/lb/F v = 0.319 cu.ft/lb x = 100 % ปรมิ าณ Superheat ทต่ี อ้ งเอาออกจากมวลไอ 1 ปอนด์ ในการทาใหม้ นั เยน็ ลงและมอี ุณหภมู ลิ ดลงจาก dischart temp. เป็น condensing temp. คอื ผลตา่ งระหวา่ ง enthalpy ของ refrigerant ทจ่ี ดุ D และจดุ E (hd - he) กรรมวธิ ี E – A เป็นกรรมวธิ ตี ่อเน่ืองจากกรรมวธิ ี D – E คอื กรรมวธิ ใี นการควบแน่นหรอื กลนั ่ ตวั เป็น ของเหลว เน่ืองจากการควบแน่นเกดิ ขน้ึ โดยอณุ หภมู แิ ละความดนั คงท่ี ดงั นนั้ ใน Ph chart กรรมวธิ ี E – A

8 จะเป็นไปตามเสน้ constant temp. หรอื เสน้ constant pressure และความรอ้ นทส่ี ารความเยน็ คายออก ใหก้ บั ตวั กลางในการควบแน่น กค็ อื ผลต่างระหวา่ ง enthalpy ทจ่ี ดุ E และ จุด A (he - ha) เน่ืองจากกรรมวธิ ี D – E และกรรมวธิ ี E – A เกดิ ขน้ึ ใน condenser ผลรวมของความรอ้ นทส่ี าร ความเยน็ คายออกใหก้ บั ตวั กลางในการควบแน่นใน condenser คอื ผลรวมความรอ้ นในระหวา่ งกรรมวธิ ี D – E รวมกบั กรรมวธิ ี E – A นนั ่ เอง ดงั นนั้ q3 = hd - ha …………………………… 5 q3 = q1 + q2 …………………………… 6 qcond. = qevap. + qcomp. ..………………… 7 q3 = qcond. ปรมิ าณความรอ้ นทค่ี ายออกทค่ี อนเดนเซอร์ ต่อปอนด์ ของ refrigerant จากตวั อยา่ ง จะได้ q3 = 90.60 – 31.16 = 59.44 Btu/lb ถา้ กาหนดให้ m เป็นน้าหนกั ของสารความเยน็ ทไ่ี หลเวยี นในวงจร ต่อนาที ตอ่ ตนั ความเยน็ จะได้ …………….. 8 จากตวั อยา่ ง จะได้ = 4.05 lb/min/ton และถ้ากาหนด Q3 เป็นผลรวมปรมิ าณความรอ้ นทส่ี ารความเยน็ คายออกทค่ี อนเดนเซอร์ ตอ่ นาที ต่อ ตนั ของความเยน็ ดงั นนั้ Q3 = m (q3) ……………………………………9

9 จากตวั อยา่ งทส่ี มมุตขิ น้ึ จะได้ Q3 = 4.05 X 59.44 = 240.93 Btu/min/ton ถ้ากาหนด Q2 เป็นผลรวมความรอ้ นทเ่ี กดิ จากการอดั ในคอมเพรสเซอร์ ตอ่ นาที ตอ่ ตนั ของความเยน็ ดงั นนั้ Q2 = m (q2) ……………………………………10 ถ้ากาหนดให้ W เป็นปรมิ าณของงานทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการอดั บนตวั ของไอ ต่อตนั ของความเยน็ ดงั นนั้ W = m (w) …………….……………………11 W = m (J . q2) ………………………………12 W = J (Q2) …………………..………………13 เมอ่ื แทนค่าจากโจทยท์ ส่ี มมตุ ขิ น้ึ ในสมการ จะได้ W = m (J . q2) = 4.05 X 778 X 10.11 lb/min/ton ft-lb/lb = 31.856 ft-lb/min/ton Theorical Horsepower (แรงม้าทฤษฎี) แรงมา้ ทฤษฎที ต่ี อ้ งการใชข้ บั คอมเพรสเซอรต์ อ่ ตนั ความเยน็ เราอาจคานวณไดจ้ ากสมการ ……………………………..14

10 แทนค่า จะได้ = 0.965 hp/ton แรงมา้ ของ compressor ทค่ี านวณ เป็นแรงมา้ ทต่ี อ้ งการในการอดั ไอเทา่ นนั้ และน่ีกค็ อื แรงมา้ ทฤษฎี (theorical horsepower) ทต่ี อ้ งการต่อตนั ความเยน็ ซง่ึ ไม่นบั แรงมา้ ทต่ี อ้ งการใชใ้ นการเอาชนะและชดเชย ความฝืดในคอมเพรสเซอร์ และกาลงั งานต่างๆ ทส่ี ญู เสยี ไป แรงมา้ จรงิ ๆ ทต่ี อ้ งการตอ่ ตนั ของความเยน็ โดยปกตแิ ลว้ จะมากกวา่ แรงมา้ ทฤษฎที ค่ี านวณไดป้ ระมาณ 30-50% ทงั้ น้ีขน้ึ อยกู่ บั ประสทิ ธภิ าพของ คอมเพรสเซอร์ Coefficient of Performance ((c.o.p.) ประสิทธิภาพของระบบทาความเยน็ ) c.o.p. = …………………………………….. 15 จากตวั อยา่ งทส่ี มมตุ ขิ น้ึ จะได้ c.o.p. = = 4.88

11 แบบฝึ กหดั simple saturated refrigerating cycle 1. จงเขยี น Flow diagram และ Ph diagram ของวฎั จกั รทาความเยน็ แบบ simple saturated refrigerating cycle ใช้ refrigerant – 12 โดยกาหนดใหท้ างานท่ี evaporating temp. = 0 F และ condensing temp. = 110 F ใหห้ าคณุ สมบตั ติ ่างๆ ของ refrigerant และเขยี นลงใน Ph diagram และจงคานวณหา. 1.1 ผลความเยน็ ทไ่ี ดม้ าต่อปอนดข์ อง R – 12 ทไ่ี หลเวยี นในวงจร (ตอบ 44.56 Btu/lb) 1.2 น้าหนกั ของ R – 12 ทไ่ี หลเวยี นในวงจรตอ่ นาที ต่อตนั ของความเยน็ (ตอบ 4.49 lb/min/ton) 1.3 ปรมิ าตรของไอทถ่ี กู อดั (volume of compressed) ตอ่ นาทตี ่อตนั ของความเยน็ (ตอบ 7.35 cu.ft/min/ton) 1.4 ผลของความรอ้ นจากการอดั (heat ot compression) ต่อปอนดข์ อง R – 12 ทไ่ี หลวนเวยี นใน วงจร (ตอบ 14.39 Btu/lb) 1.5 ปรมิ าณความรอ้ นทค่ี ายออกท่ี condenser ตอ่ ปอนด์ 1.6 ปรมิ าณของความรอ้ นทค่ี ายออกท่ี condenser ตอ่ นาทตี ่อตนั ของความเยน็ (ตอบ 264.61 Btu/min/ton) 1.7 ผลของความรอ้ นจากการอดั ตอ่ นาทตี อ่ ตนั ความเยน็ (ตอบ 64.61 Btu/min/ton) 1.8 งานของการอดั (work of compression) ต่อนาทตี ่อตนั ความเยน็ ในหน่วนเป็น ฟุต-ปอนด์ (ตอบ 50.267 ft.lb/min/ton) 1.9 แรงมา้ ทฤษฎี (theorical horsepower) ตอ่ ตนั ความเยน็ (ตอบ 1.52 hp/ton) 1.10 Coefficient of Performance (c.o.p.) (ตอบ 3.1)

12 ตารางบนั ทกึ คณุ สมบตั สิ ารความเยน็ ทจ่ี ุดต่างๆ จดุ A BC D E หน่วย คุณสมบตั ิ 150 24 24 150 150 psia 110 00 126 110 F p - - 1.7 0.29 0.28 cu.ft/lb t - - 0.169 0.169 0.163 Btu/lb/F v 91 87.5 Btu/lb s 100 100 % h 33 33 77.5 x 0 35 100 B E C D A แผนภาพแสดงการไหลของสารความเยน็ แผนภาพ Ph chart

13 1.1 ผลความเยน็ ทไ่ี ดม้ าต่อปอนดข์ อง R – 12 ทไ่ี หลเวยี นในวงจร (ตอบ 44.56 Btu/lb) q1 = hc - hb แทนคา่ จะได้ q1 = 77.5 – 33 Btu/lb = 44.5 Btu/lb 1.2 น้าหนกั ของ R – 12 ทไ่ี หลเวยี นในวงจรต่อนาที ตอ่ ตนั ของความเยน็ (ตอบ 4.49 lb/min/ton) จากสมการ แทนคา่ จะได้ = 4.49 lb/min/ton 1.3 ปรมิ าตรของไอทถ่ี ูกอดั (volume of compressed) ตอ่ นาทตี ่อตนั ของความเยน็ (ตอบ 7.35 cu.ft/min/ton) V = m.v = 4.49 lb/min/ton X 1.7 cu.ft/lb = 7.63 cu.ft/min/ton 1.4 ผลของความรอ้ นจากการอดั (heat ot compression) ต่อปอนดข์ อง R – 12 ทไ่ี หลวนเวยี นใน วงจร (ตอบ 14.39 Btu/lb) q2 = hd - hc …………………………… 2 q2 = qcomp. คอื ผลความรอ้ นจากการอดั ต่อปอนดข์ องสารความเยน็ แทนค่าสมการ จะได้ q2 = 91 - 77.5 = 13.5 Btu/lb

14 1.5 ผลของความรอ้ นจากการอดั ต่อนาทตี อ่ ตนั ความเยน็ (ตอบ 64.61 Btu/min/ton) Q2 = m (q2) ……………………………………10 ตารางบนั ทกึ คุณสมบตั สิ ารความเยน็ ทจ่ี ุดต่างๆ จุด A B C D E หน่วย คุณสมบตั ิ p 152 24 24 152 152 psia t 110 0 0 126 110 F v-- cu.ft/lb s-- Btu/lb/F h 33 33 77 91 Btu/lb x% ตารางบนั ทกึ คุณสมบตั สิ ารความเยน็ ทจ่ี ดุ ต่างๆ จดุ A B C D E หน่วย 150 24 24 คณุ สมบตั ิ 150 150 psia 126 110 F p 0.29 0.28 cu.ft/lb 0.169 0.163 Btu/lb/F t 110 0 0 91 87.5 Btu/lb 100 100 % v - - 1.7 s - - 0.169 h 33 33 77.5 x 0 35 100

15


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook