Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มโนมยิทธิ ๑ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

มโนมยิทธิ ๑ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

Published by akkarasubun, 2021-05-14 02:02:44

Description: มโนมยิทธิ ๑ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

Search

Read the Text Version

! Fก ! Fก















































มโนมยทิ ธิ หลวงพอ พระราชพรหมยาน รสู ึกอยางไร ตอบไปอยางนน้ั อยา อาํ้ อึง้ อยาอาย อยากลวั คนอ่นื หวั เราะ เยาะ เพราะไมมีใครเกง ใครดกี วาใคร นอกจากน้ี คาํ ตอบจากความรสู ึกของแตล ะคน อาจเหมือนกนั หรือไมเ หมอื นกนั กไ็ ด ข้นึ อยกู ับปจจัยประกอบหลายอยาง ขณะท่เี ราปฏบิ ตั ิกรรมฐาน จิตเราเปน ทพิ ย จงตอบตามความรูส กึ ของจิตได เลย ตองมีความกลา ตอบ หลวงพอ ฤาษี ทานเคยกลา วเสมอวา “ยงิ่ ตอบ การรูเห็นยง่ิ ชัดเจนแจมใสมากย่ิงขนึ้ ” ดงั นัน้ ทา นจงอยากลวั วา เวลาอา ปากพูด หรือขยบั ตวั แลว จะตกจากฌาน หรือภาพทรี่ ูเ หน็ จะหายไป สมาธจิ ะหด ไมใชเปนแบบน้ัน ขอยนื ยนั ได ตอ ใหท า น ตอบเสยี งดังขบขันหัวเราะเฮฮา ในส่ิงทีท่ า นพบเหน็ ขณะปฏบิ ัติกรรมฐาน การใช ญาณอยางใดอยา งหนงึ่ ตามแบบวธิ ขี องหลวงพอ ฤาษีสอน ทานจะไมมีวันตกจาก ฌานเด็ดขาด ดกี วาการน่งั เฉยๆ อมภมู ไิ วไมตอบครู พวกเราหลายคนพสิ ูจนกันมา แลว สาํ หรบั คาํ ภาวนา ขออธบิ ายแกผ ทู ชี่ อบกังขา วาตองใช นะมะ พะทะ เทาน้ัน ถา จะฝกตามหลักสูตร มโนมยิทธิ ตามทีพ่ ระอาจารยกาํ หนดไว เหมือนกบั ทานทจ่ี ะฝก วชิ ชา ธรรมกาย ตอ งใชค าํ ภาวนาวา สัมมา อะ- ระหงั ใครทาํ ตวั “หัวลานนอกครู” หรอื ฉลาดรดู เี กินครู จะไมป ระสบผลจากการ ปฏิบตั ิเลย ข้ันตอ ไป เมื่อจติ ของทา นสะอาด ตามกาํ ลงั ความสามารถ ในการตดั กเิ ลส ของทานเองแลว ครจู ะแนะนําวธิ ีทาํ ทพิ จกั ขุญาณใหเกิดกอ น ใหเอาจติ หรอื อทสิ ส- มานกาย ออกไป รบั สมั ผสั บคุ คล รเู ห็น ทอ งเทยี่ วไปในบางสถานท่ี เชน ดาวดึงส- เทวโลก พระจฬุ ามณเี จดยี สถาน พระแทนบณั ฑุกมั พลศิลาอาสน แดนพระนพิ พาน เปน ตน ท้งั นี้ ยอ มข้ึนอยูกับ กําลงั ความสามารถของผเู รยี นเอง และเวลาเพียงพอ หรือไม เม่อื ไดข้นั ตน คอื ทาํ ทิพจกั ขุญาณแลว คร้งั ตอไป ครจู ะแนะนํา ความรู พิเศษ และนําทองเที่ยวในภพตา งๆดินแดนตางๆ เพอื่ ซกั ซอ มใหค ลอ งตวั ชมสวรรค ทกุ ช้นั พรหมโลก แดนพระนิพพาน นรก เปรต อสรุ กาย ดวงดาวตา งๆ เปนตน ซ่งึ สนกุ สนานเพลิดเพลนิ ไดความรจู รงิ มากมาย เกินกวาในตําราหรือวิทยาการสมยั ใหม จะรไู ด ทา นที่มคี วามคลอ งตวั ในทพิ จักขุญาณดแี ลว ครูจะแนะนาํ ญาณ ตางๆ ตอ ไปอีก ๗ อยา ง ดงั จะไดก ลา วตอไป. www.buddhasattha.com

มโนมยทิ ธิ หลวงพอ พระราชพรหมยาน ครฝู ก - เพ่ือความสมบรู ณแ บบของหนังสอื น้ี ผูเขียนขอกลา วถงึ “ครู” ไวส ักเล็กนอ ยดวย - ครู ในทน่ี ้ี มไิ ดห มายถงึ หลวงพอ ฤาษี ตนตํารบั ผูนําวิชชา มโนมยิทธิ ประยุกต มาสอนลูกหลานพทุ ธบริษัทและไมไดห มายถึง ผคู วบคุมการฝกตามวธิ เี ดิม แตห มายถงึ ผูทเี่ คยเรยี นและฝก ไดในมโนมยิทธแิ ลว มีทพิ จักขุญาณ หรือคลองในญาณ ๘ และไดรบั อนญุ าตจากหลวงพอ ใหเปน “ผแู นะนาํ ” ให ผอู ื่นรุนหลงั ตอไปได และยงั มี ผทู ่ีไมคอ ยคลอ ง อีกมาก ท่ีอยากเปน ครูเขาดว ย “ใครท่ีฝก ไดแ ลว อนญุ าตใหแ นะนํากนั ตอ ๆไปได” หลวงพอ ฤาษี ทา น กลา วอยางนบี้ อ ยๆ ดงั นั้น วิชชานีข้ องทา นจงึ ไมมีการหวงหา ม จํากัดเขตแตอ ยา งใด เมือ่ เปน เชนน้ี ผเู ขียนจงึ ขอกลาวถึง ครู และบทบาทของครูไวด ว ย เพราะ ครูนับเปนสว นสําคัญในการสอนการฝกมโนมยทิ ธปิ ระยุกต ครู ตอ งมคี วามดเี ฉพาะตัว มีความสามารถในการแนะนํา คนท่ีเรียนเกงไม แนเสมอไปวาจะเปนครทู ี่ดี มีความสามารถในการถา ยทอดวิชาความรู หรอื แนะนํา ใหแ กผ เู รียนไดเ สมอไป ใชไ หม? ครู ในหนาทีต่ ามหลักสูตร มโนมยทิ ธิ น้ัน เปน เพียงผูแนะนําผเู รียน ให รูจ กั ทุกข รจู ักอริยสจั รจู กั ละสงั โยชน โดยเฉพาะขอตนคือ สักกายทิฐิ และ แนะนาํ วิธปี รับอารมณใจของผูเ รยี นใหต รงจุด ใหรจู ักทําจิตใหสะอาดอยางชวั่ - คราว ขณะรบั การฝก หรอื แบบถาวรถา กําลงั ใจผเู รยี นถึงข้นั ปรมตั ถ ครู จะเปนเพยี งผตู ดิ ตามดูจิตของผเู รียน ดวู ามกี ําลงั ความดสี วนไหนบาง ของผูเรียน พอจะนาํ มาแนะนาํ ชวยในการฝกของผูเรยี น ใหไ ดผ ลรวดเร็วบาง เพราะ แตละคนมจี รติ จริยาและความดี การสรางบารมมี าไมเหมือนกัน ครู ไมม ีอํานาจหนา ท่ีสะกดจติ ผูเรยี น และไมส ามารถชว ยใครใหเหน็ ใหได ทิพจกั ขุญาณ หรอื กล่ันแกลงไมใหร ูเห็น แมองคส มเดจ็ บรมศาสดา “พระอาจารย ใหญ” เจาของวิชชาท้ังปวง พระองคท านยงั ไมทรงกระทาํ ทรงแนะนําวา “อกั ขา ตาโร ตถาคตา” เราตถาคตเปนแตเ พียงผบู อก ฉะน้นั ครจู ึงมหี นา ท่ีเพียง แนะนาํ บอกกลา ว ตามทอี่ งคส มเดจ็ บรมครู ทรง สอนไว ใหต รงจุด เฉพาะกลุม เฉพาะบคุ คลเทานน้ั ใครจะไดหรอื ไมได ก็เปน หนาที่ และความสามารถของผูเ รียนเอง ขอยํา้ อกี ครัง้ วา “การจะทาํ ไดแคไหนหรือไมได ทพิ จกั ขุญาณแจม ใสหรือไมเพยี งใด ลวนแตค วามบริสุทธ์ิ และความสะอาดของจติ ผูเรียนเองเปน สาํ คญั \" อยางไรกด็ ี ครู ทดี่ ี ที่ชว ยแนะนําผูเรียนกรรมฐาน หมวดมโนมยิทธิ ไดผล นั้น ในทัศนะของผเู ขยี น ครจู ะตองสามารถ รวู าระจิต ความคดิ คํานงึ ของผูเรียน และ รเู ห็น ไดด วยวา ศิษยผ นู นั้ รเู หน็ อะไร แบบไหน ระหวา งการแนะนําหรอื สอนอยู www.buddhasattha.com

มโนมยิทธิ หลวงพอ พระราชพรหมยาน ถา ครูเอง ไมรู ไมเหน็ ไมคลอง หรอื ถนัดแบบสกุ ขวิปส สโก จํามาจากตาํ รา ตามเขาวา เคยอานมามาก รมู าจากหนงั สือ แลวเอามาแนะนําผูอ ่นื ที่ฝกฝนใน หลักสตู รนี้ ดไี มดีจะพากนั เปไ ปหมด ครู ตองสามารถ “ชวยสง เสริม” กําลงั ใจของศิษย และ “จบั โกหก” ของ ผเู รยี นบางคน บางหมู ที่ทอ งจาํ มาจากตํารา จาํ คนอื่นเขามาตอบ ใหไดดว ย ครูควรใชถ อ ยคาํ สน้ั ๆ เขาใจงาย ในการแนะนาํ การตัดกเิ ลส โดยเฉพาะใหร ู จริงในเร่ือง “ทกุ ข” แตเมือ่ แนะนําแลว ผูเ รยี นยงั เห็นวา โลกนยี้ ังเปนสุขอยูล ะก็ ทานบอกวา ใหปลอ ยไปเลย ไมต องสนใจผนู ัน้ อกี ใหเลกิ แนะนาํ ผนู ้ันได แสดงวา เครื่องรบั การสือ่ ความหมายทางธรรมะของผนู ้ัน ยงั ไมเ ปด พดู เทาไร กเ็ ขา ใจกนั ไมได การสอนของครนู ั้น หลังจากแนะนาํ การ “ตัดกเิ ลส” แลว กเ็ ปนการใช “คําถาม” สอบถามความรูสึก สมั ผัส หรือการเหน็ ของผูเรยี น คาํ ถามท่ดี ี ตองไมใ ช คาํ ถามนาํ การจะตง้ั คําถามแบบไหนดี ทไี่ มใ ช คําถามนําน้ัน ข้ึนอยูก ับวธิ ีการ ความฉลาด และเทคนิคของครแู ตละคนเอง ครทู ี่ดไี มแสวงหาศษิ ย ไมแสวงหาโลกธรรม ยอ มแนะนาํ ใหผูเรยี น รู เห็น และเชื่อมน่ั ในผลการปฏบิ ตั ิ ในพุทธานภุ าพไดมากกวา ครูทย่ี งั หยอนคุณสมบัตกิ ารเปนครู และครปู ระเภทหลังนีแ้ หละ ทน่ี าํ ความเส่อื มเสียมาสูสาํ นักอาจารย ท้ังเปนเหตใุ หศ ษิ ยคิดผดิ ทําผิด หลงผิด ถงึ ขน้ั ปรามาสพระรัตนตรยั ไปแลวกม็ ี www.buddhasattha.com

มโนมยทิ ธิ หลวงพอ พระราชพรหมยาน ขอยกตวั อยาง คาํ ถามนํา ทม่ี ีผูน าํ มาบนใหข าพเจา ฟง สักบางขอ ดังน้ี “เหน็ พระพุทธเจาไหม ทานยนื อยูขางหนาแลว” “ทานเหมอื นพระสงฆ หมจวี รสเี หลอื ง น่ันนะ เหน็ ไหม?” “เห็นตวั เอง แตง ตัวสวยชุดสเี ขียวไหม เหมือนชดุ ลเิ กนะ ?” “รไู หม คุณเคยเปนลูกของ...มากอ นนะน่ี” “ถึงพระจฬุ ามณแี ลวนะ รปู รางเหมอื นพระปฐมเจดยี ไ หม สที อง สวยนะ?” “เห็นพระอินทรไ หม? ทา นเปนเทวดา ตัวเขยี ว” ...ฯลฯ... อยางนไ้ี มถกู ตอง คาํ ถามทด่ี ี ควรใหผูเรียนคดิ หาคําตอบเอาเอง ไมควรใชค าํ ถามท่ตี อบได เฉพาะ “ใช ไมใช” แบบน้จี ะไมม ีประโยชนอ ะไร แทนทจี่ ะถามแบบขอท่ี ๑ ครอู าจจะ ผูกประโยคใหม ใหผ ูเ รยี นไดเ จรจา แสดงความคิดเหน็ ของตนเองวา “เหน็ ใครอยูขา งหนาบางไหม?” “แตง กายอยา งไร?” “ลักษณะอยา งไร?” “คิดวา ทานผูนน้ั เปน ใคร?” “...เคยเปน อะไรกับคุณมากอ น?” การถามนาํ คลา ยชี้ชอ งให (บางครง้ั อาจจะไมถ ูกกไ็ ด) เปนผลใหผูเรยี น ไขวเขวลังเล ไมแนใ จในความรสู ึกคร้งั แรกของตน ท้ังยงั ไมพ ยายาม “รับสมั ผัส” คอยคิดจอ งจะตอบแตว า “ใช” ตามครชู ้ีนํา เหมอื นเดก็ อนบุ าลไปเลย บางคนมาบนใหฟง ดวยวา เธอนง่ั ภาวนา ยงั ไมร เู ห็นอะไรเลย ครเู ขา มา บอกวา เธอเหน็ น่ันเห็นนี่ เธอเกรงใจครู จงึ ตอ งตอบเออออไปกบั ครู อยางท่ี ครูอยากใหตอบ เธอบอกวา ถา เธอคดั คา นวายังไมเ หน็ ก็กลวั ครจู ะเสยี หนา ครทู าํ อยางนี้ เธอจึงเกิดสงสยั ไมม ัน่ ใจ ผลกค็ อื เธอก็หายหนา ไป ไมมาฝก อกี แลวออกแสวงหาสํานัก อาจารยอ่นื ทดลองตอ ไป แบบนี้กม็ ี นอกจากนี้ การถามนาํ ยอ มกอใหเกดิ ปญหา ทําใหผชู อบคดิ เกดิ การสงสยั และบางคร้งั ผเู รียนรเู ห็นอกี อยา งหนึง่ แตค รบู อกอกี อยางหน่ึง เพราะครูไมละเอยี ด พอ คิดวาตนเห็นแบบนั้น อาศยั ขาดเทคนคิ ในการสอน ผูเรยี นจงึ เสียผล ถาบงั เอิญ ผูเรยี นรูเ ห็นตรงกบั ทคี่ รูถามนาํ นา จะไมมปี ญหาใดๆ แตวา ผูเรยี นขาดประสบการณ ยังใหมในวงการ คิดไปคดิ มา นึกวา ครูสะกดจิต ใหเ ห็น ตาม เลยไมเ ชอื่ ทัง้ ตัวเองทงั้ ครู แถมยงั ลกุ ลามไปปรามาสวิชชาของพระพทุ ธเจาเขา อกี เปนโทษหนกั อยตู รงนี้ เห็นหรอื ยังวา การเปน ผูเรยี น เพียงปฏบิ ัติตาม คาํ แนะนํา ฝกฝนใหไ ด เฉพาะตัวนัน้ ยากอยู แตก ารจะใหเ ปน ครทู ดี่ ี มีคุณสมบตั ิ สอนเปน ไมใชสอนได หรอื ได สอน โดยเฉพาะ การสอนธรรมะตามหลกั สตู ร มโนมยทิ ธิ นัน้ ยากยิง่ กวา เพราะ เปน เร่อื ง “ใหญ” คอื ถา ใครทําได ก็เปน กุศลใหญ เปน ธรรมทาน แตถา แนะนํา ผิดพลาด นอกตําราของพระพุทธเจา ก็จะเปน โทษใหญไดเ ชน กนั www.buddhasattha.com

มโนมยิทธิ หลวงพอ พระราชพรหมยาน อกี ประการสําคัญ ผเู ปน ครเู ขาน้นั ตนเองตองหม่ันปฏิบัตใิ หกา วหนา โดยเฉพาะดา นวปิ สสนาญาณ การตดั กเิ ลส อยา ตดิ ในลาภ ยศ สรรเสรญิ อันจะดงึ ใจใหเสยี ทา แก กเิ ลสหยาบ และ โลกียสุข ท่ีจะมตี ามมา จากผทู ่ี กตัญูบชู าใน “ครู”ของตน ทีน้ี ถา ใครพล้งั เผลอ ไมวา จะเปน บรรพชิตหรือฆราวาส เมื่อมีคาํ ยกยอง และลาภสกั การะ ตามเขา มา จิตจะฟขู ึน้ ๆ จนสาํ คญั ตนผิด คดิ วา “แน” แลว กิเลส ตณั หา กามราคะ จงึ พากันมาฉุดรั้ง ใหหลงผดิ ทางไปอบายภูมิ อยางนี้มอี ยูม ากราย ผเู ขียนพบเห็นบอ ย วิธที ดี่ ี ท่หี ลวงพอทานสอนเสมอ คอื เตอื นสตติ นเองวา “อยา คิดวาตวั เราดี ถาคิดวาเราดเี มอ่ื ไร แสดงวาเราเลวเมือ่ นั้น” และถา เราผูทีเ่ ปน ครู ระลกึ ไวอยา งมน่ั คงวา “ทีเ่ รานํามาสอนผอู ืน่ นั้น เปน วิชชาของพระพุทธเจา ของครบู าอาจารย ทา นชวยสงเคราะหใ ห ไมใ ช ความสามารถของเราเอง” กจ็ ะชวยระงบั “การฟู” ของตนไดบาง. การฝกแบบเต็มกําลงั การฝก แบบเตม็ กาํ ลงั น้ี หลวงพอ ฤาษที า นนาํ มาสอนใหมอกี ครัง้ หนงึ่ เมือ่ ทานทราบวา กาํ ลังใจของบุคคลเขาถงึ และพอจะไดบาง เม่อื เดือน กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ และ ฝกใหแ กผูเรยี น ชัว่ ระยะเวลาหนึ่ง ขณะนีท้ ราบวา ทางวัดงดฝก แบบ เต็มกาํ ลัง เปน การช่วั คราวอีก ทัง้ น้ีทาน บอกวา บุคคล “หมดชุด”แลว ผูทมี่ าฝก ใหมกาํ ลังใจไมถ งึ ฝก แบบเตม็ กําลังไมไ ด ทานจงึ ใหฝก แบบ “ครึง่ กําลัง” ตอไป แตอ ยางเดียว เพอื่ ไมใหผ เู รยี นเสยี กาํ ลังใจ ขอยา้ํ อีกคร้ังหน่ึงวา ผทู ี่สามารถฝกไดง า ยทัง้ แบบเตม็ กาํ ลังหรือคร่งึ กาํ ลังก็ ตาม เปนผทู ่ี “เคยได” มโนมยทิ ธิ มากอ นจากอดตี ชาติ แตผทู เ่ี ร่ิมสนใจเขาฝก ใหม ตามหลักสตู รนี้ โอกาส “ได” แบบเขานน้ั กพ็ อมีอยู แตตองอาศยั ความขยันหมั่น เพียรมาก เปน พิเศษ เพราะ “ทุนเดมิ ” ไมมี www.buddhasattha.com

มโนมยทิ ธิ หลวงพอ พระราชพรหมยาน วธิ ีปฏบิ ตั ิ เม่ือเตรยี มพรอ ม และมขี องบชู าครู ครบแลว บูชาพระ รับศลี สมาทานพระ กรรมฐานแลว ทานใหเ ร่ิมตนปฏิบตั ิโดยการนงั่ หลับตา จะนง่ั ขดั สมาธิ น่ังพบั เพยี บ หรอื น่งั เกาอีก้ ไ็ ดต ามถนดั ฟง คําแนะนาํ กรรมฐานจากหลวงพอฤาษี (ทีว่ ัดทา ซงุ )แลว พระทา นจะพรมนา้ํ มนตให ตอนน้นั ทานตอ งทาํ จิตคดิ ตัดสนิ ใจวา “การเกดิ เปนมนุษย เตม็ ไปดวยความทุกขยากลาํ บาก นานาประการ มีการ เกดิ แก เจ็บ ตาย ขณะทรงตัวอยกู ม็ คี วามปวยไข ตอ งอดทนตอ ความไมดี ไมพ อใจ ทง้ั หลาย โลกนี้ไมน าอยู รางกายนี้เปนของเลว นา รงั เกยี จ สกปรกโสโครก เปน ปจจัยทกุ ข เราไมตอ งการอีก เราตอ งการพระนพิ พานอยา งเดยี ว ตายจากชาตนิ ี้เมอ่ื ใด ขอไปนพิ พานทนั ที...” หรอื พิจารณาตามคําแนะนําสงั่ สอนของหลวงพอฤาษีในตอนนั้น เจา หนาท่ีของวัด จะมีกระดาษเตรียมไวใ หท ุกคน ในกระดาษน้นั เขยี นอกั - ขระวา นะ โม พุท ธา ยะ อนั เปนพระนามของพระพุทธเจา ๕ พระองค คือ พระกก-ุ สันโธ พระโกนาคม พระพุทธกัสสป พระสมณโคดม และ พระศรอี าริยเมตไตรย ทานใหเ อากระดาษนี้ปดตา แลวเรมิ่ ตน ภาวนา พนมมืออยูร ะหวางอก ขอ บารมี องคสมเดจ็ พระผูมพี ระภาคเจา โดยตรง ขอใหท รงชวย ใหมีแสงสวาง ชัดเจน แจมใส ขณะภาวนา กใ็ หพนมมืออยรู ะหวางอก พอจติ แจม ใส ลดมอื ลงวางทต่ี ักได การภาวนา ครั้งแรก ใหภ าวนาควบคกู บั จับลมหายใจเขา ออกไปดวย ตอ มา คาํ ภาวนาจะเรว็ ขน้ึ เองโดยอัตโนมตั ิ ไมต องไปชว ยเรง จิตจะไมยดึ ลมหายใจเขาออก แลว ตอนนี้ ใหป ลอยไปตามนน้ั ไมต อ งดึงจติ กลับมาที่ลมหายใจอกี เลิกหวงลมหาย- ใจได คําภาวนาจะเร็วขึน้ เองตามลาํ ดับ อาการของคนฝกใหมบ างคนจะเริ่มสน่ั มอื ท่พี นมอยูต อี ก พอผคู วบคุมการ ฝก จับเอามือลงวางบนเขา กจ็ ะตเี ขา ทัง้ สองขา งตอ ไป ก็ตองปลอยใหเปนไปตามน้ัน อาการเหลา น้จี ะหยุดไดเ อง เมอื่ จติ เขา สฌู านละเอียดและมนั่ คงแลว อาการเตน การส่นั ตอี ก เหลา นี้ จะเกิดกับผทู ่ไี มเคยไดมากอนเลย เปนคน ฝกใหม และจะเกดิ ขึ้นเม่ือจติ รวมเปนสมาธิ เขา ถึงฌานหยาบ หรือสมาธิจิตยังหยาบ อยู ขณะฝกและภาวนา จะมีอาการแสดงออกทางกายตา งๆ กัน เชน บางคนสั่น บางคนเตน ทั้งตวั บางคนลมตัวลงนอนบาง หงายหลงั ไปเลยบาง ฯลฯ เมอื่ จิตเปน ฌานแลว ตอนอทิสสมานกายจะออกไปจริง ก็มอี าการตา งๆ กัน อีก -บางคนเหน็ แสงสวาง พุง ลงมาจากขา งบนเปนลําแสงยาวสวางจดั -บางคนเหน็ แสงสวาง พุงจากขา งลา งตรงหนาขึ้นขางบน -บางคนก็เห็นแสงสวางจา เฉยๆในอากาศ www.buddhasattha.com





































มโนมยทิ ธิ หลวงพอ พระราชพรหมยาน นอกจากน้ี การปฏบิ ตั ิพระกรรมฐานแบบน้นี ้ัน \"..อยางนอ ยๆตอ งทาํ ใหไดถงึ ขั้นศึกษาธรรมะจากครอู าจารยท ไ่ี มม ีขันธ ๕ ไดด ว ย\" ไมใ ชคอยเกาะตดิ ตํารา และกายของครอู าจารย เพราะการทาํ เชน นั้นไมช ว ยใครได นั่นหมายความวา ตองพากเพยี ร ทาํ ทิพจกั ขุญาณใหเ กดิ ฝกฝนจนคลอ ง สามารถพบเห็นพระพุทธเจา และพระอรยิ เจา ทง้ั หลายท่ีละท้งิ ขันธ๕ ไปแลว ได และ รบั คําแนะนาํ ส่งั สอนจากทา นเหลา นั้นท่ีมาสงเคราะหไ ดดวย การปฏบิ ัติพระกรรมฐานในหมวดนี้ เปน การ \"ฝกใจ\" มิไดม งุ ฝก กาย ผูทมี่ ี อิทธบิ าท ๔ มีความพยายามและศรทั ธาจรงิ ในวิชชาขององคส มเด็จพระสมั มาสมั พุทธเจา ชาหรือเร็วยอ มกระทําไดส าํ เร็จ เวลาไมเคยรอใคร ทา นจงกระทําเสียแตเดย๋ี วน้ี เพ่อื ความไมป ระมาทเถิด ขออาราธนาบารมี องคส มเดจ็ พระบรมสคุ ตทกุ ๆพระองค นับตั้งแตอ งคส มเด็จพระปฐมบรมศาสดาสัมมาสมั พทุ ธเจา พระพทุ ธสิขที ศพล หลวงปปู าน ครอู าจารย ทานเจาของวิชชา และ หลวงพอฤาษี ขออาํ นาจบญุ บารมที ุกๆพระองค โปรดสงเคราะหเหลา สาธุชนพุทธบริษทั ผูต้งั ใจปฏิบตั ิในหมวดนี้ ไดสมมโนเจตนาเทอญ. --- จบ มโนมยทิ ธิ โดยสนุ สิ า วงศร าม --- www.buddhasattha.com

มโนมยิทธิ หลวงพอ พระราชพรหมยาน หลวงพอ พระราชพรหมยาน ตอบปญหา -ปญหาของผไู มเคยฝกมากอ น -ปญหาของผูเริม่ ฝกใหมๆ -ปญ หาของผูเริ่มฝก ไดแลว และการฝก แบบเต็มกาํ ลงั คดั ลอกจาก หนงั สือหลวงพอตอบปญ หาธรรม ฉบับพิเศษ เลม ๒ www.buddhasattha.com


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook