Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พรรณไม้

พรรณไม้

Published by Guset User, 2021-10-08 08:14:10

Description: พรรณไม้

Search

Read the Text Version

พนั ธ์ุไม้ไทย รัชนกี ร รักษายศ 6427228001609 สราวุธ แสงเพง็ 6427228001634 ศรัณย์พร อมรเดโช 6427228001625 อภวิ ชิ ญ์ สุดดวง 6427228001649 สิรภพ โย้จวิ้ 6427228001637 ภัทราพร เขยี วคล้าย 6427228001605 สาวิตรี สระแก้ว 6427228001636 กล่มุ เรียน 64026.071 รายงานนเี้ ป็ นส่วนหนงึ่ ของการศึกษาวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศและการศึกษาค้นคว้า ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564 มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสุราษฎร์ธานี



พนั ธ์ุไม้ไทย รัชนกี ร รักษายศ 6427228001609 สราวุธ แสงเพง็ 6427228001634 ศรัณย์พร อมรเดโช 6427228001625 อภวิ ชิ ญ์ สุดดวง 6427228001649 สิรภพ โย้จวิ้ 6427228001637 ภัทราพร เขยี วคล้าย 6427228001605 สาวิตรี สระแก้ว 6427228001636 กล่มุ เรียน 64026.071 รายงานนเี้ ป็ นส่วนหนงึ่ ของการศึกษาวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศและการศึกษาค้นคว้า ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564 มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

ก คานา รายงานฉบบั น้ีเป็นส่วนหน่ึงของวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศและการศึกษาโดยมีจุดประสงค์ เพ่ือการศึกษาในการพฒั นาสื่อสารการเรียนรู้ซ่ึงรายงานน้ีมีเน้ือหาเก่ียวกบั พนั ธุ์ไมไ้ ทยทางผูจ้ ดั ทาไดท้ า รายงานโดยรวบเน้ือจากแหลง่ สารสนเทศต่างๆ ผจู้ ดั ทาจะตอ้ งขอขอบคณุ อาจารย์ ดร.สุพฒั น์ สีระพดั สะ ผใู้ หค้ วามรู้และแนวทางการศึกษา เพื่อน ๆ ทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ผูจ้ ดั ทาหวงั ว่ารายงานฉบบั น้ีจะให้ ความรู้ และเป็ น ประโยชนแ์ ก่ผอู้ า่ นทุก ๆ ทา่ น คณะผจู้ ดั ทา 1 ตลุ าคม 2564

ข สารบญั เรื่อง หน้า คานา ………………………………………………………………………………………………………… ก สารบญั ……………………………………………………………………………………………………… ข สารบญั ภาพ……………………………………………………………………………………………………ค ประวัติความเป็ นมาของพรรณไม้ 1 ประวตั คิ วามเป็ นมาของพรรณไม้ 2 ไม้ยืนต้น58ชนิด 3 ประเภทของพนั ธ์ุไม้ 4 ตวั อย่างพนั ธ์ุไม้ในประเทศไทย 5 ตวั อย่างพนั ธ์ุไม้ในประเทศไทย 5 ตวั อย่างพนั ธ์ุไม้ในประเทศไทย 5 ตัวอย่างพนั ธ์ุไม้ในประเทศไทย 5 ตัวอย่างพนั ธ์ุไม้ในประเทศไทย 5 ประโยชน์ของพนั ธ์ุไม้ 10 ประโยชน์ของพนั ธ์ุไม้ 10 การปลกู และบารุงรักษาพนั ธ์ุไม้ 12

ค สารบญั ภาพ ภาพที่ หน้า 1 ตน้ ลดั ดาวลั ย.์ ...........................................................................................................................5 2 สนใบพาย............................................................................................................................. 5 3 ขอ่ ย.......................................................................................................................................6 4 ตน้ อินจนั ................................................................................................................................6 5 ตน้ ซานาดู...............................................................................................................................7 6 กรรณิการ์................................................................................................................................7 7 แคคตสั ....................................................................................................................................8 8 มอนสเตอร่า.............................................................................................................................8 9 ชยั พฤกษ.์ ..................................................................................................................................9 10 ตน้ ชอ้ นเงินชอ้ นทอง................................................................................................................9





1 ประวัติความเป็ นมาของพรรณไม้ พรรณไมเ้ มืองไทย เป็ นพรรณไมท้ ี่อยใู่ นประเทศไทย ซ่ึงประเทศไทยเป็ นประเทศที่มีความ หลากหลายทางพรรณพืชมากที่สุดแห่งหน่ึงของโลก เร่ืองจากสภาพทางภมู ิศาสตร์ท่ีต้งั ของประเทศ ไทยอยใู่ นเขคร้อน ทาใหป้ ริมาณความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตวม์ ีสูงมาก สาหรับดา้ น ป่ าไม้ ประเทศไทยมีป่ าหลายประเภท จาแนกตามสภาพพ้ืนที่โดยยึดถือระดบั ความสูงจากน้าทะเล เป็นเกณฑโ์ ดยเร่ิมต้งั แตร่ ิมทะเล ซ่ึงไดแ้ ก่ ป่ าชายเลน และเร่ือย ๆ ถดั ไปในพ้ืนดิน สู่ภเู ขาท่ีสูงชนั ถึง ยอดดอยอินทนน ซ่ึงเป็นป่ า ยอ้ นอดีตไปยาวนาน ประเทศไทยเราอุดมสมบูรณ์ดว้ ยทรัพยากรป่ าไม้ เพราะตาแหน่งที่ต้ังบริเวณเขตศูนย์สูตร จึงเกิดสภาพป่ าเขตร้อน ซ่ึงเป็ นแหล่งพันธุกรรมท่ี หลากหลายที่สุดของโลก ป่ าไมข้ องเราจึงเป็นแหล่งทรัพยากรอนั ทรงคุณค่ามหาศาล ดว้ ยป่ าไมแ้ ละ พืชพรรณไมค้ ือปัจจยั สาคญั ของการดารงชีวิตเน่ืองจากในพ้ืนท่ีเขตร้อนมีแหล่งน้ามาจากฝน ดงั น้นั ป่ าไม้ จึงมีความหมาย สาคญั ดว้ ยเป็นแหล่งโอบอุม้ ความชุ่มช้ืนจนก่อกาเนิดตน้ น้าลาธารที่ไหลหล่อ เล้ียงใหค้ วามอุดมสมบูรณ์แก่ผืนแผ่นดิน นอกจากน้ีป่ าไมย้ งั เป็ นแหล่งรวบรวมพนั ธุกรรมชีวภาพ ท้งั พรรณไมแ้ ละสัตวป์ ่ า และเป็นปัจจยั สาคญั ท่ีทาใหฝ้ นตกตอ้ งตามฤดูกาลและสร้างความสมดุลให้ เกิดกบั สภาพแวดลอ้ มจากการท่ีเรามีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย มีผูค้ นที่สนใจเขา้ ไปสัมผสั กบั ความงดงามของธรรมชาติเพ่ิมมากข้ึนทุกวนั พ้ืนที่ธรรมชาติหลายแห่งไดร้ ับการจดั การ จดั ระบบ การเขา้ ไปสัมผสั ในรูปแบบของอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ า ในขณะท่ีบางแห่งยงั น่า ห่วงใย เพราะยงั ไม่ไดด้ ูแลจดั ระบบให้ดีเท่าท่ีควรในขณะท่ีผูค้ นสนใจเขา้ ไปสัมผสั ธรรมชาติมาก ข้ึน แต่ส่ิงที่เมืองไทยของเรายงั ขาดคือ \"คู่มือสัมผสั ธรรมชาติ\" ท่ีให้ความรู้ ความเขา้ ใจและ การ ปฏิบตั ิตนอยา่ งถูกตอ้ งในการสัมผสั ธรรมชาติ ท่ีจะไม่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติที่เขา้ ไปสัมผสั ซ่ึง ในต่างประเทศน้นั คูม่ ือการสมั ผสั ธรรมชาตินบั เป็นหวั ใจสาคญั ที่จาเป็นจะตอ้ งทาการศึกษาก่อนจึง จะเขา้ ไปสัมผสั ธรรมชาติไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งสาหรับคู่มือเท่ียวป่ า ศึกษาพรรณไม้ ฉบบั น้ีเนน้ ให้ความรู้ เช่น ลกั ษณะภูมิศาสตร์ป่ าไม้ ลกั ษณะทางชีวภาพ พชื พรรณ ตลอดจนขอ้ แนะนาในการเขา้ ไปสัมผสั โดยเนน้ เป็นสถานที่ซ่ึงครอบคลมุ สภาพป่ าประเภทตา่ ง ๆ ตลอดจนพรรณไมท้ ่ีน่าสนใจของประเทศ ไทยหวงั เป็ นอย่างยิ่งว่าคู่มือ ศึกษาธรรมชาติ น้ี จะสนองความปรารถนาที่จะสัมผสั ธรรมชาติของ

2 ผคู้ นไดเ้ ป็นอยา่ งดี อนั จะส่งผลใหเ้ กิดความรัก ความเขา้ ใจ ความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติ ท่ี เหลืออยไู่ ม่มากนกั ของเมืองไทยเราไดไ้ ม่นอ้ ยทีเดียว ป่ าชายเลนในประเทศไทย ในอดีตมีประมาณ 2 ลา้ นไร่เศษ โดยพบบริเวณชายฝ่ังทะเลดา้ นอ่าวไทย และทะเลอนั ดาอนั จากความยาวของแนว ชายฝั่งทะเลของไทยที่มีความยาวประมาณ 2600 กิโลเมตร ทาให้ป่ าชายเลนของประเทศไทยมี ความสบูรณ์มาก แต่จากสถานการณ์การเพาะเล้ียงสัตวน์ ้าชายฝั่งที่มีการขยายตวั ต้งั แต่ปี 2527 เป็ น ตน้ มา เพียงช่วงระยะเวลา 20 ปี จานวนพ้ืนที่ป่ าชายเลนลดลงไปประมาณร้อยละ 50 ของเน้ือที่ป่ า ชายเลนในประเทศไทย แมว้ ่าจะมีโครงการต่าง ๆ เขา้ ร่วมฟ้ื นฟูป่ าชายเลน แต่ไม่ประสบผลสาเร็จ เท่าที่ควร เน่ืองจากการทาลายสภาพโครงสร้างดินป่ าชายเลน ทาให้พนั ธุ์ไมป้ ่ าชายเลนไม่สามารถ เจริญเติบโตไดต้ ามธรรมชาติ จะตอ้ งใชเ้ วลาไม่นอ้ ยกว่า 20 - 30 ปี เพ่ือใหก้ ลไกธรรมชาติซ่อมแซม สภาพโครงสร้างดินป่ าชายเลน และประชาชนช่วยกนั ปลูกและดูแลพนั ธุ์ไมป้ ่ าชายเลน ก็จะช่วยให้ ป่ าชายเลนของประเทศไทยกลบั มาสู่สภาพความสมบรู ณ์ดงั เดิม สาหรับไม้ยืนต้นท่ีกาหนดตามบัญชีท้ายกฎหมายว่าด้วยสวนป่ า จานวน 58 ชนิด ประกอบด้วย 1.ไมส้ ัก 2.พะยงู 3.ชิงชนั 4.กระซิก 5.กระพ้ีเขาควาย 6.สาธร 7.แดง 8.ประดู่ป่ า 9.ประดู่บา้ น 10.มะคา่ โมง 11.มะคา่ แต้ 12.เค่ียม 13.เค่ียมคะนอง 14.เตง็ 15.รัง 16.พะยอม 17.ตะเคียนทอง 18.ตะเคียนหิน 19.ตะเคียนชนั ตาแมว 20. ไมส้ กุลยาง 21.สะเดา 22.สะเดาเทียม 23.ตะกู 24.ยมหิน 25.ยมหอม 26. นางพญาเสือโคร่ง 27.นนทรี 28.สัตบรรณ 29.ตีนเป็ ดทะเล 30.พฤกษ์ 31.ปี บ 32.ตะแบกนา 33.เสลา

3 34.อินทนิลน้า 35.ตะแบกเลือด 36.นากบุด 37.ไมส้ กลุ จาปี 38.แคนา 39.กลั ปพฤกษ์ 40.ราชพฤกษ์ 41.สุพรรณิการ์ 42.เหลืองปรีดี ยาธร 43.มะหาด 44.มะขามป้อม 45.หวา้ 46.จามจุรี 47.พลบั พลา 48.กนั เกรา 49.กระทงั ใบใหญ่ 50.หลมุ พอ 51.กฤษณา 52.ไมห้ อม 53.เทพทาโร 54.ฝาง 55.ไผท่ กุ ชนิด 56.ไมส้ กุลมะมว่ ง 57.ไมส้ กลุ ทเุ รียน 58.มะขาม ท้งั น้ี กระทรวงพาณิชย์ กาลงั เร่งส่งร่างกฎกระทรวงฉบบั ดงั กล่าว ไปให้สานกั งานคณะกรรมการ กฤษฎีกาตรวจพิจารณาและนาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอีกคร้ังในเร็วๆ น้ี หากใครอยากนาไมย้ นื ตน้ มา ใชเ้ ป็นหลกั ประกนั ทางธุรกิจ ขอใหอ้ ดใจรออีกสักหน่อย

4 ประเภทของพนั ธ์ุไม้ การจาแนกตามลกั ษณะของพรรณไมแ้ บ่งออกเป็ น ไมด้ อกท่ีเป็ นไมล้ ม้ ลุก ไมด้ อกที่เป็นไม้ พมุ่ ไมด้ อกที่เป็นไมเ้ ถาหรือไมเ้ ล้ือย ไมด้ อกท่ีเป็นไมต้ น้ หรือไมใ้ หญ่ยนื ตน้ 1. ไมด้ อกท่ีเป็ นไมล้ ม้ ลุก (Flowering herb)หมายถึง ไมด้ อกประเภทท่ีมีวงจรชีวิตส้ัน ส่วน ใหญ่เมื่อเกิดมาแลว้ จะเจริญเติบโตให้ดอก จนครบวงจรชีวิต แลว้ ตายภายในฤดูเดียวหรือปี เดียว จดั เป็นไมด้ อกฤดูเดียว เป็นไมด้ อกท่ีนิยมนามาปลูกเป็ นไมป้ ระดบั มากที่สุด เพราะปลูกและตกแตง่ ไดง้ ่าย มีการเจริญเติบโตเร็ว นอกจากไมด้ อกลม้ ลุกที่มีอายปุ ี เดียวแลว้ มีไมด้ อกลม้ ลุกบางชนิด ที่มี อายุมากกว่า ๑ ปี ซ่ึงจดั เป็ นไมด้ อกลม้ ลุกสองฤดู หรือไมด้ อกลม้ ลุกหลายฤดู เช่น ดอกดาวเรื่อง กลว้ ยพดั คุณนายตื่นสาย ตีนตุ๊กแก 2. ไมด้ อกที่เป็ นไมพ้ ุ่ม (Flowering shrub)หมายถึง ไมด้ อกที่มีเน้ือไมแ้ ข็ง ลาตน้ ต้งั ตรงเป็ น อิสระไดโ้ ดยไมต่ อ้ งอาศยั ตน้ ไมห้ รือวสั ดุอื่น ยดึ เหน่ียวพาดพิง มีอายอุ ยไู่ ดน้ านหลายปี มีความสูงไม่ มากนกั และมีการแตกก่ิงกา้ น ไมส่ ูงจากพ้ืนดิน เช่น เขม็ พุดลาโพง คริสตม์ าส ชบา ชวนชม ดอนญ่า พยบั หมอก ราชาวดี และยเี่ ข่ง กระดงั งา โกสน 3. ไมด้ อกท่ีเป็นไมเ้ ถา หรือไมเ้ ล้ือย (Flowering climber)หมายถึง ไมด้ อกที่ไม่สามารถทรง ตวั อยไู่ ดด้ ว้ ยตนเอง จาเป็นตอ้ งอาศยั ยดึ เหนี่ยวพาดพิงตน้ ไมห้ รือวสั ดุอ่ืน ในการทรงตวั หากไมม่ ีส่ิง ใดให้พาดพิง ก็จะเล้ือยไปตามพ้ืนดิน เช่น เลบ็ มือนาง กระเทียมเถา ชามะนาด อญั ชนั กุมาริกา ถา้ มี อายุอยู่ไดห้ ลายปี เราเรียกไมด้ อกดงั กล่าวน้ีว่า ไมเ้ ถายืนตน้ แต่ถา้ เป็ นไมเ้ ถาที่มีอายสุ ้ัน มีลกั ษณะ ลม้ ลกุ เช่น รกฟ้า ผกั บงุ้ ฝรั่ง เรียกวา่ ไมเ้ ถาลม้ ลุก 4. ไมด้ อกท่ีเป็นไมต้ น้ หรือไมใ้ หญ่ยืนตน้ (Flowering tree) หมายถึง ไมด้ อกท่ีมีเน้ือไมแ้ ข็ง ขนาดเส้นผ่าศูนยก์ ลางของลาตน้ ใหญ่กว่าไมพ้ ุ่ม และมีความสูงเกิน ๖ เมตร สามารถทรงตวั อยไู่ ด้ ดว้ ยตนเอง มีอายุอยู่ไดน้ านปี เช่น เสลา ตะแบก อินทนิล นนทรี พิกุล ฝ้ายคา ทองกวาว จามจุรี ประดู่ ประดู่แดง ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ กลั ปพฤกษ์ แคแสด รัตมา แคฝรั่ง โสกอินเดีย ปี บ เหลือง อินเดีย และหางนกยงู ฝร่ัง ตน้ มะยม

5 ตวั อย่างพนั ธ์ุไม้ในประเทศไทย 1. ต้นลดั ดาวัลย์ พนั ธ์ุไม้ยอดฮิตดูแลง่าย ช่วยเสริมดวงเรื่องการเงนิ ภาพที่ 1 ตน้ ลดั ดาวลั ย์ ที่มา: https://kaset.today ช่ือภาษาองั กฤษ Bridal Creeper/ Snow Creeper/Snow-in-the-jungle ชื่อวิทยาศาสตร์ Porana volubilis Burm.f. ความหมาย ตน้ ลดั ดาวลั ยเ์ ป็นไมเ้ ล้ือยขนาดเลก็ นิยมปลูกที่บริเวณร้ัวบา้ น 2. สนใบพาย ไม้ประดบั ยอดฮิต นามมงคล ภาพที่ 2 ท่ีมา: https://kaset.today ชื่อภาษาองั กฤษ Podocarpus polystachyus ชื่อวิทยาศาสตร์ Podocarpus polystachyus ความหมาย สนใบพายเป็นไมเ้ น้ือแขง็ ขนาดใหญ่ นิยมปลกู เพอ่ื ความเป็นสิริมงคลและตกแต่งบา้ น ความเช่ือ สนใบพาย เป็นไมม้ งคลคนไทยสมยั ก่อนเช่ือวา่ ถา้ ปลูกไว้ จะนาพาสิริมงคล ความร่ารวย ความเจริญรุ่งเรือง เขา้ มาในบา้ น

6 3. ข่อย พนั ธ์ุไม้สารพดั ประโยชน์ ทปี่ ลกู ดมี คี ุณค่า ภาพที่ 3 ท่ีมา: https://kaset.today ช่ือภาษาองั กฤษ Siamese rough bush, Tooth brush tree ช่ือวิทยาศาสตร์ Streblus asper Lour. ความหมาย ขอ่ ย เป็นไมย้ นื ตน้ ชนิดหน่ึง ตน้ ขนาดเลก็ ถึงขนาดกลาง ความเช่ือ คนโบราณเชื่อกนั วา่ หากบา้ นใด ที่ปลูกตน้ ขอ่ ยเอาไวภ้ ายในบริเวณบา้ น กจ็ ะมีความมน่ั คง ปลอดภยั และแคลว้ คลาดจากอนั ตรายท่ีเกิดจากผไู้ ม่หวงั ดี 4.ต้นอนิ จัน ไม้มงคล มีประโยชน์หรือสรรพคณุ ทน่ี ่าสนใจ ภาพท่ี 4 ท่ีมา: https://kaset.today ชื่อภาษาองั กฤษ Gold Apple ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Diospyros decandra Lour. ความหมาย ตน้ อินจนั เป็นไมย้ นื ตน้ ขนาดกลาง ชนิดไมผ่ ลดั ใบ

7 5. ต้นซานาดู ไม้ใบท่เี ลยี้ งง่าย และน่าสนใจ ภาพท่ี 5 ท่ีมา: https://kaset.today ชื่อภาษาองั กฤษ Philodendron ชื่อวทิ ยาศาสตร์Philodendron xanadu Croat, Mayo & J.Boos ความหมายตน้ ซานาดู เป็นไมล้ ม้ ลกุ ขนาดกลาง ท่ีมีรากอิงอาศยั มีอายยุ นื ยาวหลายปี ความเชื่อ เช่ือกนั ว่าหากปลูกซานาดู ไวใ้ นบา้ น จะทาใหก้ ารงานมนั่ คง ซ่ึงรวมไปถึงความรักภายใน ครอบครัวดว้ ย 6. กรรณกิ าร์ ไม้มงคลเสริมบารและตานานต้นเหตแุ ห่งความรัก ภาพท่ี 6 ที่มา: https://kaset.today ช่ือภาษาองั กฤษ Coral jasmine/Night blooming jasmine/Night jasmine/Tree of sadness ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Nyctanthes arbor-tristis L. ความหมาย ตน้ กรรณิการ์ จดั เป็นไมพ้ ุ่มก่ึงไมย้ นื ตน้ ขนาดเลก็ ไมผ่ ลดั ใบ

8 7. แคคตสั พนั ธ์ุไม้ยอดฮิตดูแลง่าย ช่วยเสริมดวงเร่ืองการเงนิ ภาพท่ี 7 ท่ีมา: https://kaset.today ชื่อภาษาองั กฤษ cactus ช่ือวิทยาศาสตร์ iscocactus hosrtii, Gymnocalycium horstii หรือ Parodia horstii ความหมาย เช่ือว่าจะช่วยส่งเสริมในเรื่องของการเงิน หากใครท่ีสามารถปลูกตน้ แคคตสั ให้เติบโต ออกดอกสวยงามไดน้ ้นั แสดงวา่ กาลงั จะมีโชคลาภ ความเชื่อ อีกท้งั ยงั มีความเช่ือดว้ ยวา่ ตน้ แคคตสั จะช่วยปัดเป่ าความโชคร้ายออกไปจากชีวติ 8. มอนสเตอร่า ราชินีไม้ใบมูลค่าหลกั ล้าน ภาพที่ 8 ท่ีมา: https://kaset.today ช่ือภาษาองั กฤษ Monstera ช่ือวิทยาศาสตร์ Monstera deliciosa Liebm. ความหมาย ตน้ มอนสเตอร่าเป็นไมป้ ระดบั ชนิดหน่ึง มีมากกวา่ 50 สายพนั ธุ์

9 9. ชัยพฤกษ์ พรรณไม้มงคลท่ีสามารถเอาชนะทุกสิ่งอย่าง ภาพที่ 9 ที่มา: https://kaset.today ชื่อภาษาองั กฤษ Javanese Cassia, Pink and White Shower ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Cassia javanica (อยใู่ นวงศถ์ วั่ Fabaceae) ความหมาย ชยั พฤกษ์ ไมย้ นื ตน้ ผลดั ใบขนาดใหญเ่ ป็นสญั ลกั ษณ์แห่งชยั ชนะและอิสรภาพ ความเชื่อ ชยั พฤกษน์ ้นั ก็คือตน้ ไมแ้ ห่งชยั ชนะ เป็นตน้ ไมป้ ระจาชาติไทย 10. ต้นช้อนเงินช้อนทอง ต้นไม้มงคลฟอกอากาศ ภาพท่ี 10 ท่ีมา: https://kaset.today ช่ือภาษาองั กฤษ Banyan Tree ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Ficus annulata ความหมาย ตน้ ชอ้ นเงินชอ้ นทองเป็นไมต้ น้ ทรงพุ่มกลม เป็นไมฟ้ อกอากาศท่ีปลูกง่าย ดูแลง่าย ความเชื่อ เชื่อกนั วา่ การปลกู ตน้ ชอ้ นเงินชอ้ นทองจะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลทางดา้ นโชคลาภ

10 ประโยชน์ของพนั ธ์ุไม้ การปลูกตน้ ไมห้ รือหาตน้ ไมม้ าเล้ียงน้ัน ไม่ไดช้ ่วยลดภาวะโลกร้อนอย่างที่มีการรณรงค์ เพียงอย่างเดียวหรอกนะคะ แต่ยงั มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษยอ์ ีกมากมาย โดยเฉพาะตน้ ไมท้ ี่ใช้ ปลูกในบา้ น ที่เราสามารถนามาปลูกในบริเวณบา้ น ในห้องนอน หอ้ งทางาน หรือตามมุมต่าง ๆ ได้ ตามที่ตอ้ งการ 1. ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย สีสันท่ีสวยงามของตน้ ไมช้ นิดต่าง ๆ จะทาให้บรรยากาศรอบ บ้านดูเงียบสงบ สร้างสมาธิให้กับผูอ้ ยู่อาศยั ช่วยกระตุน้ การหลง่ั สารอะดรีนาลีนหรือสารแห่ง ความสุขท่ีจะทาใหร้ ่างกายผอ่ นคลาย สมองปลอดโปร่ง เพมิ่ พลงั งานในร่างกาย และทาใหอ้ อกซิเจน ไหลเวยี นไดด้ ีข้ึน 2. เป็นแหลง่ ของความช้ืนตามธรรมชาติ ตน้ ไมถ้ ือวา่ เป็นแหล่งความช้ืนทางธรรมชาติ ตน้ ไม้ ที่เหมาะกบั การปลูกในบา้ น ไดแ้ ก่ ตน้ เฟิ ร์น ตน้ หมากเหลือง เดหลี ฟิ โลเซลลอม และไซคลาเมน ท่ี จะช่วยเพิม่ ความช้ืนใหอ้ ยใู่ นระดบั ที่พอเหมาะ ไม่ใหอ้ ากาศในบา้ นแหง้ เกินไป นอกจากน้ียงั ช่วยดูด ซบั สารพิศพร้อมฟอกอากาศในบา้ นใหส้ ะอาดไดด้ ว้ ย 3. มีคุณสมบตั ิท่ีช่วยในการรักษา พชื สมุนไพรท่ีมีสรรพคุณทางยาสามารถนามารักษาไดน้ ้นั มีมากมายหลายชนิด แต่ว่านหางจระเข้ เป็ นตน้ ไมช้ ่วยรักษาโรคที่เหมาะกบั การปลูกในบา้ นมาก ที่สุด อีกท้งั ในสมยั อียิปต์โบราณมีการบนั ทึกไวว้ ่า ว่านหางจระเขถ้ ือเป็ น “พืชอายวุ ฒั นะ” เพราะ สามารถนามาใชร้ ักษาโรคผิวหนังไดม้ ากมาย ไดแ้ ก่ แผลจากไฟไหม้ บรรเทาอาการผิวหนังแสบ ร้อนจากการโดนแดดจา้ นาน ๆ 4. กระตุน้ ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์สามารถผลิตไดต้ ลอดเวลา แต่เมื่อไรท่ี ขาดไปก็ไม่ตอ้ งกงั วล แค่หาตน้ โกสนมาปลูกไวใ้ นบา้ นหรือห้องทางาน สีสันของใบโกสนจะช่วย กระตนุ้ พลงั งานและจุดประกายไอเดียใหม่ ๆ ใหก้ บั คุณได้ 5. ช่วยลดการเกิดอาการภูมิแพอ้ าการภูมิแพเ้ กิดจากหลากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะฝ่ นุ นี่แหละ คะ่ ที่ทาใหเ้ กิดอาการภมู ิแพไ้ ดง้ า่ ยกวา่ ปัจจยั อ่ืน ๆ ดงั น้นั ลองหาตน้ ไมป้ ลกู ในอาคาร

11 อยา่ ง เศรษฐีเรือนในหรือเศรษฐีเรือนนอกมาปลูกไวใ้ นบา้ น เพราะมนั จะช่วยดูดซบั ฝ่ ุนควนั ไวท้ ี่ใบ ของมนั แถมยงั มีคุณสมบตั ิท่ีช่วยกาจดั สารพิษในอากาศไดม้ ากถึง 90% เลยทีเดียว 6. ฟอกอากาศให้บริสุทธ์ิ ถา้ อยากให้อากาศในบา้ นสะอาดและบริสุทธ์ิ ไม่จาเป็ นตอ้ งพ่ึงพา เครื่องฟอกอากาศเพียงอยา่ งเดียว เพราะจริง ๆ แลว้ ตน้ ไมป้ ลูกในบา้ นก็ช่วยฟอกอากาศใหส้ ะอาดได้ เหมือนกนั ไม่วา่ จะเป็ นตีนตุ๊กแกฝร่ัง ลิ้นมงั กร มะลิ และอ่ืน ๆ อีกมากมาย ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั คน้ พบ ของนักวิทยาศาสตร์จากองค์การนาซา (NASA) ว่าต้นไมช้ นิดปลูกในอาคารสามารถช่วยกรอง อากาศและดูดซบั สารพิษชนิดฟอร์มลั ดีไฮด์ (formaldehyde) ไดด้ ี 7. กระตุน้ พลงั งานในร่างกาย สืบเน่ืองจากสีแดงเป็ นสีที่ช่วยกระตุน้ ให้เกิดพลงั งานภายใน ร่างกายและช่วยเพ่ิมความอยากอาหารไดด้ ว้ ย ดงั น้นั หากเรานาตน้ ไมอ้ ยา่ ง แกว้ กาญจนา ที่มีขอบใบ เป็นสีแดงดูสวยงามมาปลูกไวใ้ นหอ้ งน้า ก็ช่วยบูทพลงั งานและสร้างความกระปร้ีกระเปร่าใหก้ บั เรา ในทุก ๆ เชา้ วนั ใหมไ่ ดเ้ หมือนกนั 8. เสริมสร้างสมาธิ บางคนอาจจะยงั สงสัยว่าตน้ ไมจ้ ะช่วยสร้างสมาธิไดอ้ ยา่ งไร แต่จากการ คน้ พบท่ีวา่ “นกั เรียนที่นงั่ เรียนในห้องที่มีตน้ ไมร้ ายลอ้ ม จะมีสมาธิเพิม่ ข้ึนถึง 70%” จะไม่ทาใหเ้ รา สงสัยอีกต่อไป และชนิดของตน้ ไมท้ ่ีนิยมนามาปลูกน้ันก็ควรจะเป็ นตน้ ไมป้ ระเภทเดียวกบั ที่ใช้ ปลูกในออฟฟิ ศ เพราะไมต่ อ้ งดูแลมาก แค่อาศยั แสงราไรมนั กเ็ จริญเติบโตได้ ยกตวั อยา่ งเช่น ตน้ ไผ่ ท่ีช่วยเสริมสร้างสมาธิไปพร้อม ๆ กบั การปรับฮวงจุย้ บนโต๊ะทางานใหด้ ีข้ึนไดอ้ ีกต่างหาก 9. ช่วยลดภาวะความเครียด หากคุณเป็นคนท่ีตอ้ งอยใู่ นภาวะความตึงเครียดหรือสถานการณ์ กดดนั บ่อย ๆ ให้หาทางออกดว้ ยการนาตน้ ดอกหน้าววั มาปลูกประดบั ไวใ้ นบา้ นสิคะ เพราะจาก หลกั ฐานท่ีนกั จิตวิทยาไดบ้ นั ทึกไวม้ นั แสดงให้เห็นว่า ตน้ ไมป้ ลูกในบา้ น โดยเฉพาะดอกหน้าววั ช่วยลดความเครียดและทาใหร้ ู้สึกผอ่ นคลายข้ึนได้ 10. คลายความลา้ ของดวงตา จากการศึกษาพบวา่ สีเขียวของตน้ ไมช้ ่วยคลายอาการตาลา้ และ เพ่ิมระยะการมองเห็นให้ดีข้ึน โดยเฉพาะหลงั จอ้ งหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ และยงั ช่วยป้องกนั การเกิดตอ้ หินและตอ้ กระจกไดอ้ ีกดว้ ย ตน้ ไมเ้ ล็ก ๆ ท่ีดูแลไม่ยาก ปลูกง่าย เหมาะกบั การนามาวาง ไวใ้ กล้ ๆ อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ ไดแ้ ก่ ตน้ พลดู ่างหรือตน้ กระบองเพชร

12 การปลกู และบารุงรักษาพนั ธ์ุไม้ มลี าดบั ข้นั ตอนดังนี้ 1. กาหนดวตั ถปุ ระสงค์ทจี่ ะปลูก ขอ้ คานึงถึงเบ้ืองตน้ ในกรณีท่ีพ้ืนที่เตรียมการปลูกเป็ นดินเหนียวจดั ควรเอาน้ารดให้ชุ่มเสียก่อน เพ่ือให้ขุดง่ายเบาแรงข้ึนดินที่ขุดข้ึนควรใช้ปูนขาว หรือ สารเคมีปรับปรุงดินบางชนิด เช่น โดโร ไมค์ ผสมกบั ทรายและป๋ ุยคอกหรือป๋ ุยหมกั คลุกเคลา้ กบั เน้ือดินตากแดดทิ้งไวน้ านประมาณ 1-2 สปั ดาห์ รดน้าเป็นระยะพร้อมกบั พรวนดินตามสมควร จะทาใหด้ ินร่วนและดีข้ึน สาหรับพ้ืนท่ีท่ีดิน เป็ นดินปนทรายมากการปรับปรุงดินจาเป็ นตอ้ งใส่ปูนขาวและป๋ ุยคอก เพื่อทาให้ดินจบั เป็ นก้อน แน่นอุม้ น้าและมีอาหารพืชมากข้ึน 2. สารวจพื้นที่เพื่อกาหนดเป็ นที่ปลูก และคดั เลือกชนิดพนั ธุ์ไมท้ ี่จะปลูก รวมท้งั จดั หากลา้ ไมก้ ารกาหนดพ้ืนที่ปลูกเม่ือผูป้ ลูกไดต้ ดั สินใจกาหนดวตั ถุประสงคข์ องการปลูกตน้ ไมไ้ วเ้ รียบร้อย แลว้ สิ่งที่จาเป็ นตอ้ งกระทาต่อไปคือ การกาหนดพ้ืนที่เพ่ือให้มีความเหมาะสมกบั ชนิดพนั ธุ์ไมท้ ่ี เลือกปลกู หากเลือกพ้นื ท่ีปลูกไม่สอดคลอ้ งกบั ชนิดพนั ธุ์ไมท้ ี่ปลูกจะทาใหไ้ ดป้ ระโยชนไ์ มต่ รงตาม วตั ถปุ ระสงค์ โดยทว่ั ไปแลว้ มีปัจจยั ที่เก่ียวขอ้ งนามาประกอบการพิจารณาดงั น้ี ปัจจยั แรกเกี่ยวกบั ลกั ษณะของดิน ผปู้ ลกู ควรพิจารณาสภาพของดินวา่ มีความอุดมสมบรู ณ์หรือ ลกั ษณะดินเป็ นดินประเภทใด มีสภาพความเป็ นกรดหรือเป็ นด่างอยา่ งไร เป็ นดินเหนียว ดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย มีการระบายน้าไดด้ ีหรือไม่เพียงใด พ้ืนท่ีเป็ นที่ราบลุ่มหรือมีความลาดเอียง ใกล้ไกลแหล่งน้าเหมาะสมกับพนั ธุ์ไม้ชนิดใด นอกจากน้ียงั ต้องคานึงถึงสภาพดินฟ้าอากาศ ประกอบอีกด้วย ประการต่อมาต้องคานึงถึงส่ิงแวดล้อมพ้ืนที่ท่ีจะกาหนดปลูกว่ามีสภาพเป็ น อยา่ งไร ตอ้ งใหม้ ีความปลอดภยั กบั ตน้ ไม้ และปัจจยั สุดทา้ ยคือ การกาหนดระยะปลกู ผูป้ ลูกจะตอ้ งกาหนดระยะปลูกระหว่างตน้ ไมใ้ หม้ ีความเหมาะสมกบั ชนิดและขนาดของตน้ ไมท้ ี่จะ ปลูก การจดั หากลา้ ไม้ ประสานงานกบั กรมป่ าไม้ หรือหน่วยงานในสังกดั กรมป่ าไม้ เพอ่ื ขอรับกลา้ ไม้

13 3. การเตรียมพืน้ ท่ปี ลูก การเตรียมดินเป็ นเรื่องสาคญั อย่างยิ่งของการปลูกต้นไม้ และจะให้ได้ผลดีจะต้องมีการ เตรียมการล่วงหนา้ พอสมควร ปรับระดบั พ้ืนที่ให้ไดต้ ามตอ้ งการเสียก่อน และเพ่ือความสวยงาม เป็ นระเบียบเรียบร้อย ผูป้ ลูกควรไดก้ าหนดแผนผงั การปลูกตน้ ไมไ้ วก้ ่อน ข้นั ตอนต่อไปเป็ นเรื่อง ปกติไมว่ า่ ดินจะเป็นดินชนิดใดหรือมีทาเลเป็นอยา่ งไร จะตอ้ งทาการขดุ หลุมดงั น้ี 4. จัดหาอปุ กรณ์และเตรียมวัสดสุ าหรับใช้ปลูกต้นไม้ 1. อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ เครื่องใชใ้ นการปลูกตน้ ไม้ ควรจดั หาและเตรียมใหพ้ ร้อมเพอ่ื ความสะดวกใน การปลกู ตน้ ไม้ มีจอบ เสียม พลว่ั ตกั ดิน บุง้ ก๋ี ตลอดจนยานพาหนะ ลาเลียงขนส่งกลา้ ไมไ้ ปยงั จุดที่เตรียมหลุมปลกู 2. หนา้ ดินผสมสาหรับกลบหลุมปลกู ป๋ ยุ คอก ป๋ ุยหมกั สาหรับรองกน้ หลุม ตลอดจน สารอมุ้ น้า(ถา้ มี) และใชใ้ นกรณีปลูกก่อนหรือหลงั ฤดูฝน 3. หลกั ค้ายนั ยึดตน้ ไม้ กนั ลมพดั โยกและช่วยในการทรงตวั ของตน้ ไมใ้ ห้ต้งั ตรง เชือกสาหรับผกู ยดึ ตน้ ไมก้ บั หลกั 5. การปลกู ตน้ ไมท้ ี่นามาปลกู ส่วนใหญ่มกั จะบรรจุในถงุ พลาสติกใหใ้ ชม้ ีดกรีดถุงออก ควรระวงั คือ อยา่ ใหร้ าก ของตน้ ไมไ้ ดร้ ับความกระทบกระเทือนมากนกั เสร็จแลว้ วางตน้ ไมล้ งในหลุมท่ีขุดให้ระดบั รอยตอ่ ระหวา่ งลาตน้ กบั รากอยเู่ สมอกบั ระดบั ขอบหลุม แลว้ กลบหลุมดว้ ยดินผสมที่เตรียมไวส้ าหรับปลกู หรือใชด้ ินท่ีขุดข้ึนจากหลุมท่ีเป็ นดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีความร่วนซุยดี อยา่ ใชด้ ินเหนียวท่ี แน่นหรือดินที่มีกรวดหินมาก ๆ กลบหลุม เพราะจะเป็ นปัญหาทาใหร้ ากตน้ ไมเ้ จริญเติบโตไดไ้ ม่ดี เมื่อกลบหลุมเสร็จแลว้ ใชเ้ ทา้ เหยียบดินใหแ้ น่นพอประมาณ นาเศษใบไมห้ ญา้ หรือฟางมาคลุมรอบ โคนตน้ เพ่ือรักษาความช้ืนและป้องกนั การกดั เซาะของน้าในขณะรดน้าตน้ ไม้ หาไมห้ ลกั ซ่ึงมีความ สูงมากกวา่ ตน้ ไมพ้ อประมาณมาปักขา้ ง ๆ ผกู เชือกยดึ กบั ตน้ ไมอ้ ยา่ งหลวม ๆ เพื่อช่วยในการทรงตวั ของตน้ ไมแ้ ละป้องกนั ลมพดั โยก เม่ือปลูกเสร็จรดน้าให้ชุ่มและถา้ เป็ นไปไดค้ วรรดน้าวนั ละคร้ัง จนตน้ ไมต้ ้งั ตวั ได้ กรณีท่ีปลูกเป็ นพ้ืนท่ีมากๆ ควรปลูกในช่วงฤดูฝน ขณะฝนตกหรือหลงั ฝนตก

14 ใหม่ ๆ เพื่อประหยดั ค่าใช้จ่ายในการรดน้าต้นไม้ ภายหลังการปลูกต้นไม้โดยปกติควรรดน้า ติดต่อกนั ทุกวนั ในเวลาเยน็ อย่างน้อยวนั ละ 1 คร้ัง ตลอด 1 สัปดาห์ การรดน้าควรรดน้าให้ชุ่ม ถา้ ตอ้ งการทราบวา่ ไดร้ ดน้าเพียงพอแลว้ หรือไม่ ใหท้ ดลองขดุ ดินดูวา่ น้าซึมลง ไปถึงบริเวณรากตน้ ไมห้ รือยงั ถา้ รดน้านอ้ ยไปน้าจะซึมลงไปไม่ถึงบริเวณรากตน้ ไม้ การพรวนดิน ใส่ป๋ ยุ และการกาจดั วชั พืช วชั พืชเป็นตวั การท่ีทาใหต้ น้ ไมเ้ จริญเติบโตชา้ ควรมีการกาจดั วชั พืชโดย การถากถาง และพรวนดินรอบโคนตน้ ไมใ้ นรัศมี 1 เมตร ปี ละ 2 คร้ัง ในขณะพรวนดินถา้ มีป๋ ุย วทิ ยาศาสตร์จะโรยรอบ ๆ โคนตน้ ประมาณ 1-2 ชอ้ นโต๊ะ แลว้ รดน้าหรือใส่ป๋ ยุ คอกเพิ่มเติมกไ็ ด้ 6. การดแู ลบารุงรักษา หลงั จากไดป้ ลูกตน้ ไมแ้ ลว้ ผปู้ ลูกควรคานึงถึงอนั ตรายท่ีอาจจะเกิดกบั ตน้ ไมใ้ นระยะเริ่มแรกท่ี มีขนาดเลก็ ยงั ต้งั ตวั ไม่ได้ เช่น อนั ตรายจากสัตวเ์ ล้ียง ยานพาหนะต่าง ๆ หากปลูกจานวนนอ้ ยอาจทา คอกป้องกนั หรืออาจทาร้ัวก้นั เป็ นแนวไวไ้ ด้ สาหรับตน้ ไมบ้ างชนิดท่ีตอ้ งการความเอาใจใส่มากต้งั ตวั ไดย้ ากควรจะมีการบงั แดดให้ในระยะท่ีต้งั ตวั ไม่ได้ อย่างไรก็ตามการปลูกตน้ ไมใ้ ห้สามารถ เจริญเติบโตไดด้ ีจาเป็นตอ้ งไดร้ ับการเอาใจใส่ดูแลบารุงรักษาที่ดีจากผปู้ ลูกมากพอสมควร – ภายหลงั การปลูกต้นไม้โดยปกติควรรดน้าติดต่อกันทุกวนั ในเวลาเยน็ อย่างน้อยวนั ละ 1 คร้ัง ตลอด 1 สัปดาห์ หลงั จากน้นั อาจให้ลดลงเป็ นวนั เวน้ วนั หรือ 2 วนั คร้ังจนสังเกตเห็นตน้ ไมต้ ้งั ตวั ได้ การพรวนดินใส่ป๋ ุยและการกาจดั วชั พืช วชั พืชเป็ นตวั การที่ทาให้ตน้ ไมเ้ จริญเติบโตชา้ ควรมี การกาจดั วชั พืชโดยการ ถากถาง และพรวนดินรอบโคนตน้ ไมใ้ นรัศมี 1 เมตร ปี ละ 2 คร้ัง ในขณะ พรวนดินถา้ มีป๋ ุยวิทยาศาสตร์จะโรยรอบ ๆ โคนตน้ ประมาณ 1-2 ชอ้ นโต๊ะ แลว้ รดน้าหรือใส่ป๋ ุย คอกเพ่ิมเติมกไ็ ด้ การตรวจดูแลตน้ ไมแ้ ละฉีดยาป้องกนั กาจดั โรคและแมลง ตลอดจนระวงั ไฟ โดยปกติตน้ ไม้ เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกบั มนุษยย์ อ่ มถูกแมลง โรค เห็ด รา รบกวนเป็ นธรรมดา การเจริญเติบโตของ ตน้ ไมโ้ ดยธรรมชาติมีความแข็งแรงอย่ใู นตวั พอสามารถสู้ตา้ นทานกบั โรค แมลงและเห็ดราต่าง ๆ ไดด้ ีพอสมควร หากผูป้ ลูกช่วยบารุงรักษาตน้ ไมใ้ ห้ถูกวิธี ตน้ ไมจ้ ะเจริญเติบโตไดร้ วดเร็วมีความ

15 สมบูรณ์เพียงพอที่จะต่อตา้ นอนั ตรายจากส่ิงเหล่าน้ีไดใ้ นระดบั หน่ึง โดยเฉพาะการหมน่ั ตรวจตรา ดูแลโรค แมลงท่ีเกิดกบั ตน้ ไม้ และใชย้ าฉีดกาจดั ไดท้ นั เหตุการณ์ในกรณีท่ีปลูกเป็ นแปลงใหญ่ ๆ จะตอ้ งมีการระวงั ไฟ ควรมีการแผว้ ถางวชั พืชปี ละ 2 คร้ังเป็ นอย่างน้อย และทาแนวป้องกันไฟ ลอ้ มรอบ ถา้ หากปลกู เป็นแนวยาว เช่น ตามแนวถนนตอ้ งกาจดั วชั พชื ท่ีจะเป็นเช้ือเพลิงในช่วงปลาย ฤดูฝน หรือก่อนเขา้ ฤดูแลง้ ตลอดแนวทาง การดูแลบารุงรักษาตน้ ไมอ้ ย่างเอาใจใส่ และการปลูก ต้นไม้จะสาเร็จหรื อไม่ก็อยู่ท่ีการป้องกันให้ต้นไม้พ้นจากอันตรายจากไฟและอันตรายจาก สิ่งแวดลอ้ มท้งั ปวง

16 บรรณานุกรม ดร.เตม็ สมิตินนั ทน์, (1980). พรรณไมไ้ ทย. ขอ้ มลู จาก สานกั งานหอพรรณไม้ http://www.dnp.go.th/Botany/herbariumThai_researchHistory.html. เลม่ 2.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook