Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานระยะ 5 ปี พ.ศ.2566-2570

แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานระยะ 5 ปี พ.ศ.2566-2570

Published by กลุ่ม นโยบายและแผน, 2023-06-29 07:04:28

Description: แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานระยะ 5 ปี พ.ศ.2566-2570

Search

Read the Text Version

คำนำ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ได้การจัดทาแผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566 -2570 เพื่อใช้เป็นกรอบทศิ ทางในการดาเนินงานของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง และสถานศึกษาในสังกัด เพ่ือให้เกิดผลผลิต ผลลัพธ์ ตามที่กาหนดไว้ในแผน และสอดคล้องกับ นโยบายทางการศึกษาของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ตลอดจนใช้เป็นกรอบในการติดตามและประเมินผลการดาเนินงานของสานักงานเขตพ้ืนที่ การศึกษา มธั ยมศึกษาพงั งา ภูเกต็ ระนอง ใหเ้ กิดประสิทธภิ าพและประสิทธิผลสงู สุดตอ่ การพฒั นาการศกึ ษา สานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566-2570 จะเคร่ืองมือในการบริหารจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดและ เปน็ กรอบในการดาเนินงานและขับเคลือ่ นใหเ้ ป็นไปตามวตั ถุประสงค์และบรรลุเปา้ หมายต่อไป ขอขอบคุณผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกท่าน ที่ให้ข้อมูลและได้มีส่วนร่วมในการดาเนินงานการจัดทา แผนพัฒนาการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ.2566 – 2570 ของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง สาเร็จลลุ ว่ งด้วยไปด้วยดี สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภเู ก็ต ระนอง กลุ่มนโยบายและแผน

สารบัญ ส่วนท่ี 1 บทนา หนา้ ข้อมูลสภาพทั่วไป 1 1 โครงสร้างการบรหิ ารภายในสานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษามัธยมศกึ ษาพงั งา ภเู กต็ ระนอง 3 ข้อมลู พน้ื ฐาน ผลการดาเนินงาน 4 สว่ นที่ 2 กฎหมาย และแผนนโยบายการศกึ ษาที่เก่ยี วข้อง 6 ยทุ ธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี พ.ศ. 2561–2580 14 แผนแม่บทภายใต้ศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561 - 2580 14 แผนปฏิรปู ประเทศด้านการศึกษา 15 แผนการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2579 18 แผนการปฏิรปู ประเทศ 11 ด้าน ทเ่ี กีย่ วข้องกับกระทรวงศึกษาธกิ าร 19 พระบรมราโชบาย ในหลวงรัชกาลท่ี 10 สู่การปฏิบัติ 21 พระบรมราโชบายดา้ นการศึกษา ในหลวงรชั กาลที่ 10 24 นโยบายด้านการศึกษา 25 นโยบายรัฐบาล 11 ด้าน 25 หลกั การตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2566 26 นโยบายและจดุ เนน้ กระทรวงศกึ ษาธิการ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2566 27 สว่ นที่ 3 ทศิ ทางการพัฒนาการศกึ ษา 28 วิสัยทัศน์ 29 พันธกจิ 29 เป้าประสงค์ 29 กลยุทธ์ 29 จุดเนน้ 9 เพมิ่ PPR 9 Plus บริหารจดั การสูค่ วามเป็นเลิศ 30 คา่ นิยมร่วม (SMART) 30 โครงการท่ีสอดคลอ้ งกับกลยุทธ์ ดาเนนิ การในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 31 32

สารบญั (ตอ่ ) หน้า 34 ส่วนท่ี 4 โครงการแผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 34 ตารางโครงการแผนพฒั นาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 43 43 สว่ นที่ 5 การขบั เคลอ่ื นแผนสกู่ ารปฏบิ ตั ิ 44 การนาแผนไปสู่การปฏิบัติ 45 แนวทางการตดิ ตาม ตรวจสอบและประเมินผล 46 ภาคผนวก คาสง่ั สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ที่ 223/2565

สารบัญตาราง หนา้ 4 ตารางท่ี 1 แสดงจานวนโรงเรียน 27 โรงเรยี น แบ่งตามขนาดของโรงเรยี น 4 ตารางที่ 2 แสดงจานวนของนกั เรียน แบ่งตามระดับช้นั 5 ตารางท่ี 3 แสดงจานวนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 5 ตารางที่ 4 จานวนเครอื ขา่ ยบริหารจัดการสานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษา 7 มัธยมศกึ ษาพังงา ภูเกต็ ระนอง ตารางที่ 5 คะแนนเฉล่ยี O - NET ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ปีการศึกษา 2564 8 เปรยี บเทยี บระดับเขต ระดบั สพฐ. และระดับประเทศ 9 ตารางที่ 6 แสดงการเปรยี บเทียบคะแนนเฉล่ยี O-NET ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ระดับเขตพน้ื ท่ีการศึกษา 10 ปีการศึกษา 2562 – 2564 ตารางที่ 7 แสดงคะแนนเฉลี่ย O - NET ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2564 11 12 เปรียบเทยี บระดับเขต ระดับ สพฐ. และระดบั ประเทศ 13 ตารางท่ี 8 แสดงการเปรยี บเทียบคะแนนเฉลย่ี O – NET ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ระดบั เขตพ้นื ที่ การศึกษา ปกี ารศึกษา 2562 – 2564 ตารางท่ี 9 แสดงข้อมูลนกั เรียน จาแนกตามสญั ชาติ ปีการศกึ ษา 2565 ตารางที่ 10 แสดงจานวนนกั เรียนที่จบการศึกษาชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ปีการศึกษา 2564 ตารางท่ี 11 แสดงจานวนนกั เรียนทจ่ี บการศึกษาช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปกี ารศึกษา 2564

สารบญั รปู ภาพ หนา้ แผนภาพที่ 1 โครงสรา้ งการบรหิ ารงานของสานกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาพังงา ภูเกต็ ระนอง 3 แผนภาพที่ 2 เปรียบเทยี บคะแนน O – NET มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ปีการศึกษา 2564 7 แผนภาพที่ 3 เปรยี บเทียบคะแนน O – NET มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ปีการศึกษา 2562 และ 2564 8 แผนภาพท่ี 4 เปรียบเทยี บคะแนน O – NET มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ปกี ารศึกษา 2564 9 แผนภาพที่ 5 เปรียบเทยี บคะแนน O – NET มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ปกี ารศึกษา 2562 และ 2564 10 แผนภาพที่ 6 พระบรมราโชยายในหลวงรชั กาลที่ 10 สกู่ ารปฏิบัติ 24 แผนภาพที่ 7 นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2566 28 แผนภาพท่ี 8 จุดเน้น 9 เพ่ิม PPR 9 Plus บริหารจดั การสคู่ วามเปน็ เลิศ 30 แผนภาพที่ 9 คา่ นยิ มรว่ ม (SMART) 31

ส่วนที่ 1 บทนา ข้อมลู สภาพทั่วไป สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง เป็นหน่วยงานทางการศึกษาสังกัด สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบ ควบคุม กากับ ดูแล ส่งเสริมและ สนับสนุนการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานในเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง จานวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวดั พังงา จังหวดั ภเู กต็ และจังหวดั ระนอง ซง่ึ มสี ถานศึกษาในสงั กัด จานวน 27 โรงเรยี น สถานทต่ี ้ัง สานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาพงั งา ภเู ก็ต ระนอง ปัจจบุ ันตั้งอย่ทู ี่ 702 ถนนเพชรเกษม ตาบลท้ายช้าง อาเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา 82000 โทรศัพท์ : 076-481529 โทรสาร 076-481530 Website : www.sesao14.go.th พังงา (PHANGNGA) เป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขามีพ้ืนที่ 4,170.895 ตาราง กิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร ชื่อของจังหวัดพังงานั้นเดิมน่าจะเรียกว่า“เมืองภูงา” ตามชื่อเขางาหรือเขาพังงาซ่ึงอยู่ในตัวเมืองพังงาในปัจจุบัน เมื่อตั้งเมืองข้ึนจึงเรียกกันว่า “เมืองภูงา”เมืองภูงา อาจจะต้งั ช่ือให้คล้องจองเป็นคู่กับเมืองภูเก็ตมาแต่เดิมก็ได้แต่เหตุที่เมืองภูงากลายเป็นเมืองพังงาสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากเมืองภงู า เป็นเมืองท่ีมีแร่อุดมสมบรู ณ์จงึ มีฝรั่งมาติดต่อซื้อขายแร่ดีบุกกันมากและฝร่ังเหล่าน้ีคงจะ ออกเสยี งเมอื งภูงาเป็นเมือง “พังงา” เพราะแต่เดิมฝรั่งเขียนเมืองภูงาว่า PHUNGA หรือ PUNGA ซึ่งอาจอ่านว่า ภงู าหรอื จะอา่ นว่าพังงาหรือพังกาก็ได้ ภูเก็ต (PHUKET) เป็นจังหวัดท่ีได้ขึ้นชื่อว่า “ไข่มุกอันดามัน”เป็นช่ือเรียกอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่มีช่ือเสียงระดับโลก ถ้าใครเคยไปเท่ียวจะรู้เลยว่าเสน่ห์ของภูเก็ต ที่ทาให้นักท่องเท่ียวประทับใจ ไม่ได้มีเพียงแค่วิวสวยๆของทะเลอันดามันเท่าน้ัน ยังมีกิจกรรมการท่องเที่ยวสนุกๆ ให้เลือกมากมาย รวมถึง บรรยากาศของเมืองท่องเท่ียวที่คึกคักและมีชีวิตชีวาเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการหลีกหนีควา มวุ่นวายใน ชีวติ ประจาวันไปพกั ผอ่ นเจอผู้คนที่ยม้ิ แย้มแจ่มใส เป็นมิตร ชิมอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ และโรงแรมท่ีพักซึ่งมีให้ เลือกหลายราคาและบรรยากาศสภาพภูมิประเทศของภูเก็ตเป็นเกาะขนาดใหญ่ ต้ังอยู่บนภาคใต้ฝั่งทะเลอันดา มันมีพื้นท่ีประมาณ 543 ตารางกิโลเมตร ซ่ึงถือเป็นเกาะท่ีใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เช่ือมต่อกับแผ่นดินใหญ่ท่ี จังหวัดพังงา ผ่านทางสะพานสารสิน และทางหลวงหมายเลข 402 อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร เกือบๆ 900 กิโลเมตร มีประชากรประมาณ 3 แสนกวา่ คน และเน่อื งจากเป็นท่ตี ง้ั ของสนามบินนานาชาติ ทาให้ภูเก็ตเป็นจุด ตั้งต้นในการเดินทางไปตามแหล่งท่องเที่ยวและเกาะแก่งในจังหวัดรอบๆ อย่างเกาะพีพี อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลันหรือหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งอยู่ในจังหวัดพังงาและกระบี่แหล่งท่องเท่ียวท่ีมีช่ือเสียงของภูเก็ต มีมากมายหลายแห่ง โดยเฉพาะหาดทราย ที่อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ นับตั้งแต่ทางเหนือลงไปก็จะเป็น แผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 1

หาดไมข้ าว หาดในยาง หาดบางเทา หาดสุรนิ ทร์ หาดกมลา หาดปา่ ตอง หาดกะรนหาดกะตะ หาดในหาน และ ท่สี ดุ ปลายเกาะคอื แหลมพรหมเทพ ระนอง (RANONG) ภูมิประเทศประกอบด้วย ทิวเขา หุบเขาสลับซับซ้อน ทางทิศตะวันออกของ จังหวัด พ้ืนท่ีลาดเอียงลงสู่ทะเลอันดามันทางทิศตะวันตก ภูเขาสูงสุด คือ ภูเขาพ่อตาโชงโดง สูง 1,700 ฟุต นอกจากน้ี ยังมีท่ีราบแคบ ๆ ระหว่างแนวภูเขากับชายฝ่ังทะเล ก่อให้เกิดลาน้าสายสั้น ๆ หลายสาย แม่น้าท่ี สาคัญ ได้แก่ แม่นา้ กระบรุ ี เป็นแมน่ ้าสายสาคัญที่กน้ั พรมแดนไทย – พมา่ ต้นน้าเกิดจากเขาน้าตุ่นและเขาจอม แหทางทิศเหนือไหลลงทะเลอันดามันยาวประมาณ 95 กิโลเมตรคลองลาเลียงต้นน้าเกิดจากเขาบางใหญ่และ เขาแดนทางทิศเหนอื ไหลลงสแู่ มน่ า้ กระบุรี ทบี่ ้านนาน้อย ยาวประมาณ 30 กิโลเมตร คลองวัน ต้นน้าเกิดจาก เขาหินลุทางทิศเหนือของจังหวัดไหลลงสู่แม่น้ากระบุรี ที่บ้านทับหลี ยาวประมาณ 20 กิโลเมตรคลองกระบุรี ต้นน้าเกิดจากเขาผักแว่น เขตชุมพร – ระนอง แม่น้ากระบุรี ผ่านอาเภอกระบุรี ยาวประมาณ 20 กิโลเมตร คลองละอ่นุ ต้นนา้ เกิดจากเทอื กเขาห้วยเสียดและเขาหินด่านทางทิศตะวันออกไหลลงสู่แม่น้ากระบุรีที่บ้านเขา ฝาชี ยาวทั้งหมดประมาณ 35 กิโลเมตร คลองหาดส้มแป้นต้นน้าเกิดจากเทือกเขาจอมแหลม และเขานมสาว ไหลลงสู่ทะเลอันดามันท่ีบ้านเกาะกลาง ยาวท้ังหมดประมาณ 19 กิโลเมตรคลองกะเปอร์ ต้นน้าเกิดจากเขา ยายหม่อนไหลลงสู่ทะเลอันดามันที่บ้านบางลาพู ยาวทั้งหมดประมาณ 32 กิโลเมตร คลองกาพวน ต้นน้าเกิด จากเขาพระหมีไหลลงสู่ทะเลอันดามันที่บ้านกาพวน ยาวทั้งหมดประมาณ 19 กิโลเมตร ระนองเป็นจังหวัด ภาคใต้ตอนบนด้านทิศตะวันตกติดกับทะเลอันดามัน และประเทศพม่า โดยมีระยะทางจากกรุงเทพมหานคร ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณ 568 กิโลเมตร มีเนื้อท่ีประมาณ 3,298.045 ตารางกิโลเมตร ( 2,061,278 ไร่ ) เปน็ จงั หวดั ท่ีมพี ืน้ ที่มากเป็นอันดับที่ 60 ของประเทศไทยเป็นพ้ืนที่ราบ14% และภูเขา 86% มีเกาะใหญ่นอ้ ยในทะเลอนั ดามนั จานวน 62 เกาะ และมีอาณาเขตตดิ ตอ่ กับจงั หวัดใกลเ้ คยี ง ดังน้ี ทิศเหนอื : ตดิ ต่อกับ อาเภอทา่ แซะ จังหวัดชุมพร ทิศตะวนั ออก : ติดตอ่ กับ อาเภอเมือง,อาเภอสวี,อาเภอพะโตะ๊ จงั หวดั ชุมพร และอาเภอไชยา อาเภอท่าฉาง , อาเภอบ้านตาขนุ และก่ิงอาเภอวิภาวดี จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี ทิศใต้ : ติดตอ่ กับ อาเภอคุระบุรี จังหวดั พังงา และอาเภอคีรรี ัฐนิคม จงั หวัดสุราษฎร์ธานี ทิศตะวันตก : ติดตอ่ กับ ตดิ ต่อกับประเทศพม่า และทะเลอันดามัน แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 2

โครงสร้างการบริหารภายในสานกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษาพังงา ภูเกต็ ระนอง สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศกึ ษาพังงา ภเู กต็ ระนอง มภี ารกจิ หลักในการส่งเสรมิ สนบั สนนุ การจัดการศกึ ษาขั้นพื้นฐานระดบั มธั ยมศึกษา มสี ว่ นราชการภายในสานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาตามประกาศ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอื่ ง การแบ่งสว่ นราชการภายในสานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษา พ.ศ.2560 ประกาศ ณ วันท่ี 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 และฉบับที่ 2 ประกาศ ณ วนั ที่ 28 สงิ หาคม พ.ศ.2561 ดงั น้ี 1. กลุม่ อานวยการ 2. กลุ่มนโยบายและแผน 3. กล่มุ บรหิ ารงานบคุ คล 4. กลุ่มนเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจดั การศกึ ษา 5. กลุ่มสง่ เสริมการจัดการศกึ ษา 6. กลมุ่ บริหารงานการเงนิ และสนิ ทรพั ย์ 7. กลุ่มส่งเสรมิ การศกึ ษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร 8. กลุ่มพฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 9. กลุ่มกฎหมายและคดี 10. หนว่ ยตรวจสอบภายใน สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษามัธยมศึกษาพงั งา ภเู ก็ต ระนอง คณะกรรมการตดิ ตามตรวจสอบ ประเมนิ ผลและนเิ ทศตดิ ตาม หน่วยตรวจสอบ กลุ่มกฎหมายและคดี กล่มุ อานวยการ กลุม่ นโยบาย กล่มุ บริหารงาน กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุม่ สง่ เสริม และแผน การเงินและ การจัดการศกึ ษา สินทรพั ย์ กลุม่ ส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยี กลุม่ พัฒนาครแู ละ กลุ่มนิเทศ ตดิ ตาม และ สารสนเทศและการส่ือสาร บคุ ลากรทางการศกึ ษา ประเมินผลการจัดการศึกษา คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน โรงเรียน 27 แห่ง แผนภาพที่ 1 โครงสร้างการบริหารงานของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเกต็ ระนอง แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 3

ขอ้ มูลพืน้ ฐาน 1. จานวนโรงเรียนและนักเรียน ปกี ารศกึ ษา 2565 ตารางที่ 1 แสดงจานวนโรงเรียน 27 โรงเรียน แบ่งตามขนาดของโรงเรยี น ประเภท จานวนโรงเรยี น รอ้ ยละ 100 จานวนโรงเรียนทัง้ ส้นิ 27 40.74 จาแนกตามขนาดของโรงเรยี น 29.63 18.52 โรงเรยี นขนาดเล็ก (นกั เรยี น 1 – 499 คน) 11 11.11 โรงเรียนขนาดกลาง (นักเรยี น 500 – 1,499 คน) 8 โรงเรยี นขนาดใหญ่ (นกั เรยี น 1,500 – 2,499 คน) 5 โรงเรยี นขนาดใหญพ่ ิเศษ (นักเรยี น 2,500 คนข้นึ ไป) 3 ท่มี า ข้อมลู ณ วนั ท่ี 10 มถิ นุ ายน 2565 จากระบบ Data Management Center (DMC) 2. จานวนของนักเรียน ปีการศึกษา 2565 ตารางท่ี 2 แสดงจานวนของนักเรยี น แบ่งตามระดบั ชัน้ ประเภท จานวนหอ้ งเรยี น (ห้อง) จานวนห้องเรยี นทงั้ สน้ิ 877 จาแนกตามระดบั ช้ัน ระดบั ชนั้ จานวนนักเรยี น (คน) ร้อยละ จานวนนกั เรียนท้ังส้ิน 28,515 100 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 16,022 56.19 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 12,463 43.71 ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชพี (ปวช.) 30 0.10 ประเภท จานวนนักเรียน (คน) นกั เรยี นพิการเรยี นร่วมกับเด็กปกติ 114 นกั เรียนด้อยโอกาสเรยี นรว่ มกบั เดก็ ปกติ 4,025 ที่มา ขอ้ มูล ณ วนั ท่ี 10 มถิ ุนายน 2565 จากระบบ Data Management Center (DMC) แผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 4

3. จานวนของข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ตารางท่ี 3 แสดงจานวนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประเภท จานวน (คน) รอ้ ยละ 100 จานวนขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาท้งั สน้ิ 1,937 4.23 68.82 ผูบ้ ริหารสถานศึกษา 82 0.31 1.24 ครูผู้สอน 1,333 2.89 1.14 ศึกษานเิ ทศก์ 38 ค (1) 6 21.37 บุคลากร 38 ค (2) 24 พนกั งานราชการ 56 ลูกจา้ งประจา 22 ลกู จ้างชว่ั คราว 414 ที่มา ข้อมูล ณ วันท่ี 10 มิถุนายน 2565 จากระบบ Data Management Center (DMC) 4. จานวนเครือขา่ ยบริหารจัดการสานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเกต็ ระนอง 4 สหวิทยาเขต ตารางท่ี 4 แสดงจานวนเครือข่ายบริหารจดั การสานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาพังงา ภเู ก็ต ระนอง สหวิทยาเขต โรงเรยี น 1.โรงเรยี นดบี กุ พังงาวทิ ยายน สหวทิ ยาเขตพงิ กนั 2.โรงเรียนสตรพี ังงา 7 โรงเรยี น 3.โรงเรยี นเกาะยาววทิ ยา (จงั หวดั พงั งา) 4.โรงเรียนตะกั่วทุง่ งานทวีวทิ ยาคม 5.โรงเรียนคลองเคยี นรฐั ราษฎร์รงั สรรค์ 6.โรงเรียนท่งุ โพธิ์วิทยา 7.โรงเรยี นทบั ปดุ วิทยา 1.โรงเรียนตะกวั่ ป่า “เสนานุกลู ” สหวิทยาเขตสิมลิ ัน 2.โรงเรียนกะปงพทิ ยาคม 6 โรงเรียน 3.โรงเรียนตะกวั่ ป่าครี ีเขต (จงั หวัดพังงา) 4.โรงเรยี นครุ ะบุรีชัยพฒั นาพิทยาคม 5.โรงเรยี นทงุ่ มะพร้าววทิ ยา 6.โรงเรียนทา้ ยเหมอื งวทิ ยา แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 5

สหวิทยาเขต โรงเรียน 1.โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลยั สหวิทยาเทพกระษัตรี 2.โรงเรยี นสตรีภเู กต็ 7 โรงเรยี น 3.โรงเรยี นกะทวู้ ทิ ยา (จังหวัดภูเก็ต) 4.โรงเรยี นเมืองถลาง 5.โรงเรียนเชงิ ทะเลวทิ ยาคม “จุติ-กอ้ ง อนสุ รณ์” สหวิทยารตั นรงั สรรค์ 6.โรงเรียนวรี สตรีอนุสรณ์ 7 โรงเรยี น 7.โรงเรยี นเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรนี ครนิ ทร์ ภเู กต็ 1.โรงเรยี นพชิ ยั รตั นาคาร (จังหวดั ระนอง) 2.โรงเรยี นสตรรี ะนอง 3.โรงเรียนละอนุ่ วิทยาคาร 4.โรงเรียนกะเปอร์วิทยา 5.โรงเรยี นกระบุรวี ิทยา 6.โรงเรียนปากจัน่ วทิ ยา 7.โรงเรยี นสุขสาราษฎรร์ งั สรรค์ ผลการดาเนนิ งาน สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาพังงา ภูเกต็ ระนอง ตระหนักถึงความจาเป็นในการมงุ่ พฒั นา นักเรยี นทุกคนในทุกมิติอย่างตอ่ เน่ือง เพื่อใหน้ ักเรยี นบรรลถุ งึ ศกั ยภาพสูงสดุ ของตน มคี วามร้แู ละทกั ษะการ อ่านเขียนและคิดคานวณที่เข้มแขง็ เปน็ พนื้ ฐานสาคญั ในการเรียนรู้และการดารงชวี ิตในอนาคต ซ่ึงสานักงานเขตพืน้ ที่ การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเกต็ ระนอง มีผลการพฒั นาคุณภาพการศึกษา ดังน้ี ดา้ นคณุ ภาพการจดั การศึกษา 1. สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาท่ีมีผลการประเมินการบริหารและการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานตาม ตัวช้ีวัดแผนปฏิบัติราชการของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานบรรลุค่าเป้าหมายระดับมาก ประจาปงี บประมาณ 2564 จาก ดร.อัมพร พนิ ะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ 11 พฤศจกิ ายน 2564 2. ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติขน้ั พืน้ ฐาน (O-NET) ระดับชาติ ดังตอ่ ไปน้ี ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-NET) ในปีการศึกษา 2564 ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 3 และมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ในวิชาหลัก 5 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ อังกฤษ สังคมศึกษา ศาสนาวัฒนธรรม(สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมเฉพาะช้ัน ม. 6 มีระดบั คะแนนเฉลี่ยสงู กว่าระดบั สพฐ. และระดับประเทศ รายละเอยี ดดงั นี้ แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 6

- วิชาภาษาไทย ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนทุกระดับช้ันค่าเฉลี่ย สูงกว่าระดับ สพฐ. และ ระดับประเทศ โดยช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 มีค่าเฉลี่ยรวม ร้อยละ 60.73 ส่วนนักเรียนมัธยมศึกษาปีท่ี 6 มีคะแนนเฉลย่ี ร้อยละ 52.12 -วิชาคณิตศาสตร์ ผลสัมฤทธ์ิของนักเรียนทุกระดับช้ันค่าเฉล่ีย สูงกว่าระดับ สพฐ. และ ระดับประเทศ โดยช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ยรวม ร้อยละ 31.95 ส่วนนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 มคี ะแนนเฉลย่ี รอ้ ยละ 27.81 -วิชาวิทยาศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนทุกระดับชั้นค่าเฉล่ีย สูงกว่าระดับ สพฐ. และ ระดับประเทศ โดยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเฉล่ียรวม ร้อยละ 35.80 ส่วนนักเรียนมัธยมศึกษาปีท่ี 6 มคี ะแนนเฉลีย่ รอ้ ยละ 32.34 - วิชาภาษาอังกฤษ ผลสัมฤทธ์ิของนักเรียนทุกระดับชั้นค่าเฉลี่ย สูงกว่าระดับ สพฐ. และ ระดับประเทศ โดยชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 มีค่าเฉล่ียรวม ร้อยละ 37.38 ส่วนนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 มคี ะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 30.15 -วิชาสังคมศึกษา ผลสัมฤทธ์ิของนักเรียนทุกระดับช้ันค่าเฉลี่ย สูงกว่าระดับ สพฐ. และ ระดบั ประเทศ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 มีคะแนนเฉล่ยี รอ้ ยละ 40.92 2.1 ตารางที่ 5 แสดงคะแนนเฉลี่ย O-NET ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ปกี ารศึกษา 2564 เปรียบเทียบ ระดบั เขต ระดบั สพฐ. และระดับประเทศ กลุ่มสาระการเรยี นร้/ู วิชา ระดบั เขตพื้นที่ ระดบั สพฐ. ระดบั ประเทศ ภาษาไทย 60.73 52.13 51.19 ภาษาองั กฤษ 37.38 30.79 31.11 คณิตศาสตร์ 31.95 24.75 24.47 วทิ ยาศาสตร์ 35.80 31.67 31.45 จากตารางท่ี 5 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยในระดับมะยมศึกษาปีที่ 3 ผลการสอบ O-NET ปีการศึกษา 2564 ระดับเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง สูงกว่าค่าเฉล่ียระดับประเทศ ทงั้ 4 กล่มุ สาระการเรียนรู้ ดงั แผนภาพท่ี 2 แผนพฒั นาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 7

2.2 ตารางท่ี 6 แสดงการเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ีย O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระดับเขตพ้ืนท่ี การศึกษา ปีการศกึ ษา 2562 – 2564 กลุ่มสาระการเรยี นร้/ู วิชา ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ภาษาไทย 60.63 61.33 60.73 ภาษาอังกฤษ 38.41 41.23 37.38 คณิตศาสตร์ 32.10 33.02 31.95 วิทยาศาสตร์ 37.71 33.79 35.80 จากตารางที่ 6 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเฉลี่ยในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการสอบ O-NET ปีการศึกษา 2562 และ 2563 ระดบั เขตพื้นที่การศกึ ษามธั ยมศึกษาพังงา ภูเกต็ ระนอง สูงกวา่ คา่ เฉลีย่ ปีการศึกษา 2564 ดังแผนภาพที่ 3 แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 8

2.3 ตารางที่ 7 แสดงคะแนนเฉล่ีย O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2564 เปรียบเทียบ ระดับเขต ระดับ สพฐ. และระดบั ประเทศ กลมุ่ สาระการเรยี นร้/ู วชิ า ระดับเขตพ้ืนที่ ระดบั สพฐ. ระดับประเทศ ภาษาไทย 52.12 47.74 46.40 สงั คมศึกษา 40.92 37.45 36.87 ภาษาอังกฤษ 30.15 25.83 25.56 คณิตศาสตร์ 27.86 21.83 21.28 วิทยาศาสตร์ 32.34 29.04 28.65 จากตารางที่ 7 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผลการสอบ O – NET ปีการศึกษา 2564 ระดับเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง สูงกว่าค่าเฉล่ียระดับประเทศ ท้ัง 5 กลุ่มสาระ การเรียนรู้ ดงั แผนภาพที่ 4 แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 9

2.4 ตารางท่ี 8 แสดงการเปรียบเทยี บคะแนนเฉล่ยี O – NET ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ระดบั เขตพ้ืนที่ การศกึ ษา ปกี ารศึกษา 2562– 2564 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/วชิ า ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ภาษาไทย 46.00 49.51 52.12 สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 37.46 37.93 40.92 ภาษาอังกฤษ 32.53 34.00 30.15 คณติ ศาสตร์ 28.57 29.81 27.86 วทิ ยาศาสตร์ 30.32 36.25 32.34 จากตารางที่ 8 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเฉล่ียในระดับมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ผลการสอบ O-NET ปีการศึกษา 2563 และ 2564 ระดับเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง สูงกว่าค่าเฉลี่ย ปีการศึกษา 2562 ในทกุ กล่มุ สาระ ดงั แผนภาพท่ี 5 แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 10

ด้านโอกาสทางการศกึ ษา 1) ขอ้ มลู นักเรยี น จาแนกตามสญั ชาติ ปกี ารศกึ ษา 2565 ตารางท่ี 9 แสดงขอ้ มลู นักเรียนจาแนกตามสญั ชาติ ปกี ารศึกษา 2565 สัญชาติ รวม ม.ต้น รวม ม.ปลาย รวมท้ังหมด ร้อยละ ไทย 15,835 12,418 28,253 99.08 กมั พชู า 4 6 10 0.04 เกาหลใี ต้ 1 2 3 0.01 จีน 2 0 2 0.01 ญี่ปุน่ 1 1 2 0.01 เนปาล 3 0 3 0.01 ปากีสถาน 0 0 0 0.00 ฟิลปิ ปนิ ส์ 4 4 8 0.03 เมียนมา 121 42 163 0.57 มาเลเซยี 1 0 1 0.00 ลาว 8 3 11 0.04 อนิ เดีย 1 1 2 0.01 ไมป่ รากฏสัญชาติ 13 5 18 0.06 อ่นื ๆ 28 11 39 0.14 นกั เรยี นท้ังหมด 100.00 16,022 12,493 28,515 จากตารางแสดงจานวนสัญชาตินักเรียน แยกตามสัญชาติ ปีการศึกษา 2565 พบว่า นักเรียนในสังกัด มสี ญั ชาติไทยมากทส่ี ุด จานวน 28,253 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99.08 % ของจานวนนกั เรยี นท้งั หมด รองลงมาคือ สัญชาติเมียนมา จานวน 163 คน คิดเป็นร้อยละ 0.57% และสัญชาติอ่ืนๆ จานวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 0.14% ตามลาดบั แผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 11

2) จานวนนักเรยี นท่จี บการศึกษาชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ปกี ารศึกษา 2564 ตารางท่ี 10 แสดงจานวนนกั เรียนทจ่ี บการศกึ ษามัธยมศึกษาปีท่ี 3 ปีการศกึ ษา 2564 รายการ จานวน (คน) ร้อยละ ศกึ ษาต่อ ม.4 โรงเรยี นเดิม 3,523 75.86 ศกึ ษาต่อ ม.4 โรงเรยี นอืน่ ในจังหวัดเดิม 294 6.33 ศกึ ษาตอ่ ม.4 โรงเรียนอืน่ ในตา่ งจังหวัด 44 0.95 ศึกษาตอ่ ม.4 โรงเรยี นอ่นื ใน กทม. 51 1.10 สถาบันอาชีวศกึ ษาของรฐั บาล 423 9.11 สถาบันอาชีวศกึ ษาของเอกชน 2 0.04 ศึกษาตอ่ สถาบันอ่นื ๆ 301 6.48 ไมศ่ กึ ษาต่อ ทางานภาคการเกษตร 2 0.04 ไม่ศึกษาต่อ ทางานรบั จ้างท่ัวไป 1 0.02 ไม่ประกอบอาชีพและไมศ่ กึ ษาตอ่ 3 0.06 อืน่ ๆ 0 0.00 นักเรยี นจบทงั้ หมด 4,644 100.00 จากตารางแสดงจานวนนักเรียนท่ีจบการศึกษาช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 พบว่า นักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ส่วนใหญ่จบการศกึ ษาแลว้ ศึกษาต่อโรงเรียนเดิม คิดเป็นร้อยละ 75.86 รองลงมา ศึกษาต่อสถาบันอาชีวศึกษาของรัฐบาลคิดเป็นร้อยละ 9.11 และศึกษาต่อสถานบันอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 6.48 ตามลาดับ แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 12

3) จานวนนักเรยี นท่ีจบการศกึ ษาช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศกึ ษา 2564 ตารางที่ 11 แสดงจานวนนกั เรียนทจี่ บการศกึ ษาช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564 รายการ จานวน (คน) รอ้ ยละ มหาวิทยาลยั ของรฐั 2,798 83.45 มหาวทิ ยาลัยเปดิ ของรฐั 114 3.40 มหาวิทยาลัยของเอกชน 77 2.30 สถาบนั อาชีวศึกษาของรัฐบาล 22 0.66 สถาบนั พยาบาล 4 0.12 สถาบนั ทหาร 1 0.03 สถาบันอนื่ ๆ 253 7.55 ภาคเกษตร 9 0.27 คา้ ขาย ธุรกิจ 8 0.24 งานบริการ 11 0.33 รับจา้ งท่ัวไป 44 1.31 ไม่ประกอบอาชีพและไม่ศกึ ษาตอ่ 12 0.36 อน่ื ๆ 0 0.00 นกั เรียนจบทง้ั หมด 3,353 100.00 จากตารางแสดงจานวนนักเรียนท่ีจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564 พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนใหญ่จบการศึกษาแล้วศึกษาต่อมหาวิทยาลัยของรัฐ คิดเป็น ร้อยละ 83.45 รองลงมาต่อสถานบันอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 7.55 และศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเปิดของรัฐ คิดเป็น ร้อยละ 3.40 ตามลาดบั แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 13

ส่วนท่ี 2 กฎหมาย และแผนนโยบายการศกึ ษาที่เกยี่ วข้อง ยุทธศาสตรช์ าติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศมีความม่ันคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนา ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”นาไปสู่การพัฒนาให้คนไทยมีความสุข และตอบสนองต่อการบรรลุ ซ่ึงผลประโยชน์แหง่ ชาติ ในการที่จะพฒั นาคณุ ภาพชีวิต สรา้ งรายได้ระดับสูง เปน็ ประเทศพัฒนาแล้ว และสร้าง ความสุขของคนไทย สงั คมมคี วามม่ันคง เสมอภาคและเป็นธรรม ประเทศสามารถแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจ โดยมกี รอบดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์ด้านความม่ันคงประกอบด้วย 5 ประเด็น ไดแ้ ก่ 1) การรกั ษาความสงบภายในประเทศ 2) การปูองกันและแกไ้ ขปญั หาทีมีผลกระทบต่อความม่ันคง 3) การพฒั นาศักยภาพของประเทศใหพ้ ร้อมเผชญิ ภัยคกุ คามท่ีกระทบต่อความมัน่ คงของชาติ 4) การบรู ณาการความร่วมมือดา้ นความม่นั คงกับอาเซียนและนานาชาติ 5) การพฒั นากลไกลการบรหิ ารจดั การความมัน่ คงแบบองคร์ วม 2. ยุทธศาสตรด์ ้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 1) การเกษตรสรา้ งมลู คา่ 2) อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต 3) สร้างความหลากหลายด้านการท่องเทยี่ ว 4) โครงสร้างพืน้ ฐาน เช่ือมไทย เชื่อมโลก 3. ยุทธศาสตรด์ า้ นการพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์ 1) การปรบั เปลีย่ นค่านยิ มและวัฒนธรรม 2) การพฒั นาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวติ 3) ปฏิรูปกระบวนการเรยี นรทู้ ่ตี อบสนองต่อการเปล่ยี นแปลงในศตวรรษที่ 21 4) การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนษุ ย์ที่หลากหลาย 5) การเสรมิ สร้างให้คนไทยมีสุขภาวะท่ดี ี ครอบคลุมทั้งดา้ นกาย ใจ สตปิ ญั ญา และสงั คม 6) การสร้างสภาพแวดลอ้ มทีเ่ อ้อื ต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์ 7) การเสรมิ สร้างศักยภาพการกีฬาในการสร้างคุณค่าทางสังคมและพฒั นาประเทศ 4. ยุทธศาสตร์ด้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 1) การลดความเหลื่อมลา้ สร้างความเป็นธรรมในทกุ มติ ิ 2) การกระจายศนู ย์กลางความเจรญิ ทางเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี 3) การเสริมสร้างพลังทางสังคม 4) การเพ่มิ ขดี ความสามารถของชุมชนทอ้ งถ่นิ ในการพัฒนา การพึง่ ตนเองและการจัดการตนเอง แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 14

5. ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการสร้างการเติบโตบนคณุ ภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับส่งิ แวดล้อม 1) สร้างการเตบิ โตอย่างย่งั ยนื บนสังคมเศรษฐกจิ สเี ขยี ว 2) สร้างการเตบิ โตอยา่ งยงั่ ยืนบนสังคมเศรษฐกจิ ภาคทะเล 3) สรา้ งการเติบโตอยา่ งย่ังยนื บนสงั คมท่ีเป็นมิตรตอ่ สภาพภูมอิ ากาศ 4) พัฒนาพ้ืนท่ีเมือง ชนบท เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ มุ่งเน้นความเป็นเมือง ทีเ่ ติบโตอยา่ งตอ่ เนอื่ ง 5) พฒั นาความมน่ั คงน้า พลงั งาน และเกษตรที่เป็นมิตรต่อส่งิ แวดลอ้ ม 6) ยกระดับกระบวนทศั นเ์ พ่อื กาหนดอนาคตประเทศ 6. ยุทธศาสตรด์ า้ นการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การภาครัฐ 1) ภาครฐั ทยี่ ึดประชาชนเปน็ ศนู ย์กลางตอบสนองความตอ้ งการและให้บรกิ ารอยา่ งสะดวกรวดเร็ว โปรง่ ใส 2) ภาครัฐบริหารงานแบบบูรณาการโดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็นเปูาหมายและเช่ือมโยงการ พัฒนาในทุกระดับทุกประเดน็ ทกุ ภารกิจ และทุกพืน้ ท่ี 3) ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เหมาะสมกบั ภารกจิ สง่ เสริมให้ประชาชนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ในการพฒั นาประเทศ 4) ภาครัฐมคี วามทนั สมัย 5) บุคลากรภาครัฐเป็นคนดีและเก่ง ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสานึก มีความสามารถสูง ม่งุ มัน่ และเป็นมืออาชีพ 6) ภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดทจุ ริตและประพฤติมิชอบ 7) กฎหมายมคี วามสอดคลอ้ งเหมาะสมกบั บริบทตา่ ง ๆ และมเี ท่าทจี่ าเป็น 8) กระบวนการยุติธรรมเคารพสทิ ธิมนษุ ยชนและปฏบิ ตั ิต่อประชาชนโดยเสมอภาค แผนแม่บทภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 1. การปรบั เปล่ียนคา่ นิยมและวัฒนธรรม การมีวินัย ความซ่ือสัตย์สุจริต การมีจิตอาสา จิตสาธารณะ และความตระหนักถึงหน้าท่ีต่อประโยชน์ ส่วนรวม รวมทั้ง การส่งเสริมให้ประชาชนยึดมั่นสถาบันหลักที่เป็นศูนย์รวมจิตใจให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความภาคภูมใิ จในความเปน็ ไทยทม่ี ีอัตลักษณ์และความโดดเด่นจนเป็นท่ีประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ท้ังในด้าน ความมีน้าใจความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ ความมีไมตรีและความเป็นมิตร โดยมุ่งเน้นให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝัง ค่านิยมวัฒนธรรมท่ีพึงประสงค์ ซง่ึ บูรณาการร่วมระหว่างภาคีต่าง ๆ อาทิ ครอบครัว ชุมชน ศาสนา การศึกษา สื่อภาคเอกชน และภาคประชาสงั คม ในการหลอ่ หลอมคนไทยให้มีคุณธรรม จริยธรรม ในลักษณะท่ีเป็น “วิถี” การดาเนนิ ชวี ิต โดยวางรากฐานการพัฒนาคนให้มคี วามสมบูรณ์ เริม่ ตงั้ แต่การพัฒนาคนให้มีสุขภาพกายและใจ ท่ีดี บนพ้ืนฐานของการมีส่วนร่วมของสถาบันสังคมและวัฒนธรรมท่ีเข้มแข็งท้ังครอบครัว ชุมชน ศาสนา การศึกษา สื่อ และภาคเอกชน การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และการเสริมสร้างจิตสาธารณะและ แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 15

การเป็นพลเมืองท่ีดี การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมท่ีพึงประสงค์จากภาคธุรกิจ การใช้สื่อและสื่อสารมวลชน ในการปลูกฝังค่านิยมและวฒั นธรรมของคนในสังคม แก่เด็กเยาวชนและประชาชน 2. การพัฒนาคนตลอดชว่ งชีวิต การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิตจาเป็นต้องมีการวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศอย่าง เปน็ ระบบโดยต้องมุ่งเนน้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ สร้างความ อยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทยซ่ึงเป็นหน่วยที่ย่อยที่สุดเพื่อให้สามารถเป็นพลังในการขับเคลื่อนช่วยเหลือสังคม พัฒนาและยกระดับคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ท่ีดี เก่ง และมีคุณภาพพร้อม ขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพซ่ึง “คนไทยในอนาคตจะต้องมีความพร้อมทั้ง กาย ใจ สติปัญญามีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคม และผู้อื่น มัธยัสถ์อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ หลักคิดที่ถูกต้องมี ทกั ษะทจ่ี าเปน็ ในโลกอนาคต สามารถใชภ้ าษาไทยไดด้ ี มีทักษะส่ือสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ี 3 และอนุรักษ์ ภาษาท้องถ่นิ มนี สิ ัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทย ที่มีทักษะสูง เป็นนักพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงและนวัตกรรม นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกร ยุคใหม่และอ่ืนๆ โดยมี สัมมาชีพตามความถนดั ของตนเอง” แผนแม่บท ประเด็น ศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การสร้างสภาพแวดล้อม ท่ีเอ้ือต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการต้ังครรภ์จนถึงปฐมวัย การพัฒนาชว่ งวยั เรียน/วัยรนุ่ การพฒั นาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน การสง่ เสรมิ ศักยภาพวัยผูส้ ูงอายุ 3. การพฒั นาการเรยี นรู้ การเสรมิ สร้างและยกระดับการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และ การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21 มีการ ออกแบบระบบการเรียนรใู้ หม่ การเปล่ียนบทบาทครู การเพิ่มประสทิ ธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการ พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเน่ืองแม้ จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ รวมถงึ การสรา้ งเสริมศกั ยภาพผู้มคี วามสามารถพิเศษใหส้ ามารถต่อยอด การประกอบอาชีพได้อย่างม่ันคง การ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ท่ีตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษท่ี 21 ด้วยการปรับเปล่ียนระบบการเรียนรู้ สาหรับศตวรรษท่ี 21 โดยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้น ต้ังแต่ปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา ท่ีใช้ ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะสหวิทยาการการตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย ด้วยการ พัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา ผ่านครอบครัว ระบบสถานศึกษา สภาพแวดล้อม รวมทั้งสื่อ โดยพัฒนาระบบ บริหารจดั การ 4. ความเสมอภาคและหลกั ประกันทางสังคม ความเสมอภาคและหลกั ประกนั ทางสงั คมเป็นกลไกสาคัญของการกาจัดวงจรความเหล่ือมล้าและความ ยากจนที่จะถูกถา่ ยทอดจากรุ่นสู่รุน่ ได้อย่างยงั่ ยนื โดยเฉพาะกลมุ่ ดอ้ ยโอกาสและกลุ่มเปราะบางการคุ้มครองทาง สงั คมขน้ั พนื้ ฐานและหลกั ประกันทางเศรษฐกจิ สังคม และสุขภาพ เน้นการขยายความคุ้มครองทางสังคมข้ันต่าให้ ทุกชีวิตให้สามารถดารงชีวิตได้อย่างสมกับความเป็นมนุษย์ โดยเป็นสวัสดิการท่ีทุกภาคส่วนร่วมกันรับผิดชอบ แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 16

สร้างระบบคุ้มครองและปูองกันแบบถ้วนหน้า และพัฒนาระบบหลักประกันทางสังคมด้านสุขภาพและ เศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ครอบคลุมอย่างท่ัวถึงและเป็นธรรมมาตรการ แบบเจาะจง กล่มุ เปาู หมายเพ่ือแก้ปญั หาเฉพาะกลุม่ เนน้ การพฒั นามาตรการและพัฒนากลไกสนับสนุนช่วยเหลือประชาชน ในกลุ่มเปราะบาง มีความเสี่ยงสูง และมีความสามารถในการปรับตัวต่าเพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ ทรพั ยากรของรฐั ในการแก้ปญั หาให้ตรงจดุ และตรงกบั กลมุ่ ท่ีต้องการความช่วยเหลอื อยา่ งแท้จริงและเหมาะสม 5. การวิจยั และพฒั นานวัตกรรม การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมจาเป็นต้องมีแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เรื่องการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมโดยกาหนดเปูาหมายให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพ้ืนฐานทางเทคโนโลยี และด้านโครงสร้างพน้ื ฐานทางวทิ ยาศาสตร์ของประเทศเพิ่มสูงขึ้น และมีมูลค่าการลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเนื่อง รวมท้ัง กาหนดตัวช้ีวัดผลการดาเนินงานท่ีสาคัญ อาทิ การจัดอันดับโดยสถาบันการจัดการนานาชาติ และร้อยละของมูลค่าการลงทุนวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ท้ังนี้ เพ่ือให้การดาเนินการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ของประเทศไทยสามารถ ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ในประเทศ ยกระดับภาคการผลิตและบริการ แก้ไขปัญหา ของสังคมพัฒนาการบริหารจัดการภาครัฐ รวมท้ัง รักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ ประเทศตลอดจนมงุ่ เนน้ การบูรณาการหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การบริหารจัดการงานวิจัย และการสร้างองค์ความรู้พ้ืนฐานต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมท่ีตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ศักยภาพของผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรมและบริการที่สามารถใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง โดยส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีบทบาทนา รวมท้ังการสร้างเครือข่ายร่วมกับภาคการศึกษาทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ตลอดจนการพัฒนา มาตรฐาน คุณภาพ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านสังคม มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมท่ีเป็น เคร่ืองมือในการขับเคล่อื นสังคมไทย การยกระดับคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชนทกุ กลุม่ ท้งั ด้านสุขภาพ การศึกษา และการเข้าถึงบริการและสวัสดิการของรัฐ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านส่ิงแวดล้อม มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมที่เป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์และฟ้ืนฟูความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายท าง ชีวภาพของทรัพยากรทางบก ทางน้าและทางทะเล รวมทัง้ การจัดการมลพิษ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ การจัดการก๊าซเรือนกระจก การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านองค์ความรู้พ้ืนฐาน มุ่งเน้นการวิจัยท่ีสร้างองค์ ความรู้พ้นื ฐานเพ่ือการสะสมองค์ความรู้ การต่อยอดไปสู่การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านปัจจัยสนับสนุนในการ วิจัยและพฒั นานวตั กรรม มุ่งเน้นการพัฒนาปัจจัยสนับสนุน อาทิโครงสร้างพื้นฐานและส่ิงอานวยความสะดวก ดา้ นการวิจัยและพฒั นานวัตกรรม ระบบบริหารจดั การงานวิจยั เพือ่ นาไปสู่การใช้ประโยชน์อยา่ งเปน็ รูปธรรม แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 17

แผนปฏิรูปประเทศดา้ นการศกึ ษา ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 258 จ. โดยสรุปได้บัญญัติให้มีการดาเนินการ ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ครอบคลุมให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อให้เด็ก เล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายให้ ดาเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดต้ังกองทุนเพ่ือลดความเหล่ือมล้าทางการศึกษาให้มีกลไก และระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครูมีความรู้ ความสามารถอย่างแทจ้ รงิ ได้รบั คา่ ตอบแทนทีเ่ หมาะสมกบั ความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้ง มีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครูให้มีการปรับปรุงการจัดการเรียน การสอนทกุ ระดับเพอื่ ให้ผู้เรยี นสามารถเรยี นได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เพอ่ื บรรลเุ ปาู หมายดังกล่าว โดยสอดคลอ้ งกันท้ังในระดับชาติและระดับพื้นที่ ทั้งน้ีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 261 กาหนดให้การปฏิรูปตามมาตรา 258 จ. ด้านการศึกษามีคณะกรรมการ ท่ีมีความเป็นอิสระคณะหน่ึง ทีค่ ณะรัฐมนตรีแตง่ ต้ัง ดาเนินการศึกษาและจัดทาข้อเสนอแนะและร่างกฎหมาย ที่เก่ียวข้องในการดาเนินการ ใหบ้ รรลุเปูาหมายเพ่ือเสนอคณะรฐั มนตรดี าเนินการต่อไป นอกจากนี้ การปฏิรูปการศึกษายังเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศเพื่อสนับสนุนการบรรลุตาม ยุทธศาสตร์ชาติท่กี าหนดไว้ในดา้ นตา่ งๆ เน่ืองด้วยการศึกษาเป็นพ้ืนฐานท่ีสาคัญของการพัฒนาประเทศ ดังนั้น แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาจึงเป็นองค์ประกอบสาคัญที่จะสนับสนุนการดาเนินกา รตาม ยุทธศาสตร์ชาติทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างย่ิงด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ด้านความเท่าเทียม และ ความเสมอภาคของสังคม และดา้ นขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั การพฒั นาเศรษฐกจิ และการกระจายรายได้ ปญั หาและความทา้ ทายท่ีสาคัญในการปฏิรูปการศึกษา ปัญหาของระบบการศึกษาของไทย มีความซับซ้อนสูง คุณภาพของการศึกษาต่า ความเหลื่อมล้าทางการศึกษาสูง ปัญหาของระบบการศึกษา เป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การใช้ทรัพยากรทางการศึกษา ยังไม่มีประสิทธิภาพ การกากับดูแลและการบริหารจัดการระบบการศึกษาของภาครัฐในด้านธรรมาภิบาล เป็นอุปสรรคสาคัญท่ีบ่ันทอน ประสิทธิผลของการนาประเด็นการปฏิรูปการศึกษาสู่การปฏิบัติ รวมถึงบริบท ของประเทศและของโลกกาลัง เปลีย่ นแปลงอยา่ งรวดเรว็ จากปญั หาและความท้าทายของระบบการศึกษาของไทยท่ีได้วิเคราะห์ไว้ในข้อเสนอ เพือ่ การปฏริ ูปการศึกษาจากหน่วยงานตา่ งๆ ข้อเสนอจากการรับฟังความคดิ เห็นสาธารณะในภูมิภาคต่างๆ เวที ทางวิชาการ มาประกอบการพิจารณาปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาทาให้แผนการปฏิรูป ประเทศด้านการศกึ ษานี้ประกอบด้วยวัตถุประสงคข์ องการปฏริ ูป 4 ด้าน 1) ยกระดบั คุณภาพของการจดั การศึกษา (Enhance quality of education) 2) ลดความเหล่อื มล้าทางการศกึ ษา (Reduce disparity in education) แผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 18

3) มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Leverage excellence and competitiveness) 4) ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับ ความหลากหลายของการจดั การศกึ ษา และสรา้ งเสริมธรรมาภบิ าล ( Improve Efficiency, agility and good governance) โดยได้กาหนดแผนงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษา 7 เรอื่ ง 1) การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ และกฎหมายลาดับรอง 2) การปฏิรปู การพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวยั เรียน 3) การปฏริ ูปเพ่ือลดความเหล่ือมล้าทางการศึกษา 4) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลติ คัดกรอง และพฒั นาผ้ปู ระกอบวชิ าชีพครู และอาจารย์ 36 5) การปฏิรูปการจดั การเรียนการสอนเพอ่ื ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 6) การปรับโครงสร้าง ของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพ่ือบรรลุเปูาหมายในการ ปรับปรุงการจัดการเรียน การสอน และยกระดบั คณุ ภาพของการจดั การศึกษา 7) การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล (Digitalization for Educational and Learning Reform) แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2560 - 2579 เป็นแผนท่ีวางกรอบเปูาหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทย ทกุ คนสามารถเขา้ ถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาท่ีมีคุณภาพพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาท่ี มีประสิทธิภาพพัฒนาคนให้มีสมรรถนะให้มีประสิทธิภาพในการทางานท่ีสอดคล้องกับการต้องการของ ตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ โดยมสี าระสาคัญดังนี้ วิสัยทศั น์ “คนไทยทกุ คนได้รบั การศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดารงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้อง กบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปล่ียนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21” โดยมีวัตถุประสงค์ในการ จดั การศกึ ษา 4 ประการ คือ 1. เพือ่ พฒั นาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธภิ าพ 2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดีมีคุณลักษณะทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยพระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติและยทุ ธศาสตรช์ าติ 3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคีและร่วมมือ ผนกึ กาลงั ม่งุ ส่กู ารพัฒนาประเทศอย่างย่งั ยนื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 4. เพ่ือนาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศท่ีมีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้า ภายในประเทศลดลง แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 19

ยุทธศาสตร์ ประกอบ 6 ยุทธศาสตร์ ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 : การจัดการศกึ ษาเพ่ือความม่นั คงของสงั คมและประเทศชาตมิ เี ปาู หมายดังนี้ 1.1 คนทุกชว่ งวยั มีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ 1.2 คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพ้ืนที่พิเศษได้รับ การศกึ ษาและเรียนรู้อย่างมคี ณุ ภาพ 1.3 คนทกุ ช่วงวัยได้รบั การศึกษา การดูแลและปูองกันจากภยั คุกคามในชวี ิตรปู แบบใหม่ ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การผลิตและพัฒนากาลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการ แขง่ ขันของประเทศ มีเปาู หมาย ดังน้ี 2.1 กาลังคนมีทักษะท่ีสาคัญจาเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงานและการ พัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศ 2.2 สถาบนั การศึกษาและหน่วยงานทจ่ี ัดการศึกษาผลติ บัณฑิตที่มีความเช่ียวชาญและเปน็ เลิศเฉพาะด้าน 2.3 การวิจยั และพัฒนาเพือ่ สร้างองค์ความรู้ และนวตั กรรมที่สร้างผลผลติ และมูลคา่ เพม่ิ ทางเศรษฐกิจ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 : การพัฒนาศกั ยภาพคนทุกชว่ งวัย และการสร้างสงั คมแห่งการเรยี นรู้มเี ปูาหมาย ดงั น้ี 3.1 ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพ้ืนฐานของพลเมืองไทย และทักษะและคุณลักษณะที่จาเป็นใน ศตวรรษที่ 21 3.2 คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและ มาตรฐานวชิ าชพี และพัฒนาคุณภาพชวี ติ ไดต้ ามศกั ยภาพ 3.3 สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างมี คณุ ภาพและมาตรฐาน 3.4 แหล่งเรียนรู้ ส่ือตาราเรียน นวัตกรรม และส่ือการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐาน และ ประชาชนสามารถเข้าถงึ ไดโ้ ดยไม่จากัดเวลาและสถานท่ี 3.5 ระบบและกลไกการวดั การตดิ ตาม และประเมนิ ผลมีประสิทธภิ าพ 3.6 ระบบการผลติ ครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษา ได้มาตรฐานระดบั สากล 3.7 ครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา ไดร้ ับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน ยุทธศาสตร์ที่ 4 : การสรา้ งโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทียมทางการศึกษามีเปูาหมาย ดงั น้ี 4.1 ผู้เรียนทกุ คนไดร้ ับโอกาสและความเสมอภาคในการเขา้ ถงึ การศึกษาทีม่ ีคุณภาพ 4.2 การเพ่ิมโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดจิ ิทลั เพ่ือการศกึ ษาสาหรบั คนทุกชว่ งวยั 4.3 ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้องเป็นปัจจุบันเพื่อการวาง แผนการบรหิ ารจัดการศกึ ษา การติดตามประเมนิ และรายงานผล ยทุ ธศาสตร์ที่ 5 : การจดั การศกึ ษาเพื่อสรา้ งเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเปน็ มติ รกับสงิ่ แวดล้อมมีเปูาหมาย ดงั น้ี 5.1 คนทุกช่วงวัย มีจิตสานึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนาแนวคิดตามหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสู่การปฏิบัติ แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 20

5.2 หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และส่ือการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม คณุ ธรรม จริยธรรม และการน าแนวคดิ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสู่การปฏบิ ตั ิ 5.3 การวิจัยเพ่ือพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม ยทุ ธศาสตร์ที่ 6 : การพัฒนาประสทิ ธภิ าพของระบบบริหารจดั การศกึ ษามีเปาู หมายดังน้ี 6.1 โครงสร้าง บทบาท และระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัวชัดเจนและสามารถ ตรวจสอบได้ 6.2 ระบบการบรหิ ารจดั การศึกษามปี ระสิทธภิ าพและประสิทธิผลส่งผลต่อคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 6.3 ทุกภาคสว่ นของสงั คมมีส่วนร่วมในการจัดการศกึ ษาที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนและพน้ื ท่ี 6.4 กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะท่ีแตกต่างกันของ ผู้เรยี น สถานศึกษา และความตอ้ งการกาลงั แรงงานของประเทศ 6.5 ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามีความเป็นธรรมสร้างขวัญ กาลังใจ และสง่ เสรมิ ใหป้ ฏบิ ัติงานไดอ้ ย่างเตม็ ตามศกั ยภาพ แผนการปฏิรปู ประเทศ 11 ดา้ น ท่ีเกย่ี วกบั กระทรวงศกึ ษาธิการ 1. ด้านการเมือง ประชาชนมีความรู ความเข้าใจท่ีถูกต้องเก่ียวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข ยอมรับความเหน็ ที่แตกต่างกัน พรรคการเมืองดาเนินกิจกรรมโดยเปิดเผย และตรวจสอบได้ดารงตาแหน่งทางการเมืองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซ่ือสัตย์สุจริตเกิดการแก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยการเสริมสร้างวัฒนธรรมทาง การเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยสนับสนุนให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต และเที่ยงธรรมโดยประเด็นที่เกี่ยวข้อง คือการสร้างจิตสานึกให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ถูกต้อง ตอ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและสามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้องบน ความแตกต่างทีห่ ลากหลายทางวัฒนธรรม 2. ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน จัดองค์กรภาครัฐให้เปิดกว้างและเชื่อมโยงข้อมูลกันมีโครงสร้าง องค์กรกะทัดรัดแต่แข็งแรง ทางานเพ่ือประชาชนโดยยึดการทางานเชิงพื้นที่เป็นหลักจัดระบบบริหารและ บริการประชาชนให้เป็นดิจิทัลจัดระบบบุคลากรภาครัฐบาลให้มีมาตรฐานกลาง เพื่อสรรหาและรักษาไวซ่ึง กาลงั คนที่มีคุณภาพสงู มีคณุ ธรรมสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทจุ ริตในภาคราชการและภาคสังคมและจริยธรรม ระบบข้อมูลภาครัฐมีมาตรฐาน ทันสมัยและเช่ือมโยงกันก้าวสูรัฐบาลดิจิทัลยกระดับโครงสร้างพื้นฐานรัฐบาล ดิจิทัลนาระบบดิจิทัลมาใช้ในการปฏิบัติงานและการบริหารราชการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ ให้สามารถตอบสนองความต้องการและคาดหวังของประชาชนการโดยประเด็นท่ีเก่ียวข้อง โดยประเด็นที่ เก่ียวข้อง คือ การปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดยกระจายอานาจลงไปสู่ส่วน ภูมิภาค ดาเนินการพัฒนาและขยายผลสถานศึกษานาร่องในพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษา รวมท้ังมีการเช่ือมโยง แผนพฒั นาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 21

ระบบฐานข้อมูลกลาง ด้านการศึกษาของกระทรวงเข้ากับระบบฐานข้อมูลการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ หน่วยงานท่เี กีย่ วข้อง 3. ด้านกฎหมาย ให้กฎหมายเป็นกฎหมายท่ีดีและเป็นธรรม สอดคลองกับหลักนิติธรรมเป็นเครื่องมือ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทาและเสนอร่างกฎหมาย อย่าง เหมาะสม และสามารถเข้าถึงกฎหมายไดโดยง่ายบังคับใช้กฎหมายมีความรูความเข้าใจและมีการบังคับใช้ กฎหมายอย่างถูกต้องและเป็นธรรมโดยประเด็นที่เก่ียวข้อง คือ การปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติการศึกษา การศกึ ษาแหง่ ชาตใิ หส้ อดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพ่ือให้ประชาชนรับการศึกษาตามความ ต้องการในระบบตา่ งๆ และการเรยี นร้ตู ลอดชวี ิต 4. ด้านกระบวนการยุติธรรม การดาเนินงานในทุกข้ันตอนมีการกาหนดระยะเวลาท่ีชัดเจนมีกลไก ช่วยเหลือประชาชนโดยเสมอภาคกระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจของ ประเทศมีเวลาการทางานที่ชัดเจนแน่นอนมีระบบตรวจสอบท่ีมีประสิทธิภาพกาหนดระยะเวลาการทางานทุก ข้ันตอนในกระบวนการยุติธรรมให้ชัดเจนแน่นอนมีระบบท่ีประชาชนสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของ กระบวนการยตุ ิธรรมไดด้ ว้ ยตวั เอง โดยมปี ระเด็นที่เก่ียวคือการบูรณการการร่วมมือกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องใน การใหค้ วามชว่ ยเหลือประชาชนผทู้ ี่ขาดโอกาสใหเ้ ขา้ ถงึ บรกิ ารทางด้านการศึกษา 5. ด้านเศรษฐกิจ มีผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันในระดับประเทศสูงขึ้นลดความเหลื่อมล้า ทางเศรษฐกิจของประชาชนกลมุ่ ต่างๆมงุ่ เนน้ ระบบมาตรฐานและนวัตกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ปรับปรุงกลไกการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้าของไทยจัดตั้งสานักงานบูรณาการ การแก้ไข ปัญหาความยากจนและเหล่ือมล้า เพื่อทาหน้าที่ในการวางกรอบแนวทางสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยผา่ นกลไกระดับประเทศ ระดับหน่วยงาน และระดับพ้ืนที่การแก้ไขปัญหาความยากจนและเหล่ือมล้า จะมี ทิศทางท่ีเป็นเอกภาพชัดเจน ไม่ซ้าซ้อน โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องคือ พัฒนามาตรฐานหลักสูตรและการจัดการ เรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่ผู้เรียนและส่งเสริมโครงการทวิภาคีท้ังในส่วนของผู้เรียน ครู และบคุ ลากรทเี่ กีย่ วขอ้ งและทง้ั การสร้างนวัตกรรมและการนาไปใช้ประโยชนไ์ ด้จริงในเชงิ พาณชิ ย์ 6. ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไดรับการรักษาฟื้นฟู ให้สมบูรณและยั่งยืนเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ ประโยชนท้ังทรัพยากรทางบกทรัพยากรน้า ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งการบริหารจัดการเชิงพื้นที่และ ขยายผลแบบอย่างความสาเร็จผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจัดทาแผนท่ีการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปุาไม้ เพอ่ื การตัดสินใจบริหารจัดการ โดยมีประเด็นท่ีเกี่ยวข้องคือ สถาบันการศึกษา ผู้เรียน มีความรู้ทักษะการวิจัย และการพัฒนาประเด็นที่เก่ียวข้องกับทรัพยากรปุาไม้ สถานศึกษา ผู้เรียน มีส่วนร่วมในการดาเนินโครงและ การพฒั นาหลกั สตู ร 7. ดา้ นสาธารณสขุ ระบบบรกิ ารปฐมภมู มิ ีความครอบคลุมผู้ทีไ่ ม่ใช่ประชาชนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย มีโอกาสเท่าเทียมกันในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่จาเป็นอย่างมีคุณภาพมีข้อมูลสารสนเทศท่ีใช้บริหาร จัดการการเงินการคลงั การบรกิ ารในระบบสุขภาพและสาธารณสุขอยา่ งมีประสิทธิภาพการปฏิรูประบบบริการ ปฐมภูมกิ ารปฏิรูประบบสารสนเทศสุขภาพจัดต้ังคลินิกหมอครอบครัวในระดับตาบล ให้ครอบคลุมทุกพ้ืนท่ีจัด แผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 22

ชอ่ งทางให้เช่ือมโยงกับโรงพยาบาลแม่ข่ายเพ่ือให้การดูแลมีความต่อเน่ืองและครบวงจรประเด็นท่ีเก่ียวข้องคือ การพัฒนาการศึกษาที่จะช่วยยกระดับการรู้หนังสือและทักษะด้านสุขภาพนาไปปรับวิธีการสอนและหลักสูตร ด้านกระบวนการส่งเสรมิ ความรอบร้สู ขุ ภาพตงั้ แต่ปฐมวัย ในการพัฒนาทั้งกาย จิต สังคม ท่ีพร้อมเข้าสู่วัยเรียน การยกระดบั ปฏิสัมพนั ธแ์ ละการคดิ วเิ คราะห์ของนักเรยี นในระดับมัธยมศกึ ษา 8. ด้านส่ือสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้เกิดดุลยภาพระหว่างเสรีภาพของการทาหน้าท่ี ของสื่อบนความรับผิดชอบ กับการกากับท่ีมีความชอบธรรมส่ือเป็นโรงเรียนของสังคมในการให้ความรูแก ประชาชนปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติและปลูกฝังทัศนคติท่ีดีการใช้พื้นท่ีดิจิทัลเพื่อการส่ือสารอย่างมี จรรยาบรรณการปฏริ ปู การรูเ้ ทา่ ทนั สอ่ื ของประชาชนระยะ 1-2 ปี จัดรณรงค์ผ่านทางสื่อสารมวลชนและบนสื่อ ดิจทิ ลั ระยะ 3-5 ปี การบรรจุสาระเกี่ยวกับ“การรู้เท่าทันส่ือ” ให้อยู่ในหลักสูตรการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ตอนปลายและเป็นวิชาพ้ืนฐานระดับอุดมศึกษาทาให้สื่อสารมวลชนเป็นเสมือนโรงเรียนของสังคมมีระบบการ เรียนรู้สาหรับการแลกเปล่ียนประสบการณ์ร่วมโดยประเด็นท่ีเกี่ยวข้องคือ ความสามารถในการเข้าถึง เทคโนโลยดี ิจิทลั ทางการศกึ ษาของผู้เรียนและผู้สอนในทุกระดับช้ัน และสามารถใช้ส่ือเทคโนโลยีของผู้เรียนได้ อยา่ งถูกตอ้ งและปลอดภัย 9. ด้านสังคม ให้คนไทยมีหลักประกันทางรายไดในวัยเกษียณท่ีเพียงพอต่อการดารงชีวิตอย่างมี คุณภาพสังคมไทยเป็นสังคมแห่งโอกาสและไมแบ่งแย่งชุมชนท้องถ่ินมีความเข้มแข็งโดยสามารถบริหารจัดการ ชุมชนไดด้วยตนเองการปฏิรูปการออม สวัสดิการสังคมและการลงทุนด้านสังคมกาหนดเปูาหมายลดความ เหล่ือมล้าด้านสวัสดิการสังคม และให้คนไทยมีรายได้หลังอายุการทางานและผู้สูงวัยไม่ต่ากว่าร้อยละ 30 ของรายได้โดยประเด็นที่เก่ียวข้องคือ ลดความ เหล่ือมล้าของผู้เรียนโดยผู้เรียนได้รับโอกาสในการเข้าถึง การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพ่ือสร้างอาชีพและการมี งานทา ผู้เรียนมีจิตอาสา มีสานึกรักชุมชนบ้านเกิด และสามารถนาความรู้มาพัฒนาชุมชนบ้านเกิด ผู้เรียนมี ทักษะในการดารงชวี ติ มีกจิ กรรมทางสังคม 10. ด้านพลังงาน ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการเพ่ือสร้างความเช่ือมั่นและการยอมรับของ ประชาชน ให้การบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างมีธรรมาภิบาลส่งเสริมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ปรับปรุงกระบวนการจัดทาแผนพัฒนาพลังงานโดยสงเสริมด้านเทคโนโลยีและสร้างการมีส่วนร่วมของ ประชาชนต้ังแต่ข้ันเริ่มต้นจัดทาแผนปฏิรูปการบริหารจัดการพลังงานของไทยเร่งปฏิรูปองค์กรด้านพลังงาน เพื่อให้มีองค์กรท่ีสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพกาหนดนโยบายพลังงานให้มีความชัดเจน อาทิ ระบุสัดส่วนเชื้อเพลิงท่ีสมดุล โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องคือ สร้างทัศนคติ ความรู้และปลูกฝังให้ผู้เรียนใน สถานทุกระดับ ให้เห็นคุณค่าของการประหยัดการใช้พลังงานและเห็นความสาคัญของการจัดหาพลังงาน ทดแทนในรูปแบบเดิม 11. ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการประพฤติมิชอบ มีมาตรการควบคุม กากับ ติดตามการบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนให้มีกลไกที่เหมาะสมในการประสานงาน ปองกัน และปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ ในระดับนโยบายยุทะศาสตร์ และการขับเคล่ือนนโยบาย และยุทธศาสตร์ เพื่อให้ประเทศไทยปลอดทุจริตการปูองกันและเฝูาระวังสนับสนุนการรวมตัวของภาค แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 23

ประชาชน ให้มกี ารรว่ มตรวจสอบและเฝูาระวังมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภาครัฐ โดยมีประเด็นท่ีเก่ียวข้องคือ สร้างทัศนคติ ความรู้และปลูกฝังให้ผู้เรียนในสถานศึกษาทุกระดับ ให้เห็นโทษภัยของการทุจริตคอร์รัปช่ัน ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ รวมทั้งหน่วยงานในสังกัดมีการดาเนินการตาม มาตรการการควบคุม ปอู งกนั และลงโทษผู้กระทาการทจุ รติ อย่างเคร่งครดั พระบรมราโชบาย ในหลวงรัชกาลที่ 10 ส่กู ารปฏิบตั ิ แผนภาพที่ 6 พระบรมราโชบาย ในหลวงรัชกาลท่ี 10 สูก่ ารปฏิบตั ิ แผนพฒั นาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 24

พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรชั กาลท่ี 10 การศกึ ษาต้องม่งุ สร้างพื้นฐานให้แก่ผเู้ รยี น 4 ดา้ น 1. มที ศั นคติท่ถี ูกตอ้ งต่อบ้านเมือง 2. มพี ้นื ฐานชีวติ ที่ม่นั คง - มคี วามรคู้ วามเข้าใจทีม่ ตี อ่ ชาตบิ า้ นเมอื ง - รู้จกั แยกแยะสิ่งทผ่ี ดิ – ชอบ /ช่ัว - ดี - มนั่ ในศาสนา - ปฏบิ ัติแตส่ ่งิ ทช่ี อบทีด่ ีงาม - มั่นคงในสถาบันพระมหากษตั ริย์ - ปฏิเสธส่ิงทผ่ี ดิ สิง่ ทช่ี ่ัว - มคี วามเอื้ออาทรต่อครอบครวั และชมุ ชนของตน - ชว่ ยกันสรา้ งคนดใี ห้แกบ่ ้านเมอื ง 3. มีงานทา มีอาชีพ 4. เป็นพลเมอื งดี - การเลย้ี งดลู กู หลานในครอบครัวหรือการฝึกฝนอบรมใน - การเปน็ พลเมืองดเี ป็นหนา้ ที่ของทกุ คน สถานศึกษาต้องมุง่ ใหเ้ ดก็ และเยาวชนรักงาน สู้งาน - ครอบครัว สถานศกึ ษาและสถานประกอบการต้องส่งเสรมิ ทาจนงานสาเรจ็ ใหท้ ุกคนมีโอกาสทา - การฝกึ ฝนอบรมทั้งในหลักสตู รและนอกหลักสตู รตอ้ งมี - การเป็นพลเมอื งดี คือ เหน็ อะไรท่จี ะทาเพ่อื บา้ นเมอื งไดก้ ็ จุดมงุ่ หมายใหผ้ ู้เรยี นทางานเปน็ และมีงานทาในทส่ี ดุ ตอ้ งทา เช่น งานอาสาสมคั ร งานบาเพ็ญประโยชน์ - ตอ้ งสนบั สนนุ ผสู้ าเร็จหลักสูตรมอี าชพี มงี านทาจน งานสาธารณกศุ ลให้ทาดว้ ยความมนี า้ ใจและความเอื้ออาทร สามารถเลยี้ งตวั เองและครอบครัว นโยบายด้านการศกึ ษา ตามคาแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงต่อสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2557 มีเนื้อหาโดยสรุปว่า การเข้าบริหารราชการแผ่นดินในคร้ังน้ี แม้จะเป็นการใช้อานาจและทาหน้าที่ตามกฎหมายดังท่ีรัฐบาลก่อน ๆ เคยปฏิบัติมา แต่ก็มีเง่ือนไขและเงื่อน เวลาบางประการ อันทาให้รัฐบาลนีแ้ ตกต่างจากรัฐบาลอืน่ ๆ อยบู่ า้ ง ในดา้ นเง่ือนไข รฐั บาลน้ีเข้ามาสืบทอดงาน และสานต่อภารกิจจากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เคยกาหนดแนวทางการแก้ปัญหา ของประเทศไว้ก่อนแล้วเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่เมื่อเข้าควบคุมอานาจการปกครองประเทศ เมื่อวันท่ี 22 พฤษภาคม 2557 โดยระยะแรกได้มุ่งเน้นระงับยับย้ังความแตกแยก ยุติการใช้กาลังและอาวุธสงครามก่อความรุนแรง แกไ้ ขผลกระทบจากการท่ีรฐั บาลและรัฐสภาก่อนหน้านั้นอยู่ในสภาพที่ไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้ตามปกตินานกว่า 6 เดือน ตลอดจนได้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน และมุ่งนาความสงบสุข ความสงบ กลับคืนสู่ประเทศจากนั้นเพียง 2 เดือน ก็เข้าสู่ ระยะท่ีสอง ด้วยการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แผนพฒั นาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 25

ฉบับชั่วคราว การจัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) การเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2558 และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดน้ี หลังจากนั้น คสช. จะลดบทบาทและภารกิจเป็น ที่ปรึกษาและทางานร่วมกับคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาหรือแก้ไขปัญหาเก่ียวกับความสงบเรียบร้อยหรือ ความม่ันคงของชาติ ส่วนท่ีจะตามมาในเร็ววันคือ การจัดต้ังสภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะธรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ เพื่อออกแบบวางรากฐานทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอันม่ันคงให้แก่ประเทศ ก่อนที่จะ ส่งผ่านไปสู่ ระยะท่ีสาม คือ การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร และการจัดการเลือกต้ังทั่วไป เง่ือนไข ดังกล่าวถือเป็นพันธกิจที่รัฐบาลจะยังคงยึดม่ันและดาเนินการต่อไปโดยท่ีมาตรา 19 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน ได้กาหนด หน้าที่ของรัฐบาลไว้ 3 ประการเป็นคร้ังแรก คือ 1)บริหารราชการแผ่นดิน 2) การดาเนินการให้มีการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ 3) การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชน ในชาติ รัฐบาลจึงขอกาหนดนโยบายให้สอดคล้องกับหน้าท่ีทั้ง 3 ประการดังกล่าวด้วยในด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน รัฐบาลมีนโยบาย 11 ด้าน โดยได้นายุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ว่าด้วยการเข้าใจเข้าถึง และพัฒนา ตามแนวพระราชดาริของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว มาเป็นหลักสาคัญ ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงซ่ึงทรงเน้นความพอดีพอสมควรแก่ฐานะ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันมาเป็นแนวคิดใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 แนวทางของ คสช. และความต้องการของประชาชน เป็นแนวทางในการกาหนดนโยบาย ซ่ึงนโยบายทุกด้านต้องการสร้างความเข้มแข็งแก่องค์กร การปกครอง ทุกระดับ ตั้งแต่ท้องถิ่นถึงประเทศ ต้องการเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาท่ีย่ังยืนและต้องการให้ประชาชนเกิด ความชัดเจน รู้ล่วงหน้าวา่ ประเทศจะก้าวทางไหน เพ่ือเตรยี มตวั ได้ถูกตอ้ ง นโยบายรฐั บาล 11 ด้าน 1) การปกปูองเชิดชูสภาบนั พระมหากษัตรยิ ์ 2) การรกั ษาความม่ันคงของประเทศ 3) การลดความเหลอื่ มล้าของสงั คมและการสร้างโอกาสการเข้าถึงบรกิ ารของรฐั 4) การศึกษาและเรียนรู้ การทะนบุ ารงุ ศาสนา ศลิ ปะและวัฒนธรรม 5) การยกระดับคณุ ภาพการบริการดา้ นสาธารณสขุ และสขุ ภาพของประชาชน 6) การเพมิ่ ศกั ยภาพทางเศรษฐกจิ ของประเทศ 7) การสง่ เสริมบทบาทและใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน 8) การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชนจ์ ากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวตั กรรม 9) การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรและการสรา้ งสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อยา่ งย่ังยืน 10) การส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลและการปูองกันปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบในภาครัฐ 11) ปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยตุ ธิ รรม แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 26

หลกั การตามนโยบายกระทรวงศึกษาธกิ าร ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2566 กระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นดาเนินการภารกิจหลักตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อนทุกแผนย่อยในประเด็น 12 การพัฒนาการเรียนรู้ และแผนย่อยที่ 3 ในประเด็น 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต รวมทั้งแผนการปฏิรูปประเทศด้าน การศึกษา (ฉบับปรับปรุง) และนโยบายรัฐบาลท้ังในส่วนนโยบายหลักด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย และนโยบายเร่งด่วน เร่ือง การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษท่ี 21 และพหุปัญญาของมนุษยท์ ่ีหลากหลาย นอกจากน้ี ยังสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นอื่น ๆ ท่ีเก่ียวข้อง ร่าง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยเฉพาะหมุดหมายที่ 12 ไทยมีกาลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคตแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 รวมทั้งนโยบายและแผนต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยจะได้รับการ พัฒนาในทุกมิติ ทั้งในด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความปลอดภัย และมีสมรรถนะท่ีสาคัญ จาเป็นในศตวรรษที่ 21 และมคี วามพร้อมร่วมขบั เคลื่อนการพฒั นาประเทศสู่ความม่นั คง มงั่ คั่งและยั่งยนื ดังน้ัน ในการเร่งรัดการทางานภาพรวมกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ เพ่ือสร้างความเช่ือม่ันความ ไวว้ างใจใหก้ บั สังคมและผลักดนั ให้การจัดการศึกษามีคุณภาพและประสิทธิภาพในทุกมิติ กระทรวงศึกษาธิการ จึงไดก้ าหนดหลักการสาคัญในการประกาศนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไว้ดงั นี้ สรา้ งความเช่ือมนั่ ไว้วางใจใหก้ บั สงั คม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผเู้ รียนและประชาชน โดยใหท้ ุกหน่วยงาน นารูปแบบการทางานโดยบูรณาการการทางานร่วมกัน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสความรับผิดชอบ ความเป็นอันหน่งึ อันเดยี วกนั สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนดาเนินการตามภารกิจด้วยความรับผิดชอบ ต่อตนเอง องค์กร ประชาชนและประเทศชาติ โดยให้ความสาคัญกับการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผ่านกลไกการรับ ฟังความคดิ เห็นมาประกอบการดาเนนิ งานทเี่ ป็นประโยชน์ต่อการยกระดบั คุณภาพการศึกษา ดาเนินการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ท่ีได้ประกาศและแถลงนโยบายไว้แล้ว เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เพื่อมุ่งเน้นผลให้เกิดการเปล่ียนแปลงของภาคการศึกษาท่ีจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ ผู้เรยี นและประชาชนอยา่ งมีนัยสาคญั แผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 27

นโยบายและจุดเนน้ ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แผนภาพที่ 7 นโยบายและจดุ เนน้ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2566 ที่มา https://www.moe.go.th/360policy-and-focus-moe-2023/ แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566 - 2570 28

สว่ นที่ 3 ทศิ ทางการพัฒนาการศึกษา การจัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน เป็นการศึกษาเพ่ือเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมาย ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะท่ีจาเป็น สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวินัย มีนิสัยใฝ่การเรียนรู้ และเป็นพลเมืองท่ีรู้สิทธิและหน้าท่ี มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง จึงได้กาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และกลยุทธ์ ในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ดังนี้ วิสยั ทศั น์ “สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง เป็นองค์การที่มีสมรรถนะสูง บริหารจัดการศึกษาดว้ ยนวตั กรรม นอ้ มนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเปลีย่ นแปลงในศตวรรษที่ 21” พนั ธกจิ 1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและการปกครองในระบอบ ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข 2. พฒั นาศักยภาพผเู้ รยี นใหม้ ที ักษะทจี่ าเป็นในศตวรรษท่ี 21 และเพิ่มขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั 3. สรา้ งความปลอดภยั สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหล่อื มล้า ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการ ทางการศกึ ษาอยา่ งท่วั ถึง 4. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง เพื่อการพฒั นาท่ีย่งั ยืน (SDGs) 5. พัฒนาระบบบรหิ ารจัดการโดยมุ่งเนน้ ผลสัมฤทธ์ิ และสร้างเสริมความเข้มแข็งการมีส่วนรว่ มของภาคีเครือขา่ ย 6. สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การนานวตั กรรมและเทคโนโลยที ่ีทันสมัยมาใชใ้ นพัฒนาการจัดการศึกษา 7. พัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความเช่ียวชาญทางวิชาชีพ และมีสมรรถนะ การใช้เทคโนโลยดี จิ ิทลั และภาษา เปา้ ประสงค์ 1. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ และการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข 2. ผู้เรยี นมีทกั ษะทีจ่ าเป็นในศตวรรษท่ี 21 และมีความสามารถในการแขง่ ขนั 3.เรียนทุกคนได้รบั ความปลอดภยั และโอกาสทางการศึกษาทว่ั ถึงอยา่ งมีคณุ ภาพ 4. สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา สถานศึกษา มีการบริหารจัดการศึกษาโดยยึดหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ท่ีเป็นมติ รกบั สง่ิ แวดล้อม สเู่ ปา้ หมายการพฒั นาท่ียัง่ ยืน (SDGs) แผนพฒั นาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 29

5. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีระบบการบริหารจัดการโดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ และภาคีเครือขา่ ยมคี วามเขม้ แขง็ 6. ผบู้ รหิ าร ครูและบุคลากรทางการศึกษา จดั การศึกษาโดยใชน้ วัตกรรมและเทคโนโลยที ่ที ันสมัย กลยทุ ธ์ กลยทุ ธ์ที่ 1 ยกระดับคุณภาพการศึกษาใหส้ อดคลอ้ งกับการเปล่ยี นแปลงในศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ที่ 2 ส่งเสรมิ การจดั การศกึ ษาใหม้ ีสมรรถนะส่มู ืออาชีพ กลยทุ ธ์ที่ 3 การสรา้ งนวัตกรรมและเทคโนโลยเี พ่อื การเรยี นรู้อย่างยั่งยืน กลยทุ ธท์ ี่ 4 พฒั นาระบบบริหารจัดการแบบบรู ณาการ เพ่อื เพมิ่ ประสิทธิภาพการบริหารจดั การศึกษา จดุ เน้น 9 เพมิ่ PPR 9 Plus บริหารจัดการส่คู วามเป็นเลิศ 1. เพิ่มนกั เรียนดี 2. เพิ่มคณุ ภาพ/ศักยภาพของผู้เรียน 3. เพ่มิ ความปลอดภัย โอกาส ความเสมอภาค 4. เพ่ิมผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี น 5. เพิ่มความเขม้ แขง็ ระบบการนเิ ทศ 6. เพมิ่ การบริหารจัดการท่ีเน้นการมสี ว่ นรว่ ม 7. เพม่ิ ขวญั กาลังใจ สวัสดิการ 8. เพ่มิ ความก้าวหนา้ ทางวิชาชพี 9. เพ่มิ การพัฒนาสมรรถนะผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา แผนพฒั นาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 30

คา่ นิยมรว่ ม (SMART) S = Service Mind: การมีจติ ใจพร้อมในการใหบ้ ริการ M = Mastery: การทางานอยา่ งมืออาชพี A = Achievement: การมุ่งผลสัมฤทธ์ิ R = Responsibility: ความรบั ผิดชอบ T = Transparency: ความโปร่งใส แผนภาพที่ 8 ค่านยิ มรว่ ม (SMART) แผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 31

โครงการทส่ี อดคลอ้ งกบั กลยทุ ธ์ ดาเนนิ การในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กลยทุ ธท์ ี่ 1 ยกระดับคณุ ภาพการศึกษาให้สอดคล้องกบั การเปล่ยี นแปลงในศตวรรษท่ี 21 มีโครงการทง้ั หมด 18 โครงการ 1. โครงการสถานศึกษาปลอดภยั (Safety School) 2. โครงการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ผู้เรยี นสคู่ วามเป็นเลิศ 3. โครงการสง่ เสรมิ และสนับสนุนการบรกิ ารทางการศึกษาอยา่ งมีคุณภาพ ปกี ารศึกษา 2566 4. โครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารพฒั นาศักยภาพครูทปี่ ฏบิ ตั ิหน้าทน่ี ักจิตวทิ ยาประจาสถานศกึ ษา โรงเรยี นในสังกดั สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษาพงั งา ภูเก็ต ระนอง 5. โครงการส่งเสริมและสนบั สนนุ กจิ กรรมสภานักเรยี น ระดบั เขตพื้นที่การศึกษา 6. โครงการป้องกนั และแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา (TO BE NUMBER ONE) 7. โครงการส่งเสรมิ การอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมอยา่ งย่งั ยืน 8. โครงการการพฒั นาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรยี นรูเ้ ชิงรกุ (Active Learning) สู่การพัฒนา สมรรถนะผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 9. โครงการพัฒนาทักษะและสง่ เสรมิ การจดั การเรียนรูว้ ทิ ยาการคานวณสกู่ ารพานวตั กรรม 10. โครงการนิเทศติดตามการพฒั นาคุณภาพการจัดการศึกษา 11. โครงการการอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการ “ผู้ดาเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา” 12. โครงการการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ดา้ นทกั ษะชีวิต และทักษะอาชพี ในศตวรรษที่ 21 13. โครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา 14. โครงการรักษ์ภาษาไทย 15. โครงการปลูกฝังคุณธรรม จรยิ ธรรม คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และค่านิยมของชาติ 16. โครงการงานศิลปหตั ถกรรมนักเรยี น ครั้งท่ี 70 ปกี ารศกึ ษา 2565 17. โครงการอบรมการสอนภาษาองั กฤษ Communicative Approach เน้นการจดั การเรียนรูเ้ ชงิ รกุ (Active Learning) สูก่ ารพัฒนาสมรรถนะผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 18. โครงการแขง่ ขนั ทักษะภาษาองั กฤษสกู่ ารพัฒนาสมรรถนะผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 กลยุทธ์ท่ี 2 ส่งเสรมิ การจดั การศึกษาใหม้ สี มรรถนะสู้มืออาชีพ มีโครงการทั้งหมด 5 โครงการ 1. โครงการเสริมสร้างสมรรถนะการสือ่ สารภาษาอังกฤษตามกรอบมาตรฐานทางภาษา CEFR 2. โครงการเสริมสรา้ งสมรรถนะครูผชู้ ว่ ยส่คู รูมืออาชีพ ในศตวรรษที่ 21 3. โครงการเสริมสร้างสมรรถนะบุคลากรทางการศกึ ษาสู่ความเปน็ เลิศในศตวรรษที่ 21 4. โครงการอบรมการประชาสัมพันธใ์ นรูปแบบดจิ ทิ ลั ยุคใหม่ 5. โครงการการอบรมเชงิ ปฏิบัติการบริหารจัดการข้อมูลในระบบ DPA และการขบั เคลอื่ นPAไปสกู่ าร พัฒนาคุณภาพผู้เรยี น แผนพฒั นาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 32

กลยทุ ธท์ ่ี 3 การสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยเี พ่อื การเรยี นร้อู ยา่ งยั่งยืน มีโครงการท้งั หมด 2 โครงการ 1. โครงการประชุมเชิงปฏบิ ัตกิ ารพัฒนาศกั ยภาพครูและบคุ ลากรทางการศึกษาดา้ นการวิจยั และ ประเมินผลการเรียนรู้ 2. โครงการพัฒนาส่งเสรมิ สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา กลยทุ ธ์ที่ 4 พฒั นาระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจดั การศึกษา มีโครงการท้งั หมด 4 โครงการ 1. โครงการเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพการปฏบิ ตั ิงานด้านการเงิน บญั ชี และพสั ดขุ องสถานศกึ ษา 2. โครงการเสรมิ สร้างประสิทธภิ าพการบรหิ ารจัดการส่คู วามเป็นเลศิ 3. โครงการพฒั นาบุคลากรดา้ นการจัดการเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 4. โครงการประชมุ คณะกรรมการพิจารณากล่นั กรองการจดั ทาแผนพฒั นาการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 – 2570) และแผนปฏบิ ตั กิ ารประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของ สพม.พังงา ภูเก็ต ระนอง แผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566 - 2570 33

สว่ นท่ี 4 โครงการตามแผนพัฒนาการ กลยทุ ธ์ท่ี 1 กระดบั คุณภาพการศึกษาใหส้ อดคล้องกบั การเปลยี่ นแปล ที่ โครงการ คา่ เปา้ หมา 2566 2567 25 1 โครงการสถานศกึ ษาปลอดภัย (Safety School) 80 85 9 แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 -2570 2 โครงการสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ผเู้ รยี นสู่ความเปน็ เลิศ 80 85 9 3 โครงการสง่ เสริมและสนบั สนุนการบริการทาง 80 85 9 การศึกษาอยา่ งเสมอภาคและมีคณุ ภาพ ปกี ารศกึ ษา 2566 4 โครงการอบรมเชิงปฏบิ ัติการพัฒนาศกั ยภาพครูที่ 80 85 9 ปฏิบัตหิ นา้ ที่นกั จติ วิทยาประจาสถานศกึ ษา โรงเรยี น ในสงั กัดสานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา พังงา ภูเกต็ ระนอง 34

รศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ.2566 – 2570 ลงในศตวรรษท่ี 21 าย (ร้อยละ) 2570 แนวทาง/มาตรการ เปา้ ประสงค์ 568 2569 100 -ส่งเสริมสถานศึกษาในสังกัด ด้วยระบบ MOE 3 90 95 และพฒั นาระบบให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ทนั สถานการณ์ 2 90 95 100 -ส่งเสริม สนับสนุน เพ่ือยกระดับคุณภาพ 3 90 95 การศึกษาให้กับนักเรียนทุกโรงเรียนในสังกัดสู่ การขบั เคลอ่ื นดา้ นวชิ าการของศตวรรษท่ี 21 100 -ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษา และพัฒนาด้าน การศึกษาได้รับโอกาสให้นักเรียนโรงเรียนใน สังกดั ทุกคน ไดเ้ ข้าเรยี นอยา่ งมคี ณุ ภาพ 90 95 100 -ส่งเสริมและพัฒนาทักษะชีวิตให้กับผู้เรียนทุก 3 ช่วงวัย เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันความเสี่ยงในการ ดาเนนิ ชีวิตทัง้ ปจั จบุ นั และอนาคต

คา่ เปา้ หมาย ท่ี โครงการ 2566 2567 256 5 โครงการส่งเสริมและสนบั สนนุ กิจกรรมสภานกั เรียน 80 85 90 ระดบั เขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 -2570 6 โครงการป้องกันและแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ ใน 80 85 90 สถานศึกษา (TO BE NUMBER ONE) 7 โครงการพฒั นาทกั ษะและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ 80 85 90 วทิ ยาการคานวณสู่การพานวตั กรรม 35

ย (ร้อยละ) 2570 แนวทาง/มาตรการ เป้าประสงค์ 68 2569 100 -ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อ 1 0 95 เสริมสร้างความจงรักภักดี ต่อสถาบันหลักของ 3 ชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี 2 0 95 พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ 0 95 100 -ส่งเสริม สถานศึกษาในสังกัดเป็นศูนย์ TO BE NUMBER ONE และป้องกันยาเสพติดใน สถานศึกษาโดยใช้ระบบดูแลช่วยเหลือและ พฒั นาระบบให้ใชป้ ระโยชน์ไดม้ ากขึ้น 100 1. การประชุมทบทวนและสร้างความรู้ความ เข้าใจในการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการ เรียนรวู้ ิทยาการคานวณ 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการ Micro:bit ใช้อุปกรณ์ สรา้ งโครงงานเบ้ืองต้น(ระดบั เบือ้ งต้น) 3. คัดเลือกผลงานดีเด่นด้านCoding “CODING Achievement Awards” ระดับเขตพ้ืนที่ 4. การสงั เกตการณ์สอนวชิ าวทิ ยาการคานวณ

ท่ี โครงการ คา่ เปา้ หมาย 2566 2567 256 8 โครงการนเิ ทศติดตามการพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศึกษา 80 85 90 แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566 -2570 9 โครงการการพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ ด้านทักษะ 80 85 90 ชีวติ และทักษะอาชพี ในศตวรรษที่ 21 10 โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 80 85 90 และสิ่งแวดลอ้ มอยา่ งยั่งยืน 11 โครงการศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี น ครง้ั ท่ี 70 ปี 80 85 90 การศกึ ษา 2565 36

ย (ร้อยละ) 2570 แนวทาง/มาตรการ เป้าประสงค์ 68 2569 100 -เพ่อื ใช้เป็นเครอื่ งมอื ในการเรยี นรไู้ ด้อย่างมี 2 0 95 ประสิทธภิ าพ มีนสิ ยั รักการเรียนรแู้ ละการ พฒั นาตนเองอย่างต่อเนอ่ื งตลอดชวี ติ สกู่ ารเป็น 2 0 95 คนไทย 100 1.อบรมพฒั นาศกั ยภาพครใู นการจัดการเรียนรู เพอื่ พัฒนาผ้เู รยี นดา้ นทักษะชวี ิตและทกั ษะอาชพี ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ศตวรรษท่ี 21 2.นเิ ทศ กากับติดตาม ประเมนิ ผลการ ดาเนนิ งาน 0 95 100 -การปลูกจติ สานึกในการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากร 4 2 ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มทด่ี ีให้กบั เยาวชน เพราะเยาวชนจะเป็นกาลังสาคัญในการดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติต่อไปในอนาคต 0 95 100 -ส่งเสรมิ สนับสนุน นกั เรียนในสังกดั สคู่ วามเป็น เลศิ ทางด้านทกั ษะอาชพี ทักษะวิชาการ และต่อ ยอดในการพฒั นานักเรยี นสู่เวทรี ะดับประเทศ

คา่ เป้าหมาย ที่ โครงการ 2566 2567 256 12 โครงการการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ผู้ดาเนินการคัด 80 85 90 กรองคนพกิ ารทางการศึกษา” แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 -2570 13 โครงการรักษภ์ าษาไทย 80 85 90 14 โครงการปลูกฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คณุ ลักษณะอัน 80 85 90 พึงประสงค์ และคา่ นยิ มของชาติ 15 โครงการพฒั นาระบบประกันคณุ ภาพการศกึ ษา 80 85 90 37

ย (รอ้ ยละ) 2570 แนวทาง/มาตรการ เป้าประสงค์ 68 2569 100 พัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจสามารถคัด 3 0 95 กรองนกั เรยี นพิการได้ท้งั 9 ประเภทความพกิ าร 0 95 100 -ส่งเสริมสมรรถนะด้านภาษาไทย มุ่งเน้นให้ 2 ผู้เรียนมีความสามารถด้านการใช้ภาษา ด้าน คานวณและด้านการใชเ้ หตผุ ล 0 95 100 - สง่ เสรมิ สนบั สนุน การคดั เลือกโรงเรยี นและ 1 นักเรยี น ตามคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์และ 5 คา่ นิยมของชาติ - ส่งเสริม ให้โรงเรียนคุณธรรม มีนวัตกรรม จานวน 1 นวัตกรรม หรือโมเดล ของโรงเรียน คุณธรรม 0 95 100 -สนับสนุนโรงเรียนในสังกัดให้มีระบบประกัน และการประเมินคุณภาพการศึกษาโดยมุ่ง ผลสัมฤทธิท์ างด้านคุณภาพของนักเรียน

ค่าเปา้ หมาย ที่ โครงการ 2566 2567 256 16 โครงการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจดั การเรยี นรู้ 80 85 90 เชิงรกุ (Active Learning) สู่การพัฒนาสมรรถนะ ผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 -2570 17 โครงการอบรมการสอนภาษาองั กฤษ 80 85 90 Communicative Approach เน้นการจัดการ 80 85 90 เรยี นรเู้ ชิงรกุ (Active Learning) ส่กู ารพฒั นา สมรรถนะผูเ้ รยี นในศตวรรษที่ 21 18 โครงการแข่งขันทกั ษะภาษาอังกฤษสกู่ ารพัฒนา สมรรถนะผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 38

ย (รอ้ ยละ) 2570 แนวทาง/มาตรการ เปา้ ประสงค์ 68 2569 100 -สง่ เสรมิ พัฒนา ตอ่ ยอดสมรรถนะครทู กุ คน 2 0 95 และสรา้ งนวัตกรรมทางการศึกษาทกุ กลุ่มสาระ การเรยี นรู้ 0 95 100 -ยกระดบั ภาษาองั กฤษของครู การจดั การเรยี น 2 ก า ร ส อ น ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ แ น ว ใ ห ม่ แ ล ะ เ พิ่ ม 2 สมรรถนะผู้เรียนให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษ ตามบริบทไดอ้ ย่างมัน่ ใจ 0 95 100 -เพ่ือให้นักเรียนได้มีความสามารถในการเรียน ภาษาอังกฤษและส่งเสริมพัฒนาภาษาอังกฤษ อย่างตอ่ เนือ่ งให้เกิดความชานาญ รกั และสนใจ ในการวิชาภาษาอังกฤษ เกิดทศั นคติท่ดี ตี อ่ การ เรยี นภาษาองั กฤษ

แผนพฒั นาการศกึ ษา พ.ศ.2566 -2570 กลยุทธท์ ี่ 2 สง่ เสรมิ การจัดการศกึ ษาใหม้ สี มรรถนะสู่มืออาชีพ ค่าเปา้ หมาย ที่ โครงการ 2566 2567 256 1 โครงการอบรมเชิงปฏิบตั ิการบรหิ ารจัดการขอ้ มลู ใน 80 85 90 ระบบ DPA และการขบั เคลอื่ น PA ไปสู่การพฒั นา คุณภาพผู้เรยี น 2 โครงการอบรมการประชาสัมพันธใ์ นรปู แบบดจิ ิทลั 80 85 90 ยุคใหม่ 3 โครงการเสรมิ สร้างสมรรถนะครผู ชู้ ่วยสูค่ รมู ืออาชพี 80 85 90 ในศตวรรษที่ 21 4 โครงการเสรมิ สรา้ งสมรรถนะการสอื่ สาร 80 85 90 ภาษาองั กฤษตามกรอบมาตรฐานทางภาษาCEFR 5 โครงการเสรมิ สรา้ งสมรรถนะบคุ ลากรทาง 80 85 90 การศึกษาสคู่ วามเป็นเลิศในศตวรรษที่ 21 39