วิจยั ในชน้ั เรียน ปกี ารศกึ ษา 2564 การพัฒนาความคดิ สรา้ งสรรคข์ องเด็กปฐมวัย ช้นั อนบุ าลปีที่ 3/2 ดว้ ยการจัดกจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ นางสาวปรยิ าภทั ร สายสนนั่ โรงเรียนวดั พืชนมิ ิต (คาสวัสด์ริ าษฎรบ์ ารุง) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาปทุมธานี เขต 1 กระทรวงศกึ ษาธิการ
วิจยั ในชนั้ เรียน ปกี ารศกึ ษา 2564 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ดิร์ าษฎร์บารุง) ............................................................................................................................. .......................... ช่อื เรื่อง การพฒั นาความคิดสร้างสรรค์ของเดก็ ปฐมวยั ชั้นอนบุ าลปที ี่ 3/2 ด้วยการจดั กจิ กรรมศิลปะสรา้ งสรรค์ ชอื่ ผูว้ จิ ัย นางสาวปรยิ าภัทร สายสน่นั ความเปน็ มาและความสาคัญ การศึกษาปฐมวัยเป็นการพฒั นาเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพ้ืนฐานการ อบรมเล้ียงดู และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้ เต็มตามศักยภาพภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมท่ีเด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอ้ืออาทร และความเข้าใจ ของทุกคน เพ่ือสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครวั สงั คมและประเทศชาติ (กระทรวงศกึ ษาธิการ, 2560, หนา้ 2) ในการจดั กระบวนการเรยี นรู้ให้กับเด็ก ปฐมวัย ต้องให้สอดคล้องกับความตอ้ งการของผู้เรียน ความถนัด ความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ผเู้ รียน จะต้องได้ทดลองปฏิบัติ ค้นคว้าและเรียนรู้ร่วมกับเพ่ือน โดยผู้ท่ีเกี่ยวข้องกับเด็กจะต้องพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้มี พัฒนาการความพร้อมในทุกด้าน สาหรับเด็กปฐมวัยซ่ึงเป็นวัยก าลังเจริญเติบโตไปพร้อมกันท้ัง 4 ด้าน คือ ด้าน ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา พร้อมท่ีจะเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆรอบตัว ความคิดสร้างสรรค์นับเปน็ ความสามารถที่สาคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ซึ่งมีคุณภาพมากกว่าความสามารถด้านอ่ืน ๆ และเป็นปัจจัยท่ีจาเป็น อย่างยิ่งในการส่งเสริมความก้าวหน้าของประเทศชาติ ประเทศใดก็ตามท่ีสามารถแสวงหาพัฒนาและดึงเอา ศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของประชากรในประเทศออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากเท่าใด ยิ่งมีโอกาสพัฒนาและ เจรญิ ก้าวหน้าไดม้ ากเทา่ นั้น (อารี พันธ์มณี, 2537, หนา้ 5) ความคิดสร้างสรรค์ถอื ว่ามคี วามสาคัญและก่อให้เกิด ประโยชนต์ อ่ ชีวิตประจ าวนั เปน็ อยา่ งมาก โดยหาก มองไปรอบตัว กจ็ ะพบว่าหลายสิง่ หลายอย่างเปน็ ผลผลิตจาก ความคิดสรา้ งสรรค์ ด้วยการประดษิ ฐ์คดิ คน้ การ ออกแบบสิ่งแปลกใหม่ เปน็ นวตั กรรมทม่ี ีประโยชนม์ ากมาย ไมว่ า่ จะเปน็ ด้านเทคโนโลยี ดา้ นวิทยาศาสตร์ ดา้ น การแพทย์ ด้านศิลปะ ดนตรี วรรณกรรม การละคร ฯลฯ กล็ ้วนเป็น ผลผลิตจากสมองของมนุษย์ที่ไม่เคยหยดุ คดิ และหยดุ กระท า ดว้ ยเหตุนี้เองในประเทศที่พฒั นาแลว้ จึงได้เน้นเร่ือง การส่งเสรมิ ความคิดสรา้ งสรรคโ์ ดยการ ปลกู ฝงั ใหค้ วามคดิ สรา้ งสรรคเ์ ป็นฐานของการศึกษารวมไปถงึ การประกอบ อาชีพด้วย แต่เมื่อย้อนกลับมาที่ ประเทศของเราก็ต้องยอมรับว่ายังห่างจากความเข้าใจและความสาเร็จในเชิง ปฏิบัตใิ นเรอ่ื งนีพ้ อสมควรแม้วา่ การศกึ ษาไทยในปจั จบุ ันจะไดม้ กี ารก าหนดใหค้ วามคดิ สร้างสรรค์เป็นจุดมุ่งหมาย ท่สี าคัญประการหนง่ึ ของการจัด การศกึ ษาทกุ ระดบั รวมไปถึงหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช 2560 ทไ่ี ด้ กลา่ วถงึ การศกึ ษาสาหรับเด็ก ปฐมวยั อายุ 3-6 ปี ท่มี จี ุดม่งุ หมายเพอ่ื สง่ เสริมให้เดก็ มสี ุขภาพดี เจรญิ เติบโตตามวัย มีคุณธรรมจริยธรรม มี ความสามารถในการคิดและการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย มีจินตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์ และมีเจต คติท่ีดีต่อการเรียนรู้อันเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้เกิดขั้นกับเด็ก (กระทรวงศึกษาธิการ. 2560). แต่ในทาง ปฏิบัติการศกึ ษาไทยส่วนใหญก่ ย็ ังคงเนน้ ในเร่ืองวิชาการ และการเรียน การสอนท่ีเน้นกระบวนการจามากกว่า กระบวนการคิด โดยอาจลืมไปว่าความคิดสร้างสรรค์นั้นท่องจาไม่ได้ แตส่ ามารถเรียนรไู้ ด้ด้วยการปฏิบัตแิ ละการ ฝึกฝนอย่เู สมอปัจจัยท่ีส่งผลตอ่ ความคิดสร้างสรรค์อาจเกิดจากหลาย
เหตุปัจจยั แตป่ จั จยั หนงึ่ คอื รปู แบบการเรียน การสอน (มิ่งขวัญ ภาคสัญไชย, 2551); (ธีรก์ ญั ญา โอชรส, 2551) ทอี่ าจสกดั กัน้ ความคิดสร้างสรรค์ของนกั เรยี น เช่น บรรยากาศทีเ่ น้นการแขง่ ขนั ท าใหน้ กั เรียนกดดนั ค าตอบมกั ถู กก าหนดเพียงค าตอบเดียว คิดแบบยืดหยุ่น ไม่ได้ อาจถูกตาหนิเม่ือตอบผิด มีการประเมินบ่อย ๆ หรือเป็น ทางการตลอดเวลา ฯลฯ (ดวงฤทยั นอ้ ยพรม, 2552); (วิรยิ ะ ฤาชยั พานชิ ย์, 2554, วดิ ที ัศน์) ซง่ึ ส่ิงเหลา่ นี้ถอื เป็น การสร้างบรรยากาศที่ไม่เอื้อต่อการคิด สร้างสรรค์ของเด็ก ดังน้ัน หากต้องการส่งเสรมิ ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ควรสอนด้วยวิธกี ารกระตนุ้ ใหเ้ ด็กเกิด ความอยากรู้อยากเหน็ เชน่ การใช้ค าถามท่ที า้ ทายความคิด การใชค้ าถาม ปลายเปดิ การใหเ้ ดก็ ฝึกปฏบิ ัติด้วย ตนเองมากกว่าการบอกใหร้ ู้ และให้การสนบั สนนุ ด้วยการเสริมแรง ใหก้ าลังใจ ไม่ด่วนตัดสินถูกหรือผิด ไม่ควรยึด ติดว่าค าตอบควรต้องมีค าตอบเดียว เพราะการคิดสร้างสรรค์เป็นการคิดได้ หลายทิศทางหลายแงม่ มุ ข้อค้นพบทางการแพทย์พบว่า ในช่วงแรกของชีวิตจนถึง 6 ปี เป็นระยะท่ีเซลล์สมองเจริญสูงสุด การ ส่งเสรมิ ความคิดสรา้ งสรรค์เปน็ หัวใจสาคัญของการเรียนร้ขู องเดก็ วยั น้ี เพราะในช่วง 6 ขวบแรกของชวี ติ เปน็ ระยะ ท่ีเด็กมีจินตนาการสูง ศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ก าลังพัฒนา หากเด็กได้รับการจัดประสบการณ์หรือ กจิ กรรมที่เหมาะสมต่อเนอื่ งเป็นล าดับก็เทา่ กับเปน็ รากฐานที่มัน่ คงสาหรับการพัฒนาความคิดสรา้ งสรรคข์ องเด็ก ในวยั ตอ่ มา (เยาวพา เดชะคุปต์, 2542, หนา้ 86) ตามทฤษฎีพัฒนาการของอริ คิ สนั วัย 3-6 ปี เปน็ ระยะที่เดก็ มี ความคิดสร้างสรรค์ ถ้าเด็กได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการคิดท ากิจกรรมต่าง ๆ อย่างเสรี จะท าให้เด็ก พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ในทางตรงกันข้ามถ้าเด็กถูกจ ากัดควบคุมความคิด และการกระท า เด็กก็จะรู้สึกอาย และไม่กล้าท าในสิ่งต่าง ๆด้วยตนเอง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการข้ันต่อไป (Richard & Norman, 1997, pp.199-202) จากการศึกษาของโลเวนเฟลด์และบริทเทน (Lowenfeld & Brittain, 1987, p.76) พบว่า พฒั นาการทางความคิดสรา้ งสรรค์ของเด็กจะมีสงู มาก ต้ังแตอ่ ายุ 4 ปขี ึน้ ไป เดก็ ในวยั น้ีจะเตม็ ไปดว้ ยความอยากรู้ อยากเห็น และจินตนาการ แต่เมือ่ ยา่ งเข้าอายุ 8-9 ปี พัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์ของเด็กจะต่าลง และจะ ลดตา่ ลงอกี ชว่ งหนง่ึ ประมาณอายุ 13-14 ปี ซงึ่ หากเดก็ ได้รบั การพัฒนาต้งั แตเ่ ดก็ ในระยะแรก ๆ จะทาให้เด็กเกิด ความคดิ สรา้ งสรรค์ และได้มกี ารพฒั นาเปน็ อยา่ งดีคุณภาพของเด็กกจ็ ะดีในอนาคต การส่งเสริมความคิดสรา้ งสรรค์ให้กับเดก็ ตั้งแต่เยาว์วยั เท่าใดก็ย่ิงมีผลดีข้ึนเท่าน้นั โดยเฉพาะในช่วงกอ่ น วัยเรียนหรือช่วง 6 ปีแรกของ ชีวิตเป็นระยะท่ีเด็กมีจินตนาการสูง (อารี พันธ์มณี, 2537, หน้า 6; อ้างอิงจาก Torrance, 1965) ดังน้ัน จึงควรมีการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก โดยให้มีพัฒนาการความคิด สร้างสรรค์ตั้งแต่วัยเด็ก และพัฒนาติดต่อกัน ถึงขั้นระดับสูง โดยไม่บั่นทอนให้ลดลง (วราภรณ์ รักวิจัย, 2535, หน้า 160-161) ศักยภาพด้านความคิด สร้างสรรค์ของเด็กกาลังพัฒนา หากช่วงน้ีได้รับการพัฒนา หรือการจัด กิจกรรมที่เหมาะสมและต่อเน่ืองกันเป็นลาดับ เท่ากับเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสาหรับการพัฒนาความคิด สร้างสรรค์ในวัยต่อมา และความคิด สร้างสรรค์สามารถพัฒนาได้ด้วยการสอน ฝึกฝน และฝึกปฏิบัติที่ถูกวิธี และ ยิ่งส่งเสริมให้เด็กตง้ั แตเ่ ยาว์วัยไดเ้ ทา่ ใด กย็ ิ่งเป็นผลดีมากขึ้นเทา่ น้นั กจิ กรรมทีส่ ามารถพฒั นาความคิดสร้างสรรค์น้ันมีหลายวธิ ี ดังท่ี อารี พนั ธ์มณี (2545, หนา้ 162-195) นักวิชาการด้านความคิดสร้างสรรค์ได้แนะนาไว้ เช่น กิจกรรมทางภาษา ซึ่งเน้นการใช้ทักษะการฟัง การอ่าน การพูด และการเขียนไว้ด้วยกนั ตัวอย่างกิจกรรม เช่น การเล่านิทาน การแต่งเรื่องจากภาพ การทายคา เป็นต้น กิจกรรมทางความคิด ท่ีเน้นการส่งเสริมกระบวนการคิดจินตนาการ แสดงความคิดเห็น เช่น การระดมสมอง การ ทายคา เปน็ ต้น กิจกรรมทางศิลปะ เน้นการฝึกใชจ้ ินตนาการและกล้ามเน้ือมือ เช่น การวาดภาพ ระบายสี เปน็ ตน้
กิจกรรมทางการประดิษฐ์ เป็นกจิ กรรมท่ีเน้นการคดิ สรา้ ง ดัดแปลงจนเกดิ ส่ิงใหม่ และกิจกรรมทางดนตรี ท่ฝี กึ การ ซาบซง้ึ ในดนตรี ถ่ายทอดออกมาอยา่ งอิสระ เปน็ ตน้ จากกจิ กรรมทหี่ ลากหลายข้างต้น หากสามารถ นามาใช้อยา่ ง บูรณาการได้อยา่ งครบถว้ นก็จะเปน็ การดียิง่ เนอ่ื งจากเป็นวัยท่ีจนิ ตนาการและความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนา ได้ดีท่ีสุด โดยเลือกกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์มาใช้ในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เน่ืองจาก กิจกรรมศิลปะ สรา้ งสรรคเ์ ป็นกิจกรรมหน่งึ ท่ีอยู่ในการจัดประสบการณ์สาหรับเด็กปฐมวัย เป็นกจิ กรรมท่เี ด็กอยากทา สนใจท่ีจะ ทาเมื่อทาแล้วมีความสุข สามารถพัฒนาเด็กได้ครบทุกด้านท้ังด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซง่ึ เด็กทุกคนตอ้ งการแสดงออกด้านความคดิ และความรู้สกึ ต้องการบอก ต้องการพูด ตอ้ งการ เขียนเพือ่ ถ่ายทอด ความรู้และความรู้สึกของตน วิธีการของเด็กทาได้ด้วยการถา่ ยทอดออกจากจินตนาการสู่งาน ศิลปะ (กุลยา ตันติ ผลาชวี ะ, 2547, หน้า 188) การจัดกิจกรรมศิลปะไว้ในตารางประจาวันมจี ุดประสงค์เพ่ือพฒั นาเด็กได้ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสตปิ ญั ญา โดยใหเ้ ด็กได้มีโอกาสได้คิดสร้างสรรค์ และแสดงความรู้สึกนกึ คิดออกมาเป็นภาพ (สานักงาน คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2537, หน้า 19) ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของ อารี พันธ์มณี (2537,หน้า 127) ท่ีได้เสนอว่ากิจกรรมสร้างสรรค์ทางศิลปะ เป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับความสนใจ ความสามารถ และ สอดคล้องกับหลักพัฒนาการของเด็กเป็นอย่างย่ิง กิจกรรมศิลปะไม่ใช่สิ่งที่ส่งเสริมเพียงแค่ การประสานสัมพันธ์ ระหว่างกล้ามเนื้อมือกับตาและการผ่อนคลายความเครียดทางอารมณ์ท่ีอาจจะมีเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริม ความคิดสร้างสรรค์และนาไปสู่การเรียนเขียนอ่านอย่างสร้างสรรค์ต่อไป เช่นเดียวกับ วราภรณ์ รักวิจัย (2535, หน้า 62) ได้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ว่าเหมือนกับการจัดกิจกรรมท่ัว ๆ ไป แตกต่างตรงท่ีกิจกรรม สร้างสรรค์น้ันเป็นกิจกรรมที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อฝึกให้เด็กได้แสดงออกอย่างผู้ท่ีมีลักษณะ สร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมท่ี ไม่มกี ารบงั คับใหเ้ ด็กทาแต่เป็นกจิ กรรมเสรีท่เี ด็กทุกคนสามารถจะทาไดเ้ ม่ือตนเกดิ ความ ต้องการพอใจและสนใจ เด็กรักและชอบกจิ กรรมทางศลิ ปะอยู่แลว้ เร่มิ จากเลก็ ๆ เม่อื เดก็ มปี ระสบการณ์ในการใช้ มอื หยบิ จับ ลากไปลาก มา หากเป็นวัสดเุ ครื่องเขียนก็จะทาใหเ้ กดิ ร่องรอยขึ้นและค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยจากขีดยุ่ง เหยงิ ไปสู่รปู รอยท่ีเขา้ ใจ ได้ สื่อความหมายได้ นอกจากนนั้ กจิ กรรมสร้างสรรคท์ างศิลปะยังเป็นกจิ กรรมทเี่ หมาะสม กับความสนใจ ความสามารถ ความสอดคล้องกบั หลักพัฒนาการของเด็กเป็นอยา่ งดี อีกทั้งยังช่วยใหก้ ล้ามเนื้อมอื และสายตา สัมพันธ์กัน ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทางอารมณ์และยังช่วยในการส่งเสริมความคิดอิสระ ความคิด จินตนาการ การรู้จักทางานด้วยตนเอง ฝึกการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ท้ังความคิดและการทางาน จาก ความสาคัญและสภาพปัญหาดังกล่าว ผ้วู จิ ัยจงึ มีความสนใจท่ีจะศกึ ษาพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์ของ เดก็ ปฐมวยั ด้วยการทากจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์ ซ่ึงเปน็ กิจกรรมทเ่ี หมาะสมกับเดก็ ปฐมวยั เพราะเป็นกิจกรรมท่ี สามารถทาใหเ้ ดก็ เกิดจินตนาการและสง่ เสริมความคดิ สร้างสรรคข์ องเด็ก เป็นกจิ กรรมที่เดก็ ๆ ชอบและเหมาะสม กับตัวเด็ก และยังสามารถช่วยให้เด็กได้พัฒนาทางความคิด กล้าแสดงออกเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิด พัฒนาการท่ีดตี ามวัยของเดก็ โดยเฉพาะพัฒนาการดา้ นความคิดสร้างสรรค์จะเปน็ แนวทางเสริมสร้างศักยภาพเด็ก ให้สมบูรณ์ยิ่งข้ึน ผลจากการวิจัยจะช่วยให้เด็กปฐมวัยเกิดการพัฒนาทุกด้าน เป็นผลให้เด็กเกิดความพร้อมใน การเรียนรูต้ ่อไป
วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาพฒั นาการด้านความคดิ สร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย เม่อื ไดร้ บั การจดั กจิ กรรมศิลปะ สร้างสรรค์ 2. เพ่อื เปรียบเทียบพฒั นาการด้านความคิดสรา้ งสรรค์ของเด็กปฐมวัย กอ่ นและหลังการจดั กจิ กรรม ศลิ ปะสรา้ งสรรค์ สมมตฐิ านของการวิจัย 1.นกั เรยี นช้ันอนบุ าลปที ่ี 3 โรงเรียนวัดพืชนิมติ (คาสวัสดริ์ าษฎรบ์ ารุง) ทไี่ ด้รับการจดั กิจกรรมศิลปะโดย มีพัฒนาการดา้ นความคิดสรา้ งสรรคท์ ี่สงู ขึน้ ขอบเขตของการวิจัย 1. ประชากร นกั เรียนชน้ั อนุบาลปที ี่ 3/2 โรงเรียนวดั พืชนมิ ติ (คาสวัสดร์ิ าษฎรบ์ ารงุ ) จานวน 29 คน 2. กลุ่มตัวอยา่ ง นกั เรยี นชั้นอนบุ าลปที ่ี 3/2 โรงเรียนวัดพืชนิมติ (คาสวัสดิ์ราษฎร์บารงุ ) จานวน 29 คน 3. ขอบเขตดา้ นตวั แปร ตวั แปรตน้ คือ การพฒั นาความคิดสรา้ งสรรค์ ตัวแปรตาม คอื กจิ กรรมศลิ ปะ 4. ระยะเวลาทใี่ ช้ในการวิจัย ตลอดปกี ารศึกษา 2564 5. เน้อื หาทใี่ ช้ในการวจิ ัย 1.กิจกรรการปั้น – การปั้นอสิ ระ 2.กจิ กรรการปั้น – การปน้ั ตามเรอื่ งราว 3.กิจกรรการป้ัน – การปั้นสง่ิ ต่าง ๆรอบตัว 4.กจิ กรรการปน้ั – การปั้นตามจนิ ตนาการ 5.กิจกรรมฉีกปะ – การฉีกปะวงกลมมหศั จรรย์ 6.กจิ กรรมฉกี ปะ – การฉีกปะเลา่ เร่ือง 7.กจิ กรรมตดั ปะ – การตดั ปะตวั การ์ตูนในดวงใจ 8.กิจกรรมตดั ปะ – การตัดปะภาพจากจนิ ตนาการ 9.กิจกรรมการพับกระดาษ – การพับรูปดอกไม้ 10.กจิ กรรมการพับกระดาษ – การพบั รปู สนุ จั 11.กิจกรรมการพับกระดาษ – การพับรปู เสอ้ื 12.กิจกรรมการพบั กระดาษ – การพบั รปู เรอื 13.กจิ กรรมการพมิ พภ์ าพ – การพมิ พภ์ าพจากวสั ดจุ ากก้านกลว้ ย
14.กจิ กรรมการพมิ พภ์ าพ – การพิมพ์ภาพจากใบไม้ 15.กิจกรรมการพิมพภ์ าพ – การพิมพภ์ าพจากมอื / นวิ้ มือ 16.กจิ กรรมการพิมพภ์ าพ – การพิมพ์ภาพจากวสั ดุเหลอื ใช้ 17.กิจกรรมงานประดษิ ฐ์ – การประดิษฐห์ ุ่นมอื 18.กจิ กรรมงานประดษิ ฐ์ – การประดษิ ฐ์ตู้ปลา 19.กิจกรรมงานประดษิ ฐ์ – การประดิษฐร์ ถยนต์ 20.กิจกรรมงานประดษิ ฐ์ – การประดิษฐ์หมวกด๊ิงด่อง ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั 1.เป็นแนวทางสาหรบั ผู้ที่เกี่ยวข้องการจัดการศึกษาปฐมวัยไดต้ ระหนกั ถึงคุณค่าความสาคญั ของกิจกรรม การเลา่ นิทานและสามารถนาไปใช้ในการปลูกฝงั คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ และสง่ เสรมิ พัฒนาการให้กับเดก็ 2.ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาครั้งน้ีครูสามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเด็กได้ วธิ ีการดาเนนิ การวจิ ัย 1. ประชากร นกั เรียนช้นั อนบุ าลปที ี่ 3/2 โรงเรียนวัดพชื นมิ ิต (คาสวัสดริ์ าษฎร์บารงุ ) จานวน 29 คน 2. กลมุ่ ตวั อย่าง นกั เรียนช้นั อนุบาลปที ี่ 3/2 โรงเรยี นวัดพชื นมิ ติ (คาสวัสดร์ิ าษฎร์บารงุ ) จานวน 29 คน 3. เครอื่ งมอื ทใี่ ช้ในการวิจัย เครือ่ งมือทใ่ี ช้ในการศึกษาวจิ ยั ในครัง้ น้ปี ระกอบด้วย 1.กจิ กรรมศิลปะ 2.แบบประเมนิ พฒั นาการเดก็ ด้านความคิดสร้างสรรค์ 4. ขน้ั ตอนในการดาเนนิ การวิจัย ผู้วิจัยได้ดาเนินการวิจัยใน ปีการศึกษา 2564 ตามข้ันตอน โดยการทาการประเมินทักษะทาง ภาษา กลุ่มตัวอย่างก่อนการวจิ ัย (Pretest) โดยใช้แบบประเมินพัฒนาการเด็กด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ ผู้วิจัยสร้างขึ้นและจัดการจัดกิจกรรมศิลปะท่ีส่งเสริมความคิดสร้างสรร์ เพื่อพัฒนา ความคิดสร้างสรรค์ จานวน 20 กจิ กรรมครงั้ ละประมาณ 30 นาที ทาการประเมนิ ทกั ษะทางภาษานกั เรียนกล่มุ ตัวอย่างหลัง การวจิ ยั (Posttest) โดยใชแ้ บบประเมนิ พัฒนาการเด็กด้านความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเปน็ ฉบับเดียวกันกับที่ ใชป้ ระเมินกอ่ นการทดลอง นาแบบประเมนิ มาตรวจใหค้ ะแนนตามเกณฑ์การใหค้ ะแนนเพ่ือวิเคราะห์
ระยะเวลาในการดาเนินการวจิ ัย เดอื นกรกฎาคม ถึง เดือนกมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2565 ครั้งที่ รายการ วัน/เดือน/ปี 1 กิจกรรการป้ัน – การปั้นอิสระ 9 กรกฎาคม 2564 2 กจิ กรรการปัน้ – การปน้ั ตามเรอื่ งราว 16 กรกฎาคม 2564 3 กิจกรรการปน้ั – การปั้นส่ิงต่าง ๆรอบตวั 23 กรกฎาคม 2564 4 กจิ กรรการปนั้ – การปนั้ ตามจินตนาการ 30 กรกฎาคม 2564 5 กจิ กรรมฉีกปะ – การฉีกปะวงกลมมหศั จรรย์ 6 สงิ หาคม 2564 6 กิจกรรมฉกี ปะ – การฉีกปะเล่าเรอื่ ง 13 สงิ หาคม 2564 7 กิจกรรมตดั ปะ – การตัดปะตัวการต์ นู ในดวงใจ 20 สงิ หาคม 2564 8 กิจกรรมตัดปะ – การตดั ปะภาพจากจนิ ตนาการ 27 สิงหาคม 2564 9 กจิ กรรมการพบั กระดาษ – การพบั รปู ดอกไม้ 3 กนั ยายน 2564 10 กิจกรรมการพบั กระดาษ – การพบั รปู สนุ ัจ 10 กันยายน 2564 11 กิจกรรมการพับกระดาษ – การพบั รูปเส้อื 17 กนั ยายน 2564 12 กจิ กรรมการพับกระดาษ – การพับรปู เรอื 4 ตุลาคม 2564 13 กิจกรรมการพิมพภ์ าพ – การพมิ พภ์ าพจากวสั ดจุ ากก้านกลว้ ย 5 พฤศจกิ ายน 2564 14 กจิ กรรมการพมิ พ์ภาพ – การพมิ พภ์ าพจากใบไม้ 19 พฤศจิกายน 2564 15 กิจกรรมการพิมพ์ภาพ – การพิมพ์ภาพจากมอื / นิ้วมือ 3 ธนั วาคม 2564 16 กจิ กรรมการพิมพภ์ าพ – การพิมพ์ภาพจากวัสดุเหลอื ใช้ 17 ธนั วาคม 2564 17 กิจกรรมงานประดิษฐ์ – การประดษิ ฐห์ นุ่ มือ 7 มกราคม 2565 18 กิจกรรมงานประดษิ ฐ์ – การประดิษฐ์ตปู้ ลา 21 มกราคม 2565 19 กจิ กรรมงานประดิษฐ์ – การประดิษฐร์ ถยนต์ 4 กมุ ภาพันธ์ 2565 20 กิจกรรมงานประดิษฐ์ – การประดษิ ฐ์หมวกด๊ิงดอ่ ง 18 กมุ ภาพนั ธ์ 2565 5. การวิเคราะห์ขอ้ มลู การวจิ ัยคร้ังนีม้ วี ัตถุประสงคเ์ พ่อื พัฒนาด้านความคิดสร้างสรรคข์ องนักเรียนช้ันอนบุ าลปีที่ 3/2 ผลการประเมิน ปรากฏดงั น้ี การประเมนิ คะแนนการประเมนิ พฒั นาการด้านความคิดสรา้ งสรรค์ กอ่ น 73 หลงั 92 กอ่ นการประเมนิ พฒั นาการทางภาษา คิดเปน็ ร้อยละ 73 หลังการประเมินพัฒนาการทางภาษา คิดเป็นร้อยละ 92
แผนภมู แิ สดงการประเมินพัฒนาการดา้ นความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชน้ั อนุบาลปีที่ 3 / 2 จากแผนภูมแสดงใหเ้ ห็นวา่ นักเรยี นช้นั อนบุ าลปที ่ี 3 / 2 พัฒนาด้านความคดิ สร้างสรรค์ที่สูงขึ้น หลังจากการจดั กจิ กรรมศิลปะ 6. การอภปิ รายผล 1. เดก็ ปฐมวยั ทไี่ ดท้ ากิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ หลงั การจดั กิจกรรมมคี วามคิดสร้างสรรค์ สงู กวา่ ก่อนการ จัดกิจกรรม ซงึ่ สอดคล้องกับสมมติฐานทตี่ งั้ ไว้ แสดงให้เห็นวา่ การจัดกิจกรรม ศลิ ปะสร้างสรรค์ ส่งผลใหเ้ ด็กปฐมวัย มีความคิดสรา้ งสรรคส์ ูงข้นึ 2. ความสามารถทางความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยท่ีเพ่ิมขึ้นน้ัน มีปัจจัยท่ีช่วยส่งเสริม คือ การจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เนื่องจากในการปฏิบัติกิจกรรมน้ี เด็กมีโอกาสได้สร้างสรรค์ผลงานและเลือกวัสดุ อุปกรณ์ในการทากิจกรรมที่หลากหลายอย่างอิสระ ตามความคิดและจินตนาการ เด็กได้เรียนรู้ ได้ลงมือปฏิบัติ ฝกึ ฝนและพฒั นางานศิลปะของเดก็ ที่ไม่ซ้าแบบใคร ทาให้เกิดองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง พร้อมท้งั นาประสบการณ์เดิม มาผสมผสานกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก จึงได้ผลงานที่ออกมามคี วามแปลกใหม่ รวมถึงเด็กได้ฝึกการทางานอยา่ ง เป็นระบบ เนื่องจากการปฏิบัติบ่อยครั้ง จึงเกิดความคล่องแคล่ว ความรวดเร็วและความช านาญในการทางาน ทาให้มีพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์สูงข้ึนสอดคล้องกับทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของทอแรนซ์ (ทิวัตถ์ นก บิน, 2542, หน้า 13; อ้างอิงจาก Torrance, 1964) ที่กล่าวว่าผู้ท่ีมีความคิดสร้างสรรค์เม่ือเห็นและเข้าใจ จะรวบรวม ประสบการณ์และขอ้ มูลต่าง ๆ เขา้ ด้วยกนั เพื่อแสวงหาวธิ ีใหม่ ๆ การทเ่ี ดก็ ได้เลอื กอุปกรณ์อย่างอิสระ และคดิ รปู แบบของงาน การลงมอื ปฏิบัติ ค้นหาคาตอบด้วยตนเองนับว่าเปน็ หวั ใจสาคัญของการส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ เม่ือเด็กเกิดการเรียนรู้และปฏิบัติบ่อยครั้งทาให้ได้ผลงานที่แปลกใหม่ออกมา ดังนั้น ในการทางาน
ศิลปะสร้างสรรค์ ทาให้เด็กเกิดการเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการซ่ึงถือว่าเป็นการพัฒนาความคิด สรา้ งสรรค์ 3. การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมท่ีเป็นรูปธรรม เด็กสามารถแสดงออกทาง ความคิด สรา้ งสรรคข์ องตนเองผ่านการทางานศิลปะที่หลากหลาย เชน่ การวาดภาพระบายสี การฉกี การตดั การประดิษฐ์ เป็นต้น ดังท่ี (พีระพงษ์ กุลไพศาล, 2533, หน้า 9) กล่าวไว้ว่า กิจกรรมศิลปะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และ จินตนาการได้ดี การท่ีเด็กวาดภาพสักภาพก็เป็นเคร่อื งพสิ ูจน์แล้ววา่ เด็กเกิดการเรยี นรู้ โดยในช่วง 6 ปีแรก เป็น ระยะท่ีเด็กมีจินตนาการสูงและศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์กาลังพัฒนา ซ่ึงสอดคล้องกับทฤษฎี พัฒนาการ ของอิริคสัน (Erikson) ที่กล่าวว่าเด็กปฐมวัยเป็นระยะท่ีมีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าหากให้มีส่วนร่วมใน การคิดและทากิจกรรมต่าง ๆ อย่างเสรีจะทาให้เด็กเกิดการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การทากิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ สามารถทาได้หลากหลาย แล้วแต่เด็กจะเลือกวัสดุ ท่ีตนเองชอบมาสร้างผลงานที่แปลกใหม่ มีความ หลากหลาย มี รายละเอียดในชนิ้ งานแต่ละชิ้น รวมถงึ ความคล่องแคลว่ ในการทางาน ซง่ึ เด็กจะได้เรยี นรูจ้ ากการทา กจิ กรรมศิลปะ สรา้ งสรรคอ์ ยูเ่ ปน็ ประจา โดยเน้นใหเ้ ดก็ เกิดการคิดค้นผลงานที่แปลกใหมด่ ว้ ยตนเอง มกี ารนาเสนอ ผลงานทาให้ เด็กเกิดความภาคภูมิใจ พัฒนาการเหล่านี้เป็นพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการ สรา้ งสรรค์นั้นนับเป็นความสามารถทีม่ ีคุณค่าตอ่ ผู้ทมี่ ีความคิดสร้างสรรคเ์ องดว้ ย เพราะการ สร้างผลงานชิ้นใดชิ้น หน่ึงขึ้นมาทาให้ผู้ที่สร้างสรรค์มีความพอใจ และมีความสุข เด็กจะเกิดความภาคภูมิใจใน ความสามารถของตนเอง และกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ สามารถนามาสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายในการทา กจิ กรรมทาใหเ้ กดิ ช้นิ งานท่ี แปลกใหม่ โดยอับราฮัม มาสโลว์ (Abraham Maslow) กลา่ ววา่ มนุษย์ทุกคนจะต้องมี ความต้องการแสวงหาสง่ิ ใหม่ ๆ เพือ่ ตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจใหก้ บั ตนเองโดยเดก็ จะนามาสร้าง ผลงานทแ่ี ปลกใหม่ มาใช้ไดต้ ามจินตนาการของตนเอง เดก็ จะได้คดิ และวางแผนในการทาชิ้นงานท่ีออกมาในแต่ละ ช้นิ มาสรา้ งสรรค์ ผลงานตามขน้ั ตอนและความสนใจของตนเอง ทาใหเ้ ด็กไดฝ้ ึกทากิจกรรม ดงั นัน้ การจัดกจิ กรรม ศลิ ปะสร้างสรรค์ เปน็ กจิ กรรม กจิ กรรมหนง่ึ ทมี่ ีสว่ นทาให้ความคิดสรา้ งสรรค์ของเด็กปฐมวยั สูงขนึ้ 4. กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมเสรี เปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกวัสดุอุปกรณ์ นามาทากิจกรรม เพื่อให้เกิดผลงานท่ีแปลกใหม่ หลากหลาย มีความละเอียดลออและความคล่องแคล่ว ใน การทางาน ให้เด็กรู้จัก การสังเกต การวางแผน การตัดสินใจ ท้ังเกิดทักษะด้านจินตนาการ ไปสู่การ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การปฏิบัติกิจกรรมทาให้สมองซีกขวาที่เกี่ยวข้องกับจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดแปลกใหม่พัฒนา สอดคล้องกับกิลฟอร์ด (Guilford) กล่าวไว้ว่า ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสมรรถภาพทางด้านสมองท่ีมีอยู่ในทกุ คน ความคิดสร้างสรรค์เป็นความคิดอเนกนยั คิดได้หลายทิศทาง หลายแง่ หลายมุม (อารี รังสินันท์, 2532, หน้า 3; อ้างอิงจาก Guilford, 1950) และ (สุชาดา นทีตานนท์, 2550) พบว่า ลักษณะต่าง ๆ ท่ีกล่าวมานั้นมีอยู่ในตัว บุคคลแต่จะเกิดข้ึนมามากน้อยขึ้นอยู่กับส่ิงเร้าต่าง ๆ หากได้รับการส่งเสรมิ ฝึกฝนอย่างถูกวิธกี จ็ ะทาให้บุคคลนั้น เกิดลักษณะองค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ในเด็กปฐมวัย อายุ 3 – 5 ปี โดยทั่วไปจะมีองค์ประกอบของ ความคดิ สร้างสรรค์ในด้านความรเิ ร่มิ ความยดื หยนุ่ ความละเอยี ดลออ ความไวต่อปัญหา การมอี ารมณ์ขนั ความ มุ่งมั่น แต่ถ้าเด็กได้รับการดูแลจัดประสบการณ์อย่างถูกต้องตามพฒั นาการอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เด็กอาจจะมี องคป์ ระกอบของความคิดสรา้ งสรรค์ทกุ ด้าน ดงั น้นั การจดั กิจกรรมทสี่ ง่ เสริมความคิดสร้างสรรค์ จึงมีความจาเป็น อย่างยิ่งในการพัฒนาเด็กในด้านการจัดกิจกรรมศิลปะ ครูเป็นผู้ท่ีมีบทบาทสาคัญมาก ในการส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ แก้ไขพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์ และส่งเสริมความถนัดของเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กคิด ได้ค้นพบ และ
แสดงออกอย่างอิสระ โดยครูเลือกใช้เทคนิคการจัดกิจกรรมท่ีเหมาะสม เพ่ือกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการด้าน ความคิดสร้างสรรค์ ของเด็กแต่ละคน ในการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ครูเปิดโอกาสให้เด็กได้ทาอย่างอิสระ และคอยดแู ลเมือ่ เดก็ เกดิ ปัญหา ทาใหห้ ลังจากส้นิ สดุ การทดลองเดก็ มคี วามคิดสร้างสรรค์เพมิ่ ขน้ึ ลงช่ือ...........................................................ผู้ดาเนินการวิจยั ( นางสาวปริยาภทั ร สายสนั่น ) ตาแหน่ง ครู เรยี น ผ้อู านวยการโรงเรยี น เพ่ือโปรดพิจารณา (นางสาวสุวดี กาญจนาภา) ผชู้ ่วยผอู้ านวยการกลุม่ บริหารวชิ าการ (นางอัจฉรา รักษาชนม์) ผูอ้ านวยการโรงเรยี นวดั พชื นมิ ติ (คาสวัสด์ริ าษฎร์บารงุ )
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: