วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปที ี่ 14 ฉบบั ท่ี 1 ประจำ� เดอื นมกราคม - เมษายน 2560 61 การศึกษาคุณคา่ ของภมู ินามในตำ� บลเมอื งบางขลงั อำ� เภอสวรรคโลก จงั หวดั สุโขทยั 1 Study of the value of Toponyms in MuangBangkhlang, Sawankhaloke District, Sukhothai Province ขวญั ชนก นัยจรัญ2 Khwanchanok Naijarun บทคดั ย่อ บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิจัยชุมชนในการส�ำรวจและเก็บข้อมูลภูมินาม ในพน้ื ที่ต�ำบลเมอื งบางขลงั และเพื่อวิเคราะหค์ ณุ ค่าดา้ นความสมั พันธ์ของภูมนิ ามกับภมู ิศาสตร์ ความหลากหลาย ทางชวี ภาพและวฒั นธรรม ดำ� เนนิ การสรา้ งเครอื ขา่ ยชมุ ชนตามวธิ วี ทิ ยาของงานวจิ ยั เพอื่ ทอ้ งถนิ่ (CBR) วเิ คราะหข์ อ้ มลู คณุ คา่ ของภมู นิ ามโดยใชร้ ะเบยี บวธิ วี จิ ยั เชงิ คณุ ภาพ ผลการวจิ ยั พบวา่ เครอื ขา่ ยชมุ ชนเปน็ เครอื ขา่ ยทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัย และจากการวิเคราะห์คุณค่าของภูมินามพบว่าภูมินามมีความสัมพันธ์กับพื้นที่ แบ่งเปน็ 2 ลกั ษณะ คอื ภมู นิ ามสะทอ้ นภมู ศิ าสตร์ ความหลากหลายทางชวี ภาพ และความหลากหลายทางวฒั นธรรม ดา้ นใดดา้ นหนงึ่ เพยี งดา้ นเดยี ว และภมู นิ ามทส่ี ะทอ้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภมู ศิ าสตร์ ความหลากหลายทางชวี ภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กัน ดังน้ันการศึกษาภูมินามนอกจากจะสะท้อนความเป็นมา ประวัติศาสตร์ท้องถ่ินของพื้นท่ีได้แล้ว ยังสามารถสะท้อนให้เห็นองค์รวมของพื้นที่และวัฒนธรรมของต�ำบล เมืองบางขลังได้ คำ� สำ� คญั : ภูมนิ าม, ตำ� บลเมอื งบางขลัง Abstract This research aims to develop a network of community researchers, collect the data of toponyms ,examine the the toponyms in term of origins and values of toponyms concerning the geography, bio diversity and various culture of MuangBangkhlang. This qualitative research applied community-based research to collect and analyze the data. The results showed that the developed community network was efficient to create research projects. The data analysis of values in toponyms finds that toponyms represent the MuangBangkhlang district into two groups. Firstly, toponyms have an effect upon the geography, the bio diversities and the various cultures in the only part of it. Finally, toponyms affect the relationship between the geography, the bio diversities and the various cultures. Therefore, this study of toponyms may not only reflect the history and origin of the community, but it can also reveal the whole picture of this area and the culture of the Muangbangkhlang. Keywords: Toponyms, MuangBangkhlang 1บทความนี้เป็นส่วนหน่ึงของงานวิจัยเร่ือง การศึกษาภูมินามโดยเครือข่ายชุมชนต�ำบลเมืองบางขลัง อ�ำเภอสวรรคโลก จังหวดั สโุ ขทัย 2อาจารย์ ดร. สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พิบลู สงคราม
62 Journal of Humanities, Naresuan University Year 14 Volumn 1, January - April 2017 บทนำ� ภูมินาม หมายถึง ค�ำเรียกชื่อบ้านชื่อเมือง และองค์ประกอบทางกายภาพอื่นๆ จนกลายเป็น ค�ำเรยี กขานในท้องถน่ิ แตล่ ะท้องถิน่ เช่น ชื่ออ�ำเภอ ชอ่ื ต�ำบล ชื่อหมู่บา้ นหรอื แมน่ ้�ำ การตงั้ นามของสถานที่ แตล่ ะแหง่ นนั้ ภมู นิ ามมสี าเหตหุ รอื ความเปน็ มาทตี่ า่ งกนั เชน่ ประวตั ศิ าสตร์ ความเชอื่ ชอื่ บคุ คลสำ� คญั ชอื่ พชื หรือลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่คนในท้องถิ่นน้ันก�ำหนดขึ้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ดังท่ีไพฑูรย์ ปยิ ะปกรณ์ (2537: 49) กลา่ วถงึ ภมู นิ ามวา่ ภมู นิ ามหรอื นามทเ่ี รยี กสถานทที่ ป่ี รากฏอยบู่ นพน้ื ทโ่ี ดยทว่ั ไปนนั้ เปน็ การตงั้ และกำ� หนดใหม้ คี วามแตกตา่ งเบอื้ งตน้ ทางพนื้ ทอี่ ยา่ งหนงึ่ ของมนษุ ย์ เพอื่ ใหส้ ามารถเรยี กบง่ บอก สถานทตี่ า่ งๆ ไดจ้ ำ� เพาะเจาะจง และเรอื งเดช ปนั เขอื่ นขตั ยิ ์ (2538: 21) ไดก้ ลา่ วถงึ การตง้ั ชอื่ นามของสถานท่ี และจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย สรุปได้ว่า มีการต้ังช่ือโดยเรียกช่ือตามประวัติศาสตร์ของสถานที่ เรียกชื่อตามสิ่งที่มีความส�ำคัญที่มีอยู่ในจังหวัดน้ันๆ เรียกชื่อตามชื่อท้องถ่ินเป็นภาษาถ่ินของจังหวัดนั้น และการตงั้ ชือ่ ใหมซ่ ่ึงอาจจะต้งั ใหม้ เี สียงใกล้เคยี งกับชอ่ื เดิมของเมอื งนัน้ หรอื ตั้งชือ่ ให้มคี วามหมายดี การศกึ ษาภมู นิ ามเปน็ การศกึ ษาทม่ี าของการตงั้ ชอื่ สถานทแี่ ละมกั มคี วามสมั พนั ธก์ บั ประวตั ศิ าสตร์ ความเปน็ มา วถิ ชี วี ติ ความเปน็ อยู่ วฒั นธรรม ประเพณี ความเชอ่ื ของทอ้ งถนิ่ นนั้ ๆ ดงั ที่ สจุ รติ ลกั ษณ์ ดผี ดงุ (2543: 51) กลา่ ววา่ การศกึ ษาภมู นิ ามมกั มงุ่ เนน้ การศกึ ษาประวตั คิ วามเปน็ มาและความสำ� คญั ของชอ่ื เรยี ก สถานท่ีน้นั ๆ หรืออาจม่งุ เน้นการศึกษาเพื่อให้ประชาชนในทอ้ งถิ่นเกิดความสนใจ และตระหนักถึงคุณค่า ของถน่ิ ฐานทอ่ี ยู่ ขนบธรรมเนยี ม วถิ ชี วี ติ สภาพแวดลอ้ มของทอ้ งถน่ิ และนอกจากนก้ี ารศกึ ษาภมู นิ ามยงั เปน็ หน่งึ ในการศกึ ษาข้อมลู ทส่ี �ำคญั สำ� หรับเป็นแหล่งขอ้ มลู เพือ่ การท่องเที่ยวด้วย ดงั ท่สี ุพัตรา จริ นันทนาภรณ์ และอญั ชลี สงิ หน์ อ้ ย (2548: 2) กลา่ วถงึ การศกึ ษาภมู นิ ามวา่ ผลการศกึ ษาภมู นิ ามของหมบู่ า้ นมคี วามสำ� คญั สำ� หรบั เปน็ แหลง่ ขอ้ มลู เพอื่ การทอ่ งเทย่ี ว ตลอดจนมคี วามสำ� คญั ในการอนรุ กั ษช์ อ่ื สถานท่ี ซง่ึ ชอื่ สถานทตี่ า่ งๆ เป็นท่มี าของประวัติศาสตร์ ตำ� นาน แสดงลกั ษณะภูมิประเทศ สะท้อนลกั ษณะชีวติ การประกอบอาชีพและ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วของทอ้ งถน่ิ ดงั นนั้ จงึ อาจกลา่ วไดว้ า่ การศกึ ษาภมู นิ ามสามารถสะทอ้ นใหเ้ หน็ ประเพณีวฒั นธรรม สงิ่ แวดลอ้ มตามธรรมชาตแิ ละลกั ษณะของพน้ื ทนี่ น้ั ๆ หรอื ทเี่ รยี กโดยรวมวา่ ภมู ศิ าสตร์ ความหลากหลายทาง ชีวภาพและความหลากหลายทางวฒั นธรรมของพนื้ ทไี่ ดอ้ กี ดว้ ย ทั้งนี้การน�ำทุนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนมาสร้างคุณค่าเพ่ือพัฒนาพื้นที่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ภมู สิ งั คม นอกจากตอ้ งใชอ้ งคค์ วามรใู้ นการบรหิ ารจดั การแลว้ ในเบอื้ งตน้ ยงั ตอ้ งหากศุ โลบาย ท่ีจะใช้ทุนดังกล่าวมาสร้างความภาคภูมิใจและความสามัคคีให้กับคนในท้องถ่ินจนเกิดพลังความร่วมมือ ของคนในพนื้ ท่ีแลว้ หลงั จากนน้ั จึงสร้างพันธมิตรเครอื ข่ายจากบุคคลในทอ้ งถิ่นหลายๆ ฝ่าย เช่น ครู พระ นักวิชาการ ผู้น�ำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน มาร่วมกันร่วมสืบค้นและเก็บข้อมูลตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และความเชอื่ อนั เปน็ ทมี่ าของภมู นิ ามทปี่ รากฏอยใู่ นทอ้ งถน่ิ ปจั จบุ นั เพอื่ รวบรวมเปน็ ฐานขอ้ มลู ในการศกึ ษา และการท่องเทีย่ ว รวมไปถงึ การนำ� ข้อมลู ทไี่ ดไ้ ปใช้ประโยชนก์ บั ศาสตรห์ รือหนว่ ยงานอน่ื ๆ ดว้ ย ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงสนใจจะศึกษาภูมินามที่ปรากฏต�ำบลเมืองบางขลัง อ�ำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยใช้การ ด�ำเนินการในลักษณะเครือข่ายชุมชนในการศึกษาและเก็บประวัติความเป็นมา และคุณค่าของภูมินาม ในด้านภูมิศาสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม เพ่ือจะได้ข้อมูลส�ำหรับการท่องเที่ยว ทางประวัติศาสตร์ และเข้าใจลักษณะทางกายภาพ สังคม และวัฒนธรรมของต�ำบลเมืองบางขลังใน เชิงลึกย่ิงขึ้น
วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร ปที ี่ 14 ฉบบั ท่ี 1 ประจำ� เดอื นมกราคม - เมษายน 2560 63 วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนในการส�ำรวจและเกบ็ ขอ้ มลู ภมู นิ าม 2. วิเคราะห์คุณค่าด้านความสัมพันธ์ของภูมินามกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ความหลากหลาย ทางชีวภาพและความหลากหลายทางวฒั นธรรม ขอบเขตของโครงการวิจยั งานวจิ ยั ฉบบั นศ้ี กึ ษาเฉพาะความสมั พนั ธข์ องภมู นิ ามทสี่ ะทอ้ นใหเ้ หน็ ภมู ศิ าสตรค์ วามหลากหลาย ทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวฒั นธรรม ท่ีปรากฏผ่านช่อื นามเทา่ น้ัน กรอบการวิจยั งานวิจยั น้ีผู้วิจยั ไดล้ งพน้ื ทส่ี �ำรวจภูมนิ ามท่ปี รากฏในตำ� บลเมอื งบางขลงั และนำ� นามดังกลา่ วมา จ�ำแนกเข้าตามกรอบการวิจัย โดยได้สังเคราะห์นิยามในการศึกษาคุณค่าของภูมินามเป็น 3 ลักษณะ คอื ภมู ศิ าสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีรายละเอยี ดดังนี้ ภูมิศาสตร์ หมายถึง ลักษณะทางภูมิประเทศ หรือภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ ท่ีมีความ แตกต่างกันไปตามภูมิภาคหรือพื้นท่ี ในงานวิจัยฉบับนี้ปรากฏเพียงลักษณะของความหลากหลาย ทางภูมิประเทศ คอื แหลง่ นำ้� ภเู ขาและหนา้ ผา ถ�้ำ ถนน ดิน หนิ แร่ และพน้ื ทร่ี มิ น�ำ้ ความหลากหลายทางชวี ภาพ หมายถงึ องคร์ วมของความหลากหลายของสรรพชวี ติ ในทุกระดบั ทมี่ อี ยใู่ นธรรมชาตแิ ตล่ ะพน้ื ท่ี และมปี ฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั อยา่ งเปน็ ระบบ (วสิ ทุ ธ์ิ ใบไม,้ 2557) ในงานวจิ ยั ฉบบั นจ้ี ำ� แนกความหลากหลายทางชวี ภาพทสี่ ะทอ้ นผา่ นการตง้ั นามเปน็ 2ประเภทคอื พรรณพชื และพรรณสตั ว์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม หมายถึง ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของคนในแต่ละสังคม ที่มีความเช่ือ วิถีชีวิต ภาษา ค่านิยมที่แตกต่างกัน (ยศ สันตสมบัติ, 2556 ; สุชาติ แสงทอง, 2558) ในงานวจิ ยั ฉบบั นจ้ี ำ� แนกความหลากหลายทางวฒั นธรรม ดงั น้ี ดา้ นภมู วิ ฒั นธรรม ประกอบดว้ ย ประวตั ศิ าสตร์ ทอ้ งถิน่ เร่อื งราว/เหตกุ ารณ์ในท้องถนิ่ ลกั ษณะการตง้ั ชุมชน ชาตพิ นั ธุ์ บคุ คลสำ� คัญ ต�ำนาน/นิทาน วถิ ชี ีวิต ความเช่ือและคา่ นยิ ม ลักษณะการปกครอง และด้านภมู บิ ุคคล คอื การตั้งนามโดยใชช้ อ่ื ของบคุ คล วธิ ดี �ำเนนิ การวิจยั 1. การสร้างทมี วิจยั ชมุ ชนโดยใช้วธิ ีวทิ ยาของงานวิจัยเพื่อทอ้ งถน่ิ (CBR) 2. การวางแผนการการเก็บข้อมลู วิจยั ของทีมวจิ ยั ชุมชนและลงเกบ็ ขอ้ มูลโดยใชแ้ บบสมั ภาษณ์ 3. การนำ� ขอ้ มลู ทไ่ี ดม้ าเกบ็ รวบรวมและวเิ คราะหข์ ้อมูลดังนี้ 3.1 รวบรวมข้อมลู ทัง้ หมดเกย่ี วกบั ประวัติความเป็นมาของภมู นิ ามในต�ำบลเมอื งบางขลงั 3.2 วิเคราะห์คุณค่าของภูมินามในต�ำบลเมืองบางขลัง ตามความสัมพันธ์กับภูมิศาสตร์ ความหลากหลายทางชวี ภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม 4. การสรุปผลการวิจยั สรปุ และอภปิ รายผลงานวจิ ยั นำ� เสนอในรปู แบบของการพรรณนาวเิ คราะห์(Descriptiveanalysis)
64 Journal of Humanities, Naresuan University Year 14 Volumn 1, January - April 2017 ผลการศึกษา 1. การสรา้ งเครือขา่ ยชุมชน การด�ำเนินการสร้างเครือข่ายชมุ ชน มีการด�ำเนนิ การตามวิธีวทิ ยา (Methodology) ของงานวจิ ัย เพื่อท้องถ่ิน (CBR : Community – base Research) ตามแนวคิดของกาญจนา แก้วเทพ (2553: 44) ได้เครอื ขา่ ยทเ่ี ปน็ แกนนำ� จำ� นวน 16 คน บคุ คลเหลา่ นเ้ี ปน็ ผดู้ ำ� เนนิ งานวจิ ยั โดยเขา้ มา มสี ว่ นรว่ มในงานวจิ ยั ต้ังแต่การพัฒนาโจทย์วิจัย ออกแบบการวิจัยและวางแผนการเก็บข้อมูลเก็บข้อมูลภาคสนาม จนกระทั่ง ถึงการสรุปผลข้อมูล ส�ำหรับงานวิจัยฉบับนี้มีการน�ำผลการเก็บข้อมูลภูมินามเข้าไปเป็นฐานในการจัดท�ำ หลกั สตู รท้องถนิ่ ของโรงเรยี นที่ตงั้ อยูใ่ นต�ำบลเมืองบางขลงั เม่ือดำ� เนนิ การทกุ ขัน้ ตอนแล้วเสร็จแกนน�ำและ เครอื ขา่ ยชมุ ชนมีการประชุมเพื่อสรุปงานและถอดบทเรียนทีไ่ ดจ้ ากการวิจยั ร่วมกนั 2. คุณคา่ ของภมู นิ าม คุณค่าของภูมินามสามารถสะท้อนความสัมพันธ์ของภูมิศาสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวฒั นธรรมใน2ลกั ษณะคอื นามทสี่ ะทอ้ นลกั ษณะดา้ นภมู ศิ าสตร์ความหลากหลาย ทางชวี ภาพ และความหลากหลายทางวฒั นธรรมเพยี งดา้ นเดยี ว และนามทส่ี ะทอ้ นลกั ษณะดา้ นภมู ศิ าสตร์ ความหลากหลายทางชวี ภาพ และความหลากหลายทางวฒั นธรรมเพียงทมี่ คี วามสัมพันธ์กนั ดงั นี้ 2.1 นามที่สะท้อนความสัมพันธ์กับภูมิศาสตร์ หรือความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเพียงด้านเดียวมดี งั น้ี 2.1.1 ภูมนิ ามท่ีสะท้อนความสมั พันธก์ ับภมู ศิ าสตร์ มีจำ� นวน 11 ชอ่ื เชน่ นาม คณุ คา่ ของภมู ินามที่สัมพนั ธก์ บั ภมู ศิ าสตร์ คลองน้�ำดว้ น สะท้อนลกั ษณะทางภมู ิศาสตรท์ ่เี ป็นแหลง่ นำ้� ที่น้ำ� ไมส่ ามารถไหลตอ่ ไปได้อีก คลองแหง้ สะทอ้ นลกั ษณะทางภูมศิ าสตรท์ ่ีเป็นคลองและน้ำ� แห้ง เขาวงพระจนั ทร์ สะท้อนลกั ษณะทางภูมศิ าสตร์ทเ่ี ปน็ ภูเขา ลักษณะของภเู ขาเมอื่ มองจากมมุ สูง จะคล้ายกบั พระจันทรเ์ สีย้ ว 2.1.2 ภมู ินามทีส่ ะท้อนความสมั พันธ์กับความหลากหลายทางชวี ภาพ มจี �ำนวน 3 ช่ือ ไดแ้ ก่ ต้นผา่ ด้าม ต้นมะมว่ งกลีบล้าน ตน้ สฟี นั นาม คุณคา่ ของภมู นิ ามทสี่ มั พันธ์กับความหลากหลายทางชีวภาพ ต้นผ่าดา้ ม สะทอ้ นใหเ้ หน็ พรรณไมพ้ น้ื เมอื งของตำ� บลเมอื งบางขลงั การศกึ ษาภมู นิ ามของตน้ ผ่าด้ามพบว่า เหตุที่เรียกต้นผ่าด้ามมาจากยางของต้นไม้ชนิดน้ีเหนียวมาก คนโบราณน�ำยางของตน้ ผ่าดา้ มไปยดึ ตดิ ระหวา่ งดาบและดา้ มจับ ตน้ มะม่วงกลีบลา้ น สะทอ้ นใหเ้ หน็ พรรณไมพ้ นื้ เมอื งของตำ� บลเมอื งบางขลงั คอื ตน้ มะมว่ งทม่ี ี ใบดกมาก ชาวบ้านถึงใช้ค�ำว่า “ล้าน” แทนจ�ำนวนหรือปริมาณมากมาย เพื่อให้เหน็ เปน็ รปู ธรรม ต้นสฟี นั สะท้อนให้เหน็ พรรณไมพ้ น้ื เมอื งและภูมปิ ญั ญาของคนอดีต ตน้ ไม้ชนดิ น้ีใช้สฟี นั เพ่ือทำ� ความสะอาด
วารสารมนษุ ยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร ปที ่ี 14 ฉบบั ท่ี 1 ประจำ� เดอื นมกราคม - เมษายน 2560 65 2.1.3 ภูมินามทส่ี ะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีจ�ำนวน 34 ชื่อ เชน่ นาม คณุ คา่ ของภมู นิ ามทีส่ ัมพันธ์กบั ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ลานหลบภัย สะทอ้ นใหเ้ หน็ ประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถนิ่ กลา่ วคอื สมยั กอ่ นจะมกี ารสถาปนาสโุ ขทยั เป็นราชธานี บ้านเมืองยงั ไม่สงบสุข การสู้รบเกดิ ข้ึนบอ่ ยครัง้ ชาวบ้านจึงตอ้ งใช้ บา้ นนาลาว สถานทห่ี ลบภยั สำ� หรบั ลภ้ี ยั สงครามลานหลบภยั นพี้ บรอ่ งรอยอยบู่ รเิ วณเชงิ เขาเดอื่ สะท้อนให้เห็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ท้องถ่ิน ของชุมชน คือ การอพยพของคนลาวเข้ามาตั้งถ่ินฐานในต�ำบลเมืองบางขลัง กลุ่มคนลาวเหลา่ นเี้ ปน็ คนทอี่ พยพมาจากอำ� เภอเถนิ จงั หวดั ลำ� ปางเขา้ มาตงั้ ถน่ิ ฐาน ประมาณชว่ งรัชกาลท่ี 3 ทม่ี ีการเกณฑ์ใหค้ นเขา้ มาถากถาง บุกเบิก ทำ� มาหากิน ในตำ� บลเมอื งบางขลงั เพอ่ื จะไดย้ กระดบั ขนึ้ เปน็ ตำ� บล ขา้ วตอกพระรว่ ง สะท้อนให้เห็นความเชื่อเก่ียวกับเคร่ืองรางของขลังและต�ำนานบุคคลในท้องถิ่น ข้าวตอกพระร่วงถือเป็นเคร่ืองรางที่คนในต�ำบลเมืองบางขลังนิยมพกติดตัว เพราะเช่ือว่าจะช่วยให้แคล้วคลาด ปลอดภัย บางคนเชื่อว่าข้าวตอกพระร่วง มีอานภุ าพในการเสยี่ งทายไดอ้ ยา่ งแมน่ ยำ� จากการศกึ ษาพบวา่ ขา้ วตอกพระรว่ ง เกิดจากวาจาสิทธิ์ของพระร่วงเจ้า ท่ีอธิษฐานจิตให้ข้าวก้นบาตรกลายเป็นหิน ที่ศักดสิ์ ทิ ธใ์ิ ห้เกิดพุทธคุณแก่ผเู้ คารพศรัทธา 2.2 นามท่ีสะท้อนลักษณะด้านภูมิศาสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลาย ทางวฒั นธรรมท่มี คี วามสัมพนั ธก์ นั แบง่ ออกเป็น 4 ประเภทดังน้ี 2.2.1 นามที่สะท้อนลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างภูมิศาสตร์และความหลากหลาย ทางชวี ภาพ มจี �ำนวน 21 ช่ือ เชน่ นาม ลักษณะทปี่ รากฏ คุณคา่ ของภูมินามทสี่ มั พันธ์กับภมู ศิ าสตร์ และความหลากหลายทางชวี ภาพ ภมู ศิ าสตร์ ความหลากหลาย ทางชีวภาพ คลองยาง คลอง ยาง ช่ือนามสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ท่ีเป็นแหล่งน้�ำกับ เขาดงขา่ เขา ความหลากหลายทางชีวภาพ คือ ต้นยาง นามสะท้อนลักษณะของพื้นท่ีว่าเป็นแหล่งน�้ำ ท่มี ีต้นยางอย่รู มิ คลอง ดงข่า ชื่อนามสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ท่ีเป็นที่สูง (ภูเขา) กับ ความหลากหลายทางชวี ภาพ คอื ขา่ พร้อมกบั บง่ บอกถงึ ความหนาแนน่ ของขา่ วา่ มจี ำ� นวนมาก
66 Journal of Humanities, Naresuan University Year 14 Volumn 1, January - April 2017 นาม ลกั ษณะทป่ี รากฏ คุณค่าของภมู ินามที่สัมพนั ธก์ ับภมู ิศาสตร์ และความหลากหลายทางชวี ภาพ ภมู ิศาสตร์ ความหลากหลาย ทางชีวภาพ บงุ๋ อหี งิ บงุ๋ อหี งิ (หิ่งหอ้ ย) ชื่อนามสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของ (แหลง่ น�้ำมลี ักษณะ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็นแหล่งน้�ำกับความ คลา้ ยล�ำเหมอื ง แต่ หลากหลายทางชีวภาพด้านพรรณสัตว์ คือ มคี วามลกึ และ ห่ิงห้อย จากนามสะท้อนให้เห็นความอุดม แคบกวา่ ) สมบูรณ์ของพืน้ ที่ 2.2.2 นามทส่ี ะทอ้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภมู ศิ าสตรแ์ ละความหลากหลายทางวฒั นธรรม มีจ�ำนวน 26 ช่อื เช่น ลักษณะทปี่ รากฏ นาม ภมู ศิ าสตร์ ความหลากหลาย คุณคา่ ของภมู ินามท่ีสัมพนั ธ์กบั ภมู ิศาสตร์ ทางวัฒนธรรม และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ถนนคนเกณฑ์ ถนน คนเกณฑ์ ชื่อนามสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของ ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร์ คอื ถนนกบั ความหลาก หลายทางวฒั นธรรม ดา้ นประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถน่ิ ภูมินามน้ีสะท้อนให้เห็นความร่วมมือร่วมใจ ของคนในชุมชนเพื่อสร้างถนน จึงมีการต้ังช่ือ เป็นอนสุ รณเ์ พ่อื บนั ทกึ เหตุการณเ์ อาไว้ เขาพระ เขา พระ,เณร ชื่อนามสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของ เขาเณร ลักษณะทางภูมิศาสตร์ท่ีเป็นภูเขากับความ หลากหลายทางวัฒนธรรมด้านความเชื่อเรื่อง ศาสนา จากอิทธิพลความเชื่อทางศาสนาจึงมี การต้ังช่อื ภเู ขาตามสงิ่ ทศ่ี รทั ธานับถอื คลองตัน คลองตนั ตาหนนุ ชื่อนามสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของ ตาหนุน ลักษณะทางภูมิศาสตร์ท่ีเป็นแหล่งน้�ำท่ีไม่ สามารถไหลต่อไปได้อีก กับความหลากหลาย ทางวัฒนธรรมด้านภูมิบุคคล คือการใช้ชื่อ บุคคลแสดงความเป็นเอกลักษณ์ นามนี้ สะท้อนให้ถึงความเคารพซึ่งกันและกันของ คนในชุมชนด้วย
วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปที ่ี 14 ฉบบั ที่ 1 ประจำ� เดอื นมกราคม - เมษายน 2560 67 2.2.3 นามที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายทางชีวภาพและ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม มจี �ำนวน 21 ช่อื เชน่ ลกั ษณะที่ปรากฏ นาม ความหลากหลาย ความหลากหลาย คณุ ค่าของภมู นิ ามที่สัมพนั ธ์กับความ ทางชวี ภาพ ทางวัฒนธรรม หลากหลายทางชีวภาพและวฒั นธรรม วัดโพธิ์ทอง โพธ์ิ วดั , ทอง ชื่อนามสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของ ความหลากหลายทางชีวภาพ คือ พรรณพืช และความหลากหลายทางวัฒนธรรมด้าน ความเชอื่ เรอ่ื งของศาสนา และการตง้ั ชอ่ื แบบ มงคลนาม คอื ค�ำว่าทอง ซ่งึ เปน็ คา่ นยิ มในการ ตงั้ ช่อื เพอื่ ความเปน็ สิริมงคล วัดไร่ถ่ัว ถั่ว วดั , ไร่ ชอื่ นามสะทอ้ นใหเ้ หน็ ความสมั พนั ธข์ องความ หลากหลายทางชีวภาพ ด้านพรรณพืช คือ ถ่ัว และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้านความเช่ือ เรือ่ งของศาสนา และการตั้งชื่อ สถานทต่ี ามอาชีพ คอื การทำ� ไร่ วัดป่าสักใต้ ปา่ สกั วัด, ใต้ ช่ือนามสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของ ความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านพรรณพืช และความหนาแน่นของพืช คือ ป่าสัก และ ความหลากหลายทางวฒั นธรรมดา้ น ความเชอ่ื เรอื่ งของศาสนา และการตงั้ ถนิ่ ฐาน เหน็ ไดจ้ าก ค�ำวา่ “ใต้” 2.2.4 นามที่สะท้อนความสัมพันธ์ของภูมิศาสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพและ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีจำ� นวน 7 ช่อื เชน่ ลกั ษณะทีป่ รากฏ คณุ ค่าของภูมินามท่ีสัมพันธ์กบั ภมู ิศาสตร์ความหลากหลายทางชวี ภาพ ภูมิศาสตร์ ความหลาก ความหลาก และความหลากหลายทางวฒั นธรรม หลายทาง หลายทาง นาม ชีวภาพ วัฒนธรรม ฝาย ฝาย มะโก (ตะโก) มาลยั ชือ่ นามสะทอ้ นให้เห็นถึงความสัมพันธ์ 3 ด้าน มะโก คือ ลักษณะแหล่งน�้ำที่เป็นฝาย บริเวณฝาย มาลัย (ชยั ชนะ) มีตน้ ตะโกใหญ่ และการสรา้ งฝายนเี้ ปน็ ฝายหนิ ท่ีต้องอาศัยก�ำลังคน ร่วมแรงร่วมใจกันน�ำหิน จากภเู ขามาทับถมจนกลายเป็นฝายไดส้ �ำเรจ็
68 Journal of Humanities, Naresuan University Year 14 Volumn 1, January - April 2017 ลกั ษณะทีป่ รากฏ คณุ ค่าของภูมินามท่ีสมั พนั ธ์กบั ภมู ศิ าสตรค์ วามหลากหลายทางชวี ภาพ ภูมศิ าสตร์ ความหลาก ความหลาก และความหลากหลายทางวฒั นธรรม หลายทาง หลายทาง นาม ชีวภาพ วฒั นธรรม วดั รมิ รมิ คลอง ยาง วัด ชอ่ื นามสะทอ้ นใหเ้ หน็ ถึงความสมั พนั ธ์ 3 ดา้ น คลองยาง คือ ลักษณะพื้นท่ีริมน้�ำ ท่ีเรียกว่าคลองยาง เนื่องจากมีต้นยางอยู่บริเวณน้ีจ�ำนวนมาก วัดแสดงให้เห็นวัฒนธรรมด้านความเชื่อและ การนบั ถอื ศาสนาพุทธ บา้ นทา่ ท่า มะเกลือ บ้าน ชอ่ื นามสะท้อนใหเ้ ห็นถึงความสัมพันธ์ 3 ด้าน มะเกลอื คอื ลกั ษณะพน้ื ทรี่ มิ นำ้� ทเี่ รยี กวา่ ทา่ หรอื ตนี ทา่ ตน้ มะเกลอื แสดงใหเ้ หน็ พรรณไมใ้ นบรเิ วณนนั้ และค�ำว่าบ้านคือลักษณะการอยู่ร่วมกัน ของมนุษย์ท่ีเป็นชุมชนอันเป็นวัฒนธรรม ของการอยูร่ ว่ มกนั จากการศึกษาภูมินามสะท้อนให้เห็นลักษณะของต�ำบลเมืองบางขลังได้รอบด้าน คือ ภูมินาม มีความสมั พนั ธก์ บั ภมู ศิ าสตร์ โดยสะทอ้ นใหเ้ หน็ ความหลากหลายของลกั ษณะพนื้ ทแ่ี ละทรพั ยากรธรรมชาติ สมั พันธ์กับความหลากหลายทางชีวภาพ สะท้อนความอดุ มสมบรู ณ์ และสัมพนั ธก์ บั ความหลากหลายทาง วัฒนธรรม สะท้อนความเป็นมา บรรทัดฐานและการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชน โดยแต่ละองค์ประกอบ มีความหลากหลายในดา้ นตา่ งๆ ที่เปน็ รายละเอยี ด อนั น�ำไปสภู่ าพรวมของตำ� บลเมอื งบางขลังดังนี้
วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร ปที ี่ 14 ฉบบั ที่ 1 ประจำ� เดอื นมกราคม - เมษายน 2560 69 ภาพท่ี 1 แสดงภาพสะท้อนองค์รวมของภูมิศาสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ท่ีปรากฏในต�ำบลเมืองบางขลังผ่านภูมินาม สรปุ ผลการวิจยั 1. เครอื ขา่ ยชมุ ชนในการวจิ ยั ครงั้ นไี้ ดส้ รา้ งจากวธิ วี ทิ ยา (Methodology) ของงานวจิ ยั เพอ่ื ทอ้ งถน่ิ (CBR:Community–base Research) พบวา่ เครอื ขา่ ยมปี ระสทิ ธภิ าพในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานวจิ ยั เครอื ขา่ ย ชมุ ชนทไี่ ดเ้ ปน็ ประชาชนทอี่ าศยั อยใู่ นตำ� บลเมอื งบางขลงั จำ� นวน 16 คน โดยบคุ คลเหลา่ นส้ี มคั รใจสรา้ งสรรค์ ผลงานเพื่อพัฒนาชุมชน และมีบทบาทในการวิจัยในฐานะนักวิจัยต้ังแต่การวางแผนพัฒนางานวิจัย ออกแบบการวจิ ยั วางแผนและเกบ็ ขอ้ มูลภาคสนาม วเิ คราะหส์ ังเคราะห์ข้อมูล และเปน็ ผถู้ า่ ยทอดข้อมูลไป ใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ชมุ ชน 2. คุณค่าของภูมินามสะท้อนลักษณะทางภูมิศาสตร์ความหลากหลายทางชีวภาพและ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพนื้ ทที่ ่มี ีความสัมพนั ธ์กัน ดงั นี้ 2.1 ดา้ นภมู ศิ าสตร์ ภมู นิ ามแสดงใหเ้ หน็ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศในพนื้ ทวี่ า่ มหี ลายลกั ษณะ ดงั น้ี แหลง่ น�้ำ ภเู ขา หนา้ ผา ถำ�้ ถนน ดิน หนิ แรธ่ าตุ และพื้นท่ีรมิ น้�ำ 2.2 ความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมินามสะท้อนให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ คือ การด�ำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันและมีปฏิสัมพันธ์กัน โดยความหลากหลาย ทางชวี ภาพทป่ี รากฏจากภมู นิ ามแบง่ ไดเ้ ปน็ 2 ลกั ษณะ คอื พรรณพชื ประกอบดว้ ย ไมย้ นื ตน้ ขนาดใหญแ่ ละ กลาง ไมย้ ืนตน้ ขนาดเลก็ ไมล้ ม้ ลกุ ไม้ตระกลู ไผแ่ ละพรรณไม้พื้นเมือง พรรณสตั ว์ ประกอบดว้ ย สัตว์ปกี สตั ว์บก สัตวเ์ ล้ือยคลานและแมลง
70 Journal of Humanities, Naresuan University Year 14 Volumn 1, January - April 2017 2.3 ความหลากหลายทางวฒั นธรรม ภมู นิ ามสะทอ้ นใหเ้ หน็ วฒั นธรรมและการดำ� รงชวี ติ อันเป็นบรรทัดฐานของการอยู่ร่วมกัน ชาติพันธุ์ท่ีเข้ามามีอิทธิพลหรือส่วนเก่ียวข้องกับท้องถิ่น ภูมิปัญญา ของคนในอดตี นสิ ยั ใจคอและความเคารพซงึ่ กนั และกนั ของคนในชมุ ชนโดยความหลากหลายทางวฒั นธรรม ท่ีปรากฏผ่านภูมินาม ได้แก่ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เร่ืองราว/เหตุการณ์ท่ีเคยเกิดขึ้นในท้องถ่ิน ลักษณะ การตงั้ ชมุ ชน กลมุ่ ชนหรอื ชาตพิ นั ธท์ุ เี่ กย่ี วขอ้ งกบั ทอ้ งถน่ิ บคุ คลสำ� คญั ในประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถน่ิ ตำ� นานและ นทิ านพืน้ บา้ น วถิ ชี ีวติ ความเชื่อและคา่ นยิ ม ลกั ษณะการปกครอง และภูมิบุคคล อภิปรายผลการวิจัย การสร้างเครือข่ายชุมชนเป็นการสร้างความร่วมมือกันของคนในชุมชนเพ่ือก่อให้เกิดองค์ความรู้ หรอื สมั ฤทธผ์ิ ลด้านใดดา้ นหนงึ่ แกท่ ้องถ่นิ สอดคลอ้ งกบั ธรี วชิ ญ์ จนั ทกูล (2557: 1408) ทีก่ ลา่ วว่าเครือขา่ ย ชมุ ชนเป็นกระบวนการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ทำ� ใหช้ มุ ชนเกิดการรวมกลมุ่ กัน และรจู้ กั ท่จี ะแก้ปัญหาในชุมชน ด้วยตนเอง นอกจากน้ีการเรียนรู้ในลักษณะเครือข่ายยังเป็นการแก้ปัญหาหรือท�ำกิจกรรมในลักษณะ บรู ณาการเชือ่ มโยงมติ ิตา่ งๆเข้าดว้ ยกัน อกี ทง้ั การสรา้ งเครือขา่ ยชุมชนตามวิธวี ทิ ยาของงานวจิ ัยแบบ CBR เป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันของคนในชุมชนให้ตระหนักเห็นคุณค่าของท้องถ่ิน กระบวนการของ การสร้างเครือข่ายและการท�ำงานของเครือข่ายเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนให้เข้ามาเป็นนักวิจัย มีบทบาทส�ำคัญในการขับเคล่ือนงานวิจัย และน�ำผลงานวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นของตน สอดคลอ้ งกับกาญจนา แกว้ เทพ (2553: 41) ทก่ี ลา่ วถึงกิจกรรมของงานวิจัยแบบ CBR ว่า มีกจิ กรรมท่เี น้น การสร้างความเข้าใจร่วม/สัมมาทิฐิ ส�ำหรับผู้คนทุกกลุ่มทุกส่วนเสี้ยวที่เข้ามาข้องแวะกับกระบวนการวิจัย และรปู แบบกจิ กรรมทสี่ ำ� คญั ของ CBR คอื การคนื ขอ้ มลู ใหช้ มุ ชน ซงึ่ ถอื วา่ เปน็ นวตั กรรมอยา่ งหนง่ึ ของ CBR คือ หลังจากที่เก็บข้อมูลมาแล้วหรือมีการวิเคราะห์ร่วมกันกับชุมชน หรือให้ชุมชนตรวจสอบ ร่วมกันแสดง ความคดิ เห็นในการวเิ คราะห์ การสรา้ งความเข้าใจร่วมกนั ตลอดเส้นทางของการวิจยั ดว้ ย ดา้ นคณุ คา่ ของภมู นิ าม พบวา่ ภมู นิ ามมคี วามสมั พนั ธก์ บั ลกั ษณะพน้ื ที่ สามารถตง้ั ขอ้ สงั เกตไดเ้ ปน็ 2 ลักษณะ คือ ภูมินามท่ีสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชื่อเรียกกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ หรือ ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจากการศึกษา ภูมินามในต�ำบลเมืองบางขลังพบว่า คุณค่าของภูมินามสามารถสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของช่ือเรียก กับลักษณะภูมิศาสตร์ คอื ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทีเ่ ปน็ บรเิ วณท่ีเปน็ แหล่งนำ้� ปรากฏให้เห็นการตั้งชอ่ื โดยระบุ ลักษณะแหลง่ น้ำ� มากทสี่ ดุ รองลงมาคือภเู ขาและหนา้ ผา ถ�้ำ หนิ และแร่ พนื้ ท่รี มิ นำ้� ท่ีสูง เนนิ หรือดอน และ เส้นทางหรอื ถนน ตามล�ำดับ ผลงานวจิ ยั สอดคล้องกับผลงานวจิ ยั ของนริ ัตน์ มุมทอง (2550) ทีศ่ ึกษาเรือ่ ง ความสัมพันธ์ระหว่างภูมินามท่ีมาจากภาษาเขมรถิ่นไทยกับลักษณะทางภูมิศาสตร์จังหวัดสุรินทร์ ผลการวจิ ยั พบวา่ ภมู นิ ามทม่ี คี วามหมายสอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรจ์ งั หวดั สรุ นิ ทร์ มที งั้ หมด 576 ชอื่ โดยพบนามทมี่ คี วามหมายสอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรจ์ งั หวดั สรุ นิ ทรใ์ นอดตี 456 ชอ่ื และภมู นิ าม ทมี่ าจากภาษาเขมรถนิ่ ไทยทม่ี คี วามสอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรจ์ งั หวดั สรุ นิ ทรใ์ นปจั จบุ นั พบจำ� นวน 152 ช่อื จากผลการวจิ ยั จึงอาจกลา่ วไดว้ า่ ภูมินามสะท้อนให้เห็นถงึ ลักษณะทางภูมศิ าสตร์ของพ้นื ทไ่ี ด้ ดา้ นความหลากหลายทางชวี ภาพ การตงั้ นามสะทอ้ นใหเ้ หน็ ความสมั พนั ธข์ องชอ่ื เรยี กกบั พรรณพชื และพรรณสัตว์ในต�ำบลเมืองบางขลัง ซึ่งสะท้อนความหลากหลายทางชีวภาพในด้านการปฏิสัมพันธ์
วารสารมนษุ ยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยนเรศวร ปที ี่ 14 ฉบบั ท่ี 1 ประจำ� เดอื นมกราคม - เมษายน 2560 71 พึ่งพาอาศัยและอยู่ร่วมกันของส่ิงมีชีวิตและไม่มีชีวิตในพื้นท่ีเดียวกัน ผลงานวิจัยสอดคล้องกับผลการวิจัย ของโอฬาร รัตนภักดี และวิมลศิริ กลิ่นบุปผา (2553) ที่วิจัยเร่ือง ภูมินามของหมู่บ้านในจังหวัดล�ำปาง ผลการวจิ ยั พบวา่ ภมู นิ ามของหมบู่ า้ นสามารถสะทอ้ นใหเ้ หน็ ลกั ษณะตา่ ง ๆ ของจงั หวดั ลำ� ปางได้ ทงั้ ลกั ษณะ ทางกายภาพ ตลอดจนสภาพทางสังคมและวัฒนธรรม โดยจ�ำแนกได้เป็น 7 ด้าน ด้านที่สองพรรณพืช พรรณสัตว์ แสดงให้เห็นถึงพรรณไม้และพรรณสัตว์จ�ำนวนมากท่ีปรากฏอยู่ในพื้นท่ีซ่ึงสะท้อนให้เห็นความ อุดมสมบูรณ์ของจังหวัดล�ำปาง ดังนั้นภูมินามของต�ำบลเมืองบางขลังจึงสะท้อนให้เห็นความหลากหลาย ทางชวี ภาพ ดา้ นความอดุ มสมบรู ณข์ องทรพั ยากรทางธรรมชาตทิ เ่ี ปน็ พชื พรรณตา่ งๆ มอี ยอู่ ยา่ งหลากหลาย ท้ังตามธรรมชาติและท่ีมนุษย์ปลูกขึ้น และการอยู่อาศัยของสัตว์หลากหลายชนิดซึ่งเคยอาศัยอยู่ในอดีต การดำ� รงอยู่หรอื เปลยี่ นแปลงในปจั จบุ นั ซง่ึ อาจเนอื่ งดว้ ยการสญู พนั ธห์ุ รอื การสญู เสยี ระบบนเิ วศในธรรมชาติ ทำ� ใหส้ ัตวต์ ้องอพยพไปอยู่ที่อื่น ความหลากหลายทางวัฒนธรรมท่ีปรากฏผ่านภูมินามในต�ำบลเมืองบางขลัง พบว่า มีภูมินาม ทปี่ รากฏใหเ้ หน็ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งชอ่ื เรยี กกบั ความหลากหลายทางวฒั นธรรม แบง่ ออกเปน็ ประวตั ศิ าสตร์ ท้องถน่ิ ต�ำนานและนทิ านพ้นื บา้ น วถิ ีชวี ติ ความเช่อื และคา่ นิยม สงิ่ ศักดส์ิ ิทธิ์ สง่ิ เหลา่ นส้ี ะทอ้ นให้เห็นถงึ ภูมิวัฒนธรรมของคนในต�ำบลเมืองบางขลัง รวมถึงการด�ำเนินชีวิต เช่น มีความเช่ือในเร่ืองพุทธศาสนา เชอื่ เรอื่ งผแี ละสง่ิ เหนอื ธรรมชาติ รวมถงึ วถิ ชี วี ติ ในการประกอบอาชพี คอื เกษตรกรรม ความสามคั คชี ว่ ยเหลอื ซึ่งกันและกัน และวัฒนธรรมที่แสดงความรุ่งเรืองในอดีตท่ีสะท้อนออกมาผ่านประวัติศาสตร์ท้องถ่ิน ไมว่ า่ จะเปน็ โบราณสถาน วดั วาอาราม ลว้ นแลว้ แตฝ่ งั รากฐานของวฒั นธรรมอนั ดงี ามตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั อกี ทงั้ ลกั ษณะการตง้ั นามโดยใชภ้ มู บิ คุ คลยงั สะทอ้ นใหเ้ หน็ นสิ ยั ใจคอของคนในตำ� บลทเี่ คารพและใหเ้ กยี รติ ซงึ่ กนั และกนั กลา่ วคอื เมอื งบางขลงั เปน็ เมอื งทมี่ คี วามเจรญิ รงุ่ เรอื งในอดตี ปจั จบุ นั จงึ พบโบราณสถานตา่ งๆ มากมายกระจายอยู่ทั่วท้ังต�ำบล และหากว่าโบราณสถานน้ันๆ ต้ังอยู่ในที่ดินท�ำกินของใคร ชาวบ้านก็จะ เรียกชอ่ื ตามลกั ษณะของโบราณสถานทป่ี รากฏหรอื ลกั ษณะของพื้นท่ี เชน่ กรุ คลอง แล้วตามด้วยช่อื ของ ผคู้ รอบครองทดี่ นิ สงิ่ เหลา่ นถี้ อื เปน็ การใหเ้ กยี รตซิ งึ่ กนั และกนั จากผลการวจิ ยั ทพี่ บวา่ ภมู นิ ามมคี วามสมั พนั ธ์ กบั ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในด้านต่าง ๆ นี้ สอดคลอ้ งกบั แนวคิดของโอฬาร รตั นภกั ดี (2556: 125) ท่กี ล่าวถึงความสัมพนั ธ์ของช่อื กบั ประวตั ศิ าสตร์วา่ ประวัตศิ าสตร์ของชอ่ื ชอื่ บอกประวัตศิ าสตร์ โดยกล่าว วา่ ประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถนิ่ หลงเหลอื หลกั ฐานปรากฏใหเ้ หน็ ในภมู นิ ามของแตล่ ะพนื้ ที่ นอกจากนย้ี งั สอดคลอ้ ง กบั ผลการวจิ ยั ของมาโนช ดนิ ลานสกลุ (2554) ท่ีศึกษาเรอื่ ง ชอื่ บ้านนามเมอื ง : เรื่องเล่าชีวิตคนและชุมชน ลุ่มทะเลสาบสงขลา ผลการวิจัยพบว่าเรื่องเล่าเก่ียวกับช่ือบ้านนามเมืองของชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา มีจ�ำนวน 158 เร่ือง พบวิถีชีวิตผู้คนและชุมชนจากเรื่องเล่า คือ ความสัมพันธ์อยู่กับความเช่ือ วิญญาณ คาถาอาคม สิง่ ศักด์ิสทิ ธิ์ ต�ำนาน ศาสนา และสงิ่ ของ ซ่งึ สิ่งของและสถานท่ที น่ี ำ� มาต้งั เป็นชอ่ื บ้านนามเมือง มกั เกิดจากฝีมอื ของมนุษย์ และมคี วามส�ำคัญหรอื เกย่ี วขอ้ งกบั วถิ ชี วี ิตผูค้ นหรอื ชุมชนดา้ นใดด้านหน่ึง อีกลักษณะหนึ่งคือภูมินามสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของท้องถิ่นกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมในลักษณะองค์รวมได้ เน่ืองจาก การประกอบชอื่ นามในตำ� บลเมอื งบางขลงั มกั ใชค้ ำ� มากกวา่ 1คำ� ในชอื่ เรยี กดงั นน้ั คำ� แตล่ ะคำ� จงึ ใหค้ วามหมาย ทม่ี คี วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั เชน่ ลกั ษณะภมู ศิ าสตรก์ บั ความหลากหลายทางชวี ภาพ ยกตวั อยา่ งชอื่ บงุ๋ อหี งิ คอื ลกั ษณะของแหลง่ นำ้� และมหี งิ่ หอ้ ย (อหี งิ ) อยบู่ รเิ วณนนั้ บอ่ นำ้� ทพิ ย์ สะทอ้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งลกั ษณะ
72 Journal of Humanities, Naresuan University Year 14 Volumn 1, January - April 2017 พื้นท่ีที่เป็นแหล่งน้�ำและความหลากหลายทางวัฒนธรรมด้านความเช่ือเกี่ยวกับมงคลนามและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหนอื ธรรมชาติ ดงั นน้ั การศกึ ษาภมู นิ ามทำ� ใหท้ ราบถงึ ความสมั พนั ธข์ องชอื่ ทบี่ ง่ บอกลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรมในด้านต่างๆ ของคนในท้องถ่ิน ตง้ั แต่อดตี จนถงึ การคงอย่หู รอื เปล่ียนแปลงของส่ิงเหล่านัน้ ในปัจจบุ ันได้ กติ ติกรรมประกาศ งานวจิ ยั ฉบบั นไ้ี ดร้ บั งบประมาณสนบั สนนุ การวจิ ยั จากโครงการสง่ เสรมิ การวจิ ยั ในอดุ มศกึ ษาและ การพฒั นามหาวิทยาลัยวจิ ยั แห่งชาติ ของส�ำนักงานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา บรรณานุกรม กาญจนา แก้วเทพ. (2553). คุณลักษณะ&วิธีวิทยางานวิจัยเพ่ือท้องถ่ิน. เชียงใหม่ : วนิดาการพิมพ์. ธีรวิชญ์ จันทกูล. (2557). การสร้างเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถ่ินสู่ต�ำบลสุขภาวะกรณีศึกษา องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลควนรูอำ� เภอรตั นภมู ิจงั หวดั สงขลา.ในการประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ และนานาชาตคิ รั้งท่ี 5, หน้า 1405 – 1413. สงขลา: มหาวทิ ยาลัยหาดใหญ่. นริ ตั น์ มมุ ทอง. (2550). ศกึ ษาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภมู นิ ามทมี่ าจากภาษาเขมรถนิ่ ไทยกบั ลกั ษณะ ทางภมู ศิ าสตรจ์ งั หวดั สรุ นิ ทร.์ ปรญิ ญานพิ นธก์ ารศกึ ษามหาบณั ฑติ (ภมู ศิ าสตร)์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ, กรงุ เทพฯ. ไพฑรู ย์ปยิ ะปกรณ.์ (2537).ภมู นิ ามทว่ั ไปในการตง้ั ถน่ิ ฐานหมบู่ า้ นชนบทในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื วเิ คราะห์ รปู แบบทางภมู ศิ าสตรข์ องนามทวั่ ไป. วารสารภาษาและวฒั นธรรม. ปที ี่ 13 ฉบบั ท่ี 2. หนา้ 49 – 60. มาโนช ดนิ ลานสกลุ . (2554). รายงานการวจิ ยั เรื่อง ช่ือบ้านนามเมอื ง : เรือ่ งเล่าชวี ติ คน และชุมชน ลุม่ ทะเลสาบสงขลา. สงขลา: มหาวิทยาลยั ทักษณิ . ยศ สันตสมบัติ. (2556). มนุษย์กับวัฒนธรรม. พิมพค์ รง้ั ที่ 4. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์. เรืองเดช ปันเข่ือนขัติย์. (2538). การศึกษาช่ือสถานท่ีภาษาไทยและภาษาจีนในประเทศไทย. วารสาร ภาษาและวัฒนธรรม. ปที ่ี 14 ฉบับท่ี 2. หน้า 20-37. วิสุทธ์ิ ใบไม.้ (2557). การศึกษาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และความหลากหลายทางชวี ภาพ. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพก์ รงุ เทพฯ. สจุ รติ ลกั ษณ์ ดผี ดงุ . (2543). ชอื่ หมบู่ า้ นในจงั หวดั นครปฐม. วารสารภาษาและวฒั นธรรม. ปที ่ี 19 ฉบบั ที่ 1. หนา้ 51-75. สุชาติ แสงทอง. (2558). ความหลากหลายทางวัฒนธรรมชุมชนคนต้นแม่น้�ำเจ้าพระยาสู่การพัฒนางาน วฒั นธรรม. แนวคดิ การวจิ ยั ประวตั ศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรมชมุ ชนลมุ่ นำ้� เจา้ พระยา. นครสวรรค:์ ริมปิงการพิมพ.์ โอฬาร รตั นภกั ดีและวมิ ลศริ ิกลนิ่ บปุ ผา.(2553).ภมู นิ ามของหมบู่ า้ นในจงั หวดั ลำ� ปาง.(เอกสารอดั สำ� เนา). โอฬาร รัตนภกั ดี (2556). ธรรมชาติ ประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถ่ิน และสภาพสังคมวฒั นธรรม : ภาพสะท้อนจาก ภมู นิ ามหมบู่ า้ นในจงั หวดั ลำ� ปาง. วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตรป์ รทิ ศั น์มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ลำ� ปาง. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1(มกราคม-ธันวาคม). หนา้ 111-1
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: