C-FEE รถพลังไฮโดรเจนสสู่ ดุ ยอดนวตั กรรมยานยนตส์ ี เขยี วแห่งอนาคต(Fuel cell) เรยี บเรียบโดย นายวีระนัฐ ย้มิ ประดิษฐ์ สาขาวชิ าเทคนิคเคร่ืองกล วิทยาลัยเทคนคิ สุโขทยั
C-FEE รถพลังไฮโดรเจนสสู่ ดุ ยอดนวัตกรรมยานยนต์สี เขียวแหง่ อนาคต นับจากวันท่ีผู้คนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “เสียดายความรู้และประสบการณ์ของข้าราชการเกษียณฯ” จวบจนถึงวันนี้ ด้วยเวลาเพียง 8 ปี พล.อ.ท.มรกต ชาญสารวจ อดีตเจ้ากรมสรรพาวุธและผู้บัญชาการศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกองทัพอากาศ ผู้พัฒนา “จรวดเห่าฟ้า”อันเล่ืองชื่อ (ปัจจุบันดารงตาแหน่งประธานกรรมการบริษัท คลีนฟูเอล เอ็นเนอร์ยี เอ็นเตอร์ไพร้ส์จากัด) ก็ได้พา C-FEE รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสัญชาติไทยไปไกลสุดกู่ เรียกว่าข้ึนแท่น “สุดยอดยนตรกรรมเพือ่ สิง่ แวดล้อม” ท่แี ม้แตค่ ่ายรถยักษ์ใหญ่จากยโุ รปยงั ตอ้ งมาขอซ้ือเทคโนโลยี! จาก ‘C-FEE Mini’ สู่ ‘The Super Jaab’ บุกเบิกยานยนต์เทคโนโลยีสีเขียวจุดกาเนิดของรถยนต์ไฟฟ้า C-FEE เร่ิมข้ึนในปีพ.ศ. 2546 เมื่อพล.อ.ท.มรกต ได้ทดลองสร้าง “รถพลังงานไฟฟ้า” ให้กับสถาบันวิจัยแห่งชาติ ด้วยเล็งเห็นถึงความจาเป็นในการใช้รถที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม อีกท้ังขณะนั้นรถไฟฟ้าท่ีใช้กันอยู่ในประเทศไทยมีราคาแพงเนื่องจากต้องนาเข้าจากต่างประเทศ 100% เพื่อให้เกิดการยอมรับด้านคุณภาพ ในยุคเร่ิมแรก พล.อ.ท.มรกต ได้ทดลองใช้ตัวถังของรถยนต์ยี่ห้อไดฮัทสุ รุ่นมิร่า ประกอบเข้ากับอะไหล่คุณภาพดีจากแหล่งต่างๆ เช่น มอเตอร์และอุปกรณ์ควบคุมความเร็ว (มาตรฐานองค์การนาซ่า) จากสหรัฐอเมริกา, เพลาแบบเดียวกับรถสปอรต์ จากอิตาลี ฯลฯ จนกระทั่งในปีต่อมา จึงได้ริเริ่มออกแบบและผลิตตัวถังเองเพ่ือจาหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปภายใต้ช่อื “C-FEE” ผลติ ภัณฑใ์ นยคุ แรกเร่มิ ของ C-FEE คือ C-FEE Mini รถยนต์ขนาด 2 ที่น่ังรูปโฉมคล้ายกับรถMini วินเทจ แต่เม่ือผลิตออกมารถรุ่นนี้กลับต้องเผชิญกับปัญหาเร่ืองการขอจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เน่ืองจากขณะน้ันประเทศไทยยังไม่มีกฏระเบียบเก่ียวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เง่ือนไขท่เี ปน็ อุปสรรคอยา่ งมากต่อการผลติ เชงิ พาณิชย์ของ C-FEE Mini ก็คือ ผู้ผลติ ต้องสามารถผลิตช้ินส่วนและอะไหลต่ า่ งๆ ได้เอง เม่อื C-FEE Mini ประสบกบั ปัญหาดงั กลา่ ว พล.อ.ท.มรกต จึงต้องคิดค้นและพฒั นารถยนตโ์ มเดลใหมข่ ึ้นมา (ทผ่ี ลติ ชิ้นสว่ นเองไดท้ ้ังหมด) ซงึ่ ก็ได้แก่ “The Super Jaab”
The Super Jaab เป็นรถยนต์ขนาด 4 ที่น่ังแบบเปิดประทุนได้ ตัวถังทาจากเหล็กกล้ารูปทรงส่ีเหล่ียม (ออกแนวรถ “Jeep”) The Super Jaab ถือเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสัญชาติไทยแท้คันแรกที่มีป้ายทะเบียน และสามารถใช้ขับขี่บนท้องถนนได้ โดยสามารถว่ิงได้ด้วยความเร็ว 80กม./ชม. อะไหลท่ ีใ่ ช้กับรถคันนี้สามารถผลิตได้เองทั้งหมด ท้ังยังได้เพิ่มอุปกรณ์ตกแต่ง อันได้แก่ แอร์วทิ ยุ เครอ่ื งเลน่ ซีดี ฯลฯ ปจั จบุ ันมสี ใี หเ้ ลอื กซิง่ ถึง 7 สี ตอกยา้ แบรนด์ + Customise ยังไงก็ “เวิร์ค”ไมเ่ พียงแต่ C-FEE Mini และ The Super Jaab เท่านั้น ปัจจบุ ันรถไฟฟา้ เพื่อการพาณิชยอ์ ่นื ๆ ของพล.อ.ท.มรกต (อย่างเชน่ รถกอลฟ์ รถรับสง่ ผู้โดยสารในรสี อร์ท รถเกบ็ ขยะในโรงพยาบาล ฯลฯ) ก็ไดร้ บั ความนยิ มมากเชน่ กนั โดยสามารถเบียดสนิ ค้าคู่แข่งจากสหรฐั อเมริกาและญ่ีปุ่น (ท่ีเปน็ เจ้าตลาด) ได้อย่างสบายๆ ปจั จยั สาคัญอันเปน็ ข้อไดเ้ ปรยี ของ C-FEE ก็คือ แบรนด์นี้สามารถผลิตสินค้าตามออร์เดอร์ได้แบบ “tailor-made” สามารถติดตั้งอุปกรณ์การใช้งานตามลักษณะภูมิประเทศ และมีบริการหลังการขายแบบ full-service น่ีเองทาให้ในปีท่ีผ่านมารถไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ของ C-FEE มียอดส่ังจองสูงถึง400,000 คนั (ขณะท่กี าลงั การผลิตในเขตกรงุ เทพฯ มเี พยี งแค่ 10,000-20,000 คนั เทา่ นน้ั ) “รถไฟฟ้าของเราออกแบบตามลักษณะการใช้งานครับ ไม่ว่าจะว่ิงบนทางเรียบ ขึ้นเขา ในสนามกอล์ฟ บนถนนลูกรัง ฯลฯ ซึ่งของยี่ห้ออ่ืนส่วนใหญ่เขาออกแบบมาให้ใช้อเนกประสงค์ มันไม่ตอบโจทยค์ วามต้องการของลกู คา้ ได้ตรงๆ นอกจากนี้ เรายงั เน้นบริการหลงั การขายด้วย หากมีปัญหาเรากจ็ ะส่งทีมชา่ งของเราไปดแู ลทนั ที อยา่ งล่าสดุ เราส่งช่างบนิ ลงไปถึงภูเกต็ เลย” “ความภมู ิใจของ C-FEE อีกอยา่ งคอื การสร้างช่ือเสยี งให้กับประเทศ เรากล้าติดป้าย ‘Madein Thailand’ บนตัวรถ เพราะมนั่ ใจในคณุ ภาพ ผูป้ ระกอบการบางรายกลวั ลูกค้าไม่มั่นใจเลยต้ังชื่ออิงกับแบรนด์ต่างประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นการหลอกลูกค้าแล้ว ผมยังถือว่า เสียมารยาทด้วยนะเพราะถ้าสินค้าคุณมีคุณภาพจริง การบอกลูกค้าว่า ผลิตในเมืองไทยก็เท่ากับเป็นการสร้างความน่าเช่อื ถือ แถมยังสร้างช่ือใหก้ ับประเทศด้วย” พล.อ.ท.มรกต เล่าให้เราฟังอยา่ งภาคภูมใิ จ Hybrid สายพนั ธ์ใุ หม่ สู่อนาคตรถพลังไฮโดรเจนยงั ไมท่ นั ท่ีผู้ขบั ขช่ี าวไทยจะมโี อกาสไดย้ ลโฉมรถยนต์พลังงานไฟฟา้ สุดฮิปอย่าง Nissan Leaf (ที่ออกมาเขยา่ วงการ eco-car ในอเมริกาเม่ือตน้ ปี 2554) พัฒนาการด้านยานยนตเ์ พือ่ ส่งิ แวดล้อมของC-FEE ก็ได้กา้ วล้าหน้าไปอกี ขั้น กบั “ซูเปอร์อเิ ล็คทริคคาร์” รถยนตพ์ ลังไฮโดรเจนทใี่ ชน้ วัตกรรมล้ายุคยิง่ กว่ารถไฟฟา้ ระบบชารจ์ ไฟเสียอีก “ซูเปอร์อิเล็คทริคคาร์” ท่ีว่าน้ี เป็นรถไฮบริดผสมระหว่างแหล่งกาเนิดพลังงานที่เรียกว่าFuel Cell กบั ชุดอปุ กรณ์ทาความเย็น “Hercules” มีหลักการทางานคือ Fuel Cell ทาหน้าที่แปลง“พลงั งานเคม”ี ให้เปน็ “พลังงานไฟฟา้ ” โดยอาศัยปฏิกิริยาระหวา่ ง “กา๊ ซเช้ือเพลิง” (ไฮโดรเจน) กับ“ก๊าซอ๊อกซิไดซ์” (ออกซิเจน) เมื่อก๊าซไฮโดรเจนผ่านช่องทางเข้า ก็จะเกิดการออกซิเดช่ันที่ชุดประกอบข้ัวไฟฟ้าแบบแผ่นเย่ือ (Membrane Electrode Assembly) ทาให้เกิด “กระแสไฟฟ้า” ซ่ึง
จะเคลอ่ื นทไี่ ปตามตัวนาไฟฟ้าและทาใหเ้ กิด “โปรตอน” ขึ้น โปรตอนเหล่านี้จะเคล่ือนผ่าน “แผ่นเย่ือแลกเปลี่ยนโปรตอน” และเกิดปฏิกิริยา “รีดักชั่น” ซ่ึงในขั้นตอนน้ี ตัวเร่งปฏิกิริยาจะช่วยในการรวมตัวกับออกซิเจนท่ีผ่านเข้ามาจนเกิดเป็น “น้า” ที่มีความบริสุทธ์ิระดับด่ืมได้ ดังนั้น เมื่อเทียบกับเคร่ืองยนต์ท่ัวไปแล้ว แหล่งกาเนิดพลังงานแบบ Fuel Cell จึงไม่เหลือของเสียที่สร้างมลพิษให้กับสงิ่ แวดลอ้ มเลย ท่ีสาคัญ เซลล์เช้อื เพลิงยงั เปน็ อปุ กรณ์ให้พลังงานทีไ่ มม่ ีการเคล่ือนท่ีของช้ินส่วน จึงไม่กอ่ ใหเ้ กดิ เสียงดังในขณะเคร่อื งกาลงั ทางานอีกดว้ ย “เราอาจได้เห็นเทคโนโลยี Fuel Cell น้ีในปีหน้า เพราะบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะนาออกมาโปรโมทในรปู แบบ “รถพลงั งานไฮโดรเจน” ซึ่งผมบอกเลยวา่ ผู้บริโภคต้องศกึ ษาหลกั การทางานให้ดีก่อนเพราะมนั อาจเป็นรถไฮโดรเจนแบบ “แอบแฝง” คือ ใช้วิธีเติมไฮโดรเจนเข้าไปในกระบอกสูบโดยตรงแตค่ วามจริงรถก็ยังใชน้ ้ามันเป็นเชือ้ เพลงิ อยู่ดี ซ่ึงน่ันเท่ากบั ว่ามนั ก็ยงั คงกอ่ ให้เกดิ มลพษิ ครับ” “ของ C-FEE เราจะเป็น Fuel Cell แบบเต็มรูปแบบ ผู้คิดค้นเทคโนโลยี Fuel Cell นี้คืออเมริกาแต่เรามีห้องทดลองและอุปกรณ์ทา Fuel Cell ของเราเอง ผมคิดว่ารถไฮโดรเจนเหมาะกับเมอื งไทยมาก เพราะเรามกี าลงั การผลิตไฮโดรเจนอยา่ งเหลือเฟือ อย่างท่ี Eastern Seaboard ที่เดียวมีไฮโดรเจนเหลือใช้ปล่อยทิ้งไปในอากาศถึงชั่วโมงละ 20 ตัน ซึ่งสมมติว่า เราไม่ได้ไฮโดรเจนจากตรงน้ัน เราก็ยังสามารถแยกไฮโดรเจนออกจากน้าได้ (น้าประปา 10 ลิตรราคา 1.5 สตางค์ สามารถแยกไฮโดรเจนได้ถึง 12,000 ลิตร) ปัญหาหลักตอนน้ีคือ เรายังไม่มีก๊าซไฮโดรเจนให้เติม แต่บริษัท BIGBangkok Industrial Gas ได้เสนอตัวเป็นผู้ขนส่งไฮโดรเจนเหลือท้ิงจาก Eastern Seaboard มาให้ซึ่งผมวา่ แมเ้ ราจะต้องเสียค่าขนสง่ ให้ BIG มันก็ดกี ว่าตอ้ งนาเข้าน้ามันจากต่างประเทศนะครับ” “ส่วน Hercules คือ อปุ กรณท์ าความเยน็ อิสระท่ที างานโดยไม่รบกวนการใช้พลังงานของรถปัญหาของ C-FEE Mini กับ The Super Jaab คือ อุปกรณ์ทาความเย็นใช้พลังงานจากแหล่งกาเนิดพลังงานของรถโดยตรง ทาให้เมื่อเปิดแอร์ รถจะวิ่งได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ Fuel Cell + Hercules นี้ จะช่วยให้รถสามารถเปิดแอร์ว่ิงได้ตามปกติเหมือนรถยนต์ท่ัวไป แม้นอนหลับในรถก็ไม่เกิดอันตรายเพราะปราศจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถว่ิงได้ด้วยความเร็วสูงถึง 132 กม./ช่ัวโมง ให้กาลัง88 แรงม้า ดไี ซน์ออกแบบให้ดูโฉบเฉ่ียวฉีกไปจากรูปลักษณ์ของ eco-car ซึ่งบางทีดูแล้วไม่ค่อยเร้าใจซูเปอร์อเิ ลค็ ทริคคารโ์ ฉมใหมน่ ี้จะออกแนว Volkswagen Scirocco ครบั ” น่าเสียดายที่ทางผู้บริหาร C-FEE วางแผนว่าจะ “ขายเทคโนโลยี” นี้ให้กับบริษัทรถยนต์ท่ีสนใจ ...มากกว่าจะตั้งเป้าผลิตเอง “รถพลังไฮโดรเจนคันน้ี เมื่อผลิตออกมาจะมีราคาขายอยู่ท่ีคันละ 3-4 ล้านบาท แต่ผมวางแผนว่า จะขายเทคโนโลยีน้ีให้กับบริษัทรถยนต์ ซ่ึงตอนนี้ก็มีติดต่อเข้ามาหลายรายแล้ว ราคาท่ีเจรจากันน่าจะอยู่ที่ราว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 450 ล้านบาท) ข้อดีของการขายเทคโนโลยีให้บริษทั ผู้ผลิตรถยนต์คอื เมือ่ เขาผลิตขายได้ในระดับแมส มันจะช่วยให้ต้นทุนการผลิตถูกลง และทาให้ราคารถถูกลงในท่ีสุด ซึ่งเม่ือถึงตอนนั้นประชาชนทั่วไปก็จะมีโอกาสใช้แพร่หลายมากขึ้น หรือบรษิ ัทผู้ผลิตเองอาจจะใช้เทคโนโลยีเดียวกันนี้กับรถรุ่นที่ประหยัดกว่าก็ได้ ผมมองว่า ในระยะยาวมันเท่ากับเป็นการสนบั สนุนให้คนหันมาใช้รถยนตท์ ่เี ป็นมิตรกับส่ิงแวดลอ้ ม”
ของดีไม่ได้มีไวแ้ ค่ (มอเตอร์) โชว์แน่นอนวา่ ปจั จัยสาคัญท่ีทาใหส้ ินค้าหรือบรกิ ารเปน็ ทีร่ ู้จกั กค็ ือ “การโฆษณาประชาสัมพนั ธ์” ซง่ึขณะท่ีบรรดาค่ายรถเทเงินหลายรอ้ ยล้านบาทไปกับอเี วนท์ “มอเตอร์โชว์” ยานยนตส์ เี ขียวอย่าง C-FEE กลับเลอื กใช้กลยุทธ์สดุ ประหยัด (ทีด่ ูเหมือนจะได้ผลชะงดั กว่า) ดว้ ยการ “วิง่ โชว”์ “วิธีประชาสัมพันธ์คือ การจัดโชว์รถร่วมกับสินค้าท่ีมาเป็นสปอนเซอร์ครับ โดยเราขออนุญาตทางกทม. จัดโชว์ท่ีลานพระบรมรูปทรงม้า และให้ผู้ท่ีสนใจสามารถทดลองขับขี่ได้เลย ท่ีผ่านมาเราแค่ว่ิงโชว์รอบเดียวก็มียอดออร์เดอร์เป็นพันคันแล้ว หลังจากนั้นเราก็ขยายพ้ืนที่ในการว่ิงโชว์ออกไป เช่น ไปบริเวณสวนลุมฯ ถนนพระราม 4 ในช่วงวันหยุด ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากส่ือและประชาชนเป็นอยา่ งดี” ไมก่ ู้...ไม่กลุ้ม อีกมมุ มองของการทา้ ธรุ กิจนับจากวันแรกท่ี C-FEE โลดแลน่ บนทอ้ งถนน จวบจนถึงวันทผี่ ลติ ไม่ทันกบั ความตอ้ งการของลูกคา้เคล็ดไม่ลบั ข้อหน่งึ ในแผนธรุ กิจสเี ขยี วนก้ี ็คือ “ไมล่ งทุนดว้ ยเงนิ กู้” “ผมอาจจะมีมุมมองแบบเดิมๆ แต่ถ้าคุณเป็น SME คุณก็ไม่ควรกู้เงินจานวนมหาศาลมาลงทุน เพราะจะก่อให้เกิด impact ต่อธุรกิจหลายอย่าง หน่ึงในน้ันคือ ดอกเบ้ีย เมื่อดอกเบี้ยเดินตลอด แต่โปรดักช่ันยังไม่ออก ผู้บริหารจะเสียสมาธิในการทางาน และไม่เสริมสร้างให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น ผมแนะนาให้เก็บหอมรอมริบดีกว่าครับ เม่ือคุณมีสายป่านยาวพอแล้วค่อยลงทุนด้วยเงินของตัวเอง” แหล่งข้อมลู อ้างองิ http://www.tcdc.or.th/articles/technology-innovation/16398/#เผยโฉม-C-FEE-รถพลังไฮโดรเจนฝมี อื คนไทย-สูส่ ดุ ยอดนวตั กรรมยานยนตส์ เี ขยี วแห่งอนาคต (วันทคี่ ้นข้อมลู : 31 กรกฏาคม 2560)
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: