Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กลุ่ม 16 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

กลุ่ม 16 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Published by Reading Room, 2022-01-13 07:45:43

Description: กลุ่ม 16 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Search

Read the Text Version

42 อนามัยมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัยเพ่ือป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระดับ ต่า (r= .349, p < .01) ส่วนการได้รับข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับการใช้หน้ากากอนามัยมีความสัมพันธ์กับ พฤติกรรมการใชห้ น้ากากอนามยั เพ่ือป้องกนั เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ในระดับต่ามาก (r=.267, p < .01) อภปิ รายผลการวิจัย ผวู้ จิ ยั อภปิ รายผลการวจิ ัยโดยยดึ หลักตามวตั ถุประสงคแ์ ละสมมตุ ิฐานของการวจิ ยั ดังน้ี 1. ศึกษาพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ของนิสิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัยเพ่ือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่า เมื่อมีการเจ็บป่วยควรจะใส่ หน้ากากอนามัยเพ่ือลดการแพร่กระจายเชื้อสู่คนอ่ืน และ ท้ิงหน้ากากอนามัยทุกคร้ังหลังใช้งาน และ มี กลุ่มตัวอย่างส่วนน้อยที่คิดว่าจะใช้หน้ากากอนามัยร่วมกับผู้อื่นได้ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของธานี กล่อมใจ, จรรยา แก้วใจบุญ, ทักษิกา ชัชวรัตน์ (2563) พบว่า พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการติด เชอื้ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก ทั้งน้ีอาจเน่ืองจาก นิสิตได้รับข้อมูล ขา่ วสารเกี่ยวกับโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 รบั ร้สู ถานการณ์และความรุนแรงของโรคโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา2019 ในระดับที่ดี รวมถึงวิธีการป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยซ่ึงเป็นที่นิยมและ แพร่หลายเพื่อจากัดการแพรก่ ระจายของเชอ้ื โรคจากทางเดนิ หายใจซ่ึงรวมถึงเชื้อไวรัสโคโรนา2019 จึง ทาให้มีคะแนนพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกลุ่ม ตัวอย่างโดยรวมอยู่ในระดับมาก สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้ความสาคัญและใส่ใจต่อสถานการณ์การระบาดของโรคนามาปรับใช้ในการ ดาเนินชีวิต ซ่ึงการรับรู้ข่าวสาร ความรู้เก่ียวกับโรคและวิธีการป้องกันตนเองด้วยหน้ากากอนามัยเป็น ปัจจยั สาคญั ทีท่ าใหบ้ คุ คลมพี ฤตกิ รรมสุขภาพทเ่ี หมาะสม 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนา ปัจจัยเอ้ือ ปัจจัยเสริมกับพฤติกรรมการใช้หน้ากาก อนามัยเพ่ือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีสมมติฐานของการวิจัยคือ ปัจจัยนา ปัจจัยเอ้ือ ปัจจัยเสริมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ หน้ากากอนามัยเพ่ือป้องกันโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ของนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัย นเรศวร ซึง่ ในการศึกษาครั้งนี้พบวา่ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนา (predisposing factors) ได้แก่ ความรู้ และทัศนคติ เกี่ยวกับการใช้หน้ากากอนามัยมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัยเพ่ือป้องกันโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในระดับต่ามาก (r= .068, .223, p < .01 ) ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ วิไลวรรณ ไชยวัฒน์ (2552) ซ่ึงพบว่า ความรู้ ทัศนคติ เก่ียวกับการใช้หน้ากากอนามัยมคี วามสมั พันธ์ทางบวกในระดับค่อนข้างต่ากับพฤติกรรมการใช้หน้ากาก อนามัยของผูป้ ่วยในสถาบนั โรคทรวงอก และสอดคล้องการศึกษาของธานี กล่อมใจ, จรรยา แก้วใจบุญ, ทกั ษิกา ชชั วรัตน์ (2563) ซง่ึ พบวา่ ความร้กู ับพฤตกิ รรมการป้องกันโรคทีเ่ กดิ จากเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) มีความสัมพนั ธท์ างบวกอยใู่ นระดบั ปานกลาง ทั้งนี้อาจเน่ืองจากกลุ่มตัวอย่างยังขาดความรู้

43 ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในบางประเด็น เช่นข้อคาถามท่ีได้คะแนนน้อยท่ีสุด คิดเป็นร้อยละ 18.10 คือ หน้ากากอนามัยทางการแพทย์มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดเช้ือไวรัส โคโรนา 2019 ได้ 100% โดย ดร.องอาจ ธเนศนิตย์ ผู้เช่ียวชาญจากศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสงิ่ แวดล้อม จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย กล่าวว่า หน้ากากอนามัยคืออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ไว้ใช้ สาหรับปิดช่องทางเดินหายใจ หรือจมูกและปาก ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์เพราะมี ชอ่ งเปดิ แต่สามารถใช้ในแงก่ ารปอ้ งกนั ขณะไอหรือจามไม่ให้กระเด็นออกมาจากปากเรา หรือใช้ป้องกัน หากมีผู้อ่ืนไอจามใส่ (องอาจ ธเนศนิตย์, 2563) เพ่ือให้ปัจจัยนา ความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับการใช้ หนา้ กากอนามยั มีความสัมพันธ์ในระดับทส่ี งู ขึน้ ควรมกี ารใหค้ วามรปู้ ระโยชนแ์ ละโทษของการไม่ป้องกัน ตนเองจากโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซ่ึงสอดคล้องกับกรอบแนวคิดตาม PRECEED Model อธิบายได้ว่าความรู้ เป็นปัจจัยนาท่ีสาคัญที่จะส่งผลต่อการแสดงพฤติกรรม แต่การเพ่ิมความรู้ ไม่ก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงเสมอไปถึงแม้ความรู้จะมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมและความรู้เป็น ส่ิงจาเป็นที่จะก่อให้เกิดการแสดงพฤติกรรม แต่ความรู้อย่างเดียวไม่เพียงพอท่ีจะก่อให้เกิดการ เปล่ียนแปลงพฤติกรรมสุขภาพได้ จะต้องมีปัจจัยอื่น เช่น ทัศนคติ เป็นความคิด ความรู้สึก ภายในตัว บุคคลต่อสง่ิ นัน้ ๆ ซงึ่ จะนาไปสกู่ ารมพี ฤติกรรมสขุ ภาพไปในทางทด่ี ี ด้านความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเอื้อ (Enabling factors) ได้แก่ นโยบายหรือกฎระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้หน้ากากอนามัย และการเข้าถึงหน้ากากอนามัยกับพฤติกรรมการใช้หน้ากาก อนามยั เพอ่ื ป้องกนั เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 มีความสมั พนั ธก์ นั ในระดับต่า (r= .369, .465 , p < .01 ) ซึ่ง แตกต่างจากการศึกษาของ วิไลวรรณ ไชยวัฒน์ (2552) ซ่ึงพบว่า นโยบายในการใช้หน้ากากอนามัยใน การปอ้ งกันโรคไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัยผู้ป่วยในสถาบันโรคทรวงอก และ การเข้าถึงหน้ากากอนามัยของผู้ป่วยมีความสัมพันธ์ตรงกันข้ามกับพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัย ผู้ป่วยในสถาบันทรวงอก ทั้งนี้อาจเน่ืองจากกลุ่มตัวอย่างมีการเข้าถึงหน้ากากอนามัยได้น้อย เพราะ ปัจจัยด้านราคาของหน้ากากอนามัยท่ีแพงเกินไป หาซ้ือหน้ากากอนามัยได้ยาก และทราบช่องทางหรือ สถานทใ่ี นการจดั หาซือ้ หนา้ กากอนามัยค่อยขา้ งนอ้ ย เพ่อื ให้ปจั จัยเอ้ือ นโยบายหรือกฎระเบียบข้อบังคับ เกี่ยวกับการใชห้ น้ากากอนามัย และการเข้าถึงหน้ากากอนามัยกับพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัยเพื่อ ปอ้ งกนั เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 มีความสัมพันธ์กันในระดับท่ีสูงข้ึน ทางคณะหรือมหาวิทยาลัยอาจมีการ จัดสรรหน้ากากอนามัยในด้าน ราคา/งบประมาณ/ประโยชน์/ความคุ้มค่า ของการเข้าถึงแหล่งซื้อ หน้ากากอนามัย คาดว่าจะทาให้ปัจจัยเอื้อด้านการเข้าถึงหน้ากากอนามัยมีความสัมพันธ์ในต่ากับ พฤตกิ รรมการใช้หนา้ กากอนามยั เพื่อป้องกันเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 มีความสัมพันธ์ทางบวกที่สูงข้ึน ซ่ึง สอดคล้องกับกรอบแนวคิดตาม PRECEED Model การท่ีสามารถเข้าถึงแหล่งบริการสุขภาพ และ ความสามารถที่จะใช้แหล่งทรัพยากรต่างๆ ซึ่งมีเกี่ยวข้องกับ ราคา ระยะทาง เวลา ฯลฯ จะส่งผลต่อ พฤติกรรมสุขภาพน้ันๆได้ นอกจากนั้นส่ิงสาคัญคือการหาได้ง่าย (Available) และความสามารถเข้าถึง ได้ (Accessibility) จึงเปน็ สิ่งทชี่ ่วยใหแ้ สดงพฤตกิ รรมน้ันๆ เปน็ ไปได้ง่ายขึ้น ด้านความสัมพนั ธ์ระหวา่ งปจั จัยเสรมิ (Reinforcing factors) กบั พฤติกรรมการใชห้ นา้ กาก อนามยั เพ่ือป้องกันเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 พบว่า การสนับสนนุ หน้ากากอนามยั มีความสัมพนั ธ์กนั ใน ระดบั ตา่ (r= .349, p < .01) สว่ นการไดร้ ับขอ้ มลู ขา่ วสารเกีย่ วกับการใชห้ นา้ กากอนามัยมคี วามสัมพนั ธ์ กนั ในระดับต่ามากกับพฤติกรรมการใชห้ นา้ กากอนามัยเพ่อื ปอ้ งกนั เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (r=.267 , p < .01) ซง่ึ ใกล้เคียงกบั การศึกษาของ วิไลวรรณ ไชยวัฒน์ (2552) ซง่ึ พบว่า การไดร้ บั สนับสนนุ หนา้ กาก

44 อนามยั จากแหล่งตา่ งๆไม่มคี วามสมั พันธก์ บั พฤตกิ รรมการใชห้ นา้ กากอนามยั ผู้ป่วยในสถาบันโรคทรวง อก และการไดร้ บั ข้อมูลข่าวสารจากส่อื ตา่ งๆ การสนบั สนนุ จากบคุ คลใกลช้ ดิ มีความสัมพนั ธท์ างบวกกบั พฤติกรรมการใชห้ น้ากากอนามยั ผู้ป่วยในสถาบนั โรคทรวงอก และใกลเ้ คียงกับการศึกษาของณฏั ฐส์ ณิ ี สขุ สมยั , ขวญั ใจ อานาจสัตย์ซ่ือ, พชั ราพร เกดิ มงคล,วันเพ็ญ แกว้ ปาน, นิตยา วจั นะภมู ิ (2558) ซง่ึ พบว่า การไดร้ บั การสนบั สนนุ ทางสังคมมีความสัมพนั ธ์กบั พฤตกิ รรมสร้างเสรมิ สขุ ภาพของผู้สูงอายุที่ ทางานนอกระบบ ทงั้ น้ีอาจเนื่องจากในช่วงทมี่ กี ารระบาดของเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 กลุ่มตัวอยา่ งไดร้ บั การสนับสนนุ หนา้ กากอนามัยจากบคุ คลใกลช้ ิด จากครอบครวั เจา้ หน้าทสี่ าธารณสขุ สถานบริการ สาธารณสขุ หรือโรงพยาบาลคอ่ นข้างน้อย อาจเนอ่ื งจากมีความคลาดแคลน หาซือ้ ได้ยาก และมรี าคา คอ่ นข้างสงู เพอื่ ให้ปัจจัยเสริม การสนบั สนนุ หนา้ กากอนามัย และการได้รับขอ้ มูลข่าวสารเกีย่ วกับการใช้ หน้ากากอนามัยมคี วามสมั พนั ธม์ คี วามสมั พันธท์ างบวกในระดับทสี่ งู ขน้ึ หากกลุ่มตัวอย่างไดร้ บั การ สนบั สนุนหนา้ กากอนามัยจากครอบครัว หรือสถานบริการสาธารณสุข คาดวา่ จะทาให้การสนบั สนนุ หน้ากากอนามยั มคี วามสมั พันธก์ นั ในระดบั ต่า สว่ นการได้รับข้อมลู ขา่ วสารเกี่ยวกับการใช้หนา้ กาก อนามัยมีความสมั พันธก์ ันในระดบั ต่ามากกับพฤติกรรมการใชห้ นา้ กากอนามัยเพือ่ ป้องกันเชอื้ ไวรัสโคโร นา มคี วามสัมพนั ธก์ ันในระดับท่ีสงู ขึ้น ซ่งึ สอดคล้องกบั กรอบแนวคิดตาม PRECEED Model ปจั จยั เสริมจะช่วยสนบั สนนุ หรอื ขัดขวางใหบ้ ุคคลมกี ารปฏบิ ตั ิกจิ กรรมนน้ั ๆ ต่อไป และจากการศึกษาของกิตติ พร เนาวส์ ุวรรณ (2563) ศึกษาความสาเรจ็ ในการดาเนินงานควบคุมโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในชมุ ชนของอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาหมู่บ้าน (อสม.) พบวา่ การรับรขู้ ่าวสารเกี่ยวกับ โรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ซง่ึ ไดแ้ ก่ การมีพฤติกรรมสุขภาพทด่ี ี ไดแ้ ก่ การสวมผา้ ปดิ ปาก ปดิ จมกู (Mask) การออกกาลงั กาย การรับประทานอาหารทม่ี ีประโยชน์ การลา้ งมือ การเวน้ ระยะทางสงั คม สง่ ผลใหเ้ กดิ การตระหนักถึงความรุนแรงของโรค จนเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ีใหค้ รอบครัวและชุมชน ขอ้ เสนอแนะในการนาวิจัยไปใช้ 1.ด้านการศึกษา ผสู้ นใจอาจนาผลการวิจัยไปเปน็ ข้อมลู ประกอบการให้ความรู้ หรอื ขอ้ มลู ประกอบการจดั ทาเอกสารท่ีเก่ยี วขอ้ งทางการศึกษาและดา้ นสาธารณสุข 2.ด้านบริหารจัดการเชงิ นโยบาย ผ้บู ริหารสามารถนาข้อมูลไปเปน็ ข้อมูลพน้ื ฐานในการจัดหา สนบั สนุนวัสดอุ ปุ กรณ์ในการป้องกนั โรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 3.ดา้ นบริการสาธารณสขุ สามารถนาข้อมูลนี้มาใช้ประโยชนใ์ นการปอ้ งกันควบคุมโรคและเฝา้ ระวงั การระบาดของเชอื้ ไวรัสในอนาคตตอ่ ไป ข้อเสนอแนะในการวิจยั ครัง้ ตอ่ ไป 1.ควรศกึ ษาถึงความสัมพันธข์ องปัจจยั อนื่ ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องกับพฤติกรรมการใชห้ น้ากากอนามัยเพื่อ ป้องกันโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 2.ศึกษาการเปรยี บเทียบพฤติกรรมการป้องกนั ตนเองจากโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 3.ควรศกึ ษาติดตามผลของพฤตกิ รรมการป้องกันตนเองจากโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 ขอ้ จากดั ในการวจิ ัย 1.การวิจัยขาดความต่อเน่ืองในการดาเนนิ การเน่ืองจากฐานะการแพรก่ ระจายเช้อื ของโรคติด

45 เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 2.การเวน้ ระยะห่างทางสังคมจากสถานการณ์แพรก่ ระจายเชื้อของโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้ตอ้ งเกบ็ ข้อมูลโดยแบบสอบถามทางอิเลก็ ทรอนิกส์ ซึง่ มแี นวโนม้ ของลักษณะการส่ือสาร ทางเดยี ว ทาให้กลุ่มตัวอย่างไม่สามารถสอบถามขอ้ สงสยั เกีย่ วกับข้อคาถาม หรือการปฏิบตั ติ า่ งๆได้ สะดวก

47 บรรณานุกรม กรมการควบคุมโรค. (2563). รายงานสถานการณ์ โควดิ -19. สืบคน้ เมอ่ื 10 พฤษภาคม 2563, จาก https://covid19.ddc.moph.go.th กรมการควบคมุ โรค. (2563). ระดบั ความเส่ยี งและคาแนะนาในการปฏิบัติตน COVID-19. สบื ค้นเมอื่ 28 พฤษภาคม 2563 จาก https://covid19.ddc.moph.go.th/th/self_screening กติ ตพิ ร เนาวส์ วุ รรณ. (2563). ศกึ ษาความสาเรจ็ ในการดาเนนิ งานควบคุมโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในชมุ ชนของอาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาหมบู่ ้าน (อสม.)ประเทศไทย (ปริญญา นิพนธ์ปรญิ ญาดษุ ฎบี ัณฑิต)สงขลา. วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สงขลา สถาบันบรมราชนก. จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bamrasjournal/article/view/241960 จรรยา แก้วใจบุญ, ทกั ษิกา ชชั วรัตน์ ธานี กลอ่ มใจ. (2563). ความร้แู ละพฤติกรรมของประชาชนเร่ือง การปอ้ งกันตนเองจากการตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา สายพันธใุ์ หม่ 2019. วารสารการพยาบาล การ สาธารณสุขและการศึกษา, 29-39. ฐานิตา พง่ึ ฉิง และพรศริ ิ พนั ธส.ี (2562). ปจั จยั ที่มีความสัมพนั ธ์กบั พฤติกรรมการป้ องกันโรคตดิ ต่อใน นักเรียนจ่าอากาศ. สบื คน้ เมื่อ 31 ตุลาคม 2563 จาก https://nc.rtaf.mi.th/images/pdf_research61/research62/5Thanita2.pdf?fbclid=Iw AR3ydh7y4irQzqR2IVk5f4yLsrCrYfh_2wdyzCYPWOeG9wbWAS35wtqGJ2A ฐานเศรษฐกิจ. (2563, 18 มีนาคม). เปิด 4 ระดับความรนุ แรงป่วยโรคโควิด-19. สืบคน้ เมื่อ 8 พฤษภาคม 2563 จาก https://www.thansettakij.com/content/normal_news/425305 ณฏั ฐส์ ณิ ี สุขสมัย, ขวัญใจ อาานาจ สัตยซ์ ื่อ, พัชราพร เกิดมงคล, วันเพ็ญ แกว้ ปาน, นติ ยา วจั นะภมู .ิ ปจั จัยที่มีความสัมพนั ธก์ บั พฤติกรรมสร้างเสรมิ สขุ ภาพในผู้สูงอายทุ ที่ าางานนอกระบบ ใน กรุงเทพมหานคร.วารสารพยาบาลสาธารณสุข 2555;26(3):80-93. มนพทั ธ์ อารัมภ์วิโรจน.์ ปัจจยั ท่ีมคี วามสมั พันธ์กบั พฤติกรรมการดแู ลสขุ ภาพตนเองของผสู้ งู อายโุ รค ความดันโลหติ สงู ในชมุ ชนบา้ นทา่ ข้องเหลก็ หมู่ท่ี 9 จงั หวดั อบุ ลราชธานี. การประชมุ วชิ าการ และนาเสนอผลงานวจิ ัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ คร้งั ที่ 2; 26-27 กรกฎาคม 2560. อุบลราชธานี:มหาวทิ ยาลยั ราชธานี; 2560. หน้า 933-44.

48 โรงพยาบาลบารงุ ราษฎร์. (2563, 17 เมษายน). 8 กลมุ่ ผ้ปู ่วยที่หากตดิ Covid-19 เสีย่ งมีอาการรนุ แรง. สบื คน้ เมอื่ 27 พฤษภาคม2563 จาก https://www.bumrungrad.com/th/health- blog/april-2020/covid-19-there-are-eight-risk-groups วไิ ลวรรณ ไชยวฒั น.์ (2552). ศึกษาปจั จยั ทีม่ ผี ลตอ่ พฤติกรรมการใช้หนา้ กากอนามยั ในการปอ้ งกนั โรคตดิ ตอ่ ทางระบบทางเดินหายใจของผูป้ ว่ ยในท่มี ารบั การรกั ษาในสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (วทิ ยานิพนธป์ รญิ ญามหาบัณฑิต). กรงุ เทพมหานคร. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.์ จาก https://doi.nrct.go.th//ListDoi/listDetail?Resolve_DOI=10.14457/KU.the.2009.842 ศิรนิ าถ วโรหะ. (2559). ศึกษาปัจจยั ท่มี ีความสมั พนั ธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคระบบทางเดนิ หายใจ จากการสมั ผสั ฝุ่นไม้ของคนงานแปรรปู ไม้ยางพาราแห่งหน่ึงในจงั หวดั ตรัง (ปรญิ ญานิพนธ์ ปริญญาดษุ ฎีบณั ฑติ ). ตรัง. วิทยาลัยการสาธารณสุขสริ นิ ธร. จาก http://cdea.scphtrang.ac.th/node/43 สกณุ า อยดู่ ี. (2551). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาเพอ่ื การปลูกฝงั พฤติกรรมการป้องกนั โรคตดิ ต่อทางระบบทางเดนิ หายใจโดยการสวมหนา้ กากอนามยั ในกลุ่มนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษา จงั หวัดสุพรรณบุรี (วิทยานิพนธป์ ริญญามหาบณั ฑติ ).กรงุ เทพมหานคร. มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์. จาก http://dric.nrct.go.th /Search/SearchDetail/259783 อนุสทิ ธิ์ ทฬั หสริ เิ วทย์. (2563). COVID-19 อันตรายถึงหัวใจ. สบื ค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2563 จาก https://ww2.bangkokhospital.com/hearthospital/th/heart-health-info/heart- disease-and-treatment/180/full_detail/disease องค์การอนามยั โลก. (2563). คาแนะนาการใชห้ นา้ กากอนามัยในบริบทของโรคโควดิ 19. สืบคน้ เมอื่ 8 พฤศจิกายน 2563, จาก https://www.who.int/docs/default- source/searo/thailand/who-2019-ncov-ipc-masks-2020-4- th.pdf?sfvrsn=61f46597_2 BBC News ไทย. (2563, 12 กมุ ภาพันธ)์ . โคโรนา : อนามัยโลกต้งั ช่อื \"โควิด-19\" ให้โรคทางเดินหายใจ จากไวรสั สายพันธุใ์ หม่.สืบคน้ เม่ือ 27 เมษายน 2563 จาก https://www.bbc.com/thai/features-51473472 BBC News ไทย. (2563, 8 พฤษภาคม). ไวรัสโคโรนา : ท่ีมา อาการ การรกั ษา และการปอ้ งกันโรคโค วดิ -19. สืบค้นเมื่อ 27 เมษายน 2563 จาก https://www.bbc.com/thai/features- 51734255

49 Catherine So-kum Tang and Chi-yan Wong (2003). Factors influencing the wearing of facemasks to prevent the severe acute respiratory syndrome among adult Chinese in Hong Kong(Research report). HongKong: The Chinese University of HongKongXuyu Chen et al.,(2020). Hand Hygiene, Mask-Wearing Behaviors and Its Associated Factors during the COVID-19 Epidemic: A Cross-Sectional Study among Primary School Students in Wuhan, China (Research report). China: Wuhan University. WHO. (2020). Coronavirus disease (COVID-19) advice for the public. Retrieved from https://www.who.int/emergencies/diseases/novel-coronavirus-2019/advice-for- public WHO Thailand. (2563). Coronavirus disease (COVID-19) questions and answers. Retrieved from https://www.who.int/thailand/emergencies/novel-coronavirus- 2019/q-a-on-covid-19

50 ภาคผนวก