ก คำ�น�ำ เอกสารประกอบการเรียนท่ีท่านกำ� ลงั ศึกษาอยนู่ ้ีเป็ นเล่มท่ี 2 เรื่องกระบวนการ เปล่ียนแปลงของเปลือกโลกส�ำหรับนักเรียนโรงเรียนบุญวาทยว์ ิทยาลยั อำ� เภอเมือง จงั หวดั ลำ� ปาง โดยมีเป้าหมายเพ่ือใหน้ กั เรียนไดเ้ รียนรู้ กระบวนการเปลี่ยนแปลงของ เปลือกโลกอนั นำ� ไปสู่ภูมิประเทศในรูปแบบต่างๆ อนั เกิดจากกระบวนการภายในโลก ภายนอกพ้นื ผวิ โลกและภายนอกโลกอนั นำ� ไปสู่การเกิดภูมิประเทศบริเวณพ้ืนผวิ โลก โดยผจู้ ดั ทำ� หวงั วา่ จะช่วยพฒั นาการเรียนรู้ของนกั เรียนใหม้ ีประสิทธิภาพสอดคลอ้ ง กบั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 และหลกั สูตรภูมิศาสตร์โอลิมปิ ก ของ มูลนิธิส่งเสริ มโอลิมปิ กวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถมั ภส์ มเด็จพระเจา้ พี่นางเธอ เจา้ ฟ้ากลั ยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร์ ช่วยส่งเสริมการเรียนการสอนของครูใหส้ มั ฤทธ์ิผลมากยงิ่ ข้นึ สอดคลอ้ ง กบั ปรัชญาการเรียนรู้ที่ใหน้ กั เรียนสามารถเรียนรู้ไดต้ ลอดชีวิต และเพ่ิมประสิทธิภาพ ของนกั เรียนใหม้ ีศกั ยภาพในระดบั ชาติและระดบั นานาชาติสืบไป นายพิภพภทั ร์ มดั ฉิมา ตำ� แหน่งครู วทิ ยฐานะ ชำ� นาญการ โรงเรียนบุญวาทยว์ ทิ ยาลยั อำ� เภอเมือง จงั หวดั ลำ� ปาง
ข สารบญั เรื่อง หนา้ คำ� นำ� ก สารบญั ข สารบญั ภาพ ค-ง คำ� แนะนำ� สำ� หรบั ครู จ คำ� แนะนำ� สำ� หรบั นกั เรียน ฉ โครงสรา้ งเอกสารประกอบการเรียน ช คำ� ช้ีแจงการใชเ้ อกสารประกอบการเรียน ซ แผนผงั แสดงข้นั ตอนการเรียนโดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียน ฌ แบบทดสอบกอ่ นเรียน ฎ เลม่ ท่ี 2 เร่ืองกระบวนการเปลยี่ นแปลงทางธรณีภาค 1 กระบวนการเปลยี่ นแปลงภายใน 2 กระบวนการเปลย่ี นแปลงภายนอก 15 กระบวนการเปลยี่ นแปลงภายนอกโลก 23 แบบฝึกหดั ท่ี 2.1 24 แบบฝึกหดั ท่ี 2.2 25 แบบฝึกหดั ท่ี 2.3 30 แบบทดสอบหลงั เรียน 31 แบบบนั ทกึ คะแนน 34 ภาคผนวก 36 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน 38 เฉลยแบบฝึกหดั ที่ 2.1 39 เฉลยแบบฝึกหดั ที่ 2.2 40 เฉลยแบบฝึกหดั ท่ี 2.3 40 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน 41 บรรณานกุ รม 42 ประวตั ผิ เู้ขยี น 45
ค สารบญั ภาพ ภาพ หนา้ ภาพท่ี 1 รูปแบบรอยเลอ่ื นปกติ 2 ภาพที่ 2 รูปแบบรอยเลอื่ นยอ้ น 3 ภาพที่ 3 รูปแบบรอยเลอื่ นแนวระดบั 3 ภาพที่ 4 รูปแบบรอยเลอื่ น 4 ภาพท่ี 5 รูปแบบรอยคดโคง้ 5 ภาพท่ี 6 เครื่องตรวจวดั ทศิ ทางแผน่ ดนิ ไหวของจนี 7 ภาพท่ี 7 ผลกระทบสึนามใิ นญปี่ ่นุ 9 ภาพที่ 8 ตวั อยา่ งภเู ขาไฟสงบ 10 ภาพท่ี 9 ภเู ขาไฟมพี ลงั 10 ภาพที่ 10 แนวรอยเลอ่ื นภเู ขาไฟโลก 11 ภาพท่ี 11 โครงสรา้ งภเู ขาไฟ 12 ภาพท่ี 12 เครเตอรเ์ ลค รฐั โอลกิ อน 14 ภาพท่ี 13 การเปลย่ี นแปลงโดยอณุ หภมู ิ 15 ภาพท่ี 14 ตวั อยา่ งการเปลย่ี นแปลงโดยอณุ หภมู ิ 15 ภาพที่ 15 กระบวนการผพุ งั โดยพชื 16 ภาพที่ 16 ตวั อยา่ งการเปลย่ี นแปลงโดยพชื 16 ภาพที่ 17 กระบวนการผพุ งั โดยคาร์บอนไดออกไซด ์ 17 ภาพที่ 18 ตวั อยา่ งการเปลย่ี นแปลงโดยคาร์บอนไดออกไซด ์ 17 ภาพท่ี 19 กระบวนการผพุ งั โดยน้ำ� 18 ภาพท่ี 20 ตวั อยา่ งการเปลย่ี นแปลงโดยน้ำ� 18 ภาพที่ 21 กระบวนการผพุ งั โดยออกซิเจน 19 ภาพท่ี 22 ตวั อยา่ งการเปลย่ี นแปลงโดยออกซิเจน 19 ภาพที่ 23 กระบวนการกร่อนตวั โดยน้ำ� 20 ภาพท่ี 24 ตวั อยา่ งการเปลยี่ นแปลงโดยน้ำ� 20 ภาพท่ี 25 กระบวนการพดั พาโดยน้ำ� และลม 22
ง สารบญั ภาพ ภาพ หนา้ ภาพท่ี 26 หลมุ อกุ กาบาตแบรร์ ิงเจอร์ (Barringer Crater) 23 ภาพที่ 27 แบบฝึกหดั 1 25 ภาพที่ 28 แบบฝึกหดั 2 25 ภาพท่ี 29 แบบฝึกหดั 3 26 ภาพท่ี 30 แบบฝึกหดั 4 26 ภาพท่ี 31 แบบฝึกหดั 5 27 ภาพที่ 32 แบบฝึกหดั 6 27 ภาพที่ 33 แบบฝึกหดั 7 28 ภาพที่ 34 แบบฝึกหดั 8 28 ภาพท่ี 35 แบบฝึกหดั 9 29 ภาพท่ี 36 แบบฝึกหดั 10 29 ภาพที่ 37 แบบฝึกหดั 30
จ ค�ำแนะน�ำส�ำหรับครู การใชเ้ อกสารประกอบการเรียน เร่ือง บา้ นของฉนั โลกของเรา รายวชิ าสงั คมศึกษา สำ� หรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 5 เอกสารประกอบการเรียนเล่มท่ี 2 เร่ืองกระบวนการ เปลยี่ นแปลงของเปลอื กโลกใชป้ ระกอบแผนจดั การเรียนรู้ที่ 2 เวลาเรียนจำ� นวน 1 ชวั่ โมง มีจุดมุ่งหมายเพ่ือใหก้ ารดำ� เนินกิจกรรมการเรียนไดบ้ รรลุตามมาตรฐาน ตวั ช้ีวดั และจุดมุ่งหมายของการเรียนและมีประสิทธิภาพ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เพื่อให้นกั เรียนไดศ้ ึกษาและทำ� กิจกรรม เพ่ือตรวจสอบความกา้ วหนา้ ของนกั เรียนโดย ผสู้ อนควรเตรียมความพร้อมและปฏิบตั ิตามคำ� แนะนำ� ดงั ต่อไปน้ี 1. ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกบั แผนจดั การเรียนรู้ เน้ือหาที่สอน เอกสารประกอบ การเรียน และคำ� ช้ีแจงต่างๆ ใหเ้ ขา้ ใจก่อนดำ� เนินกิจกรรมการเรียนรู้ 2. เตรียมเอกสารประกอบการเรียนใหพ้ ร้อมและครบจำ� นวนนกั เรียนในช้นั เรียน 3. ก่อนจดั กิจกรรมการเรียนรู้ครูควรช้ีแจงให้นกั เรียนเขา้ ใจบทบาทของตนเอง แนะนำ� ข้นั ตอนการใชเ้ อกสารประกอบการเรียนแนวปฏิบตั ิในระหวา่ งการดำ� เนินกิจกรรม การเรียนรู้แลว้ จึงใหท้ ำ� แบบทดสอบก่อนเรียน 4. ขณะท่ีนกั เรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียนครูคอยใหค้ วามช่วยเหลือ แนะนำ� กระตุน้ ให้ศึกษาเอกสารประกอบการเรียนอย่างกระตือรือร้นและตอบขอ้ สงสัยต่าง ๆ ระหวา่ งเรียน พร้อมท้งั สงั เกต และประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของนกั เรียน 5. เม่ือนกั เรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียนครบถว้ นใหน้ กั เรียนทำ� แบบทดสอบ หลงั เรียนแลว้ นำ� ผลการทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียนแจง้ ใหน้ กั เรียนทราบความกา้ วหนา้ ทางการเรียน พร้อมท้งั เฉลยและอธิบายสรุปความรู้ 6. การวดั และประเมินผลประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ และประเมินผลการทำ� แบบฝึกหดั 7. เมื่อสิ้นสุดการปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนร่วมตรวจสอบและ เกบ็ เอกสารประกอบการเรียนใหเ้ รียบร้อยเพ่ือสะดวกในการนำ� ไปใชค้ ร้ังต่อไป
ฉ ค�ำแนะน�ำส�ำหรับนกั เรียน เอกสารประกอบการเรียนฉบบั น้่ีประกอบดว้ ยคำ� แนะนำ� ส�ำหรับครู,คำ� แนะนำ� สำ� หรับนกั เรียน,โครงสร้างเอกสารประกอบการเรียน,คำ� ช้ีแจงในการศึกษา,แผนผงั ของ เอกสารประกอบการเรียน,แบบทดสอบก่อนเรียน,เน้ือหา, แบบฝึกหดั และแบบทดสอบ หลงั เรียนใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิตามคำ� แนะนำ� ดงั ต่อไปน้ี ค�ำแนะน�ำส�ำหรับหัวหน้ากล่มุ 1. เป็นผนู้ ำ� ในการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยนำ� เอกสารประกอบการเรียนใหส้ มาชิกทุก คนปฏิบตั ิตามคำ� แนะนำ� ใหเ้ ป็นไปตามข้นั ตอน 2. ควบคุมดูแลการทำ� งานของสมาชิกใหเ้ รียบร้อยไม่ส่งเสียงดงั รบกวนกลุ่มอ่ืน 3. ติดต่อประสานงานกบั ครูผสู้ อนเม่ือพบปัญหาภายในกลุ่ม 4. เป็นผเู้ ฉลยกิจกรรมและตรวจคำ� ตอบ ค�ำแนะน�ำส�ำหรับเลขานุการกล่มุ 1. เป็นผชู้ ่วยหวั หนา้ กลุ่มในการดำ� เนินกิจกรรม 2. เป็นผดู้ ำ� เนินการแทนหวั หนา้ กลุ่มหากหวั หนา้ กลุ่มมีภาระกิจอื่น ค�ำแนะน�ำส�ำหรับสมาชิก 1. อ่านคำ� ช้ีแจง คำ� แนะนำ� การใชเ้ อกสารประกอบการเรียน ข้นั ตอนการเรียนโดย ใชเ้ อกสารประกอบการเรียนใหเ้ ขา้ ใจก่อนลงมือศึกษาเอกสารประกอบการเรียน 2. ศึกษาขอ้ มลู พน้ื ฐานประกอบดว้ ยมาตรฐานการเรียนรู,้ ตวั ช้วี ดั จดุ ประสงคก์ ารเรียน รู้ สาระการเรียนรู้ และสาระสำ� คญั 3. ทำ� แบบทดสอบก่อนเรียนท่ีกำ� หนดไว้ จำ� นวน 10 ขอ้ เพือ่ ตรวจสอบความรู้พ้นื ฐาน 4. ศึกษาส่วนเน้ือหาไวต้ ามลำ� ดบั ท่ีกำ� หนดไวใ้ นเอกสารประกอบการเรียน 5. เมื่อศึกษาเอกสารประกอบการเรียนเสร็จเรียบร้อยแลว้ ใหท้ ำ� แบบฝึ กหดั แลว้ ตรวจสอบคำ� ตอบไดจ้ ากเฉลยทา้ ยภาคผนวก 6. ทำ� แบบทดสอบหลงั เรียนจำ� นวน 10 ขอ้ 7. ตรวจคำ� ตอบจากเฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนในทา้ ยภาคผนวก พร้อมบนั ทึก ผลคะแนนลงแบบบนั ทึกคะแนนเพ่ือตรวจสอบความกา้ วหนา้ ทางการเรียน หากไม่ผา่ น เกณฑท์ ี่กำ� หนดใหท้ บทวนเน้ือหาแลว้ ใหท้ ำ� แบบทดสอบหลงั เรียนอีกคร้ังหากผา่ นเกณฑ์ การประเมินใหศ้ ึกษาเอกสารประกอบการเรียน เล่มท่ี 2 สณั ฐานและภูมิประเทศ 8. หากมีขอ้ สงสยั ใหข้ อคำ� อธิบายหรือถามครูผสู้ อนเพอื่ ร่วมกนั สรุปขอ้ สงสยั น้นั ๆ 9. เพ่ือใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุดนกั เรียนตอ้ งมีความซ่ือสตั ยต์ ่อตนเองไม่เปิ ดดูเฉลย จนกวา่ นกั เรียนจะศึกษาเอกสารประกอบการเรียนและทำ� กิจกรรมเสร็จเพอ่ื ตรวจสอบความ กา้ วหนา้ ทางการเรียน
ช โครงสร้างของเอกสารประกอบการเรียน มปท ป ขม าอัาจราจตะจงงารสยสัภกฐทิทกูรมาาารตตมธินศงรพิววาภัั ภกากตชชาสรสูมาร้้พีีวว่ิะรงิศฐตดดัั ทเซ าารร ททำ่ึส น�งีย์ ขใ่ี่ี มตสกน สอน ี ผรารง 5กร ์ใ้5ลธู .ส เน1.าร รต1 าีรร ปยม่อ รม มนคร กะ 4ชะ ้รนท นั-4าู ้ทเ6 ตทห-่ี 5/6ี่ แสิแ3 ศา/ ภล4 ลไวว 5 ะูมทะิ เ.ิ เ1 คกคิศก กย ารเ าารแนขั ราส รลา กา้ะใ เตใ ะระปหน จ ระทห ล์กรล ์ท ว์ี่ยะ ากัำ �ปีนรส บขษ เ ตแอป รบณ ่าปุ งปล ขงะ มล ี่ยๆแอข น งน อลง ทษุ แธง ะยา ปโร งใ ์ซล รลธช ่ กึงมงร ้ขส ทข รช ่้งอ มอาา ผง มงชต ลก พ ูิา ลก า ต ้ืน ยภรใ ิท ภะทชู ม ่ีเทา ่ีกแ้ิ ซสพบ ิดผ ่ึง า ก ขนแไ รา ้ึนดล ทรส ะรกบ้ ่ีแน ับคา นล รว เอ โดะท าิท ลำเม �ศค เธก นส อริพ เิน มปั่ือ ยล ็ชพน ่งา จวี มนงผั าต ิ ืมกลอธ ี ์ จ ุดประสเด ดด ม งาาา้้้---่ือคนนน ใอนก์กคทคชธรกัาุณวแก้ิับระเาผษรลเาตมรียนยะกัือีรยนกทษู้รนรปืี่เอณพระฏรู้บะอื่ ้นิบอวรใตันันะนิกบพกกิจุตาึงการปำ�รรเแทปรรหะมำล� นสง่ียตา่งงนานคกมแา์เปอรลเกคงสลภาื่อารนยปใทรนี่ขะกอภองายเบปนกลอาือรกกเแรโลียละนกภนใา้นีแยลรนูปว้ อนแกบกั โเบลรีกตยนไ่างดสๆ้ าไมดา้รถ ส มรรถน ะ231ผ... ้คคทูเรววกัียาาษนมมะสสกาาามมราาใรรชถถช้ ใใีวนนติ กกาารรคสิด่ือสาร ค ุณ ล กั ษ ณ 123ะ...อ ม ในัคฝีววพ่ เนิ รางึีมยยั ปนใมรนรุ่งะูก้ มส านั่ งรใคทน์ ำ� กงาานรทำ� งาน สาระกากรรเระียบนวรนู้ การเปล่ียนแปลงภายใน ภายนอกและภายนอกโลกได้ เกกโ กสชาารลา่นรรระกเพะบกปใสงุ่าวลน�ชรนำ่ียกคผนรนกรูญัพุปขะาแงรัอบแปแกงวบลปอานงบรุตรขกกสกตอาราณั่ราง่อบเเงฐปปนาๆาตลลตนือี่ยวัเทปนกแเ็ป�ำโนผแ็ใลนน่ปตหกตนดล้ ป้นเิ้นงกรทแไิะดาลหกงละวอธักกรบเปษาณด็รนณวี้ภเปตยาะน้ลคกภี่ยากูเนมรกาเิแปิรดปปเจลรปลาี่ยะลกงนเี่ยกขทแนรอปศแะงลทปบเปง่ีลวแขลนงตอือขกงกกอาเโตปงรล่เเลาปคกงือลลภกก่ือือาัโนยนกลนอโทกลออ่ีขภกกกอาภโยงไลใาเปปยนกนลเเชชซืออ่่นน่ึกกง
ซ ค�ำชีแ้ จงการใช้เอกสารประกอบการเรียน 1. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง “บา้ นของฉนั โลกของเรา” เลม่ ท่ี 2 เรื่อง กระบวนการ หกเปาวัลรขยี่เรอ้นียสแนอปทดลี่เคนงลขน้ อ้อใงงหกเปน้บั ลกัแอืเผรกีนยโนจลไดักดกใศช้ารกึเ้ วเษรลียาานแเรลรียใู้ะนนทแำ1� ตกล่ชิจะวกั่ โแรมผรงนมจทมดัา้วี กยตั เาถนรปุ้ือเรรหียะนาสนรงู้แ้นั คลเ์ พะซย่อื่ึงงใัมใชีเชนเ้ ปเ้ ป้ือ็น็หนเอสาอกื่อยสปา่ ารงระลปกะรอเอะบกยี กอดาบมรี จดั กระบวนการเรียนรู้ เอกสารประกอบการเรียนรูเ้ ลม่ น้ปี ระกอบดว้ ยเน้อื หาโครงสรา้ งของโลก มเี วลาเรีย2น. ส1่วนชวป่ั โรมะงกอบของเอกสารประกอบการเรียน ประกอบดว้ ย 2.1 ส่วนนำ� ของเอกสารประกอบการเรียน คำ� นำ� สารบญั คำ� แนะนำ� สำ� หรับ ครู คำ� แนะนำ� สำ� หรับนกั เรียนมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สมรรถนะ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ สาระสำ� คญั และแบบทดสอบก่อนเรียน 2.2 ขอ้ มูลพ้ืนฐาน ประกอบดว้ ยมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั และจุด ป ระสงค ก์ ารเรีย2น.3รู้ทแบ้งั ดบา้ทนดคสวอามบรกู้ ่อทนกั เษรีะยนและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2.4 ส่วนเน้ือหา 2.5 แบบฝึกหดั ประจำ� บท 2.6 แบบทดสอบหลงั เรียน 2.7 เกณฑก์ ารประเมิน 2.8 ภาคผนวก ประกอบดว้ ยเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เฉลยแบบทดสอบ หลงั เรียน และเฉลยแบบฝึ กหดั 2.9 บรรณานุกรม 3. ผใู้ ชเ้ อกสารประกอบการเรียนรู้น้ีควรศึกษาคำ� แนะนำ� ในการใชเ้ อกสารประกอบ การเรียนก่อนใชอ้ ยา่ งละเอียด
ฌ
ฏ แบบทดสอบกอ่ นเรียน เรื่อง กระบวนการเปลยี่ นแปลงของเปลอื กโลก รายวชิ า สงั คมศกึ ษาฯ ส 32101 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 จำ� นวน 10 ขอ้ คะแนนเตม็ 10 คะแนน คำ� ช้ีแจง ให้นกั เรียนเลือกคำ� ตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคำ� ตอบเดียวโดยทำ� เคร่ืองหมาย กากบาท (x) ลงในกระดาษคำ� ตอบ 1. รอยเล่ือนประเภทใดทำ� ใหเ้ กิดภูมิประเทศท่ีเสี่ยงต่อการเกิดแผน่ ดินถล่มมากท่ีสุด 1. รอยเลื่อนปกติ 2. รอยเล่ือนยอ้ น 3. รอยเลื่อนกลบั ดา้ น 4. รอยเลื่อนขนาน 2. ปัจจยั สำ� คญั ที่สุด ท่ีส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศในภูมิภาคของโลกต่างๆ คือ ปัจจยั ใด 1. การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก 2. การเปล่ียนแปลงภูมิสงั คมใหม่ของโลกในปัจจุบนั 3. พลงั จากความร้อนและความดนั ภายในโลกที่มีการเคล่ือนไหวตลอดเวลา 4. โครงสรา้ งทางธรณีวทิ ยาบริเวณเปลอื กโลกทม่ี ลี กั ษณะโครงสรา้ งเป็นเปลอื กแขง็ 3. ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติใดมิไดเ้ กิดจากกระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลก 1. น้ำ� พรุ ้อน 2. คล่ืนซดั ฝั่ง 3. บ่อโคลนภูเขาไฟ 4. แผน่ ดินไหว 4. ปัจจยั ใดไม่ใช่ปัจจยั ท่ีส่งผลต่อการผพุ งั ทางภูมิศาสตร์ 1. ลม 2. อุณหภูมิ 3. ออกซิเจน 4. พชื พรรณทางธรรมชาติ 5. การผพุ งั แบบคาร์บอเนชนั่ ทำ� ใหเ้ กิดภูมิประเทศแบบใด 1. เลิส์ล 2. คาร์สต์ 3. กิลลเ์ ลส 4. เครเทอเลต 6. ภูมิประเทศแบบใดไม่ไดเ้ กิดจากกระบวนการระเบิดของภูเขาไฟ 1. ฮอสต ์ 2. กีเซอร์ 3.ภูเขาไฟโคลน 4. เครเตอร์เลค
ฏ 7. รอยคดโคง้ สมั พนั ธ์กบั ภูมิประเทศแบบใดมากที่สุด 1. ภูเขาหกั ตวั 2. ที่ราบโครงสร้าง 3. ภูเขาไฟรูปโล่ 4. ภูเขาโก่งตวั 8. กระบวนการเกิดภายนอกโลกเกิดจากปัจจยั ใดมากท่ีสุด 1. คลื่นความร้อน 2. คล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้า 3. เคหะวตั ถุจากนอกโลก 4. ประจุไฟฟ้าในช้นั บรรยากาศ 9. ภูมิลกั ษณ์ดินลมหอบ เกิดจากกระบวนการใดบา้ ง 1. การผพุ งั การพดั พาและการทบั ถม 2. การผพุ งั การกร่อนตวั และการทบั ถม 3. การกร่อนตวั การพดั พาและการทบั ถม 4. การผพุ งั การกร่อนตวั การพดั พาและการทบั ถม 10. จากภาพเป็นกระบวนการเกิดในรูปแบบใด 1. ประทนุ 2. ประทนุ หงาย 3. รอยเลอ่ื นปกติ 4. รอยเลอ่ื นยอ่้ น
ฐ เล่มท่ี 2 เรื่อง กกรระะบดวาษนคกา�ำรตเอปบลกยี่ ่อนนแปเรลียงนของเปลือกโลก ช่ือ-สกลุ .............................................................................ช้นั ................เลขที่................. คำ� ช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเลือกคำ� ตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคำ� ตอบเดียว โดยทำ� เครื่องหมาย กากบาท X ลงในช่องวา่ งที่ถูกตอ้ ง ขอ้ ที่ 1 2 3 4 คะแนนเตม็ ........................... 1 คะแนนทไี่ ด ้ ........................... ผลการประเมนิ 2 ........... ดมี าก ........... ดี 3 ........... พอใช้ 4 ........... ควรปรบั ปรุง 5 ลงช่ือ.................................ผปู้ ระเมนิ 6 (.............................................................) 7 8 9 10 สรุปคะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนระหวา่ ง 8- 10 ระดบั เกณฑด์ มี าก คะแนนระหวา่ ง 6-7 ระดบั เกณฑด์ ี คะแนนระหวา่ ง 4-5 ระดบั เกณฑพ์ อใช้ คะแนนระหวา่ ง 0-3 ระดบั เกณฑค์ วรปรบั ปรุง
ฑ
เล่มท่ี 2 เรื่อง กระบวนการเปลยี่ นแปลงของเปลอื กโลก มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ มาตรฐานการเรียนรู้ที่ ส 5.1 เขา้ ใจลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และความสมั พนั ธ์ ของสรรพส่ิงซ่ึงมีผลต่อกนั และกนั ในระบบของธรรมชาติ ใชแ้ ผนที่และเคร่ืองมือ ทางภูมิศาสตร์ในการค้นหาวิเคราะห์ สรุ ปและใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมี ประสิทธิภาพ ตวั ช้ีวดั ท่ี ส 5.1 ม 4-6/3 วเิ คราะห์การเปล่ียนแปลงของพ้นื ท่ี ซ่ึงไดร้ ับอิทธิพลจาก ปัจจยั ทางภูมิศาสตร์ในประเทศไทยและทวปี ต่างๆ ตวั ช้ีวดั ที่ ส 5.1 ม 4-6/4 การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติท่ีเกิดข้ึนบนโลกเป็นผล มจุดาจปารกะกสารงกคร์กะาทรำ�เขรียอนงธรรู้ รมชาตแิ ละการกระทำ� ของมนษุ ย์ซ่ึงส่งผลกระทบการการดำ� เนินชวี ติ เมื่อนกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมตามเอกสารประกอบการเรียนน้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ ดา้ นความรู้ - อธิบายกระบวนการเปล่ียนแปลงภายใน ภายนอกและภายนอกโลกได้
1 ดา้ นทกั ษะ - ใชแ้ ผนท่ีเพื่อระบุตำ� แหน่งการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกในรูปแบบต่างๆได้ ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ - กระตือรือร้นในการทำ� งาน สมรรถนะผู้เรียน 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ทกั ษะการใชช้ ีวติ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มีวนิ ยั ในการทำ� งาน 2. ใฝ่ เรียนรู้ สาระการเร3ีย. นครวู้ ามมุ่งมนั่ ในการทำ� งาน กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายใน ภายนอกและภายนอกโลกได้ สาระส�ำคญั กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีภาค เกิดจากกระบวนการเคลื่อนท่ีของเปลือก โลกในรู ปแบบต่างๆ ท�ำให้เกิดลักษณะภูมิประเทศท่ีแตกต่างกันออกไป ซ่ึง การเปล่ียนแปลงของเปลือกโลกประกอบดว้ ย การเปล่ียนแปลงของเปลือกโลกภายใน เช่น กระบวนการแปรสณั ฐาน แผน่ ดินไหว เป็นตน้ การเปล่ียนแปลงของเปลือกโลกภายนอก เช่น การผพุ งั การกร่อนตวั เป็นตน้ และ การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกภายนอกโลก เช่น การพงุ่ ชนของอุตกาบาต เป็นตน้
2 กระบวนการเปลย่ี นแปลงทางธรณภี าค กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีภาค หมายถึง กระบวนการผนั แปรของเปลือก โลกท่ีมีอยตู่ ลอดเวลาอนั เกิดจากปัจจยั ต่าง ๆ โดยสามารถจำ� แนกได้ 3 ประเภทคือ 1. กระบวนการเปลยี่ นแปลงภายใน เป็ นกระบวนการที่เกิดจากพลงั ความร้อน จากการแผร่ ังสีของกมั มนั ตรังสี หรือ ปฏิกิริยาทางเคมีซ่ึงเกิดจากการหด ขยายของเหลว ทำ� ใหเ้ กิดการแปรสณั ฐานเปลือกโลก เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงอยา่ งชา้ ๆ โดยมีรูปแบบการแปรสณั ฐาน ภเู ขาไฟระเบิดหรือ แผน่ ดินไหวภายใตเ้ ปลือกโลก ซ่ึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในสามารถจำ� แนกได้ 3 ลกั ษณะสำ� คญั คือ 1.1 กระบวนการแปรสัณฐาน ตามพจนานุกรมศพั ทธ์ รณีวทิ ยา พ.ศ. 2544 หมายถึง กระบวนการเคล่ือนไหวของเปลือกโลกซ่ึงเกิดในลักษณะต่างๆโดยกระบวนการ เปลี่ยนแปลงดงั กล่าวเกิดข้ึนอยา่ งชา้ ๆปรากฏใน 3 ลกั ษณะดงั น้ี (ราชบณั ฑิตยสถาน, 2554, น.1). 1.1.1 รอยเหล่ือมหรือรอยเลื่อน (Fault) เป็นลกั ษณะการเคล่ือนตวั ของเปลือกโลก ตามแนวรอยแยกต่างๆ เกิดแรงกระทำ� ให้เปลือกโลกเคล่ือนไหวไปได้ทุกทิศทาง ปรากฏ 3 ลกั ษณะดงั น้ี 1) รอยเลื่อนปกติ (normal fault) เป็ นรอยเลื่อนท่ีเกิดข้ึนในแนวดิ่งหรือ แนวต้งั เกิดข้ึนจากแรงดึงออกจากกนั ของหินสองฟาก รอยเลื่อนแบบน้ีจะทำ� ใหเ้ กิดหนา้ ผา รอยเลื่อน (fault scarp) ที่มีความสูงชนั ภาพประกอบท่ี 1 : รูปแบบรอยเลอื่ นปกติ (Julias,2015)
3 2) รอยเล่ือนยอ้ น (reverse fault) เป็ นรอยเล่ือนท่ีเกิดข้ึนในแนวดิ่งหรือ แนวต้งั เช่นเดียวกบั รอยเล่ือนปกติ แต่เกิดข้ึนจากแรงดนั เขา้ หากนั ของหินสองฟากทำ� ให้ เกิดหนา้ ผา ท่ีมกั จะถล่มไดง้ ่าย ภาพประกอบที่ 2 : รูปแบบรอยเล่ือนยอ้ น (Julias,2015) 3) รอยเล่ือนแนวระดบั (strike-slip fault) เกิดจากการเคล่ือนตวั ไปทาง ดา้ นขา้ งขนานกบั แนวระดบั ของหินท่ีเล่ือนไป รอยเลื่อนลกั ษณะน้ีมกั ไม่ปรากฎหนา้ ผา เช่น รอยเล่ือนซานแอนเดรียส์ ในสหรัฐอเมริกา ภาพประกอบท่ี 3 : รูปแบบรอยเลื่อนแนวระดบั (Julias,2015)
4 ภาพประกอบที่ 4 : รูปแบบรอยเล่ือน (ภาควชิ าธรณี,2559)
5 1.1.2 รอยคดโคง้ (fold) รอยคดโคง้ เกิดข้ึนในบริเวณที่เปลือกโลกมีความอ่อนตวั ไม่มน่ั คง ประกอบกบั มีแรงดนั เกิดข้ึนภายในเปลือกโลก ทำ� ใหเ้ กิดการบีบอดั ของเปลือก โลกจนทำ� ใหเ้ ปลือกโลกโคง้ งอข้ึนทำ� ใหเ้ กิดเป็นภเู ขาคลายรูปคลื่น ซ่ึงการคดโคง้ จะก่อให้ เกิดแนวภูเขาที่ไดร้ ับแรง จะกินบริเวณกวา้ งหรือแคบข้ึนอยกู่ ้บั แรงที่กระทำ� แบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะคือ 1) รอยคดโคง้ รูปประทนุ หรือกระทะควำ่� Anticline เป็นรอยคดโคง้ ของหิน รูปประทุนเรือ ช้นั หินบริเวณใจกลางมีอายเุ ก่าที่สุด 2) รอยคดโคง้ รูปประทุนหงายหรือกระทะหงาย Syncline เป็นการคดโคง้ ของหินท่ีมีลกั ษณะการโคง้ แบบระฆงั หงาย ช้นั หินใจกลางมีอายอุ ่อนที่สุด ตัว อ ย่า ง เ ช่ น แ น ว เ ทื อ ก เ ข า ที่ ข น า น บ ริ เ ว ณ ช า ย ฝ่ั ง ต ะ วัน อ อ ก ห รื อ แนวเทือกเขาแอปปาเลเชียนที่มีความสูงประมาณ 300-900 เมตรเหนือระดบั น้ำ� ทะเลหรือ แนวเทือกเขาแอลป์ ในทวปี ยโุ รปและแนวเทือกเขาหิมาลยั ในทวปี เอเชีย ภาพประกอบที่ 5 : รูปแบบรอยคดโคง้ (ภาควชิ าธรณี,2559) 1.1.3 รอยโก่งงอ (warp) เป็นผลจากแรงมหาศาลทก่ี ระทำ� ตอ่ แผน่ ทวปี ส่งผลให้ แผน่ ทวปี มกี ารโกง่ งอท้งั แผน่ หรือบางคร้งั การโกง่ งอน้อี าจจะมาจากการเปลยี่ นแปลงน้ำ� หนกั อยา่ งมากบนพน้ื ทวปี เช่น การละลายของธารน้ำ� แขง็ ทำ� ใหค้ วามสมดลุ ของน้ำ� หนกั บนแผน่ ทวปี เปลย่ี นแปลงไปจนเกดิ การโกง่ งอได้ตวั อยา่ งเช่น การจมตวั ลงของชายฝง่ั ทะเล ทำ� ใหบ้ ริเวณ ปากน้ำ� มหี ุบเขาสงู ชนั ทอดยาวลงไปในทะเล (สมมต สมบรู ณแ์ ละคณะ,2557, น. 42-44)
6 1.2 แผ่นดนิ ไหว (earthquake) หมายถึง ปรากฎการณ์ท่ีเกิดจากการสน่ั สะเทือน หรือการเคล่ือนไหวของเปลือกโลก บางคร้ังอาจเป็นการเคลื่อนไหวเพยี งเลก็ นอ้ ย หรืออาจ เป็ นการเคลื่อนไหวอยา่ งรุนแรงก็ได้ การเกิดแผ่นดินไหวเป็ นผลมาจากแรงภายในโลก ทำ� ให้เปลือกโลกสั่นสะเทือน โดยปกติเปลือกโลกมีอาการสั่นสะเทือนตลอดเวลา แต่ ไม่รุนแรงมากน้นั จึงไม่รู้สึกแต่ในบางคร้ังแรงสน่ั สะเทือนมีมาก และรุนแรงกระจายเป็น บริเวณกวา้ งโดยปัจจยั ที่ส่งผลต่อการเกิดแผน่ ดินไหวมาจากปัจจยั ต่างๆ ประกอบดว้ ย 1.2.1 สาเหตุที่ทำ� ใหเ้ กิดแผน่ ดินไหว 1) แรงดนั จากภายในโลก เช่น ภูเขาไฟระเบิดอยา่ งรุนแรง 2) การเคลื่อนท่ีตามแนวเลื่อน มกั เกิดตามขอบของแผน่ ทวปี 3) การถลม่ เช่น หลงั คาถ้ำ� ถล่ม เหมืองถลม่ แผน่ ดินถล่ม หิมะถลม่ หินถลม่ หรือเกิดจากการจมตวั ของเปลือกโลกเมื่อมีตะกอนทบั ถมมีน้ำ� หนกั มาก เช่น การถล่ม ของตะกอนใตท้ ะเล 4) เกิดจากการกระทำ� ของมนุษย์ เช่น การสร้างเข่ือนหรืออ่างเกบ็ น้ำ� ขนาด ใหญ่ การทำ� เหมืองในระดบั ลึก การสูบน้ำ� ใตด้ ิน การสูบน้ำ� ใตด้ ิน การทดลองระเบิด นิวเคลียร์ใตด้ ิน หรือการฝังกากนิวเคลียร์จนทำ� ใหเ้ กิดพลงั งานความร้อนส่งผลตอ่ พลงั งาน ใตเ้ ปลือกโลก เป็นตน้ 1.2.2 ลกั ษณะภูมิประเทศที่เกิดจากการกระทำ� ของแผน่ ดินไหว เช่น 1) รอยคดโคง้ ที่ทำ� ใหเ้ กิดภเู ขาของโลก ภเู ขาที่เกิดจากรอยคดโคง้ มีลกั ษณะ ต่างกนั ออกไป ถา้ เกิดมานานมากจะเหลืออยเู่ ป็ นที่ราบสูงหรือที่ราบ ถา้ เกิดใหม่ยงั คงมี ความสูงอยู่ เช่น เทือกเขาในภาคเหนือ ภาคตะวนั ตก และภาคใตข้ องไทย เป็นตน้ 2) เกิดภูเขาบลอ็ ก (block หรือ fault mountains) เช่น แบลก็ ฟอเรสใน ประเทศเยอรมนีภูกระดึง ภูหลวง ภูเรือ เป็นตน้ 3) เกิดหุบเขาทรุด หรือ แอง่ กราเบิน (Graben) เช่น แอง่ ทะเลแดง-อา่ วเอเดน เป็ นตน้ 1.2.3 ผลกระทบต่อมนุษย์ การเกิดแผน่ ดินไหวแต่ละคร้ังจะสร้างความเสียหาย ท้งั ทางตรงและทางออ้ ม ความเสียหายทางตรงมกั เกิดข้ึนกบั ส่ิงก่อสร้าง โดยเฉพาะหากส่ิง ก่อสร้างต่างๆ ท่ีต้งั อยบู่ นช้นั หินอ่อนหรือดินเหนียว จะแกวง่ ตวั ไปตามคลื่นแผน่ ดินไหว ทำ� ให้ส่ิงก่อสร้างเกิด การพงั ทลายไดง้ ่าย ส่วนความเสียหายทางออ้ มมกั ปรากฎบริเวณ ชายฝ่ังทะเล เช่น การเกิดคล่ืนสึนามิ(Tsunami) บริเวณชายฝ่ังทะเลอนั ดามนั หลงั การเกิด แผน่ ดินไหวบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียในปี 2547
7 1.2.4 การแสดงระดบั ความรุนแรงของแผน่ ดินไหวตามมาตราริกเตอร์ (Richter Scale)ตวั เลขริกเตอร์ จดั อยใู่ นระดบั ผลกระทบ อตั ราการเกิดทว่ั โลก ลกั ษณะของผลกระทบจากการเกดิ แผน่ ดนิ ไหวใกลผ้ วิ โลก (MคAวGามNรIุนTแUรDงE) 0 ไมร่ ูส้ ึก 1 ไมร่ ูส้ ึก 2 ไมร่ ูส้ ึก 3 รูส้ ึกโดยบางคน 4 กระจกแกวง่ 5 กระจกแตก เหลก็ โกง่ 6 ตกึ ทมี่ กี ารกอ่ สรา้ งไมถ่ าวรถกู ทำ� ลาย ตกึ ทแี่ ขง็ แรงไดร้ บั ความเสียหาย 7 ทกุ อยา่ งถกู ทำ� ลายเกอื บหมด 8 ทกุ อยา่ งถกู ทำ� ลายลา้ ง โดยปกติแผน่ ดินไหวเกิดข้ึนเป็นประจำ� ทุกๆวนั ณ ที่ต่างๆ ทว่ั โลก โดยมีเคร่ืองมือ ท่ีใช้ในการตรวจแผ่นดินไหวเรียกว่า Seismographs จากสถิติท่ีไดบ้ นั ทึกมาปรากฎ แผน่ ดินไหวท่ีมีความรุนแรงมากในหลายพ้นื ที่ทว่ั โลก เช่น การเกิดแผน่ ดินไหวท่ีประเทศ เฮติ ในปี พ.ศ. 2553 ที่มีความรุงแรงประมาณ 7 แมกนิจูดตามมาตราริกเตอร์หรือ แผน่ ดินไหวโทโฮะกุ ประเทศญ่ีป่ ุน ในปี พ.ศ. 2554ส่งผลใหเ้ กิดการระเบิดที่โรงไฟฟ้า ฟูกชู ิมะ หรือ แผน่ ดินไหวมหาสมุทรอินเดีย ปี พ.ศ. 2547 ท่ีส่งผลต่อภาคใตฝ้ ั่งอนั ดามนั ของไทยที่มีผูเ้ สียชีวิตทวั่ โลกประมาณ 230,000 คน ดงั น้ัน การเกิดแผ่นดินไหวเป็ น ปรากฎการณ์ที่ปัจจุบนั ยงั ไม่สามารถพยากรณ์ได้ การรับมือจึงเป็ นส่ิงส�ำคญั ท่ีสุดใน การรับมือกบั ปรากฎการณ์น้ี ภาพประกอบที่ 6 : เคร่ืองตรวจวดั ทศิ ทางแผน่ ดนิ ไหวของจนี (ผจู้ ดั การออนไลน,์ 2551)
8 1.2.5 การรับมือการเกิดแผน่ ดินไหว การรบั มอื กไอ่ หนวเกดิ แผน่ ดนิ การรบั มอื ขไณหะวเกดิ แผน่ ดนิ การรบั มอื หไลหงั วเกดิ แผน่ ดนิ แถ1ส.ลา่่วนนะคใแใวหดลรท้ะมกุกีถรคา่ ะนนเไปค๋ฟารยถาาบถไา่ววยใา่้ นพอบยร้อู่า้ ณนม ค1บเกบพใ.ว็าา้ หรดบนอาอ้เคกจะยยมุโใบ็็ ่าภู่ไดสจตาหยาตยื่นกสอ้ใใิ หนกต่ยวาสภบู่้นกรงาใาใ้วบนยหจงิ่ นเญขถถพอาา่จา้้้ กบออยะบยไยาา้ นนดู่บยู่า้ นรอ้าา้ นับมกย 1ปนเแหห.ลฐรำ�มสะือคมาไค่งวพะมนสรสย่ตขถหามบราา้างนวกาเไลจคพดสเยีบยร้งอาอ้ืไบั บบดงบตาดร้ าลนบัูว้ดตา่บเจจตาาาบม็นดกคคเนเจอวว้นบ็ัรงา เ2บ.้อื ศงตึกน้ษาการปฐมพยาบาล รห2ปา.รมงถะแอา้ตขอบู งยร็ อแภะู่ ยรเาบใงู่ยนแยีในงลสบะห่วใา้นหนนาอท้้ใตหย่ีมา่หู่ย้โีงน่าืคงหรจงราสืกอ้ จ2า.กหอาากคอารยทใู่ นนั อทาี คารควรออก ทใ3น.รเบาตยา้รเนปีย็มนเเชตค่นน้ร่ือถงมงั ดอื บัดบเั พเพลิ งลงิ ถไวงุ ้ หอ3.อา่ งกถจจา้าาอกกยสอใู่ง่ิานทคอสาี่ ราาโคมดาายรรเสถรว็ลูงแคม้ ลวทะรบัหรไีนบดี้ กเ3พ.ระรคจาวกะรทอสำ�าใวจหมมบ้ รีเาอศดงเษจเทบ็แา้กห้วุ้มหสร้ืนอ 4ตว.าดั คลกวว์ รรแะทกแสร๊สาไบสฟตะเปำพ� แ็นาหนตนไน้ ฟง่ วสาำ�ลหว์ รนบั ้ำ� จ4แ.ขาถกวา้สนอาตยนใาู่่ นงไๆฟทโฟี่ ล้าง่แแลจะง้ ใสห่ิงอ้ทย่ีหหู่ อ้ ่ายง 4เสขพ.อะอื่ ตงพรสระาวนาบจยไาสไยฟฟออแาบลกทคะา่อวศเปนาภิมด้ำา� เยหรใถียนนงับา้แรตกอ้ ่า๊สยง ห5.รืออหยงิ้่าสวงูาๆงของหนกั บนช้ัน 5ไเแกฟก.ิดส๊แหปชร้าวร่ัก็ มแะใลหกชะารท้เยือทไำส� ใีฟยิ่งหนตเตพ้ า่ ดิงรไไๆามฟะทข้ไอที่ ดีดาำ�้ไจใหฟมี้ ข5.า่ วเปสิ าดรฟฉังกุ วเฉิทนิ ยุเพ่ือรับขอ้ มูล ผ6.นผงั กบู เา้คนร่ือใชห้ นกั ใหแ้ นน่ กบั ห6ส.ะยเดุหทแาอื ลกนะกหอำ� ยยลดใุู่ งันขรบัถรจถนอกยใาู่ รหสร้ นั่ถ 6ปไ.ประหสชู่า้คามวชเาผนมยโตแดื่พนยทรต่ขว่ัรไา่ะปวหลไนดมื ้กจนขนองำ� น7ก.นัดั คหวมรามยกีเมาอื่รเวกาดิ งกแาผรนพเลรด่ือั หงจลดุง ต8.ามสมรา้างตอราฐคาานรทบก่ีา้ นำ� หเรนือดนไใวห้ ไ้ ด้ ด7.นิ หไหา้ มวโใดชยล้ เิฟดด็ตขข์ าณดะเกิดแผน่ ไ8อดด.อ่วห้นกาหเกพ่าอรงยจาบู่ะากอริเชาวจาณเยกชฝิดาั่งยคฝอลั่งยื่นใา่ หยงกัเร้ รีบษ่ง์
9 1.2.6 การเกิดคล่ืนทา่ เรือ (Tsunami) เป็นคล่ืนที่เคลื่อนตวั ในมหาสมทุ รดว้ ยความเร็ว และมีพลงั งานสูงมาก สามารถเคลื่อนท่ีไดใ้ นระยะไกล จากสถิติการเกิดแผ่นดินไหวใน ปี พ.ศ. 2547 บริเวณมหาสมุทรอินเดียส่งผลให้เกิดคลื่นยกั ษไ์ ปยงั ทวีปแอฟริกาได้ โดย คล่ืนยกั ษส์ ึนามิ มาจากภาษาญ่ีป่ ุนแปลวา่ คล่ืนทา่ เรือ เพราะเกิดบริเวณชายฝ่ังหรืออา่ วจอดเรือ 1) สาเหตุการเกิดคลื่นสึนามิ เช่น การเคล่ือนท่ีของเปลือกโลก ดินถล่มใต้ น้ำ� ที่มกั เกิดร่วมกบั แผน่ ดินไหว ภเู ขาไฟระเบิดใตท้ ะเลหรืออาจเกิดจากการที่อกุ กาบาตชน มหาสมุทร เป็นตน้ 2) ผลกระทบท�ำให้เกิดความเสียหายต่อส่ิงแวดล้อมอย่างมากเช่น อาคารสถานที่ ชีวติ หรือระบบนิเวศชายฝ่ังและใตท้ ะเล เป็นตน้ 3) การรับมือเมื่อเกิดคลื่นยกั ษส์ ีนามิ -กรณีอยบู่ นฝั่งควรสงั เกตการเปลยี่ นแปลงของระดบั น่้ำ� และอยใู่ นบริเวณ พ้นื ที่สูงและปฏิบตั ิตามคำ� แนะนำ� ของการประกาศภาวะฉุกเฉินดา้ นภยั พบิ ตั ิอยา่ งเคร่งครัด - กรณีอยบู่ นเรือ หากเป็นเรือขนาดใหญ่ไม่ควรกลบั เขา้ มาในฝั่ง หากเป็น เรือขนาดเลก็ ควรจอดไวท้ ่ีทา่ เรือและรีบออกไปยงั พ้นื ที่สูง (ภาณี คูสุวรรณ์, 2556, น.66-69) ภาพประกอบที่ 7 : ภาพผลกระทบจากคลื่นสึนามิในประเทศญี่ป่ ุน (ไม่ปรากฎผแู้ ต่ง,ม.ป.ป.).
10 1.3 ภูเขาไฟระเบิด Volcanic หมายถึง กระบวนการเคลื่อนที่ของหินหลอมละลาย หรือ การประทุของภูเขาไฟ เกิดจากการดนั ของหินหนืด (magma) ภายใตเ้ ปลือกโลกดนั ตวั ข้ึนมาดา้ นบน ส่วนใหญ่หินหนืดมกั จะเยน็ ตวั ก่อนถึงผวิ โลก เรียกวา่ การประทุภายใน ทำ� ใหเ้ กิดเป็นหินอคั นีแทรกซอ้ น บางคร้ังระหวา่ งการเยน็ ตวั เกิดมีก๊าซ น้ำ� ใตด้ ินกลายเป็น ไอ ทำ� ใหส้ ารละลายหรือลาวาถูกผลกั ดนั ออกมาบนพ้ืนโลก หรือถา้ บริเวณเปลือกโลกไม่ มน่ั คง หินหนืดท่ีมีแรงดนั มากก็จะสามารถดนั ข้ึนมาบนผิวโลกไดเ้ รียกวา่ เป็ นการปะทุ ภายนอก หรือภูเขาไฟระเบิด ถา้ หากโลกมีแรงดนั ภายในท่ีมากพอ สสารเหลวใตโ้ ลกจะถูกดนั ข้ึนมาบริเวณผวิ โลกตามรอยแตกบนเปลือกโลกหรือตามแนวรอยเลื่อน สสารเหลวท่ีถูกพน่ ข้ึนมาบนผวิ โลก หากถูกดนั ข้ึนมาในลกั ษณะของการระเบิดสสารเหลวเหล่าน้นั เม่ือพน่ อออกมาจะก่อ ใหเ้ กิดรูปทรงเป็ นกรวยที่มีความชนั ค่อนขา้ งมากและก่อนรูปเป็ นภูเขาไฟ โดยแนวของ การเกิดภูเขาไฟมกั จะสมั พนั ธ์กบั แนวรอยเล่ือนสำ� คญั ของโลกโดยเฉพาะแนวรอยเลื่อนที่ เกิดจากการชนกนั เช่น ภูเขาไฟฟูจิหรือออกห่างจากกนั กลางมหาสมุทรเป็นภูเขาไฟลาไค ในไอซ์แลนดเ์ ป็นตน้ 1.3.1 การจำ� แนกภูเขาไฟ โดยปัจจุบนั เราสามารถจำ� แนกตามปฏิกิริยาของภูเขาไฟไดด้ งั น้ี 1) ภูเขาไฟมีพลงั (active volcano) คือภูเขาที่มีการปะทุเกิดข้ึนบ่อยและอาจ ปะทุไดอ้ ีกไดเ้ ช่น ภูเขาไฟกรากะตวั ในอินโดนีเซีย 2) ภเู ขาไฟสงบ (dormant volcano) คือภเู ขาไฟที่ไมไ่ ดป้ ะทุมาเป็นเวลานาน มากเช่น ฟจู ิ ในประเทศญ่ีป่ ุน 3) ภูเขาไฟสิ้นพลงั (extinct volcano) หรือภูเขาที่มีกำ� เนิดจากภูเขาไฟ คือ ภเู ขาไฟฃท่ีไมเ่ คยมีการปะทเุ ลยต้งั แตม่ ีมนุษยเ์ กิดข้นึ มาในโลก เช่น ภเู ขาไฟในประเทศไทย ภเู ขาไฟ ตวั อยา่ ง ภเู ขาไฟสงบ ภเู ขาไฟคาปลู นิ ตวั อยา่ ง ภเู ขาไฟมพี ลงั ภเู ขาสตอมโบลี ภาพประกอบที่ 8 : ตวั อยา่ ง ภูเขาไฟสงบ ภูเขาไฟคาปูลิน ภาพประกอบท่ี 9 : ตวั อยา่ ง ภูเขาไฟมีพลงั ภูเขาสตอมโบลี (Mihai Andrai, 2015) (Mihai Andrai, 2015)
11 1.3.2 บริเวณที่พบภูเขาไฟบนพ้ืนผวิ โลก โดยบนพ้นื ผวิ โลกจะปรากฏพ้นื ที่เส่ียงประกอบดว้ ย 1) แนววงแหวนแห่งไฟมหาสมุทรแปซิฟิ ก เป็นแนวเกาะวงโคง้ ภูเขาไฟ ท่ีสำ� คญั ของโลกอยูบ่ ริเวณท่ีเรียกว่า วงแหวนแห่งไฟ ประกอบดว้ ยภูเขาไฟส�ำคญั เช่น ภูเขาไฟฟจู ิของญ่ีป่ ุน ภูเขาไฟมาโยนของฟิ ลิปปิ นส์ เป็นตน้ 2) แนวเทือกเขาแอลป์ -หิมาลยั เป็ นแนวภูเขาไฟส�ำคญั ของทวีปยุโรป ประกอบดว้ ยภูเขาไฟสำ� คญั เช่น ภูเขาไฟวสิ ุเวยี สของอิตาลีท่ีก่อใหเ้ กิดโศกขนาศกรรมคร้ัง ใหญ่ในอดีตท่ีเมืองปอมเปอีและนอกจากน้ียงั มีภูเขาไฟสตรอมโบลีและเอตนาเป็นตน้ 3) แนวแอฟริกาตะวนั ออก เป็ นแนวเขตรอยแยกท่ีสำ� คญั ประกอบดว้ ย ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในโลกคือ ภูเขาไฟคิลิมานจาโร 3) แนวเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ เป็ นแนวรอยต่อกบั วงแหวนแห่งไฟมี ภูเขาไฟที่สำ� คญั เช่น กรากะตวั ของอินโดนีเซีย 4) แนวสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก เป็ นแนวภูเขาไฟท่ีเกิดจาก กระบวนการแยกตวั ของแผน่ เปลือกโลกมีภูเขาไฟสำ� คญั เช่น ภูเขาไฟลากี,ภูเขาไฟฟาเยา และภูเขาไฟเซนตพ์ อลร็อกเป็นตน้ ภาพประกอบที่ 10 : แนวรอยเล่ือนภูเขาไฟโลก (Mihai Andrai, 2015)
12 1.3.3 ส่วนต่างๆของภูเขาไฟ ภาพประกอบที่ 11 : โครงสร้างภูเขาไฟ (โครงการเทคโนโลยสี ารสนเทศตามพระราชดำ� ริสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี, ม.ป.ป.). 1) เมฆฝ่ นุ ภูเขาไฟ กลุ่มเมฆที่เกิดจากฝ่ นุ ภูเขาไฟเม่ือร่วมตวั กบั เมฆบนช้นั บรรยากาศอาจทำ� ใหเ้ กิดฝนกรดได้ 2) ปลอ่ งภเู ขาไฟ เกิดจากการระเบิดหรือการยบุ ตวั ของยอดภเู ขาไฟ มีขนาด เลก็ รูปถว้ ยหรือกรวย 3) ข้ีเถา้ ภูเขาไฟ เป็นเถา้ ที่เกิดจากการระเบิดอยา่ งรุนแรง เป็นหินพรุนเบา ทำ� ใหเ้ กิดหินภูเขาไฟเช่นหินพมั มิด เม่ือข้ีเถา้ เหล่าน้ีไปผสมกบั โคลนดินบริเวณดา้ นล่าง อาจทำ� ใหเ้ กิดโคลนไหลภูเขาไฟหรือลาฮาร 4) ธารลาวา เป็นการไหลของหินหลอมละลายท่ีออกมาจากปล่องภูเขาไฟ 4) บอมบภ์ ูเขาไฟ เศษหินขนาดใหญ่ท่ีเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ 5)ภเู ขาไฟยอ่ ยเป็นปลอ่ งขนาดเลก็ ทเ่ี กิดแทรกตามแนวช้นั หินบริเวณภเู ขาไฟ 6) อคั นีมวลไพศาล เป็นธารหินหลอมละลายขนาดใหญ่ภายใตเ้ ปลือกโลก
13 1.3.4 ผลกระทบต่อมนุษย์ 1) ส่งผลกระทบต่อชีวติ และทรัพยส์ ิน 2) เกิดมลภาวะทางอากาศจากแก๊ส เช่น แก๊สซลั เฟอร์ไดออกไซด์ 3) เกิดฝนกรดจากแก๊สต่างๆ ที่พงุ่ ออก 4) ดินบริเวณภูเขาไฟมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกพืช เศรษฐกิจ เช่น ในประเทศอินโดนีเซีย เป็นตน้ 1.3.5 การระวงั ภยั จากภูเขาไฟปะทุ 1) ตอ้ งมีการพยากรณ์วา่ ภูเขาไฟจะเกิดการปะทุข้ึนมา และจะเป็นอนั ตราย กบั ประชาชนหรือไม่ โดยการประชาสมั พนั ธ์ การพยากรณ์และเตือนภยั ภูเขาไฟปะทุทาง ส่ือออนลไนต์ ่างๆหรือวทิ ยโุ ดยเร็วเพื่อใหเ้ กิดการอพยพประชาชนออกจากพ้ืนท่ีเสี่ยงภยั 2) การพยากรณ์โดยการสงั เกต เกบ็ ขอ้ มลู และวเิ คราะหข์ อ้ มลู จากสถิติตา่ งๆ เพ่ือทำ� นายการเกิดภูเขาไฟปะทุในบริเวณต่างๆรวมถึงการสังเกตพฤติกรรมสัตวบ์ ริเวณ โดยรอบเพื่อเป็นการเตือนภยั ก่อนการเกิดแผน่ ดินไหว 3) การใหค้ วามรู้แก่ประชาชน ทำ� ไดต้ ลอดเวลาท้งั ก่อน ระหวา่ ง และหลงั ประสบภยั พิบตั ิ เม่ือประชาชนมีความรู้แลว้ จะสามารถรับมือเองไดเ้ บ้ืองตน้ (อภิสิทธ์ิ เอ่ือยมหน่อและคณะ,2554, น. 73-77).
14 1.3.6 ภูมิประเทศที่เกิดจากภูเขาไฟ 1) น้ำ� พุร้อน (hot springs) คือน้ำ� พุท่ีประทุข้ึนมาตามรอยแตก และมี อุณหภูมิสูงกวา่ น้ำ� ปกติ เกิดจากน้ำ� ฝนท่ีซึมลงไปเป็นน้ำ� ใตด้ ิน 2) กีเซอร์(geysers) เป็นน้ำ� พรุ ้อนท่ีมีก๊าซและไอน้ำ� พงุ่ ข้ึนมาดว้ ยกำ� ลงั แรงเป็ นพกั ๆ การที่มีไอน้ำ� พุ่งข้ึนมาเป็ นพกั ๆ เพราะความดนั ของน้ำ� ในระดบั ลึกจะมี อุณหภูมิสูงกวา่ ปกติ มีแรงดนั มากกจ็ ะดนั พน้ ระดบั พ้นื ผวิ ข้ึนมา และเม่ือแรงดนั ลดลงกจ็ ะ สงบไป 3) ภูเขาไฟโคลน (mud volcano) คือเนินดินท่ีเกิดในเขตภูเขาไฟระเบิด ภายใตผ้ วิ โลก อาจมีก๊าซซ่ึงจะดนั ข้ึนมาบนผวิ โลกผา่ นช้นั เปลือกโลกท่ีมีดินและทราย จึง นำ� ทรายและโคลนข้ึนมาทบั ถมที่ปากปล่อง ถา้ มีน้ำ� โคลนและทรายจะกลายเป็นน้ำ� โคลน ซ่ึงแหง้ และแขง็ ตวั เกิดเป็นเนิน 4) เกิดทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ เช่น เครเตอร์เลค (Crater Lakes) ในรัฐโอเลกอนของสหรัฐอเมริกา ภาพประกอบที่ 12 : เครเตอร์เลค (Crater Lakes) ในรัฐโอเลกอนของสหรัฐอเมริกา (Wikipedia,n.d.) 5) ภูเขาไฟระเบิดในทะเลทำ� ใหเ้ กิดเกาะ เช่น เกาะฮาวาย 6) เขตภเู ขาไฟระเบิดจะมีดินอดุ มสมบรู ณ์ ท่ีเกิดจากการสลายตวั ของลาวา หรือเรียกว่าดินภูเขาไฟ (volcanic soil) ทำ� ให้เป็ นแหล่งเพาะปลูก เช่น ฮาวาย ญี่ป่ ุน ฟิ ลิปปิ นส์ และอินโดนีเซีย 7) ทำ� ใหเ้ กิดภมู ิประเทศประเภทภเู ขาไฟ บางแห่งเป็นส่ิงงดงามประจำ� ชาติ เช่น ภเู ขาไฟฟจู ิ (Fuji) ประเทศญ่ีป่ นุ ภเู ขาไฟสตรอมโบลิบนเกาะซิซิลี ในอิตาลี ซ่ึงมีสมญา วา่ เป็นประภาคารของทะเลเมดิเตอเรเนียน จะกล่าวในเล่มถดั ไป 8) ภูเขาไฟระเบิดรุนแรงทำ� ใหเ้ กิดแผน่ ดินไหว
15 2. กระบวนการเปลย่ี นแปลงภายนอก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายนอก จำ� แนกได้ 4 ประเภท คือ 2.1 การผพุ งั ( weathering) จดั เป็น กระบวนการที่มีท้งั การเปล่ียนสถานะทางเคมี และกายภาพของหิน หรือแร่ประกอบหินมี 2 ลกั ษณะคือ 2.2.1 เป็นการผพุ งั ทางกายภาพ ทำ� ใหเ้ กิดการแตกสลายของหินเปลือกโลกหินจะ แตกเป็ นชิ้นขนาดเล็กลง โดยส่วนประกอบไม่เปล่ียนแปลง การผุพงั ชนิดน้ีเกิดข้ึนได้ ประกอบดว้ ย 1) การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เป็นผลจากการขยายตวั หรือ หดตวั ของเน้ือ หิน ซ่ึงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในเน้ือหินเอง หรืออาจจะมีการก่อตวั ของน้ำ� แขง็ ในช่องว่างของเน้ือหิน หินผลึกน้ำ� แขง็ เน้ือแน่น เช่น หินแกรนิตใหม่ๆ มีช่องว่างของ เน้ือหินนอ้ ย ส่วนหินท่ีมีช่องวา่ งระหวา่ งเน้ือหินมาก เช่นหินทรายท่ีมีรูพรุนจะแตกสลาย ไดง้ ่าย เน่ืองจากการก่อตวั ของน้ำ� แข็ง ซ่ึงอยู่ระหว่างเม็ดหินทรายท่ีเกาะตวั กนั อยู่ใน หินทราย ในทางตรงกนั ขา้ ม หินช้นั ท่ีเกิดจากการสะสมของตะกอนท่ีสลายของหินอคั นี เช่นหินทรายหรือหินดินดานอุณหภูมิเน้ือหินไม่เปลี่ยนแปลงมากนกั เน่ืองจากเมด็ ทราย หรือเมด็ ดินที่มาประกอบเป็นเน้ือหินน้นั มกั มีสารวตั ถุอื่นคน่ั อยู่ เช่น สารประกอบหินเน้ือ ปูนผสมเหลก็ หรือซิลิกา ทำ� ใหส้ ่งผา่ นอุณหภูมิระหวา่ งเมด็ ไดน้ อ้ ย ภาพประกอบที่ 13 การผพุ งั โดยอณุ หภมู ิ (ภูมิพฒั น์ บุญมาปลูก,2559) ภาพประกอบที่ 14 ตวั อยา่ งการผพุ งั โดยอณุ หภมู ิ (Geological society. ,n.d.)
16 2) การกระทำ� โดยพืชหรือสัตวเ์ ขา้ ไปทำ� ลายโครงสร้างของหินใหเ้ กิดการ แตกสลายไปของหินได้ ภาพประกอบท่ี 15 : การผพุ งั จากสิ่งมชี ีวติ (ภูมิพฒั น์ บุญมาปลูก,2559) ภาพประกอบท่ี 16 : การผพุ งั ของนครวดั โดยพชื (Geological society. ,n.d.)
17 2.2.2 การผพุ งั ทางเคมี (chemical weathering) เป็นการผกุ ร่อนของหินที่เกิดจาก ปฏิกิริยาทางเคมี ทำ� ใหค้ ุณสมบตั ิและส่วนประกอบของหินเปล่ียนแปลงไป เช่น 1) การกระทำ� ของคาร์บอนไดออกไซด์ (carbonation) เช่น น้�ำที่มี คาร์บอนไดออกไซดผ์ สมอยจู่ นกลายเป็นกรด ทำ� ใหเ้ กิดภูมิประเทศแบบคาสต์ Karst to- pography ภาพประกอบที่ 17 : การผพุ งั โดยคาร์บอนไดออกไซต(์ ภูมิพฒั น์ บุญมาปลูก,2559) ภาพประกอบที่ 18 : ตวั อยา่ งการผพุ งั โดยคาร์บอนไดออกไซต์ (Geological society. ,n.d.)
18 2) การกระทำ� ของน้ำ� (Hydration) เช่น น้ำ� อาจจะละลายแร่จากหิน และทำ� ให้ เกิดการตกตะกอนเป็ นแร่ ใหม่ ภาพประกอบที่ 19 : การผพุ งั โดยน้ำ� (ภูมิพฒั น์ บุญมาปลูก,2559) ภาพประกอบที่ 20 : ตวั อยา่ งการผพุ งั โดยน้ำ� (Geological society. ,n.d.)
19 3) การกระทำ� ของออกซิเจน (Oxidation) ทำ� ใหเ้ กิดการผพุ งั ได้ ภาพประกอบท่ี 21 : การผพุ งั โดยออกซิเจน (ภูมิพฒั น์ บุญมาปลูก,2559) ภาพประกอบที่ 22 : ตวั อยา่ งการผพุ งั โดยออกซิเจน (Australian government park,2013)
20 2.2 การกร่อน (erosion) เป็ นกระบวนการทำ� ให้วสั ดุของเปลือกโลก หลุดไป ละลาย หรือกร่อนตวั ไปโดยการกระทำ� ขอธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ลมฟ้าอากาศ สารละลาย การครูดไถ การกร่อนตัวเป็ นการทำ� ลายตัวของสภาพภูมิประเทศจากสมัยหน่ึงไป ยงั อีกสมัยหน่ึง โดยการกระทำ� แบบต่าง ๆ ตามธรรมชาติ ประกอบกับแรงดึงดูด ของโลก เป็ นผลให้ส่วนสูงของเปลือกโลกค่อย ๆ กร่อนลงทีละน้อย ๆ จนในที่สุด กลายเป็ นพ้ืนราบเรียบ การกร่อนอาจจ�ำแนกได้เป็ นการกร่อนโดยแรงโน้มถ่วง, การกร่อนโดยธารน้ำ� แขง็ ,การกร่อนโดยน้ำ� และการกร่อนโดยลม เป็นตน้ ภาพประกอบที่ 23 : การกร่อนตวั โดยน้ำ� (ภูมิพฒั น์ บุญมาปลูก,2559) ภาพประกอบท่ี 24 : ตวั อยา่ งการกร่อนตวั โดยน้ำ� (Geological society. ,n.d.)
21 2.3 การพดั พา (transportation) หมายถึง การเคล่ือนที่ของหิน ตะกอนดิน และ ทราย โดยกระแสน้ำ� กระแสลม หรือธารน้ำ� แขง็ ภายใตแ้ รงดึงดูดของโลก ดงั น้นั อนุภาค ขนาดเลก็ จึงถูกพดั พาใหเ้ คล่ือนท่ีไปไดไ้ กลกวา่ อนุภาคขนาดใหญ่ กระบวนการพดั พาท่ี ทิ้งร่องรอยใหศ้ ึกษา และอยใู่ นเขตท่ีสงั เกตไดง้ ่าย การพดั พาโดยกระแสน้ำ� หรือกระแสลม เป็นกระบวนการพดั พาตามธรรมชาติมี ดงั น้ี 2.3.1 การพดั พาในลกั ษณะสารละลาย (Solution) เช่น หินปูนถูกน้ำ� ละลาย พาไป 2.3.2 การพดั พาในลกั ษณะแขวนลอย (Suspention) เช่น ดินปนไปกบั น้ำ� หรือลมพดั พาไป 2.3.3 การกระดอน (Saltation) เช่น ลมพดั พาทรายเคล่ือนที่ไปหรือกอ้ นหิน ถูกน้ำ� พากระดอนไป 2.3.4 การกลิ้ง (Rolling) คือการเคลื่อนท่ีในแนวราบ เช่น การกลิ้งของหิน ไปตามทอ้ งน้ำ� หรือกลิ้งตามแรงลม 2.3.5 การคืบ (Creep) ลกั ษณะของดินคืบสังเกตไดย้ ากมากดว้ ยตาเปล่า เนื่องจาก กระบวนการเกิดอยา่ งชา้ ๆ แต่เรากส็ ามารถสงั เกตเห็นไดจ้ ากการเอียงของตน้ ไม้ เสาไฟฟ้า ท่ีอยบู่ ริเวณพ้ืนที่ท่ีจะมีการเอนเอียงอยา่ งชา้ ๆ ข นาดตากมรธะรบรวมนชกาตาริโพดยดั วพตั าถจุทะ่ีมมีมีปวัจลจมยั าสก�ำมคกั ญั อมยบาู่ จราิเวกณน้ตำ� แน้ ลทะาลงสม่วทนำ� ใวหตั ถ้เกุทิดี่มกีมรวะลบนว่อ้นยกกาวรา่ คจดัะ ถูกพดั พาไปไดไ้ กลกวา่ (ปัญญา จารุศิริและคณะ, 2558, น. 20-29)
22 ตวั อย่างการพดั พาโดยลมและโดยน�ำ้ ภาพประกอบที่ 25 : กระบวนการพดั พาโดยน้ำ� และลม (ศพั ทว์ ทิ ยาศาสตรร์ าชมงคล, ม.ป.ป.) 2.4 การตกตะกอนและการทบั ถม (deposition) หมายถึง เกิดข้ึนเมื่อพลงั ของตวั การ ธรรมชาติที่พาตะกอนเคล่ือนท่ีไปหมดกำ� ลงั หรืออ่อนลงทำ� ใหต้ ะกอนหยดุ เคล่ือนท่ีและ ทำ� ใหพ้ ้ืนท่ีใหม่มีการทบั ถมเพิ่มระดบั (aggadation) การทบั ถมท่ีเกิดจากตวั การธรรมชาติ แต่ละชนิดจะมีลกั ษณะแตกต่างกนั ไป
23 3. กระบวนการเปลยี่ นแปลงจากภายนอกโลก (extraterrestrial process) กระบวนการเปล่ียนแปลงจากภายนอกโลก หมายถึง การพงุ่ กระแทกของวตั ถุนอก โลกหรืออุกกาบาต (meteorite impact) ทำ� ใหเ้ กิดภูมิลกั ษณ์ต่างๆ ซ่ึงปรากฏเป็นภูมิลกั ษณ์ที่ สำ� คญั บนดวงจนั ทร์ (lunar landform) แต่บนผิวโลกมกั ไม่ปรากฎเน่ืองจากถูกทำ� ลายดว้ ย กระบวนการอ่ืน เช่น หลุมอุกกาบาตบาร์ริงเกอร์ ณ เมทีออร์ เครเตอร์ ต้งั อยใู่ นรัฐแอริโซนา ทางภาคตะวนั ตกเฉียงใตข้ องประเทศสหรัฐอเมริกา (ปัญญา จารุศิริและคณะ, 2558, น. 20-29) ภาพประกอบท่ี 26 : หลมุ อกุ กาบาตแบรร์ ิงเจอร์ (วกิ พิ เี ดยี ,ม.ป.ป.)
24 แบบฝึกหดั ที่ 2.1 ช่ือ-สกลุ .........................................................................ช้นั ................เลขท่ี................. คำ� ช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนจบั คู่ลกั ษณะทางกายภาพที่กระบวนการเกิดใหถ้ ูกตอ้ ง ( 10 คะแนน ) 1. ภูมิประเทศแบบคาสต ์ ก. รอยเล่ือนปกติ ข. รอยเลื่อนยอ้ น 2. ภูเขาหินอูลูลู ค. รอยคดโคง้ 3. ฮาลาร์ จ. แผน่ ดินไหว ง. รอยโก่งงอ 4. ปราสาทหินนครวดั ฉ. ภูเขาไฟระเบิด 5. รอยเลื่อนที่ทำ� ใหเ้ กิดหนา้ ผาที่พงั ทลายไดง้ ่าย ช. การผพุ งั 6. กระบวนการคดั ขนาดตามธรรมชาติ ซ. การกร่อนตวั 7. ภูเขาบลอ็ ก ฌ. การพดั พา 8. เทือกเขาหิมาลยั ญ. การทบั ถม 9. เครเตอร์เลค ฎ. กระบวนการภายนอกโลก 10. บาร์ริงเกอร์
25 แบบฝึกหดั ที่ 2.2 ชื่อ-สกลุ .........................................................................ช้นั ................เลขที่................. คำ� ช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนอ่านขอ้ ความที่กำ� หนดให้ พร้อมท้งั พิจารณาวา่ ขอ้ ความดงั กล่าวถูก ตอ้ งหรือไม่ โดยใชเ้ คร่ืองหมาย / ทา้ ยขอ้ ความที่ถูกตอ้ งและใชเ้ คร่ืองหมาย X ทา้ ยขอ้ ความ ที่ผดิ พร้อมท้งั แกไ้ ขขอ้ ความใหถ้ ูกตอ้ ง ( 10 คะแนน ) ขอ้ ความ (/)หรือ(X) 1. ภาพประกอบที่ 27 : แบบฝึกหดั 1 (มิตรเอิร์ธ,2559) ลกั ษณะ รอยเลื่อนปกติ 2. ภาพประกอบที่ 28 : แบบฝึกหดั 2 (มิตรเอิร์ธ,2559) ลกั ษณะ รอยเลอ่ื นยอ้ น
26 ขอ้ ความ (/)หรือ(X) 3. ภาพประกอบที่ 29 : แบบฝึกหดั 3 (มิตรเอิร์ธ,2559) ลกั ษณะ ภเู ขาไฟ 4. ภาพประกอบท่ี 30 : แบบฝึกหดั 4 (มิตรเอิร์ธ,2559) เกดิ จากการกระทำ� โดยน้ำ�
27 (/)หรือ(X) ขอ้ ความ 5. ภาพประกอบท่ี 31 : แบบฝึกหดั 5 (มิตรเอิร์ธ,2559) กระบวนการคาร์บอเนชน่ั 6. ภาพประกอบที่ 32 : แบบฝึกหดั 6 (มิตรเอิร์ธ,2559) ลกั ษณะกระบวนการทางกายภาพ
28 ขอ้ ความ (/)หรือ(X) 7. ภาพประกอบที่ 33 : แบบฝึกหดั 7 (มิตรเอิร์ธ,2559) ลกั ษณะ การกระทำ� โดยน้ำ� 8. ภาพประกอบที่ 34 : แบบฝึกหดั 8 (มิตรเอิร์ธ,2559) ลกั ษณะ การกระทำ� โดยสิ่งมชี ีวติ
29 (/)หรือ(X) ขอ้ ความ 9. ภาพประกอบท่ี 35 : แบบฝึกหดั 9 (มิตรเอิร์ธ,2559) เกิดจากกระบวนการผพุ งั ทางความช้ืน 10. ภาพประกอบท่ี 36 : แบบฝึกหดั 10 (มิตรเอิร์ธ,2559) เกดิ จากการกระทำ� ของคลน่ื สึนามิ
30 แบบฝึกหดั ที่ 2.3 ช่ือ-สกลุ .........................................................................ช้นั ................เลขที่................. คำ� ช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาภาพท่ีกำ� หนดใหแ้ ละวเิ คราะห์กระบวนการเปล่ียนแปลง ทางธรณีวทิ ยา( 6 คะแนน ) ภาพประกอบที่ 37 : แบบฝึกหดั (The INTERNATIONAL GEOGRAPHY OLYMPIAD,2012) ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
31 แบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง กระบวนการเปลย่ี นแปลงของเปลอื กโลก รายวชิ า สงั คมศกึ ษาฯ ส 32101 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 จำ� นวน 10 ขอ้ คะแนนเตม็ 10 คะแนน คำ� ช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเลือกคำ� ตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งคำ� ตอบเดียวโดยทำ� เคร่ืองหมาย กากบาท (X) ลงในกระดาษคำ� ตอบ 1. ปัจจยั สำ� คญั ท่ีสุด ท่ีส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศในภูมิภาคของโลกต่างๆ คือ ปัจจยั ใด 1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก 2. การเปลี่ยนแปลงภูมิสงั คมใหม่ของโลกในปัจจุบนั 3. พลงั จากความร้อนและความดนั ภายในโลกท่ีมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา 4. โครงสร้างทางธรณีวทิ ยาบริเวณเปลือกโลก ที่มีลกั ษณะโครงสร้างเป็นเปลือกแขง็ 2. จากภาพเป็นกระบวนการเกิดในรูปแบบใด 1. ประทนุ 2. ประทนุ หงาย 3. รอยเลอื่ นปกติ 4. รอยเลอ่ื นยอ้่ น 3. รอยเล่ือนประเภทใดทำ� ใหเ้ กิดภูมิประเทศที่เส่ียงต่อการเกิดแผน่ ดินถล่มมากที่สุด 1. รอยเล่ือนปกติ 2. รอยเล่ือนยอ้ น 3. รอยเลื่อนกลบั ดา้ น 4. รอยเล่ือนขนาน
32 4. กระบวนการเกิดภายนอกโลกเกิดจากปัจจยั ใดมากท่ีสุด 1. คล่ืนความร้อน 2. คล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้า 3. เคหะวตั ถุจากนอกโลก 4. ประจุไฟฟ้าในช้นั บรรยากาศ 5. ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติใดมไิ ดเ้ กิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก 1. น้ำ� พรุ ้อน 2. คลื่นซดั ฝั่ง 3. บ่อโคลนภูเขาไฟ 4. แผน่ ดินไหว 6. ภูมิประเทศแบบใดไม่ได้เกิดจากกระบวนการระเบิดของภูเขาไฟ 1. กีเซอร์ 2. ฮอสต์ 3. ภูเขาไฟโคลน 4. เครเตอร์เลค 7. รอยคดโคง้ สมั พนั ธ์กบั ภูมิประเทศแบบใดมากที่สุด 1. ท่ีราบโครงสร้าง 2. ภูเขาหกั ตวั 3. ภูเขาไฟรูปโล่ 4. ภูเขาโก่งตวั 8. ปัจจยั ใดไม่ใช่ปัจจยั ท่ีส่งผลต่อการผพุ งั ทางภูมิศาสตร์ 1. ลม 2. อุณหภูมิ 3. ออกซิเจน 4. พชื พรรณทางธรรมชาติ 9. ภูมิลกั ษณ์ดินลมหอบเกิดจากกระบวนการใดบา้ ง 1. การผพุ งั การพดั พาและการทบั ถม 2. การผพุ งั การกร่อนตวั และการทบั ถม 3. การกร่อนตวั การพดั พาและการทบั ถม 4. การผพุ งั การกร่อนตวั การพดั พาและการทบั ถม 10. การผพุ งั แบบคาร์บอเนชน่ั ทำ� ใหเ้ กิดภูมิประเทศแบบใด 1. เลิส์ล 2. คาร์สต์ 3. กิลลเ์ ลส 4. เครเทอเลต
33 เล่มท่ี 2 เรก่ือรงะกดราะษบควำ� นตกอาบรทเปดลสย่ี อนบแหปลลงังเขรอียงนเปลอื กโลก ชื่อ-สกลุ ............................................................................ช้นั ................เลขที่................. คำ� ช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเลือกคำ� ตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคำ� ตอบเดียว โดยเขียนเคร่ืองหมาย กากบาท X ลงในช่องวา่ งที่ถูกตอ้ ง ขอ้ ที่ 1 2 3 4 คะแนนเตม็ ........................... 1 คะแนนทไ่ี ด ้ ........................... 2 ผลการประเมนิ ........... ดมี าก 3 ........... ดี 4 ........... พอใช้ 5 ........... ควรปรบั ปรุง ลงช่ือ.................................ผปู้ ระเมนิ 6 (.............................................................) 7 8 9 10 สรุปคะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนระหวา่ ง 8- 10 ระดบั เกณฑด์ มี าก คะแนนระหวา่ ง 6-7 ระดบั เกณฑด์ ี คะแนนระหวา่ ง 4-5 ระดบั เกณฑพ์ อใช้ คะแนนระหวา่ ง 0-3 ระดบั เกณฑค์ วรปรบั ปรุง
34 แบบบนั ทกึ คะแนน แบบทดสอบ/แบบฝึ กหัด คะแนนเตม็ คะแนนทไี่ ด้ หมายเหตุ แบบทดสอบก่อนเรียน 10 เล่มที่ 2 10 แบบฝึกหดั ที่ 2.1 10 แบบฝึกหดั ท่ี 2.2 6 แบบฝึกหดั ท่ี 2.3 26 รวมแบบฝึ กหดั 10 แบบทดสอบหลงั เรียน 36 รวมแบบฝึกหดั + แบบทดสอบหลงั เรียน ลงชื่อ.............................................................ผ้ลู งคะแนน เกณฑ์การประเมนิ 32-36 อยใู่ นระดบั ดมี าก คะแนนระหวา่ ง 27-31 อยใู่ นระดบั ดี คะแนนระหวา่ ง 22-26 อยใู่ นระดบั ปานกลาง คะแนนระหวา่ ง 17-21 อยใู่ นระดบั พอใช้ คะแนนระหวา่ ง 0 -16 อยใู่ นระดบั ควรปรบั ปรุง คะแนนระหวา่ ง
Search