อาภรณ์ พลเยยี่ ม (2542) ไดว้ ิจยั เรื่อง “การศกึ ษาการดาเนินการตามนโยบายการประกนั คุณภาพการศกึ ษาระดบั อุดมศึกษาของมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น” ผลการวิจยั พบว่า ระดบั การดาเนินงานตามนโยบายการประกนั คุณภาพการศึกษาระดบั อุดมศึกษาของมหาวิทยาลยั ขอนแก่นรวมทุกด้านมีการดาเนินงานอย่ใู นระดบั ปานกลาง เม่ือพิจารณาเป็ นรายดา้ นพบว่า ดา้ นที่มีการดาเนินการในระดบั ปานกลางค่อนขา้ งมาก มีสองดา้ นคือดา้ นการเรียนการสอน และดา้ นปรัชญาปณิธาน วตั ถุประสงคแ์ ละแผนการดาเนินงาน ส่วนที่มีการดาเนินการในระดบั ปานกลางค่อนขา้ งนอ้ ยมสี องดา้ นคือ ดา้ นการทานุบารุงศลิ ปวฒั นธรรมและดา้ นระบบและกลไกการประกนั คุณภาพ ปัญหาการดาเนินการตามนโยบายการประกนั คุณภาพการศึกษาระดบั อุดมศกึ ษาของมหาวิทยาลยั ขอนแก่น ปัญหาสาคญั ท่ีพบคือ ดา้ นการเรียนการสอน ระบบการสรรหาและธารงรักษาไวซ้ ่ึงอาจารยท์ ่ีมคี ุณวฒุ ิ มคี วามรู้ความสามารถยงั ไม่ดีเท่าที่ควร คณาจารยท์ ่ีไม่มีตาแหน่งทางวิชาการสูงถึงร้อยละ 52 หน่วยงานรับผิดชอบในการให้คาปรึกษาในการประกอบอาชีพการหางานทาแก่นกั ศึกษามไี ม่เพยี งพอ อมรวิชช์ นาครทรรพ (2540) ไดว้ ิจยั เรื่อง “ในกระแสแห่งคุณภาพ” โดยศกึ ษาและสังเคราะห์แนวคิดและแนวทางการประกนั คุณภาพการศึกษาระดบั อุดมศึกษาที่ประเทศต่าง ๆดาเนินการอยู่ มุ่งเน้นประเทศท่ีเป็ นหลกั 4 ประเทศคือ สหรัฐอเมริกา องั กฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ วิธีการวิจยั เป็ นการวิจยั เอกสาร ศึกษาขอ้ มูลของประเทศต่างๆ และสืบคน้ ขอ้ มลู จากฐานข้อมูล Eric และ Internet โดยใช้เวลาในสืบค้น สังเคราะห์ เรี ยบเรี ยงเป็ นเวลา 3 เดือนผลการวิจยั พบลกั ษณะรวมกนั ของระบบประกนั คุณภาพของประเทศต่าง ๆ ดงั น้ี 1. ความมีอิสระและความสามารถตรวจสอบไดเ้ ป็ น 2 กระแสความคิดท่ีมี ความสาคญั และบทบาททดั เทียมกนั ในการจดั ระบบประกนั คุณภาพ 2. ในทุกประเทศที่ศึกษามีการจัดต้ังหน่วยงานกลางระดบั ชาติและหน่วยงาน อิสระข้ึนมาดูแลประสานงานประกนั คุณภาพการศกึ ษา 3. หัวใจสาคญั ของการประกนั คุณภาพอย่ทู ่ีการกระตุน้ ให้สถาบนั อุดมศึกษามี กลไกตรวจสอบการทางานของตนเองควบคไู่ ปกบั การตรวจสอบจากภายนอก 4. กลไกตรวจสอบจากภายนอกน้ันมกั เน้นการใชป้ ระโยชน์จาก “เพ่ือนร่วม วงการ” เป็นสาคญั 5. ปัจจัยสาคัญยิ่งในการประกันคุณภาพได้แก่การมีและใช้ข้อมูลอย่างเต็ม ประสิทธิภาพ 43
6. ประโยชน์ที่สาคัญที่สุดของการประกันคุณภาพ คือ กระตุ้นให้สถาบัน อุดมศึกษามีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ือง ส่วนการใช้ข้อมูลคุณภาพ การศกึ ษาในการจดั สรรทรัพยากรอุดหนุนสถาบนั อุดมศกึ ษาน้นั แมย้ งั ไม่เป็ น รูปธรรมท่ีชดั เจน แต่กม็ แี นวโนม้ ท่ีจะมีความสมั พนั ธม์ ากข้ึนเป็นลาดบั สุระพรรณ พนมฤทธ์ิ และพร บุญมี (2551) ศึกษาเรื่อง ปัจจยั ท่ีมผี ลต่อประสิทธิผลการดาเนินการประกนั คุณภาพการศึกษาวิทยาลยั พยาบาล ในสังกดั สถาบนั พระบรมราชชนก มีวตั ถุประสงค์เพ่ือศึกษา/วิเคราะห์ปัจจยั ที่มีผลต่อประสิทธิผลของการดาเนินการประกนั คุณภาพการศึกษาของวิทยาลยั พยาบาล ในสงั กดั สถาบนั พระบรมราชชนก และความสัมพนั ธร์ ะหว่างความคิดเห็นและการปฏิบัติจริงที่มีต่อคุณภาพการศึกษา ผวู้ ิจยั รวบรวมขอ้ มูลดว้ ยแบบสอบถามจากอาจารยป์ ระจาของวิทยาลยั พยาบาลในสังกัดสถาบนั พระบรมราชชนก 25 แห่ง จานวน 625 คนวิเคราะห์หาค่าความสัมพันธ์ระหว่างความคิดเห็นของอาจารย์และการปฏิบัติจริ งในเร่ื องประสิทธิผลการประกนั คุณภาพการศึกษา ภาวะผนู้ า การพฒั นาองค์กร วฒั นธรรมองค์กร การสนบั สนุนทรัพยากร การพฒั นาฐานขอ้ มลู การพฒั นาบุคลากร การจดั การศึกษา การพฒั นานกั ศึกษาการบริการวชิ าการ การวจิ ยั การทานุบารุงศิลปะและวฒั นธรรม และผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย ดว้ ยสถิติสหสัมพนั ธแ์ บบเพียร์สนั และวิเคราะห์ปัจจยั ท่ีมีผลต่อประสิทธิผลการดาเนินการประกนั คุณภาพของวิทยาลยั พยาบาล ในสังกดั สถาบันพระบรมราชชนก ด้วยสถิติ Multiple Regression แบบStepwise Selection ผลการวจิ ยั ปรากฏว่า ค่าความสมั พนั ธร์ ะหว่างความคิดเห็นและการปฏบิ ตั ิจริงของปัจจยั ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการดาเนินการประกนั คุณภาพการศึกษา มีความสัมพนั ธ์กนั ในทิศทางบวกระดบั ปานกลาง ท่ีระดับ .111 ถึง .314 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p < .01) และ (p < .05)และปัจจยั ท่ีพยากรณ์ประสิทธิผลการประกนั คุณภาพการศึกษาของวิทยาลยั พยาบาล ในสงั กดัสถาบนั พระบรมราชชนก ไดแ้ ก่ การพฒั นาองค์กร ภาวะผนู้ า การพฒั นาบุคลากร วฒั นธรรมขององคก์ รและผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสียและการมีส่วนร่วมจากภายนอกโดยพยากรณ์ประสิทธิผลการประกนัคุณภาพการศึกษา ไดร้ ้อยละ 65 ผลการศกึ ษาแสดงใหเ้ ห็นวา่ ความสาเร็จในการบริหารคุณภาพและการประกนั คุณภาพการศึกษาของวิทยาลยั พยาบาลมีปัจจยั ที่เก่ียวขอ้ งหลายประการหากไดม้ ีการพฒั นาปัจจยั เหล่าน้ีก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิผลการดาเนินงานการประกันคุณภาพไดอ้ ย่างมีประสิทธิผล 44
2) งานวจิ ยั ด้านการนาผลการประเมนิ คณุ ภาพไปใช้ประโยชน์ รณชยั บุญลือ มาเลียน พ่วงอินทร์ และยพุ ิน ลลิตเถกิงพงศ์ (2552) ศึกษาเร่ืองปัจจยั ท่ีส่งผลต่อปริมาณการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบัติในโรงเรียนประถมศึกษาสังกดั กรุงเทพมหานคร มีวตั ถุประสงคห์ ลกั เพ่ือศึกษาความสัมพนั ธร์ ะหว่างปัจจัยระดบั ส่วนบุคคล ไดแ้ ก่ เพศ อายุ วุฒิการศึกษา ตาแหน่ง ประสบการณ์ในการทางาน ปัจจัยระดบั บุคลากร ไดแ้ ก่ ความผูกพนั ต่อองค์การ การปรับตวั การมีส่วนร่วม และปัจจยั ระดับโรงเรียน ไดแ้ ก่ ภาวะผนู้ า การติดต่อส่ือสาร และการจูงใจ กบั ปริมาณการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบตั ิ และเพ่ือคน้ หาปัจจยั ระดบั ส่วนบุคคล ระดบั บุคลากร และระดบั โรงเรียน ท่ีส่งผลต่อปริมาณการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบตั ิ กลุ่มตัวอย่างท่ี ใช้ในการวิจัยเป็ นผู้บริ หารโรงเรี ยนและครู ในโรงเรี ยนประถมศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานครที่ไดร้ ับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองจากสานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คุณภาพการศกึ ษา (สมศ.) จานวน 1,392 คน จากโรงเรียนท้งั ส้ินจานวน 100 โรงเรียน ซ่ึงไดม้ าจากการสุ่มอย่างง่ายแบบสองข้นั ตอน เคร่ืองมอื ที่ใชใ้ นการวิจยั ประกอบดว้ ย แบบสอบถามความผกู พนั ต่อองค์การ แบบสอบถามการปรับตวั แบบสอบถามการมีส่วนร่วม แบบสอบถามภาวะผนู้ า แบบสอบถามภาวะผูน้ า แบบสอบถามการติดต่อส่ือสาร แบบสอบถามการจูงใจแบบสอบถามปริมาณการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบตั ิ แบบสอบถามความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะเกี่ยวกบั การนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบตั ิดาเนินการวเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยการวเิ คราะหพ์ หุระดบั โดยใชโ้ ปรแกรม HLM ผลการวจิ ยั พบว่า 1. ปัจจัยระดับส่วนบุคคลมีความสัมพันธ์กับปริ มาณการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบตั ิ โดยมีค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพนั ธอ์ ยรู่ ะหว่าง -0.060 ถึง 0.110โดยสหสัมพันธ์ตัวแปรอายุและประสบการณ์ในการทางานมีค่าเท่ากับ 0.102 และ 0.110ตามลาดับ และมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ส่วนสหสัมพนั ธ์ตวั แปรเพศและตาแหน่งมีค่าเท่ากบั 0.063 และ -0.060 ตามลาดบั และมนี ยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 2. ปัจจยั ระดบั บุคลากรมคี วามสมั พนั ธก์ บั ปริมาณการนาผลการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบตั ิ โดยมีค่าสมั ประสิทธ์ิสหสัมพนั ธอ์ ย่รู ะหว่าง 0.618 ถึง 0.730และมนี ยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .01 ทุกค่า 3. ปัจจยั ระดบั โรงเรียนมีความสมั พนั ธก์ บั ปริมาณการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบตั ิ โดยมีค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพนั ธอ์ ย่รู ะหว่าง 0.510 ถึง 0.631 และมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .01 ทุกค่า 45
4. ปัจจัยระดบั ส่วนบุคคลที่ส่งผลทางบวกต่อปริมาณการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบตั ิอย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .01 มี 3 ปัจจยั ไดแ้ ก่ เพศอายุ และประสบการณ์ในการทางาน ซ่ึงร่วมกนั อธิบายความแปรปรวนปริมาณการนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบตั ิร้อยละ 45.84 5. ปัจจยั ระดบั บุคลากรท้ัง 3 ปัจจัย ส่งผลทางบวกต่อปริ มาณการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏบิ ตั ิอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถติ ิที่ระดบั .01 ซ่ึงร่วมกนั อธิบายความแปรปรวนปริมาณการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏบิ ตั ิไดร้ ้อยละ 30.53 6. ปัจจยั ระดบั โรงเรียนท้งั 3 ปัจจยั ไดแ้ ก่ ภาวะผนู้ า การติดต่อสื่อสาร และการจงู ใจ ไม่ส่งผลต่อปริมาณการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏิบตั ิ วราภรณ์ บุญเจียม (2546) ไดศ้ ึกษาเก่ียวกบั ปัจจยั ที่ส่งผลต่อการใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกเพื่อพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ 2 ประการ คือ1) เพ่ือศึกษาสภาพการใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกเพื่อพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยท่ีส่งผลต่อการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายนอกเพ่ือพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เคร่ืองมือที่ใช้ในการศึกษาคร้ังน้ี คือ แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างเป็ นสถานศึกษาที่ไดร้ ับรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกจากสานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ในรอบแรก จานวน 147 โรงเรียนพบวา่ 1) สถานศึกษาใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงแนวคิดอยา่ งครบถว้ น ใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงแนวคิดเพียงบางส่วน และไมใ่ ชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงแนวคิด คิดเป็นร้อยละ 70.75, 23.81 และ 5.44 ตามลาดบั สถานศกึ ษาใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงตรวจสอบยนื ยนั อยา่ งครบถว้ น ใชผ้ ลการประเมนิ คุณภาพภายนอกใน เชิงตรวจสอบยนื ยนั เพียงบางส่วน และไม่ใชผ้ ลการประเมนิ คุณภาพภายนอกในเชิงตรวจสอบยนื ยนั คิดเป็นร้อยละ 73.47, 19.73 และ 6.80 ตามลาดับ สถานศึกษาใช้ผลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงสญั ลกั ษณ์อยา่ งครบถว้ น ใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงสญั ลกั ษณ์เพยี งบางส่วน และไม่ใช้ผลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงสัญลักษณ์ คิดเป็ นร้อยละ 71.43, 22.45, และ 6.12ตามลาดบั และสถานศกึ ษาใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงปฏิบตั ิเพยี งบางส่วน ใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงปฏิบตั ิอยา่ งครบถว้ น และไม่ใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงปฏิบัติ คิดเป็ นร้อยละ 54.42, 35.37 และ 10.20 ตามลาดบั ส่วนปัจจยั ท่ีส่งผลต่อการใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกเพ่ือพฒั นาคุณภาพสถานศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานท้งั 4 รูปแบบอย่างมีนัยสาคญัทางสถิติท่ีระดบั .01 และ .05 คือ สถานศึกษาท่ีมีผลการประเมินคุณภาพภายนอกในระดบั ควร 46
ปรับปรุ ง และทัศนคติต่อการประเมินคุณภาพภายนอกของผูบ้ ริหารสถานศึกษา ตามลาดับนอกจากน้ีสถานศึกษาที่มีผลการประเมินคุณภาพภายนอกในระดบั พอใช้ มีอิทธิพลต่อการใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกอย่างครบถว้ นในเชิงแนวคิดในเชิงตรวจสอบยนื ยนั และในเชิงสญั ลกั ษณ์เปลยี่ นแปลงเพิ่มข้ึน และทกั ษะการส่ือสารของผปู้ ระเมินภายนอกมีอิทธิพลต่อการใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงปฏิบัติอย่างครบถว้ นเปล่ียนแปลงเพิ่มข้ึน และโมเดลการถดถอยโลจิสติก พหุวิภาคการใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงตรวจสอบยนื ยนั การใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงสญั ลกั ษณ์ การใชผ้ ลการประเมนิ คุณภาพภายนอกในเชิงแนวคดิและการใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกในเชิงปฏิบตั ิ สามารถจาแนกกลุ่มสถานศึกษาที่ใชผ้ ลการประเมินคุณภาพภายนอกไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งร้อยละ 80.27, 79.59, 75.51 และ 72.79 ตามลาดบั แคทลยี า ศรีแปลก (2544 อา้ งถึงใน นภาภร ส่งแสง, 2550) ไดศ้ ึกษาเก่ียวกบั ปัจจยั ที่ส่งผลต่อการใชผ้ ลการประเมินภายในสถานศึกษาของโรงเรียนประถมศกึ ษา : กรณีศึกษาโรงเรียนคนั นายาว กรุงเทพมหานคร โดยมีวตั ถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจยั ท่ีส่งผลต่อการใชผ้ ลการประเมินภายในสถานศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา โดยวิธีการเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมขอ้ มูลจากการสงั เกตแบบมีส่วนร่วม การสมั ภาษณ์แบบไม่เป็ นทางการ แบบสอบถามอยา่ งง่ายและการวเิ คราะห์เอกสาร พบวา่ ปัจจยั ดา้ นผบู้ ริหารท่ีส่งผลต่อการใชผ้ ลการประเมนิ ภายในสถานศึกษา ไดแ้ ก่ ความรู้ความสามารถของผบู้ ริหาร ความสามารถในการบริหารจดั การ การมีจิตวิทยาในการทางานร่วมกบัผอู้ ื่น และการพฒั นาตนเองอย่างสม่าเสมอของผบู้ ริหาร ปัจจยั ดา้ นผปู้ ระเมิน ได้แก่ การพฒั นาตนเองของผปู้ ระเมินและการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม ทศั นคติต่อการทางานประเมนิ ภายในสถานศึกษา การเห็นความสาคญั และคุณค่าของการประเมินภายในสถานศึกษา และการเห็นความสาคญั ของผลการประเมิน ปัจจัยดา้ นกระบวนการ ไดแ้ ก่ กระบวนการทางานตามวงจรบริหารคุณภาพ PDCA ซ่ึงมีการปรับใชผ้ ลการประเมินตลอดท้งั กระบวนการและปัจจยั อ่ืนท่ีเก่ียวขอ้ ง ไดแ้ ก่ ความร่วมมือของผปู้ กครองในการร่วมกิจกรรมต่างๆ ของสถานศึกษาและการพฒั นาตนเองของผเู้ รียนในดา้ นการทางานและการร่วมกิจกรรมกบั ทางสถานศึกษา ในดา้ นอปุ สรรคในการใชผ้ ลการประเมินภายในสถานศึกษาของสถานศึกษาคนั นายาว คือ ภาระหนา้ ท่ีของครูในสถานศึกษามีมาก ทาให้ไม่มีเวลาไดใ้ กลช้ ิดกบั ผเู้ รียน และไม่สามารถปรับใชผ้ ลการประเมินได้อยา่ งเตม็ ที่และอุปสรรคดา้ นผเู้ รียนบางคนท่ีไม่เห็นความสาคญั ในการใหค้ วามร่วมมือที่จะพฒั นาตนเองใหม้ มี าตรฐานสูงข้ึน นภาภร ส่งแสง (2550) ไดศ้ ึกษาศึกษาปัจจยั ดา้ นผบู้ ริหารสถานศึกษาและด้านบริบทของสถานศึกษา ที่ส่งผลต่อการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏิบตั ิเพื่อ 47
พฒั นาคุณภาพของสถานศึกษาข้นั พ้นื ฐาน สงั กดั สานกั การศึกษากรุงเทพมหานคร โดยใชร้ ะเบียบวธิ ีการวจิ ยั เชิงปริมาณ มจี ุดประสงคเ์ พ่ือศึกษาสภาพการนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏิบตั ิเพ่ือพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษา และศกึ ษาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั ดา้ นผบู้ ริหารสถานศึกษา (ประกอบด้วย วิสัยทศั น์ ภาวะผนู้ าตามสถานการณ์ ความสามารถในการตดั สินใจความสามารถ ในการสื่อสาร เจตคติต่อการประเมินคุณภาพภายนอก และการมีส่วนร่วมในการประเมิน) และปัจจยั ดา้ นบริบทของสถานศึกษา (ประกอบดว้ ย การรับรู้ความสามารถของตนเองของครู และวฒั นธรรม องคก์ รของสถานศกึ ษา) กบั การนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏิบตั ิเพ่ือพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษา รวมท้งั ศึกษาน้าหนกั ความสาคญั ของกลุ่มตวั แปรต่างๆ ดงั กลา่ วขา้ งตน้ จาแนกตามขนาดสถานศกึ ษา และรวมทุกขนาดสถานศกึ ษา โดยกลมุ่ ตวั อยา่ งเป็นผบู้ ริหาร และครูในสถานศึกษาสงั กดั สานกั การศึกษากรุงเทพมหานคร จานวน 327 แห่งๆ ละ 2คน รวมจานวนท้งั หมด 654 คน ประกอบดว้ ยผบู้ ริหาร จานวน 327 คน และครู จานวน 327 คน ซ่ึงไดจ้ ากการสุ่มแบบแบ่งช้นั เคร่ืองมอื ท่ีใชใ้ นการวจิ ยั มี 2 ชุด ไดแ้ ก่ 1) แบบสอบถามสาหรับผบู้ ริหารสถานศึกษาเก่ียวกบั ปัจจัยด้านผบู้ ริหารสถานศึกษาท่ีส่งผลต่อการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏิบัติเพ่ือพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษา และ 2) แบบสอบถามสาหรับครูเกี่ยวกบั ปัจจยั ดา้ นบริบทของสถานศกึ ษาที่ส่งผลต่อการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏิบัติเพ่ือพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษา ข้อมูลที่ได้นามาดาเนินการวิเคราะห์หาค่าสถิติพ้ืนฐานและวิธีวิเคราะห์สหสัมพันธ์พหุคูณ (Multiple Regression Analysis) โดยวิธี Blockwiseselection และผวู้ ิจยั ใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูป SPSS for Windows ในการประมวลผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ผลการวิจยั สรุปได้ ดงั น้ี 1. สถานศึกษาข้นั พ้ืนฐานในสังกดั สานกั การศึกษากรุงเทพมหานคร มีการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏิบัติเพ่ือพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษาอยใู่ นระดับค่อนขา้ งสูงท้งั ในสถานศกึ ษาขนาดเลก็ ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และรวมทุกขนาดสถานศกึ ษา โดยสถานศึกษาท่ีมีการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏิบตั ิมากที่สุด คือ สถานศึกษาขนาดกลาง รองลงมาคือ ขนาดใหญ่ และขนาดเลก็ ตามลาดบั 2. ตวั แปรปัจจยั ดา้ นผบู้ ริหารสถานศึกษาและดา้ นบริบทของสถานศึกษาสามารถร่วมกนั อธิบายความแปรปรวนและร่วมกนั ส่งผลต่อการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏิบตั ิเพ่ือพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษาอย่ใู นระดบั ค่อนขา้ งสูงท้งั ในสถานศึกษาขนาดเล็กขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และรวมทุกขนาดสถานศึกษา อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .01 และ .05โดยตวั แปรปัจจยั ดา้ นผบู้ ริหารสถานศกึ ษาและดา้ นบริบทของสถานศึกษาสามารถร่วมกนั อธิบาย 48
ความแปรปรวนและร่วมกนั ส่งผลต่อการนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏบิ ตั ิเพ่ือพฒั นาคุณภาพสถานศึกษาของสถานศึกษาขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และรวมทุกขนาดสถานศกึ ษา ไดเ้ ท่ากบั ร้อยละ 62.0, 76.8, 78.2 และ 72.9 ตามลาดบั 3. ตวั แปรปัจจยั ดา้ นผบู้ ริหารสถานศึกษาและดา้ นบริบทของสถานศึกษาร่วมกนัอธิบาย ความแปรปรวนและร่วมกนั ส่งผลต่อการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏิบตั ิ เพ่ือพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษา อย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .01 และ .05 โดยเป็ นอทิ ธิพลทางบวกท้งั หมดทุกตวั แปร และปัจจยั ที่ส่งผลต่อการนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกไปใชใ้ นเชิงปฏบิ ตั ิมากที่สุด คือ ปัจจยั ดา้ นผบู้ ริหารสถานศกึ ษา Nakhonchai Chan-urai, Songsak Phusee-orn และ Paisarn Worakham (2011) ได้วิจยั เรื่องการพฒั นารูปแบบการใชผ้ ลการประเมินภายนอกเพ่ือพฒั นาคุณภาพโรงเรียนขนาดเลก็ ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ : การประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคิดการวิจยั เพอื่ พฒั นาองคก์ าร โดยการวจิ ยั แบ่งเป็ น4 ระยะ คือ 1) การวเิ คราะห์และสงั เคราะห์แนวความคิดการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใชป้ ระโยชน์ 2) สร้างรูปแบบและคู่มือประกอบการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้ประโยชน์ 3) ทดลองใชร้ ูปแบบ (Model) และ 4) ประเมินผลรูปแบบการนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกไปใชป้ ระโยชน์ ผลการศกึ ษาพบว่ารูปแบบท่ีพฒั นาข้ึนเป็นกระบวนการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใชป้ ระโยชน์ ประกอบดว้ ยปัจจยั นาเขา้ กระบวนการ และผลลพั ธ์ โดยรูปแบบดงั กล่าวมีความตรงเชิงเน้ือหา มีความตรงเชิงจาแนก และมีความเป็ นมาตรฐาน สามารถนาไปใช้ประโยชนไ์ ดจ้ ริง 49
บทที่ 3 วธิ ีดำเนินกำรวจิ ยั เน้ือหาที่สาคัญในบทน้ีมีวตั ถุประสงค์เพื่อนาเสนอรายละเอียดของวิธีดาเนินการวิจยั ซ่ึงประกอบดว้ ยแบบการวิจยั ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการวิจยั การเก็บรวบรวมขอ้ มลู และการวิเคราะหข์ อ้ มลู ดงั ต่อไปน้ีวธิ ีกำรวจิ ยั 1) แนวทางการวิจยั การวิจัยค ร้ั งน้ี เป็ น การวิจัยเชิ งคุ ณ ภ าพ ต าม แน วท างป ราก ฏก ารณ์ วิท ยา(Phenomenological Research) ในท่ีน้ีหมายถึงการทาความเข้าใจปรากฏการณ์การนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสองไปใชป้ ระโยชนข์ องผบู้ ริหารท่ีมีส่วนร่วม หรือรับผดิ ชอบในการประเมนิ คุณภาพ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 2) การเลอื กตวั อยา่ ง เลือกตวั อย่างโดยยดึ จุดมุ่งหมายของการศึกษาเป็ นหลกั (Purposeful Sampling) โดยเลือกตวั อยา่ งท่ีมปี ระสบการณ์มากเป็นพิเศษท่ีมีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองและยงั คงเป็ นผบู้ ริหารอยใู่ นขณะรวบรวมขอ้ มลู อนั ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหารของมหาวิทยาลยั สงขลานค-รินทร์ท้งั ระดบั มหาวิทยาลยั /คณะ ซ่ึง Creswell (2007, 120-121) ไดร้ ะบุวา่ ขนาดตวั อยา่ งสาหรับการสมั ภาษณ์ตามแนวทางปรากฏการณ์วิทยาควรมจี านวน 5-25 คน ซ่ึงผวู้ ิจยั กาหนดขนาดตวั อยา่ งในการวิจยั คร้ังน้ีจานวน 15 คน ไดแ้ ก่ o อธิการบดี o รองอธิการบดีฝ่ ายวางแผนและพฒั นา o รองอธิการบดีฝ่ ายวจิ ยั และบณั ฑิตศกึ ษา o รองอธิการบดีฝ่ ายบริการวชิ าการและวเิ ทศสมั พนั ธ์ o รองอธิการบดีฝ่ ายพฒั นาบคุ ลากร o รองอธิการบดีฝ่ ายศิษยเ์ ก่าและชุมชนสมั พนั ธ์ o รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี o รองอธิการบดีวิทยาเขตตรัง o รองอธิการบดีวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี 50
o รองอธิการบดีวทิ ยาเขตภูเกต็ o คณบดคี ณะแพทยศาสตร์ o คณบดคี ณะทรัพยากรธรรมชาติ o คณบดคี ณะเทคโนโลยแี ละสิ่งแวดลอ้ ม o คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ o คณบดีคณะรัฐศาสตร์ 3) วธิ ีการรวบรวมขอ้ มลู ใชว้ ธิ ีการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบไม่มีโครงสร้างเคร่งครัด (Unstructured Interview) ซ่ึงเป็ นการสนทนาอยา่ งธรรมชาติ เป็ นการพูดคุยกนั อยา่ งไม่เป็ นทางการ ผวู้ จิ ยั ใชว้ ิธีการต่อไปน้ีในการเขา้ สมั ภาษณ์ 3.1) โทรศพั ท์หรือส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปยงั เลขานุการผบู้ ริหารเพื่อนัดหมายวนั เวลา และสถานที่ในการสมั ภาษณ์ ระหว่างเดือนธนั วาคม 2554-กมุ ภาพนั ธ์ 2555 อยา่ งไรกต็ าม ในขณะท่ีผวู้ จิ ยั รวบรวมขอ้ มลู น้นั เป็นช่วงที่มหาวิทยาลยั อยรู่ ะหวา่ งการเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ซ่ึงกาหนดประเมินในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ทุกคณะ/หน่วยงานจึงมีการปรับแผนการปฏบิ ตั ิงาน ทาใหไ้ ม่สามารถนดั หมายผบู้ ริหารที่กาหนดไวเ้ ดิมได้ผวู้ ิจยั จึงมีการแกไ้ ขปัญหาเป็น 2 กรณี คือ (1) เปล่ยี นเป็นการสมั ภาษณ์ผบู้ ริหารในคณะที่สะดวกในช่วงเวลานดั หมาย (2) สมั ภาษณ์ผบู้ ริหารหรือผรู้ ับผดิ ชอบในระดบั รองแทน อาทิ ผอู้ านวยการกองหัวหน้างานฯ โดยต้องเป็ นผทู้ ี่รับทราบกระบวนการนาผลการประเมินคุณภาพรอบสองไปใช้ประโยชนเ์ ป็นอยา่ งดี และไดม้ ีการสื่อสารเรื่องดงั กล่าวกบั ผบู้ ริหารสูงสุดอยา่ งต่อเน่ือง 3.2) จัดส่งประเด็นที่จะสัมภาษณ์ และผลประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองที่เกี่ยวขอ้ งกบั หน่วยงานน้นั ๆ ล่วงหนา้ 1-2 สปั ดาห์ 3.3) ผวู้ ิจยั เขา้ สมั ภาษณ์ตามประเด็นท่ีกาหนดไว้ ท่านละ 15-25 นาที โดยผวู้ จิ ยั ใช้วิธีจดบนั ทึกคาสมั ภาษณ์ พร้อมขออนุญาตอดั เสียงผใู้ ห้สัมภาษณ์ ซ่ึงในการสมั ภาษณ์ในช่วงเวลาดงั กล่าวมีผบู้ ริหาร 2 ท่าน ท่ีจดั เตรียมเอกสารทางราชการท่ีตอบประเด็นการสมั ภาษณ์ไวใ้ หผ้ วู้ ิจยัโดยใหผ้ วู้ จิ ยั สมั ภาษณ์เพิม่ เติมเพียงเลก็ นอ้ ย และมีผบู้ ริหาร 3 ท่านท่ีใหส้ มั ภาษณ์ทางโทรศพั ท์ 3.4) ผวู้ ิจัยและผชู้ ่วยวิจัยช่วยกันถอดบทสัมภาษณ์ท่ีอดั เสียงไว้ จากน้ันนามาเปรียบเทียบกบั สมดุ บนั ทึก และจดั พมิ พผ์ ลการสมั ภาษณ์ 51
3.5) จัดส่งผลการสัมภาษณ์ให้กลุ่มตัวอย่างพิจารณาอีกคร้ัง พร้อมกาหนดระยะเวลาส่งคืนนักวิจยั ซ่ึงในการวิจยั คร้ังน้ี มีกลุ่มตวั อยา่ งเพียง 3 ท่าน ท่ีมีการแกไ้ ขบางประเด็นจากผลการสมั ภาษณ์ ประเดน็ การสนทนาประกอบดว้ ยแนวคาถามต่อไปน้ี o ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองสามารถนาไปปฏบิ ตั ิไดจ้ ริงมาก นอ้ ยเพยี งใด o ผบู้ ริหารมีวิธีการ ข้นั ตอนการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองมา ใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ ง o ปัจจยั ท่ีส่งเสริม สนบั สนุนใหม้ กี ารนาการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสอง ใชป้ ระโยชน์ o ปัญหา อปุ สรรคจากการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองใช้ ประโยชน์ 4) การวิเคราะหข์ อ้ มลู ประกอบดว้ ยข้นั ตอนท่ีสาคญั 2 ข้นั ตอน 4.1) แยกแยะขอ้ มลู (Text) ออกเป็นส่วน ๆ จากน้นั จึงคดั รวมกนั เป็นกลมุ่ (Theme)แลว้ ใหค้ าบรรยายสาหรับแต่ละเรื่องน้นั (Textual Portrayal) 4.2) สังเคราะห์โครงสร้าง (Structural Synthesis) เพ่ือหาแก่น (Essence) ของประสบการณ์ชนิดน้นั ท้งั หมด 5) การสร้างความเช่ือมนั่ ของการวจิ ยั เชิงคุณภาพ ในการวจิ ยั คร้ังน้ีสามารถแสดงถึงคุณภาพของการวจิ ยั 3 ประเด็น ไดแ้ ก่ 5.1) ความวางใจ (Credibility) ทาได้โดยการให้ผถู้ ูกสัมภาษณ์ ตรวจสอบหรื อยนื ยนั ความถกู ตอ้ งและครบถว้ นของหลกั ฐานที่เกิดข้ึนจากการสมั ภาษณ์ (Member Checks) 5.2) การถ่ายโอน (Transferability) ทาได้โดยการที่ผูว้ ิจัยแสดงรายละเอียดในประเด็นเวลา สถานท่ี บริบท และสภาพแวดลอ้ มท่ีเก่ียวพันกับการวิจัยเพ่ือให้ผอู้ ่านรายงานผลการวิจยั สามารถใชด้ ุลยพินิจตดั สินความเป็นไปไดใ้ นการนาขอ้ สรุปผลการวจิ ยั ไปใชใ้ นบริบทอ่ืน 52
5.3) ความเช่ือใจ (Dependability) ทาไดโ้ ดยให้มีผเู้ ช่ียวชาญที่เก่ียวขอ้ งกบั หัวข้อปัญหาวิจยั แสดงบทบาทเป็ นผตู้ รวจสอบภายนอกเก่ียวกับแหล่งขอ้ มูลหลกั ฐานและการบันทึกขอ้ มลู หลกั ฐานจากการรวบรวมหลกั ฐาน ซ่ึงคร้ังน้ีใหร้ องศาสตราจารยน์ วลจิรา ภทั รรังรอง ผชู้ ่วยรองอธิการบดีฝ่ ายประกนั คุณภาพเป็นผตู้ รวจสอบ 53
บทท่ี 4 ผลการวจิ ยั ผวู้ ิจยั นำเสนอผลกำรวิเครำะห์ข้อมูลเชิงคุณภำพโดยจัดหมวดหมู่วิธีกำร และข้นั ตอนที่ผบู้ ริหำรมหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์นำผลกำรประเมินคุณภำพภำยนอกรอบสองไปใช้ประโยชน์ และรูปแบบกำรนำผลกำรประเมินคุณภำพภำยนอกรอบสองไปใชป้ ระโยชน์ท่ีแตกต่ำงกนั ซ่ึงเป็ นกำรศึกษำปรำกฏกำรณ์กำรนำผลกำรประเมินคุณภำพภำยนอกไปใชป้ ระโยชน์จำกมุมมองและกำรใหค้ วำมหมำยของผปู้ ฏิบตั ิงำนโดยนำขอ้ มลู ท่ีไดม้ ำสร้ำงแนวคิด (Concept) และหำควำมเช่ือมโยงระหว่ำงแนวคิดต่ำง ๆ เพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ สรุปเชิงทฤษฏีสำหรับอธิบำยและทำควำมเขำ้ ใจปรำกฏกำรณ์ท่ีเกิดข้ึน ดงั น้ีวธิ ีการและข้ันตอนการนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสองไปใช้ประโยชน์ 1) ในระดับมหาวิทยาลัย เนื่องดว้ ยในกำรประเมินคุณภำพภำยนอกรอบสองคณะกรรมกำรประเมินคุณภำพภำยนอกไดใ้ ห้ข้อเสนอแนะต่อมหำวิทยำลยั ในภำพรวม ดงั น้ันผบู้ ริหำรมหำวิทยำลยั จึงกำหนดแนวทำงกำรนำผลประเมินคุณภำพไปใช้ให้เกิดผลอย่ำงเป็ นรูปธรรม ดว้ ยกำรนำเสนอผลกำรประเมนิ คุณภำพต่อที่ประชุมทีมบริหำรคือท่ีประชุมคณบดี และท่ีประชุมสภำมหำวิทยำลยั เพ่ือนำเสนอขอ้ เทจ็ จริงจำกกำรประเมนิ คุณภำพภำยนอกวำ่ คณะกรรมกำรตอ้ งกำรให้มหำวิทยำลยั มีกำรพฒั นำในทิศทำงใด และรับฟังขอ้ เสนอแนะเพอื่ นำมำดำเนินกำรต่อท้งั น้ี สำมำรถจำแนกวิธีกำรดำเนินงำนเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ 1.1) ขอ้ เสนอแนะในเชิงนโยบำยท่ีกระทบต่อกำรดำเนินงำนในภำพรวมและ/หรือทุกวิทยำเขต อยำ่ งเช่นขอ้ เสนอที่ว่ำ “มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ มีเจตนารมณ์ ในการเป็ นมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขต การบริหารมหาวิทยาลยั หลายวิทยาเขตในประเทศไทยยังไม่มีระบบท่ีชัดเจนและมปี ระสิทธิภาพอย่างแท้จริง มหาวิทยาลยั น่าจะมีการวิจัยระบบจัดการทรัพยากรบคุ คล ทรัพยากรอื่นๆ ตลอดจนระบบการจัดการทางกายภาพ ) ซ่ึงในปัจจุบันมีปัญหาสูงในวิทยาเขตปัตตานี(การจัดการบริหารโดยพิจารณากฎระเบียบต่างๆ ท่ีเหมาะสมกับการเป็ นมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขตท่ีมีศักยภาพเพ่ือเป็ นแบบอย่างต่อไป และมหาวิทยาลัยคงต้องตัดสินใจว่าจะเป็ นมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขตตามเจตนารมณ์ เดิมหรือจะให้มีการแยกตัวออกไปเป็ นมหาวิทยาลัยอิสระ การตัดสินใจนี้จะต้องถือเป็ นวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลยั ไม่ใช่ของคณะผู้บริหารชุดใดชุดหน่ึง เพราะการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งมีผลต่อการจัดการวิทยาเขต” ผบู้ ริหำรมหำวิทยำลยั จึงร่วมกบั ผบู้ ริหำรวทิ ยำเขตกำหนดทิศทำงกำรพฒั นำวิทยำเขตใหช้ ดั เจน มีกำรประชุมหำรือกนั เป็ น 54
ระยะ ๆ จำกน้นั นำขอ้ สรุปท่ีไดเ้ สนอต่อที่ประชุมคณบดีและที่ประชุมสภำมหำวิทยำลยั โดยเนน้ กำรกำหนดทิศทำงของทุกวทิ ยำเขต ซ่ึงข้นั ตอนและกระบวนกำรสำมำรถสรุปเป็นแผนภำพไดด้ งั น้ี รำยงำนผลกำรประเมินคณุ ภำพภำยนอกรอบสองสำนกั งำนประกนั คุณภำพและ ประมวลขอ้ เสนอแนะจำกรำยงำนผลกำรประเมนิคณะกรรมกำรขบั เคลือ่ น คุณภำพภำยนอกรอบสองจำกสมศ. และกำหนดยทุ ธศำสตร์มหำวิทยำลยั ผรู้ ับผดิ ชอบสงขลำนครินทร์ ผรู้ ับผิดชอบพจิ ำรณำควำมสอดคลอ้ งของขอ้ เสนอแนะ กบั ภำระหนำ้ ที่ควำมรับผิดชอบขอบขำ่ ยงำน เพือ่ กำหนดผรู้ ับผดิ ชอบไดค้ รบถว้ นและถูกตอ้ งกำรดำเนินกำรพฒั นำและติดตำมผลผบู้ ริหำรมหำวทิ ยำลยั , ประชุมเพื่อพจิ ำรณำขอ้ เสนอแนะจำกรำยงำนผลกำรผบู้ ริหำรวทิ ยำเขตและ ประเมินคุณภำพภำยนอกรอบสองจำกสมศ.หน่วยงำนที่รับผดิ ชอบภำรกิจ ระบุบคุ คลท่ีรับผดิ ชอบ และ/หรือหวั หนำ้ หน่วยงำนเพ่ือ จดั ทำแผนกำรพฒั นำ พร้อมกำหนดระยะเวลำแลว้ เสร็จ งบประมำณท่ใี ช้นำเสนอต่อทป่ี ระชมุ คณะกรรมกำร ตดิ ตำมและบนั ทึกกิจกรรมกำรดำเนินงำน และจดั ทำขบั เคล่อื นยทุ ธศำสตร์ฯ รำยงำนผลกำรพฒั นำตอ่ ผบู้ ริหำรเป็นระยะ ๆนำเสนอต่อท่ีประชุมทีมบริหำร และที่ นำเสนอต่อท่ีประชมุ สภำมหำวทิ ยำลยัประชุมคณบดีกำรประเมินผลกำรพฒั นำและนำเสนอขอ้ มูลอธิกำรบดี และ ประชุมประเมนิ ผลกำรพฒั นำในรอบปีรองอธิกำรบดี หำกพิจำรณำแลว้ พบวำ่ ยงั ดำเนินกำรไม่ครบถว้ นหรือสำนกั งำนประกนั ตอ้ งมกี ำรดำเนินกำรต่อเน่ืองคุณภำพ สรุปขอ้ มูลในรำยงำนประจำปี กำรประเมินคุณภำพ ระด5บั 5มหำวทิ ยำลยั และนำเสนอต่อคณะกรรมกำร ประเมินคณุ ภำพ
ดงั คำให้สัมภำษณ์ของอธิกำรบดี “ขอ้ เสนอแนะของสมศ.หำกเป็ นเร่ืองเชิงนโยบำยอยำ่ งเช่นกำรบริหำรวิทยำเขตจะตอ้ งให้ผบู้ ริหำรทุกวิทยำเขตมีส่วนร่วมและพิจำรณำร่วมกนั ในที่ประชุมทีมบริหำร ท่ีประชุมคณบดี จำกน้ันเสนอสภำมหำวิทยำลยั เพ่ือขอคำแนะนำเป็ นกำรเน้นกระบวนกำรมีส่วนร่วมของทุกฝ่ ำย โดยกระบวนกำรดงั กล่ำวน้ีจะใชใ้ นกรณีท่ีมีผลกระทบในดำ้ นนโยบำย.....” 1.2) ขอ้ เสนอแนะเก่ียวกบั แนวปฏิบตั ิ หรือขอ้ เสนอแนะเฉพำะเจำะจงในบำงภำรกิจหรือบำงหน่วยงำน เช่นขอ้ เสนอแนะของกล่มุ สาขาวชิ าครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ซ่ึงมีเพียง1 คณะท่ีอยใู่ นกลมุ่ สำขำวิชำน้ีคือคณะศึกษำศำสตร์ อำทิเช่นประเด็น “ควรเร่งหำมำตรกำรในกำรที่จะไดน้ กั เรียนเก่งเขำ้ มำศึกษำ และในกำรสร้ำงควำมสำมำรถดำ้ นภำษำองั กฤษของนกั ศึกษำใหม้ ำกข้ึน รวมท้งั พฒั นำงำนวจิ ยั ของกลุ่มสำขำใหเ้ พิ่มมำกข้ึนอกี ดว้ ย” มหำวิทยำลยั สร้ำงกระบวนกำรส่งขอ้ มลู ต่อไปยงั กลุ่มสำขำวิชำ พร้อมกบั ร่วมวิเครำะห์ร่วมกบั กลุ่มสำขำวิชำอื่นว่ำมีปัญหำร่วมกนัหรือไม่ หำกมีประเด็นปัญหำร่วมกนั ก็จะกำหนดเชิงนโยบำยของมหำวิทยำลยั เพื่อแกไ้ ขปัญหำท้งัระบบ จำกตวั อยำ่ งขอ้ เสนอแนะขำ้ งตน้ มหำวิทยำลยั ไดใ้ ชป้ ระเด็นกำรพฒั นำควำมสำมำรถดำ้ นภำษำองั กฤษมำพฒั นำท้งั ระบบ กอปรกบั ตวั บ่งช้ีของสำนกั งำนคณะกรรมกำรพฒั นำระบบรำชกำร(ก.พ.ร.) ไดก้ ำหนดให้มีกำรวดั ผลสมั ฤทธ์ิกำรสอบผำ่ นภำษำต่ำงประเทศ จึงมกี ำรวำงแนวนโยบำยท้งั ระบบ มีกำรหำรือร่วมกันระหว่ำงผูบ้ ริหำรมหำวิทยำลยั กระทั่งมีกำรดำเนินกำรอย่ำงเป็ นรูปธรรม ท้งั น้ี สำมำรถสรุปกระบวนกำรกำรนำผลประเมนิ ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดด้ งั น้ี 56
รำยงำนผลกำรประเมนิ คุณภำพภำยนอกรอบสองสำนกั งำนประกนั คุณภำพและ ประมวลขอ้ เสนอแนะจำกรำยงำนผลกำรประเมนิคณะกรรมกำรขบั เคลอื่ น คุณภำพภำยนอกรอบสองจำกสมศ. และกำหนดยทุ ธศำสตร์มหำวิทยำลยั ผรู้ ับผดิ ชอบสงขลำนครินทร์ ผรู้ ับผดิ ชอบพจิ ำรณำควำมสอดคลอ้ งของขอ้ เสนอแนะ กบั ภำระหนำ้ ที่ควำมรับผิดชอบขอบข่ำยงำน เพือ่ กำหนดผรู้ ับผดิ ชอบไดค้ รบถว้ นและถกู ตอ้ งกำรดำเนินกำรพฒั นำและตดิ ตำมผลผบู้ ริหำรมหำวทิ ยำลยั , ประชุมเพื่อพิจำรณำขอ้ เสนอแนะจำกรำยงำนผลกำรผบู้ ริหำรวทิ ยำเขตและ ประเมินคุณภำพภำยนอกรอบสองจำกสมศ.หน่วยงำนท่ีรับผดิ ชอบภำรกิจ แต่งต้งั คณะอนุกรรมกำรที่รับผิดชอบเพื่อจดั ทำแผนกำร พฒั นำ พร้อมกำหนดระยะเวลำแลว้ เสร็จ งบประมำณท่ี ใช้ติดตำมและบนั ทึกกจิ กรรมกำรดำเนินงำน และ นำเสนอต่อท่ีประชมุ วทิ ยำเขต และ/หรือทป่ี ระชุมจดั ทำรำยงำนผลกำรพฒั นำต่อผบู้ ริหำรเป็นระยะ ๆ คณบดีทุก 3 เดอื นกำรประเมินผลกำรพฒั นำคณะอนุกรรมกำรท่ี ประชมุ ประเมินผลกำรพฒั นำในรอบปีรับผดิ ชอบ หำกพิจำรณำแลว้ พบวำ่ ยงั ดำเนินกำรไมค่ รบถว้ นหรือ ตอ้ งมีกำรดำเนินกำรตอ่ เนื่องกำรนำเสนอขอ้ มูล สรุปขอ้ มลู ในรำยงำนประจำปี กำรประเมนิ คุณภำพระดบั คณะ และนำเสนอต่อคณะกรรมกำรประเมนิ คณุ ภำพ คณะกรรมกำรประจำคณะสำนกั งำนประกนั คุณภำพ สมหรุปำ5วข7ิทอ้ ยมำูลลใยั นรำยงำนประจำปี กำรประเมนิ คณุ ภำพระดบั
ดงั คำใหส้ มั ภำษณ์ถึงกระบวนกำรดำเนินงำนของคณบดีท่ีว่ำ “มหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์หำแนวทำงในกำรพฒั นำทักษะด้ำนภำษำอังกฤษของนักศึกษำ เพ่ือตอบสนองกำรเข้ำสู่ตลำดแรงงำน ในหน่วยงำนท่ีต้องใช้ภำษำองั กฤษในกำรติดต่อส่ือสำร โดยได้ต้ังคณะอนุกรรมกำรพัฒนำกำรเรียนกำรสอนด้ำนภำษำอังกฤษ ซ่ึงมีคณบดีคณะศิลปศำสตร์เป็ นประธำน เพื่อจดั ทำแผนกลยทุ ธ์พฒั นำควำมเขม้ แข็งดำ้ นภำษำองั กฤษตำมนโยบำยพฒั นำควำมเขม้ แข็งดำ้ นภำษำองั กฤษของมหำวทิ ยำลยั เพื่อใหแ้ ต่ละคณะเลอื กนำไปใช้ตำมควำมเหมำะสม....” 2) ในระดบั คณะวชิ า เนื่องจำกในกำรประเมนิ คณุ ภำพภำยนอกรอบสองเป็นกำรประเมนิ ระดบั มหำวทิ ยำลยั และระดบั กลมุ่ สำขำวชิ ำ ซ่ึงมหำวิทยำลยั มีท้งั หมด 9 สำขำวิชำ 23คณะ ดงั ต่อไปน้ีกลุ่มสาขาวชิ า ช่ือหน่วยงาน1. วทิ ยำศำสตร์สุขภำพ 1. คณะทนั ตแพทยศำสตร์ 2. คณะพยำบำลศำสตร์ 3. คณะแพทยศำสตร์ 4. คณะเภสชั ศำสตร์2. วทิ ยำศำสตร์กำยภำพและชีวภำพ 1. คณะวิทยำศำสตร์ 2. คณะวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี 3. คณะกำรจดั กำรส่ิงแวดลอ้ ม 4. คณะเทคโนโลยแี ละสิ่งแวดลอ้ ม3. วศิ วกรรมศำสตร์ 1. คณะวศิ วกรรมศำสตร์4. เกษตรศำสตร์ 1. คณะอตุ สำหกรรมเกษตร 2. คณะทรัพยำกรธรรมชำติ 3. คณะเทคโนโลยแี ละกำรจดั กำร5. บริหำรธุรกิจ พำณิชยศำสตร์ กำร 1. คณะวิทยำกำรจดั กำรบญั ชี กำรจดั กำร กำรท่องเท่ียวและ 2. คณะเศรษฐศำสตร์เศรษฐศำสตร์ 3. คณะอุตสำหกรรมบริกำร 4. คณะพำณิชยศำสตร์และกำรจดั กำร6. ครุศำสตร์/ศึกษำศำสตร์ 1. คณะศกึ ษำศำสตร์ 58
กลุ่มสาขาวชิ า ช่ือหน่วยงาน7. มนุษยแ์ ละสงั คมศำสตร์ 1. คณะนิติศำสตร์ 2. คณะมนุษยศำสตร์และสงั คมศำสตร์8. ศลิ ปกรรม วิจติ รศิลป์ และประยกุ ต์ 3. คณะศิลปศำสตร์ ศลิ ป์ 4. วทิ ยำลยั อิสลำมศกึ ษำ 1. คณะศลิ ปกรรมศำสตร์9. สหวทิ ยำกำร รวม 1. คณะวทิ ยำกำรสื่อสำร 23 หน่วยงาน จำกกำรสมั ภำษณ์ผบู้ ริหำรคณะพบว่ำแมส้ มศ.จะใหข้ อ้ เสนอแนะเพ่ือกำรพฒั นำในภำพรวมของกลมุ่ สำขำวิชำ แต่คณะวชิ ำไม่ไดม้ ีกำรรวมกลมุ่ กนั อยำ่ งจริงจงั บำงกลมุ่ สำขำก็มีต้งั คณะต้งั กระจำยอยใู่ นหลำยวิทยำเขต กอปรกบั ระยะที่สมศ.มีกำรประกำศตัวบ่งช้ีและแนวทำงกำรประเมินคุณภำพภำยนอกรอบสำม ไดย้ กเลิกแนวทำงกำรประเมินระดบั กลุ่มสำขำวชิ ำ โดยยงั คงมีกำรประเมินสองระดบั เช่นเดิม แต่เปล่ียนเป็นระดบั มหำวิทยำลยั และระดบั คณะ ดงั น้นั แต่ละคณะจึงนำขอ้ เสนอแนะท่ีเก่ียวขอ้ งกบั คณะตนเองไปจดั ทำแผนพฒั นำ โดยมอบหมำยรองคณบดีที่เกี่ยวขอ้ งรับผดิ ชอบจดั ทำแผนและติดตำมแผลกำรพฒั นำ เมื่อดำเนินกำรแลว้ เสร็จให้ผรู้ ับผดิ ชอบงำนประกนั คุณภำพรวบรวมเสนอเขำ้ พิจำรณำหรือรับทรำบในท่ีประชุมคณะกรรมกำรประจำคณะดังเช่นข้อเสนอแนะของกลุ่มสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ “สำหรับกลุ่มสำขำน้ีมหำวิทยำลยั ควรพิจำรณำเร่งแกไ้ ขกำรขำดแคลนงบประมำณดำ้ นครุภณั ฑท์ ้งั ใหม่และทดแทนของเก่ำ ตลอดจนดำ้ นสถำนที่เพื่อกิจกรรมเฉพำะเร่ื องในคณะอุตสำหกรรมเกษตรและพ้ืนท่ีปฏิบัติกำรคณ ะทรัพยำกรธรรมชำติ นอกจำกน้ีเนื่องจำกกำรเกษียณอำยรุ ำชกำรของอำจำรยท์ ่ียงั ทดแทนไม่ไดง้ ่ำยและกำรขำดบุคลำกรช่วยสอนในคณะทรัพยำกรธรรมชำติโดยเฉพำะ มหำวิทยำลัยควรจะพฒั นำกำรจดั ระบบผชู้ ่วยสอน (TA) และผชู้ ่วยวิจยั (RA) มำช่วยเหลอื สำหรับคณะเทคโนโลยแี ละกำรจดั กำรควรเร่งจดั ใหม้ กี ำรสอนระดบั บณั ฑิตศึกษำโดยเร็ว และกลมุ่ สำขำวิชำเกษตรศำสตร์ควรพฒั นำหลกั สูตรและกำรวิจยั ทำงดำ้ นเทคโนโลยีชีวภำพสมยั ใหม่ทำงกำรเกษตร (AgriculturalModern Biotechnology) เพื่อเพ่ิมกำรแข่งขนั ทำงวิชำกำรท้งั ในระดบั ประเทศและระดบั ภูมิภำคให้มำกข้ึน” จำกขอ้ เสนอแนะดงั กล่ำวคณะจึงมกี ระบวนกำรนำขอ้ เสนอแนะไปปรับปรุงดงั น้ี 59
รำยงำนผลกำรประเมินคุณภำพภำยนอกรอบสองสำนกั งำนประกนั คุณภำพและ ประมวลขอ้ เสนอแนะจำกรำยงำนผลกำรประเมนิคณะกรรมกำรขบั เคลื่อน คณุ ภำพภำยนอกรอบสองจำกสมศ. และกำหนดยทุ ธศำสตร์มหำวทิ ยำลยั ผรู้ ับผดิ ชอบสงขลำนครินทร์ ผรู้ ับผดิ ชอบพจิ ำรณำควำมสอดคลอ้ งของขอ้ เสนอแนะ กบั ภำระหนำ้ ที่ควำมรับผดิ ชอบขอบขำ่ ยงำน เพื่อ กำหนดผรู้ ับผิดชอบไดค้ รบถว้ นและถูกตอ้ งกำรดำเนินกำรพฒั นำและตดิ ตำมผล ประชมุ เพ่อื พิจำรณำขอ้ เสนอแนะจำกรำยงำนผลกำร ประเมินคณุ ภำพภำยนอกรอบสองจำกสมศ. ผบู้ ริหำรคณะ, คณะกรรมกำร ประจำคณะ และ แตง่ ต้งั คณะอนุกรรมกำรที่รับผดิ ชอบเพ่ือจดั ทำแผนกำร หน่วยงำนท่ีรับผดิ ชอบภำรกิจ พฒั นำ พร้อมกำหนดระยะเวลำแลว้ เสร็จ งบประมำณที่ ใช้ติดตำมและบนั ทึกกจิ กรรมกำรดำเนินงำน นำเสนอต่อทป่ี ระชมุ คณะกรรมกำรประจำคณะทุกและจดั ทำรำยงำนผลกำรพฒั นำตอ่ ผบู้ ริหำร 3 เดือนเป็นระยะ ๆกำรประเมินผลกำรพฒั นำคณะกรรมกำรประจำคณะ ประชุมประเมนิ ผลกำรพฒั นำในรอบปีและหน่วยงำนท่ีรับผดิ ชอบภำรกิจ หำกพิจำรณำแลว้ พบวำ่ ยงั ดำเนินกำรไมค่ รบถว้ นหรือ ตอ้ งมีกำรดำเนินกำรต่อเน่ืองกำรนำเสนอขอ้ มูล สรุปขอ้ มูลในรำยงำนประจำปี กำรประเมนิ คณุ ภำพ ระดบั คณะ และนำเสนอตอ่ คณะกรรมกำรประเมนิ ฝ่ ำยประกนั คุณภำพของคณะ คณุ ภำพ 60
คำใหส้ มั ภำษณ์ของคณบดีในประเด็นท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กระบวนกำร/ข้นั ตอนกำรนำไปใชป้ ระโยชนม์ ีดงั น้ี “จริง ๆ เป็นขอ้ เสนอระดบั กลุ่มสำขำ...แต่ม.อ.มีหลำยวิทยำเขต บำงสำขำก็กระจัดกระจำยหลำยวิทยำเขต ทำงคณะก็นำขอ้ เสนอแนะของคณะกรรมกำรฯมำพิจำรณำว่ำเกี่ยวขอ้ งกบั คณะหรือไม่ ถำ้ เป็ นประเด็นสำคญั ก็จะใหฝ้ ่ ำยประกนั คุณภำพของคณะประมวล เพ่ือนำเข้ำพิจำรณำในคณะกรรมกำรประจำคณะ จำกน้ันก็กำหนดผูร้ ับผิดชอบ...ประกอบกับมหำวิทยำลัยมีแนวปฏิบัติเร่ืองกำรนำผลกำรประเมินไปใชแ้ จง้ ให้คณะดำเนินกำรติดตำมในคณะกรรมกำรประจำคณะเป็นระยะ ๆ ซ่ึงถำ้ เป็ นเร่ืองเร่งด่วนหรือสำคญั ก็จะนำเขำ้ แต่ถำ้ เป็ นเรื่องทวั่ ๆ ไป ใหเ้ สนอรองคณบดีท่ีรับผดิ ชอบพจิ ำรณำตำมสมควร...” 3) ในระดบั วทิ ยาเขต ถึงแมว้ ่ำในกำรประเมนิ คุณภำพภำยนอกรอบสอง สมศ.ไม่ไดก้ ำหนดใหม้ ีกำรประเมินระดบั วิทยำเขต หำกแต่คณะกรรมกำรประเมินคุณภำพไดไ้ ปตรวจเยีย่ มทุกคณะในวิทยำเขต และไดม้ ีกำรนำเสนอแนวทำงกำรบริหำรวิทยำเขตต่อคณะกรรมกำรประเมินคุณภำพ คณะกรรมกำรฯจึงไดใ้ หข้ อ้ เสนอแนะต่อแนวทำงกำรพัฒนำวทิ ยำเขตในรำยงำนกำรประเมินคุณภำพด้วย ซ่ึงในกำรนำข้อเสนอแนะไปใช้ประโยชน์ระดับวิทยำเขตน้ัน ได้กำหนดใหก้ อง/งำนในสำนกั งำนอธิกำรบดี หรือคณะที่เกี่ยวขอ้ งกบั ภำรกิจน้นั นำขอ้ เสนอแนะท่ีได้ไปจดั ทำแผนพฒั นำ และติดตำมผล จำกน้ันให้มีกำรนำมำรำยงำนผลในท่ีประชุมผบู้ ริหำรในสำนกั งำนอธิกำรบดี หรือที่ประชุมผบู้ ริหำรวิทยำเขต ดงั เช่นจุดควรพฒั นำของวิทยำเขตปัตตำนีที่ว่ำ“นกั ศึกษำใหม่ส่วนใหญ่ไม่มีควำมหลำกหลำยทำงวฒั นธรรม และมกั มีปัญหำพ้ืนฐำนทำงวิชำกำรอ่อน จึงควรใชก้ ลยทุ ธใ์ นกำรปรับพ้นื ฐำนควำมรูเ้ พ่อื เตรียมควำมพร้อมก่อนเขำ้ สู่มหำวิทยำลยั ต้งั แต่ระดบั ประถมศึกษำ มธั ยมศึกษำ และเริ่มแรกที่เข้ำมหำวิทยำลยั โดยมีกำรสร้ำงควำมร่วมมือกับโรงเรียนในทอ้ งถนิ่ และกำรประชำสมั พนั ธท์ ี่สื่อสำรไปไกลมำกกว่ำภำคใต”้ และจุดควรพฒั นำของวิทยำเขตภูเก็ต อำทิ “คณะเทคโนโลยีและส่ิงแวดลอ้ มเพิ่งไดร้ ับกำรก่อต้งั เม่ือ พ.ศ. 2548 โดยบุคลำกรแยกออกมำจำกวิทยำลยั ชุมชน คณะใหม่น้ีมีบุคลำกร 3 สำขำใหญ่ๆ ไดแ้ ก่ วิทยำศำสตร์และส่ิงแวดลอ้ ม มนุษยศำสตร์และสังคมศำสตร์ และเทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร มีหลกั สูตรระดบั ปริญญำตรีที่น่ำสนใจ ไดแ้ ก่ เทคโนโลยีสำรสนเทศ E-business และ SoftwareEngineering อยำ่ งไรกด็ ียงั ขำดแคลนอำจำรยว์ ุฒิปริญญำเอก ซ่ึงควรดำเนินกำรเชิงรุกเพื่อแสวงหำอำจำรย์ โดยเฉพำะด้ำน IT และส่ิงแวดลอ้ มท่ียงั ขำดแคลน” วิทยำเขตมีกำรประบวนกำรนำขอ้ เสนอแนะไปพฒั นำดงั น้ี 61
รำยงำนผลกำรประเมนิ คณุ ภำพภำยนอกรอบสองสำนกั งำนประกนั คุณภำพและ ประมวลขอ้ เสนอแนะจำกรำยงำนผลกำรประเมินคณะกรรมกำรขบั เคลื่อน คุณภำพภำยนอกรอบสองจำกสมศ. และกำหนดยทุ ธศำสตร์มหำวิทยำลยั ผรู้ ับผิดชอบสงขลำนครินทร์ ผรู้ ับผิดชอบพิจำรณำควำมสอดคลอ้ งของขอ้ เสนอแนะ กบั ภำระหนำ้ ท่คี วำมรับผิดชอบขอบขำ่ ยงำน เพอื่ กำหนดผรู้ ับผิดชอบไดค้ รบถว้ นและถูกตอ้ งกำรดำเนินกำรพฒั นำและตดิ ตำมผล ประชุมเพอ่ื พจิ ำรณำขอ้ เสนอแนะจำกรำยงำนผลกำร ประเมนิ คุณภำพภำยนอกรอบสองจำกสมศ. ผบู้ ริหำรวิทยำเขต, คณะกรรมกำรประจำวทิ ยำเขต แต่งต้งั คณะอนุกรรมกำรท่ีรับผิดชอบเพอื่ จดั ทำแผนกำร และหน่วยงำนท่ีรับผดิ ชอบ พฒั นำ พร้อมกำหนดระยะเวลำแลว้ เสร็จ งบประมำณที่ ภำรกิจ ใช้ติดตำมและบนั ทึกกจิ กรรมกำรดำเนินงำน นำเสนอตอ่ ทป่ี ระชมุ คณะกรรมกำรประจำและจดั ทำรำยงำนผลกำรพฒั นำตอ่ ผบู้ ริหำร วิทยำเขตทุก 3 เดือนเป็นระยะ ๆกำรประเมินผลกำรพฒั นำคณะกรรมกำรประจำวิทยำเขต ประชมุ ประเมนิ ผลกำรพฒั นำในรอบปีและหน่วยงำนที่รับผดิ ชอบภำรกิจ หำกพิจำรณำแลว้ พบวำ่ ยงั ดำเนินกำรไม่ครบถว้ นหรือ ตอ้ งมกี ำรดำเนินกำรตอ่ เนื่องกำรนำเสนอขอ้ มลู สรุปผลกำรพฒั นำตำมขอ้ เสนอแนะ ฝ่ ำยประกนั คุณภำพวิทยำเขต สรุปขอ้ มูลในรำยงำนประจำปี กำรประเมินคณุ ภำพ ระดบั มหำวิทยำลยั และนำเสนอต่อคณะกรรมกำร สำนกั งำนประกนั คุณภำพ ป6ร2ะเมนิ คุณภำพ
ดงั คำให้สมั ภำษณ์ของรองอธิกำรบดีวิทยำเขต ท่ีว่ำ “หลงั จำกรับรำยงำนผลกำรประเมินคุณภำพภำยนอกรอบสองแลว้ ก็ให้ฝ่ ำยประกันคุณภำพของวิทยำเขตกำหนดผรู้ ับผิดชอบ ซ่ึงส่วนมำกทำในรูปกรรมกำร เพรำะข้อเสนอแนะบำงอย่ำงเกี่ยวเน่ืองกบั หลำยหน่วยงำน หรือทุกหน่วยงำนในวทิ ยำเขต ....ผรู้ ับผดิ ชอบจะรำยงำนผลให้ทำงวิทยำเขตทรำบเป็ นระยะ ๆ หำกมีปัญหำในกำรดำเนินกำร ตอ้ งกำรคำแนะนำจำกคณะกรรมกำรประจำวทิ ยำเขตกไ็ ด.้ ..เสนอเป็นวำระเขำ้ ไป...ทุกฝ่ ำยจะไดร้ ับรู้ปัญหำและใหค้ วำมร่วมมือ ตอนส้ินปี ก็สรุปอีกคร้ัง ปัญหำส่วนใหญ่ไม่สำมำรถทำไดภ้ ำยในปี เดียว ตอ้ งต่อเนื่องหลำยปี ....”รูปแบบการนาผลการประเมนิ คณุ ภาพภายนอกรอบสองไปใช้ประโยชน์ ผลจำกกำรสมั ภำษณ์พบวำ่ ผบู้ ริหำรมกี ำรนำผลกำรประเมนิ คุณภำพภำยนอกรอบสองไปใชป้ ระโยชน์ในหลำยมิติดงั ต่อไปน้ี 1) ใช้ในการปรับปรุงระบบบริหารจดั การมหาวทิ ยาลยั และวทิ ยาเขตท้งั ระบบ คณะกรรมกำรประเมินคุณภำพภำยนอกไดม้ ีขอ้ เสนอแนะในเชิงนโยบำย ซ่ึงถือว่ำมี ผลกระทบ ต่ อระบ บ กำรบ ริ หำรมหำวิท ยำลัยและวิท ยำเข ต ดังข้อเสน อแน ะ“มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ มีเจตนารมณ์ ในการเป็ นมหาวิทยาลยั หลายวิทยาเขต การบริหารมหาวิทยาลยั หลายวิทยาเขตในประเทศไทยยังไม่มีระบบที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงมหาวิทยาลัยน่าจะมีการวิจัยระบบจัดการทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรอ่ืนๆ ตลอดจนระบบการจัดการทางกายภาพ ) ซึ่งในปัจจุบันมีปัญหาสูงในวิทยาเขตปัตตานี(การจัดการบริหารโดยพิจารณากฎระเบียบต่างๆ ท่ีเหมาะสมกับการเป็ นมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขตที่มศี กั ยภาพเพื่อเป็นแบบอย่างต่อไป และมหาวิทยาลยั คงต้องตัดสินใจว่าจะเป็ นมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขตตามเจตนารมณ์ เดิมหรือจะให้มกี ารแยกตัวออกไปเป็ นมหาวิทยาลยั อิสระ การตัดสินใจนีจ้ ะต้องถือเป็ นวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ของคณะผ้บู ริหารชุดใดชุดหน่ึง เพราะการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งมีผลต่อการจัดการวิทยาเขต” ในประเดน็ น้ีอธิกำรบดีและรองอธิกำรบดีใหค้ วำมสำคญั ยง่ิ ที่สำคญั ยง่ิ จึงได้มกี ำรวำงระบบกำรบริหำรจดั กำรท่ีถอื ไดว้ ่ำเป็นกำรร้ือปรับระบบในมหำวทิ ยำลยั สงขลำนครินทร์ดงั คำใหส้ มั ภำษณ์ของอธิกำรบดีและรองอธิกำรบดีที่เก่ียวขอ้ งดงั น้ี “มหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์มีเจตนำรมณ์ในกำรเป็ นมหำวิทยำลยั หลำยวิทยำเขตมำต้งั แต่กำรจดั ต้งั มหำวิทยำลยั ในคร้ังแรก กำรบริหำรงำนมหำวิทยำลยั หลำยวิทยำเขตในประเทศไทยยงั ไม่มีระบบท่ีชดั เจน เพรำะข้ึนอย่กู บั กำรพฒั นำกำรของแต่ละมหำวิทยำลยั จึงมีรูปแบบท่ีแตกต่ำงกนั ไปในแต่ละมหำวิทยำลยั ในส่วนของมหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์ ในขณะน้ียงั คงมีเจตนำรมณ์เดิมในกำรเป็ นมหำวิทยำลยั หลำยวิทยำเขต โดยรูปแบบมหำวทิ ยำลยั หลำยวทิ ยำ 63
เขต ยงั คงตอ้ งมีกำรปรับปรุงและพฒั นำใหเ้ หมำะสมย่ิงข้ึนต่อไป รูปแบบกำรบริหำรงำนส่วนกลำงของแต่ละวิทยำเขต จะมีสำนักงำนอธิกำรบดีวิทยำเขตแต่ละแห่ง ต้ังเป็ นกองหรือเป็ นกลุ่มงำนข้ึนอยกู่ บั หน้ำท่ีควำมรับผิดชอบและปริมำณงำนของแต่ละวิทยำเขต โดยท่ีวิทยำเขตใหม่ จะกำหนดเป็ นนโยบำยให้งำนบริกำรมีรูปแบบกำรรวมศนู ยท์ ่ีส่วนกลำง งำนวิชำกำรอย่ทู ี่คณะวิชำกำรจัดสรรทรัพยำกรบุคคลและทรัพยำกรอ่ืน ๆ จะจัดสรรตำมภำรกิจท่ีรับผิดชอบ แม้ว่ำมหำวิทยำลยั จะมีหลำยวิทยำเขต แต่ละวิทยำเขตจะมีจุดเด่นในกำรทำหนำ้ ที่ผลิตบณั ฑิต และเป็ นศนู ยก์ ลำงทำงวิชำกำรระดบั สูงของภูมิภำค โดยมีควำมเป็ นเอกภำพในแง่กำรกระจำยโอกำสของวทิ ยำเขต ภำยใตแ้ ผนพฒั นำวทิ ยำเขต ที่ไดจ้ ดั ทำเป็น Flagship ท่ีสรุปร่วมกนั ในแต่ละวิทยำเขตแลว้ขณะเดียวกนั มีกำรร่วมมือเป็นเครือข่ำย ภำยใตร้ ะบบกำรบริหำรหลำยวทิ ยำเขต..... ดงั น้นั จึงเป็นไปไมไ่ ดท้ ี่จะแยกวิทยำเขตเป็นอิสระ มกี ำรหำรือกบั ผบู้ ริหำรวิทยำเขตก็มคี วำมเห็นพอ้ งในเร่ืองน้ี....” ท้ังน้ี ผูบ้ ริ หำรมหำวิทยำลยั ได้มีกำรทบทวนและวำงทิศทำงกำรบริ หำรมหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์แบบหลำยวิทยำเขต (Prince of Songkla University System : PSU-System) ดงั คำใหส้ มั ภำษณ์ท่ีวำ่ “...ระบบหลำยวิทยำเขต สำมำรถตอบสนองนโยบำยข้อ 5 พัฒนำระบบบริหำรมหำวิทยำลยั มุง่ สู่กำรเป็นมหำวิทยำลยั หลำยวทิ ยำเขตท่ีมีประสิทธิภำพ มีควำมเป็ นปึ กแผน่และเสริมกนั สร้ำงพลงั ของมหำวิทยำลยั โดยมีกรอบหลกั ในกำรวำงแผนวิทยำเขต ที่นำเสนอสภำมหำวิทยำลยั ในปี พ.ศ.2551 ดงั น้ี 1) วำงแผนในภำพรวมของวทิ ยำเขตโดยอำศยั ควำมร่วมใจท่ีเป็ นเอกภำพ 2) มีกำรใชท้ รัพยำกรร่วมกนั คุม้ ค่ำ เกิดประโยชน์สูงสุด 3) พฒั นำระบบสำรสนเทศและกำรส่ือสำร เพื่อเช่ือมกำรวำงฐำนข้อมูลกำรประชุมร่วมกนั เช่น ระบบ Tele meeting ระบบ e-document 4) วำงกรอบกำรบริหำร PSU-System ร่วมกนั ....” นอกจำกน้ี มหำวิทยำลยั ไดว้ ำงระบบจุดเน้น จุดเด่นของแต่ละวิทยำเขตให้เด่นชดั มำกข้ึน ซ่ึงกำหนดผ่ำนท่ีประชุมวิทยำเขต ที่ประชุมคณบดี และที่ประชุมสภำมหำวิทยำลยัโดยจุดเนน้ แต่ละวทิ ยำเขตมคี วำมเอกลกั ษณ์ท่ีตอบสนองต่อควำมตอ้ งกำรของพ้นื ที่ ขณะที่ยงั มกี ำรยดึ โยงทรัพยำกรระหวำ่ งวทิ ยำเขต เพอ่ื ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด รำยละเอยี ดจุดเนน้ ท่ีมีในแต่วิทยำเขตคือ “จุดเน้นทำงวิชำกำร หรือ Flag Ship ในวิทยำเขตหำดใหญ่คือ เน้นทำงดำ้ นวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี วิทยำศำสตร์สุขภำพ และสังคมศำสตร์ประยกุ ตท์ ี่มุ่งดำ้ นกำรบริหำรจดั กำร...ส่วนวทิ ยำเขตปัตตำนีจะเนน้ ทำงมนุษยศำสตร์ สงั คมศำสตร์ และวทิ ยำศำสตร์ประยกุ ต์ ซ่ึงทำงวทิ ยำเขตปัตตำนีน้ี มีกำรวำงบทบำทเพ่อื พฒั นำระบบกำรศกึ ษำใน 3 จงั หวดั ชำยแดนภำคใตด้ ว้ ยท้งั ระดบั ประถมศึกษำ และมธั ยมศึกษำ เพรำะจำกผลสอบโอเน็ตในรอบปี ท่ีผำ่ น ๆ มำ ปรำกฏว่ำ 64
จงั หวดั นรำธิวำส ยะลำ และปัตตำนี เป็ น 3 จงั หวดั ทำ้ ยสุดของประเทศ แผนพฒั นำกำรศึกษำของวิทยำเขตปัตตำนีจึงเน้นท่ี 1) กำรพฒั นำครูประจำกำรในพ้ืนท่ี ครูตำดีกำ ครูปอเนำะ 2) ดึงดูดนกั ศึกษำต่ำงวฒั นธรรมเขำ้ เรียนในพ้ืนท่ี และจดั กำรแลกเปลี่ยนนกั ศึกษำ 3) กำรรับนกั ศึกษำไปเรียนในภมู ิภำคต่ำง ๆ....” นอกจำกวทิ ยำเขตปัตตำนีจะวำงบทบำทในกำรพฒั นำดำ้ นกำรศึกษำในเขต 3จงั หวดั ชำยแดนภำคใตแ้ ลว้ ยงั มีบทบำททำงวิชำกำรดำ้ นกำรแกไ้ ขปัญหำควำมไม่สงบในพ้ืนท่ี ดงัคำให้สมั ภำษณ์ของคณบดี “ทำงคณะจดั ต้งั ศูนยว์ ิจยั ควำมขดั แยง้ ภำคใต้ (The Southern ThailandConflict Studies Research Center) เพื่อเก็บขอ้ มลู สถิติ และทำวิจยั เกี่ยวกบั ปัญหำควำมขดั แยง้ ในภำคใต.้ ..ซ่ึงทำงศนู ยฯ์ กน็ ำเสนอขอ้ มลู ต่อมหำวิทยำลยั และหน่วยงำนที่เก่ียวขอ้ งอยำ่ งสมำ่ เสมอ” ขณะท่ีวิทยำเขตตรัง สุรำษฎร์ธำนี และภูเก็ต ถือเป็ นวิทยำเขตท่ีเกิดข้ึนหลงัวิทยำเขตปัตตำนี และวิทยำเขตหำดใหญ่ กำรพฒั นำ 3 วิทยำเขตใหม่น้ี ไม่เฉพำะขอ้ เสนอแนะจำกคณะกรรมกำรประเมินคุณภำพภำยนอก มหำวิทยำลยั ไดร้ ับเสียงสะทอ้ นจำกผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสียหลำยทำง อำทิที่ประชุมสภำมหำวิทยำลัยคร้ังท่ี 3/2549 เมื่อวันท่ี 29 เมษำยน 2549 ได้ให้ขอ้ เสนอแนะต่อผบู้ ริหำรมหำวิทยำลยั ว่ำ “ให้มหำวิทยำลยั ทบทวนโครงสร้ำงของวิทยำเขต/เขตกำรศึกษำว่ำจะมุ่งสู่ควำมเป็ นเลิศทำงดำ้ นใด โดยให้เสนอแผนแม่บทกำรพฒั นำวิทยำเขต/เขตกำรศึกษำท้งั ระบบ ต่อสภำมหำวิทยำลยั ก่อนนำเสนอขอเปิ ดหลกั สูตร สำหรับหลกั สูตรท่ีจะเปิ ดสอนต่อไปน้นั ไมค่ วรจะซ้ำซอ้ นกบั หลกั สูตรท่ีสถำบนั กำรศกึ ษำอื่นในทอ้ งถิน่ เปิ ดสอนอยแู่ ลว้ ” ดงั น้นั ผบู้ ริหำรจึงกำหนดจุดเนน้ ของวิทยำเขตตรัง สุรำษฎร์ธำนี และภูเก็ต ดงั คำใหส้ มั ภำษณ์ที่ว่ำ “หลกั สูตรท่ีมคี ุณภำพระดบั เลิศ...ตำมขอ้ เสนอแนะของสภำมหำวิทยำลยั ควรเป็ นหลกั สูตรที่ประชำคมในพ้ืนที่มีควำมตอ้ งกำรสูง อำจำรยท์ ำวิจยั ในสำขำท่ีเปิ ดสอนอย่ำงต่อเน่ืองเพือ่ สร้ำงองคค์ วำมรู้ใหม่...วิทยำเขตภูเก็ตมีจุดเนน้ ทำงวิชำกำรดำ้ นอตุ สำหกรรม บริกำร วิเทศศกึ ษำสำรสนเทศ และสิ่งแวดล้อม โดยจะต้งั คณะใหม่คือคณะวิเทศศึกษำ ท่ีเน้นด้ำน InternationalStudies มสี ำขำที่น่ำสนใจอำทิ วิเทศธุรกิจจีน จีนศกึ ษำ อำเซียนศึกษำ และยโุ รปศึกษำ....ส่วนวิทยำเขตสุรำษฎร์ธำนีจะเนน้ ทำงดำ้ นอุตสำหกรรมและกำรจดั กำร...อยำ่ งไรกต็ ำมวิทยำเขตสุรำษฎร์ธำนีมีควำมพิเศษตรงที่ทำงจงั หวดั ตอ้ งกำรให้มีสำขำวิศวกรรม เพื่อตอบสนองอุตสำหกรรมในพ้ืนท่ีมหำวิทยำลยั จึงมีแผนนำหลกั สูตรของคณะวิศวกรรมศำสตร์ (วิทยำเขตหำดใหญ่) ไปเปิ ดสอน...ขณะที่วทิ ยำเขตตรัง เนน้ ทำงดำ้ นพำณิชยศำสตร์ เทคโนโลยีกำรบริหำรจดั กำร และสถำปัตยกรรม...” จำกขอ้ มูลข้ำงตน้ สะท้อนให้เห็นว่ำขอ้ เสนอแนะต่อมหำวิทยำลยั ในกำรพฒั นำวิทยำเขตน้นั ผบู้ ริหำรมหำวิทยำลยั รับขอ้ มลู จำกหลำยดำ้ น ท้งั จำกคณะกรรมกำรประเมนิ คุณภำพ 65
และสภำมหำวิทยำลยั จึงมกี ำรนำเสนอขอ้ เสนอแนะมำปรับปรุงระบบบริหำรจดั กำรมหำวิทยำลยัและวทิ ยำเขตท้งั ระบบ 2) ใช้ในการแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงคณุ ภาพของนกั ศึกษาหรือบณั ฑติขอ้ เสนอแนะจำกกำรประเมินคุณภำพภำยนอกรอบสองท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั คุณภำพของนักศึกษำหรือบณั ฑิตจะปรำกฏอย่ใู นข้อเสนอแนะระดบั กลุ่มสำขำวิชำ เช่นขอ้ เสนอแนะของกลุ่มสาขาวิชาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ในประเด็น “ควรเร่งหำมำตรกำรในกำรท่ีจะไดน้ กั เรียนเก่งเขำ้ มำศกึ ษำ และในกำรสร้ำงควำมสำมำรถดำ้ นภำษำองั กฤษของนักศึกษำให้มำกข้ึน....” ขอ้ เสนอแนะดังกล่ำวน้ีสอดคลอ้ งกบั ผลสำรวจควำมพึงพอใจของนำยจำ้ งและผปู้ ระกอบกำรท่ีประเมินคุณภำพบณั ฑิตท่ีสำเร็จกำรศึกษำจำกมหำวิทยำลยั สงขลำนคริ นทร์ (กองแผนงำน มหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์,2553) ท่ีพบวำ่ ขอ้ ที่นำยจำ้ ง/ผใู้ ชบ้ ณั ฑิตมคี วำมพึงพอใจในระดบั มำกดำ้ นควำมรูค้ วำมสำมำรถทว่ั ไปโดยมีค่ำเฉล่ียนอ้ ยใน 3 ขอ้ แรก ไดแ้ ก่ ควำมสำมำรถในกำรใชภ้ ำษำองั กฤษ ควำมสำมำรถในกำรบริหำรจดั กำร และควำมสำมำรถในกำรวิเครำะห์สงั เครำะห์ และเมื่อเปรียบเทียบผลควำมพึงพอใจของนำยจ้ำง/ผใู้ ช้บณั ฑิตมหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์ ต้งั แต่รุ่นปี กำรศึกษำ 2547-2551 พบว่ำนำยจำ้ ง/ผใู้ ชบ้ ัณฑิตส่วนใหญ่ประเมินคุณลกั ษณะดำ้ นสำมำรถในกำรใชภ้ ำษำองั กฤษน้อยเป็ นลำดบั สุดทำ้ ยของปี กำรศกึ ษำท่ีสำรวจ มหำวิทยำลยั จึงประมวลขอ้ เสนอแนะร่วมกนั และจดั ทำแผนกลยทุ ธเ์ พอื่ แกไ้ ขปัญหำท้งั ระบบ ดงั คำใหส้ มั ภำษณ์ “แผนกลยุทธ์กำรพฒั นำควำมเขม้ แข็งดำ้ นภำษำองั กฤษ ตำมนโยบำยพฒั นำควำมเขม้ แขง็ ดำ้ นภำษำองั กฤษของมหำวิทยำลยั มีระยะเวลำ 3 ปี โดยเร่ิมจะใชต้ ้งั แต่ปี กำรศึกษำ2554 ไดก้ ำหนดใหม้ แี นวทำงกำรพฒั นำภำษำองั กฤษ ใน 4 ดำ้ น คือ ดำ้ นหลกั สูตรและกำรเรียนกำรสอน ดำ้ นกิจกรรมส่งเสริมภำษำองั กฤษ ดำ้ นสิ่งแวดลอ้ มทำงภำษำ และดำ้ นกำรขับเคลื่อนแผนท้งั น้ี ไดม้ ีกำรกำหนดกลยทุ ธเ์ พอ่ื สนองแนวทำงดงั กล่ำวในหลำยดำ้ น เช่น 1) ด้ำนหลักสูตรและกำรเรียนกำรสอน ให้มีกำรสอดแทรกส่ือกำรสอนภำษำองั กฤษในรำยวิชำท่ีสอนโดยใชภ้ ำษำไทย มีกำรใชภ้ ำษำองั กฤษอยำ่ งน้อย 50%ในกำรสอนบำงรำยวิชำในหลกั สูตร ร่วมมือกบั สถำบนั ต่ำงประเทศที่ใชภ้ ำษำองั กฤษในรูปแบบต่ำงๆ เช่น กำรแลกเปลี่ยนนกั ศกึ ษำหรือส่งนักศึกษำไปฝึ กงำนฝึกอบรม หรือลงทะเบียนเรียนบำงรำยวิชำในภำคฤดูร้อน และสำมำรถเทียบโอนหน่วยกิตได้ สร้ำงหลกั สูตร 2+2 หรือ 3+1หรือ 3.5+0.5 จดั ให้มีระบบกำรสอนทำงไกล หรือ Real-time Learning กำหนดใหม้ กี ำรสอบวดั ระดบั ควำมรู้ภำษำองั กฤษมีกำรพฒั นำกำรจดั กำรเรียนกำรสอนรำยวิชำภำษำองั กฤษพ้ืนฐำน จดั ให้มีกำรสอนภำษำองั กฤษเฉพำะสำขำเพื่อเตรียมควำมพร้อมให้นักศึกษำสำมำรถนำไปใชไ้ ดใ้ นวิชำชีพ สนบั สนุนคณะท่ีรับผดิ ชอบสอนรำยวิชำภำษำองั กฤษใหส้ ำมำรถรองรับภำรกิจไดอ้ ยำ่ งเหมำะสมและมปี ระสิทธิภำพ 66
จดั ต้งั เครือข่ำยวจิ ยั เพ่ือพฒั นำกำรเรียนกำรสอนภำษำองั กฤษ พฒั นำศกั ยภำพดำ้ นภำษำองั กฤษของอำจำรยแ์ ละบุคลำกรสำยสนบั สนุน 2) ดำ้ นกิจกรรมส่งเสริมภำษำองั กฤษ ใหม้ ีโครงกำร/กิจกรรมเสริมสร้ำงควำมเขม้ แข็งดำ้ นภำษำองั กฤษอย่ำงต่อเนื่อง จัดกิจกรรมแข่งขนั เพ่ือสร้ำงเสริมและยกระดบั ทกั ษะภำษำองั กฤษของนกั ศึกษำอยำ่ งต่อเนื่องและเป็นระบบ ใหก้ ำรเขำ้ ร่วมกิจกรรมดำ้ นภำษำองั กฤษเป็นกิจกรรมเสริมหลกั สูตรในลกั ษณะบังคบั เลือก และนักศึกษำสำมำรถนำไปบันทึกเป็ นช่ัวโมงกิจกรรมได้ 3) ด้ำนส่ิงแวดลอ้ มทำงภำษำ เพ่ิมส่ิงแวดลอ้ มท่ีเป็ นภำษำองั กฤษ เช่นป้ ำยแบบฟอร์มต่ำงๆ จดั หำและมีแผนกำรใชท้ รัพยำกรกำรเรียนรู้ภำษำองั กฤษดว้ ยตนเองอยำ่ งคุม้ ค่ำและมปี ระสิทธิภำพ เพ่ิมอำจำรยแ์ ละนกั ศกึ ษำชำวต่ำงชำติ ที่ใชภ้ ำษำองั กฤษในกำรสื่อสำร 4) ด้ำนกำรขบั เคลื่อนแผน มีกำรกำหนดกลไกในกำรขับเคล่ือนกำรพฒั นำควำมเขม้ แขง็ ดำ้ นภำษำองั กฤษอยำ่ งต่อเน่ืองและเป็นรูปธรรม สร้ำงเครือข่ำยกำรเรียนรู้ร่วมกนั และจดั ต้งั หน่วยงำนหรือปรับโครงสร้ำงองค์กรเพื่อเป็ นแกนกลำงในกำรขบั เคลื่อนกำรพฒั นำควำมเขม้ แขง็ ดำ้ นภำษำองั กฤษ” ท้ังน้ี ผู้บริ หำรระดับคณะมีควำมเห็นพ้องกันว่ำ กำรพัฒนำทักษะด้ำนภำษำองั กฤษของนกั ศกึ ษำมีควำมจำเป็นอยำ่ งมำก โดยเฉพำะกำรแข่งขนั ทำงตลำดแรงงำนเม่อื มีกำรเปิ ดประชำคมอำเซียน นักศึกษำของมหำวิทยำลยั จะต้องมีควำมเข้มแข็งด้ำนภำษำ ดงั คำให้สมั ภำษณ์ “...แมจ้ ะมองวำ่ ยำกเพรำะข้ึนอยกู่ บั หลำยปัจจยั เช่น พ้ืนฐำนดำ้ นภำษำของนกั ศึกษำ กำรเรียนกำรสอนภำษำต่ำงประเทศของไทยที่ถกู มองวำ่ เดินมำผดิ ทำง ควำมตอ้ งกำรพฒั นำภำษำของตวันกั ศึกษำเอง และควำมเป็ นห่วงว่ำกำรทุ่มเทเพื่อพฒั นำภำษำองั กฤษจะทำใหว้ ิชำอื่นอ่อนแอลง แต่อยำ่ งไรกต็ ำม บณั ฑิตท่ีจบกำรศกึ ษำจำกมหำวทิ ยำลยั สงขลำนครินทร์ จะตอ้ งไดก้ ำรพฒั นำทกั ษะควำมเขม้ แขง็ และควำมกลำ้ ที่จะใชภ้ ำษำองั กฤษ เพื่อโอกำสในกำรเขำ้ สู่ตลำดแรงงำนในอนำคต...” 3) ใช้เป็ นเครื่องมอื ในการสร้างขวญั กาลงั ใจหรือสร้างแรงจงู ใจของผ้ปู ฏิบัตงิ าน ดงั ขอ้ เสนอแนะของกลมุ่ สำขำวิชำวิทยำศำสตร์สุขภำพที่วำ่ “ในกลุ่มสำขำวชิ ำน้ีควรพจิ ำรณำกำรชว่ ยเหลอื กนั ระหวำ่ งคณะหรือกำรนำแนวปฏบิ ตั ิท่ีเป็นเลิศ (Best Practices) จำกท่ีหน่ึงไปใชใ้ นอีกที่หน่ึง และควรพจิ ำรณำกำรทำงำนในลกั ษณะเชิงรุกอยำ่ งเป็นระบบ (Outreach) ให้มำกข้ึนดว้ ย” กล่มุ สำขำวิชำวิทยำศำสตร์สุขภำพประกอบดว้ ย 4 คณะและ 1 โครงกำรจดั ต้งั คณะไดแ้ ก่ คณะทนั ตแพทยศำสตร์ คณะแพทยศำสตร์ คณะพยำบำลศำสตร์ คณะเภสชั ศำสตร์ และโครงกำรจดั ต้งั คณะกำรแพทยแ์ ผนไทย 67
ขอ้ เสนอแนะขำ้ งตน้ เป็ นกำรช่วยสนบั สนุนกำรดำเนินงำนของมหำวิทยำลยัในกำรจดั งำน “เวทีคุณภำพ มหำวทิ ยำลยั สงขลำนครินทร์” ซ่ึงเป็นงำนท่ีมีกำรคดั เลือกแนวปฏบิ ตั ิที่เป็นเลิศ (Best Practices) เร่ิมต้งั แต่ปี 2548 และไดม้ กี ำรพฒั นำกระบวนกำรคดั เลอื กอยำ่ งต่อเน่ืองเพื่อเป็ นขวญั กำลงั ใจแก่คณะ/หน่วยงำนท่ีมุ่งมน่ั พฒั นำคุณภำพอย่ำงต่อเนื่อง ดงั คำให้สัมภำษณ์“กระบวนกำรคดั เลอื ก เร่ิมดว้ ยมหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์ขอใหค้ ณะ/หน่วยงำนส่งแนวปฏิบตั ิที่ดี(Good Practices) มำยงั สำนกั งำนประกนั คุณภำพ ซ่ึงแนวปฏบิ ตั ิที่ดีที่คณะ/หน่วยงำนสำมำรถส่งเขำ้ร่วมคดั เลือกประกอบดว้ ย 5 ดำ้ น คือ ดำ้ นกำรเรียนกำรสอนและคุณภำพบณั ฑิต ดำ้ นงำนวิจยั ดำ้ นบริกำรวิชำกำร ดำ้ นทำนุบำรุงศิลปวฒั นธรรม และด้ำนบริหำรจัดกำร เพ่ือสำนักงำนประกันคุณภำพทำกำรประมวลผลกำรดำเนินงำนเบ้ืองต้น ก่อนทำกำรส่งให้ทำงคณะกรรมกำรที่มหำวิทยำลัยสงขลำนคริ นทร์แต่งต้ัง ทำกำรพิจำรณำคัดเลือกแนวปฏิบัติท่ีเป็ นเลิศระดับมหำวิทยำลยั และนำผลพิจำรณำคดั เลือกเสนอต่อท่ำนอธิกำรบดี มหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์พจิ ำรณำใหค้ วำมเห็นชอบและประกำศแนวปฏบิ ตั ิท่ีเป็นเลศิ ระดบั มหำวิทยำลยั มอบรำงวลั และจดัแลกเปลย่ี นเรียนรู้ในโครงกำร “เวทีคุณภำพ มหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์”.....โครงกำรเวทีคุณภำพเป็นกำรนำแนวคิดกำรจดั กำรควำมรู้(Knowledge Management) พฒั นำคุณภำพภำยในมหำวทิ ยำลยัโดยกำรแลกเปล่ียนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) แนวปฏบิ ตั ิท่ีเป็ นเลิศ ซ่ึงเป็ นกำรลดระยะเวลำท่ีใช้ในกำรปรับปรุงประสิทธิภำพ เน่ืองจำกเป็นกำรเรียนรู้จำกประสบกำรณ์ของผทู้ ี่ประสบควำมสำเร็จและนำสิ่งท่ีเรียนรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ หมำะสมกบั องคก์ รของตนเอง เกิดเป็ นกำรพฒั นำคุณภำพท่ีมีประสิทธิผลต่อกำรดำเนินงำนมหำวิทยำลยั ต่อไป” จำกกำรจดั โครงกำร “เวทีคุณภำพ มหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์” ทำงกลุ่มสำขำวิชำวิทยำศำสตร์สุขภำพมีกำรส่งประกวดทุกปี ดงั คำให้สมั ภำษณ์ “....คณะในกลุ่มน้ี (กลุ่มสำขำวิชำวิทยำศำสตร์สุขภำพ) ไดร้ ับรำงวลั ทุกปี ...ไปดูขอ้ มลู ยอ้ นหลงั ใน Proceeding ได้ เช่นปี2551 มีคณะในกลุ่มสำขำน้ี ไดร้ ำงลยั ถงึ มีท้งั หมด 2 2 หน่วยงำน คือ 1) คณะเภสัชศำสตร์ ดำ้ นกำรพฒั นำคุณภำพบณั ฑิต 2) คณะทนั ตแพทยศำสตร์ ดำ้ นควำมพึงพอใจของผใู้ ชบ้ ณั ฑิต และ ดำ้ นกำรให้บริกำรวิชำกำรแก่ผดู้ อ้ ยโอกำส 3) คณะพยำบำลศำสตร์ ดำ้ นกำรบูรณำกำรภำรกิจ ไดแ้ ก่กำรบูรณำกำรกำรเรียนกำรสอน กำรวจิ ยั บริกำรวิชำกำร และทำนุบำรุงวฒั นธรรม 4) ภำควชิ ำพยำธิวิทยำ คณะแพทยศำสตร์ ด้ำนกำรพฒั นำสถำบันและบุคลำกร ไดแ้ ก่ กำรจดั กำรควำมรู้ระดับภำควิชำภำยใตโ้ ครงกำร “Patho OTOP” ....ปี 2552 ไดร้ ับ 2 รำงวลั .... ปี 2553 ไดร้ ับ 2 รำงวลั เช่นกนัส่วนปี ล่ำสุด ปี 2554 มี 2 รำงวลั ไดแ้ ก่ 1) คณะแพทยศำสตร์ ดำ้ นกำรพฒั นำกำรจดั กำรเรียนกำรสอนระบบ PBL และ 2) คณะกำรแพทยแ์ ผนไทย ดำ้ นกำรบูรณำกำรบริกำรวิชำกำร กบั กำรเรียนกำรสอน และกำรวจิ ยั ....ซ่ึงระหว่ำงคณะเอง กม็ กี ำรแลกเปลย่ี นเรียนรู้ระหว่ำงกนั เป็นประจำ...” 68
นอกจำกน้ีคณะในกลุ่มสำขำวิชำน้ียงั มีรำงวัลระดบั ชำติเป็ นเครื่องกำรันตีควำมมีคุณภำพของบุคลำกร ดงั คำยืนยนั “....รำงวลั ท่ีไดไ้ ม่เฉพำะในระดบั มหำวิทยำลยั มีรำงวลัระดบั ประเทศด้วย เช่น รำงวลั Thailand Kaizen Award 2010 ของโรงพยำบำลสงขลำนครินทร์หรือแมแ้ ต่ผลกำรสอบใบประกอบวิชำชีพ....เช่น ผลกำรสอบของเพ่ือประเมินควำมรู้ควำมสำมำรถในกำรประกอบวชิ ำชีพเวชกรรมของนกั ศกึ ษำคณะแพทยศำสตร์ ข้นั ตอนที่1-3 ประจำปี 2553-2554สำมำรถสอบผ่ำนดงั น้ี กำรสอบข้นั ตอนท่ี 1 (สอบคร้ังแรก) สอบผ่ำนได้ 92.42% เป็ นอนั ดบั สองรองจำกคณะแพทยศำสตร์ ศิริรำชพยำบำล กำรสอบข้ันตอนที่ 2 (สอบคร้ังแรก) สอบผ่ำนได้96.64% เป็ นอนั ดบั สำม รองจำกคณะแพทยศำสตร์ โรงพยำบำลรำมำธิบดี และ คณะแพทยศำสตร์ศริ ิรำชพยำบำล และกำรสอบข้นั ตอนท่ี 3 สอบผำ่ นไดเ้ ป็ นอนั ดบั สูง เช่นเดียวกบั กำรสอบข้นั ตอนท่ี2 ผลกำรสอบดงั กล่ำวนับเป็ นตวั ช้ีวดั ควำมสำเร็จดำ้ นกำรเรียนกำรสอนของคณะแพทยศำสตร์ ท่ีเด่นชดั เน่ืองจำกสำมำรถทำให้นกั ศึกษำท่ีเลือกคณะแพทยศำสตร์ มหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์เป็นอนั ดบั เกือบสุดทำ้ ยของประเทศเมื่อคร้ังเลอื กเขำ้ ศกึ ษำในมหำวิทยำลยั สำมำรถผำ่ นกำรประเมินควำมรู้ควำมสำมำรถในทุกข้ันตอนมำกเกือบท่ีสุดของประเทศ เหนือคณะแพทยศำสตร์ท้ังในส่วนกลำงและส่วนภมู ิภำค....” จำกขอ้ มลู ขำ้ งตน้ สะทอ้ นใหเ้ ห็นวำ่ กระบวนกำรสร้ำงขวญั กำลงั ใจแก่ผปู้ ฏิบตั ิงำนส่งผลต่อควำมมุ่งมน่ั ในกำรพฒั นำคณุ ภำพของบุคลำกรในองคก์ ร 4) ใช้เป็ นเคร่ืองมอื สะท้อนคุณภาพของมหาวทิ ยาลยั สู่สาธารณชน ดงั เช่นผลประเมินคุณภำพในมาตรฐานที่ 2 มาตรฐานด้านงานวิจยั และงานสร้างสรรค์ ที่ผปู้ ระเมินสะทอ้ นจุดเด่นในบำงกลุ่มสำขำ ไดแ้ ก่ 1) กล่มุ สำขำวิชำวิทยำศำสตร์สุขภำพและกลมุ่ สำขำเกษตรศำสตร์มคี วำมโดดเด่นในเรื่องวจิ ยั ในระดบั ชำติและระดบั ภมู ิภำค 2) สำขำวชิ ำทำงวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี มีกำรวิจยั เฉพำะทำงเพ่ือประโยชน์ในเชิงลึกและสำมำรถนำผลงำนวิจยั ไปพัฒนำและใช้ประโยชน์ไดจ้ ริง 3) มหำวิทยำลยั มีนักวิจัยที่มีประสบกำรณ์และคุณภำพสูงจำนวนมำก โดยเฉพำะในกลุ่มสำขำวิชำวิทยำศำสตร์สุขภำพ และกลุ่มสำขำวิชำเกษตรศำสตร์ ซ่ึงไดร้ ับกำรสนบั สนุนทุนวจิ ยั จำกภำยนอกในอตั รำสูง มมุ มองของผปู้ ระเมินคุณภำพภำยนอกรอบสองสอดคลอ้ งกบั ผลประเมินของหน่วยงำนอ่ืน อำทิ สำนักงำนกองทุนสนับสนุนกำรวิจัย (สกว.) ที่มีกำรประเมินภำควิชำของมหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์ ดงั เอกสำรท่ีผบู้ ริหำรคณะไดส้ ะทอ้ นถึงคะแนนกำรประเมินคุณภำพงำนวิจยั เชิงวิชำกำรว่ำ 9 ภำควิชำ ของมหำวิทยำลยั สำนักงำนกองทุนสนับสนุนกำรวิจยั (สกว.)ประเมินอยู่ในระดับ 5 (ดีเย่ียม) และระดับ 4 (ดี) ใน 3 กลุ่มสำขำวิชำได้แก่ กลุ่มสำขำ 69
วิศวกรรมศำสตร์ กล่มุ สำขำเกษตรศำสตร์ และกลุ่มสำขำเทคโนโลยี เมือ่ วนั ท่ี 5 มนี ำคม 2553 โดยมีภำควิชำหรือสำขำวิชำจำกมหำวิทยำลยั ต่ำงๆ ที่เขำ้ รับกำรประเมินท้งั หมด 207 ภำควิชำ เง่ือนไขในกำรประเมิน ได้แก่ (1) บทควำมวิจัยท่ีตีพิมพใ์ นวำรสำรวิชำกำรระดบั ชำติและนำนำชำติ หรือProceedings ของกำรประชุมวิชำกำรระดบั ชำติและนำนำชำติท่ีตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2550 - 2551(1 มกรำคม 2550 ถงึ 31 ธนั วำคม 2551) โดยตอ้ งเป็นบทควำมวิจยั ที่ระบุช่ือหน่วยงำนของผนู้ ิพนธท์ ี่ขอรับกำรประเมิน และเป็ นบทควำมวิจยั ฉบบั เต็ม (ไม่นับรวมบทควำมท่ีตีพิมพเ์ ฉพำะบทคดั ยอ่ )(2) สิทธิบตั ร/อนุสิทธิบตั รที่ไดร้ ับกำรอนุมตั ิแลว้ ท่ีแสดงช่ือผปู้ ระดิษฐ์และวนั ที่ท่ีไดร้ ับกำรอนุมตั ิ(3) รำยช่ืออำจำรยแ์ ละนกั วจิ ยั ท้งั หมดที่ปฏบิ ตั ิหนำ้ ที่โดยตำแหน่งและสงั กดั ในสำขำวชิ ำ/ภำควชิ ำ ณวนั ท่ี 31 ธนั วำคม 2551 เป็ นกำรประเมินแบบอิงกลุ่มในแต่ละสำขำจะไดผ้ ลกำรประเมินแบบRating แบ่งเป็ น 5 ระดบั โดยภำควิชำหรือสำขำวิชำของมหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์ท่ีไดผ้ ลกำรประเมินอย่ใู นระดบั 5 (ดีเยี่ยม) และระดบั 4 (ดี) มีจำนวน 9 ภำควิชำ ดงั น้ี สำขำวิศวกรรมศำสตร์ผลกำรประเมินในระดับ 4 จำนวน 4 ภำควิชำ ได้แก่ ภำควิชำวิศวกรรมไฟฟ้ ำ ภำควิชำวศิ วกรรมเครื่องกล ภำควชิ ำวิศวกรรมโยธำ ภำควชิ ำวศิ วกรรมอตุ สำหกำร สำขำเกษตรศำสตร์ ผลกำรประเมินระดบั 5 จำนวน 1 ภำควิชำ ไดแ้ ก่ ภำควชิ ำเทคโนโลยีอำหำร ผลกำรประเมินในระดบั 4จำนวน 2 ภำควิชำไดแ้ ก่ ภำควิชำพืชศำสตร์ และภำควิชำวำริชศำสตร์ สำขำเทคโนโลยี ผลกำรประเมินระดับ 5 และ 4 อย่ำงละ 1 ภำควิชำ ได้แก่ ภำควิชำเทคโนโลยีชีวภำพอุตสำหกรรม และภำควิชำจุลชีววิทยำข้อค้นพบอน่ื ๆ ขอ้ คน้ พบจำกกำรสัมภำษณ์ผบู้ ริหำรในประเด็นเกี่ยวกบั ปัญหำ และอุปสรรคในกำรนำผลประเมินคุณภำพภำยนอกไปใชป้ ระโยชน์ หรือสิ่งท่ีผใู้ ช้ประโยชน์จำกรำยงำนผลกำรประเมินตอ้ งกำรสะทอ้ นกลบั ไปยงั ผปู้ ระเมินหรือหน่วยงำนท่ีเก่ียวขอ้ ง มีประเด็นท่ีน่ำสนใจดงั น้ี 1) การนาผลการประเมนิ ไปใช้ประโยชน์ขึ้นกบั ความจริงจงั ของผู้บริหาร ดงั คำให้สมั ภำษณ์ “..ถำ้ ผบู้ ริหำรใส่ใจ ติดตำมอยำ่ งต่อเน่ือง ผรู้ ับผดิ ชอบก็ตอ้ งทำจริง..ท่ีคณะตอ้ งใหร้ ำยงำนในท่ีประชุมคณะกรรมกำรประจำคณะ.....ถำ้ ไม่ติดตำม บำงคร้ังผรู้ ับผิดชอบอำจจะทิ้งประเด็นเหลำ่ น้ีไป ส่วนใหญ่จะใหค้ วำมสำคญั กบั ประเด็นท่ีเกี่ยวกบั ภำรกิจหลกั ของคณะ..” 2) ผลการประเมนิ คุณภาพไม่สามารถนามาแก้ไขได้ทุกประเด็น ต้องมกี ารจดั ลาดบัความสาคญั ดว้ ยคำยนื ยนั ดงั น้ี “ประเมินภำยนอก 5 ปี คร้ังกจ็ ริง...แต่ระบบประกนั คุณภำพทำกนั ทุกปี ท่ีเรียกว่ำประเมินคุณภำพภำยใน...เมื่อประเมินเสร็จก็ไดผ้ ลประเมินกลบั มำให้แกไ้ ขร่ำไป....ซ่ึงประเด็นที่วทิ ยำเขตหรือคณะตอ้ งแกไ้ ข ไม่ไดม้ ีแค่จำกระบบประกนั คุณภำพ แต่ยงั มีจำกผบู้ ริหำร 70
มหำวทิ ยำลยั จำกกำรประเมนิ ผบู้ ริหำร จำกขอ้ ร้องเรียนของนกั ศึกษำ หรือบุคลำกร....หลำยทำง ถำ้แกไ้ ขทุกเรื่อง คนทำงำนกเ็ หนื่อย ตอ้ งจดั ลำดบั ควำมสำคญั ....แกไ้ ขประเด็นเร่งด่วนที่กระทบคนหมู่มำกก่อน....” 3) การปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในบางประเด็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากมหาวทิ ยาลัยอย่างจริงจัง ดงั คำให้สมั ภำษณ์ “บำงอยำ่ งตอ้ งขอจำกมหำวิทยำลยั ...เช่นอตั รำกำลงังบประมำณ ขอ้ เสนอแนะที่เห็นทุกคร้ังคือจำนวนอำจำรยป์ ริญญำเอกในคณะไม่ไดต้ ำมเกณฑ์ อนัน้ีมหำวิทยำลยั มีกำรสนับสนุนงบประมำณเป็ นระบบ แต่เม่ือมีอำจำรยไ์ ปเรียน ก็กระทบกบั ภำระงำน ตอ้ งมีอตั รำกำลงั ชดเชยในช่วงขำดอำจำรย.์ ..” 71
บทที่ 5 สรุปผลการวจิ ยั อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ การวิจยั คร้ังน้ีเป็ นการศึกษาการนาผลประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปใช้ประโยชน์ของมหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วตั ถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั มี 2 ประการ คือ 1) เพื่ อ ศึ ก ษ าวธิ ีการ และข้นั ตอนที่ผบู้ ริหารมหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์นาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสองไปใชป้ ระโยชน์ และ 2) เพื่อศึกษารูปแบบการนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสองไปใชป้ ระโยชน์ที่แตกต่างกนั การวิจัยเร่ืองดงั กล่าวน้ีเป็ นการวิจยั เชิงคุณภาพตามแนวทางปรากฏการณ์วิทยา(Phenomenological Research) เพ่ือการทาความเขา้ ใจปรากฏการณ์การนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปใชป้ ระโยชน์ของผบู้ ริหารที่มสี ่วนร่วม หรือรับผดิ ชอบในการประเมินคุณภาพมหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ การเลือกตวั อยา่ งในการศกึ ษาคานึงถงึ จุดม่งุ หมายของการศึกษาเป็ นหลกั (Purposeful Sampling) โดยเลือกตวั อยา่ งที่มปี ระสบการณ์มากเป็ นพิเศษท่ีมีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองและยงั คงเป็ นผบู้ ริหารอยใู่ นขณะรวบรวมขอ้ มูล อนั ได้แก่ผูบ้ ริ หารของมหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ท้ังระดับมหาวิทยาลยั /คณะ จานวน 15 คน การดาเนินการเสร็จสิ้นเมื่อผวู้ จิ ยั ตระหนกั วา่ ขอ้ มลู ท่ีไดร้ ับมีความอิ่มตวั หรือสมบรู ณ์เพยี งพอ การศกึ ษาคร้ังน้ีใชก้ รอบทฤษฎีการนาผลการประเมินไปใชป้ ระโยชน์ (Theory ofEvaluation Utilization) เป็นแนวทางในการศึกษา ผวู้ ิจยั รวบรวมขอ้ มลู โดยการสมั ภาษณ์เชิงลกึ แบบไม่มีโครงสร้างเคร่งครัด (Unstructured Interview) ซ่ึงเป็ นการสนทนาอยา่ งธรรมชาติ เป็ นการพูดคุยกันอย่างไม่เป็ นทางการ จากน้ันผูว้ ิจยั วิเคราะห์ข้อด้วยการแยกแยะข้อมูล(Text) และสงั เคราะหโ์ ครงสร้าง (Structural Synthesis) ไดป้ ระเดน็ ในการวิจยั ซ่ึงสามารถสรุปไดด้ งั น้ีสรุปผลการวจิ ยั 1) วิธีการและข้ันตอนการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปใช้ประโยชน์ ในระดับมหาวิทยาลยั ระดบั คณะวิชา และระดับวิทยาเขต มีวิธีการและข้ันตอนท่ีแตกต่างกนั ในบางประเด็น โดยเฉพาะขอ้ เสนอแนะที่เก่ียวข้องกบั นโยบายการบริหารงานระดบัมหาวิทยาลยั จะตอ้ งสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของผบู้ ริหารจากทุกวทิ ยาเขต และรายงานต่อที่ประชุมสภามหาวทิ ยาลยั ส่วนในระดบั คณะวิชา การออกแบบวธิ ีการข้นั ตอน ข้ึนกบั ขอ้ เสนอแนะน้ันมีผลกระทบต่อหลายคณะวิชาหรือไม่ หากมีความเก่ียวเน่ืองกับหลายคณะ จะมีการแต่งต้ังคณะอนุกรรมการเพ่ือดาเนินการแกไ้ ขปัญหาหรือปรับปรุงในประเด็นดงั กล่าว และจะมีการ 72
รายงานต่อที่ประชุมวิทยาเขต หรือที่ประชุมคณบดีเป็ นระยะ ๆ แต่หากขอ้ เสนอแนะน้ันเป็ นประเดน็ เฉพาะเร่ืองในคณะวชิ าเดียว การดาเนินการปรับปรุง แกไ้ ข กส็ ้ินสุดท่ีคณะกรรมการประจาคณะ เช่นเดียวกบั ขอ้ เสนอแนะของวิทยาเขตท่ีมีลกั ษณะเฉพาะ ไม่กระทบกบั คณะวชิ าหรือวิทยาเขตอื่น การดาเนินการก็ส้ินสุดท่ีคณะกรรมการประจาวิทยาเขต เม่ือหน่วยงานแต่ละระดับดาเนินการครบรอบ 1 ปี ก็จะสรุปขอ้ มลู เพ่ือรายงานผลในรายงานประจาปี การประเมินคุณภาพ(Self Assessment Report) และนาเสนอต่อคณะกรรมการประเมินคุณภาพ 2) รูปแบบการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปใช้ประโยชน์ผลการวจิ ยั พบวา่ มกี ารนาไปใชใ้ นหลายมติ ิ ไดแ้ ก่ 2.1) ใชใ้ นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการมหาวิทยาลยั และวิทยาเขตท้ังระบบ เน่ืองจากขอ้ เสนอแนะจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองเก่ียวพนั กบั นโยบายการบริหารมหาวิทยาลยั และวิทยาเขต อาทิเช่นการทบทวนการบริหารงานในรูปแบบหลายวิทยาเขตนาไปสู่การกาหนดทิศทางการบริหารมหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์แบบหลายวิทยาเขต (Prince ofSongkla University System : PSU-System) ดว้ ยการสร้างจุดเน้นทางวิชาการ หรือ Flag Ship ของแต่ละวิทยาเขต 2.2) ใช้ในการแกไ้ ขปัญหาหรือปรับปรุงคุณภาพของนกั ศึกษาหรือบณั ฑิตเนื่องด้วยข้อเสนอแนะจากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองที่เกี่ยวขอ้ งกับคุณภาพของนักศึกษาหรือบณั ฑิตจะปรากฏอย่ใู นขอ้ เสนอแนะระดบั กลุ่มสาขาวิชา สอดคลอ้ งกบั ผลสารวจความพึงพอใจของนายจา้ งและผปู้ ระกอบการที่ประเมินคุณภาพบณั ฑิตที่สาเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ โดยเฉพาะในประเด็นความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษมหาวิทยาลยั จึงแต่งต้งั คณะอนุกรรมการจดั ทาแผนกลยทุ ธเ์ พอื่ แกไ้ ขปัญหาท้งั ระบบ 2.3) ใช้เป็ นเครื่ องมือในการสร้างขวญั กาลังใจหรื อสร้างแรงจูงใจของผปู้ ฏิบตั ิงาน จากผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกไดม้ ขี อ้ เสนอแนะใหม้ ีการนาแนวปฏบิ ตั ิที่เป็นเลิศ(Best Practices) จากท่ีหน่ึงไปใช้ในอีกท่ีหน่ึง เป็ นการยืนยนั และสะท้อนการดาเนินงานของมหาวิทยาลยั ในกิจกรรม “เวทีคุณภาพ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์” ว่าเป็ นกิจกรรมท่ีดีและสมควรดาเนินการต่อเนื่อง เพราะเป็ นการลดระยะเวลาที่ใชใ้ นการปรับปรุงประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็ นการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผทู้ ่ีประสบความสาเร็จและนาสิ่งท่ีเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกบั องคก์ รของตนเอง เกิดเป็นการพฒั นาคุณภาพที่มปี ระสิทธิผลต่อการดาเนินงาน 2.4) ใช้เป็ นเคร่ื องมือสะท้อนคุณภาพของมหาวิทยาลัยสู่สาธารณชนเน่ืองจากผลประเมินคุณภาพภายนอกท่ีสะท้อนจุดเด่นหรือจุดแข็งในบางภารกิจ ในบางกลุ่มสาขาวิชา สอดคลอ้ งกบั ผลการประเมินของหน่วยงานระดบั ชาติอื่น ๆ ทาให้มหาวิทยาลยั มีความ 73
เช่ือมน่ั ในนโยบายและระบบบริหารท่ีดาเนินการในเร่ืองน้ัน ๆ ยิ่งข้ึน การท่ีมหาวิทยาลยั มีผลสัมฤทธ์ิท่ีดีเผยแพร่สู่สาธารณชน นาไปสู่การยอมรับของชุมชน สังคม และประเทศชาติในบทบาทของมหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 3) ขอ้ คน้ พบอื่น ๆ ผลการวิจยั สะทอ้ นว่าการนาผลการประเมินไปใชป้ ระโยชน์ข้ึนกับความจริงจงั ของผูบ้ ริหาร หากผูบ้ ริ หารติดตามผลหรือวางระบบติดตามผลไว้ดี การดาเนินการก็ต่อเน่ือง เป็นรูปธรรม ขณะเดียวกนั ก็คน้ พบวา่ ผลการประเมินคุณภาพไมส่ ามารถนามาแกไ้ ขไดท้ ุกประเด็น ตอ้ งมีการจดั ลาดบั ความสาคญั และตอ้ งอาศยั การสนบั สนุนจากมหาวิทยาลยัอยา่ งจริงจงั โดยเฉพาะดา้ นทรัพยากรอภิปรายผล รู ป แ บ บ ก าร น าผ ลก าร ป ร ะเมิ น คุ ณ ภ าพ ภ ายน อ ก ร อ บ ส อ งไป ใช้ป ร ะโ ย ช น์ผลการวิจยั พบว่ามหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์มีการนาไปใช้ในหลายมิติ และให้ความสาคญั ท้งัระดบั คณะวิชา วทิ ยาเขต และมหาวิทยาลยั ซ่ึงแตกต่างจากแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.วจิ ิตร ศรี-สอา้ น ที่นาเสนอในการบรรยายสารธารณะเร่ือง “พฒั นาการของการทดสอบระดบั ชาติ และการประกนั คุณภาพการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน : เหลียวหลงั แลหนา้ ” ว่าปัญหาหลกั ของการประกนั คุณภาพคือการไม่นาผลประเมินไปใช้ จึงอยากให้รัฐบาลจดั ต้ังหน่วยงานใหม่เพื่อพฒั นาระบบผลการประเมินการศึกษาท่ีไดจ้ าก สทศ. และสมศ. เพื่อบอกภาพรวมระดบั คุณภาพของผลการศึกษาไทยควบคู่กบั การใชผ้ ลประเมินการศึกษาของนานาชาติ ( “ระบบประกนั คุณภาพการศึกษายงั ไร้ผล แนะสมศ.-สทศ.ต้งั เวลาปิ ดตวั เอง”, 2556) ขณะที่สถาบนั วิจยั เพื่อการพฒั นาประเทศไทย (นิพนธ์ พวัพงศกร, ยงยุทธ แฉลม้ วงษ์ และดิลกะ ลทั ธพพิ ฒั น,์ 2555) ไดน้ าเสนองานวิจยั เรื่องความเช่ือมโยงระหว่างสถานศึกษากบั ตลาดแรงงาน: คุณภาพผสู้ าเร็จการศึกษา และการขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพ โดยส่วนหน่ึงของงานวิจยั ได้แสดงสาเหตุที่ระบบอุดมศึกษาไม่สามารถผลิตผสู้ าเร็จการศึกษาใหม้ ีคุณภาพและทกั ษะสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตลาดแรงงานเนื่องจาก ก) การขาดข้อมลู จานวนผ้สู าเร็จการศึกษาในสาขาวชิ าต่างๆ ข) การเรียนการสอนส่วนใหญ่ในระดับอดุ มศึกษายงั เป็ นวธิ ีดั้งเดมิ และ ค) การประกนั คณุ ภาพ โดยปัญหาดา้ นการประกนั คุณภาพพบว่ายงั มปี ัญหาและอุปสรรคมากมาย เพราะยงั ไม่มีการประเมินว่าการลงทุนจดั ทาระบบประกันคุณภาพจะสามารถยกระดบั คุณภาพการศึกษาไทยไดม้ ากนอ้ ยเพียงใด คุม้ ค่าหรือไม่ ท้งั ที่สถานศึกษาตอ้ งใช้งบประมาณและกาลงั คนจานวนมากในการประเมินคุณภาพ ขณะเดียวกนั หน่วยงานเจา้ ของเร่ือง(เช่น สมศ. สกอ. และกพร.) ก็ยงั ไม่ได้นาข้อมลู และรายงานต่างๆ มาจดั ระบบเป็ นฐานขอ้ มูลท่ีสามารถนามาใชป้ ระเมิน “ตวั ระบบประกนั คุณภาพ” และประเด็นสาคญั คอื ยงั ไม่มีการนาผลการ 74
ประเมนิ ไปใช้ประโยชน์ในการจัดสรรทรัพยากรเพ่อื ปรับปรุงคณุ ภาพการศึกษา การเปิ ดเผยขอ้ มูลและรายงานต่อสาธารณะยงั เป็ นเร่ืองสมคั รใจของแต่ละสถาบนั การศึกษาท้งั ๆ ท่ีการจดั ทาระบบประกนั คุณภาพตอ้ งใชง้ บประมาณแผน่ ดินจานวนมาก ประเด็นที่ตอ้ งพิจารณากนั ต่อไป คือ ทาอย่างไรระบบประกนั คุณภาพจึงจะเป็ นเคร่ืองมือท่ีผบู้ ริหารการศึกษาในระดบั ประเทศและระดบัสถาบนั การศกึ ษาจะสามารถนาไปใชป้ รับปรุงและพฒั นาคุณภาพการศึกษาไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง ถงึ เวลาท่ีทุกฝ่ ายจะรวมกนั ยกเคร่ืองระบบตวั ช้ีวดั และองคป์ ระกอบการท่ีมีจานวนมากและมคี วามหมายกากวม ให้เหลอื นอ้ ยลง และเนน้ เฉพาะตวั แปรดา้ น output และ outcome แต่ท่ีสาคญั คือ รวมท้งั การทบทวนแนวคิดของการใชร้ ะบบประกนั คุณภาพในการ “กากบั ควบคุม” สถาบนั การศกึ ษา และหนัไปใช้ระบบประกันคุณ ภาพเป็ นเคร่ื องมือวัดความรับผิด (Accountability) ของผู้บริ หารสถาบนั การศกึ ษา ควบคู่กบั การจดั สรรงบประมาณ และระบบแรงจูงใจ ท้ังน้ี มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ได้มีการนาผลการประเมินคุณภาพไปใช้หลากหลายดา้ น ไดแ้ ก่ 2.1) ใชใ้ นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการมหาวิทยาลยั และวิทยาเขตท้ังระบบ เป็ นการนาผลประเมินคุณภาพไปใช้ท้ังในเชิงความคิด (Conceptual Use) และเชิงปฏิบตั ิการ (Instrumental Use) ตามกรอบทฤษฎีการนาผลการประเมินไปใชป้ ระโยชน์ (Theory ofEvaluation Utilization) (ศิริชยั กาญจนวาสี, 2550:151-170) เนื่องจากข้อเสนอแนะท่ีเกี่ยวขอ้ งกบัระบบบริหารวิทยาเขตของคณะกรรมการประเมินคุณภาพไดช้ ้ีประเด็นที่มอี ทิ ธิพลต่อความคิดของผบู้ ริหารหรือผเู้ ก่ียวข้อง แต่ไม่ได้นาไปสู่การตดั สินใจโดยตรงต่อแผนงาน/โครงการ/งาน ซ่ึงขอ้ เสนอแนะดังกล่าวของผูป้ ระเมินสอดคล้องกบั มติสภามหาวิทยาลยั คร้ังที่ 3/2549 วนั ที่ 29เมษายน 2549 (กองกลาง มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์, 2549) ผูบ้ ริ หารจึงมีการสะสมแนวความคิดเกี่ยวกบั การพฒั นาระบบวิทยาเขต ผลการประเมินจึงสามารถทาให้เกิดผลในเชิงความคิด สร้างความคิดใหม่ เมื่อสะสมมากๆ เขา้ นาไปสู่ผลในเชิงปฏิบัติ (Instrumental Impact)เก่ียวกบั แผนงาน/โครงการ/งาน ในระบบการบริ หารแบบหลายวิทยาเขต (Prince of SongklaUniversity System : PSU-System) นาไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบาย การจดั ลาดบั ความสาคญั ใหม่ทาใหแ้ ต่ละวิทยาเขตมีทิศทางความเป็ นเลิศ และทิศทางการบริหารงานท่ีชดั เจนยง่ิ ข้ึน และมีการดาเนินการอยา่ งเป็นรูปธรรมโดยเสนอขอความเห็นชอบจากสภามหาวทิ ยาลยั 2.2) ใชใ้ นการแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงคุณภาพของนักศึกษาหรือบณั ฑิตเป็นการใชใ้ นเชิงปฏิบตั ิ (Instrumental Use) ตามกรอบทฤษฎีการนาผลการประเมินไปใชป้ ระโยชน์เน่ืองด้วยข้อเสนอแนะจากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองที่เกี่ยวขอ้ งกับคุณภาพของนกั ศึกษาหรือบณั ฑิตจะปรากฏอยใู่ นขอ้ เสนอแนะระดับกลุ่มสาขาวิชา ข้อเสนอแนะดงั กล่าวน้ี 75
สอดคลอ้ งกบั ผลสารวจความพึงพอใจของนายจา้ งและผปู้ ระกอบการท่ีประเมินคุณภาพบณั ฑิตที่สาเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ (กองแผนงาน มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์,2553) ท่ีพบว่าขอ้ ท่ีนายจา้ ง/ผใู้ ชบ้ ณั ฑิตมีความพึงพอใจในระดบั มากดา้ นความรูค้ วามสามารถทว่ั ไปโดยมีค่าเฉลี่ยนอ้ ยใน 3 ขอ้ แรก ไดแ้ ก่ ความสามารถในการใชภ้ าษาองั กฤษ ความสามารถในการบริหารจดั การ และความสามารถในการวิเคราะห์สงั เคราะห์ และเม่ือเปรียบเทียบผลความพึงพอใจของนายจา้ ง/ผใู้ ช้บณั ฑิตมหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ ต้ังแต่รุ่นปี การศึกษา 2547-2551 พบว่านายจา้ ง/ผใู้ ชบ้ ัณฑิตส่วนใหญ่ประเมินคุณลกั ษณะดา้ นสามารถในการใชภ้ าษาองั กฤษนอ้ ยเป็ นลาดบั สุดทา้ ยของปี การศกึ ษาที่สารวจ มหาวทิ ยาลยั จึงแต่งต้งั คณะอนุกรรมการจดั ทาแผนกลยทุ ธ์เพอื่ แกไ้ ขปัญหาท้งั ระบบ มกี ารวางแผนการพฒั นาหลากหลายดา้ น อาทิ ดา้ นหลกั สูตรและการเรียนการสอน ดา้ นกิจกรรมส่งเสริมภาษาองั กฤษ ดา้ นสิ่งแวดลอ้ มทางภาษา จะเห็นไดว้ ่าผบู้ ริหารมีการใชผ้ ลการประเมิน เป็ นเคร่ืองมือช่วยในการลงมือปฏิบัติดาเนินงานโดยกาหนดแผนการดาเนินงานพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษของนกั ศึกษาท้งั ระบบ 2.3) ใช้เป็ นเครื่ องมือในการสร้างขวญั กาลงั ใจหรื อสร้างแรงจูงใจของผปู้ ฏิบตั ิงาน จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกไดม้ ขี อ้ เสนอแนะใหม้ ีการนาแนวปฏิบตั ิท่ีเป็นเลิศ(Best Practices) จากท่ีหน่ึงไปใช้ในอีกท่ีหน่ึง เป็ นการยืนยนั และสะท้อนการดาเนินงานของมหาวิทยาลยั ในกิจกรรม “เวทีคุณภาพ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์” ว่าเป็ นกิจกรรมท่ีดีและสมควรดาเนินการต่อเนื่อง เป็ นการใชใ้ นเชิงตรวจสอบยนื ยนั (Legitimate Use) ตามกรอบทฤษฎีการนาผลการประเมินไปใชป้ ระโยชน์ เป็ นการใชผ้ ลการประเมินเพ่ือเป็ นเหตุผลสนบั สนุน หรือยืนยันแนวทางการตัดสิ น ใจที่ ได้กระทาไว้ก่อนหน้า เน่ื องจากโครงการเวที คุณ ภาพมหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ ดาเนินการต้ังแต่ปี 2548 ก่อนมีขอ้ เสนอแนะจากผลการประเมินคุณภาพ (สานกั งานประกนั คุณภาพ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์, 2550) 2.4) ใช้เป็ นเคร่ื องมือสะท้อนคุณภาพของมหาวิทยาลัยสู่สาธารณชนเน่ืองจากผลประเมินคุณภาพภายนอกที่สะท้อนจุดเด่นหรือจุดแข็งในบางภารกิจ ในบางกลุ่มสาขาวิชา สอดคลอ้ งกบั ผลการประเมินของหน่วยงานระดบั ชาติอื่น ๆ ทาให้มหาวิทยาลยั มีความเช่ือมนั่ ในนโยบายและระบบบริหารที่ดาเนินการในเร่ืองน้ัน ๆ ยง่ิ ข้ึน จึงจดั เป็ นการใชป้ ระโยชน์ในเชิงตรวจสอบยนื ยนั (Legitimate Use) ตามกรอบทฤษฎีการนาผลการประเมินไปใชป้ ระโยชน์นบั เป็นการใชผ้ ลการประเมนิ เพื่อเป็นเหตุผลสนบั สนุน หรือยนื ยนั แนวนโยบายของมหาวิทยาลยั ที่ผบู้ ริหารไดก้ ระทาไวก้ ่อนหนา้ ผลการประเมินที่ไดเ้ ป็นการยนื ยนั ผลการตดั สินใจของผบู้ ริหารหรือผวู้ างนโยบาย เพราะผลการดาเนินงานของมหาวทิ ยาลยั เป็นท่ียอมรับของสาธารณชน 76
ข้อเสนอแนะ จากการวจิ ยั เรื่องการนาผลประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสองไปใชป้ ระโยชน์ :กรณีศึกษามหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ มีขอ้ เสนอแนะดงั น้ี 1) ขอ้ เสนอแนะในการนาผลการวจิ ยั ไปใช้ จากผลการวจิ ยั พบว่าวิธีการและข้นั ตอนการนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสองไปใชป้ ระโยชน์ ในระดบั มหาวทิ ยาลยั ระดบั คณะวิชา และระดบั วทิ ยาเขต มีความแตกต่างกนั ส่วนรูปแบบการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองไปใชป้ ระโยชน์มีหลายมติ ิ ผวู้ จิ ยัขอเสนอแนะแนวทางในการนาผลประเมินคุณภาพไปใชป้ ระโยชน์ ดงั ต่อไปน้ี 1.1) มหาวิทยาลยั ควรมีการออกแบบระบบงานและกระบวนการทางานท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การนาผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ในทุกระดับ ไม่เฉพาะเพ่ือใชส้ าหรับผลการประเมินในระบบการประกนั คุณภาพเท่าน้ัน เพ่ือใหผ้ เู้ กี่ยวขอ้ งมีวิธีการ และกระบวนการทางานที่ชดั เจน และผบู้ ริหารสามารถติดตามผลการดาเนินงานไดต้ ามกระบวนการท่ีวางไว้ 1.2) จากผลการวิจยั สะทอ้ นว่าข้อเสนอแนะท่ีมหาวิทยาลยั ไดร้ ับ ได้มาดว้ ยหลายวิธีการ ท้ังจากการประชุมสภามหาวิทยาลยั ผลการสารวจความพึงพอใจของนายจ้าง/ผปู้ ระกอบการ ผลการประเมินของนักศึกษา และอ่ืน ๆ ซ่ึงผบู้ ริหารจะมีการจดั ลาดบั ความสาคญัก่อนการนาไปปฏิบัติ ดงั น้ัน มหาวิทยาลยั ควรมีผูร้ ับผิดชอบการวิเคราะห์ข้อเสนอแนะเหล่าน้ีเพ่อื ใหข้ อ้ มลู ประกอบการตดั สินใจต่อผบู้ ริหารในการคดั เลือกประเดน็ การแกไ้ ข ปรับปรุงตามความเร่งด่วน และดาเนินการร่วมกนั อยา่ งเป็ นระบบทวั่ ท้งั องคก์ ร 2) ขอ้ เสนอแนะในการทาวจิ ยั คร้ังต่อไป 2.1) ใน การวิจัยคร้ังต่อไปควรเป็ นการวิจัยเชิงพัฒ น า (Research andDevelopment) เพ่ือสร้างรูปแบบและคู่มือประกอบการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้ประโยชน์ และทดลองใชร้ ูปแบบและค่มู ือ เพ่ือให้ไดผ้ ลลพั ธท์ ี่เป็นรูปธรรม มหาวิทยาลยั และคณะ/หน่วยงานสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ได้ 2.2) ควรมีการวิจยั เชิงปริมาณควบคู่กบั การวิจยั เชิงคุณภาพ เพ่ือวิเคราะห์หาปัจจยั ที่ส่งผลต่อการนาผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใชป้ ระโยชน์ และยนื ยนั ขอ้ คน้ พบเชิงปริมาณที่ไดด้ ว้ ยการวจิ ยั เชิงคุณภาพ 2.3) การการศึกษาคร้ังน้ีผวู้ ิจยั ใชท้ ฤษฎีการนาผลการประเมนิ ไปใชป้ ระโยชน์อนั ประกอบดว้ ยรูปแบบการใชผ้ ลการประเมิน และปัจจยั ที่ส่งผลต่อการใชผ้ ลการประเมนิ ในท่ีน้ี 77
ผวู้ ิจยั ไดศ้ ึกษาเพียงรูปแบบการใชผ้ ลการประเมิน การศึกษาคร้ังต่อไปจึงควรศึกษาให้ครอบคลุมกรอบทฤษฎี 78
บรรณานุกรมกองกลาง มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์. 2549. รายงานการประชุมสภามหาวทิ ยาลยั วนั ที่ 29 เมษายน 2549. สืบคน้ เม่ือ 1 พฤศจิกายน 2555, สืบคน้ จาก http://www.general.psu.ac.th/general.html.กองแผนงาน มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์. 2553. ความพงึ พอใจของนายจ้าง/ผ้ใู ช้บัณฑติ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ รุ่นปี การศกึ ษา 2550. เขา้ ถงึ ที่ http://www.planning.psu.ac.th/2012-06-06-08-35-23.html (28 กนั ยายน 2555)“พระราชกฤษฎีการจดั ต้งั สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คุณภาพการศกึ ษา (องคก์ าร มหาชน) พ.ศ.2543”. ราชกจิ จานุเบกษา. เล่ม 117 ตอนที่ 9 ก หนา้ 1-28. 3 พฤศจิกายน 2543.แคทลียา ศรีแปลก. 2544. ปัจจยั ทส่ี ่งผลต่อการใช้ผลการประเมนิ ภายในสถานศึกษาของโรงเรียน ประถมศึกษา : กรณศี กึ ษาโรงเรียนคนั นายาว. วทิ ยานิพนธป์ ริญญามหาบณั ฑิต (การวจิ ยั การศึกษา) บณั ฑิตวิทยาลยั จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั อา้ งถึงใน นภาภร ส่งแสง. (2550). การศึกษาปัจจยั ด้านผ้บู ริหารสถานศึกษาและด้านบริบทของสถานศึกษา ที่ส่งผลต่อการนา ผลการประเมนิ คณุ ภาพภายนอกไปใช้ในเชิงปฏิบตั เิ พอ่ื พฒั นาคณุ ภาพของสถานศึกษาข้นั พนื้ ฐาน สังกดั สานักการศึกษา กรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธก์ ารศกึ ษามหาบณั ฑิต สาขาการวจิ ยั และสถิติทางการศกึ ษา บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.ชุตินนั ท์ อิทธิรัตนา. 2548. “รูปแบบการจดั การประเมนิ คุณภาพภายนอกสถาบนั อดุ มศกึ ษาไทย”, ใน บทสรุปงานวจิ ยั ด้านการประกนั คุณภาพการศกึ ษาทไ่ี ด้รับทุนอดุ หนนุ การวจิ ยั จาก สมศ. (ปี 2545-2547). กรุงเทพฯ : สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คุณภาพ การศึกษา (องคก์ ารมหาชน).นงลกั ษณ์ วริ ัชชยั และวรรณี เจตจานงนุช. 2548. รายงานผลการประเมนิ คณุ ภาพภายนอก ระดบั อดุ มศึกษา. เขา้ ถึงที่ www.onesqa.or.th (1 ตุลาคม 2550).นภาภร ส่งแสง. 2550. การศึกษาปัจจยั ด้านผู้บริหารสถานศึกษาและด้านบริบทของสถานศกึ ษา ที่ ส่งผลต่อการนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกไปใช้ในเชงิ ปฏบิ ตั เิ พอื่ พฒั นาคณุ ภาพของ สถานศึกษาข้ันพนื้ ฐาน สังกดั สานักการศึกษากรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธก์ ารศกึ ษา มหาบณั ฑิต สาขาการวิจยั และสถิติทางการศกึ ษา บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนค- รินทรวโิ รฒ. 79
นวลจิรา ภทั รรังรอง และคณะ. 2549. ค่มู อื การจดั ทารายงานประจาปี การประเมนิ คณุ ภาพ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ (ฉบบั ปรับปรุงคร้ังที่ 2). สงขลา : อกั ษรศิลป์ .นิพนธ์ พวั พงศกร, ยงยทุ ธ แฉลม้ วงษ์ และดิลกะ ลทั ธพิพฒั น์. 2555. “ความเช่ือมโยงระหว่าง สถานศึกษากบั ตลาดแรงงาน: คุณภาพผสู้ าเร็จการศกึ ษา และการขาดแคลนแรงงานท่ีมี คุณภาพ”, เอกสารประกอบการสมั มนาประจาปี 2554, ยกเครื่องการศึกษาไทย: สู่ การศึกษาท่มี คี ุณภาพอย่างทว่ั ถงึ (Revamping Thai Education System: Quality for All), 15 กุมภาพนั ธ์ 2555, ณ หอ้ งบางกอกคอนเวนชนั เซน็ เตอร์ บี ช้นั 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนดแ์ ละบางกอก คอนเวนชนั เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวลิ ด.์เยาวลกั ษณ์ มหาสิทธิวฒั น์ และปัณณธร ชชั วรัตน์. 2551. กลยุทธ์การพฒั นาวฒั นธรรมคุณภาพ การศึกษาของอาจารย์วทิ ยาลยั พยาบาล ในสังกดั สถาบันพระบรมราชชนก. เขา้ ถึงท่ี www.bcnpy.ac.th (18 มนี าคม 2554).รณชยั บุญลือ มาเลยี น พ่วงอินทร์ และยพุ นิ ลลิตเถกิงพงศ์ . 2552. “ปัจจยั ท่ีส่งผลต่อปริมาณการ นาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสองไปปฏบิ ตั ิในโรงเรียนประถมศึกษาสงั กดั กรุงเทพมหานคร”, วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร. 6 (1,2) มิถุนายน 2551- มีนาคม 2552, หนา้ 126-145.“ระบบประกนั คุณภาพการศกึ ษายงั ไร้ผล แนะสมศ.-สทศ.ต้งั เวลาปิ ดตวั เอง”. 2556. เดลนิ ิวส์. วนั ท่ี 26 มกราคม 2556 หนา้ 22.วรัญญา ภทั รสุข. 2546. ระเบยี บวธิ ีวจิ ยั ทางสังคมศาสตร์ (พิมพค์ ร้ังที่ 2). กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั .วราภรณ์ บุญเจียม. 2546. ปัจจยั ที่ส่งผลต่อการใช้ผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกเพอ่ื พฒั นา คณุ ภาพของสถานศึกษาข้นั พนื้ ฐาน. วทิ ยานิพนธป์ ริญญาครุศาสตร์มหาบณั ฑติ สาขาการ วจิ ยั การศึกษา บณั ฑิตวิทยาลยั จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .วลั ลภา คชภกั ดี, สินีนาฏ บุญช่วย และสาลินี เพชรฤทธ์ิ. 2544. คู่มอื ประกนั คณุ ภาพ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์. กรุงเทพฯ : โอ เอส พริ้นต้ิงเฮา้ ส์.วารุณี ลภั นโชคดี. 2551. การพฒั นาตวั บ่งชีร้ วมการประเมนิ คณุ ภาพสถาบันอดุ มศึกษา : การ วเิ คราะห์ความไม่แน่นอนและความไว. วทิ ยานิพนธค์ รุศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาการวดั และประเมนิ ผลการศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .ศริ ิชยั กาญจนวาสี. 2550. ทฤษฎกี ารประเมนิ (พมิ พค์ ร้ังท่ี 6). กรุงเทพฯ : สานกั พิมพแ์ ห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . 80
สมาคมวิจยั สถาบนั และพฒั นาอุดมศกึ ษา. 2548. รายงานการวจิ ยั โครงการสังเคราะห์รายงานผลการ ประเมนิ ภายนอกมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏและมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล. (สาเนา)สานกั งานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา. 2551. คู่มอื การประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน สถานศกึ ษา ระดบั อดุ มศึกษา ฉบบั ปรับปรุง (มกราคม 2551). กรุงเทพฯ : หจก.ภาพพิมพ.์สานกั งานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา.2551. ค่มู อื การดาเนนิ งานเครือข่ายเพอื่ การพฒั นา อดุ มศกึ ษา. กรุงเทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา.สานกั งานประกนั คุณภาพ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์. 2550. เวทคี ณุ ภาพ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ 2550. สงขลา : โรงพมิ พอ์ กั ษรศิลป์ .สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน). 2549. คู่มอื การ ประเมนิ คุณภาพ ภายนอกระดับอดุ มศึกษา (ฉบบั ปรับปรุง). กรุงเทพฯ : จุดทอง.สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน). 2545. รายงานการ ประเมนิ คณุ ภาพสถาบันอดุ มศึกษา มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์. (สาเนา)สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน). 2545. กรอบแนวทาง การประเมนิ คุณภาพภายนอกระดับอดุ มศึกษา. กรุงเทพฯ : จุดทอง.สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน). 2547. พระราชบัญญตั ิ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2). กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค.สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน). 2550. รายงานการ ประเมนิ คุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์. (สาเนา)สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คุณภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน). 2550. คู่มอื การ ประเมนิ คุณภาพ ภายนอกระดบั อดุ มศึกษา รอบทส่ี อง (พ.ศ.2549-2553). กรุงเทพฯ : สมศ..สานกั มาตรฐานอุดมศกึ ษา สานกั งานปลดั ทบวงมหาวทิ ยาลยั . 2545. การประเมนิ ผลโครงการศกึ ษา และพฒั นาระบบการประกนั คุณภาพระดบั อดุ มศึกษาของทบวงมหาวทิ ยาลยั . กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ.์สานกั มาตรฐานอดุ มศกึ ษา สานกั งานปลดั ทบวงมหาวิทยาลยั . 2545. เสวนาคุณภาพ รายงานฉบับ สมบูรณ์โครงการวจิ ยั และพฒั นาระบบประกนั คุณภาพสาหรับสถาบนั อดุ มศึกษา. กรุงเทพฯ : ภาพพมิ พ.์สุระพรรณ พนมฤทธ์ิ และพร บุญมี. 2551. ปัจจยั ที่มผี ลต่อประสิทธิผลการดาเนินการประกนั คณุ ภาพการศึกษาวทิ ยาลยั พยาบาล ในสังกดั สถาบนั พระบรมราชชนก. เขา้ ถงึ ที่ www.bcnpy.ac.th (18 มนี าคม 2554). 81
สุวพร เซ็มเฮง และคณะ. 2547. รายงานการวจิ ยั เร่ืองการตดิ ตามผลผู้ประเมนิ ภายนอกสถาบนั อาชีวศึกษา. กรุงเทพฯ : สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คุณภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน).อมรวชิ ช์ นาครทรรพ. 2540. ในกระแสแห่งคณุ ภาพ : ข้อสรุปจากการวจิ ยั ศึกษาแนวโน้มความ เคลอื่ นไหวด้านการประกนั คุณภาพการศึกษาระดบั อดุ มศกึ ษาของประเทศต่าง ๆ ทวั่ โลก. กรุงเทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ.อาภรณ์ พลเยยี่ ม. 2542. การศึกษาการดาเนนิ การตามนโยบายการประกนั คณุ ภาพการศึกษา ระดับอดุ มศึกษา ของมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. วทิ ยานิพนธป์ ริญญาศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาการบริหารการศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.Asian development bank. 2008. Maximizing the Use of Evaluation Findings, available at http://www.adb.org/Documents/OED/Occasional-Papers/ Evaluation-Findings.pdf, accessed March 24, 2010.Creswell, John W. 2007. Qualitative Inquiry & Research Design : Choosing Among Five Approaches (2nd ed.). Thousand Oaks : Sage Publications.Dew, J.. 2009. “Quality Issues in Higher Education”. The Journal for Quality and Participation, 32(1), 4-9. Retrieved October 13, 2009, from ABI/INFORM Global. (Document ID: 1705194671).European University Association. 2007. Embedding Quality Culture in Higher Education : A Selection of Papers from the 1st European Forum for Quality Assurance. Belgium.Friese, S. 2011. ATLAS.ti 6 user guide and reference. Berlin: Scientific Software Development.Lemaitre, Maria Jose. (2009). “New approaches to quality assurance in the changing world of higher education”, keynote at the International Network for Quality Assurance Agencies in Higher Education (INQAAHE) Conference, New Approaches to Quality Assurance in the Changing World of Higher Education, 30th March-2nd April 2009, Abu Dhabi, United Arab Emirates, available at, http://www.inqaahe.org/main/conference-and- fora/inqaahe-2009-conference, accessed March 3, 2010.Nakhonchai Chan-urai, Songsak Phusee-orn and Paisarn Worakham. 2011. “The Development of the Model for Utilization of External Quality Evaluation Results for Quality Improvement of Small-Sized Schools in northeastern Thailand: An Application of 82
Organization Development Research”. European Journal of Social Sciences.21(2), 314-321. 83
ภาคผนวกภาพบรรยากาศการสมั ภาษณ์และการนาผลการสมั ภาษณ์ใหต้ รวจสอบ 84
85
86
Search