Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นิตยสารสรรพรส ฉบับปฐมฤกษ์

นิตยสารสรรพรส ฉบับปฐมฤกษ์

Published by Natlada Bubpha, 2021-12-06 16:00:06

Description: นิตยสารสรรพรส ฉบับปฐมฤกษ์ เดือนธันวาคม

Search

Read the Text Version

สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ วันนี้สรรพรสจะพามารู้จัก “โฮมคาเฟ่” (Home Cafe) กับคอลัมน์ Home Sweet Home ในช่วงนี้กระแสของ โฮมคาเฟ่ได้เข้ามามีอิทธิพลทางสื่อโซเชียลมีเดียมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Youtube Tiktok หรอื Instagram “โฮมคาเฟ่” เป็นการเปลี่ยนพื้นที่เล็ก ๆ ในบ้าน หรือห้องนอน ของเรา ให้กลายเป็นคาเฟ่แสนอบอุ่นนั่นเองค่ะ เนื่องด้วยสถานการณ์ ในตอนน้ี การออกไปนั่งชิลล์ หรือดื่มด่ำบรรยากาศ ของร้านคาเฟ่สวย ๆ คง เป็นเรื่องยาก โฮมคาเฟ่จึงเป็นทางออกเล็ก ๆ ที่ทำให้ผู้อ่านได้ดื่มด่ำกับ เครื่องดื่มรสชาติดี ๆ เค้กแสนอร่อย รวมไปถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลายไปกับ คนรู้ใจหรือครอบครวั นอกจากนี้ยังเป็นการเปลีย่ นบรรยากาศภายในบ้านให้ ปลอดโปร่งและดีต่อใจ การจัดโฮมคาเฟ่นอกจากจะทำเพื่อความสวยงาม และเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศแล้วนั้น โฮมคาเฟย่ งั เปน็ พื้นท่ีเล็ก ๆ ในบ้าน สำหรับผ่อนคลายอารมณ์จากความเครียดหรือความกดดันจากการเรียน ออนไลน์และการทำงาน โดยการเปลี่ยนบรรยากาศและสภาพแวดล้อมใน บ้านเพียงเล็กน้อยก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ความกดดันจากสถานการณ์ บ้านเมืองในเวลาน้ลี ดน้อยลงด้วยค่ะ

เลือกเมนูที่ใช่และเตรียมอุปกรณ์กันเลย เมื่อพูดถึงคาเฟ่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับเครื่องดื่มรสชาติดีที่ถูกปากถูกใจผู้ชิม การเลือกเมนูในคาเฟ่ที่ถูกจริตนั้น เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของโฮมคาเฟ่ เพื่อน ๆ อาจจะเลือกจากเครื่องดื่มที่ชอบหรือของหวานรสโปรดมาเป็นส่วน สำคัญของโฮมคาเฟ่ ในวันนี้ทาง Home Sweet Home ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จักกับ Strawberry Latte เครื่องดื่มเบา ๆ สำหรับคนรักสตรอว์เบอร์รี เมนูพื้นฐานที่หลายคนหลงรัก เพื่อน ๆ อาจเพิ่มลูกเล่นโดยการเลือกใช้แก้วทรง ต า ม ท่ี ช อ บ แ ล ะ ต ก แ ต่ ง ด้ ว ย วิ ป ค รี ม ปิ ด ท้ า ย ด้ ว ย ส ต ร อ ว์ เ บ อ ร์ รี ลู ก โ ต เ ป็ น อั น เ ส ร็ จ พิ ธี หามุมสวย ๆ และตกแต่งตามใจชอบ นอกจากเครื่องดื่มรสชาติดี ๆ แล้ว มุมสวย ๆ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับ โฮมคาเฟ่ค่ะ โดยเริ่มแรกอาจมองหามุมเล็ก ๆ ภายในบ้านที่เหมาะจะนำมา ตกแต่งและสร้างสรรค์ใหม่ตามที่ใจชอบ ต้นไม้ฟอกอากาศก็สามารถนำมาประดับ โฮมคาเฟ่ของเราได้เช่นเดียวกัน เพราะนอกจากจะสวยงามแล้วยังมีประโยชน์ ในการช่วยฟอกอากาศอีกด้วย สีเขียวของใบไม้จะช่วยให้เพื่อน ๆ เข้าใกล้กับ ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น อาจหาโซฟาสวยหรือเก้าอี้เก๋ ๆ มาตกแต่งเป็นมุมนั่งเล่น สำหรับอ่านหนังสือ หรือจิบชาเบา ๆ ค่ะ และถ้าหากผนังว่างเปล่าภายในห้องทำ ให้โฮมคาเฟ่ของเพื่อน ๆ ดูโล่งจนเกินไป เราขอแนะนำโปสต์การ์ดเล็ก ๆ หรือ ภาพถ่ายมาประดับตกแต่งผนังให้ดูสวยยิ่งขึ้นค่ะ จากตัวอย่างการประยุกต์ห้อง ข้างต้น แค่น้ีเพื่อน ๆ ก็จะได้สัมผัสกับโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

สร้างบรรยากาศด้วยกลิ่นและเสียงเพลง Home Sweet Home ได้พาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับรูปและรสในการทำ หลังจากได้อ่านคำแนะนำจาก Home Sweet Home กันไปแล้ว เพื่อน ๆ อาจ โฮมคาเฟ่ไปแล้ว แต่อย่าลืมว่าองค์ประกอบสำคัญ ของคาเฟ่ยังมี นำมาประยุกต์และปรับใช้ตามความเหมาะสมได้ค่ะ ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “กลิ่นและเสียง” ด้วยนะคะ เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยว่ากลิ่นและเสียง เพื่อน ๆ จะสามารถชวนเพื่อนซี้หรือคนรู้ใจมาสังสรรค์ที่คาเฟ่เล็ก ๆ ที่บ้านเพื่อ สำคัญอย่างไรวันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ กลิ่นหอมของกาแฟสดและ ผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดจากสถานการณ์ในช่วงนี้ แล้วพบกันใหม่ใน เครื่องดื่มสามารถทำให้เพื่อน ๆ ผ่อนคลายความเครียดและมีความสุข ฉบับหน้า Home Sweet Home ยินดีพาเพือ่ น ๆ ไปเปดิ มุมมองใหม่ ๆ ค่ะ มากขึ้น ในบางรายท่ีเครียดจากการนอนไม่หลับสามารถใช้กลิ่นของ กาแฟในการผ่อนคลายได้ หรือการจุดเทียนหอมสร้างบรรยากาศท่ี นอกจากจะให้แสงสว่างแล้ วยั งมีประโย ชน ์ใน การดับ กลิ่น ที่ ไ ม ่ พึ่ง ประสงค์ เพื่อน ๆ สามารถเลือกเทียนหอมตามกลิ่นที่ถูกใจได้อีกด้วย นอกจากน้ีเสยี งยังเป็นสว่ นสำคัญในการสรา้ งบรรยากาศให้กับโฮมคาเฟ่ องค์ประกอบของดนตรีมีผลต่อร่างกายและจิตใจของผู้ฟัง จังหวะของ ดนตรีสามารถช่วยสรา้ งสมาธิและผ่อนคลายอารมณ์ได้ ระดับของเสียง และความดังของเสียงมีผลต่อความสงบของจิตใจ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เสียงมีความสำคัญต่อสภาพจิตใจและอารมณ์ของผู้ฟัง ดังนั้นการเปิด เพลงคลอสบาย ๆ ในระดบั ความดังปานกลางอาจช่วยให้เพ่ือน ๆ ผ่อน คลายอารมณไ์ ด้อย่างดี









หากพูดถึงอาหารที่เป็นวัฒนธรรมร่วมของโลก “เบียร์” เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ประวัติศาสตร์การดม่ื เบียร์นน้ั มมี ายาวนาน จนอาจกล่าวได้วา่ มนษุ ย์นั้นเตบิ โตมาพร้อมกับการด่มื เบียร์ อีกทง้ั เมื่อพจิ ารณาถงึ บทบาทของเบียร์ท่ีเกี่ยวกับมนุษยแ์ ล้ว จะเหน็ ได้วา่ เบียร์มคี วามสมั พันธก์ บั มนุษย์ในทุกมิติ ทั้งในด้านศาสนา การเมอื ง และ สุขภาพ ความสัมพันธ์ของเบียร์กับมนุษย์นั้นจึงเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งอย่างแยกจากกันไม่ขาด ในคอลัมน์นี้ เราจะพาทุก ท่านมาเดินทางย้อนประวัติศาสตร์ บอกเล่าเก้าสิบเกี่ยวกับเบียร์ ที่รับรองได้ว่าจะทำให้ท่านเมามายไปกับสาระ และ ความสนุกสนานจนวางไมล่ งเลยทีเดยี ว

ม นุษย์รู้จักการหมักแอลกอฮอล์ต้ังแต่ช่วงยุคหิน ใหม่ (ประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล) โดยหลักฐาน การหมักเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์คือ อ่างศิลา ขนาดใหญ่ (ขนาด 40 แกลลอนหรือประมาณ 151 ลิตร) ในวิหาร Gobekli Tepe ประเทศตุรกี ในอ่างนั้นค้นพบสารออกซาเลต (Oxalate) ซึ่งเป็น สารแบบเดียวกับที่ได้จากการหมักเบียร์ นอกจากนี้ วิ ห า ร ดั ง ก ล่ า ว ยั ง ตั้ ง อ ยู่ ใ ก ล้ บ ริ เ ว ณ ทุ่ ง ข้ า ว ส า ลี ดั้ ง เ ดิ ม มีข้อสันนิษฐานว่า มนุษย์อาจหมักเบียร์หลังจากเริ่มมี การปลูกข้าวสาลีได้ไม่นาน เนื่องจากคุณสมบัติของ เบียร์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต 3 ประการ คือ 1. การหมักเบียร์นั้นทำให้มนุษย์ได้ดื่มน้ำสะอาด เ นื่ อ ง จ า ก ก ร ะ บ ว น ก า ร ห มั ก เ บี ย ร์ ส า ม า ร ถ ท ำ ล า ย เ ชื้ อ แบคทีเรียและจุลินทรีย์ได้ ทำให้การดื่มเบียร์จึง ปลอดภัยกว่าการหาน้ำดื่มในธรรมชาติ 2. เบียร์ให้พลังงานสูง โดยเบียร์ 1 ลิตร สามารถให้ พลังงานได้มากถึง 360 กิโลแคลอรี ซึ่งมีความจำเป็น อ ย่ า ง ม า ก ใ น ยุ ค ที่ ม นุ ษ ย์ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ห า อ า ห า ร ไ ด้ ทุ ก วั น การผลิตเคร่ืองด่ืมท่ีมีพลังงานสูงจึงช่วยให้มนุษย์มีชีวิต อยู่ได้แม้ขาดแคลนอาหาร 3. เบียร์สามารถเก็บได้นาน โดยเฉพาะอย่างย่ิงในช่วง ฤ ดู ห น า ว ที่ ม นุ ษ ย์ ไ ม่ ส า ม า ร ถ อ อ ก ไ ป ห า อ า ห า ร เ อ ง ไ ด้ นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเรียกเบียร์ว่า Liquid Bread เ นื่ อ ง จ า ก มี ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ห ลั ก ที่ เ ห มื อ น กั บ ก า ร ท ำ ขนมปัง ที่ส่วนผสมประกอบไปด้วย ข้าว น้ำ และยีสต์ นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่าเบียร์อาจ เกิดขึ้นก่อนขนมปัง เพราะในกระบวนการผลิตเบียร์ น้ันไม่จำเป็นต้องใช้เตาอบ!!

ศาสนา ในอาณาจักรเมโสโปเตเมีย (ประมาณ 3,500 ปีก่อนคริสตกาล) ชาวเมืองนิยมดื่มเบียร์เป็นอย่างมาก จนมีการตั้งกฎหมายในยุคของกษัตริย์ ฮัมมูราบี (King Hammurabi) เพื่อควบคุมราคาเบียร์ไว้ โดยสรุปใจความได้ ว่า หากพอ่ ค้าเบียร์คนใด หากำไรจนเกินราคา จะถูกลงโทษดว้ ยการถ่วงนำ้ ในอดีตเบียร์ได้รับความนิยมอย่างมากจนมีการนำเบียร์ไปใช้เป็น ตราลัญจกรซึ่งเป็นตราประจำรัชกาลของพระราชินี Pu-Abi แห่งนคร Ur นอกจากนี้ ในพิธีกรรมของชาวสุเมเรียนเบียร์ยังถูกนำไปใช้เป็นเครื่องบูชา เทพธดิ า Ninkasi เทพเจ้าผใู้ หก้ ำเนดิ เบยี รใ์ นเทศกาลศาสนาอีกดว้ ย การเมือง ป ร ะ เ ท ศ จี น เ ป็ น ป ร ะ เ ท ศ ห นึ่ ง ที่ มี ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ การบ่มเบียร์ที่ยาวนานมากกว่า 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้คนต่างนิยมดื่มเหล้าและเบียร์เป็น อย่างมาก โดยเฉพาะพระเจ้าซางโจวที่ด่ืมสุราจนไม่สนใจ การงานของประเทศ จนทำให้เกิดคำกล่าวท่ีว่า “ราชวงศ์ซางส้ิน เพราะฤทธิ์สุรา” ห ลั ง ก า ร ก ว า ด ล้ า ง เ ค รื่ อ ง ดื่ ม แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ ใ น ราชวงศ์ฮั่น ทำให้ประชาชนไม่สามารถดื่มเบียร์กันอย่าง เปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามเบียร์จีนกลับได้รับความสนใจ จากชาวต่างชาติเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเบียร์ชิงเต่าที่มี รสชาติดีมากจนถือได้ว่าเป็น เบียร์แห่งชาติ ยี่ห้อเดียว ของประเทศ สขุ ภาพ ในปี ค.ศ. 1469 นักเคมีชาวดัตช์คนหนึ่งได้ใช้ผลเบอร์รี จูนิเปอร์ (Jenever) มาผสมกับเหล้าเพื่อใช้ขับปัสสาวะแก่ผู้ป่วย ชาวดัตช์เรียกเครื่องดื่มนี้ว่า เจนิวา (Jeneva) ได้รับความนิยม อย่างมากทั้งในประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศอังกฤษและเป็นท่ี รู้จักกันในชื่อ จิน (Gin) ต่อมารัฐบาลอังกฤษได้พยายามขับเคลื่อน เศรษฐกิจด้วยการออกนโยบาย การค้าเหล้าจินเสรี ทำให้เหล้าจิน ได้รับความนิยมอย่างมาก ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองจนถึง ขนาดที่ว่าโรงละครต้องยุติการฉายเนื่องจากนักแสดงเมาจน ไม่สามารถทำการแสดงต่อได้ จนสุดท้ายรัฐบาลอังกฤษจึงต้องหา นโยบายเพ่อื ควบคมุ การคา้ เหลา้ จนิ ในทีส่ ดุ

อย่างไรก็ตาม การดื่มเบียร์ในปริมาณมากนั้นไม่ส่งผลดีต่อร่างกายอย่างแน่นอน เพราะแอลกอฮอล์ในเบียร์จะ ออกฤทธิ์กดประสาท ลดประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง และเมื่อดื่มติดต่อกันเป็นเวลานานจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงใน การเปน็ โรคอว้ น โรคความดนั และลดภมู ิค้มุ กนั ของร่างกาย โดยเฉพาะน้อง ๆ หนู ๆ ท่ยี งั ไมบ่ รรลุนติ ภิ าวะ การดืม่ เบยี ร์ยัง ส่งผลตอ่ อารมณ์และทกั ษะในการเรียนรูอ้ ีกดว้ ย





ฟาสตฟ์ ู้ด หรอื อาหารจานด่วน หมายถงึ อาหารท่สี ามารถเตรียมและปรุงได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นการนำอาหาร ที่ผ่านกระบวนการปรุงและแปรรูปอาหารแล้วมาแช่แข็ง เพียงแค่นำมาให้ความร้อนโดยการ ทอด นึ่ง หรือต้ม ในระยะเวลา ที่สั้นกส็ ามารถนำมาเสิรฟ์ ได้ทนั ที ฟาสตฟ์ ูด้ ยอดนิยมสามารถจำแนกได้ตามกลุ่มธุรกิจที่ประกอบ กจิ การ เชน่ 1. พซิ ซา่ เชน่ Pizza Hut 2. แฮมเบอรเ์ กอร์ เช่น McDonald’s 3. ไกท่ อด เชน่ Kentucky Fried Chickens หรือ KFC 4. โดนทั เชน่ Dunkin’ Donut Mister Donut 5. ไอศกรมี เช่น Swensen's Dairy Queen

ปัจจุบันในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวมีธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดมากถึง 250,000 ร้าน ธุรกิจอาหารฟาสตฟ์ ู้ดทำรายได้ทั่วโลกกว่า 5.7 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี ผลสำรวจพบวา่ เด็กอเมริกันมากถงึ 96% รูจ้ กั แมคโดนัลด์ ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดมีแนวคิดมาจากร้านออโตแมน (Auto Man) ซึ่งเป็นที่นิยมมากในช่วงปีค.ศ. 1920 ถึงค.ศ 1940 โดยออโตแมน เป็นร้านอาหารแบบบริการตนเอง ลูกค้าสามารถหยอดเหรียญแล้วจะได้รับ อาหารออกมาอยา่ งรวดเร็ว ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ การกินของคนในสังคมก็เริ่ม เปล่ยี นไป เมืองใหญ่ ๆ ทัว่ โลกขยายตวั อยา่ งรวดเรว็ กลายเป็นเมืองอตุ สาหกรรม รายไดข้ องคนเพ่มิ มากขึ้น ผูห้ ญิงออกไปทำงานนอกบา้ นทำให้การทำอาหารกินเองในบา้ นลดลง ผ้คู นจึงเรม่ิ ออกไปรบั ประทานอาหาร นอกบ้าน ในปคี .ศ. 1948 สองพี่น้องดิคและแมค แมคโดนัลด์ ก ่ อ ต ั ้ ง ร ้ า น อ า ห า ร ท ี ่ ช ื ่ อ แ ม ค โ ด น ั ล ด์ (McDonald’s) ในเมืองซานเบอร์นาร์ดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย และเป็นผู้ริเริ่มแนวคิด Speedee Service System หรือ ระบบ บริการอย่างรวดเรว็ และขายเบอร์เกอรใ์ น ราคาเพียง 15 เซ็นต์ (Cent) ทำให้ร้าน แมคโดนลั ดด์ ังระเบดิ ต่อมาจงึ มรี า้ นอาหาร ฟาสตฟ์ ้ดู ผุดขน้ึ ทว่ั ประเทศสหรฐั อเมรกิ า

อินแอนดเ์ อาตเ์ บอรเ์ กอร์ (IN-N-OUT Burger) กก็ อ่ ตงั้ ในปีค.ศ. 1948 เช่นกัน โดยการริเริ่มขายอาหารฟาสต์ฟู้ด ในระบบไดร์ฟทรู (Drive Thru หรือ Drive-through) เป็น ร้านแรกในแคลฟิ อรเ์ นยี ผู้พันแซนเดอร์ (Sanders) เปิดร้าน Kentucky Fried Chickens (KFC) ในปีค.ศ. 1952 ที่เมอื งซอลต์เลกซติ ี รัฐยูทาห์ เบอร์เกอร์คิง (Burger King) เปิดกิจการใน ปีค.ศ. 1954 ที่รัฐฟลอริดา พิซซ่าฮัท (Pizza Hut) เปิด สาขาแรกที่เมืองวชิ ติ าในปคี .ศ. 1958 ในปีค.ศ. 1976 ร้านเวนดี้ซ์ (Wendy’s) ที่แม้เพ่ิง เปิดกิจการมาได้เพียง 7 ปี กลับเปิดสาขาได้ถึง 500 สาขา จากนั้นในปีค.ศ. 1978 ได้มีร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดกว่า 60,000 รา้ นกระจายอยทู่ ัว่ สหรัฐอเมรกิ า การผงาดขึ้นของธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ดทำให้การ ขายแฟรนไชส์ (Franchising) ได้รับความนิยมเป็นอย่าง มาก Kentucky Fried Chickens (KFC) เป็นร้านแรกท่ี ขายแฟรนไชส์ สาขาที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเริ่มส่งผลต่อ กระบวนการผลิตอาหาร ร้านอาหารต่าง ๆ จึงมีการสร้าง ศูนย์แปรรูปอาหารมาไว้ในที่เดียวเพื่อให้เบอร์เกอร์และ นักเก็ตทุกชิ้นที่จะส่งไปให้ร้านแฟรนไชส์เหมือนกันทั้งหมด วิธีการนี้ไม่ได้เพียงลดค่าใช้จ่ายได้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มความ พึงพอใจของลูกค้าด้วย เพราะไม่ว่าจะสาขาไหนลูกค้าจะรู้ เสมอว่าพวกเขาจะได้รบั อาหารหน้าตาแบบไหน ธุรกิจร้านฟาสต์ฟู้ดในประเทศเริ่มอิ่มตัวจากการ เปิดตัวของร้านฟาสต์ฟู้ดเจ้าใหม่ ๆ ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจ ฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ ๆ เริ่มมองหาฐานลูกค้ารายใหม่นอก พรมแดนประเทศอเมรกิ า

ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดเริ่มไปเปิดในประเทศออสเตรเลีย อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น กลายเป็นการส่งออกทาง วัฒนธรรมชิ้นใหญ่ของอเมริกา แม้แต่ในประเทศไทยเองเมื่อประมาณกว่า 30 ปีที่แล้วมีร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดมา เปิดที่ไทยเป็นครัง้ แรกชือ่ ว่า วิมปี้ (WIMPY) ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายแฮมเบอร์เกอร์และน้ำส้มคั้นตัง้ อยู่ทีศ่ ูนย์การค้า ราชประสงค์ แตไ่ ม่นานกต็ ้องปดิ กจิ การลงไป ฟาสต์ฟู้ดขยายไปทั่วโลกอย่างแท้จริง ทุกคนสามารถพบเห็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดได้เกือบทุกประเทศ แมคโดนัลด์มีสาขาเกือบ 38,000 สาขาทั่วโลก แต่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีสาขามากที่สุดในปีค.ศ. 2019 คือ ซับเวย์ โดยมสี าขามากกวา่ 41,000 สาขาทวั่ โลก ซึง่ อยูท่ อ่ี เมรกิ าประมาณ 24,000 สาขา และดูเหมอื นวา่ ความนยิ มของธรุ กิจร้านอาหารฟาสตฟ์ ู้ดจะยงั คงดำเนนิ ตอ่ ไป...







ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า แตใ่ ครจักใครช่ สี ก็เร่เข้ามาให้ไวคะ่ คอลัมน์ปฐมบทของ Fest Have Fun ขอพา ทุกคนมารู้จักกับเทศกาล “กลิ้งชีส” เทศกาลสนุก ๆ จากเกาะอังกฤษทเี่ หมาะกบั คนรักชสี ท่ัวโลก! เพื่อน ๆ รู้ไหมว่าเทศกาลกลิ้งชีสจัดขึ้นมาอย่าง ยาวนานกว่า 200 ปี ณ หมู่บ้านบร็อคเวิร์ธ (Brockworth) เมืองกลอสเตอร์ (Gloucester) ทางตอนใต้ของประเทศ อังกฤษช่วง Spring Bank Holiday หรือวันจันทร์สุดท้าย ในเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยประเพณีกลิ้งชีสในอดีต จัดการแข่งขันขึ้นสำหรับประชากรในหมู่บ้านเพียงเท่านั้น แต่ในปัจจุบันเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกร่วมเข้า แขง่ ขนั ไดฟ้ ร!ี กติกาของเทศกาลกลงิ้ ชีสมีอยู่ว่าผู้เข้าแข่งขัน จะตอ้ งวิ่งไล่จับชีสก้อนยักษท์ ่ีกลงิ้ ลงมาบนเนินเขาคูเปอร์ฮิล (Cooper’s Hill) และผู้ชนะในการแข่งขันจะได้รับของ รางวลั เปน็ ชีสกอ้ นใหญ่ไปครอบครองอย่างหนำใจ ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อนประเพณี กลิ้งชีสมีจุดเริ่มต้นที่อาจเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องสิทธิ การเล้ยี งปศสุ ัตว์และพื้นท่ีในหมบู่ ้านขา้ งเคียง อยา่ งไรกต็ าม ความเป็นมาของประเพณีกลิ้งชีสยังคงไม่ได้รับการยืนยัน อย่างแน่ชัด แต่ชัดเจนว่าในปัจจุบัน เทศกาลกลิ้งชีส ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ผู้เข้าแข่งขัน จากทั่วทุกมุมโลกมาเพื่อแสวงหาความสนุกสนาน ตื่นเต้น และเรา้ ใจ

น่าเสียดายที่ล่าสุดในปี 2021 เทศกาลกลิ้งชีสถูกยกเลิกอีกคร้ัง เนื่องด้วยสถานการณ์ COVID-19 การยุติการจัดประเพณีดังกล่าวส่งผล กระทบต่อผู้ท่ีสนใจเข้าร่วมงานจากต่างแดนเป็นจำนวนมาก ทำให้เทศกาล กลิ้งชีสในปีนี้จัดขึ้นเช่นเดียวกับในปี 2020 คือ การจัดงานเชิงสัญลักษณ์ หรือ Secret Sunrise Cheese Rolling โดยให้ปรมาจารย์ด้านชีสอย่าง เจม เวคเมน (Jem Wakeman) เป็นผู้กล้งิ ชีสลงเนนิ เขาที่วา่ งเปล่าไร้ฝูงชน ในเวลาหลังพระอาทติ ย์ข้นึ (5.30 น.) ทางเราก็ได้แต่หวังว่าในปี 2022 สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรค COVID-19 จะทุเลาลง และเทศกาลกลิ้งชีสบน Cooper’s Hill จะ กลับมาจดั งานตามปกตเิ ชน่ เคย เมื่อเวลานั้นมาถึง ก็คงถึงคิวของชาวคนรักชีสทั้งหลายที่ต้อง เตรียมตัว เตรียมตั๋วให้พร้อมเพื่อบินไปเกาะอังกฤษ แล้วมุ่งหน้าสู่ Brockworth ดว้ ยกนั ค่ะ!









สวัสดีค่ะทุกคน มาพบกับคอลัมน์ “You Are What You Eat” คอลัมน์จะที่พาทุกคนมารู้จักกับเทคนิค หรือเคล็ดลับการทานอาหารเพื่อสขุ ภาพที่ดีของตัวเราเอง สำหรับในเล่มนี้เราได้คัดสรรเคล็ดลับการทานอาหารที่น่าสนใจ อย่างหนง่ึ มาแนะนำให้ทุกคนไดร้ ู้จกั กนั น่ันก็คอื “การทานอาหารตามกรุ๊ปเลอื ด” น่นั เอง การทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดนี้มีจุดเริ่มต้นมาจาก “ดร.ปีเตอร์ ดี อาดาโม” แพทย์ทางเลือกจากสหรัฐอเมริกา ผู้ได้รับรางวลั แพทย์ธรรมชาติบำบัดยอดเยีย่ มในปีค.ศ. 1990 ซึ่งเขาได้ใช้เวลาในการศึกษาทฤษฎเี กีย่ วกับการทานอาหารตามกรปุ๊ เลือดมานานกว่า 30 ปี!! และได้เขียนหนังสือที่มีชื่อว่า “Eat Right for Your Type” ออกมา โดยแนวคิดหลักของเขาได้กล่าวถึง ความแตกต่างของสารเคมใี นร่างกายของคนแต่ละกรุป๊ เลือด ซึ่งความแตกต่างนี้สามารถส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ระบบภูมคิ ้มุ กัน ฮอร์โมน รวมไปถึงลักษณะทางพันธุกรรมต่าง ๆ ได้โดยการทำปฏิกิริยากับอาหารที่ทานเข้าไป การเลือกทานอาหารให้เหมาะสม กบั กร๊ปุ เลือดของตนเองจึงเป็นสง่ิ สำคญั เช่นเดียวกนั ดังน้ัน เรามาดกู ันดกี ว่าค่ะว่าแต่ละกรุ๊ปเลอื ดควรทานอยา่ งไร

เริ่มต้นกันที่ชาวกรุ๊ปเอ ธรรมชาติของชาวกรุ๊ปเอนั้นถือได้ว่าเป็นชาวมังสวิรัติเลยก็ว่าได้ เนื่องจากในกระเพ าะอาหาร ของชาวกรุ๊ปเอมีกรดที่ต่ำ ทำให้ระบบการย่อยไม่ค่อยดีเท่าไรนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาหารประเภท “เนื้อสัตว์” จึงต้องหลีกเลี่ยง การทานเน้ือสัตว์ ไปเน้นการทานผักมาก ๆ แทน อีกทั้งเลือดของพวกเขายังคอ่ นขา้ งเหนยี วข้น ระบบภูมิกันก็ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งมีความเส่ียงตอ่ การเกดิ โรคหัวใจ มะเร็ง และเบาหวาน เนื้อสัตว์ จริง ๆ แล้วตามทฤษฎีไม่แนะนำให้ชาวกรุ๊ปเอทานเนื้อสัตว์ เน้ือสัตวแ์ ละไขมนั เนอ่ื งจากชาวกรุ๊ปเอมีเลอื ดทีค่ ่อนข้างเหนียวข้น มากนัก แต่หากต้องการจะทานก็ควรเลือกทาน “เนื้อปลา” แทน การทานเนื้อสัตว์และไขมันจะยิ่งเพิ่มความข้นของเลือดทำให้เลือด เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากะพง โดยทาน 3 – 4 ครั้ง/สัปดาห์ ไหลเวยี นช้า สง่ ผลให้หัวใจทำงานหนักมากขนึ้ เพื่อชว่ ยเสรมิ โปรตีน อาหารสำเร็จรูปและอาหารดอง เช่น แฮม เบคอน ไส้กรอก ตระกูลถั่ว เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน เนื่องจากชาวกรุ๊ปเอมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ อาหารจำพวกนี้ ซึ่งสามารถทานได้เป็นประจำเพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์ ควรทาน สามารถไปกระต้นุ การเกดิ มะเร็งในกระเพาะอาหารไดง้ า่ ย ธัญพืชตา่ ง ๆ และน้ำมันพชื เพอ่ื ช่วยปอ้ งกันโรคหวั ใจและมะเรง็ ผลไม้ คือ แตงโม มะม่วง แคนตาลูป มะละกอ กลว้ ย สม้ เน่ืองจาก ผัก ควรเลือกทานผักที่มีกากใยสูง เช่น บรอกโคลี แคร์รอต ฟักทอง ย่อยยาก และทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร อีกทั้งยัง ผักโขม กระเทียม หัวหอม เพ่ือช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร ขัดขวางการดดู ซมึ ของวิตามินอ่นื ๆ อีกด้วย และชว่ ยสร้างระบบภูมิตา้ นทานใหแ้ ข็งแรงด้วย เบยี ร์ โซดา นำ้ อดั ลม เพราะจะทำให้กระเพาะอาหารระคายเคอื ง เครื่องดื่ม ควรดื่มชาสมุนไพรเพื่อช่วยเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังสามารถดื่มกาแฟและไวน์แดงหลังจากทานอาหารได้ (วันละ 1 แก้ว) เพื่อช่วยเพิ่มกรดในกระเพาะ ส่วนการดื่มนมนั้นควร เลือกดม่ื นมถ่วั เหลือง นมแพะ หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำแทนการด่มื นมวัว

ต่อมาชาวกรุ๊ปบีที่ถือได้ว่าเป็นกรุ๊ปเลือดที่โชคดีในเรื่องอาหารการกินอยู่มาก เนื้อไก่ ไข่ แม้ว่าชาวกรุ๊ปบีนั้นจะสามารถทานเนื้อได้ เพราะมีความสมดุลของเลือดที่ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ทำให้สามารถทานได้อย่าง อย่างหลากหลาย แต่การรับประทานมากเกินไปก็ไม่ส่งผลดี หลากหลาย ทั้งเนื้อ ทั้งผัก ครอบคลุมครบถ้วน แต่การทานได้อย่างหลากหลายนั้นก็เป็น ต่อรา่ งกายนัก โดยเฉพาะเน้ือไก่ ไข่ เพราะมีแลคติกทไี่ ปเกาะ สาเหตใุ ห้ชาวกร๊ปุ บี...อ้วนงา่ ย กบั เซลลเ์ ลือดทำใหร้ บกวนระบบการทำงานของร่างกาย แม้ชาวกรุ๊ปบีจะโชคดีในเรื่องของการทานอาหาร แต่พวกเขาก็มักจะเจอปัญหา แป้งสาลี แป้งโฮลวีท ถั่วลิสง เพราะจะส่งผลต่อระบบ เกี่ยวกับการป่วยด้วยไวรัสทำให้เป็นหวัดและภูมิแพ้ง่าย จนถึงมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เผาผลาญ ทำให้อ้วนง่ายขึ้น อีกทั้งยังไม่ดีต่อเลือด โดยอาจ มักจะปวดตามข้อที่ไม่ได้เป็นเพราะโรคเกาต์ หรือรูมาตอยด์ แต่เป็นเพราะระบบประสาท ทำให้เกดิ โรคเส้นเลือดแตก ไม่ดี และยังมโี อกาสเกิดโรคแผลในสมองอกี ดว้ ย ข้าวโพด ส่งผลให้ท้องอืด โดยเฉพาะคนที่กำลังอยู่ใน เนื้อสตั ว์ สามารถทานเนื้อได้หลากหลาย โดยเฉพาะเนื้อปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาหิมะ ช่วงควบคุมอาหาร ข้าวโพดเป็นสิ่งที่ควรเลี่ยงเด็ดขาด ปลาจะละเม็ด ปลาตาเดียว หรือเนื้อจำพวกเนื้อแพะ เนื้อแกะ เนื้อกระต่าย เนื้อกวาง เพราะจะทำใหน้ ้ำหนกั ข้ึนง่ายกวา่ อาหารประเภทอน่ื ไก่งวงซ่งึ จะชว่ ยเสรมิ สรา้ งระบบภูมิคุ้มกันได้มากขน้ึ มะเขือเทศและซอสมะเขือเทศ เพราะมีสารที่จะไปรบกวน ข้าว ควรเลือกรับประทานเป็นข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต หรือแป้งสเปลท์ เพราะมีคุณค่าทาง ระบบย่อยอาหาร ขัดขวางระบบเผาผลาญแคลอรีและเพิ่ม อาหารและไฟเบอร์สูง ระดับนำ้ ตาลในเลือด ผกั โดยเฉพาะผักใบเขียว ซึ่งจะมแี มกนีเซียมสูงช่วยป้องกันผ่ืนคันและอาการภมู แิ พ้ได้ อาหารทะเล เช่น หอยเชลล์ หอยแครง กงุ้ ปู ควรทานไม่เกิน สปั ดาหล์ ะครงั้ เพราะมีสารที่จะไปรบกวนระบบในร่างกาย ผลไม้ สามารถเลือกทานได้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะสำหรับใครที่ลดน้ำหนักควรเลือกทาน “สับปะรด” เพราะจะช่วยในเรื่องของการย่อยอาหารได้ดีมากขึ้น ช่วยเผาผลาญแคลอรี และยงั ช่วยการไหลเวยี นของเลอื ดอีกด้วย เครอ่ื งดม่ื ควรเลือกดม่ื ประเภทสมนุ ไพรหรอื ชา เชน่ น้ำขิง ชาเชยี ว โสม และเปปเปอรม์ ินต์ ซึ่งจะช่วยรกั ษาไข้หวัด ทำใหร้ ่างกายอบอุ่น และยงั ช่วยบำรงุ ระบบประสาทอกี ด้วย

สำหรับใครที่มีเลือดกรุ๊ปโอ และเป็นสายทานเนื้อเป็นชีวิตจิตใจ ถือว่า...คุณมาถูกทางแล้ว เนื่องจากชาวกรุ๊ปโอมีกระเพาะอาหารที่มีความเป็นกรดสูง ทำให้สามารถย่อยอาหารจำพวก เนือ้ โดยเฉพาะเน้ือแดงไดด้ ีกว่ากรุ๊ปเลอื ดอ่ืน ๆ และยงั ดูดซึมได้ดอี กี ดว้ ย แต่ชาวกรุ๊ปโอมักจะ มีปัญหาในเรื่องของฮอร์โมนไทรอยด์ที่ไม่ค่อยคงที่ หรือมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ทำให้หิวง่าย เผาผลาญได้ไมด่ ี ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้อ้วนง่าย อีกทั้งยังมีปัญหาในเรื่องของเลือด เนื่องจากเลือดค่อนข้างเหลว ทำให้เลือดแข็งตัวช้า และเรามักพบว่าชาวกรุ๊ปโอเวลาเป็นแผล เลือดจะหยดุ ไหลยากกว่ากรุ๊ปอื่น ๆ เนื้อสัตว์ สามารถเลือกทานเนื้อสัตว์ได้ตามใจชอบเพราะมีระบบย่อยที่ดีมาก แต่ก็ควรเลือกทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันไม่สูง เชน่ เนื้อปลา กงุ้ ปู เพือ่ สขุ ภาพทด่ี ีด้วย อาหารทะเล ด้วยชาวกรุ๊ปโอมีเลือดที่ค่อนข้างเหลวจึงควรรับประทานอาหารทะเลเป็นประจำ เพราะมีไอโอดีนช่วยป้องกัน โรคเลือดไม่แขง็ ตวั และเพ่ิมการผลิตฮอร์โมนไทรอยดซ์ ่งึ ชว่ ยควบคุมนำ้ หนักใหค้ งท่ี ตบั ไขแ่ ดง คะน้า อาหารเหล่าน้มี ีวิตามนิ เค ซงึ่ ชว่ ยใหเ้ ลือดแข็งตัวได้ดขี น้ึ ผกั ทานไดแ้ ทบทุกชนิด โดยเฉพาะผักโขม และบรอกโคลี เพราะมวี ิตามนิ เคสูง ช่วยในเรือ่ งเลือด ผลไม้ ควรเลอื กผลไมส้ แี ดงเข้ม หรือสีมว่ ง และตระกูลเบอรร์ ี เช่น ลกู พรุน ลูกพลัม เพราะมคี วามเป็นดา่ งสงู จะช่วยสร้างสมดุล ให้ระดบั กรดในกระเพาะอาหารและลดการระคายเคือง เครื่องด่มื ควรเลอื กทานชาสมุนไพร เชน่ Licoria ซง่ึ ชว่ ยในเรอื่ งกรดในกระเพาะ อาหารประเภทแป้งและคาร์โบไฮเดรต ชาวกรุ๊ปโอคนใดที่กำลังลดความอ้วน เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและระวังมากที่สุด เน่อื งจากเปน็ สาเหตุท่ีทำใหอ้ ว้ นขน้ึ ได้งา่ ยมาก ผกั ใบขาว เชน่ กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ผกั กาดขาว เพราะมผี ลต่อการทำงานของระบบไทรอยด์ มะเขอื ยาว มันฝรง่ั ขา้ วโพด เพราะเป็นสาเหตทุ ำให้ปวดข้อ และหากทานมากเกินไปจะทำใหเ้ ส่ยี งเปน็ โรคข้ออกั เสบได้ ผลไม้ เช่น แคนตาลูป มะพร้าว ส้ม และสตรอว์เบอร์รี เพราะมีกรดสูง ชาวกรุ๊ปโอที่มีกรดในกระเพาะสูงอยู่แล้วเมื่อทาน อาหารทม่ี ีกรดสูงเขา้ ไปอีกอาจทำใหเ้ กิดการระคายเคอื งในกระเพาะอาหารได้ เคร่อื งดมื่ ประเภทชา กาแฟ เบียร์ เพราะจะไปเพมิ่ ปรมิ าณกรดในกระเพาะใหส้ งู มากขึ้น

มาถึงกรุ๊ปเลือดสุดท้ายซึ่งถือว่าเป็นลูกครึ่งระหว่างกรุ๊ปเอ และกรุ๊ปบี การเลือกทานอาหารจึงสามารถเลือกทานได้แบบผสมระหว่างเนื้อและผักสลับกันไปมาได้ แต่โชคร้ายก็คือ..มีปัญหาของชาวกรุ๊ปเอและบีมาผสมอยู่ในชาวเอบีเช่นกัน นั่นคือ กรดในกระเพาะต่ำ และมรี ะบบภูมิคุม้ กนั อ่อนแอ เนื้อสัตว์ ควรเลือกทานเนื้อปลาเป็นหลัก และสามารถทานเนื้อแดงได้ในปริมาณท่ี เหมาะสม หรือครั้งละน้อย ๆ (ไม่เยอะเท่าชาวกรุ๊ปโอ) เพื่อให้ย่อยง่าย เนื่องจาก กระเพาะของชาวกรุป๊ เอบผี ลิตน้ำย่อยไมเ่ พียงพอตอ่ การยอ่ ยโปรตนี ในปริมาณมาก โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมไรไ้ ขมัน แม้ว่าชาวกรุ๊ปเอบีจะสามารถทานได้คล้ายกับชาวกรุ๊ปบี แต่ระบบการยอ่ ยไม่ดีเทา่ กบั ชาวกรุ๊ปบีจึงควรเลือกอาหารชนดิ ไรไ้ ขมันแทน ถวั่ ลิสง ถั่วเหลอื ง ถว่ั เลนทลิ ชว่ ยในเร่อื งของระบบภูมคิ ุ้มกัน และชว่ ยปอ้ งกันโรคมะเรง็ ผกั สดทุกชนิด เชน่ สลดั หรอื น้ำพรกิ ผัก และผักใบเขียว ผกั ท่มี ีไฟเบอร์สงู เช่น ผักโขม ผักบุ้ง ผักคะน้า ซึ่งควรทานเป็นประจำเพราะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหวั ใจ ผลไม้ทม่ี ีวิตามินซีสูง เช่น ตระกูลเบอร์รี สับปะรด องุ่น ลูกพลัม ช่วยสร้างความสมดลุ ของกรด เครื่องดื่ม แนะนำให้ดื่มชาคาโมมายล์ ชาเขียว ชาสมุนไพรเพื่อช่วยฟื้นฟู ระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยเรื่องระบบเลือดและหัวใจ ที่สำคัญคือควรดื่มน้ำ ให้มาก เพื่อขับของเสยี ในรา่ งกาย เน่อื งจากกรุ๊ปเอบจี ะมีของเสยี มากกวา่ กร๊ปุ อนื่ ปลาเนื้อขาว และแซลมอนรมควัน เพราะเป็นเนื้อที่ย่อยยาก และเป็นพิษต่อ ระบบทางเดินอาหาร ถั่วแดง งา เมล็ดฟักทอง ข้าวโพด เพราะจะไปชะลอการทำงานของอินซูลิน ทำใหน้ ้ำตาลในเลือดลดลงเฉยี บพลัน อาหารสำเร็จรูปและอาหารดอง เพราะจะไปกระตุ้นการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร ได้งา่ ย ผลไมเ้ มอื งร้อน เชน่ กล้วย มะมว่ ง ฝร่งั มะพรา้ ว เพราะยอ่ ยยาก ชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองใน กระเพาะอาหาร กรุ๊ปเลือด คือ กุญแจสำคัญที่จะทำให้เรารู้จักร่างกายของตัวเองมากขึ้น รู้จักอาหารที่เหมาะสมกับตัวเอง ทฤษฎีการทานอาหารตามกรปุ๊ เลือดจงึ ถือกำเนิดขึน้ เพ่ือออกแบบการทานอาหารใหเ้ หมาะสมกบั แตล่ ะกรุ๊ป และเปน็ แนวทางหนง่ึ ท่ีแนะนำใหค้ นเลือกทานอาหารทม่ี ีประโยชน์ แต่สิง่ สำคญั ท่สี ุด คือ เราควรหมน่ั สังเกต ร่างกายของตัวเราเองว่าเหมาะกับสิ่งใดและเลือกนำไปใช้อย่างเหมาะสม รวมถึงควรรับประทานอาหารให้ ครบทงั้ 5 หมู่ พกั ผอ่ นให้เพียงพอ และหมน่ั ออกกำลงั กายควบคไู่ ปด้วยเสมอก็จะทำใหเ้ รามีสุขภาพท่ีดไี ด้









หากใครเคยดู Harry Potter ก็คงคุ้นกับฉากการอ่านใบชา พระองค์เป็นผู้หญิงที่ชอบการดื่มชาเป็นอย่างมาก และทำให้เกิด ในโรงเรียนเวทมนตร์กันมาบ้างใช่ไหมคะ วันนี้เราจะพาทุกท่านมาเรียนรู้ วัฒนธรรมการดื่มชาขึ้นในชนชั้นสูง ประเทศอังกฤษจึงเริ่มมีการนำเข้า เกี่ยวกับศาสตร์การทำนายดวงชะตา ฉบับย่อสั้น เข้าใจง่าย ให้ทุกท่านเป็น “ชา” เข้ามาในประเทศ ผ่านบริษัท Dutch East India ในช่วงต้น พ่อมดแม่มดได้ภายใน 10 นาที ศึกษาประวัติศาสตร์การทำนายดวงจาก ทศวรรษที่ 16 เพื่อให้ชนชั้นสูงได้รับประทาน ต่อมาราคาชาเริ่มถูกลง ใบชา การทำพิธี รวมไปถึงการตีความจากสัญลักษณ์ของชา ที่จะทำให้ทุก ความนิยมในการดื่มชานี้ก็ได้แพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่ว ทา่ นไมเ่ ปน็ มักเกิลธรรมดาอีกตอ่ ไป ราชอาณาจกั ร ดดู วงใบชามมี าจากไหน? ชาที่นำเข้ามาในช่วงแรก มีลักษณะเป็นใบชาอบแห้งที่ไม่มี “ถุงชา” เมื่อดื่มเสร็จจึงเหลือตะกอนใบชาอยู่ใต้ก้นแก้ว เมื่อการดื่มชาได้มา ศาสตร์การดูดวงจากใบชามีที่มาจากประเทศอังกฤษ และได้รับความนิยม ประกอบกับความเชื่อเรื่องโชคชะตา ทำให้กลุ่มนักทำนายชาวโรมานีได้ อย่างมากในช่วงทศวรรษที่ 18 ถงึ ทศวรรษที่ 19 โดยคำว่า Tasseomancy คิดค้นศาสตร์การทำนายใหม่ขึ้น ชาวโรมานีเป็นกลุ่มคนที่ทำให้ศาสตร์ (แทสสิโอแมนซี) หรือ คำทำนายจากถ้วยชา มีที่มาจากการผสมคำในภาษา การดูดวงจากชาเป็นที่แพร่หลายทั่วยุโรป พวกเขารับดูดวงตามสถานท่ี ฝรั่งเศส 2 คำ คือ Tasseo (แทสสิ) หมายถึง ถ้วย และ Mancy (แมนซี) ตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะเปน็ ร้านนำ้ ชา บา้ นคน หรือวา่ ในสำนักของพวกเขาเอง หมายถงึ คำทำนาย จึงกล่าวได้ว่า Tasseomancy (แทสสิโอแมนซี) เป็นศาสตร์ที่กำเนิดมา คนสว่ นใหญ่เช่อื วา่ การดดู วงจากชามีทีม่ าจากประเทศอังกฤษ คดิ คน้ โดยชาว พร้อมกบั วฒั นธรรมอาหาร ท่แี สดงใหเ้ หน็ ถงึ ความสัมพนั ธ์ระหว่างมนุษย์ โรมานี หรือ ยิปซี กลุ่มชนพลัดถิ่นในยุโรปซึ่งสืบเชื้อสายมาจากอินเดียใน และอาหารท่แี ยกออกจากกนั ไม่ขาดไม่ว่าจะในแงใ่ ดก็ตาม ยุคกลาง และหากจะเล่าถึงการดูดวงจากชานั้น ก็คงต้องเริ่มจากวัฒนธรรม การดม่ื ชาในประเทศองั กฤษเสียก่อน หากใครอยากจะลองทำนายอนาคตตัวเองจากใบชาแล้วละก็ อย่ารอช้า พลิกดูหน้าต่อไปได้เลย... วัฒนธรรมการดื่มชาในประเทศอังกฤษนั้นได้เริ่มต้นมาจากเจ้าหญิง แคทเธอลีน แห่งโปรตุเกส ท่ีอภิเษกสมรสกับพระเจา้ ชาร์ลส์ที่ 2 แหง่ อังกฤษ

ตงั้ จิตใหเ้ ปน็ สมาธิ เทนำ้ รอ้ น ใชม้ อื ซ้ายวนถ้วยชา นกึ ถึงเร่ืองทีต่ ้องการทำนาย ลงในถว้ ยทมี่ ีใบชา ตามเข็มนาฬิกา จนนำ้ และใบชาผสมกนั จนพอดี ดม่ื ชาจนเหลอื นำ้ ประมาณ วนถ้วยตามเขม็ นาฬิกา 3 ครัง้ ควำ่ ถว้ ยลงบนจานรอง 1 – 2 ชอ้ นชา ด้วยมอื ซ้าย รอให้น้ำชาหยดออกจากถว้ ย จนหมด นำกากใบชาท่ตี ิดอย่บู นแกว้ เศษใบชาที่เกาะอยู่บริเวณถ้วย จะบอกถึงระยะเวลาของเหตุการณ์ท่ี มาอ่านคำทำนาย กำลังจะเกิดขึ้น หากเศษใบชาติดอยู่ใกล้ปากถว้ ยมากเท่าใด คำทำนายก็ จะยิ่งเกิดขึ้นเร็วเท่านั้น เช่น เศษใบชาเป็นรูปไม้กางเขนใกล้ปากถ้วย อ่านคำทำนายได้ว่า เจ้าของใบชาจะพบกับความทุกข์ในเวลาอันใกล้ ภายใน 7 วัน – 15 วัน แต่ถ้าหากอยู่ก้นถ้วย เจ้าของใบชาจะพบกับ ความทกุ ข์ทก่ี ำลงั จะมาถึงหลังจากน้เี ป็นเวลา 15 วันขึ้นไป












Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook