๔๗
๔๘
๔๙
๕๐ หน่วยที่ ๓ แตง่ อย่างเชีย่ วชาญ
๕๑ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย ชัน้ มัธยมศกึ ษาปี ที่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ ปี การศกึ ษา ๒๕๖๔ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ เร่ือง แตง่ อย่างเช่ยี วชาญ เวลา ๔ ช่ัวโมง ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ ตวั ชีว้ ัด ท ๔.๑ ม.๒/๓ แตง่ บทรอ้ ยกรอง ๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) - นกั เรยี นสามารถอธิบายวธิ ีการแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพได้ (K) - นกั เรยี นมคี วามรู้ ความเขา้ ใจหลกั การแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพ (K) ด้านทกั ษะ (P) - นกั เรยี นสามารถแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม (P) ด้านจติ พสิ ัย (A) - นกั เรยี นเห็นคณุ คา่ ของการแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอน (A) -นกั เรยี นใหค้ วามรว่ มมือในการแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอน (A) ๓. สาระสาคญั การประพนั ธ์ เป็นการแต่งเรียบเรียงถอ้ ยคาใหเ้ ป็นเร่ืองราว หรือการผกู ถอ้ ยคาใหเ้ ป็น บทรอ้ ยกรองชนิดโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย ผปู้ ระพนั ธค์ วรรูจ้ กั การเล่นคา เล่นเสียง เพ่ือใหเ้ กิดภาพพจน์ ถือว่ามีศิลปะในการแต่งคาประพันธ์ ดงั นัน้ จึงตอ้ งเรียนรูเ้ ร่ืองกฎเกณฑ์ รูปแบบฉนั ทลกั ษณข์ องคาประพนั ธช์ นดิ ตา่ ง ๆเพ่ือเป็นพืน้ ฐานสาคญั ในการฝึกหดั แตง่ คาประพนั ธ์ ตอ่ ไป ๔. สาระการเรียนรู้
๕๒ ๑.การอธิบายวิธีการแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม ๒.การประเมินลกั ษณะของการแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนท่ีดี ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ๖. ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จดุ เนน้ สกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น) ทกั ษะการอา่ น (Reading) ทกั ษะการ เขียน (Writing) ทกั ษะการ คิดคานวณ (Arithmetic) ทักษะดา้ นการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation) ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทางานเป็นทีม และภาวะผนู้ า (Collaboration , teamwork and leadership) ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding) ทกั ษะดา้ น การส่อื สาร สารสนเทศ และรูเ้ ทา่ ทนั สอ่ื (Communication information and media literacy) ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing) ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change) ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change) ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills) ภาวะผนู้ า (Leadership)
๕๓ ๗. ชนิ้ งานหรือภาระงาน ( หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ ) ใบงานการแตง่ รอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพ -กลอนสภุ าพสะทอ้ นความเป็นตวั ฉนั -กลอนสภุ าพความงามของไทย ๘. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ หน่วยยอ่ ยท่ี ๑ เรื่อง การแต่งร้อยกรอง (กลอนสุภาพ) ช่ัวโมงท่ี ๑ – ๔ การจดั การเรียนรู้แบบนิรนัย (Deductive Method) ขัน้ ท่ี ๑ กาหนดขอบเขตของปัญหา -ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น และถามวา่ รูจ้ กั การแตง่ รอ้ ยกรองไม่ และเป็นอยา่ งไร -เม่ือสนทนากบั ผเู้ รยี นแลว้ จงึ เช่ือมเขา้ สบู่ ทเรยี น ขั้นท่ี ๒ อธิบายกฎหรือหลักการเพอ่ื การแก้ปัญหา -ครูอธิบายทฏษฎี หลกั การ วธิ ีการแตง่ รอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพ ขั้นที่ ๓ ใชท้ ฤษฎี หลักการ -ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั เขียนผงั ฉนั ทลกั ษณก์ ลอนสภุ าพ ขัน้ ที่ ๔ ตรวจสอบและสรุป -ผเู้ รยี นสรุปและสามารถอธิบายหลกั การแตง่ รอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพได้ ขัน้ ที่ ๔ ฝึ กปฏิบัติ -ผเู้ รยี นสามารถอธิบายการแตง่ รอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพได้ ขัน้ ที่ ๔ ตรวจสอบและสรุป -ครูมอบใบงานใหผ้ เู้ รยี นแตง่ กลอนสภุ าพ ขัน้ ที่ ๔ ฝึ กปฏิบตั ิ -ผเู้ รยี นสามารถแตง่ กลอนสภุ าพไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม
๕๔ ๙. สื่อการสอน ๑. หนงั สือเรยี นรายวชิ าภาษาไทย หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ ๒. ส่อื ประกอบการเรยี นการสอน power point ๓. ตวั อยา่ งบทกลอนสภุ าพ ๑๐. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่ - ๑๑. การวัดและประเมนิ ผล จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีวัด เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารให้ เกณฑก์ าร คะแนน ประเมิน ๑.นกั เรยี นสามารถอธิบายวธิ ีการ ตรวจใบงาน ใบงาน ระดบั ปานกลาง แตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอน การแตง่ กลอน การแตง่ กลอน ๕คะแนน(ดมี าก) ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ น สภุ าพได้ ๔คะแนน(ด)ี สภุ าพ สภุ าพ ๓คะแนน(ปานกลาง) ระดบั ปานกลาง ๒คะแนน(พอใช)้ ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ น ๒.นกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจ ตรวจใบงาน ใบงาน ๑คะแนน(ปรบั ปรุง) หลกั การแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภท การแตง่ กลอน การแตง่ กลอน ๕คะแนน(ดมี าก) ระดบั ปานกลาง กลอนสภุ าพ ๔คะแนน(ดี) ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ น สภุ าพ สภุ าพ ๓คะแนน(ปานกลาง) ๒คะแนน(พอใช)้ ๓.นกั เรยี นสามารถแตง่ บทรอ้ ย ตรวจใบงาน ใบงาน ๑คะแนน(ปรบั ปรุง) กรองประเภทกลอนไดถ้ กู ตอ้ ง การแตง่ กลอน ๕คะแนน(ดีมาก) เหมาะสม การแตง่ กลอน ๔คะแนน(ด)ี สภุ าพ สภุ าพ ๓คะแนน(ปานกลาง) ๒คะแนน(พอใช)้ ๑คะแนน(ปรบั ปรุง)
๕๕ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีวัด เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารให้ เกณฑก์ าร ๔.นกั เรยี นเหน็ คณุ คา่ ของการ คะแนน ประเมนิ แตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอน สงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั ปานกลาง การใหค้ วาม แบบสงั เกต ๕คะแนน(ดมี าก) ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ น ๕.นกั เรยี นใหค้ วามรว่ มมือในการ รว่ มมือของ พฤติกรรมการให้ ๔คะแนน(ดี) แตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอน นกั เรยี น ความรว่ มมือของ ๓คะแนน(ปากลาง) ระดบั ปานกลาง ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ น สงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี น ๒คะแนน(พอใช)้ การใหค้ วาม ๑คะแนน(ปรบั ปรุง) รว่ มมือของ นกั เรยี น แบบสงั เกต ๕คะแนน(ดีมาก) พฤตกิ รรมการให้ ๔คะแนน(ด)ี ความรว่ มมือของ ๓คะแนน(ปากลาง) นกั เรยี น ๒คะแนน(พอใช)้ ๑คะแนน(ปรบั ปรุง)
๕๖ เกณฑใ์ หค้ ะแนน ชนิ้ งานการวเิ คราะหเ์ ร่ืองทอ่ี า่ นจากใบงานท่ี ๑,๒ ๓ และใบงานท่ี ๔ โครงสร้างวธิ ีประโยคไทย รายการประเมิน เกณฑใ์ หค้ ะแนน ๑.สง่ ใบงานภายในเวลาท่ีกาหนด ๕คะแนน:มีครบทกุ ขอ้ ๔คะแนน:มี ๔ขอ้ ขาด๑ขอ้ ๒.แตง่ กลอนสภุ าพถกู ตอ้ ง ๓คะแนน:มี ๓ขอ้ ขาด๒ขอ้ ๓.วเิ คราะหไ์ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ๒คะแนน:มี ๒ขอ้ ขาด๓ขอ้ ๔.กลอนสภุ าพมีความสวยงามดา้ นภาษา ๑คะแนน:มี ๑ขอ้ ขาด๔ขอ้ ๕.สรุปความรูไ้ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งสมเหตสุ มผล
๕๗ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทากิจกรรมเดย่ี ว การนาเสนอการแต่งกลอนสุภาพ คาชีแ้ จ้ง ใหท้ าเครอ่ื งหมายลงในชอ่ งรายการสงั เกตพฤติกรรมท่ีนกั เรยี นปฏิบตั ิ รายการ เลขท่ี ชื่อ-สกุล ถูกตอ้ งตาม ใหค้ วาม มคี วาม สรุปผบการ ฉันทลักษณ์ ร่วมมอื แม่นยาในการ ประเมนิ ในการทา แต่งกลอน กิจกรรม ๐ ๑ ๐ ๑ ๐ ๑ ผ่าน ไม่ ผ่าน
๕๘ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทากจิ กรรมเดยี่ ว การวเิ คราะห์ ตอบคาถาม และประเมนิ การวิเคราะหฉ์ ันทลักษณข์ องกลอนสุภาพ คาชแี้ จ้ง ใหท้ าเครอ่ื งหมายลงในช่องรายการสงั เกตพฤติกรรมท่ีนกั เรยี นปฏบิ ตั ิ รายการ ใหค้ วาม มีความ ปฎบิ ตั ติ าม สรุปผบการ เลขท่ี ชือ่ -สกุล ร่วมมอื ในการ แม่นย่าใน คาส่ังในการ ประเมนิ ทากิจกรรม คาตอบ ทากจิ กรรม ๐ ๑ ๐ ๑ ๐ ๑ ผ่าน ไม่ ผ่าน
๕๙ 12. กิจกรรมเสนอแนะ .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... 13. บนั ทกึ ผลหลังการสอน สรุปผลการเรยี นการสอน นกั เรยี นทงั้ หมดจานวน.....................คน จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวนนักเรียนทผ่ี ่าน จานวนนักเรียนทไี่ ม่ผ่าน ข้อที่ จานวนคน ร้อยละ จานวนคน ร้อยละ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐
๖๐ 15. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... 16. ข้อเสนอแนะ .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ลงช่ือ........................................................................ () ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ....................................... ลงช่ือ................................................................ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ () ลงช่ือ.......................................................... รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ (………………………………………..)
๖๑ ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศกึ ษา ไดท้ าการตรวจแผนการเรยี นรูข้ อง....................................................แลว้ มีความคิดเห็นดงั นี้ 7. เป็นแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง 8. การจดั กิจกรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้ เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป 9. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ลงช่ือ............................................................................................... ( ………………………………………………… ) ผอู้ านวยการโรงเรยี น…………………………………………………………
๖๒
๖๓
๖๔
Search