Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สื่อเสมือนจริง

สื่อเสมือนจริง

Published by oumpnsiriporn, 2021-01-24 03:47:33

Description: สื่อเสมือนจริง

Search

Read the Text Version

สอ่ื เสมอื นจรงิ เรื่อง ประเภทของเครอื่ งดนตรสี ากล

สือ่ เสมอื นจริง เรื่อง ประเภทของเคร่ืองดนตรสี ากล

ผูจ้ ัดทา ช่อื นางสาวศริ พิ ร ธนลาภประเสรฐิ รหัสนกั ศกึ ษา 63B44640223

การจาแนกประเภทของเครอ่ื งดนตรีสากล (music Instruments) เครอ่ื งดนตรสี ากลในปัจจุบันสามารถจาแนกหรอื จดั เปน็ ประเภทใหญ่ๆ ตามลกั ษณะของเสยี งทีค่ ลา้ ยคลงึ กัน และลกั ษณะของเคร่อื งดนตรี แบง่ ออกเปน็ 5 ประเภทใหญๆ่ ดังน้ี เคร่อื งสาย (String Instruments) เครื่องลมไม้ (Woodwind Instruments) เครอ่ื งลมทองเหลือง (Brass Instruments) เครอ่ื งล่มิ นวิ้ (Keyboard Instruments) เครอ่ื งกระทบ (Percussion Instruments)

เครอ่ื งสาย (string instrument) เป็นการจดั ประเภทของเครือ่ งดนตรสี ากล โดยเครือ่ งดนตรีสากล ประเภทเครื่องสายน้ี หมายถงึ เคร่อื งดนตรที ท่ี าให้เกดิ เสียงโดยการสน่ั สะเทอื น ของสายลวด เชอื ก เอ็น หรอื ไนลอน และมตี ัวกาธรเสียง ทาหน้าที่ขยายเสียง ให้ดงั มากขึ้น คุณภาพของเสยี งข้นึ อยกู่ บั รปู ร่าง และวตั ถุทีใ่ ชท้ า การสัน่ สะเทอื น ของสายอาจทาไดโ้ ดยการสี หรอื ดีดโดยอาจกระทาโดยตรง หรอื เพ่ิมกลไกให้ ยงุ่ ยากข้นึ เคร่ืองสายที่พบเห็นในปัจจุบัน นยิ มใชว้ ธิ ีทาให้เกดิ เสยี งได้ 2 วธิ ี คอื วิธีสี และวธิ ดี ีด เครอ่ื งสายประเภทใชค้ ันสี เครอ่ื งดนตรีกลุ่มนไ้ี ด้แก่ 1.ไวโอลิน(Violin) เคร่ืองดนตรที ่ใี ชเ้ ล่นท่วงทานอง ประกอบด้วยสาย 4 สาย แตล่ ะสายเทยี บเสยี งหา่ งกันคู่ 5 เพอร์เคค คือ เสียง G-D-A-E 2.วโิ อลา(Viola) มรี ูปรา่ งเหมือนไวโอลินทุกประการ แตม่ ขี นาดใหญก่ ว่า ไวโอลิน ต้ังเสยี งตา่ กวา่ ไวโอลนิ ลงไปอกี คู่ 5 เพอร์เคค คอื C-G-D-A มีเสยี ง ทมุ้ และนุ่มนวลกว่าไวโอลนิ

3.เชลโล(Cello) มรี ูปรา่ งเหมอื นไวโอลนิ และวโิ อลา แตม่ ีขนาดโตกวา่ มาก ขณะเลน่ ต้องนงั่ เกา้ อ้ี เอาเครอื่ งไวร้ ะหว่างขาทั้งสองข้าง เสยี งต่ากว่าวิโอลา 1 ชว่ งคู่ 8 คือ C-G-D-A 4.ดับเบลิ เบส(Double Bass) เป็นเครื่องท่มี ีขนาดใหญท่ สี่ ดุ ในตระกูล ไวโอลิน ผบู้ รรเลงต้องยนื เลน่ เสยี งของดบั เบลิ เบส ตา่ สุดแสดงถึงความมี อานาจ ความกลัว ความลึกลบั สายท้งั สี่ตั้งเสียงหา่ งกันเป็นคู่ 4 เพอร์เคค คอื E-A-D-G

เครอื่ งสายประเภทเคร่ืองดีด (Plucked String) เครอ่ื งดนตรีกลุ่มนีไ้ ดแ้ ก่ 1.ฮารพ์ (Harp) เป็นพิณโบราณขนาดใหญ่ มีประวตั ิเกา่ แก่มาก มีสายขึงอยู่ ทั้งหมด 47 สาย ช่วงเสียงกว้าง 6 Octaves ใช้บรรเลงในวงดนตรปี ระเภท ออร์เคสตรา 2.กีตาร์(Guitar) กตี าร์ประกอบด้วยสาย 6 สาย โดยตงั้ ระดบั เสยี งต่าไปหาสงู ในแตล่ ะสายดงั น้ี E,A,D,G,B,E 3.ลทู (Lute) เป็นพิณชนิดหนงึ่ ทเี่ ปน็ ตน้ กาเนิดของเครอ่ื งสายประเภทดีด มี รูปทรงเหมอื นผลสม้ ผ่าซกี มีสะพานวางนว้ิ ทม่ี ชี อ่ งปรากฏอยู่ เช่นเดยี วกับกีตาร์ แบนโจ แมนโดลิน ฯลฯ ชาวอาหรับโบราณนยิ มกันมากแตป่ ัจจุบันนี้ไมไ่ ดร้ ับ ความนยิ ม

4.แมนโดลนิ (Mandolin) เปน็ เครือ่ งดนตรตี ระกลู ลูท มีสาย 4 คู่ (8สาย) หรอื 6 คู่ (12สาย) ตั้งเสยี งเทา่ กันเปน็ คู่ มีลกู บิดคล้ายกตี ารใ์ ช้ในการต้งั เสยี ง และมนี ม (Feat) รองรับสาย เวลาเล่นจะใชน้ ิว้ มือซา้ ยจับตวั แมนโดลินและใชม้ อื ขวาดดี 5.แบนโจ(Banjo) เป็นเครอื่ งดนตรีในตระกลู ลูท จุดเร่ิมตน้ ทีม่ ีผนู้ ามาเล่นอย่ใู น แถบแอคริกาตะวนั ตก (Western Africa) เป็นเคร่ืองดนตรพี ้นื บ้านของพวกนิ โกร ตอ่ มาจงึ เป็นทีแ่ พร่หลายในหมู่อเมรกิ นั นโิ กร วิธกี ารเล่นคลา้ ยกบั กตี าร์

เคร่ืองเปา่ ลมไม้ (Woodwind Instruments) เป็นการจัดประเภทเคร่ืองดนตรีสากล โดยเคร่ืองดนตรีประเภทเครือ่ ง เปา่ ลมไม้นี้ แมต้ วั ของเครื่องดนตรี อาจทาจากวสั ดตุ า่ งๆ มากมาย แต่สว่ น สาคญั ทีท่ าใหเ้ กิดเสียง คอื ลนิ้ (Reed) ซึง่ ทามาจากไม้ จงึ ได้ชือ่ ว่า เคร่ืองเปา่ ลมไม้นน่ั เอง เครอ่ื งเปา่ ลมไม้แบ่งไดอ้ ยา่ งกว้าง ๆ เป็น 2 ประเภทคอื 1. ประเภทเป่าลมเขา้ ไปในรเู ปา่ (Blowing into a tube) 1.1 ประเภทเปา่ ตรงปลาย 1. ขลยุ่ รคี อร์เดอร์(Recorder) เป็นเครื่องเปา่ ดนตรีสากลจดั อยใู่ นประเภทเคร่ือง เป่าลมไม้ชนิดไมม่ ลี ้นิ เปน็ เครื่องดนตรที ่ีมีขนาดเลก็ โครงสร้างทไ่ี มซ่ ับซ้อน 1.2 ประเภทเป่าลมเขา้ ทางดา้ นข้าง 1. คลูต(Flute) เป็นเคร่อื งดนตรีทเ่ี ก่าแก่ท่ีสดุ ชนิดหน่ึงท่มี พี ัฒนาการมาจาก มนุษยก์ ่อนประวตั ิศาสตรท์ ่คี ดิ ใช้กระดูกสัตว์หรือเขาของสัตวท์ ี่เป็นท่อกลวงหรอื ไม่ ก็ใชป้ ลอ้ งไมไ้ ผม่ าเจาะรูแลว้ เป่า ให้เกิดเสียงตา่ ง ๆ วตั ถุนน้ั จงึ เป็นต้นกาเนดิ ของ เคร่อื งดนตรปี ระเภทขลยุ่ คลตู เป็นขลุย่ เปา่ ดา้ นข้าง มีความยาว 26 นิ้วมี ช่วงเสียงตงั้ แต่ C กลางจนถึง C สูงขึน้ ไปอกี 3 ออคเทค เสยี งแจ่มใสจงึ เหมาะสาหรับเปน็ เครือ่ งดนตรปี ระเภทเล่นทานองใช้เลียนเสียงนกเล็ก ๆ ได้ดี และเสียงต่าของคลูตจะให้เสยี งท่ี นมุ่ นวล

2.1 ประเภทลน้ิ เดย่ี ว (Single reed) 1.คลารเิ นต(Clarinet) เปน็ เคร่อื งดนตรีทีร่ จู้ กั กันแพรห่ ลายกว่าเครื่องอนื่ ๆ ใน บรรดาเครอ่ื งลมไม้ดว้ ยกนั คลาริเนตเป็นเคร่ืองดนตรีที่ใช้ไดใ้ นวงดนตรเี กอื บ ทกุ ประเภท และเปน็ เครื่องดนตรที ่สี าคัญในวงออร์เคสตรา วงโยธวาทิต และวง แจ๊ส 2.แซกโซโคน(Saxophone) เปน็ เครอ่ื งดนตรีในตระกลู เคร่ืองลมไม้ ใชล้ ้ินเดีย่ ว เหมอื นของคลาริเนต แมว้ า่ ตัวเคร่ืองมกั จะทาด้วยโลหะแตส่ ุ้มเสยี งก็กระเดียดมา ทางเครอ่ื งลมไม้ แซกโซโคนจึงไดร้ ับฉายาวา่ “คลาริเนตทองเหลอื ง” (brass clarinet) ประเภทป่ีลิน้ คู่ (Double reed) 1.โอโบ(Oboe) ที่ใชใ้ นปัจจุบนั นีม้ มี าตั้งแต่ศตวรรษท่ี 17 ใช้ในการแสดงโอเปร่าฝร่ังเศส เรยี กว่า “Hautbois” หรอื “Hoboy” ในศตวรรษที่ 18 โอโบใช้เป็นเครอ่ื งดนตรหี ลักใน วงออรเ์ คสตรา้ เปน็ เครอ่ื งดนตรีเสียงสงู ในกลมุ่ เครื่องลมไม้ ซองในขณะน้ันมีรูปดิ เปดิ เพียง 2- 3 รเู ทา่ นัน้ ในศตวรรษที่ 19 โอโบได้พฒั นาในเรื่องระบบกลไก คีย์ กระเดอื่ ง สาหรับปดิ เปดิ รู เพื่อเปลี่ยนระดับเสยี งให้เลน่ สะดวกมากข้นึ จนในที่สุดโอโบ คือ เครอื่ งดนตรีหลักท่ีจะต้องมใี น วงออรเ์ คสตรา้

2.คอร์ แองเกลส์(Cor Anglais or English horn) เป็นป่ตี ระกูลเดียวกบั โอโบ แต่มขี นาดใหญก่ วา่ และมีรูปรา่ งทแ่ี ตกต่างไปจากโอโบ ระดบั เสียงต่ากว่าโอโบ และเวลาเล่นจะตอ้ งมสี ายตดิ กบั ลาตัวป่โี ยงไปคลอ้ งคอผเู้ ล่นเพ่ือพยงุ น้าหนักของปี่ ป่ชี นดิ นม้ี ีลาตวั ยาวกวา่ ปโี่ อโบ ดังน้นั เพอื่ งา่ ยต่อการเปา่ สว่ นทต่ี อ่ จากที่เปา่ (ลนิ้ ) กับลาตัวปจ่ี งึ ตอ้ งงอโค้งเป็นมุมและเกดิ คาวา่ “อองเกล (Angle)” ข้ึน ต่อมาคาน้ี ไดเ้ พี้ยนไปกลายเปน็ อองแกลส์ (Anglais) ในภาษาฝรั่งเศส ซง่ึ ตรงกับ ภาษาอังกฤษวา่ English สว่ นคาวา่ “คอร์” (Cor) ในภาษาฝร่งั เศส ซึ่งตรงกบั ภาษาอังกฤษวา่ ฮอรน์ (Horn) 3.บาสซนู (Bassoon) เป็นปีข่ นาดใหญใ่ ชล้ ิน้ คูเ่ ชน่ เดียวกับโอโบ รูปร่างของ บาสซนู คอ่ นข้างจะประหลาดกวา่ ปชี่ นดิ อ่ืน ๆ ได้รับฉายาว่าเปน็ “ตวั ตลก ของวงออร์เคสตรา” (The Clown of the Orchestra) ท้งั นี้เพราะเวลา บรรเลงเสียงส้นั ๆ หว้ น ๆ (Staccato) อย่างเร็ว ๆ จะมเี สียงดัง ปดู …ปดู๊ … คล้ายลักษณะท่าทางของตวั ตลกที่มีอากัปกรยิ ากระโดดเตน้ ห ยอง ๆ ในโรงละครสัตว์

เครอ่ื งลมทองเหลือง (Brass Instruments) เครอ่ื งดนตรปี ระเภทนมี้ ักทาดว้ ยโลหะผสมหรอื โลหะทองเหลอื ง เสยี ง ของเครื่องดนตรีประเภทน้เี กิดจากการเป่าผ่านทอ่ โลหะ ความสั้นยาวของทอ่ โลหะ ทาให้ระดับเสยี งเปลี่ยนไป การเปล่ยี นความสนั้ ยาวของท่อโลหะจะใชล้ ูกสบู เป็นตัว บงั คับ เครอ่ื งดนตรี บางชนิดจะใชก้ ารชักท่อลมเข้าออก เปลีย่ นความสั้นยาว ของท่อตามความตอ้ งการ ลักษณะเด่นของเครอ่ื งดนตรีประเภทน้ี มีปากลาโพง สาหรับใชข้ ยายเสียงให้มคี วามดังเจิดจ้า เรามักเรยี กเครอ่ื งดนตรปี ระเภทนร้ี วมๆ กนั วา่ “แตร” ขนาดของปากลาโพงขนึ้ อย่กู ับขนาดของเครื่องดนตรี ปากเปา่ ของ เครอ่ื งดนตรปี ระเภทน้เี รียกว่า “กาพวด” (Mouthpiece) ทาด้วยทอ่ โลหะ ทรง กรวย ดา้ นปากเป่ามีลักษณะบานออก คล้ายรูปกรวย มีขนาดต่างๆ กนั ตาม ขนาดของเคร่ืองดนตรีนนั้ ๆ ปลายท่ออีกด้านหนึง่ ของกาพวด ต่อเข้ากบั ท่อลม ของเคร่ืองดนตรี 1.คอร์เนต(Cornet) ลกั ษณะคลา้ ยกับทรัมเปตแต่ลาตัวส้นั กวา่ คุณภาพของ เสยี งมคี วามนมุ่ นวล กลมกลอ่ ม เสียงสดใสนอ้ ยกว่าทรัมเปท็ คอร์เน็ทนามาใช้ ในวงออร์เคสตร้าเปน็ ครั้งแรกเมอ่ื ประมาณ ค.ศ. 1829 ในการแสดงโอเปร่า ของ Rossini เรอ่ื ง William Tell ในปัจจุบันคอร์เนตเป็นเคร่อื งดนตรีสาคัญ สาหรับวงโยธวาทติ และแตรวง 2.ทรมั เปต็ (trumpet) เป็นเคร่อื งดนตรีสากลในกลุ่มเครอื่ งลมทองเหลือง(แตร) ประเภทเสียงสงู (high brass) เช่นเดยี วกบั เครนชฮ์ อร์น กาเนดิ เสียงโดยอาศยั ลมจากการเป่าของผู้เล่นทาให้เกดิ การสน่ั สะเทือนของริมฝีปาก โดยท่ัวไปมปี ุ่มกด (valve) 3 อัน เรียงอยใู่ นระนาบเดยี วกนั มที งั้ ท่เี คลอื บผวิ ดว้ ยทอง, เงนิ , นกิ เกิล, และแลกเกอร์

3.เครนช์ฮอรน์ (French Horn) คอื เคร่ืองเป่าทองเหลือง ท่อลมเปน็ ทรงกรวย ขยายออกไปตลอด ปลายทอ่ จะบานออกเปน็ ลาโพงอย่างกว้าง ทอ่ ลมจะขดเป็น วงกลม เครนชฮ์ อร์น พัฒนามาจากการเปา่ เขาสัตว์เพอ่ื ใช้บอกสญั ญาณต่างๆ เสียงของเครนชฮ์ อร์น จงึ เหมอื นกับเสียงที่เกิดจากกการเปา่ เขาสตั ว์ คณุ ภาพของ เสียงเครนชฮ์ อรน์ โปร่งเบาและมีความน่มุ นวลกงั วาน เครนชฮ์ อร์น ในยคุ แรก ไม่มนี ้วิ กดเลน่ เสียงไดจ้ ากดั ใชส้ าหรับการล่าสัตว์ 4.ทรอมโบน(Trombone) เป็นเครอ่ื งดนตรสี ากลประเภทเครอ่ื งเป่าทองเหลอื ง มี คนั ชักใช้สาหรบั เปล่ยี นระดับเสยี ง โดยมากจะใชใ้ นวงโยธวาทติ วงดนตรีลูกทงุ่ รวมท้ังวงซิมโคนีออร์เคสตรา ในวงดนตรี ทรอมโบนจะทาหน้าที่ประสานเสยี ง ในกลมุ่ แตรดว้ ยกนั 5.ยโู คเนยี ม(euphonium) คอื เครื่องดนตรีประเภทเครือ่ งเปา่ ทองเหลอื ง ลักษณะ เสยี งของยโู คเนยี มจะนมุ่ นวล ทุ้มลึก และมคี วามหนักแนน่ มาก สามารถเล่นในระดับ เสียงต่าได้ดี บางครงั้ นาไปใช้ในวงออร์เคสตร้าแทนทูบา คาว่า”ยูโคเนยี ม” มาจาก ภาษากรกี หมายถึง ”เสียงดี” ลักษณะทวั่ ไปของยูโคเนยี มเหมือนกบั เครื่องเป่า ทองเหลอื งทั่วไป จะมีลกู สบู 3 – 4 ลกู สูบมีกาพวดเป็นรูปถ้วย ทอ่ ลมกลวงบาน ปลายเปน็ ลาโพงเสยี ง มเี คร่อื งดนตรชี นดิ หน่งึ ชื่อ “บารโิ ทน” มีเสียงใกล้เคยี งกับ ยโู คเนียม แตท่ อ่ ลมมขี นาดเล็กกว่า เสยี งของบารโิ ทนจะมีความห้าวมากกวา่ ยูโคเนยี ม พบว่าบอ่ ยครัง้ ที่มกี ารเรยี กชอ่ื สลับกนั ระหวา่ งยูโคเนยี มและบาริโทน

6.ทบู า(tuba) เปน็ เคร่ืองดนตรีตระกูล แซ็กฮอรน์ ทบู ามีทอ่ ลมขนาดใหญ่ และ มีความยาวต้งั แต่ 9 ,12,14,16 และ 18 คตุ แล้วแต่ขนาด มีช่วงเสยี งกวา้ ง 3 ออคเทค เศษ ๆ ทอ่ ลมเปน็ ทรงกรวย เช่นเดียวกับฮอร์น ส่วนกลางลาตัวตดิ ลกู สูบบงั คับเสยี ง 3 อัน หรอื 4 อัน ส่วนตรงปลายทอ่ บานเป็นลาโพง กาพวดเปน็ โลหะรปู ถว้ ย เสยี งของทบู าตา่ ลกึ น่มุ นวล ไมแ่ ตกพร่า เสียงตา่ มาก ที่เรียกวา่ “พีเดลิ โทน” (pedal tones) น้ันมีคณุ สมบตั เิ ฉพาะตัวปกตแิ ตรทูบา ทาหนา้ ทเี่ ปน็ แนวเบส ให้แก่กลุม่ เครอื่ งลมทองเหลอื ง 7.ซูซา่ โคน(Sousaphone) เป็นเครอื่ งลมทองเหลอื งทใ่ี หญ่ทส่ี ดุ เป็นเคร่อื งดนตรี ประเภทเดียวกบั ทบู า ลักษณะของเสียงจะตา่ ทุ้มลึก เหมาะท่ีจะบรรเลงในแนว เสยี งเบสมากกว่าแนวอืน่ ช่ือซูซ่าโคน ต้ังขน้ึ เพือ่ ให้เกียรติกับจอหน์ คิลิป ซูซ่า (John Philip Sousa) นกั ประพนั ธ์เพลงผคู้ วบคุมวงดนตรีท่ีมีชอ่ื เสยี งของอเมริกา

เครอื่ งลิม่ น้ิว (Keyboard Instruments) เครอื่ งดนตรีสากลในกลุม่ นีม้ ักนิยมเรยี กทบั ศัพทใ์ นภาษาอังกฤษว่า “เครอื่ งดนตรีประเภทคียบ์ อร์ด” ลักษณะเด่นของเครือ่ งดนตรีทีอ่ ยู่ในกลุ่มนก้ี ็คอื มลี ่มิ นว้ิ สาหรับกดเพือ่ ปรับเปล่ยี นระดบั เสียงดนตรี ล่ิมนิ้วสาหรับกดเรยี กวา่ “คยี ์ (Key)” เคร่ืองดนตรีแตล่ ะชนิดมจี านวนคียไ์ มเ่ ท่ากันโดยปกติสีของคีย์เปน็ สี ขาวกับดา คยี ส์ ีดาโผล่สูงขึ้นมามากกว่าคีย์สีขาว 1.เปยี โน(piano) เป็นเคร่อื งดนตรขี นาดใหญท่ ่สี รา้ งเสยี งเม่อื คยี ์ถกู กดและกลไก ภายในเครอ่ื งตสี าย คาวา่ เปยี โนเป็นตัวย่อของคาว่า ปีอาโนคอเต(pianoforte)- ออกเสยี งวา่ (ปี-อา๊ -โน่-คอ-เต)้ ซ่ึงเปน็ คาภาษาอติ าเลยี นท่ีแปลว่า “เบาดงั ” มา จากความสามารถของเปียโนที่จะปรับความดงั เบาตามแรงท่กี ดคยี ์ แกรนดเ์ ปี ยโน อัพไรทเ์ ปี ยโน 2.ออรแ์ กน(organ) เปน็ เครอ่ื งดนตรีตะวันตก ออร์แกนมปี ระวัติในการประดิษฐ์ ทย่ี าวนานมาต้ังแตส่ มัยโรมนั และมีความสาคัญควบค่มู ากบั ศาสนาครสิ ตเ์ ลย ทีเดียว คาว่า Organ นั้น กม็ าจากภาษาละตนิ Organum ซ่ึงเป็นชอื่ ที่ใช้เรียก เคร่อื งดนตรีชนิดหน่งึ ที่มชี ่ือว่า Hydraulis ต้นกาเนดิ เสยี งของออรแ์ กนมาจาก ลม ซ่ึงมแี หล่งกาเนิดหลายวธิ ซี ่งึ ในสมัยโบราณกต็ ้องใช้แรงคนในการผลติ ลม เมอื่ ลมถูกบงั คบั ให้ไหลผ่านทอ่ ท่ีมขี นาดตา่ งๆกันก็จะเกดิ เสียงทมี่ คี วามถี่แตกต่าง กนั ท่อทีใ่ ช้ในการสรา้ งออรแ์ กนนัน้ อาจจะเป็นไม้ หรือโลหะ กไ็ ด้ ซงึ่ จะ ส่งผลให้มีเสยี งทแี่ ตกตา่ งกัน และออรแ์ กนหน่งึ เครื่อง สามารถทาเสียงตา่ ง ๆ ไดเ้ ทา่ ๆ กบั เคร่อื งดนตรีหลายชนิ้ มารวมกัน ดงั นนั้ ออรแ์ กนจึงสามารถเลน่ ไดท้ ้ังแนวทานอง และแนวเดินเบส โดยไม่ตอ้ งพงึ่ พาเครื่องดนตรอี นื่ ใด ดังน้นั ในสมยั กอ่ นนั้น ออร์แกนจงึ ถอื เปน็ เครื่องดนตรีทม่ี ีประสทิ ธิภาพสงู ที่สุดใน บรรดาเครือ่ งดนตรที ง้ั ปวง

3.ฮารป์ ซคิ อรด์ (Harpsichord) เปน็ เครื่องดนตรีตะวันตก ในยุคบาโรค ประเภท เคร่ืองดีด โดยมกี ารพัฒนามาจากเคร่อื งดนตรีประเภทพณิ และกตี าร์ กลไกการ เกดิ เสยี งจะใช้การเกย่ี วดึงสายโลหะซึง่ มีขนาด และความยาวแตกต่างกันเพอื่ ใหไ้ ด้ เสยี งความถ่ีต่างๆ การเล่นเคร่อื งดนตรีน้ีจะใช้ คียบ์ อร์ด (Keyboard) ในการ สรา้ งกลไกในการดึงสาย โดยผ้เู ลน่ สามารถเลอื กกดบนแปน้ คีย์บอรด์ ซึ่งจะ คลา้ ยคลงึ กบั การเลน่ เปยี โน(Piano) แต่จะมคี ียบ์ อร์ดสองช้ัน เหมือน ออร์แกน (Organ) ผ้เู ลน่ ไมส่ ามารถปรับความดงั ของเสียงได้ดว้ ยนา้ หนกั ของการ กดคยี บ์ อร์ด แต่สามารถใช้กลไกอื่นชว่ ยในการสร้างความแตกตา่ งของคุณภาพ เสยี ง (Acrustic Quality) 4.คลาวคิ อร์ด(clavichord) เป็นเครื่องดนตรีทม่ี ลี กั ษณะคลา้ ยเปยี โน เปน็ เคร่อื ง ดนตรีประเภทล่ิมน้วิ (Keybroad instruments) ในยคุ แรก ๆ ประเภทเกดิ เสียง ได้ จากการดีดโดยมสี ายเสยี งทข่ี ึงไปตามส่วนรปู ของกลอ่ งไมส้ ีเ่ หลย่ี ม กว้าง ประมาณ 2 คุต ยาวประมาณ 4 คุต มแี ถวของลมิ่ นิ้วประมาณ 3 ออ็ กเทค ส่วนปลายสดุ ของคียจ์ ะมีกลไกการงัดหรอื แตะของล่มิ ทองเหลอื งเลก็ ๆ เมอ่ื ผูเ้ ลน่ กดคียล์ งไปล่ิมทองเหลืองนก้ี จ็ ะยกข้นึ และตีไปทส่ี ายเสียงเพือ่ ทาให้เกดิ เสียง แคลควิคอร์ดเปน็ เครื่องดนตรีประเภทลม่ิ น้วิ ประเภทแรกทส่ี ามารถเล่นไดท้ ้ังเบา และดังโดยเปลย่ี นแปลงนา้ หนกั การกดคีย์ เสียงที่ได้จากแคลควิคอรด์ มีความ ไพเราะและนุ่มนวล

5. แอคคอรเ์ ดยี น(Accordion) เปน็ เคร่ืองดนตรปี ระเภทลิม่ น้วิ เชน่ เดียวกับเปยี โน เสยี งของ แอคคอร์เดยี นเกิดจากการสั่นสะเทอื นของลนิ้ ทองเหลืองเลก็ ๆ ภายในตัวเครื่องอันเนือ่ งมาจากการเลน่ ผ่านเขา้ – ออกของลมซง่ึ ต้องใชแ้ รง ของผู้เล่นสบู เขา้ – ออก

เคร่ืองกระทบ (Percussion Instruments) เครอื่ งดนตรีประเภทเครอ่ื งกระทบ ได้แก่ เครอื่ งดนตรีท่เี กดิ เสยี งจาก การตี การส่ัน การเขย่า การเคาะ หรอื การขูด การตอี าจจะใชไ้ ม้ตหี รืออาจจะ ใช้ส่ิงหนึง่ กระทบเข้ากบั อีกสิ่งหน่งึ เพอื่ ทาใหเ้ กดิ เสียง เคร่ืองกระทบประกอบขึน้ ดว้ ยวัสดุทเี่ ป็นของแขง็ หลายชนดิ เชน่ โลหะ ไม้ หรือแผน่ หนงั ขึงตงึ แบง่ ออกเปน็ 2ประเภท ไดแ้ ก่ 1.เครื่องดนตรที ่มี ีระดับเสียงแนน่ อน(Definite Pitch Instruments) เคร่ือง ดนตรีกลมุ่ น้มี รี ะดับเสยี งสูงต่าเหมือนกบั เคร่ืองดนตรีประเภทอนื่ เกดิ เสียงโดย การตกี ระทบ สว่ นใหญต่ กี ระทบเปน็ ทานองเพลงได้ 1.ไซโลโคน(Xylophone) เป็นเคร่อื งดนตรปี ระเภทเครอ่ื งกระทบ(Percussion Instruments) ชนดิ ทีม่ ีระดับเสยี งแน่นอน (Definite Pitch) เปน็ ระนาดไมข้ นาด เล็กของดนตรตี ะวนั ตก ลักษณะทวั่ ไปจะคล้ายกับมารมิ บา หรอื ไวบราโคน แต่ ไวบราโคนทาจากโลหะ และมีขนาดใหญก่ ว่าไซโลโคน ลกู ระนาดของไซโลโคนทา ดว้ ยไม้เน้ือแขง็ เช่น โร้สวูด เป็นต้น จัดเรียงลาดบั เสียงตามบันไดเสียงโคร มาติก (Chromatic) เชน่ เดียวกบั เปียโนหรอื ออรแ์ กน ใตล้ กู ระนาดมีท่อโลหะติด อยเู่ พือ่ เปน็ ตัวขยายเสียง คาดวา่ มีต้นกาเนดิ มาจากแอคริกา และเอเชีย 2.ไวบราโคน(Vibraphone) เป็นเครือ่ งดนตรปี ระเภทเครอื่ งตกี ระทบ(Percussion Instruments)ชนิดท่มี รี ะดบั เสยี งแนน่ อน (Definite Pitch) เป็นระนาดโลหะ ขนาดใหญ่ ลกั ษณะทั่วไปคล้ายกบั มาริมบาหรอื ไซโลโคน ใตล้ กู ระนาดมที ่อโลหะ เพอื่ เป็นตัวขยายเสยี ง มีแกนใบพดั เลก็ ๆ ประจาอยู่แต่ละท่อ ใชร้ ะบบมอร์เตอร์ห มุนใบพดั ทาใหเ้ กิดคล่นื เสียงสน่ั รวั ดงั ก้องกงั วาลอยา่ งตอ่ เนือ่ ง

3.มารมิ บา(Marimba) เปน็ เคร่อื งดนตรปี ระเภทเครอื่ งตีกระทบ (Percussion Instruments)ชนิดทมี่ รี ะดับเสียงแน่นอน(Definite Pitch) ลกั ษณะเหมอื นกบั ระนาดไม้ขนาดใหญ่ ลกู ระนาดทาด้วยไมพ้ ิเศษท่มี ีชอ่ื ว่า “rosewood” ใตล้ ูกระนาดจะมีทอ่ โลหะติดอยู่เพอ่ื เป็นตัวขยายเสยี ง 4.ระฆังราว(Tubular Bells) ทาดว้ ยท่อโลหะแขวนเรียงตามลาดบั เสยี งจาก สูงไปตา่ แขวนกบั โครงโลหะในแนวดงิ่ ใช้ไมต้ ีท่ีปลายท่อดา้ นหัวจะเกิด เป็นเสียงเหมือนระฆัง 5.กลองทมิ ปานี(Timpani) เป็นกลองทม่ี ีลักษณะเหมือนกระทะหรือกาตม้ นา้ จึงมี ชื่อเรียกอกี ช่ือหนึง่ ว่า Kettle Drum ตวั กลองทาด้วยโลหะทองแดง ต้งั อยู่บนขา หยัง่ กลองทิมปานมี รี ะดับเสียงแนน่ อนเทยี บเทา่ กบั เสยี งเบส มีเท้าเหยยี บเพอ่ื เปล่ยี นระดับเสยี งตามต้องการ ในการบรรเลงตอ้ งใช้อยา่ งน้อย 2 ใบ เสยี ง ของกลองจะแสดงอานาจ ทาใหค้ วามยง่ิ ใหญ่ ตน่ื เตน้ เรา้ ใจ

2.เครือ่ งดนตรีทมี่ รี ะดับเสียงไมแ่ นน่ อน (Indefinite Pitch Instruments) 2. เครอ่ื งดนตรีกลุม่ น้ไี มม่ รี ะดับเสียงท่แี น่นอน หน้าทีส่ าคญั คือ ใช้เปน็ เคร่ือง ดนตรีประกอบจงั หวะ เกดิ เสียงโดยการตี สนั่ เขยา่ เคาะ หรือขูด 1.กิ๋ง(Triangle) เป็นเคร่อื งดนตรีจดั อยใู่ นประเภทเครอ่ื งตกี ระทบ ทาด้วยแทง่ โลหะดดั ให้เป็นรูปสามเหลย่ี มแทง่ โลหะมขี นาดเส้นผ่าศูนยก์ ลางประมาณ 1 ซ.ม. เพือ่ ใหเ้ กดิ เสยี งดงั กงั วาน ตอ้ งแขวนก๋ิงไวก้ ับเชือกแลว้ ตีกระทบดว้ ยแท่งโลหะ กง๋ิ มีเสียงแจ่มใส มชี วี ิตชีวา 2.ฉาบ(Cymbal) คือเครอื่ งดนตรีประเภทตีกระทบ ทาด้วยโลหะทองเหลอื ง มี หลายแบบ ทงั้ ฉาบแบบฝาเดยี ว และแบบสองฝา แต่ละแบบยังมหี ลายขนาดอีก ดว้ ย ฉาบแต่ละแบบมีลักษณะการตีแตกตา่ งกันออกไป เสียงของฉาบทาให้เกิด ความตื่นเต้นเร้าใจ ความสนกุ สนาน และความอึกทกึ ครึกโครม 3.แทมโบรนิ (Tambourine) เปน็ เครือ่ งตีกระทบจังหวะ ประกอบขนึ้ ดว้ ยขอบกลม เหมอื นขอบกลองขนาดเลก็ ประมาณ 10 น้ิว ขอบอาจทาด้วยไม้ พลาสติกหรอื โลหะ รอบๆ ขอบติดด้วยแผน่ โลหะประกบกนั 2 แผน่ หรอื ติดดว้ ยลกู กระพรวนเปน็ ระยะ ใชก้ ารตกี ระทบกบั ฝ่ามือหรอื ส่นั เขย่า ให้เกดิ เสยี งดงั กรุ๋งกรงิ๋ เพื่อประกอบจงั หวะให้ เกิดความสนุกสนาน สดชนื่ แทมโบรนิ บางชนดิ จะขงึ ด้วยหนงั เหมอื นกลอง 1 ดา้ น ใชฝ้ ่ามือตที ่ีหนังกไ็ ด้ แทมโบรินมีชือ่ เรยี กอีกช่อื หนึง่ ว่า Riqqหรอื Riq

4.มาราคา(Maraca) เป็นเครอ่ื งดนตรีจดั อย่ใู นประเภทเคร่ืองตกี ระทบ เดิมทา ดว้ ยผลนา้ เต้าแก่จัด ทาใหแ้ ห้ง ภายในบรรจุด้วยเมล็ดน้าเต้า เมล็ดถวั่ ต่างๆ หรือลูกปดั ลูกเล็กๆ ต่อด้ามไวส้ าหรบั จับถือ เล่นโดยการเขยา่ ดว้ ยมือทั้ง 2 ขา้ ง สอดสลับกันเพ่ือใหเ้ กิดเสยี งซ่าๆ ปจั จบุ นั ทาด้วยไม้และพลาสติก 5.กลองชุด(Drum set) คือกลองทป่ี ระกอบด้วยกลองใหญ่ กลองสะแนร์ ฉาบ ขนาดต่างๆ กลองทอม 2 หรอื 3 ลกู ทม่ี ขี นาดแตกตา่ งกัน ไฮแอท (ฉาบ 2 ฝาประกบตดิ กัน กระทบกันดว้ ยขาเหยยี บ) พรอ้ มทั้งเพ่ิมเคร่ืองกระทบจงั หวะ อ่นื ๆ ประกอบเขา้ ดว้ ยกนั เปน็ พิเศษ อกี ดว้ ย เชน่ เคาเบลล์ เปน็ ตน้

วิดีโอเพ่ิมเตมิ เกย่ี วกับประเภทของ เครอ่ื งดนตรสี ากล https://www.youtube.com/watch?v=sbUMmQSfpec&ab_channel=JUNEFILMS TUDIO


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook