39 ตารางท่ี 3.7 ตน้ ทุนการผลิตมันสำปะหลงั โรงงาน ปี 2560 จังหวัดชลบุรี ในการผลิตในพื้นทเ่ี หมาะสม รายการ ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลิตในพืน้ ที่เหมาะสม (S) (บาท/ไร่) เงินสด รอ้ ยละ ประเมิน ร้อยละ รวม ร้อยละ 1.ต้นทนุ ผันแปร 5,089.26 (72.54) 972.83 (13.87) 6,062.09 (86.41) 1.1 คา่ แรงงาน 3,422.74 (48.79) 161.53 (2.30) 3,584.27 (51.09) เตรียมดิน 732.50 (10.44) 0.00 (0.00) 732.50 (10.44) ปลกู 311.83 (4.44) 4.61 (0.07) 316.44 (4.51) ดูแลรักษา 583.70 (8.32) 150.59 (2.15) 734.29 (10.47) เก็บเกย่ี ว 1,794.71 (25.58) 6.33 (0.09) 1,801.04 (25.67) 1.2 คา่ วสั ดุ 1,666.52 (23.75) 414.71 (5.91) 2,081.23 (29.67) ค่าพันธุ์ 111.53 (1.59) 414.52 (5.91) 526.05 (7.50) ค่าป๋ยุ 1,148.79 (16.38) 0.00 (0.00) 1,148.79 (16.38) ค่ายาปอ้ งกนั กำจดั ศตั รูพืชและวชั พชื 336.74 (4.80) 0.00 (0.00) 336.74 (4.80) ค่าสารอืน่ ๆ และวสั ดุปรบั ปรงุ ดิน 4.99 (0.07) 0.00 (0.00) 4.99 (0.07) ค่าน้ำมันเช้อื เพลงิ และหลอ่ ลืน่ 0.00 (0.00) 0.00 (0.00) 0.00 (0.00) ค่าวสั ดุการเกษตรและวัสดุสิน้ เปลอื ง 64.35 (0.92) 0.00 (0.00) 64.35 (0.92) ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์การเกษตร 0.12 (0.00) 0.19 (0.00) 0.31 (0.00) 1.3 คา่ เสยี โอกาสเงินลงทุน 0.00 (0.00) 396.59 (5.65) 396.59 (5.65) 2. ตน้ ทุนคงที่ 0.00 (0.00) 953.40 (13.59) 953.40 (13.59) ค่าเช่าทด่ี ิน/ค่าใชท้ ี่ดนิ 0.00 (0.00) 939.73 (13.40) 939.73 (13.40) ค่าเสื่อมอุปกรณก์ ารเกษตร 0.00 (0.00) 10.29 (0.15) 10.29 (0.15) ค่าเสยี โอกาสเงินลงทุนอุปกรณก์ ารเกษตร 0.00 (0.00) 3.38 (0.05) 3.38 (0.05) 3. ตน้ ทนุ รวม (บาท/ไร)่ 5,089.26 (72.54) 1,926.23 (27.46) 7,015.49 (100.00) 4. ตน้ ทุน/กโิ ลกรมั (บาท/กก.) -- - - 1.67 - 5. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กโิ ลกรมั ) -- - - 4,206.17 - 6. ราคาเฉลีย่ ทเี่ กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) -- - - 1.82 - 7. มลู คา่ ผลผลิต/รายได้ทั้งหมด (บาท/ไร่) (5*6) -- - - 7,655.23 - 8. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) (7-3) -- - - 639.74 - 9. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อผลผลติ (บาท/กก.) (6-4) -- - - 0.15 - 10. ปริมาณผลผลิต ณ จดุ ค้มุ ทนุ (กก./ไร)่ (3/6) -- - - 3,854.66 - 11. สัดสว่ นผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ต่อตน้ ทุนต่อไร่ (8/3) - - 0.09 ทม่ี า : จากการสำรวจข้อมลู สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 ปี 2560
40 2) ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตมนั สำปะหลงั โรงงานในพนื้ ท่ไี มเ่ หมาะสม (N) ผลจากการสำรวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตมันสำปะหลังโรงงานในจังหวัด ชลบุรีในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตมันสำปะหลังโรงงานเฉลี่ย จำนวน 7,178.29 บาท/ไร่ โดยเป็นต้นทนุ ผนั แปร จำนวน 5,901.84 บาท/ไรห่ รือคดิ เปน็ รอ้ ยละ 82.22 และตน้ ทุนคงที่ จำนวน 1,276.45 บาท/ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 17.78 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ เม่ือพิจารณาในรายละเอียดพบว่าต้นทุนท่ี เปน็ เงินสด 4,730.55 บาท/ไร่หรือคดิ เป็นร้อยละ 65.90 และต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสด 2,447.74 บาท/ไรห่ รือคิด เป็นร้อยละ 34.10 โดยต้นทนุ ผนั แปรทเ่ี ป็นเงนิ สดสว่ นใหญ่เป็นค่าจ้างแรงงาน ได้แก่ คา่ เก็บเก่ยี ว ค่าเตรียมดิน ค่าดูแลรักษา รองลงมาเป็นค่าปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้แก่ ค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืชและวัชพืช ค่าวัสดุ การเกษตรและวัสดุสิ้นเปลือง ส่วนต้นทุนไม่เป็นเงินสดน้ันส่วนใหญ่เป็นค่าพันธ์ุ สำหรับต้นทุนคงท่ีท่ีเป็น ตน้ ทนุ ไม่เปน็ เงนิ สดสว่ นใหญเ่ ป็นค่าเช่าท่ดี นิ /ค่าใชท้ ดี่ นิ รองลงมาเป็นคา่ เสอื่ มอุปกรณก์ ารเกษตร ผลการวิเคราะห์เมื่อพจิ ารณาถึงผลตอบแทนท่ีเกษตรกรได้รับในการผลติ มันสำปะหลงั โรงงาน ในพืน้ ที่ไม่เหมาะสม ผลผลิตเฉลี่ย 4,062.22 กิโลกรัม/ไร่ เม่ือพิจารณาถงึ ผลตอบแทนจากราคาท่เี กษตรกรขาย ไดเ้ ฉลยี่ 1.82 บาทต่อกโิ ลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 7,393.24 บาท/ไร่ ดงั น้ันเกษตรกรจะมีผลตอบแทนสุทธิ/ ไร่ เท่ากับ 214.95 บาท/ไร่ โดยที่จุดคุ้มทุนในการผลิตมันสำปะหลังโรงงานปริมาณผลผลิต ณ จุดคุ้มทุน 3,944.12 กิโลกรัม/ไร่ และสัดส่วนผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ 0.03 บาท หรอื ลงทุน 100 บาท ได้ กำไร 3 บาท(อตั ราผลตอบแทนทางกำไรตอ่ การลงทนุ )
41 ตารางท่ี 3.8 ต้นทนุ การผลิตมันสำปะหลังโรงงาน ปี 2560 จังหวัดชลบรุ ี ในการผลติ พ้นื ทไ่ี ม่เหมาะสม รายการ ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลติ ในพน้ื ท่ีไมเ่ หมาะสม (N) (บาท/ไร่) เงินสด ร้อยละ ประเมิน รอ้ ยละ รวม ร้อยละ 1.ต้นทุนผนั แปร 4,730.55 (65.90) 1,171.29 (13.87) 5,901.84 (86.41) 1.1 ค่าแรงงาน 3,548.96 (49.44) 221.14 (2.30) 3,770.10 (51.09) เตรยี มดิน 877.52 (12.22) 70.14 (0.00) 947.66 (10.44) ปลกู 280.59 (3.91) 31.47 (0.07) 312.06 (4.51) ดแู ลรกั ษา 491.08 (6.84) 119.53 (2.15) 610.61 (10.47) เกบ็ เก่ยี ว 1,899.77 (26.47) 0.00 (0.09) 1,899.77 (25.67) 1.2 ค่าวสั ดุ 1,181.59 (16.46) 564.05 (5.91) 1,745.64 (29.67) คา่ พันธ์ุ 8.99 (0.13) 564.05 (5.91) 573.04 (7.50) คา่ ปุ๋ย 888.08 (12.37) 0.00 (0.00) 888.08 (16.38) คา่ ยาป้องกนั กำจดั ศัตรูพืชและวัชพชื 229.82 (3.20) 0.00 (0.00) 229.82 (4.80) ค่าสารอนื่ ๆ และวัสดุปรับปรงุ ดิน 0.00 (0.00) 0.00 (0.00) 0.00 (0.07) คา่ นำ้ มันเชอ้ื เพลงิ และหลอ่ ล่ืน 3.97 (0.06) 0.00 (0.00) 3.97 (0.00) ค่าวสั ดุการเกษตรและวัสดุสิน้ เปลอื ง 38.21 (0.53) 0.00 (0.00) 38.21 (0.92) ค่าซอ่ มแซมอปุ กรณก์ ารเกษตร 12.52 (0.17) 0.00 (0.00) 12.52 (0.00) 1.3 ค่าเสียโอกาสเงนิ ลงทุน 0.00 (0.00) 386.10 (5.38) 386.10 (5.65) 2. ต้นทุนคงท่ี 0.00 (0.00) 1,276.45 (17.78) 1,276.45 (13.59) ค่าเช่าท่ดี นิ /คา่ ใช้ทด่ี นิ 0.00 (0.00) 1,005.41 (14.01) 1,005.41 (13.40) คา่ เสือ่ มอุปกรณก์ ารเกษตร 0.00 (0.00) 150.06 (2.09) 150.06 (0.15) คา่ เสียโอกาสเงนิ ลงทนุ อปุ กรณก์ ารเกษตร 0.00 (0.00) 120.98 (1.69) 120.98 (0.05) 3. ต้นทุนรวม (บาท/ไร)่ 4,730.55 (65.90) 2,447.74 (34.10) 7,178.29 (100.00) 4. ต้นทนุ /กิโลกรมั (บาท/กก.) -- - - 1.77 - 5. ผลผลิตต่อไร่ (กิโลกรมั ) -- - - 4,062.22 - 6. ราคาเฉลีย่ ทเ่ี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) -- - - 1.82 - 7. มูลค่าผลผลิต/รายไดท้ ง้ั หมด (บาท/ไร)่ (5*6) -- - - 7,393.24 - 8. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อไร่ (บาท/ไร)่ (7-3) -- - - 214.95 - 9. ผลตอบแทนสุทธติ อ่ ผลผลติ (บาท/กก.) (6-4) -- - - 0.05 - 10. ปรมิ าณผลผลติ ณ จุดคมุ้ ทุน (กก./ไร)่ (3/6) -- - - 3,944.12 - 11. สัดส่วนผลตอบแทนสทุ ธติ อ่ ไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ (8/3) - - 0.03 ท่ีมา : จากการสำรวจขอ้ มลู สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ปี 2560
42 การเปรียบเทียบตน้ ทุนการผลิต ผลตอบแทน สินค้าที่สำคญั (สนิ ค้า Top 4) ระหว่างพื้นทเ่ี หมาะสม และพ้ืนที่ไม่เหมาะสมจังหวัดชลบุรี พบว่า ยางพาราในพ้ืนที่เหมาะสม และสับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลังโรงงาน ทั้งในพ้ืนที่เหมาะสมและพื้นท่ีไม่เหมาะสมมีกำไรสูงกว่าการปลูกยางพาราในพ้ืนที่ไม่ เหมาะสม ซึง่ มอี ัตราผลตอบแทนทางกำไรต่อการลงทนุ เพยี ง 0.01 เทา่ น้ัน โดยรายไดจ้ ากการผลติ สับปะรดโรงงานในพื้นท่เี หมาะสมเทา่ กบั 58,989.15 บาทต่อไร่ โดยทต่ี ้นทุน เทา่ กับ 23,629.32 บาทต่อไร่ ดังน้นั ผลตอบแทนสุทธติ อ่ ไร่เทา่ กบั 35,359.83 บาทหรือคดิ เปน็ ร้อยละ 149.64 ของตน้ ทุนการผลติ รายได้จากการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่เหมาะสมเท่ากับ 14,786.61 บาทต่อไร่ โดยที่ต้นทุนเท่ากับ 7,361.29 บาทต่อไร่ ดังน้ันผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 7,425.32 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 100.87 ของ ต้นทนุ การผลติ รายได้จากการผลิตยางพาราในพ้ืนท่ีเหมาะสมเท่ากับ 13,074.43 บาทต่อไร่ โดยท่ีต้นทุนเท่ากับ 11,598.97 บาทต่อไร่ ดังน้ันผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 1,475.46 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.72 ของ ตน้ ทนุ การผลติ รายได้จากการผลิตมันสำปะหลังโรงงานในพื้นที่เหมาะสมเท่ากับ 7,655.23 บาทต่อไร่ โดยท่ีต้นทุน เท่ากับ 7,015.49 บาทต่อไร่ ดังนั้นผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 639.74 บาท หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 9.12 ของ ต้นทนุ การผลติ
ตารางท่ี 3.9 ตารางเปรยี บเทียบต้นทนุ การผลติ ผลตอบแทน สนิ ค้าทสี่ ำคญั (สนิ ค้า TOP 4) จงั หวดั ชลบุรี รายการ ยางพารา ปาลม์ นำ้ มัน สับปะรดโรงงาน มันสำปะหลังโรงงาน SN SN SN SN 1. ต้นทุนผันแปร(บาท/ไร่) 7,777.85 7,915.63 5,548.05 5,622.18 22,493.64 25,788.67 6,062.09 5,901.84 3,959.47 1,813.24 2,131.19 1,135.68 1,073.57 953.40 1,276.45 2. ตน้ ทุนคงท่(ี บาท/ไร่) 3,821.12 11,875.10 7,361.29 7,753.37 23,629.32 26,862.24 7,015.49 7,178.29 58.41 1.67 3. ตน้ ทนุ รวมตอ่ ไร่(บาท/ไร)่ 11,598.97 203.29 2.46 3.27 4.49 4.94 4,206.17 1.77 59.23 2,993.24 2,369.81 5,262.19 5,442.15 1.82 4,062.22 4. ตน้ ทุนต่อกิโลกรมั (บาท/กก.) 52.55 12,040.87 11.21 11.21 7,655.23 43 165.87 4.94 4.94 58,989.15 61,006.50 639.74 1.82 5. ผลผลิตต่อไร่ (กิโลกรมั ) 220.74 14,786.61 11,706.86 35,359.83 34,144.26 0.15 7,393.24 43 0.82 7,425.32 3,953.49 3,8554.66 214.95 6. ราคาเฉลย่ี ที่เกษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 59.23 200.49 6.72 6.27 0.09 0.01 2.81 1.67 2,107.88 2,396.27 0.05 7. มูลค่าผลผลิต/รายได้ทงั้ หมด (บาท/ไร)่ 13,074.43 1,490.14 1,569.91 3,944.12 1.50 1.27 8. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อไร่ (บาท/ไร่) 1,475.46 1.01 0.51 0.03 9. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อผลผลติ (บาท/กก.) 6.68 10. ปริมาณผลผลติ ณ จดุ คุ้มทุน (กก./ไร่) 195.83 11. สดั สว่ นผลตอบแทนสุทธิต่อไร/่ ตน้ ทุนต่อไร่ 0.13 ทมี่ า : จากการสำรวจขอ้ มูล สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6
44 3.2 การบริหารจัดการสินคา้ เกษตรท่สี ำคัญจังหวัดชลบรุ ี 3.2.1 ยางพารา 1) วิถกี ารตลาด สำหรับลักษณะวิถีตลาดยางพาราในจังหวัดชลบรุ ี เปน็ รูปแบบการรบั ซ้ือผลผลิตยางพาราเพื่อ แปรรูป ซึ่งผลผลติ ยางพาราขั้นตน้ จากเกษตรกรนั้นประกอบด้วย น้ำยางสด ยางแผ่นดิบ และยางก้อนถว้ ย แต่ เนื่องจากผลผลิตยางข้ันต้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงานแปรรูป จึงต้องมีการนำเข้ายางจาก ต่างจังหวัด โดยมีการใช้ยางพาราในจังหวัดร้อยละ 52 และนำเข้าจากต่างจังหวัดร้อยละ 48 ของผลผลิต ทงั้ หมด สำหรับผลผลิตยางข้ันต้นน้ีจะถูกส่งต่อไปยังพ่อค้าคนกลางประกอบด้วย สหกรณ์/กลุ่ม เกษตรกรและพ่อค้ารวบรวมท้องถ่ินร้อยละ 98 โดยผลผลิตยางก้อนถ้วยจะถูกรับซื้อโดยพ่อค้ารวบรวมท้องถิ่นร้อย ละ 43 และสหกรณ/์ กลุ่มเกษตรกรร้อยละ 55 ในส่วนของยางแผน่ ดิบมกี ารรบั ซ้ือโดยพอ่ ค้ารวบรวมทอ้ งถ่นิ ร้อย ละ 3 และรับซือ้ โดยสหกรณ์/กลมุ่ เกษตรกรรอ้ ยละ 5 สำหรบั น้ำยางสดจะมีการส่งขายไปยังโรงงานแปรรูปน้ำ ยางขน้ โดยตรง ผลผลติ สว่ นใหญจ่ ะถูกรบั ซ้อื โดยสหกรณ์หรอื พอ่ ค้ารวบรวมเนอื่ งจากมสี หกรณ์ในจงั หวดั ทีย่ งั คง ใช้ยางในจังหวดั และคนกลางจะนำผลผลิตส่งตอ่ ไปยงั โรงงานแปรรูปทงั้ หมด ผลผลิตยางขั้นต้นจะถกู ส่งขายไปยงั โรงงานแปรรูปในจังหวัดร้อยละ 95 และนอกจังหวัดรอ้ ย ละ 5 ซง่ึ จะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลัก 3 ชนิด คือ น้ำยางข้น ยางแท่ง และแผ่นยางรมควันเพ่อื การส่งออก โดย ผลผลิตส่วนใหญ่เป็นยางแท่งคิดเป็นร้อยละ 95 ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่แปรรูป น้ำยางขันคิดเป็นร้อยละ 2 และยางแผน่ รมควันคดิ เป็นรอ้ ยละ 3 ของผลติ ภัณฑท์ ้งั หมดทแี่ ปรรูป (ภาพท่ี 3.1) คนกลาง โรงงานแปรรปู ในจงั หวดั (95%) 3% โรงงานแปรรปู นอกจงั หวดั (5%) 40% พ่อคา้ รวบรวมท้องถ่ิน (43%) 43% โรงงานยางแท่ง (90%) 47% ยางกอ้ นถว้ ย (90%) สหกรณ์/กลุม่ เกษตรกร (55%) เกษตรกร ยางแผ่นดบิ (8%) 3% โรงงานยางแผน่ รมควัน (3%) ในจงั หวัด (52%) 50% 5% โรงงานแปรรปู นอกจังหวัด (5%) ต่างจงั หวัด (48%) 5% นำ้ ยางสด (2%) 2% โรงงานนำ้ ยางขน้ (2%) ภาพที่ 3.1 วิถตี ลาดสนิ คา้ ยางพาราในจงั หวดั ชลบรุ ี ทมี่ า : สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6
45 2) การบรหิ ารจัดการสินค้ายางพารา การใช้ยางในจังหวัดของโรงงาน ประกอบด้วย น้ำยางสดที่เป็นผลผลิตยางพาราที่เกษตรกร กรีดและเก็บขายในรปู นำ้ ยาง ยางแผ่นดิบคอื การแปรสภาพให้น้ำยางสดเป็นยางแผน่ ดบิ ซ่ึงเกษตรกรจะนำยาง แผ่นดิบส่งให้ต่อให้พ่อค้าคนกลางหรือให้โรงงานแปรรูปในจังหวัดซึ่งยางแผ่นดิบจะมีมูลค่าท่ีสูง และยางก้อน ถ้วย คือก้อนยางท่ีเกิดจากน้ำยางสดจับตัวในถ้วยน้ำยาง มีลักษณะเป็นก้อนรูปถ้วย ซึ่งยางก้อนถ้วยถือเป็น วตั ถดุ บิ ข้นั ต้นท่ีใชใ้ นการผลติ ยางแทง่ การใช้ยางพาราในจงั หวัดชลบรุ ี โรงงานหรอื บริษทั จะมีการใช้ยางเพ่อื แปรรูปยางแทง่ เปน็ สว่ น ใหญ่ รองลงมาคือ น้ำยางข้นและยางแผ่นรมควัน โดยการส่งออกของผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่คือยางแท่งซ่ึงคิดเป็นร้อย ละ 95 ของผลิตภัณฑ์ท่ีส่งออกท้ังหมด ผลิตภัณฑ์ยางทั้งหมดน้ีจะถกู ส่งขายไปยังตลาดต่างประเทศเพ่ือใช้แปร รูปเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบอ่ืน ๆ สำหรับตลาดส่งออกที่สำคัญคือ ประเทศจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ยุโรป รัสเซีย และตะวันออก กลาง ซึง่ ข้ึนอยกู่ บั ขอ้ ตกลงที่ประเทศคู่คา้ จะเขา้ มารบั สินคา้ เองหรอื ให้ส่งออก
ตารางท่ี 3.10 บัญชีสมดุล ยางพารา จังหวัดชลบรุ ี ปี 2560 หน่วย : ตนั รายการ ปี 2560 รวม ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. 1. ผลผลิตในจงั หวดั ท้งั หมด 4,597 2,905 409 2,688 4,557 8,015 4,894 5,400 5,456 12,541 14,266 14,506 80,235 1.1 ผลผลิตยางพาราของจังหวดั 2,387 1,508 212 1,396 2,367 4,162 2,542 2,804 2,833 6,512 7,408 7,533 41,666 1.2 นำเข้าผลผลติ ยางพาราจากจงั หวัดอื่น 2,210 1,396 197 1,292 2,191 3,853 2,353 2,596 2,623 6,028 6,858 6,973 38,569 2. ความต้องการใช้ ในจังหวัด 4,597 2,905 409 2,688 4,557 8,015 4,894 5,400 5,456 12,541 14,266 14,506 80,235 2.1 เขา้ โรงงานแปรรปู 4,368 2,759 389 2,553 4,329 7,615 4,650 5,130 5,183 11,914 13,552 13,781 76,223 46 2.1.1 โรงงานยางแผ่นรมควัน (3%) 131 83 12 77 130 228 139 154 155 357 407 413 2,287 46 2.1.2 โรงงานยางแทง่ (95%) 4,149 2,621 369 2,426 4,113 7,234 4,417 4,873 4,924 11,318 12,875 13,092 72,412 2.1.3 โรงงานน้ำยางขน้ (2%) 87 55 8 51 87 152 93 103 104 238 271 276 1,524 2.2 ส่งออกไปนอกจงั หวดั 230 145 20 134 228 401 245 270 273 627 713 725 4,012 3. ผลผลิตสว่ นเกนิ /ขาด - - -------- - - - ทม่ี า: จากการคำนวณ
47 3) ปัญหาและอุปสรรค ด้านการผลติ - เกษตรกรกรยังคงมีการผลิตยางที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้ถูกกดราคาเมื่อนำไปขายให้กับพ่อค้าคน กลาง - สภาพอากาศที่แปรปรวน เชน่ เมอื่ มีฝนตกมาก เกษตรกรจะรีบเก็บยางมาขาย ซึ่งยางที่เก็บ จะมคี ุณภาพต่ำและมคี วามชื้นสูง - ผลผลิตยางยังมีสง่ิ ปลอมปนทำให้คุณภาพยางไม่ตรงตามความตอ้ งการของผู้รับซือ้ ดา้ นการตลาด - เกษตรกรไมม่ อี ำนาจในการต่อรองราคาจากการขายผลผลติ ใหก้ ับพอ่ ค้ารวบรวมในท้องที่ - ราคายางมีความผันผวนและมีแนวโน้มลดลง เน่ืองจากกลไกทางการตลาดและภาวะ เศรษฐกจิ โลก ทำใหพ้ อ่ คา้ รบั ซ้ือยงั ไมส่ ามารถขายยางได้ หรือบางคร้ังต้องขายท้ังท่ขี าดทนุ 4) ขอ้ คดิ เห็นและข้อเสนอแนะ - ส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพารา ทั้งเรื่องของการปรับปรุงคุณภาพของ ผลผลิตยางและการสร้างความเขา้ ใจเรอ่ื งสถานการณ์ยางพาราในปัจจุบนั - ส่งเสรมิ ให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มเพ่ือการขายผลผลิตยาง ซึ่งจะสามารถสร้างอำนาจต่อรองด้าน ราคากับพ่อคา้ คนกลาง - ส่งเสรมิ การนำยางพาราภายในประเทศ ไปใชแ้ ปรรปู เป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ และพัฒนาระบบ สาธารณูปโภคภายในประเทศเพอื่ ทำถนน ปพู น้ื เพอ่ื ทำให้เกิดการใช้ยางภายในประเทศทเ่ี พม่ิ ขึน้ - สนบั สนุนผลงานวิจัยที่มอี ยู่ในปัจจุบัน โดยการนำมาใช้เพ่ือพัฒนาทั้งด้านการผลิต การแปร รูปผลิตภณั ฑ์ยางพารารวมถงึ การพัฒนาดา้ นการตลาดเพ่อื ใหเ้ กดิ ประโยชน์ 3.2.2 สบั ปะรดโรงงาน 1) วิถกี ารตลาด วิถีการตลาดในส่วนของวิถีการตลาดสับปะรดในจังหวัดชลบุรี ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากใน สองช่วงเวลา คือ ช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน และช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม โดยเกษตรกรผู้ปลูก สับปะรดจะทำการเก็บเก่ียวผลผลิตและนำออกขายทันที เน่ืองจากสับปะรดเป็นสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษา นอ้ ยและเน่าเสยี ง่าย ในการกระจายผลผลติ สับปะรดในจังหวัดชลบรุ ี พบว่าเกษตรกรมีการนำผลผลติ จำหนา่ ย 3 ช่องทาง คือ จำหน่ายให้กับโรงงานแปรรูปในจังหวัดโดยตรงร้อยละ 77 ของผลผลิตทั้งหมดในจังหวัด จำหน่ายให้แผงรับซ้ือหรือเป็นการนำไปขายเพ่ือการบริโภคสดร้อยละ 3 ของผลผลิตทั้งหมดในจังหวัด และ จำหนา่ ยให้กบั โรงงานแปรรูปนอกจังหวดั ร้อยละ 20 (ภาพท่ี 3.2) โรงงานแปรรูปท่ีรับผลผลิตสับปะรดจากเกษตรกรจะนำผลผลิตไปทำการแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์สับปะรดกระป๋องและน้ำสับปะรด ซึ่งบริษัทจะส่งออกสินค้าแปรรูปไปยังตลาดต่างประเทศท้ังหมด สำหรับการแปรรูปสับปะรดอาจจะมีสับปะรดท่ีตกเกรด ซ่ึงบริษัทจะนำไปขายให้กับผู้บริโภคภายในประเทศ
48 เพ่ือบรโิ ภคสด อยา่ งไรกต็ าม ผลผลิตสับปะรดจากเกษตรกรภายในจงั หวัด ซ่ึงมีไม่เพียงพอต่อความตอ้ งการของ โรงงานแปรรูปในจังหวัด จำเปน็ ต้องมกี ารนำเขา้ ผลผลิตจากต่างจังหวดั หรอื จังหวัดในเขตภาคตะวันออก 3% แผงรับซ้อื 3% ตลาดในจังหวดั ตกเกรด 7% เกษตรกร จ.ชลบรุ ี 77% 100% โรงงานในจงั หวดั 20% โรงงานนอกจงั หวดั นำเขา้ ผลผลติ จากตา่ งจงั หวดั ภาภพาพทท่ีี่ 33..22ววถิ ีตถิ ลตี าลดสาินดคสา้ สินบั คปา้ ะสรดบั ในปจะังหรวดัดใชนลจบรุังีหปีว2ดั 5ช60ลบรุ ี 2) การบรหิ ารจดั การสินคา้ สบั ปะรดเชิงพื้นท่ี การใช้สับปะรดในจังหวดั ชลบุรีแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ การใชบ้ ริโภคสดและการใช้ เพื่อแปรรูปในโรงงาน โดยในปี 2560 คาดว่าความต้องการใช้สับปะรดมีประมาณ 257,225 ตัน โดยโรงงาน แปรรูปจะใช้สับปะรดในจังหวัดประมาณ 89,893 ตัน ใช้สับปะรดจากต่างจังหวดั ประมาณ 128,807 ตัน และมกี าร นำไปใช้เพ่ือบริโภคสดประมาณ 12,841 ตัน นอกจากนี้สับปะรดจะถูกส่งออกไปใช้แปรรูปในจังหวัดอื่น ๆ ประมาณ 25,684 ตัน ไดแ้ ก่ จังหวัดตราดและระยอง อย่างไรก็ตาม จังหวัดชลบุรียังมีปัญหาด้านการขาดแคลนวัตถุดิบเพื่อการแปรรูป เน่ืองจาก ผลผลิตสับปะรดในจังหวัดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ของโรงงานแปรรูป จึงต้องมีการนำเข้าผลผลิต สบั ปะรดจากต่างจงั หวดั
ตารางที่ 3.11 บญั ชสี มดุลสับปะรดจังหวัดชลบรุ ี ปี 2560 หนว่ ย: ตัน รายการ ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รวม 1 ผลผลติ (Supply) 12,707 11,960 30,482 25,825 34,442 26,107 9,801 15,407 19,241 21,298 32,077 17,877 257,225 1.1 ผลผลติ สับปะรดในจงั หวัด 6,344 5,971 15,218 12,893 17,195 13,034 4,893 7,692 9,606 10,633 16,014 8,925 128,418 1.2 นำเข้าสบั ปะรดจากจงั หวัดอื่น 6,363 5,989 15,264 12,932 17,247 13,073 4,908 7,715 9,635 10,665 16,063 8,952 128,807 2 ความตอ้ งการใช้ (Demand) 12,707 11,960 30,482 25,825 34,442 26,107 9,801 15,407 19,241 21,298 32,077 17,877 257,225 2.1 กำลงั การผลิตของโรงงานแปรรูป 10,804 10,169 25,917 21,957 29,284 22,197 8,333 13,100 16,359 18,108 27,272 15,200 218,700 ในจงั หวัด -โรงงานใช้สบั ปะรดในจงั หวัด 4,441 4,180 10,653 9,025 12,037 9,124 3,425 5,384 6,724 7,443 11,210 6,248 89,893 49 -โรงงานใชส้ บั ปะรดต่างจงั หวัด 6,363 5,989 15,264 12,932 17,247 13,073 4,908 7,715 9,635 10,665 16,063 8,952 128,807 49 2..2 เขา้ โรงงานโรงงานแปรรูปสบั ปะรด 1,269 1,194 3,044 2,579 3,439 2,607 979 1,538 1,921 2,127 3,203 1,785 25,684 จังหวดั อืน่ 2.3 เขา้ ตลาดบรโิ ภคสด 634 597 1,522 1,289 1,719 1,303 489 769 961 1,063 1,601 892 12,841 3 ผลผลิตสมดุล*(1 – 2) - - - - - --- - - - - -
50 3) ปัญหาและอุปสรรค ด้านการผลติ - สับปะรดเกิดโรคในช่วงท่ีอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหันในช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคม ซ่ึงทำ ใหผ้ ลผลิตเกิดความเสียหาย - ผลผลิตภายในจงั หวดั ไม่เพียงพอกบั ความตอ้ งการของโรงงานแปรรูปในจังหวดั - ต้นทุนการผลติ สงู ขึ้น ในขณะท่ีราคาสบั ปะรดลดลง - สภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ผลผลิตสับปะรดเสียหาย ดา้ นการตลาด - เนื่องจากผลผลิตสับปะรดที่ออกมาพรอ้ มกันทง้ั ภายในจังหวัด และต่างจังหวัดทำใหโ้ รงงาน ต้องชะลอการส่งั ซอ้ื ซงึ่ ในขณะเดยี วกันเกษตรกรจำเป็นตอ้ งเกบ็ เก่ยี วผลผลติ ถึงแมร้ าคาจะตกต่ำ - การที่ผลผลิตมีปรมิ าณมากทำให้ประเทศคูค่ ้าชะลอการส่ังซ้อื และรับซ้ือสับปะรดในราคาถกู ลง 4) ขอ้ คิดเห็นและขอ้ เสนอแนะ - ส่งเสรมิ เรอ่ื งกำหนดพนื้ ที่ปลกู สับปะรดที่เหมาะสม เพ่ือควบคมุ การปลกู ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ - พัฒนาการแปรรูปสับปะรดเพื่อให้เกิดความหลากหลาย ซึ่งจะสามารถชว่ ยเพ่มิ มูลคา่ ในชว่ ง ทสี่ ับปะรดล้นตลาด - ส่งเสริมการบริโภคสับปะรดผลสด โดยทำให้เกิดผลผลิตท่ีมีคุณภาพและออกผลอย่าง สม่ำเสมอ - สร้างเกษตรกรต้นแบบในเรื่องการวางแผนการผลิตและการตลาด โดยการถา่ ยทอดความรู้ และใหเ้ กษตรกรดำเนนิ การปฏบิ ตั ิจรงิ เพ่อื ใหเ้ กดิ ต้นแบบและเป็นตัวอยา่ งท่ดี ีให้กับเกษตรกรรายอื่น - สรา้ งแนวทางในการบรหิ ารจัดการและการจัดหาตลาด เพ่ือใหส้ ามารถกระจายผลผลิตออก สตู่ ลาดไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ - ประชาสัมพันธ์เรอื่ งประโยชน์จากการบริโภคสับปะรด เพ่ือให้เกิดการบริโภคสับปะรดมาก ขึน้ 3.2.3 ปาล์มนำ้ มัน 1) วิถีการตลาด โครงสร้างการตลาดปาล์มน้ำมันของจังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันใน จังหวัดชลบุรี ลานเทในจังหวัดชลบุรีซึ่งมีหน้าที่รวบรวมผลผลิตผลปาล์มสดที่เป็นท้ังผลปาล์มท้ังทลายและผล ปาล์มร่วง (FFB: Fresh Fruit Bunches) ซึ่งมีจำนวนน้อยราย โดยส่วนใหญ่จะต้ังใกล้แหล่งปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อรวบรวมส่งโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมัน และสดุ ทา้ ยโรงงานแปรรปู ปาลม์ น้ำมนั ในจงั หวดั ชลบุรีซ่ึงจะมีจดุ รับ ซ้อื ของบริษทั และจุดรับซื้อท่ีโรงงาน ซงึ จังหวัดชลบุรีมโี รงงานสกัดปาล์มน้ำมัน 2 แห่ง ได้แก่ กลุ่มเครือบริษัท สุขสมบรู ณ์น้ำมันปาล์ม จำกัด และกลมุ่ เครือบริษัท อีสเทริ ์นปาล์มออยล์ จำกัด และโรงงานสกัดเมล็ดใน จำนวน 1 แห่ง ไดแ้ ก่ บรษิ ัท ไทย โกลเดน้ ออยล์ จำกัด รวมกนั มีกำลังการผลิตเฉล่ยี ประมาณ 195 ตนั ตอ่ ชว่ั โมง
51 ในส่วนของวถิ ีการตลาดปาลม์ น้ำมันของจังหวัดชลบุรี ปี 2560 ซึ่งมีผลผลิตจำนวน 283,646 ตนั โดยกระจายผลผลิตไปยงั แหลง่ รบั ซอ้ื ตามโครงสร้างของตลาด โดยมีรายละเอียดดังน้ี (ภาพที่ 3.3) 1) เกษตรกรผปู้ ลูกปาล์มน้ำมันในจงั หวัดชลบรุ ี ส่วนใหญ่จะเกบ็ เกีย่ วปาลม์ น้ำมนั แล้วนำไปส่ง โรงงานสกดั น้ำมันปาล์มโดยตรงร้อยละ 75.11 เน่ืองจากโรงงานสกัดตั้งอยใู่ นพ้ืนท่ีผลิตปาล์มน้ำมันแหล่งใหญ่ ของจังหวัดชลบรุ ี และส่งผา่ นลานเทในจงั หวัดชลบุรรี ้อยละ 24.89 2) ลานเทในจังหวัดชลบุรี รวบรวมผลผลิตในจังหวัดชลบุรีร้อยละ 24.89 ส่งโรงงานแปรรูป ปาล์มน้ำมันซ่ึงในจงั หวัดชลบุรี ซึ่งจะขนส่งภายใน 24 ช่ัวโมงให้ถึงโรงงานแปรรูปเพื่อรกั ษาคุณภาพอัตราการ สกัดน้ำมันปาลม์ 3) โรงงานสกัดในจังหวัดชลบุรี จะรับผลผลิตปาล์มน้ำมันภายในจังหวัดท้ังหมดร้อยละ 100 และมีการรวบรวมจากจุดรับซื้อของบริษัทและนำเข้าผลผลิตจากนอกเขตจังหวัดกว่า 1.2 เท่าของผลผลิตทั้ง จังหวดั ชลบรุ ี โดยมาจากท่วั ทุกภาคของประเทศไทยแบ่งเป็น ภาคเหนือ รอ้ ยละ 6 เช่น จังหวัดเชียงราย พษิ ณุโลก กำแพงเพชร นครสวรรค์ เป็นตน้ ภาคอีสานตอนบน ร้อยละ 13 เช่น จังหวัดบึงกาฬ อุดรธานี เลย นครพนม มุกดาหาร เปน็ ตน้ ภาคอีสานตอนล่าง ร้อยละ 15 เช่น จังหวัดอบุ ลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา เป็นตน้ ภาคกลาง รอ้ ยละ 14 เชน่ จังหวัดปทุมธานี ราชบรุ ี กาญจนบรุ ี สระบุรี เป็นตน้ ภาคตะวันออก ร้อยละ 52 เช่น จังหวดั จันทบุรี ปราจนี บุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สระแก้ว เป็นต้น ทั้งนี้ โรงงานสกัดปาล์มน้ำมันในจังหวัดชลบุรีมีการแปรรูปต่อเน่ืองแปรรูปเป็นหลายผลิตภัณฑ์ ในรูปแบบอุตสาหกรรมแปรรูปปาล์มนำ้ มนั ครบวงจรตั้งแต่ การคัดสรรเมล็ดพนั ธุ์ท่ีดีให้ผลผลิตสูงสุด เพาะกลา้ ปาล์ม ทำสวนปาล์มน้ำมัน นำมาผ่านกระบวนการสกัด กระบวนการกลั่นและกรอง พลังงานไบโอดีเซล ผลิตภัณฑ์ อาหารตา่ ง ๆ เพอื่ ให้ได้ผลติ ภณั ฑ์ท่ีมคี ณุ ภาพปลอดภยั ส่ผู บู้ ริโภค
52 ภาพที่ 3.3 วถิ ีตลาดปาล์มน้ำมนั จงั หวดั ชลบรุ ี ปี 2560 2) การบริหารจัดการสินค้าปาล์มนำ้ มนั เชิงพื้นท่ี ด้านผลผลิต (Supply) คือปริมาณผลปาล์มน้ำมันสดในจังหวัดรวมกับผลผลิตที่นำเข้ามาจาก จงั หวดั อ่ืน ซ่ึงปี 2560 จังหวัดชลบุรมี ีผลผลิตปาล์มน้ำมัน จำนวน 283,646 ตัน ออกสู่ตลาดทุกเดอื นตลอดปี โดยจะ ออกสู่ตลาดมากชว่ งเดือนเมษายนถงึ กรกฎาคมเน่ืองจากไดร้ ับปริมาณน้ำฝนเพียงพอในช่วงปลายปี 2559 และมี การนำเข้าผลผลิตมาจากจังหวัดอนื่ จำนวน 339,987 ตนั คิดเป็นร้อยละ 120 ของผลผลิตปาล์มน้ำมันจังหวดั ชลบุรี ทำให้มีผลผลติ รวม จำนวน 623,633 ตนั ด้านความต้องการใช้ (Demand) คือปริมาณความต้องการใช้ปาล์มน้ำมันของโรงงานสกัด น้ำมันปาล์มทุกแห่งท่ีรับซื้อ ซึ่งปี 2560 มีการประมาณการความต้องการใช้ปาล์มน้ำมันที่โรงงานสกัดปาล์ม นำ้ มนั รบั ซอ้ื ท้ังหมดจำนวน 623,633 ตนั เพราะผลผลติ ปาล์มน้ำมนั ในจงั หวดั ชลบุรีไม่มกี ารนำไปขายทจ่ี ังหวัด อนื่ เมื่อพิจารณาถึงความต้องการใช้ผลปาล์มน้ำมันตามกำลังการผลิตของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ในจังหวัด พบว่า มีโรงงานสกัดน้ำมนั ปาล์มทงั้ หมด 3 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 225 ตันต่อชั่วโมง และ ส่วนใหญต่ ้องการผลติ วันละ 20 ชัว่ โมง โดยแบ่งเป็น 2 รอบ รอบละ 10 ชัว่ โมง และทำงานเฉลี่ยอาทิตย์ละ 6 วัน สง่ ผลให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในจังหวัดชลบุรีต้องการผลปาล์มประมาณ 1,404,000 ตันต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ
53 117,000 ตัน จาก (ตารางที่ 3.12) เห็นว่าผลปาล์มน้ำมันท่ีอยู่ในจังหวัดชลบุรีท้ังหมดในปี 2560 น้อยกว่าความ ตอ้ งการใช้ผลปาล์มนำ้ มันตามกำลงั การผลิตของโรงงานสกัดน้ำมันปาลม์ ในจงั หวัดชลบุรีประมาณ 780,367 ตนั หรือเฉล่ียเดือนละ 65,031 ตัน ซึ่งมีบางเดือนต้องการผลผลิตเพ่ิมได้สูงสุดถึง 83,000 ตัน สุดท้ายเมื่อคิดค่าศักยภาพ การผลติ ปาล์มของจังหวัดชลบรุ ีได้เท่ากับรอ้ ยละ 44.42 ซึ่งยงั ไม่เต็มกำลงั การผลิตท่ีสามารถผลิตได้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้มีการนำเข้าผลผลิตจากต่างจังหวัดแล้วร้อยละ 120 ของผลผลิตปาล์ม นำ้ มันจังหวดั ชลบุรี แต่ยงั ไม่เพยี งพอตอ่ ความต้องการใชข้ องโรงงานภายในจงั หวัดท่ีมีกำลงั การผลิตจำนวนมาก จึงควรพัฒนาเพ่ิมผลผลิตต่อไร่หรือเพิ่มพ้ืนท่ีปลูกในพื้นท่ีที่เหมาะสมต่อการปลูกปาล์มน้ำมัน และควรมีการ บริหารจัดการพิจารณาการนำเข้าผลผลิตในช่วงเดือนที่ผลผลิตไม่เพยี งพอในปริมาณทมี่ ากเพื่อไมส่ ่งผลกระทบ ตอ่ ราคาของผลผลิตปาล์มนำ้ มันในพนื้ ทีจ่ งั หวดั ชลบรุ ี 24.89%
ตารางท่ี 3.12 บญั ชีสมดุลปาล์มน้ำมนั ของจังหวัดชลบรุ ี ปี 2560 หน่วย : ตนั รายการ บญั ชสี มดลุ ปาล์มนำ้ มนั ปี 2560 ของจงั หวัดชลบุรี รวม (ตนั ผลปาล์ม 1. ผลผลิตในจังหวัดทัง้ หมด (1 = 1.1 + 1.2) ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. 1.1 ผลปาลม์ สดทอ่ี อกสตู่ ลาด รอ้ ยละ 32,779 38,392 47,532 58,290 76,275 76,398 80,004 59,578 47,807 40,460 34,620 สด) ปริมาณ 4.88 5.84 7.66 10.17 13.67 13.21 13.81 9.03 6.75 5.67 4.69 1.2 ซอื้ ผลปาล์มสดจากจังหวัดอ่ืน (เหนือ ธ.ค. 13,842 16,565 21,727 28,847 38,774 37,470 39,172 25,613 19,146 16,083 13,303 19% กลาง14%ใต้25%ตอ.42%) 18,937 21,827 25,805 29,443 37,501 38,928 40,832 33,965 28,661 24,377 21,317 31,498 623,633 4.62 100 13,104 283,646 18,393 339,987 2. ความต้องการใช้ (2.1+2.2 = 1) 32,779 38,392 47,532 58,290 76,275 76,398 80,004 59,578 47,807 40,460 34,620 31,498 623,633 54 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 2.1 ขายผลปาลม์ สดไปจงั หวดั อืน่ 54 32,779 38,392 47,532 58,290 76,275 76,398 80,004 59,578 47,807 40,460 34,620 31,498 623,633 2.2 ปริมาณผลปาล์มที่โรงงานสกัดฯ สามารถรับซื่อ 117,000 117,000 117,000 117,000 117,000 117,000 117,000 117,000 117,000 117,000 117,000 117,000 1,404,000 ได้ (2.2 = 1-2.1) 3. ความต้องการตามกำลังการผลติ -84,221 -78,608 -69,468 -58,710 -40,725 -40,602 -36,996 -57,422 -69,193 -76,540 -82,380 -85,502 -780,367 29.69 34.22 40.46 46.16 58.79 61.03 64.02 53.25 44.93 38.22 33.42 28.84 44.42 (A = 2 โรง สกัดเมลด็ ใน = 1 โรง กำลงั การผลติ รวม 225 ตนั /ชม. สป.ละ 6 วนั ) 4. ผลผลติ ส่วนขาด (-) สว่ นเกนิ (+) (2.2-3) 5.Utilization (%) (5 = 2.2/3)*100 ท่ีมา : จากการคำนวณ
55 3) ปญั หาและอปุ สรรค ด้านการผลติ - แรงงานในการเก็บเกีย่ วปาล์มนำ้ มันหายากและมแี นวโนม้ ขาดแคลนเพราะเป็นงานหนกั - เกษตรกรบางรายขาดความรู้ในเรือ่ งของการจดั การสวนท่ีดี เช่น การใส่ป๋ยุ ตามค่าวิเคราะห์ ดนิ และใบ การตัดแต่งทางใบ การตดั ปาล์มสุก การให้น้ำเสริม เป็นต้น - การขยายพื้นที่อ้อยโรงงานเป็นพืชท่ีมาทดแทนพ้ืนท่ีปลูกปาลม์ น้ำมนั ซ่งึ ราคาอ้อยโรงงานมี ราคาท่ดี แี ละมีวิธกี ารผลติ ทดี่ ี มเี คร่ืองจกั รทดแทนแรงงานอาจสง่ ผลตอ่ นโยบายการขยายพ้ืนที่ปลกู ปาลม์ น้ำมัน - การขยายพื้นที่ปลูกปาล์มไปในพื้นท่ีท่ีไม่เหมาะสมทำให้พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันบางแห่ง ขาดแคลนแหลง่ นำ้ เสริมเมอ่ื เกดิ ภยั แลง้ สง่ ผลให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ - เกษตรกรรายย่อยขาดเงินทุนสนับสนุนในการปรบั ปรุงสวนและการปลูกทดแทนสวนเกา่ ที่มี อายุเกนิ 25 ปี - สภาพภูมิอากาศเปล่ียนแปลงมีผลต่อการติดผลของปาล์มน้ำมันเป็นอย่างมากทำให้ผลผลิต ออกสตู่ ลาดมคี วามผันผวนมากสง่ ผลใหเ้ กิดความเสีย่ งในการวางแผนการผลิตของโรงงานแปรรปู ปาลม์ นำ้ มัน ด้านการตลาดและการแปรรปู - ลานเทยังไม่มีมาตรฐานขาดการกำกับ ดูแลและควบคุมจุดรับซ้ือผลปาล์มสดเกิดการซ้ือผล ปาลม์ ไมม่ ีคุณภาพแยกลกู รว่ ง รดนำ้ เจอื ปนกรวดทราย ทำให้ผลปาล์มน้ำมนั มีคณุ ภาพตำ่ - ผลผลิตในพื้นทไ่ี ม่เพียงพอกับโรงสกดั ท่ีมกี ำลังการผลติ มากกว่าผลผลิต 2 เทา่ - การรับซื้อไม่มีเคร่ืองมือวัดเปอร์เซ็นต์น้ำมันทำให้เกษตรกรไม่เช่ือมั่นในราคาที่ได้รับว่า เป็นไปตามคุณภาพมาตรฐานทะลายปาล์มน้ำมันในการซ้ือขาย 4) ข้อเสนอแนะ - พฒั นาเคร่ืองจักรทดแทนแรงงานโดยเฉพาะการเก็บเกย่ี วผลผลิต การขนผลผลิตขึ้นรถ การตัด แต่งทางใบ - สง่ เสริมให้ความร้ใู นเร่อื งของการจดั การสวนท่ีดี การจัดทำระบบการใหน้ ้ำ การบริหารจัดการ นำ้ ในสวนปาล์ม และสนับสนุนระบบส่งนำ้ เพอื่ การลดต้นทนุ การผลิต - การพิจารณาจัดทำนโยบายส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรควรพิจารณาในหลายมิติหลายสนิ ค้าเพื่อ ไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการผลิตท่ีส่งผลกระทบต่ออีกชนิดสินค้าควรคำนึงถึงทิศทางแนวโน้มความ ตอ้ งการของตลาดนำการผลิตเพ่อื สรา้ งเสถียรภาพของปริมาณและราคา - การจัดการการวางแผนการผลิตต้องนำปัจจัยดา้ นการเปลี่ยนแปลงสภาพภมู ิอากาศมาวเิ คราะห์ผล ประมาณการผลผลติ เพ่ือลดความเส่ยี งในการวางแผนการผลิตและการแปรรูป - ยกระดับการสร้างมาตรฐานลานเทโดยการข้ึนทะเบียนลานเท และมีกฎหมายบังคับ บทลงโทษ ในการดำเนนิ การใหม้ ีคุณภาพไม่เจือปน - พัฒนาคุณภาพการรับซ้ือโดยส่งเสริมการใช้เครื่องวัดเปอร์เซ็นต์น้ำมันตามมาตรฐานทะลาย ปาลม์ นำ้ มนั ในการซอ้ื ขายทำใหเ้ กษตรกรมีความเชอ่ื ม่นั ในราคาท่ีไดร้ ับตามมาตรฐาน
56 - รัฐบาลควรส่งเสริมการสร้างเครือข่ายให้ผู้ประกอบการได้รับทราบข้อมูลห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของอุตสาหกรรมปาล์มนำ้ มัน รวมทั้งสนบั สนนุ การวจิ ยั และพัฒนาทีส่ ามารถนำไปปฏิบตั ิได้ - ภาครัฐควรส่งเสริมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันที่มีความสามารถในการแข่งขันและมีความ เปน็ ไปได้เพื่อลดความเส่ียงในการลงทนุ โดยเลือกผลิตภณั ฑ์ท่ีมีมลู ค่าสูง และมคี วามแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งอาจ มกี ารพฒั นาผลติ ภณั ฑร์ ่วมกบั ประเทศคู่คา้ ดว้ ย 3.2.4 มันสำปะหลงั โรงงาน 1) วิถกี ารตลาด โครงสรา้ งการตลาดมันสำปะหลงั ในจังหวัดชลบุรีประกอบด้วย เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ลานมนั /ลานมนั เสน้ ส่วนโรงงานแปรรูปมนั สำปะหลังในจงั หวดั ชลบรุ ีมจี ำนวนหลายแหง่ ซึ่งบางโรงงานแปรรูป มีการเปดิ ลานมันรบั ซ้ือหวั มันสดดว้ ย จากข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวดั ชลบุรี พบวา่ มีลานมนั จำนวน 31 แห่ง แต่จากการสุ่มสำรวจพบว่ามีบางแห่งปิดกิจการหรือย้ายแหล่งรับซ้ือไปจังหวัดอ่ืนเพราะผลผลิตมัน สำปะหลงั ของจังหวดั ชลบรุ ีไม่เพียงพอ และต้องแขง่ รบั ซื้อกบั โรงงานแปรรปู จงึ ทำให้ขาดทนุ ส่วนโรงงานแปร รูปแป้งมันสำปะหลัง/ดัดแปร มีจำนวน 5 แห่ง และโรงงานมันอัดเม็ดมีจำนวน 12 แห่ง และจากข้อมูลของ กระทรวงพลังงานพบวา่ จงั หวดั ชลบุรีมโี รงงานเอทานอล จำนวน 1 แหง่ ไดแ้ ก่ บรษิ ัท พ.ี เอส.ซี.สตาร์ช โปรดกั ส์ จำกัด (มหาชน) ใช้วัตถุดิบเป็นมันเส้น กำลังการผลติ 150,000 ลิตรต่อวัน ซ่ึงในการศึกษาครั้งนี้ใช้อัตราแปลง การผลติ เอทานอล 1 ลติ รใชห้ ัวมันสด 6.25 กก. หรือมันเสน้ 2.63 กก. ในส่วนของวิถกี ารตลาดมนั สำปะหลงั ของจังหวัดชลบุรี ปี 2560 ซึ่งมีผลผลติ จำนวน 635,481 ตนั โดยกระจายผลผลติ ไปยงั แหลง่ รบั ซื้อประเภทแปรรปู โดยมีรายละเอียดดังน้ี (ภาพท่ี 3.4) 1) เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลงั จงั หวัดชลบรุ จี ะนำหัวมันสดมาขายให้กบั ลานมันรับซ้ือหัวมัน สดหรือลานมันเส้นที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่เก็บเก่ียว โดยส่วนใหญ่ขายให้ลานมันในจังหวัดชลบุรีรอ้ ยละ 41.09 และบางส่วนขายแหล่งรับซ้ือนอกจังหวัดชลบรุ ีอีกร้อยละ 4.44 เชน่ ระยอง ฉะเชิงเทรา เป็นตน้ หากเป็นลาน มันจะรับซ้ือหัวมันสดเกรดคละจะไม่วัดเปอร์เซนต์แป้ง แต่หากลานมันที่มีการผลิตมันเส้นจะรับซื้อตาม เปอรเ์ ซนต์แป้ง และเกษตรกรจะนำผลผลติ มาขายให้กับโรงงานแปรรปู แป้งมันสำปะหลงั /ดดั แปรและโรงงาน มันอดั เม็ดในจังหวัดชลบรุ รี ้อยละ 28.70 และขายให้โรงงานเอทานอลในจังหวัดชลบรุ รี อ้ ยละ 25.77 2) ลานมัน/ลานมันเส้นจังหวัดชลบุรีจะทำการรับซ้ือหัวมันสำปะหลังสดจากเกษตรกรใน จังหวัดชลบุรีเป็นส่วนใหญ่ร้อยละ 41.09 จากนั้นมาแปรรูปเป็นมันเส้น ส่วนใหญ่ส่งขายต่อให้โรงงานแปรรูป แป้งมนั สำปะหลัง/ดัดแปรและโรงงานมันอัดเม็ดในจงั หวัดชลบุรรี ้อยละ 22.60 และส่งขายตอ่ โรงงานเอทานอล ในจังหวัดชลบุรีร้อยละ 18.49 ซึ่งลานมันจะรับซ้ือผลผลิตบางส่วนมาจากต่างจังหวัด เน่ืองจากผลผลิตใน จังหวดั ไม่เพียงพอกับความตอ้ งการใช้ 3) โรงงานแปรรูปมันสำปะหลังในจังหวดั ชลบุรีมีจำนวนมากซ่ึงบางโรงงานแปรรูปมีการเปิด ลานมันรับซ้ือหัวมันสดด้วย โดยรับซ้ือหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้นจากเกษตรกรในจังหวัดชลบุรีร้อยละ
57 28.70 และรับซ้ือจากลานมันในจงั หวัดชลบุรีรอ้ ยละ 22.60 รวมรบั ซ้ือผลผลิตจากจังหวดั ชลบุรีร้อยละ 51.30 ซึง่ ผลผลิตในจงั หวดั ไม่เพยี งพอกบั ความตอ้ งการใชจ้ งึ มกี ารรบั ซือ้ จากผลผลิตตา่ งจงั หวัดมาแปรรูปเพมิ่ เติม 4) โรงงานเอทานอลในจังหวัดชลบุรี รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในจังหวัดชลบุรีร้อยละ 25.77 และจากลานมันเส้นในจังหวดั ชลบรุ ีร้อยละ 18.49 รวมรับซ้ือผลผลิตจากจังหวัดชลบุรีรอ้ ยละ 44.26 ซึ่งผลผลิตของ จังหวัดชลบรุ ยี ังไมเ่ พยี งพอกับความต้องการใชจ้ งึ มีการรบั ซ้ือจากผลผลิตต่างจงั หวัดมาผลิตเอทานอลเพมิ่ เติม ผลผลิตนำเขา้ จากจงั หวัดอ่นื เกษตรกร จ.ชลบุรี ผลผลิตนำเข้าจากต่างประเทศ* 38% 100% 38% 41.09% 28.70% 25.77% 4.44% ลานมนั โรงงานแปรรูป โรงงานเอทานอล ส่งออกไป จังหวดั ชลบุรี แปง้ มนั สำปะหลงั ดบิ /ดดั แปร/มัน จงั หวัดชลบุรี จงั หวดั อ่ืน 22.60% อดั เม็ด จังหวัดชลบุรี 44.26% 4.44% 41.09% จงั หวัด 51.30% 18.49% ภาพท่ี 3.4 วิถตี ลาดมันสำปะหลงั ของจงั หวดั ชลบรุ ีปี 2560 หมายเหตุ : * ผลผลิตนำเขา้ จากตา่ งประเทศจะอนญุ าตนำเขา้ เฉพาะมันเสน้ ตามชว่ งเวลาประกาศ ตามกฎหมายกำหนด ท่มี า : จากการสำรวจ 2) การบริหารจดั การสินค้ามนั สำปะหลงั เชิงพ้นื ที่ ด้านผลผลิต (Supply) คือปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังในจังหวัดรวมกับผลผลิตท่ีนำเข้ามาจาก จังหวัดอ่ืน ซึ่งปี 2559/60 จังหวัดชลบุรีมีผลผลิตหัวมันสำปะหลังสด จำนวน 635,481 ตัน ออกสู่ตลาดทุก เดือนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ถึงเดือนกันยายน 2560 โดยจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนมกราคมถงึ เมษายน ของทุกปีเพราะเป็นช่วงฤดูร้อนและครบกำหนดอายุการเก็บเก่ียว จากนั้นเข้าสู่ฤดูฝนเพื่อทำการเพาะปลูก ฤดกู าลใหม่ และมีการนำเข้าผลผลิตมาจากจงั หวัดอื่น จำนวน 242,310 ตัน คดิ เป็นร้อยละ 38 ของผลผลติ ท้ัง จงั หวดั ทำใหม้ ีผลผลติ รวม จำนวน 877,791 ตัน ด้านความตอ้ งการใช้ (Demand) คอื ปริมาณความต้องการใช้มันสำปะหลงั ของโรงงานแปรรูป และการส่งออกหัวมันสำปะหลังสดไปจังหวัดอ่ืน ซ่ึงปี 2559/60 มีการประมาณการความต้องการใช้
58 มันสำปะหลังของโรงงานแปรรูปในจังหวัดชลบุรีประเภทลานมันเส้น จำนวน 261,095 ตัน ประเภทโรงงาน แปรรูปแป้งมันสำปะหลัง/ดัดแปรและโรงงานมันอัดเม็ดจำนวน 326,001 ตัน ประเภทโรงงานเอทานอล จำนวน 281,252 ตัน และมีการส่งออกหัวมันสำปะหลังสดไปจังหวัดอื่น จำนวน 28,228 ตัน เช่น จังหวัด ระยอง ฉะเชงิ เทรา เป็นต้น ทำใหม้ คี วามตอ้ งการใช้มนั สำปะหลัง จำนวน 868,348 ตนั เมื่อเปรียบเทียบผลต่างระหว่างผลผลิตและความต้องการใช้ในจังหวัด พบว่า ผลผลิตมัน สำปะหลังของจังหวัดชลบรุ ีมนี ้อยกวา่ ความตอ้ งการประมาณ 18,785 ตัน คิดเปน็ ร้อยละ 2.96 ของผลผลิตมัน สำปะหลังจังหวัดชลบุรี อย่างไรก็ตาม ถึงแม้มีการนำเข้าผลผลิตจากต่างจังหวัดแล้วร้อยละ 38 แต่ยังไม่ เพียงพอต่อความต้องการใช้ของโรงงานแปรรูปภายในจังหวัดที่มีจำนวนมากจึงควรพัฒนาการเพมิ่ ผลผลติ ต่อไร่ และควรมกี ารบริหารจดั การพิจารณาการนำเข้าผลผลิตในช่วงเดือนท่ีผลผลิตไม่เพยี งพอในปรมิ าณที่มากเพ่ือไม่ ส่งผลกระทบตอ่ ราคามันสำปะหลงั ในพ้ืนท่ี
ตารางท่ี 3.13 บญั ชสี มดุลมนั สำปะหลงั จงั หวัดชลบรุ ี ปี 2560 หน่วย: ตันหวั มันสด รายการ ปี 2559 ปี 2560 รวม ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1.ผลผลิต (Supply) 40,115 81,196 66,975 106,140 85,234 206,968 132,195 20,979 66,800 24,315 19,322 27,552 877,791 1.1 ผลผลติ หวั มันสดของจงั หวัด 29,041 58,782 48,487 74,034 61,705 162,747 95,703 15,188 48,360 17,603 9,024 14,807 635,481 1.2 นำเข้าหัวมนั สดจากจังหวัดอ่นื 11,074 22,414 18,488 32,106 23,529 44,221 36,492 5,791 18,440 6,712 10,298 12,745 242,310 2. ความต้องการใช้ (Demand) 48,951 87,885 170,893 113,487 90,071 84,808 74,409 42,424 47,309 60,336 36,355 39,648 896,576 2.1 เขา้ โรงงานแปรรูป 48,951 84,919 167,720 98,237 83,232 84,808 74,409 42,424 47,309 60,336 36,355 39,648 868,348 - ลานมันเส้น 11,553 32,264 120,346 32,542 26,264 9,320 28,806 261,095 59 59 - โรงงานแป้งมันสำปะหลังดิบ/ 14,898 30,155 24,874 43,195 31,655 59,495 49,096 7,791 24,809 9,030 13,855 17,148 326,001 ดัดแปร/ มันอัดเม็ด - โรงงานเอทานอล 22,500 22,500 22,500 22,500 25,313 25,313 25,313 25,313 22,500 22,500 22,500 22,500 281,252 2.2 ส่งออกหวั มนั สดไปจงั หวัดอ่ืน 2,966 3,173 15,250 6,839 28,228 3.ผลผลิตส่วนเกนิ /ขาด -8,836 -6,689 -103,918 -7,347 -4,837 122,160 57,786 -21,445 19,491 -36,021 -17,033 -12,096 -18,785
60 3) ปัญหาและอุปสรรค ด้านการผลติ - เกษตรกรบางรายใช้พันธ์ุเดิมปลูกโดยไม่มีการเปลี่ยนพันธุ์เพราะหาท่อนพันธ์ุ/ต้นพันธ์ุที่ดี ไม่ไดท้ ำให้ผลผลติ ต่อไรต่ ่ำ และคุณภาพของเปอรเ์ ซ็นตแ์ ป้งต่ำ - เกษตรกรเจอปัญหาผลผลิตเนา่ เสียหายเพราะมีฝนตกทำใหผ้ ลผลิตต่อไรไ่ ดน้ ้อยลงมีเปอรเ์ ซ็นต์ แปง้ ตำ่ - เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ทำให้ เกษตรกรเร่งขุดหัวมันสำปะหลังขายเพ่ือชำระหนี้ ก่อนส้ินเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งทำให้ช่วงเวลาดังกล่าว ผลผลติ ออกสูต่ ลาดมาก ส่งผลให้ราคามันสำปะหลังต่ำ ด้านการตลาด - ลานมันเส้นขาดแคลนวัตถุดิบส่งผลให้ผลิตไมเ่ ต็มกำลังการผลิต จงึ มีตน้ ทุนการผลิตท่ีสูง ทำให้ ลานมนั เส้นบางลานตอ้ งปดิ กจิ การ - โรงงานแปรรูปและลานรวบรวมหัวมนั สดมีการแข่งขันกันรับซ้อื ทำใหไ้ มส่ ามารถเลือกหวั มัน สดตามคุณภาพได้ ซ่ึงบางครั้งได้หัวมันสดท่ีเปอร์เซ็นต์แป้งไม่ดี ทำให้ผลผลิตท่ีแปรรูปได้มีต้นทุนการผลิตท่ี เพม่ิ ขึน้ - โรงงานเอทานอลมคี วามตอ้ งการใช้วัตถุดิบมันเสน้ เพ่ือการผลติ จำนวนมากแต่ด้วยผลผลิตมัน เส้นมีแนวโนม้ ไม่เพียงพอจึงมีการนำเขา้ มนั เส้นหรืออาจปรับเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นชนิดอ่ืนทดแทน เช่น ประมูล ขา้ วเกา่ ค้างสต๊อกโครงการรับจำนำ หากราคามันเส้นสูงเกินกับต้นทุนการผลติ เอทานอลเพราะราคาเอทานอล มกี ารควบคมุ 4) ข้อคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะ - ควรส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มประสิทธภิ าพการผลิตมันสำปะหลงั ให้แก่เกษตรกร โดยการให้ ความรู้ การปรับปรุงดิน ระบบน้ำ เทคโนโลยีเครื่องจักรช่วยระเบิดดินดานและช่วยในการปลูกและเก็บเก่ียว ผลผลิต - สนับสนุนสิทธิพิเศษเงินลงทุนในเครื่องจักรกลแบบเง่ือนไข BOI สำหรับกลุ่มเกษตรกรและ เกษตรกรท่ีสนใจ - วจิ ัยและพัฒนาพันธ์ุมนั สำปะหลังให้ใช้ระยะเวลาในการปลูกท่ีส้นั ลง แต่ได้ผลผลิตใกล้เคียง หรือเพมิ่ ข้ึนกว่าพนั ธุ์ที่ใช้ในปัจจบุ นั - ควรมีการวางแผนร่วมกันในการนำเขา้ ผลผลิตสู่การแปรรูปของจังหวัดชลบุรีระหว่างผู้ผลิต และผู้ประกอบการเพื่อให้เกิดความสมดุลในการบริหารจัดการผลผลิตที่ไม่เพียงพอ และไม่กระทบต่อการขน ย้ายผลผลติ ขา้ มเขต รวมทง้ั กระทบตอ่ ราคาผลผลติ ในพนื้ ที่
61 3.3 การวเิ คราะหเ์ พ่อื หาพืชทางเลอื กทางเศรษฐกิจ จังหวัดชลบุรี มีพื้นท่ีปลูกพืชเศรษฐกิจ รวม 1,216,588 ไร่ โดยพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและปลูกมาก ที่สุด ได้แก่ ยางพารา ซึ่งมพี นื้ ทีป่ ลูก 311,469 ไรห่ รือคดิ เปน็ ร้อยละ 25.6 ของพนื้ ท่ีปลูกเศรษฐกจิ ทงั้ หมด และ ยางพารามมี ูลคา่ ในปี 2558 จำนวน 2,607 ล้านบาทคดิ เป็นรอ้ ยละ 11.45 ของมลู ค่าผลติ ภัณฑม์ วลรวมในภาค การเกษตร จะเห็นได้ว่าพื้นท่ปี ลกู ยางพาราไม่เหมาะสม(N) มีจำนวนทั้งสิน้ 105,695 ไร่ ที่ได้ผลตอบแทนนอ้ ย กว่าพ้ืนทีเ่ หมาะสม ซ่งึ ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณท์ ่ีเรง่ ให้มีการปรับเปลี่ยนพื้นทไ่ี มเ่ หมาะสมใน การปลูกยางพารามาปรับเปล่ียนเป็นพืชอ่ืนแทน โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูล พืชของจังหวัดชลบุรี แล้ววิเคราะห์ต้นทุนผลตอบแทนเพ่ือเสนอแนะให้เกษตรกรและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง สนบั สนุนให้เกษตรกรปรบั เปลยี่ นจากพืน้ ที่ไมเ่ หมาะสมในการปลูกยางพารา ปรับเปล่ียนมาเป็นพชื อน่ื ๆ ดังน้ี 3.3.1 การเปรยี บเทียบต้นทุนและผลตอบแทนระหวา่ งการปลูกยาพารา ในพื้นท่ีไม่เหมาะสม(N) กับ การปลูกสบั ปะรดโรงงาน ต้นทุนการปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม มีต้นทุนรวมเท่ากับ 11,875.10 บาท/ไร่ แบ่งเปน็ ต้นทนุ ผนั แปร 7,915.63 บาท หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 66.66 ตน้ ทุนคงที่ 3,959.47 บาทหรอื คดิ เป็นร้อย ละ 33.34 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดับ โดยท่ีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 203.29 กิโลกรัม/ไร่ ณ ราคาเฉลี่ยท่ี เกษตรกรขายได้ 59.23 บาท/กิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่เท่ากับ 12,040.87 บาท ดังน้ันเม่ือ เกษตรกรปลูกยางพาราในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 165.87 บาท คิดเปน็ รอ้ ยละ 1.40 ของตน้ ทนุ การผลิต ต้นทนุ การปลูกสับปะรดโรงงานในพื้นท่ไี มเ่ หมาะสม มีต้นทุนรวมเทา่ กับ 26,862.24 บาท/ไร่ แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 25,788.67 บาทหรอื คิดเป็นร้อยละ 96.00 ตน้ ทนุ คงท่ี 1,073.57 บาทหรือคิดเปน็ ร้อย ละ 4.00 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ โดยที่ผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 5,442.15 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉล่ียท่ี เกษตรกรขายได้ 11.21 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 61,006.50 บาท ดังน้ันเมื่อ เกษตรกรปลูกสับปะรดโรงงานจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 34,144.26 บาท คิดเป็นร้อยละ 127.11 ของตน้ ทนุ การผลิต ซึ่งจะเห็นได้ว่าต้นทุนและผลตอบแทนของการปลูกยางพาราในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม(N) เมื่อ เทยี บกับการปลูกสับปะรดโรงงาน จะเห็นได้ว่ายางพาราในพ้ืนทไ่ี ม่เหมาะสม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิ ตอ่ ไร่เท่ากบั 165.87 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.40 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการปลูกสบั ปะรดโรงงาน เกษตรกร จะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 34,144.26 บาท คิดเป็นร้อยละ 127.11 ของต้นทุนการผลิตจะเห็นได้ว่า เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ของสับปะรดโรงงานในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ยางพารา จำนวน 33,978.39 บาทตอ่ ไร่ และสัดสว่ นผลตอบแทนสุทธติ อ่ ไรต่ ่อตน้ ทุนตอ่ ไรข่ องสับปะรดโรงงาน จำนวน 1.27 สงู กวา่ ยางพาราซึง่ ตำ่ มากเพียง 0.01 เท่านัน้ (ตารางท่ี 3.14)
62 ตารางที่ 3.14 การเปรยี บเทียบตน้ ทุนการผลิตการปลูกยางพาราในพนื้ ที่ไม่เหมาะสม (N) กับการปลกู สับปะรดโรงงาน ยางพารา สับปะรดโรงงาน รายการ พื้นทไี่ ม่เหมาะสม พนื้ ทไ่ี มเ่ หมาะสม ( Not Suitability : N ) ( Not Suitability : N ) เงนิ สด ประเมิน รวม เงนิ สด ประเมิน รวม 1. ต้นทุนผนั แปร 6,222.48 1,693.15 7,915.63 18,850.24 6,938.43 25,788.67 2. ต้นทนุ คงท่ี 0.00 3,959.47 3,959.47 0.00 1,687.11 1,687.11 3. ตน้ ทนุ รวม บาท/ไร่ 6,222.48 5,652.62 11,875.10 18,850.24 8,012.00 26,862.24 4. ตน้ ทนุ ตอ่ กิโลกรมั - - 58.41 - - 4.94 5. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กโิ ลกรัม) - - 203.29 - - 5,442.15 6. ราคาเฉลยี่ ทีเ่ กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) - - 59.23 - - 11.21 7. มลู คา่ ผลผลติ /รายได้ทั้งหมด (บาท/ไร่) (5*6) - - 12,040.87 - - 61,006.50 8. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อไร่ (บาท/ไร่) (7-3) - - 165.87 - - 34,144.26 9. ผลตอบแทนสทุ ธติ ่อผลผลิต (บาท/กก.) (6-4) - - 0.82 - - 6.27 10. ปรมิ าณผลผลติ ณ จุดคุ้มทนุ (กก./ไร่) (3/6) - - 200.49 - - 2,396.27 11. สดั ส่วนผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ตอ่ ต้นทุนต่อไร่ (8/3) - - 0.01 - - 1.27 ที่มา : จากการสำรวจ สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 3.3.2 การเปรยี บเทยี บต้นทุนและผลตอบแทนระหวา่ งการปลูกยาพารา ในพื้นที่ไม่เหมาะสม(N) กับ การปลูกปาลม์ น้ำมนั ต้นทุนการปลูกยางพาราในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม มีต้นทุนรวมเท่ากับ 11,875.10 บาท/ไร่ แบง่ เป็นตน้ ทุนผนั แปร 7,915.63 บาท หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 66.66 ต้นทนุ คงที่ 3,959.47 บาทหรือคดิ เป็นร้อย ละ 33.34 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดับ โดยท่ีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 203.29 กิโลกรัม/ไร่ ณ ราคาเฉล่ียท่ี เกษตรกรขายได้ 59.23 บาท/กิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่เท่ากับ 12,040.87 บาท ดังน้ันเม่ือ เกษตรกรปลูกยางพาราในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 165.87 บาท คดิ เป็นร้อยละ 1.40 ของตน้ ทนุ การผลิต ต้นทุนการปลูกปาล์มน้ำมันในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม มีต้นทุนรวมเท่ากับ 7,753.51 บาท/ไร่ แบ่งเป็นตน้ ทุนผันแปร 5,622.32 บาทหรือคิดเป็นร้อยละ 72.51 ต้นทุนคงที่ 2,131.19 บาทหรือคิดเป็นร้อย ละ 27.49 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดับ โดยท่ีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 2,369.81 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉล่ียที่ เกษตรกรขายได้ 4.94 บาทต่อกโิ ลกรมั เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนตอ่ ไร่ 11,706.86 บาท ดังน้ันเมอ่ื เกษตรกร ปลูกปาล์มน้ำมัน เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 3,953.49 บาท คิดเป็นร้อยละ 50.99 ของ ตน้ ทุนการผลิต
63 ซ่ึงจะเห็นได้ว่าต้นทุนและผลตอบแทนของการปลูกยางพาราในพื้นท่ีไม่เหมาะสม(N) เมื่อ เทยี บกับการปลูกปาล์มน้ำมัน จะเห็นได้วา่ ยางพาราในพื้นทไี่ มเ่ หมาะสม เกษตรกรจะไดผ้ ลตอบแทนสทุ ธติ ่อไร่ เท่ากับ 165.87 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.40 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการปลูกปาล์มน้ำมันเกษตรกรจะได้ ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 3,953.49 บาท คิดเป็นร้อยละ 50.99 ของต้นทุนการผลิต จะเห็นได้ว่าเม่ือ เปรียบเที ยบผลตอบแทน สุทธิต่อไร่ของปาล์มน้ำมันใน พื้ นที่ ไม่เหมาะสม ให้ผลตอบแทน ที่สูงกว่ายางพ ารา จำนวน 3,787.48 บาทต่อไร่ และสัดส่วนผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไรข่ องปาล์มน้ำมัน จำนวน 0.51 สงู กวา่ ยางพาราซง่ึ ต่ำมากเพยี ง 0.01 (ตารางท่ี 3.15) ตารางท่ี 3.15 การเปรียบเทียบตน้ ทุนการผลิตการปลูกยางพาราในพน้ื ท่ไี มเ่ หมาะสม (N) กับการปลูก ปาลม์ นำ้ มัน ยางพารา ปาล์มน้ำมนั พื้นท่ีไม่เหมาะสม พนื้ ที่ไมเ่ หมาะสม รายการ ( Not Suitability : N ) ( Not Suitability : N ) เงนิ สด ประเมิน รวม เงนิ สด ประเมนิ รวม 1. ต้นทุนผนั แปร 6,222.48 1,693.15 7,915.63 5,190.95 431.37 5,622.32 2. ตน้ ทนุ คงท่ี 0.00 3,959.47 3,959.47 2,660.82 63.55 2,724.34 3. ตน้ ทุนรวม บาท/ไร่ 6,222.48 5,652.62 11,875.10 5,190.95 2,562.56 7,753.51 4. ตน้ ทนุ ต่อกโิ ลกรมั - - 58.41 - - 3.27 5. ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กิโลกรัม) - - 203.29 - - 2,369.81 6. ราคาเฉลย่ี ทีเ่ กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) - - 59.23 - - 4.94 7. มลู คา่ ผลผลิต/รายไดท้ ้งั หมด (บาท/ไร)่ (5*6) - - 12,040.87 - - 11,706.86 8. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) (7-3) - - 165.87 - - 3,953.35 9. ผลตอบแทนสุทธติ อ่ ผลผลติ (บาท/กก.) (6-4) - - 0.82 - - 1.67 10. ปริมาณผลผลติ ณ จดุ คุม้ ทุน (กก./ไร่) (3/6) - - 200.49 - - 1,569.91 11. สดั ส่วนผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ตอ่ ต้นทนุ ตอ่ ไร่ (8/3) - - 0.01 - - 0.51 ทีม่ า : จากการสำรวจ สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 3.3.3 การเปรยี บเทยี บต้นทุนและผลตอบแทนระหว่างการปลูกยาพารา ในพื้นที่ไม่เหมาะสม(N) กับ การปลูกมันสำปะหลงั โรงงาน ต้นทุนการปลูกยางพาราในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม มีต้นทุนรวมเท่ากับ 11,875.10 บาท/ไร่ แบ่งเป็นตน้ ทนุ ผนั แปร 7,915.63 บาท หรือคดิ เป็นรอ้ ยละ 66.66 ตน้ ทนุ คงท่ี 3,959.47 บาทหรือคิดเปน็ ร้อย ละ 33.34 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ โดยที่ผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 203.29 กิโลกรัม/ไร่ ณ ราคาเฉล่ียท่ี เกษตรกรขายได้ 59.23 บาท/กิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่เท่ากับ 12,040.87 บาท ดังนั้นเม่ือ เกษตรกรปลูกยางพาราในพื้นท่ีไม่เหมาะสม 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 165.87 บาท คดิ เป็นรอ้ ยละ 1.40 ของต้นทนุ การผลิต
64 ตน้ ทุนการปลกู มันสำปะหลังโรงงานในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม มีต้นทนุ รวมเท่ากับ 7,178.29 บาท/ ไร่ แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 5,901.84 บาทหรือคิดเป็นร้อยละ 82.22 ต้นทุนคงที่ 1,276.45 บาทหรือคิดเป็น ร้อยละ 17.78 ของตน้ ทนุ ท้งั หมด ตามลำดับ โดยที่ผลผลิตตอ่ ไรเ่ ท่ากับ 4,062.22 กิโลกรมั ต่อไร่ ณ ราคาเฉล่ีย ท่ีเกษตรกรขายได้ 1.82 บาทต่อกโิ ลกรมั เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 7,393.24 บาท ดังนัน้ เมือ่ เกษตรกร ปลกู มันสำปะหลงั โรงงานจะได้ผลตอบแทนสทุ ธติ ่อไร่เท่ากับ 214.95 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.99 ของตน้ ทุนการ ผลิต ซึง่ จะเห็นได้วา่ ตน้ ทนุ และผลตอบแทนของการปลกู ยางพาราในพนื้ ที่ไม่เหมาะสม เมือ่ เทียบกับ การปลูกมันสำปะหลังโรงงาน จะเห็นไดว้ ่ายางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสทุ ธติ ่อไร่ เทา่ กับ 165.87 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.40 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการปลกู มนั สำปะหลังโรงงาน เกษตรกรจะ ได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 214.95 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.99 ของต้นทุนการผลิต จะเห็นได้เม่ือ เปรียบเทียบผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ของมันสำปะหลังโรงงานในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม ให้ผลตอบแทนท่ีสูงกว่า ยางพารา จำนวน 49.08 บาทต่อไร่ และสัดส่วนผลตอบแทนสทุ ธติ ่อไร่ต่อตน้ ทุนตอ่ ไรข่ องมนั สำปะหลัง จำนวน 0.03 สงู กว่ายางพาราเล็กนอ้ ยหรือและใกล้เคยี งกับยางพารา (ตารางที่ 3.16) ตารางที่ 3.16 การเปรยี บเทียบต้นทุนการผลติ การปลูกยางพาราในพนื้ ท่ไี ม่เหมาะสม (N) กับการปลูก มันสำปะหลังโรงงาน ยางพารา มนั สำปะหลงั โรงงาน รายการ พน้ื ท่ไี ม่เหมาะสม พ้นื ที่ไมเ่ หมาะสม ( Not Suitability : N ) ( Not Suitability : N ) เงนิ สด ประเมิน รวม เงินสด ประเมิน รวม 1. ต้นทุนผนั แปร 6,222.48 1,693.15 7,915.63 4,730.55 1,171.29 5,901.84 2. ตน้ ทุนคงท่ี 0.00 3,959.47 3,959.47 0.00 1,276.45 1,276.45 3. ตน้ ทุนรวม บาท/ไร่ 6,222.48 5,652.62 11,875.10 4,730.55 2,447.47 7,178.29 4. ต้นทุนต่อกโิ ลกรัม - - 58.41 - - 1.77 5. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กิโลกรัม) - - 203.29 - - 4,062.22 6. ราคาเฉล่ียท่เี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) - - 59.23 - - 1.82 7. มูลค่าผลผลิต/รายไดท้ ้ังหมด (บาท/ไร่) (5*6) - - 12,040.87 - - 7,393.24 8. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อไร่ (บาท/ไร่) (7-3) - - 165.87 - - 214.95 9. ผลตอบแทนสทุ ธติ อ่ ผลผลติ (บาท/กก.) (6-4) - - 0.82 - - 0.05 10. ปรมิ าณผลผลติ ณ จดุ คุ้มทนุ (กก./ไร)่ (3/6) - - 200.49 - - 3,944.12 11. สัดสว่ นผลตอบแทนสุทธติ อ่ ไร่ตอ่ ต้นทนุ ตอ่ ไร่ (8/3) - - 0.01 - - 0.03 ทม่ี า : จากการสำรวจ สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6
65 3.4 การวิเคราะห์เพ่ือหาพชื ทางเลือกอ่นื /พชื เสรมิ รายได้ 3.4.1 กลว้ ยน้ำว้า ต้นทุนการปลูกกล้วยน้ำว้ามีต้นทุนรวมเท่ากับ 5,881.33 บาท/ไร่/ปี แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 4,859.13 บาทหรือคิดเป็นร้อยละ 82.62 ต้นทุนคงท่ี 1,022.20 บาท/ไร่/ปี หรือคิดเป็นร้อยละ 17.38 ของ ตน้ ทุนทั้งหมด ตามลำดับ โดยท่ีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 1,350.00 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 10.00 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 13,500.00 บาท/ไร่/ปี ดังนั้นเม่ือเกษตรกรปลูก กล้วยน้ำว้า เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 7,618.67 บาท/ไร่/ปี หรือคิดเป็นร้อยละ 129.54 ของต้นทุนการผลิต และสัดส่วนผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ จำนวน 1.29 บาท โดยกล้วยน้ำว้าจะ ใหผ้ ลผลิตเม่ือมีอายเุ ฉลี่ยประมาณ 10 - 11 เดือน ส่วนใหญเ่ กษตรกรจะขายแบบกล้วยสดโดยมีบางส่วนนำมา แปรรูปเพิ่มมูลค่า และส่งขายให้กับพ่อค้าเข้ามารับซ้ือถึงแหล่งผลิต และเพื่อนำไปจำหน่ายขายภายในจังหวัด และนอกจังหวดั หรอื ตามแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว (ตารางท่ี 3.17) ตารางที่ 3.17 ตน้ ทนุ การผลติ และผลตอบแทนสุทธิการปลูกกลว้ ยนำ้ ว้า จังหวัดชลบุรี กลว้ ยน้ำว้า (บาท/ไร่/ปี) รายการ ไม่แยกความเหมาะสมของดนิ เงินสด ประเมนิ รวม 1. ต้นทนุ ผันแปร 2,379.30 2,479.83 4,859.13 2. ตน้ ทนุ คงที่ 0.00 1,022.20 1,022.20 3. ตน้ ทุนรวม บาท/ไร่ 2,379.30 3,502.03 5,881.33 4. ต้นทุนตอ่ กโิ ลกรมั - - 4.36 5. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กโิ ลกรัม) - - 1,350.00 6. ราคาเฉลย่ี ที่เกษตรกรขายได้ (บาท/กก.) - - 10.00 7. มลู ค่าผลผลติ /รายได้ทง้ั หมด (บาท/ไร่) (5*6) - - 13,500.00 8. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร)่ (7-3) - - 7,618.67 9. ผลตอบแทนสุทธติ อ่ ผลผลิต (บาท/กก.) (6-4) - - 5.64 10. ปริมาณผลผลติ ณ จุดคมุ้ ทนุ (กก./ไร่) (3/6) - - 588.13 11. สดั ส่วนผลตอบแทนสุทธติ อ่ ไรต่ ่อตน้ ทนุ ต่อไร่ (8/3) - - 1.29 ท่ีมา : จากการสำรวจ สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 หมายเหตุ : ตน้ ทนุ กลว้ ยน้ำว้าไม่แยกตามลักษณะความเหมาะสม 3.4.2 พรกิ ชฟ้ี ้า ตน้ ทุนการปลูกพรกิ ชี้ฟ้ามีต้นทุนรวมเท่ากับ 11,834.88 บาท/ไร่/รุ่น แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 9,968.00 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 84.23 ต้นทุนคงท่ี 1,866.88 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 15.77 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดับ โดยที่ผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 1,250.00 กิโลกรัม/ไร่/รุ่น ณ ราคาเฉลี่ยที่
66 เกษตรกรขายได้ 25.00 บาท/กิโลกรมั เกษตรกรจะไดผ้ ลตอบแทนต่อไร่ 31,250.00 บาท ดงั นนั้ เมอื่ เกษตรกร ปลูกพรกิ ชีฟ้ ้าจะไดผ้ ลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ เท่ากับ 19,415.12 บาทคิดเป็นร้อยละ 164.05 ของต้นทนุ การผลิต และสัดส่วนผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ จำนวน 1.64 บาท พริกช้ีฟ้าสามารถเก็บจำหน่ายได้เมื่อมี อายุเฉลี่ย 70 – 90 วัน นอกจากจะขายในตลาดผู้บริโภคทั่วไปแล้ว ยังจำหน่วยให้กับโรงงานแปรรูปทำ ซอสพริกซ่ึงมีโรงงานตัง้ อยใู่ นพนื้ ท่ี (ตารางที่ 3.18) ตารางท่ี 3.18 ต้นทุนการผลติ และผลตอบแทนสทุ ธกิ ารปลูกพริกชฟี้ ้า จังหวัดชลบุรี รายการ พรกิ ช้ีฟ้า (บาท/ไร่/รนุ่ ) ไมแ่ ยกความเหมาะสมของดนิ 1. ตน้ ทุนผนั แปร เงินสด ประเมนิ รวม 2. ต้นทุนคงที่ 7,455.93 2,512.07 9,968.00 3. ตน้ ทุนรวม บาท/ไร่ 4. ตน้ ทุนต่อกโิ ลกรัม 0.00 1,866.88 1,866.88 7,455.93 4,378.95 11,834.88 - - 9.47 5. ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กิโลกรมั ) - - 1,250.00 6. ราคาเฉลย่ี ท่เี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) - - 25.00 7. มูลคา่ ผลผลติ /รายได้ทัง้ หมด (บาท/ไร)่ (5*6) - - 31,250.00 8. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) (7-3) - - 19,415.12 9. ผลตอบแทนสุทธติ ่อผลผลิต (บาท/กก.) (6-4) - - 15.53 10. ปริมาณผลผลติ ณ จุดค้มุ ทุน (กก./ไร่) (3/6) - - 473.40 11. สัดส่วนผลตอบแทนสทุ ธติ ่อไรต่ ่อต้นทุนตอ่ ไร่ - - 1.64 (8/3) ท่มี า : จากการสำรวจ สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 หมายเหตุ : ต้นทุนพรกิ ชฟี้ ้าไม่แยกตามลกั ษณะความเหมาะสม 3.4.3 ขา่ ต้นทุนการปลูกข่ามีต้นทุนรวมเท่ากับ 13,431.79 บาท/ไร่/รุ่น แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 11,985.03 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 89.23 ต้นทุนคงท่ี 1,446.76 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 10.77 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดับ โดยที่ผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 1,250.00 กิโลกรัม/ไร่/รุ่น ณ ราคาเฉล่ียท่ี เกษตรกรขายได้ 27.50 บาท/กโิ ลกรมั เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 34,375.00 บาท ดังนัน้ เม่ือเกษตรกร ปลูกข่าจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 20,943.21 บาทคิดเป็นร้อยละ 155.92 ของต้นทุนการผลิต และ สัดส่วนผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ จำนวน 1.55 บาท สามารถจำหน่ายเป็นท้ังข่าอ่อนเมื่อมีอายุ 6 เดือน และข่าแก่อายุ 8 เดือนข้ึนไป และหากเป็นข่าอ่อนจะได้ราคาแพง แหล่งจำหน่ายทั้งภายในจังหวัดและ นอกจงั หวดั เชน่ ตลาดไท (ตารางที่ 3.19)
67 ตารางท่ี 3.19 ต้นทนุ การผลิตและผลตอบแทนสทุ ธกิ ารปลูกข่า จังหวัดชลบรุ ี ขา่ รายการ (บาท/ไร่/ร่นุ ) ไม่แยกความเหมาะสมของดิน เงนิ สด ประเมิน รวม 1. ต้นทุนผันแปร 9,611.04 2,373.99 11,985.03 2. ต้นทุนคงท่ี 0.00 1,446.76 1,446.76 3. ต้นทุนรวม บาท/ไร่ 9,611.04 3,820.75 13,431.79 4. ตน้ ทุนต่อกโิ ลกรัม - - 10.75 5. ผลผลติ ต่อไร่ (กิโลกรมั ) - - 1,250.00 6. ราคาเฉล่ยี ท่ีเกษตรกรขายได้ (บาท/กก.) - - 27.50 7. มลู คา่ ผลผลิต/รายไดท้ งั้ หมด (บาท/ไร)่ (5*6) - - 34,375.00 8. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) (7-3) - - 20,943.21 9. ผลตอบแทนสุทธติ ่อผลผลิต (บาท/กก.) (6-4) - - 16.75 10. ปรมิ าณผลผลิต ณ จดุ คุ้มทนุ (กก./ไร)่ (3/6) - - 488.43 11. สัดส่วนผลตอบแทนสุทธติ ่อไร่ตอ่ ต้นทนุ ต่อไร่ (8/3) - - 1.55 ท่มี า : จากการสำรวจ สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 หมายเหตุ : ตน้ ทนุ ข่าไม่แยกตามลกั ษณะความเหมาะสม 3.4.4 ไผ่กิมซุง ตน้ ทุนการปลูกไผ่กิมซุง มีต้นทุนรวมเท่ากับ 17,630.45 บาท/ไร่/รุ่น แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 16,322.41 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 92.58 ต้นทุนคงท่ี 1,308.04 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 7.42 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ โดยท่ีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 2,450.00 กิโลกรัม/ไร่/รุ่น ณ ราคาเฉลี่ยที่ เกษตรกรขายได้ 12.20 บาท/กโิ ลกรัม เกษตรกรจะไดผ้ ลตอบแทนต่อไร่ 29,890.00 บาท ดังน้ันเม่ือเกษตรกร ปลูกไผ่กิมซุงจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 12,259.55 บาทคิดเป็นร้อยละ 69.54 ของต้นทุนการผลิต สามารถเกบ็ หน่อไดต้ ลาดทง้ั ปี ขายได้ทั้งหนอ่ สดและแปรรปู และขายลำเพอ่ื คำ้ ยนั หรือไมค้ า้ งในสวนผลไม้ หรือ เพื่อใช้ในการเพาะเล้ียงหอยในทะเล และขายลำสำหรบั ทำเช้อื เพลงิ ชวี มวล ซง่ึ มีโรงงานในพ้นื ที่ (ตารางท่ี 3.20)
68 ตารางที่ 3.20 ตน้ ทนุ การผลติ และผลตอบแทนสุทธิการปลกู ไผ่กิมซงุ จงั หวัดชลบุรี ไผก่ มิ ซุง รายการ (บาท/ไร่/ร่นุ ) ไม่แยกความเหมาะสมของดิน เงนิ สด ประเมนิ รวม 1. ต้นทนุ ผันแปร 12,982.14 3,340.27 16,322.41 2. ต้นทุนคงที่ 0.00 1,308.04 1,308.04 3. ต้นทนุ รวม บาท/ไร่ 12,982.14 4,648.31 17,630.45 4. ตน้ ทนุ ต่อกโิ ลกรัม - - 7.20 5. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กิโลกรมั ) - - 2,450.00 6. ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ (บาท/กก.) - - 12.20 7. มูลคา่ ผลผลิต/รายได้ทัง้ หมด (บาท/ไร่) (5*6) - - 29,890.00 8. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อไร่ (บาท/ไร่) (7-3) - - 12,259.55 9. ผลตอบแทนสทุ ธติ อ่ ผลผลิต (บาท/กก.) (6-4) - - 5.00 10. ปริมาณผลผลิต ณ จดุ ค้มุ ทุน (กก./ไร่) (3/6) - - 1,445.12 11. สัดส่วนผลตอบแทนสทุ ธติ ่อไรต่ อ่ ตน้ ทนุ ตอ่ ไร่ (8/3) - - 0.69 ท่มี า : จากการสำรวจ สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 หมายเหตุ : ต้นทุนไผ่กิมซงุ ไมแ่ ยกตามลักษณะความเหมาะสม 3.5 การปลูกพืชทดแทนในพนื้ ท่ีไม่เหมาะสม แนวทางการปลกู พชื ทดแทนในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม(N) จะใชเ้ กณฑ์จากตน้ ทุนการผลิตและผลตอบแทน ของสินค้าท่ีจัดเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิตในสินค้าที่สำคัญ 4 ชนิด (Top 4) ในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม(N) มา เปรียบเทยี บกบั ตน้ ทนุ และผลตอบแทนกับสนิ ค้าท่ีจะปรบั เปลย่ี นในระดับความเหมาะสม(S) จากข้อมูล http://agri-map-online.moac.go.th พื้นที่ปลูกยางพาราจังหวัดชลบุรี ในปี 2557 มี จำนวน 311,425 ไร่ เป็นพ้ืนที่ปลูกในเขตพื้นที่ไม่เหมาะสมจำนวน 105,694 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 33.94 เป็นพ้ืนที่ไม่เหมาะสม(N)ในการปลูกยางพารา 3,947 ไร่ และพื้นที่เหมาะสมเล็กน้อย (S3) 101,747 ไร่ และ การผลิตยางพาราในเขตพื้นทไ่ี มเ่ หมาะสม(N) เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตไร่ละ 11,875.00 บาท เป็นตน้ ทุนผัน แปร 7,915.53 บาทต่อไร่ ต้นทุนคงท่ีไร่ละ 3,959.47 และได้ผลผลิตไร่ละ 203.29 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาที่ เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 59.23 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ หรือกำไรสุทธิต่อไร่ 165.87 บาท ดังน้ันจึงจำเป็นต้องหาแนวทางปรับเปลี่ยนพชื ทดแทนการปลูกยางพาราในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม (N) เพื่อให้เกษตรกรมีผลกำไรในการปลูกพืชอย่างย่ังยืนต่อไป โดยการเปรียบเทียบต้นทุนจากผลตอบแทนของ ต้นทุนสินค้าท่ีสำคัญ 4 ชนิด (Top 4) เป็นอันดับแรก ซึ่งพืชที่สามารถนำมาทดแทนในการปลูกยางพารา ในพื้นท่ีไม่เหมาะสม(N) ได้แก่ สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน ตามลำดับ ส่วนมันสำปะหลังโรงงานมีอัตรา ผลตอบแทนของกำไรตอ่ การลงทุนใกลเ้ คียงกัน ควรพิจารณาทิศทางราคามันสำปะหลังโรงงานควรเกนิ 2 บาท ต่อกิโลกรมั ซ่ึงจะมกี ำไรมากขึน้ และสินค้าทางเลอื กอื่น(กิจกรรมเสริม) ซึ่งเป็นพืชท่ีใชน้ ้ำนอ้ ย และเสริมรายได้
69 ให้กับครัวเรือนโดยเรียงตามผลตอบแทนของกำไรต่อการลงทุน ได้ดังน้ี พืชผัก (พริกช้ีฟ้า , ข่า) ไม้ผล (กล้วยนำ้ วา้ ) และไมย้ นื ต้น(ไผก่ ิมซงุ ) เปน็ ต้น
บทที่ 4 สรปุ และข้อเสนอแนะ 4.1 สรปุ การวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสินค้าเกษตรจังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นทางเลือกการปรับเปล่ียนการปลูก ยางพาราในพื้นท่ีเหมาะสมน้อย (S3) และไม่เหมาะสม (N) เป็นพืชอ่ืนหรือกิจกรรมการเกษตรอื่นท่ีให้ ผลตอบแทนมากกว่า การศึกษาในครั้งน้ีเป็นการศึกษาต้นทุน ผลตอบแทนสุทธิ และอุปสงค์/อุปทาน (Demand & Supply) และพ้ืนท่ีเหมาะสมด้านกายภาพของสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง 4 ลำดับแรก(Top 4) ของจังหวัด ไดแ้ ก่ ยางพารา สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลังโรงงาน รวมทัง้ สนิ ค้าเกษตรอื่นที่ เหมาะสมกับพื้นที่เพื่อเสนอแนะมาตรการในการปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่ไม่เหมาะสมเป็น กิจกรรมทางเลือกอ่ืนท่ีให้ผลตอบแทนดีกว่า และศึกษาสินค้าที่ใช้เป็นสินค้าเกษตรทางเลือกโดยสรุปผล การศึกษาได้ดังนี้ 4.1.1 ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบต้นทุน และผลตอบแทนสินค้าเกษตรท่ีมีมูลค่าสูง 4 ลำดับ แรก มดี งั นี้ 1) การเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนระหว่างการปลูกยางพารากับการปลูกสับปะรด โรงงานในพืน้ ท่ไี ม่เหมาะสม(N) ต้นทุนการปลูกยางพาราในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม(N) มีต้นทุนรวมเท่ากับ 11,875.10 บาท/ไร่ แบง่ เปน็ ต้นทุนผันแปร 7,915.63 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 66.66 ต้นทนุ คงท่ี 3,959.47 บาทหรอื คิดเป็นร้อย ละ 33.34 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดับ โดยที่ผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 203.29 กิโลกรัม/ไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่ เกษตรกรขายได้ 59.23 บาท/กิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่เท่ากับ 12,040.87 บาท ดังนั้นเม่ือ เกษตรกรปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 165.87 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.40 ของต้นทุนการผลิต และสัดส่วนผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ 0.01 บาท หรือ ลงทนุ 100 บาท ไดก้ ำไรเพยี ง 1 บาท (อัตราผลตอบแทนทางกำไรต่อการลงทนุ ) ต้นทุนสับปะรดโรงงานในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม(N) มีต้นทุนรวมเท่ากับ 26,862.24 บาท/ไร่ แบง่ เป็นต้นทุนผันแปร 25,788.67 บาทหรือคิดเป็นรอ้ ยละ 96.00 ต้นทนุ คงท่ี 1,073.57 บาทหรือคิดเปน็ รอ้ ย ละ 4.00 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ โดยที่ผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 5,442.15 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉล่ียที่ เกษตรกรขายได้ 11.21 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 61,006.50 บาท ดังน้ันเมื่อ เกษตรกรปลูกสับปะรดโรงงานจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 34,144.26 บาท คิดเป็นร้อยละ 127.11 ของต้นทุนการผลติ เมือ่ เปรียบเทยี บการปลกู ยางพาราในพืน้ ทไี่ ม่เหมาะสมกบั การปลูกสับปะรดโรงงานในพน้ื ท่ไี ม่ เหมาะสม จะเห็นได้ว่ายางพาราในพ้ืนทีไ่ ม่เหมาะสมมีตน้ ทุนต่อไรต่ ่ำกว่า ซึ่งมีจำนวน 11,875.10 บาท แต่ให้ ผลตอบแทนสทุ ธติ อ่ ไร่ตำ่ กวา่ สับปะรดโรงงาน จำนวน 33,978.39 บาท
7702 2) การเปรยี บเทียบต้นทนุ และผลตอบแทนระหว่างการปลูกยางพารากบั การปลูกปาล์มน้ำมัน ในพ้ืนทีไ่ ม่เหมาะสม(N) ต้นทุนการปลูกยางพาราในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม(N) มีต้นทุนรวมเท่ากับ 11,875.10 บาท/ไร่ แบ่งเป็นตน้ ทุนผนั แปร 7,915.63 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 66.66 ต้นทุนคงท่ี 3,959.47 บาทหรือคิดเปน็ รอ้ ย ละ 33.34 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดับ โดยท่ีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 203.29 กิโลกรัม/ไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่ เกษตรกรขายได้ 59.23 บาท/กิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่เท่ากับ 12,040.87 บาท ดังนั้นเมื่อ เกษตรกรปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 165.87 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.40 ของต้นทุนการผลิต และสัดส่วนผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ 0.01 บาท หรอื ลงทนุ 100 บาท ไดก้ ำไรเพยี ง 1 บาท (อตั ราผลตอบแทนทางกำไรต่อการลงทนุ ) ต้นทุนการปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นท่ีไม่เหมาะสม(N) มีต้นทุนรวมเท่ากับ 7,753.51 บาท/ไร่ แบ่งเป็นตน้ ทุนผันแปร 5,622.32 บาทหรือคิดเป็นร้อยละ 72.51 ต้นทุนคงท่ี 2,131.19 บาทหรือคดิ เป็นร้อย ละ 27.49 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดับ โดยท่ีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 2,369.81 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉล่ียที่ เกษตรกรขายได้ 4.94 บาทต่อกิโลกรมั เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 11,706.86 บาท ดงั นั้นเมอื่ เกษตรกร ปลูกปาล์มน้ำมัน เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เท่ากับ 3,953.49 บาท คิดเป็นร้อยละ 50.99 ของ ตน้ ทนุ การผลิต เมอ่ื เปรยี บเทียบการปลกู ยางพาราในพ้ืนทีไ่ มเ่ หมาะสม(N) กับการปลูกปาล์มนำ้ มันในพนื้ ท่ีไม่ เหมาะสม จะเห็นได้ว่ายางพาราในพ้ืนที่ไม่เหมาะสมมีต้นทุนต่อไร่สูงกว่าซ่ึงมีจำนวน 11,875.10 บาท แต่ให้ ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ทต่ี ำ่ กวา่ ปาล์มน้ำมัน จำนวน 3,787.62 บาท 3) การเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนระหว่างการปลูกยางพารา กับการปลูกมัน สำปะหลังโรงงานในพื้นท่ีไมเ่ หมาะสม(N) ต้นทุนการปลูกยางพาราในพื้นท่ีไม่เหมาะสม(N) มีต้นทุนรวมเท่ากับ 11,875.10 บาท/ไร่ แบง่ เปน็ ต้นทนุ ผนั แปร 7,915.63 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 66.66 ต้นทุนคงท่ี 3,959.47 บาทหรือคิดเป็นรอ้ ย ละ 33.34 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ โดยที่ผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 203.29 กิโลกรัม/ไร่ ณ ราคาเฉล่ียท่ี เกษตรกรขายได้ 59.23 บาท/กิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่เท่ากับ 12,040.87 บาท ดังน้ันเม่ือ เกษตรกรปลูกยางพาราในพ้ืนทีไ่ ม่เหมาะสม(N) 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่เทา่ กบั 165.87 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.40 ของต้นทุนการผลิต และสัดส่วนผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ 0.01 บาท หรือ ลงทุน 100 บาท ไดก้ ำไรเพียง 1 บาท (อัตราผลตอบแทนทางกำไรตอ่ การลงทุน) ต้นทุนการปลูกมันสำปะหลังโรงงานในพื้นที่ไม่เหมาะสม(N) มีต้นทุนรวมเท่ากับ 7,178.29 บาท/ไร่ แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 5,901.84 บาทหรือคดิ เป็นร้อยละ 82.22 ต้นทุนคงที่ 1,276.45 บาทหรือคิด เป็นรอ้ ยละ 17.78 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ โดยท่ีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 4,062.22 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคา เฉล่ียท่ีเกษตรกรขายได้ 1.82 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 7,393.24 บาท ดังนั้นเมื่อ เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังโรงงานจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่เทา่ กับ 214.95 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.99 ของ ต้นทนุ การผลติ
7371 เม่ือเปรียบเทียบการปลูกยางพาราในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม(N) กับการปลูกมันสำปะหลังโรงงาน ในพ้ืนทีไ่ ม่เหมาะสม จะเห็นได้วา่ ยางพาราในพ้นื ท่ีไมเ่ หมาะสม(N) มีต้นทนุ ตอ่ ไร่สูงกวา่ ซ่งึ มจี ำนวน 11,875.10 บาท แต่ให้ผลตอบแทนสุทธติ ่อไรต่ ำ่ กวา่ มนั สำปะหลัง จำนวน 49.08 บาท 4.1.2 สนิ ค้าทางเลอื กอน่ื ๆ เสรมิ รายได้ 1) กล้วยน้ำวา้ ต้นทุนรวมเท่ากับ 5,881.33 บาท/ไร่/ปี แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 4,859.13 บาทหรือคิดเป็น ร้อยละ 82.62 ต้นทุนคงที่ 1,022.20 บาท/ไร่/ปี หรือคดิ เป็นร้อยละ 17.38 ของต้นทุนทัง้ หมด ตามลำดบั โดย ที่ผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 1,350.00 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยท่ีเกษตรกรขายได้ 10.00 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 13,500.00 บาท/ไร่/ปี ดังนน้ั เมื่อเกษตรกรปลูกกล้วยน้ำว้า เกษตรกรจะได้ ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 7,618.67 บาท/ไร่/ปี หรือคิดเป็นร้อยละ 129.54 ของต้นทุนการผลิต โดย กลว้ ยนำ้ ว้าจะให้ผลผลิตเม่อื มอี ายุเฉล่ียประมาณ 10 - 11 เดือน สว่ นใหญ่เกษตรกรจะขายแบบกลว้ ยสดโดยมี บางส่วนนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และส่งขายให้กบั พ่อค้าเข้ามารับซ้ือถึงแหล่งผลิต และเพื่อนำไปจำหน่ายขาย ภายในจังหวดั และนอกจังหวัดหรือตามแหล่งท่องเที่ยว 2) พริกชฟี้ า้ ต้นทุนรวมเท่ากับ 11,834.88 บาท/ไร่/รุ่น แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 9,968.00 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 84.23 ต้นทุนคงท่ี 1,866.88 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 15.77 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ โดยท่ีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 1,250.00 กโิ ลกรัม/ไร่/รุ่น ณ ราคาเฉล่ียท่ีเกษตรกรขายได้ 25.00 บาท/ กิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 31,250.00 บาท ดังนั้นเมื่อเกษตรกรปลูกพริกชี้ฟ้าจะได้ ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เทา่ กบั 19,415.12 บาทคิดเปน็ ร้อยละ 164.05 ของต้นทุนการผลติ พริกช้ีฟา้ สามารถ เก็บจำหน่ายได้เม่ือมีอายุเฉลี่ย 70 – 90 วัน นอกจากจะขายในตลาดผู้บริโภคทั่วไปแล้ว ยังจำหน่วยให้กับ โรงงานแปรรูปทำซอสพรกิ ซง่ึ มโี รงงานตงั้ อยู่ในพน้ื ท่ี 3) ข่า ต้นทุนรวมเท่ากับ 13,431.79 บาท/ไร่/รุ่น แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 11,985.03 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 89.23 ต้นทุนคงท่ี 1,446.76 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 10.77 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดบั โดยท่ีผลผลติ ต่อไร่เทา่ กับ 1,250.00 กโิ ลกรัม/ไร่/ร่นุ ณ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 27.50 บาท/ กิโลกรมั เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 34,375.00 บาท ดังนั้นเมอื่ เกษตรกรปลูกข่าจะได้ผลตอบแทนสทุ ธิ ต่อไร่เท่ากับ 20,943.21 บาทคิดเป็นร้อยละ 155.92 ของตน้ ทุนการผลิต สามารถจำหน่ายเป็นท้ังข่าอ่อนเมื่อ มีอายุ 6 เดือน และข่าแก่อายุ 8 เดือนข้ึนไป และหากเป็นข่าอ่อนจะได้ราคาแพง แหล่งจำหน่ายท้ังภายใน จงั หวดั และนอกจงั หวดั เช่น ตลาดไท 4) ไผ่กมิ ซงุ ต้นทุนรวมเท่ากับ 17,630.45 บาท/ไร่/รุ่น แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 16,322.41 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 92.58 ต้นทุนคงท่ี 1,308.04 บาท/ไร่/รุ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 7.42 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดับ โดยท่ีผลผลิตต่อไร่เท่ากับ 2,450.00 กิโลกรัม/ไร่/รุ่น ณ ราคาเฉล่ียที่เกษตรกรขายได้ 12.20 บาท/
7724 กิโลกรมั เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 29,890.00 บาท ดังนัน้ เมอ่ื เกษตรกรปลูกไผก่ ิมซงุ จะได้ผลตอบแทน สุทธิต่อไร่เท่ากับ 12,259.55 บาทคิดเป็นร้อยละ 69.54 ของต้นทุนการผลิต สามารถเก็บหน่อได้ตลาดท้ังปี ขายได้ทัง้ หน่อสดและแปรรปู และขายลำเพื่อคำ้ ยันหรือไม้ค้างในสวนผลไม้ หรือเพือ่ ใช้ในการเพาะเล้ยี งหอยใน ทะเล และขายลำสำหรบั ทำเชอ้ื เพลงิ ชีวมวลซงึ่ มีโรงงานในพ้นื ท่ี 4.2 ข้อเสนอแนะ 4.2.1 แนวทางการพัฒนาพ้นื ท่เี หมาะสม (S1,S2) ยางพารา 1) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต/เพิ่มผลผลิตต่อไร/่ ลดต้นทุนการผลิต/ยกระดับคุณภาพสินค้าสู่ มาตรฐาน 2) สง่ เสรมิ การรวมกลมุ่ เพ่อื สรา้ งความเข้มแขง็ ของเกษตรกร เชน่ รวมกลุ่มเพ่อื แปรรปู ยางดิบ และน้ำยางสดผ่านสถาบนั เกษตรกร 4.2.2 แนวทางการพฒั นาพนื้ ที่ไม่เหมาะสม (S3,N) ยางพารา 1) ภาครัฐควรให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิต/สินเช่ือดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างแรงจูงใจในการ ปรบั เปลยี่ นการผลิต 2) ถา่ ยทอดองค์ความรู้ เทคโนโลย/ี นวัตกรรม ผ่าน ศพก. พร้องท้งั ให้มกี ารศึกษาดงู านเกษตร ตน้ แบบท่ปี ระสบความสำเรจ็ ท่ีได้ปรับเปล่ยี นการผลิตเพอ่ื สร้างแรงจูงใจ 3) ส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้การแปรรูปผลติ ภณั ฑ์จากน้ำยาง โดยตง้ั ศนู ย์บม่ เพาะการแปร รูปยางพาราระดับชุมชน 4) สนับสนนุ ใหม้ กี ารพัฒนาและปรับปรุงโครงสรา้ งพ้ืนฐาน เช่น แหลง่ น้ำชุมชน หรอื แหลง่ น้ำ ตามธรรมชาติใหส้ ามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ได้ดี 5) ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเข้าใจนโยบาย Zoning by Agri-Map เพ่ือสร้างแรงจูงใจใน การปรบั เปลย่ี น และเข้ารว่ มโครงการต่าง ๆ ทภ่ี าครัฐใหค้ วามช่วยเหลือชาวสวนยาง 6) ส่งเสริมให้เกษตรกรเรม่ิ ปรับเปล่ยี นในพ้ืนท่ีบางสว่ นก่อนโดยทำเกษตรทฤษฎีใหม่/เกษตร ผสมผสาน แทนการปลูกยางพาราเพียงอย่างเดียว ให้มีรายได้สม่ำเสมอและเป็นกิจกรรมท่ีใช้น้ำน้อย เช่น ไผ่ กล้วยน้ำวา้ พรกิ และขา่ 7) ภาครัฐ ภาคเอกชนต้องให้การช่วยเหลือเกษตรกรในการวางแผนการตลาด การผลิต โดย จดั หาแหล่งจำหน่ายเพ่ือสร้างความเชื่อมั่นการตัดสินใจปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก โดยมีการเชื่อมโยงแหล่งรับ ซือ้ ผูผ้ ลิต 8) ภาครัฐควรมีโครงการพัฒนาจัดรูปท่ีดินให้เหมาะสมตาม Zoning by Agri-Map แบบที่ ส่วนร่วม (รัฐจ่าย 70 : เกษตรจ่าย 30) เพ่ือปรบั พื้นที่ไมเ่ หมาะสมให้สามารถผลิตสินค้าที่มีการบรหิ ารจัดการ สินค้าอย่างย่งั ยนื
7573 4.2.3 พ้นื ที่เปา้ หมายทีค่ วรบรู ณาการบริหารจัดการตามเขตเกษตรเศรษฐกจิ สนิ คา้ เกษตร 1) แผนที่แสดงขอ้ มลู พน้ื ทีค่ วามเหมาะสมของยางพารา (Agri-Map) จงั หวัดชลบรุ ี จงั หวัดชลบุรีมีพ้ืนท่ีเป้าหมายดำเนินการในพ้ืนที่มีความเหมาะสมน้อย(S3) และไม่เหมาะสม (N) ในการปลูกยางพารา โดย 3 อำเภออนั ดบั แรก ได้แก่ อำเภอบอ่ ทอง จำนวน 76,829.96 ไร่ คิดเปน็ ร้อยละ 73.48 โดยกระจายในพื้นท่ีตำบลพลวงทอง จำนวน 36,424.08 ไร่ ตำบลเกษตรสุวรรณ จำนวน 21,895.65 ไร่ รองลงมาเป็นอำเภอหนองใหญ่ จำนวน 12,111.89 ไร่ โดยกระจายในพน้ื ที่ตำบลเขาซก จำนวน 4,560.70 ไร่ ตำบลห้างสูง จำนวน 3,130.14 ไร่ อำเภอเกาะจันทร์ จำนวน 7,851.61 ไร่ โดยกระจายในพ้ืนที่ตำบล เกาะจนั ทร์ 7,792.94 ไร่ ตำบลทา่ บุญมี จำนวน 58.67 ไร่ (ภาพ 4.1) 2) แผนท่ีแสดงข้อมูลพื้นที่ความเหมาะสมของยางพารา (Agri-Map) กับพื้นที่การปลูก ยางพาราจรงิ ปี 2561 จังหวัดชลบรุ ี จากแผนที่พ้ืนที่ความเหมาะสมน้อย(S3) และไม่เหมาะสม(N) ในการปลูกยางพารา ของ จังหวดั ชลบุรที ี่เกษตรกรปลูกจริง จำนวน 90,977.89 ไร่ พบว่าเกษตรกรส่วนใหญป่ ลกู ยางพาราจรงิ ในพื้นท่ีไม่ เหมาะสม (S3) และ (N) อยู่ในอำเภอบอ่ ทอง จำนวน 68,900.46 ไร่ กระจายในพ้ืนท่ีตำบลพลวงทอง จำนวน 31,947.66 ไร่ ตำบลเกษตรสุวรรณ จำนวน 19,223.13 ไร่ รองลงมาอำเภอหนองใหญ่ จำนวน 9,736.19 ไร่ กระจายในพ้ืนที่ตำบลเขาซก จำนวน 3,458.47 ไร่ ตำบลหนองใหญ่ จำนวน 2,185.13 ไร่ และอำเภอเกาะ จันทร์ จำนวน 5,922.28 ไร่ กระจายในพ้ืนท่ีตำบลเกาะจันทร์ จำนวน 5,900.59 ไร่ ตำบลท่าบุญมี จำนวน 21.69 ไร่ (ภาพ 4.2) ท้ังน้ีพื้นท่ีเป้าหมายนี้เป็นพื้นท่ีควรบูรณาการบริหารจัดการตามเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้า เกษตร ของจงั หวดั ชลบรุ ี เป็นเปา้ หมายแรก อยา่ งไรกต็ าม การเขา้ รว่ มโครงการบริหารจดั การพ้ืนทเี่ กษตรกรรม เชิงรุก (Zoning by Agri–Map) เป็นภาคสมัครใจของเกษตรกรที่จะร่วมปรับเปลี่ยนหรือเพ่ิมเติมเสริมรายได้ จึงทำให้การขับเคลื่อนบรรลุเป้าหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังน้ัน คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและ สหกรณ์จังหวัดชลบุรี และคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและแกไ้ ขปัญหาภาคเกษตร ระดับจังหวัดชลบุรี (Chief of Operation) และเกษตรกรที่ผลิตยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสมควรกำหนด เป้าหมายพื้นท่ีนำร่องในการปรับเปล่ียน เพ่ือดำเนินการอย่างมีส่วนร่วมกับเกษตรกรในพื้นท่ีไม่เหมาะสมจึงจะ เกดิ ผลสมั ฤทธิ์ยกระดบั รายไดใ้ ห้เกษตรกรในพนื้ ที่ไม่เหมาะสมได้
7746 ภาพท่ี 4.1 แผนท่แี สดงขอ้ มูลพน้ื ทคี่ วามเหมาะสมของยางพาราจังหวดั ชลบุรี ท่ีมา : กรมพฒั นาที่ดนิ ปี 2559 และสำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 ภาพที่ 4.2 แผนท่ีแสดงขอ้ มูลพื้นทีค่ วามเหมาะสมของยางพารา กับพื้นท่ีปลกู ยางพาราจริงจงั หวัดชลบุรี ทมี่ า : กรมพฒั นาท่ีดิน ปี 2559 และข้อมูลพ้นื ท่ปี ลกู จรงิ สว่ นภูมิสารสนเทศการเกษตร สำนกั งานเศรษฐกิจ การเกษตรที่ 6
77 76 บรรณานกุ รม กรมพฒั นาท่ดี นิ . 2562. ข้อมลู Agri-Map [ออนไลน์]. เข้าถึงไดจ้ าก : http://agri-map- online.moac.go.th/login (วันท่สี บื คน้ ข้อมูล กรกฎาคม 2562). สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2562. แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดชลบุรี (พ.ศ. 2561 - 2565) ฉบับทบทวน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ชลบุรี. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2561. ข้อมูลสถติ ิการเกษตร. ศูนยส์ ารสนเทศการเกษตร กรงุ เทพมหานคร.
พิมพท่ี : หจก.สามดเี วริ ค 97 หมู 7 ตำบลจนั ทนมิ ิต อำเภอเมืองจันทบุรี จงั หวดั จนั ทบรุ ี 22000 โทร. 08 0560 0126 e-mail : [email protected]
Search