Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นางสาวอ้อมจันทร์ นอสูงเนิน

นางสาวอ้อมจันทร์ นอสูงเนิน

Published by Aomjun Nosungnern, 2022-07-27 01:41:19

Description: นางสาวอ้อมจันทร์ นอสูงเนิน

Search

Read the Text Version

เร่ือง วเิ คราะหก์ ารจัดการเรยี นการสอนของครูวทิ ยาลยั เทคโนโลยไี ทยอโิ ตะ โดย อาจารย์ อ้อมจันทร์ นอสงู เนนิ วทิ ยาลยั เทคโนโลยไี ทยอโิ ตะ ปีการศกึ ษา 2562

1 ช่ือผลงานวิจยั : วิเคราะห์การจดั การเรียนการสอนของครวู ทิ ยาลยั เทคโนโลยีไทยอโิ ตะ ช่ือผู้วิจัย : นางสาวออ้ มจันทร์ นอสงู เนิน ตาแหน่ง : หัวหนา้ ฝาุ ยวิชาการ วฒุ กิ ารศกึ ษา : ปริญญาโทวทิ ยาศาสตร์บัณทิต สาขาเทคโนโลยสี ารสนเทศ, 2551 มหาวทิ ยาลยั นอรท์ กรงุ เทพ สถานศึกษาทตี่ ดิ ตอ่ : วิทยาลัยเทคโนโลยไี ทยอิโตะ (พัทยา) 310/6 หมู่ 6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทรศพั ทส์ ่วนตวั : 097-276-5885 E-mail [email protected] ปีท่ีทาวจิ ัยเสรจ็ : ภาคเรียนท่ี 2/2562 ประเภทงานวจิ ัย : ประเภทการเรียนการสอน บทคดั ย่อ การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูวิทยาลัยเทคโนโลยี ไทยอิโตะ เรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 โดยผู้วิจัยศึกษาประชากรจาก ครูในวิทยาลัยฯ จานวน 12 ท่าน เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมิน ซึ่งมีคณะกรรมการการประเมินในครั้งนี้ 3 ท่าน โดยแต่ละท่าน ทาการประเมินการสอนของครู แล้วนาคะแนนที่ได้จากการประเมินมารวมกัน และหาค่าเฉล่ียของคะแนน และนามาประเมินผลว่าครูแต่ละท่านได้ผลคะแนนออกมาแล้วอยู่ในระดับใด เช่น ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ผลการวิจยั พบว่า การจดั กระบวนการจดั การเรยี นการสอนของครูวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอิโตะนั้น ครูสว่ นใหญ่ขาดการเตรยี มตวั และขาดการวางแผนจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทาให้ผู้เรียนไม่มีส่วนร่วมใน การเรียนการสอน อีกท้ังสอื่ สาหรับการเรียนสอนของบางวิชาก็ไม่เหมาะสมกับเน้ือหาของรายวิชานั้นๆ จึงอาจ ส่งผลต่อการประเมินผลของรายวิชาทาให้ได้ผลสัมฤทธ์ที่ต่ากว่าเกณฑ์ ผลการวิจัยครั้งน้ี จึงนาไปสู่การพัฒนา กระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูผสู้ อนในวทิ ยาลัยเทคโนโลยไี ทยอิโตะในภาคเรยี นที่ 1/2563 ตอ่ ไป

2 บทนา (บทที่ 1) ความสาคญั และความเป็นมาของปัญหา ผู้ที่มีบทบาทสาคัญที่สุดในการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ คือครูผู้สอน ดังน้ัน ครูผู้สอนจาเป็นทีจ่ ะตอ้ งเข้าใจเรื่องท่ีเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ โดยเฉพาะเรื่อง ของความสาคัญ ความจาเป็น ทั้งน้ีเพราะจะช่วยในการปรับเปล่ียนแนวคิดในการจัดการเรียนการสอน เมื่อ แนวคิดเปลี่ยน การกระทายอ่ มเปล่ียนตามไปดว้ ย การกระทาหรอื บทบาทของครผู สู้ อนมปี ระเด็นสาคัญดงั น้ี บทบาทในฐานะผจู้ ดั การ ซ่ึงกาหนดเปาู หมายในการจัดการว่า \"ให้ผู้เรียนไดพ้ ฒั นาเต็มตาม ศักยภาพของตนเอง\" ดงั นั้นครูจะต้องมีข้อมลู ของผ้เู รยี นแต่ละคนรอบด้าน เพ่ือนามาวิเคราะหแ์ ละจัดการอยา่ ง เหมาะสมเปน็ งานหลกั ทส่ี าคัญ ทัง้ น้ีเพื่อ 1. วางแผนการจดั การเรียนรู้ ประกอบด้วย 1.1 การวางแผนอานวยความสะดวก เปน็ การวเิ คราะหข์ ้อมูลของผเู้ รยี น ซงึ่ จาเปน็ ตอ้ งมี ข้อมูลผู้เรียนรอบด้าน เพ่ือนามาวิเคราะห์และจัดการได้อย่างเหมาะสม เช่น จัดการด้านแหล่งเรียนรู้ จัด กิจกรรมสนับสนนุ การให้การสงเคราะห์ เปน็ ตน้ หรอื การสร้างความสมั พันธ์กับหน่วยงานอ่ืน ชุมชน บุคคลอ่ืน เพือ่ เอื้อตอ่ การจดั การเรียนรู้ 1.2 การวางแผนการเรียนรู้ รวมถงึ การบริหารชั้นเรยี นใหส้ อดคล้องกับรูปแบบหรือวธิ กี าร จัดการเรียนรู้แต่ละครง้ั 1.3 การวางแผนการจดั การเรียนรูใ้ นแต่ละครั้ง มีขัน้ ตอนสาคัญ คอื กาหนดจดุ ประสงค์ ประเมินพฤติกรรมหรอื ความสามารถของผเู้ รียน กาหนดวธิ ีการสอน และประเมินผล 2. กาหนดบทบาทของตนเอง โดยเฉพาะการเป็นตัวกลางที่จะทาใหเ้ กดิ การเรียนรู้ เชน่ การ สร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้เรียน การเป็นแบบอย่างท่ีดี การสร้างสภาพแวดล้อมท่ีเก้ือกูลต่อการเรียนรู้ และการประพฤตปิ ฏบิ ตั ขิ องผเู้ รยี น การสร้างระบบและการสื่อสารกับผู้เรียนให้ชัดเจน การสร้างระบบควบคุม กากับ ดแู ลด้วยความเปน็ ธรรมและเปน็ ประชาธิปไตย จากท่ีกล่าวมาข้างต้นมีลักษณะเป็นหลักการที่ครูสามารถนามาขยายความเพ่ิมเติมในเชิงปฏิบัติเพื่อ เปน็ แนวทางและใชเ้ ป็นข้อสังเกตในการปฏิบัติงานและประเมินการปฏิบัติงานของตนเองท่ีผ่านมา ครูได้แสดง บทบาทมากนอ้ ยเพียงใดในการจดั การเรียนการสอนท่ีเน้นผเู้ รยี นเป็นสาคญั

3 วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ วเิ คราะห์สภาพปัญหาดา้ นการเรียนการสอนของครวู ิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอิโตะ 2. เพ่ือนาผลการศึกษาที่ไดม้ าไปพัฒนากระบวนการเรียนการสอนของครูวิทยาลัยเทคโนโลยไี ทยอิโตะ ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า 1. ประชากรในการศึกษาค้นคว้าเปน็ คร-ู อาจารย์ ของวทิ ยาลยั เทคโนโลยไี ทยอิโตะ ภาคเรยี นท่ี 2/2562 จานวน 12 คน 2. กล่มุ ตัวอยา่ งในการศึกษาค้นควา้ เปน็ คร-ู อาจารย์ ของวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโิ ตะ ภาคเรยี นท่ี 2/2562 จานวน 12 คน 3. ตวั แปรทศี่ ึกษา 3.1 ตวั แปรตน้ คือ กระบวนการจดั การเรียนการสอนของครู-อาจารย์ 3.2 ตัวแปรตาม คอื ผลการนิเทศ ของ ครู-อาจารย์ นิยามคาศพั ท์ 1. นิเทศการสอน หมายถึง การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการที่จะทาให้เกิดการปรับปรุงกระบวนการ เรียนการสอนของครู โดยการทางานร่วมกับบุคคลท่ีเก่ียวข้องกับการน้ี เป็นกระบวนกระตุ้นความ เจริญกา้ วหนา้ ของครู และมุง่ หวงั ที่จะช่วยเหลือครู เพือ่ ช่วยใหค้ รูได้ช่วยตนเองได้ สเปียรส์ (Spears) 2. เทคนิค หมายถึง กลวิธีต่างๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการ ขั้นตอน วิธีการ หรือการกระทาใดๆ เพ่ือช่วยให้ กระบวนการ ข้ันตอน วิธีการ หรือการกระทานั้นๆ มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากข้ึน ดังน้ัน เทคนิค การสอน จึงหมายถึง กลวิธีต่างๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการสอน ขั้นตอนการสอน วิธีการสอน หรือการ ดาเนินการทางการสอนใดๆ เพอ่ื ช่วยให้การสอนมีคณุ ภาพและประสทิ ธิภาพมากข้ึน เช่น ในการบรรยาย ผู้สอนอาจใช้เทคนิคต่างๆ ท่ีสามารถช่วยให้การบรรยายมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การ ยกตัวอยา่ ง การใชส้ อื่ การใช้คาถาม เปน็ ตน้ 3. ทักษะการสอน หมายถึง ความสามารถในการปฏิบัติการสอนด้านต่างๆ อย่างชานาญซ่ึงครอบคลุมการ วางแผนการเรียนการสอน การออกแบบการเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอน การใช้วิธีสอน เทคนคิ การสอน รปู แบบการเรียนการสอน ระบบการสอน ส่ือการสอนการประเมินผลการเรียนการสอน รวมทงั้ การใช้ทฤษฎแี ละหลักการเรยี นรู้และการสอนต่างๆ

4 ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะไดร้ บั 1. ทราบถึงสภาพปัญหาดา้ นการเรียนการสอนในระดบั ห้องเรียน 2. ทราบแนวทางการพฒั นาการจัดการการเรยี นการสอนของ ครู-อาจารย์ กรอบแนวคิดในการวิจยั ตวั แปรต้น ตวั แปรตาม กระบวนการจดั การเรยี นการสอนของ ผลการนเิ ทศการจัดการเรียนการสอน คร-ู อาจารย์ ของครู-อาจารย์

5 แนวคดิ ทฤษฏีและงานวจิ ัยท่เี ก่ยี วขอ้ ง (บทท่ี 2) แนวคิดและทฤษฎีทีเ่ กยี่ วข้องกบั การจัดการเรยี นการสอน ทศิ นา แขมมณี (2550 : 45 - 50) ได้กลา่ วถงึ ทฤษฎีเกยี่ วกับการเรียนรใู้ นช่วงก่อนครสิ ต์ศตวรรษที่ 20 และหลักการจดั การศึกษาและการสอนไว้ดงั นี้ 1.ทฤษฎีทเ่ี น้นการฝึกจติ หรือสมอง (Mental Discipline)นกั คิดกลมุ่ นี้มคี วามเช่ือว่าจิตหรอื สมองหรือ สตปิ ญั ญา (mind) สามารถพัฒนาใหป้ ราดเปรอ่ื งได้โดยการฝกึ เชน่ เดยี วกบั กลา้ มเนื้อซึ่งจะแข็งแรงได้ดว้ ยการ ฝึกออกกาลังกาย ในการฝึกจิตหรือสมองน้ที าได้โดยการให้บุคคลเรียนร้เู ร่อื ง ทย่ี าก ๆ ยง่ิ ยากมากเทา่ ไรจิตกจ็ ะ ได้รับการฝกึ ให้แข็งแกร่งขน้ึ เท่าน้นั นกั คดิ กลุ่มนม้ี แี นวคิดแยกออกเปน็ 2 กลุ่มย่อย คือ (Bigge,1964 : 19 – 30 อา้ งถงึ ในทิศนา แขมมณี 2550 : 45 – 48) 1.1 กลุ่มท่ีเชื่อในพระเจา้ (Theistic Mental Discipline) นักคิดท่ีสาคัญของกลุ่มนี้คือ เซนต์ออกุสติน (St. Augustine) จอห์น คาลวิน (John Calvin) และคริสเตียน โวล์ฟ (Christian Wolff) นักคิดกลุ่มนี้มีความ เชื่อ ดังนี้ ความเชื่อเกี่ยวกับการเรียนรู้ 1.มนษุ ยเ์ กดิ มาพร้อมกับความชว่ั และการกระทาใด ๆ ของมนุษยเ์ กดิ จากแรงกระตุ้นภายในตัวมนษุ ย์ เอง (bad-active) 2.มนุษย์พร้อทจ่ี ะทาความชั่วหากไม่ได้รับการสั่งสอนอบรม 3.สมองของมนุษยน์ น้ั แบง่ ออกเป็นส่วน ๆ (faculties) ซง่ึ หากได้รับการฝกึ อยา่ งเหมาะสมจะชว่ ยทา ให้เกดิ ความเข้มแข็ง สามารถแกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ ได้ 4.การฝกึ สมองหรอื ฝกึ ระเบียบวินัยของจิตเป็นสงิ่ จาเป็นต่อการพฒั นาให้มนุษย์เป็นคนดีและฉลาด 5.การฝกึ ฝนสมองให้ร้จู กั คิด ตอ้ งใช้วชิ าท่ยี าก เชน่ วิชาคณิตศาสตร์ ปรชั ญา ภาษาลาติน ภาษากรีก และคัมภีรใ์ บเบลิ เปน็ ตน้ หลกั การจัดการศึกษา/การสอน 1.การฝึกสมองหรอื การฝกึ ระเบียบของจิตอยา่ งเข้มงวด เป็นสงิ่ สาคัญในการฝึกใหบ้ คุ คลเป็นคนฉลาด และคนดี 2.การฝกึ จิตจะต้องทาอยา่ งเข้มงวด เพ่ือใหจ้ ติ เข้มแข็ง การบงั คบั ลงโทษเป็นสิ่งจาเป็นถ้าผเู้ รียนไม่เช่อื ฟัง

6 3.การจัดใหผ้ ้เู รียนไดเ้ รียนเนื้อหาวิชาท่ียาก ได้แก่ คณติ ศาสตร์ ปรัชญา ภาษาลาตินและภาษากรีก จะ ชว่ ยฝกึ ฝนสมองใหเ้ ข้มแข็งไดเ้ ป็นอยา่ งดี 4.การจดั ให้ผเู้ รียนได้ศกึ ษาคมั ภรี ์ใบเบลิ และยดึ ถือในพระเจ้า จะช่วยให้ผูเ้ รยี นเป็นคนดี 1.2 ทฤษฎีของกลมุ่ ทเ่ี ชอ่ื ในความมเี หตุผลของมนุษย์ (Humanistic Mental Discipline) นักคดิ คนสาคัญใน กลมุ่ นี้คือ พลาโต (Plato) และอริสโตเตลิ (Aristotle) นักคิดกลุม่ น้มี คี วามเช่อื ดังน้ี ความเช่ือเกี่ยวกับการเรียนรู้ 1.พัฒนาการในเรื่องตา่ งๆ เป็นความสามารถของมนุษย์ มิใชพ่ ระเจา้ บนั ดาลใหเ้ กิด 2.มนษุ ย์เกดิ มามลี กั ษณะไม่ดไี ม่เลวและการกระทาของมนุษย์เกิดจากแรงกระตนุ้ ภายใน (neutral - active) 3.มนษุ ย์เป็นผมู้ ีเหตุผลพร้อมทีจ่ ะพัฒนาตนเอง มนษุ ย์มีอิสระที่จะเลือกทาตามความเข้าใจและเหตผุ ล ของตน หากไดร้ บั การฝกึ ฝนอบรมก็จะสามารถพฒั นาศักยภาพทีต่ ิดตัวมา 4.มนุษยม์ ีความรู้ติดตัวมาตงั้ แตเ่ กิด แต่ถ้าขาดการกระต้นุ ความรู้จะไม่แสดงออกมา หลกั การจัดการศึกษา/การสอน 1.การพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้คือการกระตุน้ ความรู้ในตัวผู้เรียนใหแ้ สดงออกมา 2.การพฒั นาผู้เรียนไมจ่ าเป็นต้องใช้การบังคบั เค่ียวเข็ญ แต่ควรใช้เหตุผลเพราะมนุษยเ์ กิดมาพร้อม กบั ความสามารถในการใชเ้ หตผุ ล 3.การใช้วธิ ีสอนแบบโสเครตีส (Socratic Method) คือการใชค้ าถามเพ่ือดึงความรู้ในตัวผเู้ รียน ออกมาให้เห็นกระจา่ งชดั เปน็ วธิ ีสอนทจี่ ะชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกดิ การเรยี นรูไ้ ด้ดี 4.การใช้วธิ สี อนแบบบรรยาย (Didactic Method) คอื การสอนท่ใี ช้คาถามฟื้นความจาของผู้เรียนแล้ว เพม่ิ เติมประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน เป็นวิธีสอนท่จี ะชว่ ยให้ผูเ้ รียนเกดิ การเรยี นรู้ไดด้ ีอกี วธิ หี น่งึ ปจั จัยทเ่ี กี่ยวข้องกบั การจดั การเรียนการสอน จากการศึกษาของนักจิตวิทยาและนกั การศึกษา พบว่า การทีบ่ ุคคลจะประสบผลสาเร็จในการเรียนได้ ดเี พยี งใดนัน้ ไม่ได้ข้ึนอยู่กับสติปัญญาเพยี งอยา่ งเดยี ว แต่ยังขน้ึ อยูก่ ับองคป์ ระกอบท่ไี ม่ใช่ทางด้านสตปิ ัญญา ดงั แนวคิดและผลการวจิ ัยต่อไปนี้ Bloom (1976 หนา้ 175) ได้ศึกษาตวั แปรทเ่ี กยี่ วข้องกบั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นพบว่ามตี วั แปร 3 ประการท่ี เกยี่ วข้องคือ 1. พฤติกรรมด้านความรู้ ความคดิ หมายถึง ความสามารถทัง้ หลายของผู้เรยี น ประกอบดว้ ยความถนัด

7 และพ้นื ฐานของผู้เรียน 2. พฤตกิ รรมที่เก่ยี วกบั ความรูส้ ึก หมายถึง สภาพการณห์ รอื แรงจงู ใจทีท่ าใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรียนรใู้ หม่ ได้แก่ ความสนใจ ทัศนคตติ ่อเนื้อหาวิชาทีโ่ รงเรียนและระบบการเรียน ความคดิ เห็นเกี่ยวกับตนเอง ลกั ษณะ บุคลิกภาพ ซง่ึ อาจเปลีย่ นแปลงหรอื คงที่อยู่ได้ 3. คณุ ภาพการสอน หมายถึง ประสิทธิผลซ่งึ ผเู้ รยี นจะไดร้ บั ผลสาเรจ็ ในการเรยี นรู้ ซ่งึ ได้แก่ การไดร้ บั คาแนะนา การมสี ว่ นร่วมในการเรยี นการสอน การเสริมแรงจากครู การแก้ไขข้อผิดพลาดและรู้ผลสะท้อนกลับ ของการกระทาว่าถูกต้องหรือไม่ Prescott (1961 หน้า 14-15 อา้ งใน สนธยา เขมวิวัฒน์,2542 หนา้ 9) ไดท้ าการสรปุ องคป์ ระกอบที่ เก่ียวขอ้ งกับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของผู้เรยี นไว้ 6 ด้านดังนี้ 1. องคป์ ระกอบทางด้านรา่ งกาย ไดแ้ ก่ อตั ราการเจริญเตบิ โตของร่างกาย สุขภาพ ข้อบกพร่อง และ ลักษณะท่าทางของร่างกาย 2. องคป์ ระกอบทางความรัก ไดแ้ ก่ ความสัมพันธข์ องบดิ ามารดา และความสัมพันธ์ระหวา่ งสมาชิกใน ครอบครวั 3. องค์ประกอบดา้ นวัฒนธรรมและสิ่งแวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ ความเป็นอย่ขู องสมาชิกในครอบครัว การอบรมและ ฐานะทางบ้าน 4. องค์ประกอบดา้ นความสัมพนั ธ์ในกลุ่มเพอื่ น ได้แก่ ความสมั พนั ธ์กับเพ่ือนวัยเดียวกัน 5. องคป์ ระกอบทางการพฒั นาแหง่ ตน ได้แก่ สตปิ ญั ญา ความสนใจ 6. องคป์ ระกอบทางการปรับตวั ไดแ้ ก่ ปัญหาการปรบั ตัว การแสดงออก งานวิจยั ทเี่ กี่ยวขอ้ ง การวัดผลและประเมนิ ผลทางการศึกษา เป็นการรวมกันระหว่างคา 2 คา คอื การวัดหรือ การ วดั ผล (Measurement) และคาว่า การประเมนิ หรอื การประเมนิ ผล (Evaluation)เป็นคาท่ีมี ความหมายที่แตกต่างกนั แต่มกั จะใช้ควบคู่กนั เสมอ คือ การวดั และประเมินผล หรอื การวดั ผลและ ประเมนิ ผล เพื่อให้ครอบคลุมความหมายไดค้ รบถ้วน ความหมายของคาว่าการวัดผลและประเมนิ ผล ได้มีผู้ให้ความหมายทั้งสองคาไว้ดังน้ี ชวาล แพรัตกุล (2516 : 140) กล่าววา่ การวัดผลหมายถึง กระบวนการใดๆ ท่ีจะให้ได้มา ซึ่งปริมาณ จานวนหน่ึง อนั มีความหมายแทนขนาดของสมรรถภาพนามธรรม ท่นี กั เรยี นผนู้ ้นั มอี ย่ใู นตน

8 เชดิ ศักด์ิ โฆวาสินธุ์ (2521 : 21) กล่าวว่า การวัดผลหมายถึง ขบวนการในการกาหนดสัญลักษณ์หรือ ตวั เลขให้กับส่งิ ใดสิง่ หนึ่ง เพ่อื แทนคุณภาพหรือปริมาณของส่งิ นน้ั อยา่ งมีกฎเกณฑ์ท่ีเชอ่ื ถอื ได้ บุญธรรม กิจปรีดาบริสทุ ธ(์ิ 2535 : 15) กล่าวว่าการวัดเป็นกระบวนการเชิงปริมาณในการ กาหนดค่า ตวั เลข หรอื สัญลกั ษณท์ มี่ คี วามหมายแทนคณุ ลักษณะของส่ิงทีว่ ดั โดยอาศยั กฎเกณฑ์อย่างใด อยา่ งหนงึ่ ล้วน สายยศ (2527 : 1) กล่าวว่า การวดั หมายถงึ การนาเคร่ืองมือไปกระตุ้นยุแหย่ หรือไปเร้าสิ่งหน่ึง ส่ิงใด เพือ่ ให้ได้มาซง่ึ ปรมิ าณของสง่ิ นัน้ อุทุมพร ทองอุไร (2520 : 29) กล่าวว่า การวัดจะหมายถึงกระบวนการนาตัวเลขหรือ สัญลักษณ์มา เกีย่ วข้องกบั ลกั ษณะหรือคณุ สมบัติของวตั ถุ คน หรอื สิ่งของท่ีจะวดั นอลล์ (Noll 1965 : 7) กลา่ วว่า การวัดผลหมายถงึ กระบวนการในการกาหนดคุณลักษณะ ของสิ่งที่ ต้องการวดั ในเชิงปรมิ าณ โดยผลการวัดจะแสดงออกในรูปจานวน หรอื ตวั เลขทีม่ ีหนว่ ยคงที่ อีเบล (Ebel 1978 : 557) กล่าวว่า การวัดผลหมายถึง กระบวนการในการกาหนดจานวน ให้แก่แต่ ละสมาชิกทอี่ ยูใ่ นกลมุ่ ส่งิ ของ หรอื บุคคลท่ตี ้องการวัด เพ่ือบ่งช้ีใหเ้ ห็นถึงความแตกตา่ งของ คณุ ลกั ษณะที่จะวดั ของสิง่ ของหรอื ของบุคคลนน้ั ๆ

9 ระเบียบวธิ ีวิจัย (บทที่ 3) ระเบียบวิธีวิจยั ประชากร ประชากรตวั อย่างในการศกึ ษาครง้ั นี้ ครู-อาจารย์ ของวิทยาลัยเทคโนโลยไี ทยอโิ ตะ ปภี าคเรียนที่ 2/2562 จานวน 12 คน กลมุ่ ตวั อยา่ ง กล่มุ ตัวอย่างในการศึกษาคร้งั น้ี คร-ู อาจารย์ ของวทิ ยาลัยเทคโนโลยีไทยอโิ ตะ ภาคเรียนที่ 2/2562 จานวน 12 คน เครือ่ งมือทีใ่ ช้เกบ็ ข้อมลู 1. ลกั ษณะของเคร่ืองมือ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูลคร้ังนี้ ได้แก่ แบบประเมินการสอน 2. ขั้นตอนในการสรา้ งเคร่ืองมอื และหาคุณภาพเครื่องมือ 2.1 แบบประเมนิ การสอน เป็นแบบประเมนิ องิ เกณฑแ์ บบชนิดเลือกตอบ ซ่ึงดาเนนิ การสร้างดังน้ี 2.1.1 ศกึ ษาเอกสารสรา้ งแบบประเมินการเรยี นการสอน 2.1.2 สรา้ งแบบประเมนิ การเรียนการสอนจานวน 5 ด้านหลกั ๆ และ 16 ข้อย่อย ให้ ครอบคลุมเนื้อหาของรายวชิ าท่ีจดั การเรยี นการสอน 2.1.3 นาแบบประเมนิ การเรยี นการสอนท่สี รา้ งข้นึ ให้ผูเ้ ชี่ยวชาญจานวน 3 คน ตรวจสอบ ความสมบูรณ์ ครบถ้วน นาข้อเสนอแนะของผู้เชีย่ วชาญ มาแก้ไขปรบั ปรงุ 2.1.4 นาแบบประเมินการเรยี นการสอนทีป่ รับปรุงแก้ไขแล้ว ไปทดลองใช้กับครู-อาจารย์ 12 ท่าน ของวทิ ยาลยั เทคโนโลยีไทยอโิ ตะ 3. นาแบบประเมนิ ไปประเมินกับกลุ่มตัวอยา่ ง การรวบรวมขอ้ มลู ผู้วจิ ัยไดด้ าเนนิ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู โดยการใช้แบบประเมนิ การจัดการเรียนรู้ของครู-อาจารย์ ภาค เรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562 โดยมีกรรมการ 3 ท่านเปน็ ผูป้ ระเมิน มเี กณฑ์การประเมนิ ดังน้ี คะแนน 70 – 80 ดเี ย่ียม คะแนน 60 – 69 ดีมาก คะแนน 60 – 69 ดี คะแนน 40 – 59 พอใช้ คะแนน 1 – 39 ปรับปรงุ

10 1. ดา้ นผู้สอน ครมู คี วามรู้ ความสามารถ บุคลกิ ภาพโดยรวมของครูผู้สอน ครูมกี ารเตรยี มการ เตรยี มความ พร้อม และมีความสามารถในการจดั การช้ันเรยี นและแก้ปัญหาในช้ันเรยี นได้ 2. ดา้ นเนื้อหา เน้อื หาท่ีสอนมคี วามน่าสนใจ ทันสมยั และมีความเหมาะสมกับระดับความรู้ ความสามรถ ผเู้ รียน 3. ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน ดาเนินการสอนอย่างเป็นลาดบั ขั้นตอน จดั กิจกรรมการเรยี นการ สอนดว้ ยวิธกี ารทีห่ ลากหลาย ให้ผู้เรยี นได้ศึกษาคน้ คว้า คดิ วิเคราะห์ และสังเคราะห์ ใหผ้ ู้เรยี นสร้างองค์ความรู้ ได้ดว้ ยตนเอง และจัดบรรยากาศการเรียนรทู้ ีด่ ึงดูดความนา่ สนใจแกผ่ ูเ้ รียน 4. ด้านส่ือและสงิ่ สนบั สนุนการเรียนการสอน มเี อกสาร และสื่อประกอบการเรยี นร้ทู ีห่ ลากหลาย สื่อท่ีใช้ เชือ่ มโยงกับเน้ือหาทส่ี อน และมกี ารนาเทคโนโลยมี าใช้ในการเรยี นการสอน 5. ด้านการวดั และประเมินผลการเรยี น มีวิธีการวัดประเมินผลตามสภาพจริง และมีวิธีการประเมินผลท่ี หลากหลาย สถิตทิ ใี่ ช้ในการวจิ ยั 1. สถิติพืน้ ฐาน 1.1 คา่ ร้อยละ (%) 1.2 ค่าเฉลี่ยเลขคณติ ( X ) (บญุ ชม ศรสี ะอาด. 2545: 98, 105) สูตร X  X หรือ X   fX N N เม่ือ X แทน คา่ เฉลี่ยเลขคณิต X แทน คะแนนแตล่ ะตวั f แทน ความถ่ี N แทน จานวนคนหรอื จานวนความถ่ีท้งั หมด  แทน ผลรวม 1.3 สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน ( S.D.) (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 98, 103) S.D.  N  X 2  ( X )2 S.D.  N  fX 2  ( fX )2 สูตร N (N 1) หรือ N (N 1) เมอ่ื S.D. แทน สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน

11 ผลการดาเนนิ งานวิจยั (บทท่ี 4) ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ผลการวเิ คราะห์การจดั การเรียนการสอนของครู-อาจารย์ วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโิ ตะ มีดงั นี้ ตารางท่ี 1 ผลคะแนนการประเมินการจดั การเรียนการสอนของครวู ทิ ยาลยั เทคโนโลยีไทยอโิ ตะ ลาดบั การประเมนิ การจดั การเรียนการสอนของ ครู-อาจารย์ ท่ี รายช่อื ครูผู้สอน วทิ ยาลยั เทคโนโลยไี ทยอิโตะ คะแนนรวม 100 รอ้ ยละ 1 อ.นรศิ รา เครอื แก้ว 72 8.64 2 อ.พรนิภา จันทบุตร 3 อ.อนพุ งษ์ แสงวิทย์ 79 9.48 4 T.Tommy H. 5 อ.อไุ รวรรณ ยางเดมิ 80 9.6 6 อ.ภาวนิ ี จันทา 7 อ.ศิวาพร เอมเปรม 71 8.52 8 อ.ชาญชยั พลประสิทธิ์ 9 อ.โชติรส ปงุ คานนท์ 80 9.6 10 T.Masumi Ohshita 11 อ.วลัยภรณ์ ศกั ดา 70 8.4 12 อ.อ้อมจันทร์ นอสงู เนิน รวม 78 9.36 เฉลีย่ 81 9.72 72 8.64 85 10.2 74 8.88 80 9.6 76.8 จากตารางท่ี 1 พบว่าการจดั การเรียนการสอนของครู-อาจารย์ วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโิ ตะ ไดร้ ะดับเฉล่ีย 76.8 อยู่ในระดับ ดีเยีย่ ม

12 สรุปผลการดาเนินการวจิ ยั (บทท่ี 5) อภปิ รายผล การดาเนินโครงการพฒั นาครูเรอื่ งการทาวจิ ัยในชน้ั เรียน เร่ือง วเิ คราะหก์ ารจดั การเรยี นการสอน ของครวู ิทยาลัยเทคโนโลยไี ทยอโิ ตะ ซง่ึ มีประเดน็ จะอภปิ รายได้ดังน้ี 1. ผลการวิเคราะห์การจัดการเรียนการสอนของครูวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอิโตะ โดยมีแบบประเมินท่ีมี เนื้อหาตรงกับจุดหมายท่ีวางไว้ และคานึงถึงผู้เรียนเป็นสาคัญ โดยประเมินกระบวนการเรียนการสอนของครู เพื่อทาให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เม่ือครูผู้สอนได้รับการประเมินจะทาให้ครูผู้ทราบ ข้อบกพร่องของตนเอง โดยฝุายวิชาการจัดการสังเกตการณ์สอนของครูผู้สอน ในทุกๆเดือน และนาข้อควร ปรับปรุงแจ้งให้ครูผู้สอนทราบ และครูผู้สอนแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพการสอนนาไปสู่การพัฒนากระบวนการ เรยี นการสอนเพือ่ ให้มีประสิทธิภาพมากขึน้ ขอ้ เสนอแนะ 1. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูผู้สอนควรมีการเตรียมตัวให้ตรงกับแผนการจัดการเรียน การสอน 2. ครูผู้สอนควรสร้างสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพ่ือให้เกิดความคิดรวบยอด และนาไปสกู่ ารพัฒนาทักษะตอ่ ไป 3. การจัดกระบวนการเรียนการสอนครผู ู้สอนควรมหี าเทคนิคการสอนใหเ้ หมาะสมกับเนื้อหาของ รายวิชา 4. ครูผู้สอนควรมีการวัดและประเมินผลท่ีหลากหลาย ท้ังด้านการออกแบบทดสอบก็ควรมี หลากหลายรูปแบบ เช่น การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ทง้ั 10 ประการ การวัดผลตามสภาพจริง ภายในหอ้ งเรียน เป็นตน้ ข้อเสนอแนะสาหรับการศกึ ษาคร้ังตอ่ ไป 1. ควรทาการวิเคราะหก์ ารจดั เรียนการสอนของครอู ย่างน้อง 2 ครั้ง ต่อ 1 เทอม 2. ควรศึกษาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนของครูผูส้ อนแตท่ ่านเพ่ิมเตมิ ดว้ ย เพ่ือนามาวเิ คราะหใ์ หเ้ กิดการ พฒั นาผลสัมฤทธ์ิของผเู้ รียนใหส้ ูงข้นึ

13 บรรณานุกรม วชิ าการ .กรม, การวจิ ัยเชิงพัฒนาระดับโรงเรียน. กรงุ เทพมหานคร. โรงพิมพ์ครุสภา ลาดพรา้ ว อรญั ก่ัวพานชิ . ค่มู ือการวิจัยในชน้ั เรยี นและการฝึกปฏบิ ัติ. หนว่ ยศกึ ษานเิ ทศก์ กรมสามญั ศึกษา เขต การศึกษา 3 ชลบุรี 2559 ศึกษานิเทศน์. หนว่ ย, กรมสามัญศึกษา. (2539) คูม่ ือการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนท่ีเน้นกระบวนการ. กรุงเทพฯ: มิตรภาพการพิมพ์และสตดู ิโอ. อารมณ์ สนานภู่. (2559) ความร้พู ืน้ ฐานเก่ียวกับงานวิจัย. ราชบัณฑิตสถาน. กรงุ เทพฯ. ทพิ วัลย์ ศรจี นั ทร์ และคณะ (2547). งานวิจัย ‘การศกึ ษาผลสมั ฤทธ์แิ ละความพึงพอใจในการจัดการเรียน การสอนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพอ่ื คณุ ภาพชีวิตของนักเรียนสถาบันราชภัฎสวนดสุ ติ ’ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดสุ ติ .


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook