Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารประกอบการประชุมวันที่ 3 เมษายน 2564

เอกสารประกอบการประชุมวันที่ 3 เมษายน 2564

Description: การประชุมเชิงปฏิบัติการ
เรื่อง การมีส่วนร่วมและเตรียมความพร้อมเพื่อจัดทำโครงการย่อย
ภายใต้โครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตกลุ่มแรงงานในระบบภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
: ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ บรรเทาหนี้ครัวเรือน
วันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2564 เวลา 09.30-15.00 น.
ณ ห้องประชุม 413 ชั้น 4 ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระรามสี่ กรุงเทพมหานคร
จัดโดย โครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตกลุ่มแรงงานในระบบภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สสส.

Search

Read the Text Version

\\

Page |1 ลำดบั ท่ี รายการเอกสาร หน้าที่ 2 1. กำหนดการประชุมเชิงปฏิบัตกิ าร 2. รายช่ือผูเ้ ขา้ ร่วมประชมุ 3 3. รจู้ กั สำนัก 6 สำนกั งานกองทนุ สนับสนนุ การสรา้ งเสรมิ สุขภาพ 6 (สสส.) 4. สาระสำคญั โครงการ 8 การฟน้ื ฟคู ุณภาพชีวติ กลุ่มแรงงานในระบบภาคการผลิต ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 : ลดรายจ่าย เพมิ่ รายได้ บรรเทาหนคี้ รวั เรอื น ระยะเวลาดำเนินการ : 5 มีนาคม 2564 – 4 มีนาคม 2565 (12 เดือน) 5. แบบเสนอโครงการยอ่ ย 25 ภายใตช้ ดุ โครงการฟ้ืนฟคู ุณภาพชวี ติ กลมุ่ แรงงานในระบบ ภาคการผลิตทไี่ ด้รบั ผลกระทบจากโควิด-19: ลดรายจา่ ย เพิม่ รายได้ บรรเทาหนีค้ รัวเรือน 6. กระบวนการพิจารณาโครงการยอ่ ยและงบประมาณท่จี ะสนบั สนุน 32

Page |2 กำหนดการประชุมเชิงปฏิบตั กิ าร เรอื่ ง การมสี ่วนร่วมและเตรยี มความพร้อมเพ่ือจัดทำโครงการย่อย ภายใตโ้ ครงการฟน้ื ฟูคุณภาพชวี ิตกลมุ่ แรงงานในระบบภาคการผลิตทไ่ี ด้รบั ผลกระทบจากโควดิ -19 : ลดรายจา่ ย เพ่มิ รายได้ บรรเทาหนี้ครวั เรอื น วันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2564 เวลา 09.30-15.00 น. ณ ห้องประชมุ 413 ช้ัน 4 ศูนยเ์ รยี นรสู้ ุขภาวะ สำนกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) ซอยงามดพู ลี ถนนพระรามสี่ กรงุ เทพมหานคร จดั โดย โครงการฟืน้ ฟคู ณุ ภาพชวี ิตกลุ่มแรงงานในระบบภาคการผลิตท่ีไดร้ ับผลกระทบจากโควดิ -19 สสส. 09.00-09.30 น. ลงทะเบยี น รบั เอกสาร 09.30 – 10.00 น. กล่าวทกั ทาย ชี้แจงสาระสำคัญโครงการ เจตนารมณข์ อง สสส.สำนัก 6 ต่อการสนับสนุนการดำเนินงาน โครงการฟนื้ ฟคู ุณภาพชวี ิตกลมุ่ แรงงานในระบบภาคการ ผลติ ทไี่ ดร้ ับผลกระทบจากโควิด-19ฯ โดย นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ รองประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 6 สสส. นางสาวพนิ ทุสร โพธ์อิ ุไร นกั บรหิ ารแผนงานชำนาญการ สสส.สำนกั 6 นางสาวบษุ ยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ ผูจ้ ัดการโครงการฯ 10.00 – 10.30 น. กิจกรรมที่ 1 : ทำความรู้จักกันและกัน 10.30 – 12.00 น. กจิ กรรมที่ 2 : กระบวนการพัฒนาโครงการย่อยตอ่ การตอบสนองปัญหาและการแก้ไขปัญหา ของกลมุ่ แรงงานแต่ละพนื้ ท่ี “จะลดทุกข์-สรา้ งสุขอยา่ งไร ในรปู แบบใด” 12.00 – 13.00 น. รบั ประทานอาหารกลางวันร่วมกัน 13.00 – 14.30 น. กิจกรรมท่ี 3 : แลกเปล่ยี น ซกั ถาม เงอ่ื นไขการทำงานโครงการยอ่ ย และข้อตกลงรว่ มกนั 14.30 – 15.00 น. นัดหมายปฏิทนิ งานแตล่ ะเดอื น เพ่ือการจัดทำโครงการย่อย เสนอ สสส.สำนกั 6 วิทยากรกระบวนการ : นายวีรพงษ์ เกรยี งสินยศ

Page |3 รายชอ่ื ผู้เข้าร่วมประชุม การประชุมเชงิ ปฏบิ ัติการ เรือ่ ง การมสี ว่ นร่วมและเตรยี มความพรอ้ มเพือ่ จดั ทำโครงการย่อย ภายใต้โครงการฟ้นื ฟูคุณภาพชีวิตกลุ่มแรงงานในระบบภาคการผลติ ทไ่ี ด้รับผลกระทบจากโควดิ -19 : ลดรายจ่าย เพ่ิมรายได้ บรรเทาหนีค้ รัวเรอื น วนั เสารท์ ่ี 3 เมษายน 2564 เวลา 09.30-15.00 น. ณ ห้องประชุม 413 ชั้น 4 ศนู ยเ์ รียนรูส้ ุขภาวะ ลำดบั ชื่อ – สกลุ / องคก์ ร หนว่ ยงาน สำนกั งานกองทุนสนบั สนุนการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ สำนกั 6 สำนักสรา้ งสรรคโ์ อกาส 1. นายวีรพงษ์ เกรยี งสินยศ รองประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 6 สสส. 2. นางสาวพนิ ทุสร โพธ์อิ ุไร นกั บรหิ ารแผนงานชำนาญการ บริษัทออโตอ้ ลั ลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกดั จ.ระยอง 3. นายชัยยุทธ สวัสดี ผูจ้ ดั การฝ่ายทรพั ยากรบุคคล 4. นายปิยพงษ์ สรรเสรญิ ฝา่ ยทรัพยากรบคุ คล บรษิ ัท ไอซินทาคาโอก้าฟาวนด์ ริบางปะกง จำกัด และสหภาพแรงงาน ไอชินสมั พนั ธ์ จ.ชลบรุ ี 5. นางนวลทอง ปญั ญามี ฝ่ายทรพั ยากรบุคคล 6. นางสาวสปุ รียา จนั ครา ฝา่ ยทรัพยากรบุคคล 7. นายอำนาจ มงคลชยั เลขาธิการสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงาน อุตสาหกรรมกระจกแกว้ และเคมภี ัณฑ์แห่งประเทศไทย จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง 8. นางสาวสทุ ธาทพิ ย์ สงั ขะบตุ ร ประธานสหภาพแรงงาน 9. นายจตรุ งค์ ไพรสิงห์ รองประธานสหภาพแรงงาน 10. นายรุ่งธวิ า เจยี มตน รองประธานสหภาพแรงงาน 11. นายเพ่มิ พงษ์ ทัดศรี เลขาธกิ ารสหภาพแรงงาน 12. นายสงกานต์ สกุลม่นั คง กรรมการสหภาพแรงงาน บริษัท ไอเอชไอ เทอรโ์ บ (ประเทศไทย) จำกัด จ.ชลบรุ ี และสหภาพแรงงาน ไอเอชไอ ประเทศไทย 13. นายไวยวุฒิ สกุ ิจพริ ยิ ะพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบคุ คล 14. นายนันทวัฒน์ วงศพ์ ฒั นกานต์ ประธานสหภาพแรงงาน 15. นายธนบดี พรหมราช เลขาธิการสหภาพแรงงาน 16. นายสุวรรณ หลาเพยี ร กรรมการสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงาน วายเอม็ พี กรปุ๊ จ.ชลบรุ ี 17. นายวัฒนา สันสา ประธานสหภาพแรงงาน 18. นายฉตั รชยั เน่ืองจำนงค์ รองประธานสหภาพแรงงาน

Page |4 ลำดับ ชื่อ – สกลุ / องค์กร หน่วยงาน 19. นาย ทรงวุฒิ บวั เบา กรรมการสหภาพแรงงาน 20. นายมลิวตั ร แป๊ะและฉ่ำ กรรมการสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงาน ชิ้นส่วนยานยนต์ไทย จ.ฉะเชิงเทรา 21. นางสาวศิรจิ รรยาพร แจ้งทองหลาง เลขาธกิ ารสหภาพแรงงาน 22. นายนกิ ร เหลา่ เขตกิจ รองประธานสหภาพแรงงาน 23. นางสาวเครือวรรณ โคบตุ ร เจ้าหนา้ ท่สี หภาพแรงงาน full-time 24. นางสาวศศธิ ร พรหมสุขนั ธ์ เจา้ หน้าทสี่ นบั สนุนงานสหภาพแรงงาน part-time สหภาพแรงงาน ผลติ ภณั ฑ์ยานยนต์ไทย จ.สมทุ รสาคร 25. นายสเุ นตร เพชรออ้ น ประธานสหภาพแรงงาน 26. นายอนุรักษ์ อรรคอดุ ม กรรมการสหภาพแรงงาน 27. นายยทุ ธนา โหวม่ ลุ ตรี กรรมการสหภาพแรงงาน 28. นายสาธติ ซาตนุ กรรมการสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงาน รวมใจเพ่อื นสัมพนั ธ์ จ.สมทุ รสาคร 29. น.ส. ธนวรรณ ชมหอม ประธานสหภาพแรงงาน 30. น.ส.กลั ยกร ทว้ มนาค กรรมการสหภาพแรงงาน 31. นายสกลภพ ฉลทู อง กรรมการสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงาน อตุ สาหกรรมสง่ิ ทอไทย จ.อา่ งทอง 32. นายพีระภัทร ลอยละลิว่ ประธานสหภาพแรงงาน 33. นายอรรถพล พลู ทอง กรรมการสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงาน มิซูโนพลาสตกิ จ.พระนครศรีอยธุ ยา 34. นายบุญสง่ เชียงสขุ ประธานสหภาพแรงงาน 35. นายอาคม เกตสุ วุ รรณ์ กรรมการสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงาน นากาชมิ า จ.พระนครศรอี ยธุ ยา 36. นายมานิต ปานอนิ ทร์ ประธานสหภาพแรงงาน 37. นายสมชาย โฉมชาย กรรมการสหภาพแรงงาน 38. นายทนงศักดิ์ พานแก้ว กรรมการสหภาพแรงงาน ลูกจา้ ง ไรเดอรจ์ ากแอพพลิเคช่นั ลาลามฟู 39. นายอนกุ ูล ราชกณุ า 40. นายวิทยา ทพั มงคล 41. นายตยุ้ เนตรนวิ ัฒน์

Page |5 ลำดับ ชอื่ – สกุล / องค์กร หนว่ ยงาน ลกู จ้าง ห้างหนุ้ ส่วนจำกัด ศรสี กลุ พลาสตกิ จ.สมุทรสาคร 42. นางสาวเกศมณี ยางงาม คณะทำงานโครงการ 43. นางสาวบษุ ยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ ผู้จดั การโครงการฯ 44. นายมงคล ยางงาม ผูป้ ระสานงานพนื้ ที่ 45. นางสาวพรทิพย์ พกุ กะนานนท์ ฝา่ ยการเงิน บัญชี 46. นางสาวปิยะมาศ มณศี รี ฝ่ายบนั ทึกข้อมลู การประชมุ

Page |6 เอกสารเรื่องท่ี 1 รูจ้ กั สำนกั 6 สำนกั งานกองทนุ สนับสนุนการสร้างเสริมสขุ ภาพ (สสส.)

Page |7 ร้จู ักสำนกั 6 สำนกั งานกองทุนสนับสนนุ การสร้างเสรมิ สุขภาพ (สสส.) วสิ ยั ทัศน์ สำนักสร้างสรรค์โอกาส (สำนัก 6) เป็นหนึ่งในหน่วยงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มบุคคล ชุมชน องค์กรได้ริเริ่มสร้างสรรค์การทำงานสร้างเสริมสุขภาพที่เป็นประโยชน์ ตอบโจทย์การแก้ปัญหาให้ชุมชนและพื้นที่ เพราะ “เราอยากเห็นทุกคนบนแผ่นดินไทยมีขีดความสามารถ สังคม และ ส่ิงแวดลอ้ มทเ่ี อือ้ ตอ่ สุขภาวะ” มีแนวคิดในการสนับสนุนโครงการสรา้ งเสรมิ สุขภาพขนาดเลก็ สำหรับภาคีรายย่อย เพ่อื เปดิ โอกาสใหก้ ลุ่มบุคคล ชุมชน องค์กรทั่วไป ที่สนใจริเริ่มทำโครงการที่สร้างสรรค์ตรงกับความต้องการและปัญหาของพื้นที่ ตลอดจนสนับสนุน การ พัฒนาทักษะ วธิ คี ดิ และเพ่มิ ขดี ความสามารถแก่ภาคเี ครือข่ายในการทำงานดา้ นการสร้างเสริมสขุ ภาพท่มี ปี ระสิทธิภาพ อยา่ งต่อเนือ่ ง สำนกั สร้างสรรคโ์ อกาส มีแนวทางในการทำงาน ดงั น้ี • ขยายโอกาสสร้างสรรค์การทำงาน โดยเปดิ โอกาสให้กลุ่มบุคคล ชมุ ชน องคก์ รได้รเิ ร่มิ สร้างสรรค์การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ ทเ่ี ปน็ ประโยชน์ และแก้ไขปญั หาใหก้ บั ชุมชนและพื้นที่ได้ โดยจะเปิดรับข้อเสนอโครงการตลอดท้ังปี • พัฒนาขีดความสามารถภาคี ใหส้ ามารถดำเนินการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพไดอ้ ยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ • ต่อยอด ขยายผล ด้วยการค้นหานวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพหรือชุดความรู้ที่เป็นตัวอย่างปฏิบัติการที่ดีเพื่อนำไปต่อ ยอด ขยายผลต่อในพื้นท่ี “เราจึงเป็นมากกว่าผู้สนับสนุนทุน แต่ยังรวมไปถึงบทบาทการเชื่อมประสานเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกัน ออกแบบกลไกการทำงานท่ีเกดิ ความยง่ั ยืน สนบั สนนุ เชิงวชิ าการและการสร้างเสริมศกั ยภาพให้กับภาค”ี ผู้อำนวยการสำนัก: คุณเขม็ เพชร เลนะพันธ์ นักบรหิ ารแผนงานชำนาญการ ผู้ทำหน้าท่เี ช่ือมประสานงานโครงการน้ี : คุณพินทุสร โพธอิ์ ไุ ร

Page |8 เอกสารเร่ืองท่ี 2 สาระสำคัญโครงการ การฟืน้ ฟูคุณภาพชีวิตกลุ่มแรงงานในระบบภาคการผลติ ทไ่ี ดร้ ับผลกระทบจากโควดิ -19 : ลดรายจ่าย เพิม่ รายได้ บรรเทาหน้ีครวั เรือน ระยะเวลาดำเนนิ การ : 5 มีนาคม 2564 – 4 มนี าคม 2565 (12 เดือน)

Page |9 สาระสำคญั โครงการ การฟื้นฟูคณุ ภาพชวี ิตกลุ่มแรงงานในระบบภาคการผลติ ทไ่ี ดร้ ับผลกระทบจากโควดิ -19 : ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ บรรเทาหนี้ครัวเรือน ระยะเวลาดำเนินการ : 5 มีนาคม 2564 – 4 มีนาคม 2565 (12 เดือน) ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวบษุ ยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ นักวิชาการสถาบนั ส่งเสริมภาคประชาสังคม ภายใต้การสนบั สนุนจากสำนักงานกองทนุ สนับสนนุ การสรา้ งเสรมิ สุขภาพ สำนัก 6 สำนกั สรา้ งสรรค์โอกาส (1) ความเป็นมาในการดำเนนิ โครงการ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ต่อเนื่องมาปี 2563 ได้สร้าง วกิ ฤติท้ังทางด้านสาธารณสุขและเศรษฐกจิ ในระดับโลกอย่างทไี่ ม่เคยพบมาก่อน แม้ทผ่ี ่านมาประเทศไทยสามารถรับมือ โควิด- 19 ได้ดีจนทั่วโลกให้การยอมรับ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส พร้อมทั้งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ มี มาตรการควบคุมโรคเพอ่ื ให้ภาคธุรกจิ สามารถกลับมาดำเนนิ กจิ การได้ตามลำดับ แต่เมื่อมาถึงปี 2564 สถานการณ์ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมกับรูปแบบการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ภายใต้วถิ ีปกตใิ หม่ ทำให้แรงงานในภาคอุตสาหกรรมมีโอกาสไดร้ บั ผลกระทบมากและกลบั เข้าสตู่ ลาดแรงงานอกี ครั้งได้ ยาก มีแรงงานจำนวนมากตอ้ งวา่ งงานอยา่ งฉบั พลัน ประสบกบั ปัญหารายได้ไม่เพียงพอตอ่ การยงั ชพี ขัน้ พ้ืนฐานในสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานในระบบภาคการผลติ ทีก่ ระจายตวั ทำงานในอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ สำนกั งานสถติ ิแหง่ ชาติ (2563) ไดจ้ ำแนกประเภทการทำงานของแรงงานในประเทศไทยไว้ 3 ประเภท คือ 1) ภาคเกษตรกรรม รวมถงึ การประมงและการเพาะเล้ียงสัตวน้ำ การเก็บหาของป่า กิจกรรมหลังการเก็บเก่ียว พชื ผล 2) ภาคการผลติ หมายถงึ งานในกระบวนการผลิตทุกประเภท รวมถงึ งานก่อสรา้ ง 3) ภาคการบริการและการค้า เช่น การค้าขาย, การซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ, โรงแรม, ร้านอาหาร, การให้บริการด้านสุขภาพ, การขนส่ง, งานบรกิ ารนนั ทนาการต่างๆ ตัวเลข ณ เดือนธันวาคม 2563 พบว่า จากจำนวนผู้มีงานทำในประเทศไทย 38.76 ล้านคน ทำงานในภาค บริการและการค้ามากที่สุด คือ 17.50 ล้านคน , ภาคเกษตรกรรม 13.48 ล้านคน และภาคการผลิต 7.78 ล้านคน แม้ว่าแรงงานในภาคกาคผลิตจะมีสัดส่วนน้อยที่สุด แต่กลับพบว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่สร้างความ เจริญเติบโตมาจากภาคการผลิตเป็นสัดส่วนมากที่สุดประมาณ 48 % ตามด้วยภาคท่องเที่ยวและบริการ 42 % ภาค เกษตร 10 %1 นี้จึงกล่าวได้ว่า โควิด-19 จึงเป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบในมิติต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติเศรษฐกิจ แรงงาน และการจ้างงาน แนวโน้มดังกล่าวทำให้จำเป็นที่จะต้องมีการจัดทำโครงการบางอย่างขึ้นมาเพื่อรองรับกลุ่ม แรงงานในระบบภาคการผลิตท่ีได้รับผลกระทบ รวมถึงแรงงานบางส่วนที่อาจจำเป็นต้องกลับถิ่นฐานของตนเพ่ือ ประกอบอาชีพใหม่เป็นการถาวรในวนั ขา้ งหน้า 1 สำนักงานสถติ ิแหง่ ชาติ , ธันวาคม 2563

P a g e | 10 โครงการฯ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและสภาพแวดล้อมต่าง ๆที่เกี่ยวข้องต่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต แรงงานในระบบภาคการผลิตท่ีไดร้ ับผลกระทบจากโควิด-19 รวม 3 ประการ ดังน้ี 1.1) ผลกระทบโควิด-19 กบั ภาคอตุ สาหกรรมและภาคบรกิ ารในประเทศไทยโดยรวม เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยเปน็ “ประเทศรับจ้างผลิตให้กับเจา้ ของตราสินค้า” ทั้งยังเป็น “ประเทศที่ผลติ เพื่อส่งออก ไม่ได้เน้นการขายภายในประเทศ” อุตสาหกรรมส่วนใหญ่จึงเป็นการลงทุนจากต่างประเทศ พึ่งพาชิ้นส่วน เทคโนโลยีการออกแบบ วัตถุดิบนำเข้า และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ สนับสนุนการใช้แรงงานเข้มข้นและค่าจ้างต่ำ ซ่ึง ได้กลายมาเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดการลงทุนมายังประเทศไทย ดังที่พบในอุตสาหกรรมภาคการผลิตต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ , อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ , อุตสาหกรรมโลหะ , อตุ สาหกรรมอาหาร , อุตสาหกรรมสง่ิ ทอ , อุตสาหกรรมกระดาษ เปน็ ต้น เมื่อเศรษฐกิจไทยมีความเชื่อมโยงและพึ่งพากับเศรษฐกิจโลก อุตสาหกรรมไทยจึงเติบโตแบบไม่สมบูรณ์และมี ความเปราะบาง ต้องเผชิญกับความเสี่ยงยามโลกเกิดความผันผวนและวิกฤติ ดังที่พบล่าสุดในกรณีของการแพร่ระบาด ของโควิด-19 ส่งผลให้ทั่วโลกต้องออกมาตรการปิดประเทศ การส่งออกสินค้าที่ถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของ เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างมหาศาล ห่วงโซ่อุปทานการผลิต (Global supply chain) ที่มีความเชื่อมโยงเกิด การชะงักงัน ทั้งไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต สินค้าที่ผลิตแล้วไม่สามารถส่งออกได้ ยอดสั่งผลิตสินค้ามีการยกเลิก หรือชะลอการผลิตออกไปก่อน รวมทงั้ คำสัง่ ซอ้ื สินค้าในปัจจุบันกไ็ ม่มี สง่ ผลให้รายไดข้ องภาคเอกชนลดลง ขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในหลายปีท่ี ผ่านมาก็ดับสนิทลงไปพร้อมกันด้วย และส่งผลต่อธุรกิจสายการบิน โรงแรม บริษัทนำเที่ยว และอื่นๆที่เกี่ยวเนื่อง ติดตามมา หากมองย้อนไปในปี 2562 สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนส่งผลให้การผลิตในภาคอุตสาหกรรม ลดลง ลดเงินค่าล่วงเวลา และลดการจ้างงานใหม่ ทำให้คนมีรายได้น้อยลง แรงงานส่วนหนึ่งจึงย้ายจาก ภาคอุตสาหกรรมไปภาคบริการ แต่มาวันนี้แรงงานที่จะย้ายไปสู่ภาคบริการก็ทำได้ยาก เพร าะภาคบริการได้รับ ผลกระทบอยา่ งมากจากโควดิ -19  เชน่ เดยี วกัน เมื่อมกราคม 2564 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประเมินว่าการระบาดของโควิด-19 ทำให้มีแรงงาน ได้รับผลกระทบกว่า 4.7 ล้านคน ในจำนวนนี้มีประมาณ 1.1 ล้านคน เสมือนว่างงาน (ทำงานต่ำกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน) และเส่ียงตกงานอกี 1 แสนคน ภายใต้มาตรการควบคุมเขม้ งวด 28 จังหวัด ซึ่งครอบคลุมสดั ส่วนกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ 3 ใน 4 หรือเกิน 50 % ของประเทศได้รับผลกระทบมากที่สุด2 สอดคล้องกับจำนวน ผู้ขอรับสิทธิว่างงานของกองทุนประกันสังคม ณ เดือนธันวาคม 2563 อยู่ที่ 3.95 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มข้ึนจากปี 2562 ที่มีเพียง 1.6-1.7 แสนคน3 กระทรวงแรงงานคาดการณ์ว่าภายในปี 2564 จะมีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นเกิน 4 หมื่นคน จากสถานการณ์การเลิกจ้างท่ีสถานประกอบการต้องเผชญิ กับผลกระทบจากโควิด-19 และมาตรการในการเยียวยาของ รัฐบาลในช่วงทีผ่ ่านมายงั ไม่เพยี งพอ4 2 ผลกระทบของโควิด 19 ระลอกใหม่ต่อเศรษฐกจิ ไทย เผยแพร่เม่อื 15 ม.ค. 64 (เอกสารอดั สำเนา) 3 ข้อมลู สถติ กิ องทุนประกนั สงั คม , ธันวาคม 2563 4 ระบบเตือนภัยดา้ นแรงงานประจำเดือนธนั วาคม 2563 กองเศรษฐกิจการแรงงาน สำนกั งานปลัดกระทรวงแรงงาน (เอกสารอัดสำเนา)

P a g e | 11 เมื่อเศรษฐกิจไทยอยู่ในสภาวะชะลอตัว สัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยจึงค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น ความสามารถในการ ชำระหนี้ของประชาชนบางส่วนค่อยๆ ลดลงไปตามลำดับ เนื่องจากครัวเรือนไทยมักมีรายได้นอกภาคเกษตรเป็นอันดับ แรก เมื่อมีแรงงานตกงานหรือถูกลดเวลาทำงาน ครัวเรือนไทยจึงได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะในภาคเหนือ อีสาน และใต้ ท่ีต้องพึ่งพาเงินโอนจากแรงงานในภาคอตุ สาหกรรมและบริการเป็นหลัก ประกอบกับสถานการณ์ทางธรรมชาติ ภยั พบิ ตั ติ า่ งๆ ภัยแลง้ ในหลายพื้นท่ี ทำให้รายไดจ้ ากภาคการเกษตรทจี่ ะมาชว่ ยหนนุ กย็ ง่ิ กลับเป็นไปไมไ่ ด้ เหล่านี้จึงทำให้รายได้ลดลงทุกทางและส่งผลต่อการกู้หนี้ยืมสินมาใช้อุปโภคบริโภคซึ่งเป็นรายจ่ายที่แน่นอน เช่น คา่ อาหาร คา่ น้ำ ค่าไฟ คา่ ใช้จ่ายไปโรงเรียนของบุตรหลาน คา่ เกี่ยวเนื่องกับความเจบ็ ปว่ ยของคนในครอบครวั เป็น ต้น นี้ไม่นับบางส่วนครัวเรือนต้องแบกรับแรงงานที่ตกงานและกลับมาอยู่บ้านต่างจังหวัดโดยปราศจากเงินช่วยเหลือ จากสถานประกอบการ ทำใหภ้ าระหน้ีในครัวเรอื นจงึ เพมิ่ สูงขึ้น 1.2) โควิด-19 กับผลกระทบต่อกลมุ่ แรงงานในระบบภาคการผลติ และการเยียวยาของรัฐบาล เมื่อมาพิจารณาที่กลุ่มแรงงานในระบบในภาคการผลิตโดยตรง ซึ่งในที่นี้หมายถึง แรงงานที่ทำงานในสถาน ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีสถานะเป็นลูกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และเข้าสู่การเป็น ผู้ประกันตนในมาตรา 33 ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 พบว่า สถานการณ์โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่าง ยง่ิ ยวดต่อกลมุ่ แรงงานในลกั ษณะตา่ งๆ ดงั น้ี 1.2.1) ถูกเลิกจ้างหรอื ให้ออกจากงานก่อนอายุครบ 55 ปี เมื่อเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจขึ้นมา การเลิกจ้างเป็นทางออกที่สำคัญของภาคธุรกิจเพื่อให้สามารถ ประคับประคองอยู่รอดต่อไปได้ ในบางสถานประกอบการขนาดใหญ่หลายแห่งได้มีการขอให้พนักงานที่มีอายุ ค่อนขา้ งมากเลือกเกษียณอายุโดยความสมัครใจ เพอ่ื ลดต้นทนุ ในการดำเนินงานของบรษิ ทั แทนการเลกิ จ้างโดยตรง การเลิกจ้างได้กลายเป็นปัญหาสำคัญขึ้นมา คือ การเลิกจ้างในแรงงานกลุ่มที่อายุ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งในมิติการจ้าง งาน ถือว่าเป็นแรงงานผู้สูงอายุเม่ือกฎหมายได้กำหนดอายุเกษียณงานภาคเอกชนไว้ที่อายุ 55 ปี แรงงานกลุ่มนี้จำนวน ไม่น้อยยังต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ ไม่มีเงินออม มีแต่หนี้สิน การไม่ได้ทำงานทำให้ขาดรายได้ อีกทั้งก็ไม่แน่ชัดว่าจะยังมี การส่งเสริมการจา้ งงานผสู้ ูงอายุหรือตอ่ เวลาเกษียณอายุอกี หรอื ไม่ ทำให้แรงงานกลุ่มนจ้ี ึงยากทจ่ี ะกลับเข้าสู่การทำงาน ในสถานประกอบการ และจะกลายเป็นผสู้ งู อายทุ ี่ตกงานถาวรและจะกระทบต่อในระยะยาวกบั สงั คมสงู วยั ของไทย ขณะเดียวกนั มีแรงงานอีกกลมุ่ ท่ีได้รับผลกระทบแม้จะอายุยงั ถงึ 45 ปี คอื กลุม่ แรงงานที่ขาดทักษะใหม่ที่จะไป ทำงานใหม่ๆในอนาคต ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ กลับสู่ตลาดแรงงาน ไดย้ าก แรงงานกลุม่ นีม้ ักมกี ารศึกษาค่อนข้างน้อยจึงทำใหก้ ารพฒั นาทักษะใหท้ นั เทคโนโลยีหรือ AI คอ่ นขา้ งยาก ดงั น้ัน อาชีพใหม่ที่รองรับจึงต้องเป็นอาชีพที่ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้แทน เช่น อาชีพด้านการเกษตร เปน็ ตน้ แตท่ ีผ่ า่ นมาการฝกึ อบรมในสว่ นการพฒั นาฝมี อื แรงงานเพอ่ื เปลี่ยนสาขาอาชพี ก็ถูกใหค้ วามสำคญั น้อย 1.2.2) ถูกให้หยดุ งานโดยไม่ไดร้ บั ค่าจ้างหรือที่เรียกว่า “NO WORK NO PAY” ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีสถานประกอบการจำนวนมากที่ไม่ได้เลิกจ้างพนักงาน ทั้งเนื่องจากไม่มีเงิน เพียงพอในการจ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายด้านแรงงานกำหนดไว้ กับการมีความหวังว่าจะมีโอกาสกลับมาเปิดสถาน ประกอบการได้อีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม ทำให้แรงงานในกลุ่มนี้จึงต้องประสบปัญหาเรื่องการที่มีข้อตกลงระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้างกันเองว่า ให้หยุดงานหรือลาหยุดโดยปราศจากการรับค่าจ้างหรือที่เรียกว่ า “No work No pay”

P a g e | 12 (กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำได้ ลูกจ้างต้องยินยอมก่อน) ตามระยะเวลาที่สถานประกอบการปิด เพื่อเป็นทางเลือกในการ ลดค่าใช้จ่ายแทนที่จะถูกเลิกจ้าง ทำให้รายได้ของลูกจ้างจึงขาดหายไปในช่วงการหยุดกิจการ ในกลุ่มนี้ยังพบในกลุ่ม แรงงานเหมาช่วงที่ถูกส่งกลับบริษัทต้นสังกัดเพราะไม่มีงานทำ ทำให้ขาดรายได้แม้ไม่ถูกเลิกจ้างแต่ก็ไม่ได้รับค่าจ้างแต่ อย่างใด 1.2.3) ถกู ลดเวลาทำงานท้งั เวลาปกตแิ ละการทำงานลว่ งเวลา (OT) พรอ้ มกับรายได้ทีไ่ ดร้ บั ลดลง สถานประกอบการหลายแห่งไดม้ ีการปรบั การทำงานเปน็ Work from home และการสอ่ื สารมากข้ึน มีการใช้ เทคโนโลยีมาทดแทนแรงงานเพื่อลดความเสี่ยงโรคและลดต้นทุน ดังนั้นจึงมีการปรับลดชั่วโมงการทำงานพร้อมกับ รายได้ท่ีลดลง บางสถานประกอบการมีการนำมาตรา 75 ใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาใช้ในการจ่ายค่าจา้ ง ใหก้ ับลูกจา้ ง เพียง 75 % ของค่าจา้ งทเี่ คยได้รับ มาตรา 75 ใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เป็นกฎหมายที่มีไว้เพ่ือบรรเทานายจ้างกรณีที่นายจ้างมี ความจำเป็นไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ และต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว กฎหมายได้กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 75 % ของค่าจ้างในวันทำงาน ที่ลูกจ้างได้รับก่อน นายจา้ งหยดุ กจิ การตลอดระยะเวลาท่ีนายจา้ งไมไ่ ดใ้ ห้ลกู จา้ งทำงาน กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน (กสร.) ระบวุ า่ นบั ตง้ั แตเ่ ดือนตุลาคม 2562 ถงึ วันท่ี 5 กรกฎาคม 2563 ที่ ผ่านมา มีสถานประกอบการมากถึง 4,458 แห่ง ที่ยื่นขอใช้มาตรา 75 หยุดกิจการชั่วคราว ซึ่งส่งผลกระทบต่อลูกจ้าง เป็นจำนวน 896,330 คน รวม 247,031 วัน โดยในจำนวนนี้หยุดกิจการบางส่วน 2,117 แห่ง หยุดกิจการทั้งหมด 3,030 แห่ง สำหรับประเภทกิจการที่ใช้มาตรา 75 มากที่สุดอันดับ 1 อยู่ในกลุ่มของอุตสาหกรรมการผลิต ทั้งการผลิต ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ประกอบสำหรับยานยนต์และเครื่องยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ และการ ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก อันดับ 2 เป็นกิจการโรงแรมและภัตตาคาร และอันดับ 3 เป็นกิจการบริการด้าน อสังหาริมทรัพย์ให้เช่าและบริการทางธุรกิจ เช่น บริการจัดหางานและการสรรหาบุคลากร การให้เช่า การขาย การซ้ือ และการดำเนินงานดา้ นอสังหารมิ ทรัพย์ เหตุผลหลักที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ใช้ยื่นขอแนวทางการหยุดกิจการตามมาตรา 75 คือ การระบาดของ โควิด- 19 ส่งผลให้ลกู ค้ายกเลิกคำสัง่ ซ้อื และไมม่ ีคำส่ังซ้อื ใหม่จากลกู ค้าตามปกติ ทำใหเ้ กิดภาวะขาดทุนสะสมจำนวนมาก ผลกระทบทั้ง 3 ประการท่ีกลา่ วข้างต้นมานั้น จึงแสดงให้เหน็ วา่ 1) ระบบการศึกษายังไมส่ ามารถผลิตแรงงานให้มีทักษะทห่ี ลากหลายและพรอ้ มในการปรับตวั ได้ วิกฤตโควิดในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ระบบการศึกษายังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน ได้ มีแรงงานจำนวนไม่น้อยที่ได้เดินทางกลับบา้ นเกิดของตน ไม่ได้มีงานใหม่ๆทำ ไมส่ ามารถปรบั ตัวทำงานได้ที่บ้านเกิด และยังคงรอคอยวันที่สถานประกอบการจะกลับมาเปิดใหม่อีกคร้ังหนึ่ง แม้มีอีกหลายสถานประกอบการยังคงเปิดทำ การและมีการจ้างงาน แต่เมื่อทักษะแรงงานไม่ได้ถูกเตรียมพร้อมให้สามารถรองรับการทำงานแบบอื่นได้ จึงไม่เกิดการ จา้ งงานใหม่ๆข้ึนมา 2) ระบบการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานของประเทศไทยยังไม่ทันสมัยกับบริบทจ้างงานปัจจุบันและ ครอบคลมุ ทว่ั ถึงแรงงานในระบบทกุ กลุ่ม

P a g e | 13 สถานการณ์โควิด-19 นี้ได้สะท้อนออกมาให้เห็นต่อว่า หลักสูตรการฝึกอบรมที่จัดโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ยังเป็นหลักสูตรที่ไม่สอดรับกับโลกหลังยุคโควิด ที่ควรเป็นหลักสูตรต่างๆเหล่าน้ี เช่น หลักสูตรด้าน การตลาดดิจิตัล , การใช้โซเซียลมีเดียเป็นเครื่องมือทางการตลาด , การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาใช้วางแผนธุรกิจ , หลักสูตรการสร้างผู้ประกอบการจากฐานทรัพยากรท้องถิ่น เป็นต้น ที่ควรต้องนำมาอบรมให้กับแรงงานกลุ่มต่างๆเพื่อ ความอยู่รอด แต่ยังไม่ได้รับความสนใจที่จะจัดโดยภาครัฐมากเท่าท่ีควร จึงเป็นช่องว่างให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการ แทน ผา่ นการสมคั รทมี่ ีค่าใช้จ่ายสงู และไม่สามารถเขา้ ถงึ ไดก้ ับแรงงานทุกคน นอกจากน้ันสถานประกอบการก็ไม่ได้ให้ความสำคัญในการฝึกอบรมแรงงานเพื่อการเปลี่ยนสาขาอาชีพ เท่าที่ควร นอกจากฝึกอบรมให้เชี่ยวชาญในงานเฉพาะส่วนตนเองเท่านั้น เมื่อแรงงานต้องออกจากงานเดิมทำให้จึงเป็น ข้อจำกัดในการแสวงหางานใหม่ที่ถูกพัฒนามาจากทักษะเฉพาะทางและไม่สามารถหางานได้โดยง่ายอีกต่อไปในโลกยุค หลงั โควดิ -19 3) การขาดสวัสดิการรองรับและเพียงพอในการอยูร่ อดอย่างน้อย 6 เดือน ในแรงงานทม่ี อี ายเุ กนิ 40 ปี ทงั้ ในกล่มุ ที่มีรายไดน้ ้อย, แรงงานทมี่ กี ารจ้างงานชว่ั คราว, แรงงานรายวนั แรงงานในกลุ่มนี้มักจะเป็นแรงงานกลุ่มแรกที่จะต้องถูกให้ออกจากงานยามเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจเสมอๆ ซ่ึง แรงงานกลุ่มนี้มักมีการศึกษาน้อย ไม่ได้รับการฝึกอบรมใดๆเพื่อให้มีทักษะเพิ่มขึ้น ดังนั้นแ รงงานกลุ่มนี้จะเกิดความ เปราะบางยิ่งขึ้น เมื่อต้องออกจากระบบไปสู่นอกระบบก็ยิ่งประสบปัญหาเพราะไม่สามารถเอาตัวรอดได้จากบริบท ภายนอกสถานประกอบการที่ไม่คุ้นชิน กระทั่งงานที่ต้องทำก็เป็นคนละประเภทและใช้ทักษะคนละแบบกับงานที่ทำใน สถานประกอบการมาโดยตลอด จากผลกระทบทัง้ 3 ดา้ นใหญ่ๆทกี่ ล่าวมาข้างตน้ เมื่อมาพิจารณาร่วมกบั นโยบายรฐั บาลต่อมาตรการฟ้ืนฟู และเยียวยากลมุ่ แรงงานในระบบรปู แบบตา่ ง ๆ ซ่งึ มเี พยี ง ➢ลดเงนิ สมทบเขา้ กองทุนประกนั สงั คมของนายจ้างและลูกจ้าง ซึง่ เป็นผปู้ ระกนั ตนตามมาตรา 33 ➢เพมิ่ เงินชดเชยกรณวี ่างงานเพราะถกู เลิกจ้างและลาออกเอง ➢ ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยที่นายจ้างไ ม่ให้ทำงานให้ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50 % ของคา่ จา้ งตลอดระยะเวลาทผี่ ู้ประกนั ตนไมไ่ ด้ทำงานแตไ่ ม่เกนิ 180 วนั ➢ ลดราคาขายปลกี ก๊าซหงุ ตม้ (LPG) , ลดค่าไฟฟา้ , ลดค่าน้ำประปา กลา่ วไดว้ า่ นโยบายดงั กลา่ วจงึ ไมเ่ พยี งพอและกลายเป็นช่องว่างสำคัญท่ตี อ้ งจดั การต่อไป รวมทั้งยังคงมีแรงงาน บางกลุ่มท่ีไม่สามารถเข้าถึงมาตรการการช่วยเหลือของรัฐบาลได้ด้วยเช่นกัน เน่ืองจากข้อกำหนดของรัฐบาลในการใหผ้ ู้ ขอรับการช่วยเหลือตามมาตรการต้องลงทะเบยี นออนไลน์ 1.3) โอกาสและความท้าทายต่อการฟืน้ ฟคู ุณภาพชวี ิตแรงงานในระบบภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจาก โควดิ -19 นอกจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กล่าวถึงในข้างต้นแล้ว ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นโอกาสและความท้า ทายต่อการฟนื้ ฟคู ุณภาพชีวติ แรงงานในระบบท่ไี ด้รบั ผลกระทบจากโควิด-19 โครงการฯเหน็ วา่ 1.3.1) ปัญหาการว่างงานที่ทำให้แรงงานขาดรายได้ท่ามกลางการมีรายจ่ายบางประเภทที่ยังคงต้องจ่าย ต่อไป มาตรการท่ีสำคญั ในการบรรเทาผลกระทบจึงต้องเป็น “มาตรการเพ่มิ รายได้” เพอ่ื ใหแ้ รงงานสามารถใชช้ ีวติ

P a g e | 14 ต่อไปได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้มีอาชีพใหม่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยกลไกและเครื่องมือต่างๆเข้ามาช่วย เพื่อให้อาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นมานี้นำมาสู่การมีรายได้ พร้อมๆไปกับการจัดการรายจ่ายและวางแผนชีวิตและการเงินให้อยู่ รอดได้จรงิ ในอนาคตตอ่ ไป 1.3.2) การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิต วิกฤติครั้งนี้จะเอื้อไปสู่การปรับเปลี่ยน พฤติกรรมให้ตั้งอยู่บนความสมเหตุสมผล สอดคล้องกับขอ้ เท็จจริง ใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ สอดคล้องกับสถานการณ์  ไม่ประมาท ดังนั้นการสร้างให้เกิดภูมิคุ้มกันจึงเป็นหลักสำคัญสำหรับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นภูมิคุ้มกัน ทางด้านร่างกาย ทางด้านจิตใจ และการเงิน คนที่สุขภาพแข็งแรงมีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบถึงขั้นเสียชีวิตน้อยกวา่ คนที่สุขภาพไม่ดี แรงงานที่มีเงินออมเพียงพอก็จะมีกันชนบรรเทาความรุนแรงของผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ และจะ ช่วยให้สามารถก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากเยน็ ในทุกสถานการณใ์ นอนาคต สขุ ภาพกาย สุขภาพใจ และความมั่นคงทางการ เงนิ ขงึ เป็นภูมิคุ้มกนั ทีส่ ำคญั ที่สดุ ในชวี ติ ต่อจากน้ี 1.3.3) ประสบการณ์โดยตรงของผู้เสนอโครงการฯและทมี งาน ทท่ี ำงานกบั กล่มุ แรงงานในระบบและสหภาพ แรงงานต่างๆ ผ่านการสนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการ เพื่อการเจรจาต่อรองทั้งระดับสถานประกอบการและระดับนโยบาย ชาตมิ ากวา่ 10 ปี และการเขา้ ร่วมเจรจากับภาครัฐระดบั ตา่ งๆ พบว่า การเปล่ยี นแปลงเชิงโครงสรา้ ง กฎหมาย นโยบาย มาตรการต่างๆ หรือที่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงระดับบนเพื่อการเข้าถึงสวัสดิการและคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงาน จัก ต้องมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงระดับล่าง คือ ในตัวแรงงานควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะการวางแผนจัดการด้าน สุขภาพกาย-ใจ-การเงิน-มีอาชีพทางเลือกควบคู่ไปกับงานประจำ จะกลายเป็นต้นทุนสำคัญที่จะสามารถเตรียมพร้อม แรงงานในระบบก่อนท่ีจะถึงวัยเกษียณอายุจากการทำงานได้อย่างมีคุณภาพ หรือหากวันหนึ่งเกิดวิกฤติต้องออกจาก สถานประกอบการกจ็ ะสามารถดำเนนิ ชวี ติ ต่อได้โดยไมเ่ ปราะบางจนเกินไป และฝากชวี ิตไว้กับนโยบายรัฐเพยี งเทา่ นั้น 1.3.4) ประสบการณใ์ นเชิงบรหิ ารจัดการโครงการรายยอ่ ยของผู้เสนอโครงการ เนื่องจากการรับผิดชอบโครงการนี้ต้องดำเนินไปพร้อมกับการบริหารจัดการโครงการย่อยอีก 13 โครงการ ผู้ เสนอโครงการเคยมีประสบการณ์อย่างน้อย 3 ชุดโครงการที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโครงการย่อยให้ บรรลวุ ัตถุประสงคต์ ามทีก่ ำหนดไว้ ดงั น้ี 1) การทำหนา้ ที่ผูจ้ ดั การโครงการเพ่ือพัฒนาชุดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มปี ัญหาสถานะบุคคล เลขท่ี สัญญา 54-00-0528 ระยะเวลา: 1 มิถุนายน–30 กันยายน 2554 ภายใต้ สสส. สำนัก 9 โดยมีภารกิจหลัก คือ ประสานงาน , จัดประชุม , วางกรอบแนวทางการทำงาน , อำนวยกระบวนการพัฒนาโครงการย่อยสำหรับภาคีหลัก และภาคยี ุทธศาสตร์ด้านสขุ ภาพ ด้านการศึกษา ดา้ นสวัสดกิ าร ดา้ นสถานะบุคคล และด้านการคุ้มครองและเข้าถึงสิทธิ แรงงาน เพื่อพัฒนาชุดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีปัญหาสถานะบุคคล ส่งมอบให้ สสส.สำนัก 9 ดำเนินการจัดทำ สัญญาโครงการแต่ละกลมุ่ โครงการตอ่ ไป โดยผลสำเร็จที่ไดใ้ นชว่ งนั้น คือ ได้ (ร่าง) ข้อเสนอโครงการจำนวน 4 กลุ่มโครงการ คือ กลุ่มโครงการสุขภาพ , กลุ่มโครงการการศึกษา ,กลุ่มโครงการสวัสดิการ และกลุ่มโครงการสิทธิแรงงาน ที่พร้อมเข้าสู่การพิจารณากลั่นกรอง ทางวิชาการโดยคณะผู้ทรงวุฒิ และภายหลังจากนั้นข้อเสนอกลุ่มโครงการสุขภาพ , กลุ่มโครงการการศึกษา และกลุ่ม โครงการสวัสดิการ มีความพร้อมทำสัญญากับ สสส.สำนัก 9 ในการดำเนินการต่อไป (กลุ่มสิทธิแรงงานขอถอนตัวที่จะ ดำเนนิ การในชว่ งเวลาตอ่ มา)

P a g e | 15 2) การทำหน้าที่ผู้จัดการโครงการเพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์และชุดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มี ปัญหาสถานะบุคคลระยะที่ 2 เลขที่สัญญา 56-00-0223) ระยะเวลา: 1 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม 2556 ภายใต้ สสส. สำนัก 9 เพื่อให้ได้ชุดข้อเสนอโครงการของภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้มีปัญหาสถานะบุคคล ที่มีความพร้อมในการเป็น หน่วย/กลไกการดำเนินงานในระดับพื้นท่ี ท้ังในส่วนของการบริหารจัดการ การมีแผนปฏิบัติการ และการวางแผน งบประมาณสนับสนนุ การทำงาน โดยผลสำเร็จที่ได้ในช่วงนั้น คือ ชุดข้อเสนอโครงการของภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้มีปัญหาสถานะบุคคลจำนวน 4 ชุดโครงการที่พร้อมเข้าสู่การพิจารณา (review) ของคณะกรรมการฯ ได้แก่ ชุดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีปัญหา สถานะบุคคลกลุ่มเป้าหมายตามมติ ครม. 23 มี.ค.53 , ชุดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีปัญหาสถานะบุคคล กลุ่ม แรงงานข้ามชาติตามมติคณะรัฐมนตรีรายปี กับกลุ่มที่ตกหล่นจากการขึ้นทะเบียน , ชุดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มี ปัญหาสถานะบุคคล กลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว , ชุดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีปัญหา สถานะบุคคล กล่มุ เดก็ และการศึกษา 3) การทำหน้าที่ผู้ประสานงานกลุ่มแรงงานในระบบ ภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงรุก กลุ่มวัย แรงงาน “การสร้างสุข ลดทุกข์” ซึ่งรับผิดชอบโดยสมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SADA) ได้รับการ สนับสนุนจาก สสส. สำนัก 2 ระยะเวลา : 20 กุมภาพันธ์ 2563 – 18 กรกฎาคม 2564 ทั้งนี้กลุ่มแรงงานในระบบ มี วัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อขยายองค์ความรู้จากสถานประกอบการสร้างสุข ลดทุกข์ต้นแบบสู่เครือข่ายสถาน ประกอบการขนาดใหญแ่ ละกลาง เพอื่ พัฒนารปู แบบการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพจติ เชงิ รุก อย่างเป็นองค์รวม ภารกิจหลักที่ดำเนินการ คือ ทำหน้าที่ประสานงาน , จัดประชุม , วางกรอบแนวทางการทำงาน , อำนวย กระบวนการทำกิจกรรม , เข้าพบผู้กำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง สำหรับ 6 สถานประกอบการ ท่ีเข้าร่วมภารกิจสร้างสุข ลดทุกขแ์ รงงานในระบบ ซึ่งทัง้ 6 บริษัท เป็นบริษทั ด้านอุตสาหกรรมยานยนตแ์ ละชิ้นส่วนยานยนต์ ท่ีเป็นอุตสาหกรรม เป้าหมาย 1 ใน 10 เป้าหมายของพื้นที่ EEC ผสมผสานทั้งสถานประกอบการขนาดใหญ่และกลาง เป็นสถาน ประกอบการที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) และสหภาพแรงงานได้เห็นชอบแล้วที่จะดำเนินงานร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยง ด้านความเครียดและสุขภาพของคนทำงาน ได้แก่ 1) บรษิ ัท ออโต้อลั ลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จ.ระยอง 2) บรษิ ัท วายเอ็มพี เพรส แอนด์ ดายส์ (ไทยแลนด)์ จำกัด จ.ชลบรุ ี 3) บริษัท ไอซิน ทาคาโอก้า ฟาวนด์ ริ บางปะกง จำกดั จ.ชลบุรี 4) บรษิ ทั ไอเอชไอ เทอร์โบ (ประเทศไทย) จำกดั จ.ชลบุรี 5) บรษิ ทั เอจซี ี แฟลทกลาส ประเทศไทย จำกดั (มหาชน) จ.ชลบรุ ี 6) บรษิ ัท ทาเคเบะ (ไทยแลนด)์ จำกัด จ.ชลบรุ ี ผลสำคัญที่เกิดขึ้น ฯ เดือนธันวาคม 2563 คือ ได้แผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนงาน “สร้างสุข-ลดทุกข์” แรงงานในสถานประกอบการหลังยุค post-covid 19 ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วย 10 Packages & Health Literacy ผ่านความร่วมมือระหว่างบริษัทและสหภาพแรงงาน จำนวน 6 สถานประกอบการ (กนั ยายน 2563-สิงหาคม 2564)

P a g e | 16 โดยแผนฯดังกล่าวเปน็ ภาพสะท้องถึงความทกุ ข์ของลกู จ้างในทงั้ 6 โรงงาน ประกอบด้วย - ปัญหาด้านสุขภาพ การเผชิญกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ยังเป็นปัญหาต้องจัดการ รวมถึงโรคอุบัติใหม่ ต่างๆทั้งจากการทำงานและสภาพแวดล้อมทั้งในและนอกโรงงาน เช่น อาหารในโรงอาหารที่ยังไม่เอื้อต่อโภชนาการที่ เหมาะสม , พ้นื ทอ่ี อกกำลงั กายไมเ่ พียงพอ - ปัญหาด้านการเงิน ทั้งการไม่มีเงินออม หนี้สินมาก รายจ่ายมาก รายได้ไม่สมดุล ไม่มีอาชีพทางเลือกเข้ามา เสรมิ รายได้ บรหิ ารจัดการเงินยังไม่ดพี อ - ปัญหาด้านสารเสพติดและผลกระทบต่อครอบครัว โดยเฉพาะการติดบุหรี่ , การเล่นหวยที่เป็นปัญหาสำคัญ มากของลกู จ้างในขณะน้ี - ปัญหาด้านสุขภาพจิต ความเครยี ดตา่ งๆ โดยเฉพาะจากความไม่ม่ันคงในการจ้างงานจากผลกระทบ COVID- 19 ทน่ี ำมาสู่การเปล่ยี นแปลงสภาพการจา้ งงานหลากหลายรปู แบบ (2) วตั ถปุ ระสงค์ 2.1) เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานในระบบให้มีความรู้และทักษะด้านการจัดการสุขภาพกาย สุขภาพใจ และ การเงิน สำหรบั ใช้เปน็ พนื้ ฐานในการดำรงชวี ติ วถิ ใี หม่ (New Normal) 2.2) เพื่อพัฒนาทักษะด้านการประกอบอาชีพที่ทำให้แรงงานได้มีรายได้เพิ่มและนำไปสู่การบรรเทาหนี้ ครวั เรือนใหล้ ดลง (3) เปา้ หมายโครงการหรอื ผลทีค่ าดว่าจะไดร้ บั หลงั สิ้นสดุ ระยะเวลาดำเนินงานใน 12 เดือน 3.1) แรงงานในระบบที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 30 คน จาก 13 โครงการย่อย มีความรู้และทักษะด้าน การเงิน มีการบริหารจัดการด้านการเงินที่ดี โดยชี้วัดจากการมีบัญชีครัวเรือนเป็นเครื่องมือในการวัดผลการ เปลยี่ นแปลงพฤตกิ รรม 3.2) แรงงานทั้ง 13 กลุ่ม มีอาชีพทางเลือกทำควบคู่ไปกับงานประจำหรือมีอาชีพใหม่ ที่อาชีพดังกล่าวนั้นได้ นำไปสกู่ ารเพิ่มรายได้ ลดรายจา่ ย และการปลดหนส้ี ินในครัวเรือนไดจ้ ริง 3.3) แรงงานอย่างน้อย 30 คน จาก 13 โครงการย่อย มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจติ ที่ดีขึ้น โดยมีการวัดผลผ่าน แบบสำรวจของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กับแบบสำรวจด้านสุขภาพกายของกรมอนามัย กระทรวง สาธารณสขุ (4) ตัวช้วี ัดตามวตั ถุประสงค์ วัตถุประสงค์ ตวั ชีว้ ัดตามวัตถุประสงค์ (4.1) เพอ่ื พฒั นาศักยภาพแรงงานในระบบให้ (4.1.1) แรงงานตัวอย่าง อย่างน้อย 30 คน (2-3 คนต่อ มีความรู้และทักษะด้านการจดั การสุขภาพ โครงการย่อย) สามารถปรับเปลย่ี นพฤติกรรมดา้ นสขุ ภาพ กาย สุขภาพใจ และการเงนิ สำหรับใชเ้ ปน็ กาย และหรือสขุ ภาพใจ และหรือสุขภาพการเงิน ผ่าน การมีเปา้ หมายและแผนการสรา้ งสมดุลชีวิตในระยะยาว

P a g e | 17 วัตถุประสงค์ ตัวช้ีวดั ตามวัตถุประสงค์ พืน้ ฐานในการดำรงชวี ติ วถิ ีใหม่ (New (4.1.2) แรงงานตวั อยา่ งสามารถนำความรูแ้ ละทกั ษะท่ี Normal) ได้รบั นำไปขยายผลต่อ เพื่อการปรบั เปลี่ยนพฤติกรรม และสภาพแวดล้อมในครอบครัวหรอื ญาตพิ ี่น้องหรอื (4.2) เพื่อพัฒนาทกั ษะด้านการประกอบ บคุ คลใกลช้ ิดเพิ่มขน้ึ อย่างน้อย 13 ครอบครวั อาชพี ท่ที ำใหแ้ รงงานมีรายไดเ้ พมิ่ และนำไปสู่ (4.1.3) กรมอนามยั และกรมสขุ ภาพจิต กระทรวง การบรรเทาหนค้ี รวั เรอื นใหล้ ดลง สาธารณสขุ มสี ่วนร่วมในการเปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอด ความรู้และใหค้ ำแนะนำ เพ่ือการปรบั เปลยี่ นพฤติกรรม ดา้ นสขุ ภาพกาย สุขภาพใจของแรงงาน (4.2.1) เกิดกลมุ่ แรงงาน 13 กลุ่ม ท่มี อี าชีพใหม่หรอื อาชีพเสรมิ จากงานประจำ โดยมกี ารทำแผนวเิ คราะหต์ น้ ทุนเดิมของแรงงานแต่ละกล่มุ เพอื่ นำมาออกแบบการทำ อาชพี ใหม่ ที่มตี ลาดรองรบั ทแ่ี น่นอน และสามารถนำไปสู่ การเพิ่มรายได้ได้จรงิ ในครวั เรือน (4.2.2) เกิดความร่วมมือระหวา่ งกลุ่มแรงงาน กบั ฝ่าย บรหิ ารในสถานประกอบการ หรอื กล่มุ ผ้ปู ระกอบการใน ชมุ ชน เช่น รา้ นอาหารตา่ งๆ เพ่อื เปดิ พื้นทเ่ี ชอ่ื มโยงให้ แรงงานในฐานะผ้ผู ลิตสินค้ากบั ผู้บริโภคได้มาพบปะกัน ผา่ นการเป็นพน้ื ท่ีตลาด (4.2.3) เกดิ การพฒั นาหรอื ฝึกอบรมอาชพี ใหแ้ รงงาน เพม่ิ เตมิ และทกั ษะด้านต่างๆที่เกี่ยวขอ้ ง เชน่ การ วางแผนจัดการการเงนิ , การนำเทคโนโลยสี มัยใหมม่ าใช้ เพือ่ การสง่ เสรมิ อาชพี , การยกระดับผลิตภณั ฑ์ของ แรงงานให้นา่ สนใจ โดยเปน็ ความรว่ มมอื กับกรมพัฒนา ฝีมอื แรงงาน และกรมสวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (5) กลุม่ เปา้ หมาย พนื้ ที่ และขอบเขตดำเนินการ 5.1) กลุ่มเปา้ หมายและพืน้ ที่ดำเนนิ การ กลุ่มเป้าหมายที่โครงการฯมุ่งเน้นทำงานโดยตรง คือ กลุ่มแรงงานในระบบภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 13 กลุ่ม รวมอย่างน้อย 40 คน (กลุ่มละ 3-5 คน) ซึ่งกระจายตัวอยู่ใน 6 จังหวัด ไดแ้ ก่ กรงุ เทพมหานคร , สมทุ รสาคร , ชลบุรี , พระนครศรีอยุธยา , ฉะเชงิ เทรา , ระยอง ท้งั 13 กลุม่ นีม้ า จากกระบวนการคัดสรร ดงั น้ี

P a g e | 18 - ผู้จัดทำและทมี งานในโครงการรู้จักและมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับทั้ง 13 กลุ่มแรงงานโดยพ้ืนฐานอยู่แล้ว เพราะต้องเข้าไปให้คำปรึกษาหารือด้านต่างๆโดยเฉพาะในมิติทางกฎหมาย ทำให้ทราบถึงผลกระทบที่ได้รับจาก สถานการณโ์ ควดิ -19 ทม่ี รี ายละเอียดแตกต่างกนั ออกไป - แรงงานทั้ง 13 กลุ่ม ทราบเป้าหมายโครงการที่จะดำเนินการในเบื้องต้นแล้ว เห็นความสำคัญและความ จำเป็นในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสุขภาพการเงิน มีการวางแผนจัดการหนี้ การออม การ สร้างรายไดเ้ พิม่ โดยเฉพาะการมอี าชพี ทางเลอื กหรืออาชพี ใหม่ - แรงงานทั้ง 13 กลุ่ม ไม่เคยได้รับทุนสนับสนุนการทำงานโดยตรงจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง เสรมิ สุขภาพ (สสส.) แต่อย่างใด - มีแรงงาน 5 กลุ่ม คือ จากพื้นที่ชลบุรี 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท วายเอ็มพี เพรส แอนด์ ดายส์ (ไทยแลนด์) จำกดั , บรษิ ทั ไอเอชไอ เทอร์โบ (ประเทศไทย) จำกดั , บรษิ ทั ไอซิน ทาคาโอกา้ ฟาวน์ดริ บางปะกง จำกัด , บรษิ ทั เอ จีซี แฟลทกลาส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โรงงานชลบุรี, พื้นที่ระยอง 1 บริษัท คือ บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีโอกาสเข้าร่วมอบรมและรับงบประมาณโรงงานละ 100,000 บาท มาดำเนินการ ภายใต้ โครงการ “สร้างสุขลดทุกข์แรงงานในระบบ” โดยสมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ( SADA) เป็นผู้รับ งบประมาณดำเนินการจาก สสส. สำนัก 2 ปี 2563-2564 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนากลไกร่วมกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ในสถานประกอบการเพื่อการมีสุขภาพจิตที่ดีเป็นสำคัญ ดังนั้นแม้จะเป็นบริษัทเดียวกันแต่กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม โครงการนี้เป็นคนละกลุ่มกัน มุ่งเน้นงานคนละระดับ งานสร้างสุขลดทุกข์ทำงานร่วมกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นหลัก จึงถอื ไดว้ ่าเป็นการขยายผลไปยงั แรงงานกลุม่ อน่ื ๆเพม่ิ เติมในบริษทั น้นั ๆ โดยมีรายละเอียดทั้ง 13 กลมุ่ จำแนกตามสภาพปัญหาได้ 4 ประเภท ดงั น้ี จังหวัด ช่ือสถานประกอบการ ปญั หาทปี่ ระสบ ประเภทท่ี 1 : เป็นกลุ่มแรงงานท่ีถูกเลกิ จ้างหรอื ลาออกจากงาน เพราะสถานการณ์โควิดตง้ั แตร่ ะลอกท่ี 1 ปี 2563 ตอ่ เนอื่ งระยะ 2 ปี 2564 จำนวน 2 โรงงาน สมุทรสาคร บริษัท พงศพ์ าราโคดนั รบั เบอร์ จำกัด เลขที่ 402 ถูกเลกิ จา้ งเพราะสถานประกอบ ซอยเจรญิ รัชดา ถนนเศรษฐกจิ 1 ต.ออ้ มนอ้ ย การต้องการลดต้นทุนการผลติ อ.กระทมุ่ แบน จ.สมุทรสาคร ผลิตชิน้ ส่วนรถยนต์ และอยู่ในระหวา่ งหาอาชีพใหม่ ทีท่ ำด้วยยาง มลี ูกจ้างประมาณ 500 คน คณะทำงานโครงการ 1. นายสมคดิ ของนา 2. นายสาธิต ซาดนุ 3. นายสทุ ศั น์ ขันธแ์ ก้วกาศ พระนครศรีอยธุ ยา บรษิ ทั มซิ โู น พลาสติก จำกัด แรงงานบางส่วนมรี ายได้ไม่ เลขท่ี 49 หมู่ 3 สวนอตุ สาหกรรมโรจนะ เพยี งพอทำให้ต้องลาออกจาก ต.บ้านช้าง อ.อุทยั จ.พระนครศรอี ยธุ ยา งานเพ่อื ไปประกอบอาชีพเสรมิ ประกอบกิจการผลิตแมพ่ มิ พแ์ ละฉีดงานพลาสตกิ อ่นื ๆ แต่กย็ ังเป็นขอ้ จำกัด

P a g e | 19 จังหวดั ชื่อสถานประกอบการ ปัญหาทปี่ ระสบ มลี กู จ้างประมาณ 300 คน คณะทำงานโครงการ 1. นายบุญสง่ เชยี งสขุ 2. นายอาคม เกตสุ วุ รรณ 3. นายธรรมภทั ร์ วฒุ อิ ิน่ ประเภทท่ี 2 :เปน็ กลุ่มแรงงานทบี่ างวนั ยังเข้าไปทำงานอย่ใู นสถานประกอบการ บางวนั ถกู สง่ั ให้หยุด ได้รบั คา่ จา้ งรายวนั ท่ตี ำ่ กว่าอัตราคา่ จ้างขนั้ ต่ำ /ไมจ่ ่ายค่าจา้ ง/ มแี นวโน้มจะปิดกจิ การ รวม 1 โรงงาน สมุทรสาคร ห้างหนุ้ ส่วนจำกัด ศรีสกุล พลาสติก มีการสั่งให้พนักงานหยุดงานโดย เลขท่ี 139/369-370 ม.13 ซ.เพชรเกษม 95 จ่ายค่าจ้างเพียงวันละ 200 บาท ต.อ้อมนอ้ ย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ในวันที่หยุดงาน ทำให้รายไดข้ อง ประกอบกิจการผลิตถุงพลาสตกิ พนกั งานไม่พอใช้ มีลกู จ้างประมาณ 60 คน คณะทำงานโครงการ 1. น.ส.สวุ รรณี แคว้นพดุ ซา 2. นายทวศี ักด์ิ แสนทิ 3. น.ส.เกศมณี ยางงาม ประเภทที่ 3 : เป็นกลุ่มแรงงานที่ยังมสี ถานะเปน็ ลูกจา้ ง แตไ่ มไ่ ด้เข้าไปทำงานในสถานประกอบการ (อยู่นอกโรงงาน) ไดร้ ับคา่ จา้ งตามมาตรา 75 ใน พ.ร.บ.คุม้ ครองแรงงาน พ.ศ.2541 รวม 4 โรงงาน สมุทรสาคร บรษิ ัทไทยการเ์ มนท์เอก็ ซปอร์ต จำกัด บริษทั ฯได้รบั ผลกระทบเนื่องจาก สาขาออ้ มน้อย เลขท่ี 129 ม. 4 ต.อ้อมน้อย ไมส่ ามารถส่งออกได้ จงึ มกี ารใช้ อ.กระทมุ่ แบน จ.สมทุ รสาคร ประกอบกิจการ มาตรการใหพ้ นักงานหยดุ โดย ประเภทตัดเยบ็ เสื้อผา้ มีลกู จ้างประมาณ 1,300 จัดใหเ้ ปน็ วนั หยุดพกั ผ่อน คน ลูกจ้างไทยประมาณ 1,000 คน ลูกจา้ งพมา่ ประจำปี มกี ารเปดิ โครงการให้ ประมาณ 300 คน เกษียณอายกุ อ่ นกำหนด และ คณะทำงานโครงการ การใช้สิทธปิ ดิ การชั่วคราว 1. น.ส.ธนวรรณ ชมหอม จา่ ยเงิน 75 % ของค่าจ้าง 2. น.ส.กัลยกร ทว้ มนาค 3. นายสกลภพ ฉลูทอง บริษัท โตโยดา้ โกเซรับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกดั บริษทั ได้นำมาตรา 75 มาใชก้ บั เลขท่ี 402/1 หมู่ 2 ซอยเจริญรัชดา ถ.เศรษฐกิจ คนงาน โดยคนงานไมต่ อ้ งเข้ามา 1 ต.อ้อมนอ้ ย อ.กระทุ่มแบน จ.สมทุ รสาคร ทำงานในโรงงานแตอ่ ยา่ งใด แต่ มีลกู จา้ งประมาณ 700 คน ผลติ ยางรถยนต์ เนอ่ื งจากฐานคา่ จา้ งคนงานตำ่ คือ

P a g e | 20 จงั หวัด ชือ่ สถานประกอบการ ปญั หาท่ีประสบ คณะทำงานโครงการ ประมาณ 10,000 บาท จึงทำให้ 1. นายสเุ นตร เพชรอ้อน มหี นี้สินจำนวนมากทต่ี อ้ งเผชญิ 2. นางพรนภิ า เกตุวงศา 3. นายอนุรกั ษ์ อรรคอดุ ม พระนครศรอี ยธุ ยา บรษิ ัทนากาชิมารบั เบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 39 หมู่ 9 นคิ มอุตสาหกรรมโรจนะ ต.อทุ ยั อ.อุทัย จ.พระนครศรอี ยธุ ยา ประกอบกิจการประเภททำชน้ิ สว่ นรถยนต์ท่ีทำ จากยาง มีลูกจา้ งประมาณ 300 คน คณะทำงานโครงการ 1. นายมานติ ย์ ปานอิน 2. นายสมชาย โฉมชาย 3. นายทนงศักดิ์ พานแก้ว ชลบรุ ี บรษิ ทั วายเอ็มพี เพรส แอนด์ ดายส์ (ไทยแลนด์) บริษัทขาดสภาพคล่องไม่มคี ำสง่ั จำกดั เลขท่ี 700/133 หม่ทู ี่ 1 ต.บ้านเกา่ ซ้ือสินคา้ จนนำมาส่มู ีคำสงั่ ศาล อ.พานทอง จ.ชลบุรี ผลติ ช้ินสว่ นรถยนต์ ให้ฟ้ืนฟกู จิ การ มกี ารเลกิ จ้าง มลี ูกจ้างประมาณ 600 คน ลูกจ้างเมอ่ื ตน้ ปี 2564 จำนวน คณะทำงานโครงการ 400 คน กอ่ นหน้านนั้ ประมาณ 1. นายวฒั นา สันสา 1 ปี บรษิ ทั ได้นำมาตรา 75 มาใช้ 2. นายทรงวุฒิ บัวเบา กับคนงาน โดยคนงานไม่ต้องเขา้ 3. นายฉัตรชัย เนือ่ งจำนงค์ มาทำงานในโรงงานแต่อยา่ งใด 4. นายมลิวัตร แป๊ะและฉ่ำ ประเภทที่ 4 :เป็นกลุม่ แรงงานที่ยังทำงานอยใู่ นสถานประกอบการ แตไ่ ดร้ บั รายได้จากการทำงานลดลง ไมม่ ีรายไดจ้ ากการทำงานลว่ งเวลาแบบกอ่ น บางสถานประกอบการมกี ารนำโครงการเกษยี ณอายมุ าใช้ กับแรงงานเพอ่ื การลดตน้ ทนุ การผลิต รวม 5 โรงงาน ฉะเชิงเทรา บรษิ ทั ซงั โกะไทยเอน็ จิเนียร่งิ แอนด์ แรงงานมีรายไดจ้ ากการทำงาน แมนแู ฟคเจอรง่ิ จำกัด ลดลงเพราะไม่มีคา่ ล่วงเวลา เลขท่ี 90/3 หมู่ที่ 9 ต.บางวัว อ.บางปะกง เพราะคำสัง่ ซอ้ื ลดลง / สถาน จ.ฉะเชิงเทรา มีลกู จ้างประมาณ 1,000 คน ประกอบการนำโครงการ ผลติ ชิน้ สว่ นยานยนต์ เกษียณอายุมาใช้ แรงงานมีภาวะ หนสี้ ินจำนวนมาก และไม่มกี าร

P a g e | 21 จงั หวัด ชื่อสถานประกอบการ ปญั หาท่ปี ระสบ ชลบรุ ี คณะทำงานโครงการ วางแผนจดั ทำอาชพี อน่ื เสรมิ ไว้ ดำเนินการในนามสหภาพแรงงานชน้ิ สว่ นยาน หากตอ้ งออกจากงานในอนาคต ยนตไ์ ทย 1. น.ส.ศิริจรรยาพร แจง้ ทองหลาง 2. น.ส.เครอื วรรณ โคบุตร 3. นายนิกร เหลา่ เขตกจิ บริษทั ไอเอชไอ เทอร์โบ (ประเทศไทย) จำกดั เลขท่ี 700/487 ต.บ้านเกา่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี มลี กู จา้ งประมาณ 600 คน ผลติ อะไหลแ่ ละช้ินส่วนยานยนต์ คณะทำงานโครงการ 1. นายนนั ทวฒั น์ วงศ์พฒั นกานต์ 2. นายธนบดี พรมราช 3. นายพรี ะพงษ์ ลือชัย 4. นายณภทั ร ทองดี 5. นายสวุ รรณ หลาเพยี ร บริษทั ไอซิน ทาคาโอก้า ฟาวนด์ ริ บางปะกง จำกดั เลขท่ี 700/89 ต.หนา้ ประดู่ อ.พานทอง จ.ชลบรุ ี ผลิตชน้ิ สว่ นรถยนต์ มลี ูกจา้ งประมาณ 600 คน คณะทำงานโครงการ 1. นายอำนาจ มงคลชยั 2. นายปฐมพร ธนนั ท์หริ ญั สขุ 3. นายปราโมทย์ เขยี วแกล บริษทั เอจีซี แฟลทกลาส (ประเทศไทย) จำกดั (มหาชน) โรงงานชลบุรี และโรงงานระยอง โรงงานชลบุรี : นคิ มอุตสาหกรรมอมตะซติ ้ี 700/22 หมู่ 6 ต. หนองไม้แดง อ. เมือง จ. ชลบรุ ี โรงงานระยอง : 7/104 หมทู่ ่ี 4 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ. ระยอง ผลติ กระจกรถยนต์ มีลูกจ้างรวม 2 โรงงาน ประมาณ 500 คน

จงั หวดั ชอื่ สถานประกอบการ P a g e | 22 ระยอง คณะทำงานโครงการ พ้ืนทช่ี ลบรุ ี ปัญหาท่ีประสบ 1. นายรุ่งธวิ า เจียมตน 2. นายวษิ ณุ เกลียวสีนาค 3. นายมานพ บุญปกครอง พน้ื ทรี่ ะยอง 4. นายพนมเดช สวุ รรณพันธ์ 5. นายสงกานต์ สกุลมนั่ คง 6. นายสาคร หมูจนุ บรษิ ัท ออโต้อลั ลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด 49 หม่ทู ี่ 4 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง มลี กู จา้ งประมาณ 6,000 คน ผลติ รถยนต์ยห่ี อ้ ฟอรด์ และมาสด้า คณะทำงานโครงการ 1. ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ที่กำลังดำเนินงานชมรม การเงินสำหรับกลุ่มพนกั งานทเ่ี สย่ี งในการเป็นหนี้ นอกระบบและไม่สามารถจัดการได้ จำนวน สมาชิกปัจจุบันประมาณ 30 คน ที่ทางบริษัท กำลังดำเนินการจัดการเรื่องแก้ไขปัญหาหนี้สิน อยใู่ นปัจจุบัน 5.2) กลมุ่ เป้าหมายทีไ่ ดร้ บั ประโยชน์จากการดำเนินงานโครงการฯ กลุ่มเป้าหมายทไี่ ด้รับประโยชน์ มาจากการท่ีแรงงานทงั้ 13 กล่มุ จาก 13 สถานประกอบการ ท่มี ารวมกลุ่มกัน อย่างน้อย 3 คนต่อสถานประกอบการ รวม 39 คน ทั้ง 39 คนนี้ จะสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับเพื่อการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเอง โดยเฉพาะในด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพการเงิน นำไปขยายผลต่อในครอบครัว ของกลุ่มเป้าหมายที่มาเข้าร่วมโครงการโดยตรง โดยเฉพาะในเรื่องการมีรายได้เพิ่มจากการมีอาชีพใหม่ เพื่อการลด รายจ่าย เพิ่มรายได้ บรรเทาหนี้ในครัวเรือน อย่างน้อยมีผู้ได้รับประโยชน์ต่อครอบครัวละ 5 คน ได้แก่ พ่อ แม่ ภรรยา สามี บตุ ร หรอื ญาติพ่ีนอ้ งของทั้ง 39 คน รวมทั้งส้นิ 195 คน 5.3) ขอบเขตการดำเนนิ งาน เพอื่ ใหบ้ รรลุเปา้ หมายระยะ 12 เดือนและวตั ถปุ ระสงคท์ ้ัง 2 ข้อ ขอบเขตการดำเนนิ งานประกอบดว้ ย

P a g e | 23 5.3.1) งานพัฒนาศักยภาพแรงงานในระบบให้มีความรู้และทักษะด้านการจัดการสุขภาพกาย สุขภาพใจ และการเงนิ ในช่วง 4 เดือนแรก คือ มีนาคม-มิถุนายน 2564 กลุ่มแรงงานทั้ง 13 กลุ่มต้องเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ ก่อนจัดทำโครงการย่อย รวม 5 ครั้ง ผ่านการประสานความร่วมมือในหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้เสนอ โครงการได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆเหล่านี้อยู่แล้วในปัจจุบัน ในการพัฒนาให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เพ่ือการปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรมทต่ี รงกันก่อน โดยมีวิธีการดงั น้ี - การอบรมครั้งที่ 1 เรื่อง ความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรู้จักตนเอง เป็นการนำหลักสูตร สร้างสุดลดทุกข์ ของโครงการสร้างสุขลดทุกข์แรงงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสรมิ สุขภาพ (สสส.) สำนัก 2 ดำเนินงานโดยนางอรพิน วิมลภูษิต สมาคมวิถีทางเลือก เพอื่ การพัฒนาท่ียง่ั ยนื (SADA) มาใช้ - การอบรมครั้งที่ 2-3 เน้นเรื่องสุขภาพกาย-สุขภาพใจ เป็นการนำเครื่องมือต่างๆมาใช้ปรับพฤติกรรม โดย ประสานความร่วมมือกับสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กับสถาบันสุขภาพจิต เด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมเป็นวิทยากรในการฝึกอบรม ผ่านหลกั สูตรจำนวน 2 หลกั สูตร คือ หลักสูตรที่ 1 10 แพคเกจกรมอนามัย โดยเลือกบางหลักสูตรที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการอบรม ได้แก่ ชุดที่ 1 หุ่นดี สุขภาพดี เน้นจัดกิจกรรมทางกาย ชุดที่ 2 จิตสดใส ใจเป็นสุข เน้นการลดความเครียดจากการ ทำงาน สร้างสุขไม่เครียด ชุดที่ 5 เตรียมเกษียณอย่างมีคุณค่า พาชีวายืนยาว เน้นการส่งเสริมการออม เพื่อรองรบั อนาคต ชุดที่ 6 พิชิตออฟฟิศ ซินโดรม เป็นการจัดสถานที่สิ่งแวดล้อมท่ีเอือ้ ตอ่ การทำงาน ชดุ ที่ 8 สถานประกอบการดี ชีวีสดใสไร้แอลกอฮอล์ บุหรี่ ชุดที่ 9 โรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ ครอบคลมุ คณุ ภาพอาหารในโรงอาหาร ครบ 5 หมู่ หลักสูตรที่ 2 กรมสุขภาพจิต เน้นเรื่องเทคนิคการสร้างสุข การคลายเครียด แบบคัดกรองและประเมิน สขุ ภาพจิตวยั แรงงานกลมุ่ เสย่ี งในเบอ้ื งตน้ - การอบรมครั้งท่ี 4 เน้นเรื่องสขุ ภาพการเงิน การจัดการหนี้ การวางแผนการออม ประสานความร่วมมอื กบั นายจักรกฤษณ์ พรหมสิทธิ์ ผู้จัดการอาวุโส บริษัทออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จ.ระยอง ใน การเปน็ วทิ ยากรรว่ มอบรม - การอบรมครั้งที่ 5 เน้นการพัฒนาโครงการย่อยเพื่อการพัฒนาทักษะด้านการประกอบอาชีพที่ทำให้ แรงงานมรี ายได้เพิ่มและนำไปสู่การบรรเทาหนี้ครวั เรือนให้ลดลงไดจ้ รงิ โดยจะมีการประสานความรว่ มมอื ในลักษณะ co-fund เพื่อการสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน รวมถึงสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เช่น วิทยาลัยเทคนิค พระนครศรอี ยุธยา เพอ่ื การร่วมดำเนินการ (ได้มีการปรึกษาหารอื เบ้อื งตน้ ไวแ้ ลว้ )

P a g e | 24 (5.3.2) การพัฒนาทักษะด้านการประกอบอาชีพที่ทำให้แรงงานมีรายได้เพิ่มและนำไปสู่การบรรเทาหน้ี ครัวเรือนให้ลดลง เป็นการสนับสนุนโครงการย่อยจำนวนทั้งสิ้น 13 โครงการ ในแรงงาน 13 กลุ่มที่เข้าร่วม (1 สถานประกอบการตอ่ 1 โครงการเท่านั้น วงเงินไม่เกิน 80,000 บาท ทั้งนี้หากแรงงานแต่ละกลุ่มจะทำมากกว่า 1 โครงการ วงเงินทุกโครงการ เม่ือรวมกันแลว้ ตอ้ งไม่เกนิ 80,000 บาท) ระยะเวลาดำเนนิ โครงการย่อย 7 เดือน เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายในโครงการฯนี้ยังคงทำงานหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ตั้งโรงงาน ไม่ได้กลับบ้านเกิด ดังนั้น โครงการจงึ ใชโ้ รงงานหรือชุมชนรอบโรงงานเปน็ ฐานการประกอบอาชีพ เน้นการเสริมศกั ยภาพในการพัฒนาอาชีพ และ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการในการส่งเสริมอาชีพของแรงงานควบคู่ไปกับการทำงานใน โรงงานอย่เู ดมิ โดยค้นหาจุดแข็ง มองหาต้นทนุ ทรพั ยากรในชมุ ชนรอบโรงงาน เช่น กองทนุ สนบั สนนุ การประกอบอาชีพ ของชุมชนต่างๆ เข้ามาสนับสนุน หรือการนำทรัพยากรจากท้องถิ่นบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด เพื่อนำมาสร้างรายได้ให้กับ แรงงาน เน้นการสรา้ งอาชพี ไดจ้ ากส่งิ ทีม่ ีใกลต้ ัว ตัวอย่างอาชีพที่จะสามารถเกิดขึ้นได้ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว เช่น การแปรรูปผลิตภัณฑ์ , การปลูกผักอินทรีย์ เห็ดอินทรีย์ เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนและส่งโรงงานในชุมชน , การสร้างสินค้าจากสมุนไพร , การเป็นบาริสต้า , ช่าง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ , ช่างตัดผม , ช่างปูกระเบื้อง , ช่างเสริมสวย , การทำอาหาร , การนวดเพื่อสุขภาพ , การ เลี้ยงไส้เดอื นและสรา้ งรายได้เพิ่มจากป๋ยุ ไสเ้ ดือน , การเพาะและแปรรูปเหด็ เป็นตน้ (6) งบประมาณ รวมท้ังสิ้น 1,912,000 บาท แบ่งเป็น งบประมาณในสว่ นการดำเนนิ งาน = 1,840,000 บาท กบั งบประมาณใน ส่วนคา่ ตอบแทนผจู้ ัดการโครงการ (รวม 12 เดือน) = 72,000 บาท (เดือนละ 6,000 บาท)

P a g e | 25 เอกสารเร่อื งท่ี 3 แบบเสนอโครงการย่อย ภายใตช้ ดุ โครงการฟืน้ ฟูคุณภาพชวี ิตกลมุ่ แรงงานในระบบภาคการผลติ ที่ได้รบั ผลกระทบจากโควิด-19: ลดรายจา่ ย เพม่ิ รายได้ บรรเทาหน้คี รวั เรือน

P a g e | 26 แบบเสนอโครงการย่อย ภายใต้ชุด โครงการฟื้ นฟคู ณุ ภาพชีวิตกล่มุ แรงงานในระบบภาคการผลิตท่ีได้รบั ผลกระทบจากโควิด-19: ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ บรรเทาหนี้ครวั เรอื น สำนกั สรำ้ งสรรคโ์ อกำส (สำนกั 6) สำนกั งำนกองทุนสนบั สนุนกำรสรำ้ งเสรมิ สขุ ภำพ (สสส.) 1. ช่ือโครงการ ชื่อโครงการ ** ควรเป็นชอ่ื ทส่ี อ่ื ควำมหมำยถงึ เน้อื หำหลกั ของโครงกำรหรอื ประเดน็ ทจ่ี ะดำเนนิ กำร …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… 2. กลยทุ ธท์ ี่เลือกดาเนินการ • พฒั นาความรแู้ ละทกั ษะด้านการเงิน สขุ ภาพ และสงั คม (บงั คบั เลือก) • สรา้ งความมนั่ คงทางอาหาร • สร้างอาชีพและรายได้ (บงั คบั เลือก) 3. ผรู้ บั ผิดชอบโครงการและคณะทางาน ผรู้ บั ผิดชอบโครงการ ชื่อ-นำมสกุล …….…………………….………..………… เลขท่ีประจาตวั ประชาชน 13 หลกั สญั ชาติ ไทย อน่ื ๆ ระบุ ……… เบอรโ์ ทรศพั ทท์ ี่ติดต่อได้สะดวก …………………….……… อีเมล์ ……………………………………………………………………………………………………… ท่ีอยทู่ ่ีติดต่อได้ในปัจจบุ นั ……………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………. คณะทางานคนท่ี 1 ชื่อ – นามสกลุ …….…………………….………..………… เลขที่ประจาตวั ประชาชน 13 หลกั สญั ชาติ ไทย อน่ื ๆ ระบุ …………………… เบอรโ์ ทรศพั ทท์ ่ีติดต่อได้สะดวก ………………. อีเมล์ ……………………………………………………………………………………………………… ท่ีอย่ทู ่ีติดต่อได้ในปัจจบุ นั ……………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………….

P a g e | 27 คณะทางานคนที่ 2 ช่ือ – นามสกลุ …….…………………….………..………… เลขท่ีประจาตวั ประชาชน 13 หลกั สญั ชาติ ไทย อ่นื ๆ ระบุ …………………… เบอรโ์ ทรศพั ทท์ ่ีติดต่อได้สะดวก ……………… อีเมล์ ……………………………………………………………………………………………………… ที่อย่ทู ี่ติดต่อได้ในปัจจบุ นั …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… 4. ความเป็นมา/ หลกั การและเหตผุ ล/ ความสาคญั ของปัญหา (ไมเ่ กิน 1.5 หน้า) …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. วตั ถปุ ระสงค์ ผลลพั ธแ์ ละตวั ชี้วดั P a g e | 28 วตั ถปุ ระสงค์ ผลลพั ธ์ ตวั ชี้วดั ผลลพั ธ์ 1. 1.เชงิ ปรมิ ำณ 1.เชงิ ปรมิ ำณ 2.เชงิ คุณภำพ 2.เชงิ คณุ ภำพ 2. 1.เชงิ ปรมิ ำณ 1.เชงิ ปรมิ ำณ 3. 2.เชงิ คณุ ภำพ 2.เชงิ คณุ ภำพ 1.เชงิ ปรมิ ำณ 1.เชงิ ปรมิ ำณ 2.เชงิ คณุ ภำพ 2.เชงิ คุณภำพ 6. กล่มุ เป้าหมายและพืน้ ที่เป้าหมาย 6.1 กล่มุ เป้ำหมำย …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… 6.2 พน้ื ทเ่ี ป้ำหมำย …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… 7. ระยะเวลาดาเนินงาน …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………

8. กิจกรรม /แผนการดาเนินงาน/งบประมาณ ชอ่ื กจิ กรรม ตวั ช้วี ดั / ผลผลติ ของกจิ กร 1. 1. 2. 2. 1. 2. 3. 1. 2. 4. 1. 2. 5. 1. 2. รวมงบประมาณทงั้ โครงการ ภายในวงเ

รรม ชว่ งเวลาที่จัดกิจกรรม งบประมาณ สปั ดาห.์ ................. แจกแจงงบประมาณ (ราคา x หน่วย) ………………. ........... x ……. = ……. บาท ………………. ........... x ……. = ……. บาท รวม ...............................................บาท สปั ดาห.์ ................. แจกแจงงบประมาณ (ราคา x หน่วย) ………………. ........... x ……. = ……. บาท ………………. ........... x ……. = ……. บาท รวม ...............................................บาท สปั ดาห.์ ................. แจกแจงงบประมาณ (ราคา x หนว่ ย) ………………. ........... x ……. = ……. บาท ………………. ........... x ……. = ……. บาท รวม ...............................................บาท สปั ดาห.์ ................. แจกแจงงบประมาณ (ราคา x หนว่ ย) ………………. ........... x ……. = ……. บาท ………………. ........... x ……. = ……. บาท รวม ...............................................บาท สัปดาห.์ ................. แจกแจงงบประมาณ (ราคา x หนว่ ย) ………………. ........... x ……. = ……. บาท ………………. ........... x ……. = ……. บาท รวม ...............................................บาท เงิน ...................................................บาท

9. โครงสร้างคณะทางานโครงการ (แนบประวตั ิโดยยอ่ ) ตำแหน่ง บทบำทกน้ำท่ี ชอ่ื - สกลุ 10. แนวทางการติดตามผล ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………

P a g e | 31 เอกสารแนบท้ายโครงการ (สาหรบั ประกอบการทาสญั ญา) 1. ชอ่ื โครงกำร........................................................................................................................... 2. รำยชอ่ื ผลู้ งนำมในขอ้ ตกลง พรอ้ มแนบสำเนำบตั รประชำชน 2.1 ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงกำร................................................................................................... 2.2 พยำน...................................................................................................................... 3. รำยชอ่ื ผเู้ ปิดบญั ชโี ครงกำรจำนวน 3 ทำ่ น พรอ้ มแนบสำเนำบตั รประชำชน 3.1 …………………………………ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงกำร 3.2 …………………………………ผรู้ ว่ มทำโครงกำร (ตอ้ งมบี ทบำทเป็นเจำ้ หน้ำทก่ี ำรเงนิ โครงกำร) 3.3 …………………………………ผรู้ ว่ มทำโครงกำร (ตอ้ งมรี ำยชอ่ื ในโครงกำร) หมำยเหตุ : 1. รำยชอ่ื ผลู้ งนำมในขอ้ ตกลง (ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงกำร และพยำน) และผเู้ ปิดบญั ชโี ครงกำร จะตอ้ งเป็นผู้ ทม่ี ี รำยชอ่ื อยใู่ นคณะทำงำนโครงกำร 2. รำยชอ่ื ผเู้ ปิดบญั ชโี ครงกำร 3 ทำ่ นจะตอ้ งมรี ำยชอ่ื เป็นคณะทำงำนโครงกำรจะตอ้ งไมม่ นี ำมสกลุ เดยี วกนั

P a g e | 32 เอกสารเร่อื งท่ี 4 กระบวนการพจิ ารณาโครงการยอ่ ยและงบประมาณทจ่ี ะสนบั สนนุ

P a g e | 33 กระบวนการพิจารณาโครงการย่อยและงบประมาณที่จะสนบั สนนุ โครงการที่เสนอเข้ามายัง โครงการฯ เพื่อพิจารณาขอรับการสนับสนุนจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา โดยมีขัน้ ตอนกระบวนการพิจารณาโครงการ ดงั นี้ (1) ขนั้ การวเิ คราะหโ์ ครงการเบ้อื งต้น (Screening Process) เปน็ การวเิ คราะหว์ ่าโครงการที่ส่งเข้า มาสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ชุดโครงการหรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องของ เอกสาร (2) ขั้นการทบทวนโครงการ (Review Process) ดำเนินการโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่มีความ เชี่ยวชาญและประสบการณ์ในประเด็นเนื้อหาหลักของโครงการ เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ ความ สมเหตุสมผลในด้านต่าง ๆ และประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ รวมถึงความสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ที่ กำหนด จากน้นั จึงเขา้ สขู่ ้ันการพิจารณาอนมุ ตั ิ (3) ขั้นการพิจารณาโครงการ (Approving Process) เป็นการพิจารณาจากความเห็นของ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีต่อโครงการ เพื่อประกอบการสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนโครงการ โดยทุกโครงการจะได้รับ จดหมายแจ้งผลการพจิ ารณา พร้อมชี้แจงเหตผุ ลและข้อเสนอแนะในการปรบั ปรงุ โครงการ (4) ขั้นทำสัญญา (Contracting Process) โครงการที่ผ่านการพิจารณาและได้รับการอนุมัติจะ ได้รับการประสานงานเพื่อขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการจัดทำข้อตกลงร่วมกันระหว่าง โครงการฯ และผู้เสนอโครงการ โดยเมื่อได้รับข้อตกลงโปรดตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง จากนั้นลงนามแล้วส่งต้นฉบับ ข้อตกลงพรอ้ มท้ังสมดุ บัญชีธนาคารของโครงการกลับมายงั โครงการ ภายในระยะเวลาท่ีระบใุ นจดหมายนำส่ง โครงการที่เข้าขา่ ยการพิจารณา มรี ายละเอียดดงั นี้ - รายละเอียดโครงการครบถ้วน ระบุสภาพปัญหาของกลุ่มเป้าหมายชัดเจน แผนการดำเนินงาน/ กิจกรรมสอดคล้องกับวัตถปุ ระสงคช์ ดุ โครงการ และมีความเปน็ ไปได้ในทางปฏบิ ัติ ระบผุ ลลพั ธช์ ดั เจน วัดผลได้ จริง - งบประมาณที่เสนอไม่เกิน 80,000 บาท/ทั้งบริษัทหรือทั้งสหภาพแรงงานหรือทั้งกลุ่มลูกจ้าง มี แผนการใช้งบประมาณอย่างประหยัด สมเหตสุ มผล หรอื มที รพั ยากรสมทบจากองคก์ รแรงงานหรือฝา่ ยบรษิ ทั - หากเคยได้รับทุนจาก สสส. ต้องเป็นโครงการต่อยอดหรือขยายผลที่เป็นการยกระดับการ ดำเนนิ งานอย่างชดั เจน แสดงเหตุผลหรอื ขอ้ มูลทช่ี ัดเจนวา่ จะเพิ่มคุณคา่ หรือต่อยอดจากโครงการเดมิ อยา่ งไร - ผู้เสนอโครงการเป็นกลุ่มบุคคลที่มีจิตอาสา ที่ต้องการดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหา/สร้างการ เปลยี่ นแปลงสามารถสรา้ งการมีสว่ นร่วมกับผู้อน่ื ได้ เมอ่ื ทุนของ สสส. หมดลง รูปแบบการสนบั สนนุ - โครงการย่อยทุกโครงการจัดส่งตัวโครงการย่อยให้ชุดโครงการ ภายในสัปดาห์แรกของเดือน มถิ นุ ายน 2564 เพ่อื การพิจารณาโครงการและจัดทำสัญญาใหเ้ สรจ็ ส้นิ ภายในเดือนมถิ นุ ายนตอ่ ไป

P a g e | 34 - ระยะเวลาดำเนินการของโครงการยอ่ ย กรกฎาคม 2564-กุมภาพันธ์ 2565 รวม 7 เดือน - ตอ้ งทำกิจกรรมอยา่ งนอ้ ย 2 กจิ กรรม คอื - กิจกรรมที่ 1 : สนับสนุนงบประมาณส่วนที่ 1 ไม่เกิน 40,000 บาท สำหรับแต่ละสถาน ประกอบการหรือกลุ่มลูกจ้าง ในการรวมกลุ่มแรงงานอย่างน้อย 30 คน ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 2 เรือ่ ง คือ 1) การจัดการสุขภาพกาย-ใจเพื่อการส่งเสริมป้องกันโรค ลดความเครียดจากสถานการณ์โควิด-19 2) การบริหารจดั การดา้ นการเงิน ผา่ นการจดั ทำบญั ชคี รัวเรอื น เพ่อื ใหค้ นงานมที กั ษะดา้ นการเงิน ทั้งนี้จะจัดกี่ครั้งก็ได้ รูปแบบใดก็ได้ เช่น กลุ่มละ 5 คน รวม 6 กลุ่ม หรือกลุ่มละ 10 คน รวม 3 กลุ่ม เป็นต้น แต่ขอให้มีคนงานเข้าร่วมรวมกันแล้ว 30 คน และเมื่อเสร็จสิ้นโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จะมีการวัดผลแรงงานทั้ง 30 คน ผ่านแบบสำรวจของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กบั แบบสำรวจดา้ นสุขภาพกายของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ (ในส่วนนี้จะมีวิทยากรจากกรมอนามัย , กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และวิทยากรด้านการ บริหารจัดการเงินในกลุ่มลูกจ้าง ทำหน้าท่ีให้ความรู้คณะทำงานแต่ละโครงการย่อยก่อนที่จะลงไป ดำเนนิ การในกลุ่มตนเอง ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2564) - กิจกรรมที่ 2: สนับสนุนงบประมาณส่วนที่ 2 ไม่เกิน 40,000 บาท ในการคิดค้นการสร้างอาชีพ ทางเลือก ควบคู่ไปกับงานประจำหรือการมีอาชีพใหม่ขึ้นมาเลย ที่อาชีพดังกล่าวนั้น จะต้อง นำไปสู่การเพ่มิ รายได้ ลดรายจ่าย และการปลดหนี้สินในครวั เรอื นได้จริง ในส่วนนสี้ ามารถระบุคา่ ใช้จา่ ยเป็นงบประมาณสำหรบั วัสดุ อุปกรณ์ ปจั จัยการผลิตได้ (ในส่วนนี้จะมีวิทยากรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ให้ความรู้ คณะทำงานแตล่ ะโครงการยอ่ ยกอ่ นทีจ่ ะลงไปดำเนนิ การในกลุ่มตนเอง ในเดอื นพฤษภาคม 2564)