ระดับคณุ ภาพ 46 หลกั ฐาน/ร่องรอย มาตรฐานท่ี 3 ประเดน็ พิจารณา ยอดเย่ียม (5) ีดเลิศ(4) ีด (3) ปานกลาง (2) กาลังพัฒนา (1) มาตรฐานท่ี 3 4. ตรวจสอบ ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน กระบวนการ และประเมิน … … … … … - หลักสูตรสถานศกึ ษา แผนการจดั การ จดั การเรยี นการ ผ้เู รยี นอยา่ ง เรยี นรู้ บันทกึ ผลหลังสอน สอนท่เี น้นผเู้ รยี น เปน็ ระบบ และ - เอกสารหลกั ฐานการวดั และ เป็นสาคัญ นาผลมาพฒั นา ประเมินผล - เคร่ืองมอื วัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ผเู้ รยี น สมดุ การบ้านท่ีแสดงใหเ้ ห็นถึงขอ้ มูล ย้อนกลบั สรุประดับคณุ ภาพ - ชนิ้ งาน/ผลงานของผู้เรยี น แฟม้ สะสม งาน ส่อื การเรียนการสอน สงั เกต สังเกตกระบวนการเรียนการ สอน พฤตกิ รรมการสอนของครู เช่น - การใช้คาถามท่ีหลากหลายระดับเพอ่ื ส่งเสริมการคดิ ข้ันสงู - พฤติกรรมการดแู ลเอาใจใส่ผูเ้ รยี น - การมอบหมายงาน - ปฏิสมั พันธข์ องครกู ับผูเ้ รยี น - พฤตกิ รรมการเรยี นของผเู้ รียน ระดบั คุณภาพ.................... (แปลผล..........................)
ระดับคณุ ภาพ 47 หลักฐาน/รอ่ งรอย มาตรฐานท่ี 3 ประเด็นพจิ ารณา ยอดเย่ียม (5) ีดเลิศ(4) ีด (3) ปานกลาง (2) กาลังพัฒนา (1) มาตรฐานที่ 3 5. มกี าร ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน กระบวนการ แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ … … … … … - บันทึกผลการประชมุ ครูและบุคลากรของ จดั การเรียนการ และให้ขอ้ มลู สถานศึกษา สอนที่เน้นผู้เรียน สะท้อนกลับเพื่อ - บันทกึ ผลการสัมภาษณ์/สอบถาม เป็นสาคัญ พัฒนาและกาลงั บุคลากรภายในสถานศึกษา - บนั ทกึ ความรู้ทไี่ ด้จากการแลกเปลย่ี น พฒั นาการจัดการ ระหว่างบคุ ลากรอน่ื ภายในสถานศึกษา เรยี นรู้ - โครงการ/กิจกรรมส่งเสริมสนบั สนุนการ แลกเปล่ียนเรียนรู้ สรุประดบั คุณภาพ - บันทกึ ความรูท้ ไ่ี ด้จากการแลกเปลี่ยน ระหว่างบุคลากรอื่นภายในสถานศกึ ษา - การสรา้ งเครอื ขา่ ยการเรียนรู้ทัง้ ภายใน และภายนอกสถานศกึ ษา มีการเผยแพร่ ความรู้ และนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ - เครือขา่ ยการเรยี นรทู้ ้ังภายในและ ภายนอกสถานศกึ ษา - ภาพถ่ายการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร สถานศกึ ษา ครู บคุ ลากร ชมุ ชน และ องคก์ รภายนอกในการจดั ทาโครงการ/ กจิ กรรม ระดับคุณภาพ.................... (แปลผล..........................)
48 เกณฑ์การให้คะแนนตามระดับคุณภาพ ๐.๕๐ คะแนน ๑.๐๐ คะแนน ชว่ งคะแนน ๒.๕๐ คะแนน ๓.๐๐ คะแนน ระดบั แปลคุณภาพ ๐.๔๕-๐.๕๐ ๐.๙๐-๑.๐๐ ๒.๐๐ คะแนน ๒.๒๕-๒.๕๐ ๒.๗๐-๓.๐๐ คุณภาพ ๐.๔๐-๐.๔๔ ๐.๘๐-๐.๘๙ ๑.๘๐-๒.๐๐ ๒.๐๐-๒.๒๔ ๒.๔๐-๒.๖๙ ยอดเยี่ยม ๐.๓๕-๐.๓๙ ๐.๗๐-๐.๗๙ ๑.๖๐-๑.๗๙ ๑.๗๕-๑.๙๙ ๒.๑๐-๒.๓๙ ๕ ดีเลศิ ๐.๓๐-๐.๓๔ ๐.๖๐-๐.๖๙ ๑.๔๐-๑.๕๙ ๑.๕๐-๑.๗๔ ๑.๘๐-๒.๐๙ ๔ ดี ๐.๐๐-๐.๒๙ ๐.๐๐-๐.๕๙ ๑.๒๐-๑.๓๙ ๐.๐๐-๑.๔๙ ๐.๐๐-๑.๗๙ ๓ ๐.๐๐-๑.๑๙ ๒ ปานกลาง ๔.๐๐ คะแนน ๕.๐๐ คะแนน ชว่ งคะแนน ๘.๐๐ คะแนน ๑๐.๐๐ คะแนน ๑ กาลงั พัฒนา ๓.๖๐-๔.๐๐ ๔.๕๐-๕.๐๐ ๖.๐๐ คะแนน ๗.๒๐-๘.๐๐ ๙.๐๐-๑๐.๐๐ ระดบั ๓.๒๐-๓.๕๙ ๔.๐๐-๔.๔๙ ๕.๔๐-๖.๐๐ ๖.๔๐-๗.๑๙ ๘.๐๐-๘.๙๙ คุณภาพ แปลคุณภาพ ๒.๘๐-๓.๑๙ ๓.๕๐-๓.๙๙ ๔.๘๐-๕.๓๐ ๕.๖๐-๖.๓๙ ๗.๐๐-๗.๙๙ ๒.๔๐-๒.๗๙ ๓.๐๐-๓.๔๙ ๔.๒๐-๔.๗๙ ๔.๘๐-๕.๕๙ ๖.๐๐-๖๙๙ ๕ ยอดเยย่ี ม ๐.๐๐-๒.๓๙ ๐.๐๐-๒.๙๙ ๓.๖๐-๔.๑๙ ๐.๐๐-๔.๗๙ ๐.๐๐-๕.๙๙ ๔ ดเี ลิศ ๐.๐๐-๓.๕๙ ๓ ดี ๑๕.๐๐ คะแนน ๒๐.๐๐ คะแนน ชว่ งคะแนน ๕๐.๐๐ คะแนน ๑๐๐.๐๐ คะแนน ๒ ๑๓.๕๐-๑๕.๐๐ ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ ๒๕.๐๐ คะแนน ๔๕.๕๐-๕๐.๐๐ ๙๐.๐๐-๑๐๐.๐๐ ๑ ปานกลาง ๑๒.๐๐-๑๓.๔๙ ๑๖.๐๐-๑๗.๙๙ ๒๒.๕๐-๒๕.๐๐ ๔๐.๐๐-๔๔.๙๐ ๘๐.๐๐-๘๙.๙๙ ระดบั กาลังพัฒนา ๑๐.๕๐-๑๑.๙๙ ๑๔.๐๐-๑๕.๙๙ ๒๐.๐๐-๒๒.๔๙ ๓๕.๕๐-๓๙.๙๙ ๗๐.๐๐-๗๙.๙๙ คณุ ภาพ ๙.๐๐-๑๐.๔๙ ๑๒.๐๐-๑๓.๙๙ ๑๗.๕๐-๑๙.๙๐ ๓๐.๐๐-๓๔.๙๙ ๖๐.๐๐-๖๙.๙๙ แปลคุณภาพ ๐.๐๐-๘.๙๙ ๐.๐๐-๑๑.๙๙ ๑๕.๐๐-๑๗-๔๙ ๐.๐๐-๒๙.๙๙ ๐.๐๐-๕๙.๙๙ ๕ ๐.๐๐-๑๑.๙๙ ๔ ยอดเยีย่ ม ๓ ดเี ลิศ ๒ ดี ๑ ปานกลาง กาลงั พฒั นา
49 ส่วนท่ี ๓ แนวทางการประเมนิ คณุ ภาพภายในของสถานศกึ ษา จากประกาศกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑ ก หน้า ๓ เมื่อวันท่ี ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ กล่าวถึง “การประกันคุณภาพการศึกษา” หมายความว่า การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของ สถานศึกษาแต่ละ ระดับและประเภทการศึกษา โดยมีกลไกในการควบคุม ตรวจสอบระบบการบริหารคุณภาพ การศึกษาที่ สถานศึกษาจัดขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเช่ือม่ันแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชนวา่ สถานศกึ ษา นัน้ สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมคี ณุ ภาพ ตามมาตรฐานการศึกษา และบรรลุเปา้ ประสงค์ของหนว่ ยงานตน้ สังกัด หรือหน่วยงานที่กากับดูแล โดยให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา โดยการกาหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้เป็นไป ตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับ และประเภทการศึกษาทร่ี ัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธกิ ารประกาศ พรอ้ มท้ังจดั ทาแผนพัฒนาการจดั การศึกษา ของสถานศึกษาท่ีมุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและดาเนินการตามแผนที่กาหนดไว้ จัดให้มีการประเมินผล และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ติดตามผลการดาเนินการเพ่ือพฒั นาสถานศึกษาให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษา และจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้แก่หน่วยงานต้นสังกดั หรือหน่วยงานท่ีกากับ ดูแลสถานศกึ ษาเปน็ ประจาทกุ ปี ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กากับดูแลสถานศึกษามีหนา้ ท่ีในการให้คาปรึกษา ช่วยเหลือ และ แนะนาสถานศึกษา เพื่อให้การประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาพัฒนาอย่างต่อเน่ือง และจัดส่งรายงาน การประเมินตนเองของสถานศึกษาพร้อมกับประเด็นต่างๆ ที่ต้องการให้มีการประเมินผล และการติดตาม ตรวจสอบ ซึ่งรวบรวมได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานศึกษาแห่งนั้นให้แก่ สมศ. เพอื่ ใชเ้ ป็นขอ้ มูลและแนวทางในการประเมนิ คุณภาพภายนอก สมศ. ดาเนินการ ประเมนิ ผลและติดตามตรวจสอบ คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และจัดส่งรายงานผลการประเมินและการติดตามตรวจสอบ ดงั กล่าว พรอ้ มข้อเสนอแนะ ให้แกส่ ถานศกึ ษาและหน่วยงานตน้ สงั กัดหรือ หน่วยงานท่กี ากบั และสถานศึกษาน้ันๆ เพอ่ื ให้สถานศึกษาใชเ้ ป็นแนวทางในการกาลงั พฒั นาและพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาตอ่ ไป สมศ.อาจจัดให้บุคคลหรือ หน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากสานักงานดาเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐาน การศกึ ษาของสถานศกึ ษานัน้ ได้ เพ่ือการดาเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาเป็นไปตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงให้สถานศึกษาในสังกัดเข้าใจถึงแนวทางการดาเนินงานพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของ สถานศกึ ษาและการรับรองการประเมินภายนอกรอบสี่ ดงั น้ี ๑) สถานศึกษาแต่ละแห่งต้องจัดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาตาม กฎกระทรวง ประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีการกาหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ให้เป็นไปตาม มาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษาท่ีกระทรวงศึกษาธิการประกาศกาหนด พร้อมทั้งจัดทา แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งเนน้ คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาภายในสถานศึกษา ติดตาม
50 ผลการดาเนินงานเพ่ือพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และจัดส่งรายงานผลการประเมนิ ตนเอง (SAR) ใหแ้ ก่หน่วยงานตน้ สังกัดหรือหน่วยงานท่ีกากบั ดแู ลสถานศึกษาเปน็ ประจาทกุ ปี ๒) ในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒ สถานศึกษาจะได้มีการนามาตรฐานการศกึ ษาที่กระทรวงศึกษาธิการ จะกาหนด ประกาศใชไ้ ปเทียบเคียงและจัดทาเป็น “มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศกึ ษา” จดั ทาแผนพฒั นาการจดั การศึกษา และดาเนินการตามแผนฯตลอดช่วงปีการศึกษา ๒๕๖๒ และจัดทา SAR ตามกรอบ มาตรฐานการศึกษาของ สถานศกึ ษา หลังสน้ิ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒ (ประมาณเดอื น ม.ี ค.–เม.ย.๖๒) แล้วจงึ จัดสง่ SAR ใหห้ น่วยงานตน้ สังกัด หรือหน่วยงานที่กากบั ดแู ลสถานศึกษา ๓) เม่ือหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานท่ีกากับดูแลสถานศึกษาได้รับ SAR จากสถานศึกษาก็จะมีการ สรุป วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลการดาเนินงาน และจัดส่ง SAR พร้อมประเด็นต่างๆ ที่ต้องการให้มีการประเมินผล และติดตามตรวจสอบให้แก่ สมศ. เพ่อื ใชเ้ ป็นขอ้ มลู และแนวทางในการประเมนิ คุณภาพภายนอก ๔) การประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาและการตัดสินระดับคุณภาพตามมาตรฐานเป็นไปตาม หลักการตัดสินโดยอาศัยความเชี่ยวชาญ (expert judgment) และการตรวจทานผลการประเมินโดย คณะกรรมการประเมินในระดับเดียวกัน (peer review) โดยเทียบกับเกณฑ์หรือมาตรฐานท่ีกาหนดไ ว้ คณะกรรมการประเมินต้องมีความรู้อย่างรอบด้านและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันในการตัดสินเพื่อให้ระดับคุณภาพ ตามเกณฑ์ทกี่ าหนด ซึ่งจะไมใ่ ช่การใหค้ ะแนนตามความคิดเห็นของคนใดคนหนึง่ ๕) การประเมินคุณภาพภายในเป็นหน้าท่ีของสถานศึกษาที่ต้องตรวจสอบและประเมินตนเองตามสภาพ บริบทของสถานศึกษาท่ีแท้จริง โดยให้ความสาคัญกับการประเมินเชิงคุณภาพผนวกกับการประเมินเชิงปริมาณ ควบคู่กันไป การตัดสินคุณภาพของสถานศึกษาให้ใช้เกณฑ์การให้คะแนนผลงานหรือกระบวนการ ที่ไม่แยกส่วน หรือแยกองค์ประกอบในการกาหนดคะแนนประเมิน แต่เป็นการประเมินในภาพรวมของผลการดาเนินงานหรือ กระบวนการดาเนนิ งาน (holistic rubrics) ๖) การกาหนดเป้าหมายการดาเนินงานภายในของสถานศกึ ษาให้สถานศึกษากาหนดเป้าหมายและเกณฑ์ การประเมินตามสภาพบริบทของสถานศึกษาเอง เพื่อตรวจสอบและประเมินผลการดาเนินงานตามภารกิจของ สถานศึกษา โดยให้ยึดหลักการดาเนินงานเพื่อพัฒนาและสะท้อนคุณภาพการดาเนินงานตามเป้าหมายท่ีกาหนด ตามมาตรฐานของสถานศกึ ษา ๗) การประเมนิ คณุ ภาพภายในของสถานศกึ ษาให้เน้นการประเมนิ ตามหลักฐานเชงิ ประจักษ์ท่ีเกดิ จากการ ปฏิบัติงานตามสภาพจริงของสถานศึกษา (evidence based) โดยเลือกใช้วิธีการเก็บรวบรวม ข้อมูลท่ีเหมาะสม และสะท้อนคณุ ภาพการดาเนนิ งานตามมาตรฐานของสถานศึกษาได้อย่างชัดเจน และมีเปา้ หมายการประเมินเพ่ือ การพัฒนา ลดภาระการจัดเก็บข้อมูลและเอกสารที่ไม่จาเป็นในการประเมิน แต่ข้อมูลต้องมีความน่าเชื่อถือและ สามารถตรวจสอบผลการประเมนิ ได้ตามสภาพบริบทของสถานศกึ ษาน้ันๆ ๘) คณะที่ทาหน้าที่ประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา ควรศึกษามาตรฐานการศึกษาและประเด็น พิจารณาท่กี าหนดใหเ้ ข้าใจถ่องแท้กอ่ นดาเนนิ การประเมินคุณภาพสถานศึกษาของตน หลงั ประเมินแลว้ ให้แจ้งผล
51 การประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการกาลังพัฒนาพัฒนาการศึกษา สรุปและเขียนรายงาน การประเมินตนเอง (self—assessment report) ๙) ในการประเมนิ คุณภาพภายในตามมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศกึ ษาให้สถานศกึ ษาดาเนนิ การโดยให้ มีการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง และในการประเมินคุณภาพภายในตาม มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาใหใ้ ช้วิธกี ารและเครอื่ งมอื ทหี่ ลากหลายและเหมาะสม ๑๐) ให้สถานศึกษาสรุปและจัดทารายงานการประเมินตนเองที่สะท้อนคุณภาพผู้เรยี นและผลสาเร็จของ การบริหารจัดการศกึ ษา นาเสนอรายงานต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พ้นื ฐานและหนว่ ยงานตน้ สังกัด เผยแพร่ รายงานตอ่ สาธารณชนและหน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้องและเตรียมรับการประเมินคณุ ภาพภายนอกต่อไป ๑๑) โครงสร้างรายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษาไมม่ ีรปู แบบตายตวั ให้สถานศกึ ษาจดั ทาในส่ิงท่ี สถานศึกษาตอ้ งการนาเสนอได้ สง่ิ สาคัญทีส่ ุดของการรายงานการประเมินตนเองคอื กระบวนการพัฒนาคณุ ภาพซึ่ง หมายรวมถึง กิจกรรม/โครงงาน/งานท่ีสถานศึกษาดาเนินการท่ีจะสะทอ้ นให้เหน็ ถึงหลกั การ แนวคิดของผูบ้ ริหาร สถานศึกษา การมีเป้าหมายหรือรูปแบบที่ชัดเจนในการพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งทุกกิจกรรม/โครงงาน/งาน ส่งผลถงึ การพัฒนาผู้เรียนให้บรรลเุ ป้าหมายของสถานศึกษา ๑๒) ขอ้ ควรตระหนกั ในการประเมนิ คุณภาพภายใน ๑๒.๑) ผู้ประเมินควรมีความรู้ซึ้งและเข้าใจบริบทของการจัดการศึกษาของสถานศึกษาท้ังใน แงม่ ุมของภาระงาน โครงสร้าง เทคนคิ ตา่ งๆ ท่ีใชใ้ นการบรหิ ารและการพัฒนาการจัดการเรยี นรแู้ ละมปี ระสบการณ์ เพียงพอ เพ่ือการช่วยช้ีแนะการกาลังพัฒนาพัฒนาสถานศึกษาได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็นเกิดประโยชน์ต่อ สถานศึกษาอย่างแทจ้ รงิ ๑๒.๒) ผู้ประเมินควรวิเคราะห์อภิปรายด้วยใจเป็นกลาง โดยพิจารณาจากข้อมูลหลักฐานท่ีเก็บ รวบรวมจากหลายๆด้านท้ังข้อมูลปัจจุบันและผลการประเมินดาเนินงานท่ีผ่านมา (อาจพิจารณาย้อนหลัง ๓ ปี) ทั้งน้ี เพือ่ ให้ทราบถงึ ความกา้ วหน้าในการพัฒนาวา่ อยใู่ นระดับใด ๑๒.๓) ส่ิงที่มีคุณค่ามากที่สุดที่ได้รับจากการประเมินภายในของสถานศึกษา คือ การได้รับข้อ ชี้แนะ คาแนะนา แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง ดังนั้นผู้ประเมินจึงควรรู้ความ เคล่อื นไหวของการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในเรอื่ งการพฒั นาการเรยี นการสอน ๑๒.๔) การกาหนดระยะเวลาการดาเนินการประเมนิ ภายในของสถานศึกษานน้ั ให้สถานศึกษา กาหนดได้เองตามความเหมาะสม แต่ควรสอดคล้องกับสภาพและบริบทของการดาเนินงาน เพ่ือความสะดวกใน การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากเอกสารหลกั ฐาน เชน่ แผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา แผนการเรยี นรู้ บนั ทึกหลัง สอน รายงานประชุม เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้วา่ เอกสารหลักฐานต่างๆนั้น เกิดข้ึนจากการปฏิบัติงานไม่ใช่การสร้าง เอกสารหลักฐานเพม่ิ เติม ๑๒.๕) การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ในสว่ นของการสงั เกตและสัมภาษณน์ นั้ ความกระทาดว้ ยความระมัดระวัง ต้องสร้างความรู้สกึ เป็นมิตรมากกว่าการจบั ผิดหรือกล่าวโทษ และควรพดู คุยสอบถามดว้ ยความสุภาพและสรา้ ง ความไวว้ างใจเปน็ อันดบั แรก กอ่ นทจ่ี ะสอบถามเพือ่ การเก็บรวบรวมขอ้ มูลตอ่ ไป
52 ภาคผนวก ประกาศโรงเรียนชลประทานวทิ ยา เรอื่ ง การใชม้ าตรฐานการศกึ ษา โรงเรยี นชลประทานวทิ ยา เพอื่ การประกันคณุ ภาพภายในสถานศึกษา
53 ประกาศโรงเรยี นชลประทานวิทยา เร่อื ง การใช้มาตรฐานการศึกษาโรงเรียนชลประทานวิทยา เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
54 แนบท้ายประกาศโรงเรียนชลประทานวทิ ยาเรอ่ื ง การใช้มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา ระดับการศกึ ษา ข้นั พ้ืนฐาน เพอื่ การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนชลประทานวทิ ยาปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ มาตรฐาน / ประเดน็ การพิจารณา ค่าเปา้ หมายมาตรฐาน/ ประเด็นการพจิ ารณา มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพของผู้เรียน ระดบั ยอดเยี่ยม ๑.๑ ผลสัมฤทธท์ิ างวิชาการของผู้เรยี น ๑) มีความสามารถในการอ่าน การเขยี น การสื่อสารและการคิดคานวณ รอ้ ยละ ๙๒/ระดบั ยอดเยย่ี ม ๒) มคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลีย่ นความคิดเห็น และแกป้ ัญหา ร้อยละ ๘๙/ระดบั ยอดเยยี่ ม ๓) มคี วามสามารในการสร้างนวัตกรรม ร้อยละ ๘๙/ระดบั ยอดเยย่ี ม ๔) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร รอ้ ยละ ๘๙/ระดับยอดเยี่ยม ๕) มผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา รอ้ ยละ ๘๐/ระดบั ยอดเยย่ี ม ๖) มีความรู้ ทักษะพืน้ ฐาน และเจตคติท่ีดตี ่องานอาชพี ร้อยละ ๙๔/ระดับยอดเยี่ยม ๑.๒ คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของผู้เรียน ๑) มคี ุณลกั ษณะและคา่ นยิ มท่ดี ตี ามท่ีสถานศึกษากาหนด รอ้ ยละ ๙๘/ระดับยอดเยยี่ ม ๒) มีความภูมิใจในท้องถน่ิ และความเป็นไทย รอ้ ยละ ๙๘/ระดบั ยอดเย่ียม ๓) การยอมรบั ที่จะอยรู่ ว่ มกนั บนความแตกตา่ งและหลากหลาย ร้อยละ ๙๓/ระดับยอดเยี่ยม ๔) สขุ ภาวะทางร่างกายและจิตสงั คม รอ้ ยละ ๙๕/ระดบั ยอดเยี่ยม มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบรหิ ารและจดั การ ระดบั ยอดเยย่ี ม ๒.๑ การมีเป้าหมาย วิสยั ทศั น์ และพันธกิจท่สี ถานศึกษากาหนดชัดเจน ระดับยอดเย่ยี ม ๒.๒ มรี ะบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศกึ ษา ระดับยอดเย่ียม ๒.๓ ดาเนนิ งานพฒั นาวิชาการที่เนน้ คณุ ภาพผู้เรียนรอบดา้ นตามหลกั สุตรสถานศกึ ษาและทุก ระดับยอดเยย่ี ม กล่มุ เปา้ หมาย ๒.๔ พฒั นาครูและบุคลกรใหม้ ีความเชีย่ วชาญทางวชิ าชีพ ระดับยอดเยย่ี ม ๒.๕ จดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสงั คมที่เอื้อต่อการจดั การเรียนรู้ ระดับยอดเยีย่ ม ๒.๖ จดั ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื สนับสนุนการบรหิ ารจดั การและการจดั การเรยี นรู้ ระดับยอดเย่ยี ม มาตรฐานท่ี ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ระดับยอดเยยี่ ม ๓.๑ จดั การเรยี นรผู้ า่ นกระบวนการคดิ และปฏิบัติจริง และสามารถนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตได้ ระดับยอดเยี่ยม ๓.๒ ใช้สอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหลง่ เรียนร้ทู เ่ี อือ้ ตอ่ การเรียนรู้ ระดับยอดเย่ยี ม ๓.๓ มีการบรหิ ารจัดการชน้ั เรยี นเชงิ บวก ระดับยอดเยี่ยม ๓.๔ ตรวจสอบและประเมนิ ผ้เู รียนอยา่ งเปน็ ระบบ และนาผลมาพัฒนาผ้เู รยี น ระดบั ยอดเย่ียม ๓.๕ มีการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้และใหข้ อ้ มูลสะท้อนกลับเพอ่ื พฒั นาและกาลงั พฒั นาการจัดการเรยี นรู้ ระดบั ยอดเยย่ี ม
Search