3 47 กดชักโครกโดยไม่ปดิ ฝาโถสว้ ม (การแพร่กระจายเชื้อก่อโรค SARS ในปี ๒๕๔๖ ในโรงแรมที่ฮ่องกง เกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อ SARS-CoV ในอุจจาระที่กลายเป็นฝอยละอองแพร่ไปในอากาศ) การแพร่ท่ียังไม่มีการศึกษาให้เห็นผลชัดเจนคือ การผายลมออกมาเป็นละอองฝอยในขณะถ่าย อุจจาระหรือในเวลาอื่น จะเป็นวิธีการแพร่เชื้อทางฝอยละอองขนาดเล็กได้หรือไม่ (อมร ลีลารัศมี. 2564) แหล่งแพร่เชอ้ื ไวรัส COVID-19 1. คาดวา่ เรม่ิ จากสัตวป์ า่ ที่น ามาขายในตลาดสดเมอื งอ่ฮู ัน่ ประเทศจนี ซึ่งคนไปสัมผัสและ นามาเผยแพรต่ ่อ โดยเริ่มจากไวรสั จากค้างคาวทีม่ กี ารผสมพันธ์ุกับไวรัสอ่นื และกลายพันธุ์ 2.คนทีม่ เี ช้อื แลว้ แพรส่ ู่คนอนื่ ทางสงิ่ คดั หล่ังจากทางเดนิ หายใจ ข้ันตอนจำกกำรรับเชือ้ ถึงกำรปว่ ย ประกอบดว้ ย การสมั ผสั เชอื้ โรค การรบั เช้ือ การติดเชอื้ และการป่วย ผสู้ ัมผัสเชอ้ื โรค (contact) ผูส้ ัมผสั เชื้อโรค (contact) หมายถึง ผู้ท่ีสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ หรือ อาจจะสัมผัสกับ เช้ือท่ีออกมากับสิง่ คดั หล่ังจากระบบหายใจของผู้ปว่ ย (น้าลาย เสมหะ น้ามกู ) แลว้ อาจจะนาเขา้ สู่ ร่างกายทางปาก จมูก ตา (อวัยวะที่มีเยื่อเมือกบุ) โดยได้อยู่ในชุมชนท่ีมีผู้ป่วยอยู่ด้วย โดยไม่ ระมัดระวังเพียงพอ หากมีการสัมผัสดังกล่าว ก็อาจเกิดการติดเชื้อตามมา และเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ตอ่ ไปได้ ผู้ท่ีต้องเฝ้าระวังในระยะน้ี ได้แก่ ผู้สัมผัสหรืออาจจะสัมผัสโรค โดยมีประวัติอย่างใดอย่าง หนึ่งในช่วงเวลา 14 วันก่อนหน้าน้ี (คือ ระยะฟักตัวที่ยาวท่ีสุดของโรค คือ ติดเช้ือแล้วแต่ยังไม่มี อาการป่วย) ดังต่อไปนี้ 1. มีประวัติเดินทางไปยงั มาจาก หรืออยอู่ าศยั ในพื้นทที่ ม่ี ีรายงานการระบาด 2. เปน็ ผ้สู ัมผัสใกล้ชดิ กับผทู้ ่มี าจากพื้นท่ที ่ีมรี ายงานการระบาด 3. มีประวัตใิ กล้ชิดหรอื สัมผสั กับผทู้ ี่เขา้ ข่ายหรอื ไดร้ ับการตรวจยืนยันวา่ ตดิ เช้อื ผลจำกกำรสมั ผสั กับเช้ือโรค ผทู้ ่สี มั ผัสกับเชอื้ โรคโควิด-19 หากไดร้ ับเช้ือโรคมาอาจจะมผี ลเป็น 1. พาหะของเชือ้ คอื ผ้ทู ร่ี ับเชอื้ โรคแต่ไมเ่ กิดการตดิ เชื้อ ซึง่ เช้อื มกั จะตดิ มาทางมือ 2. ผู้ติดเช้ือ คือ ผู้ที่ตรวจพบเชื้อ และมีปฏิกิริยาทางอิมมูนต่อเชื้อ ซึ่งตรวจพบ ได้ทางการ ตรวจเลอื ด แบง่ เป็น 2.1 ผตู้ ิดเช้อื ทีไ่ มม่ อี าการ 2.2 ผู้ป่วย หรือ ผู้ติดเชอื้ ท่มี อี าการ ซ่งึ อาจจะมีอาการน้อยหรือมาก
48 4 อำกำรป่วย (Symptoms) โดยท่ัวไป ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีอาการ “ไข้ และ ไอ” เป็น พื้นฐาน ส่วนใหญ่เร่ิมจาก ไอแห้งา ตามด้วย ไข้ ผู้ป่วยส่วนน้อยคือ ร้อยละ 5 มี น้ามูก เจ็บคอ หรือ จาม ไม่มีอาการเสยี งแหบหรอื เสียงหาย ร้อยละ 98.6 มไี ข้ (ไขอ้ าจจะไม่ไดเ้ ร่มิ ในวันแรกของการป่วย) ร้อยละ 69.6 มอี าการอ่อนเพลียผดิ ปรกติ รอ้ ยละ 59.4 ไอแหง้ ควำมรนุ แรงของโรค ความรุนแรงของโรค ข้นึ อยูก่ บั 1. ปรมิ าณไวรสั ท่ีไดร้ ับเข้าทางเดินหายใจ 2. ปัจจัยทางผู้ติดเชื้อ เช่น สุขภาพ โรคประจ าตัว ปฏิกิริยาอิมมูน การปฏิบัติตน เมอ่ื เรม่ิ ป่วย 3. การดแู ลรกั ษาเม่อื ติดเชือ้ และป่วย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการน้อย และส่วนน้อยมากไม่มีอาการป่วยเลย เด็กส่วน ใหญ่มี อาการนอ้ ย ผ้สู งู อายุและผู้มีโรคประจาตัวมักจะมอี าการหนกั กวา่ -ร้อยละ 80 มีอาการน้อย คล้ายไข้หวัดธรรมดา หรือไข้หวัดใหญ่ที่อาการน้อย หายได้ เองหลงั พกั ผ่อน และดแู ลตามอาการ -ร้อยละ 14 มีอาการหนักจากปอดอักเสบ หายใจผดิ ปรกติ -ร้อยละ 5 มีอาการวกิ ฤติ เชน่ การหายใจลม้ เหลว ช็อคจากการปว่ ยรุนแรง -รอ้ ยละ 1-2 เสยี ชีวติ หลงั จากมีอาการหนัก มักเกิดกับผู้สูงอายุ ผู้มีโรค ประจาตัวทาง หัวใจและปอด เบาหวาน ภูมิตา้ นทานตา่ ง ๆ หรือโรคประจาตัวอน่ื ระยะเวลำท่ปี ว่ ย ขอ้ มลู ผู้ป่วย 55,924 ราย ให้คา่ มัธยฐาน (mediantimeหรือ ค่ากลาง) ของระยะเวลา จากเร่ิมมีอาการ จนถึงวันท่ีเร่ิมฟื้นตัวจากการป่ วย คืออาการเร่ิมดีขึ้น ดังนี้ -ผูป้ ่ วยท่ีมี อาการนอ้ ย (mild cases) 2 สปั ดาห์ - ผู้ปว่ ยที่มอี าการหนกั (severe or critical) 3-6 สปั ดาห์ - เร่ิมป่วยจนมอี าการหนกั 1 สัปดาห์ - เร่มิ ปว่ ยจนถงึ แก่กรรม 2-8 สัปดาห์
5 49 อตั รำตำยจำกกำรติดเชื้อไวรัสสำยพนั ธ์ุใหม่ ทเ่ี คยพบในประเทศไทย 3 พ.ศ. 2545: โรค SARS รอ้ ยละ 10 พ.ศ.2553: ไขห้ วัดใหญ่-2009 (Flu-pandemic 2009) รอ้ ยละ 0.03-0.5 พ.ศ. 2557: โรค MERS รอ้ ยละ 30 พ.ศ. 2562-2563: โรค COVID-19 รอ้ ยละ 1-2 (ซง่ึ น่าจะต่ากว่าขณะนี)้ กำรวินจิ ฉยั โรค และกำรตรวจทำงห้องปฏิบตั ิกำร 1. ขอ้ มลู จากประวตั ิอาการผิดปรกติ และการสมั ผัสโรค 1.1 ประวตั ิอาการไม่สบาย ผลการตรวจรา่ งกาย และการตรวจแลบ็ พืน้ ฐาน 1.2 ประวตั ิสัมผสั โรค ตามที่กลา่ วแลว้ ในเรือ่ งผสู้ มั ผัส 2. การตรวจหาไวรัส SARS-CoV-2 (หรอื ไวรสั โควิดไนนท์ ีน) วัตถปุ ระสงค์: 1. การควบคุมการแพร่ระบาด 2. การพิจารณาใช้ยาต้านไวรสั ท่ีตรงกับชนิดของเชื้อ 3. การวิจยั เพื่อใชใ้ นการควบคมุ โรค และการรกั ษา การตดิ ตามดูการ เปล่ียนแปลงของ ไวรัส กำรตรวจ มีการพฒั นาการตรวจเพ่ิมเตมิ และดขี ้นึ เร่อื ยา หลักการมดี ังนี้ 1. ส่งิ สง่ ตรวจ 1.1 สารท่เี ก็บจากดา้ นในของจมกู และคอหอย โดยการเก็บตรวจอยา่ งถูกต้องตาม 1.2 เลือด 2. วิธกี ำรตรวจ 2.1 Real-Time RT-PCR for coronavirus จากส่ิงส่งตรวจจากทางเดินหายใจ เป็นการตรวจหลกั ในปัจจบุ นั ซง่ึ เป็นการตรวจระดบั โมเลกลุ การเก็บส่ิงส่งตรวจไม่ดี ท าให้ ตรวจไมพ่ บไวรสั ได้ บอกไมไ่ ดจ้ ากผลตรวจวา่ มีไวรสั ท่ีมีชีวติ หรอื ไม่ 2.2 Serology คือการตรวจเลือดหา immuglobulin ท่ีเฉพาะต่อเชือ้ ซ่งึ เป็นส่วน หน่ึงของปฏิกิรยิ าภมู ิตา้ นทาน หลกั การในการตรวจหาการติดเชือ้ ไวรสั โดยท่ัวไป จะตรวจ IgM ในสปั ดาหแ์ รก และ IgG หลงั จาก 1 สปั ดาห์ นบั ตง้ั แต่ติดเชือ้ 2.3 Viral culture คือการเพาะเชือ้ ไวรสั จากส่ิงส่งตรวจ ใชใ้ นการวิจยั เป็ นหลกั การปอ้ งกนั อนั ตรายในหอ้ งแลปยากกวา่ และคา่ ใชจ้ า่ ยสงู กว่า
50 6 3. การตรวจปอดดว้ ยภาพรงั สี (Chest X-ray, CT- Chest) ในช่วงท่ีมีการระบาดหนักในประเทศจีนจนการตรวจทางโมเลกุลรับไม่ไหว ได้มี การแนะน าการตรวจปอดด้วยภาพเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อการวินิจฉัย COVID-19 อาจพจิ ารณาเป็นสว่ นประกอบของการวนิ จิ ฉยั ทางการแพทย์ และเป็นทางเลือก กำรดแู ลรักษำผูต้ ิดเช้อื โรคนี้คล้ายกับไข้หวัดใหญ่ คือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ประมาณ ร้อยละ 80) มีอาการน้อย และหายได้เอง แตต่ อ้ งปฏบิ ัตติ วั ให้รา่ งกายไดซ้ อ่ มแซมตวั เอง และป้องกนั คนอน่ื 1. กำรรักษำ 1.1 การรักษาทวั่ ไป: 1.1.1 พักผ่อนทันทีท่ีเร่ิมป่วย และพักผ่อนให้พอ ให้ร่างกายอบอุ่น กินอาหาร และดื่มนา้ ใหเ้ พยี งพอ รักษาตามอาการ เช่น ลดไข้ 1.1.2 ปรึกษาแพทย์ เพ่ือการดูแลรักษา ถ้าเป็นผู้เสี่ยงต่อการที่จะป่วย รุนแรง เช่น ผสู้ ูงอายุ ผูม้ ีโรคประจาตวั หญิงมีครรภ์ หรือมอี าการหนกั 1.1.3 ผู้ป่วยท่ีมีอาการน้อย สามารถรักษาตัวที่บ้าน ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ตอ้ งรับการรกั ษาในโรงพยาบาล ในระยะที่ผู้ติดเชื้อยังไม่มากเกินก าลังควบคุมดูแล มีข้อก าหนดให้รับผู้ติด เช้ือไว้ใน สถานพยาบาลทง้ั หมด เพ่ือการดูแลรักษาและปอ้ งกนั การแพรเ่ ชื้อ 1.2 เฉพาะโรค: เร่ิมมียาตา้ นไวรสั ตอ่ ไวรสั ชนดิ นี้ในขัน้ ทดลองในวงกว้างแล้ว 2. กำรป้องกนั 2.1 ในระยะทค่ี วบคุมการระบาด ต้องรายงานเจ้าพนกั งาน เมอ่ื มผี ตู้ ิดเชอ้ื 2.2 ปอ้ งกนั การแพร่เช้ือให้คนอื่น ตามขอ้ แนะนา ภมู ติ ำ้ นทำนหลังตดิ เชอื้ คนท่ีเคยติดเช้ือไวรัส COVID-19 แลว้ จะติดเชือ้ นีอ้ ีกไหม แมว้ ่าจะยงั ไม่มีข้อมลู ท่ี ชดั เจนในเร่อื งนี้ แตข่ อ้ มลู จากการตดิ เชือ้ โคโรนาไวรสั อ่ืนท่ีคลา้ ยคลงึ กนั เช่น โรค SARS ใน ปี 2545 และ MERS-CoVในปี 2557 ชีแ้ นะว่า ภมู ติ า้ นทานท่ีเกิดจากการติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา ไม่ใช่ภูมิตา้ นทานท่ีจะอย่นู าน ไม่น่าจะมีการติดเชือ้ ซา้ ในระยะเวลาใกล้า เช่น ภายใน 1 ปี ทงั้ นี้ การสรา้ งภมู ติ า้ นทานตอ่ COVID-19 ยงั ไม่เป็นท่ีเขา้ ใจดีนกั
7 51 กำรเกดิ ฝอยละอองขนำดเล็ก(aerosol) และป้องกนั กำรติดเชอ้ื จำกฝอยละออง ฝอยละอองขนาดเล็กกว่า ๕ ไมครอน เกิดจากการไอ จาม หายใจแรง ๆ การกดชักโครก อจุ จาระโดยไมป่ ิดฝาโถส้วม การผายลม และการเกดิ ในโรงพยาบาลจากการใช้เครื่องดูดเสมหะจาก ท่อช่วยหายใจหรือหลอดลมของผู้ป่วย การใส่หรือถอดท่อช่วยหายใจจากผู้ป่วย ท าให้เกิดฝอย ละอองขนาดเล็กกว่า ๕ ไมครอนและปลิวไปได้ไกลหรือลอยละล่องในอากาศได้นานหลายชั่วโมง (เหมือนเมฆหรือหมอก) โดยเฉพาะในสถานที่หรือห้องแออัดและอากาศไม่ถ่ายเท จะมีการสะสม ของฝอยละอองขนาดเล็กที่ปนเปอ้ื นเช้ือได้มากข้ึนในแต่ละชั่วโมงท่ีผ่านไป การป้องกันที่ใช้การสวม หน้ากากอนามัยจะไม่เพียงพอการป้องกันท่ีได้ผลถึงร้อยละ ๙๕ คือการสวมหน้ากากแบบ N95 และปิดตาหรือสวมชดุ PPE หอ่ หุ้มท้งั ตวั นอกจากนี้ต้องป้องกนั การติดฝอยละอองขนาดเล็ก โดยไม่ เข้าใกล้ผู้คนซ่ึงกันและกัน(social or physical distancing)หรือทาให้ตนเองอยู่เหนือลมในฝูงชน หรอื ใชพ้ ัดลมเป่าจากตนเองไปสู่ผ้ตู ดิ เช้ือ นอกจากนีต้ อ้ งยกเลกิ การท ากิจกรรมกลุ่มและการรวมตัว ทางสงั คม ยกเลิกการไปท่องเที่ยวในแดนที่มีการระบาดของโรคอย่างหนาแน่น การเปิดหน้าต่างใน ห้องท างานในส านักงานเป็นประจ าเพ่ือให้อากาศหมุนเวียน และใส่ใจในการฆ่าเชื้อโรคภายใน บ้าน สานักงานโดยใชแ้ สงแดด เครือ่ งฟอกอากาศทที่ าลายและกรองฝุ่นจ๋ิว หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ ซิลเวอร์นาโนพน่ ฆ่าเชอื้ ในอากาศทุกวันก่อนเริ่มทางานและหลังเลกิ งาน (อมร ลลี ารัศมี. 2564) นำ้ ยำทำลำยเช้ือทท่ี ้ำลำยเชื้อไวรสั โคโรนำ สารละลายแอลกอฮอล (75–95%), แอลกอฮอล์ท่ัวไปชนิด 2-propanol(70-100%), น้า ยากลูตาราลดี ไฮด์ (0.5–2.5%), ฟอร์มาลดีไฮด์(0.7–1%), povidone iodine (0.23–7.5%) และ โซเดียม ไฮโปคลอไรด์(0.21% ขึ้นไป) ทาลายเช้ือโคโรนาได้เร็วใน 30 วินาทีส่วนสารไฮโดรเจน เปอร์อ๊อกไซด(์ 0.5%) ใชเ้ วลาอยา่ งนอ้ ย 1 นาทีในการฆา่ เชอ้ื สาร benzalkonium chloride ได้ผล ไม่แน่นอนรวมทั้งchlorhexidine digluconate (0.02%) เช้ือไวรัสโคโรนามีความคงทนอยู่บนผิว ส่ิงของต่าง ๆ ได้นานเท่าใด เช้ือมีชีวิตบนผิวโลหะ อลูมีเนียม ไม้ กระดาษ แก้ว หรือผิวของส่ิงของ เครือ่ งใชต้ ่าง ๆ ท่ีอุณหภูมิ 20 องศา เซลเซยี สไดน้ าน 4-5 วนั และบนผวิ พลาสติกอาจจะมีชีวิตนาน ถงึ 9 วนั ถ้าอณุ หภมู ลิ ดเหลือ 4 องศา เซลเซียสจะมีชีวิตได้นาน 28 วัน ถ้าอุณหภูมิสูงถึง 30 องศา เซลเซียสจะอยู่ได้นานไม่เกนิ 1 วนั (อมร ลลี ารศั มี. 2564) ระยะฟกั ตัวของโรค COVID-19 อมร ลีลารัศมี (2564) ได้กล่าวถึง ข้อมูลจากผู้ป่วย 1,099 รายในโรงพยาบาล 422 แห่ง พบว่า ระยะฟักตัวของโรคโดยทั่วไปคือภายใน 14 วัน แต่มีช่วงเวลาระหว่าง 0 ถึง 24 วัน พบว่า ร้อยละ 50 ของผู้ป่วยทั่วไปมีระยะฟักตัว 3 วัน ร้อยละ 50 ของผู้ป่วยหนักจะมีระยะฟักตัวเท่ากับ 2 วันเท่านั้น มีเพียง 14 รายจาก 1,099 รายหรือร้อยละ 1.27 เท่านั้นที่มีระยะฟักตัวระหว่าง 15- 24 วนั และมรี ายเดียวท่ีมีระยะฟกั ตวั 24 วนั ดงั นนั้ ผู้ป่วยร้อยละ 98 ขึ้นไป จะมีอาการภายใน 14 วนั และสว่ นมากมอี าการระหว่าง 3 ถงึ 7 วัน
52 บทที่ 2 มำตรกำรกำรป้องกันโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนำ 2019 (COVID-19) กำรปอ้ งกันกำรแพรเ่ ชื้อ และกำรตดิ เชอื้ การป้องกันการแพร่เชื้อ และการติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ได้มีมาตรการป้องกัน และดแู ลตวั เอง (มหาวิทยาลัยมหดิ ล. 2564) ดังน้ี 1. ลำ้ งมือ ดว้ ยน้าและสบู่ ให้ทว่ั และนานพอ (ประมาณ 20 วินาที) และเช็ดมือใหแ้ ห้ง 1.1 การล้างมือด้วยน้าและสบู่จะกาจัดคราบสกปรก และฆ่าเชื้อไวรัส ไม่จาเป็น ต้องใช้สบู่ที่ ผสมสารฆา่ เชอื้ 1.2 ถา้ ไม่มนี า้ และสบู่ จึงใชแ้ อลกอฮอล์ (60-70 % ซง่ึ มักอยใู่ นรูปเจล หรือสเปรย)์ ทาทั่วมือ ที่ไม่เปียกเพื่อฆ่าเชื้อโรค (ถ้ามือเปียก แอลกอฮอล์จะเจือจางจนฆ่าเชื้อไม่ได้) ทิ้งให้แห้ง ห้ามล้างน้าต่อ เพราะจะล้างแอลกอฮอล์หมดไป แต่ถ้ามือสกปรกต้องล้าง มือด้วยน้าและสบู่ เพราะแอลกอฮอล์จะไม่ สามารถฆ่าเชอื้ โรคท่อี ยใู่ นคราบเปือ้ น 2. ไมเ่ อำมือจับหนำ้ ปำก จมกู หรือ ตำ ถ้าจาเปน็ ควรทามือให้สะอาดก่อน 3. เวน้ ระยะห่ำง จากคนอืน่ ที่อาจจะแพร่เช้อื (keep distance) ไดแ้ ก่ 3.1 คนทีม่ ีอาการซึ่งอาจจะเกิดจากการติดเชอื้ ทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ 3.2 หลีกเล่ียงการไปในท่ีท่ีมีคนหนาแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่รู้จักและอาจ ติดเช้ือ โดย ไม่สามารถอยู่ห่างกันเกิน 1 เมตร ได้ตลอดเวลา ถ้าจาเป็น ควรใส่ หน้ากากอนามัย และไม่หันหน้าเผชิญ กนั เพราะเขาอาจไอ จามรดได้ 4. ทำควำมสะอำดส่ิงแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างย่ิงบริเวณท่ีอาจปนเปื้อนเสมหะ นามูก น้าลาย จากผปู้ ว่ ย และมไี วรสั คนกล่มุ ต่ำง ๆ ทม่ี โี อกำสสมั ผสั เชอื้ โรคนี้ ควรปฏบิ ัติดังนี้ 1. คนทุกคน มือสะอาด : ล้างมือด้วยน้าและสบู่อย่างถูกวิธีเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อมีคราบ สกปรก ใช้แอลกอฮอล์เจลเฉพาะเวลาทไี่ มส่ ามารถใชน้ ้าและสบู่ลา้ งมือ หนา้ : ไมส่ ัมผสั ด้วยมอื ทย่ี งั ไม่สะอาด เพราะปาก จมูก ตา เป็นทางเข้าของเชอื้ หน้ากากป้องกัน : คนที่ไม่ติดเชื้อไม่จาเป็นต้องใช้หน้ากากเมื่ออยู่ในที่ชุมชนท่ี แน่ใจว่าไม่มีผู้ ติดเช้ือ อาจใช้หน้ากากผ้าท่ีมีคุณภาพ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุท่ีคาดไม่ถึง ว่าจะมีคนไอจามรด หาก เกิดขึ้น รีบเอาหน้ากากออก ล้างหน้า หรือเช็ดหน้า หากไม่เกิดอุบัติเหตุ จัดการหน้ากากที่ใช้คร้ังเดียว เช่นเดยี วกบั ขยะท่วั ไป ส่วนหน้ากากผา้ น้ันซกั แลว้ ใชใ้ หม่ได้ กิน: อาหารปรุงใหม่ ๆ ด้วยกระบวนการท่ีสะอาด ล้างมือก่อนกินอาหาร และไม่ปนเป้ือน อาหารสว่ นกลางด้วยชอ้ นซอ่ มส่วนตัว
9 53 2. ผู้ปว่ ย หน้ากากป้องกนั : ใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ใชแ้ ละทิ้งอย่าง ขยะติดเช้ือ ในท่ีที่มีการจัดไว้ให้ ทเี่ ป็นลักษณะปดิ หรือท้ิงในถุงหรือถงั ขยะปิด ทใี่ ช้เฉพาะ ไอ จาม: ให้ปลอดภัยต่อคนอื่น เว้นระยะห่างและหันหน้าออกจากคนอ่ืน ใช้ข้อ พับศอกด้านในปิด ปากและจมกู หรือใชท้ ชิ ชูปดิ ปากและจมูก แล้วทง้ิ ในถังขยะติด เชื้อ หรือใส่ถุงที่ปิด หากใส่หน้ากากอนามัยอยู่ ให้ไอ จาม ในหน้ากากอนามัย ถ้าใช้ ผ้าเช็ดหน้าปิดปากจมูก เสร็จแล้วให้พับด้านเป้ือนไว้ข้างใน เก็บไว้ใน ถงุ พลาสติก ก่อนนาไปซกั อยหู่ ่างจากคนอน่ื : งดหรอื เลยี่ งการเขา้ ใกลค้ นอน่ื ในระยะน้อยกว่า 1 เมตร 3. ผดู้ แู ลผู้ป่วย ถา้ ต้องเปน็ ผดู้ แู ลผปู้ ว่ ยท่บี า้ น 1. แยกผู้ปว่ ยจากคนอื่น เว้นระยะหา่ งให้เกิน 1-2 เมตร ตลอดเวลา หาก เป็นไปได้ ผู้ป่วยควรจะอยู่ ในห้องแยกและแยกใช้ห้องน้าจากคนอ่นื 2. หนา้ กากอนามัย ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัยเม่ืออยู่ในห้องร่วมกับคนอื่น คนท่ี ดูแลผู้ป่วยใกล้ชิดก็ ควรจะใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยใู่ นห้องผปู้ ว่ ย โดยเฉพาะอย่างย่ิง เม่ือผปู้ ว่ ยใส่ไมไ่ ด้ 3. ระมดั ระวังในการสมั ผัสเสมหะ น้ามูก น้าลาย และส่ิงคัดหลั่งอื่น จากผู้ป่วย ใส่หน้ากากอนามัย ผ้ากนั เปือ้ น และถุงมือ ตามกรณี และลา้ งมอื 4. ทาความสะอาดบรเิ วณทใ่ี ช้ดูแลผู้ปว่ ย และสิง่ ของ เช่น โทรศัพท์ 5. ล้างมือด้วยสบแู่ ละนา้ ใช้แอลกอฮอลเ์ ม่ือไมม่ ีสบแู่ ละนา้ แนวทำงกำรดูแลสขุ อนำมัยสว่ นบุคคล เพ่ือป้องกันและลดกำรแพรเ่ ชื้อโควดิ 19 แนวทางการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล เพ่ือป้องกันและลดการแพร่เชื้อโควิด 19(กรมควบคมุ โรค. 2564 )ดงั นี้ 1. ออกจากบา้ นเม่ือจาเป็นเท่านนั้ หากออกนอกบา้ นใหเ้ วน้ ระยะห่างจากคนอ่ืนอย่างนอ้ ย 1-2 เมตร หลีกเล่ียงการเขา้ ไปในพืน้ ท่ีท่ีมีคนหนาแนน่ แออดั หรือพืน้ ท่ีปิด 2. สวมหนา้ กากอนามยั หรือหนา้ กากผา้ ตลอดเวลา เม่ืออยนู่ อกบา้ น 3.ใชร้ ถสาธารณะเม่ือจาเป็นเท่านนั้ และหลีกเล่ียงช่วั โมงเรง่ ดว่ น หากตอ้ งซอ้ นมอเตอรไ์ ซดค์ วรน่งั หนั ขา้ ง 4. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ส้วม หรอื หลงั จากไอ จาม หรอื หลงั สมั ผสั จดุ เส่ียงท่ีมีผใู้ ชง้ านรว่ มกนั ในท่ีสาธารณะ เชน่ กลอนหรือลกู บิดประตู ราวจบั หรอื ราวบนั ได เป็นตน้ 5. หลีกเล่ียงการใชม้ ือสมั ผสั ใบหนา้ ตา ปาก จมกู โดยไมจ่ าเป็น 6. ผูท้ ่ีเป็นกลุ่มเส่ียง ผู้สูงอายุท่ีอายุมากกว่า 70 ปี ผู้มีโรคเรือ้ รงั เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดัน โลหิตสูง โรคปอด และเด็กอายุต่ากว่า 5 ปี ให้เล่ียงการออกนอกบ้าน เว้นแต่จาเป็น ใหอ้ อกนอกบา้ น นอ้ ยท่ีสดุ ในระยะเวลาสนั้ ท่ีสดุ
54 10 7. แยกของใชส้ ว่ นตวั ไมค่ วรใชข้ องรว่ มกบั ผอู้ ่ืน 8. เลือกทานอาหารท่ีรอ้ นหรือปรุงสุกใหม่ๆ ควรทานอาหารแยกสารับ หรือหากทานอาหาร รว่ มกนั ใหใ้ ช้ ชอ้ นกลางสว่ นตวั ออกกาลงั กายสม่าเสมอ และพกั ผอ่ นใหเ้ พียงพอ 9. หากเดินทางกลบั จากประเทศหรือพืน้ ท่ีท่ีมีการแพร่ระบาดของเชือ้ ไวรสั โควิด 19 ควรกัก ตวั เองท่ีบา้ น 14 วนั และปฏิบตั ติ ามประกาศของกระทรวงสาธารณสขุ 10. หม่นั สงั เกตอาการตนเอง หากมีอาการไอ เจ็บคอ มีนา้ มกู จมกู ไม่ไดก้ ล่ิน ลิ้นไมร่ บั รส ใหไ้ ป รบั การตรวจรกั ษาท่ีโรงพยาบาลใกลบ้ า้ นทนั ที แนวทำงกำรปฏิบตั สิ ำหรับกลุ่มเส่ยี ง 1. คำแนะนำสำหรับผู้สูงอำยุและผู้ทอ่ี ยรู่ ่วมกับผู้สูงอำยุ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ท่ีมีการแพรร่ ะบาดเป็นวงกวา้ ง ผสู้ งู อายุถือ เป็น ประชาชนกลมุ่ เส่ียงตอ่ การเกิดโรคท่ีมีอาการรุนแรงมากกวา่ กลมุ่ วยั อ่ืน การอยู่รวมกนั เป็นครอบครวั ท่ีมีสมาชิก ในบา้ นมีประวตั เิ ดนิ ทางมาจากพืน้ ท่ีเส่ียง อาจทาใหผ้ สู้ งู อายตุ ดิ เชือ้ ได้ ดงั นนั้ ผสู้ ูงอายแุ ละ บคุ คลในครอบครวั ควรมีการปฏิบตั ติ น เพ่ือการปอ้ งกนั การรบั สมั ผสั และแพรก่ ระจายเชือ้ โรค ดงั นี้ 1.1 คาแนะนาสาหรบั ผสู้ งู อายุ 1.1.1 ลา้ งมือบอ่ ย ๆ ดว้ ยนา้ และสบหู่ รือเจลแอลกอฮอล์ 70 % ทกุ ครงั้ ก่อนรบั ประทาน อาหาร หลงั เขา้ สว้ ม หรือเม่ือสมั ผสั ส่งิ ของรว่ มกบั ผอู้ ่ืน หลีกเล่ียงการใชม้ ือสัมผสั ใบหนา้ ตา ปาก จมกู 1.1.2 เลือกทานอาหารท่ีร้อนหรือปรุงสุกใหม่ๆ ควรทานอาหารแยกสารับ หรือหากทาน อาหาร รว่ มกนั ให้ใชช้ อ้ นกลางส่วนตวั ออกกาลงั กายสม่าเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ 1.1.3 หากไอ จาม ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากหรือใช้ข้อศอกปิดปากจมูก และทา ความสะอาดมือด้วยสบู่และน้าหรือเจลแอลกอฮอล์ทันที หรือให้สวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงการอยู่ ใกล้ชดิ ผู้ทีม่ อี าการหวัด มไี ข้ ไอ จาม มนี า้ มกู 1.1.4 งดออกจากบ้านหรือเข้าไปในบริเวณท่ีมีคนแออัด หากจาเป็นให้ใส่หน้ากากอนามัย หรอื หนา้ กากผา้ ใชเ้ วลานอ้ ยท่ีสุด รักษาระยะห่างจากบุคคลอ่ืน 1 - 2 เมตร หลีกเล่ียงการสวมกอด หรือ พดู คยุ ในระยะใกลช้ ดิ กบั บคุ คลอ่ืน และเปล่ียนมาใชก้ ารส่ือสารทางโทรศพั ทห์ รอื Social media เป็นตน้ 1.1.5 หากมีโรคประจาตัว ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต สูง หรือ โรคปอดอดุ กน้ั เรื้อรัง โรคมะเร็ง ควรจัดเตรียมยาสารองสาหรับรักษาโรคประจาตัวของ ผู้สูงอายุไว้ ภายใตด้ ุลยพินิจของแพทยห์ ากถึงกาหนดตรวจตามนัด ใหต้ ดิ ต่อขอคาแนะนาจาก แพทย์ และให้ญาติไป รับยาแทน
11 55 1.1.6 ดูแลสภาพจิตใจของตนเอง ไม่ให้เครียดเกินไป หาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น การออกกาลังกาย ท่ีเหมาะสมกับสุขภาพ (เช่น รามวยจีน โยคะ) ฟังเพลง ร้องเพลง หรือเล่น ดนตรี ปลูกต้นไม้ ทาสวน จัดห้อง ตกแต่งบ้าน เล่นกับสัตว์เลี้ยง สวดมนต์ น่ังสมาธิ การฝึกหายใจ คลายเครยี ด ทาบญุ ตักบาตร เป็นต้น 1.2 คาแนะนาสาหรับผทู้ ีอ่ ย่รู ่วมกับผู้สงู อายุ 1.2. หม่ันสังเกตตนเอง ว่ามีอาการไข้ หรืออาการทางเดินหายใจหรือไม่ หากพบว่ามี อาการดงั กลา่ ว ควรงดการใกล้ชดิ กับผู้สงู อายุ 1.2.2 หลีกเล่ียงการคลุกคลีกับผู้สูงอายุโดยไม่จาเป็น หาวิธีการสร้างความสัมพันธ์อันดี โดยรักษา ระยะหา่ งกับผสู้ งู อายุ 1.2.3 ผู้ท่ีทาหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมือทุกคร้ัง กอ่ นให้ การดแู ล 2. คำแนะนำสำหรบั ผู้ที่มีโรคประจำตวั เบำหวำน ควำมดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และสมอง โรคระบบทำงเดนิ หำยใจ ผทู้ มี่ โี รคประจาตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหติ สูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรค ระบบ ทางเดินหายใจ หากมีการติดเชื้อโควิด 19 จะมีความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป เพอ่ื เปน็ การ ป้องกันไม่ให้เกดิ การตดิ เช้ือหรอื ป่วยรนุ แรง จงึ มีคาแนะนาดังนี้ 2.1 คาแนะนาสาหรับผปู้ ว่ ย 2.1.1 ให้อยู่ในท่ีพักอาศัย เว้นการคลุกคลีใกล้ชิดกับบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ดูแล รักษาระยะห่าง ระหว่าง บุคคล 1 - 2 เมตร 2.1.2 หากต้องออกนอกที่พักอาศัย ไปในพ้ืนท่ีท่ีมีคนแออัด หรือโดยสารรถสาธารณะ ให้สวม หน้ากากอนามยั หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา 2.1.3 งดใช้ของหรือเคร่อื งใชส้ ่วนตวั ร่วมกบั ผู้อ่ืน 2.1.4 มีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของสถานพยาบาลท่ีรักษาประจา เพื่อปรึกษาปัญหา สุขภาพ 2.1.5 ติดต่อสถานพยาบาลท่ีรักษาประจาก่อนกาหนดนัด เพื่อรับทราบข้อปฏิบัติ เช่น ใหญ้ าติหรือ ผ้อู ่ืนไปรบั ยาแทน ใหไ้ ปรับยาใกล้บา้ น หรือให้ยา้ ยไปตรวจทสี่ ถานพยาบาลอ่ืน 2.1.6 รับประทานยาสม่าเสมอ และหม่ันตรวจสุขภาพตนเอง เช่น วัดความดันโลหิต หรอื วดั ระดบั นา้ ตาลในเลอื ดเองที่บา้ น 2.1.7 หากมอี าการปว่ ยฉกุ เฉนิ ให้โทรเรยี ก 1669
56 12 2.1 คาแนะนาสาหรบั ญาตผิ ู้ใกลช้ ิด และผ้ดู ูแล 2.1.1 สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาทใี่ ห้การดูแล 2.1.2 ล้างมือกอ่ นและหลงั การใหก้ ารดูแล 2.1.3 หากมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ เช่น มีน้ามูก ไอ เจ็บคอ หรือรู้สึกมีไข้ ตอ้ งงด การให้การดแู ล หรอื อยใู่ กล้ชดิ ควรมอบหมายผู้อนื่ ทาหน้าทีแ่ ทน 2.1.4 ทาความสะอาดเคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ท่ีต้องใช้ประจาร่วมกันในบ้าน เช่น เครอ่ื งวัดความดันโลหติ ดว้ ยแอลกอฮอล์ 3. คำแนะนำสำหรับกลุ่มเด็กเล็กที่มีอำยุต่ำกว่ำ 5 ปี รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอดท่ี มหี นำ้ ที่ ดูแลเด็กเล็ก 3.1 คาแนะนาสาหรบั กลุม่ เดก็ เล็กทมี่ อี ายุตา่ กวา่ 5 ปี โรคโควิด 19 มีอันตรายต่อเด็กเช่นเดียวกับโรคติดเช้ือระบบทางเดินหายใจทั่วไป เช่น ไขห้ วดั ใหญ่ ไข้หวัดธรรมดา จึงมคี าแนะนาสาหรบั ผูป้ กครอง ดังน้ี 3.1.1 ห้ามพาเด็กออกไปทส่ี าธารณะโดยไมจ่ าเปน็ ควรใหเ้ ดก็ เลน่ ในบา้ น 3.1.2 เวน้ ระยะห่างทางสงั คม (Social Distancing) ใกลช้ ดิ คนอนื่ ให้นอ้ ยท่ีสุด 3.1.3 ผู้ใหญ่ท่ีดูแลเด็กไม่ควรออกไปนอกบ้าน ถ้าจาเป็นต้องออกไปเม่ือกลับมาถึงบ้าน ต้องอาบนา้ เปลยี่ นเสือ้ ผ้า ก่อนมาเล่นกบั เดก็ 3.1.4 สอนเด็กล้างมือ ใส่หน้ากาก กินอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุก สะอาด และนอน พกั ผ่อน ใหเ้ พยี งพอ 3.1.5 หากเดก็ ตดิ เชื้อโควิด 19 อาการของโรค เร่ิมตั้งแต่มีอาการหวัดน้อย ๆ จนถึงปอด อักเสบหรือ ปอดบวม และหากมีโรคประจาตัว ก็จะมีอาการชัดเจนอย่างรวดเร็ว ดังน้ัน ถ้าเร่ิมมีอาการ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที 3.2 คาแนะนาสาหรบั หญิงต้ังครรภ์ หญงิ หลังคลอด ทม่ี หี นา้ ทีด่ ูแลเด็กเล็ก เน่ืองจากเชื้อโควิด 19 เป็นเชื้อไวรัสชนิดใหม่ ยังไม่มีข้อมูลว่าหญิงต้ังครรภ์มีโอกาสติดเช้ือ มากกวา่ คนทั่วไปหรอื ไม่ จงึ มคี าแนะนาดงั นี้ 3.2.1 การดแู ลหญิงตัง้ ครรภ์ หญิงหลงั คลอด กล่มุ ปกติ กลุ่มปกติคือ กลุ่มท่ีไม่ติดเชื้อ ใช้หลักการป้องกันการแพร่ระบาดของเช้ืออย่าง เครง่ ครัด โดย - หลีกเล่ยี งการสมั ผัสหรืออยใู่ กลช้ ดิ ผู้ทม่ี ไี ข้ หรือมอี าการระบบทางเดนิ หายใจ หรือผทู้ ีเ่ ดนิ ทาง มาจากพน้ื ทเ่ี ส่ียง - หลีกเลี่ยงการอย่สู ถานทท่ี ีม่ ผี ู้คนแออัด หรอื รวมกลุ่มกันจานวนมาก - สวมหน้ากากอนามยั หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาเมือ่ ออกนอกบ้าน
13 57 - หากต้องอยใู่ นสถานที่สาธารณะ ควรเว้นระยะหา่ งจากบคุ คลอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร - หลกี เล่ยี งการใชม้ ือสมั ผสั บริเวณดวงตา ปาก และจมูก - รบั ประทานอาหารท่ีปรงุ สุกใหมเ่ สมอ - แยกภาชนะรบั ประทานอาหารและงดใชข้ องสว่ นตัวรว่ มกับผู้อ่นื - ล้างมอื บอ่ ย ๆ ดว้ ยสบูห่ รือเจลแอลกอฮอล์ 70% - เฝ้าระวังอาการ โดยเฉพาะอาการไข้หรืออาการระบบทางเดินหายใจ หากมีอาการ ป่วย เลก็ นอ้ ย ควรพักผอ่ นอยู่ทีบ่ า้ น ถ้ามีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนอื่ ย ควรรีบไปพบแพทย์ - หากถึงกาหนดนดั ฝากครรภ์ สามารถติดตอ่ ขอคาแนะนากบั แพทยท์ ่ีฝากครรภ์ เพ่ือ พิจารณา ความจาเป็นในการไปตรวจตามนดั 3.2.2 การดแู ลหญิงตงั้ ครรภ์ หญิงหลงั คลอดท่ีเป็นกลมุ่ เส่ียงตดิ เชือ้ โควดิ 19 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เส่ียง หรือสัมผัส/ใกล้ชิดผู้ป่วย โควิด 19 - แยกตนเองออกจากครอบครวั และสงั เกตอาการจนครบ 14 วนั งดการใชส้ ่ิงของ ร่วมกบั ผอู้ ่ืน - งดออกไปในท่ีชมุ ชนโดยไม่จาเป็น และอยู่หา่ งจากผอู้ นื่ ในระยะ 1 - 2 เมตร - กรณีครบกาหนดนัดฝากครรภ์ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่าตนเองอยู่ระหว่าง การเฝา้ ระวัง 14 วนั เพ่ือพจิ ารณาเล่ือนการฝากครรภ์ และปฏิบตั ติ ามคาแนะนาของเจา้ หนา้ ท่ี - กรณีเจ็บครรภ์คลอด ต้องไปโรงพยาบาลทันที และแจ้งเจ้าหน้าท่ีให้ทราบว่า ตนเองอยูร่ ะหว่าง การเฝา้ ระวงั 14 วนั 3.3.3 คาแนะนาสาหรบั การดแู ลทารกแรกเกิด กรณีแมเ่ ป็นผทู้ ่ีสงสยั ตดิ เชือ้ หรือตดิ เชือ้ โควิด 19 ปัจจบุ นั ยงั ไมม่ ีหลกั ฐานการติดตอ่ ผ่านทางรกหรือผา่ นทางนา้ นม แตท่ ารกท่ีเกิดจากแม่ท่ี ตดิ เชือ้ โควิด 19 จดั เป็นผมู้ ีความเส่ียง จะตอ้ งมีการแยกตวั ออกจากทารกอ่ืน และต้องสงั เกตอาการ เป็นเวลา 14 วนั สาหรบั แนวทางการเลีย้ งลกู ดว้ ยนมแม่ เม่ือคานึงถึงประโยชนข์ องการเลีย้ งลกู ดว้ ย นมแมแ่ ละยงั ไมม่ ีหลกั ฐาน ทางวิชาการในการแพรเ่ ชือ้ ไวรสั ผ่านทางนา้ นม ดงั นนั้ ทารกจงึ สามารถ กินนมแมไ่ ด้ โดยปฏิบตั ติ ามแนวทาง ปอ้ งกนั การตดิ เชือ้ อยา่ งเครง่ ครดั ดงั นี้ คาแนะนาสาหรับแม่ ในกรณสี งสัยว่าจะติดเชอ้ื หรือติดเชื้อโควิด 19 แลว้ 1. กรณแี ม่เปน็ ผู้ที่สงสัยวา่ จะตดิ เช้ือหรอื ตดิ เชื้อโควิด 19 แลว้ แตอ่ าการไมม่ าก สามารถกอด ลกู และใหน้ มจากเตา้ ได้ ทงั้ นีข้ นึ้ อยกู่ บั การตดั สินใจของแม่และครอบครวั ตอ้ งปฏิบตั ิตาม แนวทาง ปอ้ งกนั การตดิ เชือ้ อยา่ งเครง่ ครดั 2. กรณีแม่ท่ีติดเช้ือโควิด 19 และมีอาการชดั เจน หากยงั สามารถบีบนา้ นมได้ ใหใ้ ชว้ ิธีบีบ นา้ นม และใหผ้ ชู้ ว่ ยเป็นผปู้ อ้ นนมแกล่ กู หากไมส่ ามารถบีบนา้ นมเองได้ อาจพจิ ารณาใชน้ มผงแทน
58 14 ก. ขอ้ ปฏิบตั ใิ นกรณีใหท้ ำรกกนิ นมจำกเต้ำ 1) อาบน้าหรอื เชด็ ทาความสะอาดบรเิ วณเตา้ นมและหัวนมดว้ ยสบู่และนา้ 2) ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้า นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์ เข้มขน้ 70% เช็ดทาความสะอาด 3) สวมหนา้ กากอนามยั ตลอดการทากจิ กรรมเก่ียวกับการใหน้ มลกู 4) ไมส่ ัมผัสบรเิ วณใบหนา้ ของทารก เชน่ การหอมแก้ม ข. ขอ้ ปฏิบัตใิ นกำรบบี น้ำนม และกำรป้อนนม 1) อาบนา้ หรือเช็ดทาความสะอาดบริเวณเตา้ นมและหัวนมดว้ ยนา้ และสบู่ 2) ล้างมือให้สะอาดด้วยน้าและสบู่ นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์ เข้มข้น 70% เช็ดทาความสะอาด 3) สวมหน้ากากอนามัย ตลอดการทากิจกรรมเก่ียวกับการเตรียมนม การบีบน้านม และการใหน้ 4) ไมส่ มั ผสั บรเิ วณใบหน้าของทารก เชน่ การหอมแก้ม 5) หาผู้ช่วยหรือญาติท่ีมีสุขภาพแข็งแรง ทราบวิธีการป้อนนมท่ีถูกต้อง และต้อง ปฏิบัติตามวิธีการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด โดยนาน้านมแม่มาป้อนด้วยการใช้ช้อน ถ้วย เลก็ หรอื ขวดนม 6) ล้างทาความสะอาดอุปกรณ์ เช่น ท่ีป๊ัมนม ขวดนม ด้วยน้ายาล้างอุปกรณ์ และทาการน่ึง ฆ่าเชอื้ หลังเสร็จสิน้ กิจกรรม “หากพบผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจาตัว เช่น โรคปอด โรคเบาหวาน มีอาการทางเดิน หายใจ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อย มีน้ามูก จมูกไม่ได้กลิ่น ล้ินไม่รับรส ให้รีบไปรับการตรวจรักษาท่ีโรงพยาบาล ใกล้บ้านทันที หากมาช้าเกิน 48 ชั่วโมง จะมโี อกาสเสยี ชีวติ ได้”
59 บทท่ี 3 วัคซนี ต้ำนโควดิ -19 ประเภทของวคั ซีน ปัจจุบันมกี ารออกแบบวคั ซนี 3 ประเภท (วาสนา พลายเลก็ .2564 : 14-21) ดงั นี้ 1. การใช้เช้ือโรค (ไวรัสหหรือแบคทีเรยี ) ทั้งตัว (Whhole – microbe Approaach) มาทาวัคซนี แบง่ เปน็ 3 ประเภทย่อย ไดแ้ ก่ 1.1 วคั ซีนเชือ้ ตาย (Inacctivated Vaccine) นาเช้อื โรคมาทาให้ตายดว้ ยสารเคมี ความร้อน หรอื รงั สี ตวั อยา่ งเช่น วคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ วัคซนี โปลิโอ วคั ซนี กล่มุ นตี้ อ้ งฉีด 2-3 โดส และตอ้ งใช้เวลานาน กว่าระดับภูมคิ มุ้ กนั จะขึ้น วัคซีนโควิดทใ่ี ช้เทคนิคน้ี ไดแ้ ก่ ซิโนแวค ซิโนฟฟาร์ม 1.2 วัคซนี เชื้ออ่อนแรง (Live – attenuated Vaccine) นาเชือ้ โรคมาทาใหอ้ ่อนแรง แต่เช้อื นั้นยงั ไม่ตาย ตัวอย่างเชน่ วัคซีนหัดเยอรมัน วคั ซนี คางทูม วคั ซนี กลุ่มมนี้ไม่เหมาะกับผทู้ มี่ ีปัญหาเกี่ยวกบั ระบบภมู ิคมุ้ กัน ไม่มีวัคซีนโควิดทีใ่ ชเ้ ทคนิคน้ี 1.3 วคั วนี ทีอ่ าศัยไวรัสชนิดอ่นื นเปน็ ตัวนาส่งชิน้ ส่วนโปรตนี ของเช้ือโรค (Vira Vector Vaccine) ตวั อยา่ งเช่น วัคซนี นอโี บลา วคั ซนี กลมุ่ นท้ี าใหเ้ กดิ ภมู คิ มุ้ กันได้โดยไมป่ ่วย แต่ต้องมเี ทคโนโลยี เฉพาะในกการสร้างไวรสั ลูกผสมขน้ึ ในหอ้ งปฏิบตั ิการ วัคซนี โควดิ ทีใ่ ช้เทคนคิ น้ี ไดแ้ ก่ แอสตราเซแนกา สปปุตนิกวี ใชไ้ วรสั ที่ไมเ่ พิม่ จานวนเปน็ พาหะของยีนสไปคโ์ ปรตีน (Recombinant Adenovirus Vecctor) 2. การใชส้ ่วนใดสว่ นหน่งึ ของโรคขอองเช้ือที่สามารถกระตุ้นให้เกดิ ภมู ิค้มุ กันได้ (Subunit AApproach) โดยการสร้างชน้ิ สว่ นจาเพาะของเชอ้ื ไวรสั หรอื แบคทีเรีย ไม่จาเปน็ ตอ้ งใช้เชอื้ ท้ังตัวและไม่ ตอ้ งอาศยั ไวรัสตวั อ่ืน เพอ่ื สรา้ งโปรตนี หรอื น้าตาลทเี่ ป็นสว่ นประกอบของเช้ือนามาฉีดเป็นวคั ซีน สว่ นใหญ่ เทคนิคนใ้ี ชผ้ ลติ วคั ซีนสาหรบั เด็ก ตวั อย่างเชน่ วคั ซนี บาดทะยัก ไอกรน คอตีบ นับเปน็ วัคซนี ทมี่ คี วาม ปลอดภัยสงู วัคซนี โควิดทใี่ ช้เทคนคิ น้ี ได้แก่ โนวาแวกซ์ นาโนโคแวกช์ ใบยา 3. การใชส้ ารพันธุกรรมของชอ้ื โรค (Nucclleic Acid Vaccine) ใช้ช้ินสว่ นของสารพนั ธกุ รรมของ เชอื้ โรคท่ีควบคุมคาสง่ั การสรา้ งโปรตีนบางอย่างอาจเปน็ DNA หรอื RNA ที่เชอื้ โดรคน้ัน ๆ ใชส้ รา้ งโปรตีน โดยถา้ เป็น DNA จะเปล่ียนให้เปน็ mRNA ก่อน วคั ซนี โควิดทีใ่ ชเ้ ทคนิคน้ี ไดแ้ ก่ ไฟเซออร์ โมเดออร์นา ใช้ชน้ั ไขมนั ของเซลล์ (Lippid Nannoparticles) เป็นเปลอื กห้มุ mRNA ของยนี สไปคโ์ ปรตนี
60 16 รำยชอื่ วัคซีนท่อี งค์กำรอนำมยั โลกให้กำรรับรอง ขอ้ มูลจากองคก์ ารอนามัยโลกในเดือนพฤษภาคม 2564 ระบุว่ามวี คั ซีนโควิดยห่ี อ้ ที่ประกาศให้การ รับรองเพื่อใชใ้ นกรณีฉุกเฉนิ (WHO's Emergency Use Listing ) ดงั น้ี 1. บริษัทไฟเซอรไ์ บโอนาโนเทค เจ้าของและผ้ผู ลิตวคั ซนี BNT162b2 2. บริษทั แอสตราเซเนกา ออกซฟอรด์ เจา้ ของวัคซนี AZD1222 หรือ ChAdOx1 3. สถาบนั Serum Institute of India ผ้ผู ลติ วคั ซีน Covishield 4. บรษิ ัทแจนเซน เจา้ ของและผูผ้ ลติ วัคซนี JNJ-78436735 หรอื Ad26.COV2.S 5. บรษิ ทั โมเดอร์นา เจา้ ของและผผู้ ลติ วคั ซนี mRNA-1273 6. สถาบนั Beijing Institute of Biological Products เจ้าของและผผู้ ลติ วคั ซีน Sinopharm BBIBP-CorV 7. บรษิ ทั Sinovac Biotech เจา้ ของและผผู้ ลิตวัคซีน Sinovac CoronaVac COVID - 19 ติดตำมกำรพัฒนำวคั ซนี โควดิ -19 ในปีน้ี หนังสือ The New York Times ได้รวบรวมข้อมูลการติดตามการพัฒนาวัคซีนทั่วโลก เบ้ืองต้น ขอเร่มิ จากการอธบิ ายถึง ข้ันตอนการพัฒนาวคั ซนี ดงั น้ี 1. PHASE 1 ทดสอบความปลอดดภัยและหาปริมาณการใชท้ ่เี หหมาะสม 2. PHASE 2 ศกึ ษาดา้ นความปลอดภยั เพม่ิ เตมิ 3. PHASE 3 ทดสอบฉีดวัคซีนในนกลมุ่ ตัวอยา่ งจานวนมาก 4. AAUTHORIED อนญุ าตใหใ้ ชไ้ ดก้ อ่ นหรือใชไ้ ด้ในวงจากดั 5. APPROVED อนุญาตให้ใช้ได้เต็มที่ 6. ABANNDONED งดใชห้ ลงั พบปัญหาในเฟส 2 ปัจจุบันมีนักวิจัยท่ัวโลกกาลังทดสอบและพัฒนาวัคซีนโควิด-19รวมทั้งหมด 92 ชนิด อยู่ใน ขั้นตอนการทดสอบในคน (Clincall Trials in Human) โดยมีวัคซีน 28 ชนิดดาเนินการมาถึงขั้นตอน สุดท้ายของการทดสอบ และมีวัคซีนอีกอย่างน้อย 77 ชนิดที่ยังอยู่ในขั้น Preclinical โดยกาลังทดสอบใน สตั ว์ รวมวคั ซีนแถวหน้ำผำ่ นกำรทดสอบทกุ ขน้ั ตอน จนถึงขณะน้ที ว่ั โลกมีวัคซีนเพียง 12 ชนิดจาก 92 ชนิดท่ีผ่านการทดสอบท้ัง 3 เฟส และมีเพียง 7 ชนิดที่ผ่านการอนุญาตให้ใช้แบบฉุกเฉินโดยองค์การอนามัยโลก ได้แก่ ไฟเซอร์ แอสตราเซเนกา โควิชิลด์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซีโนฟาร์ม และซิโนแวค โดยเรียงตามลาดับการส่งข้อมูลเพ่ือให้องค์การอนามัย โลกรับรอง ดงั นี้
17 61 31 ธันวำคม 2020 ไฟเซอร์ เทคโนโลยีท่ใี ช้ วัคซีนชนดิ mRNA ประสิทธิภำพ ป้องกันการติดเช้ือโควิดได้ร้อยละ 91.3 ช่วยให้ระดับภูมิคุ้มกันข้ันสูง สามารถ ป้องกันการเจ็บป่วยถึงข้ันต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ในกลุ่มประชากรวัยผู้ใหญ่เมื่อฉีดครบ 2 เข็ม และมีประสิทธิภาพรอ้ ยละ 64 ในกลุ่มประชากรวัยผ้ใู หญท่ ่ีฉีดเพยี ง 1 เข็ม วิธีใช้ ตอ้ งฉีดให้ครบ 2 เขม็ หา่ งกัน 3 สปั ดาห์ สถำนะ เป็นวัคซีนท่ีได้รับการรับรองในสวิตเซอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ บราซิล ซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน และอนุญาตให้ใช้แบบฉุกเฉินใน 85 ประเทศ ตัวอย่างเช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แคนาดา สงิ คโปร์ เกาหลีใต้ - ผ่านการอนญุ าตใหใ้ ช้แบบฉุกเฉนิ โดยองคก์ ารอนามยั โลก - ผา่ นการอนุญาตใหใ้ ช้แบบฉุกเฉินในสหรัฐอเมรกิ าและสหภาพยโุ รป ข้อมลู สนับสนุนประสทิ ธิภำพ - มีการทดสอบ 24 ครงั้ ใน 14 ประเทศ - ลา่ สดุ องคก์ ารอาหารและยาแหง่ สหรฐั อเมริกาประกาศขยายกลุ่มประชากรใหเ้ ดก็ อายุต่ากว่า 12 ปฉี ีดไฟเซอร์ได้ - ในสหรฐั อเมรกิ าใชฉ้ ดี ในกลุ่มประชากรอายุ 65 ปเี พ่อื ลดการเจ็บปว่ ยรนุ แรง 15 กุมภำพันธ์ 2021 โควชิ ลิ ล์ เทคโนโลยที ่ีใช้ วัคซีนชนดิ Viral Vector ประสทิ ธิภำพ ปอ้ งกนั ารติดเช้ือโควิดได้รอ้ ยละ 70.4 นอกจากนี้ในการทดสอบ Clinical Trial พบวา่ การฉดี วคั ซนี โควิชเข็มที่ 1 ปอ้ งกันการตดิ เช้ือไดร้ อ้ ยละ 82 ตลอดช่วงเวลา 12 สปั ดาห์กอ่ นจะไดร้ ับ วัคซนี เขม็ ที่ 2 และลดการเจ็บป่วยจนมีอาการหนักได้ร้อยละ 100 วิธใี ช้ ต้องฉดี ให้ครบ 2 โดส หา่ งกัน 6 - 8 สปั ดาห์ สถำนะ เป็นวัคซีนท่ีอนุญาตให้ใช้แบบฉุกเฉินใน 40 ประเทศ เช่น บราซิล แคนาดา ยูเครน แอฟรกิ าใต้ อนิ เดยี ฮังการี อารเ์ จนตินา ขอ้ มูลสนับสนุนประสทิ ธภิ ำพ - มกี ารทดสอบ 2 ครง้ั ใน 1 ประเทศ - ผ่านการอนุญาตใหใ้ ช้แบบฉุกเฉนิ โดยองค์การอนามยั โลก 12 มีนำคม 2021 จอห์นสนั แอนด์จอหน์ สนั เทคโนโลยที ใ่ี ช้ วัคซีนชนดิ Viral Vector ประสทิ ธภิ ำพ โดยเฉลยี่ ปอ้ งกนั การติดเชอื้ โควิดไดร้ อ้ ยละ 66 แต่ในผลการทดสอบ Clinical Trial แตกต่างกนั ไปในแต่ละประเทศ เช่น ในสหรัฐอเมริกาป้องกันการติดเชื้อโควิดได้ร้อยละ 72 ร้อยละ 64 ใน แอฟริกาใต้ และรอ้ ยละ 61 ในบราซิล วิธีใช้ ฉีดเพยี ง 1 เขม็
62 18 สถำนะ เป็นวัคซีนท่ีได้รับการรับรองในบราซิลและอนุญาตให้ใช้แบบฉุกเฉินใน 42 ประเทศ ตวั อยา่ งเชน่ สวิตเซอรแ์ ลนด์ เบลเยียม แคนาดา สวีเดน สหรฐั อเมรกิ า สเปน ไทย ข้อมลู สนบั สนนุ ประสิทธิภำพ - มกี ารทดสอบ 10 ครั้งใน 17 ประเทศ - ผา่ นการอนุญาตใหใ้ ช้แบบฉกุ เฉินโดยองค์การอนามัยโลก สถำนะในไทย ผ่านการอนุมัติจากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาแต่ยังไม่มีข้อมูล การนาเข้ามา 16 เมษำยน 2021 แอสตรำเซเนกำ เทคโนโลยีที่ใช้ วคั ซนี ชนดิ viral vector ประสิทธิภำพ มีประสทิ ธภิ าพปอ้ งกันการติดเช้ือโควิด ร้อยละ 76 นอกจากน้ีผลการวิจัยที่จัดโดย Public Health England พบว่า วัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพป้องกันการติดเช้ือสายพันธุ์อินเดีย ร้อยละ 60 และปอ้ งกนั การติดเช้อื สายพันธ์อุ ังกฤษร้อยละ 66 วิธใี ช้ ตอ้ งฉดี ให้ครบ 2 โดส หา่ งกนั 3 สัปดาห์ สถำนะ เป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองในสวิตเซอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ บราซิล ซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน และอนุญาตให้ใช้แบบฉุกเฉินใน 99 ประเทศ ตัวอย่างเช่น ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดาญ่ีปุ่น อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน ไต้หวัน สหรฐั อาหรับเอมเิ รตส์ องั กฤษ ขอ้ มูลสนบั สนุนประสทิ ธภิ ำพ - มีการทดสอบ 31 คร้ังใน 18 ประเทศ - ผา่ นการอนญุ าตให้ใช้แบบฉกุ เฉนิ โดยองค์การอนามยั โลก - สถำนะในไทย ผ่านการอนุมัติจากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาดาเนินการฉีดให้ ประชาชนโดยกระทรวงสาธารณสุข 30 เมษำยน 2021 โมเดอรน์ ำ เทคโนโลยที ่ใี ช้ วคั ซีนฉีด mRNA ประสทิ ธิภำพ ป้องกันการติดเช้ือโควิด ร้อยละ 90 ในการทดสอบ Clinical Trial เฟส 2 ควบ 3 ในกล่มุ ตวั อย่าง 3,700 คน คร่ึงหน่ึงได้รับวัคซีนอีกครึ่งหนึ่งได้รับยาหลอก พบว่า กลุ่มที่ได้วัคซีนไม่ติดเชื้อ เลยส่วนกลุ่มท่ีได้ยาหลอกติดเชื้อ 4 คน กลุ่มท่ีได้รับวัคซีนเมื่อได้รับวัคซีนเข็มท่ีหนึ่งพบว่า วัคซีนป้องกัน การติดเช้ือโควดิ ไดร้ ้อยละ 93 หลังไดร้ บั เขม็ ที่ 2 ป้องกันการตดิ เช้อื โควิดได้รอ้ ยละ 94 วิธีใช้ ต้องฉดี ใหค้ รบ 2 โดส ห่างกัน 4 - 12 สัปดาห์ สถำนะ เป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองในบราซิล และอนุญาตให้ใช้แบบฉุกเฉินใน 47 ประเทศ ตัวอย่างเช่น อังกฤษ สเตรเลีย ไทย เวียดนาม บรูไน กัมพูชา แคนาดา ไต้หวัน และผ่านการอนุญาตให้ใช้ แบบฉกุ เฉนิ ในองค์การอนามยั โลก
19 63 ขอ้ มลู สนบั สนนุ ประสิทธภิ ำพ มกี ารทดสอบ 21 ครัง้ ใน 4 ประเทศ - ผ่านการอนุญาตให้ใช้แบบฉุกเฉินในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ประกาศให้หยุดใช้ใน เดนมารก์ และนอรเ์ วย์ เนื่องจากพบการเกิดลิ่มเลือดมีเลือดออกและเกลด็ เลือดต่า สถำนะในไทย ผ่านการอนุมัติจากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะดาเนินการฉีดโดย โรงพยาบาลเอกชนในไตรมาสท่ี 3 และ 4 7 พฤษภำคม 2021 ซโี นฟำร์ม เทคโนโลยที ่ีใช้ วัคซนี ชนิด Inactvated ประสทิ ธิภำพ ปอ้ งกันการติดเช้ือโควิด ร้อยละ 78 ถึง 72 โดยในการทดสอบเฟส 3 แสดงให้เห็น ว่าเมือ่ ฉีดครบ 2 เข็มโดยมรี ะยะห่างระหวา่ งเข็มที่ 1 และ 2 จานวน 21 วัน มีประสิทธิภาพป้องกันการติด เชอ้ื โควดิ ไดร้ อ้ ยละ 79 และหลงั ฉดี วคั ซนี เข็มท่ี 2 ครบ 14 วนั มปี ระสทิ ธภิ าพในการป้องกันการติดเชื้อและ ลม้ ป่วยจนเขา้ พักรกั ษาตวั ในโรงพยาบาลได้รอ้ ยละ 79 วธิ ใี ช้ ตอ้ งฉีดให้ครบ 2 โดดห่างกนั 3-4 สัปดาห์ สถำนะ เป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองในบราซิลและอนุญาตให้ใช้แบบฉุกเฉินใน 42 ประเทศ ตัวอย่างเชน่ อิรกั อหิ รา่ น ชาวฮงั การี จีน กมั พูชา บรูไน อารเ์ จนตินา สหรัฐอาหรบั เอมิเรตส์ ข้อมูลสนับสนุนประสิทธิภำพ มีการทดสอบ 6 ครั้งใน 7 ประเทศผ่านการอนุญาตให้ใช้แบบ ฉุกเฉินโดยองคก์ ารอนามยั โลก สถำนะในไทย ผ่านการอนุมัติจากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาดาเนินการนาเข้ามาโดย ราชวิทยาลัยจุฬาภรและจาหน่ายแบบองค์กรต่อองค์กรเช่น บริษัท ปตท. จากัด สภาอุตสาหกรรมแห่ง ประเทศไทย 1 มถิ ุนำยน 2021 ซโิ นแวค เทคโนโลยีทใี่ ช้ วคั ซีนชนิด Inactivated ประสิทธิภำพ ป้องกันการติดเช้ือโควิด ร้อยละ 50.65 ในการศึกษาที่เรียกว่าที่บราซิลระหว่าง เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดอื นเมษายน 2021 ท่ผี า่ นมา มีการฉีดวัคซีนให้ประชากรในเมือง savannahถึงร้อยละ 60 ของจานวนประชากรและมีระยะห่างระหว่างเข็มที่ 1 กับเข็มท่ี 2 จานวน 28 วัน พบว่าทาให้ลด จานวนผู้ตดิ เช้ือลงไดร้ อ้ ยละ 95 ถงึ 86 วธิ ใี ช้ ต้องฉดี ใหค้ รบ 2 โดส หา่ งกนั 2 สัปดาห์ สถำนะ เป็นวัคซีนท่ีได้รับการรับรองในจีนและอนุญาตให้ใช้แบบฉุกเฉินใน 25 ประเทศตัวอย่าง เช่น จนี ฮอ่ งกง ลาว มาเลเซีย ฟลิ ปิ ปนิ ส์ ชิลี อยี ิปต์ บราซิล ขอ้ มูลสนบั สนุนประสทิ ธิภำพ - มกี ารทดสอบ 6 ครง้ั ใน 7 ประเทศ - ผา่ นการอนญุ าตให้ใชแ้ บบฉุกเฉินโดยองคก์ ารอนามัยโลก สถำนะในไทย ผ่านการอนุมัติจากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาดาเนินการฉีดให้ ประชาชนโดยกระทรวงสาธารณสขุ
64 บรรณำนุกรม วาสนา พลายเลก็ . (2564). ชีวจิต ฉบบั พิเศษ วคั ซีนโควดิ - 19. กรุงเทพ ฯ : อมรินทรพ์ รน้ิ ต้งิ แอนด์ พบั ลิชชงิ่ จากดั . กรมควบคมุ โรค. (2564). “แนวทางปฏบิ ตั เิ พื่อการป้องกนั โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19).” [ออนไลน์]. เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia /file/int_protection/int_protection_030164.pdf สืบคน้ 8 พฤศจกิ ายน 2564. มหาวทิ ยาลยั มหิดล. (2564). “ความรู้พืน้ ฐาน โรคโควดิ -19 (COVID-19) การตดิ เชื้อ การป่วย การดแู ลรักษาการป้องกันการแพรเ่ ชื้อและการติดเชื้อ.” [ออนไลน์]. เขา้ ถึงได้จาก : http://phoubon.in.th/covid-19.pdf สืบคน้ 8 พฤศจิกายน 2564. อมร ลีลารศั มี. (2564). “โรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (covid-19).” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก : https://tmc.or.th/covid19/download/pdf/tmc-covid19-19.pdf สบื ค้น 8 พฤศจิกายน 2564.
65
66 ปกหลงั
แบบฝึกหดั
68
69
70 แบบฝกึ หัดเรอื่ ง การจดบนั ทกึ ชือ่ – สกลุ แบบบันทกึ การอา่ น ช้นั / เลขที่ ชอ่ื หนังสือ ................................................................................................................................................. ชื่อผู้แตง่ .................................................................................นำมปำกกำ (ถ้ำม)ี ................................... สถำนทพ่ี มิ พ์ ............................................................สำนกั พิมพ์ .............................................................. ปที ี่พิมพ์ ...............................................................รำคำ .................................... จำนวนหน้ำ ................. นกั เรียนอำ่ นหน้ำ ....................................................................................................................................... สรปุ จำกเรื่องทีอ่ ่ำน .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ขอ้ คิดที่ได้ / ควำมประทบั ใจ / ควำมคดิ เหน็ จำกกำรอำ่ น / กำรประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวนั .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .............................................. (นางสาวสกุ ันยา ชืน่ รส) ผู้ตรวจ
71 แบบฝกึ หัดเรอื่ ง การจดบนั ทกึ การจดแบบ Mind Mapping คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนเลอื กเร่ืองท่นี ักเรยี นสนใจ แลว้ นามาเขียนเปน็ Mind Mapping แลว้ ตกแตง่ ใหส้ วยงาม .............................................. (นางสาวสกุ นั ยา ช่นื รส) ผูต้ รวจ
72 แบบฝกึ หัดเรอื่ ง กิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ น คำชี้แจง : ให้นักเรยี นเลือกกิจกรรมทนี่ กั เรียนคดิ ว่าจะช่วยส่งเสรมิ การอา่ นมา 1 กิจกรรม พรอ้ มอธิบายตาม หวั ข้อ ดังต่อไปนี้ ชื่อกิจกรรม ................................................................................................................................................................................................................................. กตกิ ำ / วธิ กี ำรเลน่ กิจกรรม ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................... ควำมรทู้ ่ไี ดร้ ับจำกกิจกรรม ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... กจิ กรรมน้เี ป็นกำรสง่ เสริมกำรอำ่ นอย่ำงไร ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................ .............................................. (นางสาวสุกนั ยา ชื่นรส) ผู้ตรวจ
73 แบบฝกึ หดั เรื่อง หนังสอื อ้างองิ คำช้แี จง : ใหน้ ักเรียนเลือกคาทนี่ ักเรียนสนใจ 10 คา ตามพยญั ชนะไทย 44 ตวั จากหนงั สอื พจนานกุ รม ราชบณั ฑติ ยสถาน มา 1 ตวั อักษร โดยไมซ่ ้ากับเพ่ือน พรอ้ มเขยี นคา และความหมายทง้ั หมด ลงในแบบฝึกหดั ดงั น้ี 1..................................................... หมายถึง.................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................... .2 .................................................... หมายถงึ ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................... .3 .................................................... หมายถงึ ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................... .4 .................................................... หมายถึง................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................... .5 .................................................... หมายถงึ ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................... .6 .................................................... หมายถึง................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................... .7 .................................................... หมายถงึ ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................... .8 .................................................... หมายถึง................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................... .9 .................................................... หมายถึง................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................... .10 .................................................... หมายถงึ ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................ .............................................. (นางสาวสุกันยา ชื่นรส) ผู้ตรวจ
เคำ้ โครงรำยงำน
75 แบบฝกึ ทกั ษะกำรวำงโครงเรอื่ ง ช่อื เรอื่ ง ..................................................................................................................... ชื่อ – สกุล ............................................................................................ ช้ัน ......................................เลขท่ี ............................................... รำยงำนน้ีเป็นสว่ นหนึง่ ของกำรศึกษำรำยวิชำภำษำไทยเสรมิ ทักษะ (ท21211) ภำคเรียนท่ี 2 ปกี ำรศึกษำ 2564 โรงเรียนสิรนิ ธร จังหวดั สรุ ินทร์
76 บทที่ 1 ( ชือ่ บท ) ........................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... .
77 บทที่ 2 ( ชือ่ บท ) ........................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... .
78 บทที่ 3 ( ชือ่ บท ) ........................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... .
79 เกณฑ์การให้คะแนนรายงาน 1. รูปแบบกำรจดั เรียงเน้อื หำและเอกสำรถกู ตอ้ ง ตามหลักการทารายงาน เชงิ วิชาการ 2. การเรียงลาดบั หัวขอ้ ใหญ่ หวั ข้อรอง และขนาดตัวอักษร ตวั พิมพ์หนา ตวั พมิ พป์ กติ แต่ละหัวขอ้ ถูกต้อง 3. มีลาดับเลขหน้า 4. ส่วนประกอบของรายงานครบถว้ น 5. มีการอา้ งองิ แทรกในเน้อื หารายงานอยา่ งถูกต้อง 6. มบี รรณานุกรม (รปู แบบการเขยี นบรรณานุกรมถูกตอ้ ง) 7. ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา 8. หนา้ ปกรายงานเปน็ สีขาว (ใช้กระดำษกำร์ดขำว) และเข้าเลม่ รายงานเปน็ สนั กำว 9. เนื้อหาในรายงาน 5 หนำ้ ขึ้นไป (บทที่ 1- บทท่ี 3) 10. ส่งรายงานตรงตามกาหนดเวลา
ความสาเร็จไมไ่ ด้มาจากความบังเอญิ แต่มาจาก ความเสียสละ ขยันหมนั่ เพียร ศกึ ษาเรียนรู้อย่างหนกั และเหนือสิ่งอนื่ ใด มันมาจากความรกั ในสิ่งทีก่ าลงั ทาหรือเรียนรอู้ ย่นู ั่นเอง Pele
E - BOOK เอกสารประกอบการสอนอิเล็กทรอนกิ ส์
Search