Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่มรายงานประจำปี 2561

เล่มรายงานประจำปี 2561

Published by สสว.2 ชลบุรี, 2020-09-21 11:50:04

Description: เล่มรายงานประจำปี 2561

Search

Read the Text Version

สาํ นักงานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 สํานักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สารผอู าํ นวยการ สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 ในงบประมาณป พ.ศ.2561 ท่ีผานมานี้ สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 ไดดําเนินการ ตามภารกิจหนาที่ในการสงเสริมและสนับสนุนใหความรูทางดานวิชาการการพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคม การใหคําปรึกษาแนะนําแกหนวยงาน การใหบริการทุกกลุมเปาหมาย การติดตามและประเมินผล การดําเนินงานตามแผนงานของหนวยปฏิบัติ ในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย รวมทั้งหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องคกรปกครองสวนทองถ่ินและองคกร ภาคประชาชน นอกจากนี้ยงั ไดส ง เสรมิ และสนับสนนุ ใหเกดิ ระบบเครือขายของทกุ ภาคสว นในการพฒั นาสังคม รายงานประจําปฉบับนี้ เปนการรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนการปฏิบัติราชการประจําป งบประมาณ 2561 ตามประเด็นยุทธศาสตรและภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษยเพ่ือใหหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนท่ัวไป ไดทราบถึงภารกิจหนาที่และ ผลการดําเนินงานของสาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 และสามารถนําขอมูลไปใชประโยชนไ ดต อ ไป สุดทายน้ี ขอขอบคุณบุคลากรของสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 ท่ีทุมเททั้งกําลังกาย กําลังความคิด ตลอดจนกําลังใจ ในการปฏิบัติหนาที่ตามภารกิจใหบรรลุผลสําเร็จ บังเกิดประโยชนแกงาน ดานสงั คมในพน้ื ทีเ่ ขต คอื จงั หวัดชลบรุ ี จงั หวัดระยอง จงั หวดั จันทบรุ ี และจงั หวดั ตราด (นางสาวมนิดา ล่ิมนิจสรกลุ ) ผูอาํ นวยการสํานกั งานสงเสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 รายงานประจาํ ป 2561 1

สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 สารบญั เรื่อง หนา สารผอู าํ นวยการ 5 สารบญั 5 สว นท่ี 1 5 5  ประวตั ิความเปน มา 5  สถานทีต่ ง้ั 5  วิสยั ทศั น 6  พันธกิจ 6  คา นยิ มองคกร 6  ประเด็นยทุ ธศาสตร 7  เปาประสงค 7  กลมุ เปา หมาย 8  อาํ นาจหนา ที่ของสํานักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 9  ยุทธศาสตรก ระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนษุ ย 10  ยทุ ธศาสตรส าํ นกั งานปลดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนษุ ย 11  โครงสรางกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย 12  โครงสรา งสาํ นักงานสง เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 16  อัตรากาํ ลังเจาหนา ท่สี าํ นักงานสง เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3  แผนท่แี สดงพนื้ ที่รบั ผิดชอบของสาํ นักงานสง เสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3 20  ขอมลู พื้นฐานพื้นทรี่ บั ผดิ ชอบของสาํ นักงานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 22  หนวยงานสงั กดั กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษยในพนื้ ทีร่ ับผดิ ชอบ 28 32 สวนที่ 2 36 1. รายละเอยี ดผลการดําเนินงานตามภารกิจประจาํ ปง บประมาณ 2561 2. โครงการศูนยเรียนรูการพฒั นาสังคมและจัดสวสั ดิการสังคมในระดับพ้ืนท่กี ลุมจงั หวัด 42 3. โครงการวิจยั และพฒั นาการส่ือสารเพื่อยุตปิ ญหาการขอทาน 4. โครงการวิจัยรูปแบบการปองกนั และแกไ ขปญหาขอทานแบบมีสวนรวม 5. โครงการวิจัยแบบจําลองการสง เสรมิ การใชป ระโยชนเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร เพ่อื การจัดสวสั ดิการสังคมใหกับผสู งู อายุในเขตชนบท 6. โครงการวจิ ยั กระบวนการขบั เคลอ่ื นการคมุ ครองพทิ ักษส ทิ ธิสาํ หรบั กลุม หญิงไทย ทต่ี กเปน เหยื่อการคา มนุษยในตา งประเทศ รายงานประจาํ ป 2561 2

สํานกั งานสง เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 หนา สํานกั งานสง เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 50 51 เรอ่ื ง 54 56 7. โครงการขบั เคลอื่ นการบรู ณาการโครงการดา นสังคมในระดับพืน้ ที่ 57 8. โครงการจัดทาํ รายงานสถานการณท างสังคมในระดบั กลมุ จังหวัด 9. โครงการวดั อุณหภูมิทางสงั คม TPSO POLL 60 10. โครงการขับเคลื่อนการบูรณาการโครงการดานสังคมในระดับพื้นที/่ จังหวัด 64 65 กลุมจังหวดั และภาค 70 11. กจิ กรรมการพัฒนาเว็บไซตและเผยแพรขอมูลการประชมุ เชิงปฏบิ ัติการการใชเ ทคโนโลยี สารสนเทศและส่ือออนไลนเพื่อการพฒั นาสังคม สว นที่ 3 ผลงานสําคญั ในรอบป 1. โครงการประชุมเชิงปฏบิ ตั ิการตรวจราชการ เขตตรวจราชการท่ี 9 (จังหวัดชลบรุ ี ระยอง จันทบรุ ี และตราด) 2. กจิ กรรมการสาํ รวจผูป ระสบปญหาทางสังคมรายครัวเรือนสําหรบั การพฒั นา แผนที่ทางสงั คม (Social Map) 3. โครงการพัฒนาสงั คมส่งิ แวดลอมและยกระดับความเปนอยูของประชาชนกจิ กรรมหลัก สรา งชุมชนตนแบบ ครอบครัวอบอุน ชมุ ชนเขมแขง็ 4. โครงการ “ตามรอยพอ” ศนู ยเรยี นรเู ศรษฐกจิ พอเพยี ง คณะผจู ัดทํา รายงานประจาํ ป 2561 3

สาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สวนที่ 1  ประวตั ิความเปน มา  สถานทต่ี ั้ง  วสิ ัยทัศน  พันธกจิ  คานิยมองคกร  ประเดน็ ยุทธศาสตร  เปา ประสงค  กลุมเปา หมาย  อาํ นาจหนา ท่ขี องสาํ นกั งานสง เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3  ยุทธศาสตรก ระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย  ยุทธศาสตรส ํานักงานปลัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย  โครงสรา งกระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย  โครงสรา งสาํ นกั งานสง เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3  อัตรากาํ ลงั เจาหนาท่สี าํ นกั งานสง เสริมและสนับสนุนวิชาการ 3  แผนท่ีแสดงพ้ืนท่รี บั ผิดชอบของสาํ นักงานสง เสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3  ขอมูลพ้นื ฐานพนื้ ที่รับผดิ ชอบของสาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3  หนว ยงานสงั กดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ยในพืน้ ทร่ี ับผดิ ชอบ รายงานประจําป 2561 4

สาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3 จังหวดั ชลบุรี Technical Promotion and Support Office 3 Chonburi  ประวตั คิ วามเปน มา สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 หรือใชชื่อยอวา สสว.3 (Technical Promotion and Support Office, Region 3) เปน สว นราชการที่จัดตั้งข้นึ ตามกฎหมายโดย พรบ.ปรับปรงุ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 ไดจัดต้ังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย ซึ่งแบงสวนราชการ เปนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พ.ศ.2545 โดยกําหนดใหมีหนวยงาน สสว.1-12 เปนหนวยงานเทียบเทา กอง กระจายอยูทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซ่ึงสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 (สสว.3) เปนหนึ่งใน หนวยงานน้ันและมีพื้นท่ีรับผิดชอบคือพื้นท่ีภาคตะวันออก 4 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด โดยมีสํานกั งานตง้ั อยูท่ีตาํ บลบางละมงุ จงั หวดั ชลบุรี  สถานทต่ี ง้ั (Location) สํานกั งานสง เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 ตั้งอยเู ลขที่ 172/9 หมทู ่ี 4 ถนนสุขุมวทิ ตําบลบางละมุง อําเภอบางละมงุ จงั หวดั ชลบุรี รหสั ไปรษณีย 20150  วิสยั ทัศน (Vision) “เปน สถาบันวชิ าการสนบั สนุนภาคีเครือขายในการพัฒนาสังคมระดบั พ้ืนท่ี”  พนั ธกจิ (Missions) 1) บรู ณาการงานพัฒนาสงั คมเพื่อจดั วางยทุ ธศาสตรเชงิ พ้นื ที่ 2) สง เสริมและสนบั สนุนวิชาการพฒั นาสงั คมใหกับทกุ ภาคสว น 3) ศกึ ษาวจิ ยั และพัฒนาวิชาการดา นการพัฒนาสังคม 4) ติดตามและประเมนิ ผลเชงิ นโยบายและการบรหิ ารเชงิ ยุทธศาสตรในระดับพื้นที่ 5) พฒั นาหนว ยงานเปนองคกรแหงการเรียนรู  คานยิ มองคกร (Core Value) “รวมพลงั สรางสรรคความรู สกู ารพัฒนาสงั คม”  ประเด็นยุทธศาสตร 1) การขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร พม. สกู ารปฏบิ ตั ิ 2) สงเสรมิ และถา ยทอดความรูดานการพฒั นาสงั คม 3) เสริมสรางและพฒั นาความรแู ละนวัตกรรมทางสงั คม 4) พฒั นาระบบการนิเทศและการติดตามประเมนิ ผลเชิงวิชาการ 5) พฒั นา สสว. ใหเปน องคกรแหงการเรียนรู รายงานประจาํ ป 2561 5

สํานักงานสงเสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3  เปา ประสงค 1) หนวยงาน พม. และภาคีเครือขา ยบรู ณาการขบั เคลอ่ื นงานไปในทศิ ทางเดยี วกัน 2) เปน สถาบันการเรยี นรูดานการพฒั นาสังคมในพืน้ ท่ี 3) บคุ ลากรของกระทรวงฯ และอปท. ในพนื้ ทีไ่ ดร ับการพฒั นาและถายทอดความรู 4) มอี งคความรูแ ละนวตั กรรมทางสงั คมทเ่ี หมาะสมกับบริบทพนื้ ท่ี 5) มีขอเสนอเชิงวิชาการเพ่ือการตดั สนิ ใจเชงิ นโยบายตามภารกจิ ของกระทรวง 6) มีระบบการตดิ ตามประเมนิ ผลเชงิ วิชาการตามนโยบายและภารกจิ ของกระทรวงท่ีมปี ระสทิ ธิภาพ 7) สสว. เปนองคก รตนแบบดา นการสงเสริมการเรยี นรูในองคกรของกระทรวง 8) สสว. เปน องคกรใสสะอาดท่ีไดรบั การยอมรบั  กลมุ เปาหมาย (Target group) สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 มีพื้นที่และกลุมเปาหมายท่ีรับผิดชอบประชากร ในพ้ืนที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด โดยมีบุคคลเปาหมายผูรับบริการสวัสดิการ ตามพระราชบญั ญัติสง เสริมสวสั ดกิ ารสงั คม พ.ศ.2546 ไดแ ก เด็ก เยาวชน คนชรา ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพล ภาพ ผดู อยโอกาส ผถู ูกละเมดิ ทางเพศ หรือกลุมท่ีคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการสังคมแหงชาติเปนผูกําหนด รวมทั้งการสงเสริมและสนับสนุนใหบุคคล ครอบครัว ชุมชน องคกรปกครองสวนทองถ่ินและองคกรอ่ืนๆ มสี ว นรวมในการจัดสวสั ดิการสังคม  อาํ นาจ หนาทส่ี าํ นกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 1) พัฒนางานดา นวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ใหสอดคลองกับพื้นที่ และกลมุ เปาหมาย 2) สงเสริมและสนับสนุนงานดานวิชาการ องคความรู ขอมูลสารสนเทศ ใหคําปรึกษาแนะนํา แกหนวยงานบริการทุกกลุมเปาหมายในพื้นท่ีใหบริการ ในความรับผิดชอบของกระทรวงฯ รวมท้ังองคการปกครองสวนทองถิน่ หนวยงานทเี่ กย่ี วของ องคกรภาคเอกชนและประชาชน 3) ศกึ ษา วิเคราะห สถานการณและสภาพแวดลอม เพื่อคาดการแนวโนมของสถานการณทางสังคม และผลกระทบ รวมทั้งใหขอเสนอแนะการพัฒนาสังคมและการจัดทํายุทธศาสตรในพื้นท่ี กลุมจังหวัด 4) สนับสนุนการนิเทศงาน ติดตามประเมินผลการดําเนินงานเชิงวิชาการ ตามนโยบายและภารกิจ ของกระทรวงในพ้นื ที กลมุ จงั หวัด 5) ปฏบิ ัติงานรว มกบั หรอื สนับสนนุ การปฏบิ ตั ิงานของหนว ยอ่นื ทเี่ ก่ยี วของ หรือทีไ่ ดรับมอบหมาย รายงานประจาํ ป 2561 6

สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3  ยุทธศาสตรก ระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย วิสัยทศั น พม. เปน ผูน ําดา นสังคมของไทยและอาเซยี น มงุ สคู นอยดู ีมสี ุขในสังคมคุณภาพ พนั ธกจิ 1) พัฒนาคนและสังคมใหมีคุณภาพเต็มศักยภาพและมีภูมิคุมกันตอการ เปลยี่ นแปลง 2) สรางเสริมเครือขายจากทกุ ภาคสวนในการมสี ว นรว มพฒั นาสงั คม 3) พัฒนาองคความรู ขีดความสามารถ และระบบการบริหารจัดการดานการ พัฒนาสังคม 4) จัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อใหประชาชนมี หลกั ประกนั และมคี วามมน่ั คงในชีวติ คา นิยมองคกร อทุ ศิ ตน อาสางาน เอือ้ อาทร อํานวยประโยชนสขุ ประเดน็ ยุทธศาสตร 1) สงเสรมิ โอกาสการเขาถงึ บรกิ ารทางสังคมบนพืน้ ฐานความพอเพยี ง 2) สรางภมู คิ ุมกันและพฒั นาศกั ยภาพกลมุ เปาหมาย 3) ผนกึ กาํ ลังทางสงั คมเพ่อื เปน กลไกในการพัฒนาสังคม 4) บริหารจดั การองคกรสคู วามเปน ผนู ําทางสังคมดว ยหลกั ธรรมาภิบาล  ยทุ ธศาสตรสํานกั งานปลัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย วิสัยทศั น ขั บ เ ค ลื่ อ น แ ล ะ บู ร ณ า ก า ร น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ใ น ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม อยา งมผี ลสัมฤทธิ์ คานิยมองคก ร อทุ ิศตน อาสางาน เอ้อื อาทร อํานวยประโยชนสุข พันธกิจ 1) เสนอนโยบาย และยุทธศาสตร มาตรการ ดานการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษยทส่ี ามารถสนองตอบตอ การเปลย่ี นแปลงของสงั คมไทยและสังคมโลก 2) บูรณาการการขับเคล่ือนยุทธศาสตรและการปฏิบัติเพื่อการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนษุ ย 3) พฒั นาองคความรู วิจัย พฒั นา และถายทอดนวตั กรรมทางสงั คม 4) เพ่ิมประสิทธิภาพการบริการทางสังคมเพ่ือตอบสนองความตองการของสังคม อยางฉับพลนั คานิยมองคกร อทุ ิศตน อาสางาน เอื้ออาทร อาํ นวยประโยชนส ขุ ประเด็นยุทธศาสตร 1) พัฒนานโยบายและยทุ ธศาสตรด า นการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย 2) ผนึกกําลงั ทางสังคมจากทกุ ภาคสวน 3) เพม่ิ ขดี ความสามารถในการพฒั นาระบบการใหบรกิ ารทางสังคม 4) พัฒนาองคความรแู ละเสริมสรางธรรมาภิบาล รายงานประจําป 2561 7

สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสง เสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 โครงสรา งกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย Ministry of Social Development and Human Security รายงานประจาํ ป 2561 8

สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 สํานกั งานสง เสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 โครงสรา งสาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 รายงานประจําป 2561 9

สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 สาํ นกั งานสง เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 อตั รากาํ ลงั เจา หนา ท่ี สาํ นักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 ขา ราชการ จํานวน 12 คน 1. นางสาวมนิดา ล่มิ นิจสรกุล ผอู ํานวยการสํานักงานสง เสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 2. นายไพบูลย 3. นายณฐั วุฒิ นาคเจือ นักพฒั นาสงั คมชาํ นาญการrพเิ ศษ 4. นางมณฑา 5. นางลัดดาวรรณ สินธาราศริ ิกุลชัย นกั พัฒนาสังคมชํานาญการ 6. นายณรงค 7. นางสาวเนตรนภา อมตเวทย เจา พนักงานธรุ การชาํ นาญงาน 8. นางสาววาสนา 9. นางสาวสุวิมล โลหติ ไทย เจา พนักงานการเงินและบัญชีชํานาญงาน 10. นางสาววกลุ 11. นางนศิ านาถ แดงสีออน เจา พนกั งานพฒั นาสังคมชาํ นาญงาน 12. นางสาววรญั ญา วงคพพิ นั ธ นกั การจัดการงานทัว่ ไปปฏิบตั กิ าร 13. นางสาวประจวบ 14. นายอนชุ ติ จันทรขาว เจาพนักงานการเงินและบัญชีชํานาญงาน 15. นายธานี นอยใจรักษ นกั พฒั นาสงั คมชาํ นาญการ 16. นางสาวพนดิ า 17. นางพัชรีย ภคสกุลกาญจน นกั พัฒนาสงั คมชํานาญการ 18. นายสุรสทิ ธิ์ 19. นางสาวมลฤดี ศรสี งั วร นักพัฒนาสงั คมปฏิบัติการ 20. นางรัชฎาภรณ จนั ทรสาน นักพฒั นาสงั คมปฏิบัติการ 21. นางสาวกนกวรรณ 22. นายอชิตพล ลูกจางประจํา จาํ นวน 3 คน 23. นางพชั รนิ ทร 24. นายเอกชยั ธนะนิมิตร พนกั งานพมิ พระดบั ส.3 25. นายอนุรกั ษ 26. นายยงยศ จติ รา พนักงานพมิ พระดบั ส.3 อม่ิ พชิ ัย ชางฝมือโรงงานชนั้ 4 พนักงานราชการ จาํ นวน 5 คน แนน อดุ ร นกั พัฒนาสังคม ดีสา เจาหนาทบ่ี นั ทึกขอ มลู ประเวศไพรสนธิ์ พนกั งานบริการ มสี ขุ พนกั งานบริการ เจริญธรรม พนักงานบริการ พนกั งานจางเหมา จาํ นวน 6 คน จาตรุ ณวิชิต พนกั งานจา งเหมานักพัฒนาสังคม กอนกระสงั พนักงานจา งเหมาเจา หนาท่พี ัฒนาสังคม จติ รา พนักงานจางเหมาทําความสะอาด ตระกลู ไพรศาล พนกั งานจางเหมาปรบั ปรงุ ภูมิทศั น พงษอักษร พนกั งานจางเหมาขบั รถยนต วงศสุรยิ า พนักงานจา งเหมาขบั รถยนต รายงานประจาํ ป 2561 10

สํานักงานสง เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 จา งเหมาบริการ 23.08% ขาราชการ ลกู จา งประจํา ขาราชการ 46.15% พนักงานราชการ จา งเหมาบริการ พนักงานราชการ 19.23% ลูกจางประจาํ 11.54% ขอ มลู ณ เดือนกนั ยายน 2561 สาํ นักงานสง เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 แผนท่ีแสดงพนื้ ท่รี ับผิดชอบของ สสว. 3 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 จังหวัดชลบุรี ปฏิบัติงานครอบคลุมพ้ืนท่ี กลมุ จังหวดั ภาคตะวันออก จํานวน 4 จงั หวดั คือจงั หวดั ชลบรุ ี จงั หวดั ระยอง จงั หวัดจนั ทบุรี และจังหวดั ตราด รายงานประจาํ ป 2561 11

สํานกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 ขอมูลพนื้ ฐานพน้ื ทร่ี ับผิดชอบสาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 1. ขอ มลู ทั่วไประดับกลมุ จงั หวดั ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ไดแ ก จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ประชากร (ฐานขอมูลทะเบียนราษฎร ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2560) จํานวน 2,984,469 คน เปนเพศ หญิง จาํ นวน 1,519,724 คน เพศชาย 1,464,745 คน ครัวเรอื น หนวย : พันครัวเรอื น 1,197.22 บา น จาํ นวน 1,778,276 หลัง เขตการปกครอง แบงออกเปน 4 จงั หวัด 36 อําเภอ 260 ตาํ บล 2,213 หมบู าน รปู แบบพิเศษ 1 แหง คือ เมืองพทั ยา 138 เทศบาล 260 อบต. ดานการศึกษา พบวามีสถานศึกษาท้ังหมด จํานวน 1,207 แหง สังกัด อปท. จํานวน 74 แหง รอยละ 6.13 สังกัด ตชด. จํานวน 8 แหง รอยละ 0.66 สังกัดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป จํานวน 1 แหง รอยละ 0.08 สังกัดสถาบันพลศึกษา จํานวน 2 แหง รอยละ 0.17 สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน จํานวน 870 แหง รอยละ 72.08 สังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจํานวน 52 แหง รอยละ 4.31 สังกัด สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จํานวน 5 แหง รอยละ 0.41 สังกัดคณะกรรมการสงเสริมการศึกษา เอกชน จํานวน 187 แหง รอยละ 15.49 สังกัดสํานักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ จํานวน 8 แหง รอยละ 0.66 ผูเรียนสังกัดสถานศึกษา ป พ.ศ. 2560 มจี าํ นวน 662,645 คน ผูหญิง 334,390 คน ผูชาย 328,355 คน มากที่สุดคือ คือ สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน จํานวน 328,157 คน ผูหญิง 164,776 คน ผูชาย 163,381 คน รองลงมาสังกัดคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน จํานวน 139,815 คน ผูหญิง 69,299 คน ผชู าย 70,516 คน ถัดมาสงั กดั คณะกรรมการการอาชีวศึกษา จํานวน 75,491 คน ผูหญิง 33,871 คน ผูชาย 41,620 คน ระดับการศึกษา ป พ.ศ. 2560 มากที่สุดคือ ระดับประถมศึกษา มีจํานวน 252,958 คน หญิง 122,138 คน ชาย 130,820 คน รองลงมาระดับมัธยมศึกษา มีจํานวน 178,927 คน หญิง 97,876 คน ชาย 81,051 คน ถดั มาระดับ อนบุ าล จํานวน 103,886 8o หญงิ 50,470 คน ชาย 53,416 คน ดานเศรษฐกิจ ภาพรวมของเศรษฐกิจธุรกิจของภาคตะวันออกยังคงอยูในระดับท่ีดี และยังสามารถ ขยายตัวไดอยา งตอเน่ือง แตสัญญาณของการชะลอตวั ลงของภาวะเศรษฐกิจธรุ กจิ ในชวงครึ่งหลังของปนั้นยังคง มีใหเห็นอยู ในป พ.ศ. 2560 พบวาจังหวัดท่ีมีรายไดเฉล่ียตอเดือนตอครัวเรือนลดลง คือจังหวัดจันทบุรี รอยละ 8.69 รองลงมาจังหวัดระยอง รอยละ 8.30 สวนจังหวัดที่มีรายไดเฉลี่ยตอเดือนตอครัวเรือนเพ่ิมมาก ขนึ้ จงั หวดั ตราด รอ ยละ 8.86 และจงั หวัดชลบรุ ี รอ ยละ 1.48 ดานแรงงาน คนตางดาวที่ไดรับอนุญาตทํางานคงเหลือในกลุมจังหวัดนี้มี จํานวน 167,049 คน มากท่ีสุดอยูที่จังหวัดชลบุรี 99,632 คน รอยละ 59.64 รองลงมาจังหวัดระยอง 45,051 คน รอยละ 26.97 ถัดมาจงั หวัดจันทบุรี 13,538 คน รอยละ 8.10 และจงั หวดั ตราด 8,828 คน รอยละ 5.28 ดานสุขภาพ สถานพยาบาลรวมท้ังหมดในกลุมจังหวัดน้ีมีจํานวนท้ังสิน 87 แหง ซึ่งสังกัดภาครัฐ จํานวน 82 แหง รอยละ 94.25 และสังกัดภาคเอกชน จํานวน 5 แหง รอยละ 5.75 และมีบุคลากรทาง การแพทย (แพทย พยาบาล และบคุ คลทางการแพทยอ ่ืนๆ) จํานวน 1,777 คน ผูปวยที่เขารับการรักษาในรอบป รวมท้ังหมดมีจํานวน 52,501 คน แยกแตละประเภทไดดังน้ี โรคเบาหวาน จํานวน 17,408 คน รอยละ 33.16 โรคความดัน จํานวน 23,231 คน รอยละ 44.25 โรคหัวใจ รายงานประจําป 2561 12

สาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 ขาดเลือด จํานวน 3,094 คน รอ ยละ 5.89 โรคหลอดเลือดสมอง จํานวน 6,150 คน รอยละ 11.71 โรคมะเร็ง จาํ นวน 2,618 คน รอ ยละ 4.99 เปนผปู ว ยเอดสถงึ จํานวน 2,861 คน ดานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน พบวาฐานความผิดเก่ียวกับชีวิต รางกาย และเพศ รับแจง มากท่ีสุด จํานวน 1,147 คดี จับกุม 887 ราย ผูตองหา 1,000 ราย รองลงมา คดีทํารายรางกายรับแจง จํานวน 664 คดี จับกุม 550 ราย ผูตองหา 145 ราย ถัดมา คดีขมขืนกระทําชําเรา รับแจง 181 คดี จับกุม 118 ราย ผูตอ งหา 145 ราย คดอี ่ืนๆ 128 คดี จดั กมุ 96 ราย ผตู องหา 98 ราย คดีพยายามฆา รับแจง 74 คดี จับกุม 47 ราย ผูตองหา 60 ราย คดีฆาผูอ่ืน รับแจง 69 คดี จับกุม 53 ราย ผูตองหา 57 ราย สุดทายคดีทํา รายผูอื่นถึงแกความตาม รับแจง 31 คดี จับกุม 23 ราย ผูตองหา 26 ราย การเกิดอุทกภัยในป 2560 จํานวน 15,185 ครั้ง มีผูเสียหาย จํานวน 14,917 คน คาเสียหายที่ใหการชวยเหลือผูประสบอุทกภัย 141,200,000 บาท และการเกดิ ภยั ธรรมชาติ จํานวน 112 ครงั้ มีผเู สียหายจากภัยธรรมชาติ 53,975 คน คาเสียหายท่ีใหการ ชวยเหลือผูป ระสบภัยธรรมชาติ 40,652,359.-บาท ดานขยะมูลฝอย จะเห็นไดวาต้ังแตป 2556 – 2560 จังหวัดท่ีมีปริมาณขยะมูลฝอย(ตันตอวัน) มากที่สุดคือจังหวัดชลบุรี 12,102 ตัน ซึ่งในป 2560 มีปริมาณลดลงจากป 2559 ถึง 73 ตัน รองลงมาจังหวัด ระยอง 4,763 ตัน ซ่ึงในป 2560 มีปริมาณเพ่ิมข้ึนจากป 2559 ถึง 92 ตัน 86,305 ตัน ถัดมาจังหวัดจันทบุรี 2,802 ตัน ซึ่งในป 2560 มีปริมาณลดลงจากป 2559 ถึง 77 ตัน และจังหวัดตราด มีปริมาณนอยที่สุด 1,313 ตนั ซงึ่ ในป 2560 ปริมาณเพิ่มขนึ้ จากป 2559 ถึง 1 ตนั 2. ขอ มลู กลุมเปา หมายระดบั กลุมจังหวัด ผลการจัดเกบ็ ขอ มลู ผปู ระสบปญหาทางสังคม (Social Map) จากขอมูลผูลงทะเบียนสวัสดิการแหงรัฐ ในป 2560 พบวามีผูลงทะเบียนท้ังหมดกลุมจังหวัดน้ี มีจํานวน 258,713 คน ลงสํารวจพื้นท่ีจัดเก็บขอมูล ผปู ระสบปญหาทางสังคมได จาํ นวน 68,890 คน รอ ยละ 26.63 กลุมผูมีรายไดนอยมีจํานวนทั้งหมด 69,991 คน ซ่ึงจําแนกไดกลุมเปาหมายไดดังน้ี กลุมผูมีรายได นอยเปนคนพิการ จํานวน 5,473 คน กลุมคนพิการ จํานวน 1,122 คน กลุมเยาวชน จํานวน 6,925 คน กลมุ เยาวชนท่ีเปน คนพิการ จํานวน 80 คน กลุมเยาวชนที่มีรายไดนอยท่ีพิการ จํานวน 662 คน กลุมผูสูงอายุ จํานวน 15,991 คน กลุมผูสูงอายุท่ีมีรายไดนอย จํานวน 58,481 คน กลุมผูสูงอายุที่เปนคนพิการ จํานวน 493 คน กลุมผูสูงอายุท่ีมีรายไดนอยเปนคนพิการ จํานวน 5,954 คน และกลุมเปาหมายอื่น จํานวน 69,751 คน การจัดเกบ็ ขอมลู ผปู ระสบปญหาทางสังคม (Social Map) พบวา ผูประสบปญหามีจํานวนทั้งหมด 68,890 คน แยกเปนผูประสบปญหา จํานวน 62,317 คน หัวหนาครัวเรือน จํานวน 35,166 คน สมาชิก ในครัวเรือน จํานวน 33,724 คน และคนพิการ 3,500 คน กลมุ เด็กและเยาวชน จํานวนเดก็ และเยาวชนที่มีอยจู รงิ ณ วนั ที่ 31 ธันวาคม 2560 พบวา มีจํานวน ท้งั หมด 1,082,036 คน แบง เปน เพศชาย จํานวน 596,014 คน รอ ยละ 55.00 เพศหญิง จํานวน 485,722 คน รอยละ 45.00 จากการจัดเก็บขอมูลผูประสบปญหาทางสังคม (Social Map) พบวาเยาวชนเยาวชน ที่ประสบปญหามีจํานวน 7,667 คน แยกเปนเยาวชนท่ีเปนคนพิการ จํานวน 80 คน เยาวชนที่มีรายไดนอย ท่ีพกิ าร จํานวน 662 คน รายงานประจาํ ป 2561 13

สํานักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 กลุมผูมีรายไดนอย วัยแรงงาน หมายถึง ผูท่ีมีอายุต้ังแต 25–59 ป ท่ีอาศัยอยูจริ ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 มีจํานวนวัยแรงงาน จํานวนทั้งหมด 1,965,850 คน รอยละ 45.00 เปนหญิง 806,954 คน รอยละ 55.00 ชาย 965,530 คน รอยละ 45.00 จากการจัดเก็บขอมูลผูประสบปญหาทางสังคม (Social Map) ในกลุมผูมีรายไดนอยนั้น มีจํานวนท้ังหมด 69,991 คน เปนกลุมผูมีรายไดนอยเปนคนพิการ จํานวน 5,473 คน กลุมผูสูงอายุ หมายถึง ผูที่มีอายุ 60 ปข้ึนไป ท่ีมีอยูจริง ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2560 มีจํานวนท้ังหมด 394,456 คน เปนหญิง จํานวน 221,857คน ชาย จํานวน 172,599 คน คิดเปนรอยละ 13.31 ของประชากร ในพืน้ ทก่ี ลุมจังหวัด 4 จังหวดั ภาคตะวนั ออก การจําแนกตามเพศและชวงอายุ ชวงอายุที่มีมากที่สุดคือ ชวยอายุระหวาง 60–69 ป ท้ังหมด 222,359 คน เปนหญิง 122,860 คน ชาย 99,499 คน รอยละ 56.37 รองลงมา ชวงอายุ 70–79 ป ท้ังหมด 111,993 คน เปนหญิง จํานวน 62,663 คน ชาย จํานวน 49,330 คน รอยละ 28.39 ถัดมา ชวงอายุ 80–89 ป ท้ังหมด 50,536 เปนหญิง จํานวน 30,353 คน ชาย จํานวน 20,831 คน รอยละ 12.81 ชวงอายุ 90–100 ป ท้ังหมด 8,913 คน เปนหญิง 5,627 คน ชาย จํานวน 3,286 คน เปนรอยละ 2.26 และ ชวงอายุ 100 ปขึ้นไป ทั้งหมด 355 คน เปนหญิง จํานวน 354 คน ชาย จํานวน 301 คน รอยละ 0.17 จะเห็นไดว าผสู ูงอายสุ วนใหญท ่ีเปน เพศหญงิ จะมีจาํ นวนมากกวา เพศชายในทุกชวงอายุ จากการสาํ รวจขอมลู ผปู ระสบปญหาทางสังคม (Social Map) พบวากลุมของผูสูงอายุที่ประสบปญหา ทง้ั หมด 15,991 คน แยกเปน กลมุ ผูสูงอายุท่ีมีรายไดนอย 58,481 คนกลุมผูสูงอายุท่ีมีรายไดนอยเปนคนพิการ 5,954 คน และกลมุ ผูสูงอายุพกิ าร 493 คน จํานวนผูสูงอายุท่ีไดรับเงินตามกองทุนผูสูงอายุ พบวา ผูสูงอายุที่ไดรับอนุมัติต้ังแตป 2559–2561 ท้งั หมด 1,098 ราย เงินท่ีไดรับอนุมัติ 31,101,900 บาท และในป 2561 พบวาผูสูงอายุที่ไดรับอนุมัติ ทั้งหมด 296 ราย เงินท่ีไดรับอนุมัติ 8,364,500 บาท จังหวัดที่มีผูสูงอายุไดรับอนุมัติมากที่สุด คือ จังหวัดตราด จํานวน 115 ราย เงินท่ีไดรับอนุมัติ 3,328,000 บาท รองลงมา จังหวัดระยอง จํานวน 89 ราย เงินที่ไดรับ อนุมัติ 2,415,000 บาท ถดั มา จงั หวัดจันทบุรี จาํ นวน 86 ราย เงินท่ีไดรับอนุมัติ 2,457,000 บาท และจังหวัด ชลบรุ ี จํานวน 6 ราย เงินที่ไดร ับอนุมัติ 164,500 บาท ครอบครัว ครอบครัวท่ีมีอยูจริงในพื้นท่ีกลุมจังหวัดภาคตะวัน 4 จังหวัดนี้ ในการจัดเก็บขอมูล ผปู ระสบปญ หาทางสงั คม (Social Map) มีท้ังหมด 51,524 ครัวเรอื น รายไดโดยเฉลี่ยตอเดือนตอครัวเรือน จะสํารวจทุก 2 ป จึงเห็นไดวา ในป 2560 จังหวัดจันทบุรี มีรายไดโดยเฉล่ียตอเดือนตอครัวเรือน มากท่ีสุด จํานวน 32,893 บาท รองลงมา จังหวัดระยอง จํานวน 27,797 บาท ถัดมาจังหวัดตราด จํานวน 27,796 บาท และจังหวัดชลบุรี จํานวน 27,665 บาท หน้ีสินเฉล่ีย ตอ ครัวเรือน ในป พ.ศ. 2560 เหน็ ไดว า จงั หวดั ตราด หนี้สินเฉลย่ี ตอครัวเรือนมากท่ีสุด จํานวน 193,675 บาท รองลงมา จังหวัดจันทบุรี จํานวน 186,072 บาท ถัดมาจังหวัดชลบุรี จํานวน 170,023 บาท และจังหวัด ระยอง จาํ นวน 124,478 บาท รายงานประจําป 2561 14

สาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 สถานการณ EEC โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปนแผนยุทธศาสตรภายใต ไทยแลนด 4.0 โดยรฐั บาลมุงหวงั ใหโครงการ EEC ดึงดูดการลงทนุ จากท้งั ในและตางประเทศในพ้ืนท่ี 3 จังหวัด ในภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ซ่ึงเปนพ้ืนท่ีเดิมของโครงการพัฒนาอีสเทิรนซีบอรดท่ีเกิดข้ึน ในอดีต แมวาการดึงดูดการลงทุนมีความสําคัญตอการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะส้ัน เปาหมายท่ีแทจริง ของการพัฒนา EEC นอกจากจะวัดจากยอดลงทุนทไี่ ดรับ และจาํ นวนบรษิ ัทชน้ั นําระดบั โลกท่ีมา ลงทุนแลว ควรวัดจากความสามารถเทคโนโลยีของประเทศ และทักษะของแรงงานไทยที่เพ่ิมข้ึน ตลอดจนการปฏิรูปกฎระเบียบและการบริการภาครัฐท่ีจะตามมา และการสรางความเขมแข็งของชุมชน ในระยะยาว จากการทบทวนเอกสารทางวิชาการและผลงานวิจัยท่ีเกี่ยวของ สามารถสรุปไดวาการพัฒนา อตุ สาหกรรมจะสงผลกระทบที่ดีตอ ทอ งถิ่นได แตขณะเดยี วกันควรมีการควบคุมที่ดี เพ่ือรักษาส่ิงแวดลอม และ ไมเกิดปญหาในดานเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ซึ่งจะกระทบกันเปนลูกโซ โดยผลกระทบจากการพัฒนา อตุ สาหกรรมทาํ ใหเกดิ การเปลี่ยนแปลงวถิ ีชวี ิตของประชาชนในชุมชนในแตละบริบทแตกตางกัน ซ่ึงบทความนี้ เปนการวิเคราะหผลกระทบจากการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ในบริบทดานสังคม โดยแบงออกเปน 4 ดา น ดงั นี้ ผลกระทบทางสังคม ขอ เสนอแนะ 1. ดา นเศรษฐกิจ 1) นโยบายปองกันใหเขาถึงกลุมเปาหมาย ปญหาการคา มนุษยและบงั คบั ใชแรงงาน โดยเฉพาะธุรกิจคาประเวณี 2) นโยบายการปราบปรามการคา มนุษยจ รงิ จงั 2. คุณภาพชวี ติ ประชาชน ม า ต ร ก า ร ป อ ง กั น ผ ล ก ร ะ ท บ ต อ สุ ข ภ า พ ข อ ง ค น การขยายตัวของโรงงานอตุ สาหกรรม ในชุมชน เชน การกําจัดขยะ มลภาวะทางอากาศ จํานวนประชากรเพม่ิ ขึน้ สง ผลกระทบตอ นา้ํ เพ่ือรองรบั การขยายตวั โรงงานและประชากร มลภาวะทางอากาศ/น้ํา/ขยะ 3. โครงสรางพื้นฐาน ทอ่ี ยอู าศยั พฒั นาโครงสรางพ้ืนฐาน เชน ที่อยอู าศยั ให แรงงานตางถิ่นตองการที่อยูอาศัยที่ถูกสุขลักษณะ 1) เพยี งพอตอ การเพม่ิ ขนึ้ ของประชากร ในราคาทส่ี ามารถจา ยได 2) ราคาท่ีแรงงานและครอบครัวยายถ่ิน ระดับ รายไดส งู ปานกลาง นอ ย สามารถจายได 3) สภาพแวดลอมท่เี หมาะสมกบั การอยอู าศยั 4. ครอบครวั และชุมชน 1) เสริมทักษะของแรงงานใหตอบโจทยลักษณะ ปรบั เปลยี่ นวิถชี ีวติ รวมกลุมเพอื่ สงั คมนอ ยลง ง า น ท่ี เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง จ า ก ภ า ค เ ก ษ ต ร เ ป น เกษตร  อุตสาหกรรม (รับจา ง) ภาคอุตสาหกรรม 2) ใหประชาชนมีสวนรวมเสนอความตองการ ของชมุ ชน รายงานประจําป 2561 15

สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 หนว ยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษยใ นพน้ื ที่จังหวัดชลบุรี สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 ท่ตี ้ัง 172/9 ม.4 ต.บางละมงุ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 โทร. 038-240938 , 038-240939 โทรสาร. 038-240938 , 038-240939 สํานกั งานพฒั นาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษยจ ังหวดั ชลบรุ ี ทตี่ ้งั ศาลากลางจังหวัดชลบุรี ถนนมนตเสวี อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000 โทร. 038-277877 , 038-282586 โทรสาร. 038-285208 ศูนยเรียนรูการพฒั นาสตรแี ละครอบครวั เฉลิมพระเกียรตสิ มเด็จพระเทพฯ 36 พรรษา ทตี่ ั้ง 104 ม.3 ถ.สุขุมวทิ ต.บางละมุงจ.ชลบรุ ี 20150 โทร. 038-241072 โทรสาร.038-241766 สถานสงเคราะหเด็กชายบานบางละมุง ท่ตี ้งั 61 ม.3 ถ.สุขุมวิท ต.บางละมุง จ.ชลบรุ ี 20150 โทร. 038-241373 , 038-241492 โทรสาร. 038-240879 ศูนยพัฒนาการจัดสวัสดกิ ารสังคมผสู ูงอายบุ า นบางละมุง ทต่ี ัง้ 40 ม.4 ถ.สขุ ุมวิท ต.บางละมุง จ.ชลบรุ ี 20150 โทร. 038-241121 โทรสาร. 038-241759 สถานคุมครองและพัฒนาคนพิการ การณุ ยเวศม ทตี่ ง้ั 105 ม.3 ถ.สุขุมวิท ต.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 โทร. 038-241741-2 โทรสาร. 038-240137 สถานพฒั นาและฟน ฟูเด็กจงั หวัดชลบุรี ท่ีตง้ั 104/27 ม.3 ถ.สุขุมวิท ต.บางละมงุ จ.ชลบุรี 20150 โทร. 038-234402-3 โทรสาร. 038-234402-3 ศูนยค ุม ครองคนไรท่พี งึ่ จังหวัดชลบรุ ี ที่ตั้ง 61/1 ม.3 ถ.สุขมุ วทิ ต.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 โทร. 038-234430 โทรสาร. 038-234430 บา นพักเด็กและครอบครวั จังหวัดชลบุรี ที่ตั้ง 40 ม.4 ถ.สขุ ุมวทิ ต.บางละมุง จ.ชลบรุ ี 20150 โทร. 038-240220 โทรสาร. 038-240135 สาํ นกั งานเคหะชมุ ชนชลบุรี 1 (พัทยา) ทตี่ ัง้ 162 ม.2 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบรุ ี 20250 โทร. 038-078759-62 โทรสาร. 038-078759 ตอ 40401-7 รายงานประจําป 2561 16

สาํ นกั งานสง เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 สาํ นกั งานสง เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นกั งานเคหะชุมชนชลบรุ ี 2 (บานเซิด) ทตี่ ้ัง 37 ม.7 ถ.สายบา นโรงนา-นางู ต.หนาพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบรุ ี 20140 โทร. 038-466983 โทรสาร. - สํานกั งานการเคหะชุมชนแหลมฉบัง ที่ตงั้ 201 ถ.สขุ มุ วิท กม.129 ต.บางละมุง อ.บางละมงุ จ.ชลบรุ ี 20150 โทร. 038-494993-4 โทรสาร. 038-400155ตอ 40308 หนวยงานสังกดั กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนษุ ยใ นพืน้ ที่จงั หวดั ระยอง สาํ นกั งานพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษยจงั หวดั ระยอง ทต่ี ั้ง ศาลากลางจังหวดั ระยอง ต.เนินพระ อ.เมอื ง จ.ระยอง 21150 โทร. 038-694073-4 โทรสาร. 038-694016 สถานคมุ ครองสวัสดภิ าพเดก็ จังหวัดระยอง ท่ตี ้ัง 318 ถ.สขุ ุมวทิ ต.หว ยโปง อ.เมอื ง จ.ระยอง 21150 โทร. 038-684102 โทรสาร. 038-685647 ศนู ยค มุ ครองคนไรท พี่ ง่ึ จงั หวัดระยอง ท่ตี ัง้ 253/12 ม.1 ต.นิคมพัฒนา (กงิ่ )อ.นคิ มพัฒนา จ.ระยอง 21180 โทร. 038-636105 โทรสาร. 038-636455 บานพกั เด็กและครอบครัวจงั หวดั ระยอง ท่ีตงั้ 318 ถ.สขุ มุ วิท ต.หวยโปง อ.เมือง จ.ระยอง 21150 โทร. 038-684895 โทรสาร. 038-684895 สถานธนานุเคราะห 28 ที่ตัง้ 10/5-6 ถ.จนั ทรอดุ ม ต.ทา ประดู อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 21000 โทร. 038-617030 โทรสาร. 038-617185 สถานธนานเุ คราะห 35 ทตี่ ้ัง 625/48-49 ม.1 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 21140 โทร 038-025933 สาํ นกั งานเคหะชุมชนระยอง การเคหะแหง ชาติ ที่ตั้ง 200/30 ถ.สุขุมวทิ ต.หวยโปง อ.เมอื งระยอง จ.ระยอง 21000 โทร. 038-022047-8 โทรสาร. 038-022047-8 ตอ 40608 สํานกั งานเคหะชุมชนมาบตาพุด การเคหะแหงชาติ ทีต่ ัง้ 200/30 ถ.สุขุมวิท ต.หว ยโปง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 21000 โทร. 038-684293 โทรสาร. 038-685880 ตอ 40508 รายงานประจําป 2561 17

สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 สํานกั งานสง เสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 หนวยงานสังกดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี สาํ นักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจังหวัดจันทบุรี ท่ีตงั้ 1212/21 ถ.ทาแฉลบ ต.ตลาด อ.เมือง จ.จนั ทบรุ ี 22000 โทร. 039-312552 โทรสาร. 039-327868 ศนู ยค ุม ครองคนไรท ี่พึง่ จงั หวัดจันทบุรี ทต่ี ้งั 1/14-15 ม.2 ถ.รกั ศักด์ชิ มูล ต.ทาชา ง อ.เมอื ง จ.จันทบุรี 22000 โทร. 039-471708-9 โทรสาร. 039-471708 บานพกั เด็กและครอบครัวจงั หวดั จันทบุรี ทตี่ ้ัง 25/3 หมู 3 ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จนั ทบุรี โทร. 039-327577 โทรสาร. 039-327577 สาํ นักงานเคหะชมุ ชนจันทบุรี การเคหะแหง ชาติ ท่ีตั้ง 1/13 ม.12 ถ.พระยาตรัง ต.ทาชาง อ.เมืองจันทบรุ ี จ.จันทบุรี 22000 โทร. 039-321910 โทรสาร. 039-321910 หนว ยงานสังกัดกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ยในพ้ืนท่จี ังหวดั ตราด สาํ นักงานพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษยจ ังหวดั ตราด ท่ีตงั้ ศาลากลางจังหวดั ตราด ถ.ราษฎรนยิ ม ต.บางพระ อ.เมืองตราด จ.ตราด 23000 โทร. 039-525296 โทรสาร. 039-511588 ศนู ยค ุมครองคนไรทพ่ี ่งึ จงั หวัดตราด ท่ีตง้ั 1140-1141/1 ม.1 ถ.เนินตาแมว ต.วงั กระแจะ อ.เมือง จ.ตราด 23000 โทร. 039-512556 โทรสาร. 039-512556 บา นพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตราด ที่ตงั้ 79 ม.6 ต.หนองเสมด็ อ.เมืองตราด จ.ตราด 23000 โทร. 039-539616 โทรสาร. 039-539611 สถาบนั พัฒนาองคกรชุมชน (องคก ารมหาชน) สาํ นกั งานภาคกรุงเทพ ฯ ปรมิ ณฑล และภาคตะวันออก รับผิดชอบปฏิบัติงาน รวม 12 จังหวัด ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครนายก ปราจีนบรุ ี ฉะเชิงเทรา สระแกว ชลบรุ ี ระยอง จันทบุรี และตราด ท่ีตง้ั ช้นั 4 สถาบันพัฒนาองคก รชมุ ชน(องคการมหาชน) เลขท่ี 912 ถ.นวมินทร 45 แขวงคลองจั่น เขตบางกะป กรงุ เทพฯ 10240 โทร. 02-3788300 ตอ 8740,8555 โทรสาร. 02-3788398 รายงานประจาํ ป 2561 18

สาํ นกั งานสง เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 สวนที่ 2 1. รายละเอยี ดผลการดาํ เนนิ งานตามภารกจิ ประจาํ ปง บประมาณ 2561 2. โครงการศูนยเรยี นรูการพฒั นาสงั คมและจัดสวัสดกิ ารสงั คมในระดับพ้นื ทกี่ ลุมจังหวัด 3. โครงการวิจัยและพัฒนาการสือ่ สารเพ่อื ยตุ ปิ ญ หาการขอทาน 4. โครงการวจิ ัยรูปแบบการปองกนั และแกไขปญ หาขอทานแบบมีสวนรวม 5. โครงการวจิ ัยแบบจําลองการสง เสรมิ การใชประโยชนเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร เพื่อการจัดสวสั ดกิ ารสังคมใหกบั ผูส ูงอายุในเขตชนบท 6. โครงการวจิ ยั กระบวนการขับเคลื่อนการคมุ ครองพิทกั ษสทิ ธิสาํ หรบั กลุมหญิงไทย ทีต่ กเปนเหยื่อการคา มนษุ ยใ นตา งประเทศ 7. โครงการขบั เคล่ือนการบรู ณาการโครงการดานสังคมในระดับพืน้ ท่ี 8. โครงการจดั ทํารายงานสถานการณท างสังคมในระดบั กลุมจังหวัด 9. โครงการวดั อณุ หภมู ิทางสังคม TPSO POLL 10. โครงการขบั เคลื่อนการบรู ณาการโครงการดานสงั คมในระดับพ้นื ที่/จังหวดั กลุมจังหวัดและภาค 11. กิจกรรมการพัฒนาเวบ็ ไซตและเผยแพรข อมูลการประชุมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารการใชเ ทคโนโลยี สารสนเทศและส่อื ออนไลนเพ่อื การพฒั นาสังคม รายงานประจําป 2561 19

สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 1. รายละเอียดผลการดาํ เนนิ งานตามภารกิจประจําปง บประมาณ 2561 วนั ท่ี 30 กันยายน 2561 รายการท่รี บั จดั สรร งบประมาณทีไ่ ดรบั ผลการเบกิ จาย จํานวน รอยละ แผนงาน : บุคลากรภาครัฐ ผลผลติ : รายการคาใชจ า ยบุคลากรภาครัฐเสรมิ สรางสวัสดกิ ารสังคมและยกระดับคณุ ภาพชีวติ กิจกรรมหลัก : รายจา ยบคุ ลากรดา นพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย - งบบุคลากร 944,280.00 944,280.00 100.00 - งบดําเนนิ งาน 90,801.00 90,801.00 100.00 รวม 1,035,081.00 1,035,081.00 100.00 แผนงาน : พนื้ ฐานดานการแกไ ขปญ หาความยากจน ลดความเหล่ือมลํ้าและสรางการเตบิ โตจากภายใน ผลผลิต : ขอเสนอเชิงนโยบายเพอ่ื การพฒั นางานดานสงั คม กิจกรรมหลกั : จดั ทาํ ขอ เสนอแนะและพัฒนานโยบายและแผนดานพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย งบดําเนินงาน - งบบริหาร 939,417.42 939,396.87 100.00 - คาจา งเหมาบรกิ ารภายนอก 449,880.00 449,880.00 100.00 - คา สาธารณปู โภค 430,395.80 430,395.80 100.00 - โครงการศูนยบ รกิ ารทางวิชาการดา นพัฒนาสังคมและ 989,265.93 989,265.93 100.00 สวัสดิการสังคมในระดับกลมุ จังหวดั - โครงการขบั เคล่ือนการบูรณาการโครงการดา นสงั คมในระดับ 268,546.85 268,546.85 100.00 พ้ืนที่ - คาใชจ ายดาํ เนินการจดั ประชุมผตู รวจราชการ รอบ 1 17,970.00 17,970.00 100.00 - คา ใชจา ยจดั กิจกรรมประชมุ เวทีวิชาการและแสดงนวตั กรรมฯ 67,590.00 67,590.00 100.00 ในงาน Thailand Social Expo 2018 รวม 3,163,066.00 3,163,045.45 100.00 งบลงทนุ - โครงการพฒั นาพน้ื ท่หี นวยงานในเขตอําเภอบางละมุง (เฟส 2) 19,877,000.00 3,975,400.00 20.00 - ปรับปรงุ ซอมแซมอาคารสํานกั งาน 500,000.00 500,000.00 100.00 - ซอมแซมอาคารชดุ พักอาศยั 12 หอ ง 819,324.20 819,324.20 100.00 - พดั ลมติดผนังขนาด 16 นว้ิ 79,600.00 79,600.00 100.00 - พดั ลมอตุ สาหกรรมขนาด 22 น้ิว 12,000.00 12,000.00 100.00 รายงานประจาํ ป 2561 20

สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 รายการทีร่ บั จดั สรร งบประมาณที่ไดรับ ผลการเบิกจาย จํานวน รอ ยละ - ชดุ โตะทํางานพรอมเกา อ้ี 31,400.00 29,960.00 95.41 - กลองถา ยรูป 1 ตัว 33,050.00 32,540.00 98.46 - โปรเจคเตอร 2 เครอื่ ง 42,586.00 41,800.00 98.15 - ทวี ี 50 นวิ้ 2 เครอ่ื ง 36,980.00 36,980.00 100.00 - ทวี ี 40 น้ิว 2 เครือ่ ง 29,980.00 29,980.00 100.00 - จอรับภาพ 3,649.99 3,649.99 100.00 - เครอ่ื งปรบั อากาศ 2 เคร่อื ง 49,800.00 49,800.00 100.00 - โตะ พบั เอนกประสงค 50 ตวั 99,500.00 99,500.00 100.00 - เกาอ้ีจัดเลี้ยง 40 ตวั 27,600.00 27,600.00 100.00 - เกาอี้พลาสติก 60 ตัว 14,400.00 14,400.00 100.00 - โตะ ประชมุ 9,920.00 9,920.00 100.00 - เกา อส้ี ํานักงาน 3 ตัว 6,870.00 6,870.00 100.00 - ชุดโซฟารบั แขกพรอ มโตะ กลาง 40,660.00 40,660.00 100.00 - กระดานฟลปิ ชารต 3 ตัว 10,500.00 10,500.00 100.00 - เครือ่ งเคลือบบัตร 1 เครอ่ื ง 3,709.01 3,709.00 100.00 - เครอื่ งดดู ฝุน 1 เครอ่ื ง 4,900.00 4,900.00 100.00 - เครอ่ื งตัดหญา 1 เครอื่ ง 15,515.00 15,515.00 100.00 รวม 21,748,944.20 5,844,608.19 26.87 กจิ กรรมหลัก : บรหิ าจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร - คาบรกิ ารสือ่ สารและโทรคมนาคม 10,230.59 10,230.59 100.00 - คาวสั ดุคอมพิวเตอร 54,699.41 54,698.50 100.00 รวม 64,930.00 64,929.09 100.00 กจิ กรรมหลัก : อาํ นวยการและสนับสนุนงานดานการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย - คาใชจ า ยติดตงั้ คอมพิวเตอรแมขา ยและอุปกรณเ ครือขาย 34,190.00 34,190.00 100.00 ทดแทน รวม 34,190.00 34,190.00 100.00 แผนงาน : บูรณาการจดั การปญ หาแรงงานตา งดาวและการคามนุษย โครงการตอ ตา นการคามนุษย กจิ กรรมหลกั : การปอ งกันปญ หาการคามนษุ ย - คาใชจ า ยดาํ เนินการจัดประชุมผตู รวจราชการ รอบ 3 958,600.00 958,586.86 100.00 รวม 958,600.00 958,586.86 100.00 รายงานประจําป 2561 21

สํานกั งานสง เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 รายการทร่ี บั จัดสรร งบประมาณทไี่ ดรับ ผลการเบกิ จา ย จาํ นวน รอ ยละ แผนงาน : บูรณาการวจิ ยั และนวัตกรรม กิจกรรมหลัก : ศกึ ษาวิจัยเพ่อื สรางองคความรูในการพฒั นาสงั คม - โครงการวิจัยและพฒั นาการสอื่ สารเพ่อื ยุตปิ ญ หาการขอทาน 1,321,600.00 1,321,597.70 100.00 - โครงการวจิ ยั แบบจาํ ลองสง เสรมิ การใชป ระโยชนเทคโนโลยี 100,000.00 99,993.60 99.99 สารสนเทศและการสอ่ื สารเพอื่ การจัดสวสั ดกิ ารสงั คม ใหก บั ผสู ูงอายใุ นเขตชนบท - โครงการรูปแบบการปอ งกนั และแกไ ขปญหาขอทาน 100,000.00 99,994.10 99.99 แบบมสี ว นรว ม - โครงการวิจัยกระบวนการขับเคลอื่ นการคมุ ครองพทิ ักษส ทิ ธ์ิ 50,000.00 49,996.90 99.99 สาํ หรบั กลมุ หญงิ ไทยท่ตี กเปนเหย่ือการคามนุษยในตา งประเทศ รวม 50,000.00 49,996.90 99.99 รวมทง้ั ส้นิ 27,054,811.20 11,150,437.49 41.21 2. โครงการศนู ยเ รยี นรกู ารพัฒนาสังคมและจดั สวัสดิการสงั คมในระดับพื้นทกี่ ลุมจังหวดั ในปงบประมาณ 2561 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 จังหวัดชลบุรี ไดเปนเจาภาพ ดํ า เ นิ น ก า ร โ ค ร ง ก า ร ศู น ย เ รี ย น รู ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม แ ล ะ จั ด ส วั ส ดิ ก า ร สั ง ค ม ใ น ร ะ ดั บ พ้ื น ที่ ก ลุ ม จั ง ห วั ด มีวัตถุประสงคเพ่ือเปนศูนยตนแบบถายทอดความรูงานวิชาการดานการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม ท่ีเหมาะสมกับบริบทพื้นท่ี และเปนหนวยเคล่ือนที่ทางวิชาการเพ่ือใหบริการแกหนวยงานบริการ ทุกกลุมเปาหมายในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยและ ภาคีเครอื ขา ยท่เี กยี่ วขอ ง กลมุ เปา หมาย ขาราชการและเจาหนาท่ีสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 – 12 กองมาตรฐานการพัฒนา สงั คมและความมัน่ คงของมนษุ ย หนวยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย และ ภาคเี ครือขา ยทเ่ี กย่ี วขอ งในพื้นท่ี ในปงบประมาณ 2561 ไดจัดดําเนินการใหความรูทางดานวิชาการเปนโครงการ/กิจกรรม ดังตอไปน้ี ดาํ เนนิ การในฐานะเจา ภาพ 2.1) การประชุมจัดวางทศิ ทางการดําเนินงานของศูนยเ รียนรกู ารพัฒนาสังคมและจดั สวัสดิการสังคม การวางทิศทางการดําเนินงานของศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม เปนการให ความสําคัญกับการเตรียมความพรอม ดานระบบบริหารจัดการขอมูล ทรัพยากร และบุคลากร เพ่ือใหเปน รายงานประจาํ ป 2561 22

สํานักงานสง เสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 แหลงเรียนรู เสริมสรางนวัตกรรมทางสังคมท่ีเหมาะสมกับพื้นท่ี เปนศูนยรวมการใหบริการคําปรึกษาทาง วิชาการท่ีครบวงจร และเปนหนวยเชิงรุกในการสงเสริมและสนับสนุนวิชาการใหการปฏิบัติงานของหนวยงาน ในความรบั ผดิ ชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ชุมชน ทองถิ่น และภาคีเครือขาย ทเ่ี กี่ยวขอ งเกดิ การขับเคลื่อนงานใหไ ดมาตรฐานมีประสทิ ธภิ าพ และเหมาะสมกบั สภาพพนื้ ที่ กลุมเปา หมาย ขาราชการและเจาหนาท่ีสํานักงานสงเสริมและ สนบั สนุนวชิ าการ 1 - 12 จาํ นวน 44 คน ผลการดําเนินงาน ดําเนินการกําหนดทิศทางการดําเนินงานศูนย เรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่ กลุมจังหวัด ระหวางวันที่ 7 - 10 พฤศจิกายน 2561 ณ โรงแรมพักพงิ องิ ทาง บตู ิค โฮเทล จังหวดั นนทบุรี ไดมีการดําเนนิ การศูนย ดังน้ี ผลผลิตที่ 1 หนวยเคล่ือนท่ีทางวิชาการ มีลักษณะและวิธีการ 2 วิธีการ คือ จังหวัดเคล่ือนที่และ พม.เคลื่อนท่ีอยางนอ ย 10 ครง้ั - วัตถุประสงค เพื่อถายทอดและพัฒนาความรูใหกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคีเครอื ขา ยทเ่ี กีย่ วของ - กลมุ เปา หมาย องคกรปกครองสวนทองถ่ินและ ภาคเี ครือขาย - ขั้นตอนการดาํ เนนิ งาน  คั ด เ ลื อ ก พ้ื น ท่ี / ศึ ก ษ า ส ถ า น ก า ร ณ ทางสังคม  สํ า ร ว จ ค ว า ม ต อ ง ก า ร ข อ ง พื้ น ท่ี / เพิม่ ประเดน็ ขอ มลู  รวบรวม วิเคราะหขอมูลความตองการ ของแตล ะพื้นที่  ประสานพ้ืนที่ในการออกหนวยเคล่ือนท่ี ทางวชิ าการ  นํ า ผ ล ก า ร ป ร ะ เ มิ น ม า วิ เ ค ร า ะ ห เพ่ือวางแผนในปตอไป ผลผลิตท่ี 2 ทําเนยี บเครือขายการพัฒนาสงั คมและการจดั สวัสดิการสังคม + Google site จัดทําทําเนียบ เครือขายการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคมในพื้นท่ีกลุมจังหวัด ความรบั ผิดชอบของแตล ะ สสว. และจดั ทําขอ มูลโดยการปกหมุดลง Google site ผลผลิตที่ 3 พฒั นาเครอื ขายภาครฐั และเอกชนดานวิชาการพฒั นาสังคมในระดับพนื้ ท่ี - วตั ถปุ ระสงค เพือ่ ถายทอดและพัฒนาความรใู หก ับขา ราชการ,พนักงานของรฐั พม. รายงานประจาํ ป 2561 23

สํานักงานสง เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 - กลุมเปาหมาย ขาราชการ,พนกั งานของรัฐ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนษุ ย - ขน้ั ตอนการดําเนนิ งาน  แบบสํารวจความตองการ  กรอบหลักสูตร,วิทยากร (ไมกําหนดหลักสูตร แตใหอยูในกรอบเชิงประเด็น เชิงกลมุ เปาหมายและเชิงพ้นื ท)ี่  ดาํ เนินการตามกิจกรรม  ประเมนิ ผล/สรุปผลการดาํ เนินงาน ผลผลิตท่ี 4 องคความรู อยา งนอ ย 1 ชุด มติท่ีประชุม ชุดความรูของแตละ สสว. ควรมีเน้ือหาท่ีเกี่ยวของท้ังเชิงประเด็น เชิงเปาหมาย และเชงิ พ้ืนท่ี ในการจดั ชุดความรคู วรสอบถามและประสานกับพ้ืนที่ในความตองการของพื้นท่ีวาตองการศึกษา หาความรูใ นดานใด ในเรอื่ งการจัดสวสั ดกิ าร - วัตถุประสงค เพ่ือใหเกิดองคความรูดานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยสําหรับการ พัฒนากลุมเปา หมายและองคกรท่เี กีย่ วของ - ขอบเขต รวบรวม/ สราง /พัฒนา องคความรูที่เกี่ยวของกับภารกิจกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมัน่ คงของมนษุ ยและภารกิจดานการพัฒนาสังคมที่เก่ยี วของ - ขน้ั ตอนการดาํ เนินงาน  คนหาความตอ งการองคความรู o สาํ รวจความตองการ/วเิ คราะหส ถานการณใ นพน้ื ที่ o ประมวลผลขอมลู o วิเคราะห/ กําหนดองคความรู  กําหนดแผนงานโครงการสรางองคความรู o จดั ทาํ แผนงาน/โครงการ o ขออนุมัติดําเนนิ การ  การสราง/พัฒนาองคความรู o ดาํ เนินการศึกษา/วิจยั o ดําเนินการถอดบทเรยี น o สงั เคราะหเ ปน องคค วามรู  การถายทอดองคค วามรู o ออกแบบ/ผลติ สือ่ /คูมอื /หลักสูตร o เผยแพร/ ถา ยทอด  การประเมนิ ผล o ติดตามประเมนิ ผลการใชอ งคความรู o สรปุ รายงานผล o กาํ หนดแนวทางในปตอไป รายงานประจาํ ป 2561 24

สาํ นกั งานสง เสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 ผลผลิตที่ 5 เวทแี ลกเปล่ยี นเรียนรู จดั เวทอี ยางนอ ย 1 ครัง้ - วตั ถปุ ระสงค เพอื่ แลกเปล่ยี นประสบการณดาํ เนินงาน และประชาสมั พนั ธแหลง เรยี นรใู นพน้ื ที่ - กลุมเปาหมาย เครือขายหนวยงาน พม./อปท. และหนวยงานภาครัฐ , อาสาสมัคร , ภาคเอกชน , นกั เรียน , นกั ศกึ ษา - สถานท่ีจัดเวที สถานท่ีเอกชนหรอื ราชการ และแหลงเรยี นรู - ข้ันตอน  กาํ หนดประเดน็ แลกเปล่ยี น โดยกาํ หนดจาก ชดุ ความรู ความตอ งการของพ้นื ที่ และประเดน็ เรงดวน ของกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย  สาํ รวจขอ มูล (พน้ื ทเ่ี ดน )+ผสู นใจ  วิเคราะหและกําหนดกลุมเปาหมาย ผูนําเสนอหลัก ผูรวมแลกเปลี่ยนเรียนรู เจาของความรผู ปู ฏบิ ตั ิ หนว ยงานสนบั สนนุ  หัวขอ/ขอบเขตการพูดคุยในเวที เชน จุดเร่ิมตนการดําเนินงาน (ที่มา) วิธีการ ทํางาน หนวยงานสนับสนุน ผลท่ีเกิด (บทเรียนความสําเร็จ/ไมสําเร็จ) ส่ิงท่ีจะ พฒั นาตอไป - ประโยชนท่ีจะไดรับ มีทิศทาง มีแนวทางการพัฒนางานสูความสําเร็จ มีเครือขายการดําเนินงาน มปี ระกายความคิด “อยากทําใหส าํ เร็จ”  แผนการดาํ เนนิ งาน/งบประมาณ การประสานงานสาํ รวจขอ มลู และจดั เวทีอบรม 2.2) กิจกรรมอบรมหลักสูตรระเบียบการจดั ซ้ือจัดจา งและการบริหารพัสดภุ าครัฐ กิจกรรมจัดอบรมหลักสูตรระเบียบการจัดซื้อจัดจาง และการบริหารพัสดุภาครัฐ มีวัตถุประสงคเพื่อ ไดรับความรู ความเขาใจเกี่ยวกับกฎระเบียบที่เก่ียวของ ทราบถึงหลักการ แ ล ะ แ น ว ท า ง ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ที่ ส อ ด ค ล อ ง กั บ ร ะ เ บี ย บ กระทรวงการคลังวาดวยการพัสดุของหนวยงานภาครัฐ บทบาท หนา ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของเจาหนา ท่ีพัสดแุ ละผูเกย่ี วของ กลุมเปาหมาย ขาราชการและเจาหนาท่ีหนวยงาน พม. ในจังหวัดชลบุรี จํานวน 19 หนวยงาน ๆ ละ 3 คน เจา หนา ท่สี ํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 จํานวน 11 คน ทมี วทิ ยากร 2 คน รวมทง้ั หมด 70 คน ผลการดําเนนิ งาน ดําเนินการจัดอบรมหลักสูตรระเบียบการจัดซื้อจัดจาง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ในพฤหัสบดีวันท่ี 16 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมไอยรา แกรนด พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีวิทยากรใหค วามรู เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการดําเนินการ จัดซ้ือจัดจาง เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการใชจายงบประมาณ รายงานประจําป 2561 25

สํานักงานสง เสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 รายจายประจําปงบประมาณ 2561 ความเขาใจเกี่ยวกับการใชบัญชีผูประกอบการงานกอสรางของหนวยงาน ภาครัฐ แนวทางการปฏิบตั ิในการดําเนนิ การจดั ซ้อื จัดจางผา นระบบการจดั ซ้ือจดั จางภาครัฐดว ยอิเลก็ ทรอนิกส 2.3) ประชมุ เชงิ ปฏิบัติการติดตามผลการดําเนินงานของศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม ในระดับพ้ืนทก่ี ลมุ จังหวัด กลุม เปา หมาย ขาราชการและเจาหนาที่สํานักงานสงเสริมและสนับสนุน วิชาการ 1–12 สสว.ละ 3 คน เจาหนาท่ีสํานักงานสงเสริมและ สนบั สนนุ วิชาการ 3 และวิทยากร รวมจาํ นวน 42 คน ผลการดําเนินงาน ดําเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการดําเนินงาน ของศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพื้นท่ีกลุมจังหวัด ระหวางวันที่ 19 – 21 เมษายน 2561 ณ ศูนยการเรยี นรแู ละฝกอบรมดานผสู งู อายุจังหวดั ชลบุรี โดยมวี ิทยากรใหความรู ดงั นี้ 1) กลยทุ ธก ารบริหารจดั การศูนยเรียนรูฯใหเกดิ ความยงั่ ยนื 2) ฝกปฏิบัติ “การสรางกลยุทธการบริหารจัดการ ศูนยเ รยี นรูฯ ใหเกิดความยง่ั ยนื 3) การสงเสริมความรูเก่ียวกับกลุมเปาหมายตาง ๆ ใหแก หนวยงานในพื้นท่ีนาํ ไปใชใ นการทาํ งาน 4) การนําเสนอแผนงานและโครงการการบริหารจัดการ ศนู ยเ รยี นรูฯ ใหเ กดิ ความย่งั ยนื ผลท่ไี ดรับ ขาราชการและเจาหนาท่ีสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 - 12 เขาใจและไดเรียนรู การขับเคล่ือนกลยุทธการบริหารจัดการศูนยเรียนรูฯ ไปในทางเดียวกันสามารถสนับสนุนงานภาพรวม ของกระทรวงไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ 2.4) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการเสริมสรางความรูความเขาใจดานการปฏิบัติงาน สงั คมสงเคราะหส าํ หรับผูรับการนิเทศ กลุมเปา หมาย ขาราชการและคณะทํางานดานสังคมสงเคราะหหนวยงาน พมจ. 4 จังหวัดภาคตะวันออก เจาหนา ท่ีสํานกั งานสง เสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3 รวมทง้ั หมด 20 คน ผลการดําเนินงาน กจิ กรรมการชีแ้ จงแนวทางการเสริมสรางความรคู วามเขา ใจดานการปฏบิ ตั งิ านสังคมสงเคราะหสําหรับ ผรู ับการนเิ ทศ จัดเมอื่ วนั ท่ี 15 พฤษภาคม 2561 ณ หองประชุมสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 จังหวัดชลบุรี โดยมี ผูอํานวยการสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 (นางสาวมนิดา ล่ิมนิจสรกุล) รายงานประจําป 2561 26

สํานักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 เปน วทิ ยากรถา ยทอดความรใู นการสรา งความเขา ใจและเตรียมความพรอมการเปนผูนิเทศงานสังคมสงเคราะห ในพ้ืนท่ีจังหวัด กลุมจังหวัด ตลอดจนวางงานทั้งแบบจัดทํา Action Plan ของจังหวัด เพ่ือใหเปนไปใน แนวทางเดียวกัน 2.5) จัดประชุมเชิงปฏบิ ัตกิ ารเวทแี ลกเปลี่ยนเรียนรูการพัฒนาศักยภาพผูปฏิบัติงานในการคัดแยกผูเสียหาย จากการคามนุษย กลุม เปา หมาย ขาราชการ เจาหนาที่ คณะทํางานดานสังคมสงเคราะหหนวยงาน พมจ. 4 จังหวัดภาคตะวันออก เจาหนาที่สํานักงานสงเสริมและสนับสนุน วิชาการ 3 และวทิ ยากร รวมทงั้ หมด 50 คน ผลการดาํ เนนิ งาน ดําเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเวทีแลกเปล่ียนเรียนรูการพัฒนา ศักยภาพผูปฏิบัติงานในการคัดแยกผูเสียหายจากการคามนุษย ระหวางวันท่ี 15 – 17 สิงหาคม 2561 ณ ศูนยฝกอบรมการทองเที่ยวแหงประเทศไทย บางแสน อาํ เภอเมอื งชลบรุ ี จงั หวดั ชลบรุ ี 2.6) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนโครงการศูนยเรียนรู การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพ้ืนที่กลุม จังหวัด กลมุ เปาหมาย ขาราชการและเจาหนาที่สํานักงานสงเสริมและสนับสนุน วิชาการ 1,2,4 – 12 ทีมวทิ ยากร และเจา หนาทีส่ ํานกั งานสงเสริมและ สนบั สนุนวชิ าการ 3 รวมจํานวน 42 คน ผลการดาํ เนนิ งาน ดําเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนโครงการ ศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพ้ืนท่ี กลุม จังหวัด ระหวา งวันที่ 22 – 24 สงิ หาคม 2561 ณ ศูนยฝกอบรม การทองเท่ียวแหงประเทศไทยบางแสน อําเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดยการถอดบทเรียนศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคม และจัดสวัสดิการสังคม ปงบประมาณ 2561 มีการใหความรู เ ติ ม เ ต็ ม แ น ว ท า ง ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น ศู น ย เ รี ย น รู ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม และจัดสวัสดิการสังคมปงบประมาณ 2562 และจัดทําแผน การดําเนินงานศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม ปง บประมาณ 2562 รายงานประจําป 2561 27

สํานักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 2.7) จดั อบรมพัฒนาศักยภาพผูปฏิบตั ิงานนกั สังคมสงเคราะหด านการปองกันและแกไขปญหาขอทาน กลุมเปาหมาย ขาราชการ เจาหนาที่ คณะทํางานดานสังคม สงเคราะหหนวยงาน พมจ. 4 จังหวัดภาคตะวันออก หนวยงาน ภาครัฐ หนวยงาน NGO เจาหนาที่สํานักงานสงเสริมและ สนับสนุนวชิ าการ 3 และวิทยากร รวมทั้งหมด 40 คน ผลการดาํ เนินงาน จั ด อ บ ร ม พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ ผู ป ฏิ บั ติ ง า น นั ก สั ง ค ม สงเคราะหดานการปองกันและแกไขปญหาขอทาน ระหวางวันที่ 19 - 21 กันยายน 2561 ณ ศนู ยก ารเรียนรแู ละฝกอบรมดา นผสู งู อายจุ ังหวดั ชลบรุ ี อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เปนการใหความรู ในดานสิทธิมนุษยชน สิทธิประชาชน การนําหลักสังคมสงเคราะหมาใชในการปฏิบัติงานกับกลุมเปาหมาย การเขียนรายงาน การประสานสงตอผูรับบริการ การคุมครองตนเองของผูปฏิบัติงาน จรรยาบรรณ ในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห เพ่ือใชประโยชน ในการพัฒนาตนเองและหนวยงานตอ ไป 3. โครงการวจิ ยั และพัฒนาการสือ่ สารเพอ่ื ยุติปญ หาการขอทาน “การส่ือสาร” เปนกลยุทธที่มีความสําคัญที่สุด ที่จะนําไปสูการรับรู เรียนรู ใหเกิดความเขาใจ ที่ถูกตองตรงกันของผูถายทอดและผูรับฟงขอมูลท้ังองคกรต้ังแตระดับนโยบายไปจนถึงระดับปฏิบัติการ ในดานขอทาน ทําใหสามารถกําหนดแนวทางการปฏิบัติรวมกันไดอยางถูกตองเหมาะสมและนําไปสูเปาหมาย ทตี่ งั้ ไวอยางมที ิศทางเพอื่ ใหเ กดิ ประสทิ ธิภาพและเกิดประสิทธิผลสงู สดุ วัตถุประสงค 1. เพอื่ ศึกษาองคค วามรูด านการสื่อสาร 2. เพอ่ื ศึกษากระบวนการยตุ ิปญหาขอทาน 3. เพื่อพัฒนาองคความรูดานการสื่อสาร 4. เพื่อศึกษาผลของการพฒั นาองคความรดู า นการสือ่ สาร เพ่ือยุติปญหาการขอทาน ขอบเขตการศึกษา การศึกษาครั้งน้ีดําเนินการครอบคลุมเขตพื้นท่ีภาคตะวันออก ของประเทศไทยซ่ึงเปนพื้นท่ีเขตความรับผิดชอบของสํานักงานสงเสริม และสนับสนุนวิชาการ 2 และ สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 โดยมีขอบเขตการศึกษาดานตางๆ ดงั น้ี รายงานประจําป 2561 28

สํานกั งานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 ขอบเขตพื้นท่ี ทําการศึกษาครอบคลุมพน้ื ทภี่ าคตะวนั ออก 7 จังหวดั อันประกอบดวย จังหวัดสระแกว จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา (เขตรับผิดชอบของสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 2) จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด (เขตรบั ผดิ ชอบของสํานักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3) ขอบเขตเนื้อหา เนื้อหาในการศึกษาจะครอบคลุมองคความรู ดานการสื่อสารเพอื่ ยตุ ปิ ญหาการขอทาน การสรางกระบวนการเรียนรู การสรางความรูความเขาใจในการใหทานถูกวิธี ดวยการใช แบบสัมภาษณ การสังเกต การเก็บขอมูลโดยการสนทนากลุม (Focus Group) เพ่ือแลกเปล่ียนเรียนรูรวมกันระหวางผูที่มี สวนเก่ียวของดานคนขอทาน รวมท้ังการศึกษาวรรณกรรมจากเอกสารท่ีเกี่ยวของเพื่อสรางกลยุทธการสื่อสาร ในการยุติปญ หาการขอทานตอไป ขอบเขตประชากร สําหรับประชากรเปาหมาย ในการศกึ ษาครัง้ น้ี ประกอบดวย 1. หนวยงานหลักท่ีรับผิดชอบในการควบคุมและพัฒนา คุณภาพชีวิตผูกระทําการขอทาน ไดแก ศูนยคุมครองคนไรท่ีพึ่ง ในเขตพ้ืนท่ีภาคตะวันออก 7 จังหวัด ศูนยคุมครองคนไรที่พึ่ง กรงุ เทพมหานคร และสาํ นักงานพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษยจงั หวัดในพื้นท่ีภาคตะวันออก 2. ภาคีเครือขายดานการส่ือสารทางสังคม อาทินักจัดรายการวิทยุ ผูเกี่ยวของกับการประชาสัมพันธ หนวยงานภาครฐั และเอกชน สรุปผลการศึกษา จากผลการวิจัย สามารถสรุปสถานการณปญหาการ ขอทานและมาตรการ การจัดการปญหาการ ขอทาน ตลอดจน ขอเสนอแนะเพื่อการ จัดการปญ หาการขอทาน ไดดงั น้ี ปญหาการขอทานในพื้นท่ีภาคตะวันออกเปนปรากฏการณ ปญหาท่ีมีความสลับซับซอนและเปนสถานการณที่ตองการการจัดการอยางเรงดวนและจริงจังเน่ืองจากพบวา มีขอทานตา งดา วในทกุ จงั หวดั ภาคตะวันออก โดยสว นใหญจะเปน ขอทานท่ีมากระทําการขอทานซ้ํา ซ่ึงขอทานตางดาวเหลานี้ได พัฒนารูปแบบและกลยุทธในการขอเงินและสรางความนาสงสาร เพ่ือใหผูใหมอบเงินหรือส่ิงของ กลาวคือผูกระทําการขอทานรูถึง นิสัยคนไทยวามีความสงสาร โอบออม ชอบชวยเหลือผูอ่ืนท่ีตก ทุกขไดยาก มีความยากลําบากโดยเฉพาะกลุมผูดอยโอกาส รายงานประจําป 2561 29

สาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3 คนพิการ ผูสูงอายุ ขณะท่ีผูใหเงินขอทานยังคงมองวาการใหเงินขอทานเปนส่ิงท่ีดีที่ควรกระทําเพราะการ ชวยเหลอื ผูที่ตกทุกขไ ดย ากโดยไมร บั รถู งึ ปญ หาและผลกระทบจากการใหเ งินขอทาน ทําใหเห็นไดวาจําเปนตอง มีการสื่อสารสรางการรับรูและความเขาใจท่ีถูกตองตอกลุมผูใหเพื่อนําไปสูการปรับเปล่ียนพฤติกรรมคือ “หยุดใหเ งนิ ขอทาน” อนั เปน วิธีการหนง่ึ ทีจ่ ะยตุ ิปญ หาการขอทาน นอกจากนี้ ผูกระทําการขอทานจะรูถึงขอกฎหมาย และแนวทางการปฏิบัติของเจาหนาท่ี (มาตรการ การจัดระเบียบขอทาน) รวมถึงการบังคับใชกฎหมายท่ียังขาดประสิทธิภาพ กลาวคือ การไมบังคับกฎหมาย อยางเขมงวดจริงจัง เชน การใชวิจารณญาณในการปรับเงินขอทานโดยไมมีการกําหนดคาปรับที่ชัดเจน เปนมาตรฐาน หรือการไมดําเนินคดีอยางเด็ดขาดกรณีขอทานตางดาว ประกอบกับรูปแบบระบบการทํางาน ของขอทานเปนระบบท่ีมีการจัดการท่ีมีประสิทธิภาพโดยจะมีกลุมคน ไทยเขาไปมสี วนเก่ยี วของในการเปน ธรุ ะ นาํ พาผูกระทําการขอทานไป น่ังขอทานตามจดุ ตางๆ ทําใหสถานการณปญหาการขอทานยังคงเปน ภาวะท่นี า เปน หวง ยิ่งไปกวาน้ัน ผูที่เกี่ยวของโดยเฉพาะเจาหนาที่ของรัฐ หนวยงานตางๆ ในพื้นท่ีไมรับรูถึงปญหาการขอทาน และแนวทาง การปฏิบัติในการจัดการปญหาการขอทาน ตลอดจนข้ันตอนการทํางานของหนวยงาน และการทํางานรวมกัน ระหวางหนวยงานท่ีจะเสริมศักยภาพซ่ึงกันและกันในลักษณะสหวิชาชีพและสหวิทยาการ ทําใหการจัดการ ปญ หาขอทานขาดประสิทธภิ าพ ไมม ีทิศทางเปาหมายทีช่ ัดเจน ในขณะที่ทัศนะของคนไทยท่ัวไปไมรูจักปญหาและผลกระทบของการขอทาน ไมมองวาขอทาน เปน ปญหาอาชญากรรมและปญหาสงั คมในรปู แบบหน่ึง ตลอดจนไมทราบถึงเสนทางการขอทาน ผลประโยชน และรายไดจากการขอทาน ไมทราบถึงแนวทางและ วิธีการทํางานของเจาหนาท่ีทําใหเกิดทัศนะทางลบ อาทิ มองวาเจาหนาที่ไปกล่ันแกลงผูกระทําการขอทาน มีการตอวา ตําหนิเจาหนาท่ีท่ีปฏิบัติงาน รวมถึงไมให ความรว มมอื หรือการแจงเบาะแสตอเจาหนาที่ ขอเสนอแนะจากการวจิ ัยครัง้ นี้ 1. เงื่อนไขสําคัญในการจัดการปญหาการขอทานคือ การสรางความรูความเขาใจที่ถูกตองเก่ียวกับปญหาการขอทาน แ ล ะ ผ ล ก ร ะ ท บ ท่ี เ กิ ด ขึ้ น จ า ก ก า ร ข อ ท า น ดั ง น้ั น ค ว ร มุ ง ก า ร ส่ื อ ส า ร กั บ สั ง ค ม ใ น ก า ร ยุ ติ ก า ร ใ ห เ งิ น ข อ ท า น ไปยังกลุมผูให โดยมาตรการการสื่อสารดังกลาวตองทําใหเปน วาระแหงชาติ และดําเนินการโดยผูท่ีมีสวนสําคัญในการสราง การยอมรบั และการเปลีย่ นแปลงพฤติกรรม อาทิ ผูนาํ ทางสงั คม ผนู ําทางศาสนา รายงานประจาํ ป 2561 30

สํานกั งานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 2. ควรมีการกําหนดนโยบายและเปาหมาย การจัดการปญ หาการขอทานท่ีชัดเจนตั้งแตนโยบาย ระดับชาติ และนโยบายการจัดการปญหาขอทานใน ระดับพ้ืนท่ีจังหวัด โดยกําหนดใหปญหาการขอทาน เปนวาระแหงชาติท่ีตองเรงแกไข เนื่องจากผูกระทํา การขอทานเปนชาวตางชาติและมีลักษณะกระทําผิด ซํ้า รวมถึงมีลักษณะการกระทําผิดในลักษณะกลุม/ ขบวนการ ซ่ึงเขาขายขบวนการอาชญากรรม ขา มชาติ ท่อี าจกระทบตอความมนั่ คงของประเทศ 3. คณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานระดับจังหวัดควรเปนกลไกในการขับเคลื่อนงานปองกัน และจัดการปญหาการขอทานอยางเปนระบบเชิงบูรณาการ ต้ังแตการสํารวจศึกษาสถานการณปญหา การขอทาน การกําหนดแนวทางการปฏิบัติงานรวมกัน ระหวางหนวยงาน และการติดตามประเมินผล การจดั การปญหาการขอทานอยา งตอ เนื่อง 4. การกาํ หนดแนวทางการปฏิบัติในการจัดการ ปญ ห า กา ร ข อ ทา น ท่ี เ ปน ม า ตร ฐ า น ที่ชั ด เ จ น โดยเฉพาะการจับปรับ การดําเนินคดี รวมถึงการ พัฒนารูปแบบการควบคุมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผูกระทําการขอทานท่ีจะนําไปสูการปรับเปล่ียนพฤติกรรม (ไมม ากระทาํ การขอทานซ้ํา) 5. การปรับรูปแบบการจัดระเบียบการขอทานโดยเนนการรณรงคเพื่อสรางการรับรูและความ เขาใจท่ีถูกตองเกี่ยวกับปญหาและผลกระทบจากการขอทาน (ท่ีผานมา การจัดระเบียบขอทาน เนนไปท่ีการจัดการในกลุมผูขอ/ ขอทาน ซึ่งไดผลนอยลงเนื่องจากกลุมผูกระทําการขอทานจดจําใบหนา และรูแนวทาง ตลอดจนแผนการฏิบัติงาน ของเจาหนาท่ี) เพ่ือใหประชาชนทั่วไป มี ก า ร รั บ รู ท่ี ถู ก ต อ ง อั น นํ า ไ ป สู ก า ร ยุ ติ การใหเงินขอทาน และใหความรวมมือ กับเจาหนาท่ีในการแจงเบาะแสขอทาน ร ว ม ถึ ง ผู ที่ อ ยู ใ น ภ า ว ะ ย า ก ลํ า บ า ก ดอยโอกาสหรอื เสีย่ งตอ การเปน คนไรท่ีพึ่ง 6. ควรมีการพัฒนาความรวมมือกับประเทศเพ่ือนบานเพื่อกําหนดแนวทางการปองกันปญหา การขอทาน ตลอดจนปญหาอาชญากรรมระหวางประเทศ ไมวาจะเปนการลักลอบเขาเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือปญ หาการคา มนษุ ย (การแสวงหาประโยชนจ ากผูอ ่นื ในรูปการนําคนมาขอทาน) รายงานประจําป 2561 31

สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 4. โครงการวจิ ยั รูปแบบการปอ งกับและแกไขปญ หาขอทานแบบมีสวนรว ม ผูกระทําการขอทานเปนกลุมเปาหมายสําคัญในงาน ดานนโยบายสวสั ดิการสงั คมและการสังคมสงเคราะห ประกอบ กับประเทศไทยไดเล็งเห็นคุณคาความเปนมนุษยและตระหนัก ถึ ง ส ภ า พ ป ญ ห า ที่ เ กิ ด ขึ้ น กั บ ก ลุ ม เ ป า ห ม า ย ดั ง ก ล า ว จึ ง ไ ด ป ร ะ ก า ศ พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร ค ว บ คุ ม ก า ร ข อ ท า น พ.ศ.2559 เพ่ือใหเกิดแนวทางการคุมครอง การควบคุม การพัฒนาคุณชีวิตขอทาน และแยกผูแสดงความสามารถออกจากผูกระทําการขอทาน ทั้งน้ี เพื่อเปนการ แกปญหาสังคมและปรับปรุงการคุมครองสวัสดิภาพของบุคคล ใหเหมาะสมยิ่งข้ึน อีกท้ังเพื่อกําหนดความผิดทางอาญา แ ก ผู ห า ป ร ะ โ ย ช น จ า ก ค ว า ม ไ ม ส ม ป ร ะ ก อ บ ท า ง ร า ง ก า ย สติปญญาหรือจิตใจของผูอื่น การคุมครองและพัฒนาคุณภาพ ชวี ติ ขอทานตามกฎหมายดังกลา วเปน การชว ยเหลอื บําบัดรักษา ฟนฟูสภาพรางกายและจิตใจ ตลอดจนการฝกอาชีพให ผูทําการขอทานดังกลาว จําเปนตองอาศัยความรวมมือและ การขบั เคลื่อนรวมกนั จากหลายหนว ยงานทเี่ กีย่ วของอันนําไปสูการยตุ ิการขอทานตอไป วัตถุประสงค 1. ศกึ ษาสถานการณป ญหาและอุปสรรคในการทาํ งานดานการจดั การปญ หาขอทาน 2. ศึกษาแนวทางการจดั การและการปองกนั ปญหาขอทานภายใตม มุ มองสหวิชาชีพ 3. พฒั นารปู แบบการจัดการและการปองกนั ปญหาขอทานอยา งมสี ว นรวม ขอบเขตการศกึ ษา การศึกษาครั้งนี้ดําเนินการศึกษาในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบ สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 อันประกอบดวย จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ซึ่งจากวัตถุประสงคการวิจัย รูปแบบการวิจัย รวมถึง การออกแบบ (Research Design) ไดกําหนดวิธีการวิจัยโดย ประยุกตใชวิธีการวิจัยท่ีหลากหลายเพ่ือตอบวัตถุประสงคการวิจัย ทําใหวิธีการวิจัยในงานวิจัยช้ินนี้มีลักษณะ ผสมผสานหลายวิธกี าร (Mixed Method) ดงั เชน 1. ใชวิธีการวิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) และ แบบสํารวจขอมูลภาคสนาม (Questionnaire) ในการเก็บรวบรวม ขอมูลสถิติหนวยงานรวมถึงสถานการณปญหาการขอทาน ท่ี เ กิ ด ข้ึ น ใ น เ ข ต พ้ื น ที่ รั บ ผิ ด ช อ บ สํ า นั ก ง า น ส ง เ ส ริ ม แ ล ะ สนับสนนุ วิชาการ 3 รายงานประจําป 2561 32

สํานักงานสง เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 2. ใชวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณผูใหขอมูลหลัก (Key informants Interviewing) การจดั ประชมุ อภปิ รายกลมุ ยอย (Focus Group Discussion) การลงพนื้ ทรี่ วมปฏิบัติการและการสังเกตการณ อยางมีสวนรวม (Participation Observations) เกี่ยวกับการ จัดระเบียบขอทาน การศึกษาดูงาน (Site Visit) เกี่ยวกับ ปฏิบัติการท่ีดี (Good Practice) ในการจัดการปญหาการ ขอทานและการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุมเส่ียง การจัดประชุม เชิงปฏบิ ตั กิ าร (Workshop) การศึกษาขอมูลจากเอกสารหลัก (Critical Desk Review) ในลักษณะการวิจัยเชิงเอกสาร โดยมีการวิจัยเอกสารท้ังเอกสารระดับปฐมภูมิและเอกสาร ระดับทุติยภูมิ และการจัดเวทีรับฟงความคิดเห็นตองานวิจัย/การวิพากษผลการวิจัย และเทคนิควิธีการ ถอดบทเรยี น (Lesson Learnt) แบบ After Action Review สรปุ ผลการศกึ ษา จากผลการวิจัย สามารถสรุปสถานการณปญหา การขอทาน แนวทางการจัดการและการปองกันปญหาขอทาน ภายใตมุมมองสหวิชาชีพ และรูปแบบการจัดการและการปองกัน ปญ ห า ข อ ท า น อ ย าง มี ส ว น ร ว ม ต ล อด จ น ข อ เ ส น อ แ น ะ เพอื่ การจดั การปญ หาการขอทาน ไดด งั น้ี 1. สถานการณปญหาและอุปสรรคในการทํางานดาน การจัดการปญหาขอทาน ประเทศไทยมีการกระจายตัวของปญหาขอทานอยูทั่วไปในทุกภูมิภาค ในหัวเมือง ใหญและสถานท่ีท่มี คี วามเจริญ เชน ตลาดนดั แหลง ทอ งเทยี่ ว วดั งานประจําป งานวัด สถานีรถไฟ ตลาดชุมชน หา งสรรพสนิ คา โดยทาํ การขอทานในชว งเวลากลางวันและเย็นที่ผูคนพลุกพลาน มีทั้งชาวไทยและชาวตางชาติ ไดแก กัมพูชา พมา จีน ลาว เวียดนาม และอื่นๆ รวมถึงบุคคลไรรากเหงาท่ีไมมีสัญชาติไทย ซึ่งเปนกลุม เปราะบาง สงผลกระทบใน 3 ดานที่สําคัญคือ 1) ดานความเปนระเบียบของชุมชน 2) ดานความ ปลอดภัยของคนในชุมชน และ 3) ดานเศรษฐกิจ การทองเที่ยวของชุมชน สะทอนถึงสวัสดิการที่ไม ทั่วถึงและเพยี งพอ 2. แนวทางการจัดการและการปองกัน ปญหาขอทานภายใตมุมมองสหวิชาชีพ มี 2 กรณี คือ 1) ไมมีการกําหนดเปาหมายในการทํางานรวมกัน ซ่ึ ง กํ า ห น ด โ ด ย ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม แ ล ะ ความมั่นคงของมนุษย 2) มีการกําหนดเปาหมาย ในการดําเนินงานรวมกัน โดยคณะอนุกรรมการ ควบคุมการขอทานจังหวัด ผลท่ีเกิดขึ้นประชาชน ในพื้นที่เร่ิมเขาใจกระบวนการดําเนินงานมากขึ้น รายงานประจําป 2561 33

สํานักงานสง เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานกั งานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 เขารวมเปนเครือขายในการแจงผูกระทําการขอทาน แตมีบางพ้ืนท่ียังไมเขาใจกระบวนการดําเนินงาน โดยเฉพาะผูที่มีอายุ 50 ปขึ้นไป ที่ยังมีการทําบุญคูกับการทําทาน จํานวนผูทําการขอทานลดลง เนื่องจากการจัดระเบียบและการลงพ้ืนท่ีของเจาหนาที่ แตยังมีบางรายกลับมาขอทานซํ้า เนื่องจากครอบครัว ไมใ หค วามสนใจ และการไมเกรงกลัวกฎหมาย 3. รูปแบบการจัดการและการปอ งกันปญหาขอทานอยางมสี วนรวม มี 5 รปู แบบ คอื รูปแบบท่ี 1 การรณรงคประชาสัมพันธเพื่อสรางความเขาใจท่ีถูกตอง ประกอบดวย 3 วิธีการหลัก 1) การรณรงคประชาสัมพันธเพ่ือสื่อสารสรางความเขาใจเกี่ยวกับ พฤติกรรมขอทาน (การรับรูถึงปญหาและผลกระทบ) 2) การสราง ค ว า ม ร ว ม มื อ กั บ พ อ ค า แ ม ค า ค น ใ น พื้ น ที่ ชุ ม ช น แ ล ะ 3) การรณรงคใหความรูที่ถูกตองเก่ียวกับการใหทานถูกวิธี ภายใตห ลักการที่วา “งดใหเงินขอทาน” รูปแบบท่ี 2 การพัฒนาคุณภาพชีวิตผูกระทําการขอทาน ประกอบดวย 3 วิธีการหลักคือ 1) การพัฒนาคุณภาพชีวิต ผูกระทําการขอทาน ผานกระบวนการพัฒนาศักยภาพ และฝกอาชีพ 2) การควบคุมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผูก ร ะ ทํ า ก า ร ข อท า น ต า ม แ น ว ทา ง แ ล ะ ข อ ป ฏิ บั ติ ข อ ง ส ถ า น คุ ม ค ร อ ง แ ล ะ พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต ผู ก ร ะ ทํ า การขอทาน และ 3) การคุมครองและสงเสริมสวัสดิภาพ ขอทานเดก็ รูปแบบที่ 3 การปองกันมิใหกลับมาขอทานซ้ํา ประกอบดวย 3 วิธีการหลักคือ 1) การสังคมสงเคราะห โดยมุงเนน การพัฒนาทักษะ และการฝกอาชีพเพ่ือใหเกิดการชวยเหลือพ่ึงพาตนเองได โดยเนนการสรางคุณคา ตนเอง 2) การปราบปรามและดําเนินคดีอยางเด็ดขาดผานการบังคับใชกฎหมายจริงจังโดยการดําเนินคดี บนความรว มมือระหวางหนวยงานท้ังในและระหวางประเทศ และ 3) การจดั การระบบฐานขอมูล รูปแบบท่ี 4 การสืบสวนจับกุมและปราบปราม ขบวนการหรือแกงขอทาน ประกอบดวย 6 วิธีการหลักคือ 1) การปราบปราม สืบสวนจับกุมกลุมขบวนการขอทาน 2) การสรางการรับรูปญหาขอทานไปยังผูใหเพ่ือยุติการใหเงิน ขอทาน 3) การสรางความรวมมือระหวางหนวยงาน ในการปราบปรามการขอทาน 4) การจําแนกวิธีการ ประเภท ขบวนการขอทานเพ่ือสรางความตระหนักและรับรูใหแก หนวยงานท่ีเกี่ยวของ 5) การกํากับดูแลการปฏิบัติงานของผูบังคับใชกฎหมายใหมีการดําเนินการอยาง เครงครัด จริงจัง และ 6) การสรางความรวมมือระหวางหนวยงานระหวางประเทศ (Interpol) เพื่อรวมกัน จัดการอาชญากรรมระหวางประเทศ/ขา มชาติ รายงานประจําป 2561 34

สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 รูปแบบท่ี 5 การพัฒนานโยบายการจัดการปญหาการ ขอทานในระดบั พืน้ ท่ี ประกอบดว ย 5 วธิ ีการหลักคือ 1) การกําหนด แ น ว ท า ง ก า ร จั ด ก า ร แ ล ะ ค ว บ คุ ม ก า ร ข อ ท า น ท่ี ส อ ด ค ล อ ง กั น ท้ังระดับชาติและระดับจังหวัด 2) การประชุมกําหนดขั้นตอนและ ซักซอมบทบาทการทํางานระหวางหนวยงาน 3) การกําหนด นโยบายระดับกระทรวง 4) การสงเสริมความรวมมือและการมีสวน รวมของพื้นที่ชุมชน รวมถึงหนวยงานในระดับพ้ืนท่ีชุมชน และ 5) การอบรมใหความรู ความเขาใจท่ีถูกตองเก่ียวกับการ จัดการปญ หาขอทานตามบทบาทอํานาจหนาท่ีทางกฎหมาย และกําหนดแนวทางการบูรณาการการทํางานระหวาง หนวยงาน ขอ เสนอแนะจากการวจิ ยั ดังนี้ 1. การสรา งการรับรขู องสงั คมเกี่ยวกับการงดใหเงิน ขอทานผานการประชาสัมพนั ธเชงิ รุกมากขน้ึ โดยเนนเขาถึงพื้นท่ีในระดับหมูบานโดยสื่อสารผานผูนําทางสังคม ผนู าํ ทางความเชอื่ ผนู ําชมุ ชน ในลักษณะ Mass Media เชน การทาํ สปอตโฆษณาทางโทรทศั นหรือวทิ ยุ 2. หนว ยงานที่เก่ยี วของควรมีการกําหนดแนวทางการ จัดการปญหาอยางเปนกระบวนระบบต้ังแตการปองกัน และแกไขปญหาขอทาน และติดตามผล โดยควรมีมาตรการ รองรบั และผรู ับผดิ ชอบท่ชี ัดเจน 3. ควรมีการบังคับใชกฎหมายใหเต็มรูปแบบ และ เขมขน จริงจัง ทั้งมาตรการการจับกุม การปรับและ การดําเนนิ คดีในกรณขี อทานตางชาติ 4. การดําเนินงานดานการจัดการปญหาขอทาน ควรเปนหนาท่ีหลักของศูนยคุมครองคนไรท่ีพึ่ง แบบเบ็ดเสรจ็ (One stop service) ท้ังเรื่องงบประมาณ และเรอื่ งบุคลากร 5. ควรมีการประชุมและซักซอมความความรูความเขาใจกับเครือขายที่เก่ียวของ ไดแก ตํารวจ องคกรปกครองสวนทองถิ่นผานคณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานระดับจังหวัด 6. บุคลากรเจาหนาที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษยควรไดรับการพัฒนาท่ีเพียงพอในการรับรูเรื่อง กฎหมายตางๆ ที่เก่ียวของอยางชัดเจนทุกฉบับ เพื่อใหการ ขับเคลอื่ นงานในภาพรวมดําเนนิ ไปดวยดี 7. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย ควรมรี ูปแบบและแนวทางการปองกันปญหาขอทานทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพพรอมใชงาน เพื่อปองกันมิใหคนกลุมเส่ียง เขาสูกระบวนการขอทาน รวมถึงใหความสําคัญตอการรับรูและความเขาใจของผูใหทานที่จะนําไปสูการ “งดใหเงนิ ขอทาน” รายงานประจําป 2561 35

สํานกั งานสง เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 5. โครงการวิจัยแบบจําลองการสงเสรมิ การใชป ระโยชนเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการ สอ่ื สารเพอ่ื การจดั สวสั ดกิ ารสังคมใหกับผูสงู อายุในเขตชนบท วัตถุประสงค 1. เพื่อศึกษาชองทางการใชประโยชนเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของผูสูงอายุในเขตชนบท ที่มใี นปจ จุบนั 2. เพ่ือศึกษาความตองการสงเสริมการใชประโยชนเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดสวัสดิการสังคม ของผสู งู อายุในเขตชนบท 3. เพอื่ จดั ทาแบบจาลองการสงเสรมิ การใชประโยชนเ ทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสารเพื่อการจัดสวัสดิการสังคม ใหกับผูสงู อายุในเขตชนบท วธิ กี ารศึกษา การวิจัยครั้งน้ีเปนการวิจัยทั้งเชิงปริมาณ และการศึกษาเชิงคุณภาพและนาเสนอขอมูลแบบพรรณนา ท้ังนีค้ ณะวิจัยแบง วธิ กี ารศกึ ษาตามหวั ขอดงั ตอไปนี้ การคัดเลือกพ้นื ที่ ข้นั ตอนที่ 1 คัดเลือกพื้นที่ในเขตชนบท คอื พื้นทน่ี อกเขต เทศบาลตาํ บล นอกเขตเทศบาลเมือง และนอกเขตเทศบาลนคร จํานวน 1 พน้ื ที่ ในแตล ะเขตสาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 ขั้นตอนท่ี 2 คัดเลือกชมรม/กลุมผูสูงอายุ จํานวน 1 กลุม โดยมีเกณฑท ่กี ําหนดดังน้ี (พ้ืนท่ีท่คี ดั เลือกศึกษาของสาํ นกั งานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 คือ อบต.สํานักทอน อ.บานฉาง จ.ระยอง และ อบต.ดา นชุมพล อ.บอ ไร จ.ตราด) 1. มีผลงานอยางใดอยางหนึ่งในดานการสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต การใชเทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสาร การใชค อมพิวเตอร การใชอ นิ เตอรเน็ต 2. เปน ศูนยก ารเรียนรูดานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการ ส่ือสาร (IT) ในพน้ื ท่ี 3. มีผลงานไมเ กิน 5 ป นบั จากปจ จบุ ัน 4. ไดรับความรวมมือจากองคกรปกครองสวนทองถิ่น เปน อยางดี 5. ไดร ับความรวมมือจากคณะกรรมการและสมาชิกกลุม มี สวนรว มในการดาเนนิ งานของชมรมเปนอยางดี รายงานประจาํ ป 2561 36

สาํ นักงานสง เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 ผลการศกึ ษา วตั ถปุ ระสงคขอที่ 1: เพอ่ื ศกึ ษาชอ งทางการใชประโยชนเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของผูสูงอายุ ในเขตชนบทท่มี ใี นปจจบุ นั ผลการการลงพื้นท่ีเก็บแบบสอบถามจากกลุมตัวอยางท้ังหมด 3,796 ในเขตชนบท รวม 12 พ้ืนที่ พบวา ชองทางเสียงตามสายเปนชองทางที่ผูสูงอายุใชในการรับรูเร่ืองสิทธิสวัสดิการสังคมผูสูงอายุมากที่สุดใน ปจจุบัน (56.2 %) ในชวงแผนพัฒนาเศรษกิจและสังคมแหงชาติฉบับท่ี 5 ป พ.ศ.2525 ถึง พ.ศ.2529 ประชาชนตามหมูบานในชนบทตาง ๆ ไดทําการจัดต้ังหอกระจายขาวเพ่ือกระจายเสียงเผยแพรขาวสารและ ความบันเทิงในหมูบานเปนจํานวนมาก และหนวยงานรัฐในขณะนั้นก็ใหความสําคัญและสนับสนุนหอกระจาย ขาวในดานตางตาง เชน การใหความรูดานการเกษตร สุขภาพอนามัย การพัฒนาอาชีพท่ีเหมาะสมกับบริบท แตละพ้ืนที่ (ประไพพรรณ ธงอิงเนตร, 2533) จากการท่ีหมูบานแทบทุกแหงในเขตพื้นท่ีชนบทมีการถายทอด ขาวสารผานหอกระจายขาวสารเปนประจํา(เกศินี จุฑาวิจิตร, 2542) ดังน้ันจึงไมนาแปลกใจท่ีวา ป ร ะ ช า ช น ผู สู ง อ า ยุ ใ น พื้ น ท่ี จึ ง มี ค ว า ม คุ น ชิ น กับการรับขาวสารจากชองทางเสียงตามสายมากกวา การทราบขาวจากวิทยุหรือโทรทัศน (ดวงพร คํานูณวัฒน, 2545) ดังน้ัน ชองทางเสียงตามสาย ถือเปนชองทางสําคัญ ในการพัฒนาสังคมผูสูงอายุในทองถิ่นชนบท นอกจากนี้ ก า ร ล ง พ้ื น ที่ สั ม ภ า ษ ณ ผู เ ชี่ ย ว ช า ญ เ ข ต ยั ง ไ ด ป ร ะ เ ด็ น ท่ีนาสนใจเพ่ิมเติมดังนี้ สาเหตุสําคัญท่ีทําใหชองทาง เสียงตามสายเปนชองทางที่ผูสูงอายุในเขตชนบทท่ีมีในปจจุบันใชในการรับรูเร่ืองสิทธิสวัสดิการสังคมผูสูงอายุ มากที่สุด เน่ืองจาก ไมมีคาใชจายในการรับฟงและเขาถึงขอมูล อีกท้ังยังใชภาษาทองถ่ินทําใหผูสูงอายุ ในเขตชนบทเขาใจงา ยข้ึน อีกทั้งการส่ือสารรูปแบบการฟงยังเปนท่ีนิยมของผูสูงอายุมากกวาการอานเน่ืองจาก การศกึ ษาและการเส่อื มสภาพของอวัยวะทางการมองเหน็ ผลการวิจัยยงั แสดงใหเ ห็นวาเพม่ิ เติมอกี วา มากกวา รอ ยละ 90 ของผูสูงอายุในเขตพื้นที่ชนบทปจจุบัน ไมเคยใชเทคโนโลยีในการเขาถึงขาวสารและสวัสดิการดานตางๆ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษยทั้ง 7 ดานเลย สอดคลองกับผลการวิจัยของ สมาน ลอยฟา (2554) พบวา แมผูสูงอายุ จะเร่ิมปรับตัวใหเขากับเทคโนโลยีคอมพิวเตอรแตก็ยังเปนสวนนอย มีผูสูงอายุอีกจํานวนมากยังไมสนใจ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร ท้ังน้ีอาจ เนื่องจากความยากในการใชงานและผูสูงอายุไมมีประสบการณหรือมี ประสบการณนอย จากการลงพื้นที่สัมภาษณผูเชี่ยวชาญใหเหตุผลและขอเสนอแนะในการสงเสริมการใช เทคโนโลยีกบั ผสู ูงอายุในเขตชนบท 3 ประเด็นโดยควรคํานึงถงึ ปญหาทเ่ี กิดขึ้นในกลุมผูสงู อายดุ ังรูป 5.1 ดังนี้ 1) ปญหาดานรางกาย: เทคโนโลยีเองตองดีไซนมาเฉพาะคนกลุมผูใชคือผูสูงอายุเทาน้ัน โดยคํานึงถึง ความเส่ือสภาพของรา งกายและอวยั วะของผสู ูงอายเุ ปน สําคญั 2) ปญหาดานจิตใจ: ความงายในการเรียนรูวิธีใชงานระบบสารสนเทศถือเปนอีกเรื่องที่สําคัญ เพราะผสู ูงอายทุ ใ่ี ชพยามความพยายามและความสามารถในการเรียนรเู ร่ืองใหมนอยลง รายงานประจาํ ป 2561 37

สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 3) ปญหาดานเศรษฐกิจ: เรื่องของ infrastructure ท่ีรัฐบาลจะตองลงทุนเขามาในเขตพื้นท่ี เชน ระบบอินเตอรเ นต็ คอมพวิ เตอรในครวั เรอื น หรือโครงการคอมพิวเตอรร าคาถูก รูปที่ 5.1 ปญหาทีพ่ บไดใ นกลุมผสู งู อายุ (วิเชยี ร ชตุ มิ าสกลุ , 2556) วตั ถปุ ระสงคข อท่ี 2: เพือ่ ศึกษาความตอ งการสง เสรมิ การใชป ระโยชนเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เพอ่ื การจดั สวัสดกิ ารสงั คมของผสู ูงอายุในเขตชนบท สวสั ดิการสงั คมดานการศึกษา เทคโนโลยีสานสนเทศมีความสําคัญตอการจัดสวัสดิการสังคมดานการศึกษาของผูสูงอายุ เนื่องจาก จะชวยกระตุนความสามารถในการคิด การเรียนรู ความจํา และชะลออาการภาวะสมองเสื่อม อีกท้ังยังเปน การขยายโอกาสในการศึกษา และการใชเวลาวางใหเปนประโยชน ชวยใหผูสูงอายุมองเห็นถึงคุณคาและ ประโยชนของตนเอง (สมาน ลอยฟา, 2554) ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเห็นวา ผูสูงอายุ มีความตองการใช E-Learning มากกวาเทคโนโลยีอ่ืนในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานการศึกษาของผูสูงอายุ ในเขตชนบท จากการลงพื้นท่ีสัมภาษณผูเชี่ยวชาญใหเหตุผลวา ผูสูงอายุในชนบทบางสวนก็มีความสนใจ ทจ่ี ะเรียนรูเพิ่มเตมิ จากเสยี งตอบรบั จากการเขา มาเรียนในโรงเรยี นผูสูงอายุ แตเหตุผลหลักที่ผูสูงอายุสวนใหญ ตองการ E-learning จะมากจากขอดีของ E-learning เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ (Google Search, YouTube, Facebook, Line) นอกจากความยดื หยนุ และความสะดวกทผ่ี เู รียนสามารถ เขาถึงเน้ือหาหลักสูตร ณ เวลาและสถานท่ีใดก็ไดตามแตความสะดวก ในสภาพการเรียนการสอนผานเว็บ ผูเรียนจะมีเสรีภาพ ในการคนควาและเรียนรูสิ่งท่ีตนสนใจ ซ่ึงบางคร้ังอาจเปนส่ิงที่อยูนอกเหนือความคาดหวังของผูสอน รายงานประจาํ ป 2561 38

สาํ นกั งานสงเสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 สํานกั งานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 ผูเรียนสามารถตัดสินใจเร่ืองจังหวะการเรียนและประเด็นสําคัญของเนื้อหาการเรียน จึงทําใหเสนทาง ของการเรยี นแบบ E-Learning ของ นกั เรียนแตละ คนมีความแตกตางกันตามความตองการของตน ถาผูเรียนมีวินัยในตนเอง มีเปาหมายและ ค ว า ม เ ข า ใ จ เ ก่ี ย ว กั บ ส ภ า พ แ ว ด ล อ ม ข อ ง เ ว็ บ จึงจะทําใหผูเรียนควบคุมการเรียนผานเว็บได อยา งมีประสทิ ธิภาพ สวัสดกิ ารสังคมดา นสขุ ภาพอนามยั เทคโนโลยีคอมพิวเตอรและอินเทอรเน็ตจะเอ้ือประโยชนตอผูสูงอายุในการเปนเคร่ืองมือเพ่ือชดเชย ค ว า ม เ สื่ อ ม ส ภ า พ ข อ ง ร  า ง ก า ย แ ล ะ ช  ว ย ใ ห  ผู  สู ง อ า ยุ ยั ง ค ง รั ก ษ า รู ป แ บ บ ก า ร ดํ า ร ง ชี วิ ต ท่ี เ ป  น อิ ส ร ะ (Abbey & Hude, 2009; Eastman & Iyer, 2004) ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเห็นวา ผูสูงอายุในเขตชนบทมีความตองการใชสายรัดขอมูลแจงเตือนสุขภาพมากกวาเทคโนโลยีอ่ืน (Application ในมือถือ, Web Site, Google Search) ในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานสุขภาพ ผูเชี่ยวชาญเขตในพื้นท่ี ใหเหตุผลสนับสนุน ดังนี้ ปจจุบันผูสูงอายุอาศัยอยูอยางลําพังโดยไมมีลูกหลาน มีหลายรายเปนผูปวย ตอ งมคี นดแู ลตลอดเวลา การนําเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) มาใชจะสามารถชวยใหผูสูงอายุสามารถ ดูแลตัวเองไดดียิ่งขึ้นหรือลูกหลานก็สามารถติดตามความเคล่ือนไหวของผูสูงอายุไดตลอดเวลาในชวงเวลา ที่ตองออกไปทํางาน โดยใชอุปกรณท่ีพกพางายและกะทัดรัดเปนเคร่ืองตรวจวัดรางกายของผูสูงอายุท่ีชื่อวา “สายรัดขอมือวัดสุขภาพ” ในยามฉุกเฉินหากมีการใชสายรัดขอมือสุขภาพเพื่อตรวจจับความเคล่ือนไหว สญั ญาณชพี ก็จะทําใหทางหนว ยงาน อบต. รพ.สต. อสม. เขาใหก ารชวยเหลอื ไดท ันที สวัสดิการสังคมดา นทอี่ ยูอาศัย ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเห็นวา ผูสูงอายุในเขตชนบทมีความตองการใช Social map มากกวาเทคโนโลยีอื่น (Web site, Facebook, และ Applicationในมือถือเร่ืองที่อยูอาศัย) ในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานที่อยูอาศัย เนื่องจาก Social Map เปนการตอบโจทย 5 ประการ มีใครอยูท่ี ไหน เดือดรอนเรื่องอะไร อยากไดอะไร และเคยได อะไรบางเม่ือไรที่เปน นอกจากนี้ คําวา Map บอก ยงั บอกพกิ ัด พ้นื ท่ี สถานะท่ีอยู และก็ตองมีดานการ ใหค วามชว ยเหลอื ดวย สวสั ดิการรายไดแ ละการมงี านทาํ ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดง ใหเห็นวา ผูสูงอายุในเขตชนบทไมมีความตองการ ใชเทคโนโลยีใดในการเขาถึงเร่ืองการมีรายไดและ การมีงานทํา ผูเชี่ยวชาญในพ้ืนท่ีใหเหตุเน่ืองจาก ผสู ูงอายใุ นชนบทสว นใหญอ ยตู ามลาํ พงั ไมไดประกอบอาชีพ เพราะสุขภาพรางกายไมเอื้ออํานวย จึงไมมีความ จําเปนตองใชเทคโนโลยีในดานการทํางานและรายได หรือถาประกอบอาชีพก็ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รายงานประจาํ ป 2561 39

สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 สํานกั งานสง เสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3 ซึ่งไมมีความจําเปนตองใชเทคโนโลยีอยูแลว ถาตองใชเทคโนโลยีในการใหผูสูงอายุมีงานทําและรายไดสําหรับ ผูสูงอายุในชนบทควรเปนเทคโนโลยีในการเพ่ิมผลผลิตทางการเกษตรหรือการเรียนรูเพ่ือใชในการทํา เกษตรกรรม ควรมลี กั ษณะและรูปแบบท่ใี ชงานงาย ไมซ ับซอน โดยมีผสู อนและฝก ปฏิบตั ิ สวัสดิการดานนนั ทนาการ ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเห็นวา ผูสูงอายุ ตองการใชชองทาง YouTube มากกวา ชองทางอ่ืนในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานนันทนาการ การสัมภาษณไดเหตุผลอธิบายดังน้ี YouTube เปน ชองทางนันทนาการท่ีที่ใชงานงาย คนหาสะดวก เพื่อใหเกิดการเขาถึงที่มากขึ้น YouTube ควรออกแบบ เฉพาะใหกลุม ผสู ูงอายุ เชน ตอ งมีตัวหนังสือขนาดใหญ เสียงชัดเจน และไมซับซอนในการคนหา และมีแหลงท่ีมา ของขอ มูลและผูด ําเนินรายการทมี่ ีความนาเชื่อถือ มีองคก รรับรองได สวัสดกิ ารความยุติธรรม ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเห็นวาผูสูงอายุไมมีความตองการใชใชเทคโนโลยี ทั้ง 4 ชองทาง (Web site, Google search, Applicationในมือถือเรื่องกฎหมายและสิทธิ และ Facebook) ในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานยุติธรรมของผูสูงอายุ เนื่องจากผูสูงอายุในชนบทสวนใหญมักปรึกษาปญหารือ กฎหมายกบั ครอบครัว ญาติพ่ีนอ ง หรือ เพื่อนๆ มากกวา เนือ่ งจากสามารถที่จะพูดคยุ สอบถามไดอยางละเอียด และเลือกบุคคลที่นาเชื่อถือในการใหคําปรึกษาไดดวย จึงเห็นวาผูสูงอายุไมมีจําเปนท่ีจะใชเทคโนโลยี สารสนเทศทางดา นกฎหมาย สทิ ธิสวสั ดิการดานการบริการทางสงั คมทว่ั ไป ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเหน็ วา ความตอ งการใช บัตรสวสั ดิการแหงรัฐในการเขาถึง สิทธิสวัสดิการดานบริการทางสังคมทั่วไปมีคาสูงท่ีสุด เน่ืองจากการสรางแรงจูงใจในการใชรูปแบบของเงิน 300 บาท ผูสูงอายุในชนบทตอ งการมีรายไดเ พิม่ ขึน้ เพ่อื นาํ มาใชจายในครอบครัว วัตถุประสงคขอท่ี 3: เพื่อจัดทําแบบจําลองการสงเสริมการใชประโยชนเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สือ่ สารเพ่อื การจัดสวสั ดิการสังคมใหกับผสู งู อายุในเขตชนบท จากการศึกษาพบวาผูสูงอายุใน เขตชนบทมีความตองการใชเทคโนโลยี ในการเขาถึงสวัสดิการสังคมท้ัง 7 ดาน โดยการเขาใชงานแบบ Single Sign-On กลาวคือ ระบบการยืนยันตัวบุคคล (Authentication) ท่ีผูใชงานลงช่ือเขาใช งานระบบ (Login) คร้ังเดียว แลวสามารถ เขาใชงานระบบหลายระบบได โดยไมตอง ลงชื่อเขา ใชง านซ้าํ อีก รายงานประจําป 2561 40

สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3 รูปท่ี 5.2 แบบจาํ ลองการสง เสริมการใชประโยชนเ ทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการจดั สวสั ดิการสงั คมใหกับผูสูงอายุ Module 1: สวัสดิการดา นการศกึ ษา ควรเปนระบบ E-learning ที่ออกแบบเฉพาะสําหรับผูสูงอายุ มีเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง และผานการตรวจสอบจากหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อไมใหผูสูงอายุถูกลอหลวง ความเสื่อมสภาพ ทางดา นรางกาย อาทิ การมองเหน็ และการไดยินและความสามารถทางสมอง (Billipp, 2001) เปนสวนสําคัญ ที่ตองคาํ นึงในการออกแบบระบบ E-learning เฉพาะสาํ หรับผูสูงอายุ Module 2: สวัสดิการดา นสุขภาพ ควรจะเปนรูปแบบสายรัดขอมือแจงเตือนสุขภาพ สามารถบอกอัตราการเตนหัวใจ ชีพจร รวมทั้ง อาจเพ่ิม function เตือนใหกินยาตามเวลา และอุปกรณ sensor แจงเตือนเวลาผูสูงอายุเกิดเหตุฉุกเฉิน หกลม เปน ตน Module 3: สวสั ดิการดา นท่อี ยูอาศยั ผูส ูงอายไุ มอ ยากได Application ในมือถือท่ีชวยใหการอยูอาศัยในบานสบายขึ้น หรือ Smart Home Application แตผูสูงอายุมีความตองการ Social map ที่สามารถตอบโจทย 5 ประการ มีใคร อยูที่ไหน เดือดรอนเร่ืองอะไร อยากไดอะไร และเคยไดอะไรบางเมื่อไรที่เปน นอกจากนี้ คําวา Map บอกยังพิกัด พน้ื ที่ สถานะทีอ่ ยู เพ่อื ชว ยเหลอื ไดท ันทเี วลาเกิดเหตฉุ ุกเฉิน Module 4: สวสั ดกิ ารดานนนั ทนาการ รายงานประจาํ ป 2561 41

สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 อีกหนึ่ง module ท่คี วรจะเพมิ่ คอื Online Video Platform Application ลักษณะคลาย Youtube เพอ่ื ความนันทนาการของผูสงู วยั ซ่งึ จะชวยลดความรูส กึ เหงา หดหู และอาการ ซมึ เศราลง และเพ่ิมความม่ันใจ ในตนเองมากขึ้น จะชวยใหมีจิตใจกระปร้ีกระเปราข้ึน โดยตัว Application ตองมีตัวหนังสือขนาดใหญ เสยี งชดั เจน และไมซ ับซอนในการคนหา Module 5: สวสั ดิการดา นบริการทางสงั คมท่ัวไป บัตรสวัสดิการแหงรัฐในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานบริการทางสังคมทั่วไป เปนอีกหน่ึงตัวอยาง ในการสรางแรงจูงใจในการใชระบบ IT โดยใชเ งินเปน ตัวกระตนุ นอกจากนี้ปจจัยภายนอกก็มีสวนสําคัญเชนกันในการสงเสริมการใชประโยชนเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเพื่อการจัดสวัสดิการสังคมใหกับผูสูงอายุในเขตชนบท มีปจจัยที่เกี่ยวของท่ีควรคํานึง หลายปจจยั ดงั นี้ ความเชื่อม่ันในความสามารถของตนเองในการใชงานระบบ IT การศึกษาพบวา ผูสูงอายุประมาณ รอยละ 40.0 ไมมีความเช่ือม่ันในความสามารถของตนเองในการใชอินเทอรเน็ต และยังพบวาผูสูงอายุท่ีมีอายุ มากกวาจะมีความสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของ ตนเองบอยกวาผูสูงอายุที่มีอายุนอยกวา (Reisenwitz, et al. 2007) การสงเสริมสนับสนุนจากผูใกลชิด การกระตุน การใหกําลังใจ และการสนับสนุน ขอ ง ส ม า ชิ ก ใ น ค รอ บ ค รั ว ลู ก ห ล าน ห รื อ เ พ่ื อ น ๆ มีสวนสง เสรมิ การใชร ะบบ IT ของผสู ูงอายุ ส ภ า พ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ ก า ร มี ร า ย ไ ด  ที่ จํ า กั ด ค  า ใ ช  จ  า ย ถื อ ว  า เ ป  น ป  จ จั ย ขั ด ข ว า ง ก า ร ใ ช  เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ สํ า ห รั บ ผู  สู ง อ า ยุ ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ซ่ึงผูสูงอายุในชนบทสวนมากมอง วาการมีอุปกรณ คอมพิวเตอรและการเขาถึงอินเทอรเน็ต เปนส่ิงฟุมเฟอย หรือบางสวนอาจไมมีเงินเพียงพอในการซ้ือ คอมพิวเตอรเปนของตนเอง อยางไรก็ตามรัฐควรเพ่ิมการเขาถึงคอมพิวเตอรท่ีเปนสาธารณะในเชตชนบท ใหมากข้นึ อุปกรณค อมพิวเตอร และซอฟตแวร ผูผลิต ไมไดออกแบบอุปกรณและซอฟตแวรใหเหมาะสมกับผูใช ที่เปนผูสูงอายุ อาทิ ปุมกดตาง ๆ จะมีท่ีขนาดเล็กมาก ซ่ึงยากสําหรับผูสูงอายุในการมองเห็นและการใชงาน นอกจากนี้ยังรวมถึงการออก Software ดวย ที่ผูออกแบบสวนใหญไมไดออกแบบโดยเฉพาะสําหรับผูสูงอายุ ที่ ไมม ีการคาํ นึกถงึ ระดบั ความรพู ้นื ฐาน ปญหาดานสายตา ความจาํ และ ปญ หาการเคลอ่ื นไหว เปนตน 6. โครงการวิจัยกระบวนการขบั เคลอ่ื นการคมุ ครองพิทกั ษส ิทธิสําหรบั กลมุ หญิงไทย ที่ตกเปนเหย่อื การคามนุษยใ นตา งประเทศ คํานิยาม “การคามนุษย” ปรากฏอยูในพิธีสารวาดวยการปองกัน ปราบปราม และลงโทษ ผูกออาชญากรรมการคามนุษยโดยเฉพาะในกลุมปราะบาง เชน สตรีและเด็ก โดยอนุสัญญาแหงองคการ สหประชาชาติเพื่อตอตานอาชญากรรมขามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองคกร (Protocol to Prevent, Suppress รายงานประจาํ ป 2561 42

สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 สาํ นักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 and Punish Trafficking in Persons, Especially Women and Children, supplementing the United Nations Convention against Transnational Organized Crime) ไดใหคํานิยามคําวา “การคามนุษย” ไวในมาตรา 3 ความวา (Vidyamali Samarasinghe, 2008 อางใน ศบิ ดี นพประเสรฐิ , 2553) “กระบวนการพิทักษสิทธิ” หมายถึง การทํางานที่ เปนระบบและเปนเครือขาย มีกรอบทางกฎหมายรองรับมี ลักษณะเปนสหวิชาชีพ มีจรรยาบรรณ มีผูเสียหายเปน ศูนยก ลาง โดยมีกระบวนการทาํ งานหรอื มขี น้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ านเพ่ือปองกันและแกไขปญหาการละเมิดสิทธิใน ดานตาง ๆ ซึ่งมีเปาหมายเพื่อให ความชวยเหลือคุมครองใหบุคคลมีสิทธิและเสรีภาพที่ควรไดรับ โดยที่กระบวนการในการพิทักษสิทธิน้ัน อาจเกิดขึ้นไดจากการท่ีมีหนวยงานหน่ึงหนวยงานใดท่ีจัดตั้งขึ้น ไดเขามาดําเนินการในการชวยเหลือผูถูกกระทําจากขบวนการตาง ๆ เพื่อใหเกิดกระบวนการขับเคล่ือน เพื่อปกปองสิทธิมนุษยชน รวมไปถึง การใหคําแนะนํา การใหความชวยเหลือ การใหกําลังใจแก ผูที่ประสบปญหาความเดือดรอนตาง ๆ โดยเปนการดําเนินการเพื่อปกปองและใหการชวยเหลือตามสิทธิ ทไี่ ดมกี ารระบไุ วในกฎหมาย เพอื่ ใหเ กิดความยุติธรรมในสทิ ธอิ นั ชอบธรรม วตั ถปุ ระสงคของโครงการวิจัย เพ่ือศึกษาวิธีการในการคุมครองพิทักษสิทธิสําหรับกลุมหญิงไทยที่ตกเปนผูเสียหายการคามนุษย ในตางประเทศ กลมุ เปาหมาย 1. กลุ ม คน ไ ท ยท่ี พํ า นัก อ ยูใ น ต าง ป ร ะเ ท ศ , กลุมคนไทยท่ีเคยพํานักอยูในตางประเทศ และกลุมคนไทย ทกี่ ําลงั จะเดนิ ทางไปพํานกั ในตางประเทศ 2. กลุมคนไทยท่ีเปนสมาชิกองคกรเครือขาย ในตางประเทศของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มน่ั คงของมนุษย 3. กลุมตัวแทนผูปฏิบัติงานในองคกรหรือหนวยงานและภาคีเครือขายที่เกี่ยวของ ในประเทศไทย ท่ีทํางานเกีย่ วของกับประเดน็ การคามนุษย 4. ตัวแทนผูบริหารหนวยงานและองคกรท่ีดําเนินงานเก่ียวของกับการปองกันและแกไขปญหา การคามนุษยใ นตา งประเทศ ทงั้ องคกรท่ตี งั้ อยูในประเทศไทยและในตา งประเทศ วิธีดําเนนิ งาน การศึกษาคร้ังน้ีเปนการศึกษาวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods) เพ่ือสรางใหเกิดกระบวนการ ขับเคล่ือนระบบการคุมครองพิทักษสิทธิสําหรับกลุมหญิงไทยท่ีตกเปนผูเสียหายการคามนุษยในตางประเทศ โดยทาํ การศกึ ษาในประเด็นดังน้ี รายงานประจําป 2561 43

สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 เชิงปรมิ าณ ใชแบบสอบถามเกบ็ ขอมูลกบั กลุมเครือขายชวยเหลือหญิงไทยที่พํานักอยูในตางประเทศ โดยกําหนดขนาดกลุมตัวอยางในการศึกษาครั้งน้ีจํานวน 500 คน (ศึกษากับกลุมคนไทยท่ีเปนสมาชิกองคกร เครือขายในตางประเทศของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย เชน กลุมคนไทยที่ทํางาน ในศนู ยเรยี นรูก ารพฒั นาสังคมและสวสั ดิการในเยอรมนั เปน ตน) เชิงคุณภาพ ใชว ิธกี ารสนทนากลุมและการสัมภาษณเชิงลึกกับกลุมเปาหมายในประเด็นการคุมครอง พิทักษสิทธิสําหรับกลุมหญิงไทยที่ตกเปนผูเสียหายการคามนุษย โดย ดําเนินการคัดเลือกจากกลุม 1) ตัวแทนผูปฏิบัติงานในองคกรหรือหนวยงาน และภาคีเครือขายท่ีเก่ียวของ ท่ีทํางานเก่ียวของ กับประเด็นการคามนุษย 2) ตัวแทนผูบริหาร หนวยงานและองคกรที่ดําเนินงานเกี่ยวของกับ ก า ร ป อ ง กั น แ ล ะ แ ก ไ ข ป ญ ห า ก า ร ค า ม นุ ษ ย ในตางประเทศ 3) กลุมเครือขายหญิงไทยที่ไปใช ชีวิตในตางประเทศ เพื่อนําขอมูลที่ไดมาสรางให เกิดกระบวนการขับเคล่ือนระบบการคุมครอง พิทกั ษสิทธิสาํ หรับกลุมหญิงไทยที่ตกเปน ผูเสยี หายการคา มนุษยในตา งประเทศ จาํ นวน 15 – 25 คน ผลการศึกษา วิธีการในการคุมครองพิทักษสิทธิสําหรับกลมุ หญิงไทยทต่ี กเปนผเู สียหายการคามนษุ ยในตางประเทศ 1. การใหค วามชว ยเหลือผูเสยี หายตอ งมองควบคูไ ปกับความรนุ แรงในครอบครัว หญิงไทยที่ตกเปนเหยื่อคามนุษยมีรูปแบบการตกเปนเหยื่อโดยถูกลอลวงมาแตงงาน โดยมีการพบรัก กับชาวตา งชาติผานส่ือโซเชยี่ ลมีเดียตา งๆ อาทิ เฟสบคุ หรอื แอปพลิเคชั่นหาคู จนกระทง่ั ถกู ชักจูงใหมาแตงงาน โดยผูคาอาจเปนสามีชาวตางชาติหากแตสวนใหญเปนญาติหรือเพ่ือนซ่ึงเปนหญิงไทยท่ีแตงงานกับ ช า ย ช า ว ต า ง ช า ติ อ ยู ก อ น ไ ด ทํ า ก า ร ชั ก จู ง ใ ห แ ต ง ง า น กั บ ชายชาวตางชาติ หลังจากนั้นกลับถูกชักจูงใหเขาสูการทํางาน ในรานนวดแผนไทย และถูกชักจูงหรือบังคับใหคาประเวณี ในท่ีสุด ท้ังนี้จากการประชุมกลุมเจาหนาท่ี (IOM, ธันวาคม 2016) พบวา “จากกรณีที่พบหญิงไทยบางคนอาจจะไมไดเต็มใจ โดยผคู า เปนชายชาวตางชาติท่ีมีลักษณะการมาหาภรรยาท่ีไทย ผูคาจะยอมมาแตงงานที่ไทย แตเมื่อกลับไปยังพื้นท่ีปลายทาง กลับมีลักษณะของการใชแรงงานเหมือนทาสหรือบังคับใหทํา การคา ประเวณี เพราะถือวา เปน ภรรยาแลว แตง งานกับเขาแลวเขาอุตสาหลงทุนลงแรง เสียเงิน เสียทองใหกับ ครอบครัวฝงน้ีแลว ทําใหหญิงไทยหรือผูตกเปนเหย่ือมิไดมีความสุขอยางท่ีคิด นอกจากนี้ยังอาจจะมีพอแม ที่อาศัยอยูในพื้นที่ตนทางที่อายุมากแลวตองดูแล จึงมีขอจํากัดในเร่ืองเงินจึงถูกชักจูงใหคาประเวณีและ ตกเปนเหยื่อไดโดยงาย ซึ่งในลักษณะแบบนี้ในความรูสึกแบบน้ีเขาอาจจะอยากจะอยูในยุโรปหากแตถูกบังคับ ดวยทะเบียนสมรสและกฎหมายที่จดทะเบียนกับชายชาวตางชาติ เพราะฉะน้ันหญิงไทยบางคนจึงตองตก รายงานประจาํ ป 2561 44

สาํ นกั งานสง เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 เปนเหยื่อคามนุษยดวยสภาพความจํายอม และไมมีอิสรภาพ หรือวาไมมีความเปนมนุษย ถูกใชแรงงานหรือ ใหคาประเวณีอยางทาสทั้งยังตองใหบริการกับสามีดวย ถาคนไหนไปแลวไดสามีที่ดีเขาก็จะมีชีวิตดี บางคนก็ไมไดประสบความสาํ เรจ็ แบบนน้ั ทกุ คน” โดยทั่วไปแลวเหย่ือมักจะถูกลอลวงดวยการวาดภาพอนาคตที่สวยงามในประเทศปลายทาง (Exploitation site) กับสามีชาวตางชาติ และสามีชาวตางชาติจะยอมเสียคาใชจายตางๆ ในการเดินทาง ใหทําใหเกิดภาวะแรงจูงใจเพ่ิมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้จากผลการสัมภาษณสมาคมสตรีไทยในฝร่ังเศสยังพบวา มีกรณีชายสูงอายุลอลวงหญิงไทย โดยประกาศตามเว็ปไซดหาสตรีไทยในประเทศไทย ทั้งยังมีการลอลวงให เดินทางมาทองเท่ียวโดยการขอวีซาการทองเที่ยวประเภทสามเดือน เพ่ือท่ีจะขอวีซาไดงาย โดยจะมีการ เลือกเหยื่ออายุประมาณ 20-25 ป หากแตเม่ือเดินทางมายังประเทศฝร่ังเศสแลวกลับใหทํางานบาน ดแู ล และทาํ กับขา ว และเม่อื เบื่อจงึ ทําการขับไลใหออกจากที่พักอาศัยและทําการหาเหยื่อรายใหมตามเว็บไซด ตอไป สวนหญิงไทยท่ีถูกละทิ้งจึงจําเปนตองถูกผลักดันใหหารายไดสงเสียครอบครัวในประเทศไทยดวยการ ประกอบอาชพี คาประเวณีเพ่อื หารายไดยงั ชีพตอไป เนอ่ื งจากหญงิ สาวสว นใหญซ่ึงตกเปนผูเสยี หายการคามนุษยนั้นมักถูกชักจูงในรูปแบบ Lover Tactics กลาวคือถูกลอลวงใหเกิดความรัก และโนมนาวใหตกเปนผูเสียหายในภายหลัง ดังนั้นการใหความชวยเหลือ ตองมองควบคูไปกับความรุนแรงในครอบครัว การไมเขาใจกันระหวางคูสมรสตางชาติ หรือปญหา ทางเศรษฐกิจทําใหคูสมรสกดดนั ผูเสยี หายใหประกอบอาชพี คาประเวณี 2. การเสนอรูปแบบการใหความชวยเหลอื จากลมุ ทีไ่ มเ ปนทางการ จากการสํารวจของเจาหนาท่ีตํารวจชาวเยอรมันเสนอวาในปจจุบันสถิติการคามนุษยเพิ่มขึ้นเร่ือยๆ ซ่ึงเจาหนาที่ตํารวจในทวียุโรปจะมีภารกิจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากนอกจากปญหาการคามนุษยแลวเจาหนาท่ีตํารวจ ยังตองดูและในเรื่องความปลอดภัยของชาติดวยเชนกัน ดังนั้นทําใหกําลังของเจาหนาที่ตํารวจในการดูแลเรื่อง การคามนุษยจึงลดนอยลง นอกจากนี้ยังพบปญหาในเรื่อง ความเขาใจของเจาหนาท่ีตํารวจตอนิยามการคามนุษยยังมี ความแตกตางจากความเขาใจจากนิยามดานคามนุษยของ United Nation เน่ืองจากหากพบวาการเขามาคาประเวณีดวยความเต็มใจเจาหนาที่จะมองวาเปน การคาแรงงานผิดประเภท หรือการคาประเวณีแบบผิดกฎหมาย และรูปแบบการสอบสวนจะเปนรูปแบบ กระบวนการท่ีดําเนินการตอผูเขาประเทศแบบผิดกฎหมาย หรือการคาแรงงานผิดประเภท ทําใหผูเสียหาย ผูประสบปญหาตกเปนผูเสียหายดานการคามนุษยจึงมีความหวาดกลัวไมกลาเขาหาเจาหนาท่ี หรือไมกลา แจง ความตอเจา หนา ที่ จากการสัมภาษณกลุมเจาหนาท่ีตํารวจดานปราบปราม (Policize, ธันวาคม 2560) สะทอนวา “สถติ ิผูตกเปนผูเสียหายการคามนุษยมีจํานวนเพ่ิมสูงข้ึนตลอดเวลา ซึ่งเจาหนาท่ีตํารวจในทวีปยุโรปไมไดดูแล ในเร่ืองการคามนุษยเพียงเร่ืองเดียว หากแตตองดูแลในเรื่องความปลอดภัยของชาติและเร่ืองอ่ืนๆ และในปจจุบันมีรูปแบบการคามนุษยในรูปแอบแฝง แมวาในประเทศเยอรมันการคาประเวณีท่ีเสียภาษีใหรัฐ รายงานประจําป 2561 45

สํานักงานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 จะเปนสิ่งท่ีถูกตองตามกฎหมาย แตเม่ือผูคาประเวณีท่ีตกเปนผูเสียหายการคามนุษยจะตกเปนผูเสียหาย แตเมอ่ื เขา สกู ระบวนการของเจาหนาท่ีตาํ รวจ เมื่อเจาหนาท่ีเห็นวาผูเสียหายมีความเต็มใจมาทํางาน เจาหนาท่ี จะมีการปฏิบัติตอผูเสียหายในรูปแบบผูตองสงสัยการเขาเมืองผิดกฎหมาย ทําใหเจาหนาท่ีที่เกี่ยวของ เขา ชว ยเหลือผูเสียหายหลาน้ยี าก ทาํ ใหเ จา หนา ทมี่ กี ารทาํ งานท่ียากขึน้ ” จากผลการศึกษาพบวาเครือขายความชวยเหลือผูเสียหายที่มีความเขมแข็งนั้น มักจะมีการเริ่มตนมา จากกลุมหญิงไทยที่อาศัยอยูในทวีปยุโรปมีการประสานขาวสารระหวางกลุมและมีการสงตอเคสไปยัง กลมุ NGO ภายในพื้นที่ ระหวางการรอคอยความชวยเหลืออาจมีการประสานสถานท่ีพักพิงตามบานพักอาศัย ของสมาชิกภายในเครือขายเอง หรือวัดไทยในพ้ืนท่ี กอนท่ีจะมีการสงตอเคสผูใชบริการตอไปยังองคกรที่มี สวนเก่ียวของ 3. การสรางเครอื ขายเพือ่ เชอ่ื มโยงกับองคกรตางประเทศ ในปจจุบันพบวาการตกเปนผูเสียหายน้ันเกิดจากความไมรูไมเขาใจในปญหาท่ีอาจเกิดข้ึนกับตนเอง ของแรงงานทต่ี อ งการเดินทางไปพาํ นกั ยังตางประเทศ เมอื่ ประสบปญหาทําใหไมก ลา เขาไปพบเจาหนาที่ ดังนั้น กระบวนการใหความชวยเหลือของกลุม NGO ในปจจุบันจึงแตกตางจากการจัดการจากรัฐ โดยนโยบาย ของกลมุ NGO ในการใหการชวยเหลือผูตกเปนผูเสียหายคามนุษยในการใหความรู ใหการอบรมกับผูที่มีความ เสี่ยงตอการเปนผูเสียหาย โดยจากการสัมภาษณกลุมเครือขาย บานหญิงไทย (Germany, ธันวาคม 2560)สะทอนวา “กลุม NGO สวนใหญ อาทิ UNHCR หรือแมแต IOM ไดมีการ ป รั บ เ ป ลี่ ย น บ ท บ า ท จ า ก ผู ใ ห ก ร ะ บ ว น ก า ร คุ ม ค ร อ ง สิ ท ธิ์ เปนการใหการอบรมกับกลุมท่ีมีความเส่ียงจากการเปน ผูเสียหายในอาชญากรรมการคามนุษย เนื่องจากหนวยงาน ดังกลาวเช่อื วา กลุมผูตกเปนผูเสียหายจะเกิดข้ึนได ยอมเกิดจาก ความไมรูของคน และความไมรูทําใหเกิดการหลงเชื่อตอการลอลวงไดโดยงาย หรือผูเสียหายอาจหวาดกลัว จนไมกลาเขามาปรึกษาเจาหนาที่ตม. หรือเจาหนาที่ตํารวจ โดยกลุมองคกรสาธารณประโยชนจะมีการเขาไปยังพ้ืนที่ ที่คาดวาจะมีกลุมเสี่ยง เชน ตม. สนามบิน สถานีรถไฟ หรือ ตามสถานที่ทองเที่ยว และชักชวนกลุมเส่ียงใหมารับการอบรม โดยมีการนําผูที่เคยมีประสบการณการตกเปนผูเสียหายและ ผูเช่ียวชาญในดานตางๆ มาใหการอบรม เพื่อใหความรูสึกเปน อันหน่งึ อนั เดยี วกนั ไมแปลกแยก เนอ่ื งจากผูท ่มี าเขารับการอบรมอาจเปนกลุมผูตกเปนผูเสียหายแลวมาเขารับ ฟงเชน เดยี วกัน” นอกจากนี้จากการสัมภาษณเจาหนาที่ IOM (IOM, ธันวาคม 2016) ไดสะทอนในแนวทางเดียวกันวา “กลุม IOM ไดม ีการนําผเู คยตกเปน ผเู สยี หายชาวเมียนมามาเขารว มพูดคยุ และอธิบายแนวทางการทําตนใหไม ตกเปนผูเสียหายในอาชญากรรมการคามนุษยน้ันควรจะตองปฏิบัติตนอยางไร และตองมีการเพ่ิมความ ระมดั ระวงั อยา งไรเพอ่ื มใิ หต นเองตองตกเปน ผูเสียหายจากอาชญากรรมการคามนุษย” รายงานประจําป 2561 46

สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสง เสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 4. การเสนอสือ่ ในเชิงรุก หญิงไทยจํานวนมากไดตกเปนผูเสียหายของอาชญากรรมการคามนุษยโดยไมไดเจตนา เน่ืองจากโดน ลอลวง (Conceive) ใหตกเปนผูเสียหายในธุรกิจการคาประเวณีดวยการเขามาโดยเจตนาใชแรงงานประเภท อนื่ อาทิ วีซา เลีย้ งเด็ก โดยอาชญากรจะมกี ารหลอกลอ ผูเสยี หายวาจะมีการนําตัวมาทํางานเล้ียงเด็ก โดยมีผูคา ซ่ึงเปนหญิงไทย (Exploiter) ที่ไดทําการจดทะเบียนสมรสกับสามีชาวยุโรป และไดพักอาศัยต้ังรกรากอยูใน สหภาพยุโรปมาเปน ระยะเวลานานเปน ผชู กั ชวนใหเ ขามาทํางานในทวปี ยุโรป อาทิ การประกอบอาชีพเลี้ยงเด็ก แมครัว ทําไรองุน หรือรานนวดแผนไทย โดยทําการถือวีซา ท่ีเรียกวาวีซาระยะยาว อาทิ ในประเทศฝร่ังเศส จะเรียกวา Valant Titre de sejour (VLS-TS) วีซาประเภทนี้จะอนุญาต ใ ห ผู ถื อ วี ซ า ส า ม า ร ถ พํ า นั ก อ ยู ไ ด ใ น ป ร ะ เ ท ศ ฝ รั่ ง เ ศ ส เ ป น ระยะเวลาสูงสุดถึงหนึ่งป อาทิ วีซาเยี่ยมเยือนระยะยาว วีซา นักเรียน วีซาทํางานบางประเภท ซ่ึงจะตองมีการทําการ ลงทะเบียนที่หนวยงาน OFII ณ เมืองที่มีถิ่นพํานัก รวมไปถึง การชําระคาธรรมเนียม OFII จากนั้นเมื่อเดินทางมาถึงปลายทาง ผูลอลวงกลับมิไดดําเนินการ จัดใหทํางานตามทีต่ กลงและกลับใหทํางานประเภทการคาประเวณแี ทน ดังน้ัน รัฐบาลจึงตองมีการพัฒนาสื่อวีดีทัศนในเชิงรุกมากข้ึน เพ่ือผลิตสื่อที่มีลักษณะเขาใจงาย และเขาถึงกลุมเส่ียงดังกลาว เพื่อเปนส่ือที่ทําใหคนสนใจและตองพยายามสรางกระบวนการการอบรม ในรูปแบบเชิงรุก อาทิ การเขาไปอบรมในพ้ืนท่ีที่คาดวาจะมีกลุมเสี่ยงอยูเปนจํานวนมาก เพ่ือปองกันปญหา นอกจากนี้ยังควรผลิตแผนพับและคูมือที่เขาใจงายสําหรับผูท่ีตองการไปประกอบอาชีพยังตางประเทศ หรือตองการแตงงานกับชายในตางแดนซ่ึงนับเปน กระบวนการพิทกั ษแ ละคมุ ครองสิทธิใ์ นเชงิ รกุ 5. ขจัดความไมรู จากผลการวิจัยพบวา ประเดน็ สําคัญท่ีทําให หญิงไทยตกเปนเหยื่อการคามนุษยคือประเด็น ความไมรู อาทิ 1) ความไมร ูในขอกฎหมายของพื้นที่ ปลายทาง 2) ไมรจู ักองคกรหรอื หนวยงานท่ีใหความ ชวยเหลือ 3) ความไมรูภาษา 4) ความไมรูสิทธิและ การคุมครองสิทธิของตน ดังนั้นจึงควรมีการสราง เครือขายที่หลากหลายเพื่อเขาถึงการชวยเหลือผูตกเปนผูเสียหายการคามนุษยทุกกลุม อาทิ การชักชวนกลุม NGO ทงั้ องคก รชาวไทยและตา งประเทศ ใหเขามามสี ว นรว มหรือทําการรว มมอื กบั ตม. และกรมสวัสดิการและ คุมครองแรงงาน รวมไปถึงสถานกงศุล ในการสงเสริมใหเกิดกระบวนการคุมครองสิทธิ โดยมุงเนนในดานการ หามาตรการการปอ งกันการตกเปน ผเู สียหายจากอาชญากรรมการคา มนุษย รายงานประจําป 2561 47

สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 พบวาในประเด็นการปองกันน้ันไดมีความสอดคลองกับเปาหมายขององคกร NGO ทุกองคกร ทดี่ าํ เนินการขับเคลื่อนในเร่ืองการแกไขปญหาการคามนุษยในยุโรป โดยไดมุงเนนในเรื่องการคุมครองสิทธิของ ผูตกเปนผูเสียหาย อาทิ UNHCR IOM รวมไปถึงองคกรสาธารณประโยชนอื่นๆที่มุงเนนในเร่ืองการอบรมให ความรูใหกับกลุมเส่ียง หรือกลุมผูตองตกอยูในสถานกักกัน ในการเขามารับการอบรมความรูในเบื้องตนกอน สงกลับประเทศ โดยจากการสัมภาษณเชิงลึกเจาหนาที่หนวยตม. (สสว., ธันวาคม 2560) เสนอวา “ในสวนกระบวนการการแกปญหาผูตกเปนผูเสียหายจากอาชญากรรมคามนุษยที่สําคัญ โดยมีขอสมมติฐาน แรก คือ การตกเปนผูเสียหายมักเกิดจาก ความไมรู ทั้งน้ีเม่ือเกิดความไมรูของคน จึงทําใหเกิดความหวาดกลัวในการเขาพบ เจาหนาที่ พอเกิดความกลัวเจาหนาที่ข้ึน จึ ง ทํ า ใ ห เ ชื่ อ ค น ท่ี ม า ห ล อ ก ล ว ง ต น นี่คือขอสมมติฐานของผม ทําใหวิธีการแกไข ป ญ ห า ทุ ก วั น นี้ ผ ม ก็ เ ล ย ชั ก ช ว น NGO เ ข า ม า ร ว ม ใ น ก า ร แ ก ไ ข ป ญ ห า ค ว า ม ไ ม รู โดยพบวาความกลัวของมนุษยเกิดจากการ ไมรูถารูเราก็ไมกลัว ตม. จึงมีการบูรณาการ งานรวมกับองคกร NGO เพ่ือเผยแพรแกกลุมเส่ียงใหเขาใจวาตม.ทํางานยังไง ทําใหกลุมเสี่ยงหรือ ผูตกเปนผูเสียหายเกิดความกลาจะท่ีจะมาหาเรา กระบวนการคุมครองสิทธิ หากไมแกปญหาความไมรู เม่ือเกิดความเสียหายไปแลวมันก็ทําอะไรไมได จึงชวนใหเรามาเนนเรื่องการปองกัน ซึ่งก็มันตรงกับนโยบาย ของ NGO ท้ังหลาย โดยนโยบายของกลุม NGO ในปจจุบันไดเปล่ียนไปจากแตกอน เนื่องจากนโยบาย ในสมัยกอนของ NGO คือการสนับสนุน อาทิ การสนับสนุนเรื่องงบประมาณในการสราง สวนในระยะหลัง NGO ในพ้ืนท่ี เชน NGO ใหญๆระดับโลกเชน UNHCR IOM จะมุงเนนเรื่องการอบรมใหกับผูเสียหาย นี่คือกระบวนการพิทักษคุมครองสิทธิในสวนท่ีเราจัดทํา การคุมครองสิทธิ์ของเราและกระบวนการขับเคลื่อน พทิ ักษสทิ ธทิ์ ่ีผานมา คอื มันตอ งมกี ารดาํ เนนิ การแยกออกเปน 2 สวน 1) สว นของอํานาจหนาท่ีของภาครัฐ และ 2) การแสวงหาความรว มมอื โดยมีการไปดงึ NGO มารว ม จาํ นวน 24 องคกร” 6. การเพ่ิมแนวทางความชวยเหลอื ออนไลนแ ละวัดไทยในยุโรป ดานการรักษาพยาบาล จิตแพทย และการใหคําปรึกษาทางกฎหมาย พบวาเครือขายออนไลน มีความสําคัญอยางย่ิงกับผูเสียหายคามนุษย เนื่องจากผูตกเปนผูเสียหายจากอาชญากรรมคามนุษยมักไดรับ ผลกระทบท้ังทางดานรางกายและจิตใจอยางรุนแรงและไมมีแหลงท่ีพึ่งทางใจเมื่อประสบปญหายังตางแดน จนทําใหตองกลับไปยึดแนวทางการประกอบอาชีพดวยการคาประเวณีในรูปแบบเดิมเพ่ือหาเล้ียงชีพ หรือเกิดภาวะจํายอม เปนตน จากการสัมภาษณเชิงลึกองคกรธารา (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ไดสะทอนปญหาสภาวะ ผลกระทบทางจิตของผูตกเปนผูเสียหายวา “ ในตอนแรกวัดไทยไมคอยมีผูหญิงมาขอความชวยเหลือมากนัก แตใ นปจจุบันพบวา มีหญงิ ไทยผูตกเปน ผูเ สียหายคามนุษยไดเขามาขอความชวยเหลือที่วัด โดยสวนใหญพบวา รายงานประจําป 2561 48

สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 จะมาในเรื่องปญหาชีวิต โรคเหงาเศราสรอย โรคจิต บางคนก็เอาวัดไปเปนท่ีพึ่งทางจิต เพราะเมื่อผูท่ีตกเปน ผูเสียหายประสบปญหามักไมรูจะไปไหน คนไทยท่ีตกเปนผูเสียหายคามนุษยสวนใหญไมไปหาจิตแพทย เน่ืองจากการมีภาษาพูดที่แตกตางกัน และไมสามารถพูดคุยกับจิตแพทยรูเรื่อง ภาษาแพทยยาก โดยเฉพาะ ถา มีอาการปวยทางจติ จะเปนการยากที่จะสามารถสือ่ สารกบั แพทยได เพราะฉะนั้นการท่ีคนไปวัดสวนใหญก็ไป เพื่อเปนท่ีพึ่ง หรือหาที่พึ่งหาเพื่อน ดังนั้นองคกรเอกชนอยางเราจึงมักเขาไปหาขอมูลแหลงชวยเหลือ ปรึกษา และแนะนาํ กบั ผูตกเปน ผเู สยี หายคามนษุ ยในวัด โดยวดั เปนศูนยกลางในการรบั เรอื่ งแทบทกุ ดา น” นอกจากนีย้ งั พบวาหญิงผูตกเปน เหยอ่ื คามนษุ ยกวา รอยละ 60 ไดรับความชวยเหลือโดยผานเครือขาย วดั ไทย ซงึ่ ใหก ารเยียวยาสภาพจิตใจทั้งในกลุมผูตกเปนเหย่ือความรุนแรงในครอบครัว และเหย่ือการคามนุษย โดยผูตกเปนเหย่ือความรุนแรงในครอบครัวและเหยื่อคามนุษยนั้นมักประสบปญหาความบอบชํ้าของสภาพ จิตใจในภาวะซึมเศรา ภาวะปญหาสุขภาพจิต เครียด วิตกกังวล และบางรายประสบปญหาการติดโรคติดตอ ตางๆ โดยไมมีสวัสดิการของรัฐในการใหความชวยเหลือดานการแพทยเนื่องมาจากเหยื่อหลายรายดวยกันได อพยพเขาเมอื งมาอยางผิดกฎหมาย วัดไทยจงึ เปนศนู ยกลางทส่ี าํ คัญในการใหการพักพิงในเบ้ืองตนแกผูเสียหาย กอนสง ตอไปยังองคกรท่เี กีย่ วของตอไป บทสรุป พบวาหญิงผูตกเปนผูเสียหายคามนุษยกวารอยละ 60 ไดรับความชวยเหลือโดยผานเครือขายวัดไทย ซ่ึงใหความเยียวยาสภาพจิตใจท้ังในกลุมผูตกเปนผูเสียหายความรุนแรงในครอบครัว และผูเสียหาย การคามนุษย โดยผูตกเปนผูเสียหายความรุนแรงในครอบครัวและผูเสียหายคามนุษยน้ันมักประสบปญหา ความบอบช้ําของสภาพจิตใจในภาวะซึมเศรา ภาวะปญหาสุขภาพจิต เครียด วิตกกังวล ทั้งน้ีจากปญหา การคามนุษยทําใหผูวิจัยพบวารัฐควรสงเสริมใหมีการใหความชวยเหลือ พิทักษและคุมครองสิทธิผูเสียหาย ในเชิงรุก เพ่ือที่จะดําเนินการใหกลุมเสี่ยงพรอมรับมือในการแกไขปญหา และรูจักชองทางในการรองขอ ความชวยเหลือเพื่อพิทักษและคุมครองสิทธิของตน โดยรัฐตองสงเสริมการบูรณาการรวมกับหนวยงาน ท้ังภายในและภายนอกประเทศเพ่ือเดินทางมาชวยเหลือผูเสียหายคามนุษยตามที่รองขอ อาทิ หลักสูตรอบรม ทางดานกฎหมายในพื้นท่ีปลายทาง พฤติกรรมของผูตองสงสัย การดําเนินการในกรณีภาวะฉุกเฉิน เปนตน ในปจจุบันมีจิตอาสาชาวไทยจํานวนมากในยุโรปท่ีเดินหนาอาสาแกปญหาการคามนุษย หากแตในปจจุบัน ยังไมมีการดําเนินการอยางมีแบบแผนและเปนข้ันตอน การใหคําปรึกษาแกผูเสียหายมักจะมาจากองคความรู ที่เปนประสบการณสวนตน ดังน้ันจึงควรมีการจัดฝกอบรมจิตอาสาเพื่อการดําเนินงานอยางมีรูปแบบ และสอดคลองกับแผนงานของกระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ยใหมากยิ่งข้นึ ขอ เสนอแนะ จากการศึกษาไดสะทอนประเด็นท่ีสําคัญวารัฐควรใหความสําคัญกับนโยบายของประเทศ ในการปองกัน หรือนโยบายเชิงรุก มากกวาการอุดชองวาง หรือการแกไขปญหา โดยมีการบูรณาการงาน รวมกันทุกภาคสวนทั้งในกระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนษุ ย โดยมุง เนนการปองกนั และการบังคบั ใชก ฎหมายอยางเขม งวดดงั นี้ 1) การปรับรูปแบบนโยบายในแนวทางการปอ งกนั การคามนษุ ย และปองกนั การตกเปนผูเ สยี หายซํ้า รายงานประจําป 2561 49


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook