Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนบูรณาการการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด 19

แผนบูรณาการการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด 19

Published by jira5725, 2021-10-09 13:21:14

Description: หน่วยการเรียนรู้ ศิลป์สร้างสรรค์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนวัดพืชนิมิต (คำสวัสดิ์ราษฎร์บำรุง)

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 วชิ าบรู ณาการสงั คมศกึ ษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 หน่วยท่ี 2 เรอื่ ง ศิลป์สร้างสรรค์ เวลา 6 ชว่ั โมง เร่อื ง ทรพั ยากรรอบตัว เวลา 1 ชว่ั โมง มาตรฐานการเรียนรู้ 5.2 เข้าใจปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่างมนุษยก์ ับสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพที่ก่อใหเ้ กิดการสรา้ งสรรค์ วัฒนธรรม มีจติ สานึกและมีส่วนรว่ มในการอนรุ ักษท์ รัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพอื่ การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื ตวั ชว้ี ัด ป.2/2 แยกแยะและใชท้ รพั ยากรธรรมชาติท่ีใช้แลว้ ไมห่ มดไปและทีใ่ ชแ้ ลว้ หมดไปได้อย่างค้มุ ค่า จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายความหมายและนาเสนอแนวทางวธิ กี ารใช้ทรัพยากรอยา่ งคมุ้ ค่า (K) 2. จาแนกประเภทของทรัพยากรทางธรรมชาติ (P) 3. มีความตระหนกั ในการใช้ทรพั ยากรและรว่ มกันอนุรักษ์ทรัพยากร (A) สาระสาคัญ ทรพั ยากรธรรมชาติมที ั้งท่ีใชแ้ ลว้ หมดไป ท่ีใช้แลว้ ไม่หมดไปและสิง่ ทสี่ ามารถสร้างทดแทนขนึ้ มาใหม่ ได้ ทรพั ยากรธรรมชาตมิ คี วามสาคญั ในการดารงชีวิตควรรู้จักการฟื้นฟแู ละช่วยกนั ดแู ลรักษา สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของทรพั ยากรธรรมชาติ 2. ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ 3. วธิ กี ารใช้ ดูแลรักษาและฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ มจี ติ สาธารณะ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1.ครูใหน้ กั เรียนดรู ปู ทรพั ยากรธรรมชาติ ให้นักเรียนอ่านและใหค้ วามหมาย โดยครูใชค้ าถาม ดังน้ี  ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึงอะไร (ส่ิงทเ่ี กดิ หรือมอี ยใู่ นธรรมชาตแิ ละมีประโยชน์ตอ่ การดารงชีวิตของมนษุ ย์) 2. ครใู หน้ ักเรียนยกตวั อยา่ งทรพั ยากรธรรมชาตมิ าคนละ 1 ตัวอยา่ ง แลว้ ครพู มิ พ์ไวบ้ นPowerPoint จากนัน้ ใหน้ ักเรยี นศึกษาประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ โดยการจาแนกทรัพยากรแต่ละประเภทเป็น แผนภาพบนPower Point ดงั นี้

ตัวอยา่ งแผนภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติ ทใี่ ช้แล้วไม่หมดไป ทเ่ี กดิ ขึน้ ทดแทนกันได้ ทใ่ี ช้แล้วหมดไป น้ำ ดิน น้ำมนั แร่ธำตุ ลม ตน้ ไม้ ถ่ำนหิน อำกำศ พนั ธุ์พืช แกส๊ แสงอำทิตย์ สัตวน์ ้ำ ธรรมชำติ สตั วป์ ่ ำ 7. ให้นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี  ทรัพยากรธรรมชาติมีความสาคญั และจาเปน็ ต่อการดารงชวี ิตของมนุษย์ ควรช่วยกัน ดแู ลรกั ษา และอนุรักษ์ไว้ 8. ใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยใชค้ าถามท้าทาย ดงั นี้  ทรพั ยากรธรรมชาตนิ ับวันจะหมดไป นกั เรยี นจะดแู ลรักษาอยา่ งไร 9. ให้นักเรียนทาใบงานบรู ณาการเรอื่ ง ทรพั ยากรรอบตัว

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ (ครู ผปู้ กครอง และนักเรียนรวมกันประเมิน) จุดประสงค์ วธิ ปี ระเมนิ เครือ่ งมอื เกณฑ์ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม 1. อธบิ ายความหมายและนาเสนอ แบบสังเกตพฤตกิ รรม ใบงานบูรณาการเร่อื ง นักเรยี นอธิบาย ทรพั ยากรรอบตัว ความหมายและ แนวทางวิธกี ารใช้ทรัพยากรอยา่ ง ตรวจใบงานบรู ณาการ นาเสนอแนวทาง แบบสังเกตพฤติกรรม วิธกี ารใชท้ รัพยากร คุม้ ค่า (K) เร่ือง ทรัพยากรรอบตัว ภาระงานใบงานบูรณา อยา่ งคุ้มคา่ ผ่านใบ การเรอื่ ง ทรัพยากร งานรอ้ ยละ 60 ขน้ึ 2. จาแนกประเภทของทรัพยากร แบบสังเกตพฤตกิ รรม รอบตัว ไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ ทางธรรมชาติ (P) ภาระงานใบงานบรู ณา การเรื่อง ทรัพยากร แบบสงั เกตพฤตกิ รรม นกั เรยี นจาแนก รอบตัว ประเภทของ ทรัพยากรทาง 3. มีความตระหนักในการใช้ แบบสังเกตพฤตกิ รรม ธรรมชาติ ได้ ระดับ ทรัพยากรและรว่ มกนั อนรุ ักษ์ ดี ข้นึ ไปถือว่าผ่าน ทรพั ยากร (A) เกณฑ์ นกั เรียนมพี ฤตกิ รรม ระดับดขี ้นึ ไป ถือว่า ผา่ นเกณฑ์ ส่ือการเรียนรู้ - PowerPoint ทรัพยากรรอบตัว

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 2 วชิ าบูรณาการวทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2 หนว่ ยท่ี 2 เรอ่ื งศลิ ป์สร้างสรรค์ เวลา ๖ ช่วั โมง เร่ือง 3R เวลา 1 ชวั่ โมง มาตรฐานการเรียนรู้ ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งอนภุ าค หลักและธรรมชาตขิ องการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี ตัวชี้วดั ป.2/4 ตระหนกั ถึงประโยชนข์ องการนาวสั ดุทใ่ี ชแ้ ลว้ กลับมาใชใ้ หม่ โดยการนาวสั ดุท่ีใชแ้ ล้วกลับมาใช้ ใหม่ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธิบายการนาวัสดทุ ่ใี ชแ้ ล้วกลับมาใชใ้ หมไ่ ด้ (K) 2. ปฏบิ ัติกจิ กรรมเพื่ออธบิ ายการนาวัสดทุ ี่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหมไ่ ด้ถูกต้องตามข้นั ตอน (P) ๓. สามารถนาความรู้การนาวัสดทุ ีใ่ ช้แลว้ กลบั มาใชใ้ หม่ไดไ้ ปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้ (A) สาระสาคญั วสั ดหุ ลายชนดิ ทีถ่ กู ใชง้ านแล้วสามารถกลับมาใช้ใหมไ่ ด้ เราเรยี กว่า รีไซเคิล (Recycle) โดยสามารถ ทาไดห้ ลายวธิ ี เช่น การนากระดาษทีใ่ ชแ้ ล้วมาประดษิ ฐ์เป็นดอกไม้กระดาษ เปน็ ต้น ซง่ึ การนาวสั ดุท่ใี ชแ้ ล้ว กลบั มาใชใ้ หม่มีประโยชน์ตอ่ โลก เพราะทาใหป้ ริมาณขยะลดลง และชว่ ยลดการใช้ทรพั ยากรธรรมชาตไิ ดเ้ ปน็ อยา่ งดี สาระการเรียนรู้ การนาวสั ดมุ าทาเปน็ วัตถใุ นการใชง้ านตามวัตถปุ ระสงค์ขึ้นอย่กู บั สมบัติของวสั ดุ วสั ดทุ ีใ่ ชแ้ ล้วอาจนา กลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระดาษที่ใช้แลว้ อาจนามาทาเป็นจรวดจากกระดาษ ดอกไมป้ ระดิษฐ์ ถงุ ใสข่ อง คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ ความสามารถในการคดิ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ขั้นที่ 1 ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. นกั เรียนดวู ีดิทัศน์เก่ยี วกับการนาวัสดุเหลอื ใชก้ ลับมาใช้ใหม่ ซึ่งมตี ัวอยา่ งช้นิ งานตา่ ง ๆ ทใี่ ชว้ ัสดุ ท่ีใช้แลว้ กลบั มาใชใ้ หม่ ๒. ครสู นทนากับนักเรยี นว่า “งานประดษิ ฐท์ ี่นกั เรียนดจู ัดเป็นงานประดษิ ฐ์ท่เี ปน็ การนาวัสดุท่ีเหลอื ใช้

และหาง่ายในทอ้ งถิ่นมาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ ซ่ึงจะเหน็ ว่าส่ิงประดษิ ฐข์ ้างต้นสามารถจดั เปน็ ของเลน่ ของใช้ และของประดับตกแตง่ บ้าน” ขน้ั ที่ 2 ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 3. ครูต้งั ประเด็นคาถามกระตุน้ ความสนใจนกั เรียนว่า “เราสามารถนาวสั ดุทใี่ ชแ้ ลว้ กลับมาใชใ้ หม่ได้ อย่างไรบ้าง” โดยใหน้ กั เรียนแต่ละคนรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นเพ่ือหาคาตอบ ๔. ครูนาตัวอย่างชิ้นงานประดษิ ฐ์แบบต่าง ๆ ทีท่ าจากวัสดทุ ห่ี ลากหลาย มาให้นกั เรยี นดู ตัวอย่าง ชิ้นงานประดษิ ฐ์ เช่น งานประดษิ ฐจ์ ากกระดาษ งานประดิษฐจ์ ากเศษไม้ งานประดษิ ฐ์จากผ้า เป็นตน้ ขั้นที่ 3 ข้นั สรุปการเรยี นรู้ ๕. นักเรยี นรว่ มกันสรุปผลเก่ียวกบั ประโยชน์ของการนาวสั ดุหรือสิ่งของทใี่ ช้แล้วกลบั มา ใชใ้ หม่ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ (ครู ผู้ปกครอง นักเรียนประเมินร่วมกนั ) จุดประสงค์ วิธีประเมิน เครื่องมอื เกณฑ์ 1. อธิบายการนาวสั ดทุ ีใ่ ช้ ตรวจใบงานบูรณาการ ใบงานบูรณาการเร่ือง นกั เรยี นอธิบายการ แลว้ กลบั มาใช้ใหม่ได้ (K) เรอ่ื ง Grow plant Grow plant นาวัสดทุ ่ใี ช้แล้ว กลบั มาใช้ใหม่ได้ ผา่ นใบงานรอ้ ยละ 60 ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน เกณฑ์ 2. ปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรยี นปฏบิ ตั ิ อธิบายการนาวสั ดุท่ใี ชแ้ ลว้ กลับมาใช้ กจิ กรรมเพ่ืออธิบาย ใหมไ่ ด้ถูกต้องตามข้ันตอน (P) การนาวสั ดทุ ีใ่ ช้แลว้ กลบั มาใช้ใหม่ได้ ถกู ต้องตามขัน้ ตอน ระดบั 3 ข้อขน้ึ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์ 3. สามารถนาความรู้การนา แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม นักเรยี นมีพฤติกรรม วัสดุทีใ่ ช้แลว้ กลับมาใชใ้ หม่ได้ไป ระดบั ดขี น้ึ ไป ถือว่า ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวันได้ (A) ผา่ นเกณฑ์ ส่ือการเรยี นรู้ 1. วดี ทิ ัศน์ เร่ือง การนาวัสดุเหลือใช้กลบั มาใช้ใหม่

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓ วิชาบรู ณาการภาษาไทย การงานอาชีพ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒ หนว่ ยที่ 1 เร่อื ง ศลิ ปส์ ร้างสรรค์ เวลา ๖ ชว่ั โมง เรื่อง อุปกรณก์ ารน่ารู้ เวลา ๑ ชั่วโมง มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ ชีวติ และมีนสิ ยั รกั การอ่าน ง 1.1 เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการจัดการ ทักษะ กระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ ลักษณะนิสัยในการทางาน มีจิตสานึกในการใช้พลงั งาน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ ม เพ่ือการดารงชีวติ และครอบครัว ตวั ช้ีวดั ง 1.1 ป.๒/2 ใชว้ ัสดุอุปกรณแ์ ละเครื่องมือในการทางานอยา่ งเหมาะสมกบั งานและประหยัด ท ๑.๑ ป.๒/๒ อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความที่อา่ น จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. อธบิ ายความหมายของคาท่ีมพี ยัญชนะและสระที่ไม่ออกเสยี ง (K) ๒. อ่านออกเสยี งคาท่ีมีพยญั ชนะและสระท่ไี ม่ออกเสียงได้ (P) ๓. เห็นความสาคญั ของการเรียนรู้ความหมายของคา (A) สาระสาคญั - คาที่มีพยัญชนะและสระที่ไมอ่ อกเสยี ง มีความหมายท่ตี ้องเรียนรแู้ ละใชค้ าให้ถกู ต้อง สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ให้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามท้าทาย ดังน้ี ๏ นกั เรียนคิดวา่ มีคาทมี่ ีพยัญชนะและสระท่ไี มอ่ อกเสยี ง เหมอื นหรือแตกต่างกนั อย่างไร ๒. ใหน้ ักเรยี นอา่ นคาท่ีกาหนดให้ และเรยี นรคู้ วามหมายของคา ๓. ใหน้ ักเรยี นฝกึ สะกดคาและแจกรูป ๔. ใหน้ กั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี ๏ คาทม่ี ีพยัญชนะและสระที่ไม่ออกเสยี ง มีความหมายทต่ี ้องเรียนรแู้ ละใช้คาให้ถกู ต้อง

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ (ครู ผปู้ กครอง และนกั เรยี นรวมกันประเมิน) จดุ ประสงค์ วธิ ปี ระเมิน เครื่องมอื เกณฑ์ ใบงานบูรณาการเรือ่ ง 1. อธบิ ายความหมายของคาท่ีมี ตรวจใบงานบูรณาการ อปุ กรณน์ ่ารู้ นักเรียนอธิบาย ความหมายของคาท่มี ี พยัญชนะและสระท่ีไม่ออกเสียง (K) เรือ่ งอุปกรณน์ ่ารู้ แบบสังเกตพฤติกรรม พยญั ชนะและสระที่ ภาระงานใบงานบูรณา ไม่ออกเสียง ผา่ นใบ 2. อ่านออกเสยี งคาทม่ี ีพยญั ชนะและ แบบสังเกตพฤติกรรม การเรื่องอุปกรณน์ า่ รู้ งานร้อยละ 60 ข้ึน ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์ สระที่ไม่ออกเสียงได้ (P) ภาระงานใบงานบูรณา แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นอ่านออก การเรื่องอุปกรณ์น่ารู้ เสียงคาท่ีมีพยญั ชนะ และสระท่ีไมอ่ อกเสยี ง ๓. เห็นความสาคัญของการ แบบสังเกตพฤติกรรม ได้ ได้ ระดับ ดี ขึ้น เรยี นรู้ความหมายของคา (A) ไปถือว่าผ่านเกณฑ์ นกั เรียนมพี ฤตกิ รรม ระดับดขี น้ึ ไป ถือว่า ผา่ นเกณฑ์ ส่ือการเรยี นรู้ 1. PowerPoint เรอื่ งอุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ที่สาคัญ

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๔ วชิ าบรู ณาการการศิลปะ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ หนว่ ยท่ี ๒ เรอื่ ง ศลิ ปส์ ร้างสรรค์ เวลา ๖ ช่ัวโมง เร่อื ง นกั ออกแบบ เวลา 1 ช่วั โมง มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ปต์ ามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คณุ ค่างานทัศนศลิ ป์ ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอสิ ระชื่นชม และ ประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั ตวั ชีว้ ัด ศ ๑.๑ ป.๒/๒ ระบุทัศนธาตุท่ีอยู่ในสง่ิ แวดลอ้ ม และงานทศั นศลิ ป์ โดยเนน้ เรื่องเสน้ สี รูปรา่ ง และรปู ทรง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธิบายความหมายของความรู้สกึ ทีม่ ตี ่อธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อมรอบตวั (K) 2. จาแนกประเภทของความรู้สึกลงในแผนภาพ (P) 3. เหน็ ประโยชน์ของการจาแนกประเภทของความรู้สึกลงในแผนภาพ (A) สาระสาคญั - ออกแบบสิง่ ประดษิ ฐต์ ามความรสู้ กึ ของตนเองทม่ี ีตอ่ ธรรมชาติ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูให้นกั เรียนดภู าพส่งิ ประดษิ ฐ์ต่างๆ 2. ครูอธบิ ายถึงประโยชนข์ องสงิ่ ประดษิ ฐท์ ีใ่ ชว้ สั ดุเหลอื ใช้ 3. ให้นักเรยี นลองหาออกแบบส่งิ ประดษิ ฐท์ ่ีนักเรยี นอบากสรา้ งโดยการวาดภาพก่อน ๔. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ เรอื่ ง ประโยชน์ของสิ่งประดิษฐ์ทน่ี กั เรียนสร้างขนึ้ โดยคานึกถึงธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ ม

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ (ครู ผปู้ กครอง และนกั เรยี นรวมกันประเมนิ ) จุดประสงค์ วิธีประเมนิ เคร่อื งมือ เกณฑ์ 1. อธบิ ายความหมายของความร้สู ึกท่ี ตรวจใบงานบรู ณาการ ใบงานบรู ณาการเรอ่ื งนัก นักเรยี นอธิบาย มีต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เร่ืองนกั ออกแบบ ออกแบบ ความหมายของ รอบตัว (K) ความรู้สึกทีม่ ีต่อ ธรรมชาติ และ สิง่ แวดล้อมรอบตวั ผ่านใบงานรอ้ ยละ 60 ขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น เกณฑ์ 2. จาแนกประเภทของความรู้สกึ ลงใน แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรียนจาแนก แผนภาพ (P) ภาระงานใบงานบูรณา ภาระงานใบงานบูรณา ประเภทของ การเรอื่ งนักออกแบบ การเรอ่ื งนักออกแบบ ความรู้สกึ ลงใน แผนภาพได้ ระดบั ดี ขนึ้ ไปถือว่าผา่ น เกณฑ์ 3. เห็นประโยชน์ของการจาแนก แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม นักเรยี นมพี ฤตกิ รรม ประเภทของความรู้สึกลงในแผนภาพ (A) ระดับดขี ึ้นไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์ สอื่ การเรยี นรู้ 1. PowerPoint เร่ืองส่ิงประดษิ ฐจ์ ากส่งิ ของท่เี หลือใช้

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 5 ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 วิชาบรู ณาการการงานอาชีพ กับศลิ ปะ และคณิตศาสตร์ เวลา 6 ช่ัวโมง หน่วยที่ 2 เร่อื งศลิ ปส์ รา้ งสรรค์ เวลา 1 ชวั่ โมง เรอ่ื ง ขนั้ ตอนแปลงร่าง มาตรฐานการเรยี นรู้ ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิต สมบตั ขิ องรูปเรขาคณติ ความสัมพันธ์ระหวา่ งรูป เรขาคณิต และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้ ตวั ชี้วดั ป.2/1 จาแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลย่ี มและวงกลม จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. บอกลักษณะของรูปเรขาคณติ ได้(K) 2. เขียนรปู หลายเหลย่ี มโดยใช้แบบของรูปได้ (P) คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุง่ ม่ันในการทางาน 6. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ 7. สาระการเรยี นรู้ การเขยี นรปู เรขาคณิตสองมิติโดยใชแ้ บบของรูป 8. กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้นั นา 1. นักเรียนทบทวนการเขียนรปู สามเหลยี่ ม รปู ส่ีเหล่ยี ม วงกลมและวงรี ข้นั สอน 2. ให้นักเรยี นทากิจกรรม ขั้นตอนการแปลงร่าง โดยนักเรยี นแต่ละคนสร้างรปู ตามจินตนาการโดยใช้ แบบของรูปเรขาคณติ ระบายสีต้ังช่อื ช้นิ งานนาเสนอผลงานใหเ้ พ่ือนร่วมกนั แลกปลี่ยนความคิดเหน็ ข้นั สรุป 3. นกั เรยี นลงมอื ประดิษฐผ์ ลงานตามที่ได้ออกแบบไว้

การวดั และประเมินผล วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์ รายการวัด ตรวจผลงาน แบบประเมินผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ผลการทากจิ กรรม สงั เกตพฤติกรรมการทางาน แบบสังเกตประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 รายบุคคล พฤติกรรมการทางาน ผ่านเกณฑ์ พฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล รายบคุ คล สงั เกตความมีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ ระดับคุณภาพ 2 ม่งุ ม่นั ในการทางาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ อนั พึงประสงค์

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๖ วิชาบรู ณาการการศลิ ปะ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๒ หน่วยท่ี ๒ เรอื่ ง ศิลปส์ ร้างสรรค์ เวลา ๖ ช่วั โมง เรื่อง ศาสตร์พระราชา เวลา 1 ชัว่ โมง มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานท่ี ส 3.1: เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลติ และการบรโิ ภค การใช้ ทรัพยากรที่มีอยูจ่ ากัดได้อย่างมีประสิทธภิ าพและคุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพอ่ื การ ดารงชวี ติ อย่างมีคณุ ภาพ ตัวชวี้ ดั 1. รู้จกั ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนและเครื่องใชส้ ่วนตัว อยา่ งประหยดั คมุ้ ค่า 2. รู้จักใช้สาธารณปู โภคอยา่ งประหยัดและค้มุ ค่า สาระการเรียนรู้ 1.การใช้อปุ กรณ์การเรียนได้แก่ ดินสอ ไมบ้ รรทัด ยางลบ สี สมุด กล่องดนิ สอ 2.การใช้เครอื่ งใช้ส่วนตวั ได้แก่ กระเป๋า รองเท้า ถุงเท้า เสอ้ื ผา้ 3.การใช้สาธารณปู โภค ได้แก่ น้า ไฟฟ้า โทรศัพท์ การบูรณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1.ความพอประมาณ รจู้ กั สารวจอปุ กรณ์การเรยี นและเครอ่ื งใช้สว่ นตัวของตนเองวา่ มอี ะไรบา้ ง รวู้ ่าของทมี่ ีอยู่มีปริมาณ เพยี งพอไมม่ ากไมน่ อ้ ยเกินความจาเปน็ เผอื่ เหลือเผื่อขาดบา้ ง 2.ความมเี หตุมผี ล - รวู้ า่ ส่ิงของแตล่ ะอยา่ งมีประโยชน์อย่างไร ถ้าไม่มีจะเปน็ อย่างไรจะได้รคู้ ณุ ค่าของส่งิ ต่างๆ - การดแู ลรักษาเครื่องใช้ที่เปน็ สมบัติสว่ นตัวของตวั เอง และรู้วิธใี ช้ของทีม่ ีอยู่ใหเ้ กิดประโยชน์นานๆ จะได้ช่วยประหยัดคา่ ใชจ้ า่ ยภายในครอบครัว 3.การมภี ูมิคมุ้ กนั ทดี่ ีในตัว - เกิดความภาคภูมใิ จที่มีส่วนร่วมในการประหยัดคา่ ใช้จ่ายภายในครอบครัว 4. เงือ่ นไขความรู้ - การรจู้ กั ใชส้ ่ิงของอย่างประหยดั และคมุ้ คา่ จะเปน็ ประโยชน์ต่อตนเองเพราะจะทาใหใ้ ช้ส่งิ ของที่มอี ยู่ ได้นานๆ 5. เงอื่ นไขคุณธรรม การไม่ลักขโมยของผู้อืน่ มาเป็นของตวั เอง การมีสติในการใช้สง่ิ ของอย่างประหยัดและคุ้มคา่

กจิ กรรมการเรียนรู้ ขน้ั นา ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สนทนาเกีย่ วกบั พฤตกิ รรมของนักเรียนในการใชอ้ ุปกรณ์การเรียน เครอื่ งใช้ สว่ นตวั และสาธารณูปโภค ดว้ ยการใชภ้ าพ ของจรงิ หรือการเล่าเร่อื งจากท่พี บเห็นแล้วใหน้ กั เรยี นแสดง ความเห็นเก่ียวกับภาพหรือเร่ืองเลา่ ข้ันใหป้ ระสบการณ์ 1. นักเรยี นชว่ ยกนั บอกอุปกรณก์ ารเรียนของนักเรียนแลว้ ครูเขยี นข้อความตามบนกระดานดา 2. แบ่งนักเรียนเปน็ กลมุ่ แล้วให้แตล่ ะกลุ่มระดมความคดิ เกี่ยวกบั ประโยชนแ์ ละการใช้อปุ กรณก์ าร เรยี นให้คุ้มคา่ ตลอดจนวธิ กี ารเกบ็ รกั ษาตามอุปกรณ์การเรียนทมี่ ชี ่ือบนกระดานดา 3. ใหแ้ ต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น 4. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปเกยี่ วกับประโยชนก์ ารใช้อปุ กรณก์ ารเรยี นใหค้ ้มุ คา่ และวธิ ีเกบ็ รักษา 5. นกั เรียนคัดช่อื อปุ กรณ์การเรียนลงในสมุด 6. ครูซกั ถามเกี่ยวกบั เครื่องใชส้ ว่ นตัวของนักเรยี นว่ามอี ะไรบา้ ง เชน่ กระเป๋านักเรียน รองเทา้ ถงุ เท้า เสื้อผ้า สบู่ ยาสฟี นั แก้วน้า หมวกฯลฯ 7. นกั เรียนแบง่ กลุม่ แล้วใหช้ ่วยกันคิดและบอกประโยชน์ของ เส้อื ผ้า ถุงเทา้ รองเท้า กระเปา๋ นกั เรียน ฯลฯ พร้อมทงั้ บอกวิธดี ูแลรักษาเครื่องใช้ส่วนตวั 8. ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ นาเสนอเพ่ือแลกเปล่ยี นเรยี นร้ซู ง่ึ กนั และกัน 9. ครแู นะนาวธิ ดี แู ลรกั ษาเสื้อผา้ ถุงเทา้ รองเท้า และกระเป๋านกั เรยี น เพ่ิมเตมิ จากทแี่ ต่ละกลมุ่ ได้ นาเสนอและบอกการใชเ้ ครื่องใชส้ ว่ นตวั ใชป้ ระหยัดและคมุ้ ค่า เช่น รองเทา้ ถุงเทา้ ควรสวมรองเท้าให้ เรยี บร้อย ไม่ควรสวมถุงเท้าเดินเพราะจะทาใหถ้ งุ เท้าสกปรก ทาความสะอาดยากและขาดได้ง่าย 10. ครใู หน้ ักเรียนไปสารวจการใช้ น้า ไฟฟ้า โทรศัพท์ ภายในโรงเรียน เช่น อา่ งล้างมือ ห้องน้า ตู้เย็น โทรศัพท์ และไฟฟ้าในห้องเรียนต่าง ๆ 11. นักเรียนรว่ มกันอภิปรายเก่ยี วกบั สาธารณูปโภคภายในโรงเรยี นไดแ้ กน่ า้ ไฟฟ้า และโทรศพั ท์ 12. ครแู ละนักเรยี นอภิปรายเกยี่ วกับการใชส้ าธารณปู โภคภายในโรงเรียน เช่น การใชน้ า้ ใช้ไฟฟา้ และการใชโ้ ทรศัพทเ์ ป็นอย่างไร เกดิ ประโยชน์ คุ้มคา่ หรอื ไม่แล้วหาแนวทางในการประหยดั น้า ไฟฟ้าและ โทรศพั ท์ 13. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ การใช้ไฟฟ้าให้ประหยัด โดยปิดไฟทุกครง้ั เมื่อเลิกใช้ การใชน้ า้ ควร ปิดก๊อกนา้ ทุกครั้งเมื่อใชเ้ สร็จและใช้นา้ พอประมาณ ไม่เปดิ น้าแรงจนเกนิ ไป ข้ันสรปุ

1. ครสู รุปการใชส้ ่ิงของที่มอี ย่างประหยัด และคุม้ คา่ ว่า นักเรียนควรสารวจอุปกรณ์การเรยี น เครอ่ื งใชส้ ว่ นตวั ตลอดจนการดูแลรกั ษาให้คงสภาพการใชง้ านใหอ้ ยูก่ ับตนได้นาน เพ่ือเป็นการประหยัดรายจา่ ย ของตนเองและครอบครวั 2. ครูกระตนุ้ และสง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นเห็นคุณค่าของการใช้สิ่งของตา่ งๆอย่างประหยดั เป็นบุคคลที่ ควรยกยอ่ งและมีความภาคภูมใิ จในตนเอง 3. ใหน้ กั เรยี นเลอื กวาดรปู อุปกรณ์การเรยี น เครื่องใชส้ ่วนตวั สาธารณปู โภคท่ชี ื่นชอบมากทส่ี ุดมา อยา่ งละ 1 ภาพ พร้อมเขยี นคาใตภ้ าพสนั้ ๆ ลงในใบงานที่ครแู จกให้ สอ่ื 1. ของจรงิ เชน่ สมุด หนงั สือ ดนิ สอ ไมบ้ รรทดั รองเท้า ถงุ เท้า นา้ ไฟฟา้ โทรศัพท์ แหล่งการเรยี นรู้ 1. ห้องเรียน 2. บรเิ วณโรงเรยี นทใ่ี ชส้ าธาณปู โภค การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ (ครู ผปู้ กครอง และนกั เรียนรวมกันประเมิน) จดุ ประสงค์ วิธีประเมิน เครื่องมอื เกณฑ์ แบบประเมินผลงาน ผลการทากจิ กรรม ตรวจผลงาน ระดับคุณภาพ 2 แบบสงั เกตประเมนิ ผา่ นเกณฑ์ พฤติกรรมการทางาน สังเกตพฤติกรรมการ พฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล ทางานรายบคุ คล รายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่ แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2 เรยี นรู้ มุง่ มั่นในการ ทางาน อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์

บันทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ สรปุ ผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1.นักเรยี นจานวน 52 คน ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 52 คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ - คน คดิ เป็นร้อยละ 0 2. แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ - 3.คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ไม่ผา่ น - คน ผา่ น 5 คน ดี 20 คน ดีเยี่ยม 27 คน ระดบั ดีขึ้นไป ร้อยละ 90.38 4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ไมผ่ า่ น - คน ผา่ น 5 คน ดี 20 คน ดีเยยี่ ม 27 คน ระดับดขี ้นึ ไป ร้อยละ 90.38 5.นกั เรยี นเกดิ ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ใดบ้าง ทาเครอ่ื งหมาย  ในช่องวา่ งที่ตรงกับทักษะทีเ่ กดิ 3R  อา่ นออก  เขยี นได้  มที กั ษะในการคานวณ 8C  การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแก้ไขปัญหา  การสรา้ งสรรค์  ความเขา้ ใจความต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์  การสอื่ สาร  ดา้ นความรว่ มมือ การทางานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ า  ทกั ษะการเปลี่ยนแปลง  การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร  ทกั ษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนการสอน/ปญั หา/ อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข  แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ทรัพยากรรอบตัว นักเรียนสามารถ อธบิ ายความหมายและนาเสนอแนวทางวิธีการใชท้ รพั ยากรอย่างคมุ้ คา่ จาแนก ประเภทของทรัพยากรทางธรรมชาติ มคี วามตระหนักในการใช้ทรัพยากรและร่วมกนั อนุรักษ์ทรัพยากร  แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 เรอื่ ง 3R นกั เรียนสามารถ อธบิ ายการนาวสั ดทุ ใ่ี ช้แล้วกลบั มาใชใ้ หม่ได้ ปฏิบตั ิกจิ กรรมเพ่ืออธบิ ายการนาวัสดทุ ่ี ใชแ้ ล้วกลับมาใช้ใหม่ได้ถูกตอ้ งตามขั้นตอน สามารถนาความรกู้ ารนาวสั ดทุ ่ีใช้แลว้ กลบั มาใช้ใหมไ่ ด้ไป ประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวนั ได้  แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 เร่อื ง อุปกรณน์ ่ารู้ นักเรยี นสามารถ อธบิ ายความหมายของคาที่มพี ยัญชนะและสระที่ไม่ออกเสยี ง อา่ นออกเสียงคาทม่ี ี พยัญชนะและสระที่ไม่ออกเสียงได้ และ เห็นความสาคญั ของการเรยี นรูค้ วามหมายของคา  แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 เรอื่ ง นกั ออกแบบ นักเรยี นสามารถ อธบิ ายความหมายของความรสู้ กึ ท่มี ตี ่อธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ มรอบตัว จาแนก ประเภทของความรสู้ ึกลงในแผนภาพ และเหน็ ประโยชน์ของการจาแนกประเภทของความรู้สกึ ลงในแผนภาพ (A)  แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5 เร่ือง ขั้นตอนแปลงรา่ ง นักเรยี นสามารถ บอกลกั ษณะของรูปเรขาคณติ ได้ และเขียนรปู หลายเหลี่ยมโดยใช้แบบของรปู ได้  แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 เรอ่ื ง ศาสตรพ์ ระราชา นักเรยี น รู้จักใชอ้ ุปกรณ์การเรียนและเคร่ืองใชส้ ว่ นตวั อยา่ งประหยดั คุ้มคา่ และ ร้จู กั ใชส้ าธารณปู โภค อย่างประหยดั และคุ้มค่า

รายช่ือครูผู้สอน ลายมือชอ่ื นางสาวจีรวรรณ ปฏวิ งศ์ นางสาวสาวิตรี หม่ืนหาญ นางสาววรรณภา เคนไชยวงค์ นางสาวจารวี อาจเดช นางณฐั นันท์ เสริมศาสตร์ นางสาวหทัยรัตน์ ราชเสนา นางสาวกมลชนก กาญจนจันทร์ นางสาวจริ ะพันธ์ุ ปากวเิ ศษ นางสาววรรณนษิ า พมุ่ อุไร ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…………… ลงช่ือ…………………………………………………… (นางสาวกันยาภทั ร ภทั รโสตถิ) ผ้อู านวยการโรงเรยี นวดั พืชนิมิต (คาสวสั ดร์ิ าษฎร์บารงุ ) 1/ตุลาคม /๒๕๖4