Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ป.3 บทที่13

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ป.3 บทที่13

Published by jira5725, 2021-05-08 05:03:16

Description: เรื่อง เงินและการบันทึกรายรับรายจ่าย

Search

Read the Text Version

เงิน 66 บาท แบ่งเป็น 8 สว่ น จะได้สว่ นละเท่าใด วธิ ที ำ บาท สต20า0งค์ 8 66 8 25 ตอบ ๘ บาท ๒๕ สตางค์ หรือ ๘.๒๕ บาท เงิน 48 บาท 75 สตางค์ แบ่งเป็น 5 สว่ น จะได้สว่ นละเทา่ ใด วิธที ำ บาท สต37า5งค์ 5 48 9 75 ตอบ ๙ บาท ๗๕ สตางค์ หรือ ๙.๗๕ บาท ข้นั ตอนที่ 3 : การฝกึ 4. ครูให้นักเรียนบอก การหารจำนวนเงิน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากน้นั ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในหนงั สือเรียน ขั้นตอนท่ี 4 : การสรุป 5. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปส่งิ ท่ีได้เรียนรู้รว่ มกนั ดงั นี้ การหารจำนวนเงินใหน้ ำจำนวนเงินท่ีเป็นบาท และจำนวนเงินทเี่ ปน็ สตางคห์ ารดว้ ยตวั หาร โดยให้หารจำนวนที่เปน็ บาทก่อน ข้ันตอนท่ี 5 : การประยุกต์ใช้ทนั ที 6. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ สสวท. 8. การวดั และประเมนิ ผล การวัดผล 1. สังเกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ันในการทำงาน 2. แบบฝกึ หัดคณติ ศาสตร์ สสวท. 3. สงั เกตการทำงาน การประเมินผล 1. ถอื เกณฑ์ผ่านจากการสงั เกตพฤติกรรมสำหรับผูท้ ี่ได้ระดับคุณภาพต้ังแต่ 2 ขึ้นไป 2. ถือเกณฑ์ผา่ นสำหรับผทู้ ท่ี ำแบบฝกึ หัดคณติ ศาสตร์ สสวท. ไดร้ ะดับคณุ ภาพตั้งแต่ 2 ข้ึนไป 3. ถือเกณฑผ์ ่านสำหรับผ้ทู ท่ี ำงานได้ระดบั คุณภาพตั้งแต่ 2 ขนึ้ ไป 9. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้ 1. แบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ สสวท. 2. โจทย์การคณู และหาร

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6 กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 13 ช่ัวโมง หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 13 เงนิ และบนั ทกึ รายรับรายจ่าย เวลา 4 ช่ัวโมง เรือ่ งโจทยป์ ัญหาการบวกเกี่ยวกบั เงิน 1. สาระสำคญั การแก้โจทย์ปัญหาทำได้โดย อ่านทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบความ สมเหตุสมผลของคำตอบ 2. ตัวชี้วดั ค 2.1 ป.3/1 : แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั เงิน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกวธิ กี ารหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกับเงนิ ได้ (K) 2. เขยี นแสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกับเงินได้ (P) 3. นำความรู้เก่ยี วกับโจทย์ปัญหาเก่ยี วกับเงนิ ไปใช้ในชวี ติ จริงได้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณและหารเก่ยี วกับเงิน 5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น 1. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งม่ันในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ช่วั โมงที่ 1 ข้นั ตอนท่ี 1 : เตรยี มความพร้อม 1. ครใู ห้นักเรียนท่องสูตรคณู โดยใชแ้ กว้ และตาราง 9 ชอ่ งประกอบการทอ่ งสตู รคูณ หลังจากนนั้ ให้ นกั เรียนคดิ เลขเร็วจำนวน 3 ขอ้ ขน้ั ตอนท่ี 2 : เรียนรู้ 2. ครูทบทวนความรู้ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหา จากนั้นครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายวิธีการแก้โจทย์ ปญั หาเกย่ี วกับเงนิ โดยครเู ขียนคำตอบของนกั เรยี นบนกระดาน และสรปุ ขน้ั ตอนการแกโ้ จทย์ปญั หาตา่ งๆ ดงั นี้ - ข้ันที่ 1 การวิเคราะห์โจทย์ปัญหา - ข้ันที่ 2 การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา - ขั้นที่ 3 การแก้ปัญหา - ข้ันที่ 4 การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ 3. ครตู ดิ โจทย์ปัญหาการบวกเกีย่ วกับเงินบนกระดาน โดยให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ี อุมาซื้อเงาะ 67.50 บาท ซอื้ มังคดุ 52.75 บาท อมุ าซื้อเงาะและมงั คดุ เป็นเงินเทา่ ไร

- โจทยถ์ ามอะไร (อุมาซ้อื เงาะและมงั คุดเปน็ เงินเทา่ ไร) - โจทย์กำหนดอะไร (อุมาซ้อื เงาะ 67.50 บาท ซ้อื มงั คดุ 52.75 บาท) - หาคำตอบไดอ้ ยา่ งไร (67.50 บวกกับ 52.75) - ไดค้ ำตอบเทา่ ไร (120 บาท 25 สตางค)์ - สรปุ คำตอบว่าอยา่ งไร (อุมาซ้ือเงาะและมังคดุ เป็นเงิน 120 บาท 25 สตางค์) 4. ครเู ขยี นแสดงวิธีทำโจทยป์ ัญหาจากกิจกรรมข้อ 3. พร้อมทั้งอธบิ ายใหน้ กั เรียนฟัง ดงั น้ี วธิ ีทำ บาท สตางค์ อมุ าซอื้ เงาะ 67 ซอ้ื มังคุด 52 50 + 119 75 อุมาซอ้ื เงาะและมงั คดุ เปน็ เงนิ ตอบ อุมาซอ้ื เงาะและมังคดุ เปน็ เงนิ ๑๒๐ บาท ๒๕ สตางค์ 120 125 25 ครูอธิบายขั้นตอนวิธีการเขียนแสดงวธิ ีทำ ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากนั้นเขียนข้อความและ ตัวเลขที่เป็นตัวตั้ง และตัวบวก ตามลำดับ แล้วครูอธิบายต่อไปว่า การบวก เมื่อได้ผลบวกแล้วต้องเปล่ียนจำนวน ในหนว่ ยยอ่ ยให้เป็นหนว่ ยใหญ่ด้วยถ้าทำได้ 5. ครูยกตัวอย่างโจทย์ปญั หาการบวกเกี่ยวกับเงิน ให้นักเรียนช่วยกันวเิ คราะห์โจทย์และแสดงวิธีทำอกี 3 – 5 ตัวอย่าง ขน้ั ตอนที่ 3 : การฝึก 6. ครูให้นักเรียนทำบอก โจทย์ปัญหาการบวกเกี่ยวกับเงิน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบ ความถกู ต้อง จากนน้ั ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลยกิจกรรมในหนังสอื เรยี น ขั้นตอนที่ 4 : การสรปุ 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงินได้นั้น ต้อง ศึกษากอ่ นว่าโจทย์ต้องการให้หาอะไร โจทยก์ ำหนดสง่ิ ใดมาให้ พรอ้ มทง้ั ตรวจสอบหนว่ ยน้ำหนักที่ให้ว่าเป็นหน่วย เดยี วกนั หรอื ไม่ ข้ันตอนท่ี 5 : การประยกุ ต์ใช้ทันที 8. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ สสวท. ช่วั โมงที่ 2 ขัน้ ตอนท่ี 1 : เตรียมความพรอ้ ม 1. ครใู หน้ ักเรียนทอ่ งสตู รคูณโดยใชแ้ ก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการทอ่ งสตู รคณู หลงั จากน้นั ให้ นกั เรียนคิดเลขเรว็ จำนวน 3 ขอ้ ขน้ั ตอนท่ี 2 : เรียนรู้ 2. ทบทวนความรู้เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวกเกี่ยวกับเงนิ จากนน้ั ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มแข่งขันกันตอบ ปัญหาโดยครูเล่าสถานการณ์โจทย์ปัญหาให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาคำตอบ กลุ่มใดยกมือก่อน แลว้ ออกมานำเสนอขั้นตอนการแก้โจทย์ปญั หาได้ถูกต้อง กลมุ่ น้นั จะเปน็ ผู้ชนะ 3. ครูติดโจทยป์ ัญหาการลบเก่ียวกบั เงินบนกระดาน โดยใหน้ ักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ี นาวซี อื้ ลูกฟุตบอลราคา 885.75 บาท นาวีให้ธนบตั รหน่ึงพนั บาท 1 ฉบับ แก่ร้านค้า นาวจี ะได้รับเงินทอนกี่บาท

- โจทย์ถามอะไร (นาวีจะได้รบั เงินทอนก่บี าท) - โจทย์กำหนดอะไร (นาวีซื้อลูกฟุตบอลราคา 885.75 บาท นาวีให้ธนบัตรหนึ่งพันบาท 1 ฉบับแก่ ร้านคา้ ) - หาคำตอบได้อย่างไร (1,000 ลบกับ 885.75) - ไดค้ ำตอบเทา่ ไร (114 บาท 25 สตางค)์ - สรุปคำตอบว่าอย่างไร (นาวีจะไดร้ บั เงนิ ทอน 114 บาท 25 สตางค)์ 4. ครูเขยี นแสดงวิธที ำโจทยป์ ัญหาจากกิจกรรมข้อ 3. พร้อมท้งั อธบิ ายใหน้ กั เรยี นฟัง ดงั นี้ วธิ ที ำ บาท สตางค์ นาวใี ห้ธนบัตร 999 100 นาวีซอ้ื ลูกฟุตบอลราคา นาวีจะได้รับเงินทอน 1000 00 - ตอบ นาวีจะได้รับเงนิ ทอน ๑๑๔ บาท ๒๕ สตางค์ 885 75 114 25 ครูอธิบายขั้นตอนวิธีการเขียนแสดงวิธีทำ ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากนั้นเขียนข้อความและ ตัวเลขที่เป็นตวั ตัง้ และตัวลบ ตามลำดบั แล้วครอู ธิบายต่อไปว่า การลบ ถ้าจำนวนในหน่วยย่อยลบกนั ไม่ได้ ต้องมี การกระจายจากจำนวนในหนว่ ยใหญ่ 5. ครูยกตัวอย่างโจทย์ปัญหาการลบเกี่ยวกับเงิน ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์โจทย์และแสดงวิธีทำอีก 3 – 5 ตวั อย่าง ข้ันตอนท่ี 3 : การฝึก 6. ครูให้นักเรียนบอก โจทย์ปัญหาการลบเกี่ยวกับเงิน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบ ความถกู ต้อง จากนนั้ ครแู ละนักเรียนรว่ มกันเฉลยกจิ กรรมในหนงั สือเรยี น ข้ันตอนที่ 4 : การสรปุ 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงินได้นั้น ต้อง ศึกษาก่อนว่าโจทย์ต้องการให้หาอะไร โจทย์กำหนดสงิ่ ใดมาให้ พรอ้ มท้งั ตรวจสอบหนว่ ยน้ำหนักที่ให้ว่าเป็นหน่วย เดยี วกนั หรือไม่ ขน้ั ตอนท่ี 5 : การประยุกต์ใช้ทนั ที 8. ครูให้นักเรยี นทำแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ สสวท. ชวั่ โมงที่ 3 ขั้นตอนท่ี 1 : เตรยี มความพร้อม 1. ครใู ห้นักเรียนทอ่ งสตู รคูณโดยใช้แก้วและตาราง 9 ชอ่ งประกอบการทอ่ งสูตรคณู หลงั จากนน้ั ให้ นกั เรียนคิดเลขเร็วจำนวน 3 ขอ้ ขน้ั ตอนที่ 2 : เรียนรู้ 2. ทบทวนความรู้เรื่อง โจทย์ปัญหาการลบเกี่ยวกับเงิน จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันกันตอบ ปัญหาโดยครูเล่าสถานการณ์โจทย์ปัญหาให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาคำตอบ กลุ่มใดยกมือก่อน แลว้ ออกมานำเสนอขนั้ ตอนการแก้โจทยป์ ญั หาไดถ้ ูกตอ้ ง กลมุ่ น้ันจะเป็นผู้ชนะ 3. ครูตดิ โจทย์ปัญหาการคูณเกี่ยวกบั เงินบนกระดาน โดยใหน้ ักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ี

ซอสมะเขือเทศราคาขวดละ 39 บาท 50 สตางค์ แม่ซื้อมา 5 ขวด แมต่ อ้ งจา่ ยเงนิ ท้งั หมดเทา่ ไร - โจทยถ์ ามอะไร (แมต่ ้องจา่ ยเงินทง้ั หมดเท่าไร) - โจทย์กำหนดอะไร (ซอสมะเขือเทศราคาขวดละ 39 บาท 50 สตางค์ แมซ่ ้ือมา 5 ขวด) - หาคำตอบได้อยา่ งไร (39 บาท 50 สตางค์ คณู ด้วย 5) - ไดค้ ำตอบเท่าไร (197 บาท 50 สตางค์) - สรปุ คำตอบว่าอย่างไร (แม่ตอ้ งจ่ายเงินท้งั หมด 197 บาท 50 สตางค)์ 4. ครูเขียนแสดงวธิ ีทำโจทย์ปัญหาจากกจิ กรรมข้อ 1. พร้อมทัง้ อธิบายให้นกั เรียนฟงั ดงั นี้ วธิ ีทำ บาท สตางค์ ซอสมะเขือเทศราคาขวดละ 39 50 × แมซ่ ื้อมา 5 195 250 แม่ต้องจ่ายเงนิ ทั้งหมด 197 50 ตอบ แมต่ อ้ งจา่ ยเงนิ ท้งั หมด ๑๙๗ บาท ๕๐ สตางค์ ครูอธิบายขั้นตอนวิธีการเขียนแสดงวิธีทำ ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากนั้นเขียนข้อความและ ตัวเลขที่เป็นตัวตั้ง และตัวลบ ตามลำดับ แล้วครูอธิบายต่อไปว่า การคูณ เมื่อได้ผลคูณแล้วต้องเปลี่ยนจำนวนใน หน่วยย่อยให้เป็นหน่วยใหญด่ ้วยถา้ ทำได้ 5. ครูยกตัวอย่างโจทย์ปัญหาการคูณเกี่ยวกับเงิน ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์โจทย์และแสดงวิธีทำอกี 3 – 5 ตวั อย่าง ขน้ั ตอนท่ี 3 : การฝกึ 6. ครูให้นักเรียนบอกวิธีการแก้โจทย์ปัญหาการคูณเกี่ยวกับเงิน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกัน ตรวจสอบความถกู ต้อง จากนั้นครแู ละนักเรียนรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในหนังสือเรียน ขน้ั ตอนที่ 4 : การสรปุ 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงินได้นั้น ต้อง ศึกษากอ่ นวา่ โจทย์ต้องการใหห้ าอะไร โจทยก์ ำหนดส่งิ ใดมาให้ พร้อมทงั้ ตรวจสอบหน่วยน้ำหนักที่ให้ว่าเป็นหน่วย เดียวกนั หรือไม่ ขน้ั ตอนท่ี 5 : การประยุกต์ใช้ทันที 8. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ สสวท. ชั่วโมงที่ 4 ขนั้ ตอนที่ 1 : เตรยี มความพร้อม 1. ครูให้นกั เรยี นทอ่ งสูตรคณู โดยใชแ้ ก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสูตรคูณ หลงั จากนน้ั ให้ นักเรียนคดิ เลขเรว็ จำนวน 3 ข้อ ขัน้ ตอนท่ี 2 : เรียนรู้ 2. ทบทวนความรู้เร่อื ง โจทยป์ ญั หาการคูณเก่ียวกบั เงิน จากนนั้ ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันกันตอบ ปัญหาโดยครูเล่าสถานการณ์โจทย์ปัญหาให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาคำตอบ กลุ่มใดยกมือก่อน แลว้ ออกมานำเสนอขนั้ ตอนการแก้โจทย์ปัญหาไดถ้ ูกต้อง กลมุ่ นั้นจะเปน็ ผู้ชนะ 3. ครตู ิดโจทย์ปัญหาการหารเก่ยี วกบั เงินบนกระดาน โดยใหน้ ักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้

แม่จา่ ยเงินซื้อส้ม 9 กโิ ลกรมั เปน็ เงิน 416 บาท 25 สตางค์ แมซ่ ือ้ ส้มมากิโลกรัมละเท่าไร - โจทย์ถามอะไร (แมซ่ ื้อสม้ มากิโลกรมั ละเท่าไร) - โจทย์กำหนดอะไร (แมจ่ ่ายเงนิ ซ้ือสม้ 9 กิโลกรมั เปน็ เงิน 416 บาท 25 สตางค)์ - หาคำตอบได้อย่างไร (416 บาท 25 สตางค์ หารดว้ ย 9) - ได้คำตอบเทา่ ไร (46 บาท 25 สตางค์) - สรุปคำตอบว่าอย่างไร (แม่ซอื้ สม้ มากิโลกรัมละ 46 บาท 25 สตางค์) 4. ครเู ขยี นแสดงวิธที ำโจทย์ปัญหาจากกจิ กรรมข้อ 3. พรอ้ มทงั้ อธิบายให้นกั เรียนฟัง ดงั นี้ วธิ ที ำ แมจ่ า่ ยเงินซื้อส้ม 416 บาท 25 สตางค์ แมซ่ อ้ื ส้มมา 9 กโิ ลกรมั 2 บาท สตางค์ 9 416 25 แมซ่ ื้อส้มมากิโลกรัมละ 46 25 ตอบ แมซ่ อ้ื ส้มมากิโลกรัมละ ๔๖ บาท ๒๕ สตางค์ ครูอธิบายขั้นตอนวิธีการเขียนแสดงวิธีทำ ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากนั้นเขียนข้อความและ ตัวเลขท่เี ปน็ ตวั ตง้ั และตวั ลบ ตามลำดับ 5. ครยู กตวั อย่างโจทย์ปัญหาการหารเกีย่ วกับเงิน ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันวเิ คราะห์โจทยแ์ ละแสดงวิธีทำอีก 3 – 5 ตัวอย่าง ขน้ั ตอนที่ 3 : การฝึก 6. ครูให้นักเรียนบอกวิธีการแก้โจทย์ปัญหาการหารเกี่ยวกับเงิน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกัน ตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากน้ันครแู ละนักเรยี นร่วมกันเฉลยในหนงั สือเรียน ขน้ั ตอนท่ี 4 : การสรุป 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงินได้นั้น ต้อง ศึกษาก่อนวา่ โจทย์ต้องการใหห้ าอะไร โจทย์กำหนดสิ่งใดมาให้ พร้อมท้ังตรวจสอบหนว่ ยนำ้ หนักท่ีให้ว่าเป็นหน่วย เดียวกนั หรอื ไม่ ขั้นตอนที่ 5 : การประยุกตใ์ ช้ทันที 8. ครูใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ สสวท. 8. การวัดและประเมินผล การวดั ผล 1. สังเกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ มัน่ ในการทำงาน 2. แบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ สสวท. 3. สงั เกตการทำงาน การประเมินผล 1. ถอื เกณฑ์ผา่ นจากการสงั เกตพฤติกรรมสำหรับผทู้ ่ีได้ระดับคุณภาพต้ังแต่ 2 ขนึ้ ไป 2. ถือเกณฑ์ผา่ นสำหรับผูท้ ีท่ ำแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ สสวท. ไดร้ ะดับคุณภาพตงั้ แต่ 2 ข้นึ ไป 3. ถอื เกณฑผ์ า่ นสำหรบั ผทู้ ีท่ ำงานไดร้ ะดับคุณภาพตง้ั แต่ 2 ข้ึนไป

9. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ 1. แบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ สสวท. 2. โจทยป์ ญั หา

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา 13 ช่ัวโมง หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 13 เงินและบันทกึ รายรับรายจ่าย เวลา 2 ชั่วโมง เรอ่ื งารอ่านบันทึกรายรับรายจา่ ย 1. สาระสำคญั การบันทึกรายรับรายจ่ายลงในตารางให้เป็นหมวดหมู่ จะช่วยให้อ่านรายรับรายจ่ายได้สะดวก และชัดเจน ขึ้น โดยบันทึกรายรับ รายจ่าย ประกอบด้วย ชื่อเจ้าของบันทึก วันเดือนปี ตาราง หัวตาราง รายการ รายรับ รายจ่าย และยอดเงนิ คงเหลือ 2. ตวั ช้ีวัด ค 2.1 ป.3/1 : แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ญั หาเกี่ยวกับเงิน 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกวธิ กี ารอา่ นบกั ทกึ รายรับ รายจ่ายได้ (K) 2. อา่ นบันทึกรายรบั รายจ่ายได้ถูกตอ้ ง (P) 3. ชดุ คำสง่ั (P) 4. นำความร้เู ก่ยี วกบั การอา่ นบันทกึ รายรบั รายจ่าย ไปใช้ในชีวติ จริงได้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. การอา่ นบนั ทกึ รายรบั รายจ่าย 5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 1. ความสามารถในการแก้ปญั หา 6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งม่นั ในการทำงาน 7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ชัว่ โมงที่ 1 ข้นั ตอนที่ 1 : เตรยี มความพร้อม 1. ครูให้นักเรยี นทอ่ งสูตรคูณโดยใช้แก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสตู รคูณ หลังจากน้นั ให้นักเรียน คิดเลขเรว็ จำนวน 3 ขอ้ และทดสอบก่อนเรียน ข้นั ตอนที่ 2 : เรียนรู้ 2. ครนู ำสนทนเก่ยี วกบั การใช้จ่ายในชีวิตประจำวนั ของนักเรียน โดยใหแ้ ต่ละคนบอกการใช้จ่ายมาอย่างละ 1 อยา่ ง โดยไมซ่ ำ้ กัน เชน่ พ่อใหเ้ งนิ 30 บาท ซื้อก๋วยเตี๋ยวไป 15 บาท จ่ายค่ารถโดยสาร 8 บาท 50 สตางค์ ซ้ือน้ำ 5 บาท ซ้ือดินสอและยางลบ 10 บาท 25 สตางค์

ย่าให้อีก 50 บาท 3. ครแู นะนำว่าจำนวนเงนิ ทีน่ ักเรียนได้รบั มา เรียกว่า “รายรับ” และจำนวนเงินทีน่ ักเรยี นจ่ายไป เรียกวา่ “รายจา่ ย” ดังนัน้ จากข้อมลู ข้อ 2 พอ่ ใหเ้ งนิ 30 บาท เปน็ รายรบั ซ้ือก๋วยเตี๋ยวไป 15 บาท เป็นรายจ่าย จ่ายค่ารถโดยสาร 8 บาท 50 สตางค์ เป็นรายจา่ ย ซื้อน้ำ 5 บาท เป็นรายจา่ ย ซื้อดินสอและยางลบ 10 บาท 25 สตางค์ เปน็ รายจา่ ย ย่าให้อีก 50 บาท เป็นรายรบั ให้นักเรียนช่วยกนั จำแนกรายรับ รายจา่ ย วา่ มีอย่างละก่ีรายการ ครูแนะนำวา่ เพ่อื ใหง้ ่ายและสะดวกในการอ่านจงึ นิยมบันทึกรายรบั รายจ่าย ลงในตาราง 4. ครูฝกึ ใหน้ ักเรียนอ่านบนั ทึกรายรับรายจ่าย โดยตดิ บนั ทึกรายรับรายจ่ายบนกระดาน เชน่ บันทึกรายรบั รายจา่ ยของเด็กหญิงพองาม น้ำใจดี ต้ังแต่วันที่ 9 – 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 วัน เดอื น ปี รายการ รายรับ รายจา่ ย คงเหลอื 8 ก.พ. 63 แมใ่ ห้เงิน บาท สตางค์ บาท สตางค์ บาท สตางค์ พ่อใหเ้ งนิ 120 00 -- 120 00 9 ก.พ. 63 ซื้อพจนานุกรม 50 00 -- 170 00 พี่ใหเ้ งิน -- 78 00 92 00 40 00 -- 132 00 10 ก.พ. 63 ซ้อื อาหารกลางวนั -- 46 50 85 00 ซอ้ื ขนมฝากพ่ี -- 17 00 68 00 ใหน้ ักเรียนใชข้ ้อมูลในบนั ทึกรายรับรายจา่ ยดังกล่าว ตอบคำถามเช่น - ตารางนี้แสดงอะไร (บันทึกรายรับรายจ่ายของเด็กหญิงพองาม น้ำใจดี ตั้งแต่วันที่ 9 – 10 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2563) - มรี ายรบั ท้งั หมดกีร่ ายการ เป็นเงนิ เทา่ ใด (3 รายการ เป็นเงิน 210 บาท) - มรี ายจ่ายทง้ั หมดก่รี ายการ เป็นเงินเทา่ ใด (3 รายการ เปน็ เงนิ 141.50 บาท) - รายรบั รายการใดมากทส่ี ุด เป็นเงินเทา่ ใด (พอ่ ให้เงิน 120 บาท) - รายจ่ายรายการใดนอ้ ยทีส่ ดุ เป็นเงนิ เท่าใด (ซ้ือขนมฝากพี่ 17 บาท) - ในวันท่ี 8 มีรายรับทัง้ สิน้ กี่บาท (170 บาท) - เม่ือรวมรายรับและรายจา่ ยและยังมีเงนิ คงเหลืออีกเทา่ ใด (68.50 บาท) ขนั้ ตอนที่ 3 : การฝกึ 5. ครูให้นักเรียนบอกวิธีการอ่านบันทึกรายรับรายจ่าย เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบ ความถกู ตอ้ ง จากนั้นครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยในหนงั สอื เรยี น ข้นั ตอนที่ 4 : การสรุป 6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การบันทึกรายรับรายจ่ายลงในตารางให้เป็น หมวดหมู่ จะช่วยให้อ่านรายรบั รายจ่ายไดส้ ะดวกและชัดเจนขึน้

ข้ันตอนท่ี 5 : การประยุกตใ์ ช้ทันที 7. ครูให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ สสวท. ชวั่ โมงที่ 2 ขั้นตอนท่ี 1 : เตรยี มความพรอ้ ม 1. ครูให้นักเรียนท่องสูตรคูณโดยใช้แก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสูตรคูณ หลังจากนั้นให้ นักเรียนคดิ เลขเร็วจำนวน 3 ขอ้ และทดสอบก่อนเรยี น ขัน้ ตอนที่ 2 : เรียนรู้ 2. ทบทวนการจำแนกรายรบั รายจ่าย โดยครตู ิดขอ้ มูลรายรบั รายจ่ายของเด็กชายสมชาย ใจดี และให้ นกั เรยี นจำแนกวา่ รายการใดเปน็ รายรับ รายการใดเป็นรายจ่าย ดังน้ี รายรบั รายจ่ายของเดก็ ชายสมชาย ใจดี ในวันที่ 18 เมษายน 2563 แม่ให้เงิน 40 บาท พ่อให้เงิน 30 บาท ซ้ือสมุด 18 บาท ซ้ือยางลบ 6.50 บาท ซ้ืออาหารกลางวัน 20 บาท ซื้อน้ำดื่ม 8 บาท ซื้อขนม 13.50 บาท ยายให้เงิน 50 บาท เมื่อนักเรียนเข้าใจความหมายของคำว่า รายรับ รายจ่ายดีแล้ว ให้นักเรียนผลัดกันบอกประโยคและ ให้เพือ่ นๆ ตอบวา่ เปน็ รายรับหรอื รายจา่ ย 3. ครูถามนักเรียนว่า จากข้อมูลรายรับรายจ่ายของเด็กชายสมชาย ใจดี จะมีเงินคงเหลือกี่บาท ให้ นักเรียนช่วยคิดหาคำตอบ เมื่อได้คำตอบแล้ว ครูแนะนำว่า เพื่อให้ง่ายและสะดวกในการอ่านจะนิยมเขียนรายรับ รายจ่าย และเงินคงเหลือลงในตาราง เรียกว่า บันทึกรายรับรายจ่าย จากนั้นครูและนักเรียนเขียนแบบบันทึกรายรับ รายจ่ายบนกระดาน ดังน้ี บันทกึ รายรับรายจ่ายของ............................................. ตงั้ แตว่ ันที่ ................................................... วนั เดือน ปี รายการ รายรับ รายจา่ ย คงเหลือ บาท สตางค์ บาท สตางค์ บาท สตางค์

ให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาแบบบันทึก และอภิปรายร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบ สำคัญของแบบบนั ทึก ซง่ึ จะได้วา่ แบบบันทึกรายรับรายจ่ายประกอบดว้ ยช่ือเจา้ ของบันทึก ชว่ งเวลาหรือวันที่รับ จ่ายเงิน และตารางสำหรับบันทึก ซึ่งแบ่งเป็นช่องวัน เดือน ปี รายการ รายรับ รายจ่าย และคงเหลือ ใช้การ ถาม – ตอบ และแนะนำการกรอกข้อมูลลงในบันทึกแต่ละรายการ - บนั ทกึ รายรับรายจ่ายน้เี ป็นของใคร (เดก็ ชายสมชาย ใจดี) - เดก็ ชายสมชาย ใจดี ใช้จา่ ยช่วงเวลาใด (วนั ท่ี 18 เมษายน 2563) 4. ครแู นะนำการกรอกข้อมูลในชอ่ งวนั เดอื น ปี วา่ นิยมใชต้ ัวย่อ การกรอกข้อความในชอ่ งรายการ การ กรอกจำนวนเงินในชอ่ งรายรบั และการกรอกจำนวนเงนิ ในช่องรายจ่าย การกรอกรายการคงเหลอื พรอ้ มคำนวณหา เงินคงเหลือ โดยอธิบายทีละรายการ ถ้าใช้ช่องรายรับหรือรายจ่ายใดที่ไม่ตอ้ งกรอกจำนวนเงินให้ขีด ( - ) ในช่อง นั้น เชน่ บนั ทกึ รายรับรายจา่ ยของนายวนั ชัย ใจดี ต้ังแตว่ ันที่ 18 เมษายน 2563 วนั เดอื น ปี รายการ รายรับ รายจ่าย คงเหลอื 18 เม.ย. 63 แม่ให้เงิน บาท สตางค์ บาท สตางค์ บาท สตางค์ พ่อให้เงิน ซื้อสมุด 40 00 -- 40 00 ซ้ือยางลบ 30 00 -- 70 00 ซ้ืออาหารกลางวัน -- 18 00 52 00 ซื้อน้ำดื่ม -- 6 50 45 50 ซ้ือขนม -- 20 00 25 50 ยายให้เงิน -- 8 00 17 50 -- 13 50 4 00 50 00 -- 54 00 5. ให้นักเรียนสังเกตจำนวนเงินคงเหลือ และชี้ให้เห็นว่ารายการใดเป็นรายรับจะทำให้เงินคงเหลือ เพิ่มขึ้น รายการใดเป็นรายจ่ายจะทำให้เงินคงเหลือลดลง ยกเว้นรายการแรกที่ช่องคงเหลือจะเท่ากับรายรับ เนื่องจากในรายการแรกยังไม่มีรายจ่าย ครูแนะนำเพิ่มเติม โดยให้นักเรียนรวมรายรับและรายจ่าย แล้วนำมาลบ กนั ใหน้ ักเรียนบอกผลลบทไ่ี ด้ แล้วถามนกั เรียนวา่ ผลลบทไี่ ดเ้ ท่ากบั เงนิ ในรายการใด (คงเหลือ) จากนั้นใหน้ ักเรียน ร่วมกนั อภิปรายถงึ การตรวจสอบความถกู ต้องของบันทกึ รายรับรายจ่าย - จำนวนเงินคงเหลือในรายการแรกเป็นเท่าไร (40.00 บาท เพราะอะไร ในรายการแรกยังไม่มี รายจ่าย) - จำนวนเงนิ คงเหลอื ในรายการทส่ี องคอื เทา่ ไร (70.00 บาท ได้มาจาก 40.00 + 30.00 = 70.00 บาท) - จำนวนเงนิ คงเหลือในรายการที่สามคือเทา่ ไร (52.00 บาท ได้มาจาก 70.00 – 18.00 = 52.00 บาท)

ข้ันตอนที่ 3 : การฝกึ 6. ครูให้นักเรียนเขียน การเขียนบันทึกรายรับรายจ่าย เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบ ความถกู ตอ้ ง จากน้นั ครูและนักเรียนรว่ มกนั เฉลยในหนงั สือเรยี น ขน้ั ตอนท่ี 4 : การสรุป 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การเขียนบันทึกรายรับ รายจ่ายว่า ประกอบด้วย 3 ส่วน คอื ช่อื ตาราง หัวตาราง และขอ้ มูลในตาราง ซึ่งขอ้ มลู ในตารางจะประกอบด้วยข้อความและ ตัวเลขแสดงข้อมูลตา่ งๆ การเขียนบันทกึ รายรบั รายจา่ ยต้องกำหนดหัวขอ้ และแปลงข้อมลู ตา่ งๆ เป็นตัวเลข ขนั้ ตอนท่ี 5 : การประยกุ ตใ์ ช้ทนั ที 8. นักเรยี นใช้ความรู้เดิมจากรายวิชาวทิ ยาการคำนวณสรา้ งชดุ คำส่งั จากBoardgame ดงั น้ี 9. ให้นักเรียนสรา้ งชดุ คำสง่ั โดยใช้คำส่ังน้อยที่สดุ ไปยังเป้าหมาย 10. ใหน้ ักเรียนสร้างชุดคำสงั่ โดยเงือ่ นไขพิเศษ ดงั นี้ 11. ให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน

8. การวดั และประเมินผล การวัดผล 1. สงั เกตความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ มัน่ ในการทำงาน 2. แบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ สสวท. 3. สังเกตการทำงาน การประเมนิ ผล 1. ถอื เกณฑ์ผ่านจากการสังเกตพฤติกรรมสำหรบั ผู้ท่ีได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ 2 ข้นึ ไป 2. ถอื เกณฑผ์ า่ นสำหรับผ้ทู ีท่ ำแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ สสวท. ไดร้ ะดับคณุ ภาพตั้งแต่ 2 ขน้ึ ไป 3. ถอื เกณฑผ์ ่านสำหรบั ผ้ทู ่ที ำงานไดร้ ะดับคุณภาพตง้ั แต่ 2 ขึ้นไป 9. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ 1. แบบฝกึ หัดคณติ ศาสตร์ สสวท. 2. บนั ทกึ รายรับรายจ่ายของเดก็ หญิงพองาม น้ำใจดี 3. บันทกึ รายรับรายจ่ายของเดก็ ชายสมชาย ใจดี 4. Boardgame

ภาคผนวก -รปู ดำเนนิ กำรจดั กำรเรยี นรู้ -แบบประเมนิ ฯ

พ.น./วก. 02 โรงเรยี นวดั พืชนิมติ (คำสวสั ด์ริ าษฎร์บำรงุ ) แบบประเมนิ หน่วยการจดั การเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 13 เรื่องเงนิ และบนั ทึกรายรับรายจา่ ย เวลาท่ใี ช้ 13 ชั่วโมง รหัสวชิ า ค13101 รายวิชาคณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ครผู ้สู อน นางสาวจริ ะพันธุ์ ปากวิเศษ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ระดับการประเมนิ มคี วามสอดคล้อง/เช่ือมโยง/เหมาะสม 5 หมายถงึ มากสุดที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถงึ ปานกลาง 2 หมายถึง น้อย 1 หมายถึง น้อยท่ีสดุ ข้อ รายการประเมนิ ระดับคะแนน ท่ี 54321 1 ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้นา่ สนใจ กะทัดรัด ชดั เจน ครอบคลุมเนื้อหาสาระ 2 มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้/สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคม์ ีความเช่ือมโยงกันอยา่ งเหมาะสม 3 ความสอดคล้องของสาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอดกบั มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชีว้ ดั /ผล การเรียนรู้ 4 ความสอดคล้องของสาระสำคัญ/ความคิดรวบยอดกบั สาระการเรียนรู้ 5 ความเช่ือมโยงสัมพันธก์ นั ระหวา่ งช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วัด / ผลการเรยี นรู้สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอดสาระการเรียนรแู้ ละกจิ กรรมการเรยี นรู้ 6 กิจกรรมการเรยี นรูส้ อดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั /ผลการเรียนรู้และสาระการ เรยี นรู้ 7 กจิ กรรมการเรยี นรมู้ คี วามครอบคลุมในการพัฒนาผเู้ รียนใหม้ คี วามรูท้ ักษะ/กระบวนการ สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 กจิ กรรมการเรยี นรู้มคี วามเหมาะสมสามารถนำผเู้ รียนไปสกู่ ารสร้างชน้ิ งาน/ภาระงาน 9 มีการประเมนิ ผลตามสภาพจริงและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั /กิจกรรม การเรียนรู้ 10 ประเด็นและเกณฑก์ ารประเมินสามารถสะท้อนคณุ ภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรู้ 11 สอ่ื การเรียนรูใ้ นแตล่ ะกิจกรรม มคี วามเหมาะสมกับเวลาและการนำไปประยุกต์ใช้ได้จรงิ 12 กำหนดเวลาไดเ้ หมาะสมกบั กิจกรรม และสามารถนำไปปฏิบัติจรงิ ได้ ขอ้ เสนอแนะ ............................................................................................................................. ..................................................................... ......................................................................................................................................................................................... .......... ......................................................................................................................... ........................................................................ ลงช่อื .................................................................. (นางสาวแพรวรุ่ง ศรปี ระภา) ผ้ปู ระเมิน

พ.น./วก. 02 โรงเรยี นวดั พืชนมิ ิต (คำสวสั ดิ์ราษฎร์บำรุง) แบบประเมินหน่วยการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 13 เร่ืองเงินและบนั ทึกรายรับรายจ่าย เวลาที่ใช้ 13 ช่ัวโมง รหัสวชิ า ค13101 รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 ครผู สู้ อน นางสาวจริ ะพนั ธุ์ ปากวเิ ศษ กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ระดบั การประเมนิ มคี วามสอดคล้อง/เช่อื มโยง/เหมาะสม 5 หมายถึง มากสดุ ทส่ี ดุ 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง นอ้ ย 1 หมายถงึ น้อยทส่ี ุด ขอ้ รายการประเมิน ระดบั คะแนน ท่ี 54321 1 ชือ่ หน่วยการเรยี นรนู้ า่ สนใจ กะทัดรดั ชดั เจน ครอบคลุมเน้อื หาสาระ 2 มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรียนร้/ู สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคม์ ีความเช่ือมโยงกันอย่างเหมาะสม 3 ความสอดคล้องของสาระสำคัญ/ความคิดรวบยอดกับมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั /ผล การเรียนรู้ 4 ความสอดคล้องของสาระสำคัญ/ความคิดรวบยอดกบั สาระการเรียนรู้ 5 ความเช่อื มโยงสมั พันธก์ นั ระหวา่ งชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั / ผลการเรียนร้สู าระสำคัญ/ความคิดรวบยอดสาระการเรยี นรู้และกจิ กรรมการเรยี นรู้ 6 กจิ กรรมการเรยี นรู้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนรูแ้ ละสาระการ เรยี นรู้ 7 กจิ กรรมการเรียนรมู้ ีความครอบคลุมในการพัฒนาผ้เู รยี นใหม้ คี วามรทู้ ักษะ/กระบวนการ สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 8 กิจกรรมการเรยี นรู้มคี วามเหมาะสมสามารถนำผ้เู รียนไปสู่การสร้างชิ้นงาน/ภาระงาน 9 มีการประเมนิ ผลตามสภาพจริงและสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด/กิจกรรม การเรียนรู้ 10 ประเด็นและเกณฑก์ ารประเมินสามารถสะท้อนคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการเรยี นรู้/ ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้ 11 สือ่ การเรยี นรู้ในแต่ละกิจกรรม มีความเหมาะสมกับเวลาและการนำไปประยุกตใ์ ช้ได้จริง 12 กำหนดเวลาได้เหมาะสมกับกิจกรรม และสามารถนำไปปฏบิ ตั จิ ริงได้ ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ..................................................................... ......................................................................................................................................................................................... .......... ......................................................................................................................... ........................................................................ ลงชอ่ื .................................................................. (นางสาวสวุ ดี กาญจนาภา) ผู้ประเมนิ

พ.น./วก. 02 โรงเรยี นวดั พชื นมิ ิต (คำสวสั ด์ริ าษฎรบ์ ำรงุ ) แบบประเมินหน่วยการจัดการเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 13 เรอ่ื งเงนิ และบนั ทึกรายรับรายจ่าย เวลาที่ใช้ 13 ชั่วโมง รหสั วิชา ค13101 รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ครูผสู้ อน นางสาวจริ ะพันธุ์ ปากวิเศษ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ระดับการประเมิน มคี วามสอดคล้อง/เช่อื มโยง/เหมาะสม 5 หมายถงึ มากสุดที่สดุ 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง นอ้ ย 1 หมายถงึ นอ้ ยทสี่ ุด ขอ้ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ท่ี 54321 1 ชอ่ื หน่วยการเรียนร้นู า่ สนใจ กะทัดรัด ชัดเจน ครอบคลุมเน้อื หาสาระ 2 มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู้/สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น และคุณลักษณะอันพึงประสงคม์ คี วามเชื่อมโยงกันอยา่ งเหมาะสม 3 ความสอดคล้องของสาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอดกบั มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด/ผล การเรยี นรู้ 4 ความสอดคล้องของสาระสำคัญ/ความคิดรวบยอดกบั สาระการเรยี นรู้ 5 ความเชอ่ื มโยงสัมพันธ์กันระหวา่ งชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้วี ดั / ผลการเรียนรู้สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอดสาระการเรียนร้แู ละกจิ กรรมการเรยี นรู้ 6 กิจกรรมการเรยี นรู้สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้และสาระการ เรยี นรู้ 7 กจิ กรรมการเรียนรู้มคี วามครอบคลมุ ในการพัฒนาผูเ้ รยี นใหม้ คี วามรทู้ ักษะ/กระบวนการ สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 8 กจิ กรรมการเรียนรมู้ ีความเหมาะสมสามารถนำผเู้ รียนไปสูก่ ารสรา้ งชิ้นงาน/ภาระงาน 9 มกี ารประเมินผลตามสภาพจริงและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชีว้ ัด/กิจกรรม การเรียนรู้ 10 ประเด็นและเกณฑก์ ารประเมินสามารถสะท้อนคณุ ภาพผเู้ รียนตามมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้ 11 สอ่ื การเรียนรูใ้ นแต่ละกิจกรรม มคี วามเหมาะสมกบั เวลาและการนำไปประยุกต์ใชไ้ ดจ้ รงิ 12 กำหนดเวลาได้เหมาะสมกับกิจกรรม และสามารถนำไปปฏบิ ัตจิ รงิ ได้ ขอ้ เสนอแนะ ............................................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. ...................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ....... ลงชอ่ื .................................................................. (นางสาวกันยาภัทร ภทั รโสตถ)ิ ผู้ประเมนิ

พ.น./วก. 03 โรงเรียนวัดพืชนมิ ิต (คำสวัสดิ์ราษฎรบ์ ำรงุ ) สรปุ ผลการประเมนิ หนว่ ยการจัดการเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 13 เร่ืองเงนิ และบนั ทึกรายรบั รายจา่ ย เวลาที่ใช้ 13 ช่ัวโมง รหัสวชิ า ค13101 รายวิชาคณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 ครผู ู้สอน นางสาวจริ ะพันธุ์ ปากวิเศษ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แบบประเมินหน่วยการเรยี นรู้ ซึ่งเป็นแบบมาตราสว่ นประมาณค่า (Rating Scale) จำนวน 12 ข้อ มีระดับการประเมนิ 5 ระดับ คือ 5 หมายถึง มคี วามสอดคล้อง/เชอื่ มโยง/เหมาะสม มากท่ีสดุ 4 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เช่อื มโยง/เหมาะสม มาก 3 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชอ่ื มโยง/เหมาะสม ปานกลาง 2 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชื่อมโยง/เหมาะสม น้อย 1 หมายถึง มคี วามสอดคล้อง/เชื่อมโยง/เหมาะสม นอ้ ยท่ีสุด ซ่งึ ถือเกณฑใ์ นการแปลความหมายของค่าเฉลย่ี ดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายความวา่ มคี วามสอดคลอ้ ง/เช่ือมโยง/เหมาะสม มากทส่ี ดุ 3.50 – 4.49 หมายความว่า มีความสอดคล้อง/เชือ่ มโยง/เหมาะสม มาก 2.50 – 3.49 หมายความว่า มีความสอดคลอ้ ง/เชอ่ื มโยง/เหมาะสม ปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายความว่า มคี วามสอดคลอ้ ง/เชอ่ื มโยง/เหมาะสม นอ้ ย 1.00 – 1.49 หมายความว่า มีความสอดคลอ้ ง/เช่ือมโยง/เหมาะสม นอ้ ยท่สี ดุ คะแนนของผู้ประเมนิ คา่ การแปล ข้อท่ี รายการประเมนิ คนที่ คนท่ี คนที่ เฉลยี่ ความหมาย 123 1 ช่อื หน่วยการเรียนรนู้ ่าสนใจ กะทัดรดั ชดั เจน ครอบคลุมเน้ือหา สาระ 2 มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรยี นร/ู้ สมรรถนะสำคัญของ ผู้เรยี น และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์มีความเชอื่ มโยงกนั อย่าง เหมาะสม 3 ความสอดคล้องของสาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอดกบั มาตรฐาน การเรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้ 4 ความสอดคล้องของสาระสำคัญ/ความคิดรวบยอดกบั สาระการ เรียนรู้ 5 ความเช่อื มโยงสมั พันธก์ ันระหวา่ งช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน การเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ัด /ผลการเรียนรู้สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด สาระการเรยี นรู้และกจิ กรรมการเรียนรู้ 6 กจิ กรรมการเรยี นรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั /ผล การเรยี นรู้และสาระการเรยี นรู้

-2- คะแนนของผูป้ ระเมิน คา่ การแปล ขอ้ ท่ี รายการประเมิน คนท่ี คนที่ คนท่ี เฉลย่ี ความหมาย 123 7 กิจกรรมการเรียนรู้มีความครอบคลมุ ในการพัฒนาผเู้ รียนใหม้ ี ความรูท้ กั ษะ/กระบวนการ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น และ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 กจิ กรรมการเรยี นรูม้ ีความเหมาะสมสามารถนำผเู้ รียนไปสกู่ าร สร้างช้นิ งาน/ภาระงาน 9 มกี ารประเมินผลตามสภาพจริงและสอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู/้ ตัวชีว้ ัด/กิจกรรมการเรยี นรู้ 10 ประเด็นและเกณฑก์ ารประเมินสามารถสะท้อนคณุ ภาพผเู้ รียนตาม มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้ 11 สอ่ื การเรยี นรู้ในแตล่ ะกจิ กรรม มคี วามเหมาะสมกับเวลาและการ นำไปประยุกตใ์ ช้ไดจ้ รงิ 12 กำหนดเวลาได้เหมาะสมกบั กิจกรรม และสามารถนำไปปฏบิ ตั จิ ริง ได้ ภาพรวม สรุปผลการประเมนิ  ผ่าน (ความสอดคลอ้ ง/เช่อื มโยง/เหมาะสมต้ังแตร่ ะดับปานกลางข้ึนไป)  ผ่าน (ความสอดคล้อง/เช่ือมโยง/เหมาะสมต่ำกวา่ ระดบั ปานกลาง) ลงชอ่ื .......................................... (นางสาวกนั ยาภทั ร ภัทรโสตถิ) ประธานกรรมการ ลงชอ่ื .......................................... ลงชื่อ.......................................... (นางสาวสุวดี กาญจนาภา) (นางสาวแพรวรุ่ง ศรีประภา) กรรมการ กรรมการ

พ.น./วก. 04 โรงเรียนวัดพชื นมิ ิต (คำสวัสด์ิราษฎรบ์ ำรุง) แบบประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 13 เรื่องเงินและบนั ทึกรายรับรายจ่าย เวลาที่ใช้ 13 ช่ัวโมง รหัสวชิ า ค13101 รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3 ครูผสู้ อน นางสาวจริ ะพนั ธุ์ ปากวิเศษ กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ระดบั การประเมนิ 5 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมในระดับ ดีมาก 4 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับ ดี 3 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบั ปานกลาง 2 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับ พอใช้ 1 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบั ปรับปรุง ข้อที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 54321 1 แผนการจดั การเรียนรสู้ อดคล้องสมั พนั ธ์กบั หน่วยการเรียนรทู้ ่กี ำหนดไว้ 2 แผนการจดั การเรยี นรู้มอี งคป์ ระกอบสำคญั ครบถ้วนสัมพนั ธก์ นั 3 การเขยี นสาระสำคญั ในแผนถูกต้อง 4 จุดประสงค์การเรยี นรมู้ คี วามชดั เจนครอบคลุมเน้ือหาสาระ 5 กำหนดเนอื้ หาสาระเหมาะสมกบั เวลา 6 กิจกรรมการเรยี นรู้สอดคล้องกบั จดุ ประสงค์และเนื้อหาสาระ 7 กจิ กรรมการเรียนรสู้ อดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละระดับชัน้ ของนักเรยี น 8 กิจกรรมการเรยี นรมู้ คี วามหลากหลายและสามารถปฏบิ ตั ิไดจ้ รงิ 9 กิจกรรมการเรียนรเู้ ปน็ กจิ กรรมทีส่ ง่ เสรมิ กระบวนการคิดของนกั เรียน 10 กิจกรรมการเรียนรสู้ อดคล้องแทรกคุณธรรมและค่านิยมทีด่ ีงาม 11 กจิ กรรมการเรียนรเู้ นน้ ให้ผูเ้ รียนมีสว่ นรว่ มในช้ันเรยี น 12 วัสดอุ ุปกรณ์ ส่อื นวัตกรรมและเทคโนโลยมี ีความหลากหลาย 13 วสั ดอุ ุปกรณ์ สื่อ และแหล่งเรยี นรูเ้ หมาะสมกับเนอ้ื หาสาระ 14 สง่ เสริมให้ผู้เรยี นคน้ ควา้ หาความรู้ จากแหลง่ เรียนร้ตู า่ งๆ 15 มีการวัดและประเมนิ ผลท่ีสอดคล้องกับจุดประสงคก์ ารเรียนรู้

-2- ข้อเสนอแนะ ด้านเน้ือหาสาระ.............................................................................................................. ......................................... ........................................................................................ ....................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ดา้ นกจิ กรรมการเรียนการสอน......................................................................................................................... ....... .......................................................................................................................... ..................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล...................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ...................................................................................................................................................... ......................................... ดา้ นอนื่ ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................... .......................... ........................................................................................................ ....................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. (ลงช่ือ)..................................................ผู้ประเมิน (นางสาวแพรวรุ่ง ศรีประภา) ............./.................../............. ส่งิ ทไ่ี ด้ดำเนนิ การแก้ไข ........................................................................................ ....................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. (ลงชอ่ื )..................................................ผูส้ อน (นางสาวจริ ะพันธุ์ ปากวิเศษ) ............./.................../............

พ.น./วก. 04 โรงเรียนวัดพชื นมิ ิต (คำสวัสด์ิราษฎรบ์ ำรุง) แบบประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 13 เรื่องเงินและบนั ทึกรายรับรายจ่าย เวลาที่ใช้ 13 ช่ัวโมง รหัสวชิ า ค13101 รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3 ครูผสู้ อน นางสาวจริ ะพนั ธุ์ ปากวิเศษ กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ระดบั การประเมนิ 5 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมในระดับ ดีมาก 4 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับ ดี 3 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบั ปานกลาง 2 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับ พอใช้ 1 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบั ปรับปรุง ข้อที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 54321 1 แผนการจดั การเรียนรสู้ อดคล้องสมั พนั ธ์กบั หน่วยการเรียนรทู้ ่กี ำหนดไว้ 2 แผนการจดั การเรยี นรู้มอี งคป์ ระกอบสำคญั ครบถ้วนสัมพนั ธก์ นั 3 การเขยี นสาระสำคญั ในแผนถูกต้อง 4 จุดประสงค์การเรยี นรมู้ คี วามชดั เจนครอบคลุมเน้ือหาสาระ 5 กำหนดเนอื้ หาสาระเหมาะสมกบั เวลา 6 กิจกรรมการเรยี นรู้สอดคล้องกบั จดุ ประสงค์และเนื้อหาสาระ 7 กจิ กรรมการเรียนรสู้ อดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละระดับชัน้ ของนักเรยี น 8 กิจกรรมการเรยี นรมู้ คี วามหลากหลายและสามารถปฏบิ ตั ิไดจ้ รงิ 9 กิจกรรมการเรียนรเู้ ปน็ กจิ กรรมทีส่ ง่ เสรมิ กระบวนการคิดของนกั เรียน 10 กิจกรรมการเรียนรสู้ อดคล้องแทรกคุณธรรมและค่านิยมทีด่ ีงาม 11 กจิ กรรมการเรียนรเู้ นน้ ให้ผูเ้ รียนมีสว่ นรว่ มในช้ันเรยี น 12 วัสดอุ ุปกรณ์ ส่อื นวัตกรรมและเทคโนโลยมี ีความหลากหลาย 13 วสั ดอุ ุปกรณ์ สื่อ และแหล่งเรยี นรูเ้ หมาะสมกับเนอ้ื หาสาระ 14 สง่ เสริมให้ผู้เรยี นคน้ ควา้ หาความรู้ จากแหลง่ เรียนร้ตู า่ งๆ 15 มีการวัดและประเมนิ ผลท่ีสอดคล้องกับจุดประสงคก์ ารเรียนรู้

-2- ขอ้ เสนอแนะ ดา้ นเน้อื หาสาระ....................................................................................................................................................... ........................................................................................ ....................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ด้านกจิ กรรมการเรียนการสอน......................................................................................................................... ....... .......................................................................................................................... ..................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ดา้ นการวดั และประเมนิ ผล...................................................................................................................................... .................................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ดา้ นอน่ื ๆ (โปรดระบุ)........................................................................................................................................ ..... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. (ลงชือ่ )..................................................ผ้ปู ระเมิน (นางสาวสุวดี กาญจนาภา) ............./.................../............. ส่งิ ท่ไี ดด้ ำเนนิ การแก้ไข ................................................................................................................ ............................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. (ลงชือ่ )..................................................ผู้สอน (นางสาวจิระพนั ธ์ุ ปากวเิ ศษ) ............./.................../............

พ.น./วก. 04 โรงเรยี นวดั พืชนมิ ิต (คำสวัสด์ิราษฎรบ์ ำรุง) แบบประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 13 เรื่องเงินและบนั ทึกรายรับรายจ่าย เวลาที่ใช้ 13 ช่ัวโมง รหัสวชิ า ค13101 รายวิชาคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3 ครูผสู้ อน นางสาวจริ ะพนั ธ์ุ ปากวิเศษ กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ระดบั การประเมนิ 5 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมในระดบั ดีมาก 4 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบั ดี 3 หมายถึง มคี วามเหมาะสมในระดับ ปานกลาง 2 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบั พอใช้ 1 หมายถึง มคี วามเหมาะสมในระดบั ปรับปรงุ ข้อที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 54321 1 แผนการจดั การเรยี นรสู้ อดคล้องสมั พนั ธ์กบั หนว่ ยการเรียนรทู้ ่กี ำหนดไว้ 2 แผนการจดั การเรียนรู้มอี งคป์ ระกอบสำคัญครบถ้วนสัมพนั ธก์ นั 3 การเขยี นสาระสำคญั ในแผนถูกตอ้ ง 4 จุดประสงค์การเรียนรมู้ คี วามชัดเจนครอบคลุมเน้ือหาสาระ 5 กำหนดเนอื้ หาสาระเหมาะสมกบั เวลา 6 กิจกรรมการเรยี นรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์และเนื้อหาสาระ 7 กจิ กรรมการเรียนรสู้ อดคลอ้ งกับจุดประสงคแ์ ละระดับชัน้ ของนักเรยี น 8 กิจกรรมการเรยี นรมู้ คี วามหลากหลายและสามารถปฏบิ ตั ิไดจ้ รงิ 9 กิจกรรมการเรียนรเู้ ปน็ กิจกรรมทีส่ ่งเสริมกระบวนการคิดของนกั เรียน 10 กิจกรรมการเรียนรสู้ อดคล้องแทรกคุณธรรมและค่านิยมทีด่ ีงาม 11 กจิ กรรมการเรียนรเู้ นน้ ให้ผูเ้ รียนมีสว่ นรว่ มในชัน้ เรยี น 12 วัสดอุ ุปกรณ์ ส่อื นวัตกรรมและเทคโนโลยมี ีความหลากหลาย 13 วสั ดอุ ุปกรณ์ สอ่ื และแหล่งเรียนรเู้ หมาะสมกบั เนอ้ื หาสาระ 14 สง่ เสริมให้ผ้เู รยี นค้นควา้ หาความรู้ จากแหลง่ เรียนร้ตู า่ งๆ 15 มีการวัดและประเมนิ ผลท่ีสอดคล้องกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

-2- ขอ้ เสนอแนะ ดา้ นเน้อื หาสาระ....................................................................................................................................................... ........................................................................................ ....................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ด้านกจิ กรรมการเรียนการสอน......................................................................................................................... ....... .......................................................................................................................... ..................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ดา้ นการวดั และประเมนิ ผล...................................................................................................................................... .................................................................................................. ............................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ดา้ นอน่ื ๆ (โปรดระบุ)........................................................................................................................................ ..... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. (ลงชอ่ื )..................................................ผ้ปู ระเมิน (นางสาวกนั ยาภทั ร ภัทรโสตถิ) ............./.................../............. ส่งิ ท่ไี ดด้ ำเนนิ การแก้ไข ........................................................................................................... .................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. (ลงชอ่ื )..................................................ผูส้ อน (นางสาวจิระพนั ธ์ุ ปากวิเศษ) ............./.................../............

พ.น./วก. 05 โรงเรียนวัดพืชนิมิต (คำสวัสดิ์ราษฎรบ์ ำรุง) สรปุ ผลการประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 13 เรือ่ งเงินและบันทึกรายรับรายจ่าย เวลาท่ใี ช้ 13 ช่ัวโมง รหัสวชิ า ค13101 รายวิชาคณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ครูผสู้ อน นางสาวจิระพันธ์ุ ปากวิเศษ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ระดบั การประเมิน 5 หมายถงึ มีความเหมาะสมในระดับ ดีมาก 4 หมายถึง มคี วามเหมาะสมในระดับ ดี 3 หมายถึง มคี วามเหมาะสมในระดบั ปานกลาง 2 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมในระดับ นอ้ ย 1 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมในระดับ น้อยมาก ซ่ึงถือเกณฑ์ในการแปลความหมายของค่าเฉล่ียดังนี้ (ธานินทร์ ศิลปะจารุ. 2555:112) 4.50 – 5.00 หมายความวา่ มีความเหมาะสมในระดับ ดีมาก 3.50 – 4.49 หมายถึง หมายความว่า มีความเหมาะสมในระดบั ดี 2.50 – 3.49 หมายถงึ หมายความวา่ มคี วามเหมาะสมในระดบั ปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถงึ หมายความวา่ มคี วามเหมาะสมในระดบั น้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง หมายความว่า มคี วามเหมาะสมในระดบั น้อยมาก ขอ้ ที่ รายการประเมิน คะแนนของผ้ปู ระเมิน ค่า การแปล คนที่ 1 คนท่ี2 คนท่ี 3 เฉล่ยี ความหมาย 1 แผนการจดั การเรียนร้สู อดคล้องสมั พันธก์ บั หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี กำหนดไว้ 2 แผนการจดั การเรยี นรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนสมั พนั ธ์กนั 3 การเขียนสาระสำคญั ในแผนถูกต้อง 4 จดุ ประสงค์การเรยี นร้มู คี วามชดั เจนครอบคลมุ เนื้อหาสาระ 5 กำหนดเน้อื หาสาระเหมาะสมกบั เวลา 6 กจิ กรรมการเรียนรู้สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละเนื้อหาสาระ 7 กจิ กรรมการเรยี นรู้สอดคล้องกับจดุ ประสงค์และระดับช้นั ของ นกั เรยี น 8 กิจกรรมการเรยี นรมู้ ีความหลากหลายและสามารถปฏิบัติได้จรงิ 9 กจิ กรรมการเรียนรู้เป็นกจิ กรรมที่สง่ เสริมกระบวนการคิดของ นักเรียน 10 กิจกรรมการเรียนรสู้ อดคล้องแทรกคุณธรรมและค่านยิ มที่ดีงาม 11 กจิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ ให้ผเู้ รียนมสี ว่ นรว่ มในชัน้ เรยี น 12 วัสดุอุปกรณ์ ส่อื นวตั กรรมและเทคโนโลยมี คี วามหลากหลาย 13 วัสดอุ ปุ กรณ์ ส่อื และแหล่งเรียนรู้เหมาะสมกบั เนอื้ หาสาระ 14 ส่งเสริมให้ผูเ้ รยี นค้นควา้ หาความรู้ จากแหล่งเรยี นรูต้ า่ งๆ 15 มีการวดั และประเมินผลทส่ี อดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรยี นรู้

-2- ข้อเสนอแนะ ด้านเนอ้ื หาสาระ............................................................................................................................. ......................... ......................................................................................................... ...................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ดา้ นกิจกรรมการเรียนการสอน.............................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................................. .................................................. ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล..................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................. ................................................................................................................................................................................ ............... สรปุ ผลการประเมนิ  ผา่ น (มคี วามเหมาะสมตัง้ แต่ระดบั ปานกลางขน้ึ ไป)  ไม่ผา่ น (ความเหมาะสมตำ่ กว่าระดับปานกลาง) ลงช่ือ.......................................... (นางสาวกนั ยาภัทร ภทั รโสตถิ) ประธานกรรมการ ลงชื่อ.......................................... ลงช่อื .......................................... (นางสาวสุวดีกาญจนาภา) (นางสาวแพรวร่งุ ศรปี ระภา) กรรมการ กรรมการ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook