ก ค�ำ น�ำ เอกสารประกอบการเรียนท่ีท่านกำ� ลงั ศึกษาอยนู่ ้ีเป็ นเล่มที่ 11 เร่ือง ภูมิศาสตร์ ประเทศไทย ส�ำหรับนกั เรียนโรงเรียนบุญวาทยว์ ิทยาลยั อำ� เภอเมือง จงั หวดั ลำ� ปาง โดยมีเป้าหมายเพ่ือให้นักเรียนได้เรียนรู้ โลก สัณฐานของโลก องค์ประกอบและ การเปลี่ยนแปลงของโลกผ่านกระบวนการแปรสัณฐานในรูปแบบต่างๆ จนส่งผลต่อ การเกิดภูมิประเทศของไทย โดยผจู้ ดั ทำ� หวงั วา่ จะช่วยพฒั นาการเรียนรู้ของนกั เรียนใหม้ ีประสิทธิภาพสอดคลอ้ ง กบั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 และหลกั สูตรภูมิศาสตร์โอลิมปิ ก ของ มูลนิธิส่งเสริ มโอลิมปิ กวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถมั ภส์ มเด็จพระเจา้ พ่ีนางเธอ เจา้ ฟ้ากลั ยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร์ ช่วยส่งเสริมการเรียนการสอนของครูใหส้ มั ฤทธ์ิผลมากยงิ่ ข้นึ สอดคลอ้ ง กบั ปรัชญาการเรียนรู้ท่ีใหน้ กั เรียนสามารถเรียนรู้ไดต้ ลอดชีวิต และเพ่ิมประสิทธิภาพ ของนกั เรียนใหม้ ีศกั ยภาพในระดบั ชาติและระดบั นานาชาติสืบไป นายพิภพภทั ร์ มดั ฉิมา ตำ� แหน่งครู วทิ ยฐานะ ชำ� นาญการ โรงเรียนบุญวาทยว์ ทิ ยาลยั อำ� เภอเมือง จงั หวดั ลำ� ปาง
ข สารบญั เรื่อง หนา้ คำ� นำ� ก สารบญั ข สารบญั รูปภาพ ค คำ� แนะนำ� สำ� หรบั ครู ง คำ� แนะนำ� สำ� หรบั นกั เรียน จ โครงสรา้ งของเอกสารประกอบการเรียน ฉ คำ� ช้ีแจงการใชเ้ อกสารประกอบการเรียน ช แผนผงั แสดงข้นั ตอนการเรียนโดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียน ซ แบบทดสอบกอ่ นเรียน ณ บทที่ 11 ภมู ศิ าสตร์ประเทศไทย 1 บทนำ� 2 ลกั ษณะภมู ลิ กั ษณ์ 6 ภาคของไทย 4 ลกั ษณะภมู อิ ากาศไทย 16 ลมประเภทตา่ งๆในประเทศไทย 18 แบบฝึกหดั ท่ี 11.1 25 แบบฝึกหดั ที่ 11.2 26 แบบฝึกหดั ที่ 11.3 28 แบบทดสอบหลงั เรียน 29 แบบบนั ทกึ คะแนน 32 ภาคผนวก 34 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน 36 เฉลยแบบฝึกหดั ที่ 12.1 37 เฉลยแบบฝึกหดั ท่ี 12.2 38 เฉลยแบบฝึกหดั ท่ี 12.3 38 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน 39 บรรณานกุ รม 40 ประวตั ผิ เู้ขยี น 42
ค สารบญั รูปภาพ เรื่อง หนา้ ภาพที่ 1 แผนทป่ี ระเทศไทย 3 ภาพที่ 2 แผนทภี่ มู ปิ ระเทศภาคเหนอื 5 ภาพท่ี 3 แผนทภี่ มู ปิ ระเทศภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื 7 ภาพที่ 4 แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศภาคกลาง 9 ภาพที่ 5 แผนทภี่ มู ปิ ระเทศภาคตะวนั ออก 11 ภาพที่ 6 แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศภาคตะวนั ตก 13 ภาพที่ 7 แผนทภี่ มู ปิ ระเทศภาคใต ้ 15 ภาพที่ 8 อทิ ธิพลลมตา่ งๆ ในประเทศไทย 17 ภาพท่ี 9 แผนทล่ี มประจำ� ฤดู 18 ภาพที่ 10 แผนทพ่ี ายหุ มนุ เขตรอ้ น 19 ภาพท่ี 11 แผนทล่ี มประจำ� ฤดู 21 ภาพที่ 12 แผนทภ่ี มู อิ ากาศของไทย 23 ภาพท่ี 13 ภเู ขาในประเทศไทย 26 ภาพที่ 14 ลกั ษณะภมู ลิ กั ษณแ์ ละพายหุ มนุ เขตรอ้ น 28
ง ค�ำแนะน�ำส�ำหรับครู การใชเ้ อกสารประกอบการเรียน เร่ือง บา้ นของฉนั โลกของเรา รายวชิ าสงั คมศึกษา สำ� หรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 5 เอกสารประกอบการเรียนที่ 11 เรื่อง ภูมิศาสตร์ ประเทศไทย ใชป้ ระกอบแเผนจดั การเรียนรู้ที่ 11 เวลาเรียนจำ� นวน 1 ชวั่ โมง มีจุดมุ่งหมายเพ่ือใหก้ ารดำ� เนินกิจกรรมการเรียนไดบ้ รรลุตามมาตรฐาน ตวั ช้ีวดั และจุดมุ่งหมายของการเรียนและมีประสิทธิภาพ โดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียน เพอ่ื ให้ นกั เรียนไดศ้ ึกษาและทำ� กิจกรรม เพอ่ื ตรวจสอบความกา้ วหนา้ ของนกั เรียนโดยผสู้ อนควร เตรียมความพร้อมและปฏิบตั ิตามคำ� แนะนำ� ดงั ต่อไปน้ี 1. ศึกษารายละเอียดเก่ียวกบั แผนจดั การเรียนรู้ เน้ือหาที่สอน เอกสารประกอบการ เรียน และคำ� ช้ีแจงต่างๆ ใหเ้ ขา้ ใจก่อนดำ� เนินกิจกรรมการเรียนรู้ 2. เตรียมเอกสารประกอบการเรียนใหพ้ ร้อมและครบจำ� นวนนกั เรียนในช้นั เรียน 3. ก่อนจดั กิจกรรมการเรียนรู้ครูควรช้ีแจงให้นกั เรียนเขา้ ใจบทบาทของตนเอง แนะนำ� ข้นั ตอนการใชเ้ อกสารประกอบการเรียนแนวปฏิบตั ิในระหวา่ งการดำ� เนินกิจกรรม การเรียนรู้แลว้ จึงใหท้ ำ� แบบทดสอบก่อนเรียน 4. ขณะที่นกั เรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียนครูคอยใหค้ วามช่วยเหลือ แนะนำ� กระตุน้ ให้ศึกษาเอกสารประกอบการเรียนอย่างกระตือรือร้นและตอบขอ้ สงสัยต่าง ๆ ระหวา่ งเรียน พร้อมท้งั สงั เกต และประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของนกั เรียน 5. เม่ือนกั เรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียนครบถว้ นใหน้ กั เรียนทำ� แบบทดสอบ หลงั เรียนแลว้ นำ� ผลการทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียนแจง้ ใหน้ กั เรียนทราบความกา้ วหนา้ ทางการเรียน พร้อมท้งั เฉลยและอธิบายสรุปความรู้ 6. การวดั และประเมินผลประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน สงั เกต พฤติกรรมการเรียนรู้ และประเมินผลการทำ� แบบฝึกหดั 7. เมื่อสิ้นสุดการปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนร่วมตรวจสอบ เก็บ เอกสารประกอบการเรียนใหเ้ รียบร้อยเพอื่ สะดวกในการนำ� ไปใชค้ ร้ังต่อไป
จ ค�ำแนะน�ำส�ำหรับนกั เรียน เอกสารประกอบการเรียนฉบบั น้่ีประกอบดว้ ยคำ� แนะนำ� ส�ำหรับครู,คำ� แนะนำ� สำ� หรับนกั เรียน,โครงสร้างเอกสารประกอบการเรียน,คำ� ช้ีแจงในการศึกษา,แผนผงั ของ เอกสารประกอบการเรียน,แบบทดสอบก่อนเรียน,เน้ือหา, แบบฝึกหดั และแบบทดสอบ หลงั เรียนใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิตามคำ� แนะนำ� ดงั ต่อไปน้ี ค�ำแนะน�ำส�ำหรับหัวหน้ากล่มุ 1. เป็นผนู้ ำ� ในการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยนำ� เอกสารประกอบการเรียนใหส้ มาชิกทุก คนปฏิบตั ิตามคำ� แนะนำ� ใหเ้ ป็นไปตามข้นั ตอน 2. ควบคุมดูแลการทำ� งานของสมาชิกใหเ้ รียบร้อยไม่ส่งเสียงดงั รบกวนกลุ่มอื่น 3. ติดต่อประสานงานกบั ครูผสู้ อนเม่ือพบปัญหาภายในกลุ่ม 4. เป็นผเู้ ฉลยกิจกรรมและตรวจคำ� ตอบ ค�ำแนะน�ำส�ำหรับเลขานุการกล่มุ 1. เป็นผชู้ ่วยหวั หนา้ กลุ่มในการดำ� เนินกิจกรรม 2. เป็นผดู้ ำ� เนินการแทนหวั หนา้ กลุ่มหากหวั หนา้ กลุ่มมีภาระกิจอ่ืน ค�ำแนะน�ำส�ำหรับสมาชิก 1. อ่านคำ� ช้ีแจง คำ� แนะนำ� การใชเ้ อกสารประกอบการเรียน ข้นั ตอนการเรียนโดย ใชเ้ อกสารประกอบการเรียนใหเ้ ขา้ ใจก่อนลงมือศึกษาเอกสารประกอบการเรียน 2. ศึกษาขอ้ มลู พน้ื ฐานประกอบดว้ ยมาตรฐานการเรียนรู,้ ตวั ช้วี ดั จดุ ประสงคก์ ารเรียน รู้ สาระการเรียนรู้ และสาระสำ� คญั 3. ทำ� แบบทดสอบก่อนเรียนท่ีกำ� หนดไว้ จำ� นวน 10 ขอ้ เพ่อื ตรวจสอบความรู้พ้นื ฐาน 4. ศึกษาส่วนเน้ือหาไวต้ ามลำ� ดบั ที่กำ� หนดไวใ้ นเอกสารประกอบการเรียน 5. เม่ือศึกษาเอกสารประกอบการเรียนเสร็จเรียบร้อยแลว้ ใหท้ ำ� แบบฝึ กหดั แลว้ ตรวจสอบคำ� ตอบไดจ้ ากเฉลยทา้ ยภาคผนวก 6. ทำ� แบบทดสอบหลงั เรียนจำ� นวน 10 ขอ้ 7. ตรวจคำ� ตอบจากเฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนในทา้ ยภาคผนวก พร้อมบนั ทึก ผลคะแนนลงแบบบนั ทึกคะแนนเพ่ือตรวจสอบความกา้ วหนา้ ทางการเรียน หากไม่ผา่ น เกณฑท์ ี่กำ� หนดใหท้ บทวนเน้ือหาแลว้ ใหท้ ำ� แบบทดสอบหลงั เรียนอีกคร้ังหากผา่ นเกณฑ์ การประเมินใหศ้ ึกษาเอกสารประกอบการเรียน เล่มท่ี 2 สณั ฐานและภูมิประเทศ 8. หากมีขอ้ สงสยั ใหข้ อคำ� อธิบายหรือถามครูผสู้ อนเพอ่ื ร่วมกนั สรุปขอ้ สงสยั น้นั ๆ
ฉ โครงสร้างของเอกสารประกอบการเรียน มขป ท ปทอัาาจราตงะจงงกรสยสัภาฐทิทูรมยาารมตตธภินศงพิววาภััาภากตชชพาสสูมาร้้พีีววห่ิรงิศฐตดดัั เซร าารร ททื่อึสน งีย์ ใี่ี่ ภมสตสกน น ียผัร าร5 5กรพ์ ใ้ลู. .สเน1 1าิบรต าีรปมยม่ตอัรนคริทกะ44ะ้รน-ทานั-ู6้ทเ6งทห่ี/5/ธ่ี2สแ3ศารภวลไวว5รูเิมทะิเ.ิคเม1คคิศกยรชรเารแนขัาาาสะลาาต้ะใตหใะะิหในจรทนห์อ์กรล์ ิทวป์ะากั ปีรธสรบษเิพตะปรบณเ่าุลปทลขงะขี่ยศๆแอขอนไอลงงทแธงะสปโยรใภลแรลชากลมงพ้ขทะขชภ้อภอาาูงมมูมงตกิพศูิภิ ลา า้ืนายภใสคภทชูมตตา่ีแ้ิรซส่พาผ์ง่ึงซา นแไๆ่รึงดลททสขะร้ี่แำ�นอับคใลงวเหอะทโาิทเ้ เลมกศคธกิสดอริพ ปมัื่ อ ย ล ัพญ ่งา จ มนงั หา ืมกอธ า ี ์ จ ุดประสด เดด-- ม-งาาา้้้ ใเ่ือคนนนอปชน์็กธทคคนแ้ กิัาบุณวกผัผรเาาษรมูน้ลเมยรียีะคกทัแีรยนวษู่ี้เลนพปาณะรมอื่ฏจู้ะมบิบำ� อุ่งแอตันมันกิกนพั่กภิจใปึภูมกนรูมริลกะริลกั สามกษั รงตษณทคาณำ�์ไม์ งด์กเาอบ้ันกภใสหูมาิอบ้ราปรกรราละศุเกปขอ้อาบหงกไมาทารยยเรไียดน้ น้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ ส มรรถน ะ231ผ... ้คคทูเรววกัียาาษนมมะสสกาาามมราาใรรชถถช้ ใใีวนนติ กกาารรสคิดื่อสาร ค ุณ ล กั ษ ณ 132ะ...อ มใ นัคฝีววพ่ เนิ รางึีมยยั ปนใมรนรุ่งะูก้ มส านั่ งรใคทน์ ำ� กงาานรทำ� งาน ส าระกา21ร..เรภภียููมมนิิอลรากั ู้กษาณศไ์ขทอยงไทย ภส อ ตยะูมารใู่วิศนะนัาสเสอข�ำตอ1ป2ตค..กรรภญั ภภ์ไะแูมดููมมเลิอท้ิิออ6ะาศาาภกภไกกาาาทาาศคคศศยใ2แแคตตบบือล้โง้ั บบอดกัภยยษรทาใมู้่อคณุ่งนีนลหเะหภกัชญนไูมษ้ืนา้ดือิภณสทแ้าภะะาคกงวาภ่เภคอนัูมตาเนิลชคะกีัายใวปษตตนั ระณ้ แตาว์ทลกกนั ะฏ่ีแอภบตบอากาครกงิตเกเวสฉ่าลณ่วงียากนงภงนใัขาภตคออา้อสองคภื่นกาตมาไๆะคปาวขรตนัอถอะอีกจงวอทำไ�นั แกท้งัอนปเยฉอกรกียตะงเาเทหมศลนไกัือทษภยณตาคะ้งั
ช ค�ำชีแ้ จงการใช้เอกสารประกอบการเรียน 1. เอกสารประกอบการเรียน เร่ือง “บา้ นของฉนั โลกของเรา” เลม่ ที่ 11 เร่ือง ภูมิศาสตร์ ปใกหบัรน้ะแกเผั ทเนรศียจไนดั ทไกยดารศ้ใเกชึรีษยเ้ วนาลแราใลู้เรนะียทแนตำ� กล่1จิะชกแวั่รผโรนมมจงทดั มา้กยวี าเตนัรถเ้อืรปุียหนราะนรสูแ้้นั งลคะซเ์ยพ่ึงงัมอื่ใใเีชนชเ้ ้ปอืเ้ ป็หน็นาสเออ่ือยกปา่ สงรลาะระกปเออรบยี ะกดกมาอรหีบจวักดั ขากรอ้รเสะรียบอนดวทคนลเี่กนอ้าน้รง เรียนรู้ เอกสารประกอบการเรียนรูเ้ ลม่ น้ีประกอบดว้ ยเน้ือหาโครงสรา้ งของโลกมีเวลาเรียน 1 ช วั่ โมง 2. ส่วนประกอบของเอกสารประกอบการเรียน ประกอบดว้ ย 2.1 ส่วนนำ� ของเอกสารประกอบการเรียน คำ� นำ� สารบญั คำ� แนะนำ� สำ� หรับ ครู คำ� แนะนำ� สำ� หรับนกั เรียนมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สมรรถนะ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ์ สาระการเรียนรู้ สาระสำ� คญั และแบบทดสอบก่อนเรียน 2.2 ขอ้ มูลพ้ืนฐาน ประกอบดว้ ยมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั และจุด ประสงค ก์ ารเรีย2น.3รู้ทแบ้งั ดบา้ทนดคสวอามบรกู้ ่อทนกั เษรีะยนและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2.4 ส่วนเน้ือหา 2.5 แบบฝึกหดั ประจำ� บท 2.6 แบบทดสอบหลงั เรียน 2.7 เกณฑก์ ารประเมิน 2.8 ภาคผนวก ประกอบดว้ ยเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เฉลยแบบทดสอบ หลงั เรียนและเฉลยแบบฝึกหดั 2.9 บรรณานุกรม 3. ผใู้ ชเ้ อกสารประกอบการเรียนรู้น้ีควรศึกษาคำ� แนะนำ� ในการใชเ้ อกสารประกอบ การเรียนก่อนใชอ้ ยา่ งละเอียด
ซ
ฎ แบบทดสอบกอ่ นเรียน เร่ือง ภมู ศิ าสตร์ประเทศไทย รายวชิ า สงั คมศกึ ษาฯ ส 32101 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 จำ� นวน 10 ขอ้ คะแนนเตม็ 10 คะแนน คำ� ช้ีแจง ให้นกั เรียนเลือกคำ� ตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคำ� ตอบเดียวโดยทำ� เคร่ืองหมาย กากบาท (x) ลงในกระดาษคำ� ตอบ 1. ขอ้ ใดอธิบายความหมายของวชิ าภูมิศาสตร์ไดถ้ ูกตอ้ งท่ีสุด 1. ศาสตร์วา่ ดว้ ยการจดั การพ้ืนที่และส่ิงแวดลอ้ ม 2. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ บั ธรรมชาติ 3. การศึกษาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ บั เศรษฐกิจ 4. สิ่งที่แสดงลกั ษณะของผวิ โลกที่มีอยตู่ ามธรรมชาติ 2.ใหน้ กั เรียนเรียงลำ� ดบั ความยาวแม่น้ำ� สายสำ� คญั ในภาคเหนือใหถ้ ูกตอ้ ง A แม่น้ำ� ปิ ง B แม่น้ำ� วงั C แม่น้ำ� ยม D แม่น้ำ� น่าน 1. A,B,C,D 2 . D,A,C,B 3. B,C,D,A 4. C,D,A,B 3. แนวเทือกเขาใดไม่ปรากฏในบริเวณรอยต่อภาคอีสาน – ภาคกลางหรือภาคตะวนั ออก ของไทย 1. เทือกเขาเพชรบูรณ์ 2. เทือกเขาดงพญาเยน็ 3. เทือกเขาพนมดงรัก 4. เทือกเขาสนั กำ� แพง 4. เพราะเหตุใดภาคตะวนั ออกและภาคใตม้ กั ประสบปัญหาอุทกภยั นอ้ ยกวา่ ภาคอ่ืน 1. ไดร้ ับอิทธิพลของพายหุ มุนเขตร้อนนอ้ ย 2. พ้นื ท่ีต้งั อยหู่ ลงั เขาเป็นเขตเงาฝนฝนตกนอ้ ย 3. ภูมิประเทศเป็นท่ีสูง ภูเขา ใกลท้ ะเล ระบายน้ำ� ไดด้ ี 4. มีการสร้างเข่ือนเกบ็ น้ำ� ช่วยป้องกนั น้ำ� ท่วมไดด้ ี 5. ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ ง 1. ภาคเหนือ : ภูเขาสลบั กบั ท่ีราบระหวา่ งหุบเขา 2. ภาคอีสาน : ท่ีราบสูงโครงสร้างธรณีเป็นหินทราย 3. ภาคตะวนั ออก : ท่ีราบลูกฟูกและที่ราบชายฝั่งทะเล 4. ภาคตะวนั ตก : ท่ีราบลูกฟูกและท่ีราบลุ่มแม่น้ำ�
ฏ 6. ภูมิภาคใดของประเทศไทยเป็นพ้ืนที่เสี่ยงต่อการเกิดแผน่ ดินไหวนอ้ ยท่ีสุด 1. ภาคเหนือ ภาคตะวนั ตก ภาคใต้ 2. ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวนั ออก 3. ภาคใต้ ภาคตะวนั ออก และกน้ อ่าวไทย 4. รอบอ่าวไทย และภาคใตฝ้ ่ังตะวนั ออกจนถึงปัตตานี 7. ขอ้ ใด ไม่ถูกต้อง สำ� หรับลกั ษณะภูมิประเทศของประเทศไทย 1. ภาคใตม้ ีเขตภูมิลกั ษณ์เป็นภูเขาและท่ีราบชายฝั่ง 2. ภาคตะวนั ออกมีภูมิลกั ษณ์เป็นภูเขาและที่ราบลูกคล่ืน 3. ภาคตะวนั ตกมีเขตภูมิลกั ษณ์เป็นภูเขาและที่ราบลูกคลื่น 4. ภาคเหนือมีเขตภูมิลกั ษณ์เป็นทิวเขาและที่ราบระหวา่ งภูเขา 8. ถา้ จะศึกษาและสำ� รวจภูมิประเทศเนินเขาหินทราย ควรเลือกพ้ืนท่ีใด 1. ทิวเขาภูพาน 2. ทิวเขาถนนธงชยั 3. ทิวเขาตะนาวศรี 4. ทิวเขาสนั กาลาคีรี 9. เพราะเหตุใดพายโุ ซนร้อนและพายไุ ตฝ้ ่ นุ มีโอกาสเกิดในประเทศไทยนอ้ ย 1.ประเทศไทยไม่มีร่องมรสุม 2.ที่ต้งั ของประเทศไทยห่างไกลจากทะเล 3.ถูกลอ้ มรอบดว้ ยแผน่ ดินจากประเทศต่าง ๆ 4.ทะเลในประเทศไทยมีขนาดเลก็ จึงไม่สามารถก่อตวั เป็นพายไุ ด้ 10. ขอ้ ใดกล่าวถึงภูมิลกั ษณ์ของต่างๆของประเทศไทยไดถ้ ูกตอ้ ง 1. ภาคกลาง – ไม่มีภูเขา 2. ภาคเหนือ – เป็นท่ีราบสูง 3. ภาคตะวนั ตก – มีแนวเทือกเขาต่อจากภาคตะวนั ออก 4. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ – มีแม่น้ำ� ยาวที่สุดในประเทศไหลผา่ น
ฌ เล่มที่ ก11ระเรด่ือางษคภ�ูมำตศิ อาบสกต่อรน์ปเรระียเนทศไทย ชื่อ-สกลุ ..............................................................................ช้นั ................เลขที่................. คำ� ช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเลือกคำ� ตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพียงคำ� ตอบเดียว โดยทำ� เครื่องหมาย กากบาท X ลงในช่องวา่ งท่ีถูกตอ้ ง ขอ้ ท่ี 1 2 3 4 คะแนนเตม็ ........................... คะแนนทไี่ ด ้ ........................... 1 ผลการประเมนิ ........... ดมี าก 2 ........... ดี 3 ........... พอใช้ 4 ........... ควรปรบั ปรุง 5 ลงช่ือ.................................ผปู้ ระเมนิ (.............................................................) 6 7 8 9 10 สรุปคะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนระหวา่ ง 8- 10 ระดบั เกณฑด์ มี าก คะแนนระหวา่ ง 6-7 ระดบั เกณฑด์ ี คะแนนระหวา่ ง 4-5 ระดบั เกณฑพ์ อใช้ คะแนนระหวา่ ง 0-3 ระดบั เกณฑค์ วรปรบั ปรุง
เล่มท่ี 11 เรื่อง ภมู ศิ าสตร์ประเทศไทย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ มาตรฐานการเรียนรู้ที่ ส 5.1 เขา้ ใจลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และความสมั พนั ธ์ ของสรรพส่ิงซ่ึงมีผลต่อกนั และกนั ในระบบของธรรมชาติ ใชแ้ ผนที่และเคร่ืองมือ ทางภูมิศาสตร์ในการค้นหาวิเคราะห์ สรุ ปและใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมี ประสิทธิภาพ ตวั ช้ีวดั ที่ ส 5.1 ม 4-6/2 วเิ คราะห์อิทธิพลของสภาพภูมิศาสตร์ ซ่ึงทำ� ใหเ้ กิดปัญหา ทางกายภาพหรือภยั พิบตั ิทางธรรมชาติในประเทศไทยและภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ตวั ช้ีวดั ที่ ส 5.1 ม 4-6/3 วเิ คราะห์การเปล่ียนแปลงของพ้นื ที่ ซ่ึงไดร้ ับอิทธิพลจาก ปัจจยั ทางภูมิศาสตร์ในประเทศไทยและทวปี ต่างๆ จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อนกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมตามเอกสารประกอบการเรียนน้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ
1 ดา้ นความรู้ - อธิบายและจำ� แนกภูมิลกั ษณ์กบั ภูมิอากาศของไทยได้ ดา้ นทกั ษะ - ใชแ้ ผนที่เพอื่ บอกภูมิลกั ษณ์ได้ ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ส มรรถน-ะเปผ็้นูเรผียมู้นีความมุ่งมนั่ ในการทำ� งานใหบ้ รรลุเป้าหมาย 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ทกั ษะการใชช้ ีวติ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มีวนิ ยั ในการทำ� งาน 2. ใฝ่ เรียนรู้ สาระการเร3ีย. นครวู้ ามมุ่งมนั่ ในการทำ� งาน 1. ภูมิลกั ษณ์ของไทย สาระส�ำ2ค.ญั ภูมิอากาศไทย ภูมิศาสตปรร์ไะดเท้ 6ศภไาทคยคตือ้งั อภยาใู่คนเหภนูมืิอภาภคาเคอตเชะียวตนั ะตวกนั อภอาคกกเฉลียางงใภตา้สคาตมะาวรนั ถอจอำ� แกนเฉกียตงาเหมลนกัือษภณาคะ ตะวนั ออก และภาคใตโ้ ดยมีลกั ษณะภูมิลกั ษณ์ที่แตกต่างกนั ออกไป อีกท้งั ประเทศไทยต้งั อยใู่ นเขตภูมิอากาศ 2 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ 1. ภูมิอากาศแบบร้อนช้ืนทางภาคใต้ และบางส่วนของภาคตะวนั ออก 2. ภูมิอากาศแบบทุ่งหญา้ สะวนั นาปรากฏบริเวณภาคอื่นๆ ของไทย
2 บทนำ� ประเทศไทยต้งั อยใู่ นซีกโลกเหนือระหวา่ งเสน้ สูนยส์ ูตรและเสน้ ทรอปิ กออฟแคน เซอร์หรือละตจิ ดู ที่5-21องศาเหนือและลองจจิ ดู ท่ี97-106องศาตะวนั ออกต้งั อยใู่ นคาบสมทุ ร อินโดจีน มีขนาดพ้นื ที่ประมาณ 513,115.06 ตารางกิโลเมตร เป็นอนั ดบั 3 ของภมู ิภาคเอเชีย ตะวนั ออกเฉียงใต้ รองลงมาจากอินโดนีเซียและเมียนมาร์ มีอาณาเขตติดต่อดงั ต่อไปน้ี ทิศเหนือ ติดต่อกบั เมียนมาร์และลาว โดยจุดเหนือสุด (สุดอุดร) คือ อำ� เภอแม่สาย จงั หวดั เชียงราย ทิศตะวนั ออก ติดตอ่ กบั ลาวและกมั พชู า โดยจดุ ตะวนั ออกสุด (สุดบรู พา) คอื อำ� เภอ โขงเจียม จงั หวดั อุบลราชธานี ทศิ ตะวนั ตกตดิ ตอ่ กบั เมยี นมาร์โดยจดุ ตะวนั ตกสุด(สุดประจมิ )คอื อำ� เภอแมส่ ะเรียง จงั หวดั แม่ฮ่องสอน ทิศใต้ ติดต่อกบั มาเลเซีย โดยจุดใตส้ ุด (สุดทกั ษิณ) อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา โดยลกั ษณะโครงสร้างภูมิลกั ษณ์ของประเทศไทยสามารถสรุปได้ ดงั น้ี - เขตภูเขาและหุบเขาภาคเหนือ เป็ นลกั ษณะเป็ นเทือกเขาทอดยาวในแนวเหนือ ใต้ยกเวน้ เทือกเขาแดนลาว ซ่ึงเป็นตน้ กำ� เนิดแม่น้ำ� สายสำ� คญั ของภาคเหนือ เช่น แม่น้ำ� ปิ ง แม่น้ำ� วงั แม่น้ำ� ยมและแม่น้ำ� น่าน เป็นตน้ - เขตทร่ี าบสูงภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ เป็นท่ีราบสูงที่เกิดจากการยกตวั ของภูเขา ทางตะวนั ตก และทางใต้ บริเวณตอนกลางกลายเป็นแอ่งคลา้ ยแอ่งกะทะ เช่น แอ่งโคราช และแอ่งสกลนคร - เขตที่ราบแม่น�้ำภาคกลาง มีลกั ษณะเป็ นที่ราบตะกอนแม่น้ำ� ทบั ถมจากแม่น้ำ� เจา้ พระยาและแม่น้ำ� สาขา ซ่ึงเกิดจากการยบุ ตวั ของเปลือกโลก มีแม่น้ำ� สายสำ� คญั เช่น แม่น้ำ� เจา้ พระยา แม่น้ำ� ท่าจีน แม่น้ำ� ป่ าสกั เป็นตน้ - เขตภูเขาและที่ราบภาคตะวนั ออก มีลกั ษณะเป็นที่ราบลูกฟูก และท่ีราบชายฝั่ง ทะเล มีเทือกเขาสำ� คญั เช่น เทือกเขาจนั ทบุรี และเทือกเขาบรรทดั มีแม่น้ำ� สายสำ� คญั เช่น แม่น้ำ� ระยอง และแม่น้ำ� เวฬุ เป็นตน้
3 - แนวเทือกเขาทางภาคตะวันตก เป็ นแนวเทือกเขายาวต่อเน่ืองมาจากภาคเหนือ มีลกั ษณะเป็ นท่ีราบหุบเขาแคบๆ และท่ีราบชายฝั่งทะเล มีแม่น้ำ� สายสำ� คญั เช่น แม่น้ำ� แม่กลอง แม่น้ำ� เมย เป็นตน้ - เขตคาบสมุทรภาคใต้ เป็นแนวคาบสมุทรยาวต่อเน่ือง มีทะเลขนาบท้งั 2 ดา้ น มีเทือกเขาทอดยาวบริเวณตอนกลางของภาคแบ่งเป็ นภาคใตฝ้ ั่งอ่าวไทย และภาคใตฝ้ ั่ง อนั ดามนั มีแม่น้ำ� สายสำ� คญั เช่น แม่น้ำ� ตาปี แม่น้ำ� ตานี แม่น้ำ� โกลก เป็นตน้ (กลุ่มสาระ สงั คมศึกษาฯ, 2557, น.80) แผนทภ่ี มู ลิ กั ษณ์ประเทศไทย ภาพประกอบท่ี 1 : ลกั ษณะภูมิประเทศของประเทศไทย (ทวศี กั ด์ิ กนั โยทยั ,2551)
4 1.ลกั ษณะทางภมู ลิ กั ษณ์ของไทยแบ่งออกเป็ น6ภาคโดยมลี กั ษณะแตกตา่ งกนั โดยสามารถ จำ� แนกไดด้ งั ต่อไปน้ี 1.1 ลกั ษณะทางกายภาพของภาคเหนือ ภาคเหนือมีเน้ือที่ 93,690.85 ตารางกิโลเมตร ประกอบดว้ ย 9 จงั หวดั คือ จงั หวดั เชียงราย, จงั หวดั เชียงใหม่, จงั หวดั น่าน, จงั หวดั พะเยา, จงั หวดั แพร่, จงั หวดั แม่ฮ่องสอน, จงั หวดั ลาํ ปาง,จงั หวดั ลาํ พูน และจงั หวดั อุตรดิตถ์ โดยลกั ษณะภูมิลกั ษณ์สำ� คญั ต่อไปน้ี พ้นื ท่ีของภาคเหนือประกอบดว้ ยทิวเขาสลบั กบั หุบเขา มีทิศทางในการวางตวั แนวเหนือ-ใต้ ภาคเหนือมีพ้ืนที่เป็นภูเขามากกวา่ ภาคอ่ืน ๆ ท้งั หมด และมีภูเขายอดสูงที่สุดของภาคและ ประเทศ มีช่ือวา่ ดอยอินทนนท์ (2,565 เมตร) ทิวเขา - ทิวเขาแดนลาว ก้นั พรมแดน ประเทศไทย กับสหภาพพม่า ที่จงั หวดั เชียงใหม่ ทิวเขาน้ียาวต่อเน่ืองจากประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีนและสหภาพพม่ - ทิวเขาถนนธงชยั มี 3 ทิวยอ่ ยรวมกนั เรียกช่ือวา่ ถนนธงชยั ตะวนั ตก ถนนธงชยั กลาง และถนนธงชยั ตะวนั ออก ตอนเหนือของทิวเขาเชื่อมต่อเขา้ ดว้ ยกนั และเป็นแนวก้นั พรมแดนไทย-พม่า ที่จงั หวดั เชียงใหม่ จากน้นั จึงแยกออกเป็น 3 แนวพาดผา่ นลงมาทางใต้ โดยทิวเขาถนนธงชยั กลางเป็นแนวยาวที่สุดคือยาว 880 กิโลเมตร ผา่ นเขา้ ไปในจงั หวดั ตากและกาญจนบรุ ี ไปสิ้นสุดปลายทวิ ท่ีบริเวณเช่ือมตอ่ อำ� เภอศรีสวสั ด์ิ กบั อำ� เภอทองผาภมู ิ จงั หวดั กาญจนบุรี - ทิวเขาผีปันน้ำ� ทิวเขาน้ีเป็ นตน้ น้ำ� ของแม่น้ำ� หลายสายในภาคเหนือรวมท้งั แม่น้ำ� ปิ ง แม่น้ำ� วงั แม่น้ำ� ยม และแม่น้ำ� น่าน - ทิวเขาหลวงพระบาง ก้ันพรมแดนประเทศไทย กับประเทศสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวที่จงั หวดั เชียงรายน่านและอตุ รดิตถ์มีความยาว448กิโลเมตร หุบเขา - หุบเขาในภาคเหนือมีท้งั ที่เป็นหุบเขาขนาดเลก็ มีท่ีราบกน้ หุบเขาเป็นบริเวณแคบ ๆ และท่ีเป็ นหุบเขาขนาดใหญ่มีบริเวณที่ราบกน้ หุบเขาเป็ นบริเวณกวา้ งใหญ่ หุบเขา ประเภทหลงั น้ีมกั เกิดจากการยบุ ตวั ของเปลือกโลกเป็นแอ่ง (คณาจารยม์ หิดล:2554) แม่น้ำ� - แม่น้ำ� ในภาคเหนือแบ่งออกไดเ้ ป็น 3 กลมุ่ ใหญ่ ๆ ตามระบบการไหลของแม่น้ำ� คือ แม่น้ำ� ท่ีไหลลงแม่น้ำ� สาละวนิ แม่น้ำ� ท่ีไหลลงแม่น้ำ� โขง และแม่น้ำ� ที่ไหลลงแม่น้ำ� เจา้ พระยา
5 - แม่น้ำ� ท่ีไหลลงแม่น้ำ� สาละวนิ ไดแ้ ก่ แม่น้ำ� ปาย และแม่น้ำ� ยวม - แม่น้ำ� ที่ไหลลงแม่น้ำ� โขง ไดแ้ ก่ แม่น้ำ� กก แม่น้ำ� สาย แม่น้ำ� รวก และแม่น้ำ� อิง แม่น้�ำกกเป็ นแม่น้�ำสายยาวมีต้นน้�ำอยู่ในประเทศสหภาพพม่า ไหลผ่านเขามาใน ประเทศไทยที่อำ� เภอแม่อาย จงั หวดั เชียงใหม่ แลว้ ไหลผา่ นตวั จงั หวดั เชียงรายไหลลงสู่ แม่น้ำ� โขงท่ีอำ� เภอเชียงแสน แม่น้ำ� สาย และแม่น้ำ� รวก เป็นแม่น้ำ� สายส้นั ๆ ซ่ึงมีตน้ น้ำ� อยู่ ในสหภาพพม่า และไหลมาเป็นเส้นก้นั เขตแดนไทย-พม่าท่ีจงั หวดั เชียงราย จุดท่ีน้ำ� รวก ไหลไปลงแม่น้ำ� โขง ซ่ึงเรียกวา่ สบรวก เป็นบริเวณพรมแดนของ 3 ประเทศ คือ ประเทศ สหภาพพม่า ไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แม่น้ำ� ที่ไหลลงแม่น้ำ� เจา้ พระยา ไดแ้ ก่แม่น้ำ� ปิ ง มีตน้ น้ำ� ในอำ� เภอเชียงดาว จงั หวดั เชียงใหม่ ,แม่น้ำ� วงั มีตน้ น้ำ� ในอำ� เภอพาน จงั หวดั เชียงใหม่ ไหลผ่านตวั เมืองลำ� ปาง , แม่น้ำ� ยม มีตน้ น้ำ� ในอำ� เภอปง จงั หวดั พะเยา ไหลผา่ นตวั เมืองแพร่, แม่น้ำ� น่าน มีตน้ น้ำ� ใน อำ� เภอปัว จงั หวดั น่าน ไหลผา่ นตวั เมืองน่าน อุตรดิตถแ์ ละรวมกนั ท่ีจงั หวดั นครสวรรค์ (คณาจารยม์ หิดลวทิ ยานุสรณ์, 2559, น. 6-7) ภาพประกอบท่ี 2 : แผนที่ภูมิประเทศภาคเหนือ (พชั ราพร หลกั โคตร,2557)
6 1.2 ลกั ษณะทางกายภาพของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือม่ีเ น้ือที่ 168,854.35 ตารางกิโลเมตรประกอบดว้ ย 20 จงั หวดั คือ จงั หวดั กาฬสินธุ์, จงั หวดั ขอนแก่น, จงั หวดั ชยั ภูมิ, จงั หวดั นครพนม, จงั หวนั ครราชสีมา, จังหวดั บึงกาฬ, จังหวดั บุรีรัมย,์ จังหวดั มหาสารคาม, จังหวดั มุกดาหาร,จังหวดั ยโสธร, จงั หวดั ร้อยเอด็ ,จงั หวดั เลย,จงั หวดั ศรีสะเกษ,จงั หวดั สกลนคร,จงั หวดั สุรินทร์,จงั หวดั หนองคาย, จงั หวดั หนองบวั ลำ� ภ,ู จงั หวดั อำ� นาจเจริญ, จงั หวดั อดุ รธานี และจงั หวดั อบุ ลราชธานี โดยลกั ษณะ ภูมิลกั ษณ์สำ� คญั ต่อไปน้ี ลกั ษณะภูมิประเทศของท่ีราบแอ่งโคราชและแอ่งสกลนคร ลกั ษณะภมู ิประเทศแบบโคกสลบั แอง่ และภมู ิประเทศแบบที่ราบลุม่ น้ำ� ภมู ิประเทศ แบบโคกสลบั แอ่ง คือมีเนินดินเต้ีย ๆ ซ่ึงในภาษาถิ่น เรียกวา่ โคก โพน โนน เนิน บา้ ง สลบั กบั แอ่งท่ีลุ่ม ซ่ึงอาจมีน้ำ� ขงั อยหู่ รือไม่มีกไ็ ด้ หากมีน้ำ� ขงั อยกู่ ก็ ลายเป็นหนองหรือบึง การเกิดภูมิประเทศเป็นโคกสลบั แอ่งน้ี เกิดจากการผพุ งั ทำ� ลายของหินอนั เนื่องมาจากลม ฟ้าอากาศแลว้ เกิดจากการกดั เซาะของแม่น้ำ� และสาเหตุสำ� คญั อีกประการหน่ึง คือ การ ชะละลายของเกลือหินใตพ้ ้ืนผิวดินโดยการกระทำ� ของน้ำ� ใตด้ ิน ซ่ึงเป็ นเหตุให้เกิดการ ยบุ ตวั ของพ้ืนดินลงไปเป็ นแอ่ง ในแอ่งโคราช และแอ่งสกลนคร มีช้นั เกลือหินรวม 3 ช้นั แทรกสลบั อยกู่ บั ช้นั หินทราย และหินชนิดอ่ืน ๆ บางแห่งเกลือหินอยลู่ ึกลงไปราว 700-800 เมตร แต่บางแห่งก็อยใู่ นระดบั ลึกเพียง 30-40 เมตร การทำ� งานของน้ำ� ใตด้ ิน ในอดีตที่ผ่านมาเป็ นเวลานาน ทำ� ให้เกลือหินใตด้ ินถูกชะละลายเป็ นบริเวณกวา้ ง พ้ืน ดินจึงเกิดการยุบตวั เป็ นแอ่งตามที่ต่าง ๆ ส่วนบริเวณท่ีไม่ยุบ หรือมีเกลือไปอดั ดนั ให้ พ้ืนดินปูดสูงข้ึน ก็กลายเป็ นเนินในบริเวณใกลเ้ คียงกนั ลกั ษณะภูมิประเทศแบบโคก สลบั แอ่ง มีความสำ� คญั คือ เกิดมีแหล่งน้ำ� ตามธรรมชาติประเภทหนองบึงกระจายอยู่ ทว่ั ไป ทำ� ให้เกิดภาวะดินเค็มกระจายตวั อย่างกวา้ งขวางในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ซ่ึงปัญหาดินเค็มก่อให้เกิดผลเสียต่อการเกษตร และการใชป้ ระโยชน์จากแหล่งน้ำ� ใน ทอ้ งถิ่นภูมิประเทศแบบที่ราบลุ่มน้ำ� บริเวณท่ีราบลุ่มน้ำ� ในแอ่งโคราชน้ี ครอบคลุมเน้ือท่ี ค่อนขา้ งกวา้ งขวาง เน่ืองจากพ้นื ท่ีมีลกั ษณะเป็นแอ่งกระทะ บริเวณตอนกลางแอ่งเป็นที่ ลุ่ม แม่น้ำ� ไหลโคง้ ตวดั ไปมาทำ� ใหเ้ กิดลกั ษณะภูมิประเทศสำ� คญั 2 ประการ คือ
7 1.2.1 เกิดมีหนอง บึงขนาดเลก็ ที่เรียกวา่ กดุ หรือบึงโคง้ เกิดจากแม่น้ำ� ลดั ทางเดิน ตดั ส่วนของลำ� น้ำ� ที่โคง้ มากน้นั ออกไป กดุ หรือบึงโคง้ มีปรากฏเป็นจำ� นวนมากตามลำ� น้ำ� ชี และลำ� น้ำ� มูลในเขตจงั หวดั มหาสารคาม ร้อยเอด็ และอุบลราชธานี 1.2.2 บริเวณท่ีราบน้ำ� ท่วมถึงมีอยเู่ ป็ นบริเวณกวา้ งขวางมาก เช่นบริเวณทุ่งกุลา ร้องไห้ ซ่ึงเป็นท่ีราบลุ่มน้ำ� ตอนท่ีแม่น้ำ� ชีและแม่น้ำ� มูลใกลจ้ ะบรรจบกนั ครอบคลุมพ้ืนท่ี ประมาณ 2.1 ลา้ นไร่ หรือ 3,372 ตารางกิโลเมตร ในเขตคาบเกี่ยว 5 จงั หวดั คือ มหาสารคาม ร้อยเอด็ สุรินทร์ ยโสธร และศรีสะเกษ บริเวณน้ีปรากฏวา่ มีน้ำ� ไหลเอ่อท่วมเป็นประจำ� ใน ฤดูฝน เม่ือน้ำ� ในแม่น้ำ� ชีและแม่น้ำ� มูลมีระดบั สูงข้ึน ส่วนในฤดูแลง้ มกั แหง้ แลง้ กนั ดารน้ำ� ปัจจบุ นั มกี าพฒั นาดีข้นึ ปรบั ปรุงระบบการชลประทาน(คณาจารยม์ หิดลวทิ ยานุสรณ,์ 2559, น. 8-9) ภาพประกอบที่ 3 : แผนที่ภูมิประเทศภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ (พชั ราพร หลกั โคตร,2557)
8 1.3 ลกั ษณะทางกายภาพของภาคกลาง ภาคกลางมีเน้ือที่ 91,795.14 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 22 จงั หวดั คือ กรุงเทพมหานคร, จงั หวดั กำ� แพงเพชร, จงั หวดั ชยั นาท, จงั หวดั นครนายก, จงั หวดั นครปฐม, จงั หวดั นครสวรรค,์ จงั หวดั นนทบุรี, จงั หวดั ปทุมธานี, จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา, จงั หวดั พิจิตร, จงั หวดั พิษณุโลก,จงั หวดั เพชรบูรณ์, จงั หวดั ลพบุรี, จงั หวดั สมุทรปราการ, จงั หวดั สมุทรสงคราม, จงั หวดั สมุทรสาคร,จงั หวดั สระบุรี, จงั หวดั สิงห์บุรี, จงั หวดั สุโขทยั , จงั หวดั สุพรรณบุรี, จงั หวดั อ่างทอง และจงั หวดั อุทยั ธานี โดยลกั ษณะภูมิลกั ษณ์สำ� คญั ต่อไปน้ี แบ่งเป็น 3 เขต 1.3.1 เขตท่ีราบภาคกลางตอนบน ไดแ้ ก่บริเวณเหนือจ.นครสวรรคถ์ ึง จ.อตุ รดิตถ์ เป็นท่ีราบลูกฟกู Rolling Plain มีเนินเขาสลบั ดินปกคลุมดว้ ยดินตะกอนมีศิลาแลงแทรก อยู่ในดินมีแม่น้ำ� ปิ ง วงั ยม น่าน ไหลผ่านลงมาโดยแม่น้ำ� วงั ไหลลงแม่น้ำ� ปิ งที่เหนือ บา้ นปากวงั อ. เมือง จ. ตาก แม่น้ำ� ยมไหลลงแม่น้ำ� น่านท่ี อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ 1.3.2 เขตที่ราบภาคกลางตอนล่าง หรือที่ราบเจา้ พระยา ต้งั แต่นครสวรรคล์ งมา จนถึงอ่าวไทย มีลกั ษณะเป็นดินดอนสามเหล่ียม เกิดจากการทบั ถมปากแม่น้ำ� มีหลกั ฐาน วา่ น้ำ� ทะเลเคยรุกล้ำ� มาถึงจ .อุทยั ธานี ปลายยคุ ไพโตซีน(45,000 – 14,000 ปี ) ท่ีราบเจา้ พระยาแบ่งเป็น 2 เขตยอ่ ย 1) ท่ีราบเจา้ พระยาตอนบน เริ่มจากนครสวรรค์ ถึง อยธุ ยาพ้ืนท่ีสูงจาก ระดบั น้ำ� ทะเลไม่เกิน 5-12 เมตรเป็นดินดอนสามเหลี่ยมเก่า แม่น้ำ� จะแยกสาขากระจายสู่ง ทุ่งราบมีแม่น้�ำหลกั คือ แม่น้�ำ เจ้าพระยา มีสาขาแยกเป็ นแม่น้�ำสุพรรณบุรี –ท่าจีน แม่น้ำ� นอ้ ยแยกจากแม่น้ำ� เจา้ พระยาที่ใต้ อ.เมืองชยั นาท ที่สิงห์บุรีมีแม่น้ำ� ลพบุรีแยกสาขา จากแม่น้ำ� เจา้ พระยา แม่น้ำ� นอ้ ย แม่น้ำ� ลพบุรีไหลมารวมกบั เจา้ พระยาที่อ.เมือง และ อ.บางไทร จ.อยธุ ยา แม่น้ำ� ป่ าสักไหลลงเจา้ พระยาท่ี จ.อยธุ ยา แม่น้ำ� สะแกกรังไหลลง เจา้ พระยาที่ จ.อุทยั ธานี สองฝั่งแม่น้ำ� มีแนวคนั ดินธรรมชาติสูง 5 เมตร ทำ� ใหน้ ้ำ� ไหล ท่วมท่ีราบลุ่มบริเวณที่ถดั จากลุ่มลำ� น้ำ� เป็นลานตะพกั ลำ� น้ำ�
9 2) ท่ีราบเจา้ พระยาตอนล่าง ต้งั แต่อยธุ ยาจนถึง อ่าวไทย มีความสูงไม่เกิน 2.5 เมตร เรียกอีกอยา่ งวา่ ท่ีราบกรุงเทพฯ มีความลาดเมประมาณ 1-2 องศา เป็นท่ีราบท่ีน้ำ� ท่วมถึง มีการพบซากหอยทะเลท่ี จ. ปทุมธานี บริเวณท่ีราบล่มุ น้ำ� น้ำ� ถึงอ่าวไทยเป็นแหล่ง ทำ� นาเกลือ แหล่งเพาะเล้ียงสัตวน์ ้ำ� ปากแม่น้ำ� แม่กลองมีท่ีลุ่มราบขนาดใหญ่ที่น้ำ� ข้ึนถึง เรียก ดอนหอยหลอด 1.3.3 บริเวณขอบที่ราบภาคกลาง ขอบที่ราบจดทิวเขาเป็นเนินตะกอนรูปพดั และลานตะพกั ลำ� น้ำ� แม่น้ำ� ป่ าสกั แม่น้ำ� นครนายก ปากปะกง สะแกกรัง แม่น้ำ� แม่กลอง ขอบที่ราบทางตะวนั ตกของ จ.ลพบุรี เป็นลานตะพกั ลำ� น้ำ� ขนาดใหญว่ ่งึ มีดิน มาร์ลปกคลมุ อย(ู่ เป็นแหล่งวตั ถุดิบของโรงงานผลิตปูนซิเมนต)์ มีเขาโดดเป็นเขาหินปูน หินอคั นีเป็น หยอ่ มๆ (คณาจารยม์ หิดลวทิ ยานุสรณ์,2559, น. 10-11) ภาพประกอบท่ี 4 : แผนท่ีภูมิประเทศภาคกลาง (พชั ราพร หลกั โคตร,2557)
10 1.4 ลกั ษณะทางกายภาพของภาคตะวนั ออก ภาคตะวนั ออกมีเน้ือท่ี 34,380.50 ตารางกิโลเมตร ประกอบดว้ ย 7 จงั หวดั คือ จงั หวดั จนั ทบุรี, จงั หวดั ชลบุรี, จงั หวดั ตราด, จงั หวดั ระยอง, จงั หวดั ฉะเชิงเทรา, จงั หวดั ปราจีนบุรี, จงั หวดั สระแกว้ โดยลกั ษณะภูมิลกั ษณ์สำ� คญั ต่อไปน้ี ภาคตะวนั ออกมีลกั ษณะภูมิประเทศ ประกอบดว้ ย 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ บริเวณทิวเขา ท่ีราบ ลุ่มแม่น้ำ� และที่ราบลอนลาด และส่วนที่เป็นท่ีราบชายฝั่งทะเล 1.4.1 ทิวเขาจนั ทบุรี มีความยาว 281 กิโลเมตร ยอดสูงท่ีสุดมีชื่อวา่ เขาสอยดาวใต้ ทิวเขาน้ีมีทิศทางการไหลของน้ำ� แบง่ ได้2 ทิศทาง คือทางเหนือไหลไปลงแมน่ ้ำ� ปราจีนบรุ ี- บางปะกงส่วนทางใตไ้ ปลงแม่น้ำ� สายส้นั ๆแลว้ ไหลลงสู่อ่าวไทย ทิวเขาบรรทดั อยถู่ ดั จาก ทวิ เขาจนั ทบรุ ีไปทางตะวนั ออกก้นั พรมแดนระหวา่ งประเทศไทยกบั ประเทศกมั พชู าต้งั แต่ อำ� เภอบ่อไร่ จงั หวดั ตราด จนสิ้นสุดทิวเขาท่ีแหลมสารพดั พิษในอำ� เภอคลองใหญ่ 1.4.2 ท่ีราบลุ่มแม่น้ำ� และที่ราบลอนลาด บริเวณที่ราบลุ่มน้ำ� ใหญ่ท่ีสุดของภาค ตะวนั ออกคือ ท่ีราบลุ่มน้ำ� ปราจีนบุรี-บางปะกง แม่น้ำ� ปราจีนบุรี ต้งั ตน้ จากจุดที่แควสำ� คญั 2 สายไหลมารวมกัน คือแม่น้�ำพระปรง กับแม่น้�ำหนุมาน จนเมื่อถึงบริ เวณที่ แม่น้ำ� นครนายกไหลมาบรรจบดว้ ยที่อำ� เภอบางน้ำ� เปร้ียว จึงเรียกช่ือวา่ แม่น้ำ� บางปะกง ตลอดไป จนกระทง่ั ไหลลงทะเลท่ีอ่าวไทยในเขตอำ� เภอบางปะกง จงั หวดั ฉะเชิงเทรา 1.4.3 ที่ราบชายฝั่งทะเล ไดแ้ ก่ บริเวณท่ีราบ แคบ ๆ ชายฝั่งทะเล ท่ีราบซ่ึงเกิดจาก การกดั เซาะและการทบั ถมของแม่น้ำ� สายส้นั ๆ ที่ไหลจากทิวเขาจนั ทบุรีลงสู่อ่าวไทย - ฝ่ังทะเลของจงั หวดั ชลบุรี มีลกั ษณะวกโคง้ ไปมา ทำ� ใหเ้ กิดเป็นอ่าวต่าง ๆ คนั่ ออกจากกนั ดว้ ยแหลมขนาดเลก็ อ่าวบางแห่งเป็นทรายปนโคลน และบางแห่งกเ็ ป็นทราย ลว้ น ๆ - ฝั่งทะเลจงั หวดั ระยอง มีความยาว 99 กิโลเมตร เป็นฝั่งทะเลท่ีมีทรายปนโคลน เป็นส่วนมาก เนื่องจากมีแม่น้ำ� หลายสายพดั พาโคลนตะกอนออกสู่ทะเล - ฝั่งทะเลจงั หวดั จนั ทบุรี มีหาดเป็นช่วงส้นั ๆ ส่วนใหญ่เป็นโคลนตะกอนออกสู่ ทะเล - ฝั่งทะเลจงั หวดั ตราด ประมาณคร่ึงหน่ึงของฝ่งั เป็นหาดโคลน หรือทรายปนโคลน หาดโคลนหรือทรายปนโคลน มีอยมู่ ากทางทิศตะวนั ตกของอ่าวตราด ส่วนหาดทรายจะ พบอยตู่ ามบริเวณชายฝั่ง ทางดา้ นทิศตะวนั ออกของอ่าวตราดไปจนถึงแหลมสารพดั พิษ สุดเขตแดนติดต่อกบั ประเทศกมั พชู า(คณาจารยม์ หิดลวทิ ยานุสรณ์,2559, น. 12-13)
11 ภาพประกอบที่ 5 : แผนท่ีภูมิประเทศภาคตะวนั ออก (พชั ราพร หลกั โคตร,2557)
12 1.5 ลกั ษณะทางกายภาพของภาคตะวนั ตก ภาคตะวนั ตกมีเน้ือท่ี 53,679.052 ตารางกิโลเมตร ประกอบดว้ ย 5 จงั หวดั คือ จงั หวดั ตาก,จงั หวดั กาญจนบรุ ี,จงั หวดั ราชบรุ ี,จงั หวดั เพชรบรุ ี และจงั หวดั ประจวบครี ีขนั ธ์ โดยลกั ษณะภูมิลกั ษณ์สำ� คญั ต่อไปน้ี มีลกั ษณะภูมิประเทศ คลา้ ยภาคเหนือ พ้นื ที่ส่วนใหญ่ เป็ นภูเขาสลบั หุบเขา เทือกเขา เทือกเขาถนนธงชยั วางตวั แนวเหนือ-ใต้ ต่อจากภาคเหนือ ท่ีจ.ตากสินสุดทีกาญจนบุรี โดยมีลกั ษณะสำ� คญั ดงั น้ี 1.5.1เทือกเขาตะนาวศรี ที่เหนือดา่ นเจดีย์3องค์จ.กาญจนบรุ ี สิ้นสุดท่ี ภาคใต้จ.ระนอง มีหุบเขาที่เกิดจากรอยเล่ือนของเปลือกโลกมีผาชนั ขนาบอยู่2 ดา้ น(ฮอร์สต)์ เช่นหุบเขารอยเล่ือน ยบุ ตวั เป็นแอ่งกราเบน ด่านเจดีย์ สามองคม์ ีเกิด ลุ่มน้ำ� แควนอ้ ย อ.สงั ขละ เทือกเขาท้งั สองเกิด จากการรอยโก่งงอของเปลือกโลก มีด่านท่ีสำ� คญั - ด่าน แม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก - ด่านเจดียส์ ามองค์ อ. สงั ขละ จ.กาญจนบุรี - ด่าน บอ้ งต้ี อ. ไทรโยค จ. กาญจนบุรี - ด่านสิงขร (สนั พร้าว) อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขนั ธ์ 1.5.2 เทือกเขาติดทะเลดา้ นอ่าวไทย มีเทือกเขาสามร้อยยอด เป็นเทือกเขาหินปูน ท่ีราบลุ่มแม่น้�ำ แม่น้�ำปิ ง จ.ตาก ท่ีราบลุ่มแม่น้ำ� แม่กลอง เริ่มตน้ ท่ีปากแพรก อ.เมือง จ. กาญจนบุรี เกิดจากแม่น้ำ� แควนอ้ ย และแม่น้ำ� แควใหญ่(ตน้ น้ำ� อยทู่ ี่ อ.อุม้ ผาง )มาบรรจบกนั ไหลผา่ น จ.ราชบุรี ออกทะเลท่ีจ.สมุทรสงคราม ท่ีราบลุ่มแม่น้ำ� เพชรบุรีตน้ แม่น้ำ� อยทู่ ี่อ. ท่ายาง ไหลลงทะเลท่ี อ่าวบา้ นแหลม จ.เพชรบุรี ที่ราบลุ่มแม่น้ำ� ท้งั 2 เกิดจากการยบุ ตวั เป็นแอ่งกรา เบน เป็นหุบเขา แมน่ ้ำ� ปราณบุรีโดยระบบการไหลของแมน่ ้ำ� น้ำ� จะไหลจากยอดเขาสู่หุบเขาเป็น แนวยาวเหมือนกา้ งปลา ระบบการระบายน้ำ� เรียก “เทรลลิส” (Trellis Pattern) 1.5.3 ที่ราบชายฝั่งทะเล เป็นที่ราบชายฝ่ังทะเลยกตวั เร่ิมจาก อ.บา้ นแหลม จ.เพชรบุรี –อ.บางสะพานนอ้ ยจ.ประจวบครี ีขนั ธ์ยาว315กิโลเมตรและชายฝั่งทะเลภาคตะวนั ตกมีลกั ษณะ เป็นหาดโคลน หรือทรายปนโคลน มีป่ าเลนน้ำ� เคม็ มีการทำ� ฟาร์มหอยแครง นากงุ้ (คณาจารย์ มหิดลวทิ ยานุสรณ์,2559, 14-15)
13 ภาพประกอบที่ 6 : แผนที่ภูมิประเทศภาคตะวนั ตก (พชั ราพร หลกั โคตร,2557)
14 1.6 ลกั ษณะทางกายภาพของภาคใต้ ภาคตะวนั ออกมีเน้ือที่ 70,715.20 ตารางกิโลเมตร ประกอบดว้ ย 14 จงั หวดั คือ จงั หวดั กระบ่ี, จงั หวดั ชุมพร, จงั หวดั ตรัง, จงั หวดั นครศรีธรรมราช, จงั หวดั นราธิวาส, จงั หวดั ปัตตานี, จงั หวดั พงั งา, จงั หวดั พทั ลุง, จงั หวดั ภูเกต็ , จงั หวดั ยะลา, จงั หวดั ระนอง, จงั หวดั สงขลา, จงั หวดั สตูลและจงั หวดั สุราษฎร์ธานี ภาคใตม้ ีลกั ษณะภมู ิประเทศแบง่ ออก ไดเ้ ป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ 1.6.1 คือ บริเวณทิวเขาท่ีราบชายฝ่ังอ่าวไทยและท่ีราบชายฝ่ังทะเลอนั ดามนั ทิวเขา ภูเกต็ เริ่มจากปลายสุดของทิวเขาตะนาวศรี ที่อำ� เภอกระบุรี จงั หวดั ระนอง เป็นเสน้ แบ่ง เขตจังหวดั ระนอง กับจังหวดั ชุมพรและสุราษฏร์ธานี จังหวดั พงั งาและกระบ่ี กับ สุราษฎร์ธานี จากน้นั ผา่ นเขา้ ไปในจงั หวดั กระบี่ และวกไปทางทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือ ไปเช่ือมต่อกบั ทิวเขานครศรีธรรมราช ท่ีอำ� เภอทุ่งสง ยอดสูงท่ีสุดในทิวเขาน้ีมีชื่อวา่ เขา หลงั คาตึก สูง 1,395 เมตร ทิวเขานครศรีธรรมราช เร่ิมจากอำ� เภอท่าศาลา จงั หวดั นครศรีธรรมราช ลงไปทางใตเ้ ป็นเสน้ แบง่ เขตจงั หวดั นครศรีธรรมราชกบั จงั หวดั สุราษฏร์ ธานี จงั หวดั พทั ลุงกบั จงั หวดั ตรัง และจงั หวดั สตูลกบั จงั หวดั สงขลา ปลายทิวเขาบรรจบ กบั ทิวเขาสนั กาลาคีรี ท่ีอำ� เภอเมือง จงั หวดั สตูล ยอดสูงท่ีสุดชื่อวา่ เขาหลวง เป็นภูเขาท่ีสูง ที่สุดในภาคใต้ ทิวเขาสนั กาลาคีรี เร่ิมจากริมฝั่งทะเลท่ีอำ� เภอเมือง จงั หวดั สตูล ทอดเป็น แนวยาวไปทาง ทิศตะวนั ออกเฉียงใต้ตามแนวพรมแดนไทย-มาลาเซีย ผา่ นจงั หวดั สงขลา ยะลา และนราธิวาส ไปสิ้นสุดทิวเขาท่ีอำ� เภอแวง้ จงั หวดั นราธิวาส ยอดสูงที่สุดช่ือ ฮูลูติ ติปาซา สูง 1,535 เมตร 1.6.2 ที่ราบชายฝ่ังอ่าวไทย บริเวณชายฝ่ังจากจงั หวดั ชุมพรลงไปทางใตถ้ ึงจงั หวดั นราธิวาส เป็นท่ีราบท่ีมีขนาดค่อนขา้ งใหญ่ ชายฝั่งดา้ นอ่าวไทย กระแสน้ำ� ในทะเลพดั พา มา จนเกิดเป็นท่ีราบกวา้ งขวางข้ึน มีตะกอนในยคุ ควอเตอร์นารีปกคลุมพ้ืนที่โดยตลอด แสดงวา่ บริเวณส่วนน้ีเป็นพ้ืนแผน่ ดินท่ีเพ่ิงเกิดไดไ้ ม่นาน โดยแม่น้ำ� ไหลผา่ นท่ีราบดา้ น อ่าวไทย มีแม่น้ำ� ตาปี เป็ นสายยาวที่สุด แม่น้ำ� ตาปี มีตน้ น้ำ� อยูใ่ นอำ� เภอทุ่งใหญ่ จงั หวดั นครศรีธรรมราช และไหลลงทะเลที่อำ� เภอเมือง จงั หวดั สุราษฏร์ธานี มีแม่น้ำ� สายอ่ืน ๆ แม่น้ำ� ชุมพร คลองหลงั สวน คลองไชยา และคลองท่าฉาง จงั หวดั สุราษฏร์ธานี แม่น้ำ� ปากพนงั จงั หวนั ครศรีธรรมราช แม่น้ำ� ปัตตานีและแม่น้ำ� สายบุรี จงั หวดั ปัตตานี รวมท้งั แม่น้ำ� โก-ลก ซ่ึงเป็นเสน้ ก้นั เขตแดนไทย-มาเลเซียที่จงั หวดั นราธิวาส ลกั ษณะของชายฝ่ัง ดา้ นอา่ วไทยมีแนวคอ่ นขา้ งเรียบตรง ท้งั มีบริเวณน้ำ� ต้ืนกวา้ งขวาง จากการทบั ถมของตะกอน ตามบริเวณชายฝ่ัง ทำ� ใหช้ ายฝ่ังดา้ นอ่าวไทยมีสนั ทรายปรากฏอยทู่ ้งั บนหาดและในพ้นื น้ำ� นอกฝั่ง สนั ทรายนอกฝ่ังบางแห่งยน่ื ยาวจากชายฝ่ังออกไปในทะเลเป็นระยะทางไกล ๆ ซ่ึง
15 เรียกสนั ทรายชนิดน้ีวา่ สนั ดอนจะงอยมี 2 แห่ง คือ แหลมตะลมุ พกุ อำ� เภอปากพนงั จงั หวดั นครศรีธรรมราช และแหลมตาชี อำ� เภอยะหร่ิง จงั หวดั ปัตตานี แหลมตะลุมพกุ น้นั มีความ ยาวประมาณ 16 กิโลเมตร ส่วนแหลม-ตาชียาวประมาณ 15 กิโลเมตร - เกาะสมุยเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในอา่ วไทยและใหญ่เป็นอนั ดบั สองของประเทศรอง จากเกาะภูเก็ต เกาะ พงนั เกาะสมุย สองเกาะน้ีเกิดจากหินแกรนิต ทำ� ใหม้ ีหาดทรายท่ี สวยงาม 1.6.3 ที่ราบชายฝั่งทะเลอนั ดามนั เนื่องจากบริเวณชายฝั่งดา้ นตะวนั ตกของ คาบสมุทรเป็นชายฝ่ังแบบยบุ ตวั ชายฝั่งยงั มีลกั ษณะเวา้ แวง่ มาก มีอ่าวใหญ่นอ้ ย และเกาะ ต่าง ๆ มากมาย นอกชายฝ่ังออกไปพ้นื น้ำ� ลาดลึกลงอยา่ งรวดเร็ว สิ่งซ่ึงแสดงใหเ้ ห็นวา่ พ้นื แผน่ ดินชายฝั่งดา้ นน้ีมีการยบุ ตวั ที่ชดั เจนคือ บริเวณปากแม่น้ำ� สายต่าง ๆ จะมีความกวา้ ง มากกวา่ ปกติ ซ่ึงเรียกวา่ ชะวากทะเล เช่น ปากแม่น้ำ� กระบุรี ในจงั หวดั ระนอง (คณาจารย์ มหิดลวทิ ยานุสรณ์,2559, น.16-18) ภาพประกอบท่ี 7 : แผนท่ีภูมิประเทศภาคใต้ (พชั ราพร หลกั โคตร,2557)
16 2. ลกั ษณะภูมอิ ากาศของไทย ปัจจยั กำ� หนดลกั ษณะภูมิอากาศของไทยประกอบดว้ ย - ทำ� เลที่ต้งั ประเทศไทยต้งั อยรู่ ะหวา่ งเส้นศูนยส์ ูตรและเส้นทรอปิ ก ออฟ แคน เซอร์ทำ� ใหไ้ ดร้ ับแสงอาทิตยโ์ ดยตรง อุณหภูมิจึงสูง - ความสูงต่ำ� ของพ้นื ที่ ประเทศไทยโดยส่วนใหญม่ ีพ้นื ท่ีเฉลี่ยสูงกวา่ ระดบั น้ำ� ทะเล ปานกลางโดยประเทศไทย ใหร้ ะดบั น้ำ� ทะเลปานกลางอยทู่ ี่ เกาะหลกั จงั หวดั ประจวบคี รีขณั ธ์ - ความใกล-้ ไกลทะเล บริเวณไดร้ ับปริมาณน้ำ� ฝนเฉลี่ยในอตั ราสูงโดยเฉพาะ บริเวณภาคใต้ และภาคตะวนั ออกบางส่วน - การกีดขวางของเทือกเขา เทือกเขาทางตะวนั ตกซ่ึงมีลกั ษณะเป็นแนวเหนือ-ใต้ กีดขวางลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ทำ� ใหพ้ ้นื ที่ทางภาคตะวนั ตกของไทยมีลกั ษณะเป็นเขต เงาฝนประกอบดว้ ยจงั หวดั ตาก จงั หวดั กาญจนบุรี และจงั หวดั ราชบุรี - พายุ ประเทศไทยไดร้ ับอิทธิพลจากพายุ ไดแ้ ก่ พายดุ ีเปรสชน่ั พายโุ ซนร้อน และ พายไุ ตฝ้ ่ นุ ซ่ึงน้ำ� พาความชุ่มช้ืนและฝนตกชุก - ลมประจำ� ในประเทศไทย มี 2 ประเภท ไดแ้ ก่ ลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ และ ลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ ประเทศไทยมีลกั ษณะภูมิอากาศดงั ต่อไปน้ี 2.1 มรสุมเมืองร้อน (Am) อุณหภูมิของอากาศสูงตลอดปี ความชุ่มช้ืนจากฝนสลบั กบั ความแหง้ แลง้ ในรอบปี เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุม ทำ� ใหพ้ ืชพรรณธรรมชาติเป็น ป่ าไมผ้ ลดั ใบเมืองร้อน อากาศประเภทน้ีพบบริเวณภาคใต้และบางจงั หวดั ของภาคตะวนั ออก เช่น จงั หวดั จนั ทบุรี จงั หวดั ตราด เป็นตน้ 2.2 ทุ่งหญา้ เมืองร้อน (สะวนั นา) (Aw) อุณหภูมิของอากาศสูงตลอดปี อากาศค่อน ขา้ งแห้งแลง้ เพราะปริมาณฝนมีน้อยภูมิอากาศประเภทน้ีพบในภูมิภาคต่างๆ ของ ประเทศไทยเป็ นส่วนใหญ่ พืชพรรณธรรมชาติเป็ นป่ าโปร่งหรือทุ่งหญา้ สลบั ป่ าไม้ (กลุ่มสาระสงั คมศึกษาฯ,2557, น.26)
17 ใอนทิ ปธรพิ ะลเทลศมไตทา่ ยง ภาพประกอบท่ี 8 : แผนทภ่ี มู อิ ากาศของไทย(วกิ พิ เี ดยี , 2551)
18 3. ลมประเภทต่างๆ ทมี่ อี ทิ ธิพลในประเทศไทย 3.1 ลมประจำ� ฤดู ประกอบดว้ ย - ลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ พดั จากบริเวณมหาสมุทรอินเดีย พดั มาในช่วง พฤษภาคม - ตุลาคม นำ� พาความชุ่มช้ืนเขา้ บริเวณประเทศไทย และภาคใตฝ้ ่ังตะวนั ตกหรือ ฝั่งอนั ดามนั - ลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ พดั จากประเทศจีน พดั ช่วงเดือนพฤศจิกายน - เมษายน นำ� พาความแหง้ แลง้ และหนาวเยน็ มาสู่ประเทศไทยยกเวน้ ภาคใตฝ้ ่ังตะวนั ออก หรือฝ่ังอ่าวไทยที่จะมีฝนตกชุก ภาพประกอบที่ 9 : แผนท่ีพายหุ มุนเขตร้อน (กรมอุตุนิยมวทิ ยา,2551)
19 3.2 พายหุ มุนเขตร้อนในประเทศไทย เกิดในช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม พายชุ นิด น้ีพดั มาจากทะเลจีนใตจ้ ะนำ� ฝนมาตกหนกั ในประเทศไทยทำ� ใหป้ ริมาณน้ำ� ฝนแตล่ ะปี มาก นอ้ ยต่างกนั ภาพประกอบที่ 10 : แผนที่พายหุ มุนเขตร้อน (กรมอุตุนิยมวทิ ยา,2551)
20 3.3 ร่องความกดอากาศต่ำ� หรือร่องมรสุมน้ีมีช่ือเรียกในภาษาองั กฤษหลายช่ือดว้ ย กนั เช่น Intertropical Convergence Zone, Equatorial Trough หรือ Monsoon Trough เป็นตน้ เป็นโซนหรือแนวแคบๆ ที่ลมเทรดหรือลมสินคา้ ในเขตร้อนของท้งั 2 ซีกโลกมาบรรจบกนั คือ ลมสินคา้ ตะวนั ออกเฉียงเหนือของซีกโลกเหนือกบั ลมสินคา้ ตะวนั ออกเฉียงใตข้ องซีก โลกใต้โดยปกติร่องความกดอากาศต่ำ� จะพาดผา่ นประเทศไทย ต้งั แต่ เดือนเมษายน ถึง เดือน ธนั วาคม แต่จะส่งผลใหเ้ กิดฝนตกชุก ต้งั แต่ช่วงพฤษภาคม เป็นตน้ ไป ซ่ึงเป็นช่วงท่ีเคล่ือนมาถึงตอนกลางของประเทศ และเมื่อถึงเดือนมิถุนายนกไ็ ปพาดแถวตอนเหนือ ของประเทศไทย แลว้ หายไปอยทู่ างตอน เหนือสุดของเวยี ดนามและทางใตข้ องจีนพกั หน่ึงประมาณเดือนกรกฎาคมก่อนจะเร่ิมเคล่ือน กลบั เขา้ สู่ประเทศไทยอีกคร้ังในระหวา่ งเดือน สิงหาคม ถึง เดือนธนั วาคม ไล่ลงจากเหนือ มาใต้ ตามลำ� ดบั (กลุ่มสาระสงั คมศึกษาฯ , 2557, น. 25-28)
21 ภาพประกอบที่ 11 : แผนท่ีลมประจำ� ฤดู (กรมอุตุนิยมวทิ ยา,2551)
22 สรุปฤดูกาลในแต่ละภาคของไทย ภาคเหนือ มีภูมิอากาศแบบร้อนช้ืรสลบั แลง้ หรือทุง้ หญา้ เมืองร้อน(Aw) อุณหภูมิ ระหวา่ งฤดูร้อนและฤดูหนาวมีความแตกต่างกนั มาก ท้งั น้ีเพราะไกลทะเล ในฤดูหนาวมี อากาศเยน็ เพราะไดร้ ับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือและเป็นเขตที่สูง ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิระหวา่ งฤดูร้อนและฤดูหนาวมีความแตกต่าง กนั มาก อุณหภูมิในฤดูหนาวค่อนขา้ งต่ำ� มาก เพราะอยหู่ ่างทะเลและมีทิวเขาก้นั กำ� บงั ลม ที่พดั จากอ่าวไทยข้ึนไปทางเหนือ ฝนที่ตกในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่เกิดจาก พายดุ ีเปรสชนั่ ท่ีเคล่ือนตวั มาทางตะวนั ออก ดงั น้นั จงั หวดั ท่ีต้งั อยทู่ างตะวนั ออกของภาค จึงมีฝนตกมากกวา่ ท่ีต้งั อยฝู่ ่ังตะวนั ตก ภาคกลาง ตอนบนมีปริมาณน่้ำ� ฝนนอ้ ยกวา่ ภาคกลางตอนล่าง เพราะภาคกลางตอน ล่างติดทะเลและไดร้ ับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ ภาคตะวนั ตก เป็นเขตเงาฝนที่สำ� คญั ของประเทศและปริมาณฝนตกท่ีตกท้งั ปี มีนอ้ ย กวา่ ภาคอ่ืนๆของประเทศท้งั หมด ท้งั น้ีเนื่องจากมีทิวเขาถนนธงชยั และทิวเขาตะนาวศรี ต้งั กำ� บงั ลมท่ีพดั จากอ่าวเบงกอล และจากทะเลอนั ดามนั ท่ีเขา้ มาในภาคน้ี ภาคตะวนั ตกจึง เป็นเขตที่เรียกวา่ พ้ืนที่อบั ฝน ภาคตะวนั ออก ภาคตะวนั ออกตอนล่างมีปริมาณมากกวา่ ภาคตะวนั ออกตอนบน เพราะไดร้ ับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใตม้ ากกวา่ และติดทะเล จึงมีอากาศใกล้ เคยี งกบั ภาคใตท้ างดา้ นตะวนั ตกของภาคในเขตจงั หวดั ชลบรุ ี ฉะเชิงเทรา ระยอง ปราจีนบรุ ี สระแกว้ มีภูมิอากาศแบบทุ่งหญา้ สะวนั นา ส่วนทางดา้ นตะวนั ออกของภาคในเจตจงั หวดั จนั ทบุรี ตราด มีภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน เหมือนภาคใต้ ภาคใต้ มีปริมาณฝนมากเน่ืองจากลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ และพายหุ มุน อุณหภูมิระหวา่ งฤดูร้อนและฤดูหนาว มีความแตกต่างกนั นอ้ ยมาก เพราะไดร้ ับอิทธิพล ความช้ืนจากทะเลที่ขนาบท้งั สองฝั่ง (กนก จนั ทรา , 2559, น. 212)
23 แผนที่ภูมิอากาศของไทย ภาพประกอบที่ 12 : ภูมิลกั ษณะและภูมิอากาศ (วกิ ิพเี ดีย,2551)
24 ประเทศไทย ต้งั อยใู่ นภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ แบง่ ภาคทางภมู ศิ าสตรอ์ อกเป็น 6 ภาค โดยแตล่ ะภาคมคี วามแตกตา่ งกนั ท้งั เทอื กเขาสงู ทางภาคเหนอื ตะวนั ตกและยาวตอ่ เนอื่ ง มายงั ภาคใต้ ทรี่ าบสงู ทางภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื และทรี่ าบภาคกลาง ภาาคตะวนั ออก ทำ� ให้ ประเทศไทยมคี วามอดุ มสมบรู ณ์ และมภี มู อิ ากาศ 2 แบบคอื ภมู อิ ากาศแบบมรสุมเมอื งรอ้ นซ่ึงมี ฤดฝู นยาวนานสลบั กบั ฤดแู ลง้ ส้นั ส่วนภมู อิ ากาศทงุ่ หญา้ เมอื งรอ้ นจะปรากฎ 3 ฤดคู อื ฤดรู อ้ น ฤดฝู นและฤดหู นาว
25 แบบฝึกหดั ท่ี 11.1 ช่ือ-สกลุ .............................................................................ช้นั ................เลขท่ี................. คำ� ช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนโยงเสน้ เชื่อมความสมั พนั ธ์ดงั ต่อไปน้ี (10 คะแนน) 1. จงั หวดั น่าน ภาคเหนือ 2. จงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ์ 3.จงั หวดั ตราด ภาคตะวนั ออก 4. จงั หวดั ระนอง 5. จงั หวดั สิงห์บุรี ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 6. จงั หวดั นครพนม 7. จงั หวดั ราชบุรี ภาคใต้ 8. จงั หวดั บึงกาฬ ภาคตะวนั ตก ภาคกลาง 9. จงั หวดั นครนายก 10. จงั หวดั ปัตตานี
26 แบบฝึกหดั ท่ี 11.2 ช่ือ-สกลุ .............................................................................ช้นั ................เลขท่ี................. คำ� ช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนอ่านแผนท่ีและบอกช่ือภูเขาดงั ต่อไปน้ี (15 คะแนน)
27 หมายเลข 1 ภเู ขา........................... หมายเลข 2 ภเู ขา.......................... หมายเลข 3 ภเู ขา........................... หมายเลข 4 ภเู ขา.......................... หมายเลข 5 ภเู ขา........................... หมายเลข 7 ภเู ขา.......................... หมายเลข 8 ภเู ขา........................... หมายเลข 9 ภเู ขา.......................... หมายเลข 10 ภเู ขา........................... หมายเลข 11 ภเู ขา.......................... หมายเลข 12 ภเู ขา........................... หมายเลข 13 ภเู ขา.......................... หมายเลข 14 ภเู ขา........................... หมายเลข 15 ภเู ขา.......................... หมายเลข 16 ภเู ขา...........................
28 แบบฝึกหดั ที่ 11.3 ชื่อ-สกลุ .............................................................................ช้นั ................เลขท่ี................. คำ� ช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนตอบคำ� ถามดงั ต่อไปน้ี (5 คะแนน) ภาพประกอบที่ 14 : ภาพลกั ษณะภูมิลกั ษณ์และพายหุ มุนเขตร้อน จากภาพเพราะเหตุใดภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือไดร้ ับปริมาณน้ำ� ฝนจากพายหุ มุนเขตร้อน ในปริมาณมากแต่ยงั ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ� ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................
29 แบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง ภมู ศิ าสตร์ประเทศไทย รายวชิ า สงั คมศกึ ษาฯ ส 32101 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 จำ� นวน 10 ขอ้ 10 คะแนน คำ� ช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเลือกคำ� ตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งคำ� ตอบเดียวโดยทำ� เครื่องหมาย กากบาท (X) ลงในกระดาษคำ� ตอบ 1.ใหน้ กั เรียนเรียงลำ� ดบั ความยาวแม่น้ำ� สายสำ� คญั ในภาคเหนือใหถ้ ูกตอ้ ง A แม่น้ำ� ปิ ง B แม่น้ำ� วงั C แม่น้ำ� ยม D แม่น้ำ� น่าน 1. A,B,C,D 2 . D,A,C,B 3. B,C,D,A 4. C,D,A,B 2. ขอ้ ใดอธิบายความหมายของวชิ าภูมิศาสตร์ไดถ้ ูกตอ้ งท่ีสุด 1. ศาสตร์วา่ ดว้ ยการจดั การพ้ืนที่และส่ิงแวดลอ้ ม 2. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ บั ธรรมชาติ 3. การศึกษาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ บั เศรษฐกิจ 4. สิ่งท่ีแสดงลกั ษณะของผวิ โลกที่มีอยตู่ ามธรรมชาติ 3.4. เพราะเหตุใดภาคตะวนั ออกและภาคใตม้ กั ประสบปัญหาอุทกภยั นอ้ ยกวา่ ภาคอ่ืน 1. ไดร้ ับอิทธิพลของพายหุ มุนเขตร้อนนอ้ ย 2. พ้นื ท่ีต้งั อยหู่ ลงั เขาเป็นเขตเงาฝนฝนตกนอ้ ย 3. ภูมิประเทศเป็นท่ีสูง ภูเขา ใกลท้ ะเล ระบายน้ำ� ไดด้ ี 4. มีการสร้างเขื่อนเกบ็ น้ำ� ช่วยป้องกนั น้ำ� ท่วมไดด้ ี 4. แนวเทือกเขาใดไม่ปรากฏในบริเวณรอยต่อภาคอีสาน – ภาคกลางหรือภาคตะวนั ออก ของไทย 1. เทือกเขาเพชรบูรณ์ 2. เทือกเขาดงพญาเยน็ 3. เทือกเขาพนมดงรัก 4. เทือกเขาสนั กำ� แพง 5. ภูมิภาคใดของประเทศไทยเป็นพ้ืนที่เส่ียงต่อการเกิดแผน่ ดินไหวนอ้ ยที่สุด 1. ภาคเหนือ ภาคตะวนั ตก ภาคใต้ 2. ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวนั ออก 3. ภาคใต้ ภาคตะวนั ออก และกน้ อ่าวไทย 4. รอบอ่าวไทย และภาคใตฝ้ ่ังตะวนั ออกจนถึงปัตตานี
30 6. ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ ง 1. ภาคเหนือ : ภูเขาสลบั กบั ท่ีราบระหวา่ งหุบเขา 2. ภาคอีสาน : ที่ราบสูงโครงสร้างธรณีเป็นหินทราย 3. ภาคตะวนั ออก : ท่ีราบลูกฟูกและท่ีราบชายฝั่งทะเล 4. ภาคตะวนั ตก : ที่ราบลูกฟูกและที่ราบลุ่มแม่น้ำ� 7. ถา้ จะศึกษาและสำ� รวจภูมิประเทศเนินเขาหินทราย ควรเลือกพ้ืนที่ใด 1. ทิวเขาภูพาน 2. ทิวเขาถนนธงชยั 3. ทิวเขาตะนาวศรี 4. ทิวเขาสนั กาลาคีรี 8. ขอ้ ใด ไม่ ถูกตอ้ ง สำ� หรับลกั ษณะภูมิประเทศของประเทศไทย 1. ภาคใตม้ ีเขตภูมิลกั ษณ์เป็นภูเขาและท่ีราบชายฝั่ง 2. ภาคตะวนั ออกมีภูมิลกั ษณ์เป็นภูเขาและท่ีราบลูกคลื่น 3. ภาคตะวนั ตกมีเขตภูมิลกั ษณ์เป็นภูเขาและท่ีราบลูกคล่ืน 4. ภาคเหนือมีเขตภูมิลกั ษณ์เป็นทิวเขาและที่ราบระหวา่ งภูเขา 9. ขอ้ ใดกล่าวถึงภูมิลกั ษณ์ของต่างๆของประเทศไทยไดถ้ ูกตอ้ ง 1. ภาคกลาง – ไม่มีภูเขา 2. ภาคเหนือ – เป็นท่ีราบสูง 3. ภาคตะวนั ตก – มีแนวเทือกเขาต่อจากภาคตะวนั ออก 4. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ – มีแม่น้ำ� ยาวท่ีสุดในประเทศไหลผา่ น 10. เพราะเหตุใดพายโุ ซนร้อนและพายไุ ตฝ้ ่ นุ มีโอกาสเกิดในประเทศไทยนอ้ ย 1.ประเทศไทยไม่มีร่องมรสุม 2.ที่ต้งั ของประเทศไทยห่างไกลจากทะเล 3.ถูกลอ้ มรอบดว้ ยแผน่ ดินจากประเทศต่าง ๆ 4.ทะเลในประเทศไทยมีขนาดเลก็ จึงไม่สามารถก่อตวั เป็นพายไุ ด้
31 กระดาษคำ� ตอบหลงั เรียน เล่มที่ 11 เร่ือง ภูมิศาสตร์ประเทศไทย ช่ือ-สกลุ .............................................................................ช้นั ................เลขท่ี................. คำ� ช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเลือกคำ� ตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพียงคำ� ตอบเดียว โดยเขียนเครื่องหมาย กากบาท X ลงในช่องวา่ งที่ถูกตอ้ ง ขอ้ ท่ี 1 2 3 4 คะแนนเตม็ ........................... คะแนนทไี่ ด ้ ........................... 1 ผลการประเมนิ ........... ดมี าก 2 ........... ดี 3 ........... พอใช้ 4 ........... ควรปรบั ปรุง 5 6 7 8 ลงช่ือ.................................ผปู้ ระเมนิ 9 (.............................................................) 10 สรุปคะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนระหวา่ ง 8- 10 อยใู่ นเกณฑด์ มี าก คะแนนระหวา่ ง 6-7 อยใู่ นเกณฑด์ ี คะแนนระหวา่ ง 4-5 อยใู่ นเกณฑพ์ อใช้ คะแนนระหวา่ ง 0-3 อยใู่ นเกณฑค์ วรปรบั ปรุง
32 แบบบนั ทกึ คะแนน ช่ือ-สกลุ .............................................................................ช้นั ................เลขท่ี................. แบบทดสอบ/แบบฝึ กหัด คะแนนเตม็ คะแนนทไ่ี ด้ หมายเหตุ แบบทดสอบก่อนเรียน 10 เล่มท่ี 11 10 แบบฝึกหดั ท่ี 11.1 15 แบบฝึกหดั ท่ี 11.2 5 แบบฝึกหดั ท่ี 11.3 30 รวมแบบฝึ กหดั 10 แบบทดสอบหลงั เรียน 40 รวมแบบฝกึ หัด + แบบทดสอบหลังเรยี น ลงชื่อ.............................................................ผ้ลู งคะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ 36-40 อยใู่ นระดบั ดมี าก คะแนนระหวา่ ง 31-35 อยใู่ นระดบั ดี คะแนนระหวา่ ง 26-30 อยใู่ นระดบั ปานกลาง คะแนนระหวา่ ง 21-25 อยใู่ นระดบั พอใช้ คะแนนระหวา่ ง 0 -20 อยใู่ นระดบั ควรปรบั ปรุง คะแนนระหวา่ ง
33
34 ภาคผนวก
35 ประกอบดว้ ย เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เฉลยแบบฝึกหดั ที่ 11.1 เฉลยแบบฝึกหดั ที่ 11.2 เฉลยแบบฝึกหดั ที่ 11.3 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
Search