คูม่ ือการบรหิ ารจดั การ แหล่งท่องเท่ียวเชิงสรา้ งสรรค์ CREATIVE TOURISM DESTINATION MANAGEMENT กรมการท่องเท่ยี ว กระทรวงการท่องเทย่ี วและกฬี า
ค�ำน�ำ กลุ่มวิชาการและมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว กองพัฒนาแหล่งท่องเท่ียว กรมการท่องเท่ียว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดท�ำคู่มือ เรื่อง การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (CREATIVE TOURISM DESTINATION MANAGEMENT) นขี้ ้นึ ภายใตโ้ ครงการ สง่ เสรมิ และพฒั นา องคค์ วามรดู้ า้ นการบรหิ ารจดั การแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว ประจ�ำปงี บประมาณ พ.ศ. 2560 โดยมีการศึกษาและทบทวนวรรณกรรม แนวคิด ทฤษฎีที่เก่ียวข้องกับการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ และมีการศึกษากรณีศึกษาของพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในเชิงสร้างสรรค์ เขตพัฒนาการทอ่ งเที่ยวอารยธรรมอสี านใตแ้ ละเขตพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วอารยธรรมลา้ นนา ซงึ่ เปน็ แหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว ภายใตโ้ ครงการตามพระราชด�ำริ ได้แก่ ศูนยพ์ ฒั นาโครงการหลวงตีนตก และศูนยศ์ ึกษา และพัฒนาชาวบ้าน โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริน้ีเพ่ือเป็นการร�ำลึก ถึงพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของรชั กาลท่ี 9 พอ่ หลวงของปวงชนชาวไทย ทไ่ี ดพ้ ัฒนาโครงการพระราชดำ� ริ ต่างๆ จนท�ำให้กลายมาเป็นแหล่งทอ่ งเท่ยี วท่ีส�ำคัญกระจายอยู่ท่ัวทุกภมู ภิ าคของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ผู้ท่ีเก่ียวข้องกับการบริหารจัดการการท่องเท่ียว ได้น�ำความรู้และ แนวทางการจดั การทอ่ งเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรคไ์ ปเปน็ แนวทางและหลกั คดิ ของ “การตอ่ ยอด” ฐานทรพั ยากร ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด “การเพ่ิมค่า” คือ การสร้างคุณค่าให้กับทรัพยากรให้สามารถ ตอบโจทย์ความต้องการและสามารถทำ� ใหน้ ักท่องเทย่ี วเกิดประสบการณ์ และความประทบั ใจ และเน้น “การหาจุดต่าง” คือ การพัฒนาการท่องเท่ียวบนฐานอัตลักษณ์ที่แตกต่าง ท�ำให้เกิดความโดดเด่น และแตกตา่ งของสินคา้ และบริการทางการท่องเท่ียว และ “การสรา้ งกระแส” คือการสือ่ สารการตลาด เชิงสร้างสรรค์เพื่อการส่งเสริมการตลาด อันจะน�ำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างย่ังยืนบนฐาน การรักษาอัตลกั ษณ์ กล่มุ วชิ าการและมาตรฐานแหล่งทอ่ งเทีย่ ว กองพัฒนาแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว กรมการท่องเท่ียว ตุลาคม พ.ศ. 2560 4
ส่วนประกอบของคู่มอื ค่มู อื นี้ แบง่ สว่ นประกอบของเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ 1 สร้างความเข้าใจ การศึกษาและท�ำความเข้าใจศาสตร์และหลักการของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ข้อมูลบทเรียนกรณีศึกษาการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในต่างประเทศ โดยมเี น้ือหาดังน้ี 1.1 นยิ ามการท่องเทีย่ วเชิงสร้างสรรคแ์ ละแหลง่ ท่องเท่ียวเชงิ สรา้ งสรรค์ 1.2 ท่มี าของการท่องเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรค์ 1.3 ความสำ� คญั ของการทอ่ งเทยี่ วเชิงสรา้ งสรรค์ 1.4 หลักการของการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค ์ 1.5 องค์ประกอบทีส่ �ำคัญของการท่องเทย่ี วเชงิ สร้างสรรค ์ 1.6 วเิ คราะห์การบรหิ ารจดั การแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วเชิงสร้างสรรค์ในตา่ งประเทศ ส่วนที่ 2 รจู้ ักและรใู้ จ การรจู้ กั รใู้ จ และเขา้ ใจความต้องการและพฤติกรรมนักท่องเท่ยี วเชิงสรา้ งสรรค์ นบั เป็นความท้าทายของนกั บรหิ ารจัดการแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วท่จี ะตอ้ งศึกษาและวิเคราะห์ 5
สว่ นที่ 3 ขนั้ ตอนลงมือส่กู ารปฏบิ ตั ิ การบริหารจดั การแหล่งทอ่ งเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ แบง่ เน้ือหา ดงั นี้ 3.1 การบรหิ ารจัดการแหล่งท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค ์ 3.2 ปจั จยั ทีส่ ่งผลต่อความสำ� เรจ็ ในการบริหารจัดการแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชิงสร้างสรรค ์ 3.3 โมเดลการบรหิ ารจัดการแหล่งทอ่ งเทยี่ วเชงิ สร้างสรรคส์ ูก่ ารจดั การทอ่ งเทย่ี ว เชงิ คุณคา่ บนฐานความย่งั ยนื 3.4 แนวทางการบริหารจัดการแหล่งท่องเทย่ี วเชิงสร้างสรรค ์ ขน้ั การต่อยอด ขั้นการเพ่มิ ค่า ขัน้ การหาจุดต่าง ขนั้ การสรา้ งกระแสของการท่องเทยี่ ว สว่ นที่ 4 แลกเปลีย่ นและเรียนร้จู ากกรณีศกึ ษา การบรหิ ารจดั การแหล่งท่องเท่ียวเชงิ สร้างสรรค์ 2 แหลง่ เนื้อหาในส่วนน้ีไดจ้ ากการลงพนื้ ทีจ่ ัดประชุมสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชน ในการรว่ ม วางแผนการทอ่ งเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรค์ โดยอาศยั แนวทางและขนั้ ตอนบรหิ ารจดั การแหลง่ ทอ่ ง เทยี่ ว เชงิ สรา้ งสรรค์ ตามทีไ่ ด้ระบุไว้ในสว่ นที่ 3 คือ การวเิ คราะห์ทนุ ทรพั ยากร หรือการ ตอ่ ยอด การเพม่ิ คณุ คา่ โดยการออกแบบประสบการณส์ ำ� หรบั นกั ทอ่ งเทยี่ ว การหาจดุ ตา่ ง และ การสรา้ ง กระแสทจี่ ะท�ำใหแ้ หลง่ ทอ่ งเทยี่ วมีความโดดเดน่ มเี อกลักษณ์ไม่ซ�้ำใคร ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตนี ตก-หมู่บา้ นทอ่ งเท่ียวแม่กำ� ปอง อำ� เภอแมอ่ อน จังหวดั เชยี งใหม่ ศนู ยศ์ ึกษาและพัฒนาชาวบา้ น โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำ� ริ อ�ำเภอวงั นำ�้ เขียว จงั หวัดนครราชสีมา 6
สารบญั ส่วนท่ี 1 เขา้ ใจ : แนวคดิ และหลกั การการท่องเที่ยวเชงิ สรา้ งสรรค์ -8- ส่วนท่ี 2 รจู้ ักและรใู้ จ : ความตอ้ งการและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์ ความท้าทายของนกั บริหารจดั การแหลง่ ท่องเทย่ี ว -30- สว่ นท่ี 3 ขัน้ ตอนลงมือสู่การปฏิบตั ิ : การบรหิ ารจดั การแหล่งทอ่ งเที่ยวเชงิ สร้างสรรค์ -34- ส่วนท่ี 4 แลกเปล่ียนและเรยี นร้จู ากกรณีศึกษา การบริหารจดั การแหล่งท่องเท่ียวเชงิ สรา้ งสรรค์ -46- 7
สว่ นที่ 1 สร้างความเข้าใจ การศึกษาและท�ำความเข้าใจศาสตร์และหลักการของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ข้อมูลบทเรียนกรณีศึกษาการบริหารจัดการแหล่งท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ในต่างประเทศ โดยมีเนื้อหาดังน้ี 1.1 นิยามการทอ่ งเที่ยวเชิงสร้างสรรคแ์ ละแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วเชิงสรา้ งสรรค์ 1.2 ทมี่ าของการทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์ 1.3 ความส�ำคญั ของการทอ่ งเท่ียวเชงิ สร้างสรรค์ 1.4 หลักการของการทอ่ งเทีย่ วเชงิ สร้างสรรค์ 1.5 องค์ประกอบท่ีสำ� คัญของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค ์ 1.6 วิเคราะห์การบรหิ ารจัดการแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชิงสรา้ งสรรค์ในตา่ งประเทศ 8
1.1 นยิ ามการทอ่ งเทีย่ วเชงิ สร้างสรรค์และแหล่งท่องเทย่ี ว เชงิ สรา้ งสรรค์ นิยามการทอ่ งเทีย่ วเชิงสรา้ งสรรค์ การท่องเทีย่ วเชงิ สร้างสรรค์ (Creative Tourism) Richards and Raymond (2000) ผเู้ รมิ่ กล่าวถึง การทอ่ งเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรคไ์ ดใ้ ห้ นิยามไว้วา่ “tourism which offer visitors the opportunities to develop their creative potential through active participation in courses and learning experiences which are characteristic of the holiday destination where they are undertaken\" หมายถึง : การทอ่ งเทีย่ วทเี่ ปิดโอกาสให้นกั ท่องเท่ียวได้ มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมการมี สว่ นรว่ ม และจากประสบการณท์ ่ไี ด้เรยี นรู้ ซงึ่ เป็นลักษณะเฉพาะ ของจุดหมายปลายทางของวันหยุดของนักท่องเท่ียว นอกจากน้ี การท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ยังหมายถึงการท่องเที่ยวที่สัมพันธ์ กับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชุมชนและเอกลักษณ์ของ สถานที่ โดยนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เพ่ือสร้างประสบการณ์ตรง ร่วมกับเจ้าของวัฒนธรรมและมีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเจ้าของ สถานท่ี อีกท้ังยังเป็นการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับประวัติศาสตร์ ศลิ ปวฒั นธรรม วถิ ชี มุ ชน และเอกลกั ษณข์ องสถานที่ ไมใ่ ชก่ จิ กรรม ท่ีเน้นรายได้ของชุมชนแต่เป็นกิจกรรมท่ีเน้นคุณค่าของชุมชน เท่านั้น 9
นักทอ่ งเท่ยี วเชงิ สรา้ งสรรค์ ไมใ่ ชเ่ ป็นเพียงนกั ท่องเท่ียว แต่จะเปน็ สมาชิกของชมุ ชน ทไี่ ด้มโี อกาสเขา้ ไปใชช้ ีวติ ร่วมกนั (You are a part of Local Community) องคก์ ารศึกษาวิทยาศาสตรแ์ ละวัฒนธรรมแหง่ สหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ได้ให้นิยามของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ว่า เป็นการท่องเท่ียวที่มีเป้าหมายสอดคล้องกับแนวทาง การพัฒนาชุมชนและการพัฒนาท้องถ่ินท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือให้เกิดความย่ังยืนในการด�ำเนินชีวิตของชุมชน โดยชมุ ชนจะจดั กจิ กรรมการทอ่ งเทยี่ วอยา่ งกลมกลนื และสมั พนั ธก์ บั ประวตั ศิ าสตร์ วถิ ชี วี ติ และวฒั นธรรม ในชมุ ชน ในมิตขิ องการเรียนรแู้ ละการทดลองปฏิบัตแิ ละการมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมชุมชน เพื่อใหไ้ ด้มาซง่ึ ประสบการณ์จากสิ่งท่ีมีอยู่และเป็นอยู่จริงในชุมชน นอกจากนั้นชุมชนจะต้องสามารถใช้การจัดการ ท่องเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรค์เป็นเครอื่ งมือในการรักษาความสมดุลระหว่าง 1. การเปลีย่ นแปลงและผลกระทบที่เกิดข้นึ จากการท่องเทยี่ วภายในชุมชน 2. ผลประโยชน์ทีช่ มุ ชนจะได้รับ ท้ังในรูปแบบท่ีเป็นผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและการพัฒนา สงั คมทย่ี ่งั ยืน รวมถึงการจดั ใหเ้ กิดกิจกรรมตา่ ง ๆ ส�ำหรบั นกั ท่องเทีย่ ว โดยเน้นการเรียนรู้ การศกึ ษาจาก ประสบการณ์ทีเ่ ก่ยี วข้องกับชมุ ชน ตลอดจนการมีสว่ นร่วมและปฏิสัมพันธ์ระหวา่ งนกั ท่องเทยี่ วกับชุมชน การทอ่ งเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรค์ จะเนน้ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งนกั ทอ่ งเทย่ี วและคนในชมุ ชนนน้ั ๆ ซงึ่ อาจนยิ าม ไดว้ า่ การทอ่ งเทยี่ วเชงิ สรา้ งสรรคเ์ ปน็ การทอ่ งเทยี่ วเชงิ คณุ คา่ และเปน็ การทอ่ งเทยี่ วทเ่ี ปดิ โอกาสใหช้ มุ ชน ได้น�ำทุนทางวิถีวัฒนธรรมและธรรมชาติมาสร้างโอกาสให้กับผู้มาเยือน ในการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ที่มาเยือน และเป็นการท่องเทีย่ วแบบไม่แยกสว่ นระหวา่ งผู้มาเยือนกับชุมชน 10
สถาบนั วจิ ยั เพอ่ื พฒั นาประเทศไทย (2553) ไดน้ ำ� เสนอนยิ ามของการทอ่ งเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรค์ วา่ เปน็ กระบวนการ “การต่อยอด เพ่ิมค่า หาจดุ ต่าง โดยใช้ความคดิ เชิงสรา้ งสรรค์” กลา่ วคอื “ต่อยอด” เป็นการตอ่ ยอดจากฐานทนุ เดมิ ทม่ี อี ยู่ ทั้งทุนทางด้านสังคมและวฒั นธรรม “เพ่ิมคา่ ” การเพม่ิ มลู คา่ และคณุ คา่ แกท่ รัพยากรการทอ่ งเท่ยี วบนฐานอตั ลักษณค์ วามเป็นไทย “หาจุดตา่ ง” สรา้ งและพฒั นาผลติ ภณั ฑ์การท่องเที่ยวทีแ่ ปลกใหม่โดยใชค้ วามคิดสรา้ งสรรค์ เพื่อยกระดบั ศักยภาพการแข่งขันของอตุ สาหกรรมการทอ่ งเทย่ี วเชิงสรา้ งสรรค์ ที่น�ำไปสเู่ ศรษฐกจิ สร้างสรรค์ “ต่อยอด” “เพิม่ ค่า” “หาจุดต่าง” จึงเป็นแนวทางทีส่ �ำคัญของการบรหิ ารจัดการ การทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์ 11
Rossitza Ohridska-Olson and Stanislav Ivanov (2010) กล่าววา่ การทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรคม์ ุ่งเนน้ ที่นกั ท่องเที่ยว กลุ่มท่ีมคี วามสนใจเฉพาะ (Niche Interests) และให้ความส�ำคญั กับประสบการณ์ของนักท่องเทย่ี ว การมีสว่ นร่วมและการเรยี นรเู้ ป็นส�ำคญั จุดเนน้ ของการท่องเที่ยวเชงิ สรา้ งสรรค์ เป็นรูปแบบการท่องเทย่ี วมุง่ เน้นการอนุรกั ษ์ ศิลปวฒั นธรรมท้องถ่นิ เปดิ โอกาสให้นกั ทอ่ งเที่ยว มสี ่วนรว่ มกบั กิจกรรม การท่องเที่ยวของชมุ ชนและ สง่ เสริมการผลติ สินค้าทอ้ งถ่ินปอ้ นสตู่ ลาด เพอ่ื ตอบสนองความต้องการของนกั ท่องเทย่ี ว 12
Ankomah & Larson, (2000) ไดก้ ล่าวถงึ ความหมาย ของการทอ่ งเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรคว์ า่ มี 5 ลักษณะที่ส�ำคัญไว้ว่า 1. การสรา้ งสรรค์ จะมศี กั ยภาพและสามารถเพ่มิ มูลค่าไดง้ ่าย แตม่ กั จะ ไม่ค่อยเกิดขึ้นจะต้องผสมกลมกลืนระหว่างวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ประเพณี ทางวฒั นธรรมน้นั ดว้ ย 2. การสรา้ งสรรค์ จะตอ้ งมกี ารนำ� นวตั กรรมหรอื การสรา้ งผลติ ภณั ฑใ์ หม่ ให้เกดิ ขึน้ อยา่ งรวดเร็วและสามารถสร้างความได้เปรยี บในการแขง่ ขันได้ 3. เนอ่ื งจากการสรา้ งสรรค์ เปน็ กระบวนการ ดงั นน้ั ทรพั ยากรทเี่ กดิ จาก การสร้างสรรค์จะต้องมีความคงอยู่อย่างย่ังยืน มากกว่าการเป็นผลิตภัณฑ์ทาง วัฒนธรรมท่ีสามารถสัมผัสหรือมองเห็นได้ ในขณะที่ทรัพยากรทางกายภาพ ด้านวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์ อาจตกยุคสมัยและลดคุณค่าลง แต่ทรพั ยากรท่ีเกิดจากการสรา้ งสรรคจ์ ะคงอยูต่ ลอดไปไม่มีที่สนิ้ สดุ 4. การสรา้ งสรรค์ สามารถเคลื่อนไปอยา่ งเปน็ พลวตั รหรือไม่หยดุ น่ิง มากกว่าท่ีจะเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมที่สามารถสัมผัสได้เท่าน้ัน การสรา้ งสรรคท์ ไี่ ม่หยดุ นิง่ เช่น ศลิ ปะ งานฝมี อื ซงึ่ มชี วี ิตอยู่ตลอดเวลา และไม่มี รูปแบบที่แน่นอนตายตัวเหล่านี้คือเป็นความท้ามายส�ำคัญ และเป็นจุดหมาย ของการพฒั นาการท่องเทย่ี วเชงิ สร้างสรรค์ 5. การสร้างสรรค์ ไม่เพียงแตจ่ ะเกี่ยวพันกบั ความมง่ั คง่ั ทางเศรษฐกิจ เทา่ นน้ั แตย่ งั เกย่ี วขอ้ งกบั คณุ คา่ อกี ดว้ ย ดงั นนั้ กระบวนการสรา้ งสรรคจ์ ะตอ้ งสรา้ ง คุณค่าใหม่ ๆ ให้กับยุคปัจจุบันนี้ให้เกิดอย่างรวดเร็ว เพื่อก่อให้เกิดการท่องเที่ยว เชิงสร้างสรรคไ์ ด้ ดงั นัน้ การท่องเที่ยวเชงิ สรา้ งสรรค์ หรอื เรียกได้ว่าเป็นการท่องเท่ียวเชิงคุณคา่ การทอ่ งเท่ยี ว เพ่ือการเรียนรู้หรือการท่องเท่ียวเพ่ือสร้างประสบการณ์ในการเดินทางท่องเท่ียวให้กับนักท่องเท่ียว เชิงสร้างสรรค์ 13
แหลง่ ท่องเท่ยี วเชิงสร้างสรรค์ แหล่งท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ หมายถึง แหล่งท่องเท่ียวที่มีการจัดการรูปแบบและกิจกรรม การทอ่ งเทย่ี วทอ่ี าศยั ฐานของทรพั ยากรทางการทอ่ งเทยี่ ว ทงั้ วถิ วี ฒั นธรรมและธรรมชาตทิ เ่ี ปน็ เอกลกั ษณ์ และโดดเด่นของชุมชนหรือพ้ืนท่ีในการพัฒนาเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว หรือการให้บริการทางการ ทอ่ งเทยี่ วทเ่ี นน้ การสรา้ งคณุ คา่ ทางการทอ่ งเทย่ี วอนั จะไดจ้ ากประสบการณข์ องนกั ทอ่ งเทย่ี ว โดยกจิ กรรม การท่องเทย่ี วมลี ักษณะท่สี ำ� คญั คอื การใหน้ กั ทอ่ งเทย่ี วไดม้ สี ว่ นรว่ มในการลงมอื ทำ� การเขา้ ไปเปน็ สว่ นหนง่ึ ของคนในสงั คมหรอื ชมุ ชน กิจกรรมการท่องเท่ียวที่เน้นการมีส่วนร่วม และการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างนักท่องเที่ยว และเจา้ ของทรัพยากรหรอื เจา้ บา้ น เปน็ กิจกรรมการท่องเทยี่ วทสี่ ามารถสรา้ งการเรียนร้แู ละความเขา้ ใจผา่ นประสบการณท์ เี่ กดิ ขนึ้ อาทิ กิจกรรมการ เรยี นร้วู ถิ ีชวี ติ ชาวประมง กิจกรรมการเรยี นรูอ้ าหารท้องถนิ่ หรอื กจิ กรรมการเรยี นรู้ การทำ� นา เป็นตน้ 14
1.2 ทีม่ าของการทอ่ งเทีย่ วเชงิ สรา้ งสรรค์ การทอ่ งเทยี่ วเชงิ สรา้ งสรรค์ มกี ารกลา่ วถงึ โดย Pearce and Butler ไวต้ งั้ แตป่ ี ค.ศ. 1993 แต่ยังไม่มีการก�ำหนดความหมายและกระบวนการท่ีชัดเจนนัก ต่อมาประเทศต่าง ๆ ได้พัฒนาการ การท่องเท่ียวบนฐานของความสร้างสรรค์ข้ึน อาทิ ประเทศฟินแลนด์ ประเทศกรีซ และโปรตุเกส โดยอาศัยรากฐานสำ� คัญของการสรา้ งสรรค์ คือ วถิ วี ฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาของคนในสังคม และในปี ค.ศ. 2000 Richards and Raymond ไดน้ ยิ าม คำ� วา่ Creative tourism วา่ การทอ่ งเทย่ี ว ท่ีเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้พัฒนาศักยภาพผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมและประสบการณ์เรียนรู้อย่าง จริงจัง (อ้างในภูริวัจน์ เดชอุ่ม, บทความการพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ : กรอบแนวคิดสู่ แนวปฏบิ ัตสิ �ำหรับประเทศไทย) 15
ประเทศไทยกบั การทอ่ งเทย่ี วเชงิ สร้างสรรค์ ในปี พ.ศ. 2551 รัฐบาลได้ประกาศนโยบายการขับเคล่ือนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์อย่าง ชดั เจน ท�ำใหเ้ กดิ การเชอื่ มตอ่ มาสแู่ นวคดิ ของการทอ่ งเทีย่ วเชงิ สรา้ งสรรค์ ภายหลงั ท่ีมกี ารดำ� เนนิ การ สง่ เสริมนโยบายเศรษฐกิจเชิงสรา้ งสรรค์ (Creative Economy) ตามโครงการการพัฒนาสินคา้ หนึ่งต�ำบลหน่ึงผลิตภัณฑ์ และมีพัฒนามาสู่การส่งเสริมการน�ำวิถีภูมิปัญญามาผสานการพัฒนาการ ท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามในการพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรค์ยงั คงมีความจำ� เปน็ ตอ่ การพัฒนาการ ท่องเท่ียวในยุคปัจจุบันที่มีภาวะของการแข่งขันการของประเทศต่าง ๆ ทั้งนี้ เพ่ืออาศัย หลักการและ แนวทางของการพฒั นาเชงิ สรา้ งสรรค์มาตอ่ ยอด เพมิ่ ค่า และหาความต่างมาน�ำเสนอต่อนกั ทอ่ งเท่ยี ว และกระแสของตลาดการท่องเท่ียวท่ีเปล่ียนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดในยุค 4.0 หรือโลกเทคโนโลยีใน ปจั จุบัน ท้งั นีเ้ น่ืองจากยคุ ปจั จบุ นั กระแสของการท่องเท่ยี วทางเลือกใหม่ (Alternative Tourism) เข้ามามบี ทบาทอยา่ งเห็นไดช้ ัด 16
1.3 ความส�ำคัญของการท่องเที่ยวเชงิ สร้างสรรค์ กระแสของการทอ่ งเทยี่ วที่ปรับเปล่ยี นตามกระแสของการพฒั นาของโลก โดยมแี นวคดิ ท่วี า่ “นกั ทอ่ งเที่ยว” ในยคุ ใหม่ไม่ได้เดินทางท่องเท่ียวเพ่อื วัตถุประสงค์ของการ เสพความสขุ จากการบรกิ าร หรือแหล่งท่องเทีย่ วเท่านั้น แต่ “นักท่องเท่ียว” ในปัจจุบนั มีวตั ถุประสงค์ของการเดินทางเพือ่ ศกึ ษา หาความรู้ การเรยี นรแู้ ละการเขา้ ใจถงึ ความแตกตา่ งกนั ของสงั คมมนษุ ยแ์ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ซง่ึ นกั ทอ่ งเทยี่ ว ทางเลือกใหม่นี้มีผลท�ำให้รูปแบบของการเดินทางท่องเที่ยวหรือการเลือกแหล่งท่องเท่ียวที่จะไป หรือการเลือกปฏิบัติกิจกรรมทางการท่องเที่ยวเปล่ียนไป ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนของทิศทาง การพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวหรือกิจกรรมทางการท่องเท่ียวให้สอดคล้องกับกระแสความต้องการของ นักท่องเที่ยวตามมา โดยเปา้ หมายสูงสดุ ของการท่องเทยี่ วในทางเลือกใหมค่ ือ นอกจากนกั ทอ่ งเท่ยี ว จะได้รับความเพลดิ เพลนิ ใจหรอื ความสขุ ทางจติ ใจแล้วน้ัน ยังเปน็ การสรา้ งความรคู้ วามเข้าใจกันในสงั คม ของเพอ่ื นมนุษยด์ ้วยกัน อนั จะทำ� ใหส้ ังคมเกิดความสงบสขุ เป็นการนำ� การทอ่ งเทย่ี วมาเปน็ เครอื่ งมอื ในการเชื่อมโยงเกาะเก่ียวคนในสังคมเดียวกันและต่างสังคมยังเป็นการรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชุมชนทอ้ งถิ่น และยังเปน็ กลไกน�ำไปส่กู ารพฒั นาอยา่ งยั่งยืน การท่องเท่ียวเชงิ สร้างสรรค์ เปน็ การสร้างความรู้ ความเข้าใจกันในสงั คม ของเพอ่ื นมนษุ ย์ด้วยกัน อนั จะทำ� ใหส้ งั คม เกดิ ความสงบสขุ 17
อยา่ งไรกต็ ามถงึ แมป้ ระเทศตา่ ง ๆ จะมจี ำ� นวนนกั ทอ่ งเทยี่ วมาก แตไ่ มไ่ ดบ้ ง่ บอกถงึ ความสำ� เรจ็ และความสามารถในการจัดการการท่องเท่ียวสูงสุด เพราะบางประเทศมีนักท่องเที่ยวไปเยือนมาก แต่กลับได้ตัวเลขของรายได้จากการท่องเท่ียวไม่มากตามจ�ำนวนนักท่องเท่ียว ข้อมูลผลจากการประชุม World Economic Forum ปี ค.ศ. 2015 พบวา่ ประเทศไทยมีศักยภาพดา้ นการทอ่ งเทย่ี วอยู่ ในอันดับที่ 35 ของโลก (World economic Forum: The Travel and Tourism Competitiveness Report 2015) และมีวิวัฒนาการของการพัฒนาการท่องเที่ยวในมิติและ รปู แบบตา่ ง ๆ เกิดข้ึนในประเทศมากมายเพ่ือรองรับความตอ้ งการของนกั ทอ่ งเทีย่ วท่ีหลากหลาย อาทิ การทอ่ งเทยี่ วเชงิ วัฒนธรรม การทอ่ งเทย่ี วเชิงนิเวศ การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชน การท่องเที่ยวเชงิ สขุ ภาพ เป็นต้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ประเทศไทยจะมีพัฒนาการด้านการท่องเท่ียวมาเป็นระยะเวลายาวนาน หากแตส่ งิ่ หนง่ึ ทป่ี ระเทศไทยยงั คงถกู มองวา่ เปน็ การทอ่ งเทย่ี วราคาถกู (Cheap destination) สำ� หรบั การตัดสินใจเดินทางมาเยือนของนักท่องเที่ยว ดังนั้นการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยว โดยการเพมิ่ คุณค่า พฒั นาและออกแบบเมืองท่องเท่ียวที่มีความสรา้ งสรรค์ (Tourist Destination Creative Design) โดยอาศยั หลกั การของการทอ่ งเท่ียวเชงิ สรา้ งสรรค์ (Creative Tourism) จงึ เป็นแนวทางส�ำคญั ของการพฒั นาและขบั เคลอื่ นการทอ่ งเทีย่ วในปจั จบุ ันและอนาคต ประเทศไทยควรมงุ่ พัฒนา และเพ่ิมมูลค่าทางการทอ่ งเทยี่ ว โดยการเพมิ่ คุณคา่ พฒั นา และออกแบบเมอื งทอ่ งเทยี่ ว ให้มคี วามสร้างสรรค์ 18
1.4 หลกั การของการทอ่ งเท่ยี วเชิงสรา้ งสรรค์ UNESCO ได้ใหห้ ลักการของการทอ่ งเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรค์ 5 ประการดังน้ี “Interaction” เปน็ การทอ่ งเที่ยวทต่ี ้องมีปฏิสัมพนั ธซ์ ่งึ กันและกัน “Educational” เปน็ การทอ่ งเท่ียวที่เน้นการเรยี นรแู้ ละความรู้ “Emotional” เปน็ การท่องเท่ียวท่เี นน้ คุณคา่ ทางอารมณแ์ ละประสบการณ์ “Social” เปน็ การท่องเทีย่ วท่เี ก่ยี วพันกับคนในสงั คม ให้เกดิ การเชอื่ มโยงกัน “Participative” เปน็ การท่องเทีย่ วท่ีเนน้ การมีส่วนร่วม “Involve” เปน็ การท่องเท่ยี วท่ตี ้องรว่ มมอื กนั และเข้าไปมีสว่ นเก่ียวขอ้ ง ประเทศไทยมีศกั ยภาพดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว อยู่ในอนั ดับที่ 35 ของโลก 19
สดุ แดน วสิ ทุ ธิลักษณ์ ได้กลา่ วถงึ คณุ ลกั ษณะ 10 ประการของการทอ่ งเทย่ี ว เชงิ สรา้ งสรรคไ์ วอ้ ย่างสนใจมีดังน้ี (1) ผทู้ อ่ งเท่ียวและเจา้ ของบ้านมคี วามผูกผนั ระหวา่ งกนั (Each Engaging The Other) (2) การแลกเปล่ียนเรียนรขู้ า้ มวฒั นธรรม (Cross-Cultural Engagement / Cultural Experience) (3) มคี วามรู้ความเข้าใจอย่างลกึ ซึ้งทางวัฒนธรรมของพนื้ ทท่ี อ่ งเทยี่ ว (Spirit of Place / Deep Meaning / Understanding of The Specific Cultural of The Place) (4) ประสบการณ์จากการมีส่วนร่วม (Hands-on Experience) (5) มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกนั / สง่ ผา่ น-สง่ ตอ่ ประสบการณ์ (Exchange Information / Transformation and Transformative Experience) (6) การเปน็ ผูเ้ ข้ารว่ มกิจกรรมมากกวา่ เปน็ ผ้ชู ม (More Participate Than Observe) (7) นักทอ่ งเท่ยี วมโี อกาสในการพฒั นาศกั ยภาพการสร้างสรรคด์ ้วยตนเอง และมีสว่ นรว่ มในการตัดสนิ ใจ (Co-Creating Tourism Experience) (8) การเข้าถึงความจรงิ แท้ของกระบวนการในการผลติ รวมทง้ั ผลติ ภัณฑ์ และการมปี ระสบการณจ์ รงิ (Authentic Both Process and Product / Genuine Experience) (9) จดจ�ำ ประทบั ใจ และเขา้ ใจ (Memorable / I Hear and I Forget, I See And I Remember, I do And I Understand) (10) การทอ่ งเท่ียวแบบจำ� เพาะเจาะจง (Tailor - Made Approach) กล่าวคอื การมรี ูปแบบการทอ่ เท่ียวแนวใหมท่ ี่ม่งุ เน้นไปท่ีการมีสว่ นรว่ มในการทำ� กจิ กรรมแหง่ การเรียนรู้ ซงึ่ คำ� นงึ ถงึ ความย่งั ยืนเปน็ สำ� คัญ 20
1.5 องค์ประกอบที่สำ� คญั ของการทอ่ งเท่ยี วเชิงสรา้ งสรรค์ ภูริวัจน์ เดชอุ่ม (2556) ได้กล่าวถึงองค์ประกอบท่ีส�ำคัญของการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การท่องเที่ยวท่ีค�ำนึงถึงความยั่งยืน การเรียนรู้และมีส่วนร่วม ในศลิ ปะ วัฒนธรรม วิถชี วี ิต ภูมปิ ัญญา เอกลกั ษณ/์ อตั ลักษณเ์ ฉพาะถ่นิ ระหว่างนกั ทอ่ งเทย่ี วและเจา้ ของพน้ื ท่ี และความผกู พนั ระหวา่ งนกั ทอ่ งเทีย่ ว กับเจ้าบ้าน รายละเอยี ดดงั้ น้ี 1. การทอ่ งเท่ยี วท่คี ำ� นงึ ถงึ ความยัง่ ยืน การทอ่ งเทย่ี วทีค่ ำ� นึงถึงความยงั่ ยนื สอดคล้องกับที่ยเู นสโกอธิบายไว้วา่ “การทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์เปน็ กลยุทธต์ ่อไปของความย่งั ยนื ” (Towards Sustainable Strategies for Creative Tourism) (UNESCO, 2006) และองค์การ การทอ่ งเทย่ี วโลก (United Nations World Tourism Organization: UNWTO) อธบิ าย “ความยง่ั ยนื ” ไวภ้ ายใตห้ ลกั การ 5 ขอ้ (World Tourism Organization, 1998: 21-22) ดงั นี้ 1. การอนรุ กั ษท์ รพั ยากรทางธรรมชาติ ทางประวัติศาสตร์ ทางวัฒนธรรม และทรัพยากรอ่ืน ๆ ในการท่องเทีย่ วไว้เพือ่ ใหส้ ามารถใช้ประโยชน์ไดอ้ ย่างต่อเนือ่ ง ในอนาคต 2. การวางแผนและจดั การในการพัฒนาการท่องเที่ยวเพอ่ื ปอ้ งกันมใิ หเ้ กดิ ปญั หา ทางส่งิ แวดลอ้ มและสงั คม วัฒนธรรมในพ้นื ทแี่ หลง่ ท่องเทย่ี ว 3. คณุ ภาพของสง่ิ แวดล้อมในแหลง่ ท่องเที่ยว โดยภาพรวมจะยังคงได้รับการรักษา ไว้ได้ 4. ความสามารถในการรักษาระดับความพงึ พอใจของนักท่องเท่ียว เพือ่ ให้แหล่ง ท่องเที่ยวน้ัน จะยังคงสามารถรักษาความเป็นท่ีนิยมอยู่ได้และสามารถท�ำ การตลาดต่อไปได้ 5. ผลประโยชนข์ องการท่องเที่ยวจะต้องกระจายไปในทกุ ภาคสว่ นของสงั คม 21
หลักการดังกล่าว สอดคล้องกับรายงานการวิจัยการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ของส�ำนักงาน เลขาธกิ าร สภาการศกึ ษา(2553) ทอ่ี ธบิ ายวา่ ปจั จยั พน้ื ฐานสำ� คญั ตอ่ การเกดิ แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชงิ สรา้ งสรรค์ เน้นการศึกษาด้านอาคารและเมอื งในเชงิ กายภาพ (physical) หรือเชิงพ้ืนที่ (spatial) เพอื่ ความ เขา้ ใจในรปู แบบเชงิ สณั ฐานของเมอื งและอาคารอยา่ งชดั เจน ซงึ่ เปน็ ศาสตรข์ องสถาปตั ยกรรมและผงั เมอื ง ในเชงิ สณั ฐานวทิ ยา (urban morphology) และขยายความเขา้ ใจไปสกู่ ารวเิ คราะหร์ ปู แบบนน้ั ๆ ควบคู่ ไปกบั ปัจจยั อื่นๆ เช่น ประวัติศาสตร์ สังคมวทิ ยา และจิตวทิ ยา เพอื่ สร้างความเข้าใจเมอื ง สถาปัตยกรรม หรือส่ิงแวดล้อมรอบสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ต้องเข้าใจการพัฒนาวิถีชีวิตทั้งชุมชนเมืองและชุมชน ท้องถิ่นท่ีมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เข้าใจในธรรมชาติ ระบบนิเวศท่ีมีความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งที่ สอดคล้องเช่ือมโยงกันเป็นลูกโซ่จนมีดุลยภาพ ทั้งระบบ โดย ไขศรี ภักดิ์สุขเจริญ (2548) อธิบาย ซึ่งอา้ งองิ ถงึ Hillier (1987) วา่ เพราะความเข้าใจ ในสถาปัตยกรรมของสัณฐานหรือเมืองนั้นตอ้ ง “เกิดขึ้นก่อน” เราจึงสามารถสืบค้นต่อไปได้ว่า รูปร่าง-รูปทรงท่ีปรากฏอยู่น้ันเป็นเหตุหรือผลมาจาก ปัจจยั ใด 2. การเรียนร้แู ละมสี ่วนรว่ มในศิลปะ วัฒนธรรม วถิ ีชวี ิต ภูมิปัญญา เอกลกั ษณ/์ อัตลักษณ์ เฉพาะถน่ิ ระหว่างนักท่องเทย่ี วและเจ้าของพ้ืนท่ี กระทรวงการท่องเทยี่ วและกีฬา (2556) อธิบายประสบการณข์ องนกั ทอ่ งเทยี่ วจากการได้ เรียนรู้และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรมของชุมชนท้องถ่ินว่าคือการที่นักท่องเที่ยวและเจ้าบ้าน มกี ารแลกเปล่ียนเรียนรู้ การอนุรกั ษศ์ ิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและวิถชี ีวติ ชุมชนท้องถนิ่ สอดคล้องกบั การให้ค�ำอธิบายการเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ของนักท่องเที่ยวของ สุดแดน วิสุธิลักษณ์ และนาฬิกอิภัค แสงสนิท (2556) ที่อธิบายว่าการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ นักท่องเท่ียวสนใจการเข้ามีส่วนร่วมอย่างจริงจังในประสบการณ์ที่มาจากการเรียนรู้ในพ้ืนท่ีท่องเท่ียว (Authentic-active Participation) สอดคลอ้ งกบั การให้ค�ำอธิบายการทอ่ งเท่ยี วเชิงสร้างสรรค์ ของยูเนสโกท่ีว่าการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์เป็นการท่องเท่ียวท่ีสุ่งไปสู่ความผูกพันและประสบการณ์ อันแท้จริง ซ่ึงได้มาจากการเข้าไปมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ด้านศิลปะ สิ่งที่สืบทอดประเพณีที่สืบทอด หรอื คณุ ลกั ษณะเฉพาะของพ้ืนท่ี 22
3. ความผกู พนั ระหวา่ งนักท่องเท่ียวกบั เจ้าบ้าน ความผูกพันระหว่างนักท่องเที่ยวกับเจ้าบ้าน ในทางการท่องเท่ียวความผูกพันระหว่าง นกั ทอ่ งเทย่ี วและเจา้ บา้ น คอื การทเี่ จา้ บา้ นมอี ธั ยาศยั และความเปน็ มติ รไมตรี การใหค้ ำ� แนะนำ� การให้ ความชว่ ยเหลอื จะทำ� ใหน้ กั ท่องเทีย่ วเกดิ ความประทบั ใจ และถอื เป็นคุณสมบตั ขิ องการเป็นเจ้าบา้ นทดี่ ี ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว สรุปได้ว่าบทบาทของเจ้าบ้านที่ดีคือแสดงความเป็นมิตรไมตรี ให้ความ ช่วยเหลือ อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรทางการท่องเที่ยว ลักษณะของการต้อนรับที่ดี ยิ้มทักทาย ให้รู้สึกชุ่มฉ�่ำ แสดงความสนใจและให้ความส�ำคัญ กระตือรือร้นในการรับฟัง มีอัธยาศัยไมตรีอบอุ่น ปฏบิ ตั ติ อ่ ทุกคนอย่างเทา่ เทียม การต้อนรับ คือ (ธนพร พลู เพ่มิ , 2556) ต้อนรับ = ต – ตระหนกั อ – อบอ่นุ น – น�้ำใจ รั – รอยย้ิม บ – บริการ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าขอบเขตของการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ เป็นการท่องเท่ียวรูปแบบใหม่ ที่อาศัยวัฒนธรรมเป็นฐาน (Culture-based tourism) และใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวน�ำ (Creativity-led tourism) ซง่ึ ชใ้ี หเ้ หน็ ความแตกต่างจากการ ทอ่ งเทีย่ วเชิงวฒั นธรรมแบบด้ังเดิม (Traditional cultural tourism) อย่างเห็นได้ชัดการเติบโตของการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ ถอื เปน็ การขยายขอบเขต และระดบั ความเขม้ ขน้ ของการทอ่ งเทยี่ วเชงิ วฒั นธรรม (Richards, 2000 ; Richards and Raymond, 2000) 23
1.6 วเิ คราะหก์ ารบรหิ ารจดั การแหลง่ ท่องเท่ียวเชงิ สร้างสรรค์ ในตา่ งประเทศ 1. แหลง่ ท่องเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์หมบู่ ้านชาวนาชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปนุ่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของหมู่บ้านชิราคาวาโกะนี้ ต้ังอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและ โทยามา (Gifu and Toyama Prefectures) ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู เป็นแหล่งประกอบ ไปด้วยบ้านเรือนรูปร่างแปลกตาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200-300 ปี กระจายไปในแนวเหนือ-ใต้ ตามที่ราบแคบ ๆ ท่ีขนานไปกับแม่น้�ำโชกาวะ (Shokawa River) หมู่บ้านแห่งน้ีมีสิ่งท่ีแปลกตาคือ หลังคาทรงสูงท่ีมีความชันมากถึง 60 องศากับพื้นดินจนดูเหมือนคนพนมมือ ภาษาญ่ีปุ่นจึงเรียก สถาปัตยกรรมแบบนี้ว่าเป็นรปู แบบกสั โช (Gassho-zukuri) ซ่งึ แปลวา่ สรา้ งแบบพนมมือ ด้านหนา้ ทำ� เปน็ หนา้ จว่ั แบบบา้ นทรงไทย มกี ารเจาะชอ่ งหนา้ ตา่ งเพอื่ รบั แสงสวา่ งจากภายนอก และเปน็ การระบาย อากาศใหถ้ า่ ยเทจากดา้ นหนง่ึ ไปยงั อกี ดา้ นหนงึ่ เมอ่ื มองจากภายนอกจงึ ดมู สี ดั สว่ นสวยงาม ในปี พ.ศ. 2538 หมบู่ า้ นชริ าคาวาโกะไดร้ บั การขน้ึ ทะเบยี นเปน็ มรดกโลกโดยองคก์ ารยเู นสโก ทำ� ใหห้ มบู่ า้ นแหง่ นกี้ ลายเปน็ สถานทที่ อ่ งเทยี่ วแหง่ ใหมข่ น้ึ ในพรบิ ตา บา้ นเรอื นตา่ ง ๆ แปรสภาพกลายเปน็ รา้ นขายของทรี่ ะลกึ สำ� หรบั นกั ท่องเที่ยว กจิ กรรมการทอ่ งเทยี่ วเชงิ สรา้ งสรรคข์ องเมอื ง คอื การเดนิ ตามเสน้ ทางวถิ ชี วี ติ ชมุ ชน การเดนิ ทาง ตามแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทางธรรมชาติ การเขา้ ชมพพิ ธิ ภณั ฑบ์ า้ นชาวนา ชมการชงชาแบบญปี่ นุ่ นกั ทอ่ งเทย่ี ว อาจเข้าพักแบบโฮมสเตย์ในชุมชนได้ด้วย หรือหากมาในช่วงเทศกาลนักท่องเท่ียวสามารถเป็นส่วนหนึ่ง ของการซ่อมแซมหลังคาบ้าน การร่วมกิจกรรมประเพณีของท้องถิ่น หรือการร่วมปลูกข้าว . ตามวถิ ีชวี ิตของคนในพน้ื ที่ รายละเอียดตามองค์ประกอบของแหล่งทอ่ งเทย่ี วเชงิ สร้างสรรค์ ทรัพยากรของแหลง่ นำ� มาสูก่ ารพัฒนาการท่องเทย่ี วเชิงสร้างสรรค ์ วถิ ีชาวนาของชาวญี่ป่นุ การมีสว่ นรว่ มของชมุ ชน/ การเชือ่ มโยงกบั ชมุ ชน ชมุ ชนชาวนาชริ าคาวาโกะ ลกั ษณะของการพัฒนาให้เป็นแหล่งทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรคท์ ส่ี ามารถสรา้ งประสบการณน์ กั ทอ่ งเทยี่ ว 1. กิจกรรมการสัมผสั บ้านชาวนาด้งั เดิมของชุมชนชริ าคาวาโกะ ประเทศญ่ีปุน่ 2. กิจกรรมการเข้าพักแบบโฮมสเตยก์ บั ชาวชุมชนชริ าคาวาโกะ 3. กจิ กรรมการเรยี นรู้การสรา้ งบา้ นแบบชาวนา 4. กจิ กรรมการเย่ยี มชมพพิ ิธภัณฑ์ของโบราณ และบ้านโบราณ 5. กจิ กรรมการเรยี นรู้การอยู่รว่ มกับธรรมชาติ และวฒั นธรรมญ่ีปุ่น 24
2. แหล่งท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรคช์ ุมชนท่องเท่ยี วยูฟอู ิน ประเทศญปี่ ุ่น แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของเมืองยูฟุอิน ประเทศญ่ีปุ่น มีลักษณะของเมืองสุขภาพหรือ เมืองออนเซ็นเล็ก ๆ ท่ีอยู่ท่ามกลางธรรมชาติท่ีสวยงาม เสน่ห์ของยูฟูอินไม่ใช่การท่ีเป็นเมืองท่องเท่ียว สุดทันสมยั หรือเตม็ ไปด้วยวดั วาอาราม ศาลเจา้ แบบด้ังเดมิ ของญ่ปี ่นุ แต่ทนี่ ่ีคอื เมืองทีไ่ ดช้ ื่อวา่ เป็นเมือง ออนเซ็นที่ดีที่สุดแห่งหน่ึงของญ่ีปุ่น ซึ่งโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามระดับพรีเมียม ท้ังภูเขา ทะเลสาบ สายนำ้� ทงุ่ หญา้ และบา้ นเรอื นเกา่ แก่ บรรยากาศโดยรอบ ๆ เมอื งเงยี บสงบ อากาศเยน็ สบาย ตลอดท้งั ปี กจิ กรรมการทอ่ งเทยี่ วเชงิ สรา้ งสรรค์ ทนี่ กั ทอ่ งเทยี่ วสามารถรว่ มได้ อาทิ การแชน่ ำ�้ รอ้ น การเดนิ สมั ผสั ธรรมชาติชมอาคารบา้ นเรอื นของเมือง การชมของสาธติ การรทำ� ของท่ีระลึก รายละเอียดตามองค์ประกอบของแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชิงสร้างสรรค์ ทรัพยากรของแหลง่ น�ำมาส่กู ารพัฒนาการทอ่ งเทีย่ วเชงิ สรา้ งสรรค ์ ผลติ ภัณฑช์ มุ ชน ของฝาก ของทร่ี ะลกึ ตน้ แบบของ OTOP ธรรมชาติ นำ�้ พรุ อ้ น การมีสว่ นร่วมของชมุ ชน/ การเชอ่ื มโยงกับชุมชน ชาวเมืองยฟู อู นิ ลกั ษณะของการพัฒนาใหเ้ ป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรคท์ ่ีสามารถสร้างประสบการณน์ กั ท่องเท่ยี ว 1. กจิ กรรมการเขา้ พกั แบบโฮมสเตย์ หรอื ทีพ่ ักแบบเรยี วกงั 2. กิจกรรมการเรียนรวู้ ถิ ชี ีวิต สัมผัสวฒั นธรรมของคนญปี่ ุ่น การท�ำอาหาร และการชงชาแบบญี่ปุ่น 3. กจิ กรรมการเรยี นร้งู านหัตถกรรมฝีมือชาวญปี่ ุ่น 25
3. แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชิงสรา้ งสรรค์ชุมชนทอ่ งเทีย่ วอาริมะออนเซน ประเทศญ่ปี นุ่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์หมู่บ้านอาริมะออนเซน (Arima Onsen) เป็นอีกแหล่ง ท่องเท่ียวหนึ่งใกล้เมืองโกเบ หมู่บ้านอาริมะออนเซน เป็นหมู่บ้านที่อยู่อีกฟากฝั่งหน่ึงของเทือกเขา รอคโคะ ไมไ่ กลจากตัวเมืองโกเบ ด้วยน้�ำพรุ อ้ นทีม่ ีช่อื เสยี งกบั ท�ำเลที่ต้งั สะดวก แบบจะมาเช้าเยน็ กลบั ทง้ั จากเมอื งโกเบหรอื โอซากา้ เองกท็ ำ� ได้ ทำ� ใหห้ มบู่ า้ นนจี้ ดั เปน็ อกี หนงึ่ สถานทท่ี อ่ งเทยี่ วยอดนยิ มสำ� หรบั ทงั้ ชาวญปี่ นุ่ และชาวตา่ งชาตเิ อง การเทยี่ วชมรอบหมบู่ า้ นสามารถทำ� ไดโ้ ดยการเดนิ ใชเ้ วลา ราว 1 ชวั่ โมง กเ็ รยี กได้วา่ ส�ำรวจได้ครบทั้งหมูบ่ า้ นแล้ว กจิ กรรมการท่องเที่ยวเชงิ สรา้ งสรรค์ อาทิ การเดนิ ชมอาคารเกา่ แก่ การเรยี นรู้ การทำ� อาหาร ขนมเลอ่ื งชอื่ ของหมบู่ า้ นนอี้ ยา่ ง \"Tansan” การแชอ่ อนเซนแบบโบราณในโรงอาบนำ�้ สาธารณะ Senbei\" ด้วยการแชบ่ ่อน�้ำพุร้อนธรรมชาติ ได้แก่ บอ่ นำ้� แร่ Kin-no-Yu ซง่ึ เป็นบ่อนำ�้ แรส่ ีทองที่มีส่วนผสม ของธาตเุ หล็กสูง มสี รรพคุณลดการบาดเจบ็ ของกล้ามเนอื้ โรคไขขอ้ ในขณะที่ Gin-no-Yu จะเปน็ บ่อน้�ำแร่ใสมสี ่วนผสมของคาร์บอนิกและเรเดียม (Carbonic and Radium) มีสรรพคุณ . ช่วยบำ� รงุ ระบบย่อยอาหาร ภาวะเสน้ เลือดอดุ ตัน รายละเอยี ดตามองค์ประกอบของแหล่งท่องเท่ยี วเชงิ สร้างสรรค์ ทรพั ยากรของแหล่งนำ� มาสู่การพฒั นาการทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์ หมบู่ ้านออนเซ็นโบราณ บ่อน�้ำพุร้อนธรรมชาติ การมสี ่วนร่วมของชุมชน/ การเชือ่ มโยงกับชุมชน ชาวเมืองอารมิ ะ ลักษณะของการพัฒนาให้เปน็ แหล่งทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์ทีส่ ามารถสรา้ งประสบการณน์ ักทอ่ งเทย่ี ว 1. กิจกรรมทอ่ งเทย่ี วสมั ผสั วถิ ธี รรมชาติการแชน่ ำ้� แร่ร้อนหรอื การอองเซน็ แบบธรรมชาติ 2. กจิ กรรมการไหวพ้ ระในศาลเจ้าตามความเชอ่ื ของคนญปี่ ุน่ 3. กจิ กรรมการเรียนรู้การทำ� อาหารแบบญป่ี ุ่น และการชงชาแบบญี่ปุ่น 4. กจิ กรรมการสัมผัสธรรมชาติท่ีอดุ มสมบรู ณ์แบบญป่ี นุ่ โดยการนงั่ กระเช้าเพื่อชมธรรมชาติ 26
4.แหล่งท่องเที่ยวเชงิ สร้างสรรค์เมอื งเกา่ มะละกา ประเทศมาเลเซีย เมืองท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์มะละกา มีลักษณะเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ท่ีสุดของเอเชียอาคเนย์ มาต้ังแต่ครั้งอดีตกาล และเป็นแหล่งประวัติศาสตร์หลักของประเทศมาเลเซียในด้านต่าง ๆ ท้ังเร่ือง เศรษฐกจิ การคา้ ศาสนาและงานศลิ ปะแขนงตา่ งๆ ที่ผสมผสานกนั ระหว่างยโุ รป ตะวนั ออกกลางและ เอเชยี มะละกาเปน็ เมอื งในทวปี เอเชยี ทมี่ งี านสถาปตั ยกรรมของยโุ รปโดดเดน่ มากเมอื งหนง่ึ นอกจากนนั้ เมืองน้ียังข้ึนชื่อเรื่องชายหาดขาวและทิวต้นมะพร้าวริมอ่าวอันสวยงามอีกด้วย สถานที่ท่องเท่ียว ยอดนยิ มไดแ้ ก่ วดั ครสิ ต์ (Christ Church) โบสถเ์ ซนตป์ อล (St Paul’s Church) ปอ้ มปราการ โบราณอาฟารโ์ มสา (A Formesa Fort) พพิ ธิ ภณั ฑว์ ฒั นธรรม (Heritage Centre) ถนนเกา่ จ็อนเกอร์ (Jonker Street) พพิ ธิ ภณั ฑ์ทางทะเล (Coral Wonderland) จตั รุ สั โปรตุเกส (Red Square/ Dutch Square) มสั ยดิ โบราณตรังเกรา (Tranquerah) บอ่ นำ�้ โบราณ ตลาดนดั กลางคนื (Pasar Malam) และวัดเช็งฮนุ เต็ง (Cheng Hoong Teng Temple) เป็นตน้ กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ อาทิ การเดินชมอาคารตึกเก่า ชมพิพิธภัณฑ์แหล่ง ประวัติศาสตร์ การล่องเรือชมธรรมชาติและอาคารเก่า การชมอาหารท้องถิ่น การเข้าพักโฮมสเตย์ การเรยี นรู้กจิ กรรมชุมชน เป็นต้น 27
รายละเอยี ดตามองค์ประกอบของแหลง่ ท่องเทยี่ วเชงิ สรา้ งสรรค์ ทรัพยากรของแหล่งนำ� มาสูก่ ารพฒั นาการทอ่ งเที่ยวเชงิ สรา้ งสรรค์ 1. แหล่งประวตั ศิ าสตร์เมอื งมะละกา 2. วิถีชีวติ คนทอ้ งถ่ินในเมืองมะละกา 3. อาคารและสถาปัตยกรรมเมอื ง ท่ีผสมผสานระหวา่ งจีนและตะวันตก การมีส่วนร่วมของชุมชน/ การเช่ือมโยงกับชุมชน ชมุ ชนทอ่ งเทีย่ วประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งมะละกา ลักษณะของการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเท่ยี ว เชงิ สรา้ งสรรค์ทสี่ ามารถสร้างประสบการณน์ กั ท่องเทีย่ ว 1. กิจกรรมการนั่งเรือชมธรรมชาติ และการชมเมืองประวัติศาสตร์มะละกา 2. กิจกรรมการเขา้ พกั แบบโฮมสเตยร์ ่วมกับชุมชนในเมอื งมะละกา 3. กิจกรรมการเรียนร้แู ละศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์เมืองมะละกา การเชือ่ มโยงกบั ชาตติ ะวนั ตก และการเดินเรือในพพิ ิธภณั ฑ์ต่างๆ ในเขตเมือง 4. กิจกรรมการนง่ั สามล้อสไตล์มะละกา ท่ีตกแต่งสวยงาม รอบเมืองมะละกา ทัง้ กลางวัน และยามคำ�่ คนื 5. ชม ชิม ชอ้ ปอาหารและสนิ ค้าท้องถิน่ บนถนนชอ้ ปป้ิงในเขตเมอื ง ท้งั กลางวันและยามค�่ำคนื 5.แหล่งทอ่ งเท่ียวเชงิ สร้างสรรคเ์ มืองอินเทอร์ลาเคิน ประเทศสวติ เซอร์แลนด์ แหล่งทอ่ งเทย่ี วเชิงสร้างสรรค์อินเทอรล์ าเคิน เปน็ เมืองในรัฐแบร์นของประเทศสวติ เซอร์แลนด์ เมอื งอนิ เทอรล์ าเคนิ ตงั้ อยูท่ างทิศตะวนั ออกเฉยี งใต้ของกรุงแบรน์ ไปราว 56 กโิ ลเมตร อยู่บริเวณ เชงิ เขาทางเหนอื ของเทอื กเขาสวติ แอลป์ เป็นเมืองทางผ่านทีจ่ ะขึ้นไปยังยอดเขายุงเฟรายอรช์ ซึง่ เปน็ จุดที่สงู ทีส่ ุดในทวีปยุโรปทเี่ ขา้ ถงึ ไดด้ ้วยรถไฟ และดว้ ยภูมศิ าสตร์ของเมอื งทีต่ ั้งอยู่กึง่ กลางระหวา่ ง ทะเลสาบทนุ และทะเบสาบบรีนซ์ และมแี มน่ ำ�้ อาเรเชอื่ มทั้งสองทะเลสาบตดั ผ่ากลางเมอื ง ดว้ ยประการฉะน้ีท�ำใหอ้ ินเทอรล์ าเคนิ กลายเปน็ หนง่ึ เมืองท่องเทย่ี วยอดนยิ ม อนั ดับต้น ๆ ของประเทศ กิจกรรมการท่องเทยี่ วเชิงสรา้ งสรรค์ อาทิ การเดนิ ทาง โดยรถไฟไตเ่ ขาขนึ้ ยอดเขาจุงเฟรา ยอดเขาของสามขนุ เขาไอเกอร์ เมน้ิ ส์ ทปี่ กคลมุ ด้วยหิมะตลอดกาล กิจกรรมกีฬาท่ีท้าทายและระทึกใจ ทงั้ ทางนำ้� และทางอากาศ อาทิ ร่มพาราไกด์ และการเลน่ สกี 28
รายละเอยี ดตามองค์ประกอบของแหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค ์ ทรัพยากรของแหล่งน�ำมาสู่การพฒั นาการท่องเท่ยี วเชิงสรา้ งสรรค์ 1. ธรรมชาติและความสวยงามของธรรมชาตใิ นเขตเมอื ง 2. วถิ ชี วี ิตท่สี ะทอ้ นความเป็นชาวสวติ ทง้ั อาหาร การดำ� เนินชวี ติ การมสี ่วนรว่ มของชุมชน/ การเช่อื มโยงกับชุมชน ชมุ ชนท่องเท่ียวในเขตเมอื งอนิ เทอลาเคน ลักษณะของการพฒั นาใหเ้ ปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชิงสรา้ งสรรคท์ ่สี ามารถสร้างประสบการณน์ กั ทอ่ งเท่ยี ว 1. กจิ กรรมการขนึ้ รถไฟไตค่ วามสงู เพ่ือพชิ ิตยอดเขาจรงุ เฟรา 2. สร้างประสบการณ์การเล่นสกี (ในช่วงหน้าหนาว) และกีฬาในเมืองหมิ ะ 3. กิจกรรมการร่วมท�ำอาหารกับชาวทอ้ งถน่ิ สวิต และการรบั ประทานอาหารร่วมกนั (ตดิ ตอ่ บริษัทที่รับจดั กจิ กรรมได)้ 4. ชม ร่วมในกจิ กรรมการแสดงทอ้ งถิน่ ที่จัดขน้ึ เปน็ ประจ�ำทุกสปั ดาห์ 29
ส่วนที่ 2 รัจู ักและรู้ใจ การรู้จัก รใู้ จ และเข้าใจความตอ้ งการและพฤติกรรมนักทอ่ งเที่ยวเชงิ สร้างสรรค์ นบั เป็นความท้าทายของนักบริหารจัดการแหล่งทอ่ งเทีย่ วที่จะต้องศกึ ษาและวิเคราะห์ 30
สมาคมการศกึ ษาด้านการท่องเท่ียวและการพกั ผอ่ น (Association for Tourism and Leisure Education : ATLAS) ไดร้ ะบขุ ้อคน้ พบว่า มีนักท่องเที่ยวเพียงรอ้ ยละ 5 เทา่ น้นั ที่มี มมุ มองต่อการใช้ชีวิต ในวันหยุดในลกั ษณะ การใช้ความคิดสร้างสรรค์ ขอ้ คน้ พบดงั กล่าว ชใึ้ หเ้ หน็ วา่ ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งท่ีระบุชี้ชัดได้ยาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่ง วฒั นธรรมยงั คงมองวา่ ตนเองเปน็ นกั ทอ่ งเทยี่ วเชงิ วฒั นธรรม (Cultural tourists) อยดู่ ี (ATLAS, 2011) ทงั้ น้ี อาจจะเปน็ เพราะค�ำว่า “ความคดิ สรา้ งสรรค”์ ไมด่ ึงดูดความสนใจ ของนกั ท่องเที่ยว เท่าท่ีควร แต่เหมาะส�ำหรับการใช้ในเชิงวิชาการและการก�ำหนดนโยบายมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นในบาง กรณียังคงมองว่า การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป็นเพียง ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) และเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเท่ยี วเชงิ วัฒนธรรมดว้ ยซ�้ำไป 31
นักทอ่ งเทย่ี วเชงิ สร้างสรรค์ (Creative Tourists) นกั ทอ่ งเทย่ี วนบั ไดว้ า่ เปน็ ผทู้ มี่ บี ทบาทมากทสี่ ดุ เนอ่ื งจากเปน็ ผไู้ ดร้ บั ประสบการณก์ ารทอ่ งเทย่ี ว และแสดงพฤติกรรมการบริโภคในลักษณะต่าง ๆ ที่ผ่านมายังไม่มีผลงานวิจัยเชิงประจักษ์ที่ระบุ คณุ ลกั ษณะของนกั ทอ่ งเทยี่ วเชงิ สรา้ งสรรคไ์ วอ้ ยา่ งชดั เจน พบวา่ มเี พยี งการตงั้ สมมตฐิ านจากการวเิ คราะห์ ค�ำนยิ าม ความหมาย และการทบทวนวรรณกรรมต่าง ๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง ซ่งึ สามารถระบคุ ณุ ลักษณะของ นกั ท่องเที่ยวเชงิ สรา้ งสรรคโ์ ดยสรุป ดังน้ี (Salman & Uygur, 2010) นกั ทอ่ งเทยี่ วเชงิ สรา้ งสรรคจ์ ะมคี วามเตม็ ใจทกี่ า้ วออกมาจากวถิ แี หง่ การทอ่ งเทย่ี ว เชิงวฒั นธรรมแบบด้งั เดิม พรอ้ มทจ่ี ะเรียนร้วู ฒั นธรรมและประสบการณ์ใหม่ ๆ และเปน็ นักทอ่ งเที่ยวที่ชอบคน้ หาทางเลือกใหม่ ยินดที จ่ี ะไปเยอื นแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วใหม่ นอกจากน้ยี ัง มองหาประสบการณ์จริงในวันหยุดพักผ่อนที่สร้างสัมพันธภาพ การมีส่วนร่วมการ เรยี นรแู้ ละการเปลยี่ นแปลงจากภายใน ตอ้ งการเขา้ รว่ มกจิ กรรมเชงิ สรา้ งสรรคเ์ พอื่ การพฒั นา ทกั ษะของตนเอง คาดหวงั ประสบการณท์ เ่ี ปดิ โอกาสใหม้ ปี ฏสิ มั พนั ธอ์ ยา่ งใกลช้ ดิ กบั ชมุ ชน ในท้องถนิ่ ดังน้ันในฐานะเจ้าของแหล่งท่องเท่ียวจึงจ�ำเป็นต้องสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้นัก ทอ่ งเท่ยี วและผมู้ าเยอื น เพอ่ื ตอบโจทย์นกั ทอ่ งเทยี่ วในปจั จบุ นั และอนาคต การทอ่ งเท่ียว เชงิ สร้างสรรค์ ท�ำใหน้ กั ท่องเท่ยี ว ไดส้ ัมผัสประสบการณ์ แบบคนท้องถิ่น 32
แนวโน้มพฤตกิ รรมนกั ท่องเทย่ี ว จากการศกึ ษาพบวา่ นกั ทอ่ งเท่ียวเชิงสร้างสรรคม์ ักมพี ฤตกิ รรมและความต้องการ ดังน้ี 1. นกั ทอ่ งเทีย่ วจะมคี วามสนใจและมีพฤติกรรมท่เี ปลย่ี นแปลงไป ได้แก่ มคี วามต้องการสัมผัส ประสบการณ์แบบคนท้องถ่ิน หรือ การท่องเที่ยวแบบ Slow Tourism และความใส่ใจด้านสุขภาพ และความปลอดภัยจากนักท่องเท่ียวสูงอายุที่จะมีจ�ำนวนมากถึง 2 พันล้านคน ในปี พ.ศ. 2593 ดงั นน้ั อุตสาหกรรมการท่องเท่ียวจึงตอ้ งปรบั ตัว 2. จากการคาดการณข์ ององคก์ ารสหประชาชาติ (United Nations) ประชากรผู้สงู อายุ (60 ปีข้ึนไป) จะเพ่ิมข้ึนจากร้อยละ 12 ในปี พ.ศ. 2557 เป็นร้อยละ 21 ของประชากรโลก ซงึ่ ผสู้ งู อายสุ ว่ นใหญม่ พี ฤตกิ รรมการทอ่ งเทยี่ วทใี่ หค้ วามสำ� คญั กบั ความพงึ พอใจ เปน็ หลกั คำ� นงึ ถงึ ปจั จยั ด้านสุขภาพและความปลอดภยั อกี ทั้งยงั เป็นนกั ทอ่ งเทีย่ วทพ่ี ักนานและใช้จ่ายสงู 3. นักท่องเท่ียวโดยเฉพาะชาว Gen-Y ตอ้ งการสมั ผัสวถิ ชี วี ิตความเป็นอยูแ่ บบคนท้องถนิ่ อย่างแท้จริง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในกลุ่มน้ีท�ำให้เกิด Sharing Economy ซ่ึงหมายถงึ การแบ่งปนั แลกเปล่ียน หรอื ปล่อยเชา่ ส่ิงตา่ ง ๆ ท่ีเจ้าของไมไ่ ด้ใชง้ าน เชน่ ทพ่ี ัก รถยนต์ อาหาร ฯลฯ ใหก้ บั บคุ คลทตี่ อ้ งการสง่ิ เหลา่ นใ้ี นชว่ งระยะเวลาหนงึ่ ตวั อยา่ งของ Sharing Economy ในอุตสาหกรรมการท่องเท่ยี ว 4. การเชอื่ มตอ่ อนิ เทอรเ์ น็ตและการใช้ Social Media ทเ่ี พ่มิ ขน้ึ อย่างมากจะเปน็ ปจั จยั ทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ การตัดสนิ ใจเดินทางของนกั ทอ่ งเท่ยี ว (Customer Purchase Cycle) จากแนวโน้มดังกลา่ ว ท�ำใหร้ ปู แบบการทอ่ งเทีย่ วเชิงสร้างสรรค์หรอื การทอ่ งเทย่ี วเชิงคุณค่า ซึง่ เนน้ ประสบการณแ์ ละการเรยี นรู้ มีบทบาทสำ� คัญอยา่ งมากในการจดั การการทอ่ งเท่ยี ว 33
สว่ นท่ี 3 ข้นั ตอนลงมือสกู่ ารปฏิบัติ การบรหิ ารจัดการแหลง่ ท่องเทีย่ วเชิงสรา้ งสรรค์ แบง่ เนอื้ หา ดงั น้ี 3.1 การบรหิ ารจดั การแหลง่ ท่องเที่ยวเชงิ สร้างสรรค์ 3.2 ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความส�ำเรจ็ ในการบริหารจัดการแหล่งท่องเท่ียวเชิงสรา้ งสรรค์ 3.3 โมเดลการบริหารจดั การแหลง่ ท่องเทีย่ วเชงิ สร้างสรรคส์ ู่การจัดการทอ่ งเที่ยว เชิงคณุ คา่ บนฐานความยั่งยนื 3.4 แนวทางการบริหารจัดการแหล่งท่องเทย่ี วเชงิ สร้างสรรค์ ขั้นการต่อยอด ขั้นการเพ่มิ คา่ ข้ันการหาจุดต่าง ขนั้ การสร้างกระแสของการท่องเทย่ี ว 34
ตอ่ ยอด เพมิ่ คา่ หาจุดต่าง สร้างกระแส 3.1 การบริหารจดั การแหล่งท่องเทีย่ วเชงิ สร้างสรรค์ การท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์เป็นกระบวนการพัฒนาการท่องเท่ียวโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยตั้งอยบู่ นพน้ื ฐานของส่ิงส�ำคัญ 3 ประการ คอื การต่อยอดจากทุนทางวัฒนธรรมท่ีมีอยู่เดิม ประกอบด้วยทุนทางสังคม วัฒนธรรม และมีการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมอ่ืน ๆ ที่มีผลกระทบต่อการท่องเท่ยี ว เน้นการมีส่วนร่วมและประสบการณ์จริงด้วยการเรียนรู้ศิลปะ มรดกทางวัฒนธรรมและ มกี ารปฏิสมั พันธ์กบั ผูท้ ีอ่ าศัยอยูใ่ นชุมชน การสร้างความแตกต่างในการท่องเท่ียวโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ มีการสร้างสรรค์ ผลงาน ตลอดจนพัฒนาให้เกิดความแปลกใหม่ในการท่องเท่ียว เพ่ือให้นักท่องเท่ียวได้สัมผัสกับ ประสบการณ์ใหม่ ๆ ท่เี กดิ จากการเรียนรู้ผ่านกจิ กรรมการท่องเที่ยว 35
3.2 ปจั จัยท่ีส่งผลต่อความส�ำเร็จของการบริหารจดั การ แหลง่ ท่องเท่ยี วเชิงสร้างสรรค์ ในการจดั การการทอ่ งเทยี่ วเชงิ สรา้ งสรรคม์ ที ั้งสนิ้ 11 ปัจจัย คือ (Richards, 2010 : 7) 1. บรบิ ท (Context) 2. การมสี ว่ นรว่ มจากท้องถิ่น แหล่งท่องเทย่ี วจะตอ้ งจดั การทอ่ งเทีย่ วที่เหมาะสม (Local Involvement) กับสถานท่ีของตน ซึง่ แต่ละสถานท่ีอาจจะแตกต่าง ประชาชนในท้องถ่นิ เข้ามามี กนั ขึ้นอยกู่ บั สังคม วฒั ธรรม เศรษฐกจิ จ�ำเปน็ สว่ นรว่ มในการบริหารจดั การ ต้องนำ� ปจั จยั เหลา่ นม้ี าประกอบการพจิ ารณาการ ใหเ้ หมาะสมและมีประสิทธภิ าพ จดั การการท่องเท่ียว 7. การมอี สิ รภาพในการบรหิ ารจัดการ 6. การมรี ปู แบบการทอ่ งเท่ียวทดี่ ี (Political Independence (Strong Content) and Artistic Autonomy) การจัดการทอ่ งเทีย่ วไม่ควรซ�้ำและสามารถ การจดั กิจกรรมการท่องเท่ยี วไม่ควรจะ มองเหน็ ความแตกตา่ งของแตล่ ะรูปแบบ ไดร้ ับประโยชนท์ างการเมอื งและ การทอ่ งเที่ยวแบบการทอ่ งเท่ยี ว โครงสรา้ งการด�ำเนินงานควรมคี วาม อสิ ระในการจดั การทอ่ งเทยี่ ว 8. การส่อื สารและการตลาดที่ดี 9. การมีแหล่งเงนิ ทุนท่ีเพียงพอ (Good Communication (Sufficient Funds) and Marketing) งบประมาณที่ใหก้ ารสนบั สนุน ก�ำหนดกลยทุ ธก์ ารสอ่ื สารการตลาด ควรพรอ้ มส�ำหรบั การใช้ดำ� เนินงาน ทช่ี ดั เจน 36
3. การมีพนั ธมิตร 4. การวางแผนระยะยาÇ (Partnerships) (Long-term Planing) การพัฒนาความสมั พันธ์ของผู้ที่มีส่วนได้ การวางแผนล่วงหน้าการจัดการการ สว่ นเสียแตกต่างกนั ซ่ึงถอื วา่ มคี วามส�ำคญั ท่องเทีย่ วและการวางแผนทรพั ยากร อาจรวมถงึ สถาบันทางวฒั นธรรม สมาคม ทสี่ �ำคัญ อสิ ระทอ้ งถนิ่ กลมุ่ ธุรกจิ การทอ่ งเทยี่ ว การบริการทางสงั คม และองคก์ รชุมชน 5. การมวี ตั ถปุ ระสงค์ท่ชี ัดเจน (Clear Objectives) มวี ตั ถปุ ระสงคท์ ชี่ ดั เจนและวตั ถปุ ระสงค์ จะตอ้ งเออื้ ตอ่ การพฒั นา 10. การมีผนู้ ำ� ท่เี ขม้ แขง็ และทีมงานทม่ี นั่ คง 11. การเมือง (Political Will) (Strong Leadership and โครงการต้องได้รบั การสนับสนนุ Committed Team) ทางการเมือง เพ่ือให้เกิดการพัฒนา ผนู้ ำ� ต้องวสิ ัยทัศน์และทกั ษะในการ ทีย่ ั่งยนื น�ำชุมชนและทีมงานควรมีความมงุ่ มน่ั ในการท�ำงาน (อ้างองิ : Richards, 2010 : 7) 37
จากการศกึ ษา ทบทวนขอ้ มลู รวมถงึ การศกึ ษาจากกรณศี กึ ษา ท่ีจัดว่าเป็นแหล่งท่องเท่ียวท่ีมีการบริหารจัดการเชิงสร้างสรรค์ ในต่างประเทศ รวมถึงการลงเก็บข้อมูลให้แหล่งท่องเท่ียว ท�ำให้ได้ โมเดลการบรหิ ารจัดการแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชิงสร้างสรรค์ ดังนี้ 3.3 โมเดลการบรหิ ารจดั การแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วเชงิ สรา้ งสรรค์ สกู่ ารจดั การท่องเทย่ี วเชงิ คุณค่าบนฐานความยั่งยืน การทอ่ งเทย่ี วเชิงสรา้ งสรรค์ในมติ ิของการให้ ความสมดุล ความสำ� คญั กับนกั ทอ่ งเทย่ี วหรอื ผูม้ าเยือน ในการบริหารจัดการ 1. ทรพั ยากรการทอ่ งเทยี่ วและอตั ลกั ษณ์ความโดดเดน่ ของ แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ทรัพยากร (Tourism Resources and Local ควรสรา้ งสมดุลใน 2 มิติ คือ Identity) ประกอบด้วย มิ ติ ข อ ง ก า ร มุ ่ ง ต อ บ ส น อ ง - ความเป็นเอกลักษณแ์ ละอัตลักษณข์ องทรพั ยากร ความต้องการและความพึง พอใจของนักท่องเท่ียวผู้มา (Identity) เยอื น และมติ ขิ องเจา้ บา้ นหรอื - ความเป็นหนง่ึ เดียว (Integrity) เจา้ ของทรพั ยากรการทอ่ งเทย่ี ว - ความจรงิ แท้และด้งั เดมิ (Authenticity) ท้ังน้ีเพื่อให้เกิดความสมดุล ของการพฒั นาท้ังสองสว่ น 2. การมสี ่วนรว่ มของเจ้าของแหลง่ หรือเจา้ ของทรัพยากร การทอ่ งเทีย่ ว (People and Participation) - ความต่างของวฒั นธรรม (Cross Culture) - ความร่วมมอื และการมีส่วนรว่ ม (More Participate) 3. ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวท่จี ะได้รับ (Tourist Experience) - การจัดการท่องเท่ยี วท่เี นน้ ประสบการณ์ (Hand in Experience) - สร้างความจดจ�ำและประทับใจ (Memorable) 38
การทอ่ งเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรคใ์ นมติ ขิ องการบรหิ ารจดั การแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว เชงิ สร้างสรรค์ของเจา้ บา้ นหรอื เจา้ ของทรัพยากรการทอ่ งเที่ยว - การบริหารจัดการบนฐานหลกั การธรรมาภบิ าล และเป็นธรรม คือการจดั การผลประโยชนอ์ ยา่ งเปน็ ธรรม และยดึ หลกั ความพอเพยี ง โดยอาศัยกฎกติการ่วมกนั - ผู้น�ำทีเ่ ขม้ แขง็ มวี ิสยั ทัศน์ - การมีส่วนร่วมของ ภาคที กุ ภาคส่วน 39
องค์ประกอบที่ 1 IDENITTY ความเปน็ อัตลกั ษณ์ TOURSM RESOURCES INTEGRITY OR LOCAL IDENTITY ความเปน็ องคร์ วมและเอกภาพ AUTHENTICITY ทรพั ยากรการท่องเท่ยี ว ความเป็นของแท้ดัง้ เดิม หรือความเปน็ อัตลักษณ์ ของชมุ ชนทอ้ งถ่นิ องคป์ ระกอบที่ 2 CROSS CULTURE ใหค้ วามสำ� คัญกบั ความแตกต่างทางวฒั นธรรม PEOPLE AND MORE PARTICIPATE PARTICIPATION การมสี ว่ นร่วม ชมุ ชนกบั การมีสว่ นรว่ ม องค์ประกอบที่ 3 HAND ON EXPERIENCE MEMORABLE TOURIST การใหค้ วามสำ� คญั กบั ประสบการณ์ EXPERIENCE ในการสร้างความความทรงจำ� ท่ปี ระทับใจ ประสบการณ์ ของนกั ทอ่ งเทยี่ ว องคป์ ระกอบของการบรหิ ารจัดการ แหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์ ในมิติของการใหค้ วามส�ำคัญ กบั นักทอ่ งเที่ยวหรือตลาด 40
3.4 แนวทางการบริหารจัดการแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชิงสรา้ งสรรค์ แนวทางการบรหิ ารจดั การแหลง่ ท่องเทีย่ วเชิงสรา้ งสรรค์ คือ วิธกี าร และหลักการของการ บริหารจัดการแหลง่ ท่องเทยี่ วทเี่ นน้ การสรา้ งคุณคา่ จากประสบการณ์ โดยเน้นการสร้างความสมดลุ ของ “ขน้ั การต่อยอด” วเิ คราะห์ทนุ และความโดดเด่นของแหล่งทอ่ งเท่ียว การวิเคราะห์ทุนเพ่ือต่อยอด เปน็ กระบวนการแรกของบริหารจดั การการทอ่ งเทยี่ วเชิง สร้างสรรค์ คอื การส�ำรวจ วเิ คราะห์ และประเมินศกั ยภาพของทรัพยากรทางการทอ่ งเที่ยวซึ่งแบง่ ได้ เป็น 2 ประเภท คอื - ทรพั ยากรการทอ่ งเทยี่ วทธี่ รรมชาตสิ รรค์ - ทรพั ยากรการท่องเทย่ี วท่ีมนุษย์ สรา้ ง อาทิ ภมู ิอากาศ ภูมิประเทศ ปา่ เขา สรา้ งสรรค์ข้ึน อาทิ วิถกี ารดำ� เนนิ ชีวิต ดอกไม้ แหล่งธรรมชาติทโี่ ดดเด่นของทอ้ งถนิ่ วัฒนธรรม รวมถงึ ประวัตศิ าสตร์ ซง่ึ การวเิ คราะหน์ ตี้ อ้ งพจิ ารณาอยา่ งถอ่ งแท้ กลนั่ กรองใหร้ ถู้ งึ รากเหงา้ ทแ่ี ทจ้ รงิ และอตั ลกั ษณ์ ของทรพั ยากรทำ� การศกึ ษาขอ้ มลู เชงิ ลกึ ซงึ่ ผทู้ จี่ ะอธบิ ายถงึ รากเหงา้ ทแี่ ทจ้ รงิ ไดด้ ี คอื เจา้ ของทรพั ยากร ข้ันตอนของการวเิ คราะหท์ ุน มดี ังนี้ 1. การส�ำรวจ คน้ หา ศึกษาทนุ ทางทรัพยากร 2. จัดประเภทหรือจดั กล่มุ ของทรัพยากร หาความโดดเด่น อัตลักษณ์ และคุณค่าใน อาทิ ทนุ ทางภมู ิปัญญา ศิลปกรรม เชงิ วฒั นธรรม สงั คม ธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ ม ธรรมชาติ การบรหิ ารจัดการ 3. เจ้าของพื้นที่หรือชุมชนร่วมกันประเมิน 4. รว่ มกันล�ำดับความโดดเด่นของทรัพยากร ความโดดเด่นของทรัพยากรการท่องเที่ยว การท่องเทยี่ ว ค้นหาพระเอกหรือนางเอกที่โดดเด่นเป็น เอกลักษณ์และสามารถสะท้อนอัตลักษณ์ ของพ้นื ทไ่ี ด้ 5. ร่วมกันคัดเลือกทรัพยากรท่ีเป็นพระเอก 6. ด�ำเนนิ การประชุมเพื่อวางแผนพฒั นาการ หรือนางเอกมาด�ำเนินการประเมินความเป็นไป ทอ่ งเทยี่ วเชิงสรา้ งสรรค์ร่วมกัน ได้ในการนำ� มาต่อยอดสู่การทอ่ งเทีย่ ว เพือ่ น�ำ เขา้ สู่ขน้ั ตอนต่อไป 41
“ข้ันการเพม่ิ คา่ ” ส่กู ารทอ่ งเทย่ี วเชิงคุณคา่ ...ด้วยการสร้างประสบการณ์ ในการทอ่ งเท่ียว การออกแบบประสบการณ์ส�ำหรับนักท่องเท่ียวเพื่อเพ่ิมคุณค่า หมายถึง การน�ำทุนทาง ทรพั ยากรมาตอ่ ยอดใหเ้ ปน็ กจิ กรรมการทอ่ งเทยี่ ว และกำ� หนดรปู แบบการใหบ้ รกิ ารของสนิ คา้ และบรกิ าร ทางการท่องเทย่ี วส�ำหรับนกั ทอ่ งเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์ โดยสามารถส่ือสารสูน่ กั ทอ่ งเท่ยี วไดด้ งั น้ี - กจิ กรรมสำ� หรบั นกั ทอ่ งเทยี่ ว (Tourist - การสื่อความหมายทางการทอ่ งเท่ยี ว Activity) โดยกิจกรรมการท่องเท่ียวท่ี (Tourism Interpretation) คอื การ พัฒนาขึ้นต้องเป็นกิจกรรมที่มีความลึกซ้ึง สร้างและพัฒนากระบวนการส่ือความให้ บนฐานของอัตลักษณ์หรือความเป็นจริง นกั ทอ่ งเทยี่ วมคี วามเขา้ ใจและลกึ ซง้ึ ในการ ของพื้นท่ี ผูกโยงเก่ียวพันกันกับทุนทาง เดนิ ทางทอ่ งเทย่ี ว โดยการสอ่ื ความหมายน้ี ทรัพยากรท่ีโดดเด่นตามท่ีได้ส�ำรวจและ อาจด�ำเนินการได้ทั้งการ ส่ือความโดย คัดเลือกมาในขั้นตอนที่ 1 กิจกรรมการ อาศัยคนท้องถ่ินหรือเจ้าของทรัพยากร ท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้นเน้นการให้นัก เปน็ ผสู้ อ่ื ความ และการสอื่ ความโดยอาศยั ทอ่ งเทยี่ ว ได้ลงมือปฏิบัติ มีส่วนร่วมกับ เทคนิคหรือเทคโนโลยีช่วยสือ่ ความ อาทิ พ้ืนที่หรือชุมชนเจ้าของทรัพยากรอย่าง ค่มู อื การส่ือความหมาย หูฟงั ภาพยนตร์ แท้จริง เพ่ือสร้างประสบการณ์ในการ เป็นต้น อย่างไรก็ตามในการเตรียมการ เดินทางท่องเท่ียว และสร้างคุณค่าทาง เพอ่ื การสอื่ ความหมายนี้ จำ� เปน็ ตอ้ งคำ� นงึ จิตใจให้กับนักท่องเท่ียว ตลอดจนการ ถึงกลุ่มนักท่องเท่ียวเป้าหมายแต่ละกลุ่ม มงุ่ เนน้ การสรา้ งการเรยี นรู้ และเขา้ ใจซงึ่ กนั ทม่ี ีความแตกต่างกันไปดว้ ย และกันระหว่างนักท่องเที่ยวและเจ้าของ ทรัพยากร 42
- การสร้างเร่ืองเล่า (Story Telling) - การสร้างสรรค์สู่ของท่ีระลึกเพื่อเพิ่ม คือ การพัฒนาและสร้างเร่ืองราวเรื่องเล่า มลู คา่ ของทรี่ ะลกึ เปน็ อกี สงิ่ หนงึ่ ทสี่ ามารถ ท่ีสอดคล้องกับกิจกรรมการท่องเท่ียวและ ผูกโยงเรื่องราวของการท่องเท่ียวและ ทรพั ยากรการทอ่ งเทย่ี ว โดยเรอ่ื งเลา่ นต้ี อ้ ง กิจกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างดี อย่างไร อยู่บนฐานของความเปน็ จริงแท้ และมกี าร ก็ตามในการจัดการกับของท่ีระลึกนี้ สอดแทรกเนื้อหาที่สามารถท�ำให้นักท่อง ควรให้นักท่องเท่ียวมีส่วนร่วมในการ เที่ยวแต่ละกลุ่มเข้าใจและสนใจ ตลอดจน สรา้ งสรรคข์ นึ้ หรอื อาจจดั ใหเ้ ปน็ สว่ นหนง่ึ สามารถเรยี นรไู้ ด้ ของกจิ กรรมการทอ่ งเทยี่ วรว่ มไปดว้ ย อาทิ การทอผ้าหรือย้อมผ้าเป็นของที่ระลึก และให้นักท่องเท่ียวน�ำกลับ การให้ นักท่องเที่ยวท�ำขนมไทยหรืออาหารไทย และสามารถนำ� กลบั ไปเปน็ ของทรี่ ะลกึ หรอื ฝากเพอื่ นและญาตพิ นี่ อ้ ง ซงึ่ กระบวนการ ให้นักท่องเที่ยวได้มีประสบการณ์ในการ ทดลองสร้างสรรค์ของที่ระลึกข้ึนมาเอง จะทำ� ใหข้ องนนั้ เกดิ คณุ คา่ และมลู คา่ ในมมุ มองของนกั ท่องเท่ยี วได้อีกด้วย สง่ิ หนง่ึ ทต่ี อ้ งค�ำนงึ ถงึ ในการจดั การการเพมิ่ คา่ ใหก้ บั การทอ่ งเทยี่ ว คอื การพฒั นาใหต้ อบโจทย์ ความต้องการของนักท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ คือ มีความเต็มใจที่ก้าวออกมาจากวิถีแห่งการ ท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม มองหาทางเลือกใหม่ มองหาประสบการณ์จริงในวันหยุด พักผ่อนที่สร้างสัมพันธภาพ การมีส่วนร่วมการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงจากภายใน ต้องการ เข้าร่วมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาทักษะของตนเอง และมีความคาดหวังประสบการณ์ ท่ีเปดิ โอกาสใหม้ ีปฏสิ ัมพนั ธ์อย่างใกล้ชดิ กับชุมชนในทอ้ งถ่นิ 43
“ขั้นการหาจุดตา่ ง” สร้างความโดดเดน่ บนฐานอตั ลักษณ์ สกู่ ารเพิ่มมูลค่า ทางการทอ่ งเท่ียว การสร้างสรรค์อัตลักษณ์เพื่อหาจุดต่าง หมายถึง การสร้างสรรค์ประสบการณ์ส�ำหรับ นกั ทอ่ งเทย่ี วแบบทไี่ มเ่ หมอื นใคร บนฐานของทนุ ทางทรพั ยากรการทอ่ งเทยี่ ว โดยมหี ลกั การ 3 ดา้ นดงั นี้ - การสรา้ งความรู้สกึ ของการ - การสรา้ งความรสู้ กึ ของการได้ - การสร้างความรู้สกึ ของการ เป็นเจ้าของ ท้ังสว่ นของชมุ ชน เปน็ หนง่ึ เดยี ว หาทอี่ น่ื ไมไ่ ด้ และ มีส่วนร่วม คือ การสร้าง และนักท่องเที่ยว โดยในมุม ไมซ่ ำ�้ ใคร คอื การพฒั นากจิ กรรม กิจกรรมการท่องเท่ียวแบบให้ ของชมุ ชน จะเกีย่ วข้องกับการ การท่องเท่ียวและการบริการ เจ้าบ้านและนักท่องเท่ียวได้มี สืบทอด สบื ตอ่ การเลา่ เรื่อง ทางการทอ่ งเทย่ี วโดยอาศยั ฐาน โอกาสร่วมกันในการลงมือ ของตนเอง การสรา้ งความเปน็ ทรัพยากรท่ีเป็นอัตลักษณ์ ปฏิบัติกิจกรรมการท่องเท่ียว หนึ่งเดียว สร้างกฎระเบียบ ตามท่ีได้ประเมินและก�ำหนด และท�ำให้นักท่องเท่ียวมีความ ในการควบคมุ การพฒั นา โดย ศักยภาพไว้ในข้ันตอนที่ 1 รู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่งของ สามารถเรยี นรู้ ไดด้ ้วยตนเอง อย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์ กิจกรรมของพ้ืนท่ี ไม่สร้าง (เชน่ การสรา้ งงาน สรา้ งอาชพี ) เฉพาะทรัพยากรอาจะพบว่า กิจกรรมการท่องเที่ยวเพียงแค่ การเรียนรู้จากคนรุ่นเก่ารับฟัง อาจมีความคล้ายคลึงกับที่อื่น ใหน้ ักทอ่ งเท่ยี วชม หรือดูการ จากคน รนุ่ เกา่ ชมุ ชนจะทำ� งาน ดังนั้น ในการท�ำให้เกิดความ สาธติ เทา่ นน้ั ทำ� ใหน้ กั ทอ่ งเทย่ี ว กนั เปน็ กลมุ่ รนุ่ พสี่ ง่ ตอ่ รนุ่ นอ้ ง แตกต่างได้ คือ การสร้าง รู้สึกมีส่วนร่วมอย่างมีคุณค่า มีการสร้างสวัสดิการจากการ กระบวนการในการให้บริการ ทั้งคุณค่าต่อตนเอง คุณค่า ท่องเที่ยว จากผลประโยชน์ ท่ีไม่เหมือนหรือไม่ซ้�ำกับพื้นที่ ตอ่ สงั คม อาทิ กจิ กรรมการเชงิ ของการท่องเที่ยว อื่นกเ็ ป็นได้ อาทิ กิจกรรมการ แบบอาสาสมคั ร (Volunteer ท�ำตุง ซ่งึ มหี ลายทท่ี �ำคลา้ ยกนั Tourism) ดังนั้น เพ่ือท�ำให้เกิดความต่าง จึงได้น�ำความเช่ือจากเรื่องราว ทางประวัติศาสตร์มาเพ่ิมเติม เปน็ กจิ กรรมการตดั ตงุ เทา่ ความ สูงของนักท่องเที่ยว โดยจะให้ นกั ทอ่ งเทย่ี วตกแตง่ ตุง และน�ำ ตุงทตี่ นเองสร้างได้มาถวายพระ 44
“ขนั้ การสรา้ งกระแสของการท่องเที่ยว” ด้วยการสือ่ สารการตลาดการทอ่ งเทยี่ ว เชิงคณุ ค่า การสร้างกระแสการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ หมายถึง การส่ือสารการตลาดการท่องเท่ียว เชิงสรา้ งสรรค์ไปสู่กลุ่มนักทอ่ งเทยี่ ว โดยเนน้ การนำ� เสนอเนอื้ หา (Massage) ของการสื่อสาร คอื “ความเปน็ อตั ลกั ษณ์ ประสบการณ์ และความประทบั ใจในการมสี ว่ นรว่ มของการเปน็ สว่ นหนงึ่ ของการ สรา้ งประสบการณ์ทางการท่องเทย่ี วโดยในการสร้างส่อื ควรสรา้ งให้เหมาะสมส�ำหรบั กลมุ่ นกั ทอ่ งเทย่ี ว แตล่ ะกลมุ่ คอื นักท่องเทย่ี วกลมุ่ เฉพาะ: การสอื่ สารดว้ ยข้อมูลเชิงลึกจึงเปน็ สว่ นสำ� คญั นกั ท่องเที่ยว กลุม่ ทว่ั ไป: เนน้ การส่อื สารภาพรวม ขนั้ ตอนในการสรา้ งกระแสการท่องเทย่ี วเชงิ สร้างสรรค์ ด้วยการสอ่ื สารการตลาด การทอ่ งเทยี่ วเชงิ คณุ คา่ ดำ� เนินการไดด้ งั นี้ - วิเคราะห์และก�ำหนดนกั ท่องเที่ยวเปา้ หมายทตี่ ้องสื่อสาร - คัดเลอื กรูปแบบของสอื่ ทีต่ อ้ งการสื่อสาร - พฒั นางานสอ่ื ประชาสัมพนั ธ์ คน้ หาขอ้ ความ หรือ message ที่จะส่อื - ดำ� เนนิ การสอื่ สาร เพ่อื สรา้ งกระแส - ประเมินผลการสอ่ื สาร 45
กสา่วรนบทริห่ี 4ารแจลัดกกเปารลแ่ียห2นลแแง่ ลหทะล่อเรง่ งยี เนทรีย่ จู้ วาเชกิงกสรรณ้าศีงสึกรษราค์ เน้อื หาในสว่ นนไ้ี ดจ้ ากการลงพื้นท่จี ดั ประชุมสร้างการมสี ่วนรว่ มของชุมชน ในการ รว่ มวางแผนการท่องเที่ยวเชงิ สร้างสรรค์ โดยอาศยั แนวทางและขน้ั ตอนบริหารจัดการแหลง่ ท่องเทีย่ ว เชงิ สร้างสรรค์ ตามทไี่ ด้ระบุไวใ้ นส่วนที่ 3 คอื การวิเคราะหท์ นุ ทรพั ยากร หรอื การตอ่ ยอด การเพม่ิ คณุ คา่ โดยการออกแบบประสบการณส์ ำ� หรบั นกั ทอ่ งเทยี่ ว การหาจดุ ตา่ ง และการสร้างกระแสที่จะท�ำใหแ้ หลง่ ท่องเทย่ี วมคี วามโดดเดน่ มีเอกลักษณ์ไมซ่ ้ำ� ใคร ศนู ยพ์ ฒั นาโครงการหลวงตีนตก-หมบู่ า้ นท่องเทย่ี วแมก่ �ำปอง อ�ำเภอแม่ออน จงั หวดั เชยี งใหม่ ศูนยศ์ กึ ษาและพัฒนาชาวบา้ น โครงการส่งเสริมกสกิ รรมไร้สารพิษ อันเนอ่ื งมาจากพระราชด�ำริ อ�ำเภอวังนำ�้ เขยี ว จงั หวัดนครราชสมี า 46
จากการประชมุ สรปุ แผนการทอ่ งเทีย่ วเชิงสร้างสรรค์ ของศูนย์พัฒนาโครงการ หลวงตนี ตกและชุมชนทอ่ งเทย่ี วแม่ก�ำปอง จังหวัดเชยี งใหม่ ข้ันการวิเคราะห์ทุนเพื่อการต่อยอด จากการประชุมและการศึกษาทุนทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ของแหล่งทอ่ งเท่ยี ว พบความโดดเด่นของทรัพยากรทางการท่องเทีย่ ว ดงั นี้ ทรัพยากรการทอ่ งเท่ียวศนู ยพ์ ฒั นาโครงการหลวงตีนตก 1. วถิ ีเกษตรทส่ี งู - การปลูกกาแฟ - ชาขาว - การผลติ ฟาแลนนอปซิส - น�้ำผึง้ ขม - การผลิตเหด็ สปอรเ์ หด็ - งานหัตถกรรม - การแปรรูปกาแฟอราบีก้า - ภูมิปญั ญา องคค์ วามรู้ - การผลิตวานลิ ลา - การผลิตไมก้ ระถาง - ผักระบบมาตรฐาน GAP 8 ชนิดพืช - การปลูกไม้ผล 2. ถำ้� น�้ำลอด ธรรมชาติ ทรพั ยากรการทอ่ งเทีย่ วแหล่งทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนแมก่ �ำปอง 1. ธรรมชาติ ทุนทางธรรมชาตทิ ่ีโดดเด่น ดนิ นำ้� ปา่ อากาศเยน็ สบายทัง้ ปี จุดชมววิ 2. สังคม วิถีของคนในหมู่บา้ น เช่น การทำ� เม่ยี ง ซึง่ เปน็ จุดเรมิ่ ต้นของบ้านแมก่ �ำปอง และ ก�ำลังต่อยอดด้วยการสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เมี่ยง เพ่ือให้คนในชุมชนและนักท่องเท่ียวได้รู้ถึงวิถีของชุมชน การปลกู กาแฟ การเลยี้ งผง้ึ อาหาร รวมถงึ วิถคี วามเป็นอยขู่ องชาวบ้านแม่กำ� ปอง 3. วัฒนธรรม พระอุโบสถกลางน�้ำ เป็นอุโบสถท่ีผู้หญิงสามารถเข้าไปข้างในได้ ใช้น�้ำแทน หินพทั ธสมี า เขาวงกต พธิ ีการเข้าวงกต ซ่งึ จัดขึน้ ในชว่ งประเพณีลอยกระทงหรือย่เี ปง็ 47
ข้ันการออกแบบประสบการณส์ �ำหรบั นกั ทอ่ งเท่ยี วเพื่อเพมิ่ คณุ คา่ แนวทางการออกแบบประสบการณ์ส�ำหรับนกั ทอ่ งเที่ยว 1. กิจกรรมการร่วมชมการสาธติ เรอ่ื งการเกษตร เชอื่ มโยงไปสู่ชุมชน การอดั ก้อนเหด็ การเรยี นรู้การปลูกเม่ียง ผกั ไมผ้ ลเมืองหนาว ชมการเกบ็ กาแฟ การท�ำหมอนใบชา 2. กิจกรรมการร่วมท�ำอาหารทอ้ งถน่ิ เช่น ไข่ทอดใบตอง 3. กจิ กรรมการชง ชมิ กาแฟ 4. กิจกรรมการทพ่ี กั ร่วมกับชมุ ชนเพื่อชื่นชมบรรยากาศของหมูบ่ า้ นกลางหบุ เขา 5. กจิ กรรมการท่องเทีย่ วเชงิ สรา้ งสรรค์เพอื่ ชุมชน แหลง่ สรา้ งสรรค์ รักษาชุมชน 6. กจิ กรรมการท่องเทยี่ วเชิงสร้างสรรค์ เวทกี ารแลกเปล่ียนเรียนรู้ ตอนเยน็ อาจจะมีเวที การแลกเปล่ียนระหวา่ งกรรมการดแู ลแหลง่ กับนักทอ่ งเทย่ี ว ใหน้ กั ทอ่ งเทย่ี วสะทอ้ น ความรสู้ ึก ความคิด เพอ่ื การพฒั นาตอ่ ยอด 7. กิจกรรมการแลกเปล่ยี นเรียนรภู้ ูมปิ ัญญาชาวบา้ น เชน่ การจดั ฐานเรียนรู้ ท�ำขนม (ขนมจอ๊ ก) การท�ำบายศรี 8. กจิ กรรมการท่องเทย่ี วท่เี กยี่ วขอ้ งกับการเพม่ิ คณุ คา่ เพิม่ คณุ ภาพชีวติ ให้กับนกั ทอ่ งเท่ียว เชน่ สุขภาพ แปลงผกั เกษตรแนวตัง้ 9. กจิ กรรมเชอ่ื มโยงประเพณี เชน่ สีผึง้ ภมู ิปญั ญา ฝ้าย 10. กจิ กรรมการท�ำตงุ นักท่องเท่ยี วท�ำเท่ากับขนาดความสูงของตนเองชมุ ชนจะเปน็ ผู้เตรียมไว้เบ้อื งตน้ นกั ทอ่ งเท่ยี วมาต่อยอดตกแตง่ น�ำไปถวายพระด้วยตนเอง เพ่อื ถวายพระพทุ ธเจา้ เทา่ กบั ตนเองนับเปน็ บุญอนั ยงิ่ ใหญ่ 48
ข้นั การสร้างอัตลกั ษณ์เพอ่ื การหาจุดตา่ ง แนวทางการสร้างอตั ลกั ษณเ์ พอื่ หาจุดตา่ ง มีดงั นี้ 1. การสร้างความรู้สกึ ของการเปน็ เจา้ ของ ทงั้ สว่ นของชุมชน และนักทอ่ งเท่ยี ว โดยในมุม ของชมุ ชน จะเกีย่ วข้องกบั การสบื ทอด สบื ต่อ การเลา่ เรอ่ื งของตนเอง การสร้างความ เปน็ หนึ่งเดยี ว สรา้ งกฎระเบยี บในการควบคุมการพัฒนา โดยสามารถเรียนรไู้ ดด้ ว้ ย ตนเอง เชน่ การสรา้ งงาน สร้างอาชีพ การเรยี นรูจ้ ากคนรุน่ เก่ารบั ฟังจากคนร่นุ เก่า ชมุ ชนจะท�ำงานกนั เป็นกลมุ่ รุ่นพสี่ ง่ ตอ่ รนุ่ นอ้ ง มีการ สร้างสวัสดกิ ารจากการทอ่ งเที่ยว จากผลประโยชน์ของการทอ่ งเท่ียว 2. การสรา้ งความรู้สกึ ของการได้เป็นหนึ่งเดยี ว และหาทอี่ ื่นไม่ได้ 3. การท�ำตงุ เท่าความสงู ของนักทอ่ งเทย่ี ว ตกแต่ง ถวายพระ 4. การสรา้ งความรสู้ กึ ของการมสี ว่ นร่วม 5. การส่อื สาร/เล่าเรอ่ื ง สนู่ กั ทอ่ งเทย่ี วดว้ ยภูมปิ ัญญาของชมุ ชน กฎระเบียบของชุมชนทม่ี ี รว่ มกัน เชน่ การอธิบายความเป็นอตั ลกั ษณ์ ดินดี อากาศเย็น อันเนื่องมาจากชุมชน ชว่ ยกันรักษาสภาพแวดล้อม การเกิดขน้ึ ของไฟป่า กาแฟ ออแกนิคอธิบายดว้ ยอตั ลกั ษณ์ GI ทางภูมิศาสตร์ พื้นที่ ในการปลกู กาแฟ เมล็ดอาจจะไมส่ วยงาม แต่เปน็ เมล็ดทีป่ ลกู ตามธรรมชาติ เมี่ยง ไม่มีปุ๋ย ไม่ใสย่ า ภมู ปิ ัญญาการปลูกเมีย่ ง “จดหนว่ ยเมีย่ ง การขยายพันธใ์ุ บเมย่ี ง” อธบิ ายด้วยภูมิปญั ญาทอ้ งถนิ่ เป็นการเพิ่มคุณค่า มลู คา่ ขั้นการสรา้ งกระแสการทอ่ งเท่ยี ว แนวทางการสรา้ งกระแสการทอ่ งเทย่ี ว 1. การใชส้ อ่ื โดยเฉพาะสือ่ สังคมออนไลน์ และส่ืออนิ เทอรเ์ นต 2. การสรา้ งสอ่ื ควรสร้างให้เหมาะสมสำ� หรับกลมุ่ นกั ทอ่ งเทย่ี วแต่ละกลมุ่ 3. นักทอ่ งเทีย่ วกลุ่มเฉพาะ: การส่อื สารดว้ ยขอ้ มลู เชงิ ลึกจึงเปน็ ส่วนสำ� คญั 4. นกั ท่องเที่ยวกลุ่มทั่วไป: สือ่ สาร 49
ผลการจดั ประชมุ เพือ่ จดั ท�ำแผนการท่องเทย่ี วเชงิ สร้างสรรค์และพิจารณา คูม่ อื การบริหารจดั การแหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชงิ สรา้ งสรรค์ วันที่ 29 กนั ยายน พ.ศ. 2560 ณ ศนู ยก์ สิกรรมไรส้ ารพษิ ตามโครงการพระราชด�ำริ อำ� เภอวังนำ้� เขยี ว จังหวดั นครราชสมี า ขั้นการวิเคราะห์ทุนทรัพยากรการท่องเที่ยวเพ่ือการต่อยอดสู่การท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์ จากการ ประชุมไดส้ ะท้อนให้เหน็ ถึงความโดดเดน่ ของทรัพยากรของแหล่งโครงการเกษตรไร้สารพิษในโครงการ พระราชด�ำริ มีดังนี้ 1. ทนุ มนุษย์ องค์ความรู้เก่ยี วกับการเกษตร รวมถึงหลกั ปฏิบัตทิ ค่ี นในเครือขา่ ยยดึ ถือ 2. กสิกรรมธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อม สงั คม การด�ำรงชีพ 3. สิ่งแวดลอ้ ม 4. สงั คม 5. การด�ำรงชีพ 6. ความโดดเด่นทเ่ี ป็นอัตลักษณ์ “มาสัมผัสที่น่ีแลว้ สามารถเอาส่ิงทไ่ี ดไ้ ปเลี้ยงชีพไดจ้ ริง” 7. วถิ ี “คนปลกู ผัก” ข้นั การออกแบบประสบการณ์ส�ำหรบั นกั ท่องเทีย่ วเพ่อื เพม่ิ คุณค่า แนวทางการออกแบบประสบการณ์ส�ำหรับนกั ท่องเทย่ี ว กิจกรรม เลา่ เรอ่ื ง ผกั ....คนปลกู ผัก (เช้าเรยี น...บา่ ยท�ำ....ค�่ำสรปุ ) กิจกรรม ผกั แปลงผัก คนปลูก การเก็บผัก สหกรณ์จ�ำหน่าย (ตลาด) กิจกรรม การ รู้ ฟัง ท�ำ “ผักมนี �้ำใจ ผกั มหี วั ใจ\" กิจกรรมรจู้ ัก บา้ นผกั ....โครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชด�ำริ กิจกรรมรู้จัก การปลูกผกั ......และแนวคิดการปลูกผัก กจิ กรรมฤดูฝน กะหล�่ำปลี มะเขือม่วง มะเขือยาว กจิ กรรมฤดหู นาว ผกั สลดั กจิ กรรมฤดฝู น ผกั ปลอดสารพิษ กจิ กรรมรู้จกั ..ศิลปินปลูกผัก กจิ กรรมร้จู กั ....แนวคดิ การอยไู่ ดด้ ้วยธรรมชาต.ิ ...พงึ่ พิงธรรมชาติ กจิ กรรมการท�ำอาหารจากผกั การกนิ อาหารจากผลผลิตธรรมชาติ กจิ กรรมการอธบิ ายใหค้ วามรู้เร่อื ง การวเิ คราะห์ธรรมชาติ รับความรู้เร่ืองสารอาหาร เพอ่ื สขุ ภาพ กิจกรรมการลอ้ มวงสนทนา “เรอ่ื งเล่า ของ...ผกั ” “ครอบครัวผกั ” ป้ิงย่าง...จากคนปลกู ผัก (เห็ด กลว้ ย ตามท้องถ่นิ และตามฤดกู าล)- 50
กิจกรรมการชมวิวบนเขา ออกกำ� ลังกาย ตนื่ ในเวลาทีเ่ ห็นลายมือ กจิ กรรมการเกบ็ ผัก จันทร์ พธุ ศกุ ร์ กจิ กรรมปลกู ผักใส่กระถาง แต่งกระถาง DIY กิจกรรมการเป็นเจ้าของแปลงผัก การแปรรูปผกั ทำ� ผกั ดอง กิมจผิ ัก กจิ กรรมเลา่ เร่อื ง ผัก....คนปลกู ผกั (เช้าเรียน...บ่ายทำ� ....ค่�ำสรปุ ) ระยะสั้น เชน่ 2 - 3 ช่วั โมง ไปแปลงผกั เกบ็ ผัก ปลกู ผกั ใสก่ ระถาง กระปอ๋ ง เอากลับบา้ น ทำ� สลัดโรล ท�ำน�ำ้ สกดั กิจกรรมการเรียนรอู้ ยา่ งลกึ ซ้งึ “วิถีเกษตรและกสกิ รรมธรรมชาติ” Farm Stay พกั และมาเรยี นรู้กับเจา้ ของ หรอื เกษตรกร แหล่งเรยี นร้ธู รรมชาตเิ ชิงสร้างสรรค์ คลงั อาหารจากธรรมชาติ ป่า 30 ไร ่ ปา่ เปียก สร้างสรรคธ์ รรมชาติ กิจกรรมฝายมีชีวติ โครงการธนาคารนำ้� ใต้ดิน กิจกรรม DIY ได้ท�ำ เอากลบั บา้ น เชน่ นำ้� ยาเอนกประสงค์ ซอส เมล็ดพนั ธุ์ผกั ผกั ดอง กมิ จิ การผกั สลัด กิจกรรมเดอื นธันวาคม ทุกปี งาน “คนตน้ เรอื่ ง ...ก้าวตามรอยพ่อ” 51
Search