38 ตารางที่ 26 ราคาลาไยท่ีเกษตรกรขายได้ เฉลี่ยรายเดือน ปี 2559 และปี 2560 จงั หวดั จนั ทบุรี หนว่ ย : บาท/กก สินค้า ปี ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. เฉลยี่ 2559 40.5 40.67 - - - - - 44.67 43 39 38.75 37.37 41 ลาไย เกรด AA - - - - - - 35 2560 34.2 34.25 35 35 35 - ลาไย เกรด A 2559 - 40 - - - - - - - - - - 40 2560 ที่มา : สานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 4) วิถตี ลาดลาไยจังหวัดจันทบุรี วิถกี ารตลาดลาไยจงั หวัดจันทบรุ ี พบว่า ปี 2560 ผลผลติ ลาไยของจังหวดั จนั ทบุรี มีจานวน 296,275 ตนั จะขายสผู่ ู้บรโิ ภคโดยตรงประมาณรอ้ ยละ 0.10 เทา่ น้ัน ท่ีเหลืออีกประมาณร้อย 99.10 จะขายผ่านพอ่ ค้า(ลง้ /ผสู้ ง่ ออก/ผูร้ วบรวม) เนื่องจากมกี ารตกลงซอื้ ขายและทาสัญญาไว้ล่วงหนา้ แลว้ และจาก พ่อค้า(ล้ง/ผ้สู ่งออก/ผรู้ วบรวม) จะเขา้ โรงงานแปรรปู ร้อยละ 0.40 อีกร้อยละ 99.50 ส่งไปตลาดตา่ งประเทศ โดยเฉพาะตลาดใหญ่ทส่ี าคญั ทสี่ ุด คอื จนี นอกจากนย้ี ังมีการนาเข้าลาไยจากจังหวัดใกล้เคยี ง เช่น จังหวัด สระแก้ว ตราด บรุ ีรัมย์ นอกจากนยี้ งั มีการนาเขา้ จากประเทศเพ่ือนบา้ นคือ กัมพชู า เพ่ือให้มปี ริมาณในการ ส่งออกที่ไดท้ าสัญญาไวล้ ว่ งหน้า ภาพท่ี 19 วิถีการตลาดลาไยจังหวัดจนั ทบรุ ี ปี 2560. 5) การใช้ลาไยของจังหวัดจันทบุรี ปี 2560 ผลการสารวจ พบวา่ ด้านอุปทาน (Supply) เกิดจากปรมิ าณผลผลิตลาไยท่จี ังหวดั จันทบุรีผลติ ได้ปี 2560 จานวน 296,275 ตัน และมีการนาเขา้ ผลผลติ ลาไยจากนอกจงั หวดั และนอกภมู ิภาค (จังหวดั สระแก้ว ตราด บุรีรมั ย์ นอกจากนีย้ งั มีการนาเขา้ จากประเทศเพ่ือนบ้านคือกัมพชู า) ประมาณร้อยละ
39 15.00 (44,000 ตนั ) ของผลผลิตลาไยท่จี งั หวดั จนั ทบุรี โดยเกดิ จากความต้องการของพ่อค้าส่งออก ทาใหอ้ ุปทาน ลาไยรวมเทา่ กับ 340,000 ตนั ดา้ นอปุ สงค์ (Demand) เกดิ จากความต้องการของตลาดบรโิ ภคภายในจังหวดั จนั ทบรุ ี ประมาณ 300 ตัน และมีการสง่ ออกผลผลติ ไปนอกจังหวดั ปลี ะประมาณ 296,000 โดยสว่ นใหญ่พอ่ ค้าท่รี วบรวม ในจงั หวดั จันทบรุ ีทีไ่ ดร้ บั โควต้าตลาดตา่ งประเทศเปน็ หลัก ภาพท่ี 20 การบริหารจัดการลาไยจังหวัดจนั ทบรุ ี ปี 2560 6) ปัญหาและอปุ สรรค (1) ด้านการผลติ 1) เกษตรกรนิยมบังคับให้ผลผลิตออกสู่ตลาดเพื่อให้ได้ราคาสูงมี 2 ช่วง คือ ช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม และช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เพราะช่วงแรกล้งเริ่มเปิดรับซ้ือลาไยและเป็น ช่วงเทศกาลวนั ชาติของประเทศจนี ส่วนชว่ งที่สองเป็นเทศกาลตรุษจนี และเทศกาลเชงเมง้ 2) ส่วนเดือนท่ีเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ต้องการผลผลิตออกสู่ตลาดมี 2 ช่วง คือ ช่วงแรกเดือนพฤศจิกายน เพราะผลผลิตที่ออกในเดือนน้ีมีปริมาณมากซึ่งมาจากสวนจานวนมากท่ี ไม่มีแหล่งน้า เพียงพอจาเป็นต้องบังคับราดสารในช่วงเดือนพฤษภาคมจะเก็บเกี่ยวได้ในเดือนพฤศจิกายน และช่วงท่ีสองคือ เดอื นพฤษภาคมถงึ มิถุนายน เนอื่ งจากเป็นช่วงทีผ่ ลไม้ เงาะ ทุเรยี น มังคุด และลองกอง ของภาคตะวันออก ออก สู่ตลาด และลง้ รบั ซอ้ื ลาไยจะเปลยี่ นไปรบั ซือ้ ผลไม้อ่ืนแทน 3) เกษตรกรจะขายเป็นผลผลิตแบบเหมารวม โดยทาสญั ญาซือ้ ขายล่วงหนา้ 4) ราคาปจั จัยการผลิตตา่ งๆ สงู ขน้ึ สง่ ผลให้ตน้ ทนุ การผลิตการผลติ สูงข้ึน 5) ขาดแคลอนแรงงานโดยเฉพาะในช่วงเกบ็ เกี่ยว (2) ดา้ นการตลาด 1) การซ้อื หรือการรวบรวมผลผลิตลาไยนอกฤดูของจังหวดั จนั ทบุรสี ่วนใหญ่มุ่ง ผลิตทาคุณภาพเพ่ือส่งออก รูปแบบการซื้อหรือรวบรวมลาไยนอกฤดูของจังหวัดจันทบุรีจะมี 2 รูปแบบหลักคือ การซอ้ื แบบทาสัญญาตกลงซื้อล่วงหน้า และการซ้ือแบบไม่ทาสญั ญาลว่ งหนา้ 2) สัญญาซ้ือระหว่างล้งกับเจ้าของสวนซึ่งแต่ละล้งจะมีเงื่อนไขท่ีระบุในสัญญา ท่ีแตกต่างกัน และเงือ่ นไขในสัญญายังมีช่องว่างทั้งสองฝ่ายและขาดการบังคับใช้ตามกฎหมาย หากปล่อยให้เกิด ปัญหาเหล่าน้ีเพิ่มข้นึ ต่อไปอาจกลายเปน็ จุดอ่อนในการพัฒนาศักยภาพการตลาดลาไยนอกฤดูของจังหวัดจันทบุรี 3) ล้งมีบทบาทสาคัญและทาหน้าท่ีเป็นทั้งพ่อค้าเก็งกาไรและผู้ส่งออกจึงมี อานาจกาหนดราคาลาไยเพื่อทาสัญญาซื้อผลผลิตล่วงหน้าสามารถชี้นาราคารับซื้อของตลาดลาไยนอกฤดูของ จังหวัดจันทบรุ ี 4) ล้งบางรายไมป่ ฏบิ ตั ิตามข้อตกลงหรือสัญญาที่ตกลงไวล้ ่วงหน้า
40 (3) ข้อเสนอแนะ ด้านคุณภาพผลผลติ 1) เกษตรกรควรได้รับการพัฒนาเทคนิคการผลิตลาไยนอกฤดูเพ่ือยกระดับ ศักยภาพการผลิต และการใชเ้ ทคโนโลยีในการควบคุมคณุ ภาพผลผลิต 2) ภาครัฐควรส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้เกิดการเข้าถึงองค์ความรู้ แหล่งเงินทุนและการตลาด พร้อมทั้งยกระดับบทบาทกลุ่มเกษตรกรเพ่ือการผลิตเป็นการรวมกลุ่มเพื่อการตลาด โดยรวมเป็นแปลงใหญ่เพื่อลดตน้ ทุนการผลิตและสรา้ งอานาจในการต่อรอง 3) ภาครัฐและเกษตรกรต้องร่วมบริหารจัดการแหล่งน้าท่ีมีอยู่เดิม และลงทุน พฒั นาฝายกกั น้าจากนา้ ตกเพอื่ เกบ็ น้าไว้ใช้ในฤดแู ลง้ 4) เกษตรกรควรลดการเสี่ยงภัยทางการผลิตของลาไยโดยการทาประกันภัย พชื ผลจากภยั พิบัติทางธรรมชาติ ด้านการตลาด 1) ภาครัฐควรยกร่างสัญญาซ้ือขายล่วงหน้าท่ีถูกต้องตามกฎหมายและเป็น ธรรมทั้งสองฝ่ายเพ่อื ลดขอ้ ขดั แย้ง 2) ผปู้ ระกอบการรบั ซื้อลาไย (ล้ง) ควรพิจารณาเพิม่ การทาประกันภัยผลผลติ 3) ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกลาไยควรทาให้ลักษณะหุ้นส่วนทางการค้ากับ ผปู้ ระกอบการจีนเพื่อลดปัญหาความเสี่ยงในกระบวนการฝากขายที่ประเทศจนี 4) ภาครัฐพัฒนาระบบการจัดการเอกสารและระยะเวลาการตรวจสอบสินค้า ส่งออกเพื่อลดจานวนขั้นตอนการจัดการ 5) ภาครัฐควรดาเนินการเจรจาหรือทาข้อตกลงทางภาษีกับจีนเก่ียวกับการ เรียกเก็บภาษีในแต่ละมณฑลของจีนที่เกิดความแตกต่างกันถึงแม้ปัจจุบันไม่ต้องเสียภาษีผ่านแดนตามข้อตกลง เปิดการคา้ เสรีทาให้ผปู้ ระกอบการไทยเกดิ ตน้ ทุนการตลาดไม่แนน่ อน 6) ตลาดซ้ือขายล่วงหน้าควรพิจารณานาผลผลิตลาไยโดยเฉพาะลาไยอบแห้ง มาทาการซ้ือขายเพราะเป็นผลิตภัณฑท์ ส่ี ามารถเกบ็ รักษาได้ในระยะยาว 7) หน่วยงานราชการต้องเร่งพัฒนาศักยภาพในการเป็นแหล่งกระจายข้อมูล ข่าวสารเชิงรุกทั้งการผลิตและการตลาดเพ่ือให้เกษตรกรรับรู้ข่าวสารมากข้ึนควรผ่านทางส่ือบุคคลและทาง ขอ้ ความสนั้ (SMS) 3.1.3 ทเุ รยี น (1) ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลติ ทเุ รยี นในพ้นื ท่เี หมาะสม (S) ผลจากการสารวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตทุเรียน ในจังหวัดจันทบุรี ในเขตพน้ื ที่เหมาะสม (Suitability : S) เกษตรกรมีตน้ ทนุ การผลิตเฉลี่ย (Total Cost : TC) 32,466.68 บาทตอ่ ไร่ โดยแยกเป็นต้นทุนผนั แปร (Total Variable Cost : TVC ) 26,624.52 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 82.01 และต้นทุนคงที่ (Total Fixed Cost : TFC ) 5,842.16 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 17.99 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลาดับ เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่าเป็นต้นทุนท่ีเป็นเงินสด 21,166.39 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 65.19 และที่เหลือประมาณร้อยละ 34.81 เป็นต้นทุนท่ีไม่เป็นเงินสด โดยต้นทุนผันแปรที่เป็นเงินสดส่วนใหญ่จะเป็นค่า ปัจจยั การผลิตตา่ ง ๆ รองลงมาเป็นค่าจา้ งแรงงาน ผลการวิเคราะห์ผลตอบแทนการผลิตทุเรียน ในพ้ืนท่ีความเหมาะสม (S) ของจังหวัด จันทบุรี ได้ผลผลิตเฉลี่ย 1,870.86 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 73.90 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 138,256.55 บาทต่อไร่ ดังนั้นเกษตรกรจะมีผลตอบแทน เหนือต้นทุนผันแปร 111,632.03 บาทต่อไร่ และมีผลตอบแทนเหนือต้นทุนเงินสด 117,090.16 บาทต่อไร่ และจะได้รับผลตอบแทนเหนอื ตน้ ทนุ ทง้ั หมดหรือมีกาไร ( Economic Profit ) 105,789.87 บาทต่อไร่ โดยที่
41 จดุ คุ้มทุนในการผลติ ทุเรยี น ( Break Even Point ) ณ ปริมาณผลผลิตท่ี 439.33 กิโลกรมั ต่อไร่ และราคา ณ ไร่ นาทจ่ี ุดคุม้ ทุนหรอื ต้นทุนการผลิต 17.35 บาทต่อกโิ ลกรมั (2) ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลติ ทุเรยี นในพ้ืนทีไ่ มเ่ หมาะสม (N) ผลจากการสารวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตทุเรียน จังหวัดจันทบุรี ใน พืน้ ทีไ่ มเ่ หมาะสม (Not suitability :N) เกษตรกรมีตน้ ทุนการผลิตเฉลี่ย (Total Cost :TC) 30,180.80 บาทต่อไร่ โดยเป็นต้นทุนผันแปร (Total Variable Cost : TVC ) 25,625.57 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 84.91 และต้นทุนคงที่ (Total Fixed Cost : TFC ) 4,555.23 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 15.09 ของต้นทุนท้ังหมดตามลาดับ เมื่อ พิจารณาในรายละเอียดพบว่าเกษตรกรมีต้นทุนท่ีเป็นเงินสด 19,290.72 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 63.92 ท่ีเหลือ ประมาณร้อยละ 36.08 เป็นต้นทุนท่ีไม่เป็นเงินสด โดยต้นทุนผันแปรที่เป็นเงนิ สดส่วนใหญ่จะเป็นค่าจ้างแรงงาน รองลงมาเป็นคา่ ปัจจยั การผลิตตา่ ง ๆ และค่าเกบ็ เก่ียว เปน็ ต้น ผลตอบแทนการผลิตทุเรียน ในเขตพื้นท่ีไม่เหมาะสม (N) ในพ้ืนที่จังหวัดจันทบุรี ได้ผลผลิตเฉลี่ย 1,173.62 กิโลกรัมต่อไร่ เม่ือพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาท่ีเกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 73.90 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 86,730.52 บาทต่อไร่ ดังน้ันเกษตรกรจะมีผลตอบแทนเหนือ ต้นทุนผันแปร 61,104.95 บาทต่อไร่ และมีผลตอบแทนเหนือต้นทุนเงินสด 67,439.80 บาทต่อไร่ และได้รับ ผลตอบแทนเหนือต้นทุนทั้งหมดหรือกาไร ( Economic Profit ) 56,549.72 บาทต่อไร่ โดยที่จุดคุ้มทุนในการ ผลิตทุเรียนในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม ( Break Even Point ) ณ ปริมาณผลผลิตท่ี 408.406 กิโลกรัมต่อไร่ และราคา ณ ไร่นาที่จดุ คมุ้ ทนุ หรือต้นทนุ การผลิต 25.72 บาทต่อกโิ ลกรัม ตารางที่ 27 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลิตทุเรยี น จงั หวดั จันทบุรี รายงาน พืน้ ทเี่ หมาะสม (S) หนว่ ย: บาท/ไร่ พื้นทไ่ี มเ่ หมาะสม (N) 1.ตน้ ทุนผันแปร เงินสด ประเมนิ รวม 1.1ค่าแรงงาน เงนิ สด ประเมนิ รวม 21,166.39 5,458.13 26,624.52 19,290.72 6,334.85 25,625.57 8,675.13 4,940.35 13,615.48 6,135.48 5,450.67 11,586.15 ดแู ลรกั ษา 6,168.09 4,810.25 10,978.34 4,274.91 5,226.96 9,501.87 การใสป่ ๋ยุ 39.41 217.91 257.32 147.26 141.76 289.02 การฉีดยาป้องกันกาจดั วัชพชื 0.00 132.56 132.56 42.79 64.16 106.95 การฉีดยาปอ้ งกนั กาจัดโรคและแมลง 2,092.24 886.21 2,978.45 914.25 893.07 1,807.32 การใส่สารอื่นๆและวัสดปุ รบั ปรงุ ดิน 167.71 6.04 173.75 0.00 25.04 25.04 การดายหญา้ /ถอนหญ้า 394.26 388.12 782.38 318.50 543.16 861.66 การพรวนดิน(ทารนุ่ ) 0.00 17.61 17.61 0.00 0.00 0.00 การให้น้า 226.42 1,712.62 1,939.04 151.35 1,757.35 1,908.70 การตดั แตง่ กง่ิ 702.49 349.25 1,051.74 873.01 694.62 1,567.63 การตัดแต่งช่อดอก 820.73 310.53 1,131.26 518.52 381.97 การโยงกง่ิ ,ค้ากิง่ 1,439.72 357.12 1,796.84 991.43 424.12 900.49 การตดั แตง่ ผลอ่อน 150.94 392.86 176.96 227.85 1,415.55 การรดิ กิ่ง,ริดแขนง 134.17 39.42 543.80 140.83 73.86 เก็บเกีย่ ว 2,507.04 130.10 173.59 1,860.57 223.71 404.81 การเก็บเกีย่ ว แบบเหมารวมทุกกจิ กรรม 2,333.67 130.10 2,637.14 1,601.00 223.71 214.69 173.38 0.00 2,463.77 259.57 0.00 2,084.28 การเก็บรวบรวมผลผลติ และขนขึน้ รถ 173.38 1,824.71 259.57
42 ตารางที่ 27 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลิตทุเรยี น จังหวดั จันทบรุ ี (ต่อ) หนว่ ย: บาท/ไร่ รายงาน พ้นื ทเ่ี หมาะสม (S) พื้นทไ่ี ม่เหมาะสม (N) 1.2คา่ วสั ดุ เงนิ สด ประเมิน รวม เงนิ สด ประเมิน รวม 11,106.54 160.71 11,267.25 11,893.23 469.75 12,362.98 ค่าปุ๋ย 3,815.08 0.00 3,815.08 3,298.46 0.00 3,298.46 ปยุ๋ อินทรยี ์ 113.53 0.00 113.53 45.58 0.00 45.58 ปุ๋ยชวี ภาพ 504.91 0.00 504.91 187.81 0.00 187.81 ปุย๋ เคมี 3,196.65 0.00 3,196.65 3,065.08 0.00 3,065.08 คา่ ยาปราบศตั รพู ืชและวชั พืช 3,908.82 0.00 3,908.82 4,491.56 0.00 4,491.56 ยากาจัดวัชพืช(ยาฆา่ หญ้า) 111.91 0.00 111.91 122.19 0.00 122.19 ยาปอ้ งกันศัตรพู ืช 182.81 0.00 182.81 101.84 0.00 101.84 ยากาจัดศตั รูพชื 3,614.10 0.00 3,614.10 4,267.53 0.00 4,267.53 คา่ สารอืน่ ๆ และวัสดปุ รับปรุงดิน 1,165.03 0.00 1,165.03 1,697.58 0.00 1,697.58 สารอน่ื ๆ 1,165.03 0.00 1,165.03 1,522.62 0.00 1,522.62 วสั ดุปรบั ปรุงดิน 174.96 0.00 174.96 ค่านา้ มันเช้ือเพลงิ และหล่อลื่น 1,377.34 0.00 1,377.34 1,909.56 0.00 1,909.56 นา้ มันเช้ือเพลงิ 251.43 0.00 251.43 1,021.44 0.00 1,021.44 น้ามันหลอ่ ลื่น 11.36 0.00 11.36 71.45 0.00 71.45 ไฟฟา้ 1,114.55 0.00 1,114.55 816.67 0.00 816.67 ค่าวัสดุการเกษตรและวัสดุสิ้นเปลอื ง 795.01 20.55 815.56 359.18 352.25 711.43 ค่าซอ่ มแซมอุปกรณ์การเกษตร 45.26 140.16 185.42 136.89 117.50 254.39 1.3คา่ เสยี โอกาสเงนิ ลงทุน 1,384.72 357.07 1,741.79 1,262.01 414.43 1,676.44 2.ต้นทุนคงท่ี 0.00 5,842.16 5,842.16 0.00 4,555.23 4,555.23 2.1ค่าเช่าที่ดิน 0.00 933.96 933.96 0.00 1,007.51 1,007.51 2.2ค่าเส่อื มอุปกรณ์การเกษตร 0.00 877.03 877.03 0.00 986.16 986.16 2.3คา่ เสียโอกาสเงนิ ลงทุนอุปกรณ์การเกษตร 0.00 1,431.37 1,431.37 0.00 783.61 783.61 2.4เฉลี่ยตน้ ทุนก่อนใหผ้ ลผลิต 0.00 2,599.80 2,599.80 0.00 1,777.95 1,777.95 3.ตน้ ทุนรวมต่อไร่ 21,166.39 11,300.29 32,466.68 19,290.72 10,890.08 30,180.80 4.ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กิโลกรัม) 1,870.86 1,173.62 5. ราคาเฉลีย่ ท่ีเกษตรกรขายได้(บาท/กก.) 73.9 73.9 6. มลู ค่าผลผลิต/รายได้ท้งั หมด (บาท/ไร)่ 138,256.55 86,730.52 7. ผลตอบแทนสุทธิเหนือตน้ ทุนเงินสด (บาท/ไร่) 117,090.16 67,439.80 8. ผลตอบแทนสุทธเิ หนือต้นทนุ ผันแปร (บาท/ไร่) 111,632.03 61,104.95 9. ผลตอบแทนสทุ ธเิ หนอื ตน้ ทนุ ท้ังหมด (บาท/ไร่) 105,789.87 56,549.72 10.ผลตอบแทนสุทธเิ หนือผลผลิต (บาท/กก.) 56.55 48.18 11. ต้นทนุ การผลติ ราคา ณ จุดคุ้มทุน (บาท/กก.) 17.35 25.72 12. ปริมาณผลผลิต ณ จดุ คุ้มทนุ (กก./ไร)่ 439.33 408.40 แหล่งข้อมูล : จากสารวจข้อมูล สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี
43 (3) ขอ้ มูลทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การกระจายผลผลติ โครงสรา้ งการตลาด วิถีการตลาด ดังรายละเอียดดังนี้ 1) สถานการณก์ ารผลิต ในช่วงปกติฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออกเร่ิมต้ังแต่เดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม โดยปี 2559 ที่ผ่านมา ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกท้ังหมด 279,196 ตัน ออกมากที่สุดช่วงเดือน พฤษภาคม จานวน 124,354 ตัน คดิ เป็นร้อยละ 44.54 ของผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออก สาหรับผลผลิตท่ีออกสู่ ตลาดของจังหวดั จันทบุรี จานวน 215,775 ตัน คิดเป็นรอ้ ยละ 77.28 ของผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออก ออกมาก ที่สุดช่วงเดือนพฤษภาคม จานวน 80,074 ตัน คิดเป็นร้อยละ 37.11 ของผลผลิตทุเรียนที่ออกสู่ตลาดรายเดือน ของจังหวัดจันทบุรี จากภาวะภัยธรรมชาติ ปรากฏการณ์ เอลนีโญ - ลานญี า ภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อการ ออกดอก ติดผลของทเุ รียน น้อยและทาใหผ้ ลผลิตออกลา่ กวา่ ปกติ ตารางที่ 28 ทเุ รียน : รอ้ ยละ และปรมิ าณการขายผลผลติ เป็นรายเดอื น รวมทัง้ ประเทศ รายภาค และจังหวดั จนั ทบุรี ปี 2559 รายการ ร้อยละ และปริมาณการขายผลผลิตเปน็ รายเดือน (1 ม.ค. - 31 ธ.ค. 59) รวม ภาค/จังหวดั ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รอ้ ยละ/ตนั 100.00 ภาคตะวันออก รอ้ ยละ - 0.23 5.30 25.19 44.54 19.14 4.88 0.72 - - - - 279,196 100.00 ปริมาณ - 641 14,811 70,316 124,354 53,442 13,612 2,020 - - - - 215,775 จันทบุรี รอ้ ยละ 0.27 6.58 26.85 37.11 25.24 3.95 ปรมิ าณ 583 14,198 57,936 80,074 54,462 8,523 หมายเหตุ ที่มา : มติทปี่ ระชุมคณะทางานสารวจข้อมลู ไมผ้ ลเศรษฐกจิ ภาคตะวันออก ปี 2559 (จันทบุรี ตราด ระยอง) ครงั้ ที่ 3 วนั ที่ 7 มถิ นุ ายน 2559 2) สถานการณร์ าคาปี 2559 และแนวโนม้ ปี 25560 ปจั จบุ นั มีพ่อคา้ ชาวจีนจากแผ่นดนิ ใหญ่ไดเ้ ข้ามาลงทุนสรา้ ง “ลง้ ” รับซอื้ ผลผลติ ทุเรียน เฉพาะในเขตจังหวัดจนั ทบรุ ี เป็นจานวนมาก ทาให้เกิดการแข่งขันรับซอื้ สูง เป็นผลดีต่อเกษตรกรท่ีขายได้ ราคา เน่อื งจากตลาดปลายทางในตา่ งประเทศโดยเฉพาะจนี ต้องการผลผลิตเป็นจานวนมาก แม้ว่าผลผลติ ในปี 2560 จะเพ่ิมจากปี 2559 เกือบร้อยละ 50 แต่ราคาท่เี กษตรกรขายไดย้ งั มรี าคาสูงกวา่ ปีท่ผี ่านมา ตารางท่ี 29 ราคาลาไยที่เกษตรกรขายได้ เฉล่ียรายเดือน ปี 2559 และปี 2560 จงั หวดั จนั ทบุรี หนว่ ย : บาท/กก สนิ คา้ ปี ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. เฉลี่ย ทุเรียนชะนี คละ 2559 - - - 30 43.2 46.33 - - - - - - 44.76 2560 - - 90 68.5 40 39.75 63 - - - - - 39.91 ทเุ รียนหมอนทอง 2559 - - - 65 75.8 72 69 - - - - - 73.9 2560 - - 135 101 64.2 77.25 81.75 - - - - - 70.76 ทีม่ า : สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 (4) วถิ กี ารตลาด ปัจจุบันจงั หวัดจันทบุรีเป็นแหล่งผลิตทุเรยี นท่ีสาคัญ และมีแหล่งรบั ซ้อื ผลผลิต บริษัทผู้ส่งออกอย่เู ป็นจานวนมาก เพ่ือส่งออกผลไม้ไปยังตลาดปลายทางที่สาคัญ เชน่ จีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก และ
44 มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมท้ังประเทศในแถบยโุ รป ท้ังทุเรียนผลสด ทุเรียนแช่แข็ง ทุเรียนกวน และทเุ รียนอบแห้ง เปน็ ต้น ผลผลิตทุเรียนจังหวดั จันทบุรี ปี 2560 มีผลผลิตรวม 284,874 ตัน และมีการ รับซื้อผลผลิตจากจังหวัดใกล้เคียงอีกประมาณร้อยละ 20 ของผลผลิต โดยเกษตรกรที่ผลิตทุเรียนจะขายผ่าน ตลาดกลาง/พ่อค้ารวบรวม มากท่ีสุด คือ ร้อยละ 50.48 และพ่อค้าคนกลาง/พ่อค้ารวบรวมจะขายต่อให้ล้ง/ผู้ ส่งออก ร้อยละ 27.26 ขายให้พ่อค้าส่งร้อยละ 16.22 และขายให้โรงงานแปรรูปร้อยละ 9.00 รองลงมา เกษตรกรจะขายผ่านล้ง/ผู้ส่งออก ร้อยละ 48.00 และล้งหรือผู้ส่งออกจะขายส่งตลาดต่างประเทศร้อยละ 73.96 และร้อยละ 2.00 จะขายให้ตลาดกลางหรือพ่อค้ารวบรวม ผลผลิตอีกร้อยละ 1.00 เกษตรกรจะขายขายให้ โรงงานแปรรูป และร้อยละ 0.32 ขายให้ผู้บริโภคโดยตรงในจังหวัด ส่วนการขายผ่านสหกรณ์การเกษตรมีเพียง ร้อยละ 0.20 โดยล้งหรือผู้ส่งออกบางรายอาจจะทาข้อตกลงซ้ือขายล่วงหน้ากับผู้ซื้อ ได้แก่ ผู้รวบรวมอิสระ ตัวแทนลง้ ก่อนผลผลติ จะเกบ็ เกยี่ วได้ประมาณ 1 เดอื น ภาพที่ 21 วถิ ตี ลาดทเุ รียนจงั หวดั จันทบุรี ปี 2560 5) การใช้ทุเรียนของจังหวดั จันทบรุ ี ปี 2560 ผลการสารวจ พบวา่ ดา้ นอุปทาน (Supply) เกิดจากปริมาณผลผลิตทเุ รียนท่ี จงั หวดั จนั ทบุรีผลิตไดป้ ี 2560 จานวน 284,874 ตัน และมีการนาเข้าทุเรยี นจากนอกจังหวัด (จงั หวัดระยอง และ ตราด ) ประมาณร้อยละ 20.00 (57,000 ตนั ) ของผลผลิตทุเรียนทจ่ี ังหวดั จันทบรุ ีผลิตได้ โดยเกิดจากความ ตอ้ งการของพ่อค้าส่งออก ทาให้อุปทานทุเรียนรวมเท่ากับ 342,000 ตนั ด้านอุปสงค์ (Demand) เกิดจากความต้องการของตลาดภายในจังหวัดจันทบรุ ี ประมาณ 32,000 ตัน และมีการส่งออกผลผลติ ไปนอกจังหวดั ปีละประมาณ 342,000 โดยสว่ นใหญพ่ ่อค้าที่ รวบรวมในจังหวัดจนั ทบรุ ที ไ่ี ด้รบั โควตา้ ตลาดต่างประเทศเป็นหลกั
45 ภาพที่ 22 การบรหิ ารจัดการทเุ รียนจงั หวดั จันทบุรี ปี 2560 6) ปัจจัยที่มผี ลกระทบต่อปริมาณการผลติ และการสง่ ออก - ปจั จยั ท่ีมผี ลกระทบตอ่ ปริมาณการผลิต 1) เกษตรกรมแี นวโนม้ ปลกู ทุเรียนมากขึน้ เน่ืองจากในช่วง 3-4 ปที ผี่ า่ นมาราคาทเุ รยี น อยู่ในเกณฑด์ ีและปรบั เปลี่ยนพน้ื ท่ีปลกู ยางพารา และผลไม้ชนดิ อนื่ ๆ มาปลูกทเุ รียน โดยเกษตรกรดแู ลเอาใจใส่ บารงุ รกั ษาสวนผลไม้มากขนึ้ เพื่อใหไ้ ดผ้ ลผลิตท่ีมีคุณภาพมาตรฐานการสง่ ออก 2) ปญั หาโรครากเน่าโคนเน่า (ไฟทอปเธอร่า) ซึ่งเกิดจากเชอื้ ราในทุเรยี น และปัญหา โรคหนอนเจาะทเุ รยี น ทeใหผ้ ลผลติ ไม่ไดค้ ุณภาพมาตรฐานตามความต้องการของตลาด 3) จากภาวะโลกร้อนและปรากฏการณเ์ อลนโี ญ ทาใหส้ ภาพอากาศแปรปรวน และเกิด ความแห้งแล้งจึงส่งกระทบต่อการติดดอกออกผลของทเุ รียนในปี 2559 ทาให้ผลผลติ ลดลงจากปีทผี่ ่านมา อย่างไร ก็ตาม ใน ปี2560 หากสภาพภูมิอากาศเหมาะสม คาดวา่ จะส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มข้นึ - ปจั จยั ที่มผี ลกระทบต่อการสง่ ออก 1) ตลาดทุเรียนมีแนวโน้มความต้องการปรับตัวสูงข้ึนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยทเุ รียนสดคุณภาพดีจะส่งออกไปยงั สาธารณรัฐประชาชนจีน ซงึ่ เป็นตลาดหลกั ของการสง่ ออกทเุ รียนสด โดย สามารถส่งออกได้ทั้งทางเรือ และทางบกตามเส้นทาง R9 R3 และ R12 ส่วนทุเรยี นเกรดคละและตกเกรดส่งออก ไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านการค้าชายแดนรวมทั้งทุเรียนแช่แข็งแบบแกะเปลือกส่งออกไปประเทศแถบยุโรป เช่น เยอรมนีและแคนาดา โดยในปี 2559 ในพ้ืนที่จังหวัดจันทบุรีได้มีโรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) มาตั้งจุดรับซื้อผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุดเป็นจานวนมากส่วนใหญ่มาเช่าพื้นที่ดาเนินการส่งออกเป็นรายปี และรับจ้างบรรจุ ภณั ฑ์ (Packaging) ผลไมเ้ พื่อการสง่ ออก 3.1.4 มังคดุ (1) ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลติ มังคุดในพ้นื ทเ่ี หมาะสม (S) ผลจากการสารวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตมังคุด ในจังหวัดจันทบุรี ในเขตพน้ื ท่ีเหมาะสม (Suitability : S) เกษตรกรมีต้นทนุ การผลิตเฉล่ีย (Total Cost : TC) 14,722.15 บาทต่อไร่ โดยแยกเป็นต้นทุนผนั แปร (Total Variable Cost : TVC ) 10,502.50 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 71.34 และต้นทุนคงท่ี (Total Fixed Cost : TFC ) 4,219.65 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 28.66 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลาดับ เม่ือพิจารณาในรายละเอียดพบว่าเป็นต้นทุนท่ีเป็นเงินสด 8,410.02 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 57.12 และที่เหลือประมาณร้อยละ 42.88 เป็นต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสด โดยต้นทุนผันแปรที่เป็นเงินสดส่วนใหญ่จะเป็นค่า ปจั จยั การผลติ ต่าง ๆ รองลงมาเปน็ คา่ จา้ งแรงงาน ผลการวิเคราะห์ผลตอบแทนการผลิตมังคุด ในพ้ืนที่ความเหมาะสม (S) ของจังหวัด จันทบุรี ได้ผลผลติ เฉล่ีย 766.15 กิโลกรัมตอ่ ไร่ เม่ือพิจารณาถงึ ผลตอบแทนจากราคาท่ีเกษตรกรขายได้ ณ ไรน่ า 47.84 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 36,652.62 บาทต่อไร่ ดังนั้นเกษตรกรจะมีผลตอบแทนเหนือ
46 ต้นทนุ ผนั แปร 26,150.12 บาทต่อไร่ และมผี ลตอบแทนเหนือต้นทุนเงินสด 36,652.62 บาทต่อไร่ และจะไดร้ ับ ผลตอบแทนเหนือต้นทุนทั้งหมดหรือมีกาไร ( Economic Profit ) 21,930.47 บาทต่อไร่ โดยท่ีจุดคุ้มทุนใน การผลติ มังคุด ( Break Even Point ) ณ ปรมิ าณผลผลิตท่ี 307.74 กิโลกรัมต่อไร่ และราคา ณ ไรน่ าท่ีจดุ คุ้มทุน หรอื ต้นทนุ การผลติ 19.22 บาทต่อกิโลกรมั (2) ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตมังคุดในพื้นที่ไมเ่ หมาะสม (N) ผลการสารวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตมังคุด จังหวัดจันทบุรี ในพ้ืนท่ี ไม่เหมาะสม (Not suitability :N) เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉล่ีย (Total Cost :TC) 15,387.01 บาทต่อไร่ โดยเป็นต้นทุนผนั แปร (Total Variable Cost : TVC ) 11,711.11 บาทต่อไร่ หรือรอ้ ยละ 76.11 และต้นทุนคงที่ (Total Fixed Cost : TFC ) 3,675.30 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 23.89 ของต้นทุนทั้งหมดตามลาดับ เมื่อ พิจารณาในรายละเอียดพบว่าเกษตรกรมีต้นทุนที่เป็นเงินสด 9,002.13 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 58.50 ท่ีเหลือ ประมาณ รอ้ ยละ 58.50 เปน็ ต้นทุนทีไ่ ม่เป็นเงนิ สด โดยต้นทุนผนั แปรที่เป็นเงนิ สดส่วนใหญ่จะเปน็ ค่าจ้างแรงงาน รองลงมาเป็นคา่ ปัจจยั การผลิตต่าง ๆ และค่าเก็บเก่ยี ว เปน็ ต้น ผลตอบแทนการผลิตมังคุด ในเขตพื้นท่ีไม่เหมาะสม (N) ในพ้ืนท่ีจังหวัดจันทบุรี ได้ผลผลิตเฉลี่ย 556.47 กโิ ลกรมั ต่อไร่ เม่ือพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาท่ีเกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 47.84 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 26,621.52 บาทต่อไร่ ดังน้ันเกษตรกรจะมีผลตอบแทนเหนือต้นทุนผัน แปร 14,909.81 บาทตอ่ ไร่ และมีผลตอบแทนเหนือต้นทนุ เงินสด 14,909.81 บาทตอ่ ไร่ และได้รบั ผลตอบแทน เหนือต้นทุนท้ังหมดหรือกาไร ( Economic Profit ) 11,234.51 บาทต่อไร่ โดยท่ีจุดคุ้มทุนในการผลิตมังคุดใน พ้ืนท่ีไม่เหมาะสม ( Break Even Point ) ณ ปริมาณผลผลิตที่ 321.63 กิโลกรัมต่อไร่ และราคา ณ ไร่นาที่ จุดค้มุ ทุนหรอื ตน้ ทุนการผลิต 27.65 บาทตอ่ กิโลกรัม
47 ตารางที่ 30 ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลิตมงั คดุ จังหวัดจันทบุรี หน่วย: บาท/ไร่ รายงาน พนื้ ท่เี หมาะสม (S) พนื้ ทไี่ มเ่ หมาะสม (N) 1.ตน้ ทุนผันแปร เงนิ สด ประเมนิ รวม เงนิ สด ประเมนิ รวม 1.1คา่ แรงงาน 8,410.02 2,092.48 10,502.50 9,002.13 2,709.58 11,711.71 3,592.32 1,945.30 5,537.62 3,077.82 2,394.02 5,471.84 ดูแลรกั ษา 448.31 1,332.57 1,780.88 844.77 1,782.57 2,627.34 การใส่ปุ๋ย 133.54 94.51 228.05 116.53 176.78 293.31 การฉีดยาป้องกันกาจัดวัชพชื 42.43 38.64 81.07 53.63 42.30 95.93 การฉีดยาป้องกนั กาจดั โรคและแมลง 167.49 111.66 279.15 206.95 278.08 485.03 การใส่สารอื่นๆและวัสดปุ รบั ปรุงดิน 0.00 20.83 20.83 0.00 25.75 25.75 การดายหญ้า/ถอนหญ้า 92.49 63.54 156.03 126.47 177.15 303.62 การพรวนดิน(ทารุ่น) 0.00 0.52 0.52 12.51 0.00 12.51 การให้น้า 12.36 997.10 1,009.46 328.67 1,045.49 1,374.16 การริดก่งิ ,ริดแขนง 0.00 5.77 5.77 0.00 37.01 37.01 เก็บเกี่ยว 3,144.01 612.73 3,756.74 2,233.05 611.45 2,844.50 1.2ค่าวสั ดุ 4,267.51 10.29 4,277.80 5,335.39 138.30 5,473.69 คา่ ปุ๋ย 2,331.69 0.00 2,331.69 2,838.12 44.70 2,882.82 ปุ๋ยอนิ ทรีย์ 391.42 0.00 391.42 436.22 44.70 ปุ๋ยชวี ภาพ 98.97 0.00 98.97 200.96 0.00 480.92 ป๋ยุ เคมี 1,841.30 0.00 1,841.30 2,200.94 0.00 200.96 ค่ายาปราบศตั รพู ืชและวชั พืช 2,200.94 ยากาจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญา้ ) 748.30 0.00 748.30 1,045.74 30.04 1,075.78 ยาป้องกันศัตรพู ชื 68.93 0.00 68.93 90.19 0.00 90.19 ยากาจดั ศัตรูพืช 5.49 0.00 5.49 67.31 0.00 67.31 คา่ สารอืน่ ๆ และวัสดปุ รบั ปรงุ ดนิ 673.88 0.00 673.88 888.24 30.04 918.28 สารอ่ืนๆ 230.69 0.00 230.69 329.73 0.00 329.73 คา่ น้ามันเช้อื เพลงิ และหล่อล่ืน 230.69 0.00 230.69 329.73 0.00 329.73 นา้ มันเช้อื เพลงิ 749.58 0.00 749.58 945.35 0.00 945.35 นา้ มันหลอ่ ลืน่ 69.18 0.00 69.18 175.96 0.00 175.96 ไฟฟา้ 1.89 0.00 1.89 12.16 0.00 12.16 ค่าวัสดกุ ารเกษตรและวสั ดสุ ้นิ เปลอื ง 678.52 0.00 678.52 757.24 0.00 757.24 ค่าซอ่ มแซมอปุ กรณก์ ารเกษตร 105.02 0.00 105.02 68.92 21.90 90.82 1.3ค่าเสียโอกาสเงนิ ลงทุน 102.23 10.29 112.52 107.53 41.66 149.19 550.19 136.89 687.08 588.92 177.26 766.18 2.ตน้ ทุนคงที่ 0.00 4,219.65 4,219.65 0.00 3,675.30 3,675.30 2.1ค่าเช่าท่ดี นิ 0.00 1,633.55 1,633.55 0.00 1,082.64 1,082.64 2.2ค่าเส่อื มอุปกรณก์ ารเกษตร 0.00 590.48 590.48 0.00 549.42 549.42 2.3คา่ เสียโอกาสเงินลงทุนอปุ กรณ์การเกษตร 0.00 591.57 591.57 0.00 430.35 430.35 2.4เฉลี่ยต้นทนุ กอ่ นใหผ้ ลผลิต 0.00 1,404.05 1,404.05 0.00 1,612.89 1,612.89 3.ตน้ ทุนรวมต่อไร่ 8,410.02 6,312.13 14,722.15 9,002.13 6,384.88 15,387.01 4.ผลผลิตตอ่ ไร่ (กิโลกรมั ) 766.15 556.47
48 ตารางท่ี 30 ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลติ มังคดุ จงั หวดั จนั ทบุรี 5. ราคาเฉล่ยี ท่เี กษตรกรขายได้(บาท/กก.) 47.84 หนว่ ย: บาท/ไร่ 6. มลู ค่าผลผลติ /รายได้ทั้งหมด (บาท/ไร่) 36,652.62 47.84 26,621.52 7. ผลตอบแทนสุทธเิ หนอื ต้นทุนเงนิ สด (บาท/ไร่) 28,242.60 17,619.39 14,909.81 8. ผลตอบแทนสุทธเิ หนือตน้ ทุนผันแปร (บาท/ไร่) 26,150.12 11,234.51 9. ผลตอบแทนสุทธิเหนอื ตน้ ทุนท้ังหมด (บาท/ไร่) 21,930.47 20.19 27.65 10.ผลตอบแทนสุทธิเหนอื ผลผลิต (บาท/กก.) 28.62 321.63 11. ต้นทุนการผลติ ราคา ณ จดุ คุ้มทุน (บาท/กก.) 19.22 12. ปรมิ าณผลผลิต ณ จุดคมุ้ ทุน (กก./ไร)่ 307.74 แหลง่ ขอ้ มลู : จากสารวจขอ้ มลู สานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 จงั หวดั ชลบรุ ี (3) ขอ้ มูลทางเศรษฐกิจ ไดแ้ ก่ การกระจายผลผลิต โครงสรา้ งการตลาด วิถีการตลาด ดังรายละเอียดดงั น้ี ในช่วงปกติฤดูกาลเงาะภาคตะวันออกเรม่ิ ต้ังแต่เดือนมีนาคม- สิงหาคม โดยปี 2559 ที่ผ่านมา ผลผลิตมังคุดภาคตะวันออกท้ังหมด 106,308 ตัน ออกมากที่สุดช่วงเดือนมิถุนายน คิดเป็นร้อยละ 49.53 หรือจานวน 52,657 ตัน ของผลผลิตมังคุดภาคตะวันออก สาหรับผลผลิตท่ีออกสู่ตลาดของจังหวดั จันทบุรี จานวน 73,084 ตัน คิดเป็นร้อยละ 68.75 ของผลผลิตมังคุดภาคตะวันออก ออกมากที่สุดช่วงเดือนมิถุนายน จานวน 36,505 ตัน คิดเป็นรอ้ ยละ 49.95 ของผลผลติ มังคดุ ทอี่ อกสู่ตลาดรายเดือนของจงั หวดั จนั ทบุรี ตารางท่ี 30 มงั คุด : รอ้ ยละ และปรมิ าณการขายผลผลติ เปน็ รายเดอื น รวมท้ังประเทศ รายภาค และจังหวดั จันทบรุ ี ปี 2559 ภาค/ รายกา รอ้ ยละ และปรมิ าณการขายผลผลติ เปน็ รายเดอื น (1 ม.ค. - 31 ธ.ค. 59) รวม จังหวดั ร ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รอ้ ยละ/ตนั ภาค ร้อยละ 0.03 5.54 33.82 40.48 18.03 2.10 100.00 ตะวันออก 175,626 ปรมิ าณ 59 9,734 59,400 71,079 31,673 3,681 จนั ทบุรี 100.00 รอ้ ยละ - 3.68 35.07 40.02 19.85 1.38 105,896 ปรมิ าณ - 3,897 37,138 42,380 21,020 1,461 ท่มี า : มติท่ปี ระชมุ คณะทางานสารวจขอ้ มลู ไมผ้ ลเศรษฐกิจภาคตะวนั ออก ปี 2559 (จนั ทบรุ ี ตราด ระยอง) ครั้งที่ 3 วนั ท่ี 7 มถิ ุนายน 2559 1) สถานการณ์ราคาปี 2559 และแนวโนม้ ปี 25560 ปจั จุบนั มี “ลง้ ” หรือพอ่ ค้าชาวจนี จากแผน่ ดนิ ใหญ่ได้เข้ามารับซื้อผลผลิตมงั คุด ใน จงั หวัดจนั ทบรุ ี เปน็ จานวนมาก ทาใหเ้ กิดการแขง่ ขันรับซื้อสูง แม้วา่ ผลผลติ ในปี 2560 จะเพ่ิมจากปี 2559 เป็น จานวนมากแต่ราคาท่เี กษตรกรขายไดย้ งั มรี าคาสูงกว่าปที ผี่ ่านมา ตารางที่ 31 ราคามงั คุดที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ยรายเดือน ปี 2559 และปี 2560 จงั หวดั จนั ทบุรี สนิ คา้ ปี ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. หน่วย : บาท/กก พ.ย. ธ.ค. เฉลย่ี มงั คดุ คละ 2559 - - - 78.75 56.60 30.00 26.00 - -- 2560 - - - 173.00 79.40 45.00 17.60 - -- - - 47.84 - - 78.87 ท่ีมา : สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6
49 2) วถิ ีการตลาด ปัจจุบันจังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งผลิตมังคุดท่ีสาคัญ และมีแหล่งรับซื้อผลผลิต บริษัทผู้ส่งออกอยเู่ ป็นจานวนมาก เพ่ือส่งออกผลไม้ไปยังตลาดปลายทางที่สาคัญ เชน่ จีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก และ มาเลเซีย อนิ โดนเี ซีย รวมทง้ั ประเทศในแถบยโุ รป ทงั้ มังคดุ ผลสด และมังคดุ แช่แขง็ ผลผลิตมังคุดจังหวัดจันทบุรี ปี 2560 มีผลผลิตรวม 107,1387 ตนั และมีการ รับซ้ือผลผลิตจากจังหวัดใกล้เคียงอีกประมาณร้อยละ 15 ของผลผลิต โดยเกษตรกรท่ีผลิตมังคุดจะขายผ่านให้ ลง้ /ผู้สง่ ออก มากท่ีสุด รอ้ ยละ 66.82 รองลงจะขายผ่านพ่อค้ารวบรวมและตัวแทนล้ง รอ้ ยละ 28.30 และพ่อค้า รวบรวม/ตัวแทนล้งจะขายต่อ ขายให้พ่อค้าส่ง/พ่อค้าเร่ ร้อยละ 21.30 และขายให้โรงงานแปรรูปร้อยละ 7.00 รองลงไปเกษตรกรจะขายผา่ นสหกรณ์ รอ้ ยละ 2.80 และสดุ ท้ายจะขายใหผ้ ู้บิโภคภายในจงั หวัด รอ้ ยละ 1.75 ภาพที่ 23 วถิ ตี ลาดมงั คดุ จงั หวัดจันทบรุ ี ปี 2560 3) การใช้มงั คุดของจังหวัดจันทบุรี ปี 2560 ผลการสารวจ พบว่า ดา้ นอปุ ทาน (Supply) เกดิ จากปริมาณผลผลติ มงั คุดท่ีจังหวดั จนั ทบุรีผลิตไดป้ ี 2560 ประมาณ 107,000 ตัน และมีการนาเข้ามงั คดุ จากนอกจังหวัด (จังหวดั ระยอง และตราด ) ประมาณร้อยละ 15.00 (16,000 ตัน) ของผลผลติ มงั คดุ ท่ีจงั หวดั จนั ทบรุ ีผลิตได้ โดยเกดิ จากความตอ้ งการของ พอ่ คา้ สง่ ออก ทาให้อปุ ทานมังคดุ รวมเทา่ กบั 123,000 ตัน ดา้ นอุปสงค์ (Demand) เกิดจากความต้องการของตลาดภายในจงั หวดั จันทบุรี ประมาณ 9,000 ตัน และมกี ารส่งออกผลผลิตไปนอกจงั หวัดปลี ะประมาณ 114,000 โดยสว่ นใหญ่พ่อค้าท่ี รวบรวมในจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับโควตา้ ตลาดตา่ งประเทศเป็นหลัก
50 ภาพที่ 24 การบริหารจดั การมงั คุดจงั หวัดจันทบรุ ี ปี 2560 6) ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อปริมาณการผลติ และการส่งออก - ปัจจัยท่มี ีผลกระทบต่อปริมาณการผลติ 1) จากปรากฏการณ์เอลนีโญปี 2559 ทาให้มีสภาพอากาศท่ีร้อนจัด และแล้งนาน ทาให้มังคุดออกสู่ตลาดหลายรุ่น และผลผลิตออกสตู่ ลาดล่าช้ากวา่ ปีท่ีผ่านมา นอกจากนี้ ยังส่งผลให้มังคุดมีขนาด เล็กผลไม่สมบูรณ์ ไม่ได้คุณภาพตามท่ีตลาดต้องการ สาหรับในปี 2560 คาดว่า สภาพภูมิอากาศจะเหมาะสมต่อ การออกดอกและติดผลทาให้ผลผลิตเพ่ิมขนึ้ จากปี 2559 - ปจั จยั ทม่ี ีผลกระทบตอ่ การสง่ ออก 1) ความต้องการในตลาดตา่ งประเทศยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลสาธารณรัฐ ประชาชนจีนซึ่งเป็นตลาดหลกั สาหรับมังคุดสดของไทย โดยปี 2559 มลู ค่าการส่งออกยงั คงเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยสามารถส่งออกได้ท้งั ทางเรือและทางบกตามเสน้ ทางสาย R9 R3 และ R12 นอกจากน้ี ส่วนแบ่งการตลาดของ มังคุดได้ถกู กระจายไปยัง ญ่ปี ุ่น สาธารณรัฐเกาหลใี ต้ ซ่ึงเป็นการส่งออกมงั คดุ เกรดพรีเมียม และตลาดเวยี ดนาม 2) ปี 2559 ต้นทุนค่าขนส่งทางเรือมีแนวโน้มลดลงจากปี 2558 อย่างมาก แม้ว่า คา่ เงินบาทจะอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจากปีท่ีผา่ นมา จากสภาวะเศรษฐกจิ โลกท่ียังชะลอตัว ส่งผลกระทบกับภาค การส่งออกของไทยขยายตัวติดลบ ปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าลดลง ขณะท่ีปรมิ าณของเรือมีมากกว่าความ ต้องการของสินค้าท่ีขนส่ง จึงส่งผลให้อัตราค่าขนส่ง (freight) ปรับตัวลดลง ซ่ึงส่งผลดีต่อต้นทุนการส่งออกผลไม้ ของไทยเข้าส่ตู ลาดจนี 3) ภาวะเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจนี ซงึ่ เปน็ ประเทศคคู่ ้าของไทยมแี นวโน้ม เติบโตขน้ึ มัน่ คงและตอ่ เนือ่ ง การนาเขา้ ส่งออกมีการเติบโตอย่างต่อเนอื่ ง และการบริโภคมกี ารเตบิ โตอย่างรวดเร็ว 3.1.5 เงาะ (1) ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลติ เงาะในพน้ื ทเ่ี หมาะสม (S) ผลจากการสารวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตเงาะในจังหวัดจันทบุรี ใน เขตพื้นที่เหมาะสม (Suitability : S) เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉล่ีย (Total Cost : TC) 13,270.43 บาทต่อไร่ โดยแยกเป็นต้นทุนผันแปร (Total Variable Cost : TVC ) 9,342.46 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 70.40 และต้นทุนคงท่ี (Total Fixed Cost : TFC ) 3,927.97 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 29.60 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลาดับ เม่ือพิจารณาในรายละเอียดพบว่าเป็นต้นทุนท่ีเป็นเงินสด 6,836.98 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 51.52 และท่ีเหลือประมาณร้อยละ 48.48 เป็นต้นทุนท่ีไม่เป็นเงินสด โดยต้นทุนผันแปรที่เป็นเงินสดส่วนใหญ่จะเป็นค่า ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ รองลงมาเปน็ ค่าจ้างแรงงาน ผลการวิเคราะห์ผลตอบแทนการผลิตเงาะ ในพื้นท่ีความเหมาะสม (S) ของจังหวัด จันทบุรี ไดผ้ ลผลิตเฉล่ยี 948.45 กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่ เม่ือพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 31.31 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 29,695.972 บาทต่อไร่ ดังน้ันเกษตรกรจะมีผลตอบแทนเหนือ ต้นทุนผันแปร 20,353.51 บาทต่อไร่ และมีผลตอบแทนเหนือต้นทุนเงินสด 22,858.99 บาทต่อไร่ และจะ
51 ได้รับผลตอบแทนเหนือต้นทุนทั้งหมดหรือมีกาไร ( Economic Profit ) 16,425.54 บาทต่อไร่ โดยที่ จุดคุ้มทุนในการผลิตเงาะ ( Break Even Point ) ณ ปริมาณผลผลิตท่ี 423.84 กิโลกรัมต่อไร่ และราคา ณ ไร่ นาทจี่ ุดคุม้ ทุนหรอื ตน้ ทุนการผลติ 13.99 บาทต่อกโิ ลกรมั (2) ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลิตเงาะในพื้นที่ไมเ่ หมาะสม (N) ผลการสารวจต้นทนุ การผลิตและผลตอบแทนการผลติ เงาะ จังหวัดจนั ทบุรี ในพื้นทไ่ี ม่ เหมาะสม (Not suitability : N) เกษตรกรมีต้นทนุ การผลติ เฉลี่ย (Total Cost : TC) 13,473.65 บาทต่อไร่ โดย เป็นต้นทุนผันแปร (Total Variable Cost : TVC ) 9,973.96 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 74.03 และต้นทุนคงท่ี (Total Fixed Cost : TFC ) 3,499.69 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 25.97 ของต้นทุนทั้งหมดตามลาดับ เม่ือ พิจารณาในรายละเอียดพบว่าเกษตรกรมีต้นทุนท่ีเป็นเงินสด 6,896.60 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 51.19 ท่ีเหลือ ประมาณ ร้อยละ 48.81 เปน็ ต้นทุนท่ีไม่เป็นเงินสด โดยต้นทุนผนั แปรที่เป็นเงนิ สดส่วนใหญ่จะเปน็ ค่าจ้างแรงงาน รองลงมาเปน็ คา่ ปัจจยั การผลิตต่าง ๆ และค่าเกบ็ เก่ยี ว เปน็ ตน้ ผลตอบแทนการผลิตเงาะ ในเขตพื้นท่ีไม่เหมาะสม (N) ในพ้ืนท่ีจังหวัดจันทบุรี ไดผ้ ลผลิตเฉลี่ย 668.04 กิโลกรมั ตอ่ ไร่ เม่ือพิจารณาถงึ ผลตอบแทนจากราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 31.31 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 20,916.33 บาทต่อไร่ ดังน้ันเกษตรกรจะมีผลตอบแทนเหนือต้นทุนผัน แปร 10,942.37 บาทต่อไร่ และมีผลตอบแทนเหนือต้นทุนเงินสด 14,019.73 บาทต่อไร่ และได้รับ ผลตอบแทนเหนือต้นทุนทั้งหมดหรือกาไร ( Economic Profit ) 7,442.68 บาทต่อไร่ โดยที่จุดคุ้มทุนในการ ผลิตเงาะในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม ( Break Even Point ) ณ ปริมาณผลผลิตที่ 430.33 กิโลกรัมต่อไร่ และราคา ณ ไร่นาท่ีจุดคุ้มทนุ หรือตน้ ทุนการผลติ 20.17 บาทต่อกโิ ลกรัม ตารางที่ 32 ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลิตเงาะ จงั หวัดจนั ทบรุ ี รายงาน พ้ืนทเี่ หมาะสม (S) หน่วย: บาท/ไร่ เงนิ สด ประเมิน รวม พนื้ ทีไ่ มเ่ หมาะสม (N) 1.ต้นทุนผันแปร เงนิ สด ประเมิน รวม 1.1ค่าแรงงาน 6,836.98 2,505.48 9,342.46 ดแู ลรักษา 3,028.63 2,321.23 5,349.86 6,896.60 3,077.36 9,973.96 515.87 2,282.44 2,798.31 2,206.09 2,721.08 4,927.17 การใส่ป๋ยุ 64.26 147.64 211.90 658.09 2,597.37 3,255.46 การฉดี ยาป้องกนั กาจดั วัชพชื 42.01 64.75 106.76 36.33 151.61 187.94 การฉีดยาป้องกันกาจดั โรคและแมลง 90.42 174.51 264.93 78.41 40.47 118.88 การใสส่ ารอื่นๆและวัสดุปรับปรงุ ดนิ 92.17 185.93 278.10 การดายหญา้ /ถอนหญ้า 1.57 305.04 306.61 การใหน้ ้า 186.91 518.68 705.59 0.00 40.50 40.50 7.76 543.62 551.38 266.67 355.88 622.55 0.00 1,156.42 1,156.42
52 ตารางที่ 31 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลิตเงาะ จงั หวดั จันทบุรี (ต่อ) หน่วย: บาท/ไร่ รายงาน พน้ื ทเ่ี หมาะสม (S) พ้ืนทไ่ี มเ่ หมาะสม (N) เงนิ สด ประเมนิ รวม เงินสด ประเมนิ รวม การตดั แต่งกิง่ 54.77 187.68 242.45 92.42 172.25 264.67 การโยงก่ิง,ค้ากิง่ 1.55 289.66 291.21 75.59 425.45 501.04 การรดิ ก่งิ ,รดิ แขนง 66.63 50.86 117.49 16.49 68.87 85.36 เกบ็ เก่ยี ว 2,512.76 38.79 2,551.55 1,548.00 123.71 1,671.71 1.2คา่ วสั ดุ 3,361.07 20.34 3,381.41 4,239.33 154.96 4,394.29 ค่าพันธ์ุ 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 คา่ ปยุ๋ 1,558.33 18.62 1,576.95 2,368.03 82.47 2,450.50 ปุ๋ยอินทรยี ์ 339.37 0.00 339.37 375.21 82.47 457.68 ปยุ๋ ชวี ภาพ 47.76 0.00 47.76 0.00 0.00 0.00 ปุ๋ยเคมี 1,154.40 18.62 1,173.02 1,990.35 0.00 1,990.35 ปยุ๋ อืน่ ๆ 16.81 0.00 16.81 2.47 0.00 2.47 คา่ ยาปราบศตั รพู ืชและวัชพชื 461.85 0.00 461.85 667.03 0.00 667.03 ยากาจัดวัชพืช(ยาฆา่ หญา้ ) 130.90 0.00 130.90 207.88 0.00 207.88 ยาปอ้ งกันศัตรูพืช 106.28 0.00 106.28 214.43 0.00 214.43 ยากาจัดศัตรูพชื 224.67 0.00 224.67 244.72 0.00 244.72 ค่าสารอนื่ ๆ และวัสดปุ รบั ปรุงดิน 125.75 0.00 125.75 252.62 0.00 252.62 คา่ น้ามันเชอ้ื เพลงิ และหล่อล่ืน 709.30 0.00 709.30 628.73 0.00 628.73 ไฟฟา้ 501.60 0.00 501.60 555.97 0.00 555.97 ค่าวสั ดุการเกษตรและวสั ดุสิน้ เปลอื ง 470.39 0.00 470.39 298.23 72.49 370.72 วัสดุสนิ้ เปลอื ง 468.23 0.00 468.23 289.98 72.49 362.47 คา่ ใชจ้ า่ ยอ่นื ๆ 2.16 0.00 2.16 8.25 0.00 8.25 ค่าซอ่ มแซมอปุ กรณก์ ารเกษตร 35.45 1.72 37.17 24.69 0.00 24.69 1.3ค่าเสยี โอกาสเงนิ ลงทุน 447.28 163.91 611.19 451.18 201.32 652.50 2.ตน้ ทุนคงที่ 0.00 3,927.97 3,927.97 0.00 3,499.69 3,499.69 2.1คา่ เช่าทดี่ นิ 0.00 1,568.43 1,568.43 0.00 1,589.07 1,589.07 2.2คา่ เสือ่ มอุปกรณ์การเกษตร 0.00 807.03 807.03 0.00 474.39 474.39 2.3คา่ เสยี โอกาสเงินลงทุนอุปกรณ์การเกษตร 0.00 347.20 347.20 0.00 268.60 268.60 2.4เฉลย่ี ต้นทนุ ก่อนใหผ้ ลผลิต 0.00 1,205.31 1,205.31 0.00 1,167.63 1,167.63 3.ต้นทุนรวมต่อไร่ 6,836.98 6,433.45 13,270.43 6,896.60 6,577.05 13,473.65 5.ผลผลิตตอ่ ไร่ (กโิ ลกรัม) 948.45 668.04 5. ราคาเฉลยี่ ทเี่ กษตรกรขายได้(บาท/กก.) 31.31 31.31 6. มูลค่าผลผลิต/รายได้ทัง้ หมด (บาท/ไร่) 29,695.97 20,916.33 7. ผลตอบแทนสทุ ธิเหนือต้นทนุ เงนิ สด (บาท/ไร่) 22,858.99 14,019.73 8. ผลตอบแทนสุทธเิ หนือตน้ ทนุ ผันแปร (บาท/ไร่) 20,353.51 10,942.37 แหลง่ ข้อมูล : จากสารวจขอ้ มูล สานักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 จงั หวดั ชลบรุ ี (3) ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ไดแ้ ก่ การกระจายผลผลติ โครงสรา้ งการตลาด วิถกี ารตลาด ดังรายละเอยี ดดงั นี้
53 ในช่วงปกติฤดูกาลเงาะภาคตะวันออกเร่ิมตั้งแต่เดือนมีนาคม- สิงหาคม โดยปี 2559 ท่ีผ่านมา ผลผลิตเงาะภาคตะวันออกท้งั หมด 106,308 ตัน ออกมากท่ีสดุ ช่วงเดือนมิถุนายน คิดเป็นร้อยละ 49.53 หรือจานวน 52,657 ตัน ของผลผลิตเงาะภาคตะวันออก สาหรับผลผลิตท่ีออกสูต่ ลาดของจังหวัดจันทบุรี จานวน 73,084 ตัน คิดเป็นร้อยละ 68.75 ของผลผลิตเงาะภาคตะวันออก ออกมากที่สุดช่วงเดือนมิถุนายน จานวน 36,505 ตัน คิดเปน็ ร้อยละ 49.95 ของผลผลติ เงาะทอี่ อกส่ตู ลาดรายเดือนของจังหวดั จนั ทบรุ ี ตารางที่ 32 เงาะ : รอ้ ยละ และปริมาณการขายผลผลติ เปน็ รายเดือน รวมทง้ั ประเทศ รายภาค และจงั หวดั จนั ทบรุ ี ปี 2559 ภาค/จังหวดั รายการ รอ้ ยละ และปรมิ าณการขายผลผลติ เปน็ รายเดอื น (1 ม.ค. - 31 ธ.ค. 59) รวม ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รอ้ ยละ/ตัน ภาค รอ้ ยละ 0.86 8.05 32.32 49.53 8.65 0.58 99.99 106,308 ตะวนั ออก ปริมาณ 917 8,563 34,356 52,657 9,193 621 100.00 จันทบรุ ี รอ้ ยละ 0.80 7.32 32.77 49.95 8.31 0.85 73,084 ปรมิ าณ 585 5,350 23,950 36,505 6,073 621 ที่มา : มตทิ ่ปี ระชมุ คณะทางานสารวจขอ้ มลู ไมผ้ ลเศรษฐกจิ ภาคตะวันออก ปี 2559 (จนั ทบุรี ตราด ระยอง) คร้งั ที่ 3 วนั ที่ 7 มิถุนายน 2559 1) สถานการณ์ราคาปี 2559 และแนวโน้มปี 25560 ปจั จบุ นั มี พอ่ คา้ รวบรวม/ตลาดกลาง และล้งหรอื พ่อคา้ ส่งออกได้เข้ามารบั ซื้อ ผลผลติ มงั คุด ในจังหวดั จนั ทบรุ ี เปน็ จานวนมาก ทาให้เกิดการแข่งขันรบั ซ้ือสูง แมว้ ่าผลผลติ ในปี 2560 จะเพิ่ม จากปี 2559 เปน็ จานวนมากแตร่ าคาทีเ่ กษตรกรขายไดย้ ังมีราคาสงู กวา่ ปีท่ีผ่านมา ตารางที่ 33 ราคาเงาะที่เกษตรกรขายได้ เฉล่ียรายเดือน ปี 2559 และปี 2560 จงั หวดั จนั ทบุรี หนว่ ย : บาท/กก สนิ ค้า ปี ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. เฉลี่ย เงาะโรงเรียนคละ 2559 - - - 55.00 32.60 30.00 43.00 35.67 - - -- 31.31 2560 - - - - 29.80 24.00 21.40 - - - -- 26.90 ทมี่ า : สานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 4) วิถีการตลาด ปจั จบุ ันจังหวัดจันทบุรีเป็นแหลง่ ผลิตเงาะท่ีสาคัญ มีพ่อค้ารวบรวม/หรือตลาด กลาง รับซอื้ ผลผลิต รวมท้ังบริษัทผ้สู ่งออกอ เพ่ือส่งออกผลไมไ้ ปยังตลาดปลายทางที่สาคญั ทั้งในและตา่ งประเทศ เช่น จนี และยุโรป ผลผลิตเงาะจังหวัดจันทบุรี ปี 2560 มีผลผลิตรวม 94,342 ตัน และมีการรับ โดยเกษตรกรท่ีผลิตเงาะจะขายผ่านให้ พ่อค้ารวบรวม/ตลาดกลางมากท่ีสุด คือรอ้ ยละ 77.69 รองลงมาขายผ่าน ล้ง/ผู้ส่งออก ร้อยละ 14.32 สหกรณ์การเกษตรร้อยละ 6.29 และผู้บริโภคในจังหวัดร้อยละ 1.70 ตามลาดับ เกษตรกรจะขายผ่านสหกรณ์ ร้อยละ 2.80 และสดุ ท้ายจะขายให้ผูบ้ ิโภคภายในจังหวัด ร้อยละ 1.75
54 ภาพที่ 23 วถิ ีตลาดเงาะจงั หวัดจันทบุรี ปี 2560 5) การใช้เงาะของจงั หวัดจนั ทบรุ ี ปี 2560 ผลการสารวจ พบวา่ ด้านอุปทาน (Supply) เกดิ จากปรมิ าณผลผลติ เงาะท่ีจงั หวดั จันทบุรผี ลิตไดป้ ี 2560 ประมาณ 94,324 ตัน และปริมาณมเี พียงพอกับความโดยเกดิ จากความตอ้ งการของ พอ่ ค้าส่งออกในทุกระดบั ทาให้อุปทานเงาะรวมเท่ากบั 94,324 ตนั ดา้ นอุปสงค์ (Demand) เกิดจากความต้องการของตลาดภายในจังหวดั จันทบรุ ี ประมาณ 6,000 ตัน และมีการสง่ ออกผลผลิตไปนอกจงั หวัดปลี ะประมาณ 88,3240 ตัน โดยส่วนใหญพ่ ่อค้าที่ รวบรวม/ตลาดกลางในจังหวดั จันทบุรีทีไ่ ด้กระจายผลผลิตในตลาดปลายทางในต่างจังหวดั และได้รับโควตา้ ตลาด ตา่ งประเทศร้อยละ 20.00ก ภาพที่ 22 การบริหารจดั การเงาะจงั หวดั จนั ทบรุ ี ปี 2560
บทที่ 4 สรุป ขอ้ เสนอแนะ 4.1 สรปุ การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตร ประกอบด้วย ข้อมูลต้นทุนการผลิต/ ผลตอบแทน ข้อมูลอุปสงค์/อุปทาน สินค้าเกษตรของจังหวัดจันทบุรี มีแนวทางการบริหารจัดการพ้ืนท่ี ดังนี้ (1) พ้ืนที่เหมาะสม (S1 + S2 ) เสนอมาตรการเพื่อส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพ (2) พ้ืนท่ีไม่ เหมาะสม (N+S3) สนับสนุนให้เกิดการปรับเปล่ียนเป็นสินค้าทางเลือกอ่ืน หรือ แนวทางการบริหารจัดการพ้ืนที่ อย่างเหมาะสม เพ่ือใหเ้ กษตรกรไดร้ บั ผลตอบแทนสงู ข้ึน เช่น การปลกู พืชแซม การจดั การดนิ และนา้ การวเิ คราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกจิ การเกษตรจังหวดั จันทบรุ ี ผลการด้าเนนิ การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกจิ การเกษตร จงั หวัดจนั ทบุรี ประกอบดว้ ย 1) การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต และผลตอบแทนของสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์ มวลรวมจังหวัด (GPP) สูงสุดใน 4 ล้าดับแรก (Top 4) ของจังหวัดจันทบุรี ได้แก่ ยางพารา ล้าไย ทุเรียน และ มังคุด ซึ่งเพ่ิมชนิดสินค้าในการวิเคราะห์ข้อมูลอีก 1 ชนิด ได้แก่ เงาะ และเปรียบเทียบระหว่างการผลิตของ เกษตรกรในพ้ืนท่ีเหมาะสม (S) และพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) สินค้าทง้ั 5 ชนิด ซงึ่ ผลจาการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต และผลตอบแทน สรุปได้ว่าเกษตรท้าการผลิตแล้วมีผลตอบแทนที่ดีหรือมีก้าไร ท้ังในพ้ืนท่ีในพ้ืนที่เหมาะสม (S) และพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) เนื่องจากเกษตรกรในจังหวัดเป็นเกษตรหัวก้าวหน้า มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และ ใฝร่ ้ศู ึกษาเทคโนยตี า่ งๆมาปรับใช้ในฟารม์ ของตนเอง ทม่ี คี วามสรปุ ผลดังน้ี
56 ตารางที่ 34 สรปุ ตน้ ทุนการผลติ /ผลตอบแทน สินค้าทส่ี ้าคัญจงั หวัดจนั ทบุรี ตามความเหมาะสมของพ้นื ที่ รายการ ยางพารา ลาไย ทเุ รยี น มังคดุ เงาะ SN SN SN SN SN 1.ตน้ ทนุ ผันแปร (บ/ไร่) 4,992 7,002 19,777 23,458 26,625 25,626 10,503 11,712 9,342 9,974 2.ต้นทนุ คงที่ (บ/ไร)่ 2,237 2,675 3,708 3,365 5,842 4,555 4,220 3,675 3,928 3,500 3.ต้นทนุ รวมตอ่ ไร่ (บ/ไร)่ 7,229 9,677 23,485 26,833 32,467 30,181 14,722 15,387 13,270 13,474 4.ต้นทนุ รวมต่อหนว่ ย (บ/กก.) 19.15 25.28 14.70 16.83 17.35 25.72 19.22 27.65 13.99 20.17 5.ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กก./ไร่) 377 383 1,580 1,595 1,871 1,174 766 556 948 668 6.ราคาต่อหน่วย (บ/กก.) 48.22 48.22 41.00 41.00 73.90 73.90 47.84 47.84 31.31 31.31 7.ผลตอบแทนตอ่ ไร่ (บ/ไร่) 18,199 18,460 65,511 65,386 138,257 86,731 36,653 26,622 29,696 20,916 8.ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ (บ/ไร่) 10,970 8,871 42,026 38,553 105,790 56,550 21,930 11,235 16,426 7,443 ทม่ี า : สา้ นกั งานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 2) ปริมาณผลผลิต (Supply) และความต้องการสินค้า (Demand) ปี 2559 สินค้าท่ี ส้าคัญทั้ง 5 ชนิด ทั้ง ยางพารา ล้าไย ทุเรียน มังคุด และเงาะ ในพ้ืนที่จังหวัดจันทบุรี พบว่ามีเฉพาะยางพารา เท่านั้นที่มีปริมาณเกนิ ความความต้องการอยู่เลก็ น้อย แต่สามารถกระจายไปยงั แหลง่ รบั ซือ้ ในจงั หวัดใกล้เคยี งได้ ส่วนไม้ผลท้ัง 4 ชนิดสินค้า ราคาผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ท่ีดี และปริมาณผลผลิตที่ผลิตได้ในแต่ละปี ก็ยังไม่เป็น เป็นหาดา้ นการตลาดสรุปไดด้ ังนี้ ผลผลติ ความตอ้ งการใช้ สว่ นขาด (-/ สว่ นเกิน (+) ชนิดสินค้า ผลผลติ ใน รบั ซ้ือจากนอก รวม ความต้องการใน สง่ ขายไป รวม จงั หวัด จังหวดั จงั หวดั นอกจงั หวดั 0.026 ยางพารา 0.129 0.012 0.141 0.115 0 ลาไย 0.044 0.340 0.064 0.051 0.296 0 ทุเรยี น 0.296 0.057 0.342 0.342 0 มังคดุ 0.285 0.016 0.123 0.0003 0.296 0.123 0 เงาะ 0.107 0 0.094 0.094 0.094 0.032 0.310 0.009 0.114 0.006 0.088 4.2 ขอ้ เสนอแนะ 4.2.1) สินคา้ ทางเลือกในการปรบั เปลยี่ นพน้ื ที่ ดงั นี้ สินค้าทางเลือกในการปรับเปล่ียนพื้นที่ ได้มีการน้าเสนอเปรียบเทียบต้นทุน- ผลตอบแทน สินค้าทางเลือกเพ่ือปรับเปลี่ยนในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมปลูกยางพารา (N) และข้อมูลปริมาณผลผลิต (Supply) และความต้องการ (Demand) ของสินค้าเกษตร 4 ชนิด ได้แก่ ล้าไย ทุเรียน มังคุด และเงาะ ซ่ึงมี ผลตอบแทนสูงกว่ายางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) และยังมีความต้องการของตลาดอยู่ นอกจากน้ันยังมีการ เสนอกิจกรรมทางเลือกอื่น ๆ ที่มีโอกาสในทางเศรษฐกิจเนื่องจากมีผลตอบแทนที่คุ้มค่า และตลาดยังมีความ ต้องการ เช่น ในกรณีท่ีไม่ปรับเปลี่ยนการปลูกยางพารา แนวทางพัฒนา พัฒนาคุณภาพดินให้มีประสิทธิภาพใน การผลิตมากขึ้น เช่น ส่งเสริมให้มีการตรวจวิเคราะห์ดินรายแปลงเพื่อให้ทราบคุณสมบัติของดิน และพัฒนา ปรับปรุงบ้ารุงดินตามค่าวิเคราะห์ดิน การสนับสนุนและให้ความรู้ในการเพ่ิมความหลากหลายทางชีวภาพในสวน ยางพาราโดยการปลูกพืชอืน่ แซม จะเป็นการเพม่ิ รายไดใ้ หก้ ับเกษตรกร
57 (1) สินค้าทางเลือกเพ่ือปรับเปล่ียนในพื้นท่ีไม่เหมาะสมปลูกยางพารา (N) ไม่ควรน้า เร่ืองราคาของผลผลิตมาเป็นตัวตั้งในการปรับเปลี่ยน เพราะเกษตรกรเห็นราคาทุเรียนดีต่อเนื่องมาหลายปี ท้าให้ เกิดความสนใจในการปรับเปลี่ยนจากยางพาราที่ราคาตกต่้า หันมาปลูกทุเรียนมากข้ึน ส่งผลให้ในระยะเวลา ประมาณ 3-5 ปี สินคา้ ทเุ รยี นกจ็ ะเกิดปญั หาเรอื่ งราคาตกต่้า (2) ในกรณที ไ่ี มป่ รับเปลย่ี นการปลกู ยางพารา - ในระยะก่อนยางพาราให้ผลผลิต คือ ในช่วงระยะเวลา 3 ปีแรก ควรปลูกพืช เสรมิ รายไดท้ ตี่ ลาดมีความต้องการ เช่น พืชล้มลุกและเป็นพืชอายสุ นั้ เชน่ สับปะรด ขา้ วโพดบรโิ ภค ข้าวโพดเลีย้ ง สัตว์ ถ่ัวลิสง ถ่ัวเขียว ถ่ัวเหลือง แตงโม พืชผักต่าง ๆ และพืชสมุนไพร เป็นต้น เกษตรกรต้องค้านึงถึงความ เหมาะสมของชนิดพืชโดยเฉพาะการเจริญเติบโตของพืชท่ีปลูกในร่องยางพารา ตลอดจนวิธีการปลูกพืชร่วมกับ ยางพาราโดยสง่ ผลกระทบทจ่ี ะสร้างความเสยี หายกับยางพาราได้ - พชื ร่วมยางพารา คอื พืชทป่ี ลกู เพอื่ ให้ผลผลติ พรอ้ ม ๆ กับยางพารา ซ่ึงจะเป็น พืชท่ีสามารถข้ึนได้ดีในสภาพร่มเงา มีดังน้ี พืชร่วมยางพาราที่สามารถเจริญเติบโตได้ภายใต้ร่มเงาของยางพารา เม่ือต้นยางพารามีอายุ 3 ปีข้ึนไป เช่น กระวาน ขิง ข่า ขม้ิน ผักพื้นบ้าน และพืชสมุนไพรบางชนิด เช่น ว่านสาว หลง (ท้าก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง) ว่านเถา โดยปลูกระหว่างแถว และพืชร่วมยางพาราท่ีทนต่อสภาพร่มเงาของต้น ยางพารา ซึ่งมีแสงร้าไรเพียงพอและมีฝนตกชุก จะเหมาะสมต่อการปลูกไม้ดอกวงศ์ขิง เช่น ขิงแดง ดาหลา และ หงสเ์ หิน ไมด้ อกไม้ประดับบางชนิด และไม้ตดั ใบ - ปลกู พืชเสริมรายได้ ควรเป็นพืชใช้น้านอ้ ย และพืชสุขภาพตามความต้องการ ของตลาดในยุคปัจจุบนั เชน่ โกโก้ และอโวคาโด เป็นต้น และควรมองเรอื่ งการตลาดนา้ การผลติ เปน็ ปัจจัยส้าคัญ - ในพื้นที่อ้าเภอแก่งหางแมว เป็นพ้ืนที่ท่ีปลูกยางพารามากที่สุดของจังหวัด จันทบุรี แต่พ้ืนที่เกือบทั้งอา้ เภอแก่งหางแมว ไมม่ ีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินเป็นเขตอนุรักษ์ ในแผนที่ความเหมาะสมจะ เป็นพ้ืนท่ีป่าไม้ ไม่สามารถเข้าไปปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก หรือส่งเสริมการเพาะปลูกพืชใด ๆ ได้ทั้งสิ้น จึงเป็น ปญั หาท่ีต้องหารอื รว่ มกบั กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มตอ่ ไป ในเรื่องการปรับเปลี่ยนการผลิตควรมีการสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรอย่าง จริงจัง การผลิตแบบเดิมเกษตรกรจะแยกส่วนกันท้าเป็นครัวเรือน เพราะระบบการรวมกลุ่มสามารถรวมตัวกัน ผลิต มีการวางแผนการผลิต แผนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ แผนการตลาดที่ชัดเจน และสามารถต่อรองราคาได้ มากกว่าการแยกกันผลิต การรวมกลุม่ ถือเปน็ เครือข่ายที่จะสามารถหาตลาดรองรับได้ชดั เจนกว่าทา้ แบบเชิงเด่ียว สามารถป้องกันการถูกกดข่ีราคาจากพ่อค้าคนกลางเหมือนกรณีการขายผลไม้ให้ล้ง ดังนั้นหากจะมีการส่งเสริม ด้านการเกษตร เช่น การปลูกพืชสมุนไพร ไม้ดอกไม้ประดับ พืชตัดใบ ควรมีการส่งเสริมการรวมกลุ่มควบคู่กันไป ด้วย ซ่งึ จะเปน็ ประโยชนท์ ย่ี ่ังยนื ต่อไป โดยมขี ้อเสนอแนะดังน้ี 1. ด้านการเกษตร 1) การเพ่ิมรายได้ให้เกษตรกร โดยเพ่ิมสัดส่วนผลไม้เกรดคุณภาพให้มากขึ้น ท้าให้เกษตร สามารถขายผลผลติ ได้ในราคาที่สูงขน้ึ รวมทง้ั แบง่ พื้นทบี่ างสว่ นเพื่อผลิตผลไม้นอกฤดูเพ่ือกระจายผลผลิตให้ออกสู่ ตลาดทั้งปี ลดความเสี่ยงในเรื่องความผันผวนของราคาในช่วงท่ีผลผลิตออกสู่ตลาดมากท้าให้เกษตรกรมีรายได้ สม่้าเสมอตลอดทัง้ ปี 2) การลดรายจ่ายเกษตรกร โดยจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรในการใช้ปุ๋ยเคมีและยาก้าจัด ศัตรูพืชในปริมาณท่ีเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละพ้ืนท่ี รวมทั้งสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มของเกษตรกร เพื่อร่วมกันช่วยเหลือในการเก็บเก่ียวผลผลิตของสมาชิก ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาค่าแรงที่มีแนวโน้มสูงข้ึน รวมท้ังลด ปญั หาการขาดแคลนแรงงานในช่วงการเกบ็ เก่ยี วผลผลติ ลงได้ 3) การเพม่ิ ประสทิ ธิภาพการผลิต โดยสนับสนุนเงนิ ทนุ หมนุ เวียนดอกเบย้ี ต่้าให้แกเ่ กษตรกร ในการปรับปรุงและพฒั นาแหล่งนา้ ในสวน รวมท้งั ใช้ในการจัดซือ้ เครอื่ งมอื อปุ กรณ์ในการดแู ลสวน
58 2. ดา้ นสถาบนั เกษตรกร 1) สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน อัตราดอกเบ้ียตา้่ ให้กล่มุ เกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจ ชุมชน ในการจัดหาอุปกรณ์ในการแปรรูปและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการแปรรูป รวมทั้งเป็นเงินทุน ในการจดั ซือ้ และรวบรวมผลผลิตจากสมาชกิ ในการแปรรูป 2) ส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกร เป็นกลไกหน่ึงในการรวบรวมผลผลิต คัดแยกเกรด เพื่อ จดั สง่ ผลผลติ ไปยงั ช่องทางตา่ งๆ 3. ดา้ นการตลาดและการแปรรปู พัฒนาช่องทางการจ้าหน่ายผลผลิตภายในประเทศ (1 จังหวัด 1DC) โดยใช้เครือข่าย สถาบันเกษตรเป็นกลไกหนึ่งในการรวบรวมและกระจายผลผลิตไปยังจังหวัดปลายทางท่ีมีศักยภาพ เช่น นครราชสมี า ขอนแก่น เชยี งใหม่ พิษณุโลก และนครสวรรค์ โดยพอ่ ค้าปลายทางไม่จา้ เป็นตอ้ งว่ิงรถมาซอื้ ผลไม้ถึง ในจังหวดั แหล่งผลิตหรือที่ ตลาดไท กรงุ เทพมหานคร แต่เปรียบเสมือนยกผลไม้จากจังหวัดชุมพรและสุราษฎ์ธานี มายังจังหวัดปลายทางโดยตรง เพ่ือกระจายต่อไปยังผู้บริโภค เครือข่ายสมาชิก รถค้าเร่ หรอื ร้านค้าปลีกต่างๆ ใน พื้นทแี่ ละจงั หวัดใกลเ้ คียง โดยรัฐสนับสนนุ คา่ ขนส่ง ค่าจัดการการตลาดเหมาจ่าย เงนิ ทุนหมุนเวียนในการรวบรวม ผลผลติ เปน็ ต้น 4. ข้อเสนอแนะรายสนิ ค้า 1) ทเุ รียน 1.1) ควรสง่ เสริมการผลติ ทเุ รยี นนอกฤดู 1.2) ควรเข้มงวดในเรอ่ื งคณุ ภาพ ป้องกนั การตดั ทุเรียนดิบมาจ้าหนา่ ยส่ตู ลาด 1.3) ส่งเสริมการยกระดับการแปรรูปของสถาบนั เกษตรกรส่มู าตรฐาน 2) มงั คดุ 2.1) ควรสง่ เสรมิ การเพม่ิ สดั สว่ นคุณภาพผลผลติ คณุ ภาพ 2.2) ท้าความเข้าใจกับตลาดในเรื่องคุณภาพท่ีถูกต้องว่าคุณภาพดีไม่ใช่ดูท่ีสีผิวเป็นหลัก ส้าคญั แตอ่ ย่ทู ข่ี นาดและคุณภาพผลข้างในที่ไมม่ ปี ัญหาเน้อื แกว้ ยางไหล 2.3) สนบั สนนุ การนา้ เทคนิคการผลิตนอกฤดูมาใช้ 3) เงาะ 3.1) ควรรกั ษาระดับพ้นื ทป่ี ลกู ไมใ่ ห้ลดมากจนเกินไป 3.2) ควรถ่ายทอดความรู้และแนะน้าเทคนิคการดูแลเงาะ เพื่อให้ได้ผลผลิตท่ีมีคุณภาพ ขนาดผลใหญ่ เพิม่ การส่งออกโดยใช้เทคนิคบรรจใุ นถุงสญู ญกาศเพ่ือเพ่ิมอายุการเก็บรกั ษา
Search