Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณคดีกับดนตรีและเพลงไทย

ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณคดีกับดนตรีและเพลงไทย

Published by pannarin2407, 2021-12-12 14:29:48

Description: ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณคดีกับดนตรีและเพลงไทย

Search

Read the Text Version

ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณคดีกับดนตรีและเพลงไทย

ดนตรี MUSIC ดนตรี คือ เสียงและโครงสร้างที่ จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ แบบแผน ซึ่งมนุษย์ใช้ประกอบ กิจกรรมศิลปะที่เกี่ยวข้องกับ เสียง โดยดนตรีนั้นแสดงออกมา ในด้านระดับเสียง ซึ่งรวมถึง ท่วงทำนองและเสียงประสาน จังหวะ และคุณภาพเสียง ได้แก่ ความต่เนื่องของเสียง เนื้อเสียง ความดังค่อย และพรรณลักษณ์ของ เสียง

ดนตรีในความหมายอย่างกว้าง หมายถึง กิจกรรมการแสดงออก ทางวัฒนธรรม ของมนุษย์ที่เกี่ยวกับการขับร้อง รวมถึงการสร้างจังหวะและทำนอง ดนตรีจึงมีความสำคัญ ไม่ เพียงแค่ในเชิงการสื่อสาร หรือการใช้เพื่อนความบันเทิงและใน พิธีกรรม แต่ยังรวมถึงความสำคัญในด้านศิลปะ และด้าน สุนทรียศาสตร์อีกด้วย

เพลงไทย เพลงไทย หมายถึง เพลงที่แต่งขึ้นตามหลักของดนตรีไทย มีลีลา ในการขับร้องและบรรเลงแบบไทยโดยเฉพาะ และแตกต่างจาก เพลงของประเทศอื่นๆ เพลงไทยแต่เดิมมักจะมี ประโยคสั้นๆ และจังหวะ ค่อนข้างเร็ว ส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดมาจากเพลงพื้นบ้าน หรือเพลงสำหรับ ประกอบการรำ เต้นเพื่อนความสนุกสนาน เพลงพื้นบ้าน เพลงเกี่ยวข้าว ต่อมาเมื่อต้องการจะใช้เป็นเพลงสำหรับร้องขับกล่อมและ ประกอบการแสดงละครก็จำเป็นจะต้องประดิษฐ์ทำนองให้มี จังหวะช้ากว่าเดิมและมีประโยคยาวกว่าเดิมให้เหมาะสมที่จะร้อง

ประเภทของเพลงไทย ๑.เพลงสำหรับบรรเลงดนตรีล้วนๆไม่มีการขับร้อง เป็นเพลงที่ใช้ บรรเลงประโคมพิธีต่างๆ เพลงโหมโรง และหน้าพากทย์ จะเป็น เพลงสำหรับใช้ประกอบกิิริยาอาการและแสดงอารมณ์ต่างๆของ การรำ ๒.เพลงสำหรับขับร้อง คือ เพลงซึ่งร้องแล้วรับด้วยการบรรเลง เรียกว่า ร้องส่งดนตรีเช่นเพลงประกอบ การขับเสภา(ร้องส่งเสภา) เพลงที่ร้องส่งเพื่อฟังไพเราะทั่วไป ส่วนมากจะเป็นเพลงเถาและเพลงตับ ๓.เพลงประกอบการรำ คือ เพลงร้องตามบทร้อง ให้ผู้รำได้รำ ตามบทหรือเนื้องร้องส่วนมากจะเป็นเพลงสองชั้น เพื่อให้เหมาะ กับการรำไม่ช้าไม่ร็วไป นอกจากนั้นก็ยังใช้เพลงหน้าพาทย์ ประกอบการแสดง กิริยาอาการ ของผู้แสดง

ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณคดีกับ ดนตรีและบทเพลง เพลงไทยสากลได้รับอิทธิพลจากวรรณคดีไทยทั้งทางด้านเนื้อหา และความคิดบางประการใน ๔ ลักษณะด้วยกันคือ ๑.คัดเนื้อหามาจากวรรณคดีไทยโดยตรง ประเภทนี้ผู้แต่งเพลงจะคัดลอกเนื้อหาตอนใดตอนหนึ่งจาก วรรณคดีเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาใส่ทำนองเพลงเข้าไป โดยไม่มีการ เปลี่ยนแปลงถ้อยคำใดๆ หรือแก้ไขเพียงเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น เพลง \"ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ\" คัดเนื้อหามาจากบท พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ เรื่อง \"เวนิสวานิณ\" ตอน \"ลอเรน โซ บรรยายให้ เช็สซิกา ฟังเกี่ยวกับเรื่องคนไม่มีดนตรีใน หัวใจ\"ดังนี้ ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ ฤๅอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี และดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรกชนเช่นกล่าวมานี่ ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ เพลงที่กล่าวมาประพันธ์ทำนองโดย สง่า อารัมภีร บันทึกเสียงครั้งแรกโดย สุเทพ วงศ์กำแหง

๒.คัดเนื้อหามาจากวรรณคดีไทยแล้วแต่งขยายเพิ่มเติม เพลงประเภทนี้ผู้แต่งเพลงจะคัดเนื้อหาจากวรรณคดีมา เกริ่นในตอนต้นของเพลง หรือตอนท้ายของเพลง และแต่งขยาย เพิ่มเติมเช่น เพลง \"ยอดพธูเมืองแปร\" คัดเนื้อหามาจากโคลง บทหนึ่งใน \"นิราศนรินทร์\" มาไว้ตอนต้นเพลง โฉมควรจักฝากฟ้า ฤๅดินดีฤๅ เกรงเทพไทธรณิน ลอบกล้ำ ฝากลมเลื่อนโฉมบิน บนเล่า นาแม่ ลมจะชายชักช้า ชอกเนื้อ เรียมสงวน ช่างสวยแท้งามเด่น แม่ยอดพธูเมืองแปร สมเป็นยอดนารี งามเหมือนหนึ่งจันทร์เพ็ญ หลงรักเผ้านิยม พี่อยากยลโฉมเจ้า หรือบุญพี่จะมีไม่ถึง แต่ต้องตรมไม่สมฤดี

เจ้าหลับเอนกายสยายเกศา ยั่วอุราให้ข้าตะลึง อกแม่งอน แต่งตึง งามประหนึ่งอุบลแม้ยามห่างน้องหมองหม่น จะฝากหน้า มนพี่ขัดสนจนใจ โฉมเอย แม่งามเสิศลักขณา หรือจะลองฝาก ฟ้า ข้ากลัวจะเหลิงไป จะลอยโพยม พระพรหมท่านจะคลั่งไคล้ ใครเล่าจะแล พี่ ฝากกับใครใจหวง ไม่เหมือนดังดวงใจแม่ รักแท้คงเมตตา เออ หรือลอง ฝากกับท้องคงคา พี่คิดยิ่งพาหมองไหม้ ไม่อยากให้ใคร กล้ำกราย พี่ห่วงดวงใจ หลงใหลงมงาย รักไม่คลาย เพียงหนึ่ง น้องนางเดียว เพลงที่กล่าวมาประพันธ์คำร้องและทำนองโดย ไสล ไกรเลิศ บันทึกเสียงครั้งแรกโดย สุเทพ วงศ์กำแหง ๓.ดัดแปลงเนื้อหาบางตอนในวรรณคดีไทย เพลงประเภทนี้ผู้ประพันธ์เพลงจะนำเนื้อหาบางส่วนจาก วรรณคดีมาตัดตอนหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเสียใหม่ ซึ่งจะเปรียบ เทียบให้เห็นดังนี้ บทประพันธ์ของ สุนทรภู่ เรื่อง \"พระอภัยมณี\" ตอน \"พระอภัยมณีให้คำมั่นสัญญาแก่นางละเวง\"

ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน แม้เกิดในใต้หล้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีศวัสดิ์เป็นมัจฉา แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมปทุมทอง เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่ เป็นราชสีห์สมสู่เป็นคู่สอง จะติดตามทรามสงวนนวลละออง เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป เพลง \"คำมั่นสัญญา\" ประพันธ์ทำนองโดย สุรพล แสงเอก บันทึกเสียงครั้งแรกโดย ปรีชา บุญยเกียรติ ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน แม้อยู่ในใต้หล้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีศวัสดิ์เป็นมัจฉา แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมปทุมทอง แม้เป็นถ้ำอำไพใคร่เป็นหงส์ จะร่อนลงสิงสู่เป็นคู่สอง ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป ๔.แต่งเนื้อหาขึ้นใหม่โดยอาศัยเค้าโครงจากวรรณคดีไทย เพลงประเภทนี้ผู้แต่งเพลงจะแต่งโดยจินตนาการจากเนื้อ เรื่องและตัวละครในวรรณคดีไทยเช่น เพลงอิเหนารำพัน(ชรินทร์) กากีเหมือนดอกไม้(ชรินทร์) พิมพิลาไล(สุเทพ) พระลอรำพัน(นริศ) ภาพฝันวรรณคดี(สุเทพ) เป็นต้น

วิธีการอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ วิธีการอนุรักษณ์ - ให้คงใช้เรื่อยๆไป วิธีการสืบสาน - ส่งต่อให้บุคคลรุ่นต่อๆไปได้รู้จัก วีธีการเผยแพร่ - ทำสื่อที่สามารถให้ต่างชาติเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จัดทำโดย น.ส.ปัญญดา คชภรภรณี ม.4/6 เลขที่ 25


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook