Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย

ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย

Published by 423ed000003, 2021-05-06 08:50:21

Description: ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรียนรรู้ ายภาคเรยี น วชิ า ภาษาอังกฤษ (พค 31001) ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาค ตะวนั ออก สานักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สานักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงศกึ ษาธิการ

แผนการจดั การเรียนรู้ กลมุ่ สาระความรู้พืน้ ฐาน รายวิชา ภาษาอังกฤษ พต 31001 ชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการจัดการเรียนรูเ้ รอ่ื งท่ี 1 Everyday English เวลา 6 ชัว่ โมง สอนวันที่ ………เดอื น ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนท่ี …... ปีการศกึ ษา ………. มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเกี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การฟัง พูด อ่าน เขยี น ภาษาตา่ งประเทศ ด้วยประโยคท่ซี บั ซ้อนมากขึ้นในชวี ติ ประจาวนั และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลัก ภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา ตัวชว้ี ัด ตคี วามหมายจากน้าเสียงของผ้อู ืน่ และรูจ้ ักใชน้ ้าเสียงในการแสดงความรู้สกึ ระหวา่ งการสนทนา ได้แก่ ดีใจ เสียใจ พงึ พอใจ ไมพ่ ึงพอใจ ซาบซง้ึ ผิดหวงั ปรารถนาดี ชน่ื ชมและเหน็ ใจ สาระสาคัญ การตีความหมายจากน้าเสียงของผู้อนื่ วา่ มีความรู้สึกดีใจ เสียใจ พงึ พอใจ ไมพ่ ึงพอใจซาบซง้ึ ผิดหวัง ปรารถนาดี ช่ืนชมหรอื เห็นใจ และการใช้นา้ เสียงแสดงความรสู้ ึกของตวั เองในโอกาสต่าง ๆ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ นักศึกษาสามารถตีความจากนา้ เสียงของและรจู้ กั ใชน้ า้ เสยี งในการแสดงความร้สู ึกระหวา่ งการ สนทนา ไดแ้ ก่ ดีใจ เสียใจ พึงพอใจ ไม่พงึ พอใจ ซาบซ้งึ ผิดหวัง ปรารถนาดี ช่ืนชมและเหน็ ใจ สาระการเรียนรู้ 1. การออกเสียงพยญั ชนะต้นคา -ทา้ ยคา 1.1ทบทวนการออกเสียง พยญั ชนะตน้ คาทีย่ าก เช่น เสียง s z ch sh 1.2การอ่านออกเสยี งท้ายคาที่ถกู ต้อง 2. การออกเสยี งหนกั -เบา (Stress) วิธกี ารออกเสียง หนกั -เบา ของคาในลกั ษณะตา่ ง ๆ เช่น คาเด่ียว คาประสมในลักษณะตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ วา่ คาประเภทใดจะต้องออกเสียงเน้นทีพ่ ยางค์แรก พยางคก์ ลางหรือ พยางค์หลงั 3. การออกเสยี งตามระดับเสยี งสงู -ต่า (Intonation) วิธีการออกเสียงของประโยคลกั ษณะตา่ ง ๆ ซ่ึง จะตอ้ งออกเสยี งสูง-ต่า ใหถ้ ูกตอ้ งเพอ่ื ให้ส่ือความหมายทผ่ี ู้พูดตอ้ งการ ประโยคประเภทเดยี วกนั ถ้าออก เสียงสูง-ตา่ ต่างกนั จะใหค้ วามรู้สึกทีต่ ่างกนั 4. การออกเสียงเชื่อมโยง (Linking Sound) วิธีการอ่านออกเสยี งเช่ือมโยงระหว่างคาในภาษาอังกฤษท่ี ถกู ต้องตามกฎเกณฑ์ของภาษาองั กฤษ 5. การแสดงความดใี จ/เสียใจ การใช้คา วลีและรูปประโยคทจ่ี ะนามาใช้ในการแสดงความดใี จและเสยี ใจในโอกาสต่างๆได้ถูกต้อง เช่น แสดงความดีใจทไ่ี ด้พบกันอีกคร้ังหรือแสดงความเสยี ใจท่ีทาผิด เปน็ ต้นตัวอยา่ ง คาวลี และรูปประโยค

6. การแสดงความพอใจ/ไมพ่ อใจ ใหร้ ้จู กั คา วลี และรปู ประโยคทีจ่ ะท่ีจะนามาใชใ้ นการแสดงความพอใจ/ ไม่พอใจในโอกาสต่างๆได้ถูกต้อง เช่น แสดงความพอใจ/ไม่พอใจในการรับบริการเปน็ ต้น ตัวอยา่ งคา วลี และรูปประโยค 7. การแสดงความปรารถนา/ เห็นใจและการตอบรับ การใช้ คา วลี และรูปประโยคที่จะนามาใชใ้ น การแสดงความปรารถนาดี/เหน็ ใจในโอกาสตา่ ง ๆ ได้ถูกต้อง เชน่ การแสดงความระลึกถงึ การแสดง ความเหน็ ใจเม่ือผอู้ น่ื ประสบปัญหา เปน็ ต้น ตวั อย่างคา วลี และรูปประโยค เช่น 8. การแสดงความตอ้ งการการเสนอ/ให้ความชว่ ยเหลือ/บริการ รวมท้ังการตอบรับ/ปฏิเสธ การ ให้ ความช่วยเหลือ/บรกิ าร การใช้คา วลี และรปู ประโยคเพื่อแสดงความตอ้ งการ การเสนอ/ใหค้ วาม ชว่ ยเหลือ/บรกิ าร รวมท้ังการตอบรับ/ปฏิเสธในการให้ความชว่ ยเหลือ/บริการในโอกาสและสถานท่ีต่าง ๆ ได้อย่างถกู ตอ้ ง ได้แก่ การซอื้ สินคา้ /บริการในรา้ น การสั่งจองตวั๋ เครื่องบิน/รถไฟ/ภาพยนตร/์ การ บรกิ ารในบรษิ ัททวั ร์ การจองโรงแรม/ ทพี่ ัก การใชบ้ ริการใน ทที่ าการไปรษณีย์/ธนาคาร/ร้าน อินเตอรเ์ น็ต ตวั อย่าง คา วลี และรูปประโยค คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ใฝ่รใู้ ฝเ่ รยี น ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรยี น 2. มีวินยั ทางานตามที่ครมู อบหมายไดท้ นั เวลา 3. ขยนั มุ่งม่นั ในการทางาน ทาใบงาน ทากิจกรรมกลุ่ม 4. มีความสามคั คี มีน้าใจ มีความรบั ผิดชอบ ช่วยเหลอื กนั ทากิจกรรมกลมุ่ ชนิ้ งาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจดั การเรยี นรู้ ข้นั นาเข้าสูบ่ ทเรยี น - ครพู ดู ถึงความจาเป็นของภาษาองั กฤษทม่ี ีในชีวติ ประจาวัน ขั้นสอน - ผเู้ รียนเรียนรดู้ ้วยการสอนเสรมิ จากครูในระบบโรงเรียน หรอื เรยี นรู้จากหนงั สือ แบบเรยี น สอื่ ,แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง - ผู้เรยี นศกึ ษาใบความรู้ - ครมู อบหมายให้ผู้เรยี นฝึกปฏบิ ัติดว้ ยการทาแบบฝึกหัด ขนั้ สรปุ ครผู สู้ อนสรปุ เน้อื หาและเติมเตม็ องคค์ วามรู้พรอ้ มมอบหมายงานใหไ้ ปศกึ ษาด้วยตนเอง เพ่ิมเติม ส่อื การเรยี นการสอน 1. ใบความรู้ 2. หนังสือแบบเรียน 3. ซดี ี

4. ใบงาน การวัดผลประเมนิ ผล วธิ ีการวัด 1. สังเกตพฤติกรรมระหว่างการเรยี นรู้และกระบวนการกลุ่ม 2. วัดความร้จู ากการทากิจกรรมในใบงาน เครือ่ งมอื 1. ใบงาน เกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผล 1. นักศกึ ษามีผลคะแนนในการทดสอบไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 50 2. การมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมกลุ่ม แหล่งการเรียนรู/้ สบื คน้ ขอ้ มูลเพม่ิ เตมิ 1. ห้องสมุดประชาชน 2. กศน.ตาบล 3. internet

แผนการจัดการเรียนรู้ กลุม่ สาระความรพู้ ้นื ฐาน รายวชิ า ภาษาองั กฤษ พต 31001 ช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย แผนการจดั การเรยี นร้เู รอ่ื งท่ี 2 What should you do? เวลา 6 ช่ัวโมง สอนวนั ท่ี ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนที่ …... ปกี ารศึกษา ………. มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ ก่ียวกับ ภาษาท่าทาง การฟงั พดู อ่าน เขียน ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทีซ่ บั ซ้อนมากข้ึนในชีวติ ประจาวัน และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลัก ภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา ตวั ชวี้ ดั อา่ นและทาตามคาแนะนาในการใชค้ มู่ ือ ป้าย คาแนะนา วธิ กี ารปรงุ ข้อควรระวังและ ป้าย ประกาศ สาระสาคัญ การใชค้ ู่มือ ป้าย คาแนะนา วิธกี ารปรงุ ขอ้ ควรระวงั และ ป้ายประกาศ จุดประสงค์การเรียนรู้ นักศึกษาสามารถอา่ นและทาตามคาแนะนาในการใช้คู่มอื ป้าย คาแนะนา วธิ กี ารปรุง ข้อควร ระวงั และ ป้ายประกาศ สาระการเรยี นรู้ 1. การใช้พจนานุกรม (Dictionary) 1.1ทบทวนการคา้ หาความหมายของคาศัพท์โดยเรยี งตามตัวอักษรของคาศัพท์ที่ค้นหาจาก a ถึง z 1.2ใหอ้ า่ นวิธีการใชพ้ จนานุกรมและขอ้ มูลต่าง ๆ ที่อย่ใู นส่วนหน้า (คาชแี้ จงในการใช้) ของ Dictionary ให้เขา้ ใจ 1.3เมอื่ คน้ หาคาศัพท์พบแลว้ ให้ศึกษาวิธีการอา่ นออกเสียงหน้าทข่ี องคา ความหมายและตัวอยา่ งใน การใช้ (ซึ่งคาบางคาอาจจะทาหน้าท่ีไดห้ ลายอยา่ ง) และคาท่มี คี วามหมายใกลเ้ คยี งกนั เช่น drug (ดรกั ) n. ยา ผลติ ภัณฑย์ า ยาเสพติด สนิ คา้ ท่เี ก่ียวกับสุขภาพทข่ี ายในร้านขายยา vt. drugged, drugging ผสมกับยา ทาใหต้ ิดยา ทาให้ไดร้ บั พิษจากยา drug on the market สินคา้ ทีม่ ี มากเกินความต้องการในตลาด 2. การวเิ คราะห์ศัพทแ์ ละรปู ประโยคทีใ่ ชใ้ นสัญลกั ษณ์ ปา้ ยประกาศ/คาแนะนาในการใช/้ คาแนะนา/ คาเตอื นต่าง ๆ

2.1การวิเคราะห์ศพั ทโ์ ดยการรูจ้ ักส่วนทเี่ ปน็ รากศัพท์ (Root) อปุ สรรค หรอื ที่คาเตมิ ไปข้างหนา้ (Prefix) และปัจจัยหรือคาทเ่ี ตมิ ข้างหลัง (Suffix) โดยทราบความหมายของส่วนประกอบของ คาศัพทต์ า่ ง ๆ เหล่านน้ั ก็จะทราบความหมายของศัพท์ได้ 2.2 รูปประโยคท่ีใชใ้ นสญั ลกั ษณ/์ ปา้ ยประกาศ/คาแนะนาในการใช้/คาแนะนา/คาเตือนต่าง ๆ ซ่ึงจะ ใชร้ ูปประโยคคาสงั่ (Imperative Sentence) ท้ังในลกั ษณะบอกเลา่ และปฏเิ สธ 3. สญั ลกั ษณ์และปา้ ยประกาศตา่ ง ๆ (Signs & Notices) ร้จู กั ความหมายของสญั ลักษณ์และป้าย ประกาศที่พบในชวี ิตประจาวันและการประกอบอาชพี เชน่ การปฏิบตั ิตนในแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม พิพธิ ภณั ฑ์ โรงงาน สานักงาน ยานพาหนะ เป็น ตัวอย่าง เชน่ 4. สลากยาและคมู่ ือในการใชอ้ ุปกรณ์ต่าง ๆ (Instructions) การอ่าน ทาความเขา้ ใจและปฏิบัติตาม คาแนะนาในการใช้ยาและอุปกรณ์ต่าง ๆท่ใี ชใ้ นชีวติ ประจาวัน เช่น หม้อหงุ ขา้ วไฟฟ้า เครอื่ งซักผา้ คอมพวิ เตอร์ โทรศัพท์มือถือ เปน็ ต้น โดยใหเ้ ขา้ ใจสานวนหรอื โครงสรา้ งของประโยคที่มัก ใช้ 5. คาแนะนาและคาเตอื นตา่ ง ๆ (Tips and Warning) รจู้ กั วธิ กี ารอา่ นและตคี วามคาแนะนา คาชแ้ี จง และคาอธบิ ายต่าง ๆ เชน่ พยากรณ์อากาศ ประกาศ เตือนภัย คาแนะนาในการเขา้ ไปในสถานท่ีตา่ ง ๆ คาอธิบายสนิ ค้าและสว่ นประกอบหรือเครอ่ื งปรุง วธิ กี ารปรงุ อาหาร เป็นต้น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ใฝ่รใู้ ฝ่เรียน ศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรียน 2. มวี ินยั ทางานตามท่ีครูมอบหมายได้ทนั เวลา 3. ขยัน มุง่ มั่นในการทางาน ทาใบงาน ทากิจกรรมกลุ่ม 4. มีความสามัคคี มนี า้ ใจ มีความรับผิดชอบ ช่วยเหลือกันทากจิ กรรมกลุ่ม ช้นิ งาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจดั การเรียนรู้ ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น - ครพู ดู ถงึ ป้ายสัญลักษณภ์ าษาองั กฤษท่ีพบเห็นในชวี ิตประจาวัน ข้นั สอน - ผเู้ รียนเรยี นร้ดู ว้ ยการสอนเสรมิ จากครใู นระบบโรงเรยี น หรือเรยี นรูจ้ ากหนังสือ แบบเรียน ส่ือ,แหลง่ เรียนรอู้ ืน่ ๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง - ผูเ้ รยี นศกึ ษาใบความรู้ - ครูมอบหมายใหผ้ ้เู รยี นฝึกปฏบิ ตั ิดว้ ยการทาแบบฝกึ หัด ขนั้ สรุป ครผู สู้ อนสรปุ เนอ้ื หาและเติมเตม็ องคค์ วามรู้พร้อมมอบหมายงานใหไ้ ปศกึ ษาด้วยตนเอง เพม่ิ เติม

ส่ือการเรียนการสอน 1. ใบความรู้ 2. หนงั สอื แบบเรยี น 3. ตัวอยา่ งป้าย 4. ใบงาน การวดั ผลประเมนิ ผล วธิ ีการวัด 1. สงั เกตพฤติกรรมระหว่างการเรยี นรแู้ ละกระบวนการกลุ่ม 2. วัดความรู้จากการทากจิ กรรมในใบงาน เครอ่ื งมอื 1. ใบงาน เกณฑก์ ารวดั ผลประเมินผล 1. นกั ศึกษามผี ลคะแนนในการทดสอบไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 50 2. การมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมกลุ่ม แหล่งการเรียนรู้/สืบคน้ ข้อมูลเพมิ่ เติม 1. ห้องสมุดประชาชน 2. กศน.ตาบล 3. internet

แผนการจัดการเรียนรู้ กลุม่ สาระความรู้พื้นฐาน รายวิชา ภาษาองั กฤษ พต 31001 ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการจัดการเรยี นรูเ้ รือ่ งที่ 3 Hello, could you tell me..........? เวลา 6 ชั่วโมง สอนวันท่ี ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นท่ี …... ปีการศกึ ษา ………. มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเกี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การฟงั พดู อ่าน เขียน ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทซ่ี ับซ้อนมากข้ึนในชวี ิตประจาวัน และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลัก ภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา ตวั ชว้ี ดั ตดิ ตอ่ สื่อสารทางโทรศัพท์ไดค้ ล่องแคล่ว สาระสาคญั การพดู ส่ือสารทางโทรศพั ท์ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ นกั ศกึ ษาสามารถพูดติดตอ่ สื่อสารทางโทรศพั ทไ์ ด้ สาระการเรยี นรู้ 1. การตดิ ต่อทางโทรศัพทก์ ับผู้ทค่ี ุ้นเคย รูจ้ กั วธิ ีการพดู โต้ตอบทางโทรศพั ท์กับเพือ่ นญาติ พีน่ ้องและผทู้ คี่ ้นุ เคยในเรอ่ื งต่าง ๆ โดยใช้สานวน และภาษาทเ่ี หมาะสม 2. การติดต่อทางโทรศพั ท์เพื่อสอบถามขอ้ มูลต่าง ๆ การใชส้ านวนภาษาท่ใี ชพ้ ดู ทางโทรศัพทเ์ พ่ือสอบถามข้อมลู ตา่ ง ๆ ที่ต้องการทราบโดยใช้ รปู ประโยคขอรอ้ ง /ขอร้องอยา่ งสุภาพ (request, polite, request) ประโยค direct/ indirect speech ประโยคคาถามลักษณะต่าง ๆ ประโยคแสดงความคิดเห็นและการขอบคุณ เชน่ การสอบถามเสน้ ทาง การเดินทางไปทต่ี ่าง ๆ สอบถามตารางรถไฟ เครื่องบิน สอบถามข้อมลู ดา้ นการคุ้มครองผู้บรโิ ภค/ สขุ ภาพอนามยั / พยากรณ์อากาศ เป็นต้น 3. การตดิ ต่อทางโทรศพั ทเ์ พื่อการประกอบอาชพี วิธีการพูดโตต้ อบทางโทรศัพท์ เพื่อถาม-ให้ข้อมลู เกยี่ วกับการประกอบอาชีพ โดยใชส้ านวนและภาษาที่ เหมาะสมในการสอบถามข้อมูลเกีย่ วการสมคั รงาน การซื้อ-ขายสินคา้ การให้ขอ้ มูลเกีย่ วกับคณุ ภาพและ ราคาของสินคา้ การสง่ เสรมิ การขาย การต่อรองราคา การรับและสง่ ของตวั อย่างประโยคทใ่ี ช้ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝร่ ูใ้ ฝเ่ รียน ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรยี น

2. มีวินัย ทางานตามท่ีครมู อบหมายไดท้ ันเวลา 3. ขยนั มงุ่ ม่นั ในการทางาน ทาใบงาน ทากิจกรรมกลมุ่ 4. มคี วามสามัคคี มีน้าใจ มีความรบั ผดิ ชอบ ช่วยเหลือกันทากจิ กรรมกลุ่ม ชนิ้ งาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ข้นั นาเข้าสูบ่ ทเรียน - ครูพูดถงึ ความจาเปน็ ในการสนทนาโตต้ อบทางโทรศพั ทใ์ นชวี ิตประจาวัน ข้ันสอน - ผเู้ รยี นเรียนรู้ด้วยการสอนเสรมิ จากครใู นระบบโรงเรยี น หรือเรยี นรจู้ ากหนงั สอื แบบเรียน ส่อื ,แหล่งเรียนรอู้ นื่ ๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง - ผู้เรียนศกึ ษาใบความรู้ - ครูมอบหมายใหผ้ ู้เรยี นฝกึ ปฏบิ ตั ิดว้ ยการทาแบบฝึกหัด ขั้นสรุป ครผู สู้ อนสรปุ เน้ือหาและเตมิ เต็มองค์ความรู้พร้อมมอบหมายงานให้ไปศกึ ษาด้วยตนเอง เพ่มิ เติม สือ่ การเรยี นการสอน 1. ใบความรู้ 2. หนังสือแบบเรยี น 3. ใบงาน การวดั ผลประเมินผล วิธีการวัด 1. สงั เกตพฤติกรรมระหว่างการเรยี นร้แู ละกระบวนการกลุ่ม 2. วัดความรู้จากการทากิจกรรมในใบงาน เครอ่ื งมอื 1. ใบงาน เกณฑ์การวดั ผลประเมินผล 1. นกั ศกึ ษามผี ลคะแนนในการทดสอบไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 50 2. การมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม แหล่งการเรียนรู/้ สืบค้นข้อมูลเพม่ิ เตมิ 1. หอ้ งสมุดประชาชน 2. กศน.ตาบล 3. internet

แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระความรู้พน้ื ฐาน รายวิชา ภาษาอังกฤษ พต 31001 ช้นั มัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการจัดการเรยี นรเู้ รือ่ งท่ี 4 Cultural Difference เวลา 6 ชั่วโมง สอนวนั ที่ ………เดอื น ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนท่ี …... ปกี ารศึกษา ………. มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดบั มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเก่ียวกับ ภาษาทา่ ทาง การฟงั พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ ดว้ ยประโยคท่ซี ับซ้อนมากขึ้นในชวี ิตประจาวนั และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลัก ภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา ตัวชีว้ ดั 1. ปฏิบตั ิตนตามมารยาท วัฒนธรรมและประเพณตี ่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง 2. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวฒั นธรรมอังกฤษกบั วฒั นธรรมไทย สาระสาคญั มารยาท วัฒนธรรม ประเพณีต่างๆสากล จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. นกั ศึกษาสามารถปฏบิ ตั ิตนตามมารยาท วัฒนธรรมและประเพณีต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง 2. นักศึกษาสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหวา่ งวฒั นธรรมองั กฤษกับวัฒนธรรมไทย สาระการเรยี นรู้ 1. การใชภ้ าษาในการส่ือสารไดเ้ หมาะสมตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา การใช้ภาษา นา้ เสียงและภาษาทา่ ทางได้อย่างเหมาะสมกับบคุ คล เวลา สถานทแี่ ละโอกาส เชน่ การ สมั ผสั มอื การโบกมอื การใชส้ ีหนา้ ท่าทาง และนา้ เสียงประกอบการพดู การแนะนาตัวเองการแสดง ความรู้สกึ ในโอกาสตา่ ง ๆ การแต่งกาย การรบั ประทานอาหาร ร่วมงานงานเลี้ยง งานสังสรรค์ และ กจิ กรรมทางสงั คมตา่ ง ๆ 2. ความเช่อื และขนบธรรมเนยี ม ประเพณีของ เจ้าของภาษา ความเปน็ มาของความเช่อื ขนบธรรมเนยี มและประเพณีต่าง ๆ ในสังคมของเจ้าของภาษา การทากิจกรรม ตามความเช่อื ขนบธรรมเนยี มและประเพณีต่าง ๆ ในดา้ น บทเพลง การแตง่ กาย อาหาร เครอื่ งดมื่ และการ ประกอบพิธกี รรมท่เี กีย่ วขอ้ ง ได้แก่ วนั คริสต์มาส วันขอบคุณพระเจา้ วนั วาเลนไทน์ และวนั พ่อ 3. การเปรียบเทยี บโครงสร้างภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ เปรียบเทยี บลักษณะคาท่ีมาของคาความหมายและการประยุกตค์ าในภาษาอังกฤษใช้ในภาษาไทยและคา ในภาษาไทย ทีน่ าไปในภาษาองั กฤษ ตวั อยา่ ง เชน่ - ศัพทข์ องภาษาไทยส่วนใหญ่มาจากภาษาบาล/ี สันสกฤตในขณะที่ศัพท์ของภาษาอังกฤษ สว่ นใหญจ่ าก ภาษากรกี และโรมัน

- คาในภาษาองั กฤษทีน่ ามาใชใ้ นภาษาไทย เช่น กิโลกรมั กโิ ลเมตร เซนตเิ มตร คาในภาษาไทยทีน่ าไปใช้ ในภาษาอังกฤษ เชน่ Tom Yam Kung, Muai Thai เปน็ ต้น - โครงสร้างของประโยคตา่ งๆ 4. เปรียบเทยี บ สานวน คาพังเพย สุภาษิต บทกลอนภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ใฝ่ร้ใู ฝเ่ รียน ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรียน 2. มีวินัย ทางานตามท่ีครูมอบหมายไดท้ นั เวลา 3. ขยัน ม่งุ มัน่ ในการทางาน ทาใบงาน ทากิจกรรมกลุ่ม 4. มีความสามคั คี มนี า้ ใจ มีความรบั ผดิ ชอบ ชว่ ยเหลอื กันทากจิ กรรมกล่มุ ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น - ครูพดู ถึงความจาเป็นในการสนทนาโตต้ อบทางโทรศัพทใ์ นชวี ติ ประจาวนั ขน้ั สอน - ผูเ้ รียนเรยี นรู้ด้วยการสอนเสรมิ จากครใู นระบบโรงเรียน หรือเรียนรูจ้ ากหนงั สือ แบบเรยี น สื่อ,แหล่งเรียนรูอ้ ื่น ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง - ผูเ้ รียนศึกษาใบความรู้ - ครมู อบหมายให้ผเู้ รียนฝึกปฏิบตั ิด้วยการทาแบบฝึกหัด ขน้ั สรุป ครูผสู้ อนสรปุ เนื้อหาและเตมิ เตม็ องคค์ วามรู้พร้อมมอบหมายงานให้ไปศึกษาดว้ ยตนเอง เพ่มิ เติม สือ่ การเรยี นการสอน 1. ใบความรู้ 2. หนงั สือแบบเรียน 3. ใบงาน การวดั ผลประเมินผล วิธีการวัด 1. สงั เกตพฤติกรรมระหว่างการเรยี นรแู้ ละกระบวนการกลุ่ม 2. วดั ความรจู้ ากการทากิจกรรมในใบงาน เครื่องมอื 1. ใบงาน

เกณฑก์ ารวดั ผลประเมินผล 1. นกั ศกึ ษามีผลคะแนนในการทดสอบไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 50 2. การมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม แหล่งการเรยี นร/ู้ สบื ค้นข้อมูลเพม่ิ เตมิ 1. หอ้ งสมุดประชาชน 2. กศน.ตาบล 3. internet

แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระความรู้พนื้ ฐาน รายวชิ า ภาษาองั กฤษ พต 31001 ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องที่ 5 News & News Headline เวลา 6 ช่ัวโมง สอนวนั ท่ี ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นที่ …... ปีการศกึ ษา ………. มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดับ มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ ก่ยี วกับ ภาษาทา่ ทาง การฟัง พดู อ่าน เขียน ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทีซ่ ับซ้อนมากข้นึ ในชีวิตประจาวนั และงานอาชีพของตน ถกู ต้องตามหลัก ภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา ตัวช้วี ดั 1. เขา้ ใจและใชป้ ระโยคท่ซี บั ซ้อนในสถานการณ์ตา่ ง ๆ 2. ใช้ Tenses ทยี่ ุ่งยากและซับซ้อน 3. ศึกษาค้นควา้ ความรู้และข้อมูลจากสื่อหนังสอื พิมพ์ 4. แลกเปลีย่ นข้อมูลข่าวสารความรู้อย่างเป็นทางการ 5. สืบคน้ ขอ้ มลู ในดา้ นต่าง ๆ จาก Internet สาระสาคัญ การใช้ประโยคท่ีซบั ซ้อน การใช้ Tenses การค้นควา้ จากหนงั สอื พิมพ์ และ Internet จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. นักศกึ ษามีความเขา้ ใจและใช้ประโยคที่ซับซ้อนในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้ 2. นักศกึ ษาสามารถใช้ Tenses ที่ยุ่งยากและซับซ้อนได้ 3. นักศึกษาสามารถศึกษาค้นควา้ ความรแู้ ละขอ้ มูลจากสอื่ หนังสือพมิ พ์ได้ 4. นกั ศกึ ษาสามารถแลกเปล่ยี นขอ้ มลู ขา่ วสารความร้อู ย่างเปน็ ทางการกับผอู้ ่นื ได้ 5. นักศกึ ษาสามารถสบื คน้ ข้อมลู ในด้านตา่ ง ๆ จาก Internet ได้ สาระการเรยี นรู้ 1. เสียง คาศพั ท์ วลี สานวน ที่ มักใช้บ่อย ๆ ในข่าว 2. องคป์ ระกอบของข่าว ประกอบด้วย Headline, Sub headline, Lead และ Detail 3. ประเภทของข่าว เชน่ ขา่ วการเมอื ง ข่าวการศกึ ษา ข่าวกีฬา ขา่ วสงั คม ข่าวเศรษฐกิจ เป็นต้น 4. โครงสร้างของการเขียนพาดหวั ขา่ ว (News Headline) ไดแ้ ก่ 4.1 ขา่ วและพาดหวั ขา่ ว 4.2 การถามและตอบคาถามจากข่าวด้วยคาถามท่ี เปน็ Wh-Question และ Yes/No Question

4.3 การถามและแสดงความคดิ เห็นวา่ เห็นด้วยหรือไมเ่ หน็ ดว้ ย เช่น - Do you agree with this....................? - What do you think about.................. 4.4 Website ของหนังสือพิมพ์ The Nation หรือ Bangkok Post เพื่อศกึ ษาข่าวประเภทต่าง ๆ ทส่ี นใจแล้ววิเคราะห์โครงสรา้ งของพาดหวั ขา่ วนนั้ ๆ หรือบอกประเภทของข่าวนน้ั ๆ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ใฝร่ ู้ใฝ่เรยี น ศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรยี น 2. มีวนิ ัย ทางานตามท่ีครมู อบหมายไดท้ นั เวลา 3. ขยนั มงุ่ ม่นั ในการทางาน ทาใบงาน ทากิจกรรมกลุ่ม 4. มีความสามคั คี มนี ้าใจ มีความรบั ผิดชอบ ช่วยเหลอื กันทากิจกรรมกลุ่ม ชิน้ งาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ขั้นนาเขา้ สู่บทเรยี น - ครูพดู ถงึ หลักการพูดที่ดีของภาษาไทยและภาษาองั กฤษเพื่อการสอ่ื สารท่ีดีและมี ประสทิ ธภิ าพ ขนั้ สอน - ผเู้ รยี นเรยี นรู้ด้วยการสอนเสริมจากครูในระบบโรงเรยี น หรือเรียนรจู้ ากหนงั สือ แบบเรยี น สอ่ื ,แหลง่ เรียนรูอ้ ่นื ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง - ผเู้ รียนศึกษาใบความรู้ - ครมู อบหมายให้ผ้เู รยี นฝกึ ปฏบิ ตั ิดว้ ยการทาแบบฝกึ หัด ขน้ั สรุป ครผู ู้สอนสรปุ เนื้อหาและเตมิ เตม็ องค์ความรู้พรอ้ มมอบหมายงานใหไ้ ปศกึ ษาด้วยตนเอง เพ่ิมเติม ส่ือการเรียนการสอน 1. ใบความรู้ 2. หนงั สือแบบเรียน 3. ใบงาน การวดั ผลประเมนิ ผล วธิ ีการวดั 1. สงั เกตพฤติกรรมระหว่างการเรียนร้แู ละกระบวนการกลุ่ม

2. วดั ความรจู้ ากการทากจิ กรรมในใบงาน เคร่ืองมือ 1. ใบงาน เกณฑก์ ารวัดผลประเมนิ ผล 1. นกั ศึกษามีผลคะแนนในการทดสอบไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 50 2. การมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมกลุ่ม แหล่งการเรียนรู้/สืบค้นขอ้ มูลเพ่ิมเติม 1. ห้องสมุดประชาชน 2. กศน.ตาบล 3. internet

แผนการจดั การเรียนรู้ กล่มุ สาระความร้พู ้นื ฐาน รายวชิ า ภาษาอังกฤษ พต 31001 ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย แผนการจัดการเรยี นรเู้ ร่อื งที่ 6 Self -Sufficiency Economy เวลา 6 ชั่วโมง สอนวันที่ ………เดอื น ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นท่ี …... ปกี ารศึกษา ………. มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคติเกี่ยวกบั ภาษาท่าทาง การฟัง พดู อ่าน เขียน ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทซี่ บั ซ้อนมากขึน้ ในชีวิตประจาวัน และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลัก ภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา ตัวชว้ี ัด 1. ศกึ ษาคน้ คว้าความรู้และข้อมลู จากสื่อ ต่าง ๆ 2. สบื ค้นขอ้ มลู ในดา้ นต่าง ๆ จาก Internet 3. เข้าใจและใชป้ ระโยคซับซ้อนในสถานการณต์ ่าง ๆ 4. การแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ขา่ วสารความรู้ สาระสาคญั การสบื คน้ ข้อมลู จาก Internet การใชป้ ระโยคซับซ้อนในสถานการณต์ ่างๆ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักศกึ ษาสามารถศึกษาค้นคว้าความรแู้ ละข้อมลู จากส่ือต่าง ๆ ได้ 2. นกั ศกึ ษาสามารถสืบคน้ ข้อมลู ในด้านต่าง ๆ จาก Internet ได้ 3. นักศึกษามีความเข้าใจและใช้ประโยคซับซ้อนในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ 4. นกั ศกึ ษาสามารถแลกเปล่ยี นข้อมูลขา่ วสารความรู้ สาระการเรียนรู้ 1. บทความเกย่ี วกบั เศรษฐกจิ พอเพียงจากหนงั สือ หนงั สอื พิมพ์ หรือ Website ทีเ่ กย่ี วข้อง 2. คาศัพท์ วลี สานวน ที่เกยี่ วขอ้ งกบั เศรษฐกจิ พอเพียง เชน่ moral , moderation, reasonable, knowledge, saving เปน็ ต้น 3. โครงสรา้ ง Conditional sentence (If -clause) 4. โครงสรา้ ง Imperative 5. การนาเสนอการนาเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชใ้ นรปู แบบตา่ ง ๆ เชน่ การตดิ คาขวัญ การสัมภาษณ์ การทา Poster เป็นต้น การเลน่ เกม Cross word คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. ใฝ่รู้ใฝเ่ รยี น ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรยี น

2. มวี ินัย ทางานตามท่ีครมู อบหมายไดท้ นั เวลา 3. ขยนั มงุ่ มั่นในการทางาน ทาใบงาน ทากจิ กรรมกลุม่ 4. มีความสามคั คี มนี า้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ ช่วยเหลือกันทากจิ กรรมกลมุ่ ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจดั การเรียนรู้ ขั้นนาเขา้ ส่บู ทเรยี น - ครพู ูดถงึ หลกั การพูดท่ีดีของภาษาไทยและภาษาองั กฤษเพอ่ื การสือ่ สารท่ีดแี ละมี ประสิทธิภาพ ขนั้ สอน - ผเู้ รยี นเรียนรู้ด้วยการสอนเสรมิ จากครใู นระบบโรงเรยี น หรือเรยี นรูจ้ ากหนังสือ แบบเรียน สื่อ,แหลง่ เรยี นรู้อืน่ ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง - ผู้เรยี นศึกษาใบความรู้ - ครูมอบหมายให้ผ้เู รยี นฝกึ ปฏิบตั ดิ ว้ ยการทาแบบฝกึ หดั ขั้นสรุป ครผู ูส้ อนสรุปเน้ือหาและเตมิ เต็มองค์ความรู้พร้อมมอบหมายงานใหไ้ ปศึกษาดว้ ยตนเอง เพมิ่ เติม สื่อการเรียนการสอน 1. ใบความรู้ 2. หนังสือแบบเรยี น 3. ใบงาน การวดั ผลประเมินผล วธิ ีการวดั 1. สงั เกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรียนรแู้ ละกระบวนการกลุ่ม 2. วัดความร้จู ากการทากจิ กรรมในใบงาน เครอ่ื งมือ 1. ใบงาน เกณฑ์การวัดผลประเมินผล 1. นักศึกษามีผลคะแนนในการทดสอบไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 50

2. การมีสว่ นร่วมในกิจกรรมกลุม่ แหล่งการเรยี นร้/ู สบื คน้ ข้อมูลเพมิ่ เติม 1. หอ้ งสมุดประชาชน 2. กศน.ตาบล 3. internet

แผนการจดั การเรยี นรู้ กลมุ่ สาระความรู้พ้ืนฐาน รายวชิ า ภาษาอังกฤษ พต 31001 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย แผนการจัดการเรยี นรู้เรือ่ งที่ 7 internet เวลา 6 ชัว่ โมง สอนวนั ที่ ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนท่ี …... ปกี ารศกึ ษา ………. มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ ก่ยี วกับ ภาษาท่าทาง การฟงั พดู อ่าน เขยี น ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคทซ่ี ับซ้อนมากขึน้ ในชวี ิตประจาวนั และงานอาชีพของตน ถกู ต้องตามหลัก ภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจา้ ของภาษา ตวั ชว้ี ัด 1. ศึกษาคน้ คว้าความรูแ้ ละข้อมูลจากส่ือ ตา่ ง ๆ 2. สืบค้นข้อมูลในดา้ นต่าง ๆ จาก Internet และใช้ประโยคจาก Internet ได้ 3. เขา้ ใจและใช้ประโยคซบั ซ้อนในสถานการณต์ ่าง ๆ 4. ใช้ Tense ที่ยุ่งยากและซับซอ้ น 5. แลกเปลยี่ นข้อมูลข่าวสารความรู้ทั้งอย่างเป็นทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ สาระสาคัญ ศึกษาคน้ ควา้ ความรูแ้ ละข้อมูลจากส่ือ ตา่ ง ๆ จาก Internet การใชป้ ระโยคซับซ้อนใน สถานการณต์ ่าง ๆ การใช้ Tense การแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสาร จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. นกั ศึกษาสามารถศึกษาค้นคว้าความรูแ้ ละข้อมูลจากสือ่ ตา่ งๆ ได้ 2. นักศึกษาสามารถสบื ค้นขอ้ มลู ในดา้ นต่าง ๆ จาก Internet ได้ 3. นกั ศึกษาเข้าใจและใช้ประโยคซบั ซ้อนในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้ 4. นักศกึ ษาใช้ Tense ทีย่ งุ่ ยากและซับซ้อนได้ 5. นกั ศกึ ษาสามารถแลกเปลยี่ นขอ้ มูลขา่ วสารความรทู้ ้งั อย่างเป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการได้ สาระการเรยี นรู้ 1. แบบสอบถาม (Questionnaire) เกีย่ วกบั การดูแลสุขภาพจากหนงั สือหรือ Website เก่ยี วขอ้ ง 2. การอา่ นออกเสียง คาศัพท์ สานวน วลี ที่เก่ยี วข้องกับสุขภาพ เช่น aerobics, once, relaxed, health, healthy, firm, have a headache เป็นตน้ 3. ประโยคทเี่ ขยี นด้วย Modal Verb เชน่ should, must, ought to, had better, will เป็น ตน้ 4. Present Perfect Tense

5. การสารวจแบบสอบถามเก่ียวกับสขุ ภาพบุคคลใกลช้ ิด แล้วนาเสนอขอ้ มูลเป็นรูปกราฟหรอื แผนภูมิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ใฝ่รใู้ ฝเ่ รยี น ศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรียน 2. มีวนิ ยั ทางานตามท่ีครูมอบหมายได้ทันเวลา 3. ขยนั มุ่งมนั่ ในการทางาน ทาใบงาน ทากจิ กรรมกลุม่ 4. มคี วามสามคั คี มนี า้ ใจ มีความรับผิดชอบ ช่วยเหลอื กนั ทากิจกรรมกลุ่ม ช้นิ งาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น - ครสู อบถามนักศึกษาเกย่ี วกับการใช้ Internet เพ่ืออ่านขา่ ว และความบันเทงิ และ สอบถามเกีย่ วกบั การสมัครใช้บริการต่างๆใน website ขน้ั สอน - ผ้เู รยี นเรยี นรดู้ ว้ ยการสอนเสริมจากครใู นระบบโรงเรียน หรอื เรยี นรู้จากหนงั สอื แบบเรียน สื่อ,แหล่งเรยี นรู้อ่นื ๆ ท่เี กยี่ วข้อง - ผเู้ รยี นศกึ ษาใบความรู้ - ครูมอบหมายให้ผเู้ รยี นฝึกปฏิบัตดิ ว้ ยการทาแบบฝึกหดั ขัน้ สรุป ครูผสู้ อนสรุปเนือ้ หาและเตมิ เตม็ องคค์ วามรู้พรอ้ มมอบหมายงานใหไ้ ปศกึ ษาด้วยตนเอง เพม่ิ เติม สื่อการเรยี นการสอน 1. ใบความรู้ 2. หนงั สอื แบบเรยี น 3. ใบงาน การวดั ผลประเมนิ ผล วิธีการวัด 1. สงั เกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรียนรู้และกระบวนการกลุ่ม 2. วดั ความร้จู ากการทากจิ กรรมในใบงาน เครอ่ื งมือ 1. ใบงาน เกณฑ์การวัดผลประเมนิ ผล

1. นักศกึ ษามีผลคะแนนในการทดสอบไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 50 2. การมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม แหล่งการเรยี นรู้/สบื คน้ ขอ้ มูลเพิม่ เตมิ 1. ห้องสมุดประชาชน 2. กศน.ตาบล 3. internet

แผนการจดั การเรียนรู้ กล่มุ สาระความรู้พนื้ ฐาน รายวิชา ภาษาอังกฤษ พต 31001 ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย แผนการจดั การเรียนรเู้ รือ่ งท่ี 8 Internet เวลา 6 ช่วั โมง สอนวนั ท่ี ………เดือน ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรยี นท่ี …... ปีการศกึ ษา ………. มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเกย่ี วกับ ภาษาท่าทาง การฟงั พดู อ่าน เขียน ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทซ่ี บั ซ้อนมากขึน้ ในชวี ติ ประจาวัน และงานอาชีพของตน ถกู ต้องตามหลัก ภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา ตัวชี้วดั 1. ศึกษาค้นควา้ ความรแู้ ละข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ 2. สืบค้นขอ้ มลู ในดา้ นต่าง ๆ จาก Internet และรบั สง่ e-mail 3. เข้าใจและใชป้ ระโยคซับซ้อนในสถานการณต์ ่าง ๆ ไดอ้ ย่างถูกต้อง 4. ใช้ Tense ท่ยี งุ่ ยากและซบั ซ้อนไดอ้ ยา่ งถูกต้อง 5. แลกเปลย่ี นขอ้ มูลข่าวสารความรู้ท้งั อย่างเป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการ สาระสาคญั การอ่านและวิเคราะหข์ ้อมลู จากสอื่ ตา่ ง ๆ เชน่ หนงั สอื พมิ พ์ วทิ ยุ โทรทศั น์ ภาพยนตร์ ในดา้ น ต่าง ๆ ทห่ี ลากหลาย การสบื คน้ ข้อมลู จาก Internet จดุ ประสงค์การเรียนรู้ นกั ศึกษาสามารถสบื ค้นข้อมลู ทาง internet และใช้ความรู้ภาษาอังกฤษได้อยา่ งถูกต้อง สาระการเรยี นรู้ 1. บทความเกย่ี วกบั การประหยัดพลังงาน (Energy Saving) จากหนังสอื หนงั สอื พมิ พ์ หรือ Website ที่เก่ยี วข้อง 2. เสียง คาศัพท์ วลี สานวนท่เี กี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงาน เช่น reuse, recycle, plug in, unplug, turn on, turn off, reduce เปน็ ต้น 3. โครงสรา้ ง เรอื่ ง Imperative + V1 _________. 4. Game “Find someone who..............” 5. การสัมมนาเร่ืองการประหยัดพลังงาน 6. บทสนทนาเก่ยี วกบั การไปตดั เส้อื 7. การอ่านออกเสยี ง คาศัพท์ วลี สานวน ท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการไปตัดเส้ือ 8. โครงสร้าง have something done

9. โครงสรา้ ง Reported Speech 10. การเลา่ เรอื่ ง (สถานการณ)์ 11. การขอมี e-mail 12. การเปดิ /ปดิ e-mail 13. ภาษา e-mail 14. บทอ่านแนะนาตนเองทีพ่ ิมพ์มาจาก e-mail 15. การสรา้ งประโยคคาถามจากคาตอบทใี่ ห้มา 16. การถามและการตอบขอ้ มูลการเปรียบเทยี บ 17. การเขียนแนะนาตนเองถึง Pen pal โดยส่งทาง e-mail 18. Flood จากหนงั สือพมิ พ์ หรือ Website ของหนังสือพมิ พ์ The Nation หรือ Bangkok Post 19. คาศัพท์ วลี สานวนท่เี กี่ยวขอ้ ง เชน่ kill, injured, die, homeless, help, shelter, landslide เปน็ ต้น 20. Past Simple Tense, Past Continuous Tenseและ Past Perfect Tense. 21. Compound Sentence และ Complex Sentence 22. การถามและการตอบคาถามจากบทอา่ นการแสดงบทบาทสมมุติ (Role Play) เป็นผสู้ ่อื ข่าว นาเสนอขา่ วทเ่ี ก่ียวกบั Natural Disaster คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่รใู้ ฝเ่ รียน ศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรียน 2. มีวนิ ัย ทางานตามที่ครมู อบหมายได้ทันเวลา 3. ขยนั มุ่งมน่ั ในการทางาน ทาใบงาน ทากจิ กรรมกลุ่ม 4. มีความสามคั คี มนี า้ ใจ มีความรับผิดชอบ ชว่ ยเหลือกนั ทากิจกรรมกลุ่ม ช้ินงาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจดั การเรียนรู้ ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น - ครสู อบถามนักศึกษาเกยี่ วกับการใช้ Internet เพ่ืออา่ นข่าว และความบนั เทิง และ สอบถามเกีย่ วกบั การสมคั รใช้บริการต่างๆใน website ขั้นสอน - ผู้เรียนเรียนรดู้ ว้ ยการสอนเสริมจากครใู นระบบโรงเรียน หรือเรียนร้จู ากหนงั สือ แบบเรยี น สอื่ ,แหล่งเรียนรอู้ ื่น ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง - ผ้เู รยี นศึกษาใบความรู้ - ครูมอบหมายให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติดว้ ยการทาแบบฝึกหดั ขนั้ สรปุ

ครูผสู้ อนสรปุ เน้ือหาและเตมิ เต็มองค์ความรู้พร้อมมอบหมายงานให้ไปศึกษาดว้ ยตนเอง เพิม่ เติม สอื่ การเรียนการสอน 1. ใบความรู้ 2. หนังสอื แบบเรียน 3. ใบงาน การวดั ผลประเมินผล วิธีการวัด 1. สังเกตพฤติกรรมระหว่างการเรียนรู้และกระบวนการกลุ่ม 2. วดั ความร้จู ากการทากิจกรรมในใบงาน เคร่ืองมอื 1. ใบงาน เกณฑ์การวดั ผลประเมินผล 1. นกั ศกึ ษามีผลคะแนนในการทดสอบไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 50 2. การมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมกล่มุ แหล่งการเรียนรู้/สืบคน้ ข้อมูลเพิม่ เตมิ 1. ห้องสมุดประชาชน 2. กศน.ตาบล 3. internet

แผนการจดั การเรียนรู้ กล่มุ สาระความรู้พ้ืนฐาน รายวิชา ภาษาอังกฤษ พต 31001 ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย แผนการจดั การเรียนรูเ้ รอ่ื งท่ี 9 Internet 2 เวลา 6 ชว่ั โมง สอนวนั ที่ ………เดอื น ………………..พ.ศ. .......... ภาคเรียนที่ …... ปีการศึกษา ………. มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดบั มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเก่ยี วกบั ภาษาท่าทาง การฟัง พดู อ่าน เขยี น ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคทซ่ี บั ซ้อนมากขน้ึ ในชีวิตประจาวัน และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลัก ภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา ตวั ชว้ี ัด 1. ศกึ ษาค้นคว้าความรแู้ ละข้อมลู จากส่ือต่าง ๆ 2. สืบคน้ ข้อมูลในด้านต่าง ๆ จาก Internet และรบั สง่ e-mail 3. เขา้ ใจและใชป้ ระโยคซับซ้อนในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 4. ใช้ Tense ท่ยี ุง่ ยากและซบั ซ้อนได้อยา่ งถกู ต้อง 5. แลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารความรู้ท้ังอยา่ งเปน็ ทางการและไม่เปน็ ทางการ สาระสาคญั การอ่านและวเิ คราะหข์ ้อมลู จากสอื่ ตา่ ง ๆ เชน่ หนงั สือพิมพ์ วทิ ยุ โทรทศั น์ ภาพยนตร์ ในดา้ น ต่าง ๆ ที่หลากหลาย การสืบค้นข้อมูลจาก Internet จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ นักศกึ ษาสามารถสืบคน้ ข้อมูลทาง internet และใช้ความรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง สาระการเรยี นรู้ 1. ตารางเวลาของ Bus, Train, Airplane, Boat หรอื Subway จากสือ่ ต่าง ๆ เช่น แผ่นพบั หนงั สอื พมิ พ์ หรอื Website ทีเ่ กี่ยวข้อง 2. Asking & giving Information 3. การบอกทิศทาง (Direction) เช่น 4. Past Simple Tense และ Past Simple Tense 5. การเขียนเล่าเรอื่ งหรือประสบการณใ์ นการทอ่ งเทยี่ ว 6. การวางแผนการเดินทางท่องเทย่ี ว 7. บทอ่าน การพยากรณ์อากาศ (Weather Forecast) ทัง้ ในประเทศและต่างประเทศ 8. การถาม-ตอบ คาถามจากบทอา่ นการพยากรณ์อากาศ (Weather Forecast) 9. การถามและการขอข้อมูล (Asking & Giving Information) 10.เสยี ง คาศัพท์ วลี สานวนทม่ี กั ใช้บ่อยๆ ในข่าวพยากรณอ์ ากาศ

11.Parts of Speech การทาคานาม Noun ให้เปน็ Adjective 12.Website ทเี่ กี่ยวกบั การพยากรณอ์ ากาศ 13.บทความเกยี่ วกบั ภาวะโลกรอ้ น (Global Warming) สาเหตุของภาวะโลกร้อนหรือผลกระทบ ของภาวะโลกร้อนจากหนังสือหรอื หนงั สอื พมิ พ์หรอื Website ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง 14.การอ่านออกเสยี งคาศัพท์ วลี สานวน ทเ่ี กีย่ วข้อง เช่น temperature, increase, melt, burn, earth, hot เป็นตน้ 15.โครงสรา้ ง Passive Voice 16.บทสนทนาที่เก่ียวกบั การปอ้ งกันหรือลดภาวะโลกร้อน 17.Mind map แสดงเหตุผลและผลกระทบของภาวะโลกร้อน 18.โฆษณาตาแหน่งงาน (Job Advertisement)จากหนงั สอื หนงั สือพิมพ์ หรือ Website เกี่ยวขอ้ ง 19.คาศพั ท์ สานวน วลี โครงสรา้ งทเ่ี ก่ียวข้อง เชน่ qualification, salary, graduation, age, photo, apple เป็นตน้ 20.การเขยี นประวัติ (Resume) เพ่ือสมัครงานการส่ง e-mail สมคั รงาน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ใฝร่ ูใ้ ฝเ่ รียน ศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรียน 2. มีวนิ ัย ทางานตามท่ีครูมอบหมายไดท้ นั เวลา 3. ขยัน มงุ่ ม่นั ในการทางาน ทาใบงาน ทากจิ กรรมกลุ่ม 4. มคี วามสามคั คี มีน้าใจ มีความรับผิดชอบ ชว่ ยเหลือกนั ทากจิ กรรมกลุ่ม ช้ินงาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ขัน้ นาเขา้ ส่บู ทเรยี น - ครูสอบถามนักศึกษาเก่ยี วกบั การใช้ Internet เพ่ืออ่านขา่ ว และความบนั เทงิ และ สอบถามเก่ยี วกบั การสมคั รใช้บรกิ ารต่างๆใน website ทีผ่ า่ นมาในสปั ดาห์ ขัน้ สอน - ผเู้ รียนเรียนรูด้ ้วยการสอนเสรมิ จากครูในระบบโรงเรยี น หรือเรยี นรู้จากหนงั สือ แบบเรียน สือ่ ,แหลง่ เรยี นรอู้ ื่น ๆ ท่เี กยี่ วข้อง - ผู้เรยี นศกึ ษาใบความรู้ - ครมู อบหมายใหผ้ ูเ้ รียนฝึกปฏิบตั ิดว้ ยการทาแบบฝึกหัด ข้ันสรปุ ครผู ้สู อนสรุปเนอื้ หาและเตมิ เต็มองคค์ วามรู้พร้อมมอบหมายงานใหไ้ ปศึกษาดว้ ยตนเอง เพม่ิ เติม

สอื่ การเรียนการสอน 1. ใบความรู้ 2. หนงั สือแบบเรยี น 3. ใบงาน การวดั ผลประเมินผล วิธีการวัด 1. สังเกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรียนรแู้ ละกระบวนการกลุ่ม 2. วัดความรจู้ ากการทากจิ กรรมในใบงาน เคร่ืองมอื 1. ใบงาน เกณฑก์ ารวัดผลประเมินผล 1. นกั ศกึ ษามีผลคะแนนในการทดสอบไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 50 2. การมสี ่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม แหล่งการเรียนรู้/สบื คน้ ขอ้ มูลเพมิ่ เติม 1. ห้องสมดุ ประชาชน 2. กศน.ตาบล 3. internet


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook