Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานการฝึกโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ-รณพร 14-

รายงานการฝึกโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ-รณพร 14-

Published by รณพร ศรีพุมระ, 2020-04-07 23:47:43

Description: รายงานการฝึกโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ-รณพร 14-

Search

Read the Text Version

5.2 อภปิ รายผล จากการศึกษาชุมชนหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช และการ จดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยการทาประชาคมซ่ึงพบวา่ ปัญหาที่สมควรคา เนินการแกไ้ ขเป็ น อนั ดบั แรกคือ ดา้ นสุขภาพ โรคไขห้ วดั ใหญ่ ดว้ ยเหตุผลดงั กล่าวจึงไดจ้ ดั ทาโครงการเพ่ือ ดาเนินการแกไ้ ขปัญหาดา้ นสุขภาพเร่ืองโรคไขห้ วดั ใหญ่ ในชุมชนหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช โดยมีกิจกรรมในโครงการประกอบดว้ ย 3 กิจกรรมหลกั คือ การบรรยายใหค้ วามรู้ เกี่ยวกบั โรคไขห้ วดั ใหญ่และวิธีการป้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่ กิจกรรมตอบคาถามเกี่ยวกบั ความรู้โรคไขห้ วดั ใหญ่ เดินรณรงคป์ ้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่ หลงั จากใหค้ วามรู้ ซ่ึงสามารถอภิปรายผลไดด้ งั น้ีคือ 5.2.1 กิจกรรมให้ความรู้เรื่องโรคไขห้ วดั ใหญ่ พบว่ามีตวั แทนครัวเรือนและผูน้ าชุมชนเขา้ ร่วมใน กิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 100 และผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ ไดค้ วามรู้เชิงทฤษฎีเพ่ิมมากข้ึน โดยส่วนใหญ่อยใู่ นระดบั ดี ซ่ึงบรรลุตามเป้าหมาย และการท่ีประชาชนมีความรู้เก่ียวกบั โรคไขห้ วดั ใหญ่มากข้ึนทาให้ประชาชนมี ความรู้ 5.2.3 กิจกรรมเดินรณรงคป์ ้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่ พบวา่ ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการมีความรู้ในเชิงปฏิบตั ิเพ่ิมมาก ข้ึน พบว่า ประชาชนไดใ้ ห้ความสนใจ และร่วมกิจกรรมเป็ นอย่างดี โดยประชาชนที่เขา้ ร่วมโครงการส่วน ใหญ่มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ดี มากกว่า ร้อยละ 60 ซ่ึงจากการจดั ทาโครงการดงั กล่าวน้ีทาให้ประชาชนมี ความรู้ทกั ษะและสามารถปฏิบตั ิไดจ้ ริงในเรื่องโรคไขห้ วดั ใหญ่ 5.3 ข้อเสนอแนะการจดั โครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพ 5.3.1 ขอ้ เสนอแนะ 5.3.1.1 ในการจดั โครงการ ควรมีการประชาสมั พนั ธใ์ หท้ วั่ ถึง และใหเ้ ขา้ ใจวตั ถุประสงคข์ องกิจกรรม 5.3.1.2 ควรมีการดึงประชาชนเขา้ มามีส่วนร่วมในกิจกรรมให้มากท่ีสุด โดยมีกิจกรรมสันทนาการ ละลายพฤติกรรมก่อนเขา้ เน้ือหาบทเรียน 5.3.1.3 ควรมีการเพ่ิมระยะเวลาในการจดั กิจกรรมโดยการติดตามและประเมินผลโครงการอย่าง ต่อเนื่อง เพื่อประเมินวา่ ประชาชนมีความรู้ในเรื่องโรคไขห้ วดั ใหญ่มากแคไ่ หน

ภาคผนวก

ภาพกจิ กรรม การวางแผนโครงการก่อนลงชุมชน

รูปกจิ กรรม ให้ความรู้เร่ืองไข้หวดั ใหญ่

ภาพกจิ กรรม เดนิ รณรงค์โรคไข้หวดั ใหญ่และแจกแผ่นพบั

แบบสอบถามข้อมูลสภาพปัญหาของประชาชนในชุมชน (บา้ นทุ่งลาน หมู่ที่1 ต.บา้ นควนมดุ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช) ตอนท่ี 1 ข้อมูลทว่ั ไป 1. ชื่อ-นามสกลุ …………………………………………………………………………. 2. เพศ หหญิง ชาย 3. อายุ 4. สถานภาพสมรส โสด สมรส หยา่ หมา้ ยเน่ืองจากคูส่ มรสเสียชีวิต แยกกนั อยู่ 5. ระดบั การศึกษาสูงสุด ไม่ไดเ้ รียนหนงั สือ ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน้ (ม.1-ม.3) มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ(ปวช.) ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้นั สูง (ปวส.) ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก อ่ืนๆ ระบุ……………………………… 6. อาชีพหลกั ของครอบครัว รับจา้ งทว่ั ไป เกษตรกร ขา้ ราชการ/ลูกจา้ ง เจา้ หนา้ ท่ีองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน คา้ ขาย/ธุรกิจส่วนตวั พนกั งาน/ลกู จา้ งเอกชน วา่ งงาน/ไม่มีงานทา อ่ืนๆ ระบุ…………………………….. 7. ประวัติการมีโรคประจาตวั ไม่มีโรคประจาตวั มีโรคประจาตวั โรค………………......

ตอนท่ี 2. แบบสอบถามข้อมูลสภาพปัญหาของประชาชนในชุมชน ระดบั ปัญหา ที่ ปัญหาด้านเศรษฐกจิ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ทส่ี ุด กลาง ทสี่ ุด 1. ราคายางพาราตกต่าลง (5) (4) (3) (2) (1) 2. ประชาชนไม่มีงานประจาที่แน่นอนทา 3. สินคา้ เครื่องอปุ โภต บริโภคเพิ่มราคาข้ึน 4. เกิดการวา่ งงานเพิม่ ข้ึนในชุมชน 5. ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีท่ีดินทากินเป็นของตนเอง 6. ขาดแคลนท่ีดินทากิน เงินทุน และเครื่องมืออุปกรณ์ ต่างๆ 7. ช่วงภยั แลง้ ประชาชนไม่สามารถทาการผลิตได้ เน่ืองจากระบบชลประทานไม่เพียงพอต่อการทา การเกษตร 8. ขาดรายไดเ้ สริม 9. ขาดการช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ 10. ขาดความรู้ในการทาเกษตรกรพอเพียง แสดงความคิดเห็นสภาพปัญหาเพ่ิมเติม ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………

ระดบั ปัญหา ที่ ปัญหาด้านสังคม มาก มาก ปาน น้อย น้อย ทส่ี ุด กลาง ทีส่ ุด (5) (4) (3) (2) (1) 1. เกิดการทุตจริต ฉอ้ โกงสินคา้ ภายในหมู่บา้ น 2. คนในชุมชนขาดความสามคั คี ความเขา้ ใจ ก่อใหเ้ กิด เหตุทะเลาะววิ าทข้ึน 3. การแพร่ระบาด ของยาเสพติดในหมู่บา้ น 4. คนในหมู่บา้ นไม่ใหค้ วามร่วมมือ ในการพฒั นา หมู่บา้ น 5. เกิดการแบ่งแยกฐานะกนั ภายในชุมชน ระหวา่ งคน จนกบั คนรวย 6. เยาวชนไม่มีการคุมกาเนิด ทาใหท้ อ้ งก่อนวยั อนั ควร 7. คนในหมูบ่ า้ น เกิดการเจบ็ ป่ วยเพิม่ ข้ึนจากการกินไม่ ถูกสุขลกั ษณะ 8. เกิดการยมื เงินกนั ภายในหมบู่ า้ น 9. ยงั ขาดคนกลางที่ช่วยในการแกป้ ัญหา ความขดั แยง้ ของคนในหมู่บา้ น 10. ความเชื่อและประเพณีของหมู่บา้ นทาใหข้ ดั แยง้ ทาง สงั คม แสดงความคิดเห็นสภาพปัญหาเพิม่ เติม ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………

ระดับปัญหา ปัญหาด้านการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ท่ี ส่ิงแวดล้อมและการท่องเท่ียว ที่สุด กลาง ทีส่ ุด (5) (4) (3) (2) (1) 1. เสน้ ทางการเดินทางในหมู่บา้ นไม่สะดวก 2. ระบบไฟฟ้า น้าประปา เกิดความขดั ขอ้ งบ่อยๆ 3. ป่ าเส่ือมโทรมและมีการทาลายทรัพยากรของชุมชน เพมิ่ ข้ึน 4. เกิดการบกุ รุกท่ีดินทากินของคนในหมู่บา้ น 5. ประชาชนขาดความรู้ในการบริหารจดั การ ทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งพอเพียง 6. ประชาชนขาดจิตสานึกในการอนุรักษ์ พลงั งาน และ ทรัพยากรธรรมชาติ 7. ขาดแหลง่ สนบั สนุน ในการจดั แหลง่ ท่องเท่ียวภายใน ชุมชน 8. ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ มภายในหมู่บา้ น ไม่ เอ้ืออานวยต่อการท่องเที่ยว 9. ไม่มีการจดั เวรทาความสะอาดภายในหมู่บา้ น เช่น กวาดขยะในพ้นื ท่ีสาธารณะ 10. ขาดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆจากประชาชนใน หมู่บา้ น แสดงความคิดเห็นสภาพปัญหาเพิม่ เติม ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………

ระดบั ปัญหา ท่ี ปัญหาด้านอื่นๆ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ทีส่ ุด กลาง ทสี่ ุด (5) (4) (3) (2) (1) 1. เกิดการระบาดของโรคภายในชุมชน 2. มีการกเู้ งินนอกระบบเพิม่ ข้นึ 3. ประชาชนในชุมชนขดั แยง้ กนั เร่ืองผลประโยชน์ 4. ขาดแคลนแหล่งเงินทุนพฒั นาอาชีพ 5. การคมนาคมสญั จรไม่สะดวก 6. ขาดการช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ 7. ขาดแหลง่ น้า เพ่ือการเกษตรและการประกอบอาชีพ 8. ขาดการสืบทอดส่ือสารทางวฒั นธรรม และภมู ิปัญญา ทอ้ งถ่ิน 9. เยาวชนขาดจิตสานึกในการพฒั นาตนเอง 10. วยั รุ่นในชุมชนเกิดการทอ้ งก่อนวยั อนั ควร แสดงความคิดเห็นสภาพปัญหาเพ่ิมเติม ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………

ระดบั ปัญหา ท่ี ปัญหาด้านสุขภาพ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ทีส่ ุด กลาง ทีส่ ุด (5) (4) (3) (2) (1) 1. สามารถเตือนผอู้ ่ืนท่ีมีพฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพ เช่น ลดการดื่มสุรา ไม่สูบบุหร่ีในพ้ืนที่สาธารณะ 2. สามารถไปพบแพทย์ หรือบุคลากรทางการแพทย์ หรือผใู้ หบ้ ริการสุขภาพไดท้ กุ เม่ือ ตามท่ีตอ้ งการ 3. ติดตามอา่ นคาแนะนาที่เก่ียวกบั การป้องกนั ดูแล สุขภาพท้งั ในเอกสาร ความรู้ คู่มือสุขภาพ หรือ ขอ้ ความขา่ วสารผา่ นออนไลนไ์ ด้ 4. จดั ใหม้ ีการจดั โครงการอบรมดา้ นสุขภาพใหก้ บั คน ในชุมชนอยเู่ ป็นประจา 5. ประชาชนสามารถควบคุมกากบั สุขภาพตนเอง เช่นมี การตรวจสุขภาพประจาปี ออกกาลงั กายอยา่ ง สม่าเสมอ ในรอบ 1 ปี สมาชิกในครอบครัวมอี าการเจ็บป่ วยด้วยอาการ/โรค 1. เจบ็ ป่ วยเลก็ นอ้ ย เช่น ปวดหวั ปวดกลา้ มเน้ือ ไขห้ วดั 2. โรคติดต่อ เช่น วณั โรค ไขเ้ ลือดออก ฯลฯ 3. โรคไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน ความดนั โลหิตสูง โรคหวั ใจ 4. ปัญหาดา้ นสุขภาพจิต เช่น เครียด วิตกกงั วล ติดสุรา เร้ือรัง 5. อ่ืนๆ เช่น โรคเกี่ยวกบั ขอ้ และกระดูก

ลาดบั ปัญหา ที่ วธิ ีการดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว (สมาชิกในครอบครัวมีการเจบ็ ป่ วยเล้กน้อย) มาก มาก ปาน น้อย น้อย ทีส่ ุด กลาง ท่ีสุด (5) (4) (3) (2) (1) 1. ดูแลสุขภาพดว้ ยตนเอง เช่น ซ้ือยากินเอง เช็ดตวั ลด ไข้ 2. ปรึกษา/ขอคาแนะจาก อสม. 3. ใชบ้ ริการสุขภาพจากสถานพยาบาล เช่น รพสต. / คลินิก / โรงพยาบาล วธิ ีการดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว (สมาชิกในครอบครัวมีการเจบ็ ป่ วยรุนแรง/หมดสติ) 1. ดูแลสุขภาพดว้ ยตนเอง เช่น ซ้ือยากินเอง เชด็ ตวั ลด ไข้ 2. มีความรู้พ้ืนฐานดา้ นการแพทยฉ์ ุกเฉิน สามารถปฐม พยาบาลเบ้ืองตน้ ได้ เช่น การช่วยฟ้ื นชีวติ ข้นั พ้นื ฐาน (CPR) 3. ใชบ้ ริการสุขภาพที่สถานพยาบาล เช่น รพ.สต. / คลินิก /โรงพยาบาล 4. โทรสายด่วน 1669 แสดงความคิดเห็นสภาพปัญหาเพิม่ เติม ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………

แบบทดสอบความรู้เร่ือง ไข้หวดั ใหญ่ คาชี้แจง : กรุณากรอกข้อมูลและทาเครื่องหมาย / ลงในช่องว่างในข้อที่ถูกต้อง และ X ในข้อทผ่ี ิด …………………………………………………………………………………………… แบบสอบถาม ก่อน หลงั ส่วนที่ 1 : ข้อมูลท่ัวไป เพศ หญิง ชาย อาย…ุ ….ปี การศึกษา ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน้ (ม.1-ม.3) มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ(ปวช.) ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้นั สูง (ปวส.) ปริญญาตรี นกั ศึกษา เกษตรกร ขา้ ราชการ/ลูกจา้ ง คา้ ขาย/ธุรกิจส่วนตวั พนกั งาน/ลูกจา้ ง อื่นๆ……………… ส่วนที่ 2 : แบบทดสอบความรู้ ………… 1. ไขห้ วดั ใหญเ่ กิดจากเช้ือไขห้ วดั ใหญ่ ชนิด เอช 1 เอน็ 1 (H1N1) ………….2. ไขห้ วดั ใหญม่ กั แพร่ระบาดในช่วงฤดูร้อน ………….3. ไขห้ วดั ใหญ่มกั มีการแพร่กระจาย ติดต่อโดยการหายใจเอาละอองน้ามูก น้าลาย และเสมหะของผู้ ท่ีติดเช้ือเขา้ ไป ………….4. สามารถติดต่อกนั โดยการสมั ผสั มือ สิ่งของต่างๆท่ีใชร้ ่วมกบั ผปู้ ่ วย ………….5. เดก็ โตและผใู้ หญ่มกั มีอาการปวดเมื่อย กลา้ มเน้ือ ออ่ นเพลียมาก และเบื่ออาหาร ………….6. ไขห้ วดั ใหญม่ กั มีไขส้ ูงติดกนั หลายวนั ………….7. ไขห้ วดั ใหญ่เกิดจากการเช้ือไวรัสชนิดหน่ึง ท่ีเรียกวา่ ไวรัสอินฟลูเอนซา ………….8. ไขห้ วดั ใหญ่ อาจทาใหผ้ ปู้ ่ วยท่ีมีโรคประจาตวั อยแู่ ลว้ เช่น โรคหวั ใจ เบาหวาน กาเริบข้นึ มาได้ ………….9. กลุ่มประชาชนที่เสี่ยงที่สุด คือ ผสู้ ูงอายุ เดก็ เลก็ สตรีมีครรภ์ …..…….10. การลา้ งมือบ่อยๆ จะช่วยลดการสมั ผสั เช้ือโรคได้

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจการเข้าร่วมโครงการ คาชี้แจง : กรุณากรอกข้อมูลและทาเคร่ืองหมาย / ลงในช่องว่างในข้อทถ่ี ูกต้อง และ X ในข้อทผ่ี ดิ เพศ : หญิง ชาย อาย…ุ ….ปี อาชีพ : นกั เรียน/นกั ศึกษา เกษตรกรรม รับจา้ งทว่ั ไป ขา้ ราชการ คา้ ขาย/ธุรกิจ อ่ืนๆ………… รายละเอยี ด มาก ระดบั ความพงึ พอใจ น้อยทีส่ ุด ท่สี ุด มาก ปาน น้อย กลาง 1. ความพงึ พอใจด้านกระบวนการข้นั ตอนการจัดกจิ กรรม 1.1 รูปแบบกิจกรรมการจดั กิจกรรม 1.2 ลาดบั ข้นั ตอนในการจดั กิจกรรม 1.3 ระยะเวลาท่ีใชใ้ นการจดั กิจกรรม 1.4 เอกสารและสื่อประกอบในการจดั กิจกรรม 1.5 ความเหมาะสมของการจดั กิจกรรม 2. ความพงึ พอใจด้านวทิ ยากร 2.1 การถ่ายทอดความรู้ของวิทยากรมีความชดั เจน 2.2 การตอบขอ้ ซกั ถามในการจดั กิจกรรม 3. ความพงึ พอใจด้านสิ่งอานวยความสะดวก 3.1 สถานท่ีจดั กิจกรรม 3.2 มีการใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสม 4. ความพงึ พอใจด้านคุณภาพการจัดกจิ กรรม 4.1 ท่านไดร้ ับประโยชน์จากการเขา้ ร่วมกิจกรรมอยา่ ง คุม้ ค่า 4.2 ท่านสามารถนาความรู้ที่ไดร้ ับไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น ชีวิตประจาวนั ผลรวม ขอ้ เสนอแนะ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..

แบบลงทะเบยี น โครงการอบรมให้ความรู้ป้องกนั ไข้หวดั ใหญ่ (เจลล้างมือ) ศาลาประจาหมู่ที่ 1 ตาบลบ้านควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช วนั ที่……….เดือน……………. พ.ศ. …………. เวลา……….. ลาดบั ท่ี ช่ือ-นามสกลุ ที่อยู่ หมายเลข ลายเซ็นต์ โทรศัพท์

บรรณานุกรม คณะกรรมการควบคุมโรคติดเช้ือ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ.์ (2552). รายงานการเฝ้าระวังโรค ไข้หวดั ใหญ่สายพนั ธ์ุใหม่ 2009 เดือนกรกฎาคม -กนั ยายน 2552. อดั สาเนา จริยา แสงสัจจา.( 2550 ). “การป้องกนั การแพร่กระจายเช้ือไขห้ วดั นก/ไขห้ วดั ใหญ่ในสถานพยาบาล,”. ใน ตาราการดูแลรักษาไข้หวดั นก/ไข้หวดั ใหญ่. พมิ พค์ ร้ังที่ 2. บรรณาธิการโดย ทวี โชติพทิ ยสุนนท์ และนฤมล สวรรคป์ ัญญาเลิศ.หนา้ 135-136. กรุงเทพฯ:กรุงเทพเวชสาร. ฝ่ ายวชิ าการโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ งานสถิติและเทคโนโลยี, (2552).รายงานจานวนผู้ป่ วยที่ มกี ล่มุ อาการคล้ายไข้หวดั ใหญ่ เดือนกรกฎาคม - กนั ยายน 2552.อดั สาเนา Rosenstock, I.,Strecher,V. &Becker,M.(1994). “The Health Belief Model and HIV risk behavior Change,” in Preventing AIDS:Theories and Methods of Behavioral Interventions Rj.DiClemente.&J.LPeterson(Eds.) p5-24.New York : Plenum Press.