Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Agri-Map จังหวัดระยอง

Agri-Map จังหวัดระยอง

Description: 1_จังหวัดระยอง

Search

Read the Text Version

39 ตารางท่ี 3.3 ตน้ ทนุ การผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ปี 2559/60 จงั หวดั สมทุ รปราการ ไม่แยกตามลักษณะความ เหมาะสมของพืน้ ท่ี รายการ ตน้ ทุนและผลตอบแทนการผลติ 1. ต้นทุนผนั แปร เงนิ สด ประเมนิ รวม 1.1 ค่าแรงงาน 4,605.54 ดแู ลรักษา 1,932.32 2,673.22 2,772.57 เกบ็ เก่ียว 958.92 1.2 ค่าวสั ดุ 320.45 2,452.12 1,813.65 คา่ ปุ๋ย 1,531.68 คา่ ยาปราบศัตรูพชื และวัชพืช 320.45 638.47 405.92 คา่ สารอ่นื ๆ และวสั ดปุ รบั ปรงุ ดนิ 354.78 คา่ น้ำมนั เช้ือเพลงิ และหลอ่ ลื่น - 1,813.65 355.68 ค่าวัสดุการเกษตรและวสั ดุสน้ิ เปลอื ง 233.11 ค่าซ่อมแซมอุปกรณก์ ารเกษตร 1,485.46 46.22 113.65 1.3 คา่ เสยี โอกาสเงนิ ลงทุน 68.54 2. ต้นทุนคงที่ 397.84 8.08 301.29 ค่าเช่าทด่ี ิน 1,729.10 คา่ เส่อื มอปุ กรณก์ ารเกษตร 354.78 - 1,499.57 คา่ เสียโอกาสเงินลงทนุ อุปกรณ์การเกษตร 175.97 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 347.57 8.11 53.56 4. ต้นทนุ ต่อกโิ ลกรมั 6,334.64 5. ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กิโลกรัม) 233.11 - 5.27 6. ราคาเฉล่ยี ท่เี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 1,202.43 7. มูลค่าผลผลติ /รายไดท้ ัง้ หมด (บาท/ไร)่ 113.65 - 27.69 8. ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ (บาท/ไร่) 33,295.29 9. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ผลผลติ (บาท/กก.) 38.51 30.03 26,960.65 10. ปริมาณผลผลิต ณ จดุ คุ้มทนุ (กก./ไร่) 22.42 126.41 174.88 228.77 - 1,729.10 1,499.57 - 175.97 - 53.56 - 1,932.32 4,402.32 - - -- -- 33,295.29 - - 31,362.97 - - -- ทมี่ า : จากการสำรวจข้อมลู สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 : การเพาะปลกู เป็นลกั ษณะไมเ่ ชิงพาณิชย์ (หัวไร่ปลายนา/รอบคนั บ่อปลา)

40 3.1.4 ปลาสลิด 1) ต้นทนุ และผลตอบแทนในการเพาะเลี้ยงปลาสลดิ ในจังหวดั สมุทรปราการ ผลจากการสำรวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลติ ปลาสลิด ในจังหวัดสมทุ รปราการ เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตปลาสลิดเฉล่ีย จำนวน 17,748.09 บาทต่อไร่ โดยเป็นต้นทุนผันแปร จำนวน 16,988.01 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 88.87 และต้นทุนคงที่ จำนวน 760.08 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็น ร้อยละ 11.13 ของต้นทนุ ท้ังหมด ตามลำดับ เมอ่ื พิจารณาในรายละเอียดพบว่าตน้ ทุนที่เปน็ เงนิ สด 14,057.98 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 79.21 และต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสด 3,690.11 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 20.79 โดยต้นทนุ ผนั แปรทเ่ี ป็นเงนิ สดส่วนใหญ่เปน็ ค่าแรงงาน ได้แก่ ค่าดแู ลรกั ษา (เล้ียง) รองลงมาเป็นค่าวสั ดุ ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าพันธุ์ และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น ตามลำดับ สว่ นตน้ ทุนไม่เปน็ เงินสดน้ัน ส่วนใหญ่ เป็นค่าแรงงาน สำหรับต้นทนุ คงที่ท่ีเป็นต้นทุนไม่เป็นเงินสด สว่ นใหญ่เป็นค่าเช่าที่ดินหรือเช่าบ่อ รองลงมาค่า เสื่อมราคาบอ่ และเคร่ืองมืออปุ กรณ์ โดยระยะเวลาในการเล้ียงเฉลี่ย 267 วัน อัตราการปลอ่ ยลกู ปลาสลดิ เฉลี่ย 98,843.81 ตัวต่อไร่ ราคาลูกพันธ์ุเฉล่ีย 1.32 บาทต่อตัว อตั ราการรอด 62.01 เปอร์เซ็นต์ อัตราการแลกเนื้อ 0.86 และราคาอาหารสำเรจ็ รูปเฉล่ยี 11.75 บาทต่อกิโลกรัม ผลการวิเคราะห์เม่ือพิจารณาถึงผลตอบแทนที่เกษตรกรได้รับในการผลิต ปลาสลิด ผลผลิตเฉลย่ี 499.54 กิโลกรัมต่อไร่ เม่ือพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาทีเ่ กษตรกรขายได้เฉล่ีย 55.18 บาท ต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมรี ายได้ 27,564.62 บาทตอ่ ไร่ ดังนน้ั เกษตรกรจะได้รับผลตอบแทนสุทธติ อ่ ไร่ เท่ากับ 9,816.53 บาท โดยท่ีปริมาณผลผลิต ณ จดุ คุ้มทุน 321.64 กิโลกรัมต่อไร่ (ตารางที่ 3.4)

41 ตารางท่ี 3.4 ตน้ ทนุ การผลิตปลาสลดิ ปี 2559 จงั หวดั สมุทรปราการ ไม่แยกตามลักษณะความเหมาะสม หน่วย : บาท/ไร่ รายการ ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลิต 1. ต้นทนุ ผนั แปร เงินสด ประเมนิ รวม 1.1 ค่าแรงงาน การดแู ลรักษา (เล้ียง) 14,057.98 2,930.03 16,988.01 การเก็บผลผลิต (จบั +คัดแยกขนาด) 1.2 คา่ วสั ดุ 11,885.55 2,175.61 14,061.16 ค่าพันธุ์ คา่ อาหาร 11,619.04 2,153.34 13,772.38 คา่ วัสดุปรบั สภาพดนิ และนำ้ ค่าน้ำมนั เชอ้ื เพลิง 181.65 22.27 203.92 ค่าไฟฟา้ คา่ ใช้จา่ ยอืน่ ๆ 2,172.43 - 2,172.43 1.3 ค่าเสยี โอกาสเงนิ ลงทุน 469.19 - 469.19 2. ต้นทนุ คงท่ี 934.23 - 934.23 ค่าเชา่ ทด่ี ินหรอื เชา่ บอ่ 48.99 - 48.99 คา่ เสื่อมราคาบ่อและเคร่ืองมืออปุ กรณ์ 335.72 - 335.72 คา่ เสยี โอกาสเงนิ ลงทุนเคร่อื งมอื อุปกรณ์ 275.00 - 275.00 3. ต้นทนุ ทงั้ หมดตอ่ ไร่ ตอ่ รุน่ (บาท) 109.30 - 109.30 4. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กโิ ลกรมั ) 5. ต้นทุนทงั้ หมดต่อกโิ ลกรัม (บาท) - 754.42 754.42 6. ราคาเฉล่ียที่เกษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 7. มูลค่าผลผลติ /รายไดท้ ้ังหมด (บาท/ไร)่ - 760.08 760.08 8. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อไร่ (บาท/ไร)่ 9. ผลตอบแทนสทิ ธิต่อกโิ ลกรัม (บาท/กก.) - 586.24 586.24 10. ปรมิ าณผลผลิต ณ จดุ คมุ้ ทนุ (กก./ไร)่ - 123.91 123.91 - 49.93 49.93 14,057.98 3,690.11 17,748.09 - - 499.54 - - 35.53 - - 55.18 - - - - 27,564.62 - - 9,816.53 - - 19.65 321.64 ทม่ี า : จากการสำรวจขอ้ มูล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6

42 การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิต ผลตอบแทน สินค้าท่ีสำคัญ (สินค้า Top 4) จังหวัด สมทุ รปราการ แยกเป็น ขา้ วนาปี ข้าวนาปรัง มะม่วงน้ำดอกไม้ และปลาสลิด จะเหน็ ได้วา่ สินคา้ Top 4 สินค้า ทีไ่ ด้รับผลตอบแทนมากท่สี ุดคือ มะม่วงน้ำดอกไม้ รองลงมา ได้แก่ ปลาสลิด ข้าวนาปรังในพื้นทเี่ หมาะสม และ ขา้ วนาปีในพื้นทเี่ หมาะสม ตามลำดับ รายได้จากการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ เท่ากับ 33,295.29 บาทต่อไร่ โดยที่ต้นทุนเท่ากับ 6,334.64 บาทต่อไร่ ดังนั้นผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 26,960.65 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 425.61 ของตน้ ทนุ การผลติ รายได้จากการเล้ียงปลาสลิด เท่ากับ 27,564.62 บาทต่อไร่ โดยท่ีต้นทุนเท่ากับ 17,748.09 บาทต่อไร่ ดังน้ันผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากบั 9,816.53 บาท หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 55.31 ของต้นทุนการผลิต (ตารางท่ี 3.5)

43 ตารางที่ 3.5 ตารางเปรียบเทียบต้นทุนการผลิต ผลตอบแทนสนิ คา้ ทส่ี ำคญั ปี 2559 (สินคา้ TOP 4) จงั หวัดสมุทรปราการ หน่วย : บาท/ไร่ รายการ ข้าวนาปี ข้าวนาปรงั มะมว่ งนำ้ ดอกไม้ ปลาสลิด (บาท/ไร)่ (บาท/ไร่) (บาท/ไร)่ (บาท/ไร่) 1. ต้นทนุ ผนั แปร S S 4,605.54 16,988.01 43 2. ต้นทนุ คงท่ี 3,096.84 1,729.10 760.08 3. ต้นทนุ รวมต่อไร่ 1,004.78 3,265.98 6,334.64 4. ตน้ ทุนตอ่ กิโลกรัม (บาท/กก.) 4,101.62 791.47 17,748.09 5. ผลผลิตต่อไร่ (กิโลกรมั ) 5.27 41.89 6. ราคาเฉล่ยี ทีเ่ กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 4.76 4,057.44 1,202.43 499.54 7. มูลค่าผลผลิต/รายได้ทง้ั หมด (บาท/ไร)่ 861.61 4.87 55.18 8. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร)่ 27.69 9. ผลตอบแทนสุทธติ ่อผลผลิต (บาท/กก.) 7.24 833.37 33,295.29 27,564.62 10. ปริมาณผลผลติ ณ จุดคุ้มทุน (กก./ไร่) 6,238.06 7.61 26,960.65 9,816.53 2,136.44 6,341.95 22.42 19.65 2.48 2,284.51 228.77 321.64 566.52 2.74 533.17 ทีม่ า : จากการสำรวจขอ้ มูล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6

44 3.2 การบรหิ ารจัดการสนิ ค้าเกษตรที่สำคัญจงั หวดั สมุทรปราการ 3.2.1 การบริหารจัดการข้าวนาปีและสถานการณ์การผลิตจังหวัดสมทุ รปราการ 1) วถิ ีการตลาดสินคา้ ขา้ วนาปี เกษตรกรนำผลผลิตข้าวส่งโรงสี/ขายพ่อค้ารวบรวมในท้องถิ่นซึ่งเข้ามารับซื้อถึงพ้ืนที่นาโดย เกษตรกรจ้างรถเก่ียวข้าว หรือโรงสีท่ีเกษตรกรขายข้าวให้มีการบริการให้กับเกษตรกร แล้วนำผลผลติ ขน้ึ รถขน ข้าวไปโรงสี โดยเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมขายให้พ่อค้ารวบรวมเนื่องจากได้รับราคาท่ี สูงกว่าโรงสีในพ้ืนท่ี นอกจากน้ีเกษตรกร จะเกบ็ ข้าวไว้สำหรับบรโิ ภค และทำพนั ธุ์ รอ้ ยละ 1.25 และรอ้ ยละ 10 ภาพท่ี 3.1 วิถีการตลาดข้าวนาปีจังหวัดสมุทรปราการ ทมี่ า: จากการสำรวจ 2) การบรหิ ารจดั การสินค้าขา้ วนาปีของจงั หวดั สมทุ รปราการ ฤดกู ารผลติ ข้าวนาปี ปี 2559/60 ของจังหวดั สมทุ รปราการ (Supply) ในช่วงเดือนสงิ หาคม - ตุลาคม 2559 จำนวน 14,288 ตัน ด้านความต้องการใชข้ ้าวนาปี (Demand) ของจังหวัดสมุทรปราการ มีจำนวน 18,709.69 ตัน เปน็ ความตอ้ งการเพื่อเขา้ โรงสมี ากท่ีสุด จำนวน 12,000.00 ตัน รองลงมาคอื ส่งขายจังหวัดอ่ืน 5,000.80 ตัน ทำพันธุ์ 1,428.80 ตัน และบริโภค 280.09 ตัน แต่ผลผลิตและการนำเข้ามีเพียง 15,488 ตัน ดังน้ัน ความตอ้ งการ (Demand) มีสงู กวา่ ผลผลิต (Supply) จำนวน 3,221.69 ตัน (ตารางท่ี 3.8)

45 ตารางที่ 3.6 การบรหิ ารจัดการสินคา้ ข้าวนาปีของจังหวัดสมทุ รปราการ ปี 2559 หนว่ ย : ตัน รายการ ส.ค. 2559 2560 รวม ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. 1. ผลผลติ (Supply) 1,828.80 10,401.60 3,257.60 - - - - 15,488.00 1.1 ผลผลิตข้าวเปลอื กรายปีในจังหวัด (ตนั ) 1,428.80 10,001.60 2,857.60 - - - - 14,288.00 1.2 นำเขา้ จากจงั หวดั อืน่ (ตนั ) 400.00 400.00 400.00 - - - - 1,200.00 2. ความต้องการใช้ (Demand) 4,660.47 8,623.26 5,425.96 - - - - 18,709.69 45 2.1 เก็บไว้ทำพนั ธ์ุ (ตัน) 142.88 1,000.16 285.76 - - - - 1,428.80 2.2 เกบ็ ไวบ้ ริโภค (ตัน) 17.51 122.54 140.04 - - - - 280.09 2.3 เขา้ โรงสีเพือ่ แปรสภาพ/สง่ ออก (ตัน) 4,000.00 4,000.00 4,000.00 - - - - 12,000.00 2.4 สง่ ขายจังหวัดอน่ื (ตัน) 500.08 3,500.56 1,000.16 - - - - 5,000.08 3. ผลผลิตส่วนเกิน/ขาด* (ตนั ) -2,831.67 1,778.34 -2,168.36 - - - - -3,221.69 ท่มี า: จากการสำรวจ หมายเหตุ : * ผลผลติ สว่ นเกนิ /ขาด คำนวณจาก 1 (ผลผลติ ) - 2 (ความตอ้ งการใช้) กรณคี ่าเป็น + หมายถงึ ผลผลติ มีมากเกนิ ความตอ้ งการ กรณีค่าเปน็ – หมายถงึ ผลผลิตมนี ้อยกวา่ ความตอ้ งการ

46 3) ปัญหาและอปุ สรรค - ด้านการผลิต 3.1) ต้นทนุ การผลติ สงู ขึน้ เชน่ คา่ พนั ธ์ุ ค่าปุย๋ ค่ายา คา่ เช่าทดี่ ิน และคา่ เกบ็ เกี่ยว เปน็ ต้น 3.2) ปัญหาศัตรพู ชื เชน่ นก และหนู เป็นต้น 3.3) ขาดพนื้ ที่ในการทำการเกษตร เน่ืองจากการขยายพน้ื ท่ีของนคิ มอตุ สาหกรรม - ดา้ นการตลาด 3.1) โรงสีในพื้นที่มปี ริมาณข้าวไม่เพยี งพอ เนือ่ งจากเกษตรกรในพื้นที่ขายข้าวให้กับพอ่ ค้า รวบรวมและโรงสีอืน่ ภายนอกจังหวดั 3.2) เกษตรกรเลือกขายข้าวเปลือกให้พ่อค้า/โรงสีขนาดใหญ่ท่ีให้ราคาสูง ทำให้โรงสี ขนาดเลก็ ตอ้ งรับซ้อื ข้าวเปลือกในราคาสูงตามไปด้วย 4) ขอ้ เสนอแนะ 4.1) โรงสคี วรสร้างแรงจงู ใจให้เกษตรกรขายข้าวใหก้ บั โรงสใี นพ้ืนท่ี 4.2) ควรมีการกำหนดพ้นื ท่ที ีช่ ดั เจนระหวา่ งภาคการเกษตรและภาคอตุ สาหกรรม 3.23..22 การบริหารจดั การและสถานการณ์การผลติ ข้าวนาปรังจังหวัดสมทุ รปราการ จงั หวัดสมุทรปราการมแี นวโน้มพ้นื ทที่ างการเกษตรลดลงอย่างต่อเนื่อง เนือ่ งจากเกษตรกรขาย ท่ีดิน และเจ้าของท่ีดินที่ให้เกษตรกรเช่าขายที่ดินให้กับนายทุน เพื่อทำนิคมอุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยใน พื้นท่ีที่เคยใช้ทำนา โดยเกษตรกรจะเร่ิมปลูกข้าวนาปรัง ต้ังแต่เดือนพฤศจิกายน และเก็บเก่ียวช่วงเดือน มกราคม และเดอื นกุมภาพนั ธ์ 1) วถิ กี ารตลาดสินคา้ ขา้ วนาปรงั เกษตรกรนำผลผลิตข้าวเปลอื กส่งโรงส/ี ขายพ่อค้ารวบรวมในทอ้ งถ่นิ ซงึ่ เขา้ มารับซื้อถงึ พน้ื ท่ีนา โดยเกษตรกรจ้างรถเก่ียวข้าว หรือโรงสีที่เกษตรกรขายข้าวให้มีการบริการให้กับเกษตรกร แล้วนำผลผลิตข้ึน รถขนข้าว โดยเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมขายให้พ่อค้ารวบรวม เน่ืองจากได้รับราคาท่ีสูงกว่าโรงสีในพื้นท่ี นอกจากน้ีเกษตรกรจะเกบ็ ข้าวไว้สำหรบั บรโิ ภค และทำพนั ธุ์ รอ้ ยละ 0.52 และร้อยละ 10 ตามลำดับ

47 ผลผลิตข้าวนาปรงั ภาพท่ี 3.2 วิถกี ารตลาดข้าวนาปรงั จังหวดั สมุทรปราการ ทีม่ า: จากการสำรวจ 2) การบรหิ ารจัดการสินค้าข้าวนาปรัง ฤดูการผลิตข้าวนาปรัง ปี 2559/60 ของจังหวัดสมุทรปราการ (Supply) ในช่วงเดือน มกราคม - กมุ ภาพนั ธ์ 2560 จำนวน 11,560 ตนั ด้านความต้องการใช้ข้าวนาปรัง (Demand) ของจังหวัดสมุทรปราการมี จำนวน 12,689.35 ตัน เป็นความต้องการเพ่ือเข้าโรงสี แปรสภาพ และส่งออกไปต่างจังหวัดมากท่ีสุด จำนวน 8,000.00 ตัน รองลงมาคือ ส่งขายจังหวัดอื่น 3,468.00 ตัน ทำพันธุ์ 1,156.00 ตัน และบริโภค 65.35 ตัน แต่ผลผลิต (Supply) มีเพียง 12,360.00 ตัน ดังน้ัน ความต้องการ (Demand) มีสูงกว่าผลผลิต (Supply) จำนวน 329.35 ตัน

48 ตารางท่ี 3.7 การบรหิ ารจัดการสนิ คา้ ข้าวนาปรังเชงิ พ้นื ทร่ี ายเดอื น ฤดูการผลติ ปี 2559/60 จังหวัดสมุทรปราการ หน่วย : ตนั รายการ 2559 2560 รวม ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. 1. ผลผลติ (Supply) - - - - - 2,712.00 9,648.00 12,360.00 1.1 ผลผลิตขา้ วเปลอื กรายปีในจังหวดั (ตนั ) - - - - - 2,312.00 9,248.00 11,560.00 1.2 นำเข้าจากจังหวัดอื่น (ตนั ) - - - - - 400.00 400.00 800.00 2. ความตอ้ งการใช้ (Demand) - - - - - 4,937.87 7,751.48 12,689.35 48 2.1 เก็บไว้ทำพนั ธุ์ (ตัน) - - - - - 231.20 924.80 1,156.00 2.2 เกบ็ ไว้บริโภค (ตนั ) ----- 13.07 52.28 65.35 2.3 เขา้ โรงสีเพอ่ื แปรสภาพ/สง่ ออก (ตนั ) - - - - - 4,000.00 4,000.00 8,000.00 2.4 สง่ ขายจังหวัดอนื่ (ตนั ) - - - - - 693.60 2,774.40 3,468.00 3. ผลผลิตสว่ นเกนิ /ขาด* (ตัน) - - - - - -2,225.87 1,896.52 -329.35 ทม่ี า : จากการสำรวจ หมายเหตุ : * ผลผลิตส่วนเกนิ /ขาด คำนวณจาก 1 (ผลผลิต) - 2 (ความต้องการใช)้ กรณีค่าเป็น + หมายถึง ผลผลิตมมี ากเกนิ ความต้องการ กรณีคา่ เป็น – หมายถงึ ผลผลิตมีน้อยกวา่ ความต้องการ

49 3) ปญั หาและอปุ สรรค - ดา้ นการผลติ 3.1) ต้นทุนการผลติ สงู ข้ึน เชน่ ค่าพนั ธ์ุ คา่ ปุ๋ย คา่ ยา ค่าเก็บเกี่ยว และคา่ จ้างแรงงาน เป็นตน้ 3.2) ปัญหาศัตรูพืช เช่น นก และหนู โดยเฉพาะนกท่ีมาเกาะรวงข้าวทำให้ข้าวร่วงและ รวงขา้ วหกั 3.3) ไม่มีพ้ืนท่ีในการทำการเกษตร เน่ืองจากเจ้าของที่ท่ีเกษตรกรเช่าขายที่ดินให้กับนิคม อุตสาหกรรม - ดา้ นการตลาด 3.1) โรงสีในพ้ืนที่มีปริมาณข้าวไม่เพียงพอ เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ขายข้าวให้กับพ่อค้า รวบรวมและโรงสีอนื่ ภายนอกจังหวัด 3.2) เกษตรกรเลือกขายขา้ วเปลือกให้พ่อค้า/ท่าข้าว/โรงสีขนาดใหญ่ทใ่ี หร้ าคาสูง ทำใหโ้ รงสี ขนาดเล็กต้องรบั ซอ้ื ข้าวเปลอื กในราคาสูงตามไปด้วย 4) ขอ้ เสนอแนะ 4.1) โรงสคี วรสร้างแรงจงู ใจใหเ้ กษตรกรขายข้าวให้กับโรงสใี นพ้นื ที่ 4.2) ควรมีการกำหนดพ้นื ทท่ี ี่ชัดเจนระหวา่ งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม 3.2.3 การบริหารจัดการและสถานการณ์การผลติ มะมว่ งนำ้ ดอกไม้จังหวัดสมทุ รปราการ พนื้ ท่ใี หผ้ ล ผลผลติ ผลผลิตต่อไร่ ของมะม่วงนำ้ ดอกไม้ในปกี ารผลติ 2560 จงั หวดั สมุทรปราการ มีพื้นท่ีปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ จำนวน 2,520 ไร่ ให้ผลผลิต จำนวน 2,013 ตัน ซึ่งมีผลผลิต ต่อไร่เฉลี่ย 799 กิโลกรัม สำหรับทิศทางการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ของจังหวัดสมุทรปราการมีพื้นท่ีปลูกใหม่เพิ่มข้ึ น เล็กน้อยเน่ืองจากการสภาพภูมิอากาศแปรปรวนทำให้ผลผลิตนอกฤดูทำได้ยากขึ้น และเกษตรกรท่ีปลูกข้าว ปรบั เปล่ียนมาทำสวนมะม่วงน้ำดอกไม้บางสว่ น แต่ปญั หาสำคญั ในพื้นที่คือในอำเภอบางพลี ซึ่งเป็นแหล่งผลิต มะมว่ งน้ำดอกไม้ที่สำคัญของจังหวดั มีโรงไฟฟา้ ซง่ึ ขยายฐานการผลิตเข้ามากอ่ สร้างในพ้ืนท่ี เมื่อเดือนมีนาคม 2560 ทำให้เกิดผลกระทบหลายด้าน ได้แก่ จากแรงส่ันสะเทือนจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้า และเกิดมลภาวะ ทางอากาศ มีก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และฝุ่นละอองจากโรงไฟฟ้า สง่ ผลกระทบต่อผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ท่ีเคยได้ผลผลิตดี ผลผลติ ลดลงจำนวนมาก เกษตรกรบางรายได้ขาย พ้ืนท่ีให้กับโรงไฟฟ้า โดยลักษณะการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ในพ้ืนท่ีจังหวัดสมุทรปราการส่วนมากจะเป็นการ ปลูกบริเวณคันบ่อปลา เนื่องจากการเลี้ยงปลาน้ำจืดเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรในพ้ืนที่ โดยมีการใช้ ประโยชน์ของพ้นื ท่ีคันบ่อเป็นที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งจะแตกตา่ งจากการปลกู แบบสวนเด่ียวในพ้ืนที่อนื่ ๆ ของประเทศไทย พ้ืนที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอบางพลี จำนวน 805 ราย พื้นที่ 1,272 ไร่ รองลงมา ได้แก่ อำเภอบางเสาธง จำนวน 460 ราย พื้นท่ี 673 ไร่ อำเภอพระประแดง จำนวน 550 ราย พื้นที่

50 361 ไร่ อำเภอบางบ่อ จำนวน 99 ราย พื้นที่ 161 ไร่ อำเภอเมือง จำนวน 90 ราย พื้นท่ี 36 ไร่ และน้อยท่ีสุด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 8 ราย พ้นื ที่ 17 ไร่ รวมเกษตรกรปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ทั้งหมด 2,012 ราย พนื้ ท่ี 2,520 ไร่ ส่วนใหญ่ผลผลิตจะออก 2 ช่วงคือ มะม่วงน้ำดอกไม้นอกฤดู และมะม่วงน้ำดอกไม้ในฤดู โดยจังหวัดสมุทราปราการมีระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 2 แปลง ได้แก่ แปลงใหญ่มะม่วง น้ำดอกไม้ หมู่ที่ 3 ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ 50 ราย รวมพ้ืนท่ี 93 ไร่ และแปลงใหญ่มะม่วงน้ำดอกไม้ หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 7 หมู่ท่ี 9 และหมู่ที่ 10 ตำบล บางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ 31 ราย รวมพ้ืนท่ี 411 ไร่ รวมท้ัง 2 แปลง มเี กษตรกรเขา้ รว่ มโครงการฯ จำนวน 81 ราย พนื้ ทร่ี วมท้งั หมด 504 ไร่ ตารางท่ี 3.8 พื้นท่ีให้ผล ผลผลิต ผลผลิตต่อไร่ มะม่วงน้ำดอกไม้ในช่วงปีเพาะปลูก 2560 จังหวัด สมทุ รปราการ ปกี ารผลติ พืน้ ทีใ่ หผ้ ล ผลผลติ ผลผลติ ตอ่ ไร่ 2560 (ไร่) (ตัน) (กก.) 2,520 2,013 799 ท่ีมา : สำนักงานเกษตรจงั หวัดสมุทรปราการ โครงสร้างทางการตลาด - เกษตรกร/กลมุ่ เกษตรกร เกษตรกรท่ีปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ ส่วนใหญ่ปลูกในที่ดินตนเองเพราะใชร้ ะยะเวลาหลายปีกว่า จะให้ผลผลิต และมีการเช่าสวนเพื่อผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้อีกด้วยเน่ืองจากผลตอบแทนดีมีรายได้ตลอดปี โดยเฉพาะท่ีอำเภอบางพลีมีการเช่าสวนเพ่ิมเติมจากท่ีทำในที่ของตนเองประมาณร้อยละ 70 แ ละมีการ รวมกลุ่มเกษตรกร ในรูปแบบ “ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่” จำนวน 2 แปลง - พอ่ ค้ารวบรวมทอ้ งถิ่น พ่อค้ารวบรวมท้องถ่ินมีสถานท่ีรับซ้ือท่ีแน่นอนและต้ังอยู่ในอำเภอท่ีเป็นแหล่งผลิตสำคัญ ซึง่ จะทำหนา้ ทร่ี วบรวมมะม่วงจากสวนเกษตรกรรายยอ่ ยโดยตรง สว่ นใหญ่จะเจรจาราคากับเจ้าของสวนตง้ั แต่ เริ่มราดสารถ้าเป็นรุ่นนอกฤดูกาล ส่วนรุ่นในฤดูกาลจะขอดูคุณภาพผลผลิตก่อนเก็บเก่ียวเพ่ือเสนอราคาซ่ึง ผู้รวบรวมทอ้ งถิน่ จะมโี รงรบั ซ้ือเป็นของตนเอง และมีการจ้างแรงงาน และรถบรรทุกขนมะมว่ งเปน็ ของตนเอง - สถาบันเกษตรกร (วิสาหกิจชุมชนฯ) สถาบันเกษตรกรส่วนใหญ่ทำหน้าที่แลกเปล่ียนเรียนรู้ในการทำมะม่วงและมีการรวบรวม ผลผลิตเพื่อเจรจาซื้อขายกับบริษัท พ่อค้าระดับต่าง ๆ และมีการร่วมกันจัดซ้ือปัจจัยการผลิตเพ่ือประหยัด ตน้ ทนุ และมกี ารจ่ายเงนิ ปันผลให้แก่สมาชิกฯ เปน็ ต้น - ห้างสรรพสนิ คา้ ห้างสรรพสนิ คา้ ส่วนใหญท่ ั้งใน กทม. และในจงั หวดั สมุทรปราการ นยิ มสินคา้ เกรดคณุ ภาพ - พ่อคา้ ขายส่ง/ขายปลกี ในจังหวัด

51 พ่อค้าขายส่ง/ขายปลีกในจังหวัดจะเป็นพ่อค้าที่อยู่ที่ตลาดในจังหวัดท้ังในตลาดสดและ ตลาดขายของฝาก จะขอซ้ือต่อจากพ่อค้ารวบรวมท้องถิ่นและสถาบันเกษตรกรเพ่ือนำมาบ่มแล้วขายต่อให้ ผ้บู รโิ ภคต่อไป - พอ่ คา้ ตลาดกลาง กทม. พ่อค้าตลาดกลาง กทม. มีสถานที่รับซื้อท่ีแน่นอนและตั้งอยู่ในตลาดไท ตลาดไอยรา และ ตลาดสี่มมุ เมือง เปน็ ต้น ซง่ึ จะทำหน้าทีร่ วบรวมมะมว่ งจากพอ่ คา้ รวบรวมตา่ งจังหวัดท่ัวประเทศ และกระจาย ผลผลิตไปท่ัวประเทศเช่นกันเพ่ือส่งถึงผู้บริโภคในประเทศ ท้ังนี้ พ่อค้าตลาดกลาง กทม. มีการรับบ่มตาม คำส่ังซ้ือหรือขายยกรถ แล้วแต่ภาวะของราคาตลาด ซึ่งพ่อค้าตลาดกลาง กทม. มีส่วนให้เงินทุนกับพ่อค้า รวบรวมท้องถิ่นไปรับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้จากเกษตรกรโดยตรง เพื่อความแน่นอนของผลผลิตท่ีจะได้รับมา กระจายตอ่ ไป 1) วิถีการตลาดสนิ คา้ มะมว่ งนำ้ ดอกไม้ ปี 2560/61 จังหวัดสมุทรปราการ มีปริมาณผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ 2,013 ตัน วัตถุประสงคห์ ลกั ในการปลูกมะม่วงนำ้ ดอกไมข้ องเกษตรกรในจงั หวดั สมุทรปราการ คือ เพ่ือขาย รอ้ ยละ 100 ซง่ึ แบ่งเป็นขายผ่านสถาบันเกษตรกรซ่งึ เป็นวสิ าหกิจชมุ ชนฯ รอ้ ยละ 42.18 ขายให้กับพ่อค้ารวบรวมท้องถิ่นที่ เป็นขาประจำ ร้อยละ 41.30 และขายผ่านกลุ่มสมาชิกแปลงใหญ่ รอ้ ยละ 16.52 จากน้ันช่องทางการส่งต่อของสถาบันเกษตรกรแบ่งส่งให้ตลาดกลาง กทม. ร้อยละ 13.72 รองลงมาส่งให้ตลาดต่างจังหวัด ร้อยละ 13.48 และส่งให้พ่อค้าขายปลีกในจังหวัด ร้อยละ 13.23 และส่งให้ ห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 1.50 สุดท้ายส่งให้หน่วยงานราชการภายในจังหวัด ร้อยละ 0.25 และกระจายส่ง ต่อไปยงั ผบู้ รโิ ภคภายในประเทศ ส่วนช่องทางการส่งต่อผลผลิตจากพ่อคา้ รวบรวมท้องถ่ิน รอ้ ยละ 41.30 ส่งต่อให้กับพ่อค้า ตลาดกลาง กทม. เช่น ตลาดไท ตลาดไอยรา และตลาดส่ีมุมเมือง เป็นต้น ร้อยละ 19.08 รองลงมาส่งต่อให้ ตลาดต่างจังหวัด ร้อยละ 18.50 สุดท้ายส่งให้พ่อค้าขายส่งในจังหวัด ร้อยละ 3.72 ซึ่งจากพ่อค้าตลาดกลาง กทม. พ่อค้าตลาดต่างจังหวัด และพ่อค้าขายส่งและขายปลีกในจังหวัดจะกระจายส่งต่อไปยังผู้บริโภค ภายในประเทศ ส่วนช่องทางการส่งต่อของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ฯ แบ่งส่งให้พ่อค้าขายปลีกในจังหวัด ร้อยละ 8.32 รองลงมาส่งให้ตลาดกลาง กทม. ร้อยละ 6.46 ส่งให้ห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 1.49 และสุดท้าย สง่ ให้หนว่ ยงานราชการภายในจงั หวัด รอ้ ยละ 0.25 และกระจายสง่ ต่อไปยงั ผ้บู รโิ ภคภายในประเทศ โดยภาพรวมผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ของจังหวัดสมุทรปราการขายในประเทศทั้งหมด ร้อยละ 100

52 ภาพท่ี 3.3 วถิ ีการตลาดมะม่วงน้ำดอกไม้ของจงั หวดั สมุทรปราการ ทม่ี า : จากการสำรวจ สำหรับราคามะม่วงน้ำดอกไม้ท่ีเกษตรกรขายได้ที่ไร่นาเฉลี่ยรายเดือน ปี 2559 - 2560 จังหวัด สมุทรปราการ พบว่า ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 56.33 บาท โดยรุ่นนอกฤดูตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2560 ราคาเฉลี่ย 62.16 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนรุ่นในฤดูตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม 2560 มีราคาเฉล่ีย 48.55 บาทต่อกิโลกรัม เน่ืองด้วยมะม่วงน้ำดอกไม้จังหวัดสมุทรปราการมีคุณภาพ และ เป็นท่ีต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีการสั่งจองไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ผลยังเล็กอยู่ทำให้รักษาระดับราคาในตลาดอยู่ใน เกณฑด์ ี

53 ตารางท่ี 3.9 ราคามะม่วงน้ำดอกไม้ที่เกษตรกรขายได้ท่ีไร่นาเฉลี่ยรายเดือน ปี 2559-2560 จังหวัด สมทุ รปราการ หน่วย: บาทตอ่ กิโลกรมั รายการ รนุ่ นอกฤดู รุ่นในฤดู พ.ย. 59 ธ.ค. 59 ม.ค. 60 ก.พ. 60 มี.ค. 60 เม.ย. 60 พ.ค. 60 เฉลีย่ มะม่วงนำ้ ดอกไม้ 54.03 54.22 70.39 70.01 54.82 45.14 45.69 56.33 ทม่ี า: สำนักงานเกษตรจังหวดั สมทุ รปราการ 2) การบรหิ ารจดั การสินคา้ มะม่วงน้ำดอกไม้ของจังหวดั สมุทรปราการ ปี 2560 จากการรวบรวมข้อมูล พบว่า ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ท่ีผลิตภายในจังหวัด มีปริมาณ 2,013 ตันมะม่วงผลสด โดยผลผลิตรุ่นนอกฤดูจะออกสู่ตลาดต้ังแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ถึง เดือน กุมภาพันธ์ 2560 มีผลผลิตประมาณ 1,016 ตัน คิดเป็นร้อยละ 50.47 ส่วนรุ่นในฤดูตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม 2560 มีผลผลิตประมาณ 997 ตัน คิดเป็นร้อยละ 49.53 และมีการนำเข้ามะม่วงน้ำดอกไม้จาก ต่างจังหวัดปริมาณ 1,558 ตัน คิดเป็นร้อยละ 77.40 ของผลผลิตในจงั หวัด ในขณะท่ีความต้องการใชม้ ะม่วง น้ำดอกไม้ของจังหวัดสมุทรปราการมีปริมาณท้ังหมด 3,571 ตัน แบ่งเป็น การใช้ประโยชน์ในจังหวัด 2,137 ตัน ซึ่งเป็นการบริโภคภายในจังหวัด 2,137 ตัน และส่งออกไปนอกจังหวัด 1,434 ตัน ดังนั้น เมื่อพิจารณา บัญชีสมดุลสินค้า พบว่า มะม่วงน้ำดอกไม้จังหวัดสมุทรปราการมีการบริหารจัดการได้ดีจึงไม่เกิดผลผลิต ส่วนเกินความต้องการเพราะเป็นจังหวัดท่ีอยู่ติดตลาดกลางกรงุ เทพมหานคร และเมืองท่องเที่ยว จึงสามารถ กระจายผลผลิตได้รวดเร็ว และที่สำคัญภาครัฐได้มีการสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มเกษตรกร ในรูปแบบ “ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่” จำนวน 2 แปลง ให้มีความเข้มแข็งผลิตมะม่วงคุณภาพ รวมท้ังทำ ให้มอี ำนาจตอ่ รองกับพอ่ คา้ คนกลางได้ ทั้งนี้ จังหวดั สมุทรปราการยงั สามารถสง่ เสรมิ การปลกู มะม่วงนำ้ ดอกไม้ ได้เพ่ิมเติมโดยเฉพาะในการปรับเปล่ียนพ้ืนท่ีตามความเหมาะสมของพืช หรือปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์ดี ทดแทนตน้ แก่ เพ่ือสรา้ งรายไดเ้ ขา้ สู่จังหวัดสมุทรปราการได้มากข้ึน (ตารางที่ 3.14)

54 ตารางที่ 3.10 การบริหารจัดการสนิ คา้ มะมว่ งน้ำดอกไม้ของจงั หวัดสมุทรปราการ ปี 2560 รายการ ปี 2559 ปี 2560 รวม (ตนั ) พ.ค. (รอ้ ยละ) 1. ผลผลติ (Supply) พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. 1.1 ผลผลติ ในจังหวดั (ตนั ) 151 3,571 233 344 416 788 615 1,024 71 2,013 (ร้อยละ) -3.54 -100 1.2 นำเขา้ ของจงั หวัด (ตนั ) 178 214 196 428 285 641 80 1,558 2. การใช้ประโยชน์ (Utilization) 151 3,571 2.1 การใชใ้ นจังหวัด -8.85 -10.71 -9.73 -21.24 -14.16 -31.86 95 2,137 95 2,137 1) บรโิ ภคในจงั หวัด (ตัน) 55 130 220 360 330 383 1,434 1,434 2.2 ส่งออก 56 1,434 233 344 416 788 615 1024 1) สง่ ออกไปจังหวดั อน่ื (ตนั ) 00 3. ผลผลิตส่วนเกนิ หรอื ขาด (ตัน) 149 142 334 444 407 566 54 149 142 334 444 407 566 202 82 344 208 458 56 84 202 82 344 208 458 0 00000 ท่ีมา : จากการสำรวจ หมายเหตุ : *ผลผลิตสว่ นเกิน/ขาด คำนวณจาก 1 (ผลผลติ ) – 2 (การใช้ประโยชน์)

55 3) ปญั หาและอุปสรรค เกษตรกร 3.1) สภาพอากาศแปรปรวนทำใหเ้ กิดปญั หาในการบังคับใหอ้ อกผลผลิตของมะมว่ งยากข้นึ 3.2) ปญั หามีโรงไฟฟ้ายา้ ยเข้ามาในพ้นื ท่ีอำเภอบางพลีซึ่งเปน็ แหล่งผลิตใหญ่ของจงั หวดั ทำ ใหเ้ กิดผลกระทบจากแรงสัน่ สะเทอื นจากการกอ่ สร้างโรงไฟฟา้ และเกดิ มลภาวะทางอากาศ มกี า๊ ซออกไซด์ของ ไนโตรเจน (NOx) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และฝุ่นละอองจากโรงไฟฟ้า ส่งผลให้ผลผลิตมะม่วงลดลง จำนวนมาก 3.3) ปญั หาขาดแคลนแรงงานดา้ นการเกบ็ เกี่ยวผลผลติ ชว่ งผลผลิตกระจุกตวั 3.4) เกษตรกรยังมีความรู้ในการดูแลรักษาไม่ทั่วถึงกัน ควรมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพ่มิ เตมิ อยา่ งตอ่ เนือ่ ง 3.5) เกษตรกรบางสว่ นยงั ไมร่ วมกลุ่มกันผลติ จึงทำใหไ้ ม่มีอำนาจในการตอ่ รอง 3.6) เกษตรกรบางส่วนจะไม่ได้ใส่ใจดูแลผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ จะเน้นที่ผลผลิตปลาน้ำจืด ซง่ึ เป็นอาชีพหลัก พอ่ ค้ารวบรวมท้องถิ่น 3.1) ปรมิ าณผลผลติ บางช่วงคณุ ภาพไมด่ ีอยา่ งท่ตี กลงไวจ้ งึ ต้องเจรจาต่อรองลดราคารบั ซ้อื ก็ อาจเกดิ ขอ้ พิพาทกับชาวสวน 4) ขอ้ เสนอแนะ สถาบนั เกษตรกร 4.1) สมาชิกต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันมากย่ิงข้ึนเพื่อพัฒนาความ เข้มแข็งของสถาบันเกษตรกร และตอ้ งการสมาชิกท่ีต้งั ใจมงุ่ ม่ันการผลิตใหม้ คี ุณภาพมากย่งิ ขน้ึ 4.2) การสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรหรือสหกรณ์ที่มีความพร้อมดำเนินธุรกิจในระบบอย่าง ตอ่ เนื่อง ใหเ้ ข้มแขง็ กอ่ น ตงั้ แต่ตน้ น้ำ กลางนำ้ และปลายนำ้ 3.2.4 การบริหารจัดการปลาสลิดจังหวัดสมทุ รปราการ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด จากสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดสมุทรปราการมีพ้ืนที่เหมาะสมกับ การทำประมงน้ำจืดและประมงชายฝ่ัง เน่ืองจากมีพ้ืนที่บางส่วนติดชายฝั่งทะเล ได้แก่ อำเภอเมือง สมุทรปราการ อำเภอบางบอ่ และอำเภอพระสมทุ รเจดยี ์ ประกอบกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไดป้ ระกาศ เม่ือวันที่ 9 พฤษภาคม 2556 เร่ือง การกำหนดเขตเหมาะสมสำหรับการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ (การเพาะเล้ียง กุ้งทะเล และสัตว์น้ำจืด) โดยวิเคราะห์จากปัจจัยการพัฒนาพื้นที่เพ่ือการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ ประกอบด้วย ความเหมาะสมของดิน แหล่งนำ้ เสน้ ทางคมนาคม ร่วมกบั ปจั จัยทเี่ กยี่ วขอ้ ง ซ่ึงจังหวัดสมุทรปราการอย่ใู นเขต เหมาะสมสำหรับพื้นที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำจืด ในพ้ืนท่ี 6 อำเภอ 50 ตำบล ปลาน้ำจืดที่ เกษตรกรนิยมเล้ียง ได้แก่ ปลาสลิด ปลานิล และปลาเบญจพรรณ การเพาะเล้ียงสัตว์น้ำจืดสามารถเพาะเล้ียงได้ ทกุ อำเภอ เกษตรกรนิยมเลี้ยงปลาสลิดมี 2 ประเภท คือ เลี้ยงแบบผสมผสานคือใหท้ ั้งหญ้าเป็นอาหารร่วมกับ

56 อาหารปลา อีกประเภทหนึ่งเปน็ การเล้ียงตามธรรมชาติ สว่ นใหญ่ใชว้ ธิ ีการฟนั หญ้ารอบบอ่ ซง่ึ เป็นหญา้ ประจำ ถิ่นลงในบ่อเพ่ือหมักให้เกิดเป็นแพลงก์ตอนสัตว์ใช้เป็นอาหารธรรมชาติสำหรับเลี้ยงปลาสลิด โดยบางคร้ังอาจมี การนำหญ้าเนเปียร์มาให้เป็นอาหารเสริมเลี้ยงปลาสลิดด้วย วิธีดังกล่าวน้ีจะเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ น้ำลงได้มาก อีกทั้งในเร่ืองอัตราการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จะเน้นในเร่ืองของการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบไม่หนาแน่น โดยจะคัดเลือกพ่อพันธ์ุแม่พันธุ์ปลาสลิดที่มีความสมบูรณ์ปล่อยลงในบ่อจำนวน 50 - 100 กิโลกรัม/บ่อ ให้ ผสมพนั ธก์ุ นั เองตามธรรมชาติ เพอ่ื จะได้ผลผลิตในขนาดทเ่ี ท่า ๆ กัน และงา่ ยตอ่ การดูแลมากยิง่ ขน้ึ สำหรับแหล่งปลาสลิดที่มีช่ือเสียงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี มีรสชาติดี เน้ืออร่อย กลิ่นหอม ไม่มี กลิ่นโคลน ขนาดปลามีความพอดีเหมาะแก่การรับประทาน คือ “ปลาสลิดบางบ่อ” จังหวัดสมุทรปราการ ซ่ึงนิยม เล้ียงในเชิงพาณิชย์มาก่อนโดยภูมิปัญญาของ ชาวอำเภอบางบ่อ ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2510 เป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว และได้ขยายพ้ืนที่เล้ียงไปทั่วจังหวัดสมุทรปราการ เป็นท่ีนิยมของผู้บริโภคท่ัวไป เนื่องจากผู้เล้ียงปลาสลิดใน อำเภอบางบ่อ เปน็ ผู้แปรรปู ปลาสลิดสดเป็นปลาสลิดหอม จากภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ซ่ึงในปัจจุบันน้ียัง ไมม่ ีจังหวัดไหนผลติ ปลาสลดิ หอมได้รสชาติดี เหมือนกับปลาสลิดหอมของอำเภอบางบ่อ จงั หวัดสมุทรปราการ ทำใหป้ ลาสลดิ บางบ่อเปรยี บเสมอื นเปน็ แบรนดข์ อง อำเภอบางบอ่ จงั หวัดสมุทรปราการ การที่อำเภอบางบอ่ เล้ียงปลาสลิดได้ผลดีเพราะวา่ สภาพภูมิศาสตร์ท่ีเหมาะสม คือ น้ำกร่อยและมี พันธุ์หญ้าเฉพาะถน่ิ เช่น หญ้าทรงกระเทยี ม หญา้ แพรกน้ำเค็ม และหญ้าปล้อง พนั ธ์ุหญ้าเหลา่ นี้ จะชว่ ยทำให้ สีน้ำได้ดี เหมาะกับการเกิดของไรแดง แพลงก์ตอนสัตว์ และตะไคร่น้ำ ซึ่งเป็นอาหารที่ดีสำหรับปลาสลิด ทำให้การเล้ียงปลาสลิดโตเร็ว เน้ือแน่น สันหนา และตัวแบนอ้วน ซ่ึงจะสมบูรณ์มากในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ เป็นเวลาที่ปลาสลิดอ้วนมันเหมาะกับการบริโภคมากท่ีสุด และชาวอำเภอบางบ่อ ได้แปรรูป ปลาสลิดเองจนได้สูตรขึ้นมาจึงมีช่ือเสียงไปทั่วประเทศ รวมท้ังต่างประเทศคือ สูตรปลาสลิดหอมบางบ่อ ซ่งึ จะเป็นส่ิงบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยต่อไป อกี ทั้งปลาสลิดยังเปน็ ปลาทส่ี ร้างรายได้ให้กับเกษตรกร อย่างแท้จริง โดยหลังจากได้แปรรูปปลาสลิดแลว้ ในส่วนอื่น ๆ ก็ยังสามารถนำกลับมาขายต่อยอดสร้างรายได้ อีกทาง เช่น เกล็ดปลาสลดิ นำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ หวั ปลาสลิด นำไปแปรรูปเป็นปลาป่น หรือนำไปบดใช้เป็น อาหารของเหยือ่ ปลา และไสป้ ลาสลิด สามารถนำไปเลย้ี งปลาดุก หรือนำไปเคย่ี วเพือ่ ให้ไดน้ ้ำมนั แล้วมาขายได้ ในราคากิโลกรัมละ 10 บาท เพ่ือนำไปใช้ผลิตเป็นไบโอดีเซล หรือบางคร้ังได้ไข่ปลาสามารถนำไปขายกิโลกรัม ละ 300 บาท โดยลกู ค้าซื้อไปทอดหรือทำเป็นยำ เทา่ กับว่าปลาสลิดท้ังตัวสามารถสรา้ งรายไดใ้ หก้ ับเกษตรกร ได้เกอื บทกุ ส่วน

57 ตารางท่ี 3.11 เนื้อท่ีเพาะเล้ียง ปริมาณผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ ของปลาสลิดจังหวัดสมุทรปราการ ปี 2558-2560 เนอ้ื ทเ่ี พาะเลย้ี ง (ไร)่ ปรมิ าณผลผลติ (ตัน) ผลผลติ ต่อไร่ (ก.ก./ไร่) 2558 2559 2560 2558 2559 2560 2558 2559 2560 11,957.69 12,087.69 12,253.69 3,737 4,835 5,514 312.50 400.00 450.00 ท่ีมา : สำนักงานประมงจงั หวดั สมทุ รปราการ กรมประมง 2560 ผลผลิตปลาสลิดท่ีออกสู่ตลาดของจงั หวัดสมุทรปราการ พบว่า ปลาสลิดจะออกสตู่ ลาดตลอดท้ังปี โดย ออกสู่ตลาดมากในช่วง 4 เดือน คือ เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ เนอ่ื งจากช่วงเวลาหรือรอบการปลอ่ ยปลา จะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม - มิถุนายน ระยะการเล้ียงประมาณ 7 - 9 เดือน เกษตรกรสามารถจับขายได้ ปลาขนาดประมาณ 6 - 9 ตัวต่อกิโลกรัม หรือ หากต้องการปลาขนาดใหญ่ต้องเล้ียงต่ออีก ประมาณ 3 - 5 เดือน แต่ปลาขนาดใหญ่ประมาณ 4 - 5 ตวั ตอ่ กโิ ลกรมั ตารางท่ี 3.12 ประมาณการร้อยละผลผลิตปลาสลิดออกสู่ตลาดรายเดือน ของจังหวัดสมุทรปราการ ปี 2560 เดอื น ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รอ้ ยละ 13.5 12.5 6 7 6.5 6.5 5.5 5.5 4 6 12 15 ทม่ี า : จากการสำรวจ โครงสร้างทางการตลาด ด้านการตลาดปลาสลิด พบว่า ในจังหวัดสมุทรปราการมี แพปลาในพื้นท่ี จำนวน 6 แพ มีแผง รับซื้อปลาสลิดในพ้ืนที่ จำนวน 14 ร้าน จะรวบรวมปลาจากฟาร์มเกษตรกรมาทำการคัดแยกขนาด ซง่ึ แบ่งเป็นแผงรับซื้อจากอำเภอบางบ่อ จำนวน 11 ร้าน และอำเภอบางพลี จำนวน 3 รา้ น มีร้านคา้ ริมถนน สุขุมวิท (สายเก่า) จำนวน 43 ร้าน มีสถาบันเกษตรกร ประกอบด้วย กลุ่มแปรรูปปลาสลิด หนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบล ที่อำเภอบางพลี และกลุ่มอนุรักษ์ปลาสลิดบางบ่อสมุทรปราการ ท่ีอำเภอบางบ่อ รวม 2 กลุ่ม มีโครงการแปลงใหญ่ประชารัฐเกษตรสมัยใหม่ (แปลงใหญ่ปลาสลิด) จำนวน 1 กลุ่ม มีศูนย์เรียนรู้การเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 1 ศูนย์ มีสหกรณ์การเกษตร จำนวน 4 สหกรณ์ และมีวสิ าหกจิ ชุมชนฯ จำนวน 13 กลมุ่ ปลาสลิดเป็นปลาทีไ่ ม่นิยมรับประทานสด แต่นิยมนำมาทำเคม็ และตากแห้ง ดังนนั้ ปลาสลิดในจงั หวัด สมุทรปราการส่วนมากจะถูกนำมาแปรรูปในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ ปลาสลิดแห้ง/แดดเดยี ว ก้างปลาสลิดและ เน้ือปลาสลิดอบกรอบ ป้ันสิบไส้ปลาสลิด คุ๊กก้ีทองม้วนสอดไส้ปลาสลิด ทองพับสอดไส้ปลาสลิด น้ำพริก

58 ตาแดง/น้ำพริกเผา/น้ำพริกนรก/น้ำพริกป่นแห้ง/น้ำพริกปลาสลิด ปลาสลิดทอดกรอบบางบ่อ และขนมจีน น้ำยาปลาสลิด เป็นต้น ก่อนจำหน่ายท้ังภายในและนอกจังหวัด ซ่ึงนับว่าเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีความ หลากหลายและมีมลู คา่ มากยงิ่ ขน้ึ โดยจะมีผู้ค้าส่งและค้าปลีกท้ังในและนอกจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรสาคร และ ฉะเชิงเทรา ซึง่ มารับปลาที่แพ และแผงรับซื้อโดยตรง นอกจากนี้ แพปลาในพื้นท่ีและแผงรับซ้ือจะทำหน้าทใี่ น การติดต่อประสานงานกับเกษตรกรในการจบั ปลาและประสานกับผ้คู ้าส่ง/คา้ ปลีกปลา เพื่อกระจายปลาไปยัง ผ้บู รโิ ภคด้วย สถาบันเกษตรกร ทำการผลิต แปรรูป และจำหน่ายปลาสลิดให้กับ Modern trade ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า The Mall, Central และ Tesco Lotus ปริมาณ 460 ตันต่อปี ทั้งน้ี หน่วยงานราชการได้ ส่งเสริมให้เกษตรกรดำเนินการภายใต้โครงการแปลงใหญ่ประชารัฐเกษตรสมัยใหม่ (แปลงใหญ่ปลาสลิด) โดยมี สมาชกิ จำนวน 30 ราย พนื้ ทีร่ วม 889 ไร่ (ภาพท่ี 3.4) ภาพท่ี 3.4 โครงสร้างตลาดปลาสลิดของจังหวดั สมทุ รปราการ ทม่ี า : จากการสำรวจ

59 1) วถิ ีตลาดปลาสลิด วถิ ตี ลาดปลาสลดิ ของจงั หวัดสมุทรปราการ มดี งั นี้ 1.1) เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาสลิดของจังหวัดสมุทรปราการ มีช่องทางการขายผลผลิต 4 ชอ่ งทาง คือ ผลผลิตจากเกษตรกรร้อยละ 100 ส่วนใหญ่ขายใหก้ ับแผงรับซื้อปลาในพ้ืนที่ รอ้ ยละ 54.33 ขาย ผ่านสถาบันเกษตรกรฯ รอ้ ยละ 29.54 และขายใหก้ ับแพปลาในพนื้ ท่ี รอ้ ยละ 18.21 สว่ นทีเ่ หลือ ร้อยละ 8.80 เกษตรกรแปรรปู กอ่ นขายใหก้ บั พ่อคา้ ปลีก/ค้าสง่ ทั้งในและนอกจงั หวัด 1.2) แผงรับซ้ือปลาในพ้ืนท่ี รับซ้ือปลามาจากเกษตรกรในจังหวัดสมุทรปราการ ร้อยละ 54.33 จากนั้นจะขายปลาให้กับพ่อค้าขายส่ง/พ่อค้าขายปลีกในและนอกจังหวัด โดยผลผลิตปลาสลิดจะถูก กระจายไปยังผบู้ รโิ ภคท้งั ในและนอกจังหวดั 1.3) สถาบันเกษตรกรฯ รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรมา ร้อยละ 18.66 และรับซื้อผลผลิต จากแพปลาในพ้ืนท่ี ร้อยละ 10.88 จากน้ันจะส่งผลผลิตเข้าโรงงานแปรรูป ร้อยละ 29.54 และส่งให้กับ ผ้รู วบรวมปลาหรือ Supplier เพ่ือขายส่งให้กับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 15.56 ส่งออกไป ต่างประเทศ รอ้ ยละ 10.63 และสง่ ใหก้ ับห้างสรรพสินคา้ ในและนอกจังหวดั ร้อยละ 3.63 1.4) แพปลาในพื้นที่ รับซื้อปลามาจากเกษตรกร รอ้ ยละ 18.21 จะขายปลาให้กับพ่อค้าส่ง และพ่อค้าปลีกในและนอกจังหวัดร้อยละ 1.82 และ 5.51 ตามลำดับ เพื่อกระจายไปยังผู้บริโภคในและนอก จงั หวดั และสุดท้ายส่งเข้าสถาบันเกษตรกรฯ โรงงานแปรรูป รอ้ ยละ 10.88 1.5) พ่อค้าขายส่งและพ่อค้าขายปลีกในจังหวัด รับผลผลิตมาจากแพปลาในพื้นที่ และ แผงรับซื้อปลาในพ้ืนท่ี ร้อยละ 43.60 จากนั้นจะนำไปขายให้กบั ผู้บริโภคในจังหวัดทั้งหมด สำหรับพ่อค้าขาย ส่งและพ่อขายปลีกนอกจังหวัดรับผลผลิตปลามาทั้งหมด ร้อยละ 26.85 จากน้ันจะกระจายผลผลิตไปยัง ผู้บริโภคนอกจงั หวัด 1.6) ห้างสรรพสินค้า หรือห้าง Modern Trade รับผลผลิตมาร้อยละ 3.63 จากน้ันจะ กระจายผลผลติ ไปยังผูบ้ ริโภคในและนอกจงั หวดั (ภาพที่ 3.5)

60 ภาพท่ี 3.5 วถิ ีตลาดปลาสลดิ ของจังหวดั สมทุ รปราการ ทีม่ า : จากการสำรวจ 3) การบรหิ ารจดั การสินค้าปลาสลดิ ของจังหวดั สมทุ รปราการ ผลผลิตปลาสลิดของจังหวัดสมุทรปราการ ในปี 2560 มีปริมาณ 5,514 ตัน และมีการ นำเข้าปลาสลิดจากจังหวัดอ่ืน ปริมาณ 6,478 ตัน เน่ืองจากจังหวัดสมุทรปราการเป็นแหล่งผลิตปลาสลิดท่ี สำคัญของประเทศ สำหรบั ความตอ้ งการใช้ผลผลิตปลาสลิดของจังหวัดสมุทรปราการมปี รมิ าณ 8,982 ตันตอ่ ปี หรือประมาณ 24.54 ตันต่อวัน สำหรับผลผลิตจะส่งออกจังหวัดอ่ืน ปริมาณ 3,010 ตัน แบ่งเป็น ส่งให้กับ ห้างสรรพสินค้านอกจังหวัด จำนวน 100 ตันต่อปี และส่งให้กับผู้บริโภคนอกจังหวัด จำนวน 2,339 ตันต่อปี สง่ ออกไปต่างประเทศ (สหรัฐอเมรกิ า อังกฤษ และออสเตรเลีย) จำนวน 571 ตนั ต่อปี (ตารางที่ 3.17) จากการวิเคราะห์การบริหารจัดการปลาสลิดของจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า ผลผลิตมี ความสมดุลกับความต้องการใช้ โดยใช้ในจังหวัดปริมาณ 8,982 ตัน และการส่งออกนอกจังหวัดปริมาณ 3,010 ตัน รวมเทา่ กับผลผลิตปลาสลิด จำนวน 11,992 ตันตอ่ ปี ซ่ึงไม่มีผลผลติ สว่ นเกินหรือส่วนขาด ปลาสลดิ มีแนวโนม้ ดา้ นการตลาดในอนาคตดี เพราะปลาสลดิ เป็นผลผลิตทีต่ ลาดตอ้ งการสูง สามารถนำมาประกอบอาหารทั้งในรปู สด ทำเคม็ ตากแหง้ และแปรรูปเปน็ ผลิตภัณฑ์ไดห้ ลากหลายโดยเฉพาะ ผลติ ภณั ฑป์ ลาสลดิ ตากแห้งเป็นทน่ี ยิ มบรโิ ภคท้ังในประเทศและตา่ งประเทศ ซ่ึงไดเ้ ปน็ สนิ ค้าสง่ ออกขอประเทศ อกี ชนดิ หนึ่ง

61 ตารางท่ี 3.13 การบริหารจัดการสินคา้ ปลาสลิด จังหวัดสมุทรปราการ ปี 2560 รายการ ปี 2560 รวม (ตัน) ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. 11,992 1. ผลผลิต (supply) 1,834 854 641 1,611 708 664 840 636 550 863 964 1,827 5,514 1.1 ผลผลติ 744 689 331 386 353 360 304 306 221 331 662 827 ในจังหวดั 6,478 1.2 นำเขา้ จากจังหวัดอนื่ 1,090 165 310 1,225 355 300 540 330 329 532 302 1,000 11,992 61 2. ความต้องการใช้ 1,834 854 641 1,611 708 664 840 636 550 863 964 1,827 8,982 (Demand) 3,010 2.1 ใช้ในจังหวัด 1,419 423 415 1,453 488 455 665 460 418 669 683 1,434 571 100 2.2 ส่งออกไปจงั หวดั อื่น 415 431 226 158 220 209 175 176 132 194 281 393 2,339 - ส่งออกต่างประเทศ 83 77 43 43 37 33 32 32 21 36 53 81 0 - Modern trade 10 7 6 12 7 7 8 7 7 8 10 11 - ผู้บริโภคนอกจงั หวัด 322 347 177 103 176 169 135 137 104 150 218 301 3.สว่ นเกิน/ส่วนขาด 000 00 0 0 0 0 0 0 0 หมายเหตุ : 1) ปลาสลิด ใชน้ ้ำหนักปลาสดตลอดการคำนวณ 2) ขอ้ 3.ส่วนเกิน/ส่วนขาด (1.ผลผลติ ) - (2.ความต้องการใช้)

62 3) ปญั หาและอุปสรรค 3.1) ปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดลอ้ มการเลี้ยง เนื่องจากในพ้ืนทม่ี ีโรงงานอตุ สาหกรรมตง้ั อยู่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสภาพน้ำ มผี ลกระทบต่อขนาดของตัวปลาสลิดที่เล็กลง ผลผลิตน้อยลง รวมท้ังใช้ ระยะเวลาในการเลยี้ งนานขึน้ 3.2) ปัญหาเก่ียวกับความสูญเสียจากปัญหาที่เกิดจากสัตว์อ่ืน ๆ เช่น ตะกวด นก กบ และงู เปน็ ตน้ มผี ลตอ่ การเจรญิ พนั ธ์ุของปลาสลดิ 3.3) ปัญหาดา้ นพันธุกรรมของปลาสลิดไม่มีคณุ ภาพ ได้แก่ การเกิดจากการผสมแบบเลอื ด ชดิ ซ่ึงเปน็ เรื่องทแี่ กไ้ ขลำบาก เพราะเกษตรกรเองไม่ยอมเปลี่ยนพอ่ พันธุ์แม่พันธปุ์ ลาสลิด 3.4) ปลาสลิดเจริญเติบโตช้าเพราะอัตราส่วนของลูกปลาท่ีปล่อยในบ่อไม่แน่นอน เกษตรกรนิยมใช้พ่อ-แม่พันธ์ุจำนวนมาก ๆ ให้ผสมพันธุ์กันเพ่ือท่ีจะได้ลูกปลาจำนวนมาก ๆ ทำให้มีลูกปลา แน่นบอ่ เกินไป อาหารไม่เพยี งพอ เปน็ เหตใุ ห้การเจรญิ เตบิ โตชา้ และโอกาสเกดิ โรคระบาดได้ง่าย 3.5) ปัญหาการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงปลาสลิดให้มีผลผลิตเพิ่มข้ึน เนื่องจากผู้เลี้ยงแต่ละ ราย ดำเนินธุรกิจแต่เพียงลำพัง ขาดการรับรู้ข่าวสารด้านราคา ตลาด สภาพอากาศ และน้ำ ท่ีจะนำไปสู่การ เปลย่ี นแปลงและพัฒนาใหด้ ีขน้ึ 3.6) ปญั หาต้นทุนการเลี้ยงสตั ว์นำ้ สูง/ราคาอาหารสัตว์นำ้ แพง 3.7) ปัญหาที่ดินราคาสูงมาก ทำให้เกษตรกรบางส่วนขายที่ดิน เพ่ือไปสรา้ งตกึ อาคาร ทำ ใหพ้ นื้ ทเี่ ลย้ี งปลาสลิดลดลงอย่างต่อเนือ่ ง 4) ขอ้ เสนอแนะ 4.1) วางแผนการผลิตในระดับจังหวดั ควรมีการบูรนาการหน่วยงานในจังหวัดเพ่อื บริหาร จัดการการเลี้ยงปลาสลิดให้เกิดประสิทธิภาพ โดยให้ข้อมูลเร่ืองปริมาณน้ำ ราคาและปริมาณผลผลิตท่ีออก สูต่ ลาดในแต่ละช่วง เพ่ือใหเ้ กษตรกรใชว้ างแผนการผลิตและให้ผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอตลอดทงั้ ปี 4.2) ภาครัฐควรส่งเสริมเรื่องการวิจัยพันธ์ุ ปรับปรุงสายพันธุ์ปลาสลิดให้มีคุณภาพ และทนทาน ต่อโรค 4.3) ภาครัฐควรส่งเสริมการแปรรูปปลาสลิดเพื่อสร้างมูลค่าเพ่ิมผ่านกลุ่มสหกรณ์ และ กลุ่มวสิ าหกิจชมุ ชน โดยการสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพ่อื สร้างโอกาสในการพฒั นาผลิตภณั ฑ์จากปลาสลิด ใหม้ ีความหลากหลายและตรงตามความตอ้ งการของตลาด 4.4) ภาครัฐควรส่งเสรมิ ให้เกิดการรวมกลุ่มแปลงใหญเ่ พิ่มมากขึน้ โดยยึดหลักการตลาดนำ การผลิต ต้องพัฒนาแปรรปู บรรจภุ ัณฑ์ให้สอดรับตามความต้องการของผู้บริโภค เพ่อื มอี ำนาจต่อรองราคากับ พอ่ คา้ คนกลางได้ ทางกล่มุ จะต้องวางแผนสร้างรปู แบบของการเลีย้ งเพ่ือให้ผลผลติ ออกมาไม่ตรงกัน 4.5) ขยายตลาดปลาสลิดและผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศให้มากข้ึน โดยการส่งเสริ ม ผู้ประกอบการใหม้ ีการจัดแสดงสินคา้ ปลาสลดิ และผลิตภณั ฑ์ในตลาดตา่ งประเทศใหม้ ากขน้ึ

63 4.6) ภาครัฐควรส่งเสริม สนับสนุน และอนุรักษ์การเลี้ยงปลาสลิด ให้เกษตรกรย่ืนขอจด ทะเบียนสิ่งบ่งช้ีทางภูมิศาสตร์ GI (Geographical Indications) เพื่อยืนยันแหล่งผลิตทางภูมิศาสตร์จาก ปากน้ำสมทุ รปราการ 3.3 การวเิ คราะห์เพื่อหาพืชทางเลอื กทางเศรษฐกจิ จังหวัดสมุทรปราการ มีพ้ืนที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ รวมพ้ืนที่ 30,230 ไร่ โดยพืชท่ีมีปัญหาราคา ตกต่ำ ได้แก่ ข้าว ซ่ึงมีพ้ืนท่ีปลูก 29,089 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 96.23 ของพ้ืนท่ีเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ทั้งหมด การผลิตในพื้นที่ระดับความเหมาะสม จากข้อมูลกรมพัฒนาที่ดิน มีพื้นท่ีความเหมาะสม (S) ในการ ปลูกข้าว รวมทั้งหมด 156,339 ไร่ แบ่งเป็น พื้นท่ีความเหมาะสมสูง (S1) จำนวน 156,163 ไร่ และพนื้ ที่ความ เหมาะสมปานกลาง (S2) จำนวน 176 ไร่ ไม่มีพน้ื ทีไ่ ม่เหมาะสม (N) และประมาณการว่าพ้ืนท่ีปลูกข้าวจังหวัด สมทุ รปราการมีจำนวน 29,089 ไร่ พื้นที่ปลูกจริงในพ้ืนที่ความเหมาะสมสูง (S1) จำนวน 29,089 ไร่ หรือคิดเป็น รอ้ ยละ 100 ของพื้นท่ปี ลูก โดยไม่มีเกษตรกรรายใดปลูกข้าวในพื้นท่ีเหมาะสมปานกลาง (S2) พื้นทเ่ี หมาะสม เล็กน้อย (S3) และพืน้ ที่ไม่เหมาะสม (N) เลย ผลผลติ ต่อไร่ของขา้ วนาปีในพืน้ ทเ่ี หมาะสม (S) ไร่ละ 861.61 กิโลกรมั ต่อไร่ ผลผลติ ต่อไร่ของขา้ วนาปรัง ในพ้ืนท่ีเหมาะสม (S) ไร่ละ 833.37 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตต่อไร่ของข้าวนาปีในพ้ืนที่เหมาะสม (S) สูงกว่า 28.24 กิโลกรมั ตอ่ ไร่ หรอื คิดเป็นรอ้ ยละ 3.39 ตน้ ทุนต่อไร่ของข้าวนาปีในพ้ืนท่ีเหมาะสม (S) 4,101.62 บาท ต้นทนุ ต่อไร่ของข้าวนาปรงั ในพื้นทีเ่ หมาะสม (S) 4,057.44 บาท ผลตอบแทนต่อไร่ พบวา่ ข้าวนาปใี นพ้ืนท่ีเหมาะสมใหผ้ ลตอบแทนต่อไร่ 6,238.06 บาท ส่วนขา้ วนาปรัง ในพ้ืนท่ีเหมาะสมให้ผลตอบแทนต่อไร่ 6,341.95 บาท ข้าวนาปรังในพ้ืนท่ีเหมาะสมให้ผลตอบแทนต่อไร่ มากกวา่ 103.89 บาท หรอื คิดเป็นร้อยละ 1.66 ท้ังนี้เน่ืองจากต้นทุนรวมตอ่ ไรข่ องข้าวนาปีสูงกว่าข้าวนาปรัง อย่เู ล็กนอ้ ย 44.18 บาท หรือคิดเปน็ รอ้ ยละ 1.09 ดังน้ันเกษตรกรในพื้นที่เหมาะสม (S) เมื่อปลูกขา้ วนาปรัง 1 ไร่ แล้วจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ หรือ กำไรต่อไร่ เท่ากับ 2,284.51 บาท คิดเป็นร้อยละ 56.30 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ เหมาะสม (S) เม่ือเกษตรกรปลูกข้าวนาปี 1 ไร่ แล้วเกษตรกรจะไดผ้ ลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 2,136.44 บาท คดิ เปน็ ร้อยละ 52.09 ของต้นทุนการผลิต

64 ตารางท่ี 3.14 การเปรยี บเทียบต้นทนุ การผลิตการปลูกข้าวนาปี และข้าวนาปรงั ในพ้นื ทเี่ หมาะสม (S) หนว่ ย : บาท/ไร่ รายการ ขา้ วนาปีในพื้นทเ่ี หมาะสม ขา้ วนาปรังในพืน้ ทเ่ี หมาะสม (Suitability : S) (Suitability : S) 1. ต้นทนุ ผนั แปร เงนิ สด ประเมนิ รวม เงินสด ประเมิน รวม 2. ต้นทนุ คงที่ 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 3,096.84 3,265.98 3,096.84 3,265.98 3,096.84 3,265.98 4. ต้นทุนต่อกโิ ลกรมั 1,004.78 791.47 1,004.78 791.47 1,004.78 791.47 5. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กิโลกรมั ) 4,101.62 4,101.62 4,057.44 4,101.62 6. ราคาเฉลี่ยท่ีเกษตรกรขายได้(บาท/กก.) 4,057.44 4,057.44 7. ผลตอบแทนต่อไร่ (บาท/ไร่) 4.76 4.87 4.76 4.87 4.76 4.87 8. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร)่ 861.61 861.61 833.37 861.61 9. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ผลผลติ (บาท/กก.) 833.37 833.37 10. ปรมิ าณผลผลิต ณ จดุ คุ้มทุน (กก./ไร่) 7.24 7.61 7.24 7.61 7.24 7.61 6,238.06 6,238.06 6,341.95 6,238.06 2,136.44 6,341.95 2,136.44 2,284.51 2,136.44 6,341.95 2,284.51 2,284.51 2.48 2.48 2.74 2.48 566.52 2.74 566.52 533.17 566.52 2.74 533.17 533.17 ทีม่ า : จากการสำรวจขอ้ มูล สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 ซงึ่ จะเห็นไดว้ า่ พืน้ ท่ปี ลูกขา้ วเหมาะสม (S) มีจำนวนทัง้ สนิ้ 29,089 ไร่ ที่ ซงึ่ ตามนโยบายกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ท่ีเรง่ ใหม้ ีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไมเ่ หมาะสมในการปลูกขา้ วมาปรับเปล่ียนเปน็ พืชอ่นื แทน แต่ ในกรณขี องจังหวัดสมทุ รปราการเกษตรกรไม่มีพน้ื ท่ีปลูกขา้ วในพื้นท่ีไม่เหมาะสมเลย ซ่ึงสนิ ค้าข้าวในปัจจุบนั มี ปัญหาด้านราคาตกต่ำ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรทำการวิเคราะห์ข้อมูลพืชของจังหวดั สมุทรปราการ แล้ววิเคราะห์ต้นทุนผลตอบแทนเพื่อให้เกษตรกร และหนว่ ยงานท่ีเกี่ยวข้องเป็นข้อมูลทางเลอื กให้เกษตรกรท่ี คิดจะปรบั เปลย่ี นการปลูกข้าวมาเปน็ พชื อน่ื ๆ ทใ่ี หผ้ ลตอบแทนทส่ี ูงกวา่ ดังนี้ 3.3.1 การเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนระหวา่ งการปลูกข้าวนาปรังในพ้ืนท่ีเหมาะสม (S) กับการปลกู มะมว่ งน้ำดอกไม้ ต้นทุนการปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่เหมาะสม (S) มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 4,057.44 บาท แบ่งเป็น ต้นทนุ ผันแปร 3,265.98 บาท หรือคดิ เป็นร้อยละ 80.49 ตน้ ทุนคงที่ 791.47 บาท หรอื คิดเป็นร้อยละ 19.51 โดยที่ผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 833.37 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉล่ียที่เกษตรกรขายได้ 7.61 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนตอ่ ไร่ เทา่ กับ 6,341.95 บาท ดงั น้ันเม่ือเกษตรกรปลูกขา้ วนาปรังในพ้ืนท่ีเหมาะสม

65 (S) 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 2,284.51 บาท คิดเป็นร้อยละ 56.30 ของต้นทุน การผลติ ต้นทุนการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 6,334.64 บาท แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 4,605.54 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 72.70 ต้นทุนคงท่ี 1,729.10 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 27.30 โดยที่ ผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 1,202.43 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉล่ียทเ่ี กษตรกรขายได้ 27.69 บาทต่อลกู เกษตรกรจะ ได้ผลตอบแทนต่อไร่ 33,295.29 บาท ดังน้ันเม่อื เกษตรกรปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทน สทุ ธติ ่อไร่ เทา่ กับ 26,960.29 บาท คดิ เปน็ ร้อยละ 425.61 ของตน้ ทนุ การผลติ ซง่ึ จะเห็นได้วา่ ต้นทุนและผลตอบแทนของการปลกู ข้าวนาปรังในพ้นื ทเ่ี หมาะสม (S) เม่ือเทียบกบั การ ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ จะเห็นได้ว่าข้าวนาปรังในพื้นที่เหมาะสม (S) เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เทา่ กับ 2,284.51 บาท คดิ เปน็ ร้อยละ 56.30 ของต้นทุนการผลิต สว่ นการปลกู มะม่วงน้ำดอกไม้ เกษตรกรจะ ได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 26,960.65 บาท คิดเป็นร้อยละ 425.60 ของต้นทุนการผลิต จะเห็นได้ว่า เม่ือเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนแล้ว มะม่วงน้ำดอกไม้ให้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ที่ดีกว่าข้าวนาปรังใน พ้นื ท่เี หมาะสม (S) ตารางท่ี 3.15 การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตการปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่เหมาะสม (S) กับการปลูก มะมว่ งน้ำดอกไม้ หนว่ ย : บาท/ไร่ รายการ ขา้ วนาปรงั (บาท/ไร)่ มะม่วงนำ้ ดอกไม้ (บาท/ไร่) พนื้ ท่ีเหมาะสม ไม่แยกความเหมาะสมของดนิ (Suitability : S) เงินสด ประเมนิ รวม เงินสด ประเมิน รวม 1. ต้นทุนผนั แปร 3,265.98 3,096.84 3,265.98 1,932.32 2,673.22 4,605.54 2. ต้นทนุ คงที่ 791.47 1,004.78 791.47 - 1,729.10 1,729.10 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 4,057.44 4,101.62 4,057.44 1,932.32 4,402.32 6,334.64 4. ต้นทนุ ต่อกโิ ลกรัม/ลกู 4.87 4.76 4.87 - - 5.27 5. ผลผลิตต่อไร่ (กิโลกรมั /ลูก) 833.37 861.61 833.37 - - 1,202.43 6. ราคาเฉล่ยี ท่เี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 7.61 7.24 7.61 - - 27.69 7. ผลตอบแทนตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) 6,341.95 6,238.06 6,341.95 33,295.29 - 33,295.29 8. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อไร่ (บาท/ไร)่ 2,284.51 2,136.44 2,284.51 31,362.97 - 26,960.65 9. ผลตอบแทนสุทธติ อ่ ผลผลิต (บาท/กก.) 2.74 2.48 2.74 - - 22.42 10. ปรมิ าณผลผลิต ณ จุดค้มุ ทนุ (กก./ไร่) 533.17 566.52 533.17 - - 228.77 ทีม่ า : จากการสำรวจ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6

66 3.3.2 การเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนระหวา่ งการปลกู ข้าวนาปรงั ในพ้ืนท่ีเหมาะสม (S) กับการเลยี้ งปลาสลดิ ต้นทุนการปลูกข้าวนาปรังในพ้ืนท่ีเหมาะสม (S) มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 4,057.44 บาท แบ่งเป็น ต้นทนุ ผันแปร 3,265.98 บาท หรือคดิ เป็นร้อยละ 80.49 ต้นทุนคงที่ 791.47 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 19.51 โดยที่ผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 833.37 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 7.61 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนตอ่ ไร่ เทา่ กับ 6,341.95 บาท ดังนั้นเมื่อเกษตรกรปลกู ขา้ วนาปรงั ในพ้ืนท่ีเหมาะสม (S) 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 2,284.51 บาท คิดเป็นร้อยละ 56.30 ของต้นทุน การผลติ ต้นทุนการเลี้ยงปลาสลิด มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 17,748.09 บาท แบ่งเป็น ต้นทุนผันแปร 16,988.01 บาท หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 95.72 ตน้ ทุนคงท่ี 760.08 บาท หรือคดิ เป็นรอ้ ยละ 4.28 โดยท่ีผลผลิต ต่อไร่เท่ากับ 499.54 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยท่ีเกษตรกรขายได้ 55.18 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ ผลตอบแทนต่อไร่ 27,564.62 บาท ดังน้ันเมื่อเกษตรกรผู้เล้ียงปลาสลดิ เกษตรกรจะไดผ้ ลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ เท่ากับ 9,816.53 บาท คดิ เปน็ รอ้ ยละ 55.31 ของตน้ ทุนการผลิต ซง่ึ จะเห็นได้ว่าตน้ ทนุ และผลตอบแทนของการปลูกข้าวนาปรังในพ้ืนท่เี หมาะสม (S) เม่ือเทียบกบั การ เลี้ยงปลาสลิด จะเห็นได้ว่าข้าวนาปรังในพื้นที่เหมาะสม (S) เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 2,284.51 บาท คิดเป็นร้อยละ 56.30 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการเล้ียงปลาสลิด เกษตรกรจะได้ผลตอบแทน สุทธิต่อไร่ เท่ากับ 9,816.53 บาท คิดเป็นร้อยละ 55.31 ของต้นทุนการผลิต จะเห็นได้ว่าเม่ือเปรียบเทียบ ต้นทุนและผลตอบแทนแลว้ การเลย้ี งปลาสลิดให้ผลตอบแทนสุทธติ ่อไรท่ ่ีดกี ว่าข้าวนาปรังในพน้ื ทีเ่ หมาะสม (S)

67 ตารางท่ี 3.16 การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตการปลูกข้าวนาปรังในพ้ืนท่ีเหมาะสม (S) กับการเล้ียง ปลาสลิด หน่วย : บาท/ไร่ รายการ ข้าวนาปรงั ปลาสลิด (บาท/ไร่) พืน้ ท่ีเหมาะสม ไมแ่ ยกความเหมาะสมของดนิ (Suitability : S) เงินสด ประเมนิ รวม เงินสด ประเมนิ รวม 1. ต้นทุนผนั แปร 3,265.98 3,096.84 3,265.98 14,057.98 2,930.03 16,988.01 2. ต้นทนุ คงที่ 791.47 1,004.78 791.47 - 760.08 760.08 3. ต้นทนุ รวมต่อไร่ 4,057.44 4,101.62 4,057.44 14,057.98 3,690.11 17,748.09 4. ต้นทุนต่อกโิ ลกรัม 4.87 4.76 4.87 - - 41.89 5. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กโิ ลกรมั ) 833.37 861.61 833.37 - - 499.54 6. ราคาเฉลี่ยทเ่ี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 7.61 7.24 7.61 - - 55.18 7. ผลตอบแทนต่อไร่ 6,341.95 6,238.06 6,341.95 - - 27,564.62 8. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ 2,284.51 2,136.44 2,284.51 - - 9,816.53 9. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ผลผลิต (บาท/กก.) 2.74 2.48 2.74 - - 19.65 10. ปริมาณผลผลติ ณ จดุ คมุ้ ทุน (กก./กก.) 533.17 566.52 533.17 - - 321.64 ทีม่ า : จากการสำรวจ สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 3.3.3 การเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนระหว่างการปลูกข้าวนาปรังในพื้นท่ีเหมาะสม (S) กับการปลกู มะพร้าวนำ้ หอม ต้นทุนการปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่เหมาะสม (S) มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 4,057.44 บาท แบ่งเป็น ต้นทุนผันแปร 3,265.98 บาท หรือคดิ เป็นร้อยละ 80.49 ต้นทนุ คงท่ี 791.47 บาท หรอื คิดเป็นร้อยละ 19.51 โดยท่ีผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 833.37 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 7.61 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ เทา่ กบั 6,341.95 บาท ดงั น้นั เมื่อเกษตรกรปลูกขา้ วนาปรังในพ้ืนที่เหมาะสม (S) 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 2,284.51 บาท คิดเป็นร้อยละ 56.30 ของต้นทุน การผลิต ต้นทุนการปลูกมะพร้าวน้ำหอม มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 4,466.31 บาท แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 3,384.71 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 75.78 ต้นทนุ คงที่ 1,081.60 บาท หรือคิดเปน็ รอ้ ยละ 24.22 โดยทผี่ ลผลิต ต่อไร่เท่ากับ 2,843.82 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยท่ีเกษตรกรขายได้ 7.83 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้

68 ผลตอบแทนต่อไร่ 22,267.11 บาท ดังน้ันเมื่อเกษตรกรปลูกมะพร้าวน้ำหอม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิ ตอ่ ไร่ เท่ากบั 17,800.80 บาท คดิ เปน็ รอ้ ยละ 398.56 ของต้นทนุ การผลติ ซ่งึ จะเห็นได้วา่ ตน้ ทนุ และผลตอบแทนของการปลูกขา้ วนาปรังในพ้นื ท่ีเหมาะสม (S) เมื่อเทียบกับการ ปลูกมะพร้าวน้ำหอม จะเห็นได้ว่าข้าวนาปรังในพื้นท่ีเหมาะสม (S) เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เทา่ กับ 2,284.51 บาท คิดเป็นรอ้ ยละ 56.30 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการปลูกมะพร้าวน้ำหอมเกษตรกรจะได้ ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 17,800.80 บาท คิดเป็นร้อยละ 398.56 ของต้นทุนการผลิต จะเห็นได้ว่าเมื่อ เปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนแล้วมะพร้าวน้ำหอมให้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ที่ดีกว่าข้าวนาปรังในพ้ืนที่ เหมาะสม (S) ตารางที่ 3.17 การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตการปลูกข้าวนาปรังในพ้ืนที่เหมาะสม (S) กับการปลูก มะพร้าวนำ้ หอม หนว่ ย : บาท/ไร่ รายการ ข้าวนาปรัง มะพร้าวนำ้ หอม (บาท/ไร่) พ้นื ที่เหมาะสม ไมแ่ ยกความเหมาะสมของดิน (Suitability : S) เงินสด ประเมิน รวม เงนิ สด ประเมิน รวม 1. ต้นทุนผนั แปร 3,265.98 3,096.84 3,265.98 1,308.89 2,075.82 3,384.71 2. ต้นทุนคงที่ 791.47 1,004.78 791.47 - 1,081.60 1,081.60 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 4,057.44 4,101.62 4,057.44 1,308.89 3,157.42 4,466.31 4. ต้นทนุ ต่อกโิ ลกรมั 4.87 4.76 4.87 - 1.57 1.57 5. ผลผลิตต่อไร่ (กิโลกรมั ) 833.37 861.61 833.37 - - 2,843.82 6.ราคาเฉลีย่ ท่ีเกษตรกรขายได้ (บาท/กก./ลกู ) 7.61 7.24 7.61 - - 7.83 7. ผลตอบแทนตอ่ ไร่ 6,341.95 6,238.06 6,341.95 22,267.11 - 22,267.11 8. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ 2,284.51 2,136.44 2,284.51 20,958.22 - 17,800.80 9. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ผลผลติ (บาท/กก.) 2.74 2.48 2.74 - - 6.26 10. ปริมาณผลผลติ ณ จุดคุ้มทุน (กก./ไร่) 533.17 566.52 533.17 - - 570.41 ทม่ี า : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 3.3.4 การเปรียบเทยี บตน้ ทนุ และผลตอบแทนระหว่างการเล้ยี งปลาสลดิ กับการปลูกผักกระเฉด ต้นทุนการเล้ียงปลาสลิด มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 17,748.09 บาท แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 16,988.01 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 95.72 ตน้ ทุนคงที่ 760.08 บาท หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 4.28 โดยท่ีผลผลิต

69 ต่อไร่ เท่ากับ 499.54 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยทเ่ี กษตรกรขายได้ 55.18 บาทต่อกโิ ลกรัม เกษตรกรจะได้ ผลตอบแทนต่อไร่ เท่ากับ 27,564.62 บาท ดังนั้นเม่ือเกษตรกรปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่เหมาะสม (S) 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ เท่ากบั 9,816.53 บาท คิดเปน็ รอ้ ยละ 35.61 ของต้นทุนการผลติ ต้นทุนการปลูกผักกระเฉด มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 28,800 บาท แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 26,100 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 90.63 ต้นทุนคงท่ี 2,700 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.37 โดยที่ผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 10,251.26 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉล่ียที่เกษตรกรขายได้ 7.96 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ ผลตอบแทนต่อไร่ 81,600 บาท ดังนั้นเม่ือเกษตรกรปลูกผักกระเฉด เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เทา่ กับ 52,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 183.33 ของต้นทนุ การผลิต ซึ่งจะเหน็ ได้วา่ ต้นทนุ และผลตอบแทนของการเลี้ยงปลาสลดิ เมื่อเทียบกับการปลูกผักกระเฉด จะเห็น ได้ว่าการเล้ียงปลาสลิดเกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 9,816.53 บาท คิดเป็นร้อยละ 35.61 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการปลูกผักกระเฉดเกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 52,800.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 183.33 ของต้นทุนการผลิต จะเห็นได้ว่าเม่ือเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนแล้ว ผักกระเฉดให้ผลตอบแทนสุทธิต่อไรท่ ี่ดกี วา่ การเล้ียงปลาสลิด ตารางท่ี 3.18 การเปรยี บเทยี บต้นทุนการเลย้ี งปลาสลิด กบั การปลกู ผกั กระเฉด หนว่ ย : บาท/ไร่ รายการ ปลาสลิด (บาท/ไร่) ผักกระเฉด (บาท/ไร่) ไม่แยกความเหมาะสมของดนิ ไมแ่ ยกความเหมาะสมของดนิ เงนิ สด ประเมิน รวม เงินสด ประเมนิ รวม 1. ต้นทนุ ผันแปร 14,057.98 2,930.03 16,988.01 - - 26,100.00 2. ต้นทนุ คงที่ - 760.08 760.08 - - 2,700.00 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 14,057.98 3,690.11 17,748.09 - - 28,800.00 4. ต้นทุนต่อกิโลกรมั - - 41.89 - - 2.81 5. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กโิ ลกรมั ) - - 499.54 - - 10,251.26 6. ราคาเฉลี่ยท่ีเกษตรกรขายได้ (บาท/กก.) - - 55.18 - - 7.96 7. ผลตอบแทนต่อไร่ - - 27,564.62 - - 81,600.00 8. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ - - 9,816.53 - - 52,800.00 9. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อผลผลติ (บาท/กก.) - - 19.65 - - 61.81 10. ปรมิ าณผลผลติ ณ จดุ ค้มุ ทุน (กก./ไร)่ - - 321.64 - - 3,618.09 ทีม่ า : จากการสำรวจ สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6



7701 บทท่ี 4 สรปุ และขอ้ เสนอแนะ 4.1 สรปุ การวิเคราะห์แนวทางการบริหารจัดการพ้ืนท่ีเกษตรเศรษฐกิจเชิงพ้ืนที่ (Zoning) จังหวัด สมุทรปราการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง 4 อันดับ (Top 4) ในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อศึกษาความสมดุลระหว่างอุปสงค์ อุปทาน (Demand & Supply) สินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง 4 อันดับ (Top 4) และสินค้าทางเลือกในจังหวัดสมุทรปราการ เพ่ือเสนอแนะ มาตรการในการปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าในพื้นที่ไม่เหมาะสมเป็นสินค้าทางเลือกในระดับพ้ืนท่ีของจังหวัด สมุทรปราการ จากการพจิ ารณาข้อมูลด้านการผลิต ความเหมาะสมทางกายภาพ โดยใช้ขอ้ มูลจากระบบแผน ท่ีเกษตรเพ่ือการบรหิ ารจดั การเชิงรุกออนไลน์ (Agri-Map-Online) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบกับข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรท้ังด้านต้นทุนการผลิต ผลตอบแทนการผลิต การบริหารจัดการ สินค้าด้านการตลาดของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รวมทั้งศึกษาศักยภาพของพ้ืนท่ี โครงสร้างการตลาด การค้า การกระจายผลผลิตและข้อมูลทางสังคม รวมถงึ มาตรการและนโยบายของรัฐบาล และการส่งเสริมใน พื้นที่ โดยการวิเคราะห์คร้ังน้ีกำหนดแนวทางการพัฒนาสินค้าข้าวของจังหวัดสมุทรปราการซึ่งเป็นสินค้า เป้าหมายตามนโยบายเพือ่ ตอ้ งการลดพืน้ ที่ ผลการวิเคราะห์ทางด้านเกษตรของจังหวัดสมุทรปราการ พบว่าพื้นท่ีมีลักษณะทางกายภาพท่ี หลากหลาย สภาพพื้นที่เป็นท่ีริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตอนปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยาและเหนืออ่าวไทย ซึง่ ลักษณะทางกายภาพดังกล่าวเหมาะสมต่อการผลิตดา้ นเกษตรกรรมทัง้ ด้านพืช และประมง มพี ชื เศรษฐกิจที่ มีมูลค่าสูง 4 อนั ดบั แรกของจังหวดั สมทุ รปราการ (TOP 4) ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง มะมว่ งน้ำดอกไม้ และ ปลาสลิด ซ่ึงจังหวัดสมุทรปราการมีพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ รวมพ้ืนที่ 30,230 ไร่ โดยพืชที่มีปัญหาราคา ตกตำ่ ได้แก่ ข้าว ซ่ึงมพี น้ื ท่ปี ลกู 29,390 ไร่ หรอื คิดเปน็ รอ้ ยละ 97.22 ของพนื้ ท่ีเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจทงั้ หมด การผลิตข้าวในพ้ืนท่ีระดับความเหมาะสมจากข้อมูลระบบแผนท่ีเกษตรเพ่ือการบริหารจดั การเชิงรุก ออนไลน์ พบว่าจังหวัดสมุทรปราการ มีพื้นท่ีปลูกข้าว ในปี 2558 เป็นพ้นื ท่ีความเหมาะสม (S) ในการปลูกขา้ ว รวมทั้งหมด 156,339 ไร่ แบ่งเป็น พ้ืนที่ความเหมาะสมสูง (S1) จำนวน 156,163 ไร่ พื้นท่ีความเหมาะสม ปานกลาง (S2) จำนวน 176 ไร่ และไม่มีพื้นที่ปลูกไม่เหมาะสม (N) และพื้นที่ปลูกข้าวจังหวัดสมุทรปราการ มี พื้นที่ปลูกจรงิ ในพ้ืนท่ีความเหมาะสมสงู (S1) จำนวน 29,089 ไร่ พื้นท่ีความเหมาะสมปานกลาง (S2) จำนวน - ไร่ และพื้นที่ปลูกไม่เหมาะสม (N) จำนวน - ไร่ รวมพ้ืนท่ีปลูกในพ้ืนท่ีความเหมาะสม (S) จำนวน 29,089 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 100 ของพื้นทป่ี ลกู ซง่ึ ไม่มเี กษตรกรรายใดปลูกขา้ วในพ้นื ท่ีไมเ่ หมาะสมเลย ผลผลิตต่อไร่ของข้าวนาปีในพื้นที่เหมาะสมไร่ละ 861.61 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตต่อไร่ของข้าวนาปรังใน พนื้ ทเ่ี หมาะสมไร่ละ 833.37 กิโลกรมั ต่อไร่ ผลผลิตต่อไร่ของขา้ วนาปีในพ้ืนที่เหมาะสมสูงกวา่ ผลผลิตตอ่ ไร่ของ ข้าวนาปรัง 28.24 กิโลกรัมต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 3.39 ส่วนต้นทุนต่อไร่ของข้าวนาปีในพื้นที่เหมาะสม 4,101.62 บาท ต้นทุนตอ่ ไรข่ องขา้ วนาปรังในพน้ื ท่ีเหมาะสม 4,057.44 บาท ซ่งึ ตน้ ทนุ ใกล้เคยี งกนั

72 ผลตอบแทนต่อไร่ พบว่า ข้าวนาปใี นพื้นท่ีเหมาะสมให้ผลตอบแทนต่อไร่ 6,238.06 บาท สว่ นข้าวนาปรัง ในพื้นท่ีเหมาะสมให้ผลตอบแทนต่อไร่ 6,341.95 บาท ข้าวนาปรังในพื้นที่เหมาะสมให้ผลตอบแทนต่อไร่ มากกว่า 103.89 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.66 ทั้งนี้เนื่องจากต้นทนุ รวมต่อไร่ของข้าวนาปีสูงกว่าข้าวนาปรัง เล็กน้อย 44.18 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.09 เกษตรกรในพื้นที่เหมาะสมเม่ือปลูกข้าวนาปรัง 1 ไร่ จะได้ ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ หรือกำไรต่อไร่ เท่ากับ 2,284.51 บาท คดิ เป็นรอ้ ยละ 56.30 ของต้นทุนการผลติ ส่วน การปลกู ข้าวนาปีในพื้นที่เหมาะสมเม่ือเกษตรกรปลกู ข้าวนาปี 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 2,136.44 บาท คิดเป็นรอ้ ยละ 52.09 ของตน้ ทนุ การผลติ ซ่ึงจะเห็นได้วา่ พ้ืนท่ีปลูกข้าวเหมาะสม (S) มีจำนวนทั้งสิ้น 29,089 ไร่ ท่ี ซึ่งตามนโยบายกระทรวง เกษตรและสหกรณท์ ี่ใหม้ ีการปรบั เปลี่ยนพ้นื ที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวมาปรบั เปล่ียนเป็นพชื อ่นื แทน แตใ่ น กรณีของจังหวัดสมุทรปราการเกษตรกรไม่มีพื้นท่ีปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสมเลย ซึ่งสินค้าข้าวในปัจจุบันมี ปัญหาด้านราคาตกต่ำ แต่กรณีจากการเปรียบเทียบต้นทุนจากผลตอบแทนของต้นทุนสินค้าที่สำคัญ 4 ชนิด (Top 4) เป็นอันดับแรก ซ่ึงพืชท่สี ามารถนำมาทดแทนในการปลูกข้าวนาปรังในพน้ื ท่ีเหมาะสม ได้แก่ มะพรา้ ว นำ้ หอม ซ่ึงมีผลตอบแทนสทุ ธติ อ่ ไร่ 17,800.80 บาท ทมี่ ากกว่าการปลูกขา้ วนาปรัง สว่ นพน้ื ที่เพาะเลย้ี งปลานำ้ จดื ได้แก่ ปลาสลดิ ปลานิล และปลาเบญจพรรณ มจี ำนวนท้ังสิ้น 332,770 ไร่ โดยเป็น ปลาสลิด จำนวน 12,254 ไร่ ให้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ 9,816.53 บาท ซ่ึงให้กำไรสูงกว่าการทำนาปรัง แต่มีความเสี่ยงด้านสภาพน้ำ ผลผลิตต่อไร่มีแนวโน้มลดลง จึงควรหาพืชที่สามารถนำมาปลูกสลับกับการ เล้ียงปลา ได้แก่ ผักกระเฉด และในกรณีที่เกษตรกรไม่ยอมปรับเปล่ียนการผลิต จะเป็นการส่งเสริมให้ทำ กิจกรรมเสริมรายได้ในการเล้ียงปลาน้ำจืดคือ ปลูกพืชเสริมรายได้รอบคันบ่อเล้ียงปลา ได้แก่ ข่า ตะไคร้ กลว้ ยน้ำวา้ มะมว่ งน้ำดอกไม้ และมะพร้าวน้ำหอม เป็นตน้ 4.2 ข้อเสนอแนะ 4.2.1 ขอ้ เสนอแนะด้านกลไกการขับเคล่อื นแนวทางการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตร (Zoning) จากการวิเคราะห์ดา้ นเศรษฐกิจสินคา้ เกษตรระดับจังหวดั เพ่ือให้เป็นขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบาย และมาตรการสนับสนุนในการปรับเปล่ียนการผลิตสินค้าเกษตรในพื้นท่ีไม่เหมาะสมตามแผนท่ี (Agri-Map) เปน็ สินค้าทางเลือก ซ่ึงการขับเคล่ือนจำเป็นท่ีจะต้องมกี ารจดั ทำแนวทางพฒั นาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับ ศักยภาพและผลตอบแทนพื้นที่ และการกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจ (Zoning) ซ่ึงจากการวิเคราะห์ สถานการณ์จากอดีตสู่ปัจจุบัน ประเมินศักยภาพของภาคเกษตรของจังหวัดสมุทรปราการ ควรมีกลไกการ ขบั เคลือ่ นและแนวทางการพฒั นาสนิ คา้ เกษตรของจังหวัดสมุทรปราการ ดังนี้ 1) สร้างกลไกการขับเคล่ือนแนวทางการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตร (Zoning) ของจังหวัดสมุทรปราการ ควรดำเนินการในรูปแบบการบูรณาการภารกิจ โดยมีหน่วยงานใน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยหลัก สำนักงานเกษตรจังหวัด สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด สำนักงาน เกษตรและสหกรณจ์ ังหวดั สำนกั งานปศุสัตวจ์ งั หวัด สำนกั งานประมงจังหวดั โครงการชลประทานจังหวดั และ

73 หน่วยงานอื่น ๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นศูนย์กลางการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อน นโยบายดังกล่าว โดยให้ทกุ หน่วยงาน หรือเจา้ ภาพของแต่ละกิจกรรม ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ทกี่ ำหนดไว้ และต้องติดตามประเมนิ ผลการดำเนินงานดังกลา่ วเป็นระยะ ๆ ด้วย เพอ่ื ติดตามถึง ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานจะได้ช่วยเหลอื และหาทางแกไ้ ขได้ทันทว่ งที 2) ประสานผู้ทม่ี ีส่วนเก่ียวข้องในแตล่ ะภาคสว่ น ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร ได้ รว่ มกนั ทำโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรบั สินค้าเกษตรที่สำคัญ (Zoning) ซงึ่ ทางภาครัฐได้ จัดเวทีประชาคมอย่างมีสว่ นร่วมกับเกษตรกรในพื้นท่ีเป้าหมายจงั หวัดสมทุ รปราการ และร่วมกันวางแผนการ ปรับเปลี่ยนการผลิตตามแนวทางการพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมแทนการปลูกข้าว ได้แก่ การ ปรับเปลี่ยนพื้นทเี่ พ่ือปลูกพชื ที่มผี ลตอบแทนในการลงทุนดีกว่า ได้แก่ มะมว่ งน้ำดอกไม้ มะพร้าวน้ำหอม และ ผกั กระเฉด เป็นต้น โดยสนับสนนุ งานโครงสร้าง ได้แก่ การยกรอ่ ง และปรบั รปู แปลงนา เปน็ ต้น 3) กำหนดพื้นท่ีเป้าหมายการบูรณาการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตร ร่วมกนั 3.1) พนื้ ท่ีเป้าหมายการพัฒนาสินค้าเกษตรในเขตพ้ืนที่ไม่เหมาะสม (N) ในการปลูกข้าวใหเ้ ป็น กจิ กรรมท่ใี ห้ผลตอบแทนดีกวา่ จังหวัดสมุทรปราการมีเป้าหมายพื้นท่ีดำเนินการพื้นที่เหมาะสมน้อย (S3) ในการปลูกข้าว โดยอำเภอ 2 อันดับแรกที่มีพื้นท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว กระจายไปอยู่อำเภอบางบ่อ 170.76 ไร่ ซึ่งตำบลท่ีมีพื้นที่เหมาะสมน้อย (S3) มากท่ีสุดคือ ตำบลบางบ่อ 170.75 ไร่ และตำบลบ้านระกาด 0.01 ไร่ และอำเภอบางเสาธง ซ่ึงตำบลทม่ี ีพ้ืนที่เหมาะสมน้อยคือ ตำบลศรีษะจรเขใ้ หญ่ 80.04 ไร่ และตำบลบางเสาธง 49.38 ไร่

74 ภาพท่ี 4.1 แผนที่แสดงข้อมลู พน้ื ทค่ี วามเหมาะสมของขา้ วจงั หวดั สมทุ รปราการ ทมี่ า : สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 3.2) พื้นที่เป้าหมายการพัฒนาสินค้าเกษตรในเขตพ้ืนที่เหมาะสม (S3) ในการปลูกข้าวให้เปน็ กจิ กรรมที่ใหผ้ ลตอบแทนดีกวา่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ไดป้ รบั ปรุงข้อมูลแผนทแ่ี สดงขอ้ มลู พ้ืนทค่ี วามเหมาะสมของ ข้าว (Argi-Map) ซ้อนทับข้อมูลการปลูกข้าวนาปีจริง จังหวัดสมุทรปราการ ปี 2561 พบว่า เป้าหมายที่ควร ดำเนินการพัฒนาปรับเปลี่ยนในพื้นท่ีทีไ่ มเ่ หมาะสมในการปลูกข้าว โดยพื้นทป่ี ลกู ไม่เหมาะสม จำนวน 41.97 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.21 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด ซึ่งอำเภอที่มีพื้นที่เหมาะสมน้อยในการปลูกข้าว คือ อำเภอบางเสาธง 41.97 ไร่ ในตำบลบางเสาธง 41.97 ไร่ เนื่องจากภาครัฐมีโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ (Zoning) ซงึ่ ทางภาครฐั ไดจ้ ดั เวทปี ระชาคมอยา่ งมีสว่ นร่วมกบั เกษตรกรในพื้นท่ีเป้าหมายจังหวดั สมทุ รปราการ และรว่ มกนั วางแผนการปรบั เปลยี่ นการผลิตตามแนวทางการพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมแทนการปลูก ข้าว ได้แก่ การปรับเปลี่ยนพื้นท่ีเพื่อปลูกพืชท่ีมีผลตอบแทนในการลงทุนดีกว่า ได้แก่ มะม่วงนำ้ ดอกไม้ และ มะพรา้ วน้ำหอม เปน็ ต้น

75 ภาพที่ 4.2 แผนท่แี สดงขอ้ มลู พ้ืนทคี่ วามเหมาะสมของข้าวซ้อนทับขอ้ มูลการปลกู ขา้ วจริงจังหวัด สมทุ รปราการ ทีม่ า : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 3.3) พน้ื ท่เี ปา้ หมายการพฒั นาสนิ ค้าเกษตรในเขตพื้นที่เหมาะสมนอ้ ย (S3) ในการปลูกข้าวให้เป็น กจิ กรรมท่ใี ห้ผลตอบแทนดีกวา่ เป้าหมายทีค่ วรดำเนนิ การพัฒนาปรับเปลี่ยนในพื้นที่เหมาะสมน้อยในการปลูกข้าว โดยพื้นท่ปี ลูก เหมาะสมน้อย จำนวน 41.97 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.21 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด ซึ่งอำเภอ ทมี่ ีพื้นท่ีเหมาะสมน้อยในการปลกู ขา้ ว คือ อำเภอบางเสาธง 41.97 ไร่ ในตำบลบางเสาธง 41.97 ไร่ เนือ่ งจากภาครัฐมีโครงการบริหารจดั การเขตเกษตรเศรษฐกจิ สำหรับสินค้าเกษตรที่สำคญั (Zoning) ซง่ึ ทางภาครัฐ ได้จัดเวทีประชาคมอย่างมีส่วนรว่ มกับเกษตรกรในพ้ืนที่เป้าหมายจังหวัดสมุทรปราการ และร่วมกันวางแผนการ ปรับเปลยี่ นการผลติ ตามแนวทางการพฒั นาเปน็ พชื เศรษฐกิจที่เหมาะสมแทนการปลกู ข้าว ไดแ้ ก่ การปรับเปลี่ยน พื้นที่เพื่อปลูกพืชที่มีผลตอบแทนในการลงทุนดีกว่า ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอม และคณะอนุกรรมการพัฒนาการ เกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัดสมุทรปราการ (อ.พ.ก.) ไดม้ ีการประชมุ และจดั ทำข้อมูลการบรหิ ารจัดการสินค้า เกษตรที่สำคัญของจงั หวัดสมทุ รปราการ ปี 2561 ในสินค้ามะพร้าวน้ำหอมท่ีมปี ริมาณความต้องการผลผลิตของ ตลาด ยังมีส่วนทขี่ าดอย่ปู ระมาณ 11,128 ตัน จงึ ตอ้ งรบั ซ้ือจากจังหวัด

76 ใกล้เคียง และในสินค้ามะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีปริมาณความต้องการผลผลิตของตลาด ยังมีส่วนที่ขาดอยู่ ประมาณ 6,844 ตัน จงึ ต้องรับซือ้ จากจงั หวดั ใกล้เคยี ง เป้าหมายที่ควรส่งเสริมการปลูกมะพร้าวน้ำหอม ในเขตพื้นที่ที่มีความเหมาะสม รวมทั้งส้ิน 10,365 ไร่ มีพื้นที่เหมาะสมทั้ง 6 อำเภอ โดยอำเภอ 3 อันดับแรกที่มีพื้นที่เหมาะสมในการปลูกมะพร้าว น้ำหอม กระจายไปอยู่ 1) อำเภอพระประแดง มีพ้นื ทป่ี ลูกจริงแล้ว 271 ไร่ คงเหลือพ้ืนที่เหมาะสมอีก 7,287 ไร่ แบง่ เปน็ ตำบลบางกะเจ้า มีพืน้ ที่ปลูกจริงแลว้ 6 ไร่ คงเหลือพ้ืนท่เี หมาะสมอีก 1,690 ไร่ ตำบลบางน้ำผ้ึง พ้นื ทีป่ ลูกจรงิ แล้ว 41 ไร่ คงเหลอื พน้ื ที่เหมาะสมอีก 1,504 ไร่ และตำบลบางกระสอบ พื้นทป่ี ลูกจริงแล้ว 110 ไร่ คงเหลือพน้ื ทเ่ี หมาะสมอีก 1,216 ไร่ 2) อำเภอเมืองสมุทรปราการ ยังไม่มพี ื้นทปี่ ลกู จริง ซึ่งมีพนื้ ท่ีเหมาะสม ท้งั หมด 1,862 ไร่ แบ่งเปน็ ตำบลบางด้วน 1,341 ไร่ และตำบลบางโปรง 500 ไร่ 3) อำเภอพระสมทุ รเจดีย์ มีพน้ื ทป่ี ลูกจริงแล้ว 107 ไร่ คงเหลือพนื้ ทเ่ี หมาะสมอกี 278 ไร่ แบ่งเปน็ ตำบลในคลองปลากด คงเหลอื พ้ืนที่ เหมาะสม 125 ไร่ ตำบลบา้ นคลองสวน มพี ้นื ท่ีปลกู จริงแล้ว 107 ไร่ คงเหลอื พื้นทเ่ี หมาะสมอีก 153 ไร่ ภาพที่ 4.3 แผนที่แสดงขอ้ มลู พน้ื ทีค่ วามเหมาะสมของมะพร้าวจังหวัดสมุทรปราการ ทมี่ า : agri-map-online 3.4) พื้นที่เป้าหมายการพัฒนาสินค้าเกษตรในการเพาะเลี้ยงปลาสลิด ให้เป็นกิจกรรมที่ให้ ผลตอบแทนดีกว่า เนื่องจากภาครัฐมีโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ (Zoning) ซึ่งทางภาครัฐได้จัดเวทีประชาคมอย่างมีส่วนร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายจังหวัด สมุทรปราการ และร่วมกันวางแผนการปรับเปลี่ยนการผลิตตามแนวทางการพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจที่ เหมาะสมแทนการเพาะเลีย้ งปลาสลิด ได้แก่ การปรับเปลี่ยนพ้ืนที่เพื่อปลูกพืชที่มีผลตอบแทนในการลงทุน ดีกวา่ ได้แก่ ผกั กระเฉด โดยในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลกู ผักกระเฉด ตอ้ งใชห้ ลัก “ตลาดนำการผลิต” เป็น ตวั ตงั้ คอื มีแหลง่ รับซอื้

77 ผลผลิตที่แนน่ อน ซงึ่ สนิ ค้าผักกระเฉดจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซ้ือผลผลิตท่ีสวนของเกษตรกร ซ่ึง อ.พ.ก. จังหวัด สมุทรปราการ ได้มีการประชุมและจัดทำข้อมูลการบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัด สมุทรปราการ ปี 2561 ในสินค้าปลาสลิดที่มีปริมาณความต้องการผลผลิตของตลาด ยังมีส่วนท่ีขาดอยู่ ประมาณ 3,790 ตัน จึงต้องรบั ซ้ือจากจังหวดั ใกล้เคยี ง ส่วนในสินค้าผกั กระเฉดมีปริมาณความต้องการผลผลิต ของตลาด ยังมีส่วนที่ขาดอยู่ประมาณ 342 ตัน จึงต้องรับซ้ือจากจังหวดั ใกล้เคียง เกษตรกรควรแบ่งพ้ืนท่ีใน การปรับเปล่ียนบ่อเลี้ยงปลาสลิดบางส่วน ปรับเปลี่ยนเป็นปลูกผักกระเฉดในบ่อเล้ียงปลาสลิดเดิม เพราะ ปอ้ งกันความเสี่ยงในเรอ่ื งราคา และผลผลติ ลน้ ตลาด 3.5) พื้นท่ีเป้าหมายการพัฒนาสินค้าเกษตรในการเพาะเล้ียงปลาสลิด และสัตว์น้ำจืด ซ่ึงเป็น การสง่ เสรมิ ให้ทำกิจกรรมเสรมิ รายได้ในพนื้ ท่รี อบคันบ่อ เป้าหมายทีค่ วรดำเนินการพัฒนาในการเพาะเล้ียงปลาสลิด และสัตวน์ ้ำจืด เป็นการส่งเสรมิ ให้ ทำกิจกรรมเสริมรายได้ในพ้ืนท่ีรอบคันบ่อ ไดแ้ ก่ มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าวน้ำหอม กล้วยน้ำวา้ ข่า และตะไคร้ เนื่องจากในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเสริมรายได้ ต้องใช้หลัก “ตลาดนำการผลิต” เป็นตัวตั้ง คือ มี แหล่งรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน ซึ่ง อ.พ.ก. จังหวัดสมุทรปราการ ได้มีการประชุมและจัดทำข้อมูลการบริหาร จัดการสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ ปี 2561 ในสินค้ามะม่วงน้ำดอกไม้ท่ีมีปริมาณความ ต้องการผลผลิตของตลาด ยังมีส่วนท่ีขาดอยู่ประมาณ 6,844 ตัน จึงต้องรับซื้อจากจังหวัดใกล้เคียง ในสินค้า มะพร้าวน้ำหอมที่มีปรมิ าณความต้องการผลผลิตของตลาด ยังมีสว่ นท่ขี าดอยู่ประมาณ 11,128 ตัน จึงตอ้ งรับ ซ้ือจากจังหวัดใกล้เคียง และสินค้ากล้วยน้ำว้าที่มีปริมาณความต้องการผลผลิตของตลาด ยังมีส่วนท่ีขาดอยู่ ประมาณ 13,220 ตัน จงึ ตอ้ งรบั ซ้อื จากจงั หวดั ใกลเ้ คียง 4) ดำเนนิ การตามแนวทางการพัฒนาสินค้าเกษตรตามศักยภาพ การจัดทำแนวทางการพัฒนาสินคา้ เกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว และพืชทดแทนข้าวในพื้นท่ีปลูก ข้าวไม่เหมาะสม อีกทั้งสินค้าปลาสลิด ปรับเปลี่ยนไปปลูกผักกระเฉด และกรณีไม่ปรับเปล่ียนการเพาะเล้ียง ปลาสลิด จะเป็นการปลูกพืชเสริมรายได้ (รอบบ่อเลี้ยงปลา) ซึ่งกระบวนการการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมของ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร โดยยดึ การผลิตสินค้าเกษตรใหต้ รงกับความเหมาะสม และปรับเปลีย่ น พ้ืนท่ีปลูกในเขตพื้นที่ท่ีไม่เหมาะสม (N) โดยมีต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนที่ได้จัดเก็บข้อมูลในพ้ืนที่ โดย มงุ่ หวังให้ผลผลิตสินค้าเกษตรของจงั หวดั สมุทรปราการ มีคณุ ภาพและมาตรฐาน การจัดทำแผนไปสู่การปฏิบตั ิ เน้นการจดั ทำโครงการ จัดสรรงบประมาณ และการพัฒนาสินค้าให้เหมาะสมกับศักยภาพของพ้ืนท่ี ตลอดจน ให้ความสำคญั กบั การนำผลงานวิจยั วิชาการ เทคโนโลยี และนวตั กรรมสมยั ใหม่มาปรบั ใช้ เพื่อพัฒนาศกั ยภาพ สินค้าตามความเหมาะสมและเพิ่มประสิทธภิ าพการดำเนินงานไปสู่ความสำเร็จในการขบั เคล่อื นแนวทางพฒั นา ดังน้ี

78 4.1) แนวทางพัฒนาสินค้าเกษตรในเขตพ้ืนท่ีความเหมาะสม (S1 และ S2) ในการ ปลูกขา้ ว การส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในพื้นที่ดังกล่าว ให้มี ประสิทธิภาพย่ิงข้ึน โดยการจัดระบบบริหารจัดการการผลิตที่สอดคล้องเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นท่ีน้ัน ๆ โดยมีกระบวนการพฒั นาระบบการผลิตดงั น้ี (1) เพ่ิมประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนการผลิต และยกระดับคุณภาพ สินค้าสู่มาตรฐาน ส่ิงที่ตอ้ งดำเนนิ การ ไดแ้ ก่ การสนบั สนุนวสั ดุอุปกรณ์ผลิตปุ๋ยอนิ ทรีย์ ปยุ๋ ชีวภาพ สารชีวภณั ฑ์ สนบั สนนุ การผสมปุ๋ยใช้เองตามคา่ วิเคราะห์ดิน เพ่ือลดต้นทุนการผลติ เปน็ ตน้ (2) ส่งเสริมให้มีการผลิตข้าวปลอดภัยตรงความต้องการของตลาดเพ่ือสร้างมูลค่าเพ่ิม เร่ง ประชาสมั พนั ธส์ รา้ งแบรนดส์ นิ ค้าใหเ้ ปน็ ท่ยี อมรบั (3) สง่ เสริมการรวมกล่มุ เพ่อื สรา้ งความเขม้ แข็งของเกษตรกร (4) ส่งเสริมการผลิตตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และสนับสนุน เคร่อื งจกั รกล ในพนื้ ที่เป้าหมายแปลงใหญ่ (5) สนบั สนนุ การตรวจวิเคราะห์ดินรายแปลง (6) การปรบั รูปแบบแปลงนา ลกั ษณะที่ 2 ตามกรมพัฒนาทดี่ ิน เช่น การปรับรปู แบบคันนา การปรบั พ้นื ทีน่ า (7) ภาครัฐต้องมีนโยบายส่งเสริมอย่างต่อเน่ือง เช่น ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบ แปลงใหญ่ แผนการผลติ ข้าวครบวงจร เป็นต้น (8) ส่งเสรมิ สนับสนุนการปลูกพชื หมนุ เวยี น ปยุ๋ พืชสด เพมิ่ ความอุดมสมบูรณข์ องดนิ (9) การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตโดยการส่งเสริมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตข้าว ในพื้นทเ่ี พื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกบั ศกั ยภาพของพน้ื ท่ี (10) ส่งเสรมิ ให้มีสินค้าเฉพาะ (Niche Market) (11) ส่งเสริมใหม้ กี ารผลิตขา้ วปลอดภัยตรงความต้องการของตลาด เพ่ือสรา้ งมลู คา่ เพิ่ม เร่ง ประชาสมั พันธส์ ร้างแบรนดส์ นิ คา้ ใหเ้ ป็นทย่ี อมรบั (12) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตเพื่อ ลดต้นทุน และเพ่ิม ประสทิ ธิภาพการผลติ และสามารถทดแทนแรงงานเกษตรท่ีลดนอ้ ยลง และแรงงานเกษตรทเี่ ขา้ สู่สงั คมสูงอายุ (13) ส่งเสริมการพัฒนาการผลิตในพื้นที่ปลูกข้าวท่ีมีศักยภาพ โดยการปรับปรุงดิน และ การเช่ือมโยงระบบชลประทานในพ้ืนท่ีที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) เพ่ือเพ่ิมศักยภาพให้เป็นพื้นท่ี เหมาะสมมาก (S1) 4.2) แนวทางพัฒนาสินค้าเกษตรในเขตพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม (N) ในการปลูกข้าวเป็นพืช อ่นื ท่ีใหผ้ ลตอบแทนทด่ี ีกว่า (1) ภาครัฐควรมีโครงการพัฒนาจัดรูปท่ีดินให้เหมาะสมแบบมีส่วนร่วม (รัฐจ่าย 70 : เกษตรกรจา่ ย 30) เพอ่ื การบริหารจัดการสนิ ค้าเกษตรอย่างยงั่ ยืน (2) การสนับสนุนปัจจัยการผลติ วัสดุและอุปกรณต์ ามความจำเปน็

79 (3) การสนับสนุนปัจจัยการผลิตในการปรับเปลี่ยนเพื่อเปน็ การสร้างแรงจูงใจ และลดภาระ ค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเมล็ดพันธ์ุ ค่าต้นพันธุ์ และคา่ ใชจ้ ่ายเบอ้ื งต้นในการผลิต เป็นต้น (4) การสนบั สนนุ การปรับรปู แบบแปลงนา ลักษณะที่ 2 ตามแบบของกรมพัฒนาทีด่ นิ (5) การสนบั สนุนหลกั ประกนั ในการปรบั เปลย่ี นตามความจำเปน็ เช่น การประกันภัยพชื ผล หรือเงินชดเชย (6) การอบรมถ่ายทอดความรู้ในเรอ่ื งเทคโนโลยี และนวตั กรรมใหม่ ๆ ใหเ้ กษตรกร (7) การสนบั สนนุ การรวมกลุ่มเกษตรกร (8) การสนับสนุนตลาดเกษตรกร รวมทง้ั รว่ มวางแผนการตลาดนำการผลติ ใหแ้ กเ่ กษตรกร (9) การสนบั สนุนสินเช่ือดอกเบย้ี ตำ่ ให้เกษตรกร 4.3) สนับสนุนการปรับเปลี่ยนจากข้าวในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม (N) เป็นเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง การสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้และผลตอบแทนการลงทุนในการเปลย่ี นจากขา้ วใน พื้นที่ไม่เหมาะสม (N) เป็นเกษตรผสมผสาน หรือสวนผสม เนื่องจากเกษตรกรปลูกข้าวมีต้นทุนสูง ราคาข้าว ตกต่ำ พื้นทีท่ ำนาไม่เหมาะสม ผลผลติ ได้น้อย ทำให้เกษตรกรขาดทนุ จากการปลกู ข้าว โดยมีเกษตรกรบางสว่ น หันมาทำเกษตรผสมผสาน เพ่ือลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ช่วยลดต้นทุน ลดปัจจัยการผลิต เช่น ปยุ๋ อาหารสัตว์ โดยเกษตรกรหันมาปลูกพชื อื่น ๆ ท่ีใหผ้ ลตอบแทนสูง ปรบั เปล่ยี นได้ (พืน้ ทตี่ นเอง) เชน่ พืชผัก (มะเขือพวง กระเพรา ข่า และตะไคร้ เป็นต้น) ไม้ผลหรือไม้ยืนต้น (มะพรา้ ว กล้วย มะนาว เป็นต้น) การผลิต ข้าวเพื่อบริโภคในครัวเรือน ปลูกพืชหลังนาที่เหมาะสมกับพ้ืนท่ี และให้ผลตอบแทนสูง เพื่อสร้างรายได้ เช่น ฟักทอง แตงกวา และพริก เป็นต้น และมีการเลี้ยงสัตว์และทำประมง เช่น ไก่เน้ือ ปลานิล และปลาทับทิม เป็นต้น โดยท่ีเกษตรกรแบ่งพ้ืนที่เป็นส่วน ๆ เป็นแหล่งน้ำ 30% ท่ีอยู่อาศัย 10% นาข้าว 30% สวน ไร่ และ ปศุสตั ว์ 30% พร้อมทงั้ ยังปลูกพืชบำรงุ ดิน เช่น ปอเทือง และถั่ว โดยทเ่ี กษตรกรมโี รงสีเล็กเพอ่ื สีข้าวไว้บริโภค เองในครัวเรอื น และยงั สามารถนำรำขา้ ว มาเป็นอาหารสัตว์ ส่วนแกลบกส็ ามารถนำมาทำเปน็ ปยุ๋ ได้ • โดยมีการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เมล็ดพันธ์ุ ต้นพันธุ์ วัสดุและอุปกรณ์ตามความ จำเป็น • สนบั สนุนการปรบั ปรงุ บำรุงดิน • สนับสนุนการขดุ สระนำ้ ในไร่นาให้แก่เกษตรกร • มกี ารอบรมถ่ายทอดความรใู้ ห้เกษตรกรทำเกษตรรปู แบบใหม่ • การสนบั สนนุ สนิ เชื่อ 4.4) สนบั สนนุ การปรบั เปลย่ี นจากการเพาะเลย้ี งปลาสลิด เปน็ การปลกู ผักกระเฉด เน่ืองจากภาครัฐมีโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ (Zoning) ซง่ึ ทางภาครัฐได้จัดเวทีประชาคมอย่างมสี ว่ นร่วมกบั เกษตรกรในพ้ืนทีเ่ ป้าหมายจังหวัดสมุทรปราการ และร่วมกันวางแผนการปรับเปล่ียนการผลิตตามแนวทางการพัฒ นา เป็นพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมแทนการ

80 เพาะเล้ียงปลาสลิด ไดแ้ ก่ การปรบั เปลีย่ นพน้ื ท่ีเพอ่ื ปลกู พชื ท่ีมผี ลตอบแทนในการลงทุนดกี วา่ ไดแ้ ก่ ผักกระเฉด โดยในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกผักกระเฉด ต้องใช้หลัก “ตลาดนำการผลิต” เป็นตัวตั้ง คือ มีแหล่งรับซื้อ ผลผลิตที่แน่นอน ซง่ึ สนิ ค้าผักกระเฉดจะมีพ่อคา้ คนกลางมารับซื้อผลผลิตท่ีสวนของเกษตรกร ซึ่ง อ.พ.ก. จังหวัด สมุทรปราการ ได้มีการประชุมและจัดทำข้อมูลการบริหารจัดการสินค้าเกษตรท่ีสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ ปี 2561 ในสินค้าปลาสลิดที่มีปริมาณความต้องการผลผลิตของตลาด ยังมีส่วนที่ขาดอยู่ประมาณ 3,790 ตัน จงึ ต้องรับซอ้ื จากจังหวัดใกลเ้ คยี ง ส่วนในสินคา้ ผักกระเฉดมปี รมิ าณความต้องการผลผลติ ของตลาด ยังมีส่วนท่ี ขาดอยู่ประมาณ 342 ตัน จึงตอ้ งรบั ซื้อจากจังหวัดใกลเ้ คียง แต่การเพาะเลี้ยงปลาสลิด เกิดปัญหาสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่เปล่ียนแปลงไป โดยใน พ้ืนทม่ี โี รงงานอตุ สาหกรรมต้ังอยู่ ทำให้เกดิ การเปลีย่ นแปลงในสภาพน้ำ มผี ลกระทบต่อขนาดของตัวปลาสลดิ ที่ เล็กลง ผลผลิตน้อยลง รวมทั้งใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนาน ดังน้ัน เกษตรกรควรแบ่งพ้ืนท่ีในการปรับเปลี่ยน การเล้ียงปลาสลิดเพียงบางส่วน ปรับเปลี่ยนเป็นปลูกผักกระเฉดในบ่อเล้ียงปลาสลิดเดิม เพราะป้องกันความ เสย่ี งในเรื่องราคา และผลผลิตล้นตลาด เจ้าหน้าที่ที่ส่งเสริม และภาครัฐต้องร่วมวางแผนป้องกันความเส่ียงที่อาจจะเกิดข้ึนใน อนาคตในเรอ่ื งผลผลติ ราคาตกต่ำ เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ปรบั เปล่ียนการผลิตโดยไม่ไดม้ ีการวางแผนลว่ งหน้า ภาครัฐจงึ ต้องเป็นพี่เล้ียงให้เกษตรกรในเรื่องน้ี เพื่อเป็นการป้องกนั ปญั หาไม่ให้เกิดข้ึน หรือเกิดผลกระทบน้อย ที่สุด เช่น การรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อมีอำนาจต่อรองราคากับพ่อค้าคนกลางได้เพิ่มมากข้ึน นำระบบ ส่งเสริมการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่เข้ามาบริหารตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทาง สร้างกลุ่มให้ เข้มแข็งพง่ึ พาตนเองได้ ผลติ สินคา้ คณุ ภาพมาตรฐานตามทีต่ ลาดตอ้ งการ 4.5) แนวทางพัฒนาสินค้าเกษตรในพื้นที่เพาะเล้ียงปลาสลิด ทเ่ี กษตรกรไมป่ รับเปลย่ี น พืน้ ท่ี เปน็ การสง่ เสริมให้ทำกจิ กรรมเสรมิ รายได้ (1) ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี/นวัตกรรม ผ่าน ศพก. พร้อมทั้งให้มีการศึกษาดูงาน เกษตรตน้ แบบท่ีประสบความสำเรจ็ ท่ไี ดป้ รบั เปลีย่ นการผลิตเพ่ือสรา้ งแรงจใู จ (2) นำระบบส่งเสริมการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่เข้ามาบริหารต้ังแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทาง สรา้ งกลุ่มให้เข้มแข็งพ่ึงพาตนเองได้ ผลิตสินค้าคณุ ภาพตามมาตรฐานตามทีต่ ลาดต้องการ ตอ้ ง พฒั นาแปรรูปบรรจุภัณฑ์ปลาสลดิ ให้สอดรับตามความต้องการของผู้บรโิ ภค เพื่อมอี ำนาจต่อรองราคากับพอ่ ค้า คนกลางได้ ทางกลมุ่ จะตอ้ งวางแผนสรา้ งรปู แบบของการเลี้ยงเพอ่ื ใหผ้ ลผลิตออกมาไมต่ รงกนั (3) ภาครัฐควรส่งเสริมเร่ืองการวิจัยพันธ์ุ ปรับปรุงสายพันธ์ุปลาสลิดให้มีคุณภาพ และ ทนทานตอ่ โรค (4) ภาครัฐควรส่งเสริมการแปรรูปปลาสลิดเพื่อสร้างมูลค่าเพ่ิมผ่านกลุ่มสหกรณ์ และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยการสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพ่ือสร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากปลาสลิด ให้มีความหลากหลายและตรงตามความตอ้ งการของตลาด

81 (5) ภาครัฐควรจัดเวทีระดมความคิดเห็นร่วมกับเกษตรกร และทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้อง ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถงึ ปลายทาง ในเร่ืองปัญหาในการเพาะเลี้ยงปลาสลิด เพ่ือหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่ เกิดข้ึนอยา่ งตรงจดุ (6) ขยายตลาดปลาสลิดและผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศให้มากข้ึน โดยการส่งเสริม ผปู้ ระกอบการให้มกี ารจัดแสดงสินค้าปลาสลิดและผลติ ภัณฑ์ในตลาดตา่ งประเทศให้มากขึ้น สรปุ พน้ื ที่เป้าหมายการปรบั เปล่ียนสินค้าเกษตรทีส่ ำคญั (Top 4) จงั หวัดสมุทรปราการ สินคา้ ข้าว ในพน้ื ทีไ่ มเ่ หมาะสม (N) ปรบั เปลย่ี นเป็น มะพรา้ วนำ้ หอม และมะม่วงน้ำดอกไม้ พื้นทเ่ี ป้าหมาย - ตำบลคลองนิยมยาตรา อำเภอบางบ่อ - ตำบลบางเสาธง และตำบลศีรษะจระเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง สินค้าปลาสลดิ ปรบั เปลีย่ นเปน็ ผักกระเฉด พื้นทเี่ ป้าหมาย - ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี สินค้าปลาสลิด เป็นการปลกู พชื เสริมรายได้ มะพรา้ วน้ำหอม มะม่วงนำ้ ดอกไม้ กลว้ ยน้ำว้า ข่า และตะไคร้ พืน้ ทีเ่ ปา้ หมาย - ตำบลคลองนิยมยาตรา ตำบลคลองดา่ น และตำบลบา้ นระกาศ อำเภอบางบ่อ - ตำบลบางเสาธง และตำบลศรี ษะจระเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง

8882 บรรณานกุ รม กรมพฒั นาท่ีดนิ . 2562. ข้อมลู Agri-Map [ออนไลน์]. เขา้ ถึงได้จาก : http://agri-map- online.moac.go.th/login (วันทีส่ ืบค้นขอ้ มูล สงิ หาคม 2562). สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2562. แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด สมุทรปราการ (พ.ศ. 2561 - 2565) ฉบับทบทวน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562. สำนกั งานเกษตรและ สหกรณจ์ งั หวดั สมุทรปราการ. สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2562. แบบฟอร์มตารางขอ้ มลู การบริหารจัดการสนิ ค้าเกษตรที่ สำคัญของจงั หวัดปี 2561 จงั หวัดสมุทรปราการ. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จงั หวดั สมุทรปราการ. สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร. 2561. ขอ้ มลู สถติ ิการเกษตร. ศนู ยส์ ารสนเทศการเกษตร กรุงเทพมหานคร.



พิมพท่ี : หจก.สามดเี วริ ค 97 หมู 7 ตำบลจนั ทนมิ ิต อำเภอเมืองจันทบุรี จงั หวดั จนั ทบรุ ี 22000 โทร. 08 0560 0126 e-mail : [email protected]


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook