41 อย่ใู นระดบั ปานกลาง ซึ่งนกั ศกึ ษาได้ให้ความเห็นว่า ความรู้ที่ได้จากการศกึ ษารายวิชาตา่ ง ๆ ใน หลกั สตู รนามาใช้ในการทาวิทยานิพนธ์ได้น้อย ควรเพมิ่ รายวิชาวิจยั และสถิตใิ นหลกั สตู ร ควรมีการ สอนทัง้ การวิจัยเชิงคุณภาพและปริมาณ เพ่ือนักศึกษาได้นาความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทา วทิ ยานิพนธ์อยา่ งเหมาะสม ด้านอาจารย์ที่ปรึกษาอยใู่ นระดบั น้อย เนื่องจากนิสิตสามารถเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อ รับคาปรึกษา คาแนะนา การควบคมุ ดแู ล การตรวจสอบเนือ้ หาวจิ ยั การชว่ ยแก้ไขปัญหา การได้รับ ความช่วยเหลือจากอาจารย์ท่ีปรึกษาได้อยา่ งเพียงพอและเหมาะสม ทาให้นิสิตเชื่อว่าเป็นปัญหาใน การทาวิจยั ระดบั น้อย ซ่งึ สอดคล้องกบั งานวิจยั ของ สมจิตร์ แก้วมณี (2551) พบว่า ปัญหาในการ ทาวิทยานิพนธ์ของนกั ศึกษาระดบั มหาบณั ฑิตด้านอาจารย์ท่ีปรึกษามีปัญหาอยใู่ นระดบั น้อย ซึ่ง นกั ศึกษาได้มีการพดู คยุ และปรึกษากับอาจารย์ท่ีปรึกษาของตนเองอย่างชดั เจนว่า จะใช้เวลาใน การปรึกษาแตล่ ะครัง้ นานเทา่ ไร จงึ ทาให้มีปัญหาอยใู่ นระดบั น้อย ด้านความรู้ความสามารถทางวิชาการของนิสิตอย่ใู นระดบั น้อย เน่ืองจาก คณะพยาบาล ศาสตร์ ได้มีการจดั การเรียนการสอนรายวิชาวจิ ยั เบอื ้ งต้นทางการพยาบาล ซ่งึ เนือ้ หาของการเรียน มีการตงั้ ประเด็นหัวข้อการวิจยั การสร้ างเคร่ืองมือ การใช้สถิติ การสรุปผลและอภิปรายผล การ เขียนโครงร่างและรายงาน และการจดั ทาเอกสารเพ่ือขอรับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรม การวิจยั ทงั้ ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบตั ิเหมาะสม ทาให้นิสิตเชื่อว่าตนเองมีความรู้ความสามารถ ทางวิชาการ จึงตดั สินว่าเป็นปัญหาในการทาวิจยั ระดบั น้อย ซง่ึ สอดคล้องกบั งานวิจยั ของทศั น์ศิริ นทร์ สว่างบญุ และรัชนีวรรณ ตงั้ ภักดี (2561) พบว่า ด้านความรู้และทกั ษะการทาวิจยั ของนิสิตมี ปัญหาอยใู่ นระดบั น้อย ซงึ่ จะเห็นได้วา่ ปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธ์กบั ความสาเร็จในการทาวิทยานิพนธ์ สว่ นใหญ่มาจากตวั นิสติ ผ้ทู าวิจยั เอง โดยเฉพาะความรู้และทกั ษะของนิสติ ด้านความพร้อมของนสิ ิตอยใู่ นระดบั น้อย เนื่องจากสมาชิกในกลมุ่ มีเวลาและงบประมาณ สาหรับการร่วมทาวิจยั ที่เพียงพอ ไม่มีปัญหาสุขภาพทางกาย สามารถทบทวนเนือ้ หาทฤษฎีวิชา วิจยั มีความพร้อมและกาลงั ใจเพียงพอสาหรับการทาวิจยั ท่ีเหมาะสม ทาให้นิสิตเช่ือว่าตนเองมี ความพร้อมเพียงพอต่อการทาวิจยั จงึ ตดั สินว่าด้านความพร้อมของนิสิตมีปัญหาอย่ใู นระดบั น้อย ซึง่ ไม่สอดคล้องกบั งานวิจยั ของ สมจิตร์ แก้วมณี (2551) พบว่าปัญหาในการทาวิทยานิพนธ์ของ นกั ศกึ ษาระดบั มหาบณั ฑิตด้านคณุ ลกั ษณะและความพร้อมของนกั ศกึ ษามีปัญหาอย่ใู นระดบั ปาน กลาง เน่ืองจากนกั ศกึ ษามหาบณั ฑิตมีส่วนใหญ่ทางานและมีครอบครัวแล้ว ทาให้ต้องรับผิดชอบ
42 ทงั้ ในเร่ืองการทางานและครอบครัว จึงทาให้มีเวลาทาวิทยานิพนธ์น้อยลง ขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากนักศึกษาเรียนภาคทฤษฎีครบแล้วจึงค่อยไปลงมือปฎิบัติ ซึ่งในส่วนของนิสิตระดับ ปริญญาตรีนนั้ มีเวลามากในการทาวิจยั เรียนภาคทฤษฎีเแล้วก็ลงมือปฎิบตั ิเลย ทาให้นิสิตระดบั ปริญญาตรีมีความต่อเนื่องในการทาวิจัย จึงทาให้มีปัญหาด้านความพร้ อมของนิสิตระดับ มหาบณั ฑิตและนกั ศกึ ษาปริญญาตรีแตกตา่ งกนั 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีท่ี 3 และชนั้ ปีที่ 4 ที่มีตอ่ ปัญหา ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีพบว่าแตกต่างกัน อย่างมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ี่ระดบั .05 ซึง่ เป็นไป ตามสมมติฐานท่ีระบวุ ่า นิสิตพยาบาลที่มีระดบั การศกึ ษาตา่ งกัน มีความคิดเห็นตอ่ ปัญหาในการ ทาวิจยั แตกต่างกนั ซ่ึงดวงอุมา โสภา (2551 อ้างถึงใน อมั พาพร นพรัตน์, 2558) ได้อธิบายไว้ว่า ระดบั การศึกษา เป็นปัจจยั พืน้ ฐานท่ีมีอิทธิพลตอ่ ความคิดเห็นของบุคคลจึงทาให้บุคคลที่มีระดบั การศึกษาแตกต่างกันแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน จึงทาให้นิสิตชนั้ ปีท่ี 3 และชนั้ ปีท่ี 4 ซึ่งมี ระดบั การศกึ ษาที่แตกตา่ งกนั มีความคดิ เห็นตอ่ ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีท่ีแตกตา่ งกนั นอกจากนี ้ควรคนึง สีหาวงษ์ (2554) ได้อธิบายวา่ ความคิดเห็นของบุคคลอาจเปล่ียนแปลงตาม กาลเวลาและสภาพแวดล้อม ด้วยเหตนุ ีน้ ิสิตพยาบาลชนั้ ปีที่ 4 ซ่ึงผ่านการทาวิจยั เสร็จสิน้ ไปแล้ว เป็นเวลา 1 ปี อาจมีความเช่ือ อคติ การตดั สินใจที่เปล่ียนแปลงไป ในขณะที่นิสิตพยาบาลชนั้ ปีที่ 3 ยงั อย่ใู นระหวา่ งการทาวจิ ยั ทาให้นิสิตเช่ือวา่ ตนเองมีปัญหาด้านความรู้ความสามารถทางวิชาการ ของนิสิตและด้านความพร้อมของนิสิตในระดบั ปานกลางแตกต่างจากนิสิตชนั้ ปีท่ี 4 ซึ่งรับรู้ว่ามี ปัญหาด้านความรู้ความสามารถทางวิชาการของนิสิตและด้านความพร้ อมของนิสิตในระดบั น้อย ถึงแม้ไมพ่ บการศกึ ษาเปรียบเทียบความแตกตา่ งในระดบั ชนั้ เรียนแตม่ ีผลการวิจยั ของ ทศั น์ศริ ินทร์ สว่างบญุ และรัชนีวรรณ ตงั้ ภกั ดี (2561) ที่ได้ศกึ ษาพบว่านิสิตระดบั ปริญญาเอกมีความสาเร็จใน การทาวิทยานิพนธ์สูงกว่านิสิตระดบั ปริญญาโท แสดงว่านิสิตระดบั ปริญญาเอกและนิสิตระดบั ปริญญาโทมีปัญหาในการทาวิจยั แตกตา่ งกนั ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนาผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ผลการวิจัยพบว่านิสิตพยาบาลมีปัญหาในการทาวิจัยระดับปริญญาตรี ด้าน หลกั สูตรและการเรียนการสอนมากที่สดุ และอยู่ในระดบั ปานกลาง โดยเฉพาะระยะเวลาในการ เรียนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบตั ิน้อย สดั ส่วนของภาคทฤษฎีและภาคปฏิบตั ิ จานวนหน่วยกิตของ
43 วิชาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีท่ีจดั ไว้ในหลกั สตู ร การเรียงลาดบั เนือ้ หารายวิชาวจิ ยั ไม่เหมาะสมและอยู่ ในระดบั ปานกลาง จึงควรเพิ่มระยะเวลาในการเรียนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบตั ิ เพ่ิมสดั ส่วนของ ภาคทฤษฎี 2 หนว่ ยกิตและภาคปฏิบตั เิ ป็น 2 หนว่ ยกิต 1.2 ผลการวิจัยพบว่าการจดั การเรียนการสอนวิชาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีในชนั้ ปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ไม่เหมาะสมและอย่ใู นระดบั ปานกลาง จึงควรปรับย้ายรายวิชาอ่ืนที่สามารถจดั การ เรียนการสอนในชนั้ ปีหรือภาคการศกึ ษาอื่น เพ่ือลดภาระงาน 2. ข้อเสนอแนะในการทาวจิ ัยครัง้ ต่อไป ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบปัญหาในการทาวิจัยระดบั ปริญญาตรีของหลักสูตรที่มี จานวนหนว่ ยกิตวชิ าวิจยั ท่ีแตกตา่ งกนั
44 บรรณานุกรม
45 บรรณานุกรม จกั รพล แสนเมือง. (2553). กระบวนการต้นแบบพัฒนาหลักสูตรรายวชิ าสาระเพ่มิ เตมิ กลุ่ม สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี. วทิ ยานพิ นธ์. ศศ.ด., มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. จฬุ าวลยั สรุ ะอารีย์. (2551). ปัญหาอปุ สรรคและความต้องการในการทาวิจยั ของบคุ ลากรโรงเรียน นายเรือ. วารสารโรงเรียนนายเรือ, 8(4), 24-35. ชนิดา ชาอินทร์ และคณะ. (2555). ปัจจัยท่มี ีผลต่อการสาเร็จการศกึ ษาของนักศึกษาระดับ บัณฑติ ศกึ ษา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. มหาวิทยาลยั ขอนแก่น, ขอนแกน่ . ชลกมล สนองคณุ . (2548). ปัจจัยท่สี ่งผลต่อความสาเร็จในการทาวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ระดับบัณฑติ ศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. วิทยานิพนธ์ ศป.ม., มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร, กรุงเทพฯ. ดลิ กรัตน์ โคตรสมุ าตย์. (2554). ปัจจัยท่สี ่งผลต่อระยะเวลาการสาเร็จการศึกษาของนักศึกษา ระดบั บัณฑติ ศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น. วทิ ยานพิ นธ์ กศ.ม., มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, ขอนแกน่ . ทศั น์ศริ ินทร์ สวา่ งบญุ และรัชนีวรรณ ตงั้ ภกั ดี. (2551). ปัจจยั ที่สง่ ผลสาเร็จในการทาวิทยานิพนธ์ ของนสิ ิตระดบั บณั ฑิตศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. วารสาร บัณฑติ ศึกษา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์, 12(1), 50-60. ทรงธรรม ธีระกลุ . (2547). ปัจจัยท่สี ่งผลต่อความสาเร็จในการทาวทิ ยานิพนธ์ของ มหาบัณฑติ มหาวิทยาลัยทักษิณ. มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ, สงขลา. ธิดาพร ประทมุ วี. (2553). ปัจจัยความสาเร็จในการทาวทิ ยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับัณฑติ ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์. มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง, กรุงเทพฯ. นฤมล สมุ รรคา. (2554). ปัจจัยท่มี ีผลต่อความพร้อมของบุคลากรทางบัญชีเพ่อื รองรับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน : กรณีศกึ ษา สถานประกอบการ จังหวัดสระบุรี. วิทยานิพนธ์ บธ.ม., มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี, กรุงเทพฯ. นนั ทดิ า สนู ประหตั . (2556). สภาพปัญหาการปฏบิ ัตงิ านด้านการเงนิ บัญชีและการพสั ดุตาม ทัศนะของบุคลากรสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจังหวัดชัยนาท และจังหวัด อุทัยธานี. วทิ ยานิพนธ์ ค.ม., มหาวิทยาลยั ราชภฏั เทพสตรี, ลพบรุ ี.
46 นนั ท์นภสั มีครุฑ. (2553). ปัญหาท่ีเก่ียวข้องกับการทาวิทยานิพนธ์ระดบั ปริญญาโท หลักสูตรนิตศิ าสตรมหาบัณฑติ มหาวิทยาลัยรามคาแหง. มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง, กรุงเทพฯ. บญุ ใจ ศรีสถิตนรากลุ . (2553). ระเบียบวธิ ีการวจิ ัยทางพยาบาลศาสตร์. (พิมพ์ครัง้ ท่ี 5). กรุงเทพฯ: บริษัท ยแู อนดไ์ อ อนิ เตอร์มีเดีย จากดั . เบญจวรรณ เลิศหตั ถกิจ. (2556). การสร้างแบบวัดคุณลักษณะนักวิจัยสาหรับนักเรียน ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนต้น. วทิ ยานิพนธ์ กศ.ม., มหาวยิ าลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ, กรุงเทพฯ. ประทมุ ฤกษ์กลาง. (2553). การวิจัยเพ่อื การประชาสัมพนั ธ์. (พมิ พ์ครัง้ ท่ี 15). กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พ์ มหาวิทยาลยั กรุงเทพ. ปรารถนา อเนกปัญญากลุ และศศนิ ิภา ศรีกลั ยานิวาท. (2557). ปัจจยั ที่สง่ ผลตอ่ พฤตกิ รรมการทา วจิ ยั ของบคุ ลากร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลนั เรศวร. วารสารนเรศวรพะเยา, 7(3), 275-285. พฒั นพศิ ษิ ฏ์ เป่ียมวฒั นานนท์. (2558). กระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษาในเขต อาเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอด็ สังกัดสานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษา มัธยมศกึ ษา เขต 27. สารนพิ นธ์ ศษ.ม., มหาวทิ ยาลยั นอร์ทกรุงเทพ, กรุงเทพฯ. พรทพิ ย์ สีหบณั ฑ์. (2556). การจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาของครูโรงเรียนประถมศึกษาศูนย์ หรือเครือข่ายพฒั นาคุณภาพการศึกษาท่ี 12 สังกัดสานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษา ประถมศกึ ษาอุบลราชธานี เขต 2. สารนพิ นธ์ ศษ.ม., มหาวทิ ยาลยั นอร์ทกรุงเทพ, กรุงเทพฯ. ภรณ์ทพิ ย์ หอ่ ห้มุ ดี. (2558). ความคดิ เหน็ ของนิสิตท่มี ีต่อการจัดการเรียนการสอน ของ วทิ ยาลัยการบริหารรัฐกจิ มหาวิทยาลัยบูรพา ศูนย์การศึกษาสระแก้ว. วิทยานิพนธ์ รป.ม., มหาวทิ ยาลยั บรู พา, ชลบรุ ี. มหาวทิ ยาลยั นเรศวร. (21 มีนาคม 2561). ประกาศมหาวิทยาลัยนเรศวร เร่ือง แนวปฏบิ ัติ เก่ียวกับการจัดการศกึ ษารายวิชาวทิ ยานิพนธ์ระดบั ปริญญาตรี (Undergraduate Thesis) รายวิชาโครงงานและรายวิชาวจิ ัย. มาเรียม นลิ พนั ธ์ุ. (2554). วิธีวจิ ัยทางการศึกษา. (พมิ พ์ครัง้ ที่ 5). นครปฐม: ศนู ย์วจิ ยั และพฒั นา ทางการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร.
47 มทั ธราวลั ย์ สืบวฒั นะ. (2557). ความคิดเหน็ ของนิสติ ต่อการเลือกเรียนรายวิชาศึกษาท่วั ไป ของนิสิตระดบั ปริญญาตรี มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม. มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, มหาสารคาม. ราชบณั ฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554. (พมิ พ์ครัง้ ที่ 2). กรุงเทพฯ: นานมี บคุ ส์พบั ลิเคชน่ั ส์. วนิดา พงิ สระน้อย. (2556). ปัจจัยท่มี ีอิทธิพลต่อการทาวิจัยของบุคลากรสายวชิ าการกลุ่ม วทิ ยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม., มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี, กรุงเทพฯ. วิลาวณั ย์ ดาราฉาย. (2554). ปัจจัยท่เี ก่ียวข้องกับการรับรู้ความสามารถของตนด้านการ เรียนของนักเรียนช่วงชัน้ ท่ี 2-3. สารนพิ นธ์ กศ.ม., มหาวทิ ยาลยั ศรีนคริทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ. วรรณภา เหลา่ ไพศาลพงษ์. (2554). การศึกษาความสามารถในการคดิ แก้ปัญหาและความ สนใจในการเรียนภาษาไทย. ปริญญาศกึ ษามหาบัณฑติ สาขาวิชาการ มัธยมศกึ ษา, มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ. ศศธิ ร สพุ นั ทวี และภิรดา ชยั รัตน์. (2561). ปัญหาและอปุ สรรคในการทาวิทยานพิ นธ์ของนิสิต ระดบั บณั ฑิตศกึ ษาโครงการศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑิตสาขาวิชารัฐศาสตร์(ภาคพิเศษ) มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. วารสารสหวทิ ยาการวจิ ัย: ฉบับบัณฑติ ศึกษา, 7(1), 198- 203. สมจติ ร์ แก้วมณี. (2551). ปัญหาในการทาวทิ ยานิพนธ์ของนักศึกษาระดบั มหาบัณฑติ คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. มหาวิทยาลยั สงขลา นครินทร์, สงขลา. สมพิศ คาชมุ่ . (2554). ปัญหาของผู้ลีภ้ ยั ศูนย์พืน้ ท่ีพกั พงิ ช่ัวคราว จังหวัดแม่ฮ่องสอน. วิทยานพิ นธ์ รป.ม., มหาวิทยาลยั บรู พา, ชลบรุ ี. อมั พาพร นพรัตน์. (2558). ความคิดเหน็ ของนักศกึ ษาท่มี ีต่อการจัดการเรียนการสอนตาม หลักสูตรของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตยะลา. มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่, สงขลา. อศั วิน แสงพกิ ลุ และธญั ธชั วภิ ตั ภิ มู ิประเทศ. (2559). ความคดิ เห็นของนกั ศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี ที่มีตอ่ ลกั ษณะวิชาและรูปแบบการสอนในวชิ าวิจยั ด้านการทอ่ งเท่ียวและการโรงแรม มหาวทิ ยาลยั ธรุ กิจบณั ฑติ ย์. วารสารการจัดการสมัยใหม่, 14(1), 33-40.
48 อาภรณ์ สขุ สวสั ด.ิ์ (2553). กระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศกึ ษา : กรณีศึกษา โรงเรียนอนุบาลหนองคาย สังกัดสานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาหนองคาย เขต 1. วิทยานพิ นธ์ ศษ.ม., มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, ขอนแก่น. อรวิริยา นามสวสั ด.ิ์ (2553). ความคดิ เหน็ ของผู้เช่ียวชาญท่ีมีต่อหลักสูตรการบริหารงาน ก่อสร้าง. ภาควิชาเทคโนโลยีการออกแบบผลติ ภัณฑ์และจัดการอุตสาหกรรม ก่อสร้าง คณะเทคโนโลยแี ละการจัดการอุตสาหกรรม. มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. Polit, D.F & Beck, C.T. (2004). Nursing Research: Principles and Methods. (7th Edition). Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins.
49 ภาคผนวก
50 ภาคผนวก ก แบบสอบถามงานวจิ ยั แบบสอบถามเพ่อื การวิจัย เร่ือง ความคดิ เหน็ ของนิสิตพยาบาลท่มี ีต่อการทาวิจัยระดบั ปริญญาตรี คาชีแ้ จง แบบสอบถามนีม้ ีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาความคิดเห็นตอ่ ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี จานวน 43 ข้อ โปรดตอบคาถามตามสภาพความเป็นจริงของปัญหาท่ีเก่ียวข้องกับ การทาวิจัยที่ท่านประสบในขณะที่ท่านศึกษาอยู่ ข้อมูลที่ได้จะแปลผลการวิจัยโดยภาพรวม คณะผู้วิจัยจะเก็บข้อมูลฉบับนีเ้ ป็นความลับและใช้ประโยชน์เฉพาะการวิจัยนีเ้ ท่านัน้ ไม่มี ผลกระทบใด ๆ ต่อท่าน จึงขอความร่วมมือจากท่านได้กรุณาตอบแบบสอบถามชดุ นีใ้ ห้ครบถ้วน และตรงตามความจริงมากที่สดุ หวงั เป็นอยา่ งยิ่งวา่ จะได้รับความรับความร่วมมือจากท่านในการ ตอบแบบสอบถามครัง้ นี ้ขอขอบคณุ มา ณ โอกาสนี ้ ส่วนท่ี 1 ข้อมลู ทวั่ ไป จานวน 3 ข้อ คาชีแ้ จง กรุณาทาเคร่ืองหมาย ลงใน หน้าข้อความที่ตรงตามความเป็นจริงกบั สถานภาพของทา่ น 1. เพศ ชาย หญิง 2. ระดบั ชนั้ ชนั้ ปีที่ 3 ชนั้ ปีท่ี 4 3. อายุ ................ ปี ( อายปุ ีบริบรู ณ์ ถ้าเกิน 6 เดอื นให้นบั เตม็ ปีถดั ไป) ส่วนท่ี 2 ความคดิ เหน็ เก่ียวกบั สภาพความเป็นจริงในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี จานวน 40 ข้อ คาชีแ้ จง กรุณาทาเครื่องหมาย ลงในชอ่ งว่างที่ตรงกบั สภาพความเป็นจริงในประเดน็ ตา่ ง ๆ ท่ี เก่ียวข้องกบั ปัญหาในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีตามความคิดเหน็ ของทา่ น 5 ระดบั ดงั นี ้ 5 หมายถงึ ตรงตามสภาพความเป็นจริงตามความคดิ เห็นของทา่ นมากที่สดุ 4 หมายถึง ตรงตามสภาพความเป็นจริงตามความคดิ เหน็ ของทา่ นมาก 3 หมายถงึ ตรงตามสภาพความเป็นจริงตามความคดิ เห็นของทา่ นปานกลาง 2 หมายถงึ ตรงตามสภาพความเป็นจริงตามความคดิ เห็นของทา่ นน้อย 1 หมายถึง ตรงตามสภาพความเป็นจริงตามความคดิ เหน็ ของทา่ นน้อยที่สดุ
51 ข้อ ระดบั ความคดิ เหน็ ประเดน็ คาถาม มาก มาก ปาน น้อย น้อย ที่สดุ กลาง ทสี่ ดุ (5) (4) (3) (2) (1) 1. ด้านความรู้ความสามารถทางวิชาการของนิสิต 1 ทา่ นสามารถตงั้ ประเดน็ หวั ข้อการวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 2 ทา่ นสามารถสืบค้นข้อมลู ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีจากหลากหลายแหลง่ 3 ทา่ นสามารถวเิ คราะห์ข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือใช้ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 4 ทา่ นสามารถสร้างเคร่ืองมือเพ่ือใช้ในการวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 5 ทา่ นสามารถรวบรวมข้อมลู ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 6 ทา่ นสามารถใช้สถิตเิ พ่ือการวเิ คราะห์ข้อมลู วจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 7 ทา่ นสามารถสรุปผลและอภิปรายผลของการวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 8 ทา่ นสามารถใช้ภาษาไทยเพ่ือการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 9 ทา่ นสามารถใช้ภาษาองั กฤษเพ่ือการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 10 ทา่ นสามารถเขียนโครงร่างและรายงานการวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 11 ทา่ นสามารถจดั ทาเอกสารเพื่อขอรับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการ วิจยั ในมนษุ ย์ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 2. ด้านคุณลักษณะส่วนตวั ของนิสิต 12 ทา่ นมีความมงุ่ มนั่ และตงั้ ใจในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 13 ทา่ นใช้ความพยายามในการทางานวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 14 ทา่ นมีความความอดทนตอ่ อปุ สรรค หรือ ปัญหาในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 15 ทา่ นสามารถจดั การกบั ความเครียดและความวิตกกงั วลในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี
52 16 ทา่ นสามารถจดั การวางแผนแบง่ เวลาในการทาวจิ ยั ไมใ่ ห้กระทบการเรียนใน รายวิชาอ่ืน 17 ทา่ นมีความรับผิดชอบตอ่ หน้าที่ท่ีได้รับมอบหมายในการทาวจิ ยั 18 ทา่ นสามารถทางานร่วมกบั สมาชกิ ในทีมวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 19 ทา่ นทมุ่ เทเวลาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 20 เม่ือได้รับมอบหมายหน้าที่จากทีมวิจยั ท่านจะพยายามทาให้สาเร็จ 3. ด้านความพร้อมของนิสิต 21 ทา่ นไมม่ ีปัญหาสขุ ภาพทางกายที่สง่ ผลตอ่ การทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 22 ทา่ นทบทวนเนือ้ หาทฤษฎีวิชาวิจยั เพ่ือเป็นการเตรียมความรู้ในขณะท่ีทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 23 ทา่ นมีความพร้อมในการร่วมทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีเป็นกลมุ่ กบั เพื่อน ๆ 24 ทา่ นมีกาลงั ใจเพียงพอสาหรับการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 25 ทา่ นคิดวา่ กลมุ่ ของทา่ นมีเวลาเพียงพอสาหรับการร่วมทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี ให้สาเร็จตามระยะเวลาท่ีกาหนด 26 ทา่ นมีงบประมาณเพียงพอสาหรับการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 4. ด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน 27 ทา่ นคิดวา่ หลกั สตู รที่ทา่ นเรียนมีการสอนวิชาวิจยั ในระดบั ปริญญาตรีมีความ ทนั สมยั ทา่ นคิดวา่ การเรียนการสอนวชิ าวจิ ยั ในระดบั ปริญญาตรีที่ทา่ นเรียนมีระยะเวลา 28 ในการเรียนภาคทฤษฎีความเหมาะสม 29 ทา่ นคิดวา่ การเรียนการสอนวิจยั ในระดบั ปริญญาตรีที่ทา่ นเรียนมีระยะเวลาใน การเรียนภาคปฏิบตั ิความเหมาะสม 30 ทา่ นคิดวา่ การเรียนการสอนวิจยั ในหลกั สตู รระดบั ปริญญาตรีที่ท่านเรียนมี สดั สว่ นของภาคทฤษฎีและภาคปฏิบตั เิ หมาะสม
53 31 ทา่ นคดิ วา่ การเรียงลาดบั เนือ้ หารายวิชาวจิ ยั ในระดบั ปริญญาตรีท่ีท่านเรียนมี ความเหมาะสม 32 ทา่ นคิดวา่ เนือ้ หาของรายวิชาวิจยั ท่ีทา่ นเรียนเพียงพอตอ่ การนาไปใช้ในการทา วิจยั ในระดบั ปริญญาตรี 33 ทา่ นคิดวา่ การจดั การเรียนการสอนวิชาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีที่ทา่ นเรียนในชนั้ ปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 มีความเหมาะสม 34 ทา่ นคดิ วา่ จานวนหนว่ ยกิตของวชิ าวิจยั ระดบั ปริญญาตรีท่ีจดั ไว้ในหลกั สตู รที่ทา่ น เรียนมีความเหมาะสม 5. ด้านอาจารย์ท่ปี รึกษาวิจัย 35 ทา่ นคิดวา่ อาจารย์ท่ีปรึกษาของทา่ นมีเวลาให้เพ่ือเข้าพบหรือให้คาปรึกษาในการ ทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีอยา่ งเพียงพอ 36 ทา่ นคดิ วา่ อาจารย์ที่ปรึกษาของทา่ นให้คาปรึกษาและแนะนาการทาวจิ ยั อยา่ ง เหมาะสม 37 ทา่ นคิดวา่ อาจารย์ท่ีปรึกษาของทา่ นตรวจสอบเนือ้ หาการวิจยั ได้อยา่ งครอบคลมุ 38 ทา่ นคดิ วา่ อาจารย์ที่ปรึกษาของทา่ นมีการควบคมุ ดแู ลการทาวจิ ยั อยา่ งใกล้ชิด 39 ทา่ นคิดวา่ อาจารย์ท่ีปรึกษาของทา่ นชว่ ยแก้ไขปัญหาในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญา ตรี
54 ข้อ ระดบั ความคิดเหน็ ประเดน็ คาถาม มาก มาก ปาน น้อย น้อย 40 ทา่ นคดิ วา่ อาจารย์ที่ปรึกษาของทา่ นให้ความช่วยเหลือในการดาเนนิ การวิจยั ทส่ี ดุ กลาง ท่ีสดุ ระดบั ปริญญาตรีให้สาเร็จลลุ ว่ งอยา่ งสมบรู ณ์ (5) (4) (3) (2) (1) -------------ขอบคณุ ทกุ ทา่ นสาหรับข้อมลู ที่ให้ในการวจิ ยั ในครัง้ นี-้ -------------------
55 ตาราง 5 การตรวจสอบความเช่ือม่ันของเคร่ืองมือ ( Reliability) แบบสอบถามความ คิดเหน็ ของนิสิตพยาบาลท่มี ีต่อการทาวจิ ัยระดบั ปริญญาตรี Reliability Statistics Cronbach's Alpha N of Items .906 40 Reliability Statistics Scale Mean if Scale Variance if Item Corrected Item-Total Cronbach's Alpha if Item Deleted Item Deleted Correlation Deleted ทา่ นสามารถตงั้ ประเดน็ 147.97 230.447 .306 .905 หวั ข้อการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถสืบค้นข้อมลู 147.43 221.357 .692 .900 ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีจากหลากหลาย แหลง่ ทา่ นสามารถวเิ คราะห์ 147.90 223.886 .657 .901 ข้อมลู ท่ีเก่ียวข้องเพื่อใช้ใน การทาวิจยั ระดบั ปริญญา ตรี ทา่ นสามารถสร้างเคร่ืองมือ 147.97 222.171 .693 .901 เพื่อใช้ในการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถรวบรวมข้อมลู 147.57 222.599 .706 .901 ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี
56 Reliability Statistics Scale Mean if Scale Variance if Item Corrected Item-Total Cronbach's Alpha if Item Deleted Item Deleted Correlation Deleted ทา่ นสามารถใช้สถิตเิ พ่ือ 148.07 228.133 .373 .904 การวิเคราะห์ข้อมลู วจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 147.97 228.723 .443 .904 ทา่ นสามารถสรุปผลและ 147.40 221.834 .572 .901 อภิปรายผลของการวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 148.43 231.289 .152 .908 ทา่ นสามารถใช้ภาษาไทย เพ่ือการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถใช้ ภาษาองั กฤษเพื่อการทา วจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถตงั้ ประเดน็ 147.97 230.447 .306 .905 หวั ข้อการวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถสืบค้นข้อมลู 147.43 221.357 .692 .900 ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีจากหลากหลาย แหลง่ ทา่ นสามารถวเิ คราะห์ 147.90 223.886 .657 .901 ข้อมลู ที่เก่ียวข้องเพ่ือใช้ใน การทาวิจยั ระดบั ปริญญา ตรี
57 Reliability Statistics Scale Mean if Scale Variance if Item Corrected Item-Total Cronbach's Alpha if Item Deleted Item Deleted Correlation Deleted ทา่ นสามารถสร้างเคร่ืองมือ 147.97 222.171 .693 .901 เพื่อใช้ในการวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถรวบรวมข้อมลู 147.57 222.599 .706 .901 ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถใช้สถิตเิ พ่ือการ 148.07 228.133 .373 .904 วิเคราะห์ข้อมลู วิจยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถสรุปผลและ 147.97 228.723 .443 .904 อภิปรายผลของการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถใช้ภาษาไทย 147.40 221.834 .572 .901 เพ่ือการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถใช้ 148.43 231.289 .152 .908 ภาษาองั กฤษเพ่ือการทา วจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถเขียนโครงร่าง 147.93 223.720 .612 .901 และรายงานการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี
58 Reliability Statistics Scale Mean if Scale Variance if Item Corrected Item-Total Cronbach's Alpha if Item Deleted Item Deleted Correlation Deleted ทา่ นสามารถจดั ทาเอกสาร 147.70 221.114 .597 .901 เพ่ือขอรับการรับรองจาก คณะกรรมการจริยธรรมการ วิจยั ในมนษุ ย์ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นมีความมงุ่ มนั่ และตงั้ ใจ 147.23 225.013 .495 .903 ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นใช้ความพยายามใน 147.00 227.448 .398 .904 การทางานวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นมีความความอดทนตอ่ 147.17 229.247 .370 .904 อปุ สรรค หรือ ปัยหาในการ ทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถจดั การกบั 147.60 225.421 .438 .903 ความเครียดและความวติ ก กงั วลในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นสามารถจดั การ 148.10 221.472 .504 .902 วางแผนแบง่ เวลาในการทา วจิ ยั ไมใ่ ห้กระทบการเรียน ในรายวิชาอื่น
59 Reliability Statistics Scale Mean if Scale Variance if Item Corrected Item-Total Cronbach's Alpha if Item Deleted Item Deleted Correlation Deleted ทา่ นมีความรับผิดชอบตอ่ 147.20 224.579 .540 .902 หน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมายใน การทาวิจยั ทา่ นสามารถทางานร่วมกบั 146.87 230.189 .268 .905 สมาชกิ ในทีมวิจยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นทมุ่ เทเวลาในการทา 147.33 235.678 .015 .908 วจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี เม่ือได้รับมอบหมายหน้าท่ี 147.03 231.137 .309 .905 จากทีมวจิ ยั ทา่ นจะ พยายามทาให้สาเร็จ ทา่ นไมม่ ีปัญหาสขุ ภาพทาง 147.33 226.575 .232 .908 กายท่ีสง่ ผลตอ่ การทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นทบทวนเนือ้ หาทฤษฎี 147.70 229.666 .283 .905 วชิ าวจิ ยั เพ่ือเป็นการเตรียม ความรู้ในขณะท่ีทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นมีความพร้อมในการ 147.37 226.102 .434 .903 ร่วมทาวจิ ยั ระดบั ปริญญา ตรีเป็นกลมุ่ กบั เพ่ือน ๆ
60 Reliability Statistics Scale Mean if Scale Variance if Item Corrected Item-Total Cronbach's Alpha if Item Deleted Item Deleted Correlation Deleted ทา่ นมีกาลงั ใจเพียงพอ 147.90 223.610 .478 .903 สาหรับการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นคดิ วา่ กลมุ่ ของทา่ นมี 148.27 228.409 .203 .908 เวลาเพียงพอสาหรับการ ร่วมทาวจิ ยั ระดบั ปริญญา ตรี ให้สาเร็จตามระยะเวลา ท่ีกาหนด ทา่ นมีงบประมาณเพียงพอ 148.07 235.375 .010 .910 สาหรับการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี ทา่ นคิดวา่ หลกั สตู รที่ทา่ น 147.80 226.648 .515 .903 เรียนมีการสอนวชิ าวิจยั ใน ระดบั ปริญญาตรีมีความ ทนั สมยั ทา่ นคิดวา่ กลมุ่ ของทา่ นมี 148.27 228.409 .203 .908 เวลาเพียงพอสาหรับการ ร่วมทาวิจยั ระดบั ปริญญา ตรี ให้สาเร็จตามระยะเวลา ท่ีกาหนด ทา่ นมีงบประมาณเพียงพอ 148.07 235.375 .010 .910 สาหรับการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี
61 Reliability Statistics Scale Mean if Scale Variance if Item Corrected Item-Total Cronbach's Alpha if Item Deleted Item Deleted Correlation Deleted ทา่ นคิดวา่ หลกั สตู รท่ีทา่ น 147.80 226.648 .515 .903 เรียนมีการสอนวชิ าวิจยั ใน ระดบั ปริญญาตรีมีความ ทนั สมยั ทา่ นคิดวา่ การเรียนการสอน 148.23 219.082 .548 .901 วิชาวิจยั ในระดบั ปริญญา ตรีที่ทา่ นเรียนมีระยะเวลา ในการเรียนภาคทฤษฎี ความเหมาะสม ทา่ นคิดวา่ การเรียนการสอน 148.33 228.851 .285 .905 วิจยั ในระดบั ปริญญาตรีท่ี ทา่ นเรียนมีระยะเวลาใน การเรียนภาคปฏิบตั คิ วาม เหมาะสม ทา่ นคดิ วา่ การเรียนการสอน 148.23 223.426 .434 .903 วจิ ยั ในหลกั สตู รระดบั ปริญญาตรีที่ทา่ นเรียนมี สดั สว่ นของภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบตั เิ หมาะสม ทา่ นคิดวา่ การเรียงลาดบั 147.77 218.530 .693 .900 เนือ้ หารายวิชาวจิ ยั ในระดบั ปริญญาตรีท่ีทา่ นเรียนมี ความเหมาะสม
62 Reliability Statistics Scale Mean if Scale Variance if Item Corrected Item-Total Cronbach's Alpha if Item Deleted Item Deleted Correlation Deleted ทา่ นคิดวา่ เนือ้ หาของ 147.73 219.099 .612 .901 รายวิชาวิจยั ท่ีทา่ นเรียน เพียงพอตอ่ การนาไปใช้ใน การทาวจิ ยั ในระดบั ปริญญาตรี ทา่ นคิดวา่ การจดั การเรียน 148.23 213.357 .604 .900 การสอนวิชาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีที่ทา่ นเรียนใน ชนั้ ปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 มี ความเหมาะสม ทา่ นคิดวา่ จานวนหนว่ ยกิ 147.77 221.909 .503 .902 ตของวิชาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีที่จดั ไว้ใน หลกั สตู รที่ทา่ นเรียนมีความ เหมาะสม ทา่ นคิดวา่ อาจารย์ที่ปรึกษา 147.20 220.234 .485 .903 ของทา่ นมีเวลาให้เพ่ือเข้า พบหรือให้คาปรึกษาในการ ทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี อยา่ งเพียงพอ ทา่ นคิดวา่ อาจารย์ที่ปรึกษา 147.07 222.547 .461 .903 ของทา่ นให้คาปรึกษาและ แนะนาการทาวิจยั อยา่ ง เหมาะสม
63 Reliability Statistics Scale Mean if Scale Variance if Item Corrected Item-Total Cronbach's Alpha if Item Deleted Item Deleted Correlation Deleted ทา่ นคิดวา่ อาจารย์ท่ีปรึกษา 146.87 227.223 .355 .904 ของทา่ นตรวจสอบเนือ้ หา การวิจยั ได้อยา่ งครอบคลมุ ทา่ นคิดวา่ อาจารย์ท่ีปรึกษา 146.90 231.197 .222 .906 ของทา่ นมีการควบคมุ ดแู ล การทาวจิ ยั อยา่ งใกล้ชิด ทา่ นคดิ วา่ อาจารย์ที่ปรึกษา 147.00 227.517 .395 .904 ของทา่ นชว่ ยแก้ไขปัญหาใน การทาวิจยั ระดบั ปริญญา ตรี ทา่ นคดิ วา่ อาจารย์ที่ปรึกษา 146.97 226.033 .498 .903 ของทา่ นให้ความชว่ ยเหลือ ในการดาเนินการวิจยั ระดบั ปริญญาตรีให้สาเร็จลลุ ว่ ง อยา่ งสมบรู ณ์
ตาราง 6 ความคิดเหน็ เก่ียวกับปัญหาในการทาวิจัยระดับปริญญาตร ด้านความรู้ความสามารถทางวิชาการของนิสติ จาแนกรายด้านและร ประเดน็ ปัญหา x̅ ด้านความรู้ความสามารถทางวชิ าการของนิสติ 2.68 1. ทา่ นสามารถตงั้ ประเดน็ หวั ข้อการวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 2.13 2. ทา่ นสามารถสืบค้นข้อมลู ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีจาก 2.49 หลากหลายแหลง่ 3. ทา่ นสามารถวิเคราะห์ข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือใช้ในการทาวจิ ยั 2.66 2.34 ระดบั ปริญญาตรี 2.67 4. ทา่ นสามารถสร้างเครื่องมือเพื่อใช้ในการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 5. ทา่ นสามารถรวบรวมข้อมลู ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 6. ทา่ นสามารถใช้สถิตเิ พื่อการวเิ คราะห์ข้อมลู วิจยั ระดบั ปริญญา ตรี
64 รีของนิสิตพยาบาล โดยใช้ค่าเฉล่ีย (���̅���) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) รายข้อ ชัน้ ปี ท่ี 3 ชัน้ ปี ท่ี 4 รวม (n = 82) (n = 79) (n = 161) S.D. ระดบั x̅ S.D. ระดับ x̅ S.D. ระดับ .77 ปานกลาง 2.44 .69 น้อย 2.57 .74 ปานกลาง .62 น้อย 1.86 .66 น้อย 2.00 .65 น้อย .65 น้อย 2.22 .57 น้อย 2.35 .63 น้อย .83 ปานกลาง 2.37 .66 น้อย 2.52 .77 ปานกลาง .72 น้อย 1.96 .63 น้อย 2.16 .70 น้อย .79 ปานกลาง 2.54 .78 ปานกลาง 2.61 .78 ปานกลาง
ตาราง 6 (ต่อ) ประเดน็ ปัญหา x̅ S 7. ทา่ นสามารถสรุปผลและอภิปรายผลของการวิจยั ระดบั 2.72 ปริญญาตรี 8. ทา่ นสามารถใช้ภาษาไทยเพ่ือการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 2.20 9. ทา่ นสามารถใช้ภาษาองั กฤษเพื่อการทาวิจยั ระดบั 3.44 ปริญญาตรี 10. ทา่ นสามารถเขียนโครงร่างและรายงานการวจิ ยั ระดบั 2.56 ปริญญาตรี 11. ทา่ นสามารถจดั ทาเอกสารเพื่อขอรับการรับรองจาก 2.37 คณะกรรมการจริยธรรมการวจิ ยั ในมนษุ ย์ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ประเดน็ ปัญหาโดยรวม 2.59
65 ชัน้ ปี ท่ี 3 ชัน้ ปี ท่ี 4 รวม (n = 82) (n = 79) (n = 161) S.D. ระดับ .71 ปานกลาง x̅ S.D. ระดับ x̅ S.D. ระดบั 2.24 .60 น้อย 2.48 .70 น้อย .82 น้อย 1.90 .63 น้อย 2.05 .75 น้อย .82 ปานกลาง 3.05 .81 ปานกลาง 3.25 .84 ปานกลาง .72 ปานกลาง 2.44 .69 น้อย 2.50 .71 น้อย .78 น้อย 2.16 .79 น้อย 2.27 .79 น้อย .50 ปานกลาง 2.30 .46 น้อย 2.31 .41 น้อย
66 จากตาราง 6 พบว่าความคดิ เห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีท่ี 3 และชนั้ ปีท่ี 4 ที่มีตอ่ ปัญหาใน การทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีด้านความรู้ความสามารถทางวิชาการของนิสิต โดยรวมอย่ใู นระดบั น้ อย (x̅ = 2.31 S.D. = 0.41) เมื่อพิจารณารายข้ อ พบว่านิสิตมีปัญหาในการทาวิจัยใน ข้ อที่ 2. ท่านสามารถสืบค้นข้ อมูลในการทาวิจัยระดับปริญญาตรีจากหลากหลายแหล่ง 3. ท่านสามารถวิเคราะห์ข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 5. ท่านสามารถ รวบรวมข้อมลู ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 7. ท่านสามารถสรุปผลและอภิปรายผลของการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 8. ท่านสามารถใช้ภาษาไทยเพื่อการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 10. ท่านสามารถ เขียนโครงร่างและรายงานการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 11. ท่านสามารถจดั ทาเอกสารเพ่ือขอรับการ รับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจยั ในมนษุ ย์ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี ซง่ึ อยใู่ นระดบั น้อย แตน่ ิสติ มีปัญหาในการทาวิจยั ในข้อที่ 1. ทา่ นสามารถตงั้ ประเดน็ หวั ข้อการวิจยั ระดบั ปริญญา ตรี (x̅ = 2.57 S.D. = 0.70) 4. ท่านสามารถสร้ างเคร่ืองมือเพื่อใช้ในการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.52 S.D = 0.77) 6. ท่านสามารถใช้สถิติเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลวิจัยระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.61 S.D. = 0.78 ) 9. ท่านสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพ่ือการทาวิจัยระดับปริญญาตรี (x̅ = 3.25 S.D. = 0.84 ) อยใู่ นระดบั ปานกลาง เม่ือพิจารณาความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีท่ี 3 ที่มีต่อปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีด้านความรู้ความสามารถทางวิชาการของนิสิต โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (x̅ = 2.59 S.D. = 0.50) เมื่อพิจารณารายข้อ พบวา่ นิสิตมีปัญหาในการทาวิจยั มากที่สดุ คือ ข้อท่ี 10. ท่านสามารถเขียนโครงร่างและรายงานการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.56 S.D. = 0.72) 4. ท่านสามารถสร้ างเครื่องมือเพ่ือใช้ในการวิจัยระดับปริญญาตรี (x̅ = 2.66 S.D. = 0.83) 6. ท่านสามารถใช้สถิติเพ่ือการวิเคราะห์ข้อมูลวิจัยระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.67 S.D. = 0.79) 1. ท่านสามารถตัง้ ประเด็นหัวข้ อการวิจัยระดับปริ ญญาตรี (x̅ = 2.68 S.D. = 0.77) 7. ท่านสามารถสรุปผลและอภิปรายผลของการวิจัยระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.72 S.D. = 0.71) 9. ท่านสามารถใช้ภาษาองั กฤษเพื่อการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 3.44 S.D. = 0.82) ซง่ึ ทงั้ 6 ข้อดงั กล่าวนิสิตมีความเห็นเกี่ยวกบั ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีอยใู่ นระดบั ปานกลาง สว่ นข้อที่นิสิตมีความเห็นวา่ เป็นปัญหาในการทาวจิ ยั น้อยท่ีสดุ คือข้อท่ี 2. ทา่ นสามารถสืบค้นข้อมลู ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีจากหลากหลายแหลง่ (x̅ = 2.13 S.D. = 0.62) 8. ทา่ นสามารถใช้ ภาษาไทยเพ่ือการทาวิจัยระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.20 S.D. = 0.82) 5. ท่านสามารถรวบรวม ข้อมลู ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.34 S.D. = 0.72) 11. ท่านสามารถจดั ทาเอกสารเพื่อ ขอรับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจยั ในมนุษย์ในการทาวิจัยระดบั ปริญญาตรี
67 (x̅ = 2.37 S.D. = 0.78) 3. ท่านสามารถวิเคราะห์ข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการทาวิจัยระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.49 S.D. = 0.65) ซ่ึงทงั้ 6 ข้อดงั กลา่ วนิสิตมีความเหน็ เก่ียวกบั ปัญหาในการทา วิจยั ระดบั ปริญญาตรีอยใู่ นระดบั น้อย เมื่อพิจารณาความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีท่ี 4 ท่ีมีต่อปัญหาในการทาวิจัยระดบั ปริญญาตรีด้านความรู้ความสามารถทางวิชาการของนิสิต โดยรวมอย่ใู นระดบั น้อย (x̅ = 2.30 S.D. = 0.46) เม่ือพิจารณารายข้อ พบว่านิสิตมีปัญหาในการทาวิจัยมากท่ีสุดคือ ข้อท่ี 6. ท่าน สามารถใช้สถิตเิ พื่อการวเิ คราะห์ข้อมลู วิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.54 S.D. = 0.78) รองลงมาคือ ข้อท่ี 9 ท่านสามารถใช้ภาษาองั กฤษเพ่ือการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 3.05 S.D. = 0.81) ซึ่ง ทงั้ 2 ข้อดงั กล่าวนิสิตมีความเห็นเก่ียวกบั ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีอย่ใู นระดบั ปาน กลาง ส่วนข้อที่นิสิตมีความเห็นว่าเป็นปัญหาในการทาวิจัยน้อยที่สุดคือ ข้อที่ 2. ท่านสามารถ สืบค้นข้อมูลในการทาวิจัยระดับปริญญาตรีจากหลากหลายแหล่ง (x̅ = 1.86 S.D. = 0.66) 8. ท่านสามารถใช้ภาษาไทยเพ่ือการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 1.90 S.D. = 0.63) 5. ท่าน สามารถรวบรวมข้อมลู ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 1.96 S.D. = 0.63) 11. ท่านสามารถ จดั ทาเอกสารเพื่อขอรับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ในการทาวิจัย ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.16 S.D. = 0.79) 3. ทา่ นสามารถวิเคราะห์ข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการ ทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.22 S.D. = 0.57) 7. ทา่ นสามารถสรุปผลและอภิปรายผลของการ วิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.24 S.D. = 0.60) 3. ทา่ นสามารถวิเคราะห์ข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้องเพื่อใช้ใน การทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 4. ท่านสามารถสร้ างเครื่องมือเพ่ือใช้ในการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.37 S.D. = 0.66) 1. ท่านสามารถตงั้ ประเด็นหัวข้อการวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.44 S.D. = 0.69) 10. ท่านสามารถเขียนโครงร่างและรายงานการวิจัยระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.44 S.D. = 0.69) ซ่ึงทงั้ 9 ข้อดงั กล่าวนิสิตมีความเห็นเกี่ยวกบั ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี อยใู่ นระดบั น้อย
ตาราง 7 ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความคดิ เหน็ เก่ียวกับ จาแนกรายด้านและรายข้อ ประเดน็ ปัญหา x̅ S. ด้านคุณลักษณะส่วนตัวของนิสิต 12. ทา่ นมีความมงุ่ มน่ั และตงั้ ใจในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญา 2.16 .9 ตรี 13. ทา่ นใช้ความพยายามในการทางานวจิ ยั ระดบั ปริญญา 1.95 .7 ตรี 14. ทา่ นมีความความอดทนตอ่ อปุ สรรค หรือ ปัญหาในการ 2.00 .8 ทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 15. ทา่ นสามารถจดั การกบั ความเครียดและความวิตกกงั วล 2.50 .9 ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 16. ทา่ นสามารถจดั การวางแผนแบง่ เวลาในการทาวิจยั 2.99 .9 ไมใ่ ห้กระทบการเรียนในรายวชิ าอื่น
68 บปัญหาและอุปสรรคในการทาวิจัย ด้านคุณลักษณะส่วนตัวของนิสิต ชัน้ ปี ท่ี 3 ชัน้ ปี ท่ี 4 รวม (n = 82) (n = 79) (n = 161) .D. ระดบั x̅ S.D. ระดบั x̅ S.D. ระดบั 90 น้อย 1.92 .96 น้อย 2.04 .81 น้อย 74 น้อย 1.66 .62 น้อย 1.81 .69 น้อย 82 น้อย 1.76 .68 น้อย 1.88 .76 น้อย 91 น้อย 2.20 .82 น้อย 2.35 .88 น้อย 92 ปานกลาง 2.87 .82 ปานกลาง 2.93 .87 ปานกลาง
ตาราง 7 (ต่อ) ช ประเดน็ ปัญหา x̅ S. 17.ทา่ นมีความรับผิดชอบตอ่ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการ 2.09 .7 ทาวจิ ยั 18. ท่านสามารถทางานร่วมกับสมาชิกในทีมวิจัยระดับ 1.68 .6 ปริญญาตรี 19. ทา่ นทมุ่ เทเวลาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 2.05 .6 20. เมื่อได้รับมอบหมายหน้าท่ีจากทีมวิจยั ท่านจะพยายาม 1.79 .6 ทาให้สาเร็จ ประเดน็ ปัญหาโดยรวม 2.13 .5
69 ชัน้ ปี ท่ี 3 ชัน้ ปี ท่ี 4 รวม (n = 82) (n = 79) (n = 161) .D. ระดับ 74 น้อย x̅ S.D. ระดบั x̅ S.D. ระดับ 1.82 .67 น้อย 1.96 .72 น้อย 68 น้อย 1.61 .69 น้อย 1.65 .68 น้อย 66 น้อย 1.90 .63 น้อย 1.98 .65 น้อย 68 น้อย 1.58 .57 น้อย 1.96 .63 น้อย 51 น้อย 1.93 .38 น้อย 2.03 .46 น้อย
70 จากตาราง 7 พบวา่ ความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีท่ี 3 และชนั้ ปีที่ 4 ที่มีตอ่ ปัญหาใน การทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีด้านคณุ ลกั ษณะส่วนตวั ของนิสิต โดยรวมอย่ใู นระดบั น้อย (x̅ = 2.03 S.D. = 0.46) เม่ือพิจารณารายข้อ พบวา่ นิสิตมีปัญหาในการทาวิจัยในข้อที่ 12. ทา่ นมีความมงุ่ มน่ั และตัง้ ใจในการทาวิจัยระดบั ปริญญาตรี 13. ท่านใช้ความพยายามในการทางานวิจัยระดับ ปริญญาตรี 14. ท่านมีความความอดทนตอ่ อปุ สรรค หรือ ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 15. ท่านสามารถจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวลในการทาวิจัยระดับปริญญาตรี 17. ท่านมีความรับผิดชอบต่อหน้าท่ีที่ได้รับมอบหมายในการทาวิจัย 18. ท่านสามารถทางาน ร่วมกับสมาชิกในทีมวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 19. ท่านทุ่มเทเวลาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 20. เมื่อได้รับมอบหมายหน้าท่ีจากทีมวิจยั ท่านจะพยายามทาให้สาเร็จ อย่ใู นระดบั น้อย แตน่ ิสิตมี ปัญหาในการทาวิจยั ในข้อท่ี 16. ท่านสามารถจดั การวางแผนแบง่ เวลาในการทาวิจยั ไม่ให้กระทบ การเรียนในรายวชิ าอื่น (x̅ = 2.93 S.D. = 0.87) อยใู่ นระดบั ปานกลาง เม่ือพิจารณาความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีที่ 3 ท่ีมีต่อปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีด้านคณุ ลกั ษณะส่วนตวั ของนิสิต โดยรวมอยู่ในระดบั น้อย (x̅ = 2.13 S.D. = 0.51) เมื่อพิจารณารายข้อ พบวา่ นิสิตมีปัญหาในการทาวิจัยมากที่สดุ คือ ข้อท่ี 16. ท่านสามารถจดั การ วางแผนแบง่ เวลาในการทาวจิ ยั ไมใ่ ห้กระทบการเรียนในรายวชิ าอ่ืน (x̅ = 2.99 S.D. = 0.92) ซ่งึ ข้อ ดงั กลา่ วนิสิตมีความเห็นเกี่ยวกบั ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีอย่ใู นระดบั ปานกลาง สว่ น ข้อท่ีนิสิตมีความเห็นวา่ เป็นปัญหาในการทาวิจยั น้อยที่สดุ คอื ข้อท่ี 18. ท่านสามารถทางานร่วมกบั สมาชิกในทีมวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 1.68 S.D. = 0.68) 20. เมื่อได้รับมอบหมายหน้าท่ีจากทีม วจิ ยั ทา่ นจะพยายามทาให้สาเร็จ (x̅ = 1.79 S.D. = 0.68) 13. ทา่ นใช้ความพยายามในการทางาน วิจัยระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 1.95 S.D. = 0.74) 14. ท่านมีความความอดทนต่ออุปสรรค หรือ ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.00 S.D. = 0.82) 19. ท่านท่มุ เทเวลาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.05 S.D. = 0.66) 17. ท่านมีความรับผิดชอบตอ่ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ในการทาวิจัย (x̅ = 2.09 S.D. = 0.74) 12. ท่านมีความมุ่งมั่นและตัง้ ใจในการทาวิจัยระดับ ปริญญาตรี (x̅ = 2.16 S.D. = 0.90) 15. ท่านสามารถจดั การกบั ความเครียดและความวิตกกงั วล ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.50 S.D. = 0.91) ซงึ่ 8 ข้อดงั กลา่ วนิสิตมีความเห็นเก่ียวกบั ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีอยใู่ นระดบั น้อย เม่ือพิจารณาความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีท่ี 4 ที่มีต่อปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีด้านคุณลักษณะส่วนตวั ของนิสิต โดยรวมอยู่ในระดบั น้อย (x̅ = 1.93 S.D. = 0.38) เม่ือพิจารณารายข้อ พบว่านิสิตมีปัญหาในการทาวิจยั มากท่ีสุดคือ ข้อที่ 16. ทา่ นสามารถจดั การ
71 วางแผนแบ่งเวลาในการทาวิจัยไม่ให้กระทบการเรียนในรายวิชาอ่ืน (x̅ = 2.87 S.D. = 0.82) ซง่ึ ข้อดงั กลา่ วนสิ ิตมีความเห็นเก่ียวกบั ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีอย่ใู นระดบั ปานกลาง ส่วนข้อที่นิสิตมีความเห็นว่าเป็นปัญหาในการทาวิจยั น้อยที่สดุ คือข้อที่ 20. เม่ือได้รับมอบหมาย หน้าท่ีจากทีมวิจยั ท่านจะพยายามทาให้สาเร็จ (x̅ = 1.58 S.D. = 0.57) 18. ท่านสามารถทางาน ร่วมกบั สมาชิกในทีมวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 1.61 S.D. = 0.69) 13. ท่านใช้ความพยายามใน การทางานวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 1.66 S.D. = 0.62) 14. ทา่ นมีความความอดทนตอ่ อปุ สรรค หรือ ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 1.76 S.D. = 0.68) 17. ทา่ นมีความรับผิดชอบตอ่ หน้าที่ท่ีได้รับมอบหมายในการทาวิจยั (x̅ = 1.82 S.D. = 0.67) 19. ท่านทมุ่ เทเวลาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 1.90 S.D. = 0.63) 12. ท่านมีความม่งุ มนั่ และตงั้ ใจในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 1.92 S.D. = 0.96) 15. ทา่ นสามารถจดั การกบั ความเครียดและความวิตกกงั วล ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.20 S.D. = 0.82) ซึ่ง 8 ข้อดงั กลา่ วนิสติ มีความเหน็ เก่ียวกบั ปัญหาในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีอยใู่ นระดบั น้อย
ตาราง 8 ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความคิดเหน็ เก่ียวกับ จาแนกรายด้านและรายข้อ ประเดน็ ปัญหา x̅ 2.09 ด้ านความพร้ อมของนิสติ 2.43 21. ทา่ นไมม่ ีปัญหาสขุ ภาพทางกายท่ีสง่ ผลตอ่ การทาวจิ ยั 2.26 ระดบั ปริญญาตรี 2.45 22. ทา่ นทบทวนเนือ้ หาทฤษฎีวิชาวจิ ยั เพ่ือเป็นการเตรียม 2.94 ความรู้ในขณะที่ทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 23. ทา่ นมีความพร้อมในการร่วมทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี เป็นกลมุ่ กบั เพ่ือน ๆ 24.ทา่ นมีกาลงั ใจเพียงพอสาหรับการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 25. ทา่ นคิดวา่ กลมุ่ ของทา่ นมีเวลาเพียงพอสาหรับการร่วมทา วจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ให้สาเร็จตามระยะเวลาท่ีกาหนด
72 บปัญหาและอุปสรรคในการทาวิจัย ด้านความพร้อมของนิสติ ชัน้ ปี ท่ี 3 ชัน้ ปี ท่ี 4 รวม (n = 82) (n = 79) (n = 161) S.D. ระดับ x̅ S.D. ระดบั x̅ S.D. ระดบั 1.02 น้อย 1.97 0.95 น้อย 2.03 .98 น้อย .75 น้อย 2.23 0.58 น้อย 2.33 .68 น้อย .83 น้อย 2.09 .66 น้อย 2.17 .75 น้อย .88 น้อย 2.47 .90 น้อย 2.46 .89 น้อย 1.07 ปานกลาง 2.65 .91 ปานกลาง 2.80 1.00 ปานกลาง
ตาราง 8 (ต่อ) ชัน้ ปี ท่ี 3 (n = 82) ประเดน็ ปัญหา x̅ S.D. 2.94 .99 ป 26. ทา่ นมีงบประมาณเพียงพอสาหรับการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 2.52 .63 ป ประเดน็ ปัญหาโดยรวม
73 3 ชัน้ ปี ท่ี 4 รวม ) (n = 79) (n = 161) ระดบั x̅ S.D. ระดับ x̅ S.D. ระดบั ปานกลาง 2.77 .93 ปานกลาง 2.86 .96 ปานกลาง ปานกลาง 2.36 .53 น้อย 2.44 .59 น้อย
74 จากตาราง 8 พบว่าความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีที่ 3 และชนั้ ปีที่ 4 ท่ีมีตอ่ ปัญหา ในการทาวิจัยระดับปริญญาตรีด้านความพร้ อมของนิสิต โดยรวมอยู่ในระดับน้อย (x̅ = 2.44 S.D. = 0.59) เม่ือพิจารณารายข้อ พบว่านิสิตมีปัญหาในการทาวิจยั ในข้อที่ 21. ท่านไม่มีปัญหา สขุ ภาพทางกายท่ีส่งผลตอ่ การทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี 22. ทา่ นทบทวนเนือ้ หาทฤษฎีวิชาวิจยั เพื่อ เป็นการเตรียมความรู้ในขณะที่ทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 23. ท่านมีความพร้อมในการร่วมทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีเป็นกลมุ่ กับเพื่อน ๆ 24.ท่านมีกาลงั ใจเพียงพอสาหรับการทาวิจยั ระดบั ปริญญา ตรี อยู่ในระดบั น้อย แต่นิสิตมีปัญหาในการทาวิจัยในข้อที่ 25. ท่านคิดว่ากลุ่มของท่านมีเวลา เพียงพอสาหรับการร่วมทาวิจัยระดบั ปริญญาตรีให้สาเร็จตามระยะเวลาที่กาหนด (x̅ = 2.80 S.D. = 1.00) และ 26. ทา่ นมีงบประมาณเพียงพอสาหรับการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.86 S.D. = 0.96) อยใู่ นระดบั ปานกลาง เมื่อพิจารณาความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีท่ี 3 ที่มีตอ่ ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีด้านความพร้อมของนิสิต โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง (x̅ = 2.52 S.D. = 0.63) เมื่อ พิจารณารายข้อ พบว่านิสิตมีปัญหาในการทาวิจัยมากที่สุดคือ ข้อที่ 26. ท่านมีงบประมาณ เพียงพอสาหรับการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.94 S.D. = 0.99) รองลงมาคอื 25. ทา่ นคิดวา่ กลุ่มของท่านมีเวลาเพียงพอสาหรับการร่วมทาวิจยั ระดับปริญญาตรีให้สาเร็จตามระยะเวลาที่ กาหนด (x̅ = 2.94 S.D. = 1.07) ซ่ึง 2 ข้อดงั กล่าวนิสิตมีความเห็นเก่ียวกับปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีอยใู่ นระดบั ปานกลาง ส่วนข้อที่นิสิตมีความเห็นว่าเป็นปัญหาในการทาวิจยั น้อย ท่ีสุดคือข้อท่ี 21. ท่านไม่มีปัญหาสุขภาพทางกายท่ีส่งผลต่อการทาวิจัย ระดับปริญญาตรี (x̅ = 2.09 S.D. = 1.02) 23. ท่านมีความพร้ อมในการร่วมทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีเป็นกลุ่มกับ เพ่ือน ๆ (x̅ = 2.26 S.D. = 0.83) 22. ท่านทบทวนเนือ้ หาทฤษฎีวิชาวิจยั เพ่ือเป็นการเตรียมความรู้ ในขณะที่ทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.43 S.D. = 0.75) 24.ทา่ นมีกาลงั ใจเพียงพอสาหรับการ ทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.45 S.D. = 0.88) ซ่งึ 4 ข้อดงั กลา่ วนิสติ มีความเห็นเก่ียวกบั ปัญหา ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีอยใู่ นระดบั น้อย เม่ือพิจารณาความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีท่ี 4 ที่มีตอ่ ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีด้ านความพร้ อมของนิสิต โดยรวมอยู่ในระดับน้ อย ( x̅ = 2.36 S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่านิสิตมีปัญหาในการทาวิจยั มากท่ีสุดคือ ข้อที่ 25. ท่านคิดว่ากล่มุ ของ ท่านมีเวลาเพียงพอสาหรับการร่ วมทาวิจัยระดับปริ ญญาตรี ให้ สาเร็ จตามระยะเวลาท่ีกาหนด (x̅ = 2.65 S.D. = 0.91) รองลงมาคือ 26. ท่านมีงบประมาณเพียงพอสาหรับการทาวิจัยระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.77 S.D. = 0.93) ซงึ่ 2 ข้อดงั กล่าวนิสิตมีความเห็นเก่ียวกบั ปัญหาในการทา
75 วิจยั ระดบั ปริญญาตรีอย่ใู นระดบั ปานกลาง สว่ นข้อที่นิสิตมีความเห็นวา่ เป็นปัญหาในการทาวิจยั น้อยที่สุดคือข้อท่ี 21. ท่านไม่มีปัญหาสุขภาพทางกายท่ีส่งผลต่อการทาวิจัยระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 1.97 S.D. = 0.95) 23. ท่านมีความพร้ อมในการร่วมทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีเป็นกลุ่มกับ เพื่อน ๆ (x̅ = 2.09 S.D. = 0.66) 22. ท่านทบทวนเนือ้ หาทฤษฎีวิชาวจิ ยั เพ่ือเป็นการเตรียมความรู้ ในขณะที่ทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.23 S.D. = 0.58) 24.ท่านมีกาลงั ใจเพียงพอสาหรับการ ทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.47 S.D. = 0.90) ซ่งึ 4 ข้อดงั กลา่ วนิสติ มีความเห็นเกี่ยวกบั ปัญหา ในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีอยใู่ นระดบั น้อย
ตาราง 9 ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความคดิ เหน็ เก่ียวกับ จาแนกรายด้านและรายข้อ ประเดน็ ปัญหา x̅ 2.40 ด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน 3.10 27. ทา่ นคดิ วา่ หลกั สตู รที่ทา่ นเรียนมีการสอนวชิ าวจิ ยั ใน 3.28 ระดบั ปริญญาตรีมีความทนั สมยั 28. ทา่ นคดิ วา่ การเรียนการสอนวชิ าวิจยั ในระดบั ปริญญาตรี ที่ทา่ นเรียนมีระยะเวลาในการเรียนภาคทฤษฎีความ เหมาะสม 29. ทา่ นคดิ วา่ การเรียนการสอนวิจยั ในระดบั ปริญญาตรีที่ ทา่ นเรียนมีระยะเวลาในการเรียนภาคปฏิบตั คิ วาม เหมาะสม
76 บปัญหาและอุปสรรคในการทาวิจัย ด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน ชัน้ ปี ท่ี 3 ชัน้ ปี ท่ี 4 รวม (n = 82) (n = 79) (n = 161) S.D. ระดบั x̅ S.D. ระดบั x̅ S.D. ระดับ .78 น้อย 2.15 .74 น้อย 2.28 .77 น้อย .98 ปานกลาง 2.85 1.01 ปานกลาง 2.98 1.00 ปานกลาง 1.03 ปานกลาง 2.97 1.05 ปานกลาง 3.13 1.05 ปานกลาง
ตาราง 9 (ต่อ) ประเดน็ ปัญหา x̅ 3.07 30. ทา่ นคดิ วา่ การเรียนการสอนวิจยั ในหลกั สตู รระดบั ปริญญาตรีท่ีทา่ นเรียนมีสดั สว่ นของภาคทฤษฎีและ 2.80 ภาคปฏิบตั เิ หมาะสม 2.73 3.23 31. ทา่ นคดิ วา่ การเรียงลาดบั เนือ้ หารายวิชาวิจยั ในระดบั ปริญญาตรีที่ทา่ นเรียนมีความเหมาะสม 2.72 2.92 32. ทา่ นคดิ วา่ เนือ้ หาของรายวิชาวิจยั ท่ีทา่ นเรียนเพียงพอตอ่ การนาไปใช้ในการทาวจิ ยั ในระดบั ปริญญาตรี 33. ทา่ นคดิ วา่ การจดั การเรียนการสอนวิชาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีท่ีทา่ นเรียนในชนั้ ปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 มีความ เหมาะสม 34. ทา่ นคดิ วา่ จานวนหนว่ ยกิตของวิชาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี ที่จดั ไว้ในหลกั สตู รที่ทา่ นเรียนมีความเหมาะสม ประเดน็ ปัญหาโดยรวม
77 ชัน้ ปี ท่ี 3 ชัน้ ปี ท่ี 4 รวม (n = 82) (n = 79) (n = 161) S.D. ระดับ .94 ปานกลาง x̅ S.D. ระดับ x̅ S.D. ระดบั 2.99 .87 ปานกลาง 3.03 0.90 ปานกลาง .79 ปานกลาง 2.33 .76 น้อย 2.57 0.81 ปานกลาง .97 ปานกลาง 2.34 .68 น้อย 2.54 0.86 ปานกลาง 1.03 ปานกลาง 2.94 1.16 ปานกลาง 3.09 1.10 ปานกลาง .89 ปานกลาง 2.61 .98 ปานกลาง 2.66 0.94 ปานกลาง .68 ปานกลาง 2.65 .65 ปานกลาง 2.78 .58 ปานกลาง
78 จากตาราง 9 พบว่าความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีท่ี 3 และชนั้ ปีที่ 4 ท่ีมีตอ่ ปัญหา ในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีด้านหลกั สตู รและการเรียนการสอน โดยรวมอย่ใู นระดบั ปานกลาง (x̅ = 2.78 S.D. = 0.58) เม่ือพจิ ารณารายข้อ พบวา่ นิสิตมีปัญหาในการทาวิจยั ในข้อที่ 28. ทา่ นคิด ว่าการเรียนการสอนวิชาวิจยั ในระดบั ปริญญาตรีท่ีท่านเรียนมีระยะเวลาในการเรียนภาคทฤษฎี ความเหมาะสม 29. ทา่ นคดิ วา่ การเรียนการสอนวิจยั ในระดบั ปริญญาตรีที่ทา่ นเรียนมีระยะเวลาใน การเรียนภาคปฏิบัติความเหมาะสม 30. ท่านคิดว่าการเรียนการสอนวิจัยในหลักสูตรระดับ ปริญญาตรีที่ท่านเรียนมีสัดส่วนของภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเหมาะสม 31. ท่านคิดว่าการ เรียงลาดบั เนือ้ หารายวิชาวิจยั ในระดบั 32. ท่านคิดวา่ เนือ้ หาของรายวิชาวิจยั ท่ีท่านเรียนเพียงพอ ตอ่ การนาไปใช้ในการทาวิจยั ในระดบั ปริญญาตรี 33. ท่านคิดว่าการจดั การเรียนการสอนวิชาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีที่ท่านเรียนในชนั้ ปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 มีความเหมาะสม 34. ท่านคิดว่าจานวน หน่วยกิตของวิชาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีที่จดั ไว้ในหลกั สตู รท่ีทา่ นเรียนมีความเหมาะสม อยใู่ นระดบั ปานกลาง แตน่ ิสิตมีปัญหาในการทาวิจยั ในข้อท่ี 27. ทา่ นคิดวา่ หลกั สตู รท่ีท่านเรียนมีการสอนวิชา วจิ ยั ในระดบั ปริญญาตรีมีความทนั สมยั (x̅ = 2.28 S.D. = 0.77) อยใู่ นระดบั น้อย เม่ือพิจารณาความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีท่ี 3 ที่มีต่อปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( x̅ = 2.92 S.D. = 0.68) เม่ือพิจารณารายข้อ พบว่านิสิตมีปัญหาในการทาวิจยั มากที่สดุ คือ 34. ท่านคิดว่า จานวนหน่วยกิตของวิชาวิจัยระดับปริญญาตรีท่ีจดั ไว้ในหลกั สูตรที่ท่านเรียนมีความเหมาะสม (x̅ = 2.72 S.D. = 0.89) 32. ท่านคิดวา่ เนือ้ หาของรายวิชาวิจยั ท่ีท่านเรียนเพียงพอตอ่ การนาไปใช้ ในการทาวิจยั ในระดบั ปริญญาตรี (x̅ = 2.73 S.D. = 0.97) 31. ท่านคิดว่าการเรียงลาดบั เนือ้ หา รายวิชาวิจยั ในระดบั (x̅ = 2.80 S.D. = 0.79) 30. ท่านคิดว่าการเรียนการสอนวิจยั ในหลกั สูตร ระดับปริญญาตรีที่ท่านเรียนมีสัดส่วนของภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเหมาะสม (x̅ = 3.07 S.D. = 0.94) 28. ทา่ นคิดวา่ การเรียนการสอนวิชาวิจยั ในระดบั ปริญญาตรีท่ีทา่ นเรียนมีระยะเวลา ในการเรียนภาคทฤษฎีความเหมาะสม (x̅ = 3.10 S.D. = 0.98) 29. ท่านคิดว่าการเรียนการสอน วิจยั ในระดบั ปริญญาตรีที่ทา่ นเรียนมีระยะเวลาในการเรียนภาคปฏิบตั ิความเหมาะสม (x̅ = 3.28 S.D. = 1.03) 33. ทา่ นคดิ วา่ การจดั การเรียนการสอนวิชาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีท่ีทา่ นเรียนในชนั้ ปี ที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 มีความเหมาะสม (x̅ = 3.32 S.D. = 1.03) ซ่ึง 7 ข้อดงั กล่าวนิสิตมีความเห็น เก่ียวกบั ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีอย่ใู นระดบั ปานกลาง สว่ นข้อที่นิสิตมีความเห็นว่า เป็นปัญหาในการทาวจิ ยั น้อยที่สดุ คือข้อที่ 27. ทา่ นคิดว่าหลกั สตู รท่ีทา่ นเรียนมีการสอนวิชาวิจยั ใน
79 ระดบั ปริญญาตรีมีความทนั สมยั (x̅ = 2.28 S.D. = 0.77) ซงึ่ ข้อดงั กล่าวนิสิตมีความเห็นเก่ียวกับ ปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีอยใู่ นระดบั น้อย เมื่อพิจารณาความคิดเห็นของนิสิตพยาบาลชนั้ ปีที่ 4 ที่มีต่อปัญหาในการทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( x̅ = 2.65 S.D. = 0.65) เม่ือพิจารณารายข้อ พบว่านิสิตมีปัญหาในการทาวิจยั มากท่ีสดุ คือ 34. ท่านคิดว่า จานวนหน่วยกิตของวิชาวิจัยระดับปริญญาตรีท่ีจัดไว้ในหลกั สูตรท่ีท่านเรียนมีความเหมาะสม (x̅ = 2.61 S.D. = 0.98) 28. ท่านคดิ วา่ การเรียนการสอนวิชาวจิ ยั ในระดบั ปริญญาตรีท่ีทา่ นเรียนมี ระยะเวลาในการเรียนภาคทฤษฎีความเหมาะสม (x̅ = 2.85 S.D. = 1.01) ) 33. ท่านคิดว่าการ จัดการเรียนการสอนวิชาวิจัยระดับปริญญาตรี ท่ีท่านเรียนในชัน้ ปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 มีความ เหมาะสม (x̅ = 2.94 S.D. = 1.16) 29. ทา่ นคดิ ว่าการเรียนการสอนวิจยั ในระดบั ปริญญาตรีที่ท่าน เรียนมีระยะเวลาในการเรียนภาคปฏิบตั ิความเหมาะสม (x̅ = 2.97 S.D. = 1.05) 30. ท่านคิดว่า การเรี ยนการสอนวิจัยในหลักสูตร ระดับปริ ญญาตรี ที่ ท่านเรี ยนมี สัดส่วนของภาคทฤษฎี และ ภาคปฏิบตั ิเหมาะสม (x̅ = 2.99 S.D. = 0.87) ซงึ่ 5 ข้อดงั กล่าวนิสิตมีความเห็นเก่ียวกบั ปัญหาใน การทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรีอย่ใู นระดบั ปานกลาง ส่วนข้อท่ีนิสิตมีความเห็นว่าเป็นปัญหาในการ ทาวิจยั น้อยท่ีสดุ คือข้อที่ 27. ท่านคดิ วา่ หลกั สตู รท่ีท่านเรียนมีการสอนวิชาวิจยั ในระดบั ปริญญาตรี มีความทนั สมยั (x̅ = 2.15 S.D. = 0.74) 31. ทา่ นคดิ วา่ การเรียงลาดบั เนือ้ หารายวิชาวิจยั ในระดบั (x̅ = 2.33 S.D. = .76) 32. ท่านคิดว่าเนือ้ หาของรายวิชาวิจยั ท่ีทา่ นเรียนเพียงพอต่อการนาไปใช้ ในการทาวิจยั ในระดับปริญญาตรี (x̅ = 2.34 S.D. = 0.68) ซึ่ง 3 ข้อดังกล่าวนิสิตมีความเห็น เกี่ยวกบั ปัญหาในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีอยใู่ นระดบั น้อย
ตาราง 10 ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความคิดเหน็ เก่ียวก จาแนกรายด้านและรายข้อ ประเดน็ ปัญหา x̅ 2.15 ด้านอาจารย์ท่ปี รึกษาวจิ ัย 35. ทา่ นคดิ วา่ อาจารย์ที่ปรึกษาของทา่ นมีเวลาให้เพื่อเข้าพบ 2.13 2.11 หรือให้คาปรึกษาในการทาวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรีอยา่ ง 2.12 เพียงพอ 36. ทา่ นคดิ วา่ อาจารย์ที่ปรึกษาของทา่ นให้คาปรึกษาและ แนะนาการทาวจิ ยั อยา่ งเหมาะสม 37. ทา่ นคดิ วา่ อาจารย์ที่ปรึกษาของทา่ นตรวจสอบเนือ้ หา การวิจยั ได้อย่างครอบคลมุ 38. ทา่ นคดิ วา่ อาจารย์ท่ีปรึกษาของทา่ นมีการควบคมุ ดแู ล การทาวิจยั อยา่ งใกล้ชิด
80 กับปัญหาและอุปสรรคในการทาวิจัย ด้านอาจารย์ท่ปี รึกษา ชัน้ ปี ท่ี 3 ชัน้ ปี ท่ี 4 รวม (n = 82) (n = 79) (n = 161) S.D. ระดับ x̅ S.D. ระดับ x̅ S.D. ระดับ 1.01 น้อย 1.54 .71 น้อย 1.85 .92 น้อย 1.12 น้อย 1.39 .61 น้อยท่ีสดุ 1.77 .98 น้อย .97 น้อย 1.38 .58 น้อยท่ีสดุ 1.75 .88 น้อย 1.00 น้อย 1.42 .59 น้อยท่ีสดุ 1.78 .84 น้อย
ตาราง 10 (ต่อ) ประเดน็ ปัญหา x̅ 2.11 39. ทา่ นคิดวา่ อาจารย์ที่ปรึกษาของทา่ นชว่ ยแก้ไขปัญหาใน 1.96 การทาวิจยั ระดบั ปริญญาตรี 2.10 40. ทา่ นคิดวา่ อาจารย์ท่ีปรึกษาของทา่ นให้ความชว่ ยเหลือ ในการดาเนินการวิจยั ระดบั ปริญญาตรีให้สาเร็จลลุ ว่ ง อยา่ งสมบรู ณ์ ประเดน็ ปัญหาโดยรวม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112