Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่ 1 เซลล์และการแบ่งเซลล์

บทที่ 1 เซลล์และการแบ่งเซลล์

Published by Warissara Wichaya, 2021-07-15 08:18:25

Description: เซลล์และการแบ่งเซลล์

Search

Read the Text Version

เซลล์และ การแบง่ เซลล์ ครูผสู้ อน นางสาววรศิ รา วิฉายา แผนกวชิ าสามัญสัมพันธ์ วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี

ความหมาย เซลล์และ โครงสรา้ ง ของเซลล์ การแบง่ เซลล์ ของเซลล์ การแบง่ เซลล์ ยีนและ โครโมโซม

ความหมายของเซลล์ หน่วยที่เล็กท่ีสุดของสิ่งมีชีวิตไม่สามารถมองเห็น ด้วยตาเปล่าได้จึงต้องมีเครื่องมือที่ช่วยในการ มองเหน็ คอื กลอ้ งจุลทรรศน์

ความหมายของเซลล์ เซลล์พืช เซลล์สตั ว์ เซลล์แบคทเี รีย เซลลโ์ ปรตสิ ตา

ชนดิ ของเซลล์

ชนดิ ของเซลล์ เซลลโ์ พรแครโิ อต (Prokaryotic Cell) ➢ เป็นเซลล์ทไี่ มม่ ีเย่ือหุม้ นวิ เคลยี ส ➢ ไม่มีออรแ์ กเนลลท์ มี่ เี ยื่อหมุ้ ➢ ขนาดของเซลลม์ ตี ้ังแต่ 0.2-10 ไมโครเมตร ➢ พบได้ใน แบคทเี รยี สาหรา่ ยสีเขยี ว แกมนา้ เงนิ ไมโคพลาสมา

ชนิดของเซลล์ เซลลย์ แู คริโอต (Eukaryotic Cell) ➢ มขี นาดใหญก่ ว่าเซลล์โปรแครโิ อต 1,000-10,000 เทา่ ➢ เปน็ เซลลท์ มี่ เี ย่อื ห้มุ นิวเคลียสและมี ออร์แกเนลลท์ มี่ ีเยอื่ หุ้ม ➢ มโี ครงสร้างซับซ้อน ➢ พบใน พืช สตั ว์ เห็ดรา และโปรโตซวั 7

โครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องเซลล์ เซลลส์ ตั ว์ โครงสรา้ งพื้นฐานของเซลล์ ✓ ส่วนห่อหุ้มเซลล์ ✓ ไซโทพลาสซึม ✓ นวิ เคลยี ส เซลลพ์ ืช

สว่ นหอ่ หุ้มเซลล์ ผนังเซลล์ (cell wall) ❑ ช้นั นอกสุดของเซลลพ์ ืช ❑ ลกั ษณะเป็นรพู รนุ ❑ ทา้ หน้าท่ีเสริมสรา้ งความแข็งแรง ❑ มีสมบัติใหส้ ารทกุ ชนดิ ผา่ นเขา้ ออกได้ ❑ พบเฉพาะในเซลล์พืชเทา่ นนั้

สว่ นหอ่ ห้มุ เซลล์ เยอ่ื หมุ้ เซลล์ (cell membrane) ❑ พบในส่งิ มชี วี ติ ทกุ ชนิด ❑ ลักษณะเปน็ เยือ่ บางๆ ประกอบ ด้วย ฟอสโฟลพิ ิด และ โปรตนี ❑ มหี น้าทคี่ วบคุมปริมาณและชนิด ของสารทีผ่ า่ นเขา้ ออกเซลล์

โครงสร้างและหนา้ ที่ของเซลล์ เซลลส์ ตั ว์ โครงสรา้ งพื้นฐานของเซลล์ ✓ ส่วนห่อหุ้มเซลล์ ✓ ไซโทพลาสซึม ✓ นวิ เคลยี ส เซลลพ์ ืช

ไซโทพลาซมึ ไซโทพลาสซึม (cytoplsm) ❑ มีลกั ษณะเปน็ ของเหลว ❑ เป็นศนู ยก์ ลางการท้างานของเซลล์ท่ี เก่ยี วกับเมแทบอลิซึม ❑ ประกอบดว้ ยส่วนประกอบภายใน เรยี กวา่ ออร์แกเนลล์ (organelle) เซลล์พชื และเซลลส์ ัตว์ 12

ไซโทพลาซึม รา่ งแหเอนโดพลาซมึ (Endoplasmic Reticulum : ER) ❑ มี 2 ชนิด ไดแ้ ก่ ✓ ชนดิ เรยี บ (SER) ท้าหนา้ ที่ขนสง่ สารต่าง ๆ ผา่ นเซลล์ ✓ ชนิดขรขุ ระ (RER) ท้าหน้าท่ี สงั เคราะห์โปรตีน

ไซโทพลาซมึ กอลจคิ อมเพล็ก / กอลจิบอดี (Golgi complex / Golgi body) ❑ รปู รา่ งเป็นถุงแบน ๆ เรียงซ้อน กันเป็นชั้น ๆ ❑ ภายในถงุ มีของเหลวบรรจุอยู่ ❑ ทา้ หนา้ ทีบ่ รรจแุ ละขนส่งสารออก นอกเซลล์

ไซโทพลาซมึ ไมโทคอนเดรยี (Mitochondria) ❑ มีรูปรา่ งกลม คล้ายรูปไข่ ❑ มีเยอ่ื หุ้ม 2 ชัน้ ❑ เป็นแหล่งสร้างพลงั งานของเซลลโ์ ดย การหายใจระดับเซลล์

ไซโทพลาซึม คลอโรพลาสต์ (Chloroplast) ❑ พบเฉพาะในเซลลพ์ ืชและสาหร่าย เกอื บทกุ ชนดิ ❑ มเี ยื่อห้มุ 2 ชั้น ❑ ท้าหน้าท่ดี ูดพลงั งานแสงเพอ่ื ใชใ้ น กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ❑ ภายในมีรงควตั ถุอยู่

ไซโทพลาซึม แวควิ โอล (Vacuole) ❑ มีลักษณะเปน็ ถุง ภายในมสี าร บรรจุอยู่ ❑ ชว่ ยให้เซลลพ์ ืชด้ารงความมชี ีวติ และสะสมสารที่เป็นอนั ตรายต่อ ไซโทพลาซมึ

ไซโทพลาซมึ ไลโซโซม (Lysosome) ❑ พบในเฉพาะเซลล์สตั ว์ ❑ ลกั ษณะเป็นถุงขนาดเลก็ ❑ ทา้ หน้าที่ยอ่ ยสลายอนุภาคและ โมเลกุลของสารอาหาร ❑ ช่วยทา้ ลายเชอื้ โรคและสิ่ง แปลกปลอม

ไซโทพลาซึม 19 ไรโบโซม (Ribosome) ❑ ลักษณะกลมและขนาดเลก็ ❑ ไมม่ เี ยอ่ื หุม้ เซลล์ ❑ มหี น้าทีส่ ้าคญั ในการสังเคราะห์โปรตีน ❑ ช่วยตอ่ กรดอะมโิ นเดยี่ วเปน็ พอลเิ พปไทด์ เซลลพ์ ชื และเซลล์สัตว์

ไซโทพลาซึม เซนทริโอล (Centriole) ❑ พบในเซลล์สตั ว์และส่ิงมชี ีวติ เซลล์ เดียว ❑ เปน็ บริเวณท่ยี ืดเส้นใยสปนิ เดิล ❑ ช่วยในการเคลอ่ื นทขี่ องโครโมโซม และแยกโครมาทดิ ออกจากกนั

โครงสร้างและหนา้ ที่ของเซลล์ เซลลส์ ตั ว์ โครงสรา้ งพื้นฐานของเซลล์ ✓ ส่วนห่อหุ้มเซลล์ ✓ ไซโทพลาสซึม ✓ นวิ เคลยี ส เซลลพ์ ืช

นวิ เคลยี ส ❑ สา้ คัญที่สุด ❑ ลกั ษณะเปน็ รูปกลมหรือรปู ไข่ ❑ เปน็ ท่อี ยู่ของสารพันธกุ รรม ❑ เป็นศนู ย์กลางการควบคมุ กิจกรรม ตา่ ง ๆ ในเซลล์ เซลล์พืชและเซลล์สัตว์ 22

นวิ เคลยี ส

นวิ เคลยี ส

ตัวอย่างเซลล์พชื เซลล์สาหร่ายหางกระรอก เซลล์เยือ่ หวั หอมแดง เซลล์พืชและเซลล์สัตว์ 25

ตัวอย่างเซลลส์ ตั ว์ เซลล์เยอ่ื บขุ ้างแกม้ เซลล์พชื และเซลลส์ ัตว์ 26

ตารางเปรียบเทียบความแตกตา่ งระหวา่ งเซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั ว์ตามลกั ษณะโครงสร้าง โครงสรา้ ง เซลลพ์ ชื เซลลส์ ตั ว์ 1. รปู รา่ งของเซลล์ 2. ผนังเซลล์ รปู ร่างเปน็ เหลี่ยม รปู ร่างกลม หรือรี 3. คลอโรพลาสต์ 4. เซนทริโอล มีผนงั เซลล์อยดู่ า้ นนอก ไม่มผี นังเซลล์ 5. แวคิวโอล มคี ลอโรพลาสต์ ไมม่ ีคลอโรพลาสต์ ไม่มเี ซนทรโิ อล มีเซนทริโอลใช้ในการแบง่ เซลล์ มขี นาดใหญ่ มองเห็นได้ชดั เจน มขี นาดเลก็ มองเหน็ ไดไ้ มช่ ดั เจน เซลล์พืชและเซลล์สตั ว์ 27

การแบ่งเซลล์ การแบ่งเซลล์ (Cell Division) คือ การเพิม่ จ้านวนของเซลลใ์ นสง่ิ มชี ีวิต เพอื่ การ เจริญเตบิ โตและรกั ษาหรอื ซ่อมแซมร่างกายสว่ นทสี่ กึ หรอ รวมถึงสร้างเซลล์สบื พนั ธุ์

การแบง่ เซลล์ มี 2 ขน้ั ตอน การแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซสิ การแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ การแบ่งตวั ของ นวิ เคลียส การแบง่ ตวั ของ การเกดิ รอ่ งแบ่ง ไซโทพลาซมึ การสรา้ งผนงั ก้นั

การแบง่ ตัวของนิวเคลียส แบง่ ออกเปน็ 2 ลกั ษณะ แบบไมโทซิส (Mitosis) แบ่งเซลลเ์ พื่อเพิ่มจา้ นวน เซลล์รา่ งกาย แบบไมโอซสิ (Meiosis) แบ่งเซลล์เพื่อสรา้ งเซลล์สืบพันธ์ุ

การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส (Mitosis) ✓ แบ่งเซลลเ์ พอ่ื เพมิ่ จา้ นวนเซลล์ ร่างกายในการเจริญเติบโต ✓ ไม่มีการลดจ้านวนชุดโครโมโซม ✓ เมอ่ื สิ้นสดุ จะได้ 2 เซลล์ใหม่ท่มี ี โครโมโซมเท่ากนั และเท่ากบั เซลล์ ตง้ั ต้น

การแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ (Mitosis) ระยะอนิ เตอร์เฟส (Interphase) ✓ โครโมโซมพนั กันไปมา ✓ มกี ารจ้าลองตวั เองของโครโมโซม ✓ ยังมเี ย่อื ห้มุ นิวเคลียสอยู่

การแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิส (Mitosis) ระยะโพรเฟส (Prophase) ✓ โครโมโซมหดส้นั และหนา ✓ นิวคลโี อลัสหายไป ✓ เย่อื หุ้มนวิ เคลียสคอ่ ย ๆ สลายตัว ✓ เซนทรโิ อลแยกออกจากกัน ปรากฏเสน้ ใยสปนิ เดลิ เซลลพ์ ชื และเซลล์สัตว์ 33

การแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ (Mitosis) ระยะเมทาเฟส (Metaphase) ✓ นิวคลีโอลัสและเยอ่ื หมุ้ นวิ เคลียส หายไป ✓ โครโมโซมเคลือ่ นมาอยกู่ ลางเซลล์ และหดสน้ั ที่สดุ ✓ เส้นใยสปินเดิลยึดตดิ ตรงตา้ แหน่ง เซนโทรเมียร์

การแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซิส (Mitosis) ระยะแอนาเฟส (Anaphase) ✓ เสน้ ใยสปนิ เดลิ หดไปยงั ขั้วเซลล์ ✓ โครมาทิดแยกออกจากกัน เรียกวา่ โครโมโซมลกู (daughter chromosome) ไปอยู่บรเิ วณขั้วในทศิ ทางตรงกนั ข้าม 35

การแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ (Mitosis) ระยะเทโลเฟส (Telophase) ✓ เปน็ ระยะสุดท้าย ✓ เกดิ เป็น 2 นิวเคลียส แต่ละนวิ เคลยี ส มจี ้านวนโครโมโซมเท่าเดมิ ✓ เย่ือหมุ้ นวิ เคลยี สปรากฏ ✓ เส้นใยสปนิ เดลิ สลายหมด เซลล์พชื และเซลลส์ ตั ว์ 36

Date Your Footer Here 37

การแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซิส (Meiosis) ✓ แบง่ เซลล์เพอ่ื สรา้ งเซลล์ สืบพันธ์ุ ✓ ชุดโครโมโซมลดลงคร่งึ หนึ่ง ✓ นิวเคลียสถูกแบง่ 2 ครง้ั ✓ แบง่ เป็น 2 ระยะ คือ Meiosis I และ Meiosis II ✓ 38

การแบง่ เซลล์ แบบไมโอซิส (Meiosis)

ตารางเปรยี บเทียบความแตกตา่ งระหวา่ งการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซีสและไมโอซสิ ไมโทซิส ไมโอซิส 1. เปน็ การแบง่ เซลล์ร่างกาย 1. เป็นการแบ่งเซลลเ์ พศ 2. แบ่งเซลล์จาก 1 เป็น 2 เซลล์ 2. แบ่งเซลล์จาก 1 เปน็ 4 เซลล์ 3. จ้านวนโครโมโซมเซลลล์ กู เท่าเดิม 3. จ้านวนโครโมโซมเซลลล์ ูกลดลงครึง่ หนง่ึ 4. ไม่มกี ารแนบชดิ ของโครโมโซมที่เปน็ คูก่ นั 4. มกี ารแนบชิดของโครโมโซมทีเ่ ปน็ คกู่ ัน 5. เซลล์ลกู มีพนั ธกุ รรมเหมอื นกับเซลลแ์ ม่ 5. เซลลล์ ูกมพี ันธุกรรมตา่ งกบั เซลลแ์ ม่ 6. มกี ารแบ่งไซโทพลาซมึ 1 ครัง้ 6. มกี ารแบง่ ไซโทพลาซึม 2 คร้ัง 40

การแบง่ ตัวของไซโทพลาซึม แบง่ ออกเป็น 2 ลกั ษณะ การเกิดร่องแบง่ การสร้างผนงั ก้นั

การเกดิ ร่องแบง่ (Furrow Type) เกิดในเซลล์สัตว์ โดยเยื่อ หุ้มเซลล์จะคอดกวิ่ จากทั้ง 2 ดา้ นเขา้ ส่ใู จกลางเซลล์ ท้าใหเ้ กดิ เปน็ เซลลใ์ หมข่ ้ึน จา้ นวน 2 เซลล์

การสรา้ งผนงั ก้นั (Cell Plate Type) ในเซลลพ์ ืช เกิดเซลล์เพลท ขนึ้ ตรงบรเิ วณก่งึ กลางเซลล์ และกลายเปน็ ผนงั เซลล์ หลังจากการแบง่ ตวั ของ นิวเคลียส

โครโมโซม(Chromosome).. คอื รหัสทางพันธกุ รรมซึ่งอยู่ ภายในนิวเคลียสของเซลล์ มี โครงสรา้ งท่คี ลา้ ยเสน้ ด้าย โครโมโซม ประกอบด้วย DNA รวมกบั โปรตีนฮิสโทน (histone)

โครโมโซมของเซลล์โปรคารโิ อต แบคทีเรยี มีโครโมโซม ประกอบดว้ ย DNA รปู วงแหวน เพียงชุดเดยี ว ซ่งึ เป็น DNA อยา่ งเดียวไมม่ โี ปรตนี จะอยูใ่ น ลกั ษณะที่พันกนั แน่น ไม่มเี ย่ือ ห้มุ สารพนั ธกุ รรม เรยี กบริเวณน้ี ว่า นิวคลอี อยด์ (nucleoid)

โครโมโซมของเซลลย์ คู ารโิ อต ชนิดของเซลลภ์ ายในร่างกายแบ่งเปน็ 2 ชนดิ 1. เซลล์ร่างกาย ในนิวเคลียสมีโครโมโซมทเ่ี หมอื นกัน 2 ชดุ เรียกวา่ ดิพลอยด์ (2n) มี 46 แทง่ : 2n = 46 2. เซลล์สบื พนั ธุ์ มโี ครโมโซมเพยี งชุดเดยี ว เรยี กว่า แฮพลอยด์ (n) มี 23 แทง่ : n = 23 **เน่อื งจากไมม่ ีโครโมโซมแทง่ ใดเหมอื นกันเลย

โครโมโซมของ คน (DNA) มีรูปร่างเป็น เกลียวคู่ โปรตีนฮิสโตน DNA พนั รอบโมเลกุลโปรตนี

โครโมโซม(Chromosome).. โครโมโซมมนษุ ย์ มีจ้านวน ทงั้ หมด 23 คู่ (46 แทง่ ) แบ่งเป็น โครโมโซมรา่ งกาย 22 คู่ และ โครโมโซมเพศอีก 1 คู่ คือ XX (หญงิ ) และ XY (ชาย)

ยีน(Gene).. คอื หน่วยท่คี วบคุมลักษณะทางพนั ธกุ รรม ยีนเป็นสว่ นของ DNA ทส่ี ามารถควบคมุ การ แสดงออกได้ สงิ่ มชี ีวติ แต่ละชนดิ จะมจี า้ นวนยีนแตกตา่ งกัน เชน่ แบคทเี รีย มี 4,000 ยนี แมลงหว่ี มี 20,000 ยนี มนษุ ย์ประมาณ มี 30,000 กวา่ ยีน

การคน้ พบ...สารพนั ธุกรรม การทดลองของ การทดลองของ เอฟ กริฟฟิท แอเวอรี่ แมคลอยด์ พบวา่ มีสารบางสารไหลออกมาจากแบคทเี รียที่ตาย และแมคคาร์ที แล้วและทา้ ใหถ้ ่ายทอด ลกั ษณะบางอยา่ งไปให้ แบคทีเรียตวั อ่นื ไดเ้ รยี กสารนั้นว่า สารพนั ธุกรรม พบวา่ DNA คือ สารพนั ธกุ รรม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook