รายงานการศึกษาทางวชิ าการ เร่อื ง FinTech : นวตั กรรมทางการเงนิ ในยุคดจิ ทิ ัล จัดทาโดย นางสาวสิราภรณ์ จรงุ ศรีอภสิ ทิ ธิ์ ตาแหนง่ วทิ ยากรปฏิบัตกิ าร กล่มุ งานคณะกรรมาธกิ ารการเงิน การคลงั การธนาคาร และสถาบนั การเงนิ สานักกรรมาธิการ 1 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
รายงานการศึกษาทางวชิ าการ เร่อื ง FinTech : นวตั กรรมทางการเงนิ ในยุคดจิ ทิ ัล จดั ทาโดย นางสาวสิราภรณ์ จรงุ ศรีอภสิ ทิ ธิ์ ตาแหนง่ วิทยากรปฏิบัตกิ าร กล่มุ งานคณะกรรมาธกิ ารการเงิน การคลงั การธนาคาร และสถาบนั การเงนิ สานักกรรมาธิการ 1 สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
คานา รายงานการศึกษาทางวิชาการ เรื่อง FinTech : นวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล จัดทาข้ึน ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสานักกรรมาธิการ 1, 2, 3 พ.ศ. 2561 - 2564 ในการจัดทารายงาน ทางวิชาการ เพื่อสนับสนุนการดาเนินงานฝ่ายเลขานุการให้กับคณะกรรมาธิการ อันเป็นภารกิจสาคัญ ประการหน่ึงในการปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการ ท้ังนี้ ผู้จัดทาได้ดาเนินการศึกษา ค้นคว้า รวบรวม และวิเคราะห์ในบริบทของความหมาย แนวคิด ทฤษฎี นโยบายภาครัฐ และเอกสาร ข้อมูลทางวิชาการต่าง ๆ ท่ีสอดคล้องกับการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการเงินของประเทศในยุคดิจิทัล รวมถึงศึกษารายงานเรื่อง การปฏิรูประบบการรองรับนวัตกรรมทางการเงินของสภาขับเคล่ือนการปฏิรูป ประเทศ ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่ารายงานทางวิชาการเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ในการสนับสนุน การปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการให้กับคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร ตลอดจน สถาบันการเงิน และผทู้ ่มี คี วามสนใจเกยี่ วกับเรอ่ื งนวัตกรรมทางการเงนิ ในยุคดิจิทลั ต่อไป สริ าภรณ์ จรงุ ศรอี ภิสิทธ์ิ พฤษภาคม 2561
ก บทคดั ยอ่ รายงานการศึกษาทางวิชาการ เร่ือง FinTech : นวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล จัดทาข้ึน เพื่อศึกษาถึงบริบทของนวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัลที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนนวัตกรรม ทางการเงินของประเทศ เพื่อศึกษาการปฏิรูประบบการรองรับนวัตกรรมทางการเงินของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ และเพื่อเป็นเอกสารทางวิชาการสนับสนุนการดาเนินงานฝ่ายเลขานุการให้กับ คณะกรรมาธกิ ารการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบนั การเงนิ สภาผู้แทนราษฎร จากการศึกษาพบว่า ในประเทศไทยมีการนานวัตกรรมมาประยุกตใ์ ชเ้ พอ่ื อานวยความสะดวก ให้กับการทาธุรกรรมทางการเงินในลักษณะของการจ่าย โอน ชาระค่าสินค้าและบริการ จึงทาให้ ความหมายของนวัตกรรมทางการเงิน หรือ FinTech ในประเทศไทย หมายถึง การสร้างสรรค์ ระบบการเงินรูปแบบใหม่ด้วยการนาเทคโนโลยีมาประยุกต์ให้เป็นบริการทางการเงินและสร้าง ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหม่ (Startup) ที่มีการนานวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในการดาเนินธุรกิจ ซึ่งนวัตกรรมทางการเงินสามารถแบ่งตามลักษณะออกเป็น 2 ประเภท คือ นวัตกรรมทางการเงิน ด้านบริการ และนวตั กรรมทางการเงินด้านกระบวนการ สาหรับภาพรวมของ FinTech ในประเทศไทยจากการศึกษาพบว่า ธนาคารมีบทบาท ที่สาคัญในการนานวัตกรรมทางการเงินมาใช้ และหลายธนาคารได้ให้ความสนใจกับกลุ่มธุรกรรม บริการทางการเงินด้านการชาระเงินด้วยระบบ QR Code ตัวอย่างเช่น ระบบ Krungthai QR Code ของธนาคารกรุงไทย จากัด ร่วมกับหน่วยงานราชการในการพัฒนาโครงการศูนย์อาหารดิจิทัล (Digital Canteen) ทใี่ ห้บริการรับชาระค่าอาหารและเครอ่ื งด่ืมดว้ ยการสแกน QR Code หนา้ รา้ นค้า เพ่ือชาระเงินผ่านทาง Mobile Banking ของแต่ละธนาคารท่ีให้บริการ ทาให้การทาธุรกรรม มีปริมาณมากข้ึนเป็นผลให้ฐานข้อมูลมีความซับซ้อนและมีขนาดใหญ่ข้ึน ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง ทางระบบนิเวศของสถาบันการเงินไทย ดังนั้น การเปล่ียนแปลงของ FinTech ในการทาธุรกรรม ทางการเงิน อาจทาให้ธนาคารในฐานะตัวกลางทางการเงินมบี ทบาทนอ้ ยลงในอนาคต ส่วนของ FinTech ในต่างประเทศน้ัน หลายประเทศมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างโดดเด่น เน่ืองจากได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและภาครัฐในการพัฒนา FinTech ทาให้มีกลุ่ม Startup ระดับ Unicorn อยู่หลายรายท่ีมีมูลค่าการระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ รวมถึงให้ ความสนใจในเร่ืองของสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เทคโนโลยี Blockchain และในปัจจุบัน หลายประเทศมีการพัฒนาไปสู่ Digital Ventures ซึ่งเป็นการสนับสนุน Startup ให้สามารถเติบโต ได้อย่างยั่งยืน โดยการพัฒนานวัตกรรมด้วยความรู้ทางด้านเทคโนโลยีเชิงลึกที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ หรือท่ีเรียกว่า Deep Tech เช่น ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) หรือระบบเสมือนจรงิ (Virtual Reality : VR) เป็นต้น อีกท้ัง ต่างประเทศได้ให้ความสาคัญในการสร้างสภาพแวดล้อม ทางนวัตกรรมใหม้ ีระบบนิเวศท่ีพร้อมต่อการพฒั นาในทุกด้าน และนน่ั ทาให้ FinTech ในต่างประเทศ มคี วามก้าวหนา้ ในการพฒั นาอย่างต่อเนื่อง ดังน้ัน จะเห็นว่า FinTech มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของระบบการเงินไทย ซ่ึงเป็น กลไกหนึ่งท่ีสาคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศในยุคดิจิทัล ทาให้ในการปฏิรูประบบรองรับ นวตั กรรมทางการเงนิ ของประเทศไทยตามนโยบายภาครัฐในการเดินหนา้ ประเทศไทย 4.0 ในการขบั เคล่ือน
ข เศรษฐกิจของประเทศด้วยเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ที่มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศน้ัน จะต้องอาศัยปัจจัยแวดล้อมที่จะกระตุ้น การพัฒนา FinTech ท่ีเรียกว่า ระบบนิเวศนวัตกรรม (Ecosystem) ประกอบด้วยระบบฐานข้อมูล ขนาดใหญ่ (Big Data) ที่มีความปลอดภัยข้อมูลและมีการประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง Big Data เป็นส่วนหน่ึงของโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี (Infrastructure) ที่สาคัญในการเช่ือมโยง ข้อมูลจานวนมากระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตลอดจนภาครัฐควรเร่งดาเนินการ ออกกฎหมายดิจทิ ัลมารองรับการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินและการกากับดแู ลผู้ประกอบการธุรกิจ รายใหม่ (Startup) ในการดาเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงผู้ให้บริการทางการเงิน ในการออกผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงิน และประชาชนให้มีความปลอดภัยในการใช้บริการ ทางการเงนิ ในยุคดจิ ทิ ลั ภายหลังการศึกษายังพบปัญหาบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน ของประเทศไทย คือ 1) ประชาชนขาดความรู้พน้ื ฐานทางด้านเทคโนโลยแี ละนวตั กรรม ทาใหม้ ปี ัญหา ในการยอมรับและใช้งานนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ส่งผลให้การพัฒนานวัตกรรมทางการเงินเป็นไปได้ช้า และ 2) หน่วยงานกากับดูแลและกฎหมายที่จะมารองรับนวัตกรรมทางการเงินยังมีความซ้าซ้อน และขาดความชัดเจน ทาให้ผู้ประกอบการธุรกิจ FinTech และกลุ่มธุรกิจ Startup มีความสับสนใน ขั้นตอนการจัดต้ังธุรกิจและขาดความคล่องตัวในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานกากับดูแล ทั้งน้ี ผู้จัดทามีข้อเสนอแนะในการผลักดันให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คอื 1) ภาคการเงนิ และสถาบนั การเงิน ควรปรับปรงุ ลักษณะการให้บริการทางการเงินให้ตอบโจทย์ ความต้องการของผู้ใช้บริการควรปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการกากับดูแลให้เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม ทางการเงินให้มมี าตรฐานสากล รวมถึงควรจัดให้มหี นว่ ยงานกากบั ดแู ล Startup และผู้ที่เกีย่ วข้องกับ FinTech เพ่ือให้การดาเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน 2) ภาครัฐ ควรปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทางด้านอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทั่วถึง ควรส่งเสริมทักษะของเจ้าหน้าท่ีภาครัฐทางด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพ่ือพัฒนากระบวนการทางานให้มีประโยชน์สูงสุด ควรให้ความรู้และแนะแนวทาง การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเข้าถึงบริการภาครัฐแก่ประชาชน รวมถึงปรับปรุง กฎหมายให้ชัดเจนไม่ซ้าซ้อน และมีความทันสมัยสอดคล้องกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และ 3) ภาคประชาชน ควรเปิดใจรับรู้การเปลี่ยนแปลงและ ยอมรับนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ ๆ โดยการพัฒนาตนเองให้รู้ดิจิทัล (Digital literacy) ในการเพ่ิมทักษะความเข้าใจและการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนเพ่ิมความรู้ทางด้านกฎหมาย ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การใช้นวตั กรรมทางการเงิน เพ่ือทาใหน้ วัตกรรมทางการเงินของประเทศไทยมีความม่ันคง มัง่ ค่งั และยั่งยนื ในอนาคต คำสำคญั : FinTech, นวตั กรรมทางการเงนิ , นวัตกรรมทางการเงนิ ในยคุ ดจิ ิทัล
สารบัญ ค บทคดั ยอ่ หน้า สารบญั บทที่ 1 บทนา ก ค 1.1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา 1 1.2 วตั ถุประสงค์ 1 1.3 ขอบเขตของการศกึ ษา 2 1.4 ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รบั 2 บทที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎี และงานศกึ ษาทเี่ กี่ยวข้อง 3 2.1 แนวคิดเก่ยี วกบั นวตั กรรมทางการเงนิ 4 2.2 แนวคิดในการยอมรับนวัตกรรมทางการเงิน 4 2.3 นโยบายภาครฐั 7 2.4 งานวจิ ัยที่เก่ียวขอ้ ง 8 บทท่ี 3 ผลการศึกษา 10 บทที่ 4 สรุปผลการศกึ ษา และขอ้ เสนอแนะ 13 4.1 สรุปผลการศกึ ษา 23 4.2 ขอ้ เสนอแนะ 23 บรรณานกุ รม 25 26
บทที่ 1 บทนำ 1.1 ควำมเปน็ มำและควำมสำคญั ของปัญหำ ในยุคดิจิทัลท่ีมีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างก้าวกระโดด ทาให้รูปแบบ การดาเนินชีวิตของคนก้าวสู่สังคมดิจิทัลที่มีการนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในชีวิตประจาวัน สังเกตจากการทาธุรกรรมทางการเงิน จ่าย โอน ชาระค่าสินค้าและบริการ ด้วยสมาร์ทโฟน ท่ีทันสมัยผ่านทางเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง (Wireless Broadband) 3G 4G ซึ่งใช้งานได้ง่ายกว่า เคร่ืองคอมพิวเตอร์ต้ังโต๊ะ ทาให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่า โดยวิถีชีวิตในยุคดิจิทัล ทเ่ี ปลี่ยนไปนัน้ สง่ ผลต่อระบบเศรษฐกิจและระบบการเงนิ ของประเทศทาใหม้ ีการแขง่ ขันกนั ทางธุรกิจ ที่สูงข้นึ ของผู้ประกอบการธรุ กจิ เดิมในการปรบั กระบวนทัศนก์ ารดาเนินธุรกจิ ใหม่ อกี ท้งั มกี ารพัฒนา ผู้ประกอบการใหม่ หรือที่เรียกว่า Startup ให้มีขีดความสามารถท่ีเข้มแข็ง เพื่อเป็นการยกระดับ ในการสร้างนวัตกรรมทางการเงินให้มีประสิทธิภาพย่ิงข้ึน นวัตกรรมทางการเงิน หรือท่ีเรียกว่า Financial Technology : FinTech ท่เี กดิ ขึ้นทาใหร้ ูปแบบของการให้บริการทางการเงนิ มีการเปลย่ี นแปลง ในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศ (Ecosystem) และโครงสร้างพื้นฐาน ทางด้านเทคโนโลยี (Infrastructure) ในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินทาให้เกิดผลกระทบท่ชี ัดเจน ต่อหน่วยงานกากบั ดูแลระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และกฎเกณฑ์ในการกากับดูแลนวัตกรรม ทางการเงนิ ซึ่งทุกภาคส่วนท้งั ภาครฐั ภาคการเงนิ ภาคธรุ กจิ และภาคประชาชน ควรมกี ารดาเนินการ ร่วมกันอย่างเป็นระบบ มีการปรับตัวของผู้ให้บริการทางการเงินในการปรับปรุงบริการให้ตอบโจทย์ ความต้องการของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการต้องปรับตัวในการใช้งานนวัตกรรมใหม่ มีการปรับปรุง โครงสรา้ งพนื้ ฐานให้รองรบั นวตั กรรมทางการเงินที่ก้าวหนา้ มกี ารปรบั ปรุงกฎเกณฑ์ในการกากับดูแล ให้เอือ้ ตอ่ การรองรับการพัฒนาและการใช้นวัตกรรมทเี่ กิดขนึ้ ด้วย ท้ังน้ี คณะอนุกรรมาธกิ ารขบั เคลื่อน การปฏิรูปด้านการเงิน การคลัง ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ สภาขับเคลือ่ นการปฏริ ปู ประเทศ ไดจ้ ดั ทารายงานเรอ่ื ง การปฏิรปู ระบบรองรับนวัตกรรมทางการเงิน เพ่ือเป็นแนวทางสาหรับการรองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกิดขึ้น ทาให้ FinTech มีเสถียรภาพ และความม่ันคงตามแผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ โดยไดผ้ า่ นการพิจารณาของสภาขับเคลื่อนการปฏริ ปู ประเทศ และนาเสนอคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาแล้ว ทางด้านภาคการเงินและสถาบันการเงินที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบการเงิน ของประเทศไทยได้ให้ความสาคัญกับนโยบายการเดินหน้าประเทศไทย 4.0 และสนับสนุนการใช้ นวัตกรรมทางการเงิน FinTech โดยให้บริการผ่านทางระบบออนไลน์มากข้ึน มีการพัฒนามาตรฐาน Thai QR Code Payment ให้มีมาตรฐานสากลเพื่อใช้ในประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการชาระเงิน และผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรระดับสากลเปิดให้มี การทดสอบมาตรฐาน Thai QR Code Payment เพ่ือใช้ในการให้บริการชาระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น (Application) บนมือถือ ในสนามทดสอบที่มีหน่วยงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กากับและ คอยดูแลอยู่ (Regulatory sandbox) เม่ือผู้เข้าร่วมทดสอบผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์แล้ว จึงสามารถให้บริการการชาระเงินแบบใหม่ผ่านระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) ได้ ซ่ึงในขั้นต้น
2 มีหน่วยงานราชการหลายแห่ง เช่น สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกยี รติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เป็นตน้ ทีส่ นบั สนนุ นโยบายระบบการชาระเงินอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (National e - payment) น้ี มีการเปิดใช้งานโครงการศูนย์อาหารดิจิทัล (Digital Canteen) ซ่ึงภายใน ศูนย์อาหารจะให้บริการรับชาระค่าอาหารและเคร่ืองดื่มด้วยระบบ Krungthai QR Code และระบบ Fast Pay โดยผู้ซื้อสามารถสแกน QR Code หน้าร้านค้า เพ่ือชาระเงินผ่านทาง Mobile Banking ของแต่ละธนาคารท่ีให้บริการ สว่ นผ้ขู ายสามารถใช้ Application “เปา๋ ตงุ ” ทใ่ี หบ้ ริการโดยธนาคารกรุงไทย ในการสร้าง QR Code รบั ชาระเงิน การตรวจสอบรายการรับชาระเงนิ และการทารายงานสรุปต่าง ๆ ทาให้การใช้จ่ายในชีวิตประจาวันมีความสะดวก รวดเร็ว ลดความยุ่งยากในการรับเงินและทอนเงิน นอกจากน้ี ธนาคารพาณชิ ย์หลายแห่งเริ่มมีการออกบริการทางการเงนิ ตา่ ง ๆ เพ่ือเป็นทางเลือกให้กับ ผู้ใช้บรกิ ารมากขน้ึ จากวิถีชีวิตที่เปล่ียนไปของคนในยคุ ดิจิทัลและการปรับตัวของทุกภาคส่วนในการประยุกต์ใช้ นวัตกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมทางการเงินท่ีเป็นกลไกหน่ึงท่ีสาคัญในการผลักดันระบบการเงิน อีกทั้ง คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ สภาขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศ ได้จัดทารายงานเรื่อง การปฏิรูประบบการรองรับนวัตกรรมทางการเงิน เพ่ือส่งเสริมสนับสนุน และรองรับนวัตกรรมทางการเงินของประเทศ ทาให้ผู้เขียนมีแนวคิดในการศึกษาถึงบริบทของ ความหมายและขอบเขตของนวัตกรรมทางการเงิน แนวคิดทฤษฎีที่เก่ียวข้องกับการรับรู้และยอมรับ นวัตกรรม กฎหมาย และนโยบายภาครัฐท่ีสอดคล้องกับ FinTech นวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล ที่จะเป็นส่วนสาคัญในการขับเคล่ือนเศรษฐกิจของประเทศ เพ่ือเป็นข้อมูลสนับสนุนการดาเนินงาน ฝา่ ยเลขานุการให้กับคณะกรรมาธิการการเงนิ การคลงั การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผแู้ ทนราษฎร อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพต่อไป 1.2 วตั ถปุ ระสงค์ 1.2.1 เพ่อื ศกึ ษาถึงบริบทของนวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัลท่สี อดคล้องกบั การขับเคล่ือน นวัตกรรมทางการเงนิ ของประเทศ 1.2.2 เพ่ือศึกษาการปฏิรูประบบการรองรับนวัตกรรมทางการเงินของสภาขับเคล่ือนการปฏิรูป ประเทศ 1.2.3 เพื่อเป็นเอกสารทางวชิ าการสนบั สนุนการดาเนินงานฝา่ ยเลขานุการให้กับคณะกรรมาธกิ าร การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผแู้ ทนราษฎร 1.3 ขอบเขตของกำรศกึ ษำ รายงานการศึกษาทางวิชาการเล่มนี้ มุ่งศึกษาในบริบทของความหมายและขอบเขต แนวคิด ทฤษฎีที่เก่ียวข้อง นโยบายภาครัฐ และเอกสารข้อมูลทางวิชาการต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับการขับเคล่ือน นวตั กรรมทางการเงินในยุคดจิ ิทัล รวมถึง ศกึ ษารายงานการปฏริ ูประบบการรองรับนวัตกรรมทางการเงิน ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลวิชาการสนับสนุนการดาเนินงานฝ่ายเลขานุการ ใหก้ ับคณะกรรมาธกิ ารการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบนั การเงิน สภาผู้แทนราษฎร
3 1.4 ประโยชนท์ ่คี ำดวำ่ จะได้รบั 1.4.1 ทาให้ทราบถึงบริบทของนวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัลท่ีสอดคล้องกับการขับเคล่ือน นวตั กรรมทางการเงินของประเทศ 1.4.2 ทาให้ทราบแนวทางของการปฏิรปู ระบบการรองรบั นวัตกรรมทางการเงินของสภาขบั เคลอื่ น การปฏิรปู ประเทศ 1.4.3 ทาใหข้ ้าราชการกลมุ่ งานคณะกรรมาธกิ ารการเงนิ การคลงั การธนาคาร และสถาบนั การเงนิ มีเอกสารวิชาการสนับสนุนการดาเนินงานฝ่ายเลขานุการให้กับคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ การศึกษาดงู าน และการจดั สัมมนา
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และงานศกึ ษาทีเ่ กีย่ วข้อง นวัตกรรมทางการเงินอย่าง FinTech เป็นกลไกหนึ่งท่ีช่วยในการขับเคล่ือนเศรษฐกิจ และระบบการเงินในยุคดิจิทัลของประเทศ ซึ่งในบทน้ีผู้จัดทามุ่งศึกษาถึงแนวคิดเกี่ยวกับนวัตกรรม ทางการเงิน แนวคิดในการยอมรับนวัตกรรมทางการเงิน นโยบายภาครัฐ และเอกสารวิชาการ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง มีรายละเอียดในการศกึ ษาดังน้ี 2.1 แนวคดิ เกยี่ วกบั นวตั กรรมทางการเงนิ ในส่วนของแนวคิดเก่ียวกับนวัตกรรมทางการเงิน จะอธิบายถึงความหมาย ลักษณะ ประเภท ของนวัตกรรมและนวตั กรรมทางการเงนิ ดงั น้ี 2.1.1 ความหมายของนวัตกรรม มีผใู้ หค้ วามหมายของนวตั กรรม (Innovation) ไว้ ดงั น้ี 1) มรี ากศัพทม์ าจากภาษาละติน คาวา่ โนวา (nova) ทแ่ี ปลว่า ใหม่ ดังน้ัน นวตั กรรม จึงหมายถึง การทาให้ปรากฏเป็นรูปธรรม การผสมผสาน และการสังเคราะห์ รวบรวมความรู้เดิม ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการใหม่ที่มีคุณค่าและมีความสาคัญ (ลุกซ์ ริชาร์ด, 2555, น. 37) 2) มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน คาว่า novas ท่ีแปลว่า ใหม่ (ภัทรกิตติ์ เนตินิยม, 2554, น. 19) 3) มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน คาว่า “Innovare” ที่แปลว่า ทาส่ิงใหม่ขึ้นมา และตามแนวคิดเรื่อง “ระบบนวัตกรรมแห่งชาติ” หมายถึง การได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการใหม่ การตลาดหรือรูปแบบองค์การใหม่ ที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงมูลค่าในรูปผลประโยชน์ด้านการเงิน ชีวติ ความเป็นอยู่ท่ดี ี และความมปี ระสทิ ธภิ าพ (ปทั มา เธียรวศิ ษิ ฎส์ กลุ , 2560, น. 3) 4) เป็นสิ่งใหม่หรือวิธีการใหม่ที่เกิดข้ึน และได้รับการยอมรับจากสังคม (บดินทร์ รัศมีเทศ, 2550, น. 25) 5) เป็นการนาทรัพยากรท่ีมีอยู่ไปทาให้เกิดผลผลิต และนาผลผลิตท่ีได้ไปทาให้เกิด ผลผลิตใหม่ ๆ (คารณ ศรีน้อย, 2549, น. 30) 6) เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดจากการใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงส่ิงท่ีเกิดขึ้นจากความสามารถในการใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ทกั ษะ และประสบการณ์ทางเทคโนโลยีหรือการจัดการพัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิต หรือบรกิ ารใหม่ (พระราชกฤษฎกี าจดั ตงั้ สานกั งานนวัตกรรมแห่งชาติ, 2552, น. 1-3) 2.1.2 ประเภทของนวตั กรรม มีผจู้ าแนกประเภทของนวตั กรรมออกไวห้ ลายรปู แบบ ดังนี้ 1) จาแนกออกตามการเปลี่ยนแปลงได้ 2 ประเภท คอื (ลุกซ์ รชิ าร์ด, 2555, น. 22-23)
5 (1) นวัตกรรมแบบท่ีเปลี่ยนส่ิงเดิมอย่างค่อยเป็นค่อยไป (Incremental Innovation) หมายถึง การใช้ประโยชน์จากรูปแบบหรือเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับปรุงส่ิงที่มีอยู่ก่อน หรือปรบั แต่งรูปแบบหรอื เทคโนโลยีเดมิ เพ่ือใหส้ อดรับกบั วตั ถปุ ระสงค์ใหม่ (2) นวัตกรรมแบบที่เปลี่ยนส่ิงเดิมอย่างสิ้นเชิง (Radical Innovation) หมายถึง สิง่ ทโ่ี ลกไมเ่ คยรจู้ กั มากอ่ นและห่างไกลไปจากเทคโนโลยีหรือวิธีการทม่ี ีอยู่ 2) จาแนกออกตามลกั ษณะได้ 3 ประเภท คือ (Meditate, 2553, น. 1) (1) นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับคน หรือผู้บริโภค เช่น เครื่องซักผ้า เคร่ืองดูดฝุ่น เป็นต้น ซ่ึงนวัตกรรมท่ีจะเกิดข้ึนจะเกี่ยวข้องกับ ส่วนประกอบ (Components) และระบบ (System) (2) นวัตกรรมด้านบริการ (Services Innovation) หมายถึง การบริการที่ไม่สามารถ จับต้องได้เหมือน Product Innovation แต่เป็นรูปแบบของการให้บริการ เช่น การเปล่ียนแปลง ของบริการด้านการเงินของธนาคารกรุงไทยให้ลูกค้าทาธุรกรรมโอนชาระค่าสินค้าผ่าน Application ไดด้ ว้ ยตัวเอง และบริการของบริษทั AIS สามารถให้ลกู คา้ กาหนดประเภทโปรโมชัน่ ไดด้ ้วยตัวเอง เป็นตน้ (3) นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation) หมายถึง การเปลี่ยนแปลง ขั้นตอน กระบวนการ โดยการนาเทคโนโลยีประเภทปญั ญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) มาใชง้ าน 3) จาแนกออกตามขอบเขตของการดาเนินงานได้ 2 ประเภท คือ (สมนึก เอ้ือจิระพงษ์พันธ์ และคณะ, 2556, น. 56-57) (1) นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) หมายถึง นวัตกรรม ที่มีพื้นฐานหรือขอบเขตของการพัฒนามาจากเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าหรือ ผบู้ รโิ ภค และสรา้ งความไดเ้ ปรียบในเชงิ การแขง่ ขนั ได้เปน็ อย่างดี (2) นวตั กรรมทางการบริหาร (Administrative Innovation) หมายถึง การคิดค้น และเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิธีการ กระบวนการจัดการองค์การใหม่ ที่ส่งผลให้ระบบการทางาน การผลิต การออกแบบผลิตภณั ฑ์ และการให้บรกิ ารขององค์การมีประสิทธภิ าพเพิ่มมากขึน้ จากการศึกษาความหมายและประเภทของนวัตกรรมทาให้สรุปได้ว่า นวัตกรรม หมายถึง ส่ิงใหม่หรือวิธีการใหม่ท่ีเกิดข้ึน จากการใช้ความรู้ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกระบวนการใหม่ ซึ่งเป็นท่ียอมรับและก่อให้เกิดประโยชน์ ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม โดยนวัตกรรมสามารถจาแนกประเภทออกตามขอบเขต วัตถุประสงค์ ของการนาไปใช้ได้เป็น 3 ประเภท คือ จาแนกตามการเปล่ียนแปลง จาแนกตามลักษณะ และจาแนก ตามขอบเขตของการดาเนินงาน ซึ่งนวัตกรรมที่ประเทศใหญ่มีการพัฒนาและนามาใช้ส่วนใหญ่ จะเปน็ นวัตกรรมด้านการบรกิ าร เชน่ ธนาคารมีการใหบ้ รกิ ารทาธรุ กรรมโอนชาระค่าสนิ ค้าผ่าน Application ออนไลนไ์ ด้ด้วยตนเอง เปน็ ต้น 2.1.3 ความหมายของนวัตกรรมทางการเงนิ มผี ู้ใหค้ วามหมายของนวัตกรรมทางการเงิน (FinTech) ไว้ ดังนี้ 1) ส่วนใหญ่จะกล่าวถึง FinTech ท่ีย่อมาจากภาษาอังกฤษคาว่า Financial Technology ซึ่งจะเป็นการที่สถาบันการเงินได้นาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้เสริมในการให้บริการทางการเงิน เช่น การทาธุรกรรมทางการเงินผา่ นโทรศัพท์มอื ถือแบบสมารท์ โฟน และถือเป็นนวัตกรรมทางการเงนิ อย่างหนึง่
6 การสร้างสรรค์ระบบการเงินแบบใหม่ที่แตกต่างออกไปจากระบบการเงินในปัจจุบัน เช่น การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ผู้ประกอบการธุรกิจใหม่หรือสตาร์ทอัพ (Startup) ทีม่ ่งุ ทาธุรกจิ เกี่ยวกับการเงินหรือการให้บริการทางการเงิน (เรวัต ตนั ตยานนท,์ 2560, น. 1) 2) เป็นการสร้างเคร่ืองมือทางการเงินใหม่ ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สถาบัน และองค์ประกอบของผู้มีส่วนร่วมในตลาด ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์และกระบวนการท่ีเป็นส่ิงใหม่ มกี ารกาหนดรูปแบบทีช่ ัดเจน (ภัทรกิตต์ิ เนตนิ ิยม, 2554, น. 19) 3) เทคโนโลยีในการทาธุรกรรมทางเงินท่ีเน้นการประยุกต์จากการผสมผสาน เทคโนโลยีโดยเฉพาะระบบส่ือสารออนไลนเ์ พอื่ ใชใ้ นธุรกิจการเงิน ทั้งการชาระเงินผา่ นโทรศัพท์มือถือ การโอนเงิน โดยอาศยั ความกา้ วหน้าดา้ น IT (เวทย์ นชุ เจรญิ , 2559, น. 1) 2.1.4 องค์ประกอบพืน้ ฐานของนวัตกรรมทางการเงนิ นวัตกรรมทางการเงินส่วนมากในปัจจุบันจะเป็นการนาเทคโนโลยีมาใช้กับการ ให้บริการธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ ทาให้การทาธุรกรรมมีความสะดวก รวดเร็ว และ ลดคา่ ใช้จ่ายลง ท้งั นี้ องคป์ ระกอบพืน้ ฐานของนวตั กรรมทางการเงินท่ีเปน็ กลไกสาคญั ทีช่ ว่ ยขับเคล่ือน ระบบการเงนิ ในยุคดจิ ิทลั ประกอบไปดว้ ย 1) ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นปริมาณของข้อมูลที่มีจานวนมาก และมีขนาดใหญ่กว่าข้อมูลท่ัวไป ข้อมูลมีการเปล่ียนแปลงตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว ข้อมูลน้ันต้องมี ความถูกต้อง และสามารถนาข้อมลู นัน้ มาใชป้ ระโยชนไ์ ด้จรงิ 2) ระบบนิเวศนวัตกรรม (Ecosystem) เป็นการเชื่อมโยงของทรัพยากรมนุษย์ทุน ทางการเงินและโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมท่ีส่งเสริม ให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินและเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างท่ัวถึง มีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพ และมคี วามปลอดภัย 3) โครงสร้างพ้ืนฐานทางด้านเทคโนโลยี (Infrastructure) ได้แก่ อินเทอร์เน็ตหรือ เครือขา่ ยโทรศัพทม์ ือถือท่ีมีความครอบคลุมสามารถรองรับการใชง้ านของประชาชนได้ 4) ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหม่ (Startup) ผู้ประกอบการธุรกิจที่เกิดข้ึนเพ่ือรองรับธุรกิจ ด้านเทคโนโลยีหรือธุรกิจที่มีการนานวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ รวมถึงการทาธุรกิจ ใหเ้ ติบโตขึ้นแบบกา้ วกระโดด (พรชยั ชุนหจนิ ดา, 2560, น. 5-6) จากการศึกษาความหมายและองค์ประกอบพ้ืนฐานของนวัตกรรมทางการเงิน สาหรับ ประเทศไทยท่ีมีการนานวัตกรรมมาช่วยอานวยความสะดวกในการทาธุรกรรมทางการเงิน เช่น โอน จ่าย ชาระค่าสินค้าและบริการ เป็นต้น ทาให้สรุปได้ว่า นวัตกรรมทางการเงิน หรือ Financial Technology : FinTech หมายถึง การสร้างสรรค์ระบบการเงินแบบใหม่ด้วยการนาเทคโนโลยีมาประยุกต์ให้เป็น บริการทางการเงินรูปแบบใหม่และสร้างผู้ประกอบการธุรกิจใหม่ (Startup) ที่ให้บริการทางการเงิน โดยในการกระตุ้นให้มีการพัฒนา FinTech ของประเทศไทยจะต้องประกอบไปด้วยระบบฐานข้อมูล Big Data ท่ีมีการประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง Big Data เป็น Infrastructure ทางด้าน เทคโนโลยีหน่ึงท่ีสาคัญในการเช่ือมโยงข้อมูลจานวนมากระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มธุรกิจ Startup เพื่อก่อให้เกิด Ecosystem ท่ีมีเสถียรภาพ รวมถึงนโยบายภาครัฐที่จะมากากับดูแล และสนบั สนนุ ธรุ กิจ Startup เพือ่ ส่งเสรมิ ให้ FinTech มคี วามมัน่ คงและยั่งยนื
7 2.2 แนวคดิ ในการยอมรับนวตั กรรมทางการเงนิ นวัตกรรมทางการเงินท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีผลต่อการยอมรับและใช้นวัตกรรม ทางการเงนิ ของแต่ละบุคคล ซง่ึ แนวคิดทท่ี าใหเ้ กดิ การยอมรับนวัตกรรมทางการเงิน มีดังนี้ 2.2.1 การเปล่ียนแปลงนวัตกรรม หมายถึง การเปล่ียนแปลงหรือแก้ไขกระบวนการทางาน (Work Process) วิธีการทางาน (Methods) รวมทั้งการนาเครื่องมือ (Tools) ใหม่ ๆ ท่ีทันสมัยและ อัตโนมัติมาแทนท่ีเครื่องมือเดิม ใช้การควบคุมโดยเครื่องคอมพิวเตอร์แทนการใช้คน โดยการเปลี่ยนแปลง (Change) เป็นการยุติ (Break) ดุลยภาพที่เป็นอยู่ของส่ิงหนึ่งสิ่งใดเพื่อไปสู่ดุลยภาพใหม่ ซ่ึงการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมในการผลิตสินค้าหรือบริการใหม่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยที่ความสาเร็จของธุรกิจจะอาศัยความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และต้องมีนวัตกรรม (Innovation) ด้วย ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นความสามารถ ในการประสานความคิดหลายอย่างที่ก่อให้เกิดความคิดใหม่ ๆ ส่วนนวัตกรรมเป็นกระบวนการ นาความคิดสร้างสรรค์มาแปลงให้เป็นสนิ ค้าบริการ หรือวิธีการทางานใหม่ ๆ (วิรัช สงวนวงศ์วาน, 2550, น. 164-165) 2.2.2 การรับรู้นวัตกรรม หมายถึง กระบวนการที่บุคคลทาการเลือกจัดการและตีความ สง่ิ ที่ได้รับรู้ทางประสาทสัมผัสท้ัง 5 ได้แก่การมองเห็น การได้กลิ่น การได้ยิน การได้ลิ้มรส และการได้สัมผัส จึงทาให้เกิดความสนใจในสิ่งเร้าและจบลงด้วยการตีความหรือหาความหมายของส่ิงนั้น ซ่ึงสามารถ แบ่งกระบวนการของการรบั รู้ออกเปน็ 3 ส่วน คอื 1) การเปิดรับ (Exposure) เป็นการท่ีมีส่ิงกระตุ้นเข้ามากระทบจนก่อให้เกิดการรับรู้ ความรู้สึก (Sensation) โดยอาศัยประสาทสัมผัส (Senses) ท้ัง 5 ได้แก่ การได้ยิน การดมกลิ่น การลิ้มรส การมองเห็น การสมั ผสั ซง่ึ แต่ละบคุ คลจะมกี ารรับรูใ้ นของสง่ิ เดยี วกนั ท่ีแตกต่างกนั 2) ความต้ังใจ (Attention) เป็นการจาแนกรายละเอียดความรู้สึกท่ีเกิดข้ึนตาม ความรู้สึกในจติ ใจ ความรูแ้ ละประสบการณข์ องผูบ้ รโิ ภค 3) ความเข้าใจ (Comprehension) ในข้อมูลเป็นการตีความซ่ึงอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป จะขึ้นอยู่กับความเช่ือ ทัศนคติและประสบการณ์ การประมวลผล ความรู้สึก ความเข้าใจท่ีเกิดขึ้น จากสิง่ ทีร่ บั รู้ (จิรวัฒน์ วงคธ์ งชัย, 2555, น. 23-24) 2.2.3 ปัจจยั ท่มี ีผลต่อการรับรู้ ประกอบดว้ ย 3 ปัจจัย คือ 1) ผู้รับรู้ เมื่อบุคคลมองไปที่เป้าหมายและพยายามตีความหมายในสิ่งที่เห็น ซึ่งขนึ้ อยู่กับ ลกั ษณะส่วนบุคคลของผู้รบั รู้ เชน่ ทัศนคติ แรงจงู ใจ และความสนใจ เป็นต้น 2) เป้าหมาย เป็นส่ิงท่ีบุคคลกาลังสังเกตเห็น เช่น ความแปลกใหม่ การเคลื่อนไหว แสง เสยี ง เป็นต้น 3) สถานการณ์ เปน็ สิ่งแวดล้อมท่ีบคุ คลมองส่ิงของ หรือเหตุการณ์นนั้ ๆ มีความสาคัญ และผลตอ่ การรับรู้ เชน่ เวลา ภาระงาน และภาวะสงั คม เปน็ ตน้ (พิบูล ทปี ะปาล, 2555, น. 105) 2.2.4 การยอมรับนวัตกรรม หมายถงึ การนานวัตกรรมท่ียอมรับมาใชง้ านและก่อใหเ้ กิดประโยชน์ แก่ตัวบุคคลหรือการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับพฤติกรรม ทัศนคติ และการใช้นวัตกรรมท่ีง่ายขึ้น เป็นผลให้มีประสบการณ์ ความรู้ และทักษะในการใช้งานเพ่ิมเติมโดยท่ีการยอมรับนวัตกรรม เป็นขั้นตอนท่ีเกิดข้ึนทางจิตใจของบุคคล เร่ิมจากการได้ยินในเร่ืองวิทยาการนั้น ๆ จนยอมรับ
8 แล้วนาไปใช้ ซ่ึงกระบวนการนี้มีลักษณะคล้ายกับกระบวนการเรียนรู้และการตัดสินใจ (Decision Making) โดยแบ่งกระบวนการยอมรับออกเป็น 5 ข้ันตอน ไดแ้ ก่ 1) ข้ันรับรู้ (Awareness Stage) เป็นขั้นตอนท่ีบุคคลรู้ว่ามีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้น แต่ยงั ขาดความรู้เก่ยี วกบั นวัตกรรมนั้น 2) ข้ันสนใจ (Interest Stage) เป็นขั้นตอนที่บุคคลเริ่มมีความสนใจในนวัตกรรม และพยายามแสวงหาขอ้ มลู หรอื ความรู้เพิม่ เตมิ เกี่ยวกับนวตั กรรม 3) ข้ันประเมินค่า (Evaluation Stage) เป็นขั้นตอนที่บุคคลจะประเมินผลในสมอง ของตนเอง โดยลองคิดว่าถ้ายอมรับนวัตกรรมนั้นมาใช้แล้วจะเหมาะสมหรือจะส่งผลคุ้มค่ากับ การเสย่ี งหรอื ไม่ 4) ข้ันทดลอง (Trial Stage) เป็นข้ันตอนที่บุคคลจะนานวัตกรรมมาลองใช้หรือลองปฏิบัติ ในวงจากัดกอ่ น เพื่อทดลองวา่ นวัตกรรมนัน้ มีประโยชน์หรอื ไม่ 5) ข้ันการยอมรับ (Adoption Stage) เป็นข้ันตอนท่ีบุคคลยอมรับนวัตกรรม โดยนา นวตั กรรมนัน้ มาใชอ้ ยา่ งเต็มท่สี ม่าเสมอ (เกวรนิ ทร์ ละเอียดดนี ันท์, 2557, น. 14-16) จากการศึกษาสรุปได้ว่า การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมเป็นการเปล่ียนพฤติกรรม กระบวนการ และเครื่องมือในการทางาน โดยอาศัยการประสานความคิดสร้างสรรค์ และกระบวนการนวัตกรรม มาแปลงให้เป็นสินค้าหรือบรกิ ารแบบใหม่ ๆ จนทาให้เกิดการรับร้ทู ่ีเปน็ องคป์ ระกอบหนึ่งของทศั นคติ ดังนั้น หากคนใช้บริการทางการเงินอย่างใดอย่างหน่ึงเหมือนกัน อาจทาให้ทัศนคติหรือการยอมรับ ในการใช้บริการน้ัน ๆ ต่างกัน ทาให้สรุปได้ว่า การยอมรับนวัตกรรมเป็นกระบวนการทางจิตใจของ คนท่ีผ่านการเรียนรู้เก่ียวกับสิ่งใหม่และทดลองนาไปใช้ เม่ือเห็นว่าดีมีประโยชน์จึงตัดสินใจใช้ นวัตกรรม โดยทร่ี ะยะเวลาในการตัดสินใจยอมรบั นั้น ไมส่ ามารถกาหนดแน่นอนได้ ข้นึ อยู่กับลักษณะ ของนวัตกรรมนั้น ๆ 2.3 นโยบายภาครฐั นโยบายภาครัฐเป็นสิ่งท่ีสาคัญในการพัฒนา FinTech ของประเทศให้มีความเข้มแข็งและม่ันคง ซง่ึ นโยบายภาครฐั ที่เห็นว่ามคี วามสอดคลอ้ งกบั นวตั กรรมทางการเงนิ ในยุคดจิ ทิ ลั มดี ังน้ี 2.3.1 ร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) เน่ืองจากพระราชบัญญัติการจัดทายุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 ได้ระบุเหตุความจาเป็น ของกฎหมายตามบทบัญญัติ ในมาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติไว้ว่า “รฐั พึงจดั ให้มียุทธศาสตรช์ าตเิ ปน็ เป้าหมายการพฒั นาประเทศอย่างยั่งยนื ตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทาแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน เพ่ือให้เกิดเป็นพลังผลักดัน รว่ มกนั ไปสเู่ ป้าหมายดังกล่าว การจัดทา การกาหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่ จะบรรลุเป้าหมาย และสาระท่ีพึงมี ในยุทธศาสตรช์ าตใิ หเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบญั ญัติ ทง้ั น้ี กฎหมายดังกล่าวต้องมี บทบญั ญัตเิ กยี่ วกบั การมสี ว่ นร่วมและการรับฟังความคิดเหน็ ของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทว่ั ถึงด้วย ยุทธศาสตรช์ าติ เม่ือได้ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแล้ว ใหใ้ ชบ้ งั คับได้” และพระราชบัญญัติ แผนและข้ันตอนการดาเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 ได้ระบุเหตุความจาเป็นของกฎหมาย
9 ตามบทบัญญัติ ในมาตรา 259 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติไว้ว่า “ภายใต้บังคับมาตรา 260 และมาตรา 261 การปฏิรูปประเทศตามหมวดนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยแผนและข้ันตอนการดาเนินการปฏิรูปประเทศซึ่งอย่างน้อยต้องมีวิธีการ จัดทาแผนการมีส่วนร่วม ของประชาชนและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ข้ันตอนในการดาเนินการปฏิรูปประเทศ การวัดผลการดาเนินการ และระยะเวลาดาเนินการปฏิรูปประเทศทุกด้าน ซึ่งต้องกาหนดให้เร่ิมดาเนินการปฏิรูปในแต่ละด้าน ภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้รวมตลอดท้ังผลสัมฤทธ์ิที่คาดหวังว่าจะบรรลุ ในระยะเวลาห้าปี ให้ดาเนินการตรากฎหมายตามวรรคหน่ึง และประกาศใช้บังคับภายในหน่ึงร้อยยี่สิบวัน นบั แต่วันประกาศใช้รฐั ธรรมนญู นี้ ในระหว่างท่ีกฎหมายตามวรรคหน่ึงยังไม่มีผลใช้บังคับ ให้หน่วยงานของรัฐดาเนินการปฏิรูป โดยอาศัยหน้าที่และอานาจท่ีมีอยูแ่ ล้วไปพลางกอ่ น” จากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นผลให้คณะกรรมการจัดทา ยุทธศาสตร์และกรอบการปฏิรูปได้ดาเนินการยกร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ตามแนวทาง ท่คี ณะรฐั มนตรีกาหนด โดยมีการนาความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะจากกรรมการจดั ทายทุ ธศาสตรช์ าติ ที่มาจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเมือง และนักวิชาการ รวมถึง ข้อคิดเห็น จากสภาปฏิรูปแห่งชาติ และความคิดเห็นจากภาคประชาชนมาเป็นข้อมูลในการยกร่างยุทธศาสตร์ชาติ ซงึ่ คณะกรรมการจัดทายทุ ธศาสตร์ชาติได้มีมติเห็นชอบร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เม่ือวันที่ 20 เมษายน 2561 และนาส่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว เมื่อวันท่ี 9 พฤษภาคม 2561 โดยข้ันต่อไป จะนาเสนอร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เพื่อขอความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประกาศใช้เป็นกรอบในการกาหนดทศิ ทางการบรหิ ารประเทศควบคู่ไปกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ (1) ยุทธศาสตร์ด้านความม่ันคง (2) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน (3) ยุทธศาสตร์พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (4) ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสและ ความเสมอภาคทางสังคม (5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรต่อ ส่ิงแวดล้อม และ (6) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ประมาณเดือนกรกฎาคม 2561 น้ี (คณะกรรมการจัดทายทุ ธศาสตร์และกรอบการปฏิรูป, 2560, น. 13-14) สรุปได้ว่า ร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ได้มีการกาหนดกรอบแนวทางท่ีสาคัญ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ทางด้านการส่งเสริมการค้า การลงทุน การวิจัยและพัฒนา และการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ซ่ึงมีความสอดคล้อง กับการพัฒนานวตั กรรมทางการเงิน และส่งเสริมใหม้ กี ารประกอบธรุ กิจ FinTech อย่างยั่งยนื 2.3.2 แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ในการจัดทาแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติจัดทาบนพื้นฐานของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นแผนแม่บทหลักและเป้าหมาย ของการพัฒนาประเทศ โดยในแต่ละยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ได้กาหนดประเด็น การพัฒนา พร้อมทั้งแผนงานหรือโครงการสาคัญท่ีต้องดาเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในช่วง 5 ปีแรก ของการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติเพ่ือเตรียมความพร้อมคน สังคม และระบบเศรษฐกิจของประเทศ
10 ให้สามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสมพร้อมท้ังกาหนดแนวคิด กลไกการขบั เคลอื่ น และตดิ ตามประเมนิ ผลที่ชัดเจน เพ่ือให้ทศิ ทางในการพฒั นาเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ นาไปสู่การพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขท่ีย่ังยืนของสังคมไทย ซ่ึงมีประเด็นยุทธศาสตร์ 10 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ (1) การเสริมสร้างและพฒั นาศักยภาพทุนมนุษย์ (2) การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลือ่ มล้า ในสังคม (3) การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขนั ได้อยา่ งยั่งยืน (4) การเตบิ โตทีเ่ ป็นมติ ร กับส่ิงแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (5) การเสริมสรา้ งความม่ันคงแห่งชาติเพ่ือการพัฒนาประเทศ สู่ความม่ังค่ังและยั่งยืน (6) การบริหารจัดการในภาครัฐ การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบและ ธรรมาภบิ าลในสงั คมไทย (7) การพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐานและระบบโลจิสติกส์ (8) การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วจิ ัย และนวตั กรรม (9) การพัฒนาภาค เมือง และพืน้ ท่ีเศรษฐกิจ และ (10) ความร่วมมือ ระหว่างประเทศเพื่อการพฒั นา (ราชกจิ จานเุ บกษา, เลม่ 133 ตอนท่ี 115 ก, 2559, น. 82-168) สรุปได้ว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ได้จัดทาขึ้นบนพื้นฐานของร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ซ่ึงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ได้กาหนดให้มีการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการแข่งขันอย่างย่ังยืน โดยการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมท่ีเป็นรากฐานสาคัญในการพัฒนานวัตกรร ม ทางการเงินของประเทศให้มีการแข่งขนั ท่ีย่ังยืนและเชื่อมโยงกับเศรษฐกจิ ของโลก 2.4 งานวิจัยทเี่ กี่ยวข้อง เอกสารวิชาการท่ีเกี่ยวข้องพบว่า มีงานวิจัยและรายงานที่มีความสอดคล้องกับ FinTech นวัตกรรมทางการเงินในยคุ ดจิ ิทัล ดังนี้ พรชยั ชุนหจินดา (2560, น. 1-21) วิจัยเร่อื ง ฟินเทค (FinTech) เพอื่ ก้าวสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ได้วิจัยว่า FinTech ท่ีสร้างข้ึน มีวัตถุประสงค์เพ่ือ (1) เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน (2) เพิ่มประสิทธิภาพ กจิ กรรมมูลค่าสูงด้วยระบบอตั โนมตั ิ (3) ตัดตัวกลางทางการเงิน (4) สร้างมูลค่าเพิ่มจากฐานข้อมลู ขนาดใหญ่ (5) นาเสนอสินค้าและบริการเฉพาะ และ (6) เพ่ิมศักยภาพของลูกค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรม ทางการเงิน คือ (1) การชาระเงนิ (2) การซ้ือขาย (3) การจัดการการลงทนุ (4) การระดมทุน (5) การฝากเงิน และการกู้ยืมเงิน และ (6) การประกันภัย นอกจากน้ี มีกลุ่มเทคโนโลยีบางชนิดท่ีเป็นเทคโนโลยีสาคัญ ที่อยู่เบ้ืองหลังธุรกิจ FinTech ซึ่งถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการสร้างนวัตกรรมในธุรกิจ FinTech โดยเทคโนโลยีเหล่าน้ี ไม่เพียงเพ่ิมความเร็ว ความถูกต้องแม่นยา และปริมาณในการทาธุรกรรม แตย่ ังเปิด โอกาสให้ผู้ประกอบการนาเสนอบริการทางการเงินแบบใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนอีกด้วย ประกอบด้วย (1) บล็อกเชน (Blockchain) (2) ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) (3) การเรียนรู้ของเคร่ืองจักร (Machine Learning) และ (4) ปัญญาจากฝูงชน (Crowdsourcing) ทั้งน้ี ภาพรวมของธุรกิจ FinTech ในต่างประเทศได้ให้ความสาคัญกับเทคโนโลยีทางการเงินท่ีสร้างข้ึน ส่งผลต่อกิจกรรมด้านการชาระเงิน (Payment) ท่ีเก่ียวขอ้ งกับนวัตกรรมการชาระเงินรูปแบบใหม่ เช่น การใช้สกุลเงนิ ดิจิทัล (Cryptocurrency) การแลกเปล่ียนเงินตราต่างประเทศระหว่างกันโดยตัดตัวกลางทางการเงิน การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือ และการลดความสาคัญของเงินสดลง เป็นต้น รวมถึง ในการพัฒนาศักยภาพของ FinTech ยังให้ ความสาคัญกบั ระบบนเิ วศทางธุรกิจ (Ecosystem) ดว้ ย
11 K-Econ Analysis (2559, น. 1-6) วิเคราะห์วิจัยเรื่อง FinTech กับสถาบันการเงินไทย : คู่แข่ง หรือพันธมิตร? ได้วิเคราะห์ว่า บทบาทของ FinTech ปัจจุบันท้ังในประเทศไทยและในต่างประเทศ กระจายไปในผลิตภัณฑ์และบริการหลักของสถาบันการเงิน ทั้งในด้านธุรกรรมท่ีเก่ียวกับการชาระเงิน (Payment) และโอนเงนิ (Transfers) ธุรกรรมท่ีเก่ียวกับการบรหิ ารการเงินส่วนบุคคล (Personal Financing) และธุรกรรมท่ีเก่ียวกับการให้สินเช่ือและเงินทุน (Lending & Financing) ประกันชีวิตหรือประกันภัย (Insurance) ซ่ึงลูกค้ารายย่อย มักเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ FinTech เน่ืองจากแม้จะมีปริมาณ ธุรกรรมต่อรายในระดับท่ีไม่สูงนัก แต่ก็เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และอัตราการใช้บริการทางการเงิน ต่ากว่าลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ ส่วนลูกค้าธุรกิจ การเจาะตลาดของ FinTech จะใช้เวลามากกว่า เนื่องจาก ผลิตภัณฑแ์ ละบริการทางการเงินสาหรับลูกค้าธรุ กิจมคี วามซบั ซ้อนและลักษณะเฉพาะมากกว่า อีกท้ัง ธุรกรรมมีวงเงินสูง จึงทาให้หลายกรณีต้องขออนุญาตจากทางการ สาหรับธนาคารมอง FinTech ว่าเป็นการนาจุดเด่นของนวัตกรรมมาใช้เติมเต็มบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ซ่ึงทาให้ลูกค้า ไดร้ บั ประโยชนผ์ ่านบรกิ ารทเ่ี ร็วขน้ึ ลดคา่ ใช้จา่ ยลง และสะดวกมากขึน้ K-Econ Analysis (2559, น. 1-5) วิเคราะห์วิจัยเร่ือง FinTech… กับรูปแบบบริการทางการเงิน ท่ีกาลังจะเปล่ียนแปลงไป ได้วิเคราะห์ว่า จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของ FinTech ท่ัวโลกช่วยกระตุ้น ให้มีการผลักดันเร่ือง FinTech ในประเทศไทยโดยการก่อตั้งและพัฒนา FinTech สัญชาติไทย เพื่อให้บริการทางการเงินในรูปแบบที่หลากหลายมากข้ึน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกรรมที่เกี่ยวกับการชาระเงิน และโอนเงินผา่ นชอ่ งทางอิเล็กทรอนิกส์ ซง่ึ ในการพัฒนา FinTech ของประเทศไทยยังพบอุปสรรคหลายด้าน โดยเฉพาะประเด็นด้านกฎหมายและการกากับดแู ลของภาครฐั ในการชาระเงินและโอนเงินผ่านชอ่ งทาง อิเล็กทรอนิกส์ ดังน้ัน การก้าวสู่ความสาเร็จของ FinTech ประเทศไทยยังต้องอาศัยการสนับสนุน และความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพ่ือผลักดันให้ FinTech สามารถพัฒนา ตอ่ ยอดนวัตกรรมทางการเงินที่เป็นประโยชน์ตอ่ ผู้บรโิ ภคและผู้ประกอบการในประเทศอยา่ งแทจ้ รงิ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ (2560, น. 1-23) จัดทารายงาน เร่ือง การปฏิรูประบบรองรับนวัตกรรมทางการเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือสนับสนุนให้ระบบการเงินไทย มีการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินท่ีนาเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย (Innovative Products & Services) เข้าถึงผู้บริโภคไดท้ ่ัวถึงโดยผูใ้ ห้บรกิ ารสามารถใหบ้ รกิ ารอย่างมีประสิทธิภาพ มีมาตรการบริหาร ความเส่ียงและคุ้มครองผู้ใช้บริการท่ีเหมาะสม ด้วยการใช้เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ใหม่ ๆ ซ่ึงจะนาไปสกู่ ารยกระดับการแขง่ ขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของ FinTech ประเทศไทย อันจะเป็น ประโยชน์สูงสุดแก่ทุกภาคส่วน ทั้งระบบการเงินไทยโดยรวม ที่ทาให้มีสภาพแวดล้อม (Ecosystem) ท่ีเกิดความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินอย่างยั่งยืน และผลักดันให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานกลาง ทก่ี ่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกนั และลดการลงทุนซ้าซ้อน รวมทั้งส่งเสรมิ ให้มีบคุ ลากรท่เี กี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนาเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย และสามารถเขา้ ถงึ ผู้บริโภคได้ในวงกว้าง โดยการปฏิรูปนี้ช่วยให้ (1) ผู้ใชบ้ ริการสามารถเข้าถงึ บรกิ าร ทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลา โดยผู้บริโภคต้องได้รับข้อมูลท่ีเพียงพอ ต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการท่ีหลากหลาย ในราคาทเ่ี ป็นธรรมและมีความรู้ความเข้าใจในการใช้บรกิ าร นวัตกรรมทางการเงินได้อย่างปลอดภัย (2) ผู้ให้บริการไทยสามารถแข่งขันได้ท้ังในประเทศและ ในระดับภูมิภาค และควรนาเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารความเส่ียง และการปฏิบัติให้เป็นไปตาม
12 หลักเกณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพย่ิงขึน้ (Regulatory Technology : RegTech) และ (3) ผู้กากับดูแล เข้าไปมีส่วนร่วมกับภาคธุรกิจมากข้ึน มีการกากับดูแลในเชิงรุก โดยการนาเทคโนโลยีมาช่วยในการ กาหนดนโยบายหรือหลักเกณฑ์การกากับดูแลอย่างเหมาะสม ไม่เป็นอุปสรรคหรือเพิ่มต้นทุนในการ พัฒนา FinTech ตลอดจนปรับปรุงกระบวนการกากับตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพยืดหยุ่นและ รวดเรว็ มากขึ้น ทั้งน้ี เพ่ือให้การปฏริ ูประบบรองรับนวัตกรรมทางการเงินสาเร็จเร็วข้ึน จะต้องผลักดัน ผา่ นกลไกท่ีสาคัญ คือ มีกฎหมายที่มีความสมดุลระหว่างการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับการสง่ เสริม ใหเ้ กดิ ระบบนิเวศทเ่ี อ้อื ตอ่ การพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน มีการประสานความร่วมมอื ของหน่วยงาน กากับดูแล มีคาสั่งทางการบริหารเพ่ือการปฏิรูปนวัตกรรมทางการเงิน และมีการกาหนดเป้าหมาย และวดั ผลสมั ฤทธ์ิของประชาชน
บทท่ี 3 ผลการศกึ ษา วิถีชีวิตของคนในยุคดิจิทัลท่ีเปลี่ยนไปและการปรับตัวของทุกภาคส่วนในการประยุกต์ใช้ นวัตกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมทางการเงิน ภายหลังจากได้ศึกษาบริบทของนวัตกรรมทางการเงิน ในยุคดิจิทัลท่ีสอดคล้องกับการขับเคล่ือนนวัตกรรมทางการเงินของประเทศ ทาให้ ทราบถึง ความหมายและขอบเขต แนวคิด ทฤษฎี และงานศึกษาท่ีเก่ียวข้องในเบื้องต้นแล้ว สาหรับในบทนี้ จะได้นาเสนอผลการศึกษา วิเคราะห์ โดยอาศัยแนวคิด ทฤษฎี และนโยบายภาครัฐ ประกอบกับ เอกสารวชิ าการท่ีเกย่ี วข้อง ได้เปน็ ผลการศึกษา ดงั นี้ ความหมายของคาว่า “นวัตกรรมทางการเงิน” มาจากคาว่า “นวัตกรรม” ที่หมายถึง ส่ิงใหม่ หรือวิธีการใหม่ และ “การเงิน” ที่เป็นเร่ืองเก่ียวกับเงิน โดยมีเร่ืองของเทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ามาเกี่ยวข้องท้ังยังถูกนามาใช้พัฒนางานในหลายธุรกิจ ดังน้ัน นวัตกรรมทางการเงิน หรือ Financial Technology : FinTech จึงหมายถึง การสร้างสรรค์ระบบการเงินแบบใหม่ด้วยการนาเทคโนโลยี มาประยุกต์ให้เป็นบริการทางการเงิน และสร้างผู้ประกอบการธุรกิจรายใหม่ (Startup) ที่ให้บริการ ทางการเงินในรปู แบบใหม่ ซึ่งในปัจจุบัน FinTech ได้ถูกนามาใช้กบั การให้บริการธุรกรรมทางการเงิน ในลักษณะของนวัตกรรมด้านการบริการ (Services Innovation) และนวัตกรรมด้านกระบวนการ (Process Innovation) เช่น การโอน จ่าย ชาระค่าสินค้าและบริการ เป็นต้น ทาให้การทาธุรกรรม มคี วามสะดวก รวดเรว็ และลดค่าใช้จ่ายลง โดยจะเห็นว่าในปัจจุบัน FinTech มีรูปแบบที่เปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็วเนื่องมาจาก กระบวนการทางาน วิธีการทางาน ตลอดจนการนาเครื่องมือท่ีทันสมัยมาใช้ ทาให้มีกระบวนการ นาความคิดสร้างสรรค์มาสร้างเป็นสินค้าและบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ ท่ีตอบสนองความต้องการ ของผู้บริโภคอย่างไม่จากัด ซึ่งต้องยอมรับว่าการเปล่ียนแปลงของนวัตกรรมส่งผลต่อพฤติกรรม ในการยอมรับนวัตกรรมทางการเงินของคนในสังคมดิจิทัล ท่ีใช้ความรู้สึก ทัศนคติ ความรู้และ ประสบการณ์ในการตีความเป็นผลให้เกิดการไม่ยอมรับในสินค้าหรือบริการนั้น เช่น ผู้ท่ีทาธุรกรรม ทางการเงินกับสถาบันการเงินหรือธนาคาร หากได้รับรู้ข้อมูลเก่ียวกับการทาธุรกรรมเพียงบางส่วน อาจจะมีแนวโน้มให้มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อสถาบันการเงินหรือนวัตกรรมทางการเงนิ ได้ ดังนั้น หากผู้ให้บริการ ทางการเงินอย่างสถาบันการเงินหรือธนาคาร ต้องการการยอมรับในบริการทางการเงินจากลูกค้า ควรมี การประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูล รายละเอียด ขั้นตอน หรือวิธีการในการใช้บริการท่ีชัดเจน ตัวอย่างเช่น การทาธุรกรรมโอน จ่าย ชาระค่าสินค้าและบริการ ผ่านทางระบบออนไลน์หรือแอปพลิเคชั่นของธนาคาร หากลูกค้าขาดข้อมูลวิธกี ารใช้งาน หรือขาดประสบการณ์ในการใช้งานอาจทาให้ลูกคา้ มีทัศนคติท่ีไม่ดี ต่อบริการน้ัน ส่วนลูกค้าที่จะยอมรับในบริการดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นผู้ท่ีมีความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ และทัศนคติที่ดีต่อการใช้บริการทางการเงินผ่านออนไลน์หรือแอปพลิเคชั่น ของธนาคารน้ันมาก่อน อีกทั้ง จากการศึกษาทาให้เห็นว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ของนวัตกรรมทางการเงิน ซึ่งเป็นหน่ึงในกลไกสาคัญของการขับเคลื่อนระบบการเงินและสัมพันธ์ กับสภาพแวดล้อมของนวัตกรรมทางการเงิน ซึ่งผู้เขียนได้จัดทาแผนภาพแสดงถึงสภาพแวดล้อม ของนวตั กรรมทางการเงนิ ในยคุ ดจิ ทิ ลั โดยมีรายละเอยี ด ดงั นี้
14 ขอ้ มูลส่วนบุคคล ขอ้ มูลการทาธรุ กรรม ผูป้ ระกอบการ ธุรกิจเดมิ ขอ้ มูลส่วนบคุ คล Startup ข้อมูลการทาธุรกรรม Smartphone, IT, ขอ้ มลู ส่วนบคุ คล ขอ้ มลู การทาธรุ กรรม Internet, Wireless Big Data BroadbandI สถาบันการเงิน Ecosystem FinTech เช่น ทรัพยากรมนุษย์ ทนุ กฎระเบียบของสงั คม Infrastructure แผนภาพสภาพแวดล้อมของนวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจทิ ัล จัดทาโดย : สิราภรณ์ จรงุ ศรอี ภิสิทธ์ิ จากแผ น ภ าพ แส ดงถึ งบ ริ บ ท ของส ภ าพ แวด ล้ อมของน วั ต กรรมทางการเงิ น ใน ยุ คดิ จิ ทั ล ท่ีเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี (Infrastructure) ได้แก่ อินเทอร์เน็ต (Internet) และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (Wireless Broadband) 3G 4G ท่ีจะทาให้ธุรกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ มีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายข้ึน มีการเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ท่ีสะดวกรวดเร็วหลายช่องทาง ทาให้มี ปริมาณข้อมูลในการทาธุรกรรมมากขึ้น เป็นผลให้มีระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ซึ่ง Big data เป็นส่วนประกอบหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่สถาบันการเงิน ภาครัฐ ภาคเอกชน และ ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหม่ (Startup) สามารถนามาใช้ประกอบการตัดสินใจและสร้างมูลค่าเพ่ิม จากการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการทาธุรกรรม ระบบฐานข้อมูลลูกค้า การวิเคราะห์ความต้องการและความพึงพอใจของกลุ่มลูกค้า การวิเคราะห์ความเสี่ยง การให้ คาแนะนาการลงทุน การตรวจสอบอาชญากรรมทางการเงิน เป็นต้น ด้วยเทคโนโลยี (Technology) ที่มีความปลอดภัยและมีการประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผู้ประกอบการธุรกิจเดิมท่ียังคง ประกอบธุรกิจในลักษณะเดิมจะไม่สามารถเช่ือมโยงข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลการทาธุรกรรมกับ ผู้อื่นได้ ดังนั้น ระบบนิเวศนวัตกรรม (Ecosystem) ท่ีดีควรมีการเช่ือมโยงกันของทรัพยากรมนุษย์ ทุนทางการเงิน และโครงสร้างพื้นฐาน เพ่ือเป็นการกระตุ้นให้มีการสร้างสภาพแวดล้อมของ ระบบนิเวศนวัตกรรมทางการเงิน และการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างปลอดภัยมีประสิทธิภาพ ทงั้ น้ี กฎระเบยี บของสังคมนน้ั ๆ มสี ่วนสาคญั ตอ่ การพัฒนานวตั กรรมทางการเงินเช่นกัน การผลักดันนวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัลของประเทศไทยนั้น นโยบายภาครัฐเป็นส่ิงสาคัญ ในการส่งเสริมระบบการเงินของประเทศให้มีเสถียรภาพและความม่ันคง ซ่ึงภาครัฐได้มีการสนับสนุน นวัตกรรมทางการเงินตามนโยบายเดินหน้าประเทศไทย 4.0 โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม
15 ในภาคการเงิน เพื่อเป็นกลไกหน่ึงในการขับเคล่ือนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ จากการศึกษา ร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) พบว่า ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ีมีความสอดคล้อง กับการพัฒนา FinTech ในประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่เป็นการพัฒนา สมรรถนะทางเศรษฐกิจโดยส่งเสริมให้มีการพัฒนาการค้า การลงทุน การวิจัย และโครงสร้างพื้นฐาน ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพ่ือพัฒนาสู่ประเทศการค้าและสามารถเช่ือมโยงกับเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับแผนแม่บทหลักและเป้าหมายของการพัฒนาประเทศในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ยุทธศาสตร์ของการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และแข่งขันได้อย่างย่ังยืน เป็นการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่แล้วนาไปใช้ใน การเพ่ิมประสิทธิภาพของระบบ ขยายการเข้าถึงบริการและการพัฒนานวัตกรรมทางการเงนิ รูปแบบใหม่ ๆ ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานซ่ึงเป็นปัจจัยสาคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคม การกระจายความเจริญ โดยการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การสร้างความมั่นคงปลอดภัย ทางไซเบอร์ และปรับปรุงกฎ ระเบียบ กฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง และยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม เพื่อบูรณาการระบบบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้สามารถ ดาเนินงานไปในทิศทางเดียวกันและส่งเสริมให้ประเทศไทยเปน็ ฐานของการประกอบธรุ กิจ FinTech ดว้ ย นอกจากน้ี การจัดให้มีกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับนวัตกรรมทางการเงินก็เป็นส่ิงจาเป็น และภาครัฐ ได้เห็นถึงความสาคัญดังกล่าว จึงมอบหมายให้สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การ มหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้นาเสนอกฎหมาย ดิจิทัล เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยเมื่อวันท่ี 16 ธันวาคม 2557 และวันท่ี 6 มกราคม 2558 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายดิจิทัล จานวน 10 ฉบับ ได้แก่ (1) ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. .... (2) ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (3) ร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (4) ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (5) ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ พ.ศ. .... (6) ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... (7) ร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจดจิ ทิ ัล พ.ศ. .... (8) รา่ งพระราชบญั ญัตกิ องทุนพัฒนาดจิ ิทลั เพอ่ื เศรษฐกิจ และสังคม พ.ศ. .... (9) ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคล่ืนความถี่และกากับการประกอบกิจการ และ (10) ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังสานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (ฉบบั ที่ ..) พ.ศ. .... ซง่ึ อย่ใู นกระบวนการจัดทารา่ งกฎหมาย ผู้จัดทามีความเห็นว่า กฎหมายดิจิทัลที่มีความสอดคล้องอันดับต้น ๆ ในการรองรับ FinTech ของประเทศไทย ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ คมุ้ ครองขอ้ มลู ส่วนบุคคล พ.ศ. .... รวมถงึ พระราชบญั ญตั ิระบบการชาระเงนิ พ.ศ. 2560 ซง่ึ สรปุ สาระไดด้ งั นี้ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... ได้มีการตรา พระราชบัญญัติว่าดว้ ยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ พ.ศ. 2544 และแก้ไขเพิม่ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ขึ้น เพอื่ รองรับสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ์ หม้ ีผลเชน่ เดยี วกับการทาธุรกรรมโดยวธิ ีการ ทว่ั ไป โดยเมื่อกฎหมายได้ใชบ้ ังคับมาในระยะหนึ่งพบว่า บทบญั ญตั ิในบางมาตราได้กอ่ ให้เกิดขอ้ จากัด
16 หรืออุปสรรคจากการดาเนินการในทางปฏิบัติ เช่น การจัดทาเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ข้อกาหนดเกี่ยวกับ การจัดทาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนังสือหรือหลักฐานเป็นหนังสือและการลงลายมือช่ือในข้อมูล อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ข้อจากัดในการใช้อานาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการกากับดแู ลธรุ กิจบริการเกี่ยวกับ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมดูแลได้เท่าที่ควร เป็นต้น อีกท้ังในอนาคต มแี นวโน้มวา่ จะมีการทาสญั ญาระหว่างคู่สัญญาที่อยูต่ ่างรฐั กันโดยวิธกี ารทางอเิ ล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยจึงจาต้องปรับปรุงกฎหมายภายในเพื่อลดอุปสรรคจากความแตกต่างทางด้านโครงสร้าง พ้ืนฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศสมาชิก โดยการปรับปรุงหรือยกร่างกฎหมายให้มีความสอดคล้อง กับหลักการตามกฎหมายแม่แบบหรืออนุสัญญาความร่วมมอื ระหว่างประเทศท่ีเก่ียวข้องกบั การทาธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเดียวกับนานาประเทศ โดยหลักเกณฑ์ในอนุสัญญาดังกล่าวเปรียบเสมือน การปรบั ปรงุ ของกฎหมายแมแ่ บบว่าด้วยการพาณิชย์อเิ ล็กทรอนิกส์ และกฎหมายแม่แบบวา่ ดว้ ยลายมอื ชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ท่ีกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ของไทยใช้เปน็ แนวทางในการยกร่างกฎหมาย เพ่ือให้มี ความทันสมัยรองรับธุรกรรมรูปแบบใหม่และครอบคลุมถึงการทาสัญญาระหว่างประเทศมากยิ่งข้ึน ท้งั น้ี ร่างกฎหมายนี้อยู่ในขน้ั ตอนของการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ท่ีเกี่ยวขอ้ ง (สานักงานคณะกรรมการ กฤษฎกี า, 2560, น. 1) ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... จากความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งถูกนามาใช้ประโยชน์ในการทาธุรกรรมหรือการติดต่อสื่อสาร จึงก่อให้เกิด สภาพแวดล้อมที่เอ้ืออานวยต่อภัยคุกคามและการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ที่สามารถส่งผลกระทบ ในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วและปัจจุบันย่ิงทวคี วามรุนแรงมากข้ึน สร้างความเสยี หายทั้งในระดับบุคคล และระดับประเทศ การป้องกนั หรือรับมือกับภัยคุกคามหรอื ความเสี่ยงบนไซเบอร์จงึ ต้องอาศัยความรวดเร็ว และการประสานงานกับทุกหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องเพ่ือป้องกนั และรับมือได้ทันสถานการณ์ และมีการดูแลรักษา ความม่ันคงปลอดภยั ไซเบอร์อยา่ งต่อเน่ือง ดังน้ัน เพื่อใหป้ ระเทศไทยสามารถปกป้อง ป้องกนั หรือรบั มือกับ สถานการณ์ด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการให้บริการ หรือการประยุกต์ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โครงข่ายโทรคมนาคม หรอื การให้บริการโดยปกติ ของดาวเทียม ซ่ึงกระทบต่อความม่ันคงของชาติในมิติต่าง ๆ อนั ครอบคลมุ ถึงความมั่นคงทางการทหาร ความสงบเรียบรอ้ ยภายในประเทศ และความม่ันคงทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม มีการดาเนินการ ทร่ี วดเรว็ และมีความเป็นเอกภาพ จงึ ควรกาหนดให้มคี ณะกรรมการขึ้นเพือ่ กาหนดมาตรการดา้ นความมัน่ คง ปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์ ทั้งน้ี ร่างกฎหมายนี้ อยู่ในขั้นตอนของการรบั ฟังความคิดเห็นจากผทู้ ่เี กย่ี วข้อง (สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า, 2560, น. 1) ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... เน่ืองจากปัจจุบันมีการล่วงละเมิดสิทธิ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจานวนมากจนสร้างความเดือดร้อนราคาญหรือความเสียหาย ให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทาให้การเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยขอ้ มลู ส่วนบุคคลอันเป็นการล่วงละเมิดดงั กล่าว สามารถทาไดโ้ ดยงา่ ย สะดวก และรวดเร็ว รวมทั้งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมท่ีใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างแพร่หลาย แม้ว่าจะได้มี กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในบางเร่ือง แต่ก็ยังไม่มีหลักเกณฑ์ กลไก หรือมาตรการกากับดูแล เก่ยี วกับการให้ความคมุ้ ครองข้อมูลสว่ นบุคคลทีเ่ ป็นหลักการท่ัวไป จึงควรกาหนดใหม้ ีกฎหมายว่าด้วย การค้มุ ครองข้อมูลสว่ นบุคคลเป็นการท่ัวไปข้ึน ท้ังนี้ คณะรัฐมนตรมี ีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติ
17 คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... เมื่อวันท่ี 22 พฤษภาคม 2561 แล้ว ซ่ึงจะนาเสนอสภานิติบัญญัติ แห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป (สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา, 2560, น. 1) รวมถงึ พระราชบัญญตั ิระบบการชาระเงิน พ.ศ. 2560 ในการตราพระราชบัญญัตินม้ี คี วามสอดคลอ้ ง ตามบทบัญญัติในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยให้ ความสาคัญในการจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัติ รวมถึงลักษณะสาคัญของ บริการการชาระเงนิ การกากับดูแล การตรวจสอบ การอทุ ธรณ์ และบทกาหนดโทษต่าง ๆ ของระบบ การชาระเงิน เพื่อให้การกากับดูแลระบบการชาระเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับ มาตรฐานสากล อันจะเป็นประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้ง เนื่องจากปัจจุบนั การกากบั ดแู ลระบบการชาระเงนิ ของสถาบันการเงินเปน็ บทบาทสาคญั ประการหน่ึง ของธนาคารแห่งประเทศไทย ประกอบกบั ไดม้ กี ารกาหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผ้กู ากับดแู ล หรือรับผิดชอบระบบการชาระเงินตามกฎหมายอื่นอีกด้วย เพ่ือประโยชน์ในการกากับดูแลระบบ การชาระเงนิ และบริการการชาระเงนิ อย่างเปน็ ระบบ มีความเป็นเอกภาพ มปี ระสิทธิภาพ และทันต่อ ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีท่ีเกิดข้ึนอย่างรวดเร็ว ควรกาหนดให้การกากับดูแลระบบการชาระเงิน และบริการการชาระเงินอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายฉบับเดยี วกัน โดยกาหนดมาตรการในการกากับดูแล ด้วยการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน และบทกาหนดโทษทางปกครองและโทษอาญา จึงมีความจาเป็น ต้องจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในบางกรณี นอกจากนี้ ได้กาหนดหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากล เกี่ยวกับการดาเนินการต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง ผลทางกฎหมายที่สาคัญของการชาระเงิน ตลอดจนการให้ ความค้มุ ครองไม่ให้การชาระเงินมีการยกเลิกเพิกถอนในกรณีที่ศาลมีคาส่ังให้ฟนื้ ฟูกิจการหรือสง่ั พทิ ักษ์ทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย ซ่ึงจะทาให้ระบบการชาระเงนิ ของประเทศเกิดเสถียรภาพ ความม่ันคง และดาเนนิ การได้อย่างตอ่ เน่ือง (ราชกิจจานเุ บกษา, เล่ม 134 ตอนที่ 110 ก, 2560, น. 16) ผจู้ ัดทาเห็นว่า ภาครัฐมีนโยบายในการผลักดันนวัตกรรมทางการเงินของประเทศไทยในมิติต่าง ๆ โดยเร่ิมต้นจากนโยบายในการเดินหน้าประเทศไทย 4.0 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซ่ึงถือเป็นหัวใจสาคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล โดยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงิน จากนั้นมีการกาหนดทิศทางและเป้าหมายในการพัฒนา ด้วยร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ในด้านการสร้างและส่งเสริมความสามารถ ทางการแข่งขัน การค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี เพื่อเป็นการพัฒนาประเทศ ให้มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและสามารถเชื่อมโยงการค้า การลงทุนกับเศรษฐกิจโลก ซ่ึงมีความเช่ือมโยง กับแนวทางในการปฏบิ ัติผ่านแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ท่ีเป็นแผนแม่บทหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในด้านต่าง ๆ โดยการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ เพื่อบูรณาการระบบบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ดาเนินงาน ไปในทิศทางเดียวกัน ทาให้ประเทศไทยมีการประกอบธุรกิจ FinTech ท่ีมีความม่ันคงและยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมให้มีการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานทางเทคโนโลยี โดยการสนับสนุนให้มีการใช้นวัตกรรม การสร้างความม่ันคงปลอดภัยข้อมูล และการปรับปรุงกฎ ระเบียบ และกฎหมายต่าง ๆ เพ่ือมารองรับ นวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ ท้ังน้ี มีความคิดเห็นส่วนตัวเก่ียวกับร่างกฎหมายดิจิทัลท่ีมีการ ดาเนินการอยู่ในปัจจุบัน เห็นว่าบางฉบับยังมีความซ้าซ้อนกัน ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ....
18 ทส่ี ามารถควบรวมกฎหมายทั้งสองฉบับเป็นฉบับเดียวได้ เนือ่ งจากร่างกฎหมายทั้งสองฉบับได้กล่าวถึง การล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลซ่ึงทาให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบคุ คลและข้อมลู การทาธุรกรรมอิเลก็ ทรอนกิ ส์ กอ่ ใหเ้ กิดความเสียหายต่อเศรษฐกจิ โดยรวม ท่ีมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซ่ึงยังสร้างความเสียหายท้ังในระดับบุคคลและระดับประเทศ ดังน้ัน ในการ พัฒนา FinTech ของประเทศไทยให้มีทิศทางท่ีดี สามารถยกระดับธุรกิจ FinTech และเศรษฐกิจ ของประเทศให้ทัดเทียมต่างประเทศในอนาคตได้ แต่ทั้งนี้ควรเร่งปรับปรุงกฎหมายที่จะมารองรับ FinTech โดยเร็ว นอกจากน้ีการศึกษางานวิจัยและรายงานท่ีเก่ียวข้องกับนวัตกรรมทางการเงินพบว่า ภาพรวม ของ FinTech ในประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐในการกาหนดเป้าหมายการพัฒนา เศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมภายใต้นโยบายเดินหน้าประเทศไทย 4.0 ที่มุ่งเน้นให้มีการ นาความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาระบบการเงิน โดยปัจจุบัน FinTech เป็นธุรกิจที่มีการนาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับการให้บริการธุรกรรมทางการเงิน รูปแบบใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกรรมชาระเงินหรือโอนเงินท่ีมีบริการระบบการชาระเงินค่าสินค้าและ บริการออนไลน์ ซึ่งบริการทางการเงินดังกล่าวตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในการ พัฒนานวัตกรรมทางการเงินในกลุ่มสถาบันการเงินอย่างธนาคาร มีการตอบรับนโยบายของภาครัฐ ในการขับเคล่ือนแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment อย่างต่อเนื่อง ซ่ึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สถาบันการเงิน และภาคส่วนที่เก่ียวข้องในการพัฒนาระบบชาระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด (Thai QR Code Payment) สาหรับการบริการผ่านระบบพร้อมเพย์ ได้เปิดให้ทดสอบการบริการชาระเงิน ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือผ่านศูนย์ทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นาเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุน การให้บริการการเงิน (Regulatory Sandbox) ของ ธปท. มีธนาคารที่เข้าร่วมการทดสอบ 8 แห่ง และผ่านเกณฑ์การทดสอบเพียง 5 แห่ง คือ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารออมสิน ได้พิจารณ าจากความพร้อมในเร่ืองต่าง ๆ ได้แก่ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารความเสี่ยง การคุ้มครองผู้บริโภคและความปลอดภัย รวมท้ังการเตรียมสาขา และ call center ของธนาคาร เพ่ือให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ โดยธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์เก่ียวกับระบบการชาระเงินเป็นบริการทางการเงิน รูปแบบใหม่ท่ีใช้ QR Code ในการจ่ายชาระค่าสินค้าสาหรับผู้ซื้อสินค้า และการรับชาระค่าสินค้า สาหรับผู้ท่ีขายสินคา้ เป็นการสรา้ งสงั คมไร้เงินสดอยา่ งแท้จริง ตัวอย่างเช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ จากัด (มหาชน) เริ่มแรกมีผลิตภัณฑ์ท่ีชื่อว่า “SCB EASY” ในระยะแรกให้บริการรับชาระค่าวินมอเตอร์ไซต์ ต่อมามีการพัฒนามาเป็น “SCB EASY PAY – แม่มณี Money Solution” หรือ “นางกวักยุคดิจิทัล” จุดเด่นที่ต่างจากธนาคารอื่นคือมีระบบแจ้งเตือน ทุกการใช้จ่ายผ่าน SCB Connect บน LINE Platform โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ทาให้สะดวกมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง และเม่ือวนั ท่ี 4 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา สายการบินนกแอร์ และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ร่วมกันพัฒนาระบบการชาระเงินด้วย QR Code บนเว็บไซต์ของนกแอร์ (www.NokAir.com) ซึ่งเป็นสายการบินแรกในประเทศไทยที่รองรับการชาระเงินด้วย QR Code โดยจะได้รับการยกเว้น ค่าธรรมเนยี มในการทารายการจนถงึ สนิ้ ปี 2561 น้ี
19 ธนาคารกสิกรไทย จากัด (มหาชน) เริ่มแรกมีผลิตภัณฑ์ที่ช่ือว่า “KPLUS SHOP” โดยในระยะแรก ให้บริการในพ้ืนท่ีแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ได้แก่ สยามสแควร์ ตลาดนัดจตุจักร และ เดอะแพลทินัมประตูน้า ซงึ่ มจี านวนรา้ นค้ารวมกันมากกว่า 10,000 ร้านค้า และเม่ือวันท่ี 30 ธันวาคม 2560 ท่ีผ่านมา บริษัท ปตท. จากัด (มหาชน) และ ธนาคารกสิกรไทย จากัด (มหาชน) ได้ร่วมกันพัฒนา ระบบการชาระเงินดว้ ย Dynamic QR Code ทจ่ี ะอานวยความสะดวกให้ผ้บู ริโภคโดยไม่ตอ้ งระบุจานวนเงนิ ที่จะต้องชาระเองให้ยุ่งยาก ไม่ต้องกังวลเรื่องจานวนเงินถูกต้อง แค่มี Application ที่ใช้จ่ายเงินด้วย QR Code ของธนาคารใดก็ได้ เมื่อซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลีกหรือจุดสัมผัสกับผู้บริโภค (Consumer Touch Point) ได้แก่ ร้านคาเฟ่ อเมซอน เท็กซัส ชิคเก้น แด๊ดดี้โด ฮั่วเซ่งฮง ต่ิมซา ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิตออโต้ และร้านสะดวกซื้อจิฟฟ่ี รวมกว่า 2,200 จุด ให้แจ้งร้านค้าว่าจะชาระด้วย QR จากน้ัน สแกน QR Code ท่ีปรากฏบนหน้าจอเครื่องรับบัตรเครดิต ก็สามารถชาระเงินได้ทันที โดยสามารถ เรม่ิ ใช้งานได้ในเขตกรงุ เทพฯ และปริมณฑล ตง้ั แต่ต้นไตรมาส 2 ปี 2561 และจะขยายผลท่ัวประเทศ ให้แลว้ เสร็จในกลางปี 2561 ในอนาคตธนาคารยังวางแผนพัฒนาระบบในการเช่ือมโยงขอ้ มูลของบตั ร PTT Blue Card กับ application K PLUS เพื่อให้ลูกค้าที่ใช้จ่ายด้วยคิวอาร์โค้ดของ K PLUS สามารถสะสมแต้มได้ทันที ตลอดจนนาข้อมูลที่ได้ผ่านการใช้จ่ายด้วย QR Code ของลูกค้า มาเป็น Big Data ใชป้ ระโยชนส์ าหรับการวเิ คราะห์ข้อมลู เพ่ือนาไปพัฒนาบริการท่ีตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากย่ิงขึ้น ธนาคารออมสิน จากัด (มหาชน) เริ่มแรกมีผลิตภัณฑ์ท่ีช่ือว่า “GSB Pay” โดยในระยะแรกให้บริการ กับร้านค้าย่านอารีย์ ต่อมาพัฒนามาเป็น “MyMo Pay” โดยร้านค้าสามารถใช้เคร่ืองรับรูดบัตร (EDC) พิมพ์สลิปซึ่งมี QR Code ออกมา เพ่ือให้ลูกค้าสแกนชาระเงินผ่านโมบายแบงกิ้งของทุกธนาคาร ในประเทศไทยไดท้ นั ที ธนาคารกรุงไทย จากดั (มหาชน) มีผลิตภณั ฑท์ ชี่ ื่อว่า “เป๋าตุง” โดยในระยะแรกใหบ้ รกิ ารกับ ร้านค้าท่ีตลาด อตก. ตลาดสามชุก จ.สุพรรณบุรี และตลาดกรุงศรี จ.พระนครศรีอยุธยา และ เน่ืองจากธนาคารกรุงไทยมีฐานลูกค้าท่ีเป็นข้าราชการจานวนมากทาให้หลายหน่วยงานราชการ มีการร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในการนาบริการ QR Code Payment มาใช้ภายในศนู ย์อาหาร เช่น สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เป็นต้น จะให้บริการรับชาระค่าอาหารและเครื่องด่ืมด้วยระบบ Krungthai QR Code และระบบ Fast Pay โดยผ้ซู ื้อสามารถสแกน QR Code หนา้ รา้ นคา้ ทาใหส้ ะดวก รวดเร็ว ในการชาระเงนิ ธนาคารกรุงเทพ จากัด (มหาชน) เริ่มแรกมีผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า “Bualuang mBanking” โดยในระยะแรกเป็นการทดลองกับกลุ่มร้านค้าของธนาคารฯ ในย่านสีลมประมาณ 200 ร้าน และเปิดให้บริการเม่ือต้นปี 2561 ต่อมามีการพัฒนาเป็น “QR Code Payment on EDC” โดยร้านค้า สามารถใช้เครื่องรับรูดบัตร (EDC) พิมพ์สลิปซึ่งมี QR Code ออกมา เพื่อให้ลูกค้าสแกนชาระเงิน ผ่านโมบายแบงก้ิงของทุกธนาคารในประเทศไทยได้ทันที ซ่ึงในเฟสถัดไปน้ันจะสามารถรองรับบัตรเครดิต ทัง้ Visa MasterCard UnionPay และ JCB อกี ดว้ ย จากผลการศึกษาข้างต้นทาให้เห็นว่า FinTech ในประเทศไทย ธนาคารมีบทบาทท่ีสาคัญ ในการนานวัตกรรมทางการเงินไปใช้ ซ่ึงหลายธนาคารได้ให้ความสนใจกับกิจกรรมด้านการชาระเงิน ด้วย QR Code ทาให้มีการทาธุรกรรมมากขึ้นเป็นผลให้ฐานข้อมูลมีความซับซ้อนและมีขนาดใหญ่ (Big Data) ข้ึน ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของสถาบันการเงินไทย ดังน้ัน การเปลี่ยนแปลง
20 ของ FinTech ในการทางานธุรกรรมทางการเงิน อาจทาให้ธนาคารในฐานะตัวกลางทางการเงิน มีบทบาทนอ้ ยลงในอนาคต สาหรับภาพรวม FinTech ในต่างประเทศน้ัน ประเทศอังกฤษ ประเทศอินเดีย และประเทศ สิงคโปร์ ถือได้ว่าเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างโดดเด่นและมี Startup ระดับ Unicorn อยู่หลายราย ที่มีมูลค่าการระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ ด้าน FinTech โดยการพัฒนา FinTech ในประเทศองั กฤษ จะได้รับการสนบั สนนุ จากภาคเอกชนและภาครฐั โดยให้ ความสาคัญกับเทคโนโลยีทางการเงินท่ีสร้างข้ึน ซ่ึงส่งผลต่อกิจกรรมด้านการชาระเงิน (Payment) ท่ีเก่ียวข้องกับการชาระเงินรูปแบบใหม่ เช่น การใช้สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) การแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศระหว่างกันโดยตัดตัวกลาง (Peer-to-Peer Foreign Echange) การใช้จ่ายผ่าน โทรศพั ทม์ ือถือ (Mobile Money) และการลดความสาคญั ของเงนิ สดลง เปน็ ต้น ประเทศอินเดียภาคเอกชนมีบทบาทสาคัญในการพัฒนา FinTech โดยบริษัทหลักทรัพย์ Nomura สาขาอินเดีย ทาการจัดต้ังศูนย์นวัตกรรม (Nomura Innovation Center) ข้ึน เพื่อสนับสนุน การวิจัยและพัฒนาธุรกิจ Startups ในการคิดค้น Fintech ท่ีเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการเงิน และธนาคาร ได้แก่ การประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence : AI) และการตรวจจับ สง่ิ ผิดปกติ (Anomaly detection) ประเทศสิงคโปร์ท่ีได้ช่ือว่าเป็นศูนย์กลางแห่ง FinTech ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และธนาคารต่าง ๆ โดยมีการพัฒนากันอย่างจริงจัง เน่ืองจาก FinTech เป็นธุรกิจที่เก่ียวข้องกับ ระเบียบภาครัฐมากที่สุด ภาครัฐจึงเป็นกาลังสาคัญในการผลักดันและขับเคลื่อน FinTech รวมถึง ธนาคารกลางของสิงคโปร์ หรือ The Monetary Authority of Singapore (MAS) มีหน้าท่ีหลัก ในการกาหนดนโยบายการเงินและส่งเสริมเศรษฐกิจของสิงคโปร์ โดยให้ความสนใจในเร่ืองสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เทคโนโลยี Blockchain และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซ่ึงในปี 2020 ประเทศสงิ คโปร์ มีเปา้ หมายทจ่ี ะไมใ่ ช้เงนิ สดในการจา่ ยเงินสาหรับระบบขนสง่ รปู แบบต่าง ๆ ตั้งแตเ่ ดือนมนี าคมท่ผี า่ นมา จากผลการศกึ ษาข้างต้นทาให้เห็นว่า FinTech ในต่างประเทศน้ัน มีระบบนิเวศทางนวัตกรรม (Ecosystem) ท่ีมีประสิทธิภาพซ่ึงเป็นพื้นฐานของการพัฒนา FinTech ทาให้หลายประเทศมีการเติบโต ทางเศรษฐกิจอย่างโดดเด่น เป็นผลให้มี Startup ระดับ Unicorn อยู่หลายรายที่มีมูลค่าการระดมทุน มากกว่า 1 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ และในต่างประเทศกาลังมีการพัฒนาประเทศเข้าสู่ Digital Ventures ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมด้วย Deep Tech น่ันก็คือ การทาให้เกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ท่ียากต่อการ ลอกเลียนแบบ นบั เปน็ อีกหนึ่งแนวทางในการพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศในยุคดิจทิ ัล ผู้จัดทามีความคิดเห็นว่า FinTech ในประเทศไทยยังเป็นเรื่องของการใช้นวัตกรรมใน ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนและรูปแบบการให้บริการทางการเงินเป็นส่วนมาก ซ่ึงแตกต่างจาก FinTech ในต่างประเทศท่ีมีความพร้อมในทุกด้านทาให้มีการพัฒนาไปสู่การใช้สกุลเงินดิจิทัล และ เทคโนโลยี Blockchain ซ่ึงมีความล้าหน้ามากกว่าเทคโนโลยีของประเทศไทยที่มุ่งอานวยความสะดวก ดา้ นธุรกรรมการเงินข้ันพื้นฐานของผู้ใช้บริการ ดังน้ัน ประเทศไทยควรเร่งการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม (Ecosystem) ให้มีความพร้อม และมีเสถียรภาพในทุกด้าน เพื่อเพ่ิมศักยภาพทางการแข่งขันกับ ต่างประเทศได้
21 ในส่วนของการปฏิรูประบบรองรับนวัตกรรมทางการเงิน ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ สภาขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมาธิการฯ ที่ได้มอบหมายให้ คณะอนุกรรมาธิการขับเคล่ือนการปฏิรูปด้านการเงินการคลัง จัดต้ังคณะทางานการปฏิรูประบบการ รองรับนวัตกรรมทางการเงิน เม่ือวันที่ 10 ตุลาคม 2559 เพ่ือจัดทารายงาน โดยมีวัตถุประสงค์ เพ่ือส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน ทาให้การเข้าถึง บริการทางการเงินเป็นไปอย่างกว้างขวาง มีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพ และปลอดภัย โดยผลักดัน ให้มีการปฏิรูป 4 ส่วนหลัก คือ (1) การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) หรือ Application Programming Interface (APIs) กลางที่สามารถใช้ประโยชนร์ ่วมกันได้ และให้ผู้ให้บริการและผูก้ ากับดูแล มีฐานข้อมูล (Big Data) ท่ีจะนาไปใช้ประโยชน์ในการเสนอบริการ (2) การปรับปรุงกฎหมายและ กฎระเบียบของภาครัฐ ใหก้ ารทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีผลตามกฎหมาย และมีกฎหมายรองรับ การทาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ (3) การสร้างนวัตกรรมทางสังคม (Innovation Enablers) ด้วยการประสานความร่วมมือของหน่วยงานกากับดูแล เพ่ือให้การพัฒนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (4) การพัฒนาบุคลากรด้านนวตั กรรมทางการเงิน เพื่อสร้างความเข้าใจเกย่ี วกับนวัตกรรมทางการเงิน รูปแบบใหม่ และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินได้เข้าถึงทรัพยากรท่ีจาเป็น และกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินที่ใช้งานได้จริง ท้ังนี้ รายงานเร่ือง การปฏิรูประบบรองรับ นวัตกรรมทางการเงินไดม้ ีการดาเนนิ การตามขัน้ ตอน ดังนี้ 1) ที่ประชุมคณะกรรมาธิการขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ครั้งท่ี 39/2560 เมื่อวันอังคารท่ี 7 มีนาคม 2560 ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้คณะอนุกรรมาธิการขับเคล่ือน การปฏิรปู เศรษฐกิจด้านการเงิน การคลงั ปรบั แก้ไขรายงานการปฏิรูประบบการรองรับนวัตกรรมทางการเงิน ตามข้อเสนอแนะของทปี่ ระชุม แลว้ เสนอรายงานทปี่ รบั แก้ไขตอ่ ทป่ี ระชุมของคณะกรรมาธกิ ารอีกคร้งั 2) ที่ประชุมคณะกรรมาธิการขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ คร้ังที่ 40/2560 เมื่อวันอังคารที่ 28 มีนาคม 2560 ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้นารายงานเสนอต่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญกจิ การสภาขับเคล่ือนการปฏิรปู ประเทศเพื่อพิจารณา 3) ที่ประชุมสภาขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศ คร้ังที่ 11/2560 เมื่อวันอังคารท่ี 25 เมษายน 2560 มมี ตเิ หน็ ชอบ 4) เมื่อวันพฤหัสบดีท่ี 11 พฤษภาคม 2560 ประธานสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศนาส่ง รายงานต่อคณะรัฐมนตรี ผู้จัดทามีความคิดเห็นว่า ในการผลักดันให้มีการปฏิรูประบบรองรับนวัตกรรมทางการเงินนั้น มีความจาเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งมีแผนแม่บทหลักท่ีสนับสนุน FinTech ให้เกิดขึ้นได้จริง ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 รายละเอียดในสว่ นที่ 4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขัน ไดอ้ ยา่ งย่ังยนื โดยมีแนวทางการพฒั นาภาคการเงินในการสง่ เสริมใหม้ ีการแขง่ ขนั ในระบบสถาบันการเงิน ส่งเสริมการใช้บริการทางการเงินและระบบการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment) และบริการ ทางการเงนิ ที่เป็นนวตั กรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ (FinTech) ขณะเดียวกันต้องเร่งพัฒนาโครงสรา้ งพ้ืนฐาน ทางการเงิน ได้แก่ การปรับปรุงกฎหมายทางด้านการเงิน การคุ้มครองผู้ใช้บริการ ระบบการกากับดูแล และพฒั นาบุคลากรทางการเงิน ตลอดจนสนบั สนุนมาตรการต่าง ๆ ภายใตแ้ ผนยุทธศาสตร์การพฒั นา
22 โครงสรา้ งพื้นฐานระบบการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ และแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงควรเร่งประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ เพ่ือสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ใหก้ ับภาคธรุ กจิ และประชาชนท่วั ไปควบคู่กัน เพ่ือสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ จากการศึกษา FinTech ยังทาให้พบปัญหาบางประการท่ีคาดว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา นวัตกรรมทางการเงินของประเทศไทย คือ 1) ประชาชนขาดความรู้พื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีและ นวัตกรรม ทาให้มีปัญหาในการยอมรับและใช้งานนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ส่งผลให้การพัฒนา นวัตกรรมทางการเงินเป็นไปได้ช้า และ 2) หน่วยงานกากับดูแลและกฎหมายท่ีจะมารองรับนวัตกรรม ทางการเงินยังมีความซ้าซ้อน และขาดความชัดเจน ทาให้ผู้ประกอบการธุรกิจ FinTech และกลุ่มธุรกิจ Startup มคี วามสับสนและไมส่ ะดวกในการติดตอ่ ดาเนินการ
บทที่ 4 สรุปผลการศกึ ษา และข้อเสนอแนะ สรุปผลการศึกษาเร่ือง FinTech : นวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล ซึ่งในบทนี้จะนาเสนอ สรปุ ผลการศกึ ษา และขอ้ เสนอแนะ ดังน้ี 4.1 สรปุ ผลการศึกษา ในการศึกษาเร่ือง FinTech : นวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัลมีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1) ศึกษา ถึงบริบทของนวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัลที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการเงิน ของประเทศ 2) ศกึ ษาการปฏริ ูประบบการรองรับนวตั กรรมทางการเงนิ ของสภาขบั เคลอ่ื นการปฏริ ูป ประเทศ และ 3) เป็นเอกสารทางวิชาการสนับสนุนการดาเนินงานฝ่ายเลขานุการให้กับคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลงั การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ผลจากการศึกษาแนวคิด เอกสารวิชาการ นโยบายภาครัฐ และกฎหมายที่เก่ียวข้องกับ นวัตกรรมทางการเงิน สาหรับประเทศไทยได้มีการนานวัตกรรมทางการเงินมาประยุกต์ใช้ในการ อานวยความสะดวกให้การทาธุรกรรมทางการเงิน ในลักษณะของการจ่าย โอน ชาระค่าสินค้าและ บริการ ทาให้นวัตกรรมทางการเงิน หรือ FinTech ในประเทศไทย หมายถึง การสร้างสรรค์ระบบ การเงินแบบใหม่ด้วยการนาเทคโนโลยีมาประยุกต์ให้เป็นบริการทางการเงินรูปแบบใหม่และสร้าง ผ้ปู ระกอบการธุรกจิ รายใหมห่ รอื Startup ท่ีมีการนานวัตกรรมใหม่ ๆ เขา้ มาใช้ในการดาเนินธรุ กจิ ลักษณะของนวัตกรรมทางการเงินในปัจุบัน สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ 1) นวัตกรรม ทางการเงินด้านบริการ เป็นรูปแบบของการให้บริการทาธุรกรรมทางการเงินผ่านทางแอปพลิเคชั่น (Application) ด้วยตนเอง อาทิ การชาระเงินด้วย QR Code ผ่าน Application “เป๋าตุง” ของธนาคารกรุงไทย ท่ีทาให้การชาระค่าสินค้าและบรกิ ารทาได้สะดวกรวดเร็ว และ 2) นวัตกรรมทางการเงนิ ด้านกระบวนการ เป็นการนาเทคโนโลยีประเภทปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) มาใช้ในข้ันตอนหรือ กระบวนการทางาน ตัวอยา่ งระบบแชทข้อความอตั โนมัติ (Chat Bot) ผา่ นทาง ME BOT ของธนาคาร ทหารไทย ท่ีทาให้ธนาคารสามารถส่ือสารกบั ลูกคา้ ได้ตลอด 24 ชวั่ โมง สาหรบั ภาพรวม FinTech ในประเทศไทยน้ัน พบวา่ ธนาคารมบี ทบาทที่สาคัญในการนานวตั กรรม ทางการเงินไปใช้ โดยที่หลายธนาคารได้ให้ความสนใจกับกลุ่มธุรกรรมบริการทางการเงินด้านการชาระเงิน ด้วยระบบ QR Code ทาให้มีปริมาณการทาธุรกรรมมากข้ึนเป็นผลให้ฐานข้อมูลมีความซับซ้อนและ มขี นาดใหญ่ขึ้น ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงทางระบบนิเวศของสถาบันการเงนิ ไทย ซ่ึงการเปลี่ยนแปลง ของ FinTech ในการทาธุรกรรมทางการเงิน อาจทาให้ธนาคารในฐานะตัวกลางทางการเงนิ มีบทบาทลดลง ในอนาคต ในส่วนของ FinTech ต่างประเทศหลายประเทศท่ีมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างโดดเด่น จะได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและภาครัฐในการพัฒนา FinTech ทาให้มีกลุ่ม Startup ระดับ Unicorn หลายรายท่ีมีมูลค่าการระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ รวมถึงให้ความสนใจ ในเรื่องสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เทคโนโลยี Blockchain และในปัจจุบันหลายประเทศ เริ่มมีการพัฒนาประเทศให้เข้าสู่ Digital Ventures ซึ่งเป็นการสนับสนุน Startup ให้สามารถเติบโตได้
24 อยา่ งยัง่ ยืน โดยการพัฒนานวัตกรรมดว้ ยความรทู้ างด้านเทคโนโลยีเชิงลึกท่ียากตอ่ การลอกเลียนแบบ ที่เรียกว่า Deep Tech เช่น ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) หรือระบบเสมือนจริง (Virtual Reality : VR) เป็นต้น ทั้งน้ี ต่างประเทศได้ให้ความสาคัญในการสร้างสภาพแวดล้อม ทางนวตั กรรมให้มีระบบนิเวศทพ่ี ร้อมต่อการพฒั นาในทุกด้าน และน่นั ทาให้ FinTech ในตา่ งประเทศ มีความกา้ วหน้าในการพัฒนาอยา่ งมาก สาหรับประเทศไทยที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเน่ือง เริ่มต้ังแต่การพัฒนา ภาคการเกษตร การพัฒนาอุตสาหกรรมแรงงาน การพัฒนาอุตสาหกรรมการส่งออก จนมาสู่การ พัฒนาเศรษฐกิจแบบโมเดลประเทศไทย 4.0 ในปัจจุบัน ที่เป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายในการพัฒนา เศรษฐกิจสู่ความม่ันคง ม่ังคั่ง และยั่งยืนด้วยการใช้นวัตกรรม จากนโยบายประเทศนี้จึงมีการจัดทา ร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ที่ใช้ในการกาหนดทิศทางการขับเคล่ือน เศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ในการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการแขง่ ขันในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะ นวัตกรรมทางการเงิน อีกท้ัง คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเงินการคลัง ในคณะกรรมาธิการขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ สภาขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศได้จัดทา รายงานการปฏิรูประบบรองรับนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อเป็นแนวทางสาหรับการรองรับเทคโนโลยีและ นวัตกรรมที่เกิดข้ึน ตามแผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ โดยรายงานได้ผ่านการพิจารณาของสภาขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศ และนาเสนอคณะรัฐมนตรี เพอ่ื พิจารณา เมอ่ื วนั ท่ี 11 พฤษภาคม 2560 แล้ว ท้ังนี้ จากนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศข้างต้น ทาให้ในการปฏิรูประบบรองรับ นวัตกรรมทางการเงินจะส่งผลให้ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อม (Ecosystem) ท่ีเอื้อต่อการเติบโต ของ FinTech ในอนาคต โดยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัลของประเทศ เช่น ความครอบคลุมของโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อรองรับการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน เป็นต้น การเพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้มีองค์ความรู้ และความสามารถทางด้านนวตั กรรมทางการเงิน การสร้าง ระบบ FinTech ในการจัดเก็บข้อมูลภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มธุรกจิ เป็นฐานข้อมูลกลางขนาดใหญ่ (Big Data) เพ่ือให้ข้อมูลสามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนระหว่างกันได้ตลอดเวลาอย่างครอบคลุม ตลอดจน การพัฒนาระบบความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลทางไซเบอร์ให้มีมาตรฐานสากล เพื่อรับมือกับภัยคุกคาม ทางออนไลน์ นอกจากน้ี ควรจัดให้มีหน่วยงานกลาง สาหรับทาหน้าท่ีดาเนินการประสานระหว่าง หน่วยงานกากับดูแลให้ดาเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงปัจจัยสนับสนุนต่าง ๆ และความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการภาครัฐที่จะกาหนดแนวคิด และรูปแบบของการดาเนินการ ท่ีชัดเจน ตลอดจนการออกกฎหมายต่าง ๆ ท่ีสามารถรองรับนวัตกรรมทางการเงินของประเทศไทย ได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้บริการทางการเงินแบบเดิมเปลี่ยนมาเป็นนวตั กรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล ไดอ้ ย่างสมบูรณ์ก้าวไปสนู่ วตั กรรมทางการเงนิ อยา่ งเข้มแขง็ และมีประสิทธภิ าพอยา่ งยง่ั ยืน สรุปได้ว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันมีวิวัฒนาการและความพร้อมในหลายด้าน ซ่ึงมาจากการสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคมที่เป็นส่วนสาคัญในการพัฒนา ระบบการเงินไทยเพื่อรองรับนวัตกรรมทางการเงินอย่าง FinTech อีกทั้ง นโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศอย่างร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
25 และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ท่ีเป็นแนวทางและกลไกสาคัญอย่างย่ิง ในการขับเคล่ือนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงิน ซ่ึงหากประเทศไทยต้องการประสบความสาเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ควรมีการลงทุน ด้านการวิจัยและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อทาให้มีนวัตกรรม ที่หลากหลาย รวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการใช้นวัตกรรมทางการเงิน อย่างกว้างขวาง และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบอินเทอร์เน็ตที่ประชาชน ของประเทศมีความต้องการใช้งานเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การทาให้นวัตกรรมทางการเงิน ของแต่ละประเทศประสบความสาเรจ็ ได้น้ัน จาเป็นต้องอาศัยหลายปัจจัยในการสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นการ พฒั นาคน โครงสร้างพน้ื ฐานและเทคโนโลยีใหร้ องรับการทางานของนวัตกรรมทางการเงินไปพร้อมกัน ซ่งึ ประเทศไทยสามารถแสดงให้ต่างประเทศเห็นว่านวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจทิ ัลของประเทศไทยนั้น มคี วามเขม้ แข็ง และมน่ั คง 4.2 ขอ้ เสนอแนะ จากการสรุปผลการศึกษารายงานวิชาการข้างต้น ผู้จัดทามีข้อเสนอแนะในการผลักดัน ใหเ้ กดิ นวตั กรรมทางการเงินในยคุ ดิจทิ ลั ดงั น้ี 4.2.1 ภาคการเงินและสถาบันการเงิน ควรปรับปรุงลักษณะการให้บริการทางการเงินให้ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการ ควรปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการกากับดูแลให้เอ้ือต่อการพัฒนา นวัตกรรมทางการเงินท่ีก้าวหน้าและเป็นมาตรฐานสากล รวมถึงควรจัดให้มีหน่วยงานกากับดูแล Startup และผูท้ ี่เกีย่ วขอ้ งกบั FinTech เพอ่ื ใหก้ ารดาเนนิ การเปน็ ไปในทิศทางเดยี วกนั 4.2.2 ภาครัฐ ควรปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางด้านอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทั่วถึง ควรส่งเสริมทักษะของเจ้าหน้าที่ภาครัฐทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพ่ือพัฒนากระบวนการ ทางานให้มีประโยชน์สงู สุด ควรให้ความรแู้ ละแนะแนวทางการใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยีสารสนเทศ เพ่อื การเข้าถึงบริการภาครัฐแกป่ ระชาชน รวมถงึ ปรับปรุงกฎหมายใหช้ ัดเจนไม่ซ้าซ้อน และมคี วามทันสมัย สอดคล้องกบั การพัฒนาด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศทีม่ ีการเปลี่ยนแปลงอย่ตู ลอดเวลา 4.2.3 ภาคประชาชน ควรเปิดใจรับรู้การเปลี่ยนแปลงและยอมรับนวัตกรรมทางการเงิน รูปแบบใหม่ ๆ โดยการพัฒนาตนเองให้รู้ดิจิทัล (Digital literacy) คือ ให้มีการพัฒนาทักษะความเข้าใจ และการใชง้ านเทคโนโลยดี ิจิทลั และเพม่ิ ความร้ทู างด้านกฎหมายทเ่ี ก่ียวข้องกบั การใช้นวตั กรรมทางการเงนิ เพอื่ ทาให้นวตั กรรมทางการเงินของประเทศไทยมคี วามยัง่ ยืนต่อไปในอนาคต
บรรณานกุ รม หนังสือ คำรณ ศรีน้อย. (2549). การจดั การเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แหง่ จุฬำลงกรณ์มหำวทิ ยำลยั . บดินทร์ รศั มีเทศ. (2550). การจดั การเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ: สำนกั พิมพ์แสงดำว. พิบลู ทีปะปำล. (2555). พฤติกรรมองคก์ ารสมัยใหม่. กรงุ เทพฯ: อมรกำรพิมพ์. ลกุ ซ์ รชิ ำร์ด. (2555). คมั ภีร์นักนวตั กรรม. กรงุ เทพฯ: บรษิ ัท เอ็กซเปอรเ์ น็ท จำกัด. วิรัช สงวนวงศ์วำน. (2550). การจัดการและพฤติกรรมองค์กร. กรุงเทพฯ: บริษัท เพียร์สัน เอ็ดดูเคช่ัน อินโดไชนำ่ จำกดั . ราชกิจจานุเบกษา “ประกำศ เร่ือง แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)” (30 ธันวำคม 2559). ราชกิจจานเุ บกษา, เล่ม 133 ตอนที่ 115 ก, น. 82-168. “พระรำชกฤษฎีกำจัดตั้งสำนักงำนนวัตกรรมแห่งชำติ (องค์กำรมหำชน) พ.ศ. 2552” (1 กันยำยน 2552). ราชกจิ จานเุ บกษา, เล่ม 126 ตอนท่ี 63 ก, น. 1-3. “พระรำชบัญญัติกำรจัดทำยุทธศำสตร์ชำติ พ.ศ. 2560” (31 กรกฎำคม 2560). ราชกิจจานุเบกษา, เลม่ 134 ตอนที่ 79 ก, น. 1-5, 12. “พระรำชบัญญัติแผนและขั้นตอนกำรดำเนินกำรปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560” (31 กรกฎำคม 2560). ราชกิจจานเุ บกษา, เล่ม 134 ตอนท่ี 79 ก, น. 13-14, 23. “พระรำชบัญญัติระบบกำรชำระเงิน พ.ศ. 2560” (18 ตุลำคม 2560). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 134 ตอนท่ี 110 ก, น. 1-2, 16. สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เกวรินทร์ ละเอียดดีนันท์. (2557). การยอมรับเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ท่ีมีผลต่อ การตัดสินใจซ้ือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร การค้นคว้าอิสระ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ. สืบค้น 12 มีนำคม 2561 จำก http://dspace.bu.ac.th/ bitstream/123456789/1883/1/kewwarin_laei.pdf คณะกรรมำธิกำรขับเคล่ือนกำรปฏิรูปประเทศด้ำนเศรษฐกิจ สภำขับเคล่ือนกำรปฏิรูปประเทศ. (2560). รายงานเร่ือง “การปฏิรูประบบการรองรับนวัตกรรมทางการเงิน”. สืบค้น 3 เมษำยน 2561 จำก http://library2.parliament.go.th/giventake/content_nrsa2558/d042560-01.pdf
27 คณะกรรมกำรจัดทำยุทธศำสตร์ชำติ. (2560). ร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579). สืบคน้ 3 เมษำยน 2561 จำก http://www.nesdb.go.th/download/document/ร่ำงยทุ ธศำสตร์ชำติ %20ระยะ%2020%20ปี%20(พ.ศ2560%20-%202579).pdf จิรวัฒน์ วงศ์ธงชัย. (2555). ปัจจัยด้านการรับรู้ท่ีมีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีบาร์โค้ดสองมิติของ ผู้ใช้งานกลุ่มเจเนอเรชั่นวาย. สืบค้น 15 มีนำคม 2561 จำก http://sutir.sut.ac.th:8080/ sutir/bitstream/123456789/4140/2/Fulltext.pdf ฐำนข้อมูล K-Econ Analysis ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (12 เมษำยน 2559). รายงานวิเคราะห์วิจัย เรื่อง FinTech กับรูปแบบบริการทางการเงินท่ีกาลังจะเปล่ียนแปลงไป. ปีท่ี 22 ฉบับที่ 2726. สืบค้น 29 มนี ำคม 2561 จำก https://www.kasikornresearch.com/TH/login/Pages/index.aspx ฐำนข้อมูล K-Econ Analysis ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (13 เมษำยน 2559). รายงานวิเคราะห์วิจัย เรื่อง FinTech กับสถาบันการเงินไทย : คู่แข่งหรือพันธมิตร?. ปีท่ี 22 ฉบับที่ 2736. สืบค้น 29 มีนำคม 2561 จำก https://www.kasikornresearch.com/TH/login/Pages/index.aspx นพดล เหลืองภิรมย์. ดุษฎีนิพนธ์มหาวิทยาลัยรามคาแหง การจัดการนวัตกรรม : การพัฒนาตัวแบบ ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของนักวิจัย. สืบค้น 5 เมษำยน 2561 จำก http://digital.lib.ru.ac.th/m/b11412835/NophadonLuangpirom.pdf ปัทมำ เธียรวิศิษฎส์ กุล. (3 กรกฎำคม 2560). เอกสารประกอบการประชุมประจาปี 2560 เรื่อง นวัตกรรม นาสู่อนาคตประเทศไทย. สืบค้น 3 เมษำยน 2561 จำก http://www.nesdb.go.th/download/ document/Yearend/2017/bookgroup2.pdf พรชัย ชุนหจินดำ. (1 มกรำคม–มิถุนำยน 2560). ฟินเทค (FinTech) เพื่อก้ำวสู่กำรเป็นประเทศไทย 4.0. วารสารอิเล็กทรอนิกส์การเรียนรู้ทางไกลเชิงนวัตกรรม (Electronic Journal of Open and Distance Innovative Learning : e-JODIL), 7(1), น. 1-23. สบื ค้น 20 มีนำคม 2561 จำก http://e-jodil.stou.ac.th/filejodil/14_0.pdf ภัทรกิตต์ิ เนตินิยม. (25 มีนำคม 2554). เอกสารการสอน เรื่อง ภาพรวมนวัตกรรมทางการเงิน. สบื คน้ 26 มีนำคม 2561 จำก http://fin.bus.ku.ac.th/pdf/P/02_P_Fin%20Inno_STOU.pdf เรวัต ตันตยำนนท.์ (2560). FinTech ใน 3 ความหมาย. สบื คน้ 9 เมษำยน 2561 จำก http://www.bangkok biznews.com/blog/detail/640132 เวทย์ นุชเจริญ. (22 มิถุนำยน 2559). “FinTech” นวัตกรรมการเงินท่ี SME ควรรู้จัก. สืบค้น 11 เมษำยน 2561 จำก http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/638030 สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์, พักตร์ผจง วัฒนสินธุ์, อัจฉรำ จันทร์ฉำย และประกอบ คุปรัตน์. (2556). นวัตกรรม ความหมาย ประเภท และความสาคัญต่อการประกอบการ. สืบค้น 11 เมษำยน 2561 จำก http://www.jba.tbs.tu.ac.th/files/Jba128/Article/JBA128Somnuk.pdf
28 สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ. (2560). ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ..... สืบค้น 22 มีนำคม 2561 จำก http://web.krisdika.go.th/data/news/news11804.pdf สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ. (2560). ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ พ.ศ. ..... สืบค้น 20 เมษำยน 2561 จำก https://ictlawcenter.etda.or.th/de_laws/ download_file/1_Cabinet_Draft-de_laws_cyber-security-protection-act.pdf สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ. (2560). ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สบื ค้น 20 เมษำยน 2561 จำก http://web.krisdika.go.th/data/news/news11805.pdf Meditate. (26 พฤษภำคม 2553). บทที่ 3 รูปแบบและประเภทของนวัตกรรม แนวคิดนวัตกรรม เพื่อการจัดการ. สืบค้น 12 มีนำคม 2561 จำก http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_ topic.php?bookID=1539&pageid=10&read=true&count=true
Search
Read the Text Version
- 1 - 36
Pages: