เล่ม2 บุคคลสําคญั ของโลก เสนอ คุณครู วุฒิชยั เชือมประไพ โรงเรยี นมัธยมวดั หนองเเขม สาํ นกั งานเขตพืนทีการศึกษา มัธยมศกึ ษาเขต1
เล่ม2 บุคคลสาํ คญั ของโลก เสนอ คุณครู วฒุ ชิ ัย เชือมประไพ โรงเรียนมัธยมวดั หนองเเขม สาํ นกั งานเขตพืนทีการศกึ ษา มธั ยมศึกษาเขต1 นายกรภทั ร์ สถานสถติ ย เลขที 1 นายจตุรงค์ สละ เลขที 3 นายนลินกรณ์ จนั ธนอรุณกิจ เลขที 5 นายณภทั ร อยูก่ จิ ติชยั เลขที 6 นายพลาธิป ตา่ งสุข เลขที 10 นายพัทธดนย์ เจา้ แก่นแกว้ เลขที 11 นายภัทรพนย์ บรรจงรกั ษา เลขที 12 นาย เวชกจิ กลอ่ มใจ เลขที 13 นายชนสิษฎ์ ดแี ก้ว เลขที 16 นาย ชโรฐติ ิ แกว้ เจรญิ เลขที 17 ชันมัธยมศึกษาปที 5.8
คํานาํ หนงั สอื เลม่ นีจดั ทําขนึ เพอื เปนสว่ นหนงึ ของรายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ ส ๓๒๑๐๔ ชนั มธั ยมศึกษาปที๕ เพอื ให้ได้ศึกษาความรูเ้ รอื งบุคคลสาํ คัญ ของโลกและได้ศึกษาอยา่ งเขา้ ใจเพอื เปนประโยชนก์ ับการเรยี น คณะผ้จู ดั ทําหวงั วา่ หนงั สอื เลม่ นีจะเปนประโยชนต์ ่อผ้อู ่านหรอื นกั เรยี นนกั ศึกษาทีหาขอ้ มูลในเรอื งนีหากมขี อ้ แนะนาํ หรอื ขอ้ มูลผดิ พลาดประการใดผ้จู ดั ทําขอน้อมรบั และขออภัย ณ ทีนีด้วย คณะผ้จู ดั ทํา ๐๔ มนี าคม ๒๕๖๔
สารบญั ๑ ๒ พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยูห่ ัว ๓ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยูห่ ัว ๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลพระอัฐมรามาธบิ ดินทร ๕ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชบรมนาถบพติ ร ๖ สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส ๗ พระเจา้ บรมวงศ์เธอกรมหลวงวงศาธริ าชสนิท ๘ สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอกรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ๙ สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ๑๐ สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอเจา้ ฟากรมพระยานรศิ รานุวดั ติ ๑๑ สมเด็จพระศรสี วรนิ ทิราบรมราชเทวพี ระพนั วสั สาอัยยกิ าเจา้ ๑๒ เจา้ พระยาโกษาธบิ ดี (ปาน) ๑๓ หมอ่ มราโชทัย (หมอ่ มราชวงศ์กระต่าย อิศรางกรู) ๑๔ สมเด็จเจา้ พระยาบรมมหาศรสั รุ ยิ วงศ์ (ชว่ ง บุนนาค) ซมี ง เดอ ลา ลแู บร์ ๑๕ พระสงั ฆราชปลเลอกัวซ์ ๑๖ หมอ่ มรดั เลย์ หรอื แดน บชี แบรดลีย์ ๑๗ พระยารษั ฎานุประดิษฐม์ หิศรภักดี (คอซมิ บี ณ ระนอง) ๑๘ พระยากัลยาณไมตรี (ฟรานซสิ บ.ี แซร)์ ๑๙ ศิลป พรี ะศรี
๑ พระองค์ทรงรเิ รมิ สรา้ งโรงเรยี นขนึ แทนวดั ประจาํ รชั กาล ได้แก่ โรงเรยี น มหาดเล็กหลวง (ปจจุบนั คือ โรงเรยี นวชริ าวุธวทิ ยาลัย ทังยงั ทรง สนบั สนนุ กิจการของโรงเรยี นราชวทิ ยาลัยซงึ พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัวโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขนึ ในปพ.ศ. 2440 (ปจจุบนั คือ โรงเรยี นภ.ป.ร. ราชวทิ ยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์) และใน ปพ.ศ.2459ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรยี นขา้ ราช การพลเรอื นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว ขนึ เปน “จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย” ซงึ เปนมหาวทิ ยาลัยแห่งแรกของ ประเทศไทย
๒ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยูห่ ัว มพี ระราชปรารภจะพระราชทานรฐั ธรรมนญู แต่ ถกู ทักท้วงจากพระบรมวงศ์ชนั ผใู้ หญจ่ งึ ได้ระงับไปก่อน ซงึ หมอ่ มเจา้ พูนพศิ มยั ดิศกลุ มดี ํารสั ถึงเรอื งนีวา่ \"สว่ นพระเจา้ อยูห่ ัวเองนนั [พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยูห่ ัว] ทรงรูส้ กึ ยงิ ขนึ ทกุ ทีวา่ การปกครองบา้ นเมอื งในสมยั เชน่ นี เปนการเหลือกําลังของ พระองค์ทีจะทรงรบั ผดิ ชอบได้โดยลําพงั แต่ผเู้ ดียวพระองค์ทรงรูด้ ีวา่ ทรงอ่อนทังใน ทาง physical และmental จงึ มพี ระราชปรารถนาจะพระราชทานรฐั ธรรมนญู ให้ชว่ ย กันรบั ผดิ ชอบให้เต็มทีอยูเ่ สมอ\" แต่ก็เกิดเหตกุ ารณป์ ฏิวตั ิโดยคณะราษฎร ในวนั ที 24มถิ นุ ายน พ.ศ. 2475 โดยพระองค์ทรงยนิ ยอมสละพระราชอํานาจ และเปนพระมหา กษัตรยิ ภ์ ายใต้รฐั ธรรมนญู ทรงให้ตรวจตราตัวบทกฎหมายรฐั ธรรมนญู ทีจะเปนหลัก ในการปกครองอยา่ งถีถ้วน
๓ พระองค์ได้เสด็จพระราชดําเนินไปในพระราชพธิ พี ระราชทานรฐั ธรรมนูญฉบบั ใหมใ่ นวนั ที 9พฤษภาคม พ.ศ. 2489 และเปดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวนั ที 1 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2489 นอกจากนี ยงั เสด็จพระราชดําเนินทรงเยยี มราษฎรในจงั หวดั ต่าง ๆ และทรงเยยี มชาว ไทยเชอื สายจนี เปนครงั แรก ณ สาํ เพง็ พระนคร พรอ้ มด้วยสมเด็จพระเจา้ น้องยาเธอ เจา้ ฟาภมู พิ ลอดลุ ยเดช เมอื วนั ที3 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2489 ซงึ เปนชว่ งทีเกิดความขดั แยง้ กัน ระหวา่ งชาวไทยและชาวไทยเชอื สายจนี จนเกือบเกิดสงครามกลางเมอื ง เมอื พระองค์ทรง ทราบเรอื ง มพี ระราชดํารวิ า่ หากปล่อยความขุน่ ขอ้ งบาดหมางไวเ้ ชน่ นี จะเปนผลรา้ ย ตลอดไป จงึ ทรงตัดสนิ พระทัยเสด็จพระราชดําเนินสาํ เพง็ ซงึ ใชร้ ะยะเวลาประมาณ 4 ชวั โมง และพระองค์ทรงพระราชดําเนินด้วยพระบาทเปนระยะประมาณ 3กิโลเมตร การ เสด็จพระราชดําเนินสาํ เพง็ ในครงั นีจงึ เปนการประสานรอยรา้ วทีเกิดขนึ ให้หมดไป
๔ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรพั ยส์ ว่ น พระองค์จดั ตังมูลนธิ อิ านนั ทมหิดลขนึ เมอื ป พ.ศ. 2502 โดยวตั ถปุ ระสงค์ เพอื พระราชทานทนุ แก่นสิ ติ นกั ศึกษาทีมผี ลการเรยี นดีเด่นในด้านต่าง ๆ ให้นสิ ติ นกั ศึกษาเหล่านนั ได้มโี อกาสไปศึกษาหาความรูว้ ชิ าการชนั สงู ใน ต่างประเทศ และนาํ ความรูน้ นั กลับมาใชพ้ ฒั นาบา้ นเมอื ง สว่ นในประเทศ พระองค์ทรงให้การอุปถัมภ์ในด้านต่าง ๆ เชน่ ทรงพระราชทานพระราช ทรพั ยช์ ว่ ยเหลือให้คําแนะนาํ รวมทังเสด็จพระราชดําเนนิ ไปเยยี มเยยี น และพระราชทานพระบรมราโชวาทเพอื สนบั สนนุ และเปนกําลังใจแก่ครูและ นกั เรยี นของโรงเรยี น
๕ ทรงเรมิ พฒั นาการพระศาสนา โดยเรมิ ต้นทีวดั บวรนเิ วศวหิ าร ได้แก่รเิ รมิ ให้ภิกษุสามเณรทีบวชใหมเ่ รยี นพระธรรมวนิ ยั ในภาษาไทย มกี ารสอบ ความรูด้ ้วยวธิ เี ขยี น ต่อมาจงึ กําหนดให้เปนหลักสตู รการศึกษาสาํ หรบั คณะสงฆ์ เรยี กวา่ นกั ธรรม ทรงจดั ตัง มหามกฎุ ราชวทิ ยาลัย เปนการ รเิ รมิ จดั การศึกษาของพระภิกษุ สามเณรแบบใหม่ คือ เรยี นพระปรยิ ตั ิ ธรรม ประกอบกับวชิ าการอืน ทีเอืออํานวยต่อการสอนพระพุทธศาสนา ผทู้ ี สอบได้จะได้เปนเปรยี ญเชน่ เดียวกับทีสอบได้ในสนามหลวง เรยี กวา่ เปรยี ญมหามงกฎุ แต่ได้เลิกไปในอีก 8 ปต่อมา ทรงออกนติ ยสาร ธรรม จกั ษุ ซงึ เปนนติ ยสารทางพระพุทธศาสนา ฉบบั แรกของไทย
๖ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธริ าชสนทิ ในรชั กาลพระบาท สมเด็จพระนังเกล้าเจา้ อยูห่ ัว ทรงกํากับกรมหมอหลวง และทรง ศึกษาวชิ าการแพทยส์ มยั ใหมจ่ ากมชิ ชนั นารชี าวอเมรกิ ัน โปรด เกล้าฯสถาปนาขนึ เปนกรมหมนื วงศาสนิท เมอื ครนั ป พ.ศ.2392 พระบาทสมเด็จพระนังเกล้าเจา้ อยูห่ ัวมพี ระราชปรารภ ถึงความ เสอื มโทรมของภาษาไทย จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์ เจา้ นวม ทรงแต่งตําราภาษาไทยขนึ ใหม่ เพอื อนุรกั ษ์ภาษาไทย พระ นิพนธเ์ รอื ง “จนิ ดามณี เล่ม 2” ซงึ ทรงดัดแปลงจากตําราเดิมสมยั อยุธยา อธบิ ายหลักเกณฑ์ภาษาไทยให้เขา้ ใจง่ายกวา่ เดิม
๗ ทรงบรหิ ารราชการแผน่ ดินตลอดพระชนมช์ พี จากรชั กาลที 5ถึงรชั กาล ที 6 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัวโปรดเกล้าฯ ให้ทรงดํารง ตําแหนง่ ไปรเวตสเิ กรตารฝี รงั (ราชเลขานกุ ารฝายต่างประเทศ)ทําหนา้ ที ดแู ลงานต่างประเทศ ทรงมบี ทบาทสาํ คัญด้านการทตู เปนผเู้ จรจาขอ้ พพิ าทกับฝรงั เศส ครงั วกิ ฤตการณ์ ร.ศ. 112 ทรงเสนอให้มกี ารตัง สถานทตู ในต่างประเทศ ทียุโรปและสหรฐั อเมรกิ า ทรงวา่ ราชการเปน เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศทังในรชั กาลที 5 และรชั กาลที 6 เปน เวลา 37 ป จนได้ชอื วา่ เปน องค์บดิ าแห่งการต่างประเทศของไทย อีก ทังทรงสนพระทัยในวชิ าโหราศาสตร
๘ ทรงพระปรชี าสามารถในด้านการศึกษาสาธารณสขุ ประวตั ิศาสตร์ โบราณคดี และศิลปวฒั นธรรม ทรงได้รบั พระสมญั ญานามเปน \"พระบดิ าแห่งประวตั ิศาสตรไ์ ทย\" ในวนั ที 21มถิ นุ ายน พ.ศ. 2505 ที ประชุมใหญข่ ององค์การการศึกษา วทิ ยาศาสตร์ และวฒั นธรรมแห่ง สหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศยกยอ่ งพระองค์เปนบุคคลสาํ คัญ ของโลกคนแรกของประเทศไทย[8] และวนั ที 27 พฤศจกิ ายนพ.ศ. 2544 คณะรฐั มนตรไี ด้มมี ติให้วนั ที 1ธนั วาคม ของทกุ ป ซงึ ตรงกับวนั คล้ายวนั สนิ พระชนมข์ องพระองค์ เปน \"วนั ดํารงราชานภุ าพ\" กําหนดขนึ เพอื เปนการระลึกถึงสมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานภุ าพ
๑๒ งานศิลปกรรม งานสถาปตยกรรมทีโปรดทํามากคือ แบบพระเมรุ โดย ตรสั วา่ \"เปนงานทีทําขนึ ใชช้ วั คราวแล้วรอื ทิงไป เปนโอกาสได้ทดลองใช้ ปญญาความคิดแผลงได้เต็มที จะผดิ พลาดไปบา้ งก็ไมส่ กู้ ระไร ระวงั เพยี งอยา่ งเดียวคือเรอื งทนุ เท่านนั \"ด้านสถาปตยกรรม พระอุโบสถวดั เบญจมบพติ ร เมอื แรกสรา้ งอาคารเรยี นโรงเรยี นมธั ยมวดั เบญจมบพติ ร (ตึกชมพู) การออกแบบก่อสรา้ งพระอุโบสถวดั เบญจมบพติ ร ถวาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว เมอื พ.ศ. 2442 การออกแบบ ก่อสรา้ งอาคารเรยี นโรงเรยี นมธั ยมวดั เบญจมบพติ ร เรมิ ก่อสรา้ งเมอื วนั ที 4มถิ นุ ายน รตั นโกสนิ ทรศก 121(พ.ศ. 2445)หรอื ร.ศ. 121
๙ พระองค์ทรงดํารงตําแหนง่ องค์สภาชนนีสภาอุณาโลมแดง อันเปนชอื ของสภากาชาดไทยเมอื ครงั แรกตังในต้นรชั กาลที 5 เปนพระองค์แรก และพระองค์เดียว และองค์สภานายกิ าสภากาชาดไทย พระองค์ที 2 และ ทรงสรา้ งสถานพยาบาลขนึ ปจจุบนั คือ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรม ราชเทวี ณ ศรรี าชาซงึ อยูภ่ ายใต้การดแู ลของสภากาชาดไทยเปนบุคคล สาํ คัญของโลก เนอื งในโอกาสวนั ครบรอบ150 ปวนั คล้ายวนั พระราช สมภพ ในวนั ที 10 กันยายน พ.ศ.2555 ในฐานะทีทรงมผี ลงานดีเด่นด้าน การศึกษาวทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพและการอนรุ กั ษ์พฒั นาด้านวฒั นธรรม
๑๐ ออกญาโกษาปานได้บรรดาศักดิ ออกพระวสิ ทุ ธสนุ ทร และได้รบั แต่งตังเปนทตู ออกไปเจรญิ สมั พนั ธไมตรกี ับฝรงั เศส ในสมยั ดังกล่าว ฝรงั เศสมอี ิทธพิ ลในราช สาํ นกั ของพระนารายณม์ าก จุดประสงค์ของฝรงั เศส คือ เผยแพรค่ รสิ ต์ศาสนา และพยายามให้พระนารายณเ์ ขา้ รตี เปนครสิ ตชน รวมทังพยายามมอี ํานาจทางการ เมอื งในอยุธยาด้วยการเจรจาขอตังกําลังทหารของตนทีเมอื งบางกอกและเมอื ง มะรดิ คณะทตู ไปฝรงั เศสดังกล่าวพระราชสาสนพ์ ระเจา้ หลยุ สท์ ี 14 กล่าวถึงปาน วา่ ราชทตู ของพระองค์นี รูส้ กึ วา่ เปนคนรอบคอบ รูจ้ กั ปฏิบตั ิราชกิจของพระองค์ ถีถ้วนดีมาก หากเรามฉิ วยโอกาสนีเพอื เผยแพรค่ วามชอบแห่งราชทตู ของ พระองค์บา้ ง ก็จะเปนการอยุติธรรมไป เพราะราชทตู ได้ปฏิบตั ิล้วนถกู ใจเราทกุ อยา่ ง โดยแต่นาํ คําทีพูดออกมาทีไร แต่ละคําๆก็ดนู า่ ปลืมใจ และนา่ เชอื ถือทกุ คน
๑๑ ครนั เมอื เจา้ ฟามงกฎุ เสด็จเถลิงถวลั ยราชสมบตั ิขนึ เปนพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว หมอ่ มราชวงศ์กระต่ายก็ติดตามสมคั รเขา้ รบั ราชการ ความ สามารถของหมอ่ มราชวงศ์กระต่ายทีชว่ ยราชกิจได้ดี จงึ ได้รบั พระราชทานเลือน อิสรยิ ยศเปน \"หมอ่ มราโชทัย\" และด้วยความรูใ้ นภาษาอังกฤษดี พ.ศ.2400 พระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัวจงึ โปรดเกล้าฯให้หมอ่ มราโชทัยเปนล่ามหลวงไปกับ คณะราชทตู ไทยทีเชญิ พระราชสาสนแ์ ละเครอื งมงคลราชบรรณาการ เดินทางไป ถวายสมเด็จพระราชนิ ีนาถวกิ ตอเรยี การเดินทางไปในครงั นนั เปนทีมาของหนงั สอื นริ าศเมอื งลอนดอน ซงึ แต่งหลังจากเดินทางกลับได้ 2 ป ต่อมาพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และถือวา่ เปนหนงั สอื เล่มแรกทีมี การขายลิขสทิ ธเิ กิดขนึ ในไทยให้หมอ่ มราโชทัยขนึ เปนอธบิ ดี พพิ ากษาศาลต่างประเทศเปนคนแรกของไทย
๑๓ เปนคน “หัวก้าวหนา้ ”รวมทัง ชอบคบหาสมาคมกับชาวต่างประเทศและรบั ความ เจรญิ มาจากชาติตะวนั ตก ท่านจงึ มองเห็นถึงความสาํ คัญของวชิ าความรู้ วทิ ยาการ และวทิ ยาศาสตรส์ มยั ใหมเ่ ชน่ การแพทย์ การพมิ พ์ และการรกั ษาพยาบาลทีทันสมยั ของหมอสอนศาสนาครสิ ต์ โดยเฉพาะมชิ ชนั นารชี าวอเมรกิ ันนนั เปนประโยชนแ์ ก่ ประเทศชาติ แต่คนเหล่านีมกั ถกู รงั เกียจจากเจา้ นายและขุนนางหัวเก่าจงึ มกั ได้รบั ความยากลําบากในการหาทีอยูอ่ าศัย ทีทํางาน และการทํางาน ท่านได้ให้ความอุปการะ อํานวยความสะดวกแก่หมอสอนศาสนาเหล่านีและคอยติดต่อเรยี นรูส้ งิ ใหม่ ๆ อยู่ ตลอดเวลาดังลักษณะทีเรยี กกันในปจจุบนั วา่ “การถ่ายทอดเทคโนโลย”ี ซงึ ท่านหมนั เพยี รเรยี นรูว้ ชิ าการตะวนั ตกกับชาวต่างประเทศมาตังแต่อยูใ่ นวยั หนมุ่ ทําให้ท่าน สามารถต่อ \"เรอื กําปน\" ได้เอง และนบั เปนนายชา่ งสยามคนแรกทีสามารถต่อเรอื แบบฝรงั ได้
๑๔ ได้รบั การแต่งตังให้เปนหัวหนา้ คณะทตู ฝรงั เศสรว่ มกับโกลด เซเบอแร ดวู ์ บูแล (Claude Céberet du Boullay) เดินทางมาอยุธยาเพอื เจรจาเรอื งศาสนาและ การค้าของฝรงั เศสในอาณาจกั รอยุธยาเมอื พ.ศ. 2230 ในการเจรจานนั อยุธยา ไมส่ จู้ กั ยนิ ยอมรบั ขอ้ เสนอของฝรงั เศส ทําให้เสยี เวลาในการเจรจาหลายสปั ดาห์ ในทีสดุ ฝายไทยก็ยนิ ยอมรบั ขอ้ เสนอตามความประสงค์ของฝรงั เศสและทังสอง ฝายได้ลงนามในสญั ญาการค้าทีเมอื งลพบุรเี มอื วนั ที 11 ธนั วาคม นอกจากจะ เปนหัวหนา้ คณะทตู จากฝรงั เศสแล้ว เดอ ลา ลแู บรย์ งั ได้รบั คําสงั ให้สงั เกตเรอื ง ราวต่าง ๆ เกียวกับอาณาจกั รอยุธยาและบนั ทึกขอ้ สงั เกตทังหลายเหล่านนั กลับ ไปรายงานให้ราชสาํ นกั ของพระเจา้ หลยุ สท์ ี 14 ได้รบั ทราบด้วย
๑๕ พระสงั ฆราชปลเลอกัวซ์ เปนบาทหลวงสงั กัดคณะมสิ ซงั ต่างประเทศแห่ง กรุงปารสี ปฏิบตั ิหนา้ ทีมชิ ชนั นารใี นประเทศไทยในรชั สมยั ของพระบาท สมเด็จพระนงั เกล้าเจา้ อยูห่ ัวถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว มี สมณศักดิเปนประมุขมสิ ซงั สยามตะวนั ออก (apostolic vicar of Eastern Siam)และมุขนายกเกียรตินามแห่งมาลลอสหรอื มลั ลสุ (titular bishop of Mallos/Mallus) ท่านได้นาํ วทิ ยาการการถ่ายรูปเขา้ มาในประเทศไทย และนอกจากนีท่านยงั จดั ทําพจนานกุ รมสอี ภาษาเล่มแรกของไทยขนึ ชอื สพั ะ พะจะนะ พาสา ไทโดยมภี าษาทังสที ีวา่ นีคือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรงั เศส และภาษาละติน ท่านได้เรยี นภาษาไทยและภาษาบาลี
๑๖ ผนู้ าํ แพทยแ์ ผนปจจุบนั (แบบตะวนั ตก) เขา้ มาหลายประการ ทังการผา่ ตัด และการปองกันโรค หมอบรดั เลยเ์ ปดสถานพยาบาลรกั ษาผปู้ วยใน บางกอกเปนครงั แรกเมอื วนั ที 4 สงิ หาคม พ.ศ. 2374 ในการรกั ษาโรคใน ระยะแรกๆ หมอบรดั เลยจ์ ะตรวจผปู้ วยได้เปนจาํ นวนมากเกือบ 70-100 คน ในเวลา 3-4 ชวั โมง สว่ นมากในชว่ งเชา้ มคี นชว่ ยจดั ยาและแจกใบปลิว ขอ้ ความในพระคัมภีรด์ ้วยในปแรกเจา้ ฟานอ้ ย (พระบาทสมเด็จพระปนเกล้า เจา้ อยูห่ ัว) ได้เสด็จมาเยยี ม เล่าให้ฟงเรอื งประเพณีการอยูไ่ ฟของมารดา หลังคลอด หมอบรดั เลยไ์ ด้เสนออยากจะสอนให้คนไทยบางคนรูจ้ กั ภาษา อังกฤษและสอนวชิ าแพทยท์ ีมี โดยในชว่ งทีมกี ารปลกู ฝ
๑๗ ด้านการปกครอง กศุ โลบายหลักในการปกครองของท่านคือ หลักพอ่ ปกครองลกู ทํานองเดียวกับทีใชใ้ นยุคสโุ ขทัย นอกจากจะยดึ หลักพอ่ ปกครองลกู แล้ว ยงั ยดึ หลักในการแบง่ งาน และความรบั ผดิ ชอบแก่ผู้ ใต้บงั คับบญั ชา ดังจะเห็นได้จากการรเิ รมิ จดั ตังทีวา่ การกํานนั ขนึ เปน แห่งแรก ทีมณฑลภเู ก็ต และได้จดั ระเบยี บการประชุมผใู้ หญบ่ า้ นกํานนั นายอําเภอให้เปนทีแนน่ อนด้านการสง่ เสรมิ อาชพี ราษฎร อาจจะเปน เพราะพระยารษั ฎานปุ ระดิษฐฯ์ เกิดในตระกลู พอ่ ค้าท่านจงึ มโี ลกทรรศน์ ต่างจากขุนนางอืน ๆ คือ มอี ุปนสิ ยั บาํ รุงการค้า
๑๘ ในสมยั พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว รชั กาลที ๕ ประเทศสยามมคี วามสมั พนั ธอ์ ันดีกับมหาวทิ ยาลัยฮารเ์ วริ ด์ ซงึ เปนมหาวทิ ยาลัยทีมชี อื เสยี งในประเทศสหรฐั อเมรกิ า โดยสมยั นัน พระองค์ได้วา่ จา้ งมสิ เตอร์ เจนส์ ไอ. เวสสเตนการด์ (Jens Iverson Westengard) ศาสตราจารยท์ ีมหาวทิ ยาลัยแห่งนีมา เปนทีปรกึ ษาด้านกฎหมาย เพราะถกู รุกลําดินแดนและเอาเปรยี บ หลายๆ อยา่ งจากประเทศอังกฤษ ประเทศฝรงั เศส รวมถึงชาติ อืนๆ
๑๙ ศาสตราจารยศ์ ิลปยงั เปนผวู้ างรากฐานทีเขม้ แขง็ ให้แก่วงการศิลปะไทย สมยั ใหมจ่ ากการทีได้พราํ สอนและผลักดันลกู ศิษยใ์ ห้ได้มคี วามรูค้ วาม สามารถในวชิ าศิลปะทังงานจติ รกรรมและงานชา่ งมจี ุดประสงค์ให้คน ไทยมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจในศิลปะและสามารถสรา้ งสรรค์งานศิลปะได้ ด้วยความสามารถของบุคลากรของตนเองการก่อตังมหาวทิ ยาลัย ศิลปากรจงึ เปรยี บเสมอื นการหวา่ นเมล็ดพนั ธุใ์ ห้แก่คนไทยเพอื ทีจะออก ไปสรา้ งศิลปะเพอื แผน่ ดินของตนและถึงแมจ้ ะรเิ รมิ รากฐานของความรู้ ด้านศิลปะตะวนั ตกในประเทศไทย
เอกสารอ้างอิง พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยูห่ ัว http://kingchulalongkorn.car.chula.ac.th/th/history/rama6_bio พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยูห่ ัว http://kpi.ac.th/about/thehistory พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลพระอัฐมรามาธบิ ดินทร https://m.museumsiam.org/da-all-gray.phpMID=3&CID=16&SCID=126 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชบรมนาถบพติ ร https://www.thairath.co.th/ สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส http://www.watbowon.com/Monk/ja/03/ พระเจา้ บรมวงศ์เธอกรมหลวงวงศาธริ าชสนิท https://www.sac.or.th/databases/thailitdir/cre_det.phpcr_id=151 สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอกรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ https://dvifa.mfa.go.th/th/page สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอกรมพระยาดํารงราชานุภาพ http://www.moi.go.th/portal/page?_pageid สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอเจา้ ฟากรมพระยานรศิ รานุวดั ติ https://sites.google.com/site/sorasak สมเด็จพระศรสี วรนิ ทิราบรมราชเทวพี ระพนั วสั สาอัยยกิ าเจา้ http://www.queensavang.org/queensavang เจา้ พระยาโกษาธบิ ดี (ปาน) https://th.wikipedia.org/wiki
เอกสารอ้างอิง หมอ่ มราโชทัย (หมอ่ มราชวงศ์กระต่าย อิศรางกรู) https://www.silpa-mag.com/history/article_34040 สมเด็จเจา้ พระยาบรมมหาศรสั รุ ยิ วงศ์ (ชว่ ง บุนนาค) https://www.matichon.co.th/prachachuen/ ซมี ง เดอ ลา ลแู บร์ https://www.sanook.com/movie/76857/ พระสงั ฆราชปลเลอกัวซ์ https://th.wikipedia.org/wiki/ หมอ่ มรดั เลย์ หรอื แดน บชี แบรดลีย์ http://apinya-my.blogspot.com/ พระยารษั ฎานุประดิษฐม์ หิศรภักดี (คอซมิ บี ณ ระนอง) https://sites.google.com/ พระยากัลยาณไมตรี (ฟรานซสิ บ.ี แซร)์ https://thepeople.co/francis-sayre-drafter-outline-preliminary-draft/ ศิลป พรี ะศรี https://www.sarakadeelite.com/faces/silpa-bhirasri/
Search
Read the Text Version
- 1 - 25
Pages: