ขนั้ ตอนการดแู ลสุขภาพจติ สำหรบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ านในสถานประกอบการ/ โรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้สถานการณ์ COVID-19 1. ทีมสุขภาพจิตชี้แจงภารกจิ ที่รับผิดชอบในกลุ่มไลน์สขุ ภาพผา่ นหน่วยพยาบาลของสถานประกอบการ/ โรงงานอตุ สาหกรรม โดยทีมสุขภาพจิตทำหน้าที่ สนับสนุนให้มีการประเมินสขุ ภาพจติ (โดยเคร่ืองมอื การประเมิน สขุ ภาพใจดว้ ยตวั เอง Mental health check in ของกรมสุขภาพจติ ) และให้คำปรกึ ษาแก่พนักงานพบว่ามีความ เสยี่ งตอ่ ปญั หาสุขภาพจิต เชน่ ภาวะเครียด ซึมเศร้า คดิ ทำรา้ ยตนเอง รวมทงั้ ใหก้ ารดูแลผู้ทม่ี ีโรคจติ เวชอยู่เดิม เช่น โรคจติ เวช โรคซึมเศร้า เพ่อื ไม่ให้กำเริบ 2. ทีมสุขภาพจิตส่งแบบประเมินคัดกรองสุขภาพจิตเบ้ืองต้นให้กบั พนักงาน ในรูปแบบ QR code (ผา่ น Admin กลมุ่ ไลน์เจา้ หนา้ ทผี่ ู้ดูแล หรอื พยาบาลท่ีประสานโดยตรงกบั พนกั งาน) โดยมแี บบประเมนิ ดังต่อไปนี้ - แบบประเมินความเสี่ยงต่อปัญหาอารมณ์และพฤติกรรม (BS3) สำหรับคัดกรองความเสี่ยง เบ้ืองตน้ เชน่ โรคจติ เวช สุรา ยาเสพตดิ เพ่อื แจ้งให้ทีมสุขภาพจติ ดูแล เริม่ ทำภายใน 3 วนั แรกของการแยกกกั - แบบสังเกตประเมินพฤติกรรม 5 ข้อ สำหรับพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล ในการสังเกตอาการ ระหว่างแยกกกั ถา้ พบพฤติกรรมผิดปกติขอ้ ใดข้อหน่ึง ให้แจ้งทมี สขุ ภาพจิตเพือ่ ดูแล - แบบประเมิน Mental Health Check-In โดยมีแบบประเมินความเครียด (ST-5) แบบคัดกรอง โรคซึมเศร้า (2Q) (9Q) และแบบประเมินการฆ่าตัวตาย (8Q) ให้พนักงานที่แยกกักทำการประเมินด้วยตนเอง อย่างนอ้ ย 1 อาทติ ย์ต่อครัง้ โดยจะประเมนิ ในวันท่ี 3 วนั ท่ี 7 หรือ วนั ที่ 10 หลังจากการเข้ารับการรักษา 3. ทีมสุขภาพจิตจะส่งข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลจิตใจตนเอง ในรูปแบบของสื่อแผ่นพับ Infographic หรอื คลิปการจัดการความเครยี ด (ผ่าน Admin กล่มุ ไลนข์ องพยาบาลที่ประสานโดยตรงกบั ผ้ปู ว่ ย) 4. เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลดำเนินการประชาสัมพันธ์ช่องทางในการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต (ผ่าน Admin กลุ่มไลน์ของบุคคลากรที่ประสานโดยตรงกับผู้ป่วย) และทีมสุขภาพจิตจะเป็นผู้ให้การช่วยเหลือในแต่ละราย ตามความเหมาะสม 5. กรณีพนักงาน/บุคลากรทางการแพทย์มีความประสงค์ขอรับคำปรึกษาทางสุขภาพจติ ทมี สขุ ภาพจิต ไดจ้ ดั บริการให้คำปรกึ ษาทางโทรศัพท์ และสายดว่ นสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชว่ั โมง 6. เจา้ หน้าที่ ประเมนิ ความเสยี่ งตอ่ ปัญหาอารมณแ์ ละพฤติกรรม (BS3) ในชว่ งเร่มิ การแยกกัก 6.1 มีประวัติการรักษาทางจิตเวชมาก่อน หรือใช้ยาทางจิตเวช เช่น ยาคลายเครียด ยานอนหลับ (อาการเครียดมาก หรือเสีย่ งตอ่ ภาวะซึมเศร้า ฆ่าตวั ตาย หรือ เอะอะอาละวาด ควบคุมตนเองไม่ได้ อาจเป็นอันตราย ต่อตนเองและผอู้ ่นื ) 6.2 เคยใช้สารเสพติด เช่น สุรา กัญชา ยาบ้า ฯลฯ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา (Hazardous Drinker Harmful drinker มีอาการสั่น หงุดหงิด กระสับกระส่าย ตื่นเต้น ตกใจง่าย มีอาการหลงผิด ประสาทหลอน และมีพฤติกรรมแปลกๆ) 6.3 ทา่ นรู้สกึ เครียด กังวล ท้อแท้ สนิ้ หวงั จนรบกวนการดำเนนิ ชีวติ ในชว่ ง 2 สัปดาหน์ ี้ หากพบอาการดังกล่าว 1 ข้อ ให้ประสานบุคลากรในหน่วยสุขภาพประจำสถานประกอบการ/โรงงาน อุตสาหกรรม เพื่อให้การดูแลเฝ้าระวังเบื้องต้น โดยหากมีความจำเป็นให้ประสาน ผู้รับผิดชอบงานสุขภาพจติ ประจำจังหวัดท่ีรบั ผิดชอบ
7. เจ้าหนา้ ทีใ่ ห้พนักงานทำการประเมินสขุ ภาพใจผ่านโปรแกรม Mental Health Check-In เพอ่ื ประเมินปญั หาสุขภาพจิตที่อาจเกิดข้นึ ระหวา่ งการแยกกกั 8. หากหัวหน้างาน/บุคลากรทางการแพทย์สังเกตพบว่า ผู้ป่วยมีอาการทางอารมณ์และพฤติกรรม ตามแนวทาง 5 ข้อ ดังน้ี 8.1 ไม่ทานอาหาร หรอื ไมแ่ จง้ ขอ้ มลู สุขภาพประจำวัน 8.2 เหมอ่ ลอยหรอื กระสบั กระส่าย ไม่สามารถอยูน่ ิง่ ได้ 8.3 ทำรา้ ยตนเองใหบ้ าดเจ็บโดยต้ังใจหรอื ไม่ต้ังใจ 8.4 มีปัญหาการนอน 8.5 สอื่ สาร ไม่อยากมชี ีวิตอยู่ ไร้ค่า ไม่มที ่ีพ่ึง หากพบอาการดังกล่าว 1 ข้อ ให้ประสานทีมสุขภาพจิตที่รับผิดชอบสถานประกอบการ/โรงงานอุตสาหกรรม เพื่อใหก้ ารดูแลตามปัญหาทพ่ี บ พรอ้ มบันทึกเป็นลายลักษณอ์ ักษรไว้ และหากสังเกตเห็นพฤติกรรมของพนักงานที่ผิดปกติอื่นๆ เช่น เดินออกนอกพื้นที่ โยนสิ่งของ ทำลายของ ท่าทีสับสน หงุดหงิด สื่อสารไม่รู้เรื่อง ลืมวันลืมคืน ไม่รู้สถานที่ สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือน ที่ผิดปกติ ควรรีบแจ้งหัวหน้างานและบุคลากรสาธารณสุขที่รับผิดชอบ ให้การช่วยเหลือโดยด่วน หากจำเป็นตอ้ งนำเข้าสู่ระบบการรักษาประสานผ่านระบบการส่งต่อของแตล่ ะจงั หวดั หรอื ตามสิทธ์ิการรักษา
การดแู ลจติ ใจคนทำงานในสถานประกอบการ ภายใต้มาตรการ Bubble & Sealed วคั ซีนใจในสถานประกอบการ เป็นมาตรการหรือกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ/องค์กร ทำงานร่วมแรง ร่วมใจกนั ในการแกไ้ ขปญั หาหรอื วิกฤตต่างๆท่ีเกดิ ขนึ้ จนสามารถผา่ นพ้นไปได้ และยงั ทำใหส้ ถานประกอบการ/ องค์กร ฟน้ื คืนสภู่ าวะปกติได้ ประกอบไปด้วย หลกั การ “4 สรา้ ง” ไดแ้ ก่ 1. สรา้ งความรู้สกึ ปลอดภัย (Safe) 2. สรา้ งความตระหนัก ไมต่ ระหนก (Calm) 3. สร้างความหวัง (Hope) 4. สร้างความเขา้ ใจ ใส่ใจและให้ โอกาส (Care) เพื่อลดปัญหาสุขภาพจิตและเพ่ิมความเข้มแข็งให้ทงั้ พนักงาน ผู้ดแู ล และบคุ ลากรสาธารณสุข ที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ/โรงงานอุตสาหกรรม นำไปสู่การลดปัญหาและการแพร่กระจายของโรคโค วิด-19 ได้ ในสถานการณ์วกิ ฤตการสร้างความเข้าใจ ใสใ่ จและใหโ้ อกาส (Care) เปน็ สิง่ สำคญั ท่ีจะช่วยเสริมสร้าง ให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความอบอุ่นใจ มีพลังใจที่จะสามารถเผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต โดยสถาน ประกอบการควรเออื้ อำนวยให้ผ้ปู ฏิบตั ิงานสามารถทำงานได้ภายใตส้ ถานการณ์ทเ่ี ปลี่ยนแปลง เชน่ - มีการปรบั รูปแบบการทำงาน เชน่ แบ่งทีมทำงาน เหลื่อมเวลาทำงาน หรอื ทำงานในท่พี ักอาศยั - จดั หาและสนับสนุนอปุ กรณ์เครอ่ื งมือในการทำงานในที่พกั อาศยั ใหแ้ ก่ผูป้ ฏบิ ัติงาน เชน่ คอมพวิ เตอร์ อินเทอร์เนต็ ระบบการประชมุ ออนไลน์ ฯลฯ - เฝ้าระวงั กล่มุ เสีย่ ง เช่น มีความเครยี ดสงู มภี าวะ Burn out เป็นตน้ - ดูแลผู้ปฏิบัติงานดว้ ยการสงั เกตพฤติกรรมทเ่ี ปลยี่ นแปลงไปจากปกติ ใสใ่ จรับฟังเม่อื มาปรบั ทกุ ข์ เมอื่ เกินกำลังทส่ี ถานประกอบการสามารถชว่ ยเหลือไดใ้ หส้ ง่ ต่อสถานบริการคู่เครือขา่ ย
ลดอคติตอ่ ผตู้ ดิ เช้ือ COVID-19 - ทีมเฉพาะกิจ* สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามความเป็นจริงเกี่ยวกับผู้ตดิ เชือ้ COVID-19 ทร่ี ักษาหายแลว้ เช่น แสดงผลการตรวจรกั ษา (*ทีมเฉพาะกิจ หมายถึง คณะทำงาน/กลุ่ม/ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นทีมในการดูแลช่วยเหลือ ด้านสังคมจิตใจ (Psychosocial Care) ตามแนวทางการเสริมสร้างวัคซีนใจในสถานประกอบการแก่ ผ้ปู ฏิบตั ิงานในสถานประกอบการ ภายใตส้ ถานการณ์ Covid-19) - สถานประกอบการและผู้ร่วมงานให้โอกาสผู้ที่หายป่วยได้กลับมาทำงานได้ตามปกติ โดย ไม่ตำหนิ หรือแสดงท่าทีรงั เกียจ ส่งเสรมิ ใหผ้ ปู้ ฏิบตั งิ านช่วยเหลือและดูแลจติ ใจกนั และกนั ด้วยหลักการปฐมพยาบาลทางใจ 3 ส.
การดแู ลทางสังคมจติ ใจ (Psychosocial Care) การดูแลด้านสังคมจิตใจ (Psychosocial care) หมายถึง การดูแลทางจิตใจ อารมณ์ สังคม และ จิตวิญญาณของผู้รับบริการ ครอบครัวและผู้ดูแล โดยคำนึงถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้รับบริการเพื่อให้ ผู้รับบริการเกิดความเข้าใจในปัญหาหรือภาวะโรคและมีแนวทางการปรับตัวต่อปัญหาหรือความเจ็บป่วย การดูแลทางสังคมจิตใจ ยังรวมถึงการส่งเสริมสุขภาพจติ และปอ้ งกันปัญหาสุขภาพจิตแก่บุคคลทั่วไป โดยการ ดูแลทางสังคมจิตใจ ใช้กระบวนการส่ือสาร การสนับสนนุ ทางสังคมและการสร้างสมั พันธภาพเปน็ กลไกสำคญั ในการดำเนนิ การ แนวปฏบิ ตั กิ ารดูแลทางสังคมจิตใจเพอื่ การปอ้ งกนั ปญั หาสุขภาพจิต ในสถานประกอบการภายใต้มาตรการ Bubble & Sealed กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงต่อการมีปัญหาสุขภาพจิต เช่น เสี่ยงต่อความเครียด เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย เป็นต้น ผ่านการสังเกตพฤติกรรม การประชุมหัวหน้างาน/ การประชุมของทีมเฉพาะกิจเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ พยาบาลประจำสถานประกอบการ กล่องรับฟัง ความคดิ เหน็ Line Group ฯลฯ กิจกรรม แนวปฏบิ ัติ เครอ่ื งมือ/แบบประเมิน 1.จัดส่ิงแวดล้อม 1.1 จัดส่งิ แวดลอ้ มที่ทำให้ผ้ปู ฏิบตั งิ านมีความรูส้ ึกว่าปลอดภัย และให้บริการท่ี 1.2 ผู้ดูแลควรมีท่าทางท่ีอบอนุ่ เป็นมิตร และไมต่ ำหนิติเตียน ใน - แบบคดั กรอง /แบบ เปน็ มิตร ขณะเดยี วกนั ควรสร้างความม่ันใจในเร่ืองการเก็บรักษาความลบั ประเมนิ ST-5, 2Q (กรณที ่ีผลการประเมิน 2.ประเมินปจั จัย 2.1 ผู้ดแู ลควรประเมนิ ปัจจยั เสี่ยงทางจิตใจและสงั คมของ 2Q มคี ะแนนข้อใดข้อ เส่ียงทางจติ ใจ ผปู้ ฏบิ ัติงาน โดย หน่งึ หรือท้ังสองข้อ และสังคม การสมั ภาษณ์ แนะนำให้ประเมินดว้ ย การสังเกต แบบประเมิน 9Q โดย รว่ มกบั การประเมินด้วยแบบคดั กรอง /แบบประเมนิ บุคลากรสาธารณสขุ หรอื ผผู้ า่ นการอบรม)
กิจกรรม แนวปฏิบตั ิ เครือ่ งมือ/แบบประเมนิ 3.ให้การดแู ลทาง 3.1 ผู้ดูแลควรใหก้ ารดแู ลทางจติ ใจเบอ้ื งตน้ ในผู้ปฏิบัตงิ านกล่มุ สังคมจติ ใจ เส่ียง เช่น ใหก้ ำลงั ใจ ให้ข้อมูลที่จำเปน็ ฯลฯ เบื้องต้น 3.2 กรณที ่ีพบวา่ มีปญั หาทางจติ ใจและสังคม ควรใหก้ าร ชว่ ยเหลอื เช่น รับฟงั ปญั หาดว้ ยความใสใ่ จ ใหค้ ำแนะนำหรือ คำปรกึ ษาเบื้องต้น การประสานเครอื ขา่ ยทเ่ี กี่ยวข้องเพ่ือให้การ ช่วยเหลือทค่ี รอบคลมุ รวดเร็ว ตอ่ เน่อื ง และมีประสทิ ธิภาพ เชน่ โรงพยาบาล สำนกั งานประกันสังคม ธนาคาร/สถาบันเงิน แรงงานจงั หวัด เป็นตน้ 4.การตดิ ตาม 4.1 ผดู้ ูแลควรมีการติดตามผลการแนะนำ/ชว่ ยเหลอื ทางสังคม ต่อเนอื่ ง จิตใจเบ้ืองต้นของผปู้ ฏบิ ตั ิงานกลุ่มเสี่ยง และมีการรายงานผลให้ ผบู้ รหิ าร ทีมเฉพาะกิจ/ทมี ช่วยเหลือ และผู้เกีย่ วข้องทราบทุก สัปดาห์ 5.สง่ ต่อ 5.1 กรณมี ีปญั หาทางสงั คมจิตใจท่ีมคี วามเสีย่ งต่อการเกิดภาวะ ซึมเศรา้ หรืออาการทางจติ ให้สง่ ตอ่ ทีม MCATT/ทมี สุขภาพจติ ในพน้ื ท่ี Psychosocial clinic/ คลนิ กิ สุขภาพจิต หรือสถาบัน/ โรงพยาบาลจติ เวช ระบบการใหก้ ารช่วยเหลือและการดูแลจิตใจผปู้ ฏบิ ตั ิงาน สถานประกอบการ ควรวางระบบการให้การช่วยเหลือและการดูแลจิตใจผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม และต่อเนื่องซึ่งอาจต้องมีการส่งต่อหน่วยงานที่มีความชำนาญในรายที่มีความจำเป็น เช่น จัดให้มีบริการ ปรึกษาเบื้องต้นสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีความเครียด ความไม่สบายใจทุกข์ใจหรือตามประเด็นปัญหาต่าง ๆ ทสี่ อดคลอ้ งกับความตอ้ งการของผู้ปฏิบตั งิ าน โดยวางระบบ ดังน้ี ผูบ้ ริหารควรกำหนดเป็นนโยบายหรอื แผนปฏิบัตกิ าร ดงั น้ี 1. มอบหมายผู้รับผิดชอบหลักแต่ละจุดในระบบการดูแลช่วยเหลือด้านจิตใจเพื่อรองรับการให้ การดแู ลจติ ใจผ้ปู ฏิบตั งิ าน โดยพิจารณาจากผมู้ ีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ และมีจติ อาสา 2. ผู้ปฏิบัติงานทุกคนควรมีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือจิตใจเพื่อนร่วมงาน เช่น สังเกตเพื่อน รว่ มงานทม่ี ีปัญหาครอบครวั การสญู เสยี กระทันหนั มปี ัญหาเจบ็ ป่วยเรื้อรัง มีปัญหาการดม่ื สรุ า เป็นต้น 3. ควรมีการสื่อสาร/ประชาสัมพันธ์การดูแลช่วยเหลือด้านสังคมจิตใจให้ผู้ปฏิบัติงานรับรูท้ ั่วกัน โดยผ่านช่องทางต่างๆ ตามความเหมาะสม
ขัน้ ดำเนนิ การ 4. ควรมีการสำรวจความตอ้ งการและข้อคิดเห็นของผูป้ ฏิบัติงานในประเด็นปัญหาที่ผู้ปฏบิ ัติงาน ต้องการให้สถานประกอบการดำเนินการช่วยเหลือ รวมถึงปัญหาด้านจิตใจของผู้ปฏิบัติงานโดยผ่านช่องทาง ตา่ งๆ 5. รวบรวมผลการสำรวจ จัดลำดับความเร่งด่วนของปัญหา และวางแผนการช่วยเหลือที่ เหมาะสม รวมทั้งการเตรียมการต่าง ๆ เช่น ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้ารับการรักษาพยาบาล/ จัดหาวคั ซนี ปรกึ ษาผู้เชีย่ วชาญดา้ นกฎหมายเพ่ือการประนอมหนี้ เปน็ ต้น 6. ดำเนินการตามระบบการให้การช่วยเหลือและการดูแลจิตใจผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมและ ต่อเนื่องซึ่งอาจต้องมีการส่งต่อหน่วยงานที่มีความชำนาญในรายทีม่ ีความจำเป็น ตัวอย่างเช่น ผู้ปฏิบัติงานท่มี ี ความเครียด ความไมส่ บายใจ ทกุ ข์ใจ ควรดำเนินการดงั นี้ หัวหน้างานพูดคุยเบื้องต้น ถ้าไม่ดีขึ้นส่งต่อให้พยาบาลประจำสถานประกอบการให้การ ปรึกษาหรือส่งต่อในรายที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญนอกหน่วยงาน เช่น Psychosocial Clinic ในโรงพยาบาลชุมชนทีอ่ ยู่ใกล้เคยี ง ติดตามการดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานที่มีปัญหาทางสังคมจิตใจ ประสบกับความสูญเสยี กะทันหัน เจ็บป่วยด้วยโรคเรือ้ รัง มีปัญหาหนี้สนิ มีปัญหาการดื่มสุรา มีประวัติการทำ รา้ ยตนเอง เปน็ ตน้ ในกรณีที่หัวหน้างานพูดคุยเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรส่งต่อให้พยาบาลประจำสถานประกอบการ ใหก้ ารปรึกษา และสง่ ตอ่ ในรายท่ีจำเป็นต้องได้รับการชว่ ยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เชน่ ด้านการรักษาโรค เร้อื รัง การให้การปรึกษาด้านจิตใจ ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อจิตใจ เช่น ปัญหาสุขภาพกรณีติดเชื้อโควิด-19 มีพยาบาล/หัวหน้างาน/ทีมเฉพาะกิจติดตามสอบถามอาการระหว่างการ กักตัวอย่างต่อเนื่อง ปัญหาหนี้สิน สามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมาให้ความรู้ในการวางแผนงาน แก้ไข ปัญหา และให้การช่วยเหลือปัญหาหนี้สิน พร้อมทั้งให้ความรู้เรื่องการออมเงิน หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญด้าน กฎหมายมาใหค้ ำปรกึ ษาแนะนำ เทคนคิ การเปน็ ทีป่ รกึ ษาของหวั หนา้ งาน/ผ้ดู แู ล การสงั เกต สิ่งท่คี วรสังเกต ไดแ้ ก่ - สุขภาพรา่ งกายโดยทั่วไป เชน่ ใบหน้าอิดโรย ตาแดงกำ่ ไอหรือจามบ่อย ๆ มกี ลิน่ ตวั เนอ้ื ตัว สกปรก เปน็ ตน้ - การแต่งกาย เชน่ แต่งกายไมเ่ รียบรอ้ ย เส้อื ผ้ายบั ย่ยู ี่ ใสเ่ ส้ือผ้าซำ้ โดยไม่ซกั เป็นตน้ - กริ ิยาทา่ ทาง เช่น กา้ วรา้ ว ลกุ ล้ลี กุ ลน เซื่องซมึ เหม่อลอย ร่าเริงผิดปกติ เป็นต้น - คำพูด เช่น พูดเกินจรงิ พูดจาสบั สนวกวน เปน็ ต้น - ความไม่สอดคลอ้ งของคำพูดกับกริ ยิ าทา่ ทาง เช่น บอกว่าไม่เปน็ อะไรแต่น้ำตาคลอ บอกว่า เห็นด้วยแตไ่ ม่สบตา ยิ้มแต่แววตาแข็งกระดา้ ง เป็นต้น - แบบสังเกตอารมณแ์ ละพฤติกรรม 5 ขอ้ * เม่อื สังเกตเห็นความผดิ ปกติตา่ ง ๆ ควรใสใ่ จซักถามดว้ ยความหว่ งใย ไม่ใช้อำนาจหรอื จบั ผดิ
การถาม เมื่อสังเกตพบความผิดปกติ ควรชวนผู้ปฏิบัติงานมาพูดคุยเป็นการส่วนตัว โดยแสดงท่าทีปกติ เพื่อ ไม่ใหเ้ ปน็ ท่ผี ิดสังเกตของผปู้ ฏบิ ตั งิ านคนอ่นื ๆ คำถามที่ควรใช้ - ควรใช้การถามปลายเปิดที่ให้โอกาสผู้ปฏิบัติงานมีโอกาสบอกเล่าหรืออธิบาย เช่น เป็นอะไรหรือ เปล่า เพราะอะไร รูส้ กึ อยา่ งไร เป็นต้น - ไมค่ วรถามวา่ ใช่หรอื ไม่ เพราะจะได้แตค่ ำตอบสัน้ ๆ - ไม่ควรถามวา่ ทำไม เพราะจะทำใหผ้ ปู้ ฏิบัตงิ านรสู้ กึ วา่ กำลงั ถูกซักฟอก หรือถูกกล่าวหาว่าทำผดิ เรอื่ งที่ควรถาม ไดแ้ ก่ เร่ืองราวเป็นอย่างไร รูส้ กึ อย่างไร คดิ ว่าจะทำอยา่ งไรต่อไป อยากให้ชว่ ยอะไรบา้ ง ขอ้ ควรระวัง ควรถามอยา่ งมีเปา้ หมาย ไมถ่ ามเรือ่ ยเป่ือย และไมค่ วรถามมากเกนิ ไปเพราะจะทำให้อีกฝ่ายอึดอดั การฟงั เมอื่ ถามแลว้ ต้องตงั้ ใจฟงั โดยควรปฏิบตั ิ ดงั น้ี เพอ่ื ความสงบ ควรงดรบั โทรศพั ท์ช่วั คราว หรือปิดโทรศพั ท์มอื ถอื แสดงท่าทสี นใจ ใชส้ มาธิติดตามเร่อื งท่ีเขาเล่า สบตาและโนม้ ตวั ไปทางผู้พูดพยักหน้าหรอื ตอบรบั เป็นระยะ ๆ และไม่ขัดจังหวะเมือ่ เขากำลังพูด อยา่ กอดอก เขย่าขา เลน่ ดนิ สอ มองนาฬิกา หรือมองออกนอกหน้าตา่ ง ระหวางฟัง ควรสงั เกตสีหนา้ แววตา นำ้ เสยี ง และท่าทางของผูพ้ ูดดว้ ย ในบางครง้ั เพยี งการต้ังใจฟังอยา่ งเดียวกส็ ามารถช่วยให้ผพู้ ดู รู้สกึ สบายใจขึน้ และเมอื่ สบายใจแล้ว กจ็ ะมสี ติคิดแกป้ ญั หาโดยอาจไม่จำเป็นตอ้ งอาศัยความช่วยเหลอื จากหัวหนา้ เลยก็ได้ การให้กำลังใจ ในระหว่างการพูดคุยกัน หากเหน็ วา่ ผปู้ ฏิบัติงานรสู้ ึกท้อแท้ เศรา้ ใจ หรือหมดหวงั ในชีวิต หัวหน้าควร ใหก้ ำลงั ใจ โดย ชี้ให้เหน็ ว่าผู้ปฏิบัตงิ านไม่ไดถ้ ูกทอดทิ้งให้ต่อสู้กับปัญหาเพียงลำพัง ยังมีคนใกล้ชิดเป็นกำลังใจให้ อีก เช่น ครอบครัว เพอื่ นๆ รวมท้งั หวั หนา้ งานด้วย ชี้ให้เห็นศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานเอง เช่น มีความรู้ มีความสามารถ มีความขยันอดทน มี สตปิ ัญญา ซงึ่ จะต้องแก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน ชี้ให้เหน็ ความหวังในอนาคต เช่น ยังมีโอกาสได้เลื่อนข้ัน มีโอกาสโยกยา้ ยสถานที่ทำงาน มีโอกาส ได้พัฒนาตนเองหรือลาศึกษาต่อ เป็นต้น ขอเพียงแค่อดทนฝ่าฟันอุปสรรคในวันนี้ไปให้ได้เท่านั้น ควรให้ กำลังใจผปู้ ฏบิ ตั ิงานทุกคร้ังท่ีพดู คุยกนั โดยเฉพาะก่อนจบการพดู คยุ แตล่ ะคร้งั
การชว่ ยเหลือ ตดิ ตามผล ระบบการส่งต่อและการดแู ลรักษาคนวยั ทำงานท่ีมี ปญั หาทางด้านสขุ ภาพจิต พฤตกิ รรมและอารมณ์ วางแผนแก้ปัญหาร่วมกัน โดยค้นหาสาเหตที่แท้จริงของปัญหาให้พบ รวมทั้งมีการติดตามประเมินผล เป็นระยะ หัวหน้างานควรติดตามสังเกตและพูดคุยกับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อดูว่าผู้ปฏิบัติงานมีจิตใจดีขึ้นหรือไม่ แกป้ ญั หาไดห้ รอื ยงั หรอื มอี ุปสรรคอะไรบา้ ง หากหัวหนา้ งานพยายามชว่ ยเหลืออย่างเต็มทแ่ี ลว้ ไมด่ ขี ึ้น ควรส่ง ต่อผู้ปฏิบัติงานไปพบผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์หรือพยาบาลประจำสถานประกอบการ กรณีมีปัญหาทางสังคม จิตใจที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าหรืออาการทางจิตให้ส่งต่อ ทีม MCATT/ทีมสุขภาพจิตในพื้นท่ี Psychosocial clinic/ คลินิกสุขภาพจิต หรือสถาบัน/โรงพยาบาลจิตเวช ขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขท่อี ยใู่ นหนว่ ยบริการสาธารณสุขคู่เครือขา่ ยของสถานประกอบการ หรือโรงพยาบาลทเี่ ป็นพันธมิตร กับสถานประกอบการ หรือส่งต่อตามสิทธิประกันสังคมรายบุคคลเพ่ือให้การดูแลช่วยเหลือหรือเข้ารับการ รักษาตอ่ ไป แหลง่ ขอ้ มูลความรู้และแหล่งบริการสุขภาพจิต
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: