หนวยการเรียนรูที่ 5 พ้นื ฐานทางเรขาคณติ ผลการเรยี นรทู ค่ี าดหวัง 1. บอกสงิ่ ตางๆ ท่ีเปนพน้ื ฐานทางเรขาคณติ ได 2. สรา งสวนของเสนตรงใหย าวเทา กบั สวนของเสนตรงทกี่ าํ หนดใหได พ้นื ฐานทางเรขาคณิต สิง่ ตา งๆ ท่อี ยรู อบตวั เราไมวา จะเปน อาคาร บา นเรอื น โรงเรยี น ถนนหนทาง เครื่องมอื เครอื่ งใช ตางๆ จะเกย่ี วขอ งกบั รปู เรขาคณิตทั้งสนิ้ ซึ่งเน้อื หาเรขาคณิตในวชิ าคณิตศาสตรคําทใ่ี ชท เ่ี ปน พนื้ ฐาน โดย ไมใ หนยิ ามหรอื คาํ จํากัดความ ไดแ ก จุด เสน เสน ตรง ระนาบ โดยใชจ ุดสําหรบั บอกตําแหนง ไมมีความ กวา งและความยาว เสน ตรงมีความยาวไมจ าํ กัดและไมม ีความกวา ง เราจะใชคาํ พื้นฐานเหลา น้มี าใหค ํา จาํ กดั ความหรอื บทนยิ าม คาํ วา สวนของเสนตรง รงั สีและมุม และจะใชสญั ลักษณแ ทนจุด เสน ตรง สวน ของเสนตรง รังสีและมมุ 5.1 จดุ เสน ตรง รังสี มมุ 5.1.1) จุดและเสน ตรง จุด ใชบอกตาํ แหนง ไมม ีความกวา ง ความยาว นิยมใชอ กั ษรภาษาอังกฤษตัวพมิ พใหญ เรยี กช่ือจุดทก่ี ลาวถงึ เชน จดุ A และ จดุ B ใชสัญลกั ษณต อ ไปนีแ้ ทน zA แทน จุด A z แทน จดุ B B เสน ตรง มีความยาวไมจ าํ กดั และไมม คี วามกวา ง เชน เสนตรงท่ีผา นจุด A และจุด B เรยี กวา เสน ตรง AB เขยี นแทนดว ย AB ดงั รูป AB สญั ลกั ษณข องเสนตรง จะมหี วั ลกู ศรทงั้ สองขา ง แสดงวาเสน ตรงมคี วามยาวไมจ าํ กดั เรา สามารถตอ เสน ตรงออกไปตามทิศทางของหวั ลกู ศรท้ังสองขางโดยไมม ที ี่ส้นิ สดุ Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรระดับมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 -133- แบบฝกหดั ที่ 1 ใหนกั เรยี นตอบคาํ ถามตอ ไปน้ี ขอ 1. ใหนกั เรียนกาํ หนดจดุ 1 จดุ บนระนาบ แลว ทดลองลากเสน ตรงผานจุดนน้ั จะสามารถลากเสน ตรง ไดก ่ีเสน สรปุ กาํ หนดจดุ 1 จุด บนระนาบ จะลากเสน ตรงใหผา นจุดได ......................... เสน ขอ 2. ใหน กั เรยี นกาํ หนดจดุ 2 จดุ บนระนาบ แลว ทดลองลากเสน ตรงใหผ า นสองจดุ นนั้ จะสามารถ ลากเสน ตรงไดก ่ีเสน สรุป ...................................................................................................................................... ขอ 3. ใหนกั เรียนลากเสนตรง 2 เสน ใหตัดกนั เสน ทงั้ สองจะตดั กันกจ่ี ดุ สรุป .......................................................................................................................................................... Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรร ะดับมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 -134- แบบฝกหดั ท่ี 2 4) ใหน กั เรยี นตอบคําถามตอ ไปน้ี ขอ 1. จงพจิ ารณารูปตอไปน้ี แลว ตอบคําถามขางลา ง 1) 2) 3) 5) 6) 7) 8) 9) 10) 11) 12) 13) 14) 15) 16) 17) 18) 19) 20) 1) รปู ท่ีเปน สว นของเสน ตรง ไดแก รูปที่ ......................................................................... 2) รูปที่เปนรงั สี ไดแ ก รปู ที่ ........................................................................................... 3) รูปทีเ่ ปน มุม ไดแก รปู ที่ ............................................................................................ 4) รูปทเ่ี ปนเสน ตรง ไดแก รปู ท่ี ..................................................................................... Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณิตศาสตรระดับมธั ยมศกึ ษาปที่ 1 -135- 5.1.2) สว นของเสนตรง G นยิ าม สว นของเสนตรง คอื สว นใดสวนหนึง่ ของ เสน ตรงทม่ี ีจุดปลายสองจดุ ดังแสดงดวยรปู ตอ ไปนี้ BE C D A FH สว นของเสน ตรงท่ีมีจดุ ปลายทจ่ี ดุ A และจดุ B เขยี นแทนดว ย AB อานวา สว นของเสนตรง AB หรอื อาจเรียกสวนของเสนตรง BA เขียนแทนดว ย BA CD เปนสว นของเสนตรง CD EF เปน สว นของเสนตรง EF GH เปน สวนของเสน ตรง GH ขอ สงั เกต 1) เมอ่ื กําหนดจดุ สองจดุ บนระนาบใดๆ จะไดว า บรรดาสว นของเสน ทั้งหลายท่ี เช่ือมตอจดุ ท้ังสองนี้ สวนของเสน ที่เปน เสน ตรงจะเปน เสน ทส่ี น้ั ทีส่ ดุ 2) สว นของเสน ตรงเสนหนง่ึ มีจดุ ปลาย 2 ขา ง ทาํ ใหม ีความยาวจาํ กดั สามารถวดั ความยาวได ความยาวของสวนของเสน ตรง ( ) ( )ความยาวของสวนของเสนตรง AB จะแทนดวย m AB หรือ AB m AB มาจากคําวา measure of AB ซ่ึงหมายถึง ความยาวของสวนของเสนตรง AB เชน AB ยาว 5 เซนติเมตร จะ ( )เขยี นแทนดว ย m AB = 5 ซม. หรือ AB = 5 ซม. ( )จะเหน็ วา AB ไมใชจ าํ นวน สว น m AB เปนจาํ นวนซง่ึ สามารถนาํ มาบวก ลบ คณู และหาร ( ) ( )กนั ได ดงั นน้ั เมอ่ื นาํ ความยาวของ AB และ CD มาบวกกนั จะเขียนแทนดวย m AB + m CD หรอื AB + CD แตไ มเขียนวา AB + CD Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรระดับมัธยมศึกษาปท่ี 1 -136- แบบฝก หดั ที่ 3 ใหนกั เรยี นตอบคาํ ถามตอไปนี้ จากจุดเริ่มตนจุดใดจุดหน่ึง จงลากเสนไปตามแนวสวนของเสนตรง เช่ือมจุดท่ีเหลือให ตอเน่ืองกันไป โดยไมยกปากกาหรอื ดินสอ และจุดสองจุดใดๆ ใหลากผา นไดเ พียงครงั้ เดียวเทาน้ัน Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรระดับมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 -137- 5.1.3) รังสี นยิ าม รังสี คอื สวนหนง่ึ ของเสนตรงทม่ี ีจุดปลาย เพยี งจดุ เดยี วเปนจดุ เร่ิมตน ในการเขยี นรงั สี BB AA รังสีทมี่ จี ดุ ปลายทจ่ี ุด A และผานจุด B จะเขยี นแทนดว ย AB หรือ BA รงั สีทม่ี จี ดุ ปลายทจี่ ดุ B และผานจุด B จะเขยี นแทนดวย BA หรอื AB ขอ สงั เกต 1) AB กับ BA ไมใชร ังสีเดียวกนั เพราะจดุ ปลายเปน คนละจดุ กนั AB 5.1.4) มมุ นิยาม มุม คือ รงั สีสองเสน ทมี่ จี ุดปลายเปน จุดเดยี วกัน เรยี กรังสสี องเสน นวี้ า แขนของมุม และเรยี กจุดปลายที่ อยใู นจุดเดยี วกนั นัน้ วา จุดยอดมุม เชน A R B PQ (ข) (ค) เขียนสัญลักษณแ ทน มมุ รปู (ก) ดวย ABˆ C หรอื ABC อา นวา มมุ ABC มี BA และ BC เปน แขนของมุม และ B เปนจุดยอดของมมุ รูป (ข) เขยี นแทนมมุ ดว ย DEˆF หรือ DEF อา นวา มมุ DEF มี ED และ EF เปน แขนของมมุ และ E เปนจดุ ยอดของมุม รูป (ค) เขียนแทนมุมดว ย PQˆ R หรอื PQR อา นวา มุม PQR มี QP และ QR เปน แขนของ มุม และ B เปน จุดยอดของมุม Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณิตศาสตรระดับมธั ยมศึกษาปท ่ี 1 -138- ขอสงั เกต ในทางปฏิบัติเราอาจจะใชสว นของเสน ตรงเขียนแทนรงั สกี ็ได ดังรูป มมุ ABC และ มมุ DEF ใช แทน A B C ใช แทน D F E ( ) ( )ขนาดของมมุ เรานยิ มใชสญั ลกั ษณ m ABˆ C หรือ m ABC แทนขนาดของมมุ ABC เชน มุม ( )ABC กาง 30 องศา เราจะเขยี น m ABˆ C = 30° จะพบวา ถา เสนตรง AB ตัดกับเสนตรง CD ทจี่ ดุ E A แลว m(AEˆD) = m(CEˆB) และ m(AEˆC) = m(DEˆB) เรยี ก AEˆD เปน มุมตรงขา มกบั CEˆB C B และ AEˆC เปนมมุ ตรงขา มกบั DEˆB ขอ สังเกต ชนดิ ของมุม Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณิตศาสตรระดับมธั ยมศึกษาปท ี่ 1 -139- ผลการเรียนรทู ค่ี าดหวงั 1. สรา งรปู สามเหลยี่ ม เม่อื กาํ หนดสวนของเสน ตรงใหไ ด 2. สรา งรูปสีเ่ หล่ียม เมอ่ื กําหนดสวนของเสน ตรงใหได 3. แบง ครึ่งสวนของเสน ตรงทก่ี ําหนดใหไ ด 4. สรางมมุ ใหเทากบั มุมทก่ี าํ หนดสว นของเสน ตรงใหไ ด 5. แบง ครงึ่ มมุ ท่กี ําหนดใหได 5.2 สว นของเสน ตรงและความยาวของสว นของเสน ตรง เมอ่ื เรามคี วามจําเปน ตองเขียนเสน , มุม , รปู สามเหลยี่ ม , รปู สีเ่ หลย่ี ม และรปู เหลีย่ มอ่ืนๆ การเขยี น รูปเหลาน้ี บางครง้ั เราตอ งการเขียนรปู ใหเ หมอื นกับรูปในหนงั สืออน่ื ๆ ถา กระดาษบางพอ เราอาจใชว ิธีวาง ทาบบนแบบแลวลอกตามแบบ ถา จะเขยี นรปู บนกระดาษหนาหรืออน่ื ๆ เราอาจเขียนรูปโดยไมใ ชการวัด แตจ ะใชเฉพาะวงเวียน และวัสดทุ ่ีมสี นั ตรง เชน ไมบ รรทัด เพ่อื เขยี นสว นของเสน ตรงและรังสีสวนวงเวียน นั้นใชสาํ หรบั กะระยะตา งๆ เรียกวิธกี ารสรา งรปู โดยอาศัยวงเวยี นและวัสดุทีม่ สี นั ตรงวา “ การสรา ง ” 5.2.1) การสรางสว นของเสน ตรงใหยาวเทา กบั ความยาวของสว นของเสนตรงทกี่ าํ หนดให ตัวอยางที่ 1 กาํ หนด AB ใหดงั รูป จงสรา ง XY ใหยาวเทา กับ AB A Y วิธสี รา ง 1) ลาก XZ ใหย าวกวา AB 2) ให X เปน จุดศนู ยก ลางรัศมเี ทากบั AB เขียนสวนโคงตดั XZ ทจี่ ุด Y จะได XY ยาว เทากบั AB ใหน กั เรยี นทดสอบวา AB และ XY ยาวเทา กันหรอื ไม โดยใชกระดาษลอกลาย หรอื ใชวสั ดทุ ่ีมีสนั ตรง ทาบ XY ขีดความยาวของ AB แลวยกไปทาบ XY Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรระดับมธั ยมศึกษาปที่ 1 -140- ใหน ักเรยี นตอบคําถามตอ ไปนี้ ขอ 1. กาํ หนด AB ใหด งั รปู AB จงสราง CD ให CD ยาวเทา กับ AB วธิ ีสราง 1.1..................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 1.2..................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ขอ 2. กาํ หนด a , b และ c แทนความยาวของสวนของเสน ตรง 3 เสน ดงั รปู ab c จงสรางรปู สามเหล่ียม ABC ใหม ดี า นทัง้ สามยาวเทากบั a , b และ c ตามลําดบั วิธีสราง 1).................................................................................................. 2) ................................................................................................. 3) ................................................................................................. 4) ................................................................................................. 5)................................................................................................... 6) .................................................................................................. Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรระดับมธั ยมศึกษาปที่ 1 -141- ขอ 3. กาํ หนดให a , b , c และ d แทนความยาวสวนของเสนตรง 4 เสน ดังรปู d จงสรา งรูปสีเ่ หล่ยี ม ABCD ใหม ีดา นทง้ั ส่ียาวเทา กับ a , b , c และ d ตามลาํ ดับ วธิ ีสราง 1) ................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรระดับมธั ยมศกึ ษาปที่ 1 -142- 5.2.2) การแบง ครึ่งสวนของเสนตรง การแบงครึ่งสว นของเสน ตรงท่กี าํ หนดให หรอื การหาจดุ ก่งึ กลางของสว นของเสน ตรงทกี่ าํ หนดให ตวั อยางที่ 2 กาํ หนดให AB ดังรูป จงแบง B วิธีสรา ง 1) ใช A และ B เปน จดุ ศนู ยก ลางรศั มีเทากนั และยาวเกินครึง่ ของ AB เลก็ นอย เขยี นสว นโคง ตดั กันทจี่ ุด M และ N 2) ลาก MN ตดั AB ท่จี ดุ O จะได O เปนจดุ แบง AB ออกเปน 2 สวน เทา ๆ กนั คอื AO = OB หรือ จะไดวา O เปน จดุ กึ่งกลางของ AB ทาํ ให AO = OB Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรร ะดับมัธยมศึกษาปท่ี 1 -143- ใหน กั เรยี นตอบคําถามตอ ไปน้ี 1) จงแบง MN ออกเปน 4 สว น เทา ๆ กนั โดยการสราง MN วธิ ีสรา ง 1) .............................................................................................. 2) .............................................................................................. 3) .............................................................................................. 4) .............................................................................................. 5) .............................................................................................. 2) จงแบง GH ออกเปน 8 สว น เทา ๆ กนั โดยการสรา ง GH 5) .............................................................................................. Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรระดับมัธยมศึกษาปที่ 1 -144- 5.3 มมุ และการสรางมุม โดยการใช การสรางมุมใหม ีขนาดเทา กบั ขนาดของมมุ ที่กาํ หนดให สามารถสรา งขึ้นมาได อปุ กรณเ รขาคณิตอยา งงา ยๆ ไดแก วงเวยี นและวัสดทุ ม่ี ีสนั ตรง ( ) ( )ตัวอยา งที่ 3 กาํ หนด XYˆZ จงสรา ง ABˆCให m ABˆ C = m XYˆ Z สิง่ ทโี่ จทยก าํ หนดให XYˆ Z X MP Y NZ BO C วิ ธสี รา ง 1) ลาก BC 2) ใช Y เปน จุดศูนยก ลาง รศั มียาวพอสมควร เขียนสว นโคงตัด YX และ YZ ท่ีจุด M และ N 3) ใช B เปน จุดศนู ยกลาง รศั มเี ทา กับ YM เขียนสว นโคง ไวแ ละตัด BC ทจ่ี ุด O 4) ใช O เปนจุดศนู ยกลาง รัศมีเทากับ MN เขยี นสว นโคง ตดั โคงเดิมทจ่ี ดุ P 5) ลาก BA ผา นจุด P ดังนน้ั จะได m(ABˆC)= m(XYˆZ) Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรระดับมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 -145- ผลการเรยี นรูท่ีคาดหวัง 1. สรา งมุมชนิดตา งๆ ทีก่ ําหนดใหไ ด 2. เขียนวธิ ีการสรางมุมชนดิ ตา งๆ ท่กี ําหนดใหได 5.4 การแบง ครงึ่ มุม เมื่อมีมมุ มมุ หนึ่งซง่ึ ไมทราบวากางกีอ่ งศา เราตองการแบงครึง่ มุมนนั้ เราอาจจะใชวงเวยี นและ วัสดทุ ่มี สี นั ตรง ทําการแบง ครึง่ มมุ ไดโ ดยวิธีงา ยๆ ดงั ตวั อยาง ตวั อยา งที่ 4 จงแบง CAˆ T ทก่ี าํ หนดให ออกเปน 2 สว น เทา ๆ กัน ส่งิ ทโ่ี จทยก าํ หนดให CAˆ T วธิ ีสรา ง 1) ใช A เปน จุดศูนยกลาง รศั มยี าวพอควร เขยี นสว นโคงตดั AC และ AT ที่จดุ M และ N 2) ใช M และ N เปน จุดศนู ยกลาง รศั มยี าวพอสมควร เขยี นสวนโคง ตดั กันที่จดุ O ลาก AO ( ) ( )ดงั นน้ั จะได AO แบง CAˆ T ออกเปน 2 สวน เทา ๆ กนั คอื m CAˆ O = m OAˆ T Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรร ะดับมัธยมศึกษาปท ่ี 1 -146- แบบฝกหดั ท่ี 6 ใหน กั เรยี นตอบคําถามตอ ไปนี้ ABˆC XYˆ Z X YZ วธิ ีสรา ง 1) ...................................................................................................... 2) ...................................................................................................... 3) ...................................................................................................... 4) ...................................................................................................... 5) ...................................................................................................... 2) จงสราง ABˆC ใหมขี นาดเทา กบั XYˆ Z ที่กําหนดให YZ X วธิ สี รา ง 1) ..................................................................................................... 2) ..................................................................................................... 3) ..................................................................................................... 4) ..................................................................................................... 5) ..................................................................................................... Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณิตศาสตรร ะดับมธั ยมศึกษาปท ่ี 1 -147- 3) จงแบงมมุ MNO ท่ีกาํ หนดใหเปน 4 สวน เทา ๆ กนั M NO วิธีสราง 1) ...................................................................................................... 2) ...................................................................................................... 3) ...................................................................................................... 4) ...................................................................................................... 5) ...................................................................................................... 6) ...................................................................................................... 4) จงแบง มมุ ABC ที่กาํ หนดใหเ ปน 8 สว น เทา ๆ กนั A C B วธิ สี ราง 1) ..................................................................................................... 2) ..................................................................................................... 3) ..................................................................................................... 4) ..................................................................................................... 5) ..................................................................................................... 6) ..................................................................................................... 7) ..................................................................................................... 8) ..................................................................................................... Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรระดับมัธยมศกึ ษาปที่ 1 -148- 5.5 การสรา งมุมทมี่ ขี นาด 60 องศา ตวั อยางท่ี 5 จงสรา ง JAˆ N= 60° Z XZ XY AP X AQ PQ Y N JP วธิ ีสรา ง 1) ลาก AJ 2) ใช A เปน จุดศนู ยกลาง รศั มยี าวพอสมควร เขยี นสว นโคง ตดั AJ ที่จุด P 3) ใช P เปนจดุ ศนู ยก ลาง รัศมีเทากับ AP เขยี นสว นโคง ตดั โคง เดิมทจ่ี ุด Q 4) ลาก AN ผา นจุด Q จะได m(JAˆ N)= 60° ขอคดิ นักเรียนคิดวาเราจะมวี ธิ อี นื่ ๆ นอกจากตวั อยางน้แี ลวในการสรางมุม 60 องศา ไดหรือไม Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรร ะดับมัธยมศึกษาปที่ 1 -149- แบบฝกหัดที่ 7 ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามตอไปนี้ 1) ใหนักเรียนสรา งมมุ ขนาดเทา กับ 30 องศา โดยใชว งเวยี น วธิ สี รา ง 1) .......................................................................................................... 2) .......................................................................................................... 3) .......................................................................................................... 4) .......................................................................................................... 5) .......................................................................................................... 6) .......................................................................................................... 2) ใหน ักเรียนสรา งมมุ ขนาดเทา กับ 120 องศา โดยใชว งเวยี นและสนั ตรง วิธสี ราง 1) ......................................................................................................... 2) ......................................................................................................... 3) ......................................................................................................... 4) ......................................................................................................... 5) ......................................................................................................... 6) ......................................................................................................... Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรร ะดับมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 -150- 5.6 การสรา งมุมทม่ี ขี นาด 90 องศา ตัวอยา งท่ี 6 จงสราง PQˆ R = 90° หรือ จงสรา งมมุ ฉาก PQR P MQN X วธิ สี รา ง 1) ลาก PX และกําหนดจดุ Q บน PX 2) ใช Q เปน จดุ ศนู ยก ลางเขยี นสวนโคง ตัด PX ทจี่ ดุ M และ N 3) ใช M และ N เปนจดุ ศูนยก ลาง รัศมยี าวพอสมควร เขียนสว นโคง ตัดกนั ท่ี จดุ R 4) ลาก QR ดังนน้ั จะได PQˆ R = 90° หรอื ไดม มุ ฉาก PQR หมายเหตุ มุมตรงหรอื มมุ ทม่ี ขี นาด 180° คอื มมุ ทปี่ ระกอบดว ยมุมฉาก 2 มุม คือ มุม PQX เปนมมุ ตรง Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรร ะดับมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 -151- แบบฝก หดั ที่ 8 ใหนักเรยี นตอบคําถามตอ ไปนี้ 1) จงสรางมมุ ทม่ี ขี นาดเทา กับ 45 องศา โดยใชวงเวียนและสันตรง ¾แนวคดิ ใชความรูเรือ่ ง การสรางมุมฉาก การแบงคร่ึงมมุ วิธีสราง 1) .......................................................................................................... 3) .......................................................................................................... 4) .......................................................................................................... 5) .......................................................................................................... 2) จงสรา งมมุ ทมี่ ขี นาดเทา กบั 270 องศา โดยใชวงเวยี นและสนั ตรง ¾แนวคดิ ใชความรเู รื่อง การสรางมุมฉาก และการสรางมมุ ทีเ่ ทากบั มมุ ทกี่ ําหนดให วิธีสรา ง 1) ......................................................................................................... 2) ......................................................................................................... 3) ......................................................................................................... 4) ......................................................................................................... 5) ......................................................................................................... 6) ......................................................................................................... 5.7 การสรา งเสนต้ังฉาก Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณิตศาสตรร ะดับมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 -152- 5.7.1) การสรางเสนตงั้ ฉากจากจดุ ภายนอกมายังเสนตรงทก่ี ําหนดให ตัวอยา งที่ 7 จงสรางเสน ตงั้ ฉากจากจดุ O ซ่ึงอยูภายนอกเสนตรง AB มายงั AB ส่งิ ที่โจทยก ําหนดให AB และจุด O ภายนอก AB รปู ท่ี 1 รปู ที่ 2 O A M BA MB P X วิธีสรา ง 1) ใช O เปนจดุ ศนู ยกลาง รศั มียาวมากกวาระยะจากจดุ O มายงั เสนตรงAB เขียนสวน โคงตดั AB ท่จี ดุ X และ Y ( หรือ รูปที่ 2 เขยี นสว นโคง ตดั AB ท่ตี อ ออกไปถงึ P ท่ี จุด X และ Y ) 2) ใช X และ Y เปน จุดศนู ยก ลาง รัศมยี าวพอสมควร เขยี นสว นโคงตดั กนั ทจ่ี ดุ Q 3) ลาก OQ ตดั AB และ AP ที่จดุ M ดงั นนั้ จะได OM เปน เสน ตั้งฉากที่ลากจากจดุ O มายัง AB 5.7.2) การสรา งเสน ตง้ั ฉากทจี่ ดุ ๆ หนึ่งบนสว นของเสน ตรงท่ีกาํ หนดให ก็คอื การสรางมมุ ฉาก หรอื มุมท่มี ีขนาด 90 องศา นน่ั เอง Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรร ะดับมัธยมศึกษาปท ่ี 1 -153- แบบฝกทกั ษะเพ่ิมเตมิ 1 ab วิธีสราง 1) ......................................................................................................... 2) ........................................................................................................ 3) ........................................................................................................ 4) ........................................................................................................ จงสรา งรูปสามเหลย่ี มดา นเทา ABC a วิธีสราง 1) ......................................................................................................... 2) ......................................................................................................... 3) ……………………………………………………………………………. Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณิตศาสตรระดับมัธยมศึกษาปท่ี 1 -154- 3) ให a , b และ c แทนความยาวของสว นของเสนตรงท่กี าํ หนดให จงสรางรปู สามเหลยี่ มใหดานทงั้ สามยาว a , b และ c ab c วิธสี ราง 1) ......................................................................................................... 2) ........................................................................................................ 3) ........................................................................................................ 4) ........................................................................................................ 5) ........................................................................................................ 4) ให a , b , c และ d แทนความยาวของสว นของเสน ตรงทกี่ าํ หนดให จงสรา งรปู ส่ีเหลย่ี มใหดานท้ังสย่ี าว a , b , c และ d ab cd วธิ สี ราง 1) ......................................................................................................... 2) ......................................................................................................... 3) ……………………………………………………………………………. 4) ……………………………………………………………………………. 5) ……………………………………………………………………………. 6) ……………………………………………………………………………. Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรร ะดับมัธยมศกึ ษาปที่ 1 -155- แบบฝกทกั ษะเพ่มิ เตมิ 2 1) จากรูปทก่ี ําหนดให จงสรา งเสน แบง คร่ึง ABˆCและ DBˆC มมุ ทีเ่ กดิ จากเสน แบง ครงึ่ มมุ ท้งั สองมีขนาดเทา ใด C จงอธบิ าย วิธสี ราAง 1) ...........B....................D.......................................................................... 2) ......................................... ............................................................... 3) ........................................................................................................ 4) ........................................................................................................ 5) ........................................................................................................ สรุป มุมทเ่ี กิดจากเสน แบง คร่งึ มมุ ทง้ั สองมขี นาดเทา กบั ................................ 2) กําหนดให a แทนความยาวของสวนของเสนตรง และ b a เปน มุมทกี่ าํ หนดให จงสรางรปู สามเหลยี่ ม ABC โดยให b ฐาน AB ยาวเทา กบั a และให CAˆ B = CBˆA = b รปู สามเหล่ียมทีไ่ ดเ ปนรปู สามเหลยี่ ม ชนิดใด วธิ ีสรา ง 1) ........................................................................................................ 2) ........................................................................................................ 3) ........................................................................................................ 4) ........................................................................................................ 5) …………………………………………………………………………… 6) …………………………………………………………………………… สรปุ รูปสามเหลย่ี มท่ไี ดเปน รูปสามเหลยี่ ม ................................................... Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณิตศาสตรร ะดับมัธยมศกึ ษาปที่ 1 -156- 3) a จงสรางรูปสีเ่ หล่ยี มรปู วาว ABCD ให AC ยาว เทากับ a AB ยาวเทา กบั b และ CB ยาว b เทากบั c c วิธีสราง 1) .......................................................................................................... 2) ......................................................................................................... 3) ......................................................................................................... 4) ......................................................................................................... 5) ......................................................................................................... 4) กําหนดให a แทนความยาวของสว นของเสน ตรง จงสรา งรูปสามเหลี่ยม ABC โดยให ฐาน AB ยาว M เทา กบั a และให CAˆ B =MNˆ O , CBˆ A = XYˆ Z N O X YZ วธิ ีสรา ง 1) ......................................................................................................... 2) ......................................................................................................... 3) ......................................................................................................... 4) ......................................................................................................... 5) ......................................................................................................... 6) ......................................................................................................... แบบฝก ทักษะที่ 2 (ตอ) Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรร ะดับมธั ยมศกึ ษาปที่ 1 -157- 5) จงสรา งมุม ๆ หนง่ึ ใหม ีขนาดเปนสองเทา ของขนาดของ ABˆC ทก่ี ําหนดให A BC วิธีสรา ง 1) .......................................................................................................... 2) ......................................................................................................... 3) ......................................................................................................... 4) ......................................................................................................... 5) ......................................................................................................... 6) จงสรางมุมๆ หนงึ่ ใหม ีขนาดเปน สามเทา ของขนาดของ ABˆ C ท่ีกําหนดให A CB วิธีสราง 1) ....................................................................................................... 2) ........................................................................................................ 3) ........................................................................................................ 4) ........................................................................................................ 5) ........................................................................................................ 6) ........................................................................................................ 7) ........................................................................................................ 8) ........................................................................................................ Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณิตศาสตรร ะดับมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 -158- แบบฝกทักษะเพม่ิ เติม 3 1) สรา งมมุ TOP ทมี่ ขี นาด 60° 2) สรา งมมุ AOM ทมี่ ขี นาด 120° 3) สรา ง BEˆ N ทมี่ ขี นาด 30° 4) สราง KˆIT ทม่ี ขี นาด 45° 5) สรา งมมุ LEK ท่มี ีขนาด 15° 6) สรางมมุ HAM ทม่ี ีขนาด 22.5° 7) สรา ง AUˆ M ทมี่ ขี นาด 150° 8) สราง YOˆ T ทมี่ ขี นาด 240° 9) สรางมมุ SAN ท่มี ีขนาด 270° 10) สรา งมุม NED ทม่ี ีขนาด 300° Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
คณติ ศาสตรระดับมัธยมศึกษาปที่ 1 -159- 11) สรา ง WAˆ S ทมี่ ขี นาด 135° 12) สราง TˆIK ทม่ี ขี นาด 292.5° 13) สรา งมุม MAY ทีม่ ีขนาด 105° 14) สรา งมมุ OIL ท่มี ีขนาด 75° 15) สรา ง GEˆ M ทมี่ ขี นาด 225° 16) สรา ง CHˆ U ทมี่ ขี นาด 165° 17) สรางมุม PUN ที่มีขนาด 247.5° 18) สรา งมมุ SOI ทมี่ ีขนาด 330° Retrieved from Digital Repository at Srinakharinwirot University http://kids-d.swu.ac.th
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: