บทเรียนมอดูล ความหมายและความสำคัญของสัตวน์ ้ำ วิชา ชวี วิทยาสัตว์น้ำ รหสั วิชา ๒๐๕๐๑-๒๘๐๑ ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี สาขางานผลติ สตั ว์นำ้ ผจู้ ัดทำ นางระพีพรรณ เลาหบรรจง ครู ชำนาญการพเิ ศษ วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีกระบี่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
๑ คำนำ บทเรียนมอดลู ชดุ ที่ 1 เรอื่ ง ความหมายและความสำคญั ของสตั วน์ ำ้ ฉบับนี้ ขา้ พเจ้าเรบี เรยี งข้ึนเพื่อ ใช้ ประกอบการเรียนรู้รายวิชา ชีววิทยาสัตว์น้ำ รหัสวิชา 20๕๐๑-๒๘๐๑ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ สาขางานผลิตสัตว์น้ำ โดยพยายามเขียนให้นักเรียนเข้าใจง่าย นักเรียน สามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง เพื่อให้มีความรู้พื้นฐานก่อนท่ีจะศึกษาเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้เพิ่ม ใบกจิ กรรมเสรมิ ให้นักเรียนมปี ระสบการณ์กว้างขวางย่ิงขึน้ บทเรียนมอดูลชุดน้ีมีจุดประสงค์เพ่ือให้นักเรียนได้ ศึกษาเกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของสัตว์น้ำ คำแนะนำการใช้บทเรียนมอดูล จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบภาคความรู้ก่อนเรียน เนอื้ หา ใบกจิ กรรม แบบทดสอบภาคความรหู้ ลังเรยี น รวมทงั้ เฉลยกิจกรรม และแบบทดสอบ บทเรียนมอดูลนี้นักเรียน สามารถศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทเรียนมอดลู ชุดน้จี ะชว่ ยใหน้ ักเรียนได้รับความรู้ความเข้าใจ เก่ยี วกับความหมายและความสำคัญของสัตว์น้ำ มากย่ิงข้นึ และสง่ ผลใหผ้ ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรยี นสงู ข้ึน หากมอดลู นีม้ ีความผิดพลาดประการใด หรือ มสี ่ิงใดที่ควรเพมิ่ เตมิ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความสมบูรณ์มากขน้ึ ยนิ ดีรบั คำแนะนำเพ่ือพัฒนาปรับปรงุ ต่อไป นางระพีพรรณ เลาหบรรจง
สารบญั ๒ เรอ่ื ง หน้า คำนำ ๑ สารบัญ ๒ คำชี้แจง ๓ หลกั การและเหตผุ ล ๔ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๕ ขอบข่ายเนอ้ื หา ๖ บททดสอบกอ่ นเรียน ๗ เฉลยบททดสอบก่อนเรียน ๘ เนือ้ หา ๙ ทดสอบหลังเรยี น ๑๕
๓ คำชี้แจงในการใช้มอดูล การใช้บทเรียนมอดูลให้เกิดประสิทธิภาพต่อการจัดกิ จกรรมการเรียนการสอนได้อย่างสูงสุด นักเรยี นควรปฏบิ ตั ิ ดงั นี้ 1. การเตรยี มตัวของนักเรยี น 1.1 ศกึ ษาบทเรียนมอดลู ล่วงหน้าก่อนท่ีจะปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เพ่อื ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับจุดประสงค์ขอ้ ควรปฏิบัติ 1.2 วางแผน และจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการเรียนรู้ของตนเองให้พร้อมสำหรับ การ ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย 2. ดำเนินการจัดกจิ กรรมในแต่ละครงั้ นักเรยี นควรปฏบิ ตั ิ ดังนี้ 2.1 ศึกษาแนวทางในการปฏิบัติกิจกรรมให้มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ หากพบปัญหาหรือไม่ เขา้ ใจให้สอบถามข้อมูลเพม่ิ เติมจากครู 2.2 ปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ตามลำดบั ข้นั ตอนท่ีกำหนด ดงั นี้ 2.2.1 นักเรียนทำแบบทดสอบภาคความรู้กอ่ นเรยี น 2.2.2 นกั เรียนศกึ ษาและปฏบิ ัติกิจกรรมต่าง ๆ ตามแนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ตามลำดับขนั้ ตอนที่กำหนด 2.2.3 นักเรียนส่งผลงานหรือชิ้นงานในการปฏิบัติกิจกรรม มีส่วนร่วมในการนำเสนอ ผลงานหรอื อภปิ รายความรู้ 2.2.4 นักเรยี นทำแบบทดสอบภาคความรู้หลงั เรยี น
๔ หลกั การและเหตผุ ล ความเข้าใจของบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับความหมายของสัตว์น้ำยังไม่ถูกต้อง ยังมีความเข้าใจ คลาดเคลื่อนอยู่มาก เพราะความหมายของสัตว์น้ำตามหลักวิชาการจะไม่ใช่เพียงแค่ ปลา กุ้ง ปู หอย ที่หลาย คนเข้าใจ ดังนั้นในฐานะที่เรยี นทางด้านประมงควรจะต้องมีความรู้และเข้าใจให้ถูกต้อง รวมไปถึงความสำคัญ ของสัตว์น้ำมีมากมายทั้งทางด้านเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ และทางด้านเศรษฐกิจหลักของประเทศ จึงควรมี การศกึ ษาให้ละเอยี ดและลกึ ต่อไป
๕ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. ด้านความรู้ ๑.๑ บอกความหมายของสตั ว์นำ้ ได้ครบถว้ น ๑.๒ เขา้ ใจความสำคญั ของสัตว์นำ้ ทกุ ชนิด 2. ๗ ดา้ นทกั ษะ ๒.1 ๓. ดา้ นคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ ๓.๑ มคี วามตงั้ ใจในการเรยี น ๓.๒ มคี วามกระตือรือรน้ ในการเรยี น ๓.๓ มคี วามรบั ผดิ ชอบในงานทม่ี อบหมาย
๖ ขอบข่ายเนื้อหา ความหมายของสตั วน์ ้ำ สัตว์น้ำ (aquatic animal) หมายถึง สัตว์ที่อาศัยในน้ำหรือมีวงจรชีวิตส่วนหนึ่งอยู่ในน้ำหรืออาศยั อยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมถึง เช่น ปลา กงุ้ ปู แมงดาทะเล หอย เต่า ตะพาบนา้ จระเข้ รวมทั้งไข่ของสัตว์น้ำนั้น สัตว์ น้ำจำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม ปลิงทะเล ฟองนา้ หินปะการงั กัลปังหา และสาหรา่ ยทะเล ทั้งนี้ รวมทั้งซากหรือส่วน หนึ่งส่วนใดของสัตว์น้ำเหลา่ น้ัน และหมายความรวมถึงพันธ์ุไม้นำ้ ตามทีไ่ ดม้ ีพระราชกฤษฎกี าระบชุ อ่ื ความสำคญั ของสัตวน์ ้ำ สัตว์น้ำถือเป็นอาหารหลักสำคัญของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย เนื้อปลาอุดม สมบูรณ์ไปด้วยโปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งร่างกายของเราต้องการ ตามหลักฐานของ องค์การอาหาร และเกษตรแหง่ สหประชาชาติ ประชาชนชาวไทยสว่ นใหญ่ บรโิ ภคปลาเปน็ อาหาร จำนวนถึง ๕๕.๒ เปอรเ์ ซ็นต์ ของอาหารโปรตีนทไ่ี ดจ้ ากสตั ว์ทง้ั หมดที่ใช้บรโิ ภค
๗ บททดสอบก่อนเรยี น ๑. ข้อใดคอื ความหมายของสตั วน์ ำ้ ก. ปลา กุ้ง ปู หอย เต่า ข. สัตว์ทีอ่ าศัยในนำ้ ตลอดชีวติ ค. สตั วน์ ำ้ สัตว์คร่งึ บกคร่งึ น้ำ ง. สัตว์น้ำ สตั วค์ รึง่ บกครง่ึ นำ้ สาหร่ายทะเล ๒. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ลา ก. มกี ระดกู สันหลัง ข. หายใจด้วยเหงอื ก ค. ปลาดาว ง. ม้าน้ำ ๓. กุ้งจดั อยใู่ น class เดียวกับสัตว์น้ำชนดิ ใด ก. ปู ข. หอย ค. ปลา ง. นก ๔. หอย จดั อยู่ใน class เดยี วกับสตั วน์ ำ้ ชนิดใด ก. ปู ข. หมกึ ค. ปลา ง. นก
๘ ๕. ปู จดั เปน็ สัตวน์ ำ้ ทม่ี ีขา กข่ี า ก. ๖ ข. ๘ ค. ๑๐ ง. ๑๒ ๖. สัตว์น้ำของไทยท่ีมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากทีส่ ุดได้แก่ ก. ปลาทูนา่ ข. กงุ้ ทะเล ค. ปทู ะเล ง. หอยนางรม ๗. ความสำคัญของปลาข้อใดสำคัญท่สี ดุ ก. แหลง่ โปรตีนท่ดี ที สี่ ดุ ข. ใหค้ วามสวยงามเพลิดเพลิน ค. ผลิตเป็นปลากระป๋อง ง. ใช้ในการวิจัยทางวิชาการ ๘. กงุ้ ทะเลทน่ี ยิ มเลี้ยงมากที่สุดในปจั จบุ นั คอื ข้อใด ก. กงุ้ กลุ าดำ ข. กงุ้ กุลาลาย ค. ก้งุ แชบว๊ ย ง. กุ้งขาว ๙. ปนู ่ิม หมายถึงขอ้ ใด ก. ปเู พ่ิงลอกคราบ ข. ปูทต่ี ม้ ให้เปื่อย ค. ปทู ่ีเพงิ่ เกิดใหม่ ง. ชอื่ ของปูชนิดหนง่ึ ๑๐. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระโยชนข์ องหอย ก. เปน็ แหล่งโปรตนี ข. เปลอื กหอยใช้เป็นเคร่ืองประดบั ค. เปน็ intermediat host ง. กำจัดศัตรูพืช
๙ เฉลยบททดสอบก่อนเรยี น ๑. ง ๒. ค ๓. ก ๔. ข ๕. ค ๖. ข ๗. ก ๘. ง ๙. ก ๑๐. ค
๑๐ เนอ้ื หา ความหมายของสัตว์นำ้ สัตว์น้ำ (aquatic animal) หมายถึง สัตว์ที่อาศัยในน้ำหรือมีวงจรชีวิตส่วนหนึ่งอยู่ในน้ำหรืออาศยั อยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมถึง เช่น ปลา กงุ้ ปู แมงดาทะเล หอย เต่า ตะพาบนา้ จระเข้ รวมทั้งไข่ของสัตว์น้ำนั้น สัตว์ น้ำจำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม ปลิงทะเล ฟองนา้ หินปะการงั กลั ปังหา และสาหร่ายทะเล ทั้งนี้ รวมทั้งซากหรือส่วน หนงึ่ สว่ นใดของสตั ว์นำ้ เหลา่ นน้ั และหมายความรวมถึงพนั ธุ์ไม้น้ำ ตามท่ไี ดม้ ีพระราชกฤษฎีการะบุชือ่ สตั วน์ ้ำทีใ่ ช้เป็นอาหารไดแ้ ก่ สตั ว์น้ำในกลุม่ ปลา ไดแ้ ก่ ปลาชนิดต่างๆ สัตว์นำ้ ใน กลมุ่ crustacean ได้แก่ กุง้ กัง้ ปู สัตว์น้ำในกลมุ่ มอลลสั (mollusk) ไดแ้ ก่ ปลาหมกึ หอย สัตวน์ ำ้ อ่นื ๆ ไดแ้ ก่ ปลิงทะเล แมงดาทะเล เตา่ กระ ตะพาบนำ้ จระเข้ เปน็ ต้น ปลา (Fish) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีกระดูกสันหลัง เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ เป็นสัตว์ เลือดเย็น หายใจด้วยเหงือกและมีกระดูกสันหลัง สามารถเคลื่อนไหวไปมาด้วยครีบและกล้ามเนื้อของลำตัว บางชนิดมีเกล็ดปกคลุมทั่วตัว บางชนิดไม่มีเกล็ดแต่ปกคลุมด้วยเมือกลื่น ๆ หรือแผ่นกระดูก มีหัวใจสองห้อง และมีขากรรไกร สัตว์ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำบางประเภท ถูกเรียกติดปากว่าปลาเช่นเดียวกัน เช่น ปลาดาว โลมา วาฬและหมึก ซึ่งสัตว์ทั้งหมดนี้ก็มีแหล่งอาศัยอยู่ในน้ำด้วยกันทั้งสิ้น แต่ไม่ได้จัดอยู่ใน จำพวกเดียวกันกับปลา ด้วยลักษณะทางกายวิภาคและสรีรวิทยาที่แตกต่างกันเช่น ปลาดาวเป็นสัตว์ที่ไม่มี กระดูกสันหลังเช่นเดียวกับปลา มีโครงสร้างที่เป็นหินปูน โลมาและวาฬถูกจัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมท่ี สามารถหายใจได้ทางปอดไม่ใช่ทางเหงอื ก และปลาหมึกจัดเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลงั แต่ถูกจัดรวมอยู่กับ สตั ว์ประเภทเดยี วกนั กบั หอย กุ้ง (shrimp) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ชั้น Crustacea อันดับ Decapoda มีด้วยกัน หลายวงศ์ กุ้งเป็นสัตว์น้ำ หายใจด้วยเหงือก ลำตัวยาว แบนหรือกลม แบ่งเป็นปล้อง ๆ เปลือกที่หุ้มท่อนหัว และอกคลุมมาถึงอกปลอ้ งที่ 8 ส่วนใหญ่กรีมีลักษณะแบนข้าง ก้ามและขาอยูท่ ีส่ ่วนหัวและอก มี 10 ขา มีท้ัง ในน้ำจืดและน้ำเค็ม โดยปกติชอบหลบซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ตามพื้นน้ำหรือในซอกมืด ๆ จะออกหากินในเวลา กลางคืน กุ้งกินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร เช่น กิน กุ้งด้วยกันเอง ลูกปลา ไส้เดือน สัตว์หน้าดินขนาดเล็กชนิด ต่าง ๆ ข้าว เนื้อมะพร้าวตลอดจนซากสัตว์ สามารถแบ่งออกได้หลายชนิด เช่น กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม กุ้ง นาง กุ้งหลวง ก้งุ ก้ามเกลีย้ ง กุง้ ตะกาด กุ้งตะเขบ็ ก้งุ ฝอย ก้งุ หัวแข็ง กุง้ หวั โขน กงุ้ ขาว กงุ้ รู กงุ้ หิน กงุ้ ดดี ขัน กุ้ง แชบ๊วย กงุ้ เครย์ฟชิ ส่วนประกอบของเปลือกกุ้งส่วนใหญ่เป็นไคตนิ รองลงมาก็เป็นจำพวกแร่ธาตุ โปรตีน ส่วน ของไขมนั เปน็ ตน้
๑๑ ปู เป็นสัตวพ์ วกเท้าปล้องชนิดหนึ่ง อยูใ่ นไฟลัมอาโทรโพดา ในอันดบั ฐานบราชีอรู า (Brachyura) มี ลกั ษณะสิบขา มีหลายชนิดทอ่ี ย่ทู งั้ น้ำจืดและทะเล รวมถงึ อยู่แต่เฉพาะบนบก ปูจะมีกระดองซึ่งเป็นแคลเซียมแข็ง มีลักษณะสมมาตร แอบโดเมนพับลงไปอยู่ใต้กระดอง ซ่ึง เป็นลักษณะสำคัญของอันดับฐานนี้ มีก้ามใหญ่ 1 คู่ มีขาเดิน 4 คู่ แตกออกเป็นรัศมีไปทางด้านข้างลำตัว หนวดคทู่ ี่ 2 อยู่ระหว่างตา ส่วนหาง ไม่มหี นา้ ท่ีชดั เจน และไมม่ ีแพนหาง ปูในแนวปะการังมีหลายกลุ่มหลายรูปร่างโดยสัมพันธ์กับพฤติกรรม ปูหลายชนิดอาศัยตามพ้ืน ทราย จะมีขาวา่ ยน้ำหรือกรรเชียงคล้ายปูมา้ บางชนดิ ตัวใหญ่ มีกระดองแข็งคล้ายปูทะเล มขี าสั้นและแข็งแรง เพอ่ื เกาะยึดกับหนิ เชน่ ปใู บก้ ้ามดำ ปูบางชนิดมีรูปร่างแปลกเพื่อพรางตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม บางชนิดมีสีและลักษณะกระดอง เหมือนกัลปังหา ปะการังอ่อน หรือดาวขนนก ในจำนวนนี้ยังมีปูที่นำฟองน้ำหรือสาหร่ายมาติดตามตัวเพื่อใช้ พรางกาย ปูกลุ่มหนึ่งที่มีวิวัฒนาการมากกว่ากลุ่มอื่นคือ ปูเสฉวนจะเปลี่ยนส่วนท้องให้นิ่มและขดงอเพ่ือ สามารถเข้าไปอยู่ในเปลือกหอย นำเปลือกหอยติดตัวไปด้วยตลอดเวลา ซึ่งจะจัดอยู่ในอันดับฐานปู ปลอม (Anomura) ปัจจุบันปูได้รับการจำแนกไว้แล้วกว่า 6,000 ชนิด ส่วนใหญ่พบในแถบอินโด-แปซิฟิก ใน ประเทศไทยพบแล้วรวม 824 ชนดิ [ หอย เป็นชื่อสามัญในภาษาไทยของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในไฟลัมมอลลัสกา (Mollusca) อาศัย อย่ไู ด้ทง้ั บนบกและในน้ำ มจี ดุ เด่น คือ มีเปลอื กทเี่ ปน็ แคลเซยี มแข็ง ใช้ห่อหุม้ ลำตัว โดยปกตแิ ลว้ สามารถแบ่ง ออกได้เปน็ 2 หรอื 3 จำพวกใหญ่ ๆ คอื หอยเปลือกเดียว (Gastropoda) หอยเปลอื กคู่ (Bivalvia) แ ต ่ ก ็ ย ั ง ม ี ส ั ต ว ์ อ ี ก บ า ง จ ำ พ ว ก ท ี ่ ถ ู ก เ ร ี ย ก ว ่ า ห อ ย อ ี ก เ ช ่ น ก ั น ไ ด ้ แ ก่ ห อ ย งาช้าง (Scaphopoda), หอยงวงช้าง (Cephalopoda) หรือแม้แต่สัตว์ที่ไม่ได้อยู่ในไฟลัมมอลลัสกาบาง ประเภท ก็เรียกว่า หอย เช่นกัน เช่น หอยเม่น ที่อยู่ในไฟลัมอิคีเนอเดอร์เมอเทอ (Echinodermata) หอย ปากเป็ด ท่ีอย่ใู นไฟลมั บราคิโอโพดา (Brachiopoda) เป็นต้น หอย ถอื เปน็ สัตว์ทีก่ ำเนิดมาจากตั้งแตย่ ุคก่อนประวตั ิศาสตร์ ถอื เป็นสตั ว์ท่ีไมม่ ีกระดูกสันหลังที่ หลากหลายมากที่สุดรองจากแมลง ปัจจุบันนี้พบแล้วไม่ต่ำกว่า 80,000 ชนิด มีการพิสูจน์พบว่าเปลือกหอย สามารถคงรูปร่างอยู่ได้นานถึง 75 ล้านปี ในปัจจุบันมนุษย์ได้นำหอยมาใช้ในการศึกษาทั้งทาง วิทยาศาสตร์, ภูมิศาสตร์, ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี เช่น ลวดลายของหม้อไหบ้านเชียงก็เชื่อว่าที่มาหรือ แรงบนั ดาลใจจากก้นหอยโขงน้ำจืด หรือหอยขม เป็นตน้ [4] เปน็ สตั ว์ท่ีมนุษย์โดยปกติแล้วใช้เน้ือมารับประทาน เปน็ อาหาร และใชเ้ ปลอื กในการใชป้ ระโยชนต์ ่าง ๆ โดยศาสตรท์ ่ศี กึ ษาเฉพาะทางด้านหอย เรียกวา่ สงั ขวทิ ยา โดยคำว่า \"หอย\" ในภาษาไทย สันนิษฐานว่าอาจเพี้ยนมาจากคำว่า \"ไห่\" (海) ในภาษา กวางตงุ้ ซึง่ แปลวา่ \"ทะเล\" เน่อื งจากเป็นสตั ว์มีความเกี่ยวโยงกบั ท้องทะเล
๑๒ ความสำคญั ของสัตวน์ ้ำ ปลาเปน็ อาหารหลักสำคญั ของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในประเทศไทย เนือ้ ปลาอดุ ม สมบรู ณ์ ไปด้วยโปรตีน ไขมัน และแรธ่ าตตุ ่างๆ ซง่ึ ร่างกายของเราตอ้ งการ ตามหลักฐานของ องคก์ ารอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ บริโภคปลาเป็นอาหาร จำนวนถึง ๕๕.๒ เปอร์เซ็นต์ ของ อาหารโปรตีนที่ได้จากสัตว์ทั้งหมดที่ใช้บริโภค ประชาชนในประเทศของเราใช้ปลาเป็นอาหารเป็นจำนวน ประมาณ ๒๒ กิโลกรัมต่อคนตอ่ ปี ในประเทศอ่ืนๆ โดยเฉพาะญีป่ นุ่ เกาหลี และประเทศในยโุ รปหลายประเทศ ก็ใชป้ ลาเป็นอาหารประจำวนั กัน อยา่ งแพร่หลาย ตามสถิติขององค์การอาหารและเกษตรฯ ปรมิ าณปลาทะเล ที่จับขึ้นมาใช้ประโยชน์ ในโลกมีปริมาณท้ังส้ินกว่า ๖๐ ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาท นอกจากเรา จะใช้ปลาเป็น อาหารแล้วยังใช้ในการอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ใช้ในการเลี้ยงไก่ เป็ด และสุกร เป็นต้น ทำให้ บังเกิดผลประโยชน์ที่ดีต่อเศรษฐกิจของประเทศของเราเป็นอันมาก การประมงของประเทศมีส่วนทำให้ อุตสาหกรรมอื่นๆ ขยายตัวอย่างกว้างขวาง เช่น การทำเค็มตากแห้ง การทำน้ำปลา การผลิตน้ำมันตับปลา นำ้ มนั ปลาสร้อย การผลติ ปุ๋ยจากปลา การทำอวน ฯลฯ เป็นตน้ ปลาสวยงามหากเล้ียงไว้ดูเล่นในบ้านก็มีส่วน ทำให้เราได้รับความสุขเพลิดเพลิน และความ สงบทางจิตใจ ประเทศสิงคโปร์มีรายได้จากปลาประเภทปลา สวยงามต่างๆ เป็นอันมาก เพราะเป็นประเทศที่ผลิตปลาสวยงามส่งขายในต่างประเทศ จนเป็นอุตสาหกรรม ใหญ่โตเป็นล่ำเป็นสัน นักวิทยาศาสตร์ใช้ปลาเป็นสัตว์ทดลอง เพื่อนำความรู้ใหม่ๆ มาทำให้เกิดประโยชน์แก่ มนุษย์ เช่น ใช้ปลาในการทดลองหาวงจรชีวิตของพยาธิบางจำพวก ที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ ตลอดจนใช้ปลา ในการทดลองประดิษฐ์รูปยานพาหนะที่เหมาะสม และวิ่งเร็ว ในระดับความต้านทานต่างๆ กัน รวมทั้งการใช้ ปลาในการศึกษาเสียงใต้น้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ปลายังมีส่วนช่วยทำให้สวัสดิภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีข้นึ เชน่ ชว่ ยทำลาย แมลง เช่น ยงุ ในแหล่งนำ้ ใหล้ ดนอ้ ยลง เป็นการช่วยป้องกนั โรคระบาด ของมนุษยไ์ ด้เป็นอย่าง ดี เพราะเปน็ วิธีการควบคุมทางชีวภาพ กุ้งทะเล นบั เป็นสัตว์นำ้ ท่ีมีคุณค่าทางเศรษฐกิจมากในเขตภาคใตข้ องไทย โดยมีการพัฒนาจากการ ทำนากุ้งธรรมชาติทใ่ี ช้พันธ์กงุ้ ท่ีมีอยู่ในน้ำทะเล โดยสูบนำ้ ทะเลเข้ามาเก็บไว้ระยะหนงึ่ แลว้ เกบ็ เกี่ยว ซ่ึงใช้พ้ืนที่ มากส่วนใหญ่เป็นบ่อดินขนาดใหญ่ มาสู่ธุรกิจด้วยการเลี้ยงแบบหนาแน่น (intensive culture) ที่มีการใช้ลูก พนั ธุ์ท่ไี ด้จากโรงเพาะฟกั มาปล่อยลงสูบ่ ่อเล้ยี ง ในระยะแรกของการเล้ยี งเป็นกุ้งกลุ าดำ ต่อมามีปัญหาเร่ืองสาย พนั ธ์ุและโรค ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เปลย่ี นจากการเลี้ยงก้งุ กุลาดำมาเปน็ กุ้งขาว จากสถติ ขิ องสำนกั งานสถิติ กรมประมงพบว่าปี พ.ศ. 2548 ปริมาณการผลิตกุ้งทะเลในพื้นที่ภาคใต้มีสูงถึง 241,296 ตันคิดเป็น 60.13% ของผลผลิตรวมทั้งประเทศ โดยมีพื้นที่เลี้ยงกุ้งในเขตภาคใต้อยู่สูงถึง 211,696 ไร่คิดเป็น 47.15% ของพื้นที่เลี้ยงกุ้งทั้งหมด ผลผลิตส่วนใหญ่ของประเทศร้อยละ 93.33 % เป็นกุ้งขาว สำหรับ ผลผลิตกุ้งกุลาดำซึ่งเป็นกุ้งท้องถิ่นของไทยลดลงเหลือเพียง 6.49 % เท่านั้น อย่างไรก็ตามผลผลิตของกุ้งก็ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มูลค่าการส่งออกในปี 2550 มีอัตราการขยายตัวถึง 5 % มีมูลค่าสูงถึง 62,004.97 ลา้ นบาท (สมาคมแช่เหยือกแขง็ , 2551) ปูทะเล มีความสำคญั ต่อมนุษย์ในฐานะของสัตว์เศรษฐกจิ ทนี่ ิยมนำมาปรุงสดเป็นอาหาร เช่น ปูผัด ผงกะหรี่ ปูนึ่ง เป็นต้น โดยทางการ ได้แก่ กรมประมง สนับสนุนให้เกษตรกรเพาะเลี้ยง โดยมักจะเลี้ยงใน กระชงั ใกล้กบั ทะเล เชน่ ในพ้นื ที่เขตบางขุนเทียน ของกรุงเทพมหานคร ถึงขนาดจัดเป็นเทศกาลท่องเท่ียวโดย ร่วมกบั การท่องเทย่ี วแหง่ ประเทศไทย
๑๓ ปทู ะเลเป็นที่นิยมรบั ประทานอย่างย่ิง โดยเฉพาะในเวลาท่ีกำลังลอกคราบเพราะเน้ือ ปจู ะนมิ่ กระดองยงั ไมแ่ ขง็ เท่าไหร่ ซ่งึ เรยี กวา่ \"ปูนิ่ม\" หอย เป็นแหล่งสารอาหารที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีสรรพคุณ ช่วยป้องกันโรคร้าย อย่างมะเร็ง หรืออัมพาต รวมไปถึงช่วยชะลอความแก่ ช่วยบำรุงผิว ป้องกันการเป็นหมนั โรคต่อมลูกหมากโต ตอ่ มลูกหมากอักเสบ ควบคุมความดันโลหติ ควบคุมการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเซลล์ และการเส่ือมของเซลล์ ต่างๆ แหล่งรวมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่น โลหิตจาง โรคเหน็บชา ช่วยให้ร่างกาย ไมอ่ อ่ นเพลยี ป้องกนั โรคปากนกกระจอก ไมเกรน ลดการเกดิ โรคมะเรง็ หลอดอาหาร ทำลายสารพิษจากมลพิษ และควันบุหรี่ ทงั้ ยังช่วยบำรงุ ผวิ หนัง เลบ็ เสน้ ผม ใหม้ สี ขุ ภาพทดี่ ี และมีสารท่ีมคี วามจำเป็นต่อการทำงานของ สมองและระบบประสาท ช่วยในเรื่องระบบการเผาผลาญอาหาร อดุ มไปดว้ ยโปรตีน ธาตเุ หล็ก และฟอสฟอรัส มีสรรพคุณช่วยบำรุงโลหิต บำรุงไขข้อและกระดูก ช่วยบรรเทากรดในกระเพาะอาหาร อาการจุกเสียดแน่น ท้อง ขับลมในลำไส้ ขับนิ่ว ขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ และถ้าหากทานคู่กับสมุนไพรหรือหอยชนิดอื่นๆ ยัง สามารถช่วยขับพยาธิ แก้ท้องร่วง ควรรับประทานให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย และควรรับประทาน อาหารที่มปี ระโยชน์และครบ 5 หมู่ เพ่ือสขุ ภาพท่ีดตี ่อร่างกายในหอยลายอุดมไปดว้ ยธาตุเหล็กและแร่ธาตุ ซ่ึง มีผลช่วยในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ คืนความอ่อนเยาว์ให้กลับคืนสู่ผิว ทั้งยังมี “อาร์จี นนิ ” ของกรดอะมิโนทีช่ ่วยบำรุงสุขภาพ โดยสารทีว่ ่ายังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของต่อมใต้สมองท่ี จำเป็นต่อการสร้าง Growth Hormone ที่ช่วยชะลอความแก่ และส่งเสริมภูมิคุ้มกัน โดยกระตุ้นการทำงาน ของต่อมไธมัส ที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับโรคติดเชื้อต่างๆ มีสรรพคุณทั้งเปลือกและเนื้อค่ะ ในตำราแพทย์แผนไทย ระบุเอาไว้ว่าหอยขมสามารถบรรเทาอาการปวดเม่ือย บำรุงกำลัง กระดูก ถุงน้ำดี และลำไส้ แก้ริดสีดวงทวาร รวมถงึ โรคทางเดินปสั สาวะ งูสวัด หอบหดื เจ็บหนา้ อก ช้ำใน ตาแดง ตาตอ้ และอัมพาต บทบาทของหอยในระบบนิเวศ หอยจัดเป็นสิ่งมีชีวิตใน Phylum Mollusca เป็นกลุ่มที่มีความ หลากหลายท้ังในแง่ของชนิดและจำนวนเปน็ อนั ดบั สองรองจากสัตวใ์ น Phylum Arthropoda โดยหอยจดั เป็น สัตว์กลุม่ ทม่ี คี วามสำคัญเป็นอยา่ งมากต่อมนุษย์และระบบนิเวศ โดยสตั วใ์ นกล่มุ น้ีมปี ระโยชน์และโทษมากมาย ดงั ตัวอย่างที่จัดแสดงสามารถสรปุ ไดด้ งั นี้ เปลือกของหอย (shell) หลายชนิด ซึ่งมีสีสันและลวดลายที่สวยงาม จึงนิยมนำเปลือกของหอยมา ตกแต่ง ตัวอย่างเช่น เปลือกของหอยเต้าปูน (วงศ์ Conidae) หอยแมงป่อง (วงศ์ Strombidae) หอยโถ (วงศ์ Tonnidae) หอยสังข์ (วงศ์ Buccinidae) หอยสังข์หนาม (วงศ์ Muricidae) หอยทากบกหลายชนิด เช่น หอย ต้นไม้ (Amphridromus spp.) เป็นต้น นอกจากนี้เปลือกหอยหลายชนิดถูกนำมาใช้ในการซื้อขายอย่าง กว้างขวาง เช่น เปลือกของหอยเต้าปูนซึ่งเป็นที่นิยมของนักสะสม เปลือกของหอยงวงช้าง (Class Cephalopoda, วงศ์ Nautilidae) ซ่ึงเปน็ หอยน้ำลึกท่ีหาไดย้ าก เปน็ ตน้ เปลือกของหอยบางชนิดถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับ เพิ่มความสวยงาม เช่น การนำเปลือกของ หอยเบี้ย (วงศ์ Cypraeidae) มาร้อยเป็นสร้อยคอ เป็นต้น นอกจากนี้มุก (pearl) ซึ่งเป็นส่วนที่หอยสร้างข้ึน เพ่ือใชใ้ นการป้องกันตวั เองจากสงิ่ แปลกปลอมโดยการสร้างสารพวกหินปนู มาเคลือบทบั ก็ถูกนำมาใช้ในวงการ เครื่องประดับอย่างกว้างขวาง เช่น มุกของหอยเป๋าฮื้อ (วงศ์ Haliotidae) และมุกของหอยน้ำจืดซึ่งมีความ สวยงามมาก เป็นต้น
๑๔ หอยหลายชนดิ ถูกนำมาเป็นอาหาร เช่น หอยแครง (วงศ์ Cardidae) หอยแมลงภู่ (วงศ์ Mytilidae) หอยลาย (วงศ์ Veneridae) หอยน้ำจืดหลายชนิด เช่น หอยโข่ง หอยขม และหอยทากบก เช่น หอยหอม (Cyclophorus volvulus) หอยเดอ่ื (Hemiplecta distincta) เป็นต้น หอยน้ำจืดบางชนิดจัดเป็น intermediate host ในระบบนิเวศ โดยเฉพาะปรสิตในกลุ่มของพยาธิ ใบไม้ ซึง่ จะมีชว่ งชีวิตทอี่ าศยั อย่ใู นหอยน้ำจืดบางสกลุ เป็นต้น หอยบางชนิดจัดเป็นศัตรูพืช (pests) ที่สำคัญ เช่น หอยเชอรี่ (Pomacea canaliculata) จัดเป็น หอยน้ำจืดที่เป็นตัวทำลายพืชของเกษตรกรอย่างมาก โดยเฉพาะพืชในกลุ่มข้าว ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการ จัดแสดงเปลือกของหอยเชอร่ี วิธีการที่ใช้ในการศึกษาและติดตามประชากรของหอยเชอรี่ ซึ่งจัดเป็นการวิจัย พนื้ ฐานทสี่ ำคัญทางชวี วิทยา
๑๕ ทดสอบหลงั เรียน ๑. ขอ้ ใดคือความหมายของสตั วน์ ำ้ ก. ปลา กงุ้ ปู หอย เตา่ ข. สัตวน์ ้ำ สตั ว์ครึ่งบกครง่ึ นำ้ สาหร่ายทะเล ค. สตั วน์ ำ้ สัตวค์ รง่ึ บกคร่ึงน้ำ ง. สัตว์ที่อาศยั ในนำ้ ตลอดชีวิต ๒. ข้อใดไม่ใชป่ ลา ก. ม้านำ้ ข. ปลาดาว ค. หายใจด้วยเหงอื ก ง. มีกระดูกสันหลัง ๓. กุ้งจดั อยใู่ น class เดียวกับสตั วน์ ้ำชนิดใด ก. ปลา ข. หอย ค. ปู ง. นก ๔. หอย จดั อยู่ใน class เดียวกับสัตว์นำ้ ชนดิ ใด ก. ปู ข. นก ค. ปลา ง. หมึก
๑๖ ๕. ปู จัดเปน็ สตั วน์ ้ำทมี่ ขี า กข่ี า ก. ๑๒ ข. ๑๐ ค. ๘ ง. ๖ ๖. สัตวน์ ้ำของไทยท่ีมคี วามสำคญั ทางเศรษฐกจิ มากท่สี ดุ ได้แก่ ก. ปูทะเล ข. หอยนางรม ค. ปลาทนู า่ ง. กุ้งทะเล ๗. ความสำคญั ของปลาข้อใดสำคัญท่ีสดุ ก. ให้ความสวยงามเพลิดเพลิน ข. แหล่งโปรตนี ทดี่ ีทสี่ ดุ ค. ผลติ เปน็ ปลากระป๋อง ง. ใชใ้ นการวิจัยทางวชิ าการ ๘. กงุ้ ทะเลที่นิยมเลย้ี งมากท่ีสดุ ในปจั จุบนั คือข้อใด ก. กุ้งกุลาลาย ข. ก้งุ กุลาดำ ค. กงุ้ ขาว ง. ก้งุ แชบ๊วย ๙. ปูนม่ิ หมายถึงข้อใด ก. ชื่อของปูชนิดหนึ่ง ข. ปูเพง่ิ ลอกคราบ ค. ปูทเ่ี พิง่ เกดิ ใหม่ ง. ปทู ต่ี ม้ ให้เป่อื ย ๑๐. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชนข์ องหอย ก. กำจดั ศตั รพู ืช ข. เป็น intermediat host ค. เปลอื กหอยใช้เปน็ เครื่องประดับ ง. เปน็ แหล่งโปรตนี
๑๗ เฉลยบททดสอบหลังเรยี น ๑. ข ๒. ข ๓. ค ๔. ง ๕. ข ๖. ง ๗. ข ๘. ค ๙. ข ๑๐. ข
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: