Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore e-book1.หลักการพื้นฐานการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

e-book1.หลักการพื้นฐานการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

Published by อรจิรา รัตนผล, 2019-09-05 02:47:15

Description: e-book1.หลักการพื้นฐานการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

Search

Read the Text Version

สญั ลกั ษณก์ ารขียนผงั งาน Flow Chart ผังงาน (Flowchart) คอื แผนภาพแสดงการทางานของโปรแกรม โดยใช้สญั ลกั ษณ์แสดงข้ันตอนและลักษณะ การทางานแบบต่างๆ สญั ลกั ษณเ์ หลา่ นจ้ี ะถกู เชื่อมโยงด้วยลกู ศรเพื่อแสดงลาดับการ ทางาน ช่วยใหม้ องเหน็ ภาพการทางานโดยรวมของโปรแกรม สะดวกต่อการตรวจสอบความถกู ต้องของลาดบั การ ทางานและการไหลของขอ้ มูลในโปรแกรม การเขยี นผงั งานจะใช้สัญลกั ษณ์สอ่ื สารความหมายใหเ้ ขา้ ใจตรงกันของ สถาบันมาตรฐานแหง่ ชาติอเมริกนั (The American National Standard Institute, ANSI) ไดก้ าหนดสญั ลักษณ์ ไวเ้ ป็นมาตรฐาน

สัญลักษณ์ในการเขียนผงั งาน สัญลักษณ์ ช่อื สัญลักษณ์ ความหมายในการใช้งาน เทอร์มนิ ลั (Terminal) ใช้เร่ิมต้นและสนิ ้ สดุ การทางานของโปรแกรม การประมวลผล(Process) ใช้ประมวลผลการทางานของโปรแกรม การรับเข้าหรือแสดงผล ใช้เพ่อื รับหรือแสดงผลโดยไมก่ าหนดชนิดของ (Input/output) อปุ กรณ์ใน การทางาน การตดั สินใจ(Decision) เพ่ือกาหนดทางเลือก หรือตดั สินใจการทางานของ โปรแกรม เอกสารหรือสง่ิ พมิ พ์ (Document) ใช้เพือ่ แสดงผลลพั ธ์ออกทางเคร่ืองพมิ พ์ จดุ ต่อเนื่องภายในหน้าดียว (Printer) กนั (On-page reference) ใช้เพื่อเช่ือมตอ่ การทางานจากจดุ หนงึ่ ไปยงั อีกจดุ จดุ ตอ่ เนื่องที่อยคู่ นละหน้า หนงึ่ (Off-page reference) ใช้เพ่ือเช่ือมตอ่ ผงั งานที่มีความยาวมากกวา่ ลกู ศรแสดงลาดบั การทางาน 1 หน้า ให้สามารถเชื่อมโยงกนั ได้ (Flow Line) แสดงลาดบั ขนั้ ตอนการทางาน

1.โครงสรา้ งของผังงาน (Sequence Structure) โครงสร้างพน้ื ฐานของผงั งาน แบง่ เป็น 3 ประเภท ดังน้ี 1. โครงสร้างแบบลาดบั (Sequential Structure) หมายถงึ โครงสร้างทแี่ สดงขั้นตอนการทางานเปน็ ไปตามลาดบั กอ่ นหลัง โครงสรา้ งแบบลาดบั ตวั อย่าง ลาดับขน้ั ตอนการวางแผนไปโรงเรียน เริม่ ต้น ต่นื นอน อาบนา้ แตง่ ตวั ไปโรงเรียน จบ การจาลองความคดิ เปน็ ผงั งาน (แบบลาดับ)

2. โครงสร้างแบบมีทางเลอื ก (Selection Structure) หมายถงึ โครงสร้างทมี่ ี เงอื่ นไข ขนั้ ตอนการทางานบางขัน้ ตอน ตอ้ งมกี ารตัดสนิ ใจ 2. โครงสรา้ งแบบทางเลอื ก ตัวอยา่ ง ลาดับข้นั ตอนการประเมนิ ผลสอบ เริม่ ตน้ ทดสอบ ตรวจผลการสอบและคิดคะแนนทไ่ี ด้ ตรวจสอบคะแนนท่ไี ดว้ ่าน้อยกว่ารอ้ ยละ่ 50 หรอื ไม่ ถ้าน้อยกว่า ให้สอบแก้ตวั ถ้าไมน่ อ้ ยกวา่ ให้สอบผา่ น จบ การจาลองความคิดเปน็ ผังงาน (แบบทางเลอื ก)

3. โครงสร้างแบบทาซา้ (Repetition Structure) หมายถงึ โครงสรา้ งท่ี ขั้นตอนการทางานบางขั้นตอนไดร้ บั การประมวลผลมากกว่า 1 ครั้ง 3. โครงสร้างแบบทาซา้ ตวั อยา่ ง ลาดบั การตักน้าจากตมุ่ ครั้งล่ะ 1 ขนั ใส่จนถงั นา้ เตม็ เรมิ่ ตน้ ตกั น้าจากตุ่ม 1 ขัน เทน้าใสถ่ ัง ตรวจสอบนา้ เตม็ ถงั หรือไม่ ถ้าไม่เตม็ ให้ตกั น้าตอ่ ไป ถา้ เตม็ ใหห้ ยุดตกั น้า จบ การจาลองความคดิ เป็นผังงาน (แบบทาซา้ )

ประโยชนข์ องผงั งาน ประโยชน์ของผังงาน 1. ชว่ ยอธิบายลาดบั ขัน้ ตอนการทางานของโปรแกรม 2. ทาให้ตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรมได้ง่าย 3. ทาใหผ้ อู้ น่ื สามารถศึกษาการทางานของโปรแกรมและแกไ้ ขโปรแกรมไดง้ ่าย ในการเขียนโปรแกรมดว้ ยภาษาคอมพิวเตอร์ โดยทว่ั ไปจะมีหลกั การหรอื ขั้นตอนท่ีสาคญั ทงั้ หมด 5 ข้นั ตอนไดแ้ ก่ 1. การวเิ คราะห์ปัญหา 2. การออกแบบโปรแกรม 3. การเขียนโปรแกรม 4. การทดสอบและแกไ้ ขโปรแกรม 5.ทาเอกสารประกอบโปรแกรม ดงั น้ันก่อนทจี่ ะลงมือเขียนโปรแกรมในข้นั ตอนที่ 3 หลงั จากทาการวเิ คราะห์ปญั หาแล้ว จะต้องมกี ารออกแบบโปรแกรมเพื่อเปน็ การวางแผนการทางาน ก่อน ผงั งาน Flowchart เป็นเครอื่ งมือหน่งึ ทใ่ี ชอ้ ธบิ ายลาดบั ขั้นตอนการทางานในรูปแบบแผนภาพ โดยใช้สัญลกั ษณร์ ปู ร่างตา่ งๆ ท่ีมคี วามหมายแทนคาสง่ั และใชข้ ้อความใน สัญลกั ษณ์แทนข้อมลู ตัวแปร ตวั ดาเนินการทางการคานวณ และการเปรียบเทียบ นอกจากน้นั ผังงานยังใช้แสดงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งขน้ั ตอนการทางานต่างๆ โดยสามารถแบง่ ลกั ษณะการทางานและความสมั พนั ธเ์ ปน็ รูปแบบต่างๆ ไดแ้ ก่ การทางานแบบมีลาดบั การทางานแบบมเี งอื่ นไข และการทางานแบบทาซา้ ภายใตเ้ งือ่ นไขต่างๆ หลงั จากนัน้ จงึ นาผงั งาน Flowchart ท่ีออกแบบไวน้ าไปเขยี นเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ ดังนน้ั ผงั งานจงึ เป็นเครือ่ งมือท่ชี ว่ ยให้ผเู้ ขยี นโปรแกรมและผ้ใู ช้ สามารถมองเห็นภาพการทางานของ โปรแกรมทีก่ าลังจะสร้างไดอ้ ย่างเป็นระบบและงา่ ยข้ึน

ประเภทของผงั งาน โดยทัว่ ไปผังงานคอมพวิ เตอร์แบง่ เป็น 2 ประเภทใหญ่ 1. ผงั งานระบบ (System Flowchart) เป็นผังงานที่แสดงถึงขั้นตอนการทางานภายในระบบหนึ่งๆ เพ่ือให้เห็น โครงสร้างโดยภาพรวมของระบบ ซ่ึงจะแสดงถึงความเก่ียวข้องของส่วนท่ีสาคัญต่างๆ ในระบบนั้น เช่น เอกสารข้อมูลเบ้ืองต้น สื่อบันทึกข้อมูลท่ีใช้ ข้อมูลจะส่งผ่านไปยัง หน่วยงานใด มีกิจกรรมประมวลผลข้อมูลอะไรในหน่วยงานน้ัน แล้วจะส่งต่อไป หนว่ ยงานใด เป็นต้น ดงั น้นั ผงั งานระบบอาจเก่ียวข้องกบั ข้อมูล ส่ือหรือแหลง่ บันทึก ขอ้ มลู วัสดปุ กรณ์ คน หรอื ฝ่ายงานทีเ่ กย่ี วขอ้ ง ซง่ึ แตล่ ะจดุ จะประกอบไปดว้ ย การนาขอ้ มลู เขา้ วิธีการประมวลผล และการแสดงผลลัพธ์ (Input – Process - Output) ดังภาพ ภาพแสดงตวั อย่างผงั งานระบบ

2. ผงั งานโปรแกรม (Program Flowchart) หรอื เรยี กสั้นๆ วา่ ผังงาน ผังงานประเภทน้ีแสดงถึงข้ันตอนของคาสั่งที่ใช้ในโปรแกรม ผังงานน้ี อาจสร้างจากผังงานระบบโดยผู้เขียนผังงานจะดึงเอาแต่ละจุด ที่เก่ยี วข้องกบั การ ทางานของเคร่อื งคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏในผังงานระบบมาเขียน เพื่อให้ทราบว่าถ้า จะใช้คอมพิวเตอร์ทางานควรที่จะมีขั้นตอนคาส่ังอย่างไร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ ต้องการ และจะได้นามาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอรต์ ่อไป ดังน้ันการเขียนผังงานก็จะมีประโยชน์ เหมาะสาหรับผู้บริหาร ผู้ วิเคราะห์ระบบ ผู้เขียนโปรแกรม และบุคคลอื่นที่ต้องการศึกษา ทาให้ทราบถึง ความสัมพันธ์ของระบบต้ังแต่เริ่มต้น ว่ามีการปฏิบัติแต่ละขั้นตอนอย่างไร ใช้ วิธีการอะไรบ้าง สุดท้ายจะได้ผลลัพธ์อะไรบ้าง เม่ือเข้าใจระบบงานหรือสิ่งที่กา ลังศึกษาก็จะช่วยให้สามารถปฏิบัติงานและแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ยงิ่ ขน้ึ ดงั ภาพ ภาพแสดงตวั อย่างการกาหนดจดุ เร่ิมต้นและสิน้ สดุ ของการ เขียนผงั งาน

ประโยชนข์ องผงั งาน ผังงานเป็นเครื่องมือท่ีช่วยให้การศึกษาลาดับขั้นตอนของโปรแกรมง่ายข้ึน จึงนิยมเขียนผังงานประกอบการเขียนโปรแกรม ด้วยเหตุผล ดังน้ี 1. คนส่วนใหญ่สามารถเรียนรู้และเข้าใจผังงานได้ง่าย เพราะผังงานไม่ขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง เป็น เครอ่ื งมือท่ใี ช้ในการ สอ่ื สารได้ทุกภาษา 2. ผังงานเป็นการส่ือความหมายด้วยภาพ ช่วยลาดับข้ันตอนการทางานของโปรแกรมให้ง่ายและสะดวกต่อการทาความเข้าใจ สามารถนาไปเขยี นโปรแกรมไดโ้ ดยไม่สับสน ซงึ่ ถา้ หากใชข้ ้อความหรือคาพดู อาจจะส่ือความหมายผดิ ไปได้ 3. ในงานโปรแกรมท่ีไม่สลับซับซ้อน ช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องของลาดับขั้นตอน และแก้ไขโปรแกรมได้ง่าย เม่ือ เกิดข้อผดิ พลาด 4. ช่วยใหผ้ อู้ ื่นสามารถศึกษาการทางานของโปรแกรมได้อย่างงา่ ย สะดวก และรวดเรว็ มากขึ้น 5. การบารงุ รกั ษาโปรแกรมหรอื การเปล่ียนแปลงแกไ้ ขโปรแกรมในภายหลัง ให้มีประสิทธิภาพ ถ้าพิจารณาจากผังงานจะช่วย ให้สามารถทบทวนงานในโปรแกรมก่อนปรบั ปรงุ แกไ้ ขไดส้ ะดวกและงา่ ยข้ึน

ข้อจากดั ของการเขียนผังงาน นกั เขียนโปรแกรมบางคนไม่นยิ มการเขยี นผงั งานกอ่ นท่ีจะเขยี นโปรแกรม เพราะเสยี เวลา ในการเขยี นเป็นรูปภาพหรือ สญั ลักษณ์ต่างๆ นอกจากน้ยี งั มเี หตุผลอนื่ ๆ ได้แก่ 1. ผังงานเปน็ การส่อื ความหมายระหว่างบคุ คลตอ่ บุคคลมากกวา่ ทจี่ ะสอ่ื ความหมายบุคคลกับเครือ่ งคอมพิวเตอร์ เพราะผังงานไมข่ ึ้นอยู่กบั ภาษาคอมพวิ เตอร์ ภาษาใดภาษาหน่งึ ทาใหเ้ ครอ่ื งคอมพวิ เตอรไ์ มส่ ามารถรบั รู้และเขา้ ใจวา่ ผังงาน ตอ้ งการอะไร 2. ผงั งานไม่สามารถแทนลักษณะคาสั่งของภาษาคอมพวิ เตอรบ์ างคาสั่งไดอ้ ยา่ งชดั เจน 3. กรณที งี่ านมขี นาดใหญ่ ผังงานจะมขี นาดใหญ่ด้วย ถ้ามีการเปลีย่ นแปลงแก้ไขจะทาได้ยาก ควรเขียนแยกเปน็ ส่วน ๆ แลว้ คอ่ ยสรา้ งจุดเช่ือมโยงในแต่ละส่วน 4. การเขยี นผังงานอาจเปน็ การสิ้นเปลืองกระดาษและอปุ กรณอ์ ื่นๆ ประกอบการเขยี นภาพ ทั้ง ๆ ท่กี ารอธบิ าย งานหรือการเขยี นโปรแกรมจะใช้เนอื้ ทเ่ี พยี ง 3 - 4 บรรทัดเทา่ นนั้

วธิ กี ารเขยี นผงั งานทดี่ ี การเขียนผงั งานควรคานึงถึงสิง่ ต่าง ๆ ดงั นี้ 1. ใชส้ ัญลักษณ์ตามทกี่ าหนดไว้ 2. ผงั งานจะต้องมีจดุ เรม่ิ ต้น (Start)และสนิ้ สุด (Stop/End/Finish) 3. ใช้หัวลูกศรแสดงทศิ ทางการไหลของข้อมลู จากบนลงลา่ งหรอื ซา้ ยไปขวา (ยกเวน้ ทีต่ อ้ งทาซ้า) 4. ทุกแผนภาพตอ้ งมลี ูกศรแสดงทศิ ทางเขา้ 1 เสน้ และออก 1 เสน้ โดยไม่มกี ารปล่อยจดุ ใดจุดหนง่ึ ไว้ 5. เขยี นคาอธิบายการทางานในแตล่ ะข้นั ตอนโดยใชข้ อ้ ความทส่ี ั้น กะทัดรัด ชัดเจนและเข้าใจไดง้ า่ ย 6. ควรหลกี เลย่ี งโยงเส้นไปมาทาให้เกดิ จุดตดั มากเพราะจะทาให้เกดิ ขอ้ ผดิ พลาดง่าย ควรใชส้ ัญลักษณเ์ ชอื่ มจดุ ต่อเนื่องแทน 7. ไมค่ วรโยงเส้นเชอื่ มผังงานท่อี ยูไ่ กลมาก ๆ ควรใช้สญั ลักษณจ์ ุดเชอ่ื มตอ่ แทน 8. ผังงานที่ดคี วรมีความเป็นระเบียบเรยี บร้อย สะอาดและชัดเจน สามารถเข้าใจและติดตามขน้ั ตอนไดง้ ่าย 9. ผงั งานควรมีการทดสอบความถูกต้องของการทางานกอ่ นไปเขียนโปรแกรม

หลกั ในการเขียนโฟลว์ชาร์ต ในการเขียนผังงานหรือโฟลว์ชาร์ต ต้องรู้จักเลือกใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์ท่ีเหมาะสม รวมถึงอุปกรณ์ท่ีช่วยในการเขียนผังงานท่ี เรียกว่า “ Flow Chart Template “ ซ่งึ อุปกรณ์นจ้ี ะชว่ ยใหก้ ารเขยี นผงั งานสะดวกและรวดเรว็ ย่งิ ข้ึน ในการเขียนผังงานน้ีจะเขียนตามขั้นตอนและวิธีการประมวลผลที่ได้ทาการวิเคราะห์งานเอาไว้แล้ว ซ่ึงต้อง พจิ ารณาตามลาดับกอ่ นหลังของการทางาน เพือ่ จัดภาพของผงั งานให้เปน็ มาตรฐานงา่ ยต่อการเข้าใจ และชว่ ยให้การเขยี นโปรแกรม จากผงั งานมปี ระสทิ ธิภาพมากย่งิ ขน้ึ เพอื่ ให้การเขียนผงั งานเป็นมาตรฐานเดียวกนั จะใช้ลาดบั ในการเขยี นผงั งานดังนี้ 1. การกาหนดค่าเร่ิมตน้ เปน็ การกาหนดคา่ เร่มิ ต้นให้กบั ตัวแปรต่างๆ ทจี่ าเป็นบางตัว ไดแ้ ก่ ตัวแปรทใี่ ชเ้ ปน็ ตวั นบั หรอื ตวั แปรทีเ่ ปน็ ตวั คานวณผลรวมตา่ งๆ 2. การรับข้อมูลเข้า เป็นการรับข้อมูลนาเข้ามาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประมวลผล แล้วนาค่ามา เก็บไวใ้ นตวั แปรใด ๆ ที่กาหนดเอาไว้ 3. การประมวลผล เป็นการประมวลผลตามที่ได้มีการกาหนด หรือเป็นการคานวณต่างๆ ซึ่งจะต้องทาทีละลาดับขั้นตอน และแยกรูปแต่ละรูปออกจากกนั ใหช้ ัดเจนดว้ ย 4. การแสดงผลลัพธ์ เป็นการแสดงข้อมูลที่ได้จากการคานวณหรือผลลัพธ์ท่ีต้องการหรือค่าจากตัวแปรต่างๆ ซึ่งการ แสดงผลลพั ธน์ ้มี ักจะกระทาหลงั จากการประมวลผล หรือหลังจากการรบั ขอ้ มูลเข้ามาแลว้

ข้อสงั เกตในการเขยี นโฟลวช์ าร์ต 1. โฟลว์ชารต์ ใด ๆ จะมีจุดเรมิ่ ตน้ และจุดสิน้ สดุ เพยี งอย่างละแห่งเดยี วเท่านั้น 2. ทุกสัญลักษณ์ท่ีใช้แทนข้ันตอนการทางาน จะต้องมีทิศทางเข้าเพียง 1 แห่งและทิศทางออกเพียง 1 แห่งเท่านั้น ยกเว้น สัญลักษณข์ องจดุ เริ่มเรม่ิ ต้น จดุ ส้นิ สุด จุดตอ่ และการตดั สนิ ใจ 3. ทศิ ทางของลาดับขัน้ ตอนการทางานในโฟลว์ชาร์ตนิยมเขียนจากซา้ ยไปขวาหรือจากบนลงล่าง 4. หลกี เลี่ยงการขีดเส้นโยงไปโยงมาในลกั ษณะที่ตัดกนั ถา้ จาเปน็ ต้องโยงเส้นดงั กล่าวถึงกนั ควรใช้เคร่อื งหมายต่อจุดเพ่ือเช่ือม ความสมั พนั ธ์แทน 5. สัญลกั ษณต์ า่ ง ๆ นั้นจะเปลีย่ นรปู เปน็ อย่างอ่ืนไมไ่ ด้ ต้องเปน็ ไปตามมาตรฐานทก่ี าหนดไวแ้ ลว้ เทา่ นั้น 6. ควรมีเครื่องหมายลกู ศรกากบั ทศิ ทางทางไหลใหก้ บั แตล่ ะสญั ลักษณ์ ดว้ ย 7. คาอธิบายการทางานควรเขยี นให้ส้ันเข้าใจง่ายและเขียนในสัญลักษณ์ของโฟลว์ชาร์ต ท้ังหมดหากมีคาอธิบายเพิ่มเติมให้เขียน ไวบ้ นสัญลกั ษณด์ ้านขวา 8. ในการเขียนโฟลว์ชาร์ตควรเขยี นให้เป็นระเบียบ เรยี บรอ้ ย และสะอาด

ขอบคุณที่เขา้ มารับชมค่ะ/ครับ^-^