U2T ตำบลสำ้ น อำเภอเวยี งสำ จงั หวดั น่ำน -1- การเพาะเล้ ียงไสเ้ ดือนดนิ โด ย ทั่วไป ใน เพื่อผลิตป๋ ุยอินทรีย์ ธรรมชาติไสเ้ ดือนดิน คณุ ภาพสูง มี อ า ยุ ท่ี ย า ว น า น ต้ังแต่ 4-10 ปี ข้ ึนอยู่ ภาพที่ 1 ทมี ยูททู สี ้าน เพาะเลยี้ งไส้เดอื น กับชนิดของไสเ้ ดือน- ดิน ดิน แต่เม่ือนามาเพาะ เล้ ียงมกั พบว่าไสเ้ ดือน ดิ น มี อ า ยุ ส้ัน ล ง โด ย ทั่วไป จะมีอายุเฉลี่ยไม่ เกิน 2 ปี จดั อยูใ่ นกลุ่มผู้ ภาพท่ี 2 กะละมงั สาหรบั เพาะเลยี้ ง ยอ่ ยสลายซากอินทรียใ์ นระบบนิเวศ แบ่งออกเป็ น 2 กลุ่มใหญ่ ตามที่อยู่ วสั ดอุ ปุ กรณท์ ี่ตอ้ งจดั เตรียม อาศยั และนิสยั ในการกินอาหารคือ ไสเ้ ดือนดินท่ีอาศยั อยูต่ ามผิวดินหรือ วงบ่อ หรอื ใตซ้ ากอินทรียแ์ ละไสเ้ ดือนดิน ที่อาศยั กะละมงั - อยใู่ ตด้ ินโดยการขุดรูอยู่ โดยไสเ้ ดือน พลาสติก ดินท่ีอยตู่ ามผิวดินหรือใตซ้ ากอินทรีย์ ท่อนไม้ไผ่ จะมีประสิทธิภาพในการยอ่ ย บวั รดน้า สารอินทรียใ์ นดิน ไดด้ ีกวา่ และมกี าร มูลววั ตะกร้า ขยายพนั ธุ์ ท่ีรวดเร็วกวา่ ดว้ ย
U2T ตำบลสำ้ น อำเภอเวยี งสำ จงั หวดั น่ำน -2- ภาพท่ี 3 กะละมงั เจาะรูแล้ว ข้ันตอนที่ 1 การเตรียมสถานท่ี และอุปกรณ์เล้ ียง สถานท่ีเล้ ียง ตอ้ งเป็ นท่ี ร่มไม่โดนแดดแรง อุปกรณ์เป็ นวงบ่อที่มีรู ระบายน้าออก 80-100 เซนติเมตร ถ้า เป็ นกะละมงั ใชข้ นาด 50 เซนติเมตร เจาะ รปู ระมาณ 20-30 รู เพื่อระบายน้าออก ข้ันตอนที่ 2 การเตรียมเบดด้ ิง หรือเรียกว่าท่ีนอน เพ่ือไวเ้ ล้ ียง ไสเ้ ดือน โดยการนาข้ ีววั มาแช่น้า 1-2 คืน แลว้ ถ่ายน้าท้งั หมด 3 คร้งั รวม ระยะเวลาเตรียมเบดด้ ิงอยู่ที่ประมาณ 7 วัน วตั ถุประสงค์ของการแช่ข้ ีววั เพ่ือทาใหข้ ้ ีววั เย็นลงและเหมาะสมต่อ การอยู่อาศัยของไสเ้ ดือน หลังจากท่ีแช่ ข้ ีวัวครบตามกาหนดแลว้ จึงปล่อยน้า ออกใหข้ ้ ีววั หมาดๆ แลว้ ตักใส่กะละมัง ใหร้ ะดับความสูงของข้ ีววั อยู่ที่ 15-20 เซนติเมตร เพ่ือเตรียมปล่อยตวั ไสเ้ ดือน ภาพที่ 4 เบดดิง้ ลงไปเล้ ียง
U2T ตำบลสำ้ น อำเภอเวยี งสำ จงั หวดั น่ำน -3- ข้นั ตอนที่ 3 ชว่ งปล่อยตวั ไสเ้ ดือน เมื่อไดต้ วั พ่อแมพ่ นั ธุแ์ ลว้ ก็ปลอ่ ย ตัวไส้เดือนลงไปบนเบดด้ ิง ในภาชนะที่เตรียมไว้ ในกะละมังปล่อยตัว ไส้เดือนที่ 2.5-3 ขีด ต่อกะละมัง หลังจากปล่อยเสร็จให้สังเกต ดูว่า ตวั ไสเ้ ดือนมุดลงไปในเบดด้ ิงท่ีเตรียมไวห้ รือไม่ ถา้ ไมม่ ุดลงไปแสดงวา่ เบดด้ ิง ที่เตรียมไวม้ ีปัญหา “ปัญหาที่ไสเ้ ดือนไม่มุดเพราะข้ ีวัวแช่ไม่ดี แช่ไม่ครบ กาหนด หรือข้ ีววั มีการลา้ งคอกดว้ ยโซดาไฟ เน้นย้าข้ ีววั ย่ิงเย็นจะเหมาะสม กบั การปล่อยไสเ้ ดือน ถา้ ไม่ครบกาหนดหรือ ข้ ีววั ใหม่ๆ จะมีความรอ้ นและ แกส๊ มากทาใหไ้ สเ้ ดือนอยไู่ มไ่ ด้ ” ภาพท่ี 5 เบดดิง้ ภาพท่ี 6 เบดดงิ้
U2T ตำบลสำ้ น อำเภอเวยี งสำ จงั หวดั น่ำน -4- ข้ันตอนที่ 4 การควบคุมความช้ ืน ให้สเปรย์น้าให้ความช้ ืนเม่ือ หน้าเบดด้ ิงแหง้ ระยะเวลาที่ 1-2 วนั ต่อคร้งั ข้ ึนอยู่กับสภาพอากาศ และ ตามความเหมาะสม พยายามอย่ารดน้าใหแ้ ฉะ เพราะจะทาใหไ้ สเ้ ดือน หนีออกจากภาชนะที่เล้ ียง ควรระวงั เรื่องศตั รู เช่น มด อ่ึงอ่าง จ้ ิงจก จ้ ิงเหลน ท่ีจะมากินตัว เพราะไสเ้ ดือนพวกน้ ีเป็ นไสเ้ ดือน ผิวดิน จะทาใหพ้ วกสัตว์ เหลา่ น้ันมารบกวนไดง้ ่าย ภาพท่ี 7 ภาชนะเลยี้ งวางบนชั้นแบบถาวร ภาพที่ 8 ภาชนะเลีย้ ง วางแบบง่ายๆ ข้ันตอนท่ี 5 การให้อาหาร ใชเ้ ศษผักสีเขียว และวชั พืช โรยไปตาม หน้าวสั ดุรองพ้ ืนในอัตรา 120 - 150 กรมั ต่อน้าหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน ภาพที่ 9 เศษวัชพชื (12-15เปอร์เซ็นต์ของน้ าหนักตัว) แ ต่ ถ้า เป็ น ไส้เดื อ น ดิ น ส า ย พั น ธุ์ ต่างประเทศจะตอ้ งใหอ้ าหารเป็ น 2 เท่า ใชเ้ วลาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ จะมปี ริมาณไสเ้ ดือนดินเพิ่มข้ นึ ประมาณเท่าตวั ของจานวนที่ปล่อย
U2T ตำบลสำ้ น อำเภอเวียงสำ จงั หวดั น่ำน -5- ข้ันตอนท่ี 6 การแยกตัวไสเ้ ดือนกับมูล หลงั จากเล้ ียงไดป้ ระมาณ 45 วัน ใชว้ ิธีสังเกตดูเบดด้ ิงในภาชนะ เปล่ียนจากข้ ีวัวเป็ นมูลไส้เดือน จนหมดแลว้ (มูลไสเ้ ดือนมีลักษณะ เป็ นเม็ดรีๆ คล้ายลูกรักบ้ ี)ก่อนจะ แยกตวั งดใหน้ ้า7วนั เพ่ือใหม้ ูลไส้ - เดือนแหง้ และง่ายต่อการคัดแยกตัว เมื่อมลู ไสเ้ ดือนพรอ้ มแยกตวั แลว้ ภาพที่ 10 ภาชนะสาหรับคัดแยกไสเ้ ดอื น ภาพท่ี 11 มลู ไส้เดอื น ทแี่ ยกออกมาแล้ว ให้ตักใส่เคร่ืองร่อน ถ้าหากผู้เริ่มต้น เล้ ียง ควรมีอุปกรณ์การแยก เช่น ตะกรา้ รูเล็กท่ีมูลไสเ้ ดือนรอดออกได้ แต่ตัวไสเ้ ดือนยงั ติดอยู่ นามาร่อนแยก ไดเ้ ชน่ กนั สาหรบั การเล้ ียงไสเ้ ดือนแบบใส่กะละมงั กบั วงบ่อ จะใหผ้ ลผลิตที่เป็ น มูลเหมือนกนั แต่จะต่างเรื่องการจดั การ เพราะถา้ เล้ ียงวงบ่อเม่ือไดม้ ูลตอ้ ง ก้มๆ เงยๆ ขนยา้ ยมาใส่เครื่องร่อนลาบาก ใช้แรงงานมากข้ ึน แต่ตัว ไส้เดือนจะอวบกว่า ส่วนการเล้ ียงในกะละมังจะจัดการง่ายกว่า แต่ตัว ไสเ้ ดือนจะขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย สภาพแวดลอ้ มที่มีผลต่อการเจริญเติบโต ของไสเ้ ดือนดิน
U2T ตำบลสำ้ น อำเภอเวยี งสำ จงั หวดั น่ำน -6- 1. ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม เปลี่ยนขยะอินทรียเ์ ป็ นป๋ ุย 2. หมกั ลดการฝังกลบขยะ ไสเ้ ดือนชว่ ยพลิกกลบั ดินโดยการกินดินทาให้ แรธ่ าตุในดินผสมคลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั ชว่ ยทาลายชน้ั ดิน 3. ด้านการเกษตร ผลิตป๋ ุยหมักจากไสเ้ ดือนและน้าสกัดชีวภาพใช้ใน การเกษตรอินทรีย์ ช่วยใหก้ ารย่อย สลายสารอินทรียท์ ่ีรวมถึงซากพืชสตั ว์ และอินทรียวัตถุต่างๆ ผลิตป๋ ุยหมัก (vermicomposting) และน้าสกัด ชีวภาพจากไสเ้ ดือน (worm tea) นาน้าหมกั มูลไสเ้ ดือนดินที่รวบรวมไดม้ า เติมอากาศเพ่ือช่วยในการเจริญเติบโต ของเช้ ือจุลินทรียจ์ ากน้ันนาน้าหมกั มูลไสเ้ ดือน 1 ส่วน ผสมน้า 20 ส่วน ใชร้ ด พืชผัก ไมผ้ ล ไมด้ อกเพ่ือช-่วย ในการ เจริญเติบโต ภาพที่ 12 การทาป๋ ุยหมกั จากมลู ไส้เดอื น ภาพท่ี 13 ผสมนา้ กับมูลไส้เดอื น
-7- U2T ตำบลสำ้ น อำเภอเวียงสำ จงั หวดั น่ำน ภาพท่ี 12 กรอกนา้ หมักมูลไส้เดอื นใสภ่ าชนะ ภาพท่ี 13 นา้ หมกั มลู ไส้เดอื นใช้เป็ นป๋ ุย 4. สง่ เสริมการละลายธาตุอาหารพืชท่ีอยใู่ นรูปอนินทรีย์ สารท่ีพืชใช้ ประโยชน์ไมไ่ ดไ้ ปอยใู่ นรูปที่พืช นามาใชป้ ระโยชน์ได้ 5. ชว่ ยในการปรบั ปรุงโครงสรา้ งของดินเพ่ือรกั ษาสภาพแวดลอ้ ม โดยการ เปลี่ยนของอินทรียเ์ ป็ นป๋ ุยหมกั - 6. ใชเ้ ล้ ียงสตั วเ์ ศรษฐกิจ ผลิตไสเ้ ดือนเป็ นอาหารโปรตีน (vermiculture) เน่ืองจากไสเ้ ดือนมโี ปรตีนสูง อาจใชเ้ ล้ ียงปลา ใชเ้ ป็ นเหย่ือ ตกปลา ดา้ นอาหารสตั วใ์ ชเ้ ป็ น อาหารโปรตีนท้งั ในรูปไสเ้ ดือน เป็ นและผง หรือไสเ้ ดือนสด สาหรบั เล้ ียงเป็ ด หรือกบก็ได้ ภาพท่ี 14 ไส้เดอื นใช้เป็ นอาหารสัตว์ 7. ดา้ นการแพทย์ รกั ษาโรคขอ้ อกั เสบ แผลอกั เสบ โรคผิวหนัง และสลาย ล่ิมเลือดในหลอดเลือด
U2T ตำบลสำ้ น อำเภอเวียงสำ จงั หวดั น่ำน -8- ส่ิงท่ีควรคำนึงในกำรเลีย้ งไส้เดือน 1. กองเพาะเล้ ียงหรือกระบะตอ้ งทาในทีร่ ่มเพือ่ ป้องกนั แสงแดดและฝน 2. จะตอ้ งรดน้าอย่างสมา่ เสมอ 3. ไม่ควรใชป้ ๋ ุยคอกใหม่ ควรตากใหแ้ หง้ และควรบดก่อนนามาใช้ 4. การใชม้ ูลสตั วช์ นิดอ่ืนๆ ควรมีการผสมกบั มูลววั ก่อน 5. ไสเ้ ดือน 1 กิโลกรมั มีจานวนประมาณ 1,000 ตวั จะกินอาหารได้ 5 กก. ตอ่ วนั 6. ไสเ้ ดือน 10 กิโลกรมั จะกินอาหารได้ 1 ตนั ตอ่ เดือน 7. ไสเ้ ดอื น 1,000 ตวั สามารถเล้ ียงในพ้ นื ที่ขนาด 1 ตารางเมตร 8. ควรใชไ้ สเ้ ดือนสีเขม้ ท่ีพบบริเวณผิวหนา้ ดิน ลึก 25 เซนตเิ มตร สาหรบั เล้ ียง ทาป๋ ุยมูลไสเ้ ดอื น - 9. ระหว่างฝนตกใหน้ ามูลววั วางตามยาวของกองเพาะเล้ ียงเพ่ือป้องกนั ไสเ้ ดือนหลบหนี 10.ศตั รูของไสเ้ ดอื นดนิ เช่น ไร แดง มด หนู นก กบ ก้ ิงกือ ตะขาบ หอย งู ตวั ออ่ น แมลงปี กแข็ง จ้ งิ จก ตกุ๊ แก แมงกระชอน จ้ งิ หรีด ดงั น้นั ในการเล้ ียงจงึ จาเป็ นตอ้ งมีตาข่ายป้องกนั แมลงและสตั วต์ า่ งๆ เขา้ ไป กินไสเ้ ดอื น
U2T ตำบลสำ้ น อำเภอเวียงสำ จงั หวดั น่ำน -9- บรรณานุกรม http://www.mnre.go.th https://www.technologychaoban.com https://farmchannelthailand.com ศูนย์การอบรมการเพาะเลยี้ งไส้เดือนธีธัชฟาร์ม และบ้านสวนพอเพยี ง -
จดั ทาโดย ทีมที่ปรกึ ษาโครงการ มหาวทิ ยาลยั แม่โจ-้ แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ตะวนั ฉตั รสูงเนิน ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วรศิลป์ มาลยั ทอง อาจารย์ ดร.เกษราพร ทิราวงศ์ อาจารย์ ดร.อานวยพร ใหญ่ย่งิ นายสิทิไวกูล ทิราวงศ์ นายกิติพงษ์ วุฒิญาณ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลสา้ น นายด่านชยั ด่านธนะทรพั ย์ นายชิน พฒั นา นางสาวบุศราภรณ์ สมบตั ิปัน นางสาววชั รี วรรณภพ นายสมชาย สิทธิกา ทีม U2T สา้ น นางธนันธรณ์ วฒุ ิญาณ หวั หนา้ โครงการ 1 ตาบล 1 มหาวิทยาลยั พ้ นื ที่ตาบลสา้ น นางแอน สสี วรรค์ นางสาวกมลนิตย์ บุรินรมั ย์ นางสาวอภสิ รา สุคา นายเนติพงศ์ ต่างใจ นางสาวสุภาลกั ษณ์ เตชา นางสาวสุตาภทั ร วงคก์ องแกว้ นางสาวขวญั ฤทยั กนั ใจ นายเสกสิทธ์ิ แกว้ ใส นางเพยี รจติ ทานะ นางสาวกญั ญารตั น์ ป้องตนั นายกษิดิศ กองตานพคุณ วา่ ที่รอ้ ยตรีหญิงปรางทิพย์ นรินทรส์ กุล นายปรมนิ ทร์ วงศก์ องแกว้ นายรชั พล ดอนจนั ทร์ ขอขอบคณุ วสิ าหกิจชุมชนสา้ นสรา้ งสุข Smart Tamboon San และผูม้ ีส่วนเก่ียวขอ้ งทุกท่าน
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: