สาํ นักงานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 สํานักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สารผอู าํ นวยการ สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 ในงบประมาณป พ.ศ.2561 ท่ีผานมานี้ สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 ไดดําเนินการ ตามภารกิจหนาที่ในการสงเสริมและสนับสนุนใหความรูทางดานวิชาการการพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคม การใหคําปรึกษาแนะนําแกหนวยงาน การใหบริการทุกกลุมเปาหมาย การติดตามและประเมินผล การดําเนินงานตามแผนงานของหนวยปฏิบัติ ในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย รวมทั้งหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องคกรปกครองสวนทองถ่ินและองคกร ภาคประชาชน นอกจากนี้ยงั ไดส ง เสรมิ และสนับสนนุ ใหเกดิ ระบบเครือขายของทกุ ภาคสว นในการพฒั นาสังคม รายงานประจําปฉบับนี้ เปนการรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนการปฏิบัติราชการประจําป งบประมาณ 2561 ตามประเด็นยุทธศาสตรและภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษยเพ่ือใหหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนท่ัวไป ไดทราบถึงภารกิจหนาที่และ ผลการดําเนินงานของสาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 และสามารถนําขอมูลไปใชประโยชนไ ดต อ ไป สุดทายน้ี ขอขอบคุณบุคลากรของสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 ท่ีทุมเททั้งกําลังกาย กําลังความคิด ตลอดจนกําลังใจ ในการปฏิบัติหนาที่ตามภารกิจใหบรรลุผลสําเร็จ บังเกิดประโยชนแกงาน ดานสงั คมในพน้ื ทีเ่ ขต คอื จงั หวัดชลบรุ ี จงั หวัดระยอง จงั หวดั จันทบรุ ี และจงั หวดั ตราด (นางสาวมนิดา ล่ิมนิจสรกลุ ) ผูอาํ นวยการสํานกั งานสงเสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 รายงานประจาํ ป 2561 1
สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 สารบญั เรื่อง หนา สารผอู าํ นวยการ 5 สารบญั 5 สว นท่ี 1 5 5 ประวตั ิความเปน มา 5 สถานทีต่ ง้ั 5 วิสยั ทศั น 6 พันธกิจ 6 คา นยิ มองคกร 6 ประเด็นยทุ ธศาสตร 7 เปาประสงค 7 กลมุ เปา หมาย 8 อาํ นาจหนา ที่ของสํานักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 9 ยุทธศาสตรก ระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนษุ ย 10 ยทุ ธศาสตรส าํ นกั งานปลดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนษุ ย 11 โครงสรางกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย 12 โครงสรา งสาํ นักงานสง เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 16 อัตรากาํ ลังเจาหนา ท่สี าํ นักงานสง เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 แผนท่แี สดงพนื้ ที่รบั ผิดชอบของสาํ นักงานสง เสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3 20 ขอมลู พื้นฐานพื้นทรี่ บั ผดิ ชอบของสาํ นักงานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 22 หนวยงานสงั กดั กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษยในพนื้ ทีร่ ับผดิ ชอบ 28 32 สวนที่ 2 36 1. รายละเอยี ดผลการดําเนินงานตามภารกิจประจาํ ปง บประมาณ 2561 2. โครงการศูนยเรียนรูการพฒั นาสังคมและจัดสวสั ดิการสังคมในระดับพ้ืนท่กี ลุมจงั หวัด 42 3. โครงการวิจยั และพฒั นาการส่ือสารเพื่อยุตปิ ญหาการขอทาน 4. โครงการวิจัยรูปแบบการปองกนั และแกไ ขปญหาขอทานแบบมีสวนรวม 5. โครงการวิจัยแบบจําลองการสง เสรมิ การใชป ระโยชนเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร เพ่อื การจัดสวสั ดิการสังคมใหกับผสู งู อายุในเขตชนบท 6. โครงการวจิ ยั กระบวนการขบั เคลอ่ื นการคมุ ครองพทิ ักษส ทิ ธิสาํ หรบั กลุม หญิงไทย ทต่ี กเปน เหยื่อการคา มนุษยในตา งประเทศ รายงานประจาํ ป 2561 2
สํานกั งานสง เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 หนา สํานกั งานสง เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 50 51 เรอ่ื ง 54 56 7. โครงการขบั เคลอื่ นการบรู ณาการโครงการดา นสังคมในระดับพืน้ ที่ 57 8. โครงการจัดทาํ รายงานสถานการณท างสังคมในระดบั กลมุ จังหวัด 9. โครงการวดั อุณหภูมิทางสงั คม TPSO POLL 60 10. โครงการขับเคลื่อนการบูรณาการโครงการดานสังคมในระดับพื้นที/่ จังหวัด 64 65 กลุมจังหวดั และภาค 70 11. กจิ กรรมการพัฒนาเว็บไซตและเผยแพรขอมูลการประชมุ เชิงปฏบิ ัติการการใชเ ทคโนโลยี สารสนเทศและส่ือออนไลนเพื่อการพฒั นาสังคม สว นที่ 3 ผลงานสําคญั ในรอบป 1. โครงการประชุมเชิงปฏบิ ตั ิการตรวจราชการ เขตตรวจราชการท่ี 9 (จังหวัดชลบรุ ี ระยอง จันทบรุ ี และตราด) 2. กจิ กรรมการสาํ รวจผูป ระสบปญหาทางสังคมรายครัวเรือนสําหรบั การพฒั นา แผนที่ทางสงั คม (Social Map) 3. โครงการพัฒนาสงั คมส่งิ แวดลอมและยกระดับความเปนอยูของประชาชนกจิ กรรมหลัก สรา งชุมชนตนแบบ ครอบครัวอบอุน ชมุ ชนเขมแขง็ 4. โครงการ “ตามรอยพอ” ศนู ยเรยี นรเู ศรษฐกจิ พอเพยี ง คณะผจู ัดทํา รายงานประจาํ ป 2561 3
สาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สวนที่ 1 ประวตั ิความเปน มา สถานทต่ี ั้ง วสิ ัยทัศน พันธกจิ คานิยมองคกร ประเดน็ ยุทธศาสตร เปา ประสงค กลุมเปา หมาย อาํ นาจหนา ท่ขี องสาํ นกั งานสง เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 ยุทธศาสตรก ระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย ยุทธศาสตรส ํานักงานปลัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย โครงสรา งกระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย โครงสรา งสาํ นกั งานสง เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 อัตรากาํ ลงั เจาหนาท่สี าํ นกั งานสง เสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 แผนท่ีแสดงพ้ืนท่รี บั ผิดชอบของสาํ นักงานสง เสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 ขอมูลพ้นื ฐานพนื้ ที่รับผดิ ชอบของสาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 หนว ยงานสงั กดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ยในพืน้ ทร่ี ับผดิ ชอบ รายงานประจําป 2561 4
สาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3 จังหวดั ชลบุรี Technical Promotion and Support Office 3 Chonburi ประวตั คิ วามเปน มา สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 หรือใชชื่อยอวา สสว.3 (Technical Promotion and Support Office, Region 3) เปน สว นราชการที่จัดตั้งข้นึ ตามกฎหมายโดย พรบ.ปรับปรงุ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 ไดจัดต้ังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย ซึ่งแบงสวนราชการ เปนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พ.ศ.2545 โดยกําหนดใหมีหนวยงาน สสว.1-12 เปนหนวยงานเทียบเทา กอง กระจายอยูทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซ่ึงสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 (สสว.3) เปนหนึ่งใน หนวยงานน้ันและมีพื้นท่ีรับผิดชอบคือพื้นท่ีภาคตะวันออก 4 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด โดยมีสํานกั งานตง้ั อยูท่ีตาํ บลบางละมงุ จงั หวดั ชลบุรี สถานทต่ี ง้ั (Location) สํานกั งานสง เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 ตั้งอยเู ลขที่ 172/9 หมทู ่ี 4 ถนนสุขุมวทิ ตําบลบางละมุง อําเภอบางละมงุ จงั หวดั ชลบุรี รหสั ไปรษณีย 20150 วิสยั ทัศน (Vision) “เปน สถาบันวชิ าการสนบั สนุนภาคีเครือขายในการพัฒนาสังคมระดบั พ้ืนท่ี” พนั ธกจิ (Missions) 1) บรู ณาการงานพัฒนาสงั คมเพื่อจดั วางยทุ ธศาสตรเชงิ พ้นื ที่ 2) สง เสริมและสนบั สนุนวิชาการพฒั นาสงั คมใหกับทกุ ภาคสว น 3) ศกึ ษาวจิ ยั และพัฒนาวิชาการดา นการพัฒนาสังคม 4) ติดตามและประเมนิ ผลเชงิ นโยบายและการบรหิ ารเชงิ ยุทธศาสตรในระดับพื้นที่ 5) พฒั นาหนว ยงานเปนองคกรแหงการเรียนรู คานยิ มองคกร (Core Value) “รวมพลงั สรางสรรคความรู สกู ารพัฒนาสงั คม” ประเด็นยุทธศาสตร 1) การขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร พม. สกู ารปฏบิ ตั ิ 2) สงเสรมิ และถา ยทอดความรูดานการพฒั นาสงั คม 3) เสริมสรางและพฒั นาความรแู ละนวัตกรรมทางสงั คม 4) พฒั นาระบบการนิเทศและการติดตามประเมนิ ผลเชิงวิชาการ 5) พฒั นา สสว. ใหเปน องคกรแหงการเรียนรู รายงานประจาํ ป 2561 5
สํานักงานสงเสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 เปา ประสงค 1) หนวยงาน พม. และภาคีเครือขา ยบรู ณาการขบั เคลอ่ื นงานไปในทศิ ทางเดยี วกัน 2) เปน สถาบันการเรยี นรูดานการพฒั นาสังคมในพืน้ ท่ี 3) บคุ ลากรของกระทรวงฯ และอปท. ในพนื้ ทีไ่ ดร ับการพฒั นาและถายทอดความรู 4) มอี งคความรูแ ละนวตั กรรมทางสงั คมทเ่ี หมาะสมกับบริบทพนื้ ท่ี 5) มีขอเสนอเชิงวิชาการเพ่ือการตดั สนิ ใจเชงิ นโยบายตามภารกจิ ของกระทรวง 6) มีระบบการตดิ ตามประเมนิ ผลเชงิ วิชาการตามนโยบายและภารกจิ ของกระทรวงท่ีมปี ระสทิ ธิภาพ 7) สสว. เปนองคก รตนแบบดา นการสงเสริมการเรยี นรูในองคกรของกระทรวง 8) สสว. เปน องคกรใสสะอาดท่ีไดรบั การยอมรบั กลมุ เปาหมาย (Target group) สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 มีพื้นที่และกลุมเปาหมายท่ีรับผิดชอบประชากร ในพ้ืนที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด โดยมีบุคคลเปาหมายผูรับบริการสวัสดิการ ตามพระราชบญั ญัติสง เสริมสวสั ดกิ ารสงั คม พ.ศ.2546 ไดแ ก เด็ก เยาวชน คนชรา ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพล ภาพ ผดู อยโอกาส ผถู ูกละเมดิ ทางเพศ หรือกลุมท่ีคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการสังคมแหงชาติเปนผูกําหนด รวมทั้งการสงเสริมและสนับสนุนใหบุคคล ครอบครัว ชุมชน องคกรปกครองสวนทองถ่ินและองคกรอ่ืนๆ มสี ว นรวมในการจัดสวสั ดิการสังคม อาํ นาจ หนาทส่ี าํ นกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 1) พัฒนางานดา นวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ใหสอดคลองกับพื้นที่ และกลมุ เปาหมาย 2) สงเสริมและสนับสนุนงานดานวิชาการ องคความรู ขอมูลสารสนเทศ ใหคําปรึกษาแนะนํา แกหนวยงานบริการทุกกลุมเปาหมายในพื้นท่ีใหบริการ ในความรับผิดชอบของกระทรวงฯ รวมท้ังองคการปกครองสวนทองถิน่ หนวยงานทเี่ กย่ี วของ องคกรภาคเอกชนและประชาชน 3) ศกึ ษา วิเคราะห สถานการณและสภาพแวดลอม เพื่อคาดการแนวโนมของสถานการณทางสังคม และผลกระทบ รวมทั้งใหขอเสนอแนะการพัฒนาสังคมและการจัดทํายุทธศาสตรในพื้นท่ี กลุมจังหวัด 4) สนับสนุนการนิเทศงาน ติดตามประเมินผลการดําเนินงานเชิงวิชาการ ตามนโยบายและภารกิจ ของกระทรวงในพ้นื ที กลมุ จงั หวัด 5) ปฏบิ ัติงานรว มกบั หรอื สนับสนนุ การปฏบิ ตั ิงานของหนว ยอ่นื ทเี่ ก่ยี วของ หรือทีไ่ ดรับมอบหมาย รายงานประจาํ ป 2561 6
สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 ยุทธศาสตรก ระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย วิสัยทศั น พม. เปน ผูน ําดา นสังคมของไทยและอาเซยี น มงุ สคู นอยดู ีมสี ุขในสังคมคุณภาพ พนั ธกจิ 1) พัฒนาคนและสังคมใหมีคุณภาพเต็มศักยภาพและมีภูมิคุมกันตอการ เปลยี่ นแปลง 2) สรางเสริมเครือขายจากทกุ ภาคสวนในการมสี ว นรว มพฒั นาสงั คม 3) พัฒนาองคความรู ขีดความสามารถ และระบบการบริหารจัดการดานการ พัฒนาสังคม 4) จัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อใหประชาชนมี หลกั ประกนั และมคี วามมน่ั คงในชีวติ คา นิยมองคกร อทุ ศิ ตน อาสางาน เอือ้ อาทร อํานวยประโยชนสขุ ประเดน็ ยุทธศาสตร 1) สงเสรมิ โอกาสการเขาถงึ บรกิ ารทางสังคมบนพืน้ ฐานความพอเพยี ง 2) สรางภมู คิ ุมกันและพฒั นาศกั ยภาพกลมุ เปาหมาย 3) ผนกึ กาํ ลังทางสงั คมเพ่อื เปน กลไกในการพัฒนาสังคม 4) บริหารจดั การองคกรสคู วามเปน ผนู ําทางสังคมดว ยหลกั ธรรมาภิบาล ยทุ ธศาสตรสํานกั งานปลัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย วิสัยทศั น ขั บ เ ค ลื่ อ น แ ล ะ บู ร ณ า ก า ร น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ใ น ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม อยา งมผี ลสัมฤทธิ์ คานิยมองคก ร อทุ ิศตน อาสางาน เอ้อื อาทร อํานวยประโยชนสุข พันธกิจ 1) เสนอนโยบาย และยุทธศาสตร มาตรการ ดานการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษยทส่ี ามารถสนองตอบตอ การเปลย่ี นแปลงของสงั คมไทยและสังคมโลก 2) บูรณาการการขับเคล่ือนยุทธศาสตรและการปฏิบัติเพื่อการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนษุ ย 3) พฒั นาองคความรู วิจัย พฒั นา และถายทอดนวตั กรรมทางสงั คม 4) เพ่ิมประสิทธิภาพการบริการทางสังคมเพ่ือตอบสนองความตองการของสังคม อยางฉับพลนั คานิยมองคกร อทุ ิศตน อาสางาน เอื้ออาทร อาํ นวยประโยชนส ขุ ประเด็นยุทธศาสตร 1) พัฒนานโยบายและยทุ ธศาสตรด า นการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย 2) ผนึกกําลงั ทางสังคมจากทกุ ภาคสวน 3) เพม่ิ ขดี ความสามารถในการพฒั นาระบบการใหบรกิ ารทางสังคม 4) พัฒนาองคความรแู ละเสริมสรางธรรมาภิบาล รายงานประจําป 2561 7
สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสง เสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 โครงสรา งกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย Ministry of Social Development and Human Security รายงานประจาํ ป 2561 8
สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 สํานกั งานสง เสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 โครงสรา งสาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 รายงานประจําป 2561 9
สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 สาํ นกั งานสง เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 อตั รากาํ ลงั เจา หนา ท่ี สาํ นักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 ขา ราชการ จํานวน 12 คน 1. นางสาวมนิดา ล่มิ นิจสรกุล ผอู ํานวยการสํานักงานสง เสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 2. นายไพบูลย 3. นายณฐั วุฒิ นาคเจือ นักพฒั นาสงั คมชาํ นาญการrพเิ ศษ 4. นางมณฑา 5. นางลัดดาวรรณ สินธาราศริ ิกุลชัย นกั พัฒนาสังคมชํานาญการ 6. นายณรงค 7. นางสาวเนตรนภา อมตเวทย เจา พนักงานธรุ การชาํ นาญงาน 8. นางสาววาสนา 9. นางสาวสุวิมล โลหติ ไทย เจา พนักงานการเงินและบัญชีชํานาญงาน 10. นางสาววกลุ 11. นางนศิ านาถ แดงสีออน เจา พนกั งานพฒั นาสังคมชาํ นาญงาน 12. นางสาววรญั ญา วงคพพิ นั ธ นกั การจัดการงานทัว่ ไปปฏิบตั กิ าร 13. นางสาวประจวบ 14. นายอนชุ ติ จันทรขาว เจาพนักงานการเงินและบัญชีชํานาญงาน 15. นายธานี นอยใจรักษ นกั พฒั นาสงั คมชาํ นาญการ 16. นางสาวพนดิ า 17. นางพัชรีย ภคสกุลกาญจน นกั พัฒนาสงั คมชํานาญการ 18. นายสุรสทิ ธิ์ 19. นางสาวมลฤดี ศรสี งั วร นักพัฒนาสงั คมปฏิบัติการ 20. นางรัชฎาภรณ จนั ทรสาน นักพฒั นาสงั คมปฏิบัติการ 21. นางสาวกนกวรรณ 22. นายอชิตพล ลูกจางประจํา จาํ นวน 3 คน 23. นางพชั รนิ ทร 24. นายเอกชยั ธนะนิมิตร พนกั งานพมิ พระดบั ส.3 25. นายอนุรกั ษ 26. นายยงยศ จติ รา พนักงานพมิ พระดบั ส.3 อม่ิ พชิ ัย ชางฝมือโรงงานชนั้ 4 พนักงานราชการ จาํ นวน 5 คน แนน อดุ ร นกั พัฒนาสังคม ดีสา เจาหนาทบ่ี นั ทึกขอ มลู ประเวศไพรสนธิ์ พนกั งานบริการ มสี ขุ พนกั งานบริการ เจริญธรรม พนักงานบริการ พนกั งานจางเหมา จาํ นวน 6 คน จาตรุ ณวิชิต พนกั งานจา งเหมานักพัฒนาสังคม กอนกระสงั พนักงานจา งเหมาเจา หนาท่พี ัฒนาสังคม จติ รา พนักงานจางเหมาทําความสะอาด ตระกลู ไพรศาล พนกั งานจางเหมาปรบั ปรงุ ภูมิทศั น พงษอักษร พนกั งานจางเหมาขบั รถยนต วงศสุรยิ า พนักงานจา งเหมาขบั รถยนต รายงานประจาํ ป 2561 10
สํานักงานสง เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 จา งเหมาบริการ 23.08% ขาราชการ ลกู จา งประจํา ขาราชการ 46.15% พนักงานราชการ จา งเหมาบริการ พนักงานราชการ 19.23% ลูกจางประจาํ 11.54% ขอ มลู ณ เดือนกนั ยายน 2561 สาํ นักงานสง เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 แผนท่ีแสดงพนื้ ท่รี ับผิดชอบของ สสว. 3 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 จังหวัดชลบุรี ปฏิบัติงานครอบคลุมพ้ืนท่ี กลมุ จังหวดั ภาคตะวันออก จํานวน 4 จงั หวดั คือจงั หวดั ชลบรุ ี จงั หวดั ระยอง จงั หวัดจนั ทบุรี และจังหวดั ตราด รายงานประจาํ ป 2561 11
สํานกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 ขอมูลพนื้ ฐานพน้ื ทร่ี ับผิดชอบสาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 1. ขอ มลู ทั่วไประดับกลมุ จงั หวดั ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ไดแ ก จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ประชากร (ฐานขอมูลทะเบียนราษฎร ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2560) จํานวน 2,984,469 คน เปนเพศ หญิง จาํ นวน 1,519,724 คน เพศชาย 1,464,745 คน ครัวเรอื น หนวย : พันครัวเรอื น 1,197.22 บา น จาํ นวน 1,778,276 หลัง เขตการปกครอง แบงออกเปน 4 จงั หวัด 36 อําเภอ 260 ตาํ บล 2,213 หมบู าน รปู แบบพิเศษ 1 แหง คือ เมืองพทั ยา 138 เทศบาล 260 อบต. ดานการศึกษา พบวามีสถานศึกษาท้ังหมด จํานวน 1,207 แหง สังกัด อปท. จํานวน 74 แหง รอยละ 6.13 สังกัด ตชด. จํานวน 8 แหง รอยละ 0.66 สังกัดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป จํานวน 1 แหง รอยละ 0.08 สังกัดสถาบันพลศึกษา จํานวน 2 แหง รอยละ 0.17 สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน จํานวน 870 แหง รอยละ 72.08 สังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจํานวน 52 แหง รอยละ 4.31 สังกัด สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จํานวน 5 แหง รอยละ 0.41 สังกัดคณะกรรมการสงเสริมการศึกษา เอกชน จํานวน 187 แหง รอยละ 15.49 สังกัดสํานักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ จํานวน 8 แหง รอยละ 0.66 ผูเรียนสังกัดสถานศึกษา ป พ.ศ. 2560 มจี าํ นวน 662,645 คน ผูหญิง 334,390 คน ผูชาย 328,355 คน มากที่สุดคือ คือ สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน จํานวน 328,157 คน ผูหญิง 164,776 คน ผูชาย 163,381 คน รองลงมาสังกัดคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน จํานวน 139,815 คน ผูหญิง 69,299 คน ผชู าย 70,516 คน ถัดมาสงั กดั คณะกรรมการการอาชีวศึกษา จํานวน 75,491 คน ผูหญิง 33,871 คน ผูชาย 41,620 คน ระดับการศึกษา ป พ.ศ. 2560 มากที่สุดคือ ระดับประถมศึกษา มีจํานวน 252,958 คน หญิง 122,138 คน ชาย 130,820 คน รองลงมาระดับมัธยมศึกษา มีจํานวน 178,927 คน หญิง 97,876 คน ชาย 81,051 คน ถดั มาระดับ อนบุ าล จํานวน 103,886 8o หญงิ 50,470 คน ชาย 53,416 คน ดานเศรษฐกิจ ภาพรวมของเศรษฐกิจธุรกิจของภาคตะวันออกยังคงอยูในระดับท่ีดี และยังสามารถ ขยายตัวไดอยา งตอเน่ือง แตสัญญาณของการชะลอตวั ลงของภาวะเศรษฐกิจธรุ กจิ ในชวงครึ่งหลังของปนั้นยังคง มีใหเห็นอยู ในป พ.ศ. 2560 พบวาจังหวัดท่ีมีรายไดเฉล่ียตอเดือนตอครัวเรือนลดลง คือจังหวัดจันทบุรี รอยละ 8.69 รองลงมาจังหวัดระยอง รอยละ 8.30 สวนจังหวัดที่มีรายไดเฉลี่ยตอเดือนตอครัวเรือนเพ่ิมมาก ขนึ้ จงั หวดั ตราด รอ ยละ 8.86 และจงั หวัดชลบรุ ี รอ ยละ 1.48 ดานแรงงาน คนตางดาวที่ไดรับอนุญาตทํางานคงเหลือในกลุมจังหวัดนี้มี จํานวน 167,049 คน มากท่ีสุดอยูที่จังหวัดชลบุรี 99,632 คน รอยละ 59.64 รองลงมาจังหวัดระยอง 45,051 คน รอยละ 26.97 ถัดมาจงั หวัดจันทบุรี 13,538 คน รอยละ 8.10 และจงั หวดั ตราด 8,828 คน รอยละ 5.28 ดานสุขภาพ สถานพยาบาลรวมท้ังหมดในกลุมจังหวัดน้ีมีจํานวนท้ังสิน 87 แหง ซึ่งสังกัดภาครัฐ จํานวน 82 แหง รอยละ 94.25 และสังกัดภาคเอกชน จํานวน 5 แหง รอยละ 5.75 และมีบุคลากรทาง การแพทย (แพทย พยาบาล และบคุ คลทางการแพทยอ ่ืนๆ) จํานวน 1,777 คน ผูปวยที่เขารับการรักษาในรอบป รวมท้ังหมดมีจํานวน 52,501 คน แยกแตละประเภทไดดังน้ี โรคเบาหวาน จํานวน 17,408 คน รอยละ 33.16 โรคความดัน จํานวน 23,231 คน รอยละ 44.25 โรคหัวใจ รายงานประจําป 2561 12
สาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 ขาดเลือด จํานวน 3,094 คน รอ ยละ 5.89 โรคหลอดเลือดสมอง จํานวน 6,150 คน รอยละ 11.71 โรคมะเร็ง จาํ นวน 2,618 คน รอ ยละ 4.99 เปนผปู ว ยเอดสถงึ จํานวน 2,861 คน ดานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน พบวาฐานความผิดเก่ียวกับชีวิต รางกาย และเพศ รับแจง มากท่ีสุด จํานวน 1,147 คดี จับกุม 887 ราย ผูตองหา 1,000 ราย รองลงมา คดีทํารายรางกายรับแจง จํานวน 664 คดี จับกุม 550 ราย ผูตองหา 145 ราย ถัดมา คดีขมขืนกระทําชําเรา รับแจง 181 คดี จับกุม 118 ราย ผูตอ งหา 145 ราย คดอี ่ืนๆ 128 คดี จดั กมุ 96 ราย ผตู องหา 98 ราย คดีพยายามฆา รับแจง 74 คดี จับกุม 47 ราย ผูตองหา 60 ราย คดีฆาผูอ่ืน รับแจง 69 คดี จับกุม 53 ราย ผูตองหา 57 ราย สุดทายคดีทํา รายผูอื่นถึงแกความตาม รับแจง 31 คดี จับกุม 23 ราย ผูตองหา 26 ราย การเกิดอุทกภัยในป 2560 จํานวน 15,185 ครั้ง มีผูเสียหาย จํานวน 14,917 คน คาเสียหายที่ใหการชวยเหลือผูประสบอุทกภัย 141,200,000 บาท และการเกดิ ภยั ธรรมชาติ จํานวน 112 ครงั้ มีผเู สียหายจากภัยธรรมชาติ 53,975 คน คาเสียหายท่ีใหการ ชวยเหลือผูป ระสบภัยธรรมชาติ 40,652,359.-บาท ดานขยะมูลฝอย จะเห็นไดวาต้ังแตป 2556 – 2560 จังหวัดท่ีมีปริมาณขยะมูลฝอย(ตันตอวัน) มากที่สุดคือจังหวัดชลบุรี 12,102 ตัน ซึ่งในป 2560 มีปริมาณลดลงจากป 2559 ถึง 73 ตัน รองลงมาจังหวัด ระยอง 4,763 ตัน ซ่ึงในป 2560 มีปริมาณเพ่ิมข้ึนจากป 2559 ถึง 92 ตัน 86,305 ตัน ถัดมาจังหวัดจันทบุรี 2,802 ตัน ซึ่งในป 2560 มีปริมาณลดลงจากป 2559 ถึง 77 ตัน และจังหวัดตราด มีปริมาณนอยที่สุด 1,313 ตนั ซงึ่ ในป 2560 ปริมาณเพิ่มขนึ้ จากป 2559 ถึง 1 ตนั 2. ขอ มลู กลุมเปา หมายระดบั กลุมจังหวัด ผลการจัดเกบ็ ขอ มลู ผปู ระสบปญหาทางสังคม (Social Map) จากขอมูลผูลงทะเบียนสวัสดิการแหงรัฐ ในป 2560 พบวามีผูลงทะเบียนท้ังหมดกลุมจังหวัดน้ี มีจํานวน 258,713 คน ลงสํารวจพื้นท่ีจัดเก็บขอมูล ผปู ระสบปญหาทางสังคมได จาํ นวน 68,890 คน รอ ยละ 26.63 กลุมผูมีรายไดนอยมีจํานวนทั้งหมด 69,991 คน ซ่ึงจําแนกไดกลุมเปาหมายไดดังน้ี กลุมผูมีรายได นอยเปนคนพิการ จํานวน 5,473 คน กลุมคนพิการ จํานวน 1,122 คน กลุมเยาวชน จํานวน 6,925 คน กลมุ เยาวชนท่ีเปน คนพิการ จํานวน 80 คน กลุมเยาวชนที่มีรายไดนอยท่ีพิการ จํานวน 662 คน กลุมผูสูงอายุ จํานวน 15,991 คน กลุมผูสูงอายุท่ีมีรายไดนอย จํานวน 58,481 คน กลุมผูสูงอายุที่เปนคนพิการ จํานวน 493 คน กลุมผูสูงอายุท่ีมีรายไดนอยเปนคนพิการ จํานวน 5,954 คน และกลุมเปาหมายอื่น จํานวน 69,751 คน การจัดเกบ็ ขอมลู ผปู ระสบปญหาทางสังคม (Social Map) พบวา ผูประสบปญหามีจํานวนทั้งหมด 68,890 คน แยกเปนผูประสบปญหา จํานวน 62,317 คน หัวหนาครัวเรือน จํานวน 35,166 คน สมาชิก ในครัวเรือน จํานวน 33,724 คน และคนพิการ 3,500 คน กลมุ เด็กและเยาวชน จํานวนเดก็ และเยาวชนที่มีอยจู รงิ ณ วนั ที่ 31 ธันวาคม 2560 พบวา มีจํานวน ท้งั หมด 1,082,036 คน แบง เปน เพศชาย จํานวน 596,014 คน รอ ยละ 55.00 เพศหญิง จํานวน 485,722 คน รอยละ 45.00 จากการจัดเก็บขอมูลผูประสบปญหาทางสังคม (Social Map) พบวาเยาวชนเยาวชน ที่ประสบปญหามีจํานวน 7,667 คน แยกเปนเยาวชนท่ีเปนคนพิการ จํานวน 80 คน เยาวชนที่มีรายไดนอย ท่ีพกิ าร จํานวน 662 คน รายงานประจาํ ป 2561 13
สํานักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 กลุมผูมีรายไดนอย วัยแรงงาน หมายถึง ผูท่ีมีอายุต้ังแต 25–59 ป ท่ีอาศัยอยูจริ ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 มีจํานวนวัยแรงงาน จํานวนทั้งหมด 1,965,850 คน รอยละ 45.00 เปนหญิง 806,954 คน รอยละ 55.00 ชาย 965,530 คน รอยละ 45.00 จากการจัดเก็บขอมูลผูประสบปญหาทางสังคม (Social Map) ในกลุมผูมีรายไดนอยนั้น มีจํานวนท้ังหมด 69,991 คน เปนกลุมผูมีรายไดนอยเปนคนพิการ จํานวน 5,473 คน กลุมผูสูงอายุ หมายถึง ผูที่มีอายุ 60 ปข้ึนไป ท่ีมีอยูจริง ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2560 มีจํานวนท้ังหมด 394,456 คน เปนหญิง จํานวน 221,857คน ชาย จํานวน 172,599 คน คิดเปนรอยละ 13.31 ของประชากร ในพืน้ ทก่ี ลุมจังหวัด 4 จังหวดั ภาคตะวนั ออก การจําแนกตามเพศและชวงอายุ ชวงอายุที่มีมากที่สุดคือ ชวยอายุระหวาง 60–69 ป ท้ังหมด 222,359 คน เปนหญิง 122,860 คน ชาย 99,499 คน รอยละ 56.37 รองลงมา ชวงอายุ 70–79 ป ท้ังหมด 111,993 คน เปนหญิง จํานวน 62,663 คน ชาย จํานวน 49,330 คน รอยละ 28.39 ถัดมา ชวงอายุ 80–89 ป ท้ังหมด 50,536 เปนหญิง จํานวน 30,353 คน ชาย จํานวน 20,831 คน รอยละ 12.81 ชวงอายุ 90–100 ป ท้ังหมด 8,913 คน เปนหญิง 5,627 คน ชาย จํานวน 3,286 คน เปนรอยละ 2.26 และ ชวงอายุ 100 ปขึ้นไป ทั้งหมด 355 คน เปนหญิง จํานวน 354 คน ชาย จํานวน 301 คน รอยละ 0.17 จะเห็นไดว าผสู ูงอายสุ วนใหญท ่ีเปน เพศหญงิ จะมีจาํ นวนมากกวา เพศชายในทุกชวงอายุ จากการสาํ รวจขอมลู ผปู ระสบปญหาทางสังคม (Social Map) พบวากลุมของผูสูงอายุที่ประสบปญหา ทง้ั หมด 15,991 คน แยกเปน กลมุ ผูสูงอายุท่ีมีรายไดนอย 58,481 คนกลุมผูสูงอายุท่ีมีรายไดนอยเปนคนพิการ 5,954 คน และกลมุ ผูสูงอายุพกิ าร 493 คน จํานวนผูสูงอายุท่ีไดรับเงินตามกองทุนผูสูงอายุ พบวา ผูสูงอายุที่ไดรับอนุมัติต้ังแตป 2559–2561 ท้งั หมด 1,098 ราย เงินท่ีไดรับอนุมัติ 31,101,900 บาท และในป 2561 พบวาผูสูงอายุที่ไดรับอนุมัติ ทั้งหมด 296 ราย เงินท่ีไดรับอนุมัติ 8,364,500 บาท จังหวัดที่มีผูสูงอายุไดรับอนุมัติมากที่สุด คือ จังหวัดตราด จํานวน 115 ราย เงินท่ีไดรับอนุมัติ 3,328,000 บาท รองลงมา จังหวัดระยอง จํานวน 89 ราย เงินที่ไดรับ อนุมัติ 2,415,000 บาท ถดั มา จงั หวัดจันทบุรี จาํ นวน 86 ราย เงินท่ีไดรับอนุมัติ 2,457,000 บาท และจังหวัด ชลบรุ ี จํานวน 6 ราย เงินที่ไดร ับอนุมัติ 164,500 บาท ครอบครัว ครอบครัวท่ีมีอยูจริงในพื้นท่ีกลุมจังหวัดภาคตะวัน 4 จังหวัดนี้ ในการจัดเก็บขอมูล ผปู ระสบปญ หาทางสงั คม (Social Map) มีท้ังหมด 51,524 ครัวเรอื น รายไดโดยเฉลี่ยตอเดือนตอครัวเรือน จะสํารวจทุก 2 ป จึงเห็นไดวา ในป 2560 จังหวัดจันทบุรี มีรายไดโดยเฉล่ียตอเดือนตอครัวเรือน มากท่ีสุด จํานวน 32,893 บาท รองลงมา จังหวัดระยอง จํานวน 27,797 บาท ถัดมาจังหวัดตราด จํานวน 27,796 บาท และจังหวัดชลบุรี จํานวน 27,665 บาท หน้ีสินเฉล่ีย ตอ ครัวเรือน ในป พ.ศ. 2560 เหน็ ไดว า จงั หวดั ตราด หนี้สินเฉลย่ี ตอครัวเรือนมากท่ีสุด จํานวน 193,675 บาท รองลงมา จังหวัดจันทบุรี จํานวน 186,072 บาท ถัดมาจังหวัดชลบุรี จํานวน 170,023 บาท และจังหวัด ระยอง จาํ นวน 124,478 บาท รายงานประจําป 2561 14
สาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 สถานการณ EEC โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปนแผนยุทธศาสตรภายใต ไทยแลนด 4.0 โดยรฐั บาลมุงหวงั ใหโครงการ EEC ดึงดูดการลงทนุ จากท้งั ในและตางประเทศในพ้ืนท่ี 3 จังหวัด ในภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ซ่ึงเปนพ้ืนท่ีเดิมของโครงการพัฒนาอีสเทิรนซีบอรดท่ีเกิดข้ึน ในอดีต แมวาการดึงดูดการลงทุนมีความสําคัญตอการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะส้ัน เปาหมายท่ีแทจริง ของการพัฒนา EEC นอกจากจะวัดจากยอดลงทุนทไี่ ดรับ และจาํ นวนบรษิ ัทชน้ั นําระดบั โลกท่ีมา ลงทุนแลว ควรวัดจากความสามารถเทคโนโลยีของประเทศ และทักษะของแรงงานไทยที่เพ่ิมข้ึน ตลอดจนการปฏิรูปกฎระเบียบและการบริการภาครัฐท่ีจะตามมา และการสรางความเขมแข็งของชุมชน ในระยะยาว จากการทบทวนเอกสารทางวิชาการและผลงานวิจัยท่ีเกี่ยวของ สามารถสรุปไดวาการพัฒนา อตุ สาหกรรมจะสงผลกระทบที่ดีตอ ทอ งถิ่นได แตขณะเดยี วกันควรมีการควบคุมที่ดี เพ่ือรักษาส่ิงแวดลอม และ ไมเกิดปญหาในดานเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ซึ่งจะกระทบกันเปนลูกโซ โดยผลกระทบจากการพัฒนา อตุ สาหกรรมทาํ ใหเกดิ การเปลี่ยนแปลงวถิ ีชวี ิตของประชาชนในชุมชนในแตละบริบทแตกตางกัน ซ่ึงบทความนี้ เปนการวิเคราะหผลกระทบจากการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ในบริบทดานสังคม โดยแบงออกเปน 4 ดา น ดงั นี้ ผลกระทบทางสังคม ขอ เสนอแนะ 1. ดา นเศรษฐกิจ 1) นโยบายปองกันใหเขาถึงกลุมเปาหมาย ปญหาการคา มนุษยและบงั คบั ใชแรงงาน โดยเฉพาะธุรกิจคาประเวณี 2) นโยบายการปราบปรามการคา มนุษยจ รงิ จงั 2. คุณภาพชวี ติ ประชาชน ม า ต ร ก า ร ป อ ง กั น ผ ล ก ร ะ ท บ ต อ สุ ข ภ า พ ข อ ง ค น การขยายตัวของโรงงานอตุ สาหกรรม ในชุมชน เชน การกําจัดขยะ มลภาวะทางอากาศ จํานวนประชากรเพม่ิ ขึน้ สง ผลกระทบตอ นา้ํ เพ่ือรองรบั การขยายตวั โรงงานและประชากร มลภาวะทางอากาศ/น้ํา/ขยะ 3. โครงสรางพื้นฐาน ทอ่ี ยอู าศยั พฒั นาโครงสรางพ้ืนฐาน เชน ที่อยอู าศยั ให แรงงานตางถิ่นตองการที่อยูอาศัยที่ถูกสุขลักษณะ 1) เพยี งพอตอ การเพม่ิ ขนึ้ ของประชากร ในราคาทส่ี ามารถจา ยได 2) ราคาท่ีแรงงานและครอบครัวยายถ่ิน ระดับ รายไดส งู ปานกลาง นอ ย สามารถจายได 3) สภาพแวดลอมท่เี หมาะสมกบั การอยอู าศยั 4. ครอบครวั และชุมชน 1) เสริมทักษะของแรงงานใหตอบโจทยลักษณะ ปรบั เปลยี่ นวิถชี ีวติ รวมกลุมเพอื่ สงั คมนอ ยลง ง า น ท่ี เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง จ า ก ภ า ค เ ก ษ ต ร เ ป น เกษตร อุตสาหกรรม (รับจา ง) ภาคอุตสาหกรรม 2) ใหประชาชนมีสวนรวมเสนอความตองการ ของชมุ ชน รายงานประจําป 2561 15
สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 หนว ยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษยใ นพน้ื ที่จังหวัดชลบุรี สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 ท่ตี ้ัง 172/9 ม.4 ต.บางละมงุ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 โทร. 038-240938 , 038-240939 โทรสาร. 038-240938 , 038-240939 สํานกั งานพฒั นาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษยจ ังหวดั ชลบรุ ี ทตี่ ้งั ศาลากลางจังหวัดชลบุรี ถนนมนตเสวี อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000 โทร. 038-277877 , 038-282586 โทรสาร. 038-285208 ศูนยเรียนรูการพฒั นาสตรแี ละครอบครวั เฉลิมพระเกียรตสิ มเด็จพระเทพฯ 36 พรรษา ทตี่ ั้ง 104 ม.3 ถ.สุขุมวทิ ต.บางละมุงจ.ชลบรุ ี 20150 โทร. 038-241072 โทรสาร.038-241766 สถานสงเคราะหเด็กชายบานบางละมุง ท่ตี ้งั 61 ม.3 ถ.สุขุมวิท ต.บางละมุง จ.ชลบรุ ี 20150 โทร. 038-241373 , 038-241492 โทรสาร. 038-240879 ศูนยพัฒนาการจัดสวัสดกิ ารสังคมผสู ูงอายบุ า นบางละมุง ทต่ี ัง้ 40 ม.4 ถ.สขุ ุมวิท ต.บางละมุง จ.ชลบรุ ี 20150 โทร. 038-241121 โทรสาร. 038-241759 สถานคุมครองและพัฒนาคนพิการ การณุ ยเวศม ทตี่ ง้ั 105 ม.3 ถ.สุขุมวิท ต.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 โทร. 038-241741-2 โทรสาร. 038-240137 สถานพฒั นาและฟน ฟูเด็กจงั หวัดชลบุรี ท่ีตง้ั 104/27 ม.3 ถ.สุขุมวิท ต.บางละมงุ จ.ชลบุรี 20150 โทร. 038-234402-3 โทรสาร. 038-234402-3 ศูนยค ุม ครองคนไรท่พี งึ่ จังหวัดชลบรุ ี ที่ตั้ง 61/1 ม.3 ถ.สุขมุ วทิ ต.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 โทร. 038-234430 โทรสาร. 038-234430 บา นพักเด็กและครอบครวั จังหวัดชลบุรี ที่ตั้ง 40 ม.4 ถ.สขุ ุมวทิ ต.บางละมุง จ.ชลบรุ ี 20150 โทร. 038-240220 โทรสาร. 038-240135 สาํ นกั งานเคหะชมุ ชนชลบุรี 1 (พัทยา) ทตี่ ัง้ 162 ม.2 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบรุ ี 20250 โทร. 038-078759-62 โทรสาร. 038-078759 ตอ 40401-7 รายงานประจําป 2561 16
สาํ นกั งานสง เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 สาํ นกั งานสง เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นกั งานเคหะชุมชนชลบรุ ี 2 (บานเซิด) ทตี่ ้ัง 37 ม.7 ถ.สายบา นโรงนา-นางู ต.หนาพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบรุ ี 20140 โทร. 038-466983 โทรสาร. - สํานกั งานการเคหะชุมชนแหลมฉบัง ที่ตงั้ 201 ถ.สขุ มุ วิท กม.129 ต.บางละมุง อ.บางละมงุ จ.ชลบรุ ี 20150 โทร. 038-494993-4 โทรสาร. 038-400155ตอ 40308 หนวยงานสังกดั กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนษุ ยใ นพืน้ ที่จงั หวดั ระยอง สาํ นกั งานพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษยจงั หวดั ระยอง ทต่ี ั้ง ศาลากลางจังหวดั ระยอง ต.เนินพระ อ.เมอื ง จ.ระยอง 21150 โทร. 038-694073-4 โทรสาร. 038-694016 สถานคมุ ครองสวัสดภิ าพเดก็ จังหวัดระยอง ท่ตี ้ัง 318 ถ.สขุ ุมวทิ ต.หว ยโปง อ.เมอื ง จ.ระยอง 21150 โทร. 038-684102 โทรสาร. 038-685647 ศนู ยค มุ ครองคนไรท พี่ ง่ึ จงั หวัดระยอง ท่ตี ัง้ 253/12 ม.1 ต.นิคมพัฒนา (กงิ่ )อ.นคิ มพัฒนา จ.ระยอง 21180 โทร. 038-636105 โทรสาร. 038-636455 บานพกั เด็กและครอบครัวจงั หวดั ระยอง ท่ีตงั้ 318 ถ.สขุ มุ วิท ต.หวยโปง อ.เมือง จ.ระยอง 21150 โทร. 038-684895 โทรสาร. 038-684895 สถานธนานุเคราะห 28 ที่ตัง้ 10/5-6 ถ.จนั ทรอดุ ม ต.ทา ประดู อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 21000 โทร. 038-617030 โทรสาร. 038-617185 สถานธนานเุ คราะห 35 ทตี่ ้ัง 625/48-49 ม.1 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 21140 โทร 038-025933 สาํ นกั งานเคหะชุมชนระยอง การเคหะแหง ชาติ ที่ตั้ง 200/30 ถ.สุขุมวทิ ต.หวยโปง อ.เมอื งระยอง จ.ระยอง 21000 โทร. 038-022047-8 โทรสาร. 038-022047-8 ตอ 40608 สํานกั งานเคหะชุมชนมาบตาพุด การเคหะแหงชาติ ทีต่ ัง้ 200/30 ถ.สุขุมวิท ต.หว ยโปง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 21000 โทร. 038-684293 โทรสาร. 038-685880 ตอ 40508 รายงานประจําป 2561 17
สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 สํานกั งานสง เสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 หนวยงานสังกดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี สาํ นักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจังหวัดจันทบุรี ท่ีตงั้ 1212/21 ถ.ทาแฉลบ ต.ตลาด อ.เมือง จ.จนั ทบรุ ี 22000 โทร. 039-312552 โทรสาร. 039-327868 ศนู ยค ุม ครองคนไรท ี่พึง่ จงั หวัดจันทบุรี ทต่ี ้งั 1/14-15 ม.2 ถ.รกั ศักด์ชิ มูล ต.ทาชา ง อ.เมอื ง จ.จันทบุรี 22000 โทร. 039-471708-9 โทรสาร. 039-471708 บานพกั เด็กและครอบครัวจงั หวดั จันทบุรี ทตี่ ้ัง 25/3 หมู 3 ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จนั ทบุรี โทร. 039-327577 โทรสาร. 039-327577 สาํ นักงานเคหะชมุ ชนจันทบุรี การเคหะแหง ชาติ ท่ีตั้ง 1/13 ม.12 ถ.พระยาตรัง ต.ทาชาง อ.เมืองจันทบรุ ี จ.จันทบุรี 22000 โทร. 039-321910 โทรสาร. 039-321910 หนว ยงานสังกัดกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ยในพ้ืนท่จี ังหวดั ตราด สาํ นักงานพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษยจ ังหวดั ตราด ท่ีตงั้ ศาลากลางจังหวดั ตราด ถ.ราษฎรนยิ ม ต.บางพระ อ.เมืองตราด จ.ตราด 23000 โทร. 039-525296 โทรสาร. 039-511588 ศนู ยค ุมครองคนไรทพ่ี ่งึ จงั หวัดตราด ท่ีตง้ั 1140-1141/1 ม.1 ถ.เนินตาแมว ต.วงั กระแจะ อ.เมือง จ.ตราด 23000 โทร. 039-512556 โทรสาร. 039-512556 บา นพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตราด ที่ตงั้ 79 ม.6 ต.หนองเสมด็ อ.เมืองตราด จ.ตราด 23000 โทร. 039-539616 โทรสาร. 039-539611 สถาบนั พัฒนาองคกรชุมชน (องคก ารมหาชน) สาํ นกั งานภาคกรุงเทพ ฯ ปรมิ ณฑล และภาคตะวันออก รับผิดชอบปฏิบัติงาน รวม 12 จังหวัด ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครนายก ปราจีนบรุ ี ฉะเชิงเทรา สระแกว ชลบรุ ี ระยอง จันทบุรี และตราด ท่ีตง้ั ช้นั 4 สถาบันพัฒนาองคก รชมุ ชน(องคการมหาชน) เลขท่ี 912 ถ.นวมินทร 45 แขวงคลองจั่น เขตบางกะป กรงุ เทพฯ 10240 โทร. 02-3788300 ตอ 8740,8555 โทรสาร. 02-3788398 รายงานประจาํ ป 2561 18
สาํ นกั งานสง เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 สวนที่ 2 1. รายละเอยี ดผลการดาํ เนนิ งานตามภารกจิ ประจาํ ปง บประมาณ 2561 2. โครงการศูนยเรยี นรูการพฒั นาสงั คมและจัดสวัสดกิ ารสงั คมในระดับพ้นื ทกี่ ลุมจังหวัด 3. โครงการวิจัยและพัฒนาการสือ่ สารเพ่อื ยตุ ปิ ญ หาการขอทาน 4. โครงการวจิ ัยรูปแบบการปองกนั และแกไขปญ หาขอทานแบบมีสวนรวม 5. โครงการวจิ ัยแบบจําลองการสง เสรมิ การใชประโยชนเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร เพื่อการจัดสวสั ดกิ ารสังคมใหกบั ผูส ูงอายุในเขตชนบท 6. โครงการวจิ ยั กระบวนการขับเคลื่อนการคมุ ครองพิทกั ษสทิ ธิสาํ หรบั กลุมหญิงไทย ทีต่ กเปนเหยื่อการคา มนษุ ยใ นตา งประเทศ 7. โครงการขบั เคล่ือนการบรู ณาการโครงการดานสังคมในระดับพืน้ ท่ี 8. โครงการจดั ทํารายงานสถานการณท างสังคมในระดบั กลุมจังหวัด 9. โครงการวดั อณุ หภมู ิทางสังคม TPSO POLL 10. โครงการขบั เคลื่อนการบรู ณาการโครงการดานสงั คมในระดับพ้นื ที่/จังหวดั กลุมจังหวัดและภาค 11. กิจกรรมการพัฒนาเวบ็ ไซตและเผยแพรข อมูลการประชุมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารการใชเ ทคโนโลยี สารสนเทศและส่อื ออนไลนเพ่อื การพฒั นาสังคม รายงานประจําป 2561 19
สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 1. รายละเอียดผลการดาํ เนนิ งานตามภารกิจประจําปง บประมาณ 2561 วนั ท่ี 30 กันยายน 2561 รายการท่รี บั จดั สรร งบประมาณทีไ่ ดรบั ผลการเบกิ จาย จํานวน รอยละ แผนงาน : บุคลากรภาครัฐ ผลผลติ : รายการคาใชจ า ยบุคลากรภาครัฐเสรมิ สรางสวัสดกิ ารสังคมและยกระดับคณุ ภาพชีวติ กิจกรรมหลัก : รายจา ยบคุ ลากรดา นพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย - งบบุคลากร 944,280.00 944,280.00 100.00 - งบดําเนนิ งาน 90,801.00 90,801.00 100.00 รวม 1,035,081.00 1,035,081.00 100.00 แผนงาน : พนื้ ฐานดานการแกไ ขปญ หาความยากจน ลดความเหล่ือมลํ้าและสรางการเตบิ โตจากภายใน ผลผลิต : ขอเสนอเชิงนโยบายเพอ่ื การพฒั นางานดานสงั คม กิจกรรมหลกั : จดั ทาํ ขอ เสนอแนะและพัฒนานโยบายและแผนดานพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย งบดําเนินงาน - งบบริหาร 939,417.42 939,396.87 100.00 - คาจา งเหมาบรกิ ารภายนอก 449,880.00 449,880.00 100.00 - คา สาธารณปู โภค 430,395.80 430,395.80 100.00 - โครงการศูนยบ รกิ ารทางวิชาการดา นพัฒนาสังคมและ 989,265.93 989,265.93 100.00 สวัสดิการสังคมในระดับกลมุ จังหวดั - โครงการขบั เคล่ือนการบูรณาการโครงการดา นสงั คมในระดับ 268,546.85 268,546.85 100.00 พ้ืนที่ - คาใชจ ายดาํ เนินการจดั ประชุมผตู รวจราชการ รอบ 1 17,970.00 17,970.00 100.00 - คา ใชจา ยจดั กิจกรรมประชมุ เวทีวิชาการและแสดงนวตั กรรมฯ 67,590.00 67,590.00 100.00 ในงาน Thailand Social Expo 2018 รวม 3,163,066.00 3,163,045.45 100.00 งบลงทนุ - โครงการพฒั นาพน้ื ท่หี นวยงานในเขตอําเภอบางละมุง (เฟส 2) 19,877,000.00 3,975,400.00 20.00 - ปรับปรงุ ซอมแซมอาคารสํานกั งาน 500,000.00 500,000.00 100.00 - ซอมแซมอาคารชดุ พักอาศยั 12 หอ ง 819,324.20 819,324.20 100.00 - พดั ลมติดผนังขนาด 16 นว้ิ 79,600.00 79,600.00 100.00 - พดั ลมอตุ สาหกรรมขนาด 22 น้ิว 12,000.00 12,000.00 100.00 รายงานประจาํ ป 2561 20
สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 รายการทีร่ บั จดั สรร งบประมาณที่ไดรับ ผลการเบิกจาย จํานวน รอ ยละ - ชดุ โตะทํางานพรอมเกา อ้ี 31,400.00 29,960.00 95.41 - กลองถา ยรูป 1 ตัว 33,050.00 32,540.00 98.46 - โปรเจคเตอร 2 เครอื่ ง 42,586.00 41,800.00 98.15 - ทวี ี 50 นวิ้ 2 เครอ่ื ง 36,980.00 36,980.00 100.00 - ทวี ี 40 น้ิว 2 เครือ่ ง 29,980.00 29,980.00 100.00 - จอรับภาพ 3,649.99 3,649.99 100.00 - เครอ่ื งปรบั อากาศ 2 เคร่อื ง 49,800.00 49,800.00 100.00 - โตะ พบั เอนกประสงค 50 ตวั 99,500.00 99,500.00 100.00 - เกาอ้ีจัดเลี้ยง 40 ตวั 27,600.00 27,600.00 100.00 - เกาอี้พลาสติก 60 ตัว 14,400.00 14,400.00 100.00 - โตะ ประชมุ 9,920.00 9,920.00 100.00 - เกา อส้ี ํานักงาน 3 ตัว 6,870.00 6,870.00 100.00 - ชุดโซฟารบั แขกพรอ มโตะ กลาง 40,660.00 40,660.00 100.00 - กระดานฟลปิ ชารต 3 ตัว 10,500.00 10,500.00 100.00 - เครือ่ งเคลือบบัตร 1 เครอ่ื ง 3,709.01 3,709.00 100.00 - เครอื่ งดดู ฝุน 1 เครอ่ื ง 4,900.00 4,900.00 100.00 - เครอ่ื งตัดหญา 1 เครอื่ ง 15,515.00 15,515.00 100.00 รวม 21,748,944.20 5,844,608.19 26.87 กจิ กรรมหลัก : บรหิ าจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร - คาบรกิ ารสือ่ สารและโทรคมนาคม 10,230.59 10,230.59 100.00 - คาวสั ดุคอมพิวเตอร 54,699.41 54,698.50 100.00 รวม 64,930.00 64,929.09 100.00 กจิ กรรมหลัก : อาํ นวยการและสนับสนุนงานดานการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย - คาใชจ า ยติดตงั้ คอมพิวเตอรแมขา ยและอุปกรณเ ครือขาย 34,190.00 34,190.00 100.00 ทดแทน รวม 34,190.00 34,190.00 100.00 แผนงาน : บูรณาการจดั การปญ หาแรงงานตา งดาวและการคามนุษย โครงการตอ ตา นการคามนุษย กจิ กรรมหลกั : การปอ งกันปญ หาการคามนษุ ย - คาใชจ า ยดาํ เนินการจัดประชุมผตู รวจราชการ รอบ 3 958,600.00 958,586.86 100.00 รวม 958,600.00 958,586.86 100.00 รายงานประจําป 2561 21
สํานกั งานสง เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 รายการทร่ี บั จัดสรร งบประมาณทไี่ ดรับ ผลการเบกิ จา ย จาํ นวน รอ ยละ แผนงาน : บูรณาการวจิ ยั และนวัตกรรม กิจกรรมหลัก : ศกึ ษาวิจัยเพ่อื สรางองคความรูในการพฒั นาสงั คม - โครงการวิจัยและพฒั นาการสอื่ สารเพ่อื ยุตปิ ญ หาการขอทาน 1,321,600.00 1,321,597.70 100.00 - โครงการวจิ ยั แบบจาํ ลองสง เสรมิ การใชป ระโยชนเทคโนโลยี 100,000.00 99,993.60 99.99 สารสนเทศและการสอ่ื สารเพอื่ การจัดสวสั ดกิ ารสงั คม ใหก บั ผสู ูงอายใุ นเขตชนบท - โครงการรูปแบบการปอ งกนั และแกไ ขปญหาขอทาน 100,000.00 99,994.10 99.99 แบบมสี ว นรว ม - โครงการวิจัยกระบวนการขับเคลอื่ นการคมุ ครองพทิ ักษส ทิ ธ์ิ 50,000.00 49,996.90 99.99 สาํ หรบั กลมุ หญงิ ไทยท่ตี กเปนเหย่ือการคามนุษยในตา งประเทศ รวม 50,000.00 49,996.90 99.99 รวมทง้ั ส้นิ 27,054,811.20 11,150,437.49 41.21 2. โครงการศนู ยเ รยี นรกู ารพัฒนาสังคมและจดั สวัสดิการสงั คมในระดับพื้นทกี่ ลุมจังหวดั ในปงบประมาณ 2561 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 จังหวัดชลบุรี ไดเปนเจาภาพ ดํ า เ นิ น ก า ร โ ค ร ง ก า ร ศู น ย เ รี ย น รู ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม แ ล ะ จั ด ส วั ส ดิ ก า ร สั ง ค ม ใ น ร ะ ดั บ พ้ื น ที่ ก ลุ ม จั ง ห วั ด มีวัตถุประสงคเพ่ือเปนศูนยตนแบบถายทอดความรูงานวิชาการดานการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม ท่ีเหมาะสมกับบริบทพื้นท่ี และเปนหนวยเคล่ือนที่ทางวิชาการเพ่ือใหบริการแกหนวยงานบริการ ทุกกลุมเปาหมายในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยและ ภาคีเครอื ขา ยท่เี กยี่ วขอ ง กลมุ เปา หมาย ขาราชการและเจาหนาท่ีสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 – 12 กองมาตรฐานการพัฒนา สงั คมและความมัน่ คงของมนษุ ย หนวยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย และ ภาคเี ครือขา ยทเ่ี กย่ี วขอ งในพื้นท่ี ในปงบประมาณ 2561 ไดจัดดําเนินการใหความรูทางดานวิชาการเปนโครงการ/กิจกรรม ดังตอไปน้ี ดาํ เนนิ การในฐานะเจา ภาพ 2.1) การประชุมจัดวางทศิ ทางการดําเนินงานของศูนยเ รียนรกู ารพัฒนาสังคมและจดั สวัสดิการสังคม การวางทิศทางการดําเนินงานของศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม เปนการให ความสําคัญกับการเตรียมความพรอม ดานระบบบริหารจัดการขอมูล ทรัพยากร และบุคลากร เพ่ือใหเปน รายงานประจาํ ป 2561 22
สํานักงานสง เสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 แหลงเรียนรู เสริมสรางนวัตกรรมทางสังคมท่ีเหมาะสมกับพื้นท่ี เปนศูนยรวมการใหบริการคําปรึกษาทาง วิชาการท่ีครบวงจร และเปนหนวยเชิงรุกในการสงเสริมและสนับสนุนวิชาการใหการปฏิบัติงานของหนวยงาน ในความรบั ผดิ ชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ชุมชน ทองถิ่น และภาคีเครือขาย ทเ่ี กี่ยวขอ งเกดิ การขับเคลื่อนงานใหไ ดมาตรฐานมีประสทิ ธภิ าพ และเหมาะสมกบั สภาพพนื้ ที่ กลุมเปา หมาย ขาราชการและเจาหนาท่ีสํานักงานสงเสริมและ สนบั สนุนวชิ าการ 1 - 12 จาํ นวน 44 คน ผลการดําเนินงาน ดําเนินการกําหนดทิศทางการดําเนินงานศูนย เรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่ กลุมจังหวัด ระหวางวันที่ 7 - 10 พฤศจิกายน 2561 ณ โรงแรมพักพงิ องิ ทาง บตู ิค โฮเทล จังหวดั นนทบุรี ไดมีการดําเนนิ การศูนย ดังน้ี ผลผลิตที่ 1 หนวยเคล่ือนท่ีทางวิชาการ มีลักษณะและวิธีการ 2 วิธีการ คือ จังหวัดเคล่ือนที่และ พม.เคลื่อนท่ีอยางนอ ย 10 ครง้ั - วัตถุประสงค เพื่อถายทอดและพัฒนาความรูใหกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคีเครอื ขา ยทเ่ี กีย่ วของ - กลมุ เปา หมาย องคกรปกครองสวนทองถ่ินและ ภาคเี ครือขาย - ขั้นตอนการดาํ เนนิ งาน คั ด เ ลื อ ก พ้ื น ท่ี / ศึ ก ษ า ส ถ า น ก า ร ณ ทางสังคม สํ า ร ว จ ค ว า ม ต อ ง ก า ร ข อ ง พื้ น ท่ี / เพิม่ ประเดน็ ขอ มลู รวบรวม วิเคราะหขอมูลความตองการ ของแตล ะพื้นที่ ประสานพ้ืนที่ในการออกหนวยเคล่ือนท่ี ทางวชิ าการ นํ า ผ ล ก า ร ป ร ะ เ มิ น ม า วิ เ ค ร า ะ ห เพ่ือวางแผนในปตอไป ผลผลิตท่ี 2 ทําเนยี บเครือขายการพัฒนาสงั คมและการจดั สวัสดิการสังคม + Google site จัดทําทําเนียบ เครือขายการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคมในพื้นท่ีกลุมจังหวัด ความรบั ผิดชอบของแตล ะ สสว. และจดั ทําขอ มูลโดยการปกหมุดลง Google site ผลผลิตที่ 3 พฒั นาเครอื ขายภาครฐั และเอกชนดานวิชาการพฒั นาสังคมในระดับพนื้ ท่ี - วตั ถปุ ระสงค เพือ่ ถายทอดและพัฒนาความรใู หก ับขา ราชการ,พนักงานของรฐั พม. รายงานประจาํ ป 2561 23
สํานักงานสง เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 - กลุมเปาหมาย ขาราชการ,พนกั งานของรัฐ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนษุ ย - ขน้ั ตอนการดําเนนิ งาน แบบสํารวจความตองการ กรอบหลักสูตร,วิทยากร (ไมกําหนดหลักสูตร แตใหอยูในกรอบเชิงประเด็น เชิงกลมุ เปาหมายและเชิงพ้นื ท)ี่ ดาํ เนินการตามกิจกรรม ประเมนิ ผล/สรุปผลการดาํ เนินงาน ผลผลิตท่ี 4 องคความรู อยา งนอ ย 1 ชุด มติท่ีประชุม ชุดความรูของแตละ สสว. ควรมีเน้ือหาท่ีเกี่ยวของท้ังเชิงประเด็น เชิงเปาหมาย และเชงิ พ้ืนท่ี ในการจดั ชุดความรคู วรสอบถามและประสานกับพ้ืนที่ในความตองการของพื้นท่ีวาตองการศึกษา หาความรูใ นดานใด ในเรอื่ งการจัดสวสั ดกิ าร - วัตถุประสงค เพ่ือใหเกิดองคความรูดานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยสําหรับการ พัฒนากลุมเปา หมายและองคกรท่เี กีย่ วของ - ขอบเขต รวบรวม/ สราง /พัฒนา องคความรูที่เกี่ยวของกับภารกิจกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมัน่ คงของมนษุ ยและภารกิจดานการพัฒนาสังคมที่เก่ยี วของ - ขน้ั ตอนการดาํ เนินงาน คนหาความตอ งการองคความรู o สาํ รวจความตองการ/วเิ คราะหส ถานการณใ นพน้ื ที่ o ประมวลผลขอมลู o วิเคราะห/ กําหนดองคความรู กําหนดแผนงานโครงการสรางองคความรู o จดั ทาํ แผนงาน/โครงการ o ขออนุมัติดําเนนิ การ การสราง/พัฒนาองคความรู o ดาํ เนินการศึกษา/วิจยั o ดําเนินการถอดบทเรยี น o สงั เคราะหเ ปน องคค วามรู การถายทอดองคค วามรู o ออกแบบ/ผลติ สือ่ /คูมอื /หลักสูตร o เผยแพร/ ถา ยทอด การประเมนิ ผล o ติดตามประเมนิ ผลการใชอ งคความรู o สรปุ รายงานผล o กาํ หนดแนวทางในปตอไป รายงานประจาํ ป 2561 24
สาํ นกั งานสง เสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3 สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 ผลผลิตที่ 5 เวทแี ลกเปล่ยี นเรียนรู จดั เวทอี ยางนอ ย 1 ครัง้ - วตั ถปุ ระสงค เพอื่ แลกเปล่ยี นประสบการณดาํ เนินงาน และประชาสมั พนั ธแหลง เรยี นรใู นพน้ื ที่ - กลุมเปาหมาย เครือขายหนวยงาน พม./อปท. และหนวยงานภาครัฐ , อาสาสมัคร , ภาคเอกชน , นกั เรียน , นกั ศกึ ษา - สถานท่ีจัดเวที สถานท่ีเอกชนหรอื ราชการ และแหลงเรยี นรู - ข้ันตอน กาํ หนดประเดน็ แลกเปล่ยี น โดยกาํ หนดจาก ชดุ ความรู ความตอ งการของพ้นื ที่ และประเดน็ เรงดวน ของกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย สาํ รวจขอ มูล (พน้ื ทเ่ี ดน )+ผสู นใจ วิเคราะหและกําหนดกลุมเปาหมาย ผูนําเสนอหลัก ผูรวมแลกเปลี่ยนเรียนรู เจาของความรผู ปู ฏบิ ตั ิ หนว ยงานสนบั สนนุ หัวขอ/ขอบเขตการพูดคุยในเวที เชน จุดเร่ิมตนการดําเนินงาน (ที่มา) วิธีการ ทํางาน หนวยงานสนับสนุน ผลท่ีเกิด (บทเรียนความสําเร็จ/ไมสําเร็จ) ส่ิงท่ีจะ พฒั นาตอไป - ประโยชนท่ีจะไดรับ มีทิศทาง มีแนวทางการพัฒนางานสูความสําเร็จ มีเครือขายการดําเนินงาน มปี ระกายความคิด “อยากทําใหส าํ เร็จ” แผนการดาํ เนนิ งาน/งบประมาณ การประสานงานสาํ รวจขอ มลู และจดั เวทีอบรม 2.2) กิจกรรมอบรมหลักสูตรระเบียบการจดั ซ้ือจัดจา งและการบริหารพัสดภุ าครัฐ กิจกรรมจัดอบรมหลักสูตรระเบียบการจัดซื้อจัดจาง และการบริหารพัสดุภาครัฐ มีวัตถุประสงคเพื่อ ไดรับความรู ความเขาใจเกี่ยวกับกฎระเบียบที่เก่ียวของ ทราบถึงหลักการ แ ล ะ แ น ว ท า ง ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ที่ ส อ ด ค ล อ ง กั บ ร ะ เ บี ย บ กระทรวงการคลังวาดวยการพัสดุของหนวยงานภาครัฐ บทบาท หนา ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของเจาหนา ท่ีพัสดแุ ละผูเกย่ี วของ กลุมเปาหมาย ขาราชการและเจาหนาท่ีหนวยงาน พม. ในจังหวัดชลบุรี จํานวน 19 หนวยงาน ๆ ละ 3 คน เจา หนา ท่สี ํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 จํานวน 11 คน ทมี วทิ ยากร 2 คน รวมทง้ั หมด 70 คน ผลการดําเนนิ งาน ดําเนินการจัดอบรมหลักสูตรระเบียบการจัดซื้อจัดจาง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ในพฤหัสบดีวันท่ี 16 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมไอยรา แกรนด พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีวิทยากรใหค วามรู เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการดําเนินการ จัดซ้ือจัดจาง เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการใชจายงบประมาณ รายงานประจําป 2561 25
สํานักงานสง เสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 รายจายประจําปงบประมาณ 2561 ความเขาใจเกี่ยวกับการใชบัญชีผูประกอบการงานกอสรางของหนวยงาน ภาครัฐ แนวทางการปฏิบตั ิในการดําเนนิ การจดั ซ้อื จัดจางผา นระบบการจดั ซ้ือจดั จางภาครัฐดว ยอิเลก็ ทรอนิกส 2.3) ประชมุ เชงิ ปฏิบัติการติดตามผลการดําเนินงานของศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม ในระดับพ้ืนทก่ี ลมุ จังหวัด กลุม เปา หมาย ขาราชการและเจาหนาที่สํานักงานสงเสริมและสนับสนุน วิชาการ 1–12 สสว.ละ 3 คน เจาหนาท่ีสํานักงานสงเสริมและ สนบั สนนุ วิชาการ 3 และวิทยากร รวมจาํ นวน 42 คน ผลการดําเนินงาน ดําเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการดําเนินงาน ของศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพื้นท่ีกลุมจังหวัด ระหวางวันที่ 19 – 21 เมษายน 2561 ณ ศูนยการเรยี นรแู ละฝกอบรมดานผสู งู อายุจังหวดั ชลบุรี โดยมวี ิทยากรใหความรู ดงั นี้ 1) กลยทุ ธก ารบริหารจดั การศูนยเรียนรูฯใหเกดิ ความยงั่ ยนื 2) ฝกปฏิบัติ “การสรางกลยุทธการบริหารจัดการ ศูนยเ รยี นรูฯ ใหเกิดความยง่ั ยนื 3) การสงเสริมความรูเก่ียวกับกลุมเปาหมายตาง ๆ ใหแก หนวยงานในพื้นท่ีนาํ ไปใชใ นการทาํ งาน 4) การนําเสนอแผนงานและโครงการการบริหารจัดการ ศนู ยเ รยี นรูฯ ใหเ กดิ ความย่งั ยนื ผลท่ไี ดรับ ขาราชการและเจาหนาท่ีสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 - 12 เขาใจและไดเรียนรู การขับเคล่ือนกลยุทธการบริหารจัดการศูนยเรียนรูฯ ไปในทางเดียวกันสามารถสนับสนุนงานภาพรวม ของกระทรวงไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ 2.4) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการเสริมสรางความรูความเขาใจดานการปฏิบัติงาน สงั คมสงเคราะหส าํ หรับผูรับการนิเทศ กลุมเปา หมาย ขาราชการและคณะทํางานดานสังคมสงเคราะหหนวยงาน พมจ. 4 จังหวัดภาคตะวันออก เจาหนา ท่ีสํานกั งานสง เสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3 รวมทง้ั หมด 20 คน ผลการดําเนินงาน กจิ กรรมการชีแ้ จงแนวทางการเสริมสรางความรคู วามเขา ใจดานการปฏบิ ตั งิ านสังคมสงเคราะหสําหรับ ผรู ับการนเิ ทศ จัดเมอื่ วนั ท่ี 15 พฤษภาคม 2561 ณ หองประชุมสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 จังหวัดชลบุรี โดยมี ผูอํานวยการสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 (นางสาวมนิดา ล่ิมนิจสรกุล) รายงานประจําป 2561 26
สํานักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 เปน วทิ ยากรถา ยทอดความรใู นการสรา งความเขา ใจและเตรียมความพรอมการเปนผูนิเทศงานสังคมสงเคราะห ในพ้ืนท่ีจังหวัด กลุมจังหวัด ตลอดจนวางงานทั้งแบบจัดทํา Action Plan ของจังหวัด เพ่ือใหเปนไปใน แนวทางเดียวกัน 2.5) จัดประชุมเชิงปฏบิ ัตกิ ารเวทแี ลกเปลี่ยนเรียนรูการพัฒนาศักยภาพผูปฏิบัติงานในการคัดแยกผูเสียหาย จากการคามนุษย กลุม เปา หมาย ขาราชการ เจาหนาที่ คณะทํางานดานสังคมสงเคราะหหนวยงาน พมจ. 4 จังหวัดภาคตะวันออก เจาหนาที่สํานักงานสงเสริมและสนับสนุน วิชาการ 3 และวทิ ยากร รวมทงั้ หมด 50 คน ผลการดาํ เนนิ งาน ดําเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเวทีแลกเปล่ียนเรียนรูการพัฒนา ศักยภาพผูปฏิบัติงานในการคัดแยกผูเสียหายจากการคามนุษย ระหวางวันท่ี 15 – 17 สิงหาคม 2561 ณ ศูนยฝกอบรมการทองเที่ยวแหงประเทศไทย บางแสน อาํ เภอเมอื งชลบรุ ี จงั หวดั ชลบรุ ี 2.6) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนโครงการศูนยเรียนรู การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพ้ืนที่กลุม จังหวัด กลมุ เปาหมาย ขาราชการและเจาหนาที่สํานักงานสงเสริมและสนับสนุน วิชาการ 1,2,4 – 12 ทีมวทิ ยากร และเจา หนาทีส่ ํานกั งานสงเสริมและ สนบั สนุนวชิ าการ 3 รวมจํานวน 42 คน ผลการดาํ เนนิ งาน ดําเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนโครงการ ศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพ้ืนท่ี กลุม จังหวัด ระหวา งวันที่ 22 – 24 สงิ หาคม 2561 ณ ศูนยฝกอบรม การทองเท่ียวแหงประเทศไทยบางแสน อําเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดยการถอดบทเรียนศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคม และจัดสวัสดิการสังคม ปงบประมาณ 2561 มีการใหความรู เ ติ ม เ ต็ ม แ น ว ท า ง ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น ศู น ย เ รี ย น รู ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม และจัดสวัสดิการสังคมปงบประมาณ 2562 และจัดทําแผน การดําเนินงานศูนยเรียนรูการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม ปง บประมาณ 2562 รายงานประจําป 2561 27
สํานักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 2.7) จดั อบรมพัฒนาศักยภาพผูปฏิบตั ิงานนกั สังคมสงเคราะหด านการปองกันและแกไขปญหาขอทาน กลุมเปาหมาย ขาราชการ เจาหนาที่ คณะทํางานดานสังคม สงเคราะหหนวยงาน พมจ. 4 จังหวัดภาคตะวันออก หนวยงาน ภาครัฐ หนวยงาน NGO เจาหนาที่สํานักงานสงเสริมและ สนับสนุนวชิ าการ 3 และวิทยากร รวมทั้งหมด 40 คน ผลการดาํ เนินงาน จั ด อ บ ร ม พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ ผู ป ฏิ บั ติ ง า น นั ก สั ง ค ม สงเคราะหดานการปองกันและแกไขปญหาขอทาน ระหวางวันที่ 19 - 21 กันยายน 2561 ณ ศนู ยก ารเรียนรแู ละฝกอบรมดา นผสู งู อายจุ ังหวดั ชลบรุ ี อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เปนการใหความรู ในดานสิทธิมนุษยชน สิทธิประชาชน การนําหลักสังคมสงเคราะหมาใชในการปฏิบัติงานกับกลุมเปาหมาย การเขียนรายงาน การประสานสงตอผูรับบริการ การคุมครองตนเองของผูปฏิบัติงาน จรรยาบรรณ ในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห เพ่ือใชประโยชน ในการพัฒนาตนเองและหนวยงานตอ ไป 3. โครงการวจิ ยั และพัฒนาการสือ่ สารเพอ่ื ยุติปญ หาการขอทาน “การส่ือสาร” เปนกลยุทธที่มีความสําคัญที่สุด ที่จะนําไปสูการรับรู เรียนรู ใหเกิดความเขาใจ ที่ถูกตองตรงกันของผูถายทอดและผูรับฟงขอมูลท้ังองคกรต้ังแตระดับนโยบายไปจนถึงระดับปฏิบัติการ ในดานขอทาน ทําใหสามารถกําหนดแนวทางการปฏิบัติรวมกันไดอยางถูกตองเหมาะสมและนําไปสูเปาหมาย ทตี่ งั้ ไวอยางมที ิศทางเพอื่ ใหเ กดิ ประสทิ ธิภาพและเกิดประสิทธิผลสงู สดุ วัตถุประสงค 1. เพอื่ ศึกษาองคค วามรูด านการสื่อสาร 2. เพอ่ื ศึกษากระบวนการยตุ ิปญหาขอทาน 3. เพื่อพัฒนาองคความรูดานการสื่อสาร 4. เพื่อศึกษาผลของการพฒั นาองคความรดู า นการสือ่ สาร เพ่ือยุติปญหาการขอทาน ขอบเขตการศึกษา การศึกษาครั้งน้ีดําเนินการครอบคลุมเขตพื้นท่ีภาคตะวันออก ของประเทศไทยซ่ึงเปนพื้นท่ีเขตความรับผิดชอบของสํานักงานสงเสริม และสนับสนุนวิชาการ 2 และ สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 โดยมีขอบเขตการศึกษาดานตางๆ ดงั น้ี รายงานประจําป 2561 28
สํานกั งานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 ขอบเขตพื้นท่ี ทําการศึกษาครอบคลุมพน้ื ทภี่ าคตะวนั ออก 7 จังหวดั อันประกอบดวย จังหวัดสระแกว จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา (เขตรับผิดชอบของสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 2) จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด (เขตรบั ผดิ ชอบของสํานักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3) ขอบเขตเนื้อหา เนื้อหาในการศึกษาจะครอบคลุมองคความรู ดานการสื่อสารเพอื่ ยตุ ปิ ญหาการขอทาน การสรางกระบวนการเรียนรู การสรางความรูความเขาใจในการใหทานถูกวิธี ดวยการใช แบบสัมภาษณ การสังเกต การเก็บขอมูลโดยการสนทนากลุม (Focus Group) เพ่ือแลกเปล่ียนเรียนรูรวมกันระหวางผูที่มี สวนเก่ียวของดานคนขอทาน รวมท้ังการศึกษาวรรณกรรมจากเอกสารท่ีเกี่ยวของเพื่อสรางกลยุทธการสื่อสาร ในการยุติปญ หาการขอทานตอไป ขอบเขตประชากร สําหรับประชากรเปาหมาย ในการศกึ ษาครัง้ น้ี ประกอบดวย 1. หนวยงานหลักท่ีรับผิดชอบในการควบคุมและพัฒนา คุณภาพชีวิตผูกระทําการขอทาน ไดแก ศูนยคุมครองคนไรท่ีพึ่ง ในเขตพ้ืนท่ีภาคตะวันออก 7 จังหวัด ศูนยคุมครองคนไรที่พึ่ง กรงุ เทพมหานคร และสาํ นักงานพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษยจงั หวัดในพื้นท่ีภาคตะวันออก 2. ภาคีเครือขายดานการส่ือสารทางสังคม อาทินักจัดรายการวิทยุ ผูเกี่ยวของกับการประชาสัมพันธ หนวยงานภาครฐั และเอกชน สรุปผลการศึกษา จากผลการวิจัย สามารถสรุปสถานการณปญหาการ ขอทานและมาตรการ การจัดการปญหาการ ขอทาน ตลอดจน ขอเสนอแนะเพื่อการ จัดการปญ หาการขอทาน ไดดงั น้ี ปญหาการขอทานในพื้นท่ีภาคตะวันออกเปนปรากฏการณ ปญหาท่ีมีความสลับซับซอนและเปนสถานการณที่ตองการการจัดการอยางเรงดวนและจริงจังเน่ืองจากพบวา มีขอทานตา งดา วในทกุ จงั หวดั ภาคตะวันออก โดยสว นใหญจะเปน ขอทานท่ีมากระทําการขอทานซ้ํา ซ่ึงขอทานตางดาวเหลานี้ได พัฒนารูปแบบและกลยุทธในการขอเงินและสรางความนาสงสาร เพ่ือใหผูใหมอบเงินหรือส่ิงของ กลาวคือผูกระทําการขอทานรูถึง นิสัยคนไทยวามีความสงสาร โอบออม ชอบชวยเหลือผูอ่ืนท่ีตก ทุกขไดยาก มีความยากลําบากโดยเฉพาะกลุมผูดอยโอกาส รายงานประจําป 2561 29
สาํ นกั งานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3 คนพิการ ผูสูงอายุ ขณะท่ีผูใหเงินขอทานยังคงมองวาการใหเงินขอทานเปนส่ิงท่ีดีที่ควรกระทําเพราะการ ชวยเหลอื ผูที่ตกทุกขไ ดย ากโดยไมร บั รถู งึ ปญ หาและผลกระทบจากการใหเ งินขอทาน ทําใหเห็นไดวาจําเปนตอง มีการสื่อสารสรางการรับรูและความเขาใจท่ีถูกตองตอกลุมผูใหเพื่อนําไปสูการปรับเปล่ียนพฤติกรรมคือ “หยุดใหเ งนิ ขอทาน” อนั เปน วิธีการหนง่ึ ทีจ่ ะยตุ ิปญ หาการขอทาน นอกจากนี้ ผูกระทําการขอทานจะรูถึงขอกฎหมาย และแนวทางการปฏิบัติของเจาหนาท่ี (มาตรการ การจัดระเบียบขอทาน) รวมถึงการบังคับใชกฎหมายท่ียังขาดประสิทธิภาพ กลาวคือ การไมบังคับกฎหมาย อยางเขมงวดจริงจัง เชน การใชวิจารณญาณในการปรับเงินขอทานโดยไมมีการกําหนดคาปรับที่ชัดเจน เปนมาตรฐาน หรือการไมดําเนินคดีอยางเด็ดขาดกรณีขอทานตางดาว ประกอบกับรูปแบบระบบการทํางาน ของขอทานเปนระบบท่ีมีการจัดการท่ีมีประสิทธิภาพโดยจะมีกลุมคน ไทยเขาไปมสี วนเก่ยี วของในการเปน ธรุ ะ นาํ พาผูกระทําการขอทานไป น่ังขอทานตามจดุ ตางๆ ทําใหสถานการณปญหาการขอทานยังคงเปน ภาวะท่นี า เปน หวง ยิ่งไปกวาน้ัน ผูที่เกี่ยวของโดยเฉพาะเจาหนาที่ของรัฐ หนวยงานตางๆ ในพื้นท่ีไมรับรูถึงปญหาการขอทาน และแนวทาง การปฏิบัติในการจัดการปญหาการขอทาน ตลอดจนข้ันตอนการทํางานของหนวยงาน และการทํางานรวมกัน ระหวางหนวยงานท่ีจะเสริมศักยภาพซ่ึงกันและกันในลักษณะสหวิชาชีพและสหวิทยาการ ทําใหการจัดการ ปญ หาขอทานขาดประสิทธภิ าพ ไมม ีทิศทางเปาหมายทีช่ ัดเจน ในขณะที่ทัศนะของคนไทยท่ัวไปไมรูจักปญหาและผลกระทบของการขอทาน ไมมองวาขอทาน เปน ปญหาอาชญากรรมและปญหาสงั คมในรปู แบบหน่ึง ตลอดจนไมทราบถึงเสนทางการขอทาน ผลประโยชน และรายไดจากการขอทาน ไมทราบถึงแนวทางและ วิธีการทํางานของเจาหนาท่ีทําใหเกิดทัศนะทางลบ อาทิ มองวาเจาหนาที่ไปกล่ันแกลงผูกระทําการขอทาน มีการตอวา ตําหนิเจาหนาท่ีท่ีปฏิบัติงาน รวมถึงไมให ความรว มมอื หรือการแจงเบาะแสตอเจาหนาที่ ขอเสนอแนะจากการวจิ ัยครัง้ นี้ 1. เงื่อนไขสําคัญในการจัดการปญหาการขอทานคือ การสรางความรูความเขาใจที่ถูกตองเก่ียวกับปญหาการขอทาน แ ล ะ ผ ล ก ร ะ ท บ ท่ี เ กิ ด ขึ้ น จ า ก ก า ร ข อ ท า น ดั ง น้ั น ค ว ร มุ ง ก า ร ส่ื อ ส า ร กั บ สั ง ค ม ใ น ก า ร ยุ ติ ก า ร ใ ห เ งิ น ข อ ท า น ไปยังกลุมผูให โดยมาตรการการสื่อสารดังกลาวตองทําใหเปน วาระแหงชาติ และดําเนินการโดยผูท่ีมีสวนสําคัญในการสราง การยอมรบั และการเปลีย่ นแปลงพฤติกรรม อาทิ ผูนาํ ทางสงั คม ผนู ําทางศาสนา รายงานประจาํ ป 2561 30
สํานกั งานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 2. ควรมีการกําหนดนโยบายและเปาหมาย การจัดการปญ หาการขอทานท่ีชัดเจนตั้งแตนโยบาย ระดับชาติ และนโยบายการจัดการปญหาขอทานใน ระดับพ้ืนท่ีจังหวัด โดยกําหนดใหปญหาการขอทาน เปนวาระแหงชาติท่ีตองเรงแกไข เนื่องจากผูกระทํา การขอทานเปนชาวตางชาติและมีลักษณะกระทําผิด ซํ้า รวมถึงมีลักษณะการกระทําผิดในลักษณะกลุม/ ขบวนการ ซ่ึงเขาขายขบวนการอาชญากรรม ขา มชาติ ท่อี าจกระทบตอความมนั่ คงของประเทศ 3. คณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานระดับจังหวัดควรเปนกลไกในการขับเคลื่อนงานปองกัน และจัดการปญหาการขอทานอยางเปนระบบเชิงบูรณาการ ต้ังแตการสํารวจศึกษาสถานการณปญหา การขอทาน การกําหนดแนวทางการปฏิบัติงานรวมกัน ระหวางหนวยงาน และการติดตามประเมินผล การจดั การปญหาการขอทานอยา งตอ เนื่อง 4. การกาํ หนดแนวทางการปฏิบัติในการจัดการ ปญ ห า กา ร ข อ ทา น ท่ี เ ปน ม า ตร ฐ า น ที่ชั ด เ จ น โดยเฉพาะการจับปรับ การดําเนินคดี รวมถึงการ พัฒนารูปแบบการควบคุมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผูกระทําการขอทานท่ีจะนําไปสูการปรับเปล่ียนพฤติกรรม (ไมม ากระทาํ การขอทานซ้ํา) 5. การปรับรูปแบบการจัดระเบียบการขอทานโดยเนนการรณรงคเพื่อสรางการรับรูและความ เขาใจท่ีถูกตองเกี่ยวกับปญหาและผลกระทบจากการขอทาน (ท่ีผานมา การจัดระเบียบขอทาน เนนไปท่ีการจัดการในกลุมผูขอ/ ขอทาน ซึ่งไดผลนอยลงเนื่องจากกลุมผูกระทําการขอทานจดจําใบหนา และรูแนวทาง ตลอดจนแผนการฏิบัติงาน ของเจาหนาท่ี) เพ่ือใหประชาชนทั่วไป มี ก า ร รั บ รู ท่ี ถู ก ต อ ง อั น นํ า ไ ป สู ก า ร ยุ ติ การใหเงินขอทาน และใหความรวมมือ กับเจาหนาท่ีในการแจงเบาะแสขอทาน ร ว ม ถึ ง ผู ที่ อ ยู ใ น ภ า ว ะ ย า ก ลํ า บ า ก ดอยโอกาสหรอื เสีย่ งตอ การเปน คนไรท่ีพึ่ง 6. ควรมีการพัฒนาความรวมมือกับประเทศเพ่ือนบานเพื่อกําหนดแนวทางการปองกันปญหา การขอทาน ตลอดจนปญหาอาชญากรรมระหวางประเทศ ไมวาจะเปนการลักลอบเขาเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือปญ หาการคา มนษุ ย (การแสวงหาประโยชนจ ากผูอ ่นื ในรูปการนําคนมาขอทาน) รายงานประจําป 2561 31
สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 4. โครงการวจิ ยั รูปแบบการปอ งกับและแกไขปญ หาขอทานแบบมีสวนรว ม ผูกระทําการขอทานเปนกลุมเปาหมายสําคัญในงาน ดานนโยบายสวสั ดิการสงั คมและการสังคมสงเคราะห ประกอบ กับประเทศไทยไดเล็งเห็นคุณคาความเปนมนุษยและตระหนัก ถึ ง ส ภ า พ ป ญ ห า ที่ เ กิ ด ขึ้ น กั บ ก ลุ ม เ ป า ห ม า ย ดั ง ก ล า ว จึ ง ไ ด ป ร ะ ก า ศ พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร ค ว บ คุ ม ก า ร ข อ ท า น พ.ศ.2559 เพ่ือใหเกิดแนวทางการคุมครอง การควบคุม การพัฒนาคุณชีวิตขอทาน และแยกผูแสดงความสามารถออกจากผูกระทําการขอทาน ทั้งน้ี เพื่อเปนการ แกปญหาสังคมและปรับปรุงการคุมครองสวัสดิภาพของบุคคล ใหเหมาะสมยิ่งข้ึน อีกท้ังเพื่อกําหนดความผิดทางอาญา แ ก ผู ห า ป ร ะ โ ย ช น จ า ก ค ว า ม ไ ม ส ม ป ร ะ ก อ บ ท า ง ร า ง ก า ย สติปญญาหรือจิตใจของผูอื่น การคุมครองและพัฒนาคุณภาพ ชวี ติ ขอทานตามกฎหมายดังกลา วเปน การชว ยเหลอื บําบัดรักษา ฟนฟูสภาพรางกายและจิตใจ ตลอดจนการฝกอาชีพให ผูทําการขอทานดังกลาว จําเปนตองอาศัยความรวมมือและ การขบั เคลื่อนรวมกนั จากหลายหนว ยงานทเี่ กีย่ วของอันนําไปสูการยตุ ิการขอทานตอไป วัตถุประสงค 1. ศกึ ษาสถานการณป ญหาและอุปสรรคในการทาํ งานดานการจดั การปญ หาขอทาน 2. ศึกษาแนวทางการจดั การและการปองกนั ปญหาขอทานภายใตม มุ มองสหวิชาชีพ 3. พฒั นารปู แบบการจัดการและการปองกนั ปญหาขอทานอยา งมสี ว นรวม ขอบเขตการศกึ ษา การศึกษาครั้งนี้ดําเนินการศึกษาในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบ สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 อันประกอบดวย จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ซึ่งจากวัตถุประสงคการวิจัย รูปแบบการวิจัย รวมถึง การออกแบบ (Research Design) ไดกําหนดวิธีการวิจัยโดย ประยุกตใชวิธีการวิจัยท่ีหลากหลายเพ่ือตอบวัตถุประสงคการวิจัย ทําใหวิธีการวิจัยในงานวิจัยช้ินนี้มีลักษณะ ผสมผสานหลายวิธกี าร (Mixed Method) ดงั เชน 1. ใชวิธีการวิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) และ แบบสํารวจขอมูลภาคสนาม (Questionnaire) ในการเก็บรวบรวม ขอมูลสถิติหนวยงานรวมถึงสถานการณปญหาการขอทาน ท่ี เ กิ ด ข้ึ น ใ น เ ข ต พ้ื น ที่ รั บ ผิ ด ช อ บ สํ า นั ก ง า น ส ง เ ส ริ ม แ ล ะ สนับสนนุ วิชาการ 3 รายงานประจําป 2561 32
สํานักงานสง เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 2. ใชวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณผูใหขอมูลหลัก (Key informants Interviewing) การจดั ประชมุ อภปิ รายกลมุ ยอย (Focus Group Discussion) การลงพนื้ ทรี่ วมปฏิบัติการและการสังเกตการณ อยางมีสวนรวม (Participation Observations) เกี่ยวกับการ จัดระเบียบขอทาน การศึกษาดูงาน (Site Visit) เกี่ยวกับ ปฏิบัติการท่ีดี (Good Practice) ในการจัดการปญหาการ ขอทานและการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุมเส่ียง การจัดประชุม เชิงปฏบิ ตั กิ าร (Workshop) การศึกษาขอมูลจากเอกสารหลัก (Critical Desk Review) ในลักษณะการวิจัยเชิงเอกสาร โดยมีการวิจัยเอกสารท้ังเอกสารระดับปฐมภูมิและเอกสาร ระดับทุติยภูมิ และการจัดเวทีรับฟงความคิดเห็นตองานวิจัย/การวิพากษผลการวิจัย และเทคนิควิธีการ ถอดบทเรยี น (Lesson Learnt) แบบ After Action Review สรปุ ผลการศกึ ษา จากผลการวิจัย สามารถสรุปสถานการณปญหา การขอทาน แนวทางการจัดการและการปองกันปญหาขอทาน ภายใตมุมมองสหวิชาชีพ และรูปแบบการจัดการและการปองกัน ปญ ห า ข อ ท า น อ ย าง มี ส ว น ร ว ม ต ล อด จ น ข อ เ ส น อ แ น ะ เพอื่ การจดั การปญ หาการขอทาน ไดด งั น้ี 1. สถานการณปญหาและอุปสรรคในการทํางานดาน การจัดการปญหาขอทาน ประเทศไทยมีการกระจายตัวของปญหาขอทานอยูทั่วไปในทุกภูมิภาค ในหัวเมือง ใหญและสถานท่ีท่มี คี วามเจริญ เชน ตลาดนดั แหลง ทอ งเทยี่ ว วดั งานประจําป งานวัด สถานีรถไฟ ตลาดชุมชน หา งสรรพสนิ คา โดยทาํ การขอทานในชว งเวลากลางวันและเย็นที่ผูคนพลุกพลาน มีทั้งชาวไทยและชาวตางชาติ ไดแก กัมพูชา พมา จีน ลาว เวียดนาม และอื่นๆ รวมถึงบุคคลไรรากเหงาท่ีไมมีสัญชาติไทย ซึ่งเปนกลุม เปราะบาง สงผลกระทบใน 3 ดานที่สําคัญคือ 1) ดานความเปนระเบียบของชุมชน 2) ดานความ ปลอดภัยของคนในชุมชน และ 3) ดานเศรษฐกิจ การทองเที่ยวของชุมชน สะทอนถึงสวัสดิการที่ไม ทั่วถึงและเพยี งพอ 2. แนวทางการจัดการและการปองกัน ปญหาขอทานภายใตมุมมองสหวิชาชีพ มี 2 กรณี คือ 1) ไมมีการกําหนดเปาหมายในการทํางานรวมกัน ซ่ึ ง กํ า ห น ด โ ด ย ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม แ ล ะ ความมั่นคงของมนุษย 2) มีการกําหนดเปาหมาย ในการดําเนินงานรวมกัน โดยคณะอนุกรรมการ ควบคุมการขอทานจังหวัด ผลท่ีเกิดขึ้นประชาชน ในพื้นที่เร่ิมเขาใจกระบวนการดําเนินงานมากขึ้น รายงานประจําป 2561 33
สํานักงานสง เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานกั งานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 3 เขารวมเปนเครือขายในการแจงผูกระทําการขอทาน แตมีบางพ้ืนท่ียังไมเขาใจกระบวนการดําเนินงาน โดยเฉพาะผูที่มีอายุ 50 ปขึ้นไป ที่ยังมีการทําบุญคูกับการทําทาน จํานวนผูทําการขอทานลดลง เนื่องจากการจัดระเบียบและการลงพ้ืนท่ีของเจาหนาที่ แตยังมีบางรายกลับมาขอทานซํ้า เนื่องจากครอบครัว ไมใ หค วามสนใจ และการไมเกรงกลัวกฎหมาย 3. รูปแบบการจัดการและการปอ งกันปญหาขอทานอยางมสี วนรวม มี 5 รปู แบบ คอื รูปแบบท่ี 1 การรณรงคประชาสัมพันธเพื่อสรางความเขาใจท่ีถูกตอง ประกอบดวย 3 วิธีการหลัก 1) การรณรงคประชาสัมพันธเพ่ือสื่อสารสรางความเขาใจเกี่ยวกับ พฤติกรรมขอทาน (การรับรูถึงปญหาและผลกระทบ) 2) การสราง ค ว า ม ร ว ม มื อ กั บ พ อ ค า แ ม ค า ค น ใ น พื้ น ที่ ชุ ม ช น แ ล ะ 3) การรณรงคใหความรูที่ถูกตองเก่ียวกับการใหทานถูกวิธี ภายใตห ลักการที่วา “งดใหเงินขอทาน” รูปแบบท่ี 2 การพัฒนาคุณภาพชีวิตผูกระทําการขอทาน ประกอบดวย 3 วิธีการหลักคือ 1) การพัฒนาคุณภาพชีวิต ผูกระทําการขอทาน ผานกระบวนการพัฒนาศักยภาพ และฝกอาชีพ 2) การควบคุมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผูก ร ะ ทํ า ก า ร ข อท า น ต า ม แ น ว ทา ง แ ล ะ ข อ ป ฏิ บั ติ ข อ ง ส ถ า น คุ ม ค ร อ ง แ ล ะ พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต ผู ก ร ะ ทํ า การขอทาน และ 3) การคุมครองและสงเสริมสวัสดิภาพ ขอทานเดก็ รูปแบบที่ 3 การปองกันมิใหกลับมาขอทานซ้ํา ประกอบดวย 3 วิธีการหลักคือ 1) การสังคมสงเคราะห โดยมุงเนน การพัฒนาทักษะ และการฝกอาชีพเพ่ือใหเกิดการชวยเหลือพ่ึงพาตนเองได โดยเนนการสรางคุณคา ตนเอง 2) การปราบปรามและดําเนินคดีอยางเด็ดขาดผานการบังคับใชกฎหมายจริงจังโดยการดําเนินคดี บนความรว มมือระหวางหนวยงานท้ังในและระหวางประเทศ และ 3) การจดั การระบบฐานขอมูล รูปแบบท่ี 4 การสืบสวนจับกุมและปราบปราม ขบวนการหรือแกงขอทาน ประกอบดวย 6 วิธีการหลักคือ 1) การปราบปราม สืบสวนจับกุมกลุมขบวนการขอทาน 2) การสรางการรับรูปญหาขอทานไปยังผูใหเพ่ือยุติการใหเงิน ขอทาน 3) การสรางความรวมมือระหวางหนวยงาน ในการปราบปรามการขอทาน 4) การจําแนกวิธีการ ประเภท ขบวนการขอทานเพ่ือสรางความตระหนักและรับรูใหแก หนวยงานท่ีเกี่ยวของ 5) การกํากับดูแลการปฏิบัติงานของผูบังคับใชกฎหมายใหมีการดําเนินการอยาง เครงครัด จริงจัง และ 6) การสรางความรวมมือระหวางหนวยงานระหวางประเทศ (Interpol) เพื่อรวมกัน จัดการอาชญากรรมระหวางประเทศ/ขา มชาติ รายงานประจําป 2561 34
สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 รูปแบบท่ี 5 การพัฒนานโยบายการจัดการปญหาการ ขอทานในระดบั พืน้ ท่ี ประกอบดว ย 5 วธิ ีการหลักคือ 1) การกําหนด แ น ว ท า ง ก า ร จั ด ก า ร แ ล ะ ค ว บ คุ ม ก า ร ข อ ท า น ท่ี ส อ ด ค ล อ ง กั น ท้ังระดับชาติและระดับจังหวัด 2) การประชุมกําหนดขั้นตอนและ ซักซอมบทบาทการทํางานระหวางหนวยงาน 3) การกําหนด นโยบายระดับกระทรวง 4) การสงเสริมความรวมมือและการมีสวน รวมของพื้นที่ชุมชน รวมถึงหนวยงานในระดับพ้ืนท่ีชุมชน และ 5) การอบรมใหความรู ความเขาใจท่ีถูกตองเก่ียวกับการ จัดการปญ หาขอทานตามบทบาทอํานาจหนาท่ีทางกฎหมาย และกําหนดแนวทางการบูรณาการการทํางานระหวาง หนวยงาน ขอ เสนอแนะจากการวจิ ยั ดังนี้ 1. การสรา งการรับรขู องสงั คมเกี่ยวกับการงดใหเงิน ขอทานผานการประชาสัมพนั ธเชงิ รุกมากขน้ึ โดยเนนเขาถึงพื้นท่ีในระดับหมูบานโดยสื่อสารผานผูนําทางสังคม ผนู าํ ทางความเชอื่ ผนู ําชมุ ชน ในลักษณะ Mass Media เชน การทาํ สปอตโฆษณาทางโทรทศั นหรือวทิ ยุ 2. หนว ยงานที่เก่ยี วของควรมีการกําหนดแนวทางการ จัดการปญหาอยางเปนกระบวนระบบต้ังแตการปองกัน และแกไขปญหาขอทาน และติดตามผล โดยควรมีมาตรการ รองรบั และผรู ับผดิ ชอบท่ชี ัดเจน 3. ควรมีการบังคับใชกฎหมายใหเต็มรูปแบบ และ เขมขน จริงจัง ทั้งมาตรการการจับกุม การปรับและ การดําเนนิ คดีในกรณขี อทานตางชาติ 4. การดําเนินงานดานการจัดการปญหาขอทาน ควรเปนหนาท่ีหลักของศูนยคุมครองคนไรท่ีพึ่ง แบบเบ็ดเสรจ็ (One stop service) ท้ังเรื่องงบประมาณ และเรอื่ งบุคลากร 5. ควรมีการประชุมและซักซอมความความรูความเขาใจกับเครือขายที่เก่ียวของ ไดแก ตํารวจ องคกรปกครองสวนทองถิ่นผานคณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานระดับจังหวัด 6. บุคลากรเจาหนาที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษยควรไดรับการพัฒนาท่ีเพียงพอในการรับรูเรื่อง กฎหมายตางๆ ที่เก่ียวของอยางชัดเจนทุกฉบับ เพื่อใหการ ขับเคลอื่ นงานในภาพรวมดําเนนิ ไปดวยดี 7. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย ควรมรี ูปแบบและแนวทางการปองกันปญหาขอทานทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพพรอมใชงาน เพื่อปองกันมิใหคนกลุมเส่ียง เขาสูกระบวนการขอทาน รวมถึงใหความสําคัญตอการรับรูและความเขาใจของผูใหทานที่จะนําไปสูการ “งดใหเงนิ ขอทาน” รายงานประจําป 2561 35
สํานกั งานสง เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 5. โครงการวิจัยแบบจําลองการสงเสรมิ การใชป ระโยชนเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการ สอ่ื สารเพอ่ื การจดั สวสั ดกิ ารสังคมใหกับผูสงู อายุในเขตชนบท วัตถุประสงค 1. เพื่อศึกษาชองทางการใชประโยชนเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของผูสูงอายุในเขตชนบท ที่มใี นปจ จุบนั 2. เพ่ือศึกษาความตองการสงเสริมการใชประโยชนเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการจัดสวัสดิการสังคม ของผสู งู อายุในเขตชนบท 3. เพอื่ จดั ทาแบบจาลองการสงเสรมิ การใชประโยชนเ ทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสารเพื่อการจัดสวัสดิการสังคม ใหกับผูสงู อายุในเขตชนบท วธิ กี ารศึกษา การวิจัยครั้งน้ีเปนการวิจัยทั้งเชิงปริมาณ และการศึกษาเชิงคุณภาพและนาเสนอขอมูลแบบพรรณนา ท้ังนีค้ ณะวิจัยแบง วธิ กี ารศกึ ษาตามหวั ขอดงั ตอไปนี้ การคัดเลือกพ้นื ที่ ข้นั ตอนที่ 1 คัดเลือกพื้นที่ในเขตชนบท คอื พื้นทน่ี อกเขต เทศบาลตาํ บล นอกเขตเทศบาลเมือง และนอกเขตเทศบาลนคร จํานวน 1 พน้ื ที่ ในแตล ะเขตสาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3 ขั้นตอนท่ี 2 คัดเลือกชมรม/กลุมผูสูงอายุ จํานวน 1 กลุม โดยมีเกณฑท ่กี ําหนดดังน้ี (พ้ืนท่ีท่คี ดั เลือกศึกษาของสาํ นกั งานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 คือ อบต.สํานักทอน อ.บานฉาง จ.ระยอง และ อบต.ดา นชุมพล อ.บอ ไร จ.ตราด) 1. มีผลงานอยางใดอยางหนึ่งในดานการสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต การใชเทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสาร การใชค อมพิวเตอร การใชอ นิ เตอรเน็ต 2. เปน ศูนยก ารเรียนรูดานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการ ส่ือสาร (IT) ในพน้ื ท่ี 3. มีผลงานไมเ กิน 5 ป นบั จากปจ จบุ ัน 4. ไดรับความรวมมือจากองคกรปกครองสวนทองถิ่น เปน อยางดี 5. ไดร ับความรวมมือจากคณะกรรมการและสมาชิกกลุม มี สวนรว มในการดาเนนิ งานของชมรมเปนอยางดี รายงานประจาํ ป 2561 36
สาํ นักงานสง เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 ผลการศกึ ษา วตั ถปุ ระสงคขอที่ 1: เพอ่ื ศกึ ษาชอ งทางการใชประโยชนเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของผูสูงอายุ ในเขตชนบทท่มี ใี นปจจบุ นั ผลการการลงพื้นท่ีเก็บแบบสอบถามจากกลุมตัวอยางท้ังหมด 3,796 ในเขตชนบท รวม 12 พ้ืนที่ พบวา ชองทางเสียงตามสายเปนชองทางที่ผูสูงอายุใชในการรับรูเร่ืองสิทธิสวัสดิการสังคมผูสูงอายุมากที่สุดใน ปจจุบัน (56.2 %) ในชวงแผนพัฒนาเศรษกิจและสังคมแหงชาติฉบับท่ี 5 ป พ.ศ.2525 ถึง พ.ศ.2529 ประชาชนตามหมูบานในชนบทตาง ๆ ไดทําการจัดต้ังหอกระจายขาวเพ่ือกระจายเสียงเผยแพรขาวสารและ ความบันเทิงในหมูบานเปนจํานวนมาก และหนวยงานรัฐในขณะนั้นก็ใหความสําคัญและสนับสนุนหอกระจาย ขาวในดานตางตาง เชน การใหความรูดานการเกษตร สุขภาพอนามัย การพัฒนาอาชีพท่ีเหมาะสมกับบริบท แตละพ้ืนที่ (ประไพพรรณ ธงอิงเนตร, 2533) จากการท่ีหมูบานแทบทุกแหงในเขตพื้นท่ีชนบทมีการถายทอด ขาวสารผานหอกระจายขาวสารเปนประจํา(เกศินี จุฑาวิจิตร, 2542) ดังน้ันจึงไมนาแปลกใจท่ีวา ป ร ะ ช า ช น ผู สู ง อ า ยุ ใ น พื้ น ท่ี จึ ง มี ค ว า ม คุ น ชิ น กับการรับขาวสารจากชองทางเสียงตามสายมากกวา การทราบขาวจากวิทยุหรือโทรทัศน (ดวงพร คํานูณวัฒน, 2545) ดังน้ัน ชองทางเสียงตามสาย ถือเปนชองทางสําคัญ ในการพัฒนาสังคมผูสูงอายุในทองถิ่นชนบท นอกจากนี้ ก า ร ล ง พ้ื น ที่ สั ม ภ า ษ ณ ผู เ ชี่ ย ว ช า ญ เ ข ต ยั ง ไ ด ป ร ะ เ ด็ น ท่ีนาสนใจเพ่ิมเติมดังนี้ สาเหตุสําคัญท่ีทําใหชองทาง เสียงตามสายเปนชองทางที่ผูสูงอายุในเขตชนบทท่ีมีในปจจุบันใชในการรับรูเร่ืองสิทธิสวัสดิการสังคมผูสูงอายุ มากที่สุด เน่ืองจาก ไมมีคาใชจายในการรับฟงและเขาถึงขอมูล อีกท้ังยังใชภาษาทองถ่ินทําใหผูสูงอายุ ในเขตชนบทเขาใจงา ยข้ึน อีกทั้งการส่ือสารรูปแบบการฟงยังเปนท่ีนิยมของผูสูงอายุมากกวาการอานเน่ืองจาก การศกึ ษาและการเส่อื มสภาพของอวัยวะทางการมองเหน็ ผลการวิจัยยงั แสดงใหเ ห็นวาเพม่ิ เติมอกี วา มากกวา รอ ยละ 90 ของผูสูงอายุในเขตพื้นที่ชนบทปจจุบัน ไมเคยใชเทคโนโลยีในการเขาถึงขาวสารและสวัสดิการดานตางๆ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษยทั้ง 7 ดานเลย สอดคลองกับผลการวิจัยของ สมาน ลอยฟา (2554) พบวา แมผูสูงอายุ จะเร่ิมปรับตัวใหเขากับเทคโนโลยีคอมพิวเตอรแตก็ยังเปนสวนนอย มีผูสูงอายุอีกจํานวนมากยังไมสนใจ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร ท้ังน้ีอาจ เนื่องจากความยากในการใชงานและผูสูงอายุไมมีประสบการณหรือมี ประสบการณนอย จากการลงพื้นที่สัมภาษณผูเชี่ยวชาญใหเหตุผลและขอเสนอแนะในการสงเสริมการใช เทคโนโลยีกบั ผสู ูงอายุในเขตชนบท 3 ประเด็นโดยควรคํานึงถงึ ปญหาทเ่ี กิดขึ้นในกลุมผูสงู อายดุ ังรูป 5.1 ดังนี้ 1) ปญหาดานรางกาย: เทคโนโลยีเองตองดีไซนมาเฉพาะคนกลุมผูใชคือผูสูงอายุเทาน้ัน โดยคํานึงถึง ความเส่ือสภาพของรา งกายและอวยั วะของผสู ูงอายเุ ปน สําคญั 2) ปญหาดานจิตใจ: ความงายในการเรียนรูวิธีใชงานระบบสารสนเทศถือเปนอีกเรื่องที่สําคัญ เพราะผสู ูงอายทุ ใ่ี ชพยามความพยายามและความสามารถในการเรียนรเู ร่ืองใหมนอยลง รายงานประจาํ ป 2561 37
สาํ นักงานสง เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสง เสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 3) ปญหาดานเศรษฐกิจ: เรื่องของ infrastructure ท่ีรัฐบาลจะตองลงทุนเขามาในเขตพื้นท่ี เชน ระบบอินเตอรเ นต็ คอมพวิ เตอรในครวั เรอื น หรือโครงการคอมพิวเตอรร าคาถูก รูปที่ 5.1 ปญหาทีพ่ บไดใ นกลุมผสู งู อายุ (วิเชยี ร ชตุ มิ าสกลุ , 2556) วตั ถปุ ระสงคข อท่ี 2: เพือ่ ศึกษาความตอ งการสง เสรมิ การใชป ระโยชนเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เพอ่ื การจดั สวัสดกิ ารสงั คมของผสู ูงอายุในเขตชนบท สวสั ดิการสงั คมดานการศึกษา เทคโนโลยีสานสนเทศมีความสําคัญตอการจัดสวัสดิการสังคมดานการศึกษาของผูสูงอายุ เนื่องจาก จะชวยกระตุนความสามารถในการคิด การเรียนรู ความจํา และชะลออาการภาวะสมองเสื่อม อีกท้ังยังเปน การขยายโอกาสในการศึกษา และการใชเวลาวางใหเปนประโยชน ชวยใหผูสูงอายุมองเห็นถึงคุณคาและ ประโยชนของตนเอง (สมาน ลอยฟา, 2554) ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเห็นวา ผูสูงอายุ มีความตองการใช E-Learning มากกวาเทคโนโลยีอ่ืนในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานการศึกษาของผูสูงอายุ ในเขตชนบท จากการลงพื้นท่ีสัมภาษณผูเชี่ยวชาญใหเหตุผลวา ผูสูงอายุในชนบทบางสวนก็มีความสนใจ ทจ่ี ะเรียนรูเพิ่มเตมิ จากเสยี งตอบรบั จากการเขา มาเรียนในโรงเรยี นผูสูงอายุ แตเหตุผลหลักที่ผูสูงอายุสวนใหญ ตองการ E-learning จะมากจากขอดีของ E-learning เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ (Google Search, YouTube, Facebook, Line) นอกจากความยดื หยนุ และความสะดวกทผ่ี เู รียนสามารถ เขาถึงเน้ือหาหลักสูตร ณ เวลาและสถานท่ีใดก็ไดตามแตความสะดวก ในสภาพการเรียนการสอนผานเว็บ ผูเรียนจะมีเสรีภาพ ในการคนควาและเรียนรูสิ่งท่ีตนสนใจ ซ่ึงบางคร้ังอาจเปนส่ิงที่อยูนอกเหนือความคาดหวังของผูสอน รายงานประจาํ ป 2561 38
สาํ นกั งานสงเสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 สํานกั งานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 ผูเรียนสามารถตัดสินใจเร่ืองจังหวะการเรียนและประเด็นสําคัญของเนื้อหาการเรียน จึงทําใหเสนทาง ของการเรยี นแบบ E-Learning ของ นกั เรียนแตละ คนมีความแตกตางกันตามความตองการของตน ถาผูเรียนมีวินัยในตนเอง มีเปาหมายและ ค ว า ม เ ข า ใ จ เ ก่ี ย ว กั บ ส ภ า พ แ ว ด ล อ ม ข อ ง เ ว็ บ จึงจะทําใหผูเรียนควบคุมการเรียนผานเว็บได อยา งมีประสทิ ธิภาพ สวัสดกิ ารสังคมดา นสขุ ภาพอนามยั เทคโนโลยีคอมพิวเตอรและอินเทอรเน็ตจะเอ้ือประโยชนตอผูสูงอายุในการเปนเคร่ืองมือเพ่ือชดเชย ค ว า ม เ สื่ อ ม ส ภ า พ ข อ ง ร า ง ก า ย แ ล ะ ช ว ย ใ ห ผู สู ง อ า ยุ ยั ง ค ง รั ก ษ า รู ป แ บ บ ก า ร ดํ า ร ง ชี วิ ต ท่ี เ ป น อิ ส ร ะ (Abbey & Hude, 2009; Eastman & Iyer, 2004) ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเห็นวา ผูสูงอายุในเขตชนบทมีความตองการใชสายรัดขอมูลแจงเตือนสุขภาพมากกวาเทคโนโลยีอ่ืน (Application ในมือถือ, Web Site, Google Search) ในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานสุขภาพ ผูเชี่ยวชาญเขตในพื้นท่ี ใหเหตุผลสนับสนุน ดังนี้ ปจจุบันผูสูงอายุอาศัยอยูอยางลําพังโดยไมมีลูกหลาน มีหลายรายเปนผูปวย ตอ งมคี นดแู ลตลอดเวลา การนําเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) มาใชจะสามารถชวยใหผูสูงอายุสามารถ ดูแลตัวเองไดดียิ่งขึ้นหรือลูกหลานก็สามารถติดตามความเคล่ือนไหวของผูสูงอายุไดตลอดเวลาในชวงเวลา ที่ตองออกไปทํางาน โดยใชอุปกรณท่ีพกพางายและกะทัดรัดเปนเคร่ืองตรวจวัดรางกายของผูสูงอายุท่ีชื่อวา “สายรัดขอมือวัดสุขภาพ” ในยามฉุกเฉินหากมีการใชสายรัดขอมือสุขภาพเพื่อตรวจจับความเคล่ือนไหว สญั ญาณชพี ก็จะทําใหทางหนว ยงาน อบต. รพ.สต. อสม. เขาใหก ารชวยเหลอื ไดท ันที สวัสดิการสังคมดา นทอี่ ยูอาศัย ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเห็นวา ผูสูงอายุในเขตชนบทมีความตองการใช Social map มากกวาเทคโนโลยีอื่น (Web site, Facebook, และ Applicationในมือถือเร่ืองที่อยูอาศัย) ในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานที่อยูอาศัย เนื่องจาก Social Map เปนการตอบโจทย 5 ประการ มีใครอยูท่ี ไหน เดือดรอนเรื่องอะไร อยากไดอะไร และเคยได อะไรบางเม่ือไรที่เปน นอกจากนี้ คําวา Map บอก ยงั บอกพกิ ัด พ้นื ท่ี สถานะท่ีอยู และก็ตองมีดานการ ใหค วามชว ยเหลอื ดวย สวสั ดิการรายไดแ ละการมงี านทาํ ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดง ใหเห็นวา ผูสูงอายุในเขตชนบทไมมีความตองการ ใชเทคโนโลยีใดในการเขาถึงเร่ืองการมีรายไดและ การมีงานทํา ผูเชี่ยวชาญในพ้ืนท่ีใหเหตุเน่ืองจาก ผสู ูงอายใุ นชนบทสว นใหญอ ยตู ามลาํ พงั ไมไดประกอบอาชีพ เพราะสุขภาพรางกายไมเอื้ออํานวย จึงไมมีความ จําเปนตองใชเทคโนโลยีในดานการทํางานและรายได หรือถาประกอบอาชีพก็ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รายงานประจาํ ป 2561 39
สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 สํานกั งานสง เสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3 ซึ่งไมมีความจําเปนตองใชเทคโนโลยีอยูแลว ถาตองใชเทคโนโลยีในการใหผูสูงอายุมีงานทําและรายไดสําหรับ ผูสูงอายุในชนบทควรเปนเทคโนโลยีในการเพ่ิมผลผลิตทางการเกษตรหรือการเรียนรูเพ่ือใชในการทํา เกษตรกรรม ควรมลี กั ษณะและรูปแบบท่ใี ชงานงาย ไมซ ับซอน โดยมีผสู อนและฝก ปฏิบตั ิ สวัสดิการดานนนั ทนาการ ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเห็นวา ผูสูงอายุ ตองการใชชองทาง YouTube มากกวา ชองทางอ่ืนในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานนันทนาการ การสัมภาษณไดเหตุผลอธิบายดังน้ี YouTube เปน ชองทางนันทนาการท่ีที่ใชงานงาย คนหาสะดวก เพื่อใหเกิดการเขาถึงที่มากขึ้น YouTube ควรออกแบบ เฉพาะใหกลุม ผสู ูงอายุ เชน ตอ งมีตัวหนังสือขนาดใหญ เสียงชัดเจน และไมซับซอนในการคนหา และมีแหลงท่ีมา ของขอ มูลและผูด ําเนินรายการทมี่ ีความนาเชื่อถือ มีองคก รรับรองได สวัสดกิ ารความยุติธรรม ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเห็นวาผูสูงอายุไมมีความตองการใชใชเทคโนโลยี ทั้ง 4 ชองทาง (Web site, Google search, Applicationในมือถือเรื่องกฎหมายและสิทธิ และ Facebook) ในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานยุติธรรมของผูสูงอายุ เนื่องจากผูสูงอายุในชนบทสวนใหญมักปรึกษาปญหารือ กฎหมายกบั ครอบครัว ญาติพ่ีนอ ง หรือ เพื่อนๆ มากกวา เนือ่ งจากสามารถที่จะพูดคยุ สอบถามไดอยางละเอียด และเลือกบุคคลที่นาเชื่อถือในการใหคําปรึกษาไดดวย จึงเห็นวาผูสูงอายุไมมีจําเปนท่ีจะใชเทคโนโลยี สารสนเทศทางดา นกฎหมาย สทิ ธิสวสั ดิการดานการบริการทางสงั คมทว่ั ไป ผลการทดสอบ One-way ANOVA แสดงใหเหน็ วา ความตอ งการใช บัตรสวสั ดิการแหงรัฐในการเขาถึง สิทธิสวัสดิการดานบริการทางสังคมทั่วไปมีคาสูงท่ีสุด เน่ืองจากการสรางแรงจูงใจในการใชรูปแบบของเงิน 300 บาท ผูสูงอายุในชนบทตอ งการมีรายไดเ พิม่ ขึน้ เพ่อื นาํ มาใชจายในครอบครัว วัตถุประสงคขอท่ี 3: เพื่อจัดทําแบบจําลองการสงเสริมการใชประโยชนเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สือ่ สารเพ่อื การจัดสวสั ดิการสังคมใหกับผสู งู อายุในเขตชนบท จากการศึกษาพบวาผูสูงอายุใน เขตชนบทมีความตองการใชเทคโนโลยี ในการเขาถึงสวัสดิการสังคมท้ัง 7 ดาน โดยการเขาใชงานแบบ Single Sign-On กลาวคือ ระบบการยืนยันตัวบุคคล (Authentication) ท่ีผูใชงานลงช่ือเขาใช งานระบบ (Login) คร้ังเดียว แลวสามารถ เขาใชงานระบบหลายระบบได โดยไมตอง ลงชื่อเขา ใชง านซ้าํ อีก รายงานประจําป 2561 40
สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3 รูปท่ี 5.2 แบบจาํ ลองการสง เสริมการใชประโยชนเ ทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการจดั สวสั ดิการสงั คมใหกับผูสูงอายุ Module 1: สวัสดิการดา นการศกึ ษา ควรเปนระบบ E-learning ที่ออกแบบเฉพาะสําหรับผูสูงอายุ มีเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง และผานการตรวจสอบจากหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อไมใหผูสูงอายุถูกลอหลวง ความเสื่อมสภาพ ทางดา นรางกาย อาทิ การมองเหน็ และการไดยินและความสามารถทางสมอง (Billipp, 2001) เปนสวนสําคัญ ที่ตองคาํ นึงในการออกแบบระบบ E-learning เฉพาะสาํ หรับผูสูงอายุ Module 2: สวัสดิการดา นสุขภาพ ควรจะเปนรูปแบบสายรัดขอมือแจงเตือนสุขภาพ สามารถบอกอัตราการเตนหัวใจ ชีพจร รวมทั้ง อาจเพ่ิม function เตือนใหกินยาตามเวลา และอุปกรณ sensor แจงเตือนเวลาผูสูงอายุเกิดเหตุฉุกเฉิน หกลม เปน ตน Module 3: สวสั ดิการดา นท่อี ยูอาศยั ผูส ูงอายไุ มอ ยากได Application ในมือถือท่ีชวยใหการอยูอาศัยในบานสบายขึ้น หรือ Smart Home Application แตผูสูงอายุมีความตองการ Social map ที่สามารถตอบโจทย 5 ประการ มีใคร อยูที่ไหน เดือดรอนเร่ืองอะไร อยากไดอะไร และเคยไดอะไรบางเมื่อไรที่เปน นอกจากนี้ คําวา Map บอกยังพิกัด พน้ื ที่ สถานะทีอ่ ยู เพ่อื ชว ยเหลอื ไดท ันทเี วลาเกิดเหตฉุ ุกเฉิน Module 4: สวสั ดกิ ารดานนนั ทนาการ รายงานประจาํ ป 2561 41
สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 อีกหนึ่ง module ท่คี วรจะเพมิ่ คอื Online Video Platform Application ลักษณะคลาย Youtube เพอ่ื ความนันทนาการของผูสงู วยั ซ่งึ จะชวยลดความรูส กึ เหงา หดหู และอาการ ซมึ เศราลง และเพ่ิมความม่ันใจ ในตนเองมากขึ้น จะชวยใหมีจิตใจกระปร้ีกระเปราข้ึน โดยตัว Application ตองมีตัวหนังสือขนาดใหญ เสยี งชดั เจน และไมซ ับซอนในการคนหา Module 5: สวสั ดิการดา นบริการทางสงั คมท่ัวไป บัตรสวัสดิการแหงรัฐในการเขาถึงสิทธิสวัสดิการดานบริการทางสังคมทั่วไป เปนอีกหน่ึงตัวอยาง ในการสรางแรงจูงใจในการใชระบบ IT โดยใชเ งินเปน ตัวกระตนุ นอกจากนี้ปจจัยภายนอกก็มีสวนสําคัญเชนกันในการสงเสริมการใชประโยชนเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเพื่อการจัดสวัสดิการสังคมใหกับผูสูงอายุในเขตชนบท มีปจจัยที่เกี่ยวของท่ีควรคํานึง หลายปจจยั ดงั นี้ ความเชื่อม่ันในความสามารถของตนเองในการใชงานระบบ IT การศึกษาพบวา ผูสูงอายุประมาณ รอยละ 40.0 ไมมีความเช่ือม่ันในความสามารถของตนเองในการใชอินเทอรเน็ต และยังพบวาผูสูงอายุท่ีมีอายุ มากกวาจะมีความสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของ ตนเองบอยกวาผูสูงอายุที่มีอายุนอยกวา (Reisenwitz, et al. 2007) การสงเสริมสนับสนุนจากผูใกลชิด การกระตุน การใหกําลังใจ และการสนับสนุน ขอ ง ส ม า ชิ ก ใ น ค รอ บ ค รั ว ลู ก ห ล าน ห รื อ เ พ่ื อ น ๆ มีสวนสง เสรมิ การใชร ะบบ IT ของผสู ูงอายุ ส ภ า พ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ ก า ร มี ร า ย ไ ด ที่ จํ า กั ด ค า ใ ช จ า ย ถื อ ว า เ ป น ป จ จั ย ขั ด ข ว า ง ก า ร ใ ช เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ สํ า ห รั บ ผู สู ง อ า ยุ ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ซ่ึงผูสูงอายุในชนบทสวนมากมอง วาการมีอุปกรณ คอมพิวเตอรและการเขาถึงอินเทอรเน็ต เปนส่ิงฟุมเฟอย หรือบางสวนอาจไมมีเงินเพียงพอในการซ้ือ คอมพิวเตอรเปนของตนเอง อยางไรก็ตามรัฐควรเพ่ิมการเขาถึงคอมพิวเตอรท่ีเปนสาธารณะในเชตชนบท ใหมากข้นึ อุปกรณค อมพิวเตอร และซอฟตแวร ผูผลิต ไมไดออกแบบอุปกรณและซอฟตแวรใหเหมาะสมกับผูใช ที่เปนผูสูงอายุ อาทิ ปุมกดตาง ๆ จะมีท่ีขนาดเล็กมาก ซ่ึงยากสําหรับผูสูงอายุในการมองเห็นและการใชงาน นอกจากนี้ยังรวมถึงการออก Software ดวย ที่ผูออกแบบสวนใหญไมไดออกแบบโดยเฉพาะสําหรับผูสูงอายุ ที่ ไมม ีการคาํ นึกถงึ ระดบั ความรพู ้นื ฐาน ปญหาดานสายตา ความจาํ และ ปญ หาการเคลอ่ื นไหว เปนตน 6. โครงการวิจัยกระบวนการขบั เคลอ่ื นการคมุ ครองพิทกั ษส ิทธิสําหรบั กลมุ หญิงไทย ที่ตกเปนเหย่อื การคามนุษยใ นตา งประเทศ คํานิยาม “การคามนุษย” ปรากฏอยูในพิธีสารวาดวยการปองกัน ปราบปราม และลงโทษ ผูกออาชญากรรมการคามนุษยโดยเฉพาะในกลุมปราะบาง เชน สตรีและเด็ก โดยอนุสัญญาแหงองคการ สหประชาชาติเพื่อตอตานอาชญากรรมขามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองคกร (Protocol to Prevent, Suppress รายงานประจาํ ป 2561 42
สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 สาํ นักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 and Punish Trafficking in Persons, Especially Women and Children, supplementing the United Nations Convention against Transnational Organized Crime) ไดใหคํานิยามคําวา “การคามนุษย” ไวในมาตรา 3 ความวา (Vidyamali Samarasinghe, 2008 อางใน ศบิ ดี นพประเสรฐิ , 2553) “กระบวนการพิทักษสิทธิ” หมายถึง การทํางานที่ เปนระบบและเปนเครือขาย มีกรอบทางกฎหมายรองรับมี ลักษณะเปนสหวิชาชีพ มีจรรยาบรรณ มีผูเสียหายเปน ศูนยก ลาง โดยมีกระบวนการทาํ งานหรอื มขี น้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ านเพ่ือปองกันและแกไขปญหาการละเมิดสิทธิใน ดานตาง ๆ ซึ่งมีเปาหมายเพื่อให ความชวยเหลือคุมครองใหบุคคลมีสิทธิและเสรีภาพที่ควรไดรับ โดยที่กระบวนการในการพิทักษสิทธิน้ัน อาจเกิดขึ้นไดจากการท่ีมีหนวยงานหน่ึงหนวยงานใดท่ีจัดตั้งขึ้น ไดเขามาดําเนินการในการชวยเหลือผูถูกกระทําจากขบวนการตาง ๆ เพื่อใหเกิดกระบวนการขับเคล่ือน เพื่อปกปองสิทธิมนุษยชน รวมไปถึง การใหคําแนะนํา การใหความชวยเหลือ การใหกําลังใจแก ผูที่ประสบปญหาความเดือดรอนตาง ๆ โดยเปนการดําเนินการเพื่อปกปองและใหการชวยเหลือตามสิทธิ ทไี่ ดมกี ารระบไุ วในกฎหมาย เพอื่ ใหเ กิดความยุติธรรมในสทิ ธอิ นั ชอบธรรม วตั ถปุ ระสงคของโครงการวิจัย เพ่ือศึกษาวิธีการในการคุมครองพิทักษสิทธิสําหรับกลุมหญิงไทยที่ตกเปนผูเสียหายการคามนุษย ในตางประเทศ กลมุ เปาหมาย 1. กลุ ม คน ไ ท ยท่ี พํ า นัก อ ยูใ น ต าง ป ร ะเ ท ศ , กลุมคนไทยท่ีเคยพํานักอยูในตางประเทศ และกลุมคนไทย ทกี่ ําลงั จะเดนิ ทางไปพํานกั ในตางประเทศ 2. กลุมคนไทยท่ีเปนสมาชิกองคกรเครือขาย ในตางประเทศของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มน่ั คงของมนุษย 3. กลุมตัวแทนผูปฏิบัติงานในองคกรหรือหนวยงานและภาคีเครือขายที่เกี่ยวของ ในประเทศไทย ท่ีทํางานเกีย่ วของกับประเดน็ การคามนุษย 4. ตัวแทนผูบริหารหนวยงานและองคกรท่ีดําเนินงานเก่ียวของกับการปองกันและแกไขปญหา การคามนุษยใ นตา งประเทศ ทงั้ องคกรท่ตี งั้ อยูในประเทศไทยและในตา งประเทศ วิธีดําเนนิ งาน การศึกษาคร้ังน้ีเปนการศึกษาวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods) เพ่ือสรางใหเกิดกระบวนการ ขับเคล่ือนระบบการคุมครองพิทักษสิทธิสําหรับกลุมหญิงไทยท่ีตกเปนผูเสียหายการคามนุษยในตางประเทศ โดยทาํ การศกึ ษาในประเด็นดังน้ี รายงานประจําป 2561 43
สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 เชิงปรมิ าณ ใชแบบสอบถามเกบ็ ขอมูลกบั กลุมเครือขายชวยเหลือหญิงไทยที่พํานักอยูในตางประเทศ โดยกําหนดขนาดกลุมตัวอยางในการศึกษาครั้งน้ีจํานวน 500 คน (ศึกษากับกลุมคนไทยท่ีเปนสมาชิกองคกร เครือขายในตางประเทศของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย เชน กลุมคนไทยที่ทํางาน ในศนู ยเรยี นรูก ารพฒั นาสังคมและสวสั ดิการในเยอรมนั เปน ตน) เชิงคุณภาพ ใชว ิธกี ารสนทนากลุมและการสัมภาษณเชิงลึกกับกลุมเปาหมายในประเด็นการคุมครอง พิทักษสิทธิสําหรับกลุมหญิงไทยที่ตกเปนผูเสียหายการคามนุษย โดย ดําเนินการคัดเลือกจากกลุม 1) ตัวแทนผูปฏิบัติงานในองคกรหรือหนวยงาน และภาคีเครือขายท่ีเก่ียวของ ท่ีทํางานเก่ียวของ กับประเด็นการคามนุษย 2) ตัวแทนผูบริหาร หนวยงานและองคกรที่ดําเนินงานเกี่ยวของกับ ก า ร ป อ ง กั น แ ล ะ แ ก ไ ข ป ญ ห า ก า ร ค า ม นุ ษ ย ในตางประเทศ 3) กลุมเครือขายหญิงไทยที่ไปใช ชีวิตในตางประเทศ เพื่อนําขอมูลที่ไดมาสรางให เกิดกระบวนการขับเคล่ือนระบบการคุมครอง พิทกั ษสิทธิสาํ หรับกลุมหญิงไทยที่ตกเปน ผูเสยี หายการคา มนุษยในตา งประเทศ จาํ นวน 15 – 25 คน ผลการศึกษา วิธีการในการคุมครองพิทักษสิทธิสําหรับกลมุ หญิงไทยทต่ี กเปนผเู สียหายการคามนษุ ยในตางประเทศ 1. การใหค วามชว ยเหลือผูเสยี หายตอ งมองควบคูไ ปกับความรนุ แรงในครอบครัว หญิงไทยที่ตกเปนเหยื่อคามนุษยมีรูปแบบการตกเปนเหยื่อโดยถูกลอลวงมาแตงงาน โดยมีการพบรัก กับชาวตา งชาติผานส่ือโซเชยี่ ลมีเดียตา งๆ อาทิ เฟสบคุ หรอื แอปพลิเคชั่นหาคู จนกระทง่ั ถกู ชักจูงใหมาแตงงาน โดยผูคาอาจเปนสามีชาวตางชาติหากแตสวนใหญเปนญาติหรือเพ่ือนซ่ึงเปนหญิงไทยท่ีแตงงานกับ ช า ย ช า ว ต า ง ช า ติ อ ยู ก อ น ไ ด ทํ า ก า ร ชั ก จู ง ใ ห แ ต ง ง า น กั บ ชายชาวตางชาติ หลังจากนั้นกลับถูกชักจูงใหเขาสูการทํางาน ในรานนวดแผนไทย และถูกชักจูงหรือบังคับใหคาประเวณี ในท่ีสุด ท้ังนี้จากการประชุมกลุมเจาหนาท่ี (IOM, ธันวาคม 2016) พบวา “จากกรณีที่พบหญิงไทยบางคนอาจจะไมไดเต็มใจ โดยผคู า เปนชายชาวตางชาติท่ีมีลักษณะการมาหาภรรยาท่ีไทย ผูคาจะยอมมาแตงงานที่ไทย แตเมื่อกลับไปยังพื้นท่ีปลายทาง กลับมีลักษณะของการใชแรงงานเหมือนทาสหรือบังคับใหทํา การคา ประเวณี เพราะถือวา เปน ภรรยาแลว แตง งานกับเขาแลวเขาอุตสาหลงทุนลงแรง เสียเงิน เสียทองใหกับ ครอบครัวฝงน้ีแลว ทําใหหญิงไทยหรือผูตกเปนเหย่ือมิไดมีความสุขอยางท่ีคิด นอกจากนี้ยังอาจจะมีพอแม ที่อาศัยอยูในพื้นที่ตนทางที่อายุมากแลวตองดูแล จึงมีขอจํากัดในเร่ืองเงินจึงถูกชักจูงใหคาประเวณีและ ตกเปนเหยื่อไดโดยงาย ซึ่งในลักษณะแบบนี้ในความรูสึกแบบน้ีเขาอาจจะอยากจะอยูในยุโรปหากแตถูกบังคับ ดวยทะเบียนสมรสและกฎหมายที่จดทะเบียนกับชายชาวตางชาติ เพราะฉะน้ันหญิงไทยบางคนจึงตองตก รายงานประจาํ ป 2561 44
สาํ นกั งานสง เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 เปนเหยื่อคามนุษยดวยสภาพความจํายอม และไมมีอิสรภาพ หรือวาไมมีความเปนมนุษย ถูกใชแรงงานหรือ ใหคาประเวณีอยางทาสทั้งยังตองใหบริการกับสามีดวย ถาคนไหนไปแลวไดสามีที่ดีเขาก็จะมีชีวิตดี บางคนก็ไมไดประสบความสาํ เรจ็ แบบนน้ั ทกุ คน” โดยทั่วไปแลวเหย่ือมักจะถูกลอลวงดวยการวาดภาพอนาคตที่สวยงามในประเทศปลายทาง (Exploitation site) กับสามีชาวตางชาติ และสามีชาวตางชาติจะยอมเสียคาใชจายตางๆ ในการเดินทาง ใหทําใหเกิดภาวะแรงจูงใจเพ่ิมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้จากผลการสัมภาษณสมาคมสตรีไทยในฝร่ังเศสยังพบวา มีกรณีชายสูงอายุลอลวงหญิงไทย โดยประกาศตามเว็ปไซดหาสตรีไทยในประเทศไทย ทั้งยังมีการลอลวงให เดินทางมาทองเท่ียวโดยการขอวีซาการทองเที่ยวประเภทสามเดือน เพ่ือท่ีจะขอวีซาไดงาย โดยจะมีการ เลือกเหยื่ออายุประมาณ 20-25 ป หากแตเม่ือเดินทางมายังประเทศฝร่ังเศสแลวกลับใหทํางานบาน ดแู ล และทาํ กับขา ว และเม่อื เบื่อจงึ ทําการขับไลใหออกจากที่พักอาศัยและทําการหาเหยื่อรายใหมตามเว็บไซด ตอไป สวนหญิงไทยท่ีถูกละทิ้งจึงจําเปนตองถูกผลักดันใหหารายไดสงเสียครอบครัวในประเทศไทยดวยการ ประกอบอาชพี คาประเวณีเพ่อื หารายไดยงั ชีพตอไป เนอ่ื งจากหญงิ สาวสว นใหญซ่ึงตกเปนผูเสยี หายการคามนุษยนั้นมักถูกชักจูงในรูปแบบ Lover Tactics กลาวคือถูกลอลวงใหเกิดความรัก และโนมนาวใหตกเปนผูเสียหายในภายหลัง ดังนั้นการใหความชวยเหลือ ตองมองควบคูไปกับความรุนแรงในครอบครัว การไมเขาใจกันระหวางคูสมรสตางชาติ หรือปญหา ทางเศรษฐกิจทําใหคูสมรสกดดนั ผูเสยี หายใหประกอบอาชพี คาประเวณี 2. การเสนอรูปแบบการใหความชวยเหลอื จากลมุ ทีไ่ มเ ปนทางการ จากการสํารวจของเจาหนาท่ีตํารวจชาวเยอรมันเสนอวาในปจจุบันสถิติการคามนุษยเพิ่มขึ้นเร่ือยๆ ซ่ึงเจาหนาที่ตํารวจในทวียุโรปจะมีภารกิจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากนอกจากปญหาการคามนุษยแลวเจาหนาท่ีตํารวจ ยังตองดูและในเรื่องความปลอดภัยของชาติดวยเชนกัน ดังนั้นทําใหกําลังของเจาหนาที่ตํารวจในการดูแลเรื่อง การคามนุษยจึงลดนอยลง นอกจากนี้ยังพบปญหาในเรื่อง ความเขาใจของเจาหนาท่ีตํารวจตอนิยามการคามนุษยยังมี ความแตกตางจากความเขาใจจากนิยามดานคามนุษยของ United Nation เน่ืองจากหากพบวาการเขามาคาประเวณีดวยความเต็มใจเจาหนาที่จะมองวาเปน การคาแรงงานผิดประเภท หรือการคาประเวณีแบบผิดกฎหมาย และรูปแบบการสอบสวนจะเปนรูปแบบ กระบวนการท่ีดําเนินการตอผูเขาประเทศแบบผิดกฎหมาย หรือการคาแรงงานผิดประเภท ทําใหผูเสียหาย ผูประสบปญหาตกเปนผูเสียหายดานการคามนุษยจึงมีความหวาดกลัวไมกลาเขาหาเจาหนาท่ี หรือไมกลา แจง ความตอเจา หนา ที่ จากการสัมภาษณกลุมเจาหนาท่ีตํารวจดานปราบปราม (Policize, ธันวาคม 2560) สะทอนวา “สถติ ิผูตกเปนผูเสียหายการคามนุษยมีจํานวนเพ่ิมสูงข้ึนตลอดเวลา ซึ่งเจาหนาท่ีตํารวจในทวีปยุโรปไมไดดูแล ในเร่ืองการคามนุษยเพียงเร่ืองเดียว หากแตตองดูแลในเรื่องความปลอดภัยของชาติและเร่ืองอ่ืนๆ และในปจจุบันมีรูปแบบการคามนุษยในรูปแอบแฝง แมวาในประเทศเยอรมันการคาประเวณีท่ีเสียภาษีใหรัฐ รายงานประจําป 2561 45
สํานักงานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 จะเปนสิ่งท่ีถูกตองตามกฎหมาย แตเม่ือผูคาประเวณีท่ีตกเปนผูเสียหายการคามนุษยจะตกเปนผูเสียหาย แตเมอ่ื เขา สกู ระบวนการของเจาหนาท่ีตาํ รวจ เมื่อเจาหนาท่ีเห็นวาผูเสียหายมีความเต็มใจมาทํางาน เจาหนาท่ี จะมีการปฏิบัติตอผูเสียหายในรูปแบบผูตองสงสัยการเขาเมืองผิดกฎหมาย ทําใหเจาหนาท่ีที่เกี่ยวของ เขา ชว ยเหลือผูเสียหายหลาน้ยี าก ทาํ ใหเ จา หนา ทมี่ กี ารทาํ งานท่ียากขึน้ ” จากผลการศึกษาพบวาเครือขายความชวยเหลือผูเสียหายที่มีความเขมแข็งนั้น มักจะมีการเริ่มตนมา จากกลุมหญิงไทยที่อาศัยอยูในทวีปยุโรปมีการประสานขาวสารระหวางกลุมและมีการสงตอเคสไปยัง กลมุ NGO ภายในพื้นที่ ระหวางการรอคอยความชวยเหลืออาจมีการประสานสถานท่ีพักพิงตามบานพักอาศัย ของสมาชิกภายในเครือขายเอง หรือวัดไทยในพ้ืนท่ี กอนท่ีจะมีการสงตอเคสผูใชบริการตอไปยังองคกรที่มี สวนเก่ียวของ 3. การสรางเครอื ขายเพือ่ เชอ่ื มโยงกับองคกรตางประเทศ ในปจจุบันพบวาการตกเปนผูเสียหายน้ันเกิดจากความไมรูไมเขาใจในปญหาท่ีอาจเกิดข้ึนกับตนเอง ของแรงงานทต่ี อ งการเดินทางไปพาํ นกั ยังตางประเทศ เมอื่ ประสบปญหาทําใหไมก ลา เขาไปพบเจาหนาที่ ดังนั้น กระบวนการใหความชวยเหลือของกลุม NGO ในปจจุบันจึงแตกตางจากการจัดการจากรัฐ โดยนโยบาย ของกลมุ NGO ในการใหการชวยเหลือผูตกเปนผูเสียหายคามนุษยในการใหความรู ใหการอบรมกับผูที่มีความ เสี่ยงตอการเปนผูเสียหาย โดยจากการสัมภาษณกลุมเครือขาย บานหญิงไทย (Germany, ธันวาคม 2560)สะทอนวา “กลุม NGO สวนใหญ อาทิ UNHCR หรือแมแต IOM ไดมีการ ป รั บ เ ป ลี่ ย น บ ท บ า ท จ า ก ผู ใ ห ก ร ะ บ ว น ก า ร คุ ม ค ร อ ง สิ ท ธิ์ เปนการใหการอบรมกับกลุมท่ีมีความเส่ียงจากการเปน ผูเสียหายในอาชญากรรมการคามนุษย เนื่องจากหนวยงาน ดังกลาวเช่อื วา กลุมผูตกเปนผูเสียหายจะเกิดข้ึนได ยอมเกิดจาก ความไมรูของคน และความไมรูทําใหเกิดการหลงเชื่อตอการลอลวงไดโดยงาย หรือผูเสียหายอาจหวาดกลัว จนไมกลาเขามาปรึกษาเจาหนาที่ตม. หรือเจาหนาที่ตํารวจ โดยกลุมองคกรสาธารณประโยชนจะมีการเขาไปยังพ้ืนที่ ที่คาดวาจะมีกลุมเสี่ยง เชน ตม. สนามบิน สถานีรถไฟ หรือ ตามสถานที่ทองเที่ยว และชักชวนกลุมเส่ียงใหมารับการอบรม โดยมีการนําผูที่เคยมีประสบการณการตกเปนผูเสียหายและ ผูเช่ียวชาญในดานตางๆ มาใหการอบรม เพื่อใหความรูสึกเปน อันหน่งึ อนั เดยี วกนั ไมแปลกแยก เนอ่ื งจากผูท ่มี าเขารับการอบรมอาจเปนกลุมผูตกเปนผูเสียหายแลวมาเขารับ ฟงเชน เดยี วกัน” นอกจากนี้จากการสัมภาษณเจาหนาที่ IOM (IOM, ธันวาคม 2016) ไดสะทอนในแนวทางเดียวกันวา “กลุม IOM ไดม ีการนําผเู คยตกเปน ผเู สยี หายชาวเมียนมามาเขารว มพูดคยุ และอธิบายแนวทางการทําตนใหไม ตกเปนผูเสียหายในอาชญากรรมการคามนุษยน้ันควรจะตองปฏิบัติตนอยางไร และตองมีการเพ่ิมความ ระมดั ระวงั อยา งไรเพอ่ื มใิ หต นเองตองตกเปน ผูเสียหายจากอาชญากรรมการคามนุษย” รายงานประจําป 2561 46
สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3 สาํ นักงานสง เสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 3 4. การเสนอสือ่ ในเชิงรุก หญิงไทยจํานวนมากไดตกเปนผูเสียหายของอาชญากรรมการคามนุษยโดยไมไดเจตนา เน่ืองจากโดน ลอลวง (Conceive) ใหตกเปนผูเสียหายในธุรกิจการคาประเวณีดวยการเขามาโดยเจตนาใชแรงงานประเภท อนื่ อาทิ วีซา เลีย้ งเด็ก โดยอาชญากรจะมกี ารหลอกลอ ผูเสยี หายวาจะมีการนําตัวมาทํางานเล้ียงเด็ก โดยมีผูคา ซ่ึงเปนหญิงไทย (Exploiter) ที่ไดทําการจดทะเบียนสมรสกับสามีชาวยุโรป และไดพักอาศัยต้ังรกรากอยูใน สหภาพยุโรปมาเปน ระยะเวลานานเปน ผชู กั ชวนใหเ ขามาทํางานในทวปี ยุโรป อาทิ การประกอบอาชีพเลี้ยงเด็ก แมครัว ทําไรองุน หรือรานนวดแผนไทย โดยทําการถือวีซา ท่ีเรียกวาวีซาระยะยาว อาทิ ในประเทศฝร่ังเศส จะเรียกวา Valant Titre de sejour (VLS-TS) วีซาประเภทนี้จะอนุญาต ใ ห ผู ถื อ วี ซ า ส า ม า ร ถ พํ า นั ก อ ยู ไ ด ใ น ป ร ะ เ ท ศ ฝ รั่ ง เ ศ ส เ ป น ระยะเวลาสูงสุดถึงหนึ่งป อาทิ วีซาเยี่ยมเยือนระยะยาว วีซา นักเรียน วีซาทํางานบางประเภท ซ่ึงจะตองมีการทําการ ลงทะเบียนที่หนวยงาน OFII ณ เมืองที่มีถิ่นพํานัก รวมไปถึง การชําระคาธรรมเนียม OFII จากนั้นเมื่อเดินทางมาถึงปลายทาง ผูลอลวงกลับมิไดดําเนินการ จัดใหทํางานตามทีต่ กลงและกลับใหทํางานประเภทการคาประเวณแี ทน ดังน้ัน รัฐบาลจึงตองมีการพัฒนาสื่อวีดีทัศนในเชิงรุกมากข้ึน เพ่ือผลิตสื่อที่มีลักษณะเขาใจงาย และเขาถึงกลุมเส่ียงดังกลาว เพื่อเปนส่ือที่ทําใหคนสนใจและตองพยายามสรางกระบวนการการอบรม ในรูปแบบเชิงรุก อาทิ การเขาไปอบรมในพ้ืนท่ีที่คาดวาจะมีกลุมเสี่ยงอยูเปนจํานวนมาก เพ่ือปองกันปญหา นอกจากนี้ยังควรผลิตแผนพับและคูมือที่เขาใจงายสําหรับผูท่ีตองการไปประกอบอาชีพยังตางประเทศ หรือตองการแตงงานกับชายในตางแดนซ่ึงนับเปน กระบวนการพิทกั ษแ ละคมุ ครองสิทธิใ์ นเชงิ รกุ 5. ขจัดความไมรู จากผลการวิจัยพบวา ประเดน็ สําคัญท่ีทําให หญิงไทยตกเปนเหยื่อการคามนุษยคือประเด็น ความไมรู อาทิ 1) ความไมร ูในขอกฎหมายของพื้นที่ ปลายทาง 2) ไมรจู ักองคกรหรอื หนวยงานท่ีใหความ ชวยเหลือ 3) ความไมรูภาษา 4) ความไมรูสิทธิและ การคุมครองสิทธิของตน ดังนั้นจึงควรมีการสราง เครือขายที่หลากหลายเพื่อเขาถึงการชวยเหลือผูตกเปนผูเสียหายการคามนุษยทุกกลุม อาทิ การชักชวนกลุม NGO ทงั้ องคก รชาวไทยและตา งประเทศ ใหเขามามสี ว นรว มหรือทําการรว มมอื กบั ตม. และกรมสวัสดิการและ คุมครองแรงงาน รวมไปถึงสถานกงศุล ในการสงเสริมใหเกิดกระบวนการคุมครองสิทธิ โดยมุงเนนในดานการ หามาตรการการปอ งกันการตกเปน ผเู สียหายจากอาชญากรรมการคา มนุษย รายงานประจําป 2561 47
สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 สาํ นกั งานสง เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3 พบวาในประเด็นการปองกันน้ันไดมีความสอดคลองกับเปาหมายขององคกร NGO ทุกองคกร ทดี่ าํ เนินการขับเคลื่อนในเร่ืองการแกไขปญหาการคามนุษยในยุโรป โดยไดมุงเนนในเรื่องการคุมครองสิทธิของ ผูตกเปนผูเสียหาย อาทิ UNHCR IOM รวมไปถึงองคกรสาธารณประโยชนอื่นๆที่มุงเนนในเร่ืองการอบรมให ความรูใหกับกลุมเส่ียง หรือกลุมผูตองตกอยูในสถานกักกัน ในการเขามารับการอบรมความรูในเบื้องตนกอน สงกลับประเทศ โดยจากการสัมภาษณเชิงลึกเจาหนาที่หนวยตม. (สสว., ธันวาคม 2560) เสนอวา “ในสวนกระบวนการการแกปญหาผูตกเปนผูเสียหายจากอาชญากรรมคามนุษยที่สําคัญ โดยมีขอสมมติฐาน แรก คือ การตกเปนผูเสียหายมักเกิดจาก ความไมรู ทั้งน้ีเม่ือเกิดความไมรูของคน จึงทําใหเกิดความหวาดกลัวในการเขาพบ เจาหนาที่ พอเกิดความกลัวเจาหนาที่ข้ึน จึ ง ทํ า ใ ห เ ชื่ อ ค น ท่ี ม า ห ล อ ก ล ว ง ต น นี่คือขอสมมติฐานของผม ทําใหวิธีการแกไข ป ญ ห า ทุ ก วั น นี้ ผ ม ก็ เ ล ย ชั ก ช ว น NGO เ ข า ม า ร ว ม ใ น ก า ร แ ก ไ ข ป ญ ห า ค ว า ม ไ ม รู โดยพบวาความกลัวของมนุษยเกิดจากการ ไมรูถารูเราก็ไมกลัว ตม. จึงมีการบูรณาการ งานรวมกับองคกร NGO เพ่ือเผยแพรแกกลุมเส่ียงใหเขาใจวาตม.ทํางานยังไง ทําใหกลุมเสี่ยงหรือ ผูตกเปนผูเสียหายเกิดความกลาจะท่ีจะมาหาเรา กระบวนการคุมครองสิทธิ หากไมแกปญหาความไมรู เม่ือเกิดความเสียหายไปแลวมันก็ทําอะไรไมได จึงชวนใหเรามาเนนเรื่องการปองกัน ซึ่งก็มันตรงกับนโยบาย ของ NGO ท้ังหลาย โดยนโยบายของกลุม NGO ในปจจุบันไดเปล่ียนไปจากแตกอน เนื่องจากนโยบาย ในสมัยกอนของ NGO คือการสนับสนุน อาทิ การสนับสนุนเรื่องงบประมาณในการสราง สวนในระยะหลัง NGO ในพ้ืนท่ี เชน NGO ใหญๆระดับโลกเชน UNHCR IOM จะมุงเนนเรื่องการอบรมใหกับผูเสียหาย นี่คือกระบวนการพิทักษคุมครองสิทธิในสวนท่ีเราจัดทํา การคุมครองสิทธิ์ของเราและกระบวนการขับเคลื่อน พทิ ักษสทิ ธทิ์ ่ีผานมา คอื มันตอ งมกี ารดาํ เนนิ การแยกออกเปน 2 สวน 1) สว นของอํานาจหนาท่ีของภาครัฐ และ 2) การแสวงหาความรว มมอื โดยมีการไปดงึ NGO มารว ม จาํ นวน 24 องคกร” 6. การเพ่ิมแนวทางความชวยเหลอื ออนไลนแ ละวัดไทยในยุโรป ดานการรักษาพยาบาล จิตแพทย และการใหคําปรึกษาทางกฎหมาย พบวาเครือขายออนไลน มีความสําคัญอยางย่ิงกับผูเสียหายคามนุษย เนื่องจากผูตกเปนผูเสียหายจากอาชญากรรมคามนุษยมักไดรับ ผลกระทบท้ังทางดานรางกายและจิตใจอยางรุนแรงและไมมีแหลงท่ีพึ่งทางใจเมื่อประสบปญหายังตางแดน จนทําใหตองกลับไปยึดแนวทางการประกอบอาชีพดวยการคาประเวณีในรูปแบบเดิมเพ่ือหาเล้ียงชีพ หรือเกิดภาวะจํายอม เปนตน จากการสัมภาษณเชิงลึกองคกรธารา (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ไดสะทอนปญหาสภาวะ ผลกระทบทางจิตของผูตกเปนผูเสียหายวา “ ในตอนแรกวัดไทยไมคอยมีผูหญิงมาขอความชวยเหลือมากนัก แตใ นปจจุบันพบวา มีหญงิ ไทยผูตกเปน ผูเ สียหายคามนุษยไดเขามาขอความชวยเหลือที่วัด โดยสวนใหญพบวา รายงานประจําป 2561 48
สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3 จะมาในเรื่องปญหาชีวิต โรคเหงาเศราสรอย โรคจิต บางคนก็เอาวัดไปเปนท่ีพึ่งทางจิต เพราะเมื่อผูท่ีตกเปน ผูเสียหายประสบปญหามักไมรูจะไปไหน คนไทยท่ีตกเปนผูเสียหายคามนุษยสวนใหญไมไปหาจิตแพทย เน่ืองจากการมีภาษาพูดที่แตกตางกัน และไมสามารถพูดคุยกับจิตแพทยรูเรื่อง ภาษาแพทยยาก โดยเฉพาะ ถา มีอาการปวยทางจติ จะเปนการยากที่จะสามารถสือ่ สารกบั แพทยได เพราะฉะนั้นการท่ีคนไปวัดสวนใหญก็ไป เพื่อเปนท่ีพึ่ง หรือหาที่พึ่งหาเพื่อน ดังนั้นองคกรเอกชนอยางเราจึงมักเขาไปหาขอมูลแหลงชวยเหลือ ปรึกษา และแนะนาํ กบั ผูตกเปน ผเู สยี หายคามนษุ ยในวัด โดยวดั เปนศูนยกลางในการรบั เรอื่ งแทบทกุ ดา น” นอกจากนีย้ งั พบวาหญิงผูตกเปน เหยอ่ื คามนษุ ยกวา รอยละ 60 ไดรับความชวยเหลือโดยผานเครือขาย วดั ไทย ซงึ่ ใหก ารเยียวยาสภาพจิตใจทั้งในกลุมผูตกเปนเหย่ือความรุนแรงในครอบครัว และเหย่ือการคามนุษย โดยผูตกเปนเหย่ือความรุนแรงในครอบครัวและเหยื่อคามนุษยนั้นมักประสบปญหาความบอบชํ้าของสภาพ จิตใจในภาวะซึมเศรา ภาวะปญหาสุขภาพจิต เครียด วิตกกังวล และบางรายประสบปญหาการติดโรคติดตอ ตางๆ โดยไมมีสวัสดิการของรัฐในการใหความชวยเหลือดานการแพทยเนื่องมาจากเหยื่อหลายรายดวยกันได อพยพเขาเมอื งมาอยางผิดกฎหมาย วัดไทยจงึ เปนศนู ยกลางทส่ี าํ คัญในการใหการพักพิงในเบ้ืองตนแกผูเสียหาย กอนสง ตอไปยังองคกรท่เี กีย่ วของตอไป บทสรุป พบวาหญิงผูตกเปนผูเสียหายคามนุษยกวารอยละ 60 ไดรับความชวยเหลือโดยผานเครือขายวัดไทย ซ่ึงใหความเยียวยาสภาพจิตใจท้ังในกลุมผูตกเปนผูเสียหายความรุนแรงในครอบครัว และผูเสียหาย การคามนุษย โดยผูตกเปนผูเสียหายความรุนแรงในครอบครัวและผูเสียหายคามนุษยน้ันมักประสบปญหา ความบอบช้ําของสภาพจิตใจในภาวะซึมเศรา ภาวะปญหาสุขภาพจิต เครียด วิตกกังวล ทั้งน้ีจากปญหา การคามนุษยทําใหผูวิจัยพบวารัฐควรสงเสริมใหมีการใหความชวยเหลือ พิทักษและคุมครองสิทธิผูเสียหาย ในเชิงรุก เพ่ือที่จะดําเนินการใหกลุมเสี่ยงพรอมรับมือในการแกไขปญหา และรูจักชองทางในการรองขอ ความชวยเหลือเพื่อพิทักษและคุมครองสิทธิของตน โดยรัฐตองสงเสริมการบูรณาการรวมกับหนวยงาน ท้ังภายในและภายนอกประเทศเพ่ือเดินทางมาชวยเหลือผูเสียหายคามนุษยตามที่รองขอ อาทิ หลักสูตรอบรม ทางดานกฎหมายในพื้นท่ีปลายทาง พฤติกรรมของผูตองสงสัย การดําเนินการในกรณีภาวะฉุกเฉิน เปนตน ในปจจุบันมีจิตอาสาชาวไทยจํานวนมากในยุโรปท่ีเดินหนาอาสาแกปญหาการคามนุษย หากแตในปจจุบัน ยังไมมีการดําเนินการอยางมีแบบแผนและเปนข้ันตอน การใหคําปรึกษาแกผูเสียหายมักจะมาจากองคความรู ที่เปนประสบการณสวนตน ดังน้ันจึงควรมีการจัดฝกอบรมจิตอาสาเพื่อการดําเนินงานอยางมีรูปแบบ และสอดคลองกับแผนงานของกระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ยใหมากยิ่งข้นึ ขอ เสนอแนะ จากการศึกษาไดสะทอนประเด็นท่ีสําคัญวารัฐควรใหความสําคัญกับนโยบายของประเทศ ในการปองกัน หรือนโยบายเชิงรุก มากกวาการอุดชองวาง หรือการแกไขปญหา โดยมีการบูรณาการงาน รวมกันทุกภาคสวนทั้งในกระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนษุ ย โดยมุง เนนการปองกนั และการบังคบั ใชก ฎหมายอยางเขม งวดดงั นี้ 1) การปรับรูปแบบนโยบายในแนวทางการปอ งกนั การคามนษุ ย และปองกนั การตกเปนผูเ สยี หายซํ้า รายงานประจําป 2561 49
Search